ครัวเรือนเกษตรไทยในวกิ ฤตโิ ควิด-19
ครวั เรอื นเกษตรไทยในวกิ ฤติ
โควิด-19
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์จากการสัมภาษณ์เกษตรกร
ทวั่ ประเทศ
ISSUE 11 / 2020 โสมรศั มิ์ จนั ทรัตน์ ณรงคฤ์ ทธิ์ อดลุ ยฐ์ านานศุ กั ด์ิ
อจั จนา ลํา่ ซํา
15 May 2020 ลัทธพร รตั นวรารกั ษ์ ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
ชนกานต์ ฤทธนิ นท์
บญุ ธิดา เสงย่ี มเนตร
สถาบนั วจิ ัยเศรษฐกจิ ปว๋ ย อึ๊งภากรณ์
สถาบันวิจยั เศรษฐกจิ ปว๋ ย อึ๊งภากรณ์
บทความนี้ศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด-19 และวิธีการรับมือของครัวเรือนเกษตรไทย โดยใช้
ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับตัวอย่างครัวเรือนเกษตร 720 ครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งถูกสุ่มมาจากทะเบียน
เกษตรกรเพื่อสะท้อนความหลากหลายของครัวเรือนเกษตรไทยตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึง
ความเปราะบางของครัวเรือนเกษตรที่แตกต่างกันต่อวิกฤติครั้งนี้ และสะท้อนนัยในการออกแบบนโยบายเยียวยา เพื่อ
ลดผลกระทบต่อการพัฒนาของครัวเรือนในระยะยาว และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรไทยในระบบเศรษฐกิจ
หลงั วิกฤติโควิด
วิกฤติโควิด-19 ที่อยู่กับเรามากว่า 3 เดือนได้สะท้อน หลักประกันทางสังคม (social safety net) รองรับ และ
ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน ภาครัฐอาจไม่มีข้อมูลมากพอในการออกแบบนโยบาย
เพราะการที่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของเรากระจุกตัวอยู่กับ ช่วยเหลอื เยียวยาท่ีตรงจดุ และท่ัวถงึ นกั
บางภาคส่วน เช่น ภาคการท่องเที่ยวและบริการ และพึ่งพิง
การค้าระหว่างประเทศเป็นสัดส่วนสูง ทําให้นโยบายยับยั้งการ แต่เนื่องจากวิกฤติครั้งนี้มีรากฐานมาจากปัญหา
ระบาด ซึ่งส่งผลทําให้ต้องปิดพรมแดนระหว่างประเทศ externality ดังนั้นการควบคุมการระบาดจึงต้องอาศัยความ
ระหว่างจังหวัด และทําให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก มี ร่วมมือของทุกคน หรือ collective action นั่นก็หมายถึงว่า
ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สูงมาก และได้ส่งผ่านผลกระทบไปไกล ปัญหาปากท้องของคนเพียงบางกลุ่ม ซึ่งอาจถูกบีบบังคับให้
จากบริษัทใหญ่ต้นนํ้า ไปจนถึงผู้ผลิตและแรงงานตัวเล็กตัว ต้องออกมาทํามาหากินที่เสี่ยงต่อการติดและแพร่เชื้อ ก็อาจ
นอ้ ยทีป่ ลายน้ําอยา่ งถว้ นท่วั 1 ส่งผลลกุ ลามทาํ ให้สถานการณ์การระบาดยืดเยอื้ ไปได้
วิกฤติโควิด-19 ยังได้ตอกยํ้าถึงปัญหาความเหลื่อมลํ้า โจทย์ใหญ่ทางนโยบายเศรษฐกิจก็คือ จะเยียวยาและ
ของระบบเศรษฐกิจของเรา ซึ่งประกอบด้วยหน่วยเศรษฐกิจ บรรเทาผลกระทบอย่างไรให้ทั่วถึงทุก ๆ คนที่เดือดร้อน และ
รายย่อยเป็นจํานวนมาก ไม่ว่าจะเป็น SME ผู้ใช้แรงงาน หรือ ให้เพียงพอที่จะประคับประคองทุกหน่วยเศรษฐกิจให้อยู่รอด
เกษตรกร ซึ่งอาจมีสายป่านสั้น มีสถานการณ์การเงินที่ตึงตัว ตลอดถึงสามารถฟื้นขึ้นได้อย่างรวดเร็วหลังวิกฤติ ดังน้ัน
เป็นทุนเดิม และมีข้อจํากัดในการเข้าถึงเครื่องมือในการรับมือ หลักฐานเชิงประจักษ์ที่จะสร้างความเข้าใจถึงผลกระทบอย่าง
กับวิกฤติครั้งนี้ และที่สําคัญคือส่วนใหญ่อยู่นอกระบบ ไม่มี รอบด้านของคนทุกกลุ่มของประเทศจึงเป็นสิ่งสําคัญมาก
ในตอนน้ี
ขอ้ คิดเห็นทีป่ รากฏในบทความน้ีเปน็ ความเหน็ ของผเู้ ขียน ซึ่งไมจ่ ําเป็นต้อง
สอดคล้องกบั ความเหน็ ของสถาบันวิจยั เศรษฐกิจปว๋ ย อ๊งึ ภากรณ์
www.pier.or.th 1
ครัวเรอื นเกษตรไทยในวกิ ฤติโควดิ -19
ภาพใหญ่ของความเปราะบางของครวั เรอื นเกษตรไทย ในมิติที่สอง 76% ของครัวเรือนเกษตรไทยพึ่งพิง
ตอ่ วกิ ฤตโิ ควิด-19 รายได้จากนอกภาคเกษตร และมีครวั เรอื นถึง 62% ทพี่ งึ่ พิง
รายได้จากการรับจ้างทั่วไปนอกภาคเกษตร (รูปที่ 1b) ซ่ึง
ครัวเรือนเกษตรน่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการระงับการระบาด
วิกฤติครั้งนี้ผ่านปัญหาเชิงโครงสร้างข้างต้นของประเทศอย่าง วกิ ฤติคร้งั น้ีจึงอาจสง่ ผลตอ่ รายไดค้ รวั เรือนสว่ นใหญ่
ชัดเจน หลายคนอาจมีมายาคติว่าภาคเกษตรจะมีศักยภาพใน
การรองรับการจ้างแรงงานให้กับคนที่กลับไปภูมิลําเนาได้ และหากมองลึกลงไปถึงการจัดสรรแรงงานใน
เหมือนสมัยวิกฤติต้มยํากุ้ง แต่ปัญหาภัยแล้งและปัญหาเชิง ครัวเรือน รูปที่ 2 แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนเกษตรไทยมี
โครงสร้างต่าง ๆ ของภาคเกษตรไทยในปัจจุบัน (Attavanich แรงงานที่ทํางานนอกภาคเกษตรอยู่ถึง 9.58 ล้านคน ซึ่งมา
et al. 2019) อาจทาํ ให้เป็นไปได้ยากขึ้น จากครัวเรือนในภาคอีสานมากที่สุด (6.94 ล้านคน) โดย
แรงงานส่วนใหญ่ทํางานรับจ้างทั่วไปนอกภาคเกษตรมากที่สุด
ข้อมูลทะเบียนเกษตรกรปี 2562 ซึ่งครอบคลุม (กว่า 80%) ซึ่งมีความเปราะบางต่อการโดนเลิกจ้างหรือลด
ครัวเรือนเกษตรเกือบทั้งหมดกว่า 6.08 ล้านครัวเรือนทั่ว เวลาทํางาน และในทุกพื้นที่มีสัดส่วนแรงงานในกลุ่มอายุ 46-
ประเทศ1 แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางในหลายมิติของ 60 ปีสูงที่สุดถึง 45% และมีแรงงานอายุน้อยกว่า 45 ปีอยู่ถึง
ครวั เรอื นเกษตรตอ่ วิกฤตคิ รง้ั นี้ 29%
ในมิติแรก ครัวเรือนเกษตรกว่าครึ่งทั่วประเทศ ในมิติที่สาม ครัวเรือนเกษตรมีภาระหนี้สินสูง
กําลังเพาะปลูก และ/หรือมีผลผลิตพร้อมขายในช่วง จากข้อมูลสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
ไตรมาสแรกของปีนี้ (รูปที่ 1a) และเนื่องด้วยครัวเรือนส่วน การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปี 2561 ของชาวนาไทยทั่วประเทศ รูปที่ 3
ใหญ่มักทําเกษตรซึ่งเป็นต้นนํ้าของห่วงโซ่อุปทานที่ส่งออกไป แสดงให้เห็นว่า 50% ของครัวเรือนชาวนาไทยกว่า 4.5 ล้าน
ขายในเมืองใหญ่และต่างประเทศ มาตรการระงับการระบาด ครัวเรือนมีหนี้สิน (คิดเฉพาะแค่จาก ธ.ก.ส.) มากกว่า
ซึ่งส่งผลให้ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ชะงักงัน และความ 200,000 บาท และ 20% มีมากกว่า 400,000 บาท และท่ี
ต้องการของตลาดท่ีเปลี่ยนแปลงไป อาจส่งผลโดยตรงต่อ สําคัญก็คือ 54% ของครัวเรือนเหล่านี้ได้อยู่ในโครงการพักหน้ี
รายได้เกษตรของครวั เรือน
รูปที่ 1 สถานการณก์ ารทําเกษตรของครัวเรอื นเกษตรไทยทวั่ ประเทศ
(a) Households having product for sale (b) Households by economic activities
Rice
Field crops
Rubber
Palm
Fruits
Others
ทมี่ า: Chantarat et al. (2020)
www.pier.or.th 2
ครวั เรอื นเกษตรไทยในวกิ ฤติโควิด-19
หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วด้วย โดยภาระหนี้สินสูงสุดใน ตึงตัวของครัวเรือนเกษตรจํานวนมากจึงน่าจะส่งผลโดยตรง
กลุ่มครัวเรือนชาวนาในภาคกลางและปริมณฑล ซึ่งมีสัดส่วน ตอ่ ความเปราะบางตอ่ วกิ ฤติครัง้ น้ี
ของการเข้าโครงการพักหนี้สูงที่สุดด้วย ภาวะทางการเงินท่ี
รูปที่ 2 แรงงานจากครวั เรือนเกษตรท่วั ประเทศที่ทํางานนอกภาคเกษตร
ท่ีมา: Chantarat et al. (2020)
รูปท่ี 3 สถานะทางการเงนิ ของครัวเรือนชาวนาไทยทวั่ ประเทศ
ทม่ี า: Chantarat et al. (2020)
www.pier.or.th 3
ครวั เรอื นเกษตรไทยในวกิ ฤตโิ ควิด-19
เจาะลกึ ผลกระทบของวกิ ฤตโิ ควิด-19 จากข้อมูลสํารวจ แต่ละตําบล (3 ครัวเรือนจาก 5 กลุ่ม คือ (1) ลูกค้า ธ.ก.ส. และ
รายครัวเรือน มีที่ดินเกิน 20 ไร่ (2) ลูกค้า ธ.ก.ส. และมีที่ดินน้อยกว่า 20 ไร่
(3) ลูกค้า ธ.ก.ส. และมีหนี้สินมากกว่า 500,000 บาท
Chantarat et al. (2020) ได้ทําการสัมภาษณ์ (4) ไม่ใช่ลูกค้า ธ.ก.ส. และมีที่ดินเกิน 20 ไร่ และ (5) ไม่ใช่
ครัวเรือนชาวนาตัวอย่างจํานวน 720 ครัวเรือนทั่วประเทศทาง ลกู คา้ ธ.ก.ส. และมีท่ดี ินนอ้ ยกว่า 20 ไร่)
โทรศัพท์ถึงทัศนคติ การดํารงชีวิตประจําวัน และผลกระทบ
ทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส รูปที่ 4 แสดงการกระจายตัวของกลุ่มตัวอย่างทั่ว
โควิด-19 ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา โดยกลุ่มตัวอย่างเป็น ประเทศ ซึ่งได้ถูกนํามาศึกษาและปรับ sampling weights
กลุ่มตัวอย่างเดียวกันกับโครงการวิจัยเรื่องเศรษฐศาสตร์ เพอ่ื ให้เปน็ national representative sample ของครวั เรือน
การเงินของครัวเรือนชาวนาไทย ท่ีทีมวิจัยได้ไปทําการสํารวจ ชาวนาไทย
ภาคสนามถึงสถานะทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างละเอียดมา
ต้งั แตเ่ ดือนกุมภาพันธ์ 2563 สถานะเศรษฐกิจการเงนิ ของครัวเรือนเกษตรก่อน
วกิ ฤตโิ ควิด
โดยทีมวิจัยได้สุ่มตัวอย่างครัวเรือนมาจากทะเบียน
เกษตรกรที่ครอบคลุมครัวเรือนเกษตรเกือบทั้งหมดของ รูปที่ 5 สรุปสถานะรายได้-รายจ่าย หนี้สิน-ทรัพย์สิน
ประเทศ ด้วยวิธี two-staged stratified sampling เพื่อเพิ่ม (จากทุกแหล่งทั้งในระบบและนอกระบบ) การประกันภัยและ
ความหลากหลายให้กับกลุ่มตัวอย่างที่นํามาศึกษา โดยเริ่มจาก หลักประกันทางสังคมของครัวเรือนตัวอย่างก่อนวิกฤติโควิด
การสุ่มเลือก 48 ตําบลในพื้นที่ที่ปลูกข้าวเป็นหลักทั่วประเทศ โดยพบวา่
(50% ของตําบลเป็นพื้นที่ชลประทาน) และสุ่ม 15 ครัวเรือนใน
ระหว่างครัวเรือนเกษตรเองก็มีความเหลื่อมลํ้า
รปู ที่ 4 การกระจายตวั ของครัวเรอื นตวั อยา่ งท่วั ประเทศ ทางรายได้สูง โดยรวมครัวเรือนชาวนามีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อ
ปีอยู่ที่ 60,276 บาท (รูป 5a) แต่ 27% ของครัวเรือนยังได้
ที่มา: Chantarat et al. (2020) รายได้ต่อปีไม่ถึง 12,559 บาท (เส้นความยากจนที่คิดจาก
$2.5 ตอ่ วัน) และเกอื บ 10% ยงั มรี ายไดต้ ดิ ลบ
ครัวเรือนพึ่งพิงรายได้นอกจากการทําเกษตรเป็น
สัดส่วนสูง โดยเฉลี่ยรายได้นอกเหนือจากการทําเกษตรคิด
เป็น 80% ของรายได้ทั้งหมดของครัวเรือน โดย 60% ของ
ครัวเรือนพึ่งพิงรายได้จากการรับจ้างนอกภาคเกษตร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งครัวเรือนที่เข้าไม่ถึงชลประทาน และ
ครัวเรือนที่ขาดทุนจากการทําเกษตร และกว่า 40% พึ่งพิงเงิน
โอนจากญาติที่ทํางานต่างจังหวัด (รูป 5b) Chantarat et al.
(Forthcoming) แสดงให้เห็นว่ารายได้นอกภาคเกษตรเหล่านี้
มีความจําเป็นต่อการเสริมสภาพคล่อง และคลายความตึงตัว
ทางการเงินของครัวเรือนเกษตรส่วนใหญ่ จากปัญหา
mismatching ของรายจ่ายและรายได้เกษตรที่มักมีลักษณะ
เปน็ seasonality
สถานะทางการเงินของครัวเรือนเกษตรมีความ
แตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยเราพบว่าครัวเรือนเกษตร
ส่วนใหญ่มีหนี้สูง โดยหากรวมจากทุกแหล่ง ครัวเรือนชาวนา
ไทยมีหนี้สินเฉลี่ย 3.4 ก้อน และมีหนี้คงค้างเฉลี่ย 416,143
บาทต่อครัวเรือน ครัวเรือน 50% มีหนี้สินคงค้างเกิน
300,000 บาท และ 30% มีเกิน 600,000 บาท (รูป 5c) โดย
มาจากสองแหล่งหลักคือ ธ.ก.ส. (60%) และสหกรณ์และ
กองทุนหมู่บ้าน (16%) และ 35% ของครัวเรือนมีหนี้นอกระบบ
(ดูรายละเอยี ดเพิ่มเติมจาก Chantarat et al. (Forthcoming))
www.pier.or.th 4
ครัวเรือนเกษตรไทยในวกิ ฤตโิ ควิด-19
0 .2 .4 .6 .8 1 0 .2 .4 .6 .8 1
Cumulative density 0 .2 .4 .6 .8 1
0 .2 .4 .6 .8 1
0 .2 .4 .6 .8 1
0 .2 .4 .6 .8 1 0 .2 .4 .6 .8 1
0 .2 .4 .6 .8 1
0 .2 .4 .6 .8 1
รปู ที่ 5 เศรษฐกิจการเงนิ ของครวั เรอื นเกษตรก่อนวกิ ฤติ
(a) Income and expenditure per capita per year (b) Income share by activities (c) Total debt and liquid asset per household
-1 0 1 2
Agri production On-farm wage
-200000 -1 0 600000 Off-farm wage 2 Salary 1.0e+06 2.0e+06 3.0e
0 200000 400000 1 Business T0ransfers
-200000 0 200000 Income p4e0r0c0a0p0ita per year 600000 Agri production GO0onv-fearrnmmwenatgaessistance1.0e+06 To2t.a0led+e0b6t per household 3.0e+06 Total liquid asset per household
ExpendOituffr-efapremr cwaapgitea per year Salary Total liquid asset per household
Income per capita per year Expenditure per capita per year Transfers Total debt per household
Business
-0.2 0 0.2 0.4 0.6 Government assistance 200% 0 12 3
-100% 0 100% Million baht
Million baht
Income share (%)
(d) Total debt to liquid asset (e) Insurance (f) Social safety net programs
Cumulative density Health ประCนEงคมแบบHนายIาง
.2 .4 .6 .8 1 Motor ประCนEงคมแบบประCนตนเอง
Crop 9ตรส;ส<การแ>ง?ฐ
เ0ย1ง3พ57งอา8
Life เ0ย1ง3พ56การ
Personal accident
!วยเห&อเ(ยวยาภาคเกษตร
กอง(นฌาปน-จ
!ตรทอง
0
0 50 100 150 200 0 20 40 60 80 100 0 20 40 60 80
Debt to liquid asset % household having % household having
ท่ีมา: Chantarat et al. (2020)
แต่ที่น่าสนใจคือลักษณะการออมของครัวเรือน นอกจากนี้ รูปที่ 6 ใช้รายละเอียดของงานและภาค
เกษตรมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยหากรวมการ เศรษฐกิจที่แรงงานแต่ละคนในครัวเรือนเกษตรทํางานอยู่ และ
ออมจากทุกแหล่ง รวมถึงสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น แสดงให้เห็นว่าแรงงานในครัวเรือนเกษตรส่วนใหญ่ทํางาน
ทอง ครัวเรือนชาวนามีมูลค่าการออมเฉลี่ยทั้งสิ้น 111,389 บาท อยู่ในภาคเศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบ และส่วนใหญ่เป็นงาน
แต่ก็ยังคงมีความแตกต่างระหว่างครัวเรือน โดยในขณะที่ จ้างชั่วคราวในภาคเกษตร (30%) และบรกิ าร (30%)
25% มีมากกว่า 100,000 บาท แต่เราพบว่า 30% ก็มีไม่ถึง
10,000 บาท (รปู 5c) รูปท่ี 6 งานและภาคเศรษฐกจิ ทแ่ี รงงานในครวั เรอื นเกษตร
ทํางานอยู่
การออมที่แตกต่างกันทําให้สุขภาพทางการเงินมี
ความแตกต่างกันด้วย โดยรูป 5d แสดงการกระจายตัวของ Note: Analysis is done at labor level and so size of alphabet represent frequency of job done by farm labors
ปริมาณหนี้สินต่อทรัพย์สิน และพบว่าในขณะที่ค่ากลางของ
หนี้สินต่อทรัพย์สินของครัวเรือนอยู่ที่ 6 เท่า แต่ 25% มากกว่า ทีม่ า: Chantarat et al. (2020)
25 เท่า และ 10% มีมากกวา่ 100 เท่า
ครัวเรือนส่วนใหญ่มีการทําประกันด้วยตนเอง
เป็นสัดส่วนสูง แต่มีหลักประกันทางสังคมที่จํากัด โดยรูป
5e แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนให้ความสําคัญกับประกันภัยที่ตน
เข้าถึงได้ โดย 90% สมทบในกองทุนฌาปนกิจอย่างสมํ่าเสมอ
และกว่า 75% ทําประกันชีวิต2 เป็นต้น แต่นอกจากสวัสดิการ
ภาครัฐและความช่วยเหลือทางการเกษตรแล้ว มีเพียง 20%
ของครัวเรือนที่มีแรงงานอยู่ในระบบประกันสังคมแบบมี
นายจ้างหรือได้รับสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งจะช่วยคุ้มครองเมื่อ
ไม่สามารถทํางานไดใ้ นสถานการณ์วกิ ฤติเช่นน้ี
www.pier.or.th 5
ครวั เรือนเกษตรไทยในวิกฤตโิ ควิด-19
รปู ท่ี 7 วิกฤติโควิดกระทบครวั เรือนในดา้ นใดมากทส่ี ดุ กลาง (70%) และโดยเฉลี่ย 1.5 คนต่อครัวเรือน โดย 60% ของ
ครัวเรือนมีแรงงานตกงานมากกว่า 1 คน และ 9% ของครัวเรือน
ทมี่ า: Chantarat et al. (2020) มีแรงงานตกงานย้ายมาจากต่างจังหวัด แรงงานที่ตกงาน
ส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการมากที่สุด (50%) ตามมาด้วย
ผลกระทบทางเศรษฐกจิ จากวิกฤติโควิด-19 ภาคเกษตรและก่อสร้าง (รูปที่ 8) โดยแรงงานในภาคใต้มาจาก
ภาคบริการสูงที่สุด ส่วนภาคเหนือและอีสานมีแรงงานมาจาก
สถานะทางเศรษฐกิจและการเงินที่แตกต่างกันส่งผล ภาคกอ่ สรา้ งสูงกวา่ ภาคอ่นื ๆ
ทําให้ผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้แตกต่างกันระหว่างครัวเรือน
โ ด ย ใ น ภ า พ ร ว ม ค ร ั ว เ ร ื อ น ส ่ ว น ใ ห ญ ่ ใ ห ้ ค ว า ม ส ํ า ค ั ญ กั บ ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า ณ ขณะนี้ครัวเรือน
ผลกระทบต่อรายได้นอกภาคเกษตรเป็นอันดับแรก ตามมา เกษตรมีแรงงานที่พร้อมทํางานจํานวนมาก (และกว่า 30%
ด้วยรายได้ในภาคเกษตรซึ่งครัวเรือนในภาคใต้ให้ความสําคัญ เป็นแรงงานอายุน้อยกว่า 45 ปี) โจทย์ที่สําคัญนอกเหนือจาก
มากกวา่ ภาคอ่นื ๆ3 การเยียวยาที่ทั่วถึงและเพียงพอแล้วก็คือ จะทําอย่างไรที่จะ
พลิกวิกฤติเป็นโอกาส และเปลี่ยนให้แรงงานเหล่านี้เป็นกําลัง
โดยรวม 75% ของครัวเรือนมีแรงงานตกงานหรือ สําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและภาคเกษตรไทยใน
ถูกลดเวลาทํางาน โดยมีสัดส่วนสูงที่สุดในภาคเหนือและ ระบบเศรษฐกจิ หลงั โควดิ
ภาคใต้ (90%) ตามมาด้วยภาคอีสาน (75%) และตํ่าสุดในภาค
วิกฤติโควิดส่งผลกระทบต่อรายได้จากการรับจ้าง
ทั้งในและนอกภาคเกษตรของครัวเรือนมากที่สุด และ
กระทบกว่า 50% ของครัวเรือน โดยรูปที่ 9a แสดงให้เห็นว่า
ความรุนแรงของผลกระทบมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก
ระหว่างครัวเรือน นอกจากนี้ 12% ของครัวเรือนมีรายได้จาก
เงินโอนลดลง ซึ่งส่วนใหญ่สืบเนื่องมาจากการมีญาติตกงาน
ในต่างจังหวัด และในขณะที่ 23% ของครัวเรือนได้รายได้
ลดลงจากการทําธุรกิจการค้า แต่ 2% ของครัวเรือนได้รับ
รายได้เพิ่มขึ้นถึงหรือเกินเท่าตัว เนื่องมาจากความต้องการ
รูปที่ 8 จาํ นวนแรงงานในครวั เรอื นเกษตรทต่ี ้องตกงานหรือลดเวลาทํางาน
(a) Distribution of unemployed member (b) Unemployed member by sector
All
Central
North
Northeast
South
Number of labor per household having to lose job or reduce work due to pandemic 6
ที่มา: Chantarat et al. (2020)
www.pier.or.th
ครัวเรอื นเกษตรไทยในวิกฤตโิ ควิด-19
รปู ที่ 9 ผลกระทบตอ่ รายไดแ้ ละรายจ่ายครวั เรอื น
(a) Impact on household income (b) Impact on household expenditure
ทีม่ า: Chantarat et al. (2020)
สินค้าสูงขึ้นในชุมชน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคและ ครัวเรือน 39% มีรายจ่ายเพื่อการอุปโภคและบริโภคมาก
บริโภค) และการมีช่องทางขายสินค้าใหม่ โดยเฉพาะ ขึ้น เนื่องมาจากสินค้ามีราคาสูงขึ้น 59% มีรายจ่ายในการ
e-commerce ซึง่ ก็แสดงใหเ้ ห็นถึงโอกาสจากวกิ ฤติครั้งนีไ้ ด้ดี เดินทางลดลงสืบเนื่องมาจากมาตรการภาครัฐ และ 56% มี
รายจ่ายคา่ นํา้ คา่ ไฟเพิม่ ขนึ้ นอกจากน้ี ยงั มคี รัวเรอื นกว่า 8% ท่ี
นอกจากนี้ยังพบว่า 29% ของครัวเรือนมีรายได้ ต้องรับภาระโอนเงินเพื่อช่วยญาติที่ตกงานในต่างจังหวัด ส่วน
เกษตรลดลง ซึ่งส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่ามีอุปสรรคในการขาย ผลกระทบต่อคา่ ใชจ้ ่ายฟ่มุ เฟอื ยมีความหลากหลายมาก
สินค้าเกษตร เนื่องมาจากข้อจํากัดของระบบขนส่งซึ่งเป็นผล
มาจากมาตรการระงับการระบาด และการเปลี่ยนแปลงไปของ รปู ที่ 10 ผลกระทบต่อความสามารถในการชาํ ระหนขี้ อง
ช่องทางการขายสินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมไปตลาด ครวั เรอื น
ในชุมชนลดลงและเปลี่ยนไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตมากข้ึน
ดังนั้น การปรับตัวของเกษตรกรต่อความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ที่มา: Chantarat et al. (2020)
ตลอดถึงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและทั่วถึง
จงึ เป็นสิ่งจําเปน็
รายได้ที่ลดลงจากวิกฤติครั้งนี้ (หรือ income
shock) ส่งผลทําให้การบริโภค (หรือความสามารถในการ
smooth consumption) ของครัวเรือนลดลงในบางกลุ่ม
โดยรูปที่ 9b แสดงให้เห็นว่า 25% ของครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายใน
การบริโภคอาหารลดลง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากข้อจํากัดในการ
รับมือต่อรายได้ที่ลดลง (low consumption insurance)
แต่ผลของวิกฤติต่อการบริโภคก็มีความหลากหลาย
ค่อนข้างมากระหว่างครัวเรือน โดยรูปที่ 9b แสดงให้เห็นว่า
www.pier.or.th 7
ครวั เรือนเกษตรไทยในวกิ ฤตโิ ควิด-19
รายได้ที่ลดลงจากวิกฤติครั้งนี้ (หรือ income กังวลกับผลกระทบต่อรายได้ในภาคเกษตร และรายจ่ายท่ี
shock) ยังส่งผลทําให้ครัวเรือนเกือบ 60% เริ่มมีปัญหา เพม่ิ ข้นึ มากกวา่
ในการชําระหนี้จากวิกฤติโควิด รูปที่ 10 แสดงให้เห็นว่า โดย
ส่วนใหญ่จะเป็นการชําระหนี้สินเพื่อการเกษตรกับ ธ.ก.ส. ซึ่งมี รายได้ การบริโภคอาหาร และความสามารถใน
กําหนดชําระภายในสิ้นไตรมาสแรก สินเชื่อส่วนบุคคลเป็น การชําระหนี้ของครัวเรือนรายเล็กลดลงมากกว่ารายใหญ่
สินเชื่ออีกประเภทที่ครัวเรือนเกษตรกว่า 20% มีปัญหาในการ จากวิกฤติครั้งน้ี โดยครัวเรือนในกลุ่มเล็กสุด 10% แรกมี
ชําระคืน ทั้งกับธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์ กองทุนหมู่บ้าน และ รายได้ลดลงถึง 80% และ 90% มีปัญหาในการชําระหนี้
สถาบนั นอกระบบตา่ ง ๆ เปรียบเทียบกับการลดลงของรายได้เพียง 20% ของกลุ่มราย
ใหญ่สุด 10% และมีเพียง 40% ที่มีปัญหาในการชําระหน้ี
วิกฤติครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนเกษตรกร รายจ่ายในการบริโภคก็ลดลงมากที่สุดในครัวเรือนกลุ่มเล็กสุด
รายเล็กมากกว่ารายใหญ่ โดยรูปที่ 11 แจกแจงให้เห็นถึง เชน่ กนั
ผลกระทบด้านต่าง ๆ ในแต่ละกลุ่มครัวเรือนซึ่งแบ่งตาม
quintile ของขนาดที่ดินที่เป็นเจ้าของ (ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่ Chantarat et al. (2020) ได้ศึกษาความสามารถ
สําคัญของครัวเรือนเกษตร) จากรายเล็กสุด 10% ไปจนถึงราย ของครัวเรือนในการจัดการกับรายได้ที่ลดลงเนื่องมาจาก
ใหญ่สุด 10% และพบว่าโดยรวมผลกระทบต่อรายได้นอกภาค วิกฤติครั้งนี้เพื่อไม่ให้ไปกระทบต่อการบริโภคของครัวเรือน
เกษตรสาํ คัญกับเกษตรกรรายเล็กมากกวา่ ต่างจากรายใหญท่ ี่ โดยใช้ consumption insurance model และพบวา่ ครวั เรือน
รปู ที่ 11 ความแตกต่างของผลกระทบทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งครัวเรอื น
(a) Most important impacts (% household) (b) Change in household income
80% -80% -60% -40% -20% 0
60%
40%
20%
0
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
Land quintile Land quintile
Decrease agri income Decrease non-agri income Agri income On farm wage income
Increase expenditure Decrease ability to repay debt Off farm wage income Business income
Transfers
(c) Change in household expenditure (d) Reducing ability to repay loan (% household)
10% 20% 30% 0 20% 40% 60% 80% 100%
-10% 0
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
Land quintile Land quintile
Food Household products Overall Formal loans
Utility Temptation goods Semi formal loans Informal loans
Transfers
ทม่ี า: Chantarat et al. (2020)
www.pier.or.th 8
ครวั เรอื นเกษตรไทยในวิกฤตโิ ควดิ -19
กลุ่มเล็กมีความสามารถในการรับมือกับรายได้ที่ลดลงจาก รูปท่ี 12 วิธีการรบั มือกบั วิกฤติโควดิ ของครวั เรอื นเกษตร
วิกฤติครั้งนี้ได้น้อยกว่ากลุ่มใหญ่อย่างมีนัยสําคัญ จึงส่งผลทํา
ให้เราเห็นการบริโภคอาหารที่ลดลงตามไปด้วยของครัวเรือน ท่มี า: Chantarat et al. (2020)
กลุ่มนี้ โดยความเหลื่อมลํ้าของผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ยัง ครั้งนี้อาจส่งผลในระยะยาวต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของ
สามารถเห็นได้ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย มีภาระหนี้สินต่อ ครัวเรือนรายเล็ก โดยรูปที่ 14a แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนราย
ทรัพย์สินมาก และอยู่นอกเขตชลประทานซึ่งไม่สามารถทํา ย่อยจะมีความสามารถในการใช้เงินออมและสินทรัพย์เป็น
เกษตรได้ตลอดทั้งปี (Chantarat et al. 2020) สัดส่วนที่ตํ่ากว่ารายใหญ่ แต่กลับต้องพึ่งพิงความช่วยเหลือจาก
ผู้อื่น และพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบในสัดส่วนที่สูงกว่ารายใหญ่
วิธกี ารรับมือกบั วกิ ฤตคิ รัง้ นีข้ องครัวเรือนเกษตร อย่างชัดเจน แต่กลุ่มครัวเรือนรายเล็กกลับไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่สุด
ท่สี มัครขอความส่วนเหลอื จากภาครฐั (รูปท่ี 14b)
ครัวเรือนเกษตรกว่า 70% ใช้เงินออมและการขาย
สินทรัพย์ในการรับมือกับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ รูปท่ี การคาดการณถ์ งึ ผลกระทบและความสามารถในการ
12 ยังแสดงให้เห็นว่า 55% ได้รับความช่วยเหลือจากสถาบัน รบั มือในอนาคต
เกษตรกรในพื้นที่ เช่น กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจ
ชุมชนต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทสําคัญทั้งในการช่วยแก้ปัญหา ในทางเศรษฐศาสตร์ การคาดการณ์หรือ expectation
สาธารณสุขและเศรษฐกิจ เช่น การสร้างงานในท้องถิ่น หรือ มักจะส่งผลต่อการตัดสินใจของครัวเรือนอย่างมีนัยสําคัญ ทีม
สร้างการเรียนรู้ถึงโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ นอกจากนี้ วิจัยจึงได้ให้เกษตรกรคาดการณ์ถึงผลกระทบที่อาจจะเกิด
ครัวเรือนเกษตรกว่า 20% ต้องกู้เงินโดยกู้มาจากธนาคาร ขึ้นกับครัวเรือนหากสถานการณ์การแพร่ระบาด และมาตรการ
พาณิชย์ และญาตเิ ปน็ หลกั ที่ส่งผลทําให้เกิดการจํากัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะต้อง
ครัวเรือนเกษตรส่วนใหญ่ได้สมัครขอความช่วยเหลือ
จากภาครัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการเยียวยาเกษตรกร
และเราไม่ทิ้งกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อนและ
ความสามารถในการเข้าถึง digital platform ของครัวเรือน
เกษตรในปัจจุบัน นอกจากนี้ครัวเรือนกว่า 20% ยังสมัครเข้า
โครงการพักหนี้ โดยเฉพาะกับ ธ.ก.ส. และสินเชื่อเพื่อการเกษตร
และสนิ เชอื่ ส่วนบคุ คล
Fig 12ทั้งนี้ครัวเรือนรายเล็กมีข้อจํากัดในการรับมือกับ
วิกฤติครั้งนี้มากกว่ารายใหญ่ และวิธีการรับมือกับวิกฤติ
รปู ที่ 13 การสมัครขอความช่วยเหลือจากภาครฐั
(a) Programs that households apply (b) Loan policy application by source and type
ทมี่ า: Chantarat et al. (2020)
www.pier.or.th 9
ครวั เรือนเกษตรไทยในวกิ ฤตโิ ควดิ -19
รปู ท่ี 14 ความแตกตา่ งของวิธกี ารรับมือวิกฤตริ ะหวา่ งครัวเรอื น
(a) Coping strategies used (% household) (b) Applying to government assistance (% household)
80% 20% 40% 60% 80%
60%
40%
20%
0 0
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
Land quintile Land quintile
Borrowing (formal loans) Borrowing (informal loans) !กห$ ป&บโครงส-างห$
Utilizing saving and asset Help from friends and relatives /นเ2อ4กเ5นดอกเ7ย9 เราไ;<ง=น
เ>ยวยาเกษตรกร เ>ยวยาBเตอCไฟEา
ท่ีมา: Chantarat et al. (2020)
ยืดเยื้อออกไปอีก 1, 2 และ 3 เดือน โดยรูปที่ 15 พบว่า หาก นัยสําคัญ และจะขยายวงกว้างไปสู่ครัวเรือนกว่า 80% หาก
สถานการณ์การแพร่ระบาดและการจํากัดกิจกรรมทาง สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปอีก 3 เดือน โดยในสถานการณ์
เศรษฐกิจตอ้ งยืดเยือ้ ไปอกี 1 เดือน 40% ของครวั เรอื นจะเร่ิมมี ดังกล่าวก็จะส่งผลให้ครัวเรือนเกินครึ่งต้องกู้ยืม (ทั้งจากใน
ปัญหารายได้ไม่พออยู่กิน และมีปัญหาในการชําระหนี้อย่างมี ระบบและนอกระบบ) เพ่อื มาบรรเทาความเดือดร้อน
รูปท่ี 15 การคาดการณถ์ งึ ผลกระทบและความสามารถในการรบั มือในอนาคต
(a) Likelihood of not having enough income for living (b) Likelihood of not being able to repay loan
(c) Likelihood of using different coping strategies
ท่ีมา: Chantarat et al. (2020)
www.pier.or.th 10
ครัวเรอื นเกษตรไทยในวกิ ฤติโควดิ -19
ขอ้ สรปุ และนยั เชงิ นโยบาย
โดยสรุปงานวิจัยนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด-19 ซึ่งได้กระทบครัวเรือนเกษตรส่วนใหญ่
อย่างถ้วนหน้า ผ่านทั้งทางการทําการเกษตรที่ต้องอาศัยระบบการขนส่งผลผลิต ที่เป็นต้นนํ้าของห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่ และท่ี
ถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และผ่านทางการพึ่งพิงรายได้จากนอกภาคเกษตรซึ่งส่วนใหญ่อยู่นอกระบบ
ประกอบกับสถานะทางการเงินที่ตึงตัวเป็นทุนเดิมจากภาระหนี้สูง และปัญหาสภาพคล่องจาก mismatching ของรายได้และ
รายจ่าย ทําใหม้ ขี อ้ จํากดั ในการรับมือกับวิกฤตคิ ร้ังน้ี
และที่สําคัญ งานวิจัยได้ชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมลํ้าของผลกระทบของวิกฤติครั้งนี้ ซึ่งจะกระทบหนักกับครัวเรือนที่มี
รายได้น้อย มีภาระหนี้สินต่อทรัพย์สินมาก อยู่นอกเขตชลประทานซึ่งไม่สามารถทําเกษตรได้ตลอดทั้งปี และมีทุนทางสังคมตํ่า ซ่ึง
ก็เป็นกลุ่มที่มีข้อจํากัดในการเข้าถึงวิธีการรับมือกับวิกฤติมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ด้วย หากไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่าง
ทันท่วงที ครัวเรือนอาจต้องใช้วิธีการรับมือที่เปน็ last resort เชน่ การก่อหนี้สิน หรือการต้องขายสินทรัพย์ ซ่ึงอาจส่งผลต่อการ
พฒั นาทางเศรษฐกิจของครวั เรือนในระยะยาว
แต่วิกฤติครั้งนี้ก็มาพร้อมโอกาส อันได้แก่ โอกาสที่จะมีแรงงานคุณภาพและอายุน้อยที่พร้อมทํางาน และน่าจะเป็นกําลัง
สําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและภาคเกษตรไทย โอกาสที่มาจากข้อจํากัดที่บีบบังคับให้เกษตรกรได้เรียนรู้ และใช้
เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งสามารถนํามาเพิ่มผลิตภาพ และสร้างคุณค่าและการเข้าถึงตลาดให้กับผลผลิตทางการเกษตร4 โอกาสที่ทําให้
สถาบันในระดับท้องถิ่นต่าง ๆ ได้มีบทบาทมากขึ้น และโอกาสที่ทําให้ทุกคนหันมาพึ่งพิงและพยายามสร้างระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น
ให้มีความเข้มแข็งจากข้างใน
งานวิจัยนี้ได้สะท้อนถึงความสําคัญของความช่วยเหลือภาครัฐในระยะสั้นที่ทันการณ์ เพียงพอ และมุ่งเป้าไปสู่ครัวเรือน
เกษตรรายเล็ก และครัวเรือนที่มีความเปราะบางสูง เพื่อประคับประคองครัวเรือนให้อยู่รอดได้ในระยะสั้น และลดผลกระทบต่อ
การพฒั นาในระยะยาว
งานวิจัยยังสะท้อนความจําเป็นในการสร้างระบบหลักประกันทางสังคมให้ครัวเรือนเกษตร และแรงงานนอกระบบ
โดยรวม ตลอดถึงการสร้างสถาบันและวัฒนธรรมการออมให้กับครัวเรือนกลุ่มนี้ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในอนาคต ซ่ึง
จากการสัมภาษณ์ ครัวเรือนเกษตรต่างให้ความสนใจที่จะเข้าร่วม แต่คําถามที่น่าสนใจคือ เกษตรกรจะยินดีและสามารถสมทบ
ต่อระบบไดม้ ากนอ้ ยแคไ่ หน (ซง่ึ มคี วามเปน็ ไปไดห้ ากมองจากวัฒนธรรมการทาํ ประกันภัยในระดบั สงู )
งานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงความจําเป็นในการปรับตัวของครัวเรือนเกษตรไทยทั้งในการผลิตและตลาด ให้เท่าทันต่อการ
เปลย่ี นแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ซง่ึ เปน็ ผลมาจากวกิ ฤตโิ ควดิ แตอ่ าจจะเปน็ new normal ตอ่ ไปในอนาคต
และท้ายที่สุด เราต้องหันกลับมาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคเกษตร โดยเน้นไปที่การพัฒนาทรัพยากรนํ้า ดิน
เทคโนโลยี ข้อมูล ระบบโลจิสติกส์ และการแก้หนี้สินครัวเรือนเกษตร เพื่อจะสามารถตักตวงโอกาสต่าง ๆ ข้างต้น และดึงแรงงาน
คุณภาพและอายนุ อ้ ยเข้ามาพัฒนาภาคเกษตรไทย
เอกสารอ้างองิ
Attavanich, W., S. Chantarat, J. Chenphuengpawn, P. Mahasuweerachai and K. Thampanishvong (2019). Farms,
Farmers and Farming: A Perspective through Data and Behavioral Insights. PIER Discussion Paper No. 122.
Chantarat, S., A. Lamsam, N. Adultananusak, L. Ratanavararak, C. Rittinon and B. Sa-ngimnet (2020).
Distributional Impacts of Covid-19 Pandemic on Agricultural Households. PIER Discussion Paper.
Chantarat, S., A. Lamsam, N. Adultananusak, C. Chawanote, L. Ratanavararak, C. Rittinon and B. Sa-ngimnet
(Forthcoming). Financial Lives of Thai Agricultural Households. PIER Discussion Paper.
Topics: Development
Tags: COVID-19, Thai agriculture, Welfare impact
www.pier.or.th 11
ครวั เรือนเกษตรไทยในวกิ ฤติโควิด-19
1 ประกอบไปด้วยครวั เรอื นชาวนากว่า 74% ครวั เรอื นชาวไร่ 18% ครวั เรือนชาวสวนปาลม์ 6% ครัวเรอื นชาวสวนยางพารา 17% ครวั เรอื นชาวสวน
ผลไม้ 9% และครวั เรอื นท่ที าํ เกษตรมูลคา่ สงู เช่น ผกั ไม้ดอกไมป้ ระดับและอืน่ ๆ อีก 6% ทั้งน้ี ไมร่ วมครวั เรือนปศสุ ตั ว์และประมงท่ีทางทมี วจิ ยั
ไมม่ ขี ้อมูล
2 ซงึ่ ส่วนหน่งึ อาจเปน็ เงื่อนไขของการกเู้ งนิ
3 อาจจะเนื่องมาจากทีภ่ าคใต้กําลังมผี ลผลิตข้าวนาปีออกมาพร้อมขายในช่วงไตรมาสแรกเป็นจาํ นวนมาก
4 จากการสมั ภาษณ์ พบว่า กวา่ 87% ของครวั เรอื นเกษตรเข้าถงึ internet และมี smartphone
www.pier.or.th 12