ก บทคัดยอ นวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา นวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy- ู English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา มีวัตถุประสงคคือ 1) เพื่อพัฒนาครู ใหมีความสามารถในการใชเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนการสอน 2) เพื่อพัฒนาครูใหมีความสามารถใน การสอนแบบ Active learning ที่ใชในการจัดการเรียนการสอน 3) เพื่อพัฒนาครูใหมีความสามารถในการ จัดการเรียนการสอนโดยบูรณาการภาษาอังกฤษ(EIS) 4) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให สูงขึ้น และ 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการจัดการเรียนการสอนของครูกลุมเปาหมายคือ ครูโรงเรยีนสุนทร ภูพิทยา จำนวน 43 คน การดำเนินการประกอบดวย 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 ครูและบุคลากรรวมพัฒนา ตนเองในกิจกรรม PLC ระดับโรงเรียน ขั้นตอนที่ 2 ครูนำความรูและประสบการณที่ไดไปสรางสื่อนวัตกรรม และออกแบบบทเรียน นำไปใชในหองเรียน และรวมกิจกรรม PLC ในระดับกลุมสาระการเรียนรูเพื่อพัฒนา นวัตกรรม และนำมาขยายผลในกลุม PLC ระดับโรงเรียน เครื่องมือที่ใชประกอบดวย 1) หองเรียน Google Classroom 2) แบบบันทึกการสงแผนการจัดการเรียนรู 3) แบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4) แบบบันทึกการเขารวมกิจกรรม PLC 5) แบบประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรม 6) แบบประเมิน ประสิทธิผลของนวัตกรรม 7) แบบสอบถามระดับความพึงพอใจตอการจัดการเรียนการสอนของครู ผลการสรางนวัตกรรม พบวา 1) ครูผูสอนจำนวน 43 คน เขาเรียน ในหองเรียน “PPET” เรียนรูใน แตละบทเรียนดวยตัวเอง รอยละ 100 โดยครูแตละคนใชเวลาในการเรียนรูแตกตางกันไป การสงงานใน หองเรียนที่เกินรอยละ 80 ของบทเรียน จำนวน 37 คน คิดเปนรอยละ 86.05 และไดรับใบประกาศนียบตัร ในการผานการอบรมแลวทั้งสิ้น 33 คน 2) ครูจำนวน 43 คน สงแผนการจัดการเรียนรูรูแบบ Active learning โดยบูรณาการภาษาอังกฤษ คิดเปนรอยละ 100 3) ครูทุกคนเขารวมกิจกรรม PLC ระดับโรงเรียน และระดับกลุมสาระการเรียนรูคิดเปนรอยละ 80 ของเวลากิจกรรม 4) ครูสงรายงานวิจัย PLC คิดเปนรอย ละ 100 5) นักเรียนมีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O NET ) ในป 2565 สูงขึ้น เมื่อเทียบกับปที่ ผาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 มีคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปที่ผานมารอยละ 7.65 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 มี คาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปที่ผานมารอยละ 4.50 6) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปการศึกษา 2565 คาเฉลี่ยทั้งโรงเรียน คือ 2.95 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปการศึกษา 2564 เทากับ 0.37 คิดเปนรอยละ 14.34 7) นักเรียนมีระดับความพึง พอใจตอการจัดการเรียนการสอนของครูระดับดีมาก (̄ = . , . . = . )
ข สารบัญ เรื่อง หนา บทคัดยอ ก สารบัญ ข สารบัญภาพ ค สารบัญตาราง ง ชื่อนวัตกรรม 1 ชื่อผูสราง 1 แนวทางการคิดคนนวัตกรรม 1 ประเภทของนวัตกรรม 1 ความเปนมาและความสำคัญของปญหา 1 วัตถุประสงค 3 เปาหมาย 3 หลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่ใช 3 การออกแบบนวัตกรรม 14 วิธีดำเนินการ 15 ตารางการดำเนินการ 15 การประเมินคุณภาพนวัตกรรม 17 ผลการสรางนวัตกรรม 26 บรรณานุกรม 32 ภาคผนวก 33 ภาคผนวก ก รายชื่อผูทรงคุณวุฒิ 34 ภาคผนวก ข ผลการประเมิน IOC (Index of Item Objective Congruence) ของนวัตกรรม 35 ภาคผนวก ค ผลการประเมิน IOC (Index of Item Objective Congruence) สำหรับการสรางแบบ ประเมินนวัตกรรม 36 ภาคผนวก ง ผลการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ(O NET ) ในป 2565 38 ภาคผนวก จ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปการศึกษา 2565 39 ภาคผนวก ช รายชื่อวิจัยและรายชื่อครูที่ไดรับคัดเลือกเผยแพรงานวิจัยของสำนักงานเลขาธิการสภา การศกึษา 40 ภาคผนวก ซ ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนรขูองครทูี่เนนผูเรียนเปนสำคัญดวยกระบวนการสอนแบบ 6 Tips 41 ภาคผนวก ฌ การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET 42
ค สารบัญภาพ ภาพที่ หนา ภาพที่ 1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปการศึกษา 2562-2564 2 ภาพที่ 2 ผลการทดสอบระดับชาติ O NET ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ปการศึกษา 2562-2564 2 ภาพที่ 3 ความหมายของ PLC 7 ภาพที่ 4 แอปพลิเคชัน Kahoot 10 ภาพที่ 5 แอปพลิเคชัน Google Classroom 11 ภาพที่ 6 แอปพลิเคชัน quizizz 11 ภาพที่ 7 กรอบแนวคิดในการดำเนนิงาน นวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัล ผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 14 ภาพที่ 8 นวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 15 ภาพที่ 9 รางวัลระดับเหรียญทอง โรงเรียนยอดเยี่ยมดานการบริหารจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี การแขงขันทักษะวิชาการ กลุมผูนำโรงเรียน 46 ICT โรงเรยีนในฝนและเครือขาย 27 ภาพที่ 10 รางวัลระดับเพชรสถานศึกษาสีขาวและปลอดยาเสพติด 27 ภาพที่ 11 รางวัลคุณภาพแหงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ SCQA 28 ภาพที่ 12 ตัวอยางหองเรียน Google Classroom ของครูโรงเรียนสุนทรภูพิทยาที่มีมากกวา 50 หองเรียน 29 ภาพที่ 13 ตัวอยางหนาเว็บไซตของครโูรงเรียนสุนทรภูพิทยาที่มีการปฎิบัติงาน online 30 ภาพที่ 14 การจัดการเรียนรูของครูในหองเรียน 30 ภาพที่ 15 ภาพกิจกรรมการขยายผลตอคณะศึกษาดูงาน 31
ง สารบัญตาราง ตารางที่ หนา ตารางที่ 1 วิธีการดำเนินการ 16 ตารางที่2 ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานความเหมาะสมนวัตกรรม การสงเสรมิครู จัดการเรยีนรดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สู ู ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา 19 ตารางที่ 3 ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานประสิทธิผลดานประโยชนและความ เปนไปไดของนวัตกรรมการสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา 22 ตารางที่ 4 ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความเหมาะสมและความถูกตอง ของนวัตกรรมการสงเสรมิครูจัดการเรยีนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา 24
1 แบบรายงานการพัฒนานวัตกรรม เพื่อเขารับการคดัเลือกเปนสถานศึกษากลุมเปาหมาย โครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษา ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2566 1. ชื่อนวัตกรรม การสงเสรมิครจัดการเรียนรู ู ดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-EnglishTechnology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา 2. ชื่อผูสราง ชื่อ นายศิริชัย นามสกุล หอมดวงศรี ตำแหนง ผูอำนวยการโรงเรียนสุนทรภูพิทยา ชื่อ นางนัจรินทร นามสกุล โอสถประสิทธิ์ ตำแหนง รองผูอำนวยการโรงเรียนสุนทรภูพิทยา ชื่อ นายกิติศักดิ์ นามสกุล ดีพื้น ตำแหนง ครู โรงเรียนสุนทรภูพิทยา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เบอรโทร 061-7949791 E-mail address : [email protected] สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง 3. แนวทางการคิดคนนวัตกรรม การสรางนวัตกรรมใหม 4. ประเภทของนวัตกรรม การบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู การนิเทศ ติดตามและประเมินผลภายใน 5. ความเปนมาและความสำคญัของปญหา โรงเรียนสุนทรภูพิทยาเปนโรงเรียนขนาดใหญ ประจำตำบลกร่ำ อำเภอแกลง ซึ่งเปนโรงเรียนตนแบบ ที่จัดการเรยีนการสอนแบบบูรณาการภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนรูโดยครูไทย (EIS) เพื่อกระจายโอกาสให ผูเรียนไดรับการจัดการศึกษาที่มีคณุภาพ ทั่วถึง เทาเทียม พรอมทั้งแกปญหา การจางครูตางชาติที่ขาดคุณภาพ ในการสอนซึ่งรูปแบบEIS สามารถแกปญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งต่ำมากใหสูงขึ้น โดยใชเวลาสอง ป(สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ)ผูเรียนและครูไทยกลาสื่อสารดวยภาษาอังกฤษมีทักษะการใช เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนไดอยางดีจนสามารถทำใหทั้งครูผูสอนและผูเรียนเขาถึงความรูที่หลากหลาย สามารถเชื่อมโยงเครือขายไดทั้งในและตางประเทศ เขาถึงความเปนสากล จนสามารถแกปญหาการจางครู ตางชาติและกระจายโอกาสทางการไดอยางเทาเทียมซึ่งสอดคลองกับแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรี มหาเธย ในการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตรและคณิตศาสตรดวยภาษาอังกฤษ(ETeMS) ประเทศมาเลเซีย(Choong, 2011) ทำใหเกิดการขยายเครือขายรูปแบบEIS เพื่อการยกระดับคุณภาพทั้งการ จัดการศึกษาและผูศึกษาไปอยางแพรหลายทั้งในประเทศและตางประเทศ(สุรพงศ งามสม,2549) ซึ่งผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของโรงเรียนเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องตั้งแตป 2547 แตในชวงปการศึกษา 2562 ถึงปการศึกษา 2564 พบวาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในภาพรวมของโรงเรียนมีแนวโนมลดลงอยางตอเนื่องเชนกัน และผลการ ทดสอบระดับชาติ O NET ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ปการศึกษา 2562-2564 ในรายวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร ภาษาอังกฤษ ลดลงตอเนื่องเชนกัน ยกเวนรายวิชาวิทยาศาสตรเพิ่มขึ้นในปการศึกษา 2564 เพียง 1.78 คะแนนเทานั้น ปรากฏในภาพท่ี1 และ 2 ตามลำดับ
2 ภาพที่ 1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปการศกึษา 2562-2564 ภาพที่ 2 ผลการทดสอบระดับชาติ O NET ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ปการศึกษา 2562-2564 จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีนในภาพรวมของโรงเรียนมีแนวโนมลดลงอยางตอเนื่องและผลการทดสอบ ระดับชาติ O NET ชั้นมัธยมศึกษาปที่3 ปการศึกษา 2562-2564 ผูบริหารจึงเล็งเห็นความสำคัญจึงไดม ีการทำ การวิเคราะห SWOT โดยการมีสวนรวมของครูและบุคลากรทกุคนของโรงเรียนสุนทรภูพิทยา พบวา โรงเรียนมีจุดแข็ง ครูมีความรคูวามสามารถและเปนผูนำดานวชิาการโรงเรียนมีความพรอมดานการใชสื่อเทคโนโลยีและอุปกรณการเรียนการสอน โรงเรียนมีกระบวนการบริหารจัดการสูโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนมีจุดออน ประกอบดวย โรงเรียนไมสามารถคัดเลือกนักเรียนไดตามความสามารถ ความถนัดและ สนใจอยางแทจริง นักเรียนขาดระเบียบวินัย คุณธรรมจริยธรรม และจิตสาธารณะ ครูขาดการพัฒนาตนเองสู การเปนครูมืออาชีพอยางเนื่อง ซึ่งจากการวิเคราะห SWOT จุดแข็งและจุดออน โรงเรียนจึงมีแนวทางที่จะ พัฒนาครูใหสามารถจัดการเรียนรไูดอยางมีประสิทธิภาพเพื่อท่จีะยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ใหสูงขึ้น
3 ดังนั้นการพัฒนาครูใหมีสมรรถนะในการจัดการเรียนรูโลกแหงการเปลี่ยนแปลง สงผลตอการพัฒนา ผูเรียนใหมีความสามารถดานทักษะการคิด การใชภาษาอังกฤษสื่อสาร และการใช ICT อันเปนผลลัพธสำคัญ ตอการดำเนินการของโครงการรูปแบบ EIS ในการขับเคลื่อนนโยบายสูการปฏิบัติ อันเปนหัวใจสำคัญของการ จัดการศึกษาซึ่งเปนแนวทางของโรงเรียนสุนทรภูพิทยา จากปญหาที่พบโรงเรียนจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาครู ทั้งหมด 3 ดานคือ ดานวิธีการสอน(Pedagogy) ดานการใชภาษาอังกฤษ(EIS) และดานการใชเทคโนโลยี (Technology) ภายใตนวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา 6. วัตถุประสงค 1. เพื่อพัฒนาครูใหมีความสามารถในการใชเทคโนโลยีดจิิทัลในการจัดการเรียนการสอน 2. เพื่อพัฒนาครูใหมีความสามารถในการสอนแบบ Active learning ที่ใชในการจัดการเรียนการสอน 3. เพื่อพัฒนาครูใหมีความสามารถในการจัดการเรยีนการสอนโดยบูรณาการภาษาอังกฤษ(EIS) 4. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนใหสูงขึ้น 5. เพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการจัดการเรียนการสอนของครู 7. เปาหมาย 7.1 เชิงปริมาณ 1) ครูรอยละ 80 พัฒนาตนเองและสงงานในหองเรยีน PPET 2) ครูรอยละ 90 สงแผนการจัดการเรียนรูแบบ Active learning โดยบูรณาการภาษาอังกฤษ 3) ครูรอยละ 90 สงวิจัยในชั้นเรียนในรูปแบบ PLC 4) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปการศึกษา 2565 สูงขึ้นรอยละ 5 5) นักเรียนมีระดับความพึงพอใจตอการจัดการเรยีนการสอนของครูระดับดีขึ้นไป 7.2 เชิงคุณภาพ 1) ครูผูสอนทุกคนมีความรูและ ประสบการณในดานการออกแบบบทเรียน มีเทคนิคการ สอน ใชสื่อและเทคโนโลยี และใชภาษาอังกฤษ บูรณาการในบทเรียน 2) ครูผูสอนทุกคนรวมกิจกรรม PLC ในระดับกลุมโรงเรยีนและกลุมสาระการเรยีนรูสามารถ สรางนวัตกรรมและวิจัยในชั้นเรียน 3) นักเรียนเกิดการเรียนรูโดยบูรณาการภาษาอังกฤษและสามารถใชเทคโนโลยีไดอยางมี ประสิทธิภาพ 8. หลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่ใช ในการออกแบบนวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรยีน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา ไดออกแบบจาก แนวคิดในความตองการพัฒนาทั้งครแูละนักเรียนทั้งระบบ โดยไดศึกษาหลักการและแนวคิดในดานตางๆ ดังตอไปนี้ 1.แนวคิดดานการใชเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู 2.แนวคิดดานเทคนิควิธีการสอนรูปแบบ EIS 3.แนวคิดดานกระบวนการ PLC 4.แนวคิดดานแอปพลเิคชันสำหรับการเรียนการสอน
4 5.แนวคิดดานการจัดการเรียนดวยกระบวนการเชิงรุก (Active Learning) โดยมีรายละเอียดการศึกษาดังนี้ 1.แนวคิดดานการใชเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู ปจจุบันเทคโนโลยีตางๆไดเขามามีบทบาทในการดำรงชีวิตและการทำงานของทุกคน ในบริบทของสถานศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล ไดเขามามบีทบาทตอครูผูสอนในการจัดการเรียนรูใหแกผูเรียนเปน อยางยิ่ง โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเปนชวงเวลาที่เทคโนโลยีสาระสนเทศ การสื่อสารมีการเปลี่ยนแปลง อยางรวดเร็ว จึงสงผลใหผูสอนตองมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอน เพื่อใหทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ประกอบกับผูเรียนในศตวรรษที่ ใหม จะตองมีทักษะทางดานเทคโนโลยี ที่ใชในการสงเสริมสนับสนุนการ เรียนรู และการดำรงชีวิตของตนเองเปนอยางดี ดังนั้นในการจัดการเรียนรูใหแกผูเรียนผูสอนจะตองเปนเปนผู ที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีมาใชประกอบการเรียนการสอนใหแกผูเรียน และการที่ผูสอน จะสอน ไดอยางมีประสิทธิภาพนั้น ผูสอนตองเปนผูที่มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี และสามารถเปนผูสราง เทคโนโลยีหรือนำเทคโนโลยีมาใชในการจัดการเรียนรู เพื่อใชเปนสื่อประกอบการสอนเปนอยางดี (กลัญู เพชราภรณ, 2018) Digital literacy หมายถึง ทักษะความเขาใจและใชเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy หมายถึง ทักษะในการนำเคร่อืงมือ อุปกรณและเทคโนโลยีดิจิทัลท่มีอียูในปจจุบัน อาทิคอมพิวเตอรโทรศัพท แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร และสื่อออนไลน มาใชใหเกิดประโยชนสูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทำงานรวมกัน หรือใชเพื่อพัฒนากระบวนการทำงาน หรือระบบงานในองคกรใหมีความทันสมัยและมี ประสิทธิภาพ ทักษะดังกลาวครอบคลุมความสามารถ 4 มิติ คือ การใช (Use) เขาใจ (Understand) การ สราง (create) การเขาถึง (Access) เทคโนโลยีดิจิทัล ไดอยางมีประสิทธิภาพ (สำนักงาน ก.พ.,2563 ) สำหรับการนำสื่อดิจิทัลมาใชเปนเครื่องมือในการเรียนการสอนและงานวิชาการ แนวคิดนี้ อธิบายวา สังคมปจจุบันมีการนำสื่อดิจิทัลมาใชในการสรางเครือขายการสรางประวัติการเผยแพรงานวิจัยและ การสอน เชน การนำมาใชในหองเรียนเพื่อมอบหมายงานนักศึกษาและการใชสื่อของนักศึกษาเพื่อรวบรวม และนำเสนอขอมูลสำหรับตัวอยางของสื่อดิจิทัลที่นักสังคมวิทยาสามารถนำมาใชในการเผยแพรผลงานทาง วิชาการ/วิจัยคนหาผลงานทางวิชาการ/วิจัยสรางเครือขายและเพื่อการเรียนการสอน เชน Google Classroom ซึ่ง Janzen (2014) อธิบายวาGoogle Classroom จัดเปนเคร่อืงมือที่Google นำมาใหบริการ/ อำนวยความสะดวกแกสถาบันการศึกษาตางๆ เกี่ยวกับการจัดระบบการเรียนการสอน (Google Apps for Education) ทำใหเกิดปฏิสัมพันธกันระหวางผูสอนและผูเรียนทางระบบออนไลน ซึ่งมีความสะดวกสามารถมี ปฏิสัมพันธผานสมารทโฟนไดผูสอนสามารถสรางหองเรียนออนไลน เพื่อใหผูเรียนไดเขามาอานประกาศ การ มอบหมายงานและการสงงานผานระบบหรือกลาวไดวาเปนในลักษณะ “Paperless Classroom” นอกจากนี้ ยังสามารถใชในการอภิปรายรวมกันในหัวขอตางๆ การติดตอสื่อสารระหวางผูสอนและผูเรียน รวมถึงการทำ แบบทดสอบ นอกจากนี้จากการศึกษางานวิจัย ของธัญธัช วิภัติภูมิประเทศ (2560) ไดมีการนำสื่อดิจิทัล ประเภท Infographic มาใช ในการเรียนการสอน โดยใหนักศึกษาคนควาขอมูลจากสื่อตางๆ เพื่อนำมาผลิต เปนสื่อ Infographic ผลการวิจัยพบวา กลุมที่เรียนรูจากการผลิตสื่อ Infographic มีคาเฉลี่ยผล สัมฤทธิ์ ทางการเรียนสูงกวากลุมที่เรียนรูแบบปกติอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และกลุมที่เรียนรูจากการ ผลิตสื่อ Infographic มีคาเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวา เกณฑรอยละ 75 อยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ ปยธิดา สมบูรณธนากร, วิชญวัชญ เชาวนีรนาท และสุภาพ กัญญา คำ (2559) พบวา นักเรียนที่เรียนผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน มีผลสัมฤทธิ์ ทางการ
5 เรียนสูงกวานักเรียนที่เรียนแบบปกติในชั้นเรียน เชนเดียวกับงานวิจัยของ Jena (2014)ซึ่งพบวา นักศึกษานำ สมารทโฟนมาใชเปนเครื่องมือในการชวยเรียน เชน การคนควา ขอมูลเพื่อใหเกิดความเขาใจในเรื่องที่เรียน มากขึ้น กลาวโดยสรุป จากงานวิจัยเหลานี้ ทำใหเห็นไดวาปจจุบันมีแนวโนมการนำสื่อดิจิทัลมาใชเปน เครื่องมือในการเรียนการสอน ซึ่งมีสวนชวยทำใหผูเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น (ธัญธัช วิภัติภูมิ ประเทศ,2560) การเรียนรูในยุคดิจิทัล การศึกษาในยุคดิจิทัล หลายประเทศทั่วโลกกําลัง กาวขามรูปแบบ การเรียนการสอนแบบเดิม ๆ ที่ใชครผู ูสอน เปนศนูยกลางมาเปนการเรยีนรูในรูปแบบใหมที่ใช เทคโนโลยีเปน ฐาน การจัดการเรียนรใูนยุคนี้ถือวาเปนยุค ของ “โลกคือหองเรียน” ซึ่งกําลังจะแปรสภาพจากอดีตที่ หองเรียน เปนเพียงแคหองสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีครูผูสอนทําหนาที่เปนผูถายทอดวิชาความรูใหกับผูเรียนเพียงอยาง เดียว ผูเรียนก็มีหนาที่รับความรูจากผูสอน ซึ่งแตกตางจาก ปจจุบันที่เริ่มมีการนําสื่อเทคโนโลยีเขามามีสวนรวมใน การ ถายทอดความรูจากผูสอนไปสูผูเรียน สงผลใหผูเรียนเกิด ความเขาใจ สนใจใฝเรียนรู สนุกสนาน กระตือรือรนในการเรียนรมูากขึ้น ทักษะความเขาใจและใชเทคโนโลยีดจิิทัล (พงษพัชรนิทรพุธวัฒนะ, 2564) 2. แนวคิดเกี่ยวกับการสอนรูปแบบ EIS การจัดการเรียนรูรูปแบบ EIS ( English for Integrated studies) โรงเรยีนสุนทรภูพิทยา เริ่มในป พ.ศ 2547 โดยนายสุรพงศ งามสม (สุรพงศ งามสม,2549) เปนผูริเริ่ม และทดลองสอนในนักเรียน ม 2 เปนหองแรก การจัดการเรียนรูเพื่อแกปญหาหลัก 2 ขอใหญๆ คือ 1 นักเรียนมีปญหาในดานการคิด วิเคราะห 2 นักเรียนมีผลสำฤทธิ์ในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษต่ำมาก ไมสามารถส่อืสารภาษาอังกฤษไดทั้งท่ี เรียนภาษาอังกฤษตลอดเวลา หลักการในการจัดการเรียนรูคือ ปรับการเรยีน เปลี่ยนการสอน ซึ่งได ดำเนินการดังนี้ 1. ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน โดยใชภาษาอังกฤษบูรณาการใน 4 รายวิชา คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร วิทยาศาสตร และคอมพิวเตอร เพื่อใหนักเรียนไดมีโอกาสใชภาษาอังกฤษใน หองเรียนมากขึ้นโดยครูตองใช classroom English ในหองเรียน ใชสื่อ และหนังสือเรียนเปนภาษาอังกฤษ นักเรียนจะคุนชินกับการใชภาษา โดยการออกแบบการเรียนรูโดยใชภาษาอังกฤษบูรณาการ ครูจะยึดหลัก SSF (S=simple,S=short,F=familiar) เพื่อใหนักเรียนสามารถเชาใจบทเรียนไดโดยงาย และเกิดความเชื่อวา นักเรียนสามารถใชภาษาอังกฤษในการเรียนได นอกจากนี้ การวัดผลโดยใชขอสอบเปนภาษาอังกฤษ ตาม ระดับของนักเรียน เนื่องจากเปนวิชาที่ครูไมตองพูดตลอดเวลา และออกแบบการสอนเปน Active learning ไมสอนแบบ Passive No talk and cholk นอกจากนี้ยังใชสื่อ ดิจิทัล ประกอบการสอน ปจจัยความสำเร็จใน การจัดการเรียนรูในรูปแบบ EIS ประกอบดวย การใชภาษาอังกฤษบูรณาการ โดยยึดหลักความคนุชินในการใช กลาวคือ ภาษาอังกฤษจะเปนสะพานในการใหครูสามารถศึกษาคนควา และเรียนรูในโลกที่กวางขึ้น สามารถ หาสื่อ และแหลงเรียนรูมาประกอบ ในการสอน ไมพียงแตเฉพาะในประเทศไทยการนำสื่อหรือขอมูลความรูที่ งายสั้น ทำใหนักเรียนเรียนรูไดเขาใจไดงาย และรูสึกไมเบื่อหนายในการเรียน 2. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู ใช 6 Tips model โดยมีแนวคิดมาจากการสอน วิทยาศาสตร คณิตศาสตร และภาษาอังกฤษ ของประเทศสิงคโปร และจากการพัฒนากระบวนการเรียนการ สอนรูปแบบ Lesson Studies Approach ของประเทศญี่ปุน การสอนวิทยาศาสตร แบบ Inquiry Method และแนวทางการจัดการเรียนการสอน เพื่อใหผูเรียนคิดและสรางองคความรู ตามแบบอเมริกาและอังกฤษ จึง สังเคราะหแนวคิดขางตนเพื่อใหครูผูสอนเปนผูออกแบบตามลำดับขั้นดังนี้ ขั้นที่ 1 กำหนดจุดประสงคปลายทางหรือผลการเรียนรูที่คาดหวังใหเกิดหลังจาก เรียนที่ชัดเจน
6 ขั้นที่ 2 ครูตองอออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่คำนึงถึงความรูพื้นฐานของ ผูเรียน (รูBackground) และใหผูเรยีนไดศึกษา หรือทำกิจกรรมดวยตนเอง หรือรวมกับกลุมเพื่อน ที่ หลากหลายในหองเรียน (โดยตองเชื่อมโยงกับขั้นที่ 3) ที่ผูสอนมั่นใจวาจะทำใหผูเรียนบรรลุ วัตถุประสงค ปลายทาง ขั้นที่3 ในกระบวนการสอนครตูองใชคำถามที่เขาใจงาย ( Wh/Yes-No questions) เพื่อกระตุนใหผูเรียนใชและพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร ที่ทางกลุม EIS เรียกวา OK (Observing Model ซึ่งไดแก การสังเกต (Observation) การเปรียบเทียบ (Comparison) การแยกแยะ (Classification)การเชื่อมโยง ( Transferring) และการสรุปผล( Inferring) ขั้นที่4 ครูตองเปดโอกาสใหผูเรียนไดแสดงออกผลจากการทำกิจกรรมขอ 2 และ การเรียนรูจากขอ 3 ตอเพื่อนรวมชั้น ใหมากที่สุด ขั้นที่ 5 ครูตองสรุปผลจากการนำเสนอขอ 4 จากผูเรียนและ/หรือครูเสนอแนะ ทางเลือกและขอคิดเห็นอื่นๆที่จะนำไปสูผลการ เรียนรูที่คาดหวัง ขั้นที่ 6 ในการประเมินผลการเรียนรู ตองคำนึงถึงสภาพของพฤติกรรมการ เรียนและผลการเรียนรูของผูเรียนใหมากที่สุด โดยตองกำหนดเกณฑการประเมิน (Rubric Assessment)ให ชัดเจน พรอมทั้งกำหนด Assiggnment ใหผูเรียนอยางหลากหลายที่สอดคลองกับ background ของผูเรียน 3. การใชสื่อ เทคโนโลยี ดิจิทัล เปนเครื่องมือในการออกแบบการเรียนรู และ กิจกรรมในหองเรียน ประเด็นนี้ จะทำใหครูสืบคนหาสื่อที่แปลกใหม มีความหลากหลาย เลือกใหเหมาะสมกับ บทเรียน ทำใหนักเรียนสนใจการเรียนมากขึ้น อีกทั้งยังสนับสนุนใหทั้งครูและนักเรียนเปนผูที่มีการเรียนรูดวย ตนเองตลอดเวลา ซึ่ง จะใช google application for educations เปนหลัก 3. แนวคิดเกี่ยวกับ PLC (Professional Learning Community) PLC (Professional Learning Community) มีพื้นฐานแนวคิดมาจากภาคธุรกิจเกี่ยวกับ ความสามารถขององคกรในการเรียนรู (Thompson, Gregg, & Niska, 2004) เปนการนำแนวคิดองคกรแหง การเรียนรูมา ประยุกตโดยอธิบายวา การอุปมาที่เปรียบเทียบใหโรงเรียนเปน”องคกร” นั้นนาจะไมเหมาะสม และถูกตอง แทจริงแลวโรงเรียน มีความเปน “ชุมชน” มากกวาความเปนองคกร ซึ่งความเปน “องคกร” กับ “ชุมชน” มีความแตกตางกันที่ความเปนชุมชน จะยึดโยงภายในตอกันดวยคานิยม แนวคิด และความผูกพัน รวมกันของทุกคนที่เปนสมาชิก ซึ่งเปนแนวคิดตรงกันขามกับ “ความเปนองคกร” ที่มีความสัมพันธระหวาง สมาชิกในลักษณะที่ยึดตามระดับลดหลั่นกันลงมา มีกลไกการควบคุมและมีโครงสรางแบบตึงตัวที่เต็มไปดวย กฎระเบียบและวัฒนธรรมของการใชอำนาจเปนหลัก ในขณะที่ “ชุมชน” จะใชอิทธิพลที่เกิดจากการมีคานิยม และวัตถุประสงครวมกัน เปนความสัมพันธระหวางสมาชิกเชิงวิชาชีพมีความเปนกัลยาณมิตรเชิงวิชาการ และ ยึดหลักตองพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แบบผนึกกำลังกันในการปฏิบัติงานที่มุงสูพัฒนาการการเรียนรูของ ผูเรียนเปนสำคัญ นอกจากนี้“องคกร” ยังทำใหเกิดคุณลักษณะบางอยางขึ้น เชนลดความเปนกันเองตอกันลง มีความเปนราชการมากขึ้น และถูกควบคุมจากภายนอกใหตองรักษาสถานภาพเดิมของหนวยงานไว จึงเห็นวา ถามองโรงเรียนในฐานะแบบองคกรดังกลาวแลวก็จะทำใหโรงเรียนมีความเปนแบบทางการที่สรางความรูสึก หางระหวางบุคคลมากยิ่งขึ้นมีกลไกที่บังคับควบคุมมากมายและมักมีจุดเนนในเรื่องที่เปนงานดานเทคนิคเปน หลักในทางตรงขามถายอมรับวาโรงเรียนมีฐานะแบบที่เปนชุมชนแลวบรรยากาศที่ตามมาก็คือสมาชิกมีความ ผูกพันตอกันดวยวัตถุประสงครวมมีการสรางสัมพันธภาพที่ใกลชิดสนิทสนม และเกิดการรวมสรางบรรยากาศที่ ทุกคนแสดงออกถึงความหวงหาอาทรตอกันและชวยดูและสวัสดิภาพรวมกัน (Sergiovanni, 1994) โดยที่ใสใจ รวมกันถึงการเรียนรูและความรับผิดชอบหลักรวมกันของชุมชนนั้นคือพัฒนาการการเรียนรูของผูเรียน
7 ดานความสำคัญของ PLC จากผลการวิจัยโดยของ Hord (1997) ที่ยืนยันวาการดำเนินการ ในรูปแบบ PLC นำไปสูการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพทั้งดานวิชาชีพและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน จากการ สังเคราะหรายงานการวิจัยเกี่ยวกับโรงเรียนที่มี การจัดตั้ง PLC โดยใชคำถามวา โรงเรียนดังกลาวมีผลลัพธ อะไรบางที่แตกตางไปจากโรงเรียนทั่วไปที่ไมมีชุมชนแหงวิชาชีพ และ ถาแตกตางแลวจะมีผลดีตอครูผูสอน และตอนักเรียนอยางไรบาง ซึ่งมผีลสรปุ2 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นที่ 1 ผลดีตอครูผูสอน พบวา PLC สงผลตอครูผูสอน กลาวคือ ลดความรูสึกโดด เดี่ยวงานสอนของครูเพิ่มความรูสึกผูกพันตอพันธะกิจและเปาหมายของโรงเรียนมากขึ้นโดยเพิ่มความ กระตือรือรนที่จะปฏิบัติใหบรรลุพันธะกิจอยางแข็งขันจนเกิดความรูสึกวาตองการรวมกันเรียนรูและรับผิดชอบ ตอพัฒนาการโดยรวมของนักเรียน ถือเปน “พลังการเรียนรู” ซึ่งสงผลใหการปฏิบัติการสอนในชั้นเรียนใหมี ผลดียิ่งขึ้น กลาวคือ มีการคนพบความรแูละความเชื่อที่เกี่ยวกับวิธีการสอน และตัวผูเรียนซึ่งที่เกิดจากการคอย สังเกตอยางสนใจ รวมถึงความเขาใจในดานเนื้อหาสาระที่ตองจัดการเรียนรูไดแตกฉานยิ่งขึ้นจนตระหนักถึง บทบาทและพฤติกรรมการสอนที่จะชวยใหนักเรียนเกิดการเรียนรูไดดีที่สุด อีกทั้งการรับทราบขอมูล สารสนเทศตางๆ ที่จำเปนตอวิชาชีพไดอยางกวางขวางและรวดเรว็ขึ้นสงผลดีตอการปรับปรุงพัฒนางานวิชาชีพ ไดตลอดเวลา เปนผลใหเกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาและอุทิศตนทางวิชาชีพเพื่อศิษยซึ่งเปนทั้งคุณคาและ ขวัญกำลังใจตอการปฏิบัติงานใหดียิ่งขึ้นที่สำคัญ คือยังสามารถลดอัตราการลาหยุดงานนอยลงเมื่อ เปรียบเทียบกับโรงเรียนแบบเกายังพบวามีความกาวหนาในการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู ใหสอดคลอง กับ ลักษณะผูเรียนไดอยางเดนชัด และรวดเร็วกวาที่พบในโรงเรียนแบบเกา มีความผูกพันที่จะสรางการ เปลี่ยนแปลงใหมๆ ใหปรากฏ อยางเดนชัดและยั่งยืน ประเด็นที่ 2 ผลดีตอผูเรียน พบวา PLC สงผลตอผูเรียน กลาวคือ สามารถลดอัตราการตก ซ้ำชั้น และจำนวนชั้นเรียนที่ตอง เลื่อนหรือชะลอการจัดการเรียนรูใหนอยลง อัตราการขาดเรียนลดลง มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาวิทยาศาสตรประวัติศาสตรและวิชาการอานที่สูงขึ้นอยางเดนชัด เมื่อเทียบกับ โรงเรียน แบบเกา สุดทาย คือ มีความแตกตางดานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหวางกลุมนักเรียนที่มีภูมิหลังไม เหมือนกันและลดลงชัดเจน กลาวโดยสรุปคือ PLC มีพัฒนาการมาจากกลยุทธระดับ องคกรที่มุงเนนใหองคกรมีการ ปรับตัวตอกระแสการเปลี่ยนแปลง ของสังคมที่เกิดขึ้นอยางรวดเร็ว โดยเริ่มพัฒนาจากแนวคิดองคกรแหงการ เรียนรู และปรับประยุกตใหมีความสอดคลองกับบริบทของโรงเรียนและการเรียนรูรวมกันในทางวิชาชีพที่มี หนางานสำคัญ คือ ความรับผิดชอบการเรียนรูของผูเรียนรวมกันเปนสำคัญ จากการศึกษาหลายโรงเรียนใน ประเทศสหรัฐอเมริกาดำเนินการ ในรูปแบบ PLC พบวาเกิดผลดีทั้งวิชาชีพครูและผูเรียน ที่มุงพัฒนาการของ ผูเรียนเปนสำคัญ ภาพที่ 3 ความหมายของ PLC
8 การขับเคลื่อน PLC ในสถานศึกษา มีขั้นตอนการนำรูปแบบ PLC ไปใชในสถานศึกษามี รายละเอียด แตละขั้นตอน ดังนี้ 1.การรวมกลุม PLC รวมกลุมครูที่มีปญหา/ความตองการ เดียวกัน เชนครกูลุมสาระ เดียวกัน ครูที่สอนในระดับชั้นเดียวกัน ครูที่ปฏิบัติงานพิเศษฝายเดียวกัน เปนตน (ประมาณ 5 – 8 คน โดยมี ชื่อผูบริหารอยูในทุกกลุม) 2. คนหาปญหา ความตองการ และสนองตอเปาหมายโรงเรียน 1) รวมกันเสนอปญหา/ความตองการ 2) จัดกลุมปญหา 3) จัดลำดับความจำเปนเรงดวน 4) เลือกปญหาเพียง 1 ปญหา โดยการพิจารณารวมกัน 3. รวมกันหาแนวทางในการแกปญหา 1) เรื่องเลาเราพลัง/บอกเลาประสบการณที่แกปญหาไดสำเร็จ 2) คนหาตัวอยาง/รูปแบบที่ประสบความสำเร็จ 3) รวมกันตัดสินใจเลือกรูปแบบ/วิธีการ/นวัตกรรมในการแกปญหา 4. ออกแบบกิจกรรมการแกปญหา ออกแบบกิจกรรมตามวิธีการ/นวัตกรรมที่กลุมเลือก 5. แลกเปลี่ยนเสนอแนะ นำเสนอกิจกรรมการแกปญหา ใหผูเชี่ยวชาญหรือผูที่มีประสบการณให ขอเสนอแนะ 6. นำสูการปฏิบัติ /สังเกตการสอน 1) นำกิจกรรมไปใชในการแกปญหา 2) ผูสังเกตการณเขารวมสังเกตในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เชน การเยี่ยมชั้นเรียน สังเกตการสอน เปนตน 7. สะทอนผล 1) สรุปผลการนำรูปแบบ/วิธีการ ในการนำไปแกปญหา 2) อภิปรายผลการแกปญหา เสนอแนะแนวทางในการพัฒนา 8.4 แอปพลิเคชัน (Application) คณะกรรมการการจัดการความรู มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2563) แอปพลิเคชัน คือโปรแกรม หรือ กลุมของโปรแกรม ที่ถูกออกแบบสำหรับอุปกรณ อิเล็กทรอนิกส แบบพกพา เชน โทรศัพทมอืถือ แท็บเล็ต เปนตน โดยในปจจุบันมีการพัฒนา แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการศึกษา ออกมากมาย ซึ่งสามารถชวยเหลือการสอนของครูทั้งในและนอก ชั้นเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ และยังชวย พัฒนาทักษะการเรียนรูของผูเรียนในดานตางๆไดอีก ดวย รวมถึงทั้งผูสอนและผูเรียนสามารถเขาถึงการใช แอปพลิเคชันไดตลอดเวลา 8.4.1 องคประกอบของแอปพลิเคชัน หลักที่ใชในการสราง Android Application โดย Application Component แบงออกเปน 4 ประเภท ไดแก Activity, Service, Content Provider, และ Broadcast Receiver ซึ่งแตละประเภทของ Application Component นี้มีเปาหมายในการใชงานที่แตกตางกัน มีรูปแบบการกระตุนใหเกิดการทำงานที่ แตกตางกัน รวมถึงมีวงจรชีวิตที่แตกตางกันดวย
9 1. Activity คือ Application Component ที่ใชในการควบคุมการสราง User Interface เชน การ แสดงผลหนาจอรายการอีเมล, การแสดงหนาจอแบบฟอรมการสงอีเมล เปนตน รวมถึง ควบคุมการมี ปฏิสัมพันธระหวางผูใชกับ User Interface ดวย เชน เมื่อผูใชเลือกรายการอีเมลก็จะ ทำการตอบสนองผูใช โดยการแสดงขอมูลรายการอีเมลที่เลือก เปนตน 2. Service คือ Application Component ที่ไมมี User Interface และจะทำการ ประมวลผลใน Background กลาวคือ เปนการประมวลผลที่สามารถทำงานขนานกันกับการ ทำงานอื่นๆ ของผูใช ทั้งนี้ก็เพื่อ ทำใหเกิดการทำงานโดยที่ผูใชไมจำเปนตองอยูในหนาจอนั้น ๆ ก็ได ซึ่งอาจเปนเพราะการทำงานนั้นตองใช ระยะเวลานาน เชน การใช Service เปดเพลง เพื่อให ผูใชสามารถไปใช Application อื่น ๆ ได แตเพลงยังคง เลนอยู หรือ การใช Service ดาวนโหลด ขอมูลใด ๆ ที่มีขนาดใหญ เพื่อใหผูใชสามารถไปใช Application อื่น ๆ ได 3. Content Provider คือ Application Component ที่ทำหนาที่ในการควบคุมขอมูล ใดๆ ของ Application ที่ตองการ Share ให Application อื่น ๆ สามารถนำขอมูลนั้นๆ ไปใชงาน ไดเชน System ได จัดเตรียม Content Provider ที่เปนขอมูลรายชื่อผูติดตอ (Contact) ไว เพื่อให Application ที่ตองการใช ขอมูลรายชื่อผูติดตอนี้ สามารถนำขอมูลไปใชหรือแกไขขอมูลไดเปนตน 4. Broadcast Receiver คือ Application Component ที่ไมมี User Interface โดยจะ ทำหนาที่ รับรูสิ่งที่เกิดขึ้นของ System และนำมาบอกใหผูใชไดรับรู เชน เมื่อ Battery ต่ำ, เมื่อ หนาจอถูก Capture, เมื่อมีการพักหนาจอ เปนตน 8.4.2 คุณลักษณะของแอปพลิเคชัน แอปพลิเคชันที่ทำงานบนโทรศัพทมือถือ เรียกวา “โมบายแอปพลิเคชัน” หรือ “Mobile Application” ซึ่งถูกออกแบบใหใชงานไดบนสมารทโฟน และแท็บเล็ต มีความรวดเร็ว สะดวก และงายตอ การใชงาน แบงคุณลักษณะของโมบายแอปพลิเคชันเปน 2 ประเภท ดังนี้ 1. แอปพลิเคชันระบบ เปนสวนซอฟตแวรระบบที่รองรับการใชงานของแอปพลิเคชันหรือ โปรแกรม ตางๆได ปจจุบันระบบปฏิบัติการที่นิยมจากคายอุปกรณเคลื่อนที่ตางๆ มีดังนี้ 1.1 Symbian OS จุดเดนอยูที่รูปแบบของสวนติดตอผูใชงาน (UI) ที่ดูเรียบงาย มี ฟงกชัน การใชงานพื้นฐานอยางครบ เหมาะสำหรับผูที่ชอบความงายในการติดตั้งโปรแกรมและลง เพลงตางๆ และรองรับการใชงานที่หลากหลาย 1.2 Windows Mobile พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟท ที่ผลิตระบบปฏิบัติการที่รองรับ การ ทำงานของคอมพิวเตอรมากมาย ไดแก Window XP (7) , Windows Vista (8) หรือ Window 10 เปนตน ตัวอยางสมารทโฟนที่ใช Windows Mobile ไดแก HTC , Acer เปนตน 1.3 BlackBerry OS พัฒนาโดยบริษัท RIM เพื่อรองรับการทำงานของแอปพลิเคชัน ตางๆ ของ BlackBerry โดยตรง จะเนนการใชงานทางดานอีเมลเปนหลัก ระบบการสนทนาผาน BlackBerry Messenger เหมาะสำหรับผูที่ตองติดตองานตางๆผานอีเมลและกลุมวัยรุนที่รักการ สนทนาผานคอมพิวเตอร 1.4 iPhone OS พัฒนาโดยบริษัท Apple เพื่อรองรับการทำงานของแอปพลิเคชันตางๆ ของ iPhone โดยตรง โดยกลุมที่นิยมใชiPhone มักจะเปนผูที่ชื่นชอบดานมัลติมีเดยี 1.5 Android พัฒนาโดยบริษัท Google เปนระบบปฏิบัติการลาสุดที่กำลังเปนที่นิยม ทั้ง SearchEngine, Gmail , Google Docs , Google Maps เปนตน มีจุดเดน คอืเปน ระบบปฏิบัติการ แบบ Open Source ซึ่งทำใหมีการพัฒนาไปอยางรวดเร็ว เหมาะสำหรับผูที่ตอง ใชงานบริการตาง ๆ จากทาง Google รวมทั้งตองการเชื่อมตออินเทอรเน็ตอยูตลอดเวลา
10 2. แอปพลิเคชันที่ตอบสนองความตองการของกลุมผูใชเน่อืงจากผูใชมีความตองการใชแอปพลิเคชัน แตกตางกัน จึงมีผูผลิตลพัฒนาแอปพลิเคชันใหมๆขึ้นเปนจำนวนมาก ไดแก แอปพลิเคชันในกลุมเกม ผูผลิต เกมจึงคิดคนเกมสใหมๆ ออกสูตลาดมากขึ้น ซึ่งผูเลนมักนิยมเลน เกมออนไลน รวมทั้งมีการเชื่อมโยงกับ กลุม เครือขายสังคมออนไลน (Social Networking) เชน เกมที่อยูใน Twitter หรือ Facebook เปนตน 3. แอปพลิเคชันในกลุมเครือขายสงัคมออนไลนเพื่อใหผูใชสามารถปรับขอมูลใหทันสมัย ตลอดเวลา เชน ใน Facebook , MySpace เปนตน 4. แอปพลิเคชันในกลุมมัลติมีเดีย ไดแก เสียงที่เปนไฟลในแบบ mp3 , wav เปนตน ภาพนิ่งในรูปแบบ gif , jpg เปนตน ภาพเคลื่อนไหว คลิปวิดีโอในรูปแบบ mp4 หรือ avi เปน ตน 4.แนวคิดดานแอปพลิเคชนัสำหรับการเรียนการสอน แอปพลิเคชันมีการพัฒนามาอยางตอเนื่อง และไดมีการนำแอปพลิเคชันมาเปนสวนหนึ่ง ของการเรียน การสอนมากขึ้น ซึ่งชวยเพิ่มความสะดวก ความสนุกสนานในการเรียนการสอน รวมถงึชวยใหผูสอนกับผูเรยีน มีปฏิสัมพนัธระหวางสอนมากขึ้นดวย Kahoot แอปพลิเคชนัสำหรับการสรางขอคำถามที่เปนรูปแบบปรนยัหรอื ตัวเลือก โดยทุกคำถามจะมี ระยะเวลาจำกัดในการตอบ ผูเรียนจะตองใชโทรศัพทมือถือในการเลือกคำตอบ ซึ่งจะตองลงแอปพลิเคชัน หรือเขาไปยัง เว็บไซตที่ถูกกำหนดไว เมื่อผูเรียนตอบคำถามจะแสดงผลคะแนนออกมาทันที ภาพที่4 แอปพลิเคชนั Kahoot Google Classroom แอปพลิเคชันสำหรับสรางชั้นเรียน ชวยใหผูสอนและผูเรียนสามารถ ติดตอสื่อสารกันได ทั้งในและนอกเวลาเรียน อกีทั้งยังสามารถสรางและเก็บขอมูลของทั้งผสูอนและผูเรียน โดย ไมตอง ใชกระดาษ ผาน Google Docs Google Drive และ Gmail ผูสอน สามารถตรวจสอบการสงงานได ตลอดเวลา ตลอดจนแสดงความคิดเหน็และใหคะแนน
11 ภาพที่5 แอปพลิเคชนั Google Classroom quizizz.com เปนเว็บไซตหนึ่งที่ ชวยสราง แบบทดสอบออนไลน e-Testing ไดฟรี ผูเรียนทำ แบบทดสอบผาน อุปกรณคอมพิวเตอร Notebook Tablet Smartphone ที่เชื่อมตอระบบ Internet ผูเรียน ทราบผลการสอบทันที และผูสอน ไดรับ รายงาน (Report) ผลการสอบและบันทึกลงเครื่องคอมพิวเตอร ไดQuizizz เหมาะกับการนำมา ประยุกตใชกับการทำขอสอบกอนเรียน หลังเรียนเพื่อวัดผลการเรียนรูของ ผูเรียน หรือจัดกิจกรรม การสอบแบบเกมสเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการเรียนได อีกทั้งชวยให สถาบันการศึกษาประหยัด คาใชจายจากการเตรียมสอบ และเปนการใชเทคโนโลยีไดอยางเกิด ประโยชนชวย ใหผูสอนลด เวลาในการทำขอสอบและจัดชุดทดสอบ อีกทั้งจะ ทราบจุดบกพรองการเรียนของนักเรียนแตละ คนในแตละเนื้อหา วานักเรียนไมเขาใจในเนื้อหาการเรียนเรื่องใด เพื่อนำมาปรับปรุง แกไข กระบวนการ จัดการเรียนการสอนไดดียิ่งขึ้น ในดานของผูเรียนเอง ก็จะไดทราบขอมูลและประเมิน ตนเองไดวาไมเขาใจ เนื้อหา ตรงสวนใดเพื่อจะไดกลับไปทบทวน และทำความเขาใจในเนื้อหานั้น อีกครั้งหนึ่ง เสมือนการสราง แรงจูงใจในการเรียนใหผูเรียนตองเตรียมพรอมในการเรียนอยูเสมอ ภาพที่ 6 แอปพลิเคชัน quizizz 5.แนวคดิดานการจัดการเรียนดวยกระบวนการเชงิรกุ (Active Learning) การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning จึงเปนกระบวนการจัดการเรียนรูตามแนวคิดการ สรางสรรคทางปญญา (Constructivism) ที่เนนกระบวนการเรียนรูมากกวาเนื้อหาวิชา เพื่อชวยใหผูเรียน สามารถเชื่อมโยงความรู หรือสรางความรูใหเกิดขึ้นในตนเอง ดวยการลงมือปฏิบัติจริงผานสื่อหรือกิจกรรมการ เรียนรู ที่มีครูผูสอนเปนผูแนะนำ กระตุน หรืออำนวยความสะดวก ใหผูเรียนเกิดการเรียนรูขึ้น โดย
12 กระบวนการคิดขั้นสูง กลาวคือ ผูเรียนมีการวิเคราะห สังเคราะห และการประเมินคาจากสิ่งที่ไดรับจาก กิจกรรมการเรียนรู ทำใหการเรียนรูเปนไปอยางมีความหมายและนำไปใชในสถานการณอื่นๆไดอยางมี ประสิทธิภาพ (สถาพร พฤฑฒิกุล, 2558) ลักษณะของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนดังน้ี 1. เปนการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ไดแกการคดิการแกปญหา และการนำความรู ไปประยุกตใช 2. เปนการเรียนการสอนที่เปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรูสูงสุด 3. ผูเรียนสรางองคความรูและจัดกระบวนการเรียนรูดวยตนเอง 4. ผูเรียนมีสวนรวมในการเรียนการสอนทั้งในดานการสรางองคความรูการสรางปฏิสัมพันธรวมกัน รวมมือกันมากกวาการแขงขัน 5. ผูเรียนเรยีนรูความรับผิดชอบรวมกัน การมีวินัยในการทํางาน และการแบงหนาที่ความรับผิดชอบ 6. เปนกระบวนการสรางสถานการณใหผูเรยีนอาน พูด ฟง คิดอยางลุมลึก ผูเรียนจะเปนผูจัดระบบ การเรียนรูดวยตนเอง 7. เปนกิจกรรมการเรียนการสอนที่เนนทักษะการคิดขั้นสูง 8. เปนกิจกรรมที่เปดโอกาสใหผูเรยีนบูรณาการขอมูลขาวสาร หรือสารสนเทศ และหลักการความคิด รวบยอด 9. ผูสอนจะเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติดวยตนเอง 10. ความรเูกิดจากประสบการณการสรางองคความรูและการสรุปทบทวนของผูเรียน บทบาทของครูผูสอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรูตามแนวทางของ Active Learning ดังนี้ (ณัชนัน แกวชัยเจริญกิจ, 2550) จัดใหผูเรียนเปนศูนยกลางของการเรียนการสอน กิจกรรมตองสะทอนความตองการ ในการพัฒนาผูเรียนและเนนการนำไปใชประโยชนในชีวิตจริงของผูเรียน 1. สรางบรรยากาศของการมีสวนรวม และการเจรจาโตตอบที่สงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธที่ดี กับผูสอนและเพื่อนในชั้นเรียน 2. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหเปนพลวัต สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในทุกกิจกรรมรวมทั้ง กระตุนใหผูเรียนประสบความสำเร็จในการเรียนรู 3. จัดสภาพการเรียนรูแบบรวมมือ สงเสรมิใหเกิดการรวมมือในกลมุผูเรียน 4. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหทาทาย และใหโอกาสผูเรียนไดรบัวิธีการสอนที่หลากหลาย 5. วางแผนเกี่ยวกับเวลาในจัดการเรียนการสอนอยางชัดเจน ทั้งในสวนของเนื้อหา และกิจกรรม 6. ครผู ูสอนตองใจกวาง ยอมรบั ในความสามารถในการแสดงออก และความคิดของที่ผูเรียน ตัวอยางเทคนิคการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning สามารถสรางใหเกิดขึ้นไดทั้งในหองเรียนและนอกหองเรียน รวมทั้งสามารถใชไดกับนักเรียนทุกระดับ ทั้งการเรียนรูเปนรายบุคคล การเรียนรูแบบกลุมเล็ก และการเรียนรู แบบกลุมใหญ McKinney (2008) ไดเสนอตัวอยางรปูแบบหรือเทคนิค การจัดกิจกรรมการเรียนรูที่จะชวยให ผูเรียนเกิดการเรียนรูแบบ Active Learning ไดดี ไดแก 1. การเรียนรูแบบแลกเปลี่ยนความคิด (Think-Pair-Share) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ให ผูเรียนคดิเกี่ยวกับประเด็นที่กำหนดแตละคน ประมาณ 2-3 นาที(Think) จากนั้นใหแลกเปลี่ยนความคิดกับ เพื่อนอีกคน 3-5 นาที (Pair) และนำเสนอความคิดเห็นตอผูเรียนทั้งหมด (Share) 2. การเรียนรูแบบรวมมอื (Collaborative learning group) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ให ผูเรียนไดทำงานรวมกับผูอื่น โดยจัดเปนกลุมๆ ละ 3-6 คน
13 3. การเรียนรูแบบทบทวนโดยผูเรียน (Student-led review sessions) คือการจัดกิจกรรมการ เรียนรูที่เปดโอกาสใหผูเรียนไดทบทวนความรแูละพิจารณาขอสงสัยตาง ๆ ในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู โดยครูจะคอยชวยเหลือกรณีที่มีปญหา 4. การเรียนรูแบบใชเกม (Games) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ผูสอนนำเกมเขาบูรณาการใน การเรียนการสอน ซึ่งใชไดทั้งในขั้นการนำเขาสูบทเรียน การสอน การมอบหมายงาน และหรือขั้นการ ประเมนิผล 5. การเรียนรูแบบวิเคราะหวีดีโอ (Analysis or reactions to videos) คือการจัดกิจกรรมการ เรียนรูที่ใหผูเรียนไดดูวีดีโอ 5-20 นาทีแลวใหผูเรียนแสดงความคดิเห็น หรือสะทอนความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ไดดู อาจโดยวิธีการพูดโตตอบกัน การเขียน หรือ การรวมกันสรุปเปนรายกลุม 6. การเรียนรูแบบโตวาที (Student debates) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่จัดใหผูเรียนได นำเสนอขอมูลที่ไดจากประสบการณและการเรยีนรูเพื่อยืนยันแนวคิดของตนเองหรือกลุม 7. การเรียนรูแบบผูเรียนสรางแบบทดสอบ (Student generated exam questions) คือการจัด กิจกรรมการเรยีนรทู่ใีหผูเรียนสรางแบบทดสอบจากสิ่งที่ไดเรียนรูมาแลว 8. การเรียนรูแบบกระบวนการวิจัย (Mini-research proposals or project) คือการจัดกิจกรรม การเรียนรูที่อิงกระบวนการวิจัย โดยใหผูเรียนกำหนดหัวขอที่ตองการเรียนรูวางแผนการเรียน เรียนรูตามแผน สรุปความรูหรือสรางผลงาน และสะทอนความคิดในสิ่งที่ไดเรียนรูหรืออาจเรียกวาการสอนแบบโครงงาน (project-based learning) หรือ การสอนแบบใชปญหาเปนฐาน(problem-based learning) 9. การเรียนรูแบบกรณีศึกษา (Analyze case studies) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ใหผูเรียน ไดอานกรณีตัวอยางที่ตองการศึกษา จากนั้นใหผูเรยีนวิเคราะหและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือแนวทาง แกปญหาภายในกลุม แลวนำเสนอความคิดเห็นตอผูเรียนทั้งหมด 10. การเรียนรูแบบการเขียนบันทึก (Keeping journals or logs) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรทูี่ ผูเรียนจดบันทึกเรื่องราวตางๆ ที่ไดพบเห็น หรือเหตุการณที่เกิดขึ้นในแตละวัน รวมทั้งเสนอความคิดเพิ่มเติม เกี่ยวกับบันทึกที่เขียน 11. การเรียนรูแบบการเขียนจดหมายขาว (Write and produce a newsletter) คือการจัดกิจกรรม การเรียนรูที่ใหผูเรียนรวมกันผลิตจดหมายขาว อันประกอบดวย บทความ ขอมูลสารสนเทศ ขาวสาร และ เหตุการณท ี่เกิดขึ้น แลวแจกจายไปยังบุคคลอื่นๆ 12. การเรียนรูแบบแผนผังความคิด (Concept mapping) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ให ผูเรียนออกแบบแผนผังความคิด เพื่อนำเสนอความคิดรวบยอด และความเชื่อมโยงกันของกรอบความคิด โดย การใชเสนเปนตัวเชื่อมโยง อาจจัดทำเปนรายบุคคลหรืองานกลุม แลวนำเสนอผลงานตอผูเรียนอื่นๆ จากนั้น เปดโอกาสใหผูเรียนคนอื่นไดซักถามและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม จากการศึกษาแนวคิดดังกลาว จึงได นำสภาพปญหาที่พบ มาออกแบบนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาครู สู หองเรียน EIS โดยมุงเนนพัฒนา 3 ดาน คือ ดานเทคนิควิธีการสอน ดานการใชเทคโนโลยี และดานการใช ภาษาอังกฤษบูรณาการ โดยใชหองเรียนดิจิทัล PPET และใชกระบวนนการ PLC ในการขับเคลื่อน ในการ พัฒนาครูทั้ง 3 ดานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีนของนักเรียนใหสูงขึ้น
14 9. การออกแบบนวัตกรรม กรอบแนวคิดในการดำเนินงาน INPUT PROCESS PRODUCT ภาพที่ 7 กรอบแนวคิดในการดำเนินงาน นวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยี ดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน การออกแบบนวัตกรรม มีขั้นตอนดังตอไปนี้ 1.แตงตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนกระบวนการ PLC ในระดับโรงเรียน 2.ประชุมช้แีจง ทำความเขาใจ วัตถุประสงคเปาหมาย โครงการพัฒนาครูสูหองเรียน EIS ดวยเทคโนโลยีดิจิทัล ผานกระบวนการ PLC 3.รวมกลุม PLC ระดับโรงเรยีน เสนอสภาพปญหา ระดมความคิด แนวทางในการแกปญหา และรวมเสนอบทเรียนซึ่งครูสามารถเขาเรียนดวยตนเอง โดยใช หองเรียน google classroom ชื่อ PPET ( P=PLC, P=Pedagogy, E=English, T=Technology ) 4.เลือกผูเชี่ยวชาญในการเขียนบทเรียนแตละบทเรียน นำเสนอโดยใชขั้นตอน 6 Tips Model 5.ครูทกุคนเขาเรียนในหองเรียน PPET และใหคำปรึกษาโดยครูผเูชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง ใน กลุม PLC ระดับโรงเรียน 6.ครูนำความรูที่ได ทั้ง 3 ดานไปสรางสื่อ นวัตกรรมการสอน ผานวง PLC ระดับกลุมสาระ การเรยีนรูแลวนำออกแบบการเรยนรู สูหองเรียน ี 7.การเยี่ยมชั้นเรียนโดย Buddy หัวหนากลุมสาระการเรียนรู ผูบริหาร และใหการสะทอน ผลการสอนอยางกัลยาณมิตร 8.ครูผูสอนพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคนคิวิธีการสอน ตามที่แนะนำ และนำผลงานที่พัฒนา เพิ่มเติม ใชซ้ำในหองเรียนอื่น 9.เขียนรายงายวิจัย PLC และนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู ในกลุม PLC ระดบั โรงเรียน 10.เผยแพรผลงานสภูายนอกโรงเรยีน และสงงานวิจัยประกวดระดับชาติ Output Outcome Impact - ครูผูสอน - หองเรียนดิจิทัล Google Classroom - การบริหารจัดการ
15 ภาพที่ 8 นวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 10. วิธีดำเนินการ 10.1 ตารางการดำเนินการ ตารางที่ 1 วิธีการดำเนินการ วัน /เดือน/ ป กิจกรรม/วิธีดำเนินการ ผูรับผิดชอบ พฤษภาคม 2565 การวิเคราะหสภาพแวดลอมและศักยภาพ(SWOT) ผบูริหาร ครูและ บุคลากรในโรงเรียน พฤษภาคม 2565 จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ปงบประมาณ 2565 – 2567 ของ โรงเรียนสุนทรภูพิทยา ผบูริหาร ครูและ บุคลากรในโรงเรียน พฤษภาคม 2565 ศกึษา วิเคราะหและสังเคราะหแนวคิดทฤษฏีเอกสาร และงานวิจัยท่ี เกี่ยวของ พฤษภาคม 2565 จัดทำโครงการตามแผนปฏิบัติการชื่อโครงการหองเรียน Digital PPET พัฒนาครสู ูหองเรียน EIS ผานกระบวนการ PLC โรงเรียนสุนทรภูพิทยา ฝายวิชาการ พฤษภาคม 2565 แตงต้งัคณะกรรมการดำเนนิโครงการหองเรียน Digital PPETพัฒนาครู สูหองเรียน EIS ผานกระบวนการ PLC โรงเรยีนสุนทรภูพิทยาและ ออกแบบหองเรียนดิจิตอล Google classroom PPET@SPSS 2022 ประกอบดวย Section 1 Effective Application for Teaching (การใช application ในการจัดการเรียนการสอน) Section 2 Effective English for Teaching (การสอนโดยบูรณาการ ภาษาอังกฤษ) Section 3 Pedagogy for Teaching (วิธีการสอนแบบ Active Learning) คณะกรรมการ ดำเนินงาน
16 วัน /เดือน/ ป กิจกรรม/วิธีดำเนินการ ผูรับผิดชอบ พฤษภาคม 2565 มีการตรวจสอบคุณภาพของนวัตกรรมโดยการความตรงเชิงเนื้อหา โดย ตรวจสอบความเหมาะสม ความถูกตอง ความสอดสอดคลองกับปญหา เนื้อหา จุดประสงค โดยใหผูเชี่ยวชาญดานเทคโนโลยี ดานการบริหาร สถานศึกษา และดานการจัดการเรยีนการสอน จำนวน 3 คน ผเูชี่ยวชาญ จำนวน 3 ทาน มิถุนายน 2565 ประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรู ดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-EnglishTechnology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน โรงเรยีนสุนทรภูพิทยา (กอน การนำไปใช) ผเูชี่ยวชาญ จำนวน 3 ทาน มิถุนายน 2565 ประชุมครูและบุคลากรในโรงเรียนเพื่อชี้แนะการดำเนนิกิจกรรมในแต ละสวนประกอบดวย 3 สวนคือ Section 1 Effective Application for Teaching (การใช application ในการจัดการเรียนการสอน) Section 2 Effective English for Teaching (การสอนโดยบูรณาการ ภาษาอังกฤษ) Section 3 Pedagogy for Teaching (วิธีการสอนแบบ Active Learning) ผบูริหาร ครูและ บุคลากรในโรงเรียน มิถุนายน 2565 พัฒนาครูดาน application ในการจัดการเรียนการสอน ดานวิธีการ สอน และการสอนโดยบูรณาการภาษาอังกฤษ ณ หองประชุมและผาน หองเรียน PPET@SPSS ผบูริหารและครูผูสอน มิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2565 ครูนำ application ในการจัดการเรียนการสอนหองเรียน โดยรูปแบบ Active learning บูรณาการภาษาอังกฤษ ผาน Google Classroom และในหองเรียน ครูผูสอน มิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2565 การเยี่ยมชั้นเรียนโดย Buddy หัวหนากลุมสาระการเรียนรูผูบริหาร และใหการสะทอนผลการสอนอยางกัลยาณมิตร ผบูริหาร/หัวหนากลุม สาระการเรยีนร/ู ครูผูสอน กรกฎาคม ถึง กันยายน 2565 1. แลกเปลี่ยนเรียนรูปญหา อุปสรรค และ การพัฒนา 2. ทบทวนการใช application ในการจัดการเรียนการสอนการสอน แบบ Active learning และการบูรณาการภาษาอังกฤษผาน หองเรยีน ออนไลน PPET@SPSS ผบูริหารและครูผูสอน พฤศจิกายน 2565 ถึง กุมภาพันธ 2566 ครูนำ application ในการจัดการเรียนการสอนในหองเรียน โดย รูปแบบ Active learning บูรณาการภาษาอังกฤษ ผาน Google Classroom และในหองเรียน ในหองเรยีน ในภาคเรียนที่ 2/2565 ครูผูสอน มีนาคม 2566 เขียนรายงายวิจัย PLC และนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรูในกลุม PLC ระดับโรงเรียน ครูผูสอน มีนาคม 2566 1. ประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาครูผาน หองเรียนออนไลน PPET@SPSS 2. สรุปรายงานเผยแพรและประชาสัมพันธแกผูเกี่ยวของ ผบูริหารและครูผูสอน
17 10.2 การประเมินคุณภาพของนวัตกรรม 1) การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) โดยมีขั้นตอนดังตอไปนี้ 1. ศึกษาเอกสาร ทฤษฎีและแนวคิดที่เกี่ยวของกับนวัตกรรม การสงเสริมครูจัดการเรียนรู ดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา 2. นำรายการของนวัตกรรมที่สรางขึ้นเสนอตอผูทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบความตรงเชิง เนื้อหา (Content validity) โดยวิธีหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคำถามกับวัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม โดยการหาคา IOC (Index of item objective congruence) (วาโร เพ็งสวัสดิ์, 2551, หนา 245) โดยใชสูตร ดังนี้ IOC = ∑ ோ ே เมื่อ IOC หมายถึง คาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคำถามแตละขอกับวัตถุประสงค ∑ หมายถึง ผลรวมของคะแนนคิดเห็นของผูทรงคุณวุฒิ N หมายถึง จำนวนผูทรงคุณวุฒิ เกณฑการใหคะแนน +1 หมายถึง แนใจวาขอความนั้นสอดคลองกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค 0 หมายถึง ไมแนใจวาขอความนั้นสอดคลองกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค -1 หมายถึง แนใจวาขอความนั้นไมสอดคลองกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค ซึ่งผทูรงคณุวุฒิมีจำนวน 3 ทาน คือ 1.ดร. สุรพงศ งามสม นายกสมาคม EIS แหงประเทศไทย (อดีตผูอำนวยการโรงเรยีนสุนทรภูพิทยา) 2.ดร.วิสุทธิ์ กลาหาญ ครูวิทยาฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนมกุฏเมืองราชวิทยาลัย 3.นอ.ดร.โชติ จันทรวัง อาจารยโรงเรียนเตรียมทหาร 4. ผลการประเมนิความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ของผูทรงคุณวุฒิทุกรายการอยู ระหวาง 0.67 – 1.00 ซึ่งสูงกวาระดับ 0.5 แสดงวานวัตกรรมการสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัล ผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภู พิทยา มีความสอดคลองกับวัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 5. นำขอเสนอแนะจากทรงคุณวุฒมิาปรับแกไขเพิ่มเติม 2) การประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรม (กอนการนำไปใช) โดยมีขั้นตอน ดังตอไปนี้ 1. สรางแบบประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรม (กอนการนำไปใช) 2. นำแบบประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรมที่สรางขึ้นเสนอตอผูทรงคุณวุฒิ เพื่อ ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) โดยวิธีหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคำถามกับ วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม โดยการหาคา IOC (Index of item objective congruence) (วาโร เพ็งสวัสดิ์, 2551) โดยใชสูตร ดังนี้ IOC = ∑ ோ ே เมื่อ IOC หมายถึง คาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคำถามแตละขอกับวัตถุประสงค
18 ∑ หมายถึง ผลรวมของคะแนนคิดเห็นของผูทรงคุณวุฒิ N หมายถึง จำนวนผูทรงคุณวุฒิ เกณฑการใหคะแนน +1 หมายถึง แนใจวาขอความนั้นสอดคลองกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค 0 หมายถึง ไมแนใจวาขอความนั้นสอดคลองกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค -1 หมายถึง แนใจวาขอความนั้นไมสอดคลองกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค ซึ่งผทูรงคณุวุฒิมีจำนวน 3 ทาน คือ 1.ดร.สุรพงศงามสม อดีตผูอำนวยการเชี่ยวชาญ โรงเรยีนมัธยมวัด นายโรงและผูทรงคุณวุฒิดานการจัดการเรยีน การสอนโดยการบูรณาการดิจิทัล 2.ดร.วิสุทธิ์กลาหาญ ครวูิทยาฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนมกุฏเมืองราชวิทยาลัย 3.นอ.ดร.โชติ จันทรวัง อาจารยโรงเรียนเตรียมทหาร 4. ผลการประเมนิความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ของแบบประเมินความเหมาะสม ของนวัตกรรมโดยผูทรงคุณวุฒิทุกรายการอยูระหวาง 0.67 – 1.00 ซึ่งสูงกวาระดับ 0.5 แสดงวาแบบประเมิน ความเหมาะสมของนวัตกรรม มีความสอดคลองกับวัตถุประสงคเชิงพฤติกรรมและสามารถนำไปเก็บขอมูลได 5. นำแบบสอบถามที่ผานการหาคุณภาพความตรงเชิงเนื้อหา จัดทำเปนฉบับสมบูรณและใช เก็บรวบรวมขอมูล โดยจัดสงแบบสอบถามใหผูทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ทาน คือ 1.นายศิริชัย หอมดวงศรี ผูอำนวยการโรงเรียนวังจันทรวิทยา ปฏิบัติ หนาที่โรงเรยีนสุนทรภูพิทยา 2.นางนัจรินทร โอสถประสิทธิ์ รองผูอำนวยการโรงเรียนสุนทรภูพิทยา 3.ผศ.ดร.กฤชเชาว นันทสุดแสวง อาจารยประจำมหาวิทยาลัยเทคโนลีพระจอม เกลาพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง 4. นายสันติมุกดาสนิท ผูอำนวยการโรงเรียนชำนาญสามัคควีิทยา 5. ดร.วิสุทธิ์กลาหาญ ครวูิทยาฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนมกุฏเมืองราชวิทยาลัย 6. นำผลการทำแบบประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรมมาวิเคราะหขอมูลและแปล ความหมายของคะแนน ผูจัดทำไดกำหนดเกณฑสำหรับการวัดระดับของความคิดเห็น โดยการใชคาเฉลี่ยของ คะแนนเปนตัวชี้วัด ซึ่งแปลความหมายของคะแนนไดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2556) 4.51 - 5.00 หมายถึง นวัตกรรมมีความเหมาะสมอยูในระดับมากที่สุด 3.51 - 4.50 หมายถึง นวัตกรรมมีความเหมาะสมอยูในระดับมาก 2.51 - 3.50 หมายถึง นวัตกรรมมีความเหมาะสมอยูในระดับปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายถึง นวัตกรรมมีความเหมาะสมอยูในระดับนอย 1.00 - 1.50 หมายถึง นวัตกรรมมีความเหมาะสมอยูในระดับนอยที่สุด
19 ไดผลดังนี้ ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานความเหมาะสมนวัตกรรม การสงเสริมครู จัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยีน โรงเรยีนสุนทรภูพิทยา รายการประเมิน ระดับความเหมาะสม ഥ SD แปลผล ปจจัยนำเขา(Input) 4.69 0.49 มากที่สุด 1.ครูผูสอน 4.67 0.53 มากที่สุด 2.หองเรียนดิจิทัล Google Classroom 4.71 0.54 มากที่สุด 3.การบริหารจัดการ 4.68 0.56 มากที่สุด กระบวนการ(Process) 4.70 0.55 มากที่สุด Section 1 Effective Application for Teaching 1.ครูสามารถใชPadletในชั้นเรียน 4.75 0.47 มากที่สุด 2.ครูสรางใบงานที่มีชีวิตดวย Liveworksheets 4.72 0.54 มากที่สุด 3.ครูสรางแบบทดสอบโดยใช Quizzes 4.78 0.55 มากที่สุด 4.ครูออกแบบสรางเกมดวย Wordwall 4.71 0.50 มากที่สุด 5.ครูมีความสามารถสรางคลิปวิดีโอดวย Canva 4.70 0.46 มากที่สุด 6.ครูสืบคนขอมูล บันทึกขอมูล ดวย Google Chrome อยาง มีประสิทธิภาพ 4.64 0.57 มากที่สุด 7.ครูเก็บงาน แชรงาน ผาน google drive 4.60 0.52 มากที่สุด 8.ครูใชงาน Gmail ไดครบทุกฟงกชัน 4.78 0.54 มากที่สุด 9.ครูสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนผาน Group 4.72 0.49 มากที่สุด 10.ครูสามารถทำงานพรอมกันผานเอกสารเดียวกัน เวลา เดียวกันผาน Google Docs 4.64 0.50 มากที่สุด 11.ครูออกแบบ Google slide ในการจัดกการเรียนรู 4.60 0.54 มากที่สุด 12.ครูสามารถสรางแบบทดสอบ แบบสอบถามออนไลนผาน Googleform 4.78 0.57 มากที่สุด 13.ครูมีความชำนาญในการใชงาน Google sheets 4.72 0.63 มากที่สุด 14.ครูสามารถใช Google Drawing ในการจัดการเรียนรู 4.64 0.85 มากที่สุด 15.ครูสามารถวางแผนการจัดการเรียนรูผาน Google Calendar 4.75 0.53 มากที่สุด 16.ครูมีชอง Youtube ที่ใชในการจัดการเรียนรู 4.64 0.51 มากที่สุด 17.ครูมีความสามารถในการใช Google Meet ในการเรียน การสอน 4.63 0.44 มากที่สุด 18.ครูสรางหองเรียนดิจิทัล Google Classroom ในการเรียนรู ไดอยางมปีระสิทธิภาพ 4.70 0.39 มากที่สุด 19.ครูสามารถสราง Google site ในการจัดการเรียนการสอน 4.72 0.42 มากที่สุด
20 รายการประเมิน ระดับความเหมาะสม ഥ SD แปลผล เฉลี่ยรวม 4.70 0.45 มากที่สุด Section 2 Effective English for Teaching 20.ครูสามารถใช Classroom English บูรณาการในหองเรียน ได 4.65 0.44 มากที่สุด 21.ครูใชภาษาอังกฤษบูรณาการในการเขียน lesson plan 4.72 0.38 มากที่สุด 22.ครูสามารถใช Wh/Yes-No Question ในการเรียนการ สอน 4.67 0.53 มากที่สุด เฉลี่ยรวม 4.68 0.52 มากที่สุด Section 3 Pedagogy for Teaching 23.ครูเขียนแผนการจัดการเรียนรู Active learning โดยใช EIS 6 Tips script 4.78 0.43 มากที่สุด ผลผลิต (Product) 4.69 0.53 มากที่สุด Output 1.ครูมีความสามารถในการใชเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการ เรียนการสอน 4.65 0.54 มากที่สุด 2.ครูใหมีความสามารถในการสอนแบบ Active learning ที่ใช ในการจัดการเรียนการสอน 4.72 0.52 มากที่สุด 3.ครูใหมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนโดยบูรณา การภาษาอังกฤษ(EIS) 4.68 0.53 มากที่สุด เฉลี่ยรวม 4.68 0.52 มากที่สุด Outcome 4.ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่สูงขึ้น 4.68 0.49 มากที่สุด 5.ความพึงพอใจตอการจัดการเรยีนการสอนของครู4.70 0.49 มากที่สุด เฉลี่ยรวม 4.69 0.49 มากที่สุด Impact 6.ความเปนแบบอยางของการพัฒนาครผูานหองเรียน PPET 4.70 0.57 มากที่สุด เฉลี่ยรวม 4.70 0.51 มากที่สุด จากตารางที่ 2 พบวาผลการประเมินความเหมาะสมนวัตกรรม การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวย เทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยากอนนำไปใช มีคาเฉลี่ยรวมอยูระดับมากที่สุด(̅=4.70 , SD.=0.51) เมื่อพิจารณาราย ดานพบวากระบวนการ(Process) มีคาเฉลี่ยสูงท่สีุดอยูในระดับความเหมาะสมมากที่สุด(̅=4.70 , SD.=0.55) รองลงมาปจจัยนำเขา(Input)มีคาเฉลี่ยอยูในระดับความเหมาะสมมากที่สุด(̅=4.69 , SD.=0.49) และดาน ผลผลิต (Product)มีคาเฉลี่ยอยูในระดับความเหมาะสมมากที่สุด(̅=4.69 , SD.=0.53) และเมื่อพิจารณาเปน รายขอพบวาครูเขียนแผนการจัดการเรียนรู Active learning โดยใช EIS 6 Tips script มีคาเฉลี่ยสูงที่สุดอยู ในระดับความเหมาะสมมากที่สุด(̅=4.78 , SD.=0.43) รองลงมาครูใชงาน Gmail ไดครบทุกฟงกชันมี คาเฉลี่ยอยูในระดับความเหมาะสมมากที่สุด(̅=4.78 , SD.=0.54) และครูสรางแบบทดสอบโดยใช Quizzes มีคาเฉลี่ยอยูในระดับความเหมาะสมมากที่สุด(̅=4.78 , SD.=0.55)
21 3) การประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรมหลังนำไปใช โดยมีขั้นตอนดังตอไปนี้ 1. สรางแบบประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรมประกอบดวย ประโยชน ความเปนไปได ความเหมาะสม และความถูกตอง 2. นำแบบประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรมหลังนำไปใช ที่สรางขึ้นเสนอตอผูทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) โดยวิธีหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคำถามกับ วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม โดยการหาคา IOC (Index of item objective congruence) (วาโร เพ็งสวัสดิ์, 2551, หนา 245) โดยใชสูตร ดังนี้ IOC = ∑ ோ ே เมื่อ IOC หมายถึง คาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคำถามแตละขอกับวัตถุประสงค ∑ หมายถึง ผลรวมของคะแนนคิดเห็นของผูทรงคุณวุฒิ N หมายถึง จำนวนผูทรงคุณวุฒิ เกณฑการใหคะแนน +1 หมายถึง แนใจวาขอความนั้นสอดคลองกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค 0 หมายถึง ไมแนใจวาขอความนั้นสอดคลองกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค -1 หมายถึง แนใจวาขอความนั้นไมสอดคลองกับเนื้อหาตามวัตถุประสงค ซึ่งผทูรงคณุวุฒิมีจำนวน 3 ทาน คือ 1.ดร.สุรพงศงามสม อดีตผูอำนวยการเชี่ยวชาญ โรงเรยีนมัธยมวัด นายโรง และผูทรงคณุวุฒิดานการจัดการเรียน การสอนโดยการบูรณาการดิจิทัล 2.ดร.วิสุทธิ์กลาหาญ ครวูิทยาฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนมกุฏเมืองราชวิทยาลัย 3.นอ.ดร.โชติ จันทรวัง อาจารยโรงเรียนเตรียมทหาร 4. ผลการประเมนิความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ของแบบประเมินประสิทธิผล ของนวัตกรรมหลังนำไปใช โดยผูทรงคุณวุฒิทุกรายการอยูระหวาง 0.67 – 1.00 ซึ่งสูงกวาระดับ 0.5 แสดงวา แบบประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรม มีความสอดคลองกับวัตถุประสงคเชิงพฤติกรรมและสามารถนำไป เก็บขอมูลได 5. นำแบบสอบถามที่ผานการหาคุณภาพความตรงเชิงเนื้อหา จัดทำเปนฉบับสมบูรณและใช เก็บรวบรวมขอมูล จากครูจำนวน 43 ทาน 6. นำผลการทำแบบประสิทธิผลของนวัตกรรมมาวิเคราะหขอมูลและแปลความหมายของ คะแนน ผูจัดทำไดกำหนดเกณฑสำหรับการวัดระดับของความคิดเห็น โดยการใชคาเฉลี่ยของคะแนนเปน ตัวชี้วัด ซึ่งแปลความหมายของคะแนนไดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2556 หนา 121) 4.51 - 5.00 หมายถึง นวัตกรรมมีประสิทธิผลอยูในระดับมากที่สุด 3.51 - 4.50 หมายถึง นวัตกรรมมีประสิทธิผลอยูในระดับมาก 2.51 - 3.50 หมายถึง นวัตกรรมมีประสิทธิผลอยูในระดับปานกลาง 1.51 - 2.50 หมายถึง นวัตกรรมมีประสิทธิผลอยูในระดับนอย 1.00 - 1.50 หมายถึง นวัตกรรมมีประสิทธิผลอยูในระดับนอยที่สุด
22 ไดผลดังนี้ ตารางที่ 3 ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานประสิทธิผลดานประโยชนและความ เปนไปไดของนวัตกรรมการสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา รายการ ประโยชน เปนไปได x S.D. ความหมาย x S.D. ความหมาย ปจจัยนำเขา (Input) 4.28 0.51 มาก 4.26 0.52 มาก 1.ครูผูสอน 4.13 0.31 มาก 4.32 0.5 มากที่สุด 2.หองเรียนดิจิทัล Google Classroom 4.12 0.41 มาก 4.13 0.41 มาก 3.การบริหารจัดการ 4.52 0.32 มากที่สุด 4.34 0.52 มาก กระบวนการ(Process) 4.40 0.54 มาก 4.30 0.51 มาก Section 1 Effective Application for Teaching 1.ครูสามารถใชPadletในชั้นเรียน 4.50 0.55 มากที่สุด 4.23 0.53 มาก 2.ครสูรางใบงานที่มีชีวิตดวย Liveworksheets 4.18 0.50 มาก 4.25 0.42 มาก 3.ครูสรางแบบทดสอบโดยใช Quizzes 4.50 0.41 มากที่สุด 4.42 0.64 มาก 4.ครูออกแบบสรางเกมดวย Wordwall 4.51 0.6 มากที่สุด 4.55 0.52 มากที่สุด 5.ครูมีความสามารถสรางคลิปวิดีโอดวย Canva 4.06 0.65 มาก 4.45 0.7 มาก 6.ครูสืบคนขอมูล บันทึกขอมูล ดวย Google Chrome อยางมีประสิทธิภาพ 4.32 0.57 มาก 4.06 0.61 มาก 7.ครูเก็บงาน แชรงาน ผาน google drive 4.52 0.42 มากที่สุด 4.12 0.74 มาก 8.ครูใชงาน Gmail ไดครบทุกฟงกชัน 4.29 0.50 มาก 4.36 0.53 มาก 9.ครูสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนผาน Group 4.54 0.83 มากที่สุด 4.09 0.9 มาก 10.ครูสามารถทำงานพรอมกันผานเอกสาร เดียวกัน เวลาเดียวกันผาน Google Docs 3.98 0.82 มาก 4.09 0.84 มาก 11.ครูออกแบบ Google slide ในการจัดก การเรียนรู 4.54 0.44 มากที่สุด 4.21 0.77 มากที่สุด 1 2 . ค ร ู ส า ม า ร ถ ส ร า ง แ บ บ ท ด ส อ บ แบบสอบถามออนไลนผาน Googleform 4.56 0.55 มากที่สุด 4.45 0.30 มาก 13.ครูมีความชำนาญในการใชงาน Google sheets 4.36 0.83 มาก 3.96 0.92 มาก 14.ครูสามารถใช Google Drawing ในการ จัดการเรียนรู 4.51 0.54 มากที่สุด 4.45 0.52 มาก 15.ครูสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู ผาน Google Calendar 4.53 0.67 มากที่สุด 4.63 0.6 มากที่สุด
23 รายการ ประโยชน เปนไปได x S.D. ความหมาย x S.D. ความหมาย 16.ครูมีชอง Youtube ที่ใชในการจัดการ เรียนรู 4.23 0.45 มาก 4.46 0.56 มาก 17.ครูมีความสามารถในการใช Google Meet ในการเรียนการสอน 4.55 0.52 มากที่สุด 4.36 0.51 มาก 18.ครูสรางหองเรียนดิจิทัล Google Classroom ในการเรียนรูไดอย างมี ประสิทธิภาพ 4.34 0.64 มาก 4.19 0.61 มาก 19.ครูสามารถสราง Google site ในการ จัดการเรียนการสอน 4.52 0.63 มากที่สุด 4.45 0.48 มาก Section 2 Effective English for Teaching 20.ครูสามารถใช Classroom English บูรณาการในหองเรียนได 4.54 0.53 มากที่สุด 4.44 0.57 มาก 21.ครูใชภาษาอังกฤษบูรณาการในการ เขียน lesson plan 4.55 0.82 มากที่สุด 4.32 0.67 มาก 22.ครูสามารถใช Wh/Yes-No Question ในการเรียนการสอน 4.40 0.7 มาก 4.25 0.65 มาก Section 3 Pedagogy for Teaching 23.ครูเขียนแผนการจัดการเรียนรู Active learning โดยใช EIS 6 Tips script 4.35 0.52 มาก 4.30 0.42 มาก ผลผลิต (Product) 4.45 0.52 มาก 4.26 0.48 มาก Output 1.ครูมีความสามารถในการใชเทคโนโลยี ดิจิทัลในการจัดการเรียนการสอน 4.46 0.92 มาก 4.29 0.55 มาก 2.ครูใหมีความสามารถในการสอนแบบ Active learning ที่ใชในการจัดการเรียน การสอน 4.51 0.57 มากที่สุด 4.34 0.97 มาก 3.ครูใหมีความสามารถในการจัดการเรียน การสอนโดยบูรณาการภาษาอังกฤษ(EIS) 4.50 0.76 มากที่สุด 4.23 0.47 มาก Outcome 4.ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่สงูขึ้น 4.44 0.72 มาก 4.31 0.48 มาก 5.ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนการ สอนของครู 4.43 0.56 มาก 4.33 0.47 มาก Impact 6.ความเปนแบบอยางของการพัฒนาครู ผานหองเรียน PPET 4.36 0.73 มาก 4.10 0.72 มาก จากตารางที่ 3 พบวา
24 ประสทิธิผลของนวัตกรรมการสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรยีน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา ในดานประโยชน มีคาเฉลี่ยของผลการประเมินอยูในระดับมากถึงมากที่สุดทุกรายการประเมิน เมื่อแยกเปน รายขอ พบวารายการ “ครูสามารถสรางแบบทดสอบ แบบสอบถามออนไลนผาน Googleform” มีคาเฉลี่ย สูงสุด(̄ = . , . . = . ) รองลงมาเปนรายการ “ครูมีความสามารถในการใช Google Meet ในการ เรียนการสอน” (̄ = . , . . = . ) และ “ครูใชภาษาอังกฤษบูรณาการในการเขียน lesson plan” (̄ = . , . . = . ) ประสทิธิผลของนวัตกรรมการสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรยีน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา ในดานความเปนไปได มีคาเฉลี่ยของผลการประเมินอยูในระดับมากถึงมากที่สุดทุกรายการประเมิน เมื่อแยก เปนรายขอ พบวารายการ “ครูสามารถวางแผนการจัดการเรียนรูผาน Google Calendar” มีคาเฉลี่ยสูงสุด (̄ = . , . . = . ) รองลงมาเปนรายการ “ครูออกแบบสรางเกมดวย Wordwall” (̄ = . , . . = . ) และ “ครมูชีอง Youtube ที่ใชในการจัดการเรียนรู” (̄ = . , . . = . ) ตารางที่ 4 ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความเหมาะสมและความถูกตอง ของนวัตกรรมการสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา รายการ ความเหมาะสม ความถูกตอง x S.D. ความหมาย x S.D. ความหมาย ปจจัยนำเขา (Input) 4.27 0.51 มาก 4.32 0.52 มาก 1.ครูผูสอน 4.25 0.87 มาก 4.27 0.78 มาก 2.หองเรียนดิจิทัล Google Classroom 4.32 0.45 มาก 4.43 0.67 มาก 3.การบริหารจัดการ 4.24 0.62 มาก 4.26 0.79 มาก กระบวนการ(Process) 4.40 0.54 มาก 4.42 0.51 มาก Section 1 Effective Application for Teaching 1.ครูสามารถใชPadletในชั้นเรียน 4.43 0.45 มาก 4.32 0.67 มาก 2 . ค ร ู ส ร า ง ใ บ ง า น ท ี ่ ม ี ช ี ว ิ ต ด ว ย Liveworksheets 4.45 0.87 มาก 4.5 0.78 มากที่สุด 3.ครูสรางแบบทดสอบโดยใช Quizzes 4.41 0.79 มาก 4.24 0.56 มาก 4.ครูออกแบบสรางเกมดวย Wordwall 4.18 0.6 มาก 4.31 0.82 มาก 5.ครูมีความสามารถสรางคลิปวิดีโอดวย Canva 4.34 0.46 มาก 4.42 0.47 มาก 6.ครูสืบคนขอมูล บันทึกขอมูล ดวย Google Chrome อยางมีประสิทธิภาพ 4.51 0.76 มากที่สุด 4.48 0.68 มาก 7.ครูเก็บงาน แชรงาน ผาน google drive 4.45 0.44 มากที่สุด 4.44 0.77 มากที่สุด 8.ครูใชงาน Gmail ไดครบทุกฟงกชัน 4.54 0.53 มากที่สุด 4.51 0.78 มากที่สุด 9.ครูสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนผาน Group 4.6 0.37 มากที่สุด 4.57 0.4 มากที่สุด
25 รายการ ความเหมาะสม ความถูกตอง x S.D. ความหมาย x S.D. ความหมาย 10.ครูสามารถทำงานพรอมกันผานเอกสาร เดียวกัน เวลาเดียวกันผาน Google Docs 4.33 0.42 มาก 4.24 0.66 มาก 11.ครูออกแบบ Google slide ในการจัดก การเรียนรู 4.58 0.46 มากที่สุด 4.50 0.73 มากที่สุด 1 2 . ค ร ู ส า ม า ร ถ ส ร า ง แ บ บ ท ด ส อ บ แบบสอบถามออนไลนผาน Googleform 4.22 0.73 มาก 4.36 0.68 มาก 13.ครูมีความชำนาญในการใชงาน Google sheets 4.55 0.45 มากที่สุด 4.42 0.73 มาก 14.ครูสามารถใช Google Drawing ในการ จัดการเรียนรู 4.55 0.65 มากที่สุด 4.51 0.70 มากที่สุด 15.ครูสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู ผาน Google Calendar 4.23 0.76 มาก 4.51 0.59 มากที่สุด 16.ครูมีชอง Youtube ที่ใชในการจัดการ เรียนรู 4.16 0.82 มาก 4.36 0.46 มาก 17.ครูมีความสามารถในการใช Google Meet ในการเรียนการสอน 4.21 0.57 มาก 4.40 0.8 มาก 18.ครูสรางหองเรียนดิจิทัล Google Classroom ในการเรียนรูไดอย างมี ประสิทธิภาพ 4.5 0.46 มากที่สุด 4.56 0.72 มากที่สุด 19.ครูสามารถสราง Google site ในการ จัดการเรียนการสอน 4.39 0.49 มาก 4.31 0.40 มาก Section 2 Effective English for Teaching 20.ครูสามารถใช Classroom English บูรณาการในหองเรียนได 4.28 0.73 มาก 4.14 0.50 มาก 21.ครูใชภาษาอังกฤษบูรณาการในการ เขียน lesson plan 4.42 0.51 มาก 4.31 0.61 มาก 22.ครูสามารถใช Wh/Yes-No Question ในการเรียนการสอน 4.15 0.33 มาก 4.21 0.74 มาก Section 3 Pedagogy for Teaching 23.ครูเขียนแผนการจัดการเรียนรู Active learning โดยใช EIS 6 Tips script 4.34 0.67 มาก 4.42 0.72 มาก ผลผลิต (Product) 4.43 0.51 มาก 4.31 0.47 มาก Output 1.ครูมีความสามารถในการใชเทคโนโลยี ดิจิทัลในการจัดการเรียนการสอน 4.47 0.79 มาก 4.34 0.74 มาก
26 รายการ ความเหมาะสม ความถูกตอง x S.D. ความหมาย x S.D. ความหมาย 2.ครูใหมีความสามารถในการสอนแบบ Active learning ที่ใชในการจัดการเรียน การสอน 4.37 0.71 มาก 4.42 0.58 มาก 3.ครูใหมีความสามารถในการจัดการเรียน การสอนโดยบูรณาการภาษาอังกฤษ(EIS) 4.46 0.42 มาก 4.27 0.78 มาก Outcome 4.ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่สงูขึ้น 4.50 0.73 มากที่สุด 4.28 0.89 มาก 5.ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนการ สอนของครู 4.52 0.56 มาก 4.30 0.47 มาก Impact 6.ความเปนแบบอยางของการพัฒนาครู ผานหองเรียน PPET 4.35 0.53 มาก 4.22 0.66 มาก จากตารางที่ 4 พบวา ประสิทธิผลของนวัตกรรมการสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยาในดานความ เหมาะสม มีคาเฉลี่ยของผลการประเมินอยูในระดับมากถึงมากที่สุดทุกรายการประเมิน เมื่อแยกเปนรายขอ พบวารายการ “ครูสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนผาน Group” มีคาเฉลี่ยสูงสุด(̄ = . , . . = . ) รองลงมาเปนรายการ “ครูออกแบบ Google slide ในการจัดกการเรียนรู” (̄ = . , . . = . ) และ “ครมูคีวามชำนาญในการใชงาน Google sheets” (̄ = . , . . = . ) ประสิทธิผลของนวัตกรรมการสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา ในดานความถูกตอง มีคาเฉลี่ยของผลการประเมินอยูในระดับมากถึงมากท่สีุดทุกรายการประเมิน เม่อืแยกเปน รายขอ พบวารายการ “ครูสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนผาน Group” มีคาเฉลี่ยสูงสุด(̄ = . , . . = . ) รองลงมาเปนรายการ “ครูสรางหองเรียนดิจิทัล Google Classroom ในการเรียนรูไดอยางมีประสิทธิภาพ” (̄ = . , . . = . ) แ ล ะ “ค ร ู ส า ม า ร ถ ใ ช Google Drawing ใ น ก า ร จ ั ด ก า ร เ ร ี ย น รู ” (̄ = . , . . = . ) 11. ผลการสรางนวัตกรรม ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา 1. โรงเรียนมีขอมูลและสารสนเทศและผลการวิเคราะหขอมูลทางการศึกษา เชนขอมูล ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ขอมูลคะแนนสอบระดับชาติ 2. การจัดเก็บขอมูลสารสนเทศตางๆ เปนระบบ งายตอการรายงานผลการปฏิบัติงานและ การเขาถึง อีกทั้งยังประหยัดงบประมาณไดส วนหนึ่ง เนื่องจากไมตองใชกระดาษ เชน งานประกันคุณภาพ การศึกษา กิจกรรม PLC หองเรียนสีขาว และรูปภาพการปฏิบัติงานตาง ๆ ในโรงเรียน 3. โรงเรียนมีนวัตกรรมเพื่อใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรู
27 4. การใชเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรูและการปฏิบัติงาน ทำใหครูมีการพัฒนา ตนเองดานเทคโนโลยีในลักษณะ On the Job Learning ทำใหครูคิดกวาง เห็นกวาง มีความรู และทักษะ ใน การปฏิบัติงานสมกบัเปนครูในยุคศตวรรษที่21 อันจะเปนแบบอยางท่ดีีใหนักเรียนตอ ไป 5. ผูบริหารสามารถนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาไดสะดวกรวดเรว็6. โรงเรียนสามารถประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อกระดาษ และนำงบประมาณไป พัฒนาการจัดการศึกษาดานอื่นไดอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้น 7.โรงเรยีนไดรับรางวัลระดับเหรียญทองโรงเรียนยอดเยี่ยมดานการบริหารจัดการนวัตกรรม และเทคโนโลยีการแขงขันทักษะวชิาการ กลุมผูนำโรงเรียน 46 ICT โรงเรียนในฝน และเครื่อขาย ภาพที่9 รางวัลระดับเหรียญทอง โรงเรียนยอดเยี่ยมดานการบริหารจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีการ แขงขันทักษะวิชาการ กลุมผูนำโรงเรียน 46 ICT โรงเรียนในฝน และเครือขาย 8.โรงเรียนไดรับรางวัลระดับเพชรสถานศึกษาสีขาวและปลอดยาเสพติด ภาพที่10 รางวลัระดบัเพชรสถานศึกษาสีขาวและปลอดยาเสพติด
28 9.โรงเรยีนไดรับรางวัลคุณภาพแหงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ SCQA ภาพที่11 รางวัลคุณภาพแหงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดบั SCQA 10.นักเรียนมีผลการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ(O NET ) ในป2565 ที่สงูขึ้น - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี3 โรงเรียนสนุทรภูพิทยา เปรียบเทียบคะแนนระดับ โรงเรียนกับระดับประเทศ ปการศึกษา 2565 สูงกวาระดับประเทศทุกรายวชิา ดังตารางที่6 - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 โรงเรียนสุนทรภูพิทยา เปรียบเทยีบคะแนนระดับ โรงเรียนกับระดับประเทศ ปการศึกษา 2565 สูงกวาระดับประเทศ 3 รายวิชา คือ วิชาภาษาไทย คณิตศาสตรและสงัคมศึกษา (ภาคผนวก ง) 11. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีนปการศึกษา 2565 คาเฉลี่ยทั้งโรงเรียนคอื 2.95 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปการศึกษา 2564 เทากับ 0.37 คิดเปนรอยละ 14.34 (ภาคผนวก จ) ผลที่เกิดขึ้นกับครูผสูอน 1. ครูผูสอนจำนวน 43 คน เขาเรียน ในหองเรียน “PPET” เรียนรูในแตละบทเรียนดวย ตัวเอง รอยละ 100 โดยครูแตละคนใชเวลาในการเรียนรูแตกตางกันไป การสงงานในหองเรียนที่เกินรอยละ 80 ของบทเรียน จำนวน 37 คน คิดเปนรอยละ 86.05 และไดรับใบประกาศนียบัตรในการผานการอบรม แลวทั้งสิ้น 33 คน 2.ครูจำนวน 43 คน สงแผนการจัดการเรียนรูรูแบบ Active learning โดยบูรณาการ ภาษาอังกฤษ คิดเปนรอยละ 100 3.ครูจำนวน 43 คน สงวิจัยในชั้นเรียนในรปูแบบ PLC คิดเปนรอยละ 100 4.ครูสามารถสงงานวิจัยในรูปแบบ PLC นำเสนอผานสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จำนวน 14 เรื่อง (ภาคผนวก ช) 5. ครูมีสวนรวมในกิจกรรม PLC เพื่อการพัฒนานวัตกรรม ดวยกระบวนการการออกแบบ
29 และพัฒนาบทเรียนรวมกนั (Lesson Study) และมแีผนการจดัการเรียนรูเพื่อการพัฒนาสมรรถนะผูเรียนใน รายวชิาของตนเอง 6. ครูออกแบบการจัดการเรียนรูโดยแบบ Active learning โดยใชภาษาอังกฤษบูรณาการได 7. ครูมีหองเรียน Google Classroom ที่สามารถติดตามการเรียนรูของนักเรียน ตรวจงาน และเก็บคะแนนไดอยางเปนระบบ อีกทั้งยังสามารถนำมาพัฒนาการจัดการเรียนรูไดโดยงายในภาคเรียนถัดไป หองเรยีน Google Classroom ของครู ภาพที่ 12 ตัวอยางหองเรียน Google Classroom ของครูโรงเรยีนสุนทรภูพิทยาที่มีมากกวา 50 หองเรียน 8. ครูทำงานผาน เทคโนโลยีดิจิทัล และมเีว็บไซตของตนเอง (Google Sites) สำหรับเกบ็งานอยางเปนระบบ สามารถนำเสนอ และ link ไปยังงานของโรงเรียน อยางเปนเครือขาย ทำใหการรายงาน ตาง ๆ มีความสะดวกและประหยัดเวลาในการคนหา ในSite ของครูมีขอมูลประกอบดวย (1) งานการจัดการเรียนรู ประกอบดวย เอกสารในระบบเรียนรู การเตรียมการ จัดการเรียนรูแผนการจดัการเรียนรูสื่อ อุปกรณตาง ๆ รวมทั้งหองเรียน Google Classroom (2) งานดูแลชวยเหลือนักเรียน งานหองเรียนสีขาว (3) งานสนับสนุนการจัดการเรยีนรูที่ไดรับมอบหมาย (4) บันทึกการปฏิบัติติงานตามการประเมินตางๆ (5) กิจกรรม PLC (Professional Learning Community) (6) งานวิจัย (7) การอบรมสัมมนา (8) รางวัลแหงความภาคภูมิใจ (9) อื่นๆ นอกจากจะสะดวกในการเตรียมการจัดการเรียนรูและการนำมาพัฒนา หรือการรายงาน ขอมูลในงานที่รับผิดชอบไดโดยงายแลว ยังเปนการเก็บรวบรวมผลงานทั้งหมดของครูซึ่งสามารถนำไปรายงาน การปฏิบัติหนาที่ในการเลื่อนวิทยฐานะ อันเปนผลจากการพัฒนางานไดดวย
30 ภาพที่ 13 ตัวอยางหนาเว็บไซตของครูโรงเรียนสุนทรภูพิทยาที่มีการปฎิบัติงาน online 9. ครูไดรับการพัฒนาในกระบวนการ PLC โดยผานหองเรียน Google Classroom 10. นักเรยีนมีระดับความพึงพอใจตอการจดัการเรียนการสอนของครูระดับดีมาก(ภาคผนวก ซ) ผลที่เกิดขึ้นกับผูเรียน 1. นักเรียนมีหองเรียน Google Classroom โดยครูออกแบบการจัดการเรียนรูแบบ 6 Tips models ใช Application ที่ทันสมัย มีการบูรณาการภาษาอังกฤษในบทเรียน ทำใหนักเรียนมีโอกาสการ เรียนรูและการใชภาษาอังกฤษมากขึ้น ดึงดูดผูเรียนใหเกิดความสนใจ สามารถทบทวน เรียนรูเพิ่มเติมที่บาน ไดผูปกครองสามารถชวยดูแลนกัเรียนไดดวยเชนกัน นักเรียนสามารถเขาถึงหองเรยีน Google Classroom ไดทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเรยีน เขาถึงไดทุกสถานที่และทุกเวลา นักเรียนมีความสนใจในการเรียนมาก ขึ้น ภาพที่14 การจดัการเรียนรูของครูในหองเรียน 2. นักเรียนมีทักษะการใชเทคโนโลยีดิจิทัล ท่สีามารถนำไปประยุกตใชและตอยอดในการ ทำงานได 3. นักเรียนและครูมีการใช E-mail และ Social media ตาง ๆ ในการติดตอสื่อสารซึ่งกัน และกัน จึงทำใหเกิดความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น 4. นักเรียนเกิดความรูความสามารถในการเรียน ซึ่งสงผลใหนักเรียนโรงเรียนสุนทรภูพิทยา ไดรับรางวัลที่เกิดจากผลการจัดการเรียนรูมากมาย 5. นักเรียนมีทักษะการสืบคน และการเรียนรูดวยตัวเองมากขึ้น
31 12. การเผยแพรนวัตกรรม 12.1 ไดเผยแพรผลการดำเนินกิจกรรมทางเว็บไซตและFacebook ของโรงเรียน 12.2 จัดทำ OBEC Line เผยแพรไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศกึษามัธยมศึกษาชลบุรีระยอง 12.3 โรงเรียนมีการแลกเปลี่ยนกับโรงเรียนอื่นๆ จากการไดรบัเชิญเปนวิทยากร 12.4 โรงเรยีนไดรับการประสานในการขอเขาศึกษาดูงานเพื่อเปนตนแบบในการพัฒนาครู การเผยแพร แลกเปลี่ยนเรียนรู กับคณะครูโรงเรียนอื่นทั่วประเทศไทยที่ขอมาศึกษาดูงาน และไดรับผลเปนที่พึงพอใจที่จะนำไปเปนแบบอยางปฏิบัติที่โรงเรียนของตนหลายโรงเรียน ตัวอยางดังรายชื่อ โรงเรียนตอไปนี้ 1. โรงเรียนเกล็ดลิ้นวิทยา จังหวัดนครราชสีมา 2. โรงเรียนทานางแนววิทยายน จังหวัดขอนแกน 3. โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร จังหวัดมหาสารคาม 4. โรงเรียนเฉลียงพิทยาคม จังหวัดนครราชสีมา 5. โรงเรียนวังสามหมอวิทยาคาร จังหวัดอุดรธานี 6. โรงเรียนกุดเสลาวิทยาคม จังหวัดศรสีะเกษ 7. โรงเรียนบางพระวิทยา จังหวัดนครสวรรค 8. โรงเรียนรัตนโกสินทรสมโภชบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 9. โรงเรียนลำดวนพิทยาคม จังหวัดบุรรีัมย 10. โรงเรยีนปากชองพิทยาคม จังหวัดนครราชสีมา 11. โรงเรยีนบรบือ จังหวัดมหาสารคาม 12. โรงเรียนสารทิศพิทยาคม จังหวัดนาน 13. โรงเรยีนหนองมวงวิทยาคาร จังหวัดมหาสารคาม 14. โรงเรยีนพระบาทนาสิงหพิทยาคม จังหวัดหนองคาย 15. โรงเรยีนรมเกลา จังหวัดกาญจนบุรี ภาพที่ 15 ภาพกิจกรรมการขยายผลตอคณะศึกษาดูงาน
32 บรรณานุกรม กลัญู, & เพชราภรณ. (2018). กิจกรรมกลุมกับผลสัมฤทธิ์ในการสรางเสริมความฉลาดทางจริยธรรมของ นักศกึษาชั้นปที่1. ณัชนัน แกวชัยเจริญกิจ. (2550). ภาวะผูนำและนวัตกรรมทางการศึกษา: บทบาทของครูกับ Active Learning. สืบคนจาก http://www.pochanukul.com ขอมูลเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566. ธัญธัช วิภัติภูมิประเทศ. (2560). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีนของนักศึกษาวิชาประชาคม อาเซียนโดยการเรียนรู จากการผลิตสื่อ Infographic. วารสารรงัสิตสารสนเทศ, 23(2), 7-20. บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องตน . พิมพครั้งที่9. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน. ปยะธิดา สมบูรณธนากร, วิชญวัชญ เชาวนีรนาท และสุภาพ กัญญาคำ. (2559). พฤติกรรมการใชสื่อสังคม ออนไลนเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนกรณีศึกษา รายวิชาการใชโปรแกรมกราฟกของนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 2 แผนวิชาคอมพิวเตอรธุรกิจ วิทยาลัยการอาชีพสวางแดนดิน. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 6(1) : 115-123. พงษพัชรินทรพุธวัฒนะ. (2564). ทักษะและเทคนิคการสอน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุร.ี มหาวิทยาลัยรามคำแหง. (2563). การใชเทคโนโลยีเพื่อสงเสรมิการเรยีนรูในแนวทางที่หลากหลาย. วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2551). วิธีวิทยาการวิจัย. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน. สถาพร พฤฑฒิกุล. (2558). การบริหารการศึกษากับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยบูรพา, 28(2). สุรพงศ งามสม. (2549). รายงานการวิจัยรูปแบบใหมการจัดการศึกษาสองภาษ: หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อ การศึกษาแบบบูรณาการ (EIS) กรณศีึกษาโรงเรียนสุนทรภูพิทยา. โครงการหลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา. สำนักงาน ก.พ. (2563). คูมือแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครฐัพ.ศ. 2563-2565. นนทบุรี: โรงพิมพ สำนักงานเลขาธิการสำนักงาน ก.พ. Choong Kam Foong.(2011).The 1st.Teaching of English as a Second Language:One Special Topic(TESL 1 Stop) National Seminar:Roadmaps to Success for English Language Teacher Education in Malaysia.master’s thesisUniversityPutra Malaysia,Malaysia. Hord, S. M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Janzen, M. (2014).Seven Things You Need to Know about Google Classroom (online). Retrieved from http://tlt.psu.edu/2014/12/04/ hot-team- google-classroom. [2023, June 12]. Jena, R. K. (2014). The Impact and Penetration of Smartphone Usage in Student’s Life. Journal of Business Management, 8(1), 29 - 35. Mckinney, S. E. (2008). Developing teachers for high-poverty schools: The role of the internship experience. Urban Education. 43(1), 68-82. [Online], Available: http://www.eric.ed.gor [2023, June 12] Sergiovanni, T. J. (1994). Organizations or communities? Changing the metaphor changes the theory. Educational administration quarterly, 30(2), 214-226. Thompson, S. C., Gregg, L., & Niska, J. M. (2004). Professional learning communities, leadership, and student learning. RMLE Online, 28(1), 1-15.
33 ภาคผนวก
34 ภาคผนวก ก รายชื่อผูทรงคุณวุฒิ 1.ดร. สุรพงศ งามสม นายกสมาคม EIS แหงประเทศไทย (อดีตผูอำนวยการโรงเรยีนสุนทรภูพิทยา) 2.ดร.วิสุทธิ์ กลาหาญ ครูวิทยาฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนมกุฏเมืองราชวิทยาลัย 3.นอ.ดร.โชติ จันทรวัง อาจารยโรงเรียนเตรียมทหาร รายชื่อผูทรงคุณวุฒิ 1.นายศิริชัย หอมดวงศรี ผูอำนวยการโรงเรียนวังจันทรวิทยา ปฏิบัติ หนาที่ผูอำนวยการโรงเรยีนสุนทรภูพิทยา 2.นางนัจรินทร โอสถประสิทธิ์ รองผูอำนวยการโรงเรียนสุนทรภูพิทยา 3.ผศ.ดร.กฤชเชาว นันทสุดแสวง อาจารยประจำมหาวิทยาลัยเทคโนลีพระจอม เกลาพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง 4. นายสันติมุกดาสนิท ผูอำนวยการโรงเรียนชำนาญสามัคควีิทยา 5. ดร.วิสุทธิ์กลาหาญ ครวูิทยาฐานะครูชำนาญการ โรงเรียนมกุฏเมืองราชวิทยาลัย
35 ภาคผนวก ข ผลการประเมิน IOC (Index of Item Objective Congruence) นวัตกรรม : การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-PedagogyEnglish-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา Section รายการประเมิน ผูเชี่ยวชาญคนที่ คา IOC คนที่ แปลผล 1 คนที่ 2 คนที่ 3 Section 1 Effective Application for Teaching Unit 1 : How to use Padlet in the Classroom 1 1 1 1 ใชได Unit 2 : Design worksheet by Liveworksheets 1 1 1 1 ใชได Unit 3 : More test using Quizzes 1 1 1 1 ใชได Unit 4 : Gaming by Wordwall 1 1 1 1 ใชได Unit 5 : Create Clip by Canva 1 1 1 1 ใชได Unit 6 : Google Chrome 1 1 1 1 ใชได Unit 7 : Managing google drive 1 0 1 0.67 ใชได Unit 8 : Gmail 1 1 0 0.67 ใชได Unit 9 : How to create Group 1 0 1 0.67 ใชได Unit 10 : Design Group working by Google Docs 1 1 1 1 ใชได Unit 11: Develop Google Slides as Learning Slides (Step) 1 1 1 1 ใชได Unit 12: Excellent tool with Google Form 1 1 1 1 ใชได Unit 13 : Excellent with Google sheets 1 1 1 1 ใชได Unit 14 : Google Drawing 1 1 1 1 ใชได Unit 15 : Planing with Google Calendar 1 1 1 1 ใชได Unit 16 : Youtube 1 1 1 1 ใชได Unit 17 : More active teaching with Google Meet 1 1 1 1 ใชได Unit 18: Create Assignment in your DPT teaching class with Google Classroom 1 1 1 1 ใชได Unit 19: Creating teacher's site and learning area's site. 1 1 1 1 ใชได Section 2 Effective English for Teaching Unit 20: Introduction to Classroom English 1 1 1 1 ใชได Unit 21: Clasroom English for teaching script design as a shorten lesson plan 1 1 1 1 ใชได Unit 22 : Wh/Yes-No Question 1 1 1 1 ใชได Section 3 Pedagogy for Teaching Unit 23 : More active teaching with EIS 6 Tips script 1 1 1 1 ใชได
36 ภาคผนวก ค ผลการประเมิน IOC (Index of Item Objective Congruence) สำหรับการสรางแบบประเมินนวัตกรรมการสงเสรมิครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผาน หองเรยีน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา รายการประเมิน ผูเชี่ยวชาญคนที่ คา IOC คนที่ แปลผล 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ปจจัยนำเขา(Input) 1.ครูผูสอน 1 1 1 1 ใชได 2.หองเรียนดิจิทัล Google Classroom 1 1 1 1 ใชได 3.การบริหารจัดการ 1 1 1 1 ใชได กระบวนการ(Process) Section 1 Effective Application for Teaching 1.ครูสามารถใช Padletในชั้นเรียน 1 1 1 1 ใชได 2.ครูสรางใบงานที่มีชีวิตดวย Liveworksheets 1 1 1 1 ใชได 3.ครูสรางแบบทดสอบโดยใช Quizzes 1 1 1 1 ใชได 4.ครูออกแบบสรางเกมดวย Wordwall 1 1 1 1 ใชได 5.ครูมีความสามารถสรางคลิปวิดีโอดวย Canva 1 1 1 1 ใชได 6.ครูสืบคนขอมูล บันทึกขอมูล ดวย Google Chrome อยางมี ประสิทธิภาพ 1 1 1 1 ใชได 7.ครูเก็บงาน แชรงาน ผาน google drive 1 1 1 1 ใชได 8.ครูใชงาน Gmail ไดครบทุกฟงกชัน 0 1 1 0.67 ใชได 9.ครูสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนผาน Group 1 1 1 1 ใชได 10.ครูสามารถทำงานพรอมกันผานเอกสารเดียวกัน เวลา เดียวกันผาน Google Docs 1 1 1 1 ใชได 11.ครูออกแบบ Google slide ในการจัดกการเรียนรู 1 1 1 1 ใชได 12.ครูสามารถสรางแบบทดสอบ แบบสอบถามออนไลนผาน Googleform 1 1 1 1 ใชได 13.ครูมีความชำนาญในการใชงาน Google sheets 1 1 1 1 ใชได 14.ครูสามารถใช Google Drawing ในการจัดการเรียนรู1 1 1 1 ใชได 15.ครูสามารถวางแผนการจัดการเรยีนรูผาน Google Calendar 1 1 1 1 ใชได 16.ครูมีชอง Youtube ที่ใชในการจัดการเรียนรู 1 1 1 1 ใชได 17.ครูมีความสามารถในการใช Google Meet ในการเรียนการ สอน 1 1 1 1 ใชได 18.ครูสรางหองเรยีนดิจิทัล Google Classroom ในการเรียนรู ไดอยางมีประสิทธิภาพ 1 1 1 1 ใชได 19.ครูสามารถสราง Google site ในการจัดการเรียนการสอน 1 1 1 1 ใชได 20.ครูสามารถใช Classroom English บูรณาการในหองเรียนได 1 1 1 1 ใชได
37 รายการประเมิน ผูเชี่ยวชาญคนที่ คา IOC คนที่ แปลผล 1 คนที่ 2 คนที่ 3 Section 2 Effective English for Teaching 21.ครูใชภาษาอังกฤษบูรณาการในการเขียน lesson plan 1 1 1 1 ใชได 22.ครูสามารถใช Wh/Yes-No Question ในการเรียนการสอน 1 1 1 1 ใชได Section 3 Pedagogy for Teaching 23.ครูเขียนแผนการจัดการเรียนรู Active learning โดยใช EIS 6 Tips script 1 1 1 1 ใชได ผลผลิต (Product) Output 24.ครมูีความสามารถในการใชเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการ เรียนการสอน 1 1 1 1 ใชได 25.ครูใหมีความสามารถในการสอนแบบ Active learning ที่ใช ในการจัดการเรียนการสอน 1 1 1 1 ใชได 26.ครูใหมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนโดยบูรณา การภาษาอังกฤษ(EIS) 1 1 1 1 ใชได Outcome 27.ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่สูงขึ้น 1 1 1 1 ใชได 28.ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนการสอนของครู Impact 29.ความเปนแบบอยางของการพัฒนาครูผานหองเรียน PPET 1 1 1 1 ใชได
38 ภาคผนวก ง ผลการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ(O NET ) ในป 2565 - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนสุนทรภูพิทยา เปรียบเทียบคะแนนระดับโรงเรียน กับระดับประเทศ ปการศึกษา 2565 สูงกวาระดับประเทศทุกรายวิชา รายวิชา ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ คาตางระดับ โรงเรียน-ประเทศ หมายเหตุ 2565 2565 2565 ภาษาไทย 62.45 52.95 9.5 สูงกวาระดับประเทศ ภาษาอังกฤษ 35.23 32.05 3.18 สูงกวาระดับประเทศ คณิตศาสตร 26.74 24.39 2.35 สูงกวาระดับประเทศ วิทยาศาสตร 36.27 33.32 2.95 สูงกวาระดับประเทศ เฉลี่ย 40.17 35.68 4.50 - ระดับชั้นมธัยมศึกษาปที่6 โรงเรียนสุนทรภูพิทยา เปรียบเทียบคะแนนระดับโรงเรยีน กับระดับประเทศ ปการศึกษา 2565 สูงกวาระดับประเทศ 3 รายวิชา คือ วิชาภาษาไทย คณิตศาสตร และ สังคมศึกษา รายวิชา ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ คาตางระดับ โรงเรียน-ประเทศ หมายเหตุ 2565 2565 2565 ภาษาไทย 57.18 44.09 13.09 สูงกวาระดับประเทศ คณิตศาสตร 23.32 21.61 1.71 สูงกวาระดับประเทศ วิทยาศาสตร 26.63 28.08 -1.45 ต่ำกวาระดับประเทศ ภาษาอังกฤษ 20.82 23.44 -2.62 ต่ำกวาระดับประเทศ สังคม 36.76 33 3.76 สูงกวาระดับประเทศ เฉลี่ย 32.94 30.04 2.90
39 ภาคผนวก จ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปการศึกษา 2565 คาเฉลี่ยทั้งโรงเรียนคือ 2.95 ซึ่งเพ่มิขึ้นจากปการศึกษา 2564 เทากับ 0.37 คิดเปนรอยละ 14.34 ปการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ลดลง/เพิ่มขึ้น ปการศึกษา 2562 3.15 ปการศึกษา 2563 3.12 ลดลง ปการศึกษา 2564 2.58 ลดลง ปการศึกษา 2565 2.95 เพิ่มขึ้น
40 ภาคผนวก ช รายชื่อวิจัยและรายชื่อครูที่ไดรับคัดเลือกเผยแพรงานวิจัยของสำนักงานเลขาธิการสภาการศกึษา รายชื่อวิจัย รายชื่อครูผูสงงานวิจัย การแกไขมโนทัศนท่ีคลาดเคล่ือนและขอผิดพลาดทางคณิตศาสตรเรื่องลำดับและอนุกรม ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5/2 ดวยสื่อการเรียน www.ixl.com และ Liveworksheets ใน สถานการณโควิด 19 กิติศักดิ์ ดีพื้น การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนบูรณาการภาษาอังกฤษ วิชาภาษีเงินไดนิติบุคคล กับการบัญชีเรื่องภาษีมูลคาเพิ่ม โดยใชแบบฝกทักษะ ของนักเรยีนชั้นมัธยมศึกษาปที่5/3 โรงเรียนสุนทรภูพิทยา อัมพร ยินสูตร การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอานจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โดยใช กระบวนการเรียนเพื่อรอบรู โรงเรียนสุนทรภูพิทยา อานนท อำพาศ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ดวยการจัดการเรียนรูโดยใชสื่อออนไลนIXL รวมกับการ เรียนการสอนบูรณาการภาษาอังกฤษ วิชาคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 นอมจิต หิรัญรัตน การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning โดยใชสื่อ Animation วิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนสุนทรภูพิทยา สมเกียรติ ศิลประเสริฐ การแกปญหาการสงงานในรายวิชากิจกรรมแนะแนว โดยใชวิธีการสงงานผานระบบหองเรยีน ออนไลน (Google Classroom) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/3 ชัญญานุช ทาปน การจัดการเรียนการสอนรายวิชาวิชาชวีวิทยาพื้นฐาน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศกึษา ปที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 ที่เรียนเรื่องหวงโซอาหาร (Food Chain) โดยใชสื่อ วิดีโอ(VDO) ผานโปรแกรม Edpuzzle ทิวาพร คนหาญ การแกปญหาการไมสงงานตามกำหนด โดยใชการเสริมแรงทางบวก รายวิชา วิทยาศาสตร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/3 โรงเรียนสุนทรภูพิทยา โชษิฏา เจริญรัตน การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนบูรณาการภาษาอังกฤษ วิชาการบัญชีสินคา เรื่อง ความรูทั่วไปเกี่ยวกับสินคา โดยใชแบบฝกทักษะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5/3 โรงเรียนสุนทรภูพิทยา อัมพร ยินสูตร การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตรบูรณาการภาษาอังกฤษ ดวยสื่อการสอน ออนไลน ixl เร่อืงเมตริกซของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่6/1 กิติศักดิ์ ดีพื้น การจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning ในสถานการณจาก On-site สู Online ดวย Google classroom Blooket และ Quizziz ปฏิภาณ รักวงษ การใชกระบวนการเรียนรูแบบ Active Learning ในการเสริมสรางทักษะภาษาอังกฤษและ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช Blooket ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5/2 ชัยวัฒน รุจิวงศ การใชวิธีสอนแบบเลือกสรรที่มีผลตอการพัฒนาทักษะการเขียนเรียงความ เชิงสรางสรรค สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศกึษาปที่3 โรงเรียนสุนทรภูพิทยา อานนท อำพาศ การศกึษาผลการจัดการเรียนรวูิชาเคมีเรื่อง อนุภาคมูลฐานของอะตอม ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4/1 โดยใชหองเรียนออนไลน Google classroom และสื่อการจัดการเรียนรู www.ixl.com ญาณี เชื้อเมืองพาน ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยีนคณิตศาสตรเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปที่5/1 เรื่อง เมตริกซโดยใชสื่อออนไลน ixl โดยบูรณาภาษาอังกฤษ(EIS) กิติศักดิ์ ดีพื้น
41 ภาคผนวก ซ ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนรูของครูที่เนนผเูรียนเปนสำคัญดวยกระบวนการสอนแบบ 6 Tips รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ ഥ SD แปลผล การประเมินดานครูผูสอน 1. ครชูี้แจงการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 4.45 0.44 มากที่สุด 2. ครใูชภาษาเพื่อการถายทอดเน้อืหาและการสื่อสารในหองเรียน 4.54 0.53 มากที่สุด 3. ครสูงเสริมใหนักเรียนมีความกระตือรือรนในการเรยีนรู 4.60 0.37 มากที่สุด 4. ครสูงเสริมใหนักเรียนเรียนรูดวยตนเอง 4.52 0.45 มากที่สุด การประเมินดานเนื้อหา 1. การเรียงเนื้อหาเปนลำดับจากงายไปยาก 4.56 0.45 มากที่สุด 2. การจัดเนื้อหาของครมูคีวามเหมาะสมกับเวลาเรียน 4.55 0.65 มากที่สุด 3. ความสอดคลองระหวางเนื้อหากับวิธีการจัดการเรยีนการสอนและวิธีการ วัดผล 4.53 0.70 มากที่สุด 4. ครมูีการทบทวนความรูเดิมกอนเขาเนื้อหาใหม 4.51 0.59 มากที่สุด การประเมินกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ครใูหการบานและตรวจการบานอยางเหมาะสมกับรายวิชา 4.52 0.41 มากที่สุด 2. ครมูีการนำสื่อเทคโนโลยีเชน การสอนโดยใชGoogle Classroom/Application อื่นๆ เขามาใชในการเรียนการสอน 4.58 0.78 มากที่สุด 3. ครมูีกิจกรรมการเรียนการสอนทำใหนักเรียนมีสวนรวมในการคิด 4.51 0.73 มากที่สุด 4. หองเรียนออนไลน(Google Classroom)ของครูมีแหลงเรียนรูที่หลากหลาย 4.56 0.37 มากที่สุด 5. นักเรียนเขาใจและไดรบัความรูจากบทเรยีนที่ครูสอนทั้งในหองเรียนและ ออนไลน 4.51 0.57 มากที่สุด 6. นักเรียนไดรับความรูภาษาอังกฤษจากการบูรณาการสอนของครู 4.53 0.76 มากที่สุด 7. ครใูหกำลังใจนักเรียนเสมอเมื่อเกิดปญหาทางการเรยีนหรืออุปสรรคอื่นๆ 4.54 0.75 มากที่สุด 8. ครมูีการวัดและประเมินผลท่มีีความเหมาะสมและตอเนื่อง 4.52 0.61 มากที่สุด 9. นักเรียนมีความสุขในการเรียน 4.60 0.45 มากที่สุด คาเฉลี่ยรวม 4.54 0.52 มากที่สุด
42 ภาคผนวก ฌ การสงเสริมครูจัดการเรียนรูดวยเทคโนโลยีดิจิทัลผานหองเรียน PPET (PLC-Pedagogy-English-Technology) สูผลสมัฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนสุนทรภูพิทยา การออกแบบหองเรยีน Google Classroom PPET@SPSS
43 การพฒันาครูและบุคลากรดานการใชapplication ในการจัดการเรียนการสอน การสอนรูปแบบ Active learning การสอนโดยบูรณาการภาษาองักฤษ
44 การสงงานของครผูานหองเรยีน Google Classroom PPET@SPSS การออกแบบการจัดการเรียนของครูผานหองเรียน Google Classroom