The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 4 ข้อมูล ตัวแปรและตัวดำเนินการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Worapon Manosroi, 2021-01-07 22:01:24

บทที่ 4 ข้อมูล ตัวแปรและตัวดำเนินการ

บทที่ 4 ข้อมูล ตัวแปรและตัวดำเนินการ

(70)

(71)

แผนการสอนประจําบทท่ี 4

หัวขอเนือ้ หาประจาํ บท

ความหมายของตัวแปร
การประกาศตัวแปร
ความหมายของขอมูล
ชนดิ ของขอมลู
ตวั ดาํ เนนิ การ

จุดประสงคการเรียนรู

เมื่อผูเรียนเรยี นจบบทแลว ผูเรยี นมีความสามารถดงั นี้

1. อธิบายความหมายของตัวแปรได
2. สามารถประกาศตวั แปรได
3. อธบิ ายความหมายของขอมลู ได
4. บอกชนดิ ของขอมูลได
5. อธิบายแนวคดิ เกีย่ วกบั ตัวดาํ เนนิ การได

วิธสี อนและกิจกรรมการเรียนรู

1. บรรยาย และสรปุ บทเรียน
2. อภิปราย ซักถามและแลกเปลี่ยนเรียนรู
3. ศกึ ษาเอกสารประกอบการสอน
4. นักศึกษาคนควาเพิ่มเติมในหัวขอ “ตัวแปร ขอมูลและตัวดําเนินการ” จากเว็บไซต<:

https://www.w3schools.com/python/default.asp
5. แบงO กลุOมนักศึกษาใหศึกษาตามใบงานที่ 2 เรอ่ื งตัวแปรและตัวดําเนินการ
6. ตอบคําถามประจาํ บท

(72)

ส่อื การเรียนรู

1. เอกสารประกอบการสอน
2. ส่อื ประกอบการเรยี นรู Microsoft Power Point
3. เครื่องคอมพิวเตอรแ< ละระบบเครือขOายอนิ เตอร<เน็ต
4. คนควาจากเว็บไซต:< https://www.w3schools.com/python/default.asp
5. ใบงานท่ี 2 เรอ่ื งตัวแปรและตัวดําเนินการ
6. คําถามประจาํ บท

การวัดผลและการประเมินผล

1. สังเกตพฤตกิ รรมของผูเรยี นจากการมีสOวนรOวมในกิจกรรมการเรยี นการสอนในช้นั เรยี น
2. สังเกตจากการอภปิ ราย ซักถาม และแลกเปลีย่ นเรียนรูในบทเรียน
3. ประเมนิ ผลจากงานทมี่ อบหมายตามใบงานที่ 2 และการคนควาเพิม่ เติม
4. ประเมนิ ผลการตอบคําถามประจําบท

(73)

บทท่ี 4
ตวั แปร ขอมูลและตวั ดาํ เนินการ

ในการเขียนโปรแกรมน้ัน หากผูเขียนตองการท่ีจะจัดเก็บขอมูลลงในหนOวยความจําของ
คอมพิวเตอร< ผูเขียนจําเปWนท่ีจะตองประกาศตัวแปรขึ้นมาเพ่ือใชเก็บคOาในหนOวยความจําสําหรับ
นําไปใชในโปรแกรม โดยในภาษาไพทอนนั้นมีขอดีคือเราไมOจําเปWนตองคํานึงถึงชนิดของขอมูลวOาตัว
แปรท่ีเราตองการจัดเก็บนั้นอยOูในชนิดของขอมูลแบบไหน ภาษาไพทอนจะกําหนดใหเราอัตโนมัติ
แตOในบทน้ีก็จะกลOาวถึงชนิดของขอมูลดวยเชOนกัน การจัดเก็บขอมูลลงในตัวแปรน้ันจําเปWนท่ีจะตอง
กระทําผOานตัวดําเนินการ เชOน ตัวดําเนินการทางคณิตศาสตร< ตัวดําเนินการเปรียบเทียบ ตัว
ดําเนินการตรรกศาสตร< หรือตัวดําเนินการกําหนดคOา เปWนตน ผูเขียนจําเปWนที่จะตองทราบถึงลําดับ
หรือขั้นตอนของการประมวลผลของตัวดําเนินการในแตOละแบบ เพ่ือใหโปรแกรมน้ันทํางานไดอยOาง
ถูกตองและมีประสิทธิภาพ ดงั นั้นในบทนจ้ี ะอธิบายถึง ตัวแปร การประกาศตัวแปร ชนดิ ของขอมูล
ตวั ดาํ เนนิ การ และลําดับความสําคญั ของตัวดําเนนิ การ

ความหมายของตัวแปร

นักวิชาการหลายทาO นไดใหความหมายของตัวแปร ไวแตกตOางกันดงั น้ี
ณัฐวัตร คําภักดี (2562 : 40) กลOาววOา ตัวแปร (Variable) หมายถึง ช่ือท่ีตั้งขึ้นมาใช
สําหรับเก็บคOาหรือชนิดขอมูลตOางๆ ท่ีตองการ แลวนําตัวแปรท่ีต้ังขึ้นมาไปเขียนเปWนคําส่ังโปรแกรม
สําหรับประมวลผล ตัวแปรที่ตั้งขึ้นมาใชงานนั้นสามารถเปล่ียนคOาขอมูลที่เก็บอยูOในขณะที่โปรแกรม
ทําการประมวลผลได
บัญชา ปะสีละเตสัง (2562 : 41) กลOาววOา ตัวแปร (Variable) หมายถึง คําท่ีเราใช
สาํ หรบั อางองิ ขอมูลแตลO ะอยOาง ทงั้ การจัดเก็บและนําขอมูลไปใชงาน จะตองกระทาํ ผาO นตวั แปร
สริยา พุฒดวง (ออน-ไลน< : 2562) กลOาววOา ตัวแปร (Variable) หมายถึง ชื่อหรือ
เครื่องหมายท่ีกําหนดขึ้นสําหรับใชเก็บคOาในหนOวยความจํา ตัวแปรจะมีช่ือสําหรับใชในการอางถึง
ขอมูลในการเขียนโปรแกรม คOาของตัวแปรสามารถที่จะกําหนดไดใน run-time หรอื เปลี่ยนแปลงคOา
ไดอยูตO ลอดเวลาในขณะที่โปรแกรมทํางานอยูO
สรุป ตัวแปร (Variable) หมายถึง ช่ือหรือเครื่องหมายท่ีถูกกําหนดขึ้นเพ่ือใชเก็บคOาใน
หนOวยความจําสําหรับนําไปใชงานในโปรแกรม ซึ่งอาจจะถกู ใชจากการรับขอมูล เก็บคOาคงท่ี ขอความ
หรือผลลพั ธ<การทาํ งานใดๆ ในการกําหนดชื่อตวั แปรตองเปนW ช่ือทไ่ี มตO รงกับคาํ สงวน

(74)

กฎของการตัง้ ชอ่ื ตวั แปรในภาษาไพทอนมีดังน้ี ณฐั วัตร คาํ ภกั ดี (2562 : 40)

1. การต้ังชื่อตัวแปรดวยตัวอักษรพิพม<เล็กและตัวพิมพ<ใหญO ภาษาไพทอนจะถือวOาเปWนคน
ละชอ่ื ตัวแปรกนั

2. ช่ือตัวแปรตองข้ึนตนดวยตัวอักษรภาษอังกฤษ (A-Z, a-z) เทOาน้ัน แลวสามารถตาม
ดวยตัวเลขได เชOน Animal, animal_01, big10, book10group เปนW ตน

3. ช่ือตัวแปรตองไมOมีชOองวOาง จุด หรือสัญ ลักษณ< พิเศษ ยกเวนเคร่ืองหมาย
underscore (_) เชนO msg_1, _msg1

4. ควรตั้งช่ือตัวแปรใหส่ือความหมายกับคOาขอมูลท่ีจะเก็บ เพราะทําใหอOานและเขาใจได
งOาย เชOน Tax ใชเก็บคOาภาษี, studentName หรือ st_name ใชเก็บช่ือนักเรียน, password
ใชเก็บรหสั ผาO น เปWนตน

5. สญั ลักษณต< อO ไปนี้ หามนาํ มาใชต้ังชอ่ื ตัวแปร !, @, #, $, %, &, *, (,), -, =, \, |, +, ~
6. เมื่อตองการผสมคําต้ังช่ือตัวแปรควรใชเครือ่ งหมาย underscore เช่ือมหรือกําหนดให
คําแรกใชตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ<เล็กขึ้นตน แลวคําท่ีสองใหขึ้นตนดวยตัวใหญO เชOน
Table_name หรือ tableName เปนW ตน
7. การต้ังช่ือตัวแปรตองไมOซํ้ากับคําสงวน (Reserved keywords) ซึ่งในภาษาไพทอนมี
ทงั้ หมด 33 คํา ดงั ตอO ไปนี้

and as assert break class Continue

def del elif else except False

finally for from global if Import

in is lambda None nonlocal Not

or pass raise return true Try

while with yield

การประกาศตัวแปร

การประกาศตัวแปรหรือการสรางตัวแปร คือ การสรางตัวแปรสําหรับเก็บคOาขอมูล เชOน
ตัวเลข ตัวอักขระ ขอความ เปWนตน กOอนนําไปประมวลผลอีกคร้ัง ในภาษาไพทอนไมOจําเปWนตอง
กําหนดชนิดของขอมูลใหกับตัวแปร ตัวแปรท่ีประกาศสรางข้ึนมาใชงานจะกําหนดคOาขอมูลไว หรือ
อาจจะสรางตัวแปรขน้ึ มาเปWนคOาวOางไวกOอนก็ได แลวจึงกําหนดคาO ขอมูลใหกับตัวแปรทีหลัง ดังแสดง
ในภาพท่ี 4.1 ณฐั วตั ร คาํ ภกั ดี (2562 : 41)

(75)

msg = “Python Programming” # ประกาศตัวแปร msg เปWนชนิดขอมูลสายอักขระ

หรอื สตริง (String)

num = 2415 # ประกาศตัวแปร num เปWนชนิดขอมูลจํานวนเต็ม

(Integer)

score = 78.51 # ประกาศตัวแปร score เปWนชนิดขอมูลทศนิยม

(float)

grad = “ “ # ประกาศตวั แปร grad เกบ็ คาO วาO ง

ภาพท่ี 4.1 แสดงการประกาศตัวแปรในภาษาไพทอน

ที่มา : ณัฐวตั ร คําภักดี (2562 : 41)

ชื่อตัวแปรจะอยOูทางดานซายมือของเคร่ืองหมายเทOากับ (=) สOวนทางดานขวามือของ
เครื่องหมายเทOากับ คือ ชนิดขอมูลท่ีกําหนดใหกับตัวแปร และในภาษาไพทอนตั้งแตOเวอร<ช่ัน 3 ข้ึน
ไปเราสามารถประกาศตัวแปรเปWนภาษาไทยได แตOถึงอยOางไรก็ตามเพ่ือความเปWนมาตรฐานในการ
เขียนคําส่ังโปรแกรม และใหงOายตOอผูท่ีตองการนําโปรแกรมของเราไปพัฒนาตOอในอนาคต ดังน้ันจึง
ควรสรางตวั แปรเปนW ภาษาองั กฤษและตั้งชือ่ ใหสือ่ ความหมาย ดังภาพที่ 4.2

ผลลัพธ<

ภาพท่ี 4.2 แสดงการประกาศตัวแปรภาษาไทยในภาษาไพทอน

a # ผิดพลาด
b # ผดิ พลาด

b = คOาทกี่ ําหนด # ผิดพลาด

ภาพท่ี 4.3 แสดงการประกาศตวั แปรในภาษาไพทอน ท่ผี ิดพลาด
ทีม่ า : บัญชา ปะสลี ะเตสงั (2562 : 42)

(76)

สรุป การประกาศตัวแปรในภาษาไพทอนนั้น จะตองประกาศตัวแปรไวทางดานซายมือ
และตามดวยเครื่องหมายเทOากับ ( = ) และตามดวยชนิดของขอมูล ซ่ึงขอดีของภาษาไพทอนคือเรา
ไมOจําเปนW ตองระบุวOาตัวแปรนี้ใชเก็บขอมูลประเภทไหน ซึ่งภาษาไพทอนจะรูจักชนิดของขอมูลน้ันเอง
และไพทอนต้ังแตOเวอร<ช่ัน 3 ขั้นไปสามารถประกาศตัวแปรเปWนภาษาไทยได แตOไมOเปWนที่นิยมและไมO
เปWนสากล

ความหมายของขอมูล

นกั วชิ าการหลายทOานไดใหความหมายของ ขอมูล ไวแตกตOางกนั ดังนี้
อินทัศน< ศรีนิบูล (ออน-ไลน< : 2558) กลOาวววOา ขอมูล หมายถึง ขอเท็จจริงหรือ
เร่ืองราวทีเ่ กี่ยวกับสิ่งของตOางๆ เชOน คน สัตว< สิง่ ของ สถานท่ี ฯลฯ โดยอยOูในรปู แบบทเ่ี หมาะสม
ตOอการสอ่ื สาร การแปลความหมาย และการประมวลผล ซึ่งขอมูลอาจจะไดมาจากการสงั เกต การ
รวบรวม การวัด ขอมูลเปWนไดท้ังขอมูลตัวเลข หรือสัญลักษณ<ใดๆ ท่ีสําคัญจะตองมีความเปWนจริง
และตOอเนือ่ ง ตวอยาO งของขอมลู เชOน คะแนนสอบ ชื่อนักเรยี น เพศ อายุ เปWนตน
ผศ.ดร.ศศลักษณ< ทองขาว และคณะ (2556: 15) กลOาววOา ขอมูล หมายถึง อาจจะเปWน
ขอความ ตัวเลขรูปภาพ หรือเสียงก็ได ขอมูลท่ีเก็บอยูOในรูปของไฟล<อิเลกทรอนิกส<เรียบรอยแลว
สามารถใชเปนW ขอมลู เขาโดยตรงกบั ระบบสารสนเทศ (Information System) ได
พนิดา พานชิ กุล (2548: 107) กลOาววOา ขอมูล หมายถึง ขอเท็จจริงหรือเหตุการณ<ตOางๆ ที่
เกิดข้ึนในชิวิตประจําวัน ซึ่งอาจเปWนขอเท็จจริงเก่ียวกับสถานที่ คน สัตว< สิ่งของ และอื่นๆ
คอมพิวเตอร<สามารถสราง จัดเตรียม และจัดเก็บขอมูลไดหลายประเภทไมOวOาจะเปWนขอมูลที่เปWน
ขอความ ตวั เลข รปู ภาพ เสยี ง วดิ ีโอ และอนื่ ๆ
สรุป ขอมลู หมายถึง ขอมูลหรือขอเท็จจรงิ ท่ีอาจจะไดมาจากการสังเกต หรือไดมาจากการ
ลงมือปฏิบัติ โดยขอมูลน้ันอาจจะอยใOู นรปู ของ ขอความ ตัวเลข ภาพ เสยี ง วิดโี อ สิ่งของ ฯลฯ
ซง่ึ อยOูในรูปแบบที่เหมาะสมตOอการส่ือสาร

ชนิดของขอมลู

คOาตOางๆ ท่ีใชในภาษาไพทอนจะถูกมองเปWนออบเจ็กเก็บอยOูในหนOวยความจํา โดยมีตัวแปร
อางองิ ถงึ ในการใชงาน โดยคOาเหลOาน้ไี มOมกี ารกาํ หนดรูปแบบการเก็บท่ีแนOนอนเชOนเดยี วกับภาษาอ่ืนๆ
เชOน ภาษา C หรือ C# ที่กําหนดไวเปWนโครงสรางขอมูล (Data Structure) ซ่ึงมีการกําหนดขนาด
พนื้ ท่หี นวO ยความจาํ และชวO งของคาO ที่เก็บไว (ประยงค< อูOประสิทธว์ิ งศ.< 2562 : 35)

สําหรับภาษาไพทอนนนั้น มีความยืดหยOุนกวOาภาษาอ่ืนๆ ซึ่งเราไมOจําเปWนตองประกาศชนิด
ของขอมูล แตOโดยทั่วไปแลวชนิดของขอมูลในภาษาไพทอนน้ันก็จะเหมือนกับภาษาอื่นๆ โดย
สามารถแบOงไดเปWน ชนิดขอมูลตัวเลข (Number), ชนิดขอมูลบูลีน (Boolean), ชนิดขอมูลสตริง
(String) และชนดิ ขอมลู คอลเลคช่ัน

(77)

1. ชนิดขอมูลตัวเลข (Number) ชนิดของขอมูลตัวเลขมีรูปแบบคOาท่ีสามารถนํามา
ประมวลผลคํานวณทางคณิตศาสตร<และวิทยาศาสตร<ได ชนิดขอมูลตัวเลขในภาษาไพทอนเปWนออบ
เจ็กแบบแกไขคOาในตัวเองไมOได (Immutable) ท่ีแบOงออกเปWนแบบเบ้ืองตนคือ เลขจํานวนเต็ม
(Integer), เลขทศนิยม (Real Number, Floating-Point Number) และ ท่ีเปWนแบบซับซอนคือ
จํานวนเชิงซอน (Complex Number), เลขทศนิยม decimal (Fixed-point Number) และเลข
เศษสOวน (Fraction) (ประยงค< อูOประสทิ ธิว์ งศ<. 2562 : 35)

1.1 เลขจํานวนเต็ม (Integer) ในภาษาไพทอนไมOมีขอบเขตชOวงของคOา สามารถ
กําหนดขนาดของคOามีจํานวนหลักเทOาใดก็ไดขึ้นกับพื้นท่ีวOางในหนOวยความจํา เลขจํานวนเต็มกําหนด
เปWนชนิดขอมูล int ซึ่งประกอบดวยเลจดิจิต 0 – 9 มีเครือ่ งหมายบวก ลบ ขางหนา ไมOมีสOวนที่เปWน
ทศนิยม เชOน 1234, -24, +42 และใชเปWนคาO คงที่ลิเจอรอลสงO ใหกบั ตัวแปรอางอิง ดงั ภาพที่ 4.4

ผลลัพธ<

ภาพท่ี 4.4 แสดงการเขียนเลขจาํ นวนเตม็
ท่ีมา : ประยงค< อูปO ระสิทธวิ์ งศ< (2562 : 36)

1.2 เลขทศนิยม (Real Number, Floating-Point Number) เลขจํานวนจริง หรือ
เรียกส้ันๆ วOา Float คือจํานวนท่ีมีทศนิยม ซ่ึงสามารถเขียนได 2 รูปแบบ คือ เขียนตวั เลขทศนิมท่ีมี
เคร่ืองหมายจุดทศนิยม เชOน 3.14 หรือ เขียนอยูOในรูปเลขยกกําลังสิบ (Exponential form) โดยใช
ตัวอักษร E หรือ e ระบุจํานวนท่ีเปWนเลขยกกําลัง เชOน 6.12E3 = 6.12 x 103 หรือ 125.03E-5 =
125.03 x 10-5 เปWนตน โดยภาษาโปรแกรมม่ิงทั่วๆ ไป จํานวนจริงจะมีสองแบบคือ float และ
double โดย float ใชสําหรับเก็บจํานวนที่มีความเที่ยงตรงตามปรกติ สOวน double ใชสําหรับ
จํานวนท่ีตองการความเท่ียงตรงเปWนสองเทOา ความเที่ยงตรง (precision) ในที่นี้หมายถึงจํานวนหลัก
ของ ตัวเลขหลังจุดทศนิยม ถายิง่ มหี ลายหลัก ตวั เลขก็จะย่ิงถกู ตองเที่ยงตรงมากข้ึน สาํ หรบั ไพธอนจะ
ไมOมีตัว แปรชนิด double มีเพียงเฉพาะ float แตOมีความสามารถเทOากับ double สามารถใชแทน

(78)

กันได โดยมี ชOวงคOาขอมูลต้ังแตO 2.2250738585072014e-308 จนถึง 1.7976931348623157e
+308 ทั้งนี้ขึ้นอยOูกับ สถาปˆตยกรรมของเคร่ืองดวย (ผศ.ดร.สุชาติ คุมมะณี. 2561 : 66) ดังภาพที่
4.5

ผลลัพธ<

ภาพที่ 4.5 แสดงการกาํ หนดเลขทศนยิ ม
ทีม่ า : ประยงค< อปOู ระสิทธิ์วงศ< (2562 : 36)

1.3 ตัวเลขกับเลขฐาน สําหรับเลขจํานวนเต็มเมื่อกําหนดคOาใหโดยคOาคงท่ีลิเจอรอลจะ
อยOูในรูปแบบของเลขฐานสิบเปWนเลขดิจิต 0 ถึง 9 แตOไมOมี 0 นําหนา ซึ่งสามารถจะกําหนดใหเปWน
รูปแบบเลขฐานสอง เลขฐานแปด หรอืเลขฐานสิบหกก็ได แตOคOาท่ีเก็บยังคงเปWนเลขฐานสิบดังน้ี
(ประยงค< อูOประสิทธ์วิ งศ<. 2562 : 37)

1.3.1 เลขฐานสองนําหนาดวย 0b หรือ 0B ตามดวยคOาท่ีมีเลขดิจิต 0 กับ 1
เชOน 0b101, 0B1100110

1.3.2 เลขฐานแปดนําหนาดวย 0o หรือ 0O (เลข 0 กับตัวอักษร o) ตามดวย
คOาทม่ี เี ลขดจิ ติ 0 ถงึ 7 เชนO 0o272, 0O7174

1.3.3 เลขฐานสิบหกนําหนาดวย 0x หรือ 0X ตามดวยคOาที่มีเลขดิจิต 0 ถึง 9
และคOา 10 ถึง 15 (ใชตวั อักษร A ถงึ F แทน) เชนO 0xA6C9, 0X3f5d

นอกจากน้ีสามารถเรียกใชฟˆงก<ช่ันแปลงเลขฐานใหเปWนเลขฐานอ่ืนๆ ได โดย
รูปแบบการใชงาน คอื ชื่อฟงˆ กช< ั่น (ตัวแปร) (ณฐั วตั ร คําภักดี. 2562 : 43)

(79)

ฟ*งกชน่ั int() เปนW ฟˆงกช< ่นั แปลงเลขฐานที่ตองการใหเปWนเลขฐานสบิ
ฟง* กชนั่ bin() เปWนฟงˆ กช< ่นั แปลงเลขฐานทต่ี องการใหเปนW เลขฐานสอง
ฟ*งกชั่น oct() เปWนฟงˆ กช< ั่นแปลงเลขฐานทตี่ องการใหเปนW เลขฐานแปด
ฟ*งกชั่น hex() เปWนฟˆงก<ชั่นแปลงเลขฐานที่ตองการใหเปWนเลขฐานสิบหก ดังภาพ
ท่ี 4.6

ผลลัพธ<

ภาพท่ี 4.6 การแปลงเลขฐานสบิ เปWนเลขฐานสอง ฐานแปด และฐานสบิ หก
ท่มี า : ณฐั วัตร คาํ ภกั ดี (2562 : 43)

ตัวอยOางที่ 4.1 การเขยี นโปรแกรมการแปลงเลขฐานสอง ฐานแปด และฐานสิบหก เปWนเลขฐานสบิ

1 a = 0b111001011010
2 b = 0o6421
3 c = 0xBC54
4 print (“แปลงขอมลู ฐานสองเปนW ฐานสบิ = ”, int(a))
5 print (“แปลงขอมูลฐานแปดเปWนฐานสิบ = ”, int(b))
6 print (“แปลงขอมูลฐานสบิ หกเปWนฐานสบิ = ”, int(c))

(80)

ตัวอยOางท่ี 4.2 การเขยี นโปรแกรมบวกเลขฐานสองและการแปลงผลลัพธ<จากเลขฐานสิบ เปWน
เลขฐานสอง ฐานแปด และฐานสบิ หก

1 a = 0b10010111; b = 0b11101101
2 c=a+b
3 print (“ผลบวกของ a กับ b = ”, c)
4 print (“แปลงผลลัพธ<จากผลบวก a กบั b เปนW เลขฐานสอง = ”, bin(c))
5 print (“แปลงผลลัพธ<จากผลบวก a กับ b เปนW เลขฐานแปด = ”, oct(c))
6 print (“แปลงผลลพั ธจ< ากผลบวก a กับ b เปWนเลขฐานสิบหก = ”, hex(c))

2. ชนิดขอมูลบูลีน (Boolean) หรือเรียกอีกอยOางวOาจํานวนตรรกะ ใชคําบOอในการเขียน
โปรแกรมคือ bool เปWนชนิดของขอมูลที่ใชบอกทางลอจิก จริง (True) หรือ เท็จ (False) หรือ
1 = True และ 0 = False (ผศ.ดร.สุชาติ คุมมะณี. 2561 : 67)

ตวั อยาO งท่ี 4.3 การเขียนโปรแกรมใชงานชนดิ ขอมลู ตรรกะ

1 x = True; y = False; z = True
2 print (“ผลการเปรียบเทียบ x == y หรือไมO : ”, x == y)
3 print (“ผลการเปรยี บเทียบ y == z หรือไมO : ”, y == z)
4 print (“ผลการเปรยี บเทียบ z == True หรือไมO : ”, z == True)
5 print (“ผลการเปรยี บเทยี บ x == z หรือไมO : ”, x == z)

หรอื เราสามารถเรยี กใชงานฟงˆ กช< ั่น bool() เพ่ือตรวจสอบคOาขอมลู ในตัวแปรท่ีสรางข้ึนมาใช
งานวOาไดเก็บคOาขอมูลไวหรือไมO ถาตัวแปรใดมีการกาํ หนดคOาขอมูลไวจะไดผลลัพธ<เปนW True แตOถา
ตัวแปรใดไมOมีการกําหนดคOาหรือกําหนดคOาเปWน 0, None หรือ “” จะใหผลลัพธ<เปWน False ถาตัว
แปรเปนW ชOองวาO ง “ ” ผลลัพธ<ทีไ่ ดเปWน True (ณัฐวัตร คําภักดี. 2562 : 46)

ตวั อยOางท่ี 4.4 การเรยี กใชฟงˆ ก<ชนั่ bool() ตรวจสอบคOาขอมูลในตัวแปร

1 a = “”; b = “ ”; c = None; num = 245
2 print (“มขี อมลู อยใูO นตัวแปร a หรอื ไมO : ”, bool(a))
3 print (“มีขอมลู อยใOู นตวั แปร b หรือไมO : ”, bool(b))
4 print (“มีขอมูลอยใูO นตวั แปร c หรือไมO : ”, bool(c))
5 print (“มขี อมูลอยOูในตวั แปร num หรอื ไมO : ”, bool(num))

(81)

3. ชนิดขอมูลสตริง (String) เปWนการนําอักขระแตOละตัวมาวางเรียงตOอกันใหกลายเปWน
ขอความ ซึ่งเราตองกําหนดจุดเร่ิมตนและสิ้นสุดดวยเครื่องหมาย Double Quotes (“”) หรือไมOก็ใช
Single Quote (‘’) แตOหากตองการแยกไปเขียนไวคนละบรรทัด ใหแทรก Backslash ( \ ) ไว ณ
จุดทจ่ี ะแยกไปข้ึนบรรทัดใหมO (บญั ชา ปะสลี ะเตสงั . 2562 : 44) ดงั ภาพที่ 4.7

ภาพท่ี 4.7 แสดงการกาํ หนดชนดิ ขอมูลแบบสตริง
ทม่ี า : บญั ชา ปะสลี ะเตสงั (2562 : 44)

ตวั อยาO งที่ 4.5 การเขยี นโปรแกรมสรางตัวแปรชนดิ ขอมูลสตรงิ ขน้ึ มาใชงาน
1 name = “Worapon”; surname = “Manosroi”
2 language = “Python”
3 print (name, surname)
4 print (language)

ตัวดาํ เนินการ

การใชประโยคคําส่ังสOงคOาจะมีดานซายเปWนนิพจน< ซึ่งอาจอยOูในรูปแบบสมการท่ี
ประกอบดวยตัวดาํ เนินการ (Operator) และโอเปอแรน (Operand) ตัวดําเนินการบางตัวใชกับโอ
เปอแรนตัวเดียว เชOน ตัวดําเนินการคOาบวกใชสัญลกั ษณ< + ตัวดําเนินการคOาลบใชสัญลักษณ< – และ
ตัวดําเนินการที่ใชกับโอเปอแรนสองตัว เชOน ตัวดําเนินการสOงคOา (Assignment Operator) ตัว
ดําเนินการคณิตศาสตร< (Mathematic Operator) ตัวดําเนินการบิตไวส< (Bitwise Operator) ตัว
ดําเนินการสัมพันธ< (Relational Operator) ตัวดําเนินการตรรกะ (Logical Operator) สOวนโอเปอ
แรนอาจอยOูในรูปแบบคOาคงที่ลิเอรอล ตัวแปร หรือฟˆงก<ชั่นก็ เมื่อนิพจน<ทํากาประมวลผลก็จะไดคOา
ผลลพั ธ<สOงกลับมาให (ประยงค< อปOู ระสทิ ธ์ิวงศ.< 2562 : 38) ดังแสดงในภาพที่ 4.8

(82)

(ก) การดาํ เนนิ การระหวาO งตัวแปรกับคาO คงที่

(ข) การดาํ เนนิ การระหวาO งตัวแปรกบั นิพจน<
ภาพท่ี 4.8 แสดงความสัมพนั ธ<ระหวาO งโอเปอเรเตอร< โอเปอแรนด< และนิพจน<
ท่ีมา :อรพิน ประวัติบรสิ ทุ ธิ์. 2556 : 71

1. การดาํ เนินการทางคณติ ศาสตร< (Arithmetic Operator)
ตัวดําเนินการคณิตศาสตร<นํามาใชในการคํานวณทางคณิตศาสตร<ประกอบไปดวยตัว

ดําเนินการ 7 ตัว ดังตารางท่ี 4.1

(83)

ตารางท่ี 4.1 ตัวดาํ เนินการทางคณิตศาสตร<ในภาษาไพทอน

ตวั ดําเนินการ สญั ลกั ษณ คําอธิบาย ตวั อยา9 ง

บวก + การบวกคOาของสองตัวเลข 8 + 7 = 15

ลบ - การลบคOาตวั เลขดวยอีกตัวเลข 9-3=6

คณู * การคูณของสองตัวเลข 4 * 6 = 24

หารมีเศษ / การหารคOาตัวเลขดวยอีกตัวเลข ไดผลลัพธ<เปWนเลข 9 / 4 = 2.25

ทศนยิ ม

หารตัดเศษ // การหารคOาตัวเลขดวยอีกตัวเลข ไดผลลัพธ<เปWนเลข 9 // 4 = 2

จาํ นวนเต็ม

เหลอื เศษ % การหารคOาตัวเลขดวยอีกตัวเลข ไดผลลัพธ<เปWนเศษ 9 % 4 = 1

ทเ่ี หลือ

ยกกําลงั ** การยกกําลังคOาตวั เลขดวยอกี ตัวเลข 7 ** 2 = 49

ท่ีมา : ประยงค< อปOู ระสทิ ธ์วิ งศ.< (2562:38)

ตวั อยOางที่ 4.6 โปรแกรมการนาํ ตัวดําเนนิ การทางคณติ ศาสตร<มาหาผลลพั ธ<

1 a = 5; b = 3;
2 c=a+b
3 d=a-b
4 e=a*b
5 f=a/b
6 g = a ** b
7 h = a // b
8 i=a%b
9 print (“ผลลพั ธข< อง a + b = ”, c)
10 print (“ผลลัพธข< อง a - b = ”, d)
11 print (“ผลลพั ธข< อง a * b = ”, e)
12 print (“ผลลพั ธข< อง a / b = ”, f)
13 print (“ผลลัพธข< อง a ** b = ”, g)
14 print (“ผลลัพธข< อง a // b = ”, h)
15 print (“ผลลพั ธ<ของ a % b = ”, i)

(84)

2. การดําเนนิ การการเปรยี บเทยี บ (Comparison Operator)
ตัวดําเนินการประเภทน้ีจะทําการเปรียบเทียบคOาขอมูลทีละ 2 ตัว ดวยเครื่องหมายการ

เปรียบเทียบ ดังตารางท่ี 4.2 ผลลัพธ<ที่ไดจะมีเพียง 2 คOา คือ จริง (True) และ เท็จ (False) ซ่ึง
เปWนรปู แบบของตรรกะ (ณัฐวตั ร คําภกั ด.ี 2562 : 52)

ตารางที่ 4.2 สัญลษั ณ<ตวั ดําเนินการเปรยี บเทียบในภาษาไพทอน

สญั ลักษณ ความหมาย ตวั อย9าง ผลลัพธ (a =5, b =3)
a == b False
== เทOากับ (Equal) a != b True
a<b False
!= ไมเO ทาO กับ (Not Equal) a <= b False

< นอยกวOา (Less than) a>b True
a >= b True
<= นอยกวาO หรือเทOากับ

(Less than or equal)

> มากกวาO (Greater than)

>= มากกวOาหรอื เทOากับ

(Greater than or equal)

ทมี่ า : ณฐั วตั ร คําภักด.ี (2562:52)

ตวั อยาO งที่ 4.7 การใชงานตัวดําเนนิ การเปรยี บเทียบ

1 a = 7; b = 4; c = 25; d = 4
2 v = (b != d)
3 w = (a == c)
4 x = (d <= a)
5 y = (b >= c)
6 z = (b == d < a)
7 print (“b ไมเO ทาO กบั d หรอื ไมO : ”, v)
8 print (“a เทOากับ c หรอื ไมO : ”, w)
9 print (“d นอยกวาO หรือเทOากับ a หรอื ไมO : ”, x)
10 print (“b มากกวาO หรือเทาO กบั c หรอื ไมO : ”, y)
11 print (“b เทาO กบั d และนอยกวOา a หรอื ไมO : ”, z)

3. ตัวดําเนินการกําหนดคOา (Assignment Operator) เปWนตัวดําเนินการท่ีทําหนาท่ี
กําหนดคOาขอมูล หรือขอมูลท่เี ก็บไวในตัวแปรที่อยูทO างดานขวามือใหกับตัวแปรท่ีอยูOทางดานซายมือ
มสี ัญลักษณ<ของตวั ดาํ เนินการประเภทน้ดี ังตารางท่ี 4.3 (ณฐั วตั ร คําภกั ด.ี 2562:53)

(85)

ตารางที่ 4.3 สัญลักษณต< ัวดําเนินการกาํ หนดคOา

สัญลักษณ ความหมาย ตัวอยา9 งการใช ผลลัพธ (a = 5, b =

3)

= กําหนดคาO a = b คือ นําคOาตัวแปร b มา a = 3

ใสOในตัวแปร a

+= บวกกอO นแลวกําหนดคOา a += b คือ a + b แลวนําผล a = 8

มาเก็บไวในตวั แปร a

-= ลบกอO นแลวกําหนดคOา a -= b คือ a - b แลวนําผล a = 2

มาเก็บไวในตวั แปร a

*= คณู กOอนแลวกาํ หนดคาO a *= b คือ a * b แลวนําผล a = 15

มาเก็บไวในตวั แปร a

/= หารกอO นแลวกําหนดคาO a /= b คือ a / b แลวนําผล a = 1.66666666666

มาเก็บไวในตัวแปร a

%= หารเอาเศษแลวกําหนดคาO a %= b คือ a % b แลวนํา a = 2

ผลมาเก็บไวในตวั แปร a

**= ยกกําลงั แลวกําหนดคOา a **= b คือ a ** b แลวนํา a = 125

ผลมาเกบ็ ไวในตวั แปร a

//= หารเอาสวO นแลวกาํ หนดคาO a //= b คือ a // b แลวนํา a = 1

ผลมาเกบ็ ไวในตวั แปร a

ท่ีมา : ณฐั วัตร คําภักด.ี (2562:53)

ตวั อยOางท่ี 4.8 การใชงานตัวดาํ เนินการกาํ หนดคาO

1 a = 9; b = 5; c =7; d = 12
2 a=b
3 c += b
4 d *= b
5 print (“ผลลัพธ<ของ a = b : ”,a)
6 print (“ผลลพั ธ<ของ c += b : ”,c)
7 print (“ผลลพั ธ<ของ d *= b : ”,d)

4. ตัวดําเนินการตรรกศาสตร< (Logical Operator) ตัวดําเนินการท่ีใชเปรียบเทียบ
ระหวOางตัวถูกดําเนินการ 2 ตัว เพื่อตัดสินใจวOาเปWนจรงิ (True) หรือเปWนเท็จ (False) มีตัวดาํ เนินการ
ประเภทน้ีในภาษาไพทอนใหใชงานอยูO 3 ชนิด ไดแกO and, or และ not ดังตารางท่ี 4.4 (ณัฐวัตร
คําภกั ดี. 2562:54)

(86)

ตารางที่ 4.4 ตัวดําเนนิ การตรรกศาสตร<

ตวั ดําเนินการ ความหมาย อธิบายการใชงาน ผลลัพธ (a = True, b = False)
and และ a and b False (ถาเปWน True, a และ b ตองเปWน
True ท้ังคOู)
or หรอื a or b True (คาO ใดคOาหน่ึงเปนW True)
not ไมO a not b not a = False, not b = True (ใหคOาตรง
ขาม)

ที่มา : ณฐั วตั ร คําภกั ด.ี (2562:54)

ตัวอยาO งที่ 4.9 การใชงานตัวดาํ เนนิ การตรรกศาสตร<

1 x=5
2 print (x > 3 and x < 10)
3 print (x > 3 or x < 4)
4 print (not(x>3 and x < 10))

5. ตัวดําเนินการระดับบิต (Bitwise Operator) เปWนตัวดําเนินการเปรียบเทียบขอมูลใน
ระดับบิตท่ีมีคOา 0 และ 1 โดยไมOคํานึงถึงวOาชนิดขอมูลเปWนอะไร ภาษาไพทอนจะแปลงขอมูลใหอยูO
ในรูปแบบเลขฐาน 2 คือ 0 หรอื 1 กOอน แลวจึงนาํ ไปดําเนินการหาผลลัพธ<การดําเนินการระหวOางตัว
ดําเนินการและตัวถูกดําเนินการจะใหคOาเปWนเท็จ (0) หรือจริง (1) ดังตารางที่ 4.5 (ณัฐวัตร คําภักดี.
2562:55)

ตารางท่ี 4.5 สัญลกั ษณต< วั ดาํ เนินการระดับบิตท่ีใชในภาษาไพทอน

สัญลกั ษณ ความหมาย การใชงาน ผลลัพธ (a=5,b=3)
& และ (and) a&b a = 0101, b = 0011 (a & b = 1)
| หรอื (or) a|b a = 0101, b = 0011 (a | b = 7)
^ a^b a = 0101, b = 0011 (a ^ b = 6)
~ xor a~b a = 0101, b = 0011 (~a =-6, ~b = 4)
<< คอมพลีเมนต< a << b a = 0101, b = 0011 (a << 1 = 10, b <<
เลอ่ื นบิตไปทางซาย 1 = 6)
a >> b a = 0101, b = 0011 (a >> 1 = 2, b >> 1
>> เลื่อนบติ ไปทางขวา = 1)

ที่มา : ณัฐวัตร คาํ ภกั ด.ี (2562:55)

(87)

ตัวอยาO งท่ี 4.10 การใชงานตัวดาํ เนินการระดับบติ

1 a = 5; b = 6; c = 7
2 x=a&b
3 y=b^c
4 z=b|c
5 print (“ผลลัพธ<ของ a & B คือ ”,x)
6 print (“ผลลพั ธข< อง b ^ c คอื ”,y)
7 print (“ผลลพั ธข< อง b | c คือ ”,z)

6. ตัวดําเนินการตรวจสอบสมาชิก (Membership Operator) ใชสําหรับดําเนินการ
เปรียบเทียบคนหาคOาที่กําหนดในตัวแปรท่สี นใจ เปWนสมาชกิ ในตัวแปรทจี่ ะทําการเปรียบเทียบหรือไมO
ใชกับชนิดขอมูลสตริง (String), ลิสต< (list) หรือทูเพิล (tuple) ดังตารางท่ี 4.6 (ณัฐวัตร คําภักดี.
2562:56)

ตารางท่ี 4.6 ตัวดําเนินการตรวจสอบสมาชิก (กําหนดให cars = [‘Honda’, ‘Toyota’, ‘BMW’,
‘Benz’, ‘Nissan’, ‘Mazda’] และ my_car = “Ford”)

สญั ลกั ษณ ความหมาย การใชงาน อธิบายผลลัพธ
ใหคOาเปWน False เพราะ Ford ไมOมีอยูOใน
in อยOูใน my_car in cars ลสิ ต<ของ cars

not in ไมอO ยOใู น my_car not in cars ใหคOาเปWน True เพราะ Ford ไมOมีอยูOใน
ลิสตข< อง cars

ทีม่ า : ณฐั วตั ร คําภักดี. (2562:56)

ตวั อยาO งที่ 4.11 การใชงานตวั ดาํ เนินการตรวจสอบสมาชกิ

1 names = ["Alex","Jonathan","Sophie","Marie","Tony","kate"]
2 myName = "Worapon"
3 print ("ชอ่ื ของผมอยูใO น names หรือไมO : ",myName in names)
4 print ("ชือ่ ของผมอยูOใน names หรือไมO : ",myName not in names)

7. ตัวดําเนินการเอกลัษณ< (Identity Operator) เปWนตัวดําเนินการที่นํามาใชเพื่อ
เปรียบเทียบขอมูลระหวOางตัวแปร 2 ตัว มีใหเลือกใชงานอยูO 2 ตัว คือ is และ is not เพ่ือบอกวOามี
ความเทาO กนั หรือไมOเทOากัน ดังตารางที่ 4.7 (ณฐั วัตร คาํ ภักดี. 2562:57)

(88)

ตารางที่ 4.7 ตัวดําเนนิ การเอกลักษณ<ท่ีใชในภาษาไพทอน

ตวั ดาํ เนินการ ความหมาย ตวั อย9างการใชงาน อธิบายผลลัพธ (a=5,b=3)
is เปWน, อยูO a is b ใหคาO เปWน False เพราะ a ไมOเทาO กบั b
ใหคOาเปWน True เพราะ a ไมOเทาO กบั b
is not ไมOเปนW , ไมOอยูO a is not b
ทีม่ า : ณัฐวัตร คําภักดี. (2562:57)

ตวั อยOางท่ี 4.12 การใชงานตัวดาํ เนนิ การเอกลกั ษณ<เปรียบเทียบคOาตัวแปร

1 a = 20; b = 35
2 result_1 = a is b
3 result_2 = a is not b
4 print ("ผลลัพธ<ของ a is b คอื : ", result_1)
5 print ("ผลลพั ธ<ของ a is not b คือ : ", result_2)

ลาํ ดบั ความสาํ คัญตัวดําเนินการ (Operator Precedence)

ในหนึ่งนิพจน<อาจจะมีมากกวาO หนึ่งตวั ดําเนินการ แตOละตัวดําเนนิ การมีลําดับความสําคัญใน
การทํางานกOอนหลังแตกตาO งกัน บางตัวดําเนินการมีความสําคัญในการทํางานท่ีเทOากนั เราจึงมคี วาม
จําเปWนท่ีจะตองทราบถึงลําดับการทํางานของตัวดําเนินการ เพื่อนําไปเขียนเปWนคําส่ังโปรแกรมให
ทํางานไดถูกตอง และป›องกันขอผิดพลาดจากการทํางานของโปรแกรม โดยตารางลําดับความสําคัญ
ของตัวดําเนนิ การแสดงดังตารางท่ี 4.8 (ณฐั วตั ร คาํ ภักด.ี 2562:57)

ตารางที่ 4.8 ลําดบั ความสําคัญของตัวดาํ เนนิ การ

ลําดบั ตัวดําเนินการ คําอธิบาย
1 (…) ใชเพอ่ื แบOงนิพจน<และลําดับการทาํ งาน
2 ** สญั ลักษณ<ยกกาํ ลงั
3 ~, +, - คอมพลีเมนต,< unary plus, unary minus
4 *, /, %, // การคณู , การหาร, การหารเอาเศษ, การหารเอาสวO น
5 + ,- การบวกและการลบ
6 >>, << การเลอื่ นบติ ทางขวา, การเลอื่ นบิตทางซาย
7& AND ในระดบั บติ
8 ^, | xor, or ในระดับบิต

(89)

9 <=, <, >, >= ตวั ดาํ เนินการเปรยี บเทียบ

10 ==, != เทาO กับและไมเO ทOากบั

11 =, %=, /=, //=, -=, +=, *=, **= ตัวดําเนนิ การกาํ หนดคOา

12 is, is not อยO,ู ไมอO ยูO ตัวดาํ เนินการเอกลักษณ<

13 in, not in อยูใO น, ไมอO ยูOใน ตัวดําเนนิ การความเปนW สมาชิก

14 not, or, and ตวั ดาํ เนินการตรรกศาสตร<

ทม่ี า : ณัฐวัตร คาํ ภักด.ี (2562:57)

สรุป

ตัวแปร หมายถึง ช่ือหรือเครื่องหมายท่ีถูกกําหนดข้ึนเพื่อใชเก็บคOาในหนOวยความจํา
สําหรับนําไปใชงานในโปรแกรม ซึ่งอาจจะถูกใชจากการรับขอมูล เก็บคOาคงท่ี ขอความ หรือผลลัพธ<
การทาํ งาน ในการกาํ หนดชอ่ื ตวั แปรตองเปWนชอ่ื ท่ไี มตO รงกับคําสงวน

ขอมูล หมายถึง ขอมูลหรือขอเท็จจริงที่อาจจะไดมาจากการสังเกต หรือไดมาจากการลง
มือปฏิบัติ โดยขอมูลนั้นอาจจะอยOูในรูปของ ขอความ ตัวเลข ภาพ เสียง วิดีโอ ส่ิงของ ฯลฯ
ซึง่ อยใOู นรปู แบบทเ่ี หมาะสมตOอการส่ือสาร

ตัวดําเนินการ มีหนาท่ี การใชประโยคคําส่ังสOงคOาจะมีดานซายเปWนนิพจน< ซ่ึงอาจอยูOใน
รูปแบบสมการที่ประกอบดวยตัวดําเนินการ (Operator) และโอเปอแรน (Operand) เชOน ตัว
ดําเนินการคOาบวกใชสัญลักษณ< + ตัวดําเนินการคOาลบใชสัญลักษณ< – เปWนตน โดยตัวดําเนินการใน
ภาษาไพทอนนั้นแบOงเปWน 7 ตัว คือ ตัวดําเนินการทางคณิตศาสตร< ตัวดําเนินการเปรียบเทียบ ตัว
ดําเนินการกําหนดคOา ตัวดําเนินการตรรกศาสตร< ตัวดําเนินการระดับบิต ตัวดําเนินการตรวจสอบ
สมาชิก และตัวดําเนินการเอกลักษณ< ซึ่งเม่ือตัวแปรหรือฟˆงก<ช่ันหรือนิพจน<ตOางๆ เม่ือทํากา
ประมวลผลเสร็จก็จะไดคาO ผลลัพธ<สงO กลบั มาให

(90)

คําถามประจาํ บท

1. จงอธิบายความหมายของตัวแปรและขอมูล
2. จงอธิบายการตั้งชือ่ และการใชงานตัวแปรเปนW อยาO งไร
3. จงอธิบายชนดิ ของขอมูลตัวเลขและแบOงออกเปนW กีช่ นดิ อะไรบาง
4. จงอธบิ ายตัวดาํ เนินการคืออะไร และแบงO ออกเปนW กปี่ ระเภท

(91)

เอกสารอางอิง

ผศ.ดร.ศศลักษณ< ทองขาว และคณะ. (2556). คอมพิวเตอรและเทคโนโลยสี ารสนเทศสมยั ใหม9.
กรุงเทพฯ : แมคกรอ-ฮลิ .

ผศ.ดร.สุชาติ คุมมะณี. (2561). เช่ียวชาญการเขียนโปรแกรมดวยภาไพธอน (Programming
expert with Python.

สริยา พฒุ ดวง. (2562). ภาษา Python เบ้อื งตน. [On-line]. Available :
https://nickzaahhaahha.github.io/mycool/python.html

บญั ชา ปะสลี ะเตสงั . (2562). การเขียนโปรแกรมดวย Python สําหรับผูเร่มิ ตน.
กรุงเทพฯ : ซีเอด็ ยูเคชั่น.

ประยงค< อูOประสทิ ธ์ิวงศ<. (2562). พ้ืนฐานการเขียนโปรแกรมดวยภาษา Python.
กรุงเทพฯ : ส.เอเซียเพรส (1998).

ณฐั วัตร คาํ ภักดี. (2562). คู9มือเขียนโปรแกรมภาษา Python ฉบับปรบั ปรุง. กรุงเทพฯ : โปรวิช่นั .
อนิ ทศั น< ศรีนิบูลย<. (2558). ความหมายของขอมลู . [ออน-ไลน<]. แหลงO ท่มี า:

http://oknation.nationtv.tv/blog/Inthat/2015/01/13/entry-1
อรพนิ ประวัตบิ รสิ ุทธ์ิ. (2556). คมู9 ือเขียนโปรแกรมดวย ภาษา C ฉบบั สมบรู ณ.

กรุงเทพฯ : โปรวิชน่ั .
Toom Tam. (2019). Python บทท่ี 3 ตัวแปรและชนดิ ขอมูล. [On-line]. Available :

http://medium.com/@toomtamdn/python-บทท่ี-3-ตัวแปรและชนดิ ขอมลู -
784f47599a5a

(92)

ใบงานท่ี 2
ตัวแปร ขอมูลและตัวดําเนินการ

วัตถปุ ระสงค
เพื่อใหนักศึกษาเขาใจองคป< ระกอบพน้ื ฐานของการเขียนโปรแกรมดวยภาษาไพทอน

ไดแกO การประกาศตวั แปร ชนดิ ของขอมูล การใชตัวดาํ เนินการ และลําดบั การทาํ งานของตัว
ดําเนนิ การ

เครื่องมือ
1. คอมพิวเตอร< 1 เครอ่ื ง
2. โปรแกรม Python 3.7.7 amd64
3. โปแกรม Pycharm Community Edition

คําส่ัง
ใหนักศึกษาทําการทดลอง การบอกประเภทของขอมูล การใชตัวดําเนินการทาง

คณิตศาสตร< การใชตัวดําเนินการเปรียบเทียบ การใชตัวดําเนินการกําหนดคOา การใชตัวดําเนินการ
ทางตรรกศาสตร< ตามหวั ขอทก่ี ําหนดไว ไดแกO

1. การบอกประเภทของขอมูล
2. การใชตัวดาํ เนนิ การทางคณติ ศาสตร<
3. การใชตัวดาํ เนินการเปรยี บเทียบ
4. การใชตวั ดาํ เนินการกําหนดคาO
5. การใชตวั ดําเนนิ การตรรกศาสตร<

(93)

1. การบอกประเภทของขอมูล

ขน้ั ตอนที่ 1 ใหนกั ศึกษาเขยี นโปรแกรมดังโคดทางดานลาO งนแี้ ลวบนั ทึกผลการทดลองลงใน
ตารางท่ี 1

1 money = 3454; academy = "Industrial Technology";
2 num_s = "45645.4564"; flo_num=4564.456
3 print (type(money))
4 print (type(academy))
5 print (type(num_s))
6 print (type(flo_num))

โดยกําหนดให money = 3454
academy = "Industrial Technology"
num_s = "45645.4564"
flo_num=4564.456

และทําการ Run (Shift + F10)

ตารางที่ 1 บันทกึ ผลการทดลอง

ชือ่ ตัวแปร ชนดิ ของขอมูล
money
academy
num_s
flo_num

ขัน้ ตอนที่ 2 วิเคาะห<ผล และสรุปผล

……………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

(94)

2. การใชตัวดําเนินการทางคณิตศาสตร

ขั้นตอนท่ี 1 ใหนักศึกษาเขียนโปรแกรมดังโคดดานลาO งนี้และบนั ทึกผลลงในตารางที่ 2

1 a = 5; b = 6;
2 x1 = a + b
3 x2 = a - b
4 x3 = a * b
5 x4 = a / b
6 x5 = a % b
7 x6 = a ** b
8 x7 = a // b
9 print ("ผลลัพธข< อง a + b = ", x1)
10 print ("ผลลพั ธข< อง a - b = ", x2)
11 print ("ผลลัพธข< อง a * b = ", x3)
12 print ("ผลลพั ธ<ของ a / b = ", x4)
13 print ("ผลลัพธ<ของ a % b = ", x5)
14 print ("ผลลัพธ<ของ a ** b = ", x6)
15 print ("ผลลัพธข< อง a // b = ", x7)

ขน้ั ตอนที่ 2 Run (Shift + F10) ผลลัพธจากการประมวลผล (Xn)

ตารางที่ 2 บนั ทึกผลการทดลอง

คําสั่ง คํานวณมือ (Xn)
a+b
a-b
a*b
a/b
a%b
a ** b
a // b

(95)

ข้นั ตอนที่ 3 วเิ คราะหผ< ล และสรปุ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. การใชตัวดําเนินการเปรียบเทียบ

ข้ันตอนท่ี 1 ใหนกั ศึกษาเขยี นโปรแกรมตOอไปน้แี ละบันทึกผลการทดลองในตารางท่ี 3

1 a = 55; b = 20; c = 15; d = 3
2 total_1 = (a == c)
3 total_2 = (b != d)
4 total_3 = (d < b)
5 total_4 = (c <= d)
6 total_5 = (b > a); total_6 = (d >= c)
7 print ("a มคี OาเทาO กบั c ใชOหรือไมO : ",total_1)
8 print ("b มีคOาไมOเทOากบั d ใชOหรอื ไมO : ",total_2)
9 print ("d มีคาO นอยกวาO b ใชOหรอื ไมO : ",total_3)
10 print ("c มีคOานอยกวาO หรอื เทOากบั d ใชOหรือไมO : ",total_4)
11 print ("b มีคาO มากกวาO a ใชOหรือไมO : ",total_5)
12 print ("d มีคาO มากกวาO หรือเทOากับ c ใชOหรือไมO : ",total_6)

ข้ันตอนท่ี 2 Run (Shift + F10) ผลลัพธจากการประมวลผล
ตารางท่ี 3 บันทึกผลการทดลอง (total_n)

คําส่งั คํานวณมือ (total_n)

a == c
b != d
d<b
c <= d
b>a
d >= c

(96)

ข้ันตอนที่ 3 วเิ คราะห<ผล และสรปุ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. การใชตวั ดําเนินการกาํ หนดค9า

ข้นั ตอนท่ี 1 ใหนกั ศึกษาเขียนโปรแกรมตอO ไปนี้และบนั ทึกผลการทดลองในตารางที่ 4
1 a=6; b=3; c=2; d=4;
2 e=3; f=7; g=2; h=3; i=5
3 a=b
4 c += b
5 d -= b
6 e *= b
7 f /= b
8 g %= b
9 h **= b
10 i //= b
11 print ("ผลลัพธ< a = b คือ ",a)
12 print ("ผลลพั ธ< c += b คือ ",c)
13 print ("ผลลพั ธ< d -= b คือ ",d)
14 print ("ผลลัพธ< e *= b คอื ",e)
15 print ("ผลลัพธ< f /= b คือ ",f)
16 print ("ผลลพั ธ< g %= b คือ ",g)
17 print ("ผลลพั ธ< h **= b คือ ",h)
18 print ("ผลลัพธ< i //= b คือ ",i)

ขั้นตอนท่ี 2 Run (Shift + F10)

(97)

ตารางท่ี 4 บนั ทกึ ผลการทดลอง

คําสงั่ คํานวณมือ ผลลัพธจากการประมวลผล
a= .
a=b a= . c= .
d= .
c += b c = . e= .
f= .
d -= b d = . g= .
h= .
e *= b e = . I= .

f /= b f = .

g %= b g= .

h **= b h= .

i //= b I = .

ขัน้ ตอนที่ 3 วิเคราะหผ< ล และสรปุ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. การใชตัวดําเนินการตรรกศาสตร

ข้นั ตอนที่ 1 ใหนักศกึ ษาเขียนโปรแกรมตOอไปน้แี ละบันทึกผลการทดลองในตารางท่ี 5

1 a=6; b=3; c=2; d=4;
2 result_1 = a == b and c == d
3 result_2 = a > b and c > d
4 result_3 = a > b or c > d
5 result_4 = not(a > b or c > d )
6 print ("ผลลัพธข< อง a == b and c == d คือ ",result_1)
7 print ("ผลลัพธข< อง a > b and c > d คือ ",result_2)
8 print ("ผลลพั ธข< อง a > b or c > d คอื ",result_3)
9 print ("ผลลพั ธ<ของ not (a > b or c > d ) คอื ",result_4)

ขนั้ ตอนท่ี 2 ขน้ั ตอนที่ 2 Run (Shift + F10)

(98)

ตารางท่ี 5 บนั ทกึ ผลการทดลอง ผลลัพธจากการประมวลผล

คําสงั่ นิพจน
and a == b and c == d
and a > b and c > d
or a > b or c > d
not not (a > b or c > d )

ขนั้ ตอนที่ 3 วิเคราะห<ผล และสรุปผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version