รายงานการเปลย่ี นแปลงตนเอง (Transformative)
ในชว่ งกอ่ น ระหวา่ ง และหลงั การพัฒนา
1. ท่านมีการเปลย่ี นแปลงตนเองอยา่ งไร
1.1 ในชว่ งพัฒนาโมดูลท่ี 1 วันท่ี 1-3 ธนั วาคม พ.ศ.2565
1) เก่ียวกับแนวคดิ (Mindset) ของเป้าหมายการจดั การการศกึ ษา
แนวคดิ ในการจดั การศึกษาหลังจากไดอ้ บรมโมดลู ที่ 1 แล้วนำแนวคิด
การจัดการเรียนรู้แบบ มีการบูรณาการนําแนวคิดต่างๆหรือนวัตกรรมใหม่ๆ หรือ
วิธกี ารจัดการเรยี นการสอนแบบใหมๆ่ เช่น จติ ศกึ ษาก่อนเรียน, การเรยี นการสอน
แบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนเป็นจุดสำคัญในการเรียน เพิ่มกิจกรรมหรือ
คำถามที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ ปรับแผนการจัดการเรียนรู้ให้มีการลงมือทำ และมี
การร่วมกันคิดต่อยอดหรือเชื่อมโยง ให้มากกว่าการนั่งฟังครูสอน หรือเรียนรู้จาก
วดิ โี อ รวมทัง้ ถ่ายทอดความเชอื่ วา่ เด็กทุกคนพฒั นาได้ด้วยการสอนอย่างตั้งใจ ให้
เวลา และให้โอกาสเด็กทุกคนในการเรียน ไม่ตัดสินเด็ก สอนนักเรียนทุกคนอย่าง
เสมอภาค ไม่แบ่งกลุ่ม เก่ง หรือ อ่อน เพื่อให้นักเรียนไม่เกิดความน้อยใจและถูก
เปรยี บเทียบ
2) เกย่ี วกบั วธิ กี ารสรา้ งการเรียนรู้ทเ่ี หมาะสมให้กบั ผูเ้ รยี น
ผู้เรยี นในแต่ละระดับช้ันมีความแตกตา่ งกันตามวุฒิภาวะและการรับรู้
ซึง่ ในการสอนบทเรยี น แตล่ ะเรือ่ งทเ่ี รียน โอกาสท่ผี ู้เรยี นจะได้รับความรู้อย่างเต็ม
ประสิทธิภาพนั้นไม่เท่ากัน ซึ่งวิธีที่นํามาสร้างการเรียนรู้ที่ เหมาะสมให้กับผู้เรียน
ผู้เรียนต้องได้เรียนรู้และปฏิบัติจริง จากกิจกรรมต่างๆที่ครูผู้สอนกําหนดขึ้นตาม
แผน กจิ กรรม
3) เกี่ยวกับความรู้และทักษะการเป็นครู Coach ครู Fa ครูนักคิด/
นกั นวตั กรรม
จากที่ได้อบรมเกี่ยวกับทักษะการเป็นครูโค้ช ครูฟา ทําให้เข้าใจ
ผู้เรียนมากขึ้น ทักษะกระบวนการสร้างความพร้อมก่อนเข้าสู่บทเรียน โดย
แบ่งบทบาทครู Coach ครู Fa ที่คอยอํานวยความสะดวกในการเรียนรู้ใช้
ทักษะ กระบวนคําถามพัฒนาการคิดให้กับนักเรียน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้
เพื่อการเปลี่ยนแปลง ให้นักเรียนสามารถดำเนินจะกรรมที่เรามอบให้ ได้
บรรลเุ ปา้ หมาย และเพือ่ ฝึกการเปน็ ผน็ ำและผตู้ ามใหห้ ับนกั เรียนอกี ดว้ ย
1.2 ในชว่ งนํามาสกู่ ารปฏิบัตทิ ่ีหน้างาน
1) เก่ียวกับแนวคิด (Mindset) ของเปา้ หมายการจดั การการศกึ ษา/
เป้าหมายการพฒั นา
ผเู้ รยี นได้เรียนรู้และรจู้ กั เกี่ยวกับ (Mindset) เร่ิมหาทางปรับเปลย่ี น
Mindset ของตัวเอง ไม่ใช้อารมณ์กับนักเรียน หรือตัดสินนักเรียนตามความรู้สึก
ให้ความสนใจ ความใส่ใจ ความรักกับนักเรียนทกุ คน อย่างทั่วถึง ใช้เหตุผลคุยกับ
นักเรียนทุกๆเรื่อง จัดการเรียนการสอนให้สนุกสนานมากขึ้น ในรูปแบบของ
Active Learnning มีเกม กิจกรรมกลุ่ม หรือมีคำถามกระตุ้นความสนใจเพื่อให้
เกดิ การเรยี นรู้ท่ดี ียิง่ ขึน้
2) เกีย่ วกับวิธกี ารสรา้ งการเรยี นรทู้ ่เี หมาะสมให้กบั ผู้เรยี น
ศึกษาความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลของผูเ้ รียนแตล่ ะห้องเรียน
วิเคราะห์หลักสูตร ออกแบบ นการจัดการเรียนรู้ และหาสื่อการสอนที่เหมาะสม
กับผู้เรียน หากิจกรรมการจัดการเรียนการสอนที่ หลากหลาย ก่อนเริ่มการเรียน
การสอนของแต่ละคาบ เตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ในการทำกิจกรรมให้ครบถ้วน
เหมาะสม
3) เกยี่ วกับความรูแ้ ละทักษะการเป็นครู Coach ครู Fa ครูนักคดิ /
นักนวัตกรรม
ครู Coach ครู Fa ตอ้ งมที กั ษะ ตอ้ งมีทักษะการสร้างความพรอ้ ม
ให้กับนักเรียนการเริ่มการ จัดการเรียนการสอน ครู Coach ครู Fa ต้องสร้าง
“ความรู้ตวั ” ใหก้ ลบั มาอยู่ที่นกั เรยี นทกุ คนให้ได้ เพือ่ เป็น การสรา้ งสติ เพราะเป็น
สิ่งสําคญั ที่ ครู Coach ครู Fa จาํ เปน็ ต้องสรา้ งให้ผูเ้ รยี น เกิดความพรอ้ มท้ังในช่วง
ก่อน และระหว่างสนทนาหรือระหว่างที่ทํากิจกรรม ฝึกให้ผู้เรียนทำหน้าที่ครู
Coach ครู Fa ในกล่มุ กจิ กรรมของตนเอง เพอื่ เป็นการฝึกฝนไปดว้ ยระหว่างเรยี น
4) เกี่ยวกับอุดมการณ์/จิตวิญญาณความเป็นครูเข้าใจและไว้วางใจ
เด็กมากขึ้น ให้ความใส่ใจแก่เด็ก เชื่อมั่นในตัวเด็กว่าจะเกิดการพัฒนาได้ แม้
ศกั ยภาพไม่เทา่ กนั ใหโ้ อกาสแกเ่ ดก็ เป็นแบบอยา่ งท่ดี ีให้กับเดก็ นักเรียนทง้ั ในและ
นอกโรงเรียน
2. ผลของการเปล่ยี นแปลงในขอ้ 1 เปน็ ผลมาจากสิง่ ใด
2.1 การเปลี่ยนแปลงในข้อที่ 1 เกิดจากกิจกรรมการพัฒนา โมดูลที่ 1 มาก
นอ้ ยเพียงใด
มกี ารเปลีย่ นแปลงในข้อ 1 เกิดจากกจิ กรรมการพฒั นาในโมดลู ท่ี 1
มาก เพราะมีการปรับเปลี่ยนตัวเองมากมายมีการนำความรู้ที่ได้จากการอบรมมา
ปรับเปล่ียนตัวเองหลายอยา่ งท้งั ใน ด้านอารมณ์ สติปญั ญา การเตรียมความพร้อม
ผู้เรียน ใช้คําถามถามที่หลากหลายใน การกระตุ้นนักเรียนให้ฝึกคิด การแสดง
บทบาทครู Coach ครู Fa การทํา PLC นําเอาปัญหาที่พบเจอมาพูดคุยกับเพื่อน
รว่ มงาน อภิปรายร่วมกัน เพอ่ื หาแนวทางแกไ้ ขปัญหาร่วมกัน
2.2 การเปลี่ยนแปลงในข้อที่ 1 เป็นผลมาจากการลงมือปฏิบัติงานใน
สถานศึกษามากนอ้ ยเพยี งใด
การเปล่ียนแปลงในข้อท่ี 1 เปน็ ผลมาจากการลงมือปฏิบัตงิ านใน
สถานศึกษาเป็นส่วนมาก เพราะกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนที่คิดวางแผน
นําไปสู่การปฏิบัติกับนักเรียนในสถานศึกษาทีข่ ้าพเจ้า สังกัดอยู่จริง และส่งผลตอ่
บรรยากาศการเรียนรู้ให้ดขี ้ึน
3. ตอนนี้ท่านมีความมั่นใจมากน้อยเพียงใด ว่าท่านจะสามารถเป็นครูผูน้ ําการ
เปลี่ยนแปลงทางการศึกษา เปลี่ยนตนเอง เปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ เปลี่ยน
นักเรียน โดยการสร้างความร่วมมือกับบุคลากรใน โรงเรียนและชุมชน เพราะ
เหตใุ ด
ข้าพเจ้ามีความมั่นใจ ว่าจะสามารถเป็นครูผู้นําการเปลี่ยนแปลงทาง
การศึกษา เปลี่ยนตนเอง เปลี่ยน การจัดการเรียนรู้ เปลี่ยนนักเรียน โดยการสร้าง
ความรว่ มมือกับบคุ ลากรในโรงเรียนและชมุ ชน เพราะหลงั จาก
ท่ีไดไ้ ปอบรมช่วงพัฒนาโมดูลท่ี 1 วนั ท่ี 1-3 ธันวาคม พ.ศ.2565 ในระบบออนไลน์
ข้าพเจ้าได้ความรู้ และได้รับรู้ข้อมูลที่นํามาสู่การเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ซึ่ง
หลังจากที่เสร็จสิ้นการอบรม กลับมาสู่ สถานศึกษาข้าพเจ้าก็ได้นําวิธีต่างๆที่ได้
เรียนรู้ ได้รับความรู้มา ปรับเปลี่ยนตัวเอง ไม่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา เอาใจใส่
นักเรียนทุกคน ดูแลอย่างทั่วถึง ออกเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคนเพื่อให้รู้ถึงสภาพ
ปัญหาของนักเรียน รายบุคคล ปรับใช้ในรายวิชาที่จัดการเรียนการสอนให้เกิดผล
ไปในทางที่ดีโดยแสดงบทบาทครู Coach ครู Fa ตอนที่จัดการเรียนการสอน การ
เรียกสตินักเรียนก่อนเริ่มการเรียนการสอน ในและการทํา PLC ของโรงเรียน
ข้าพเจ้าได้ไปขยายผลวธิ กี ารจดั การเรียนการสอนโดยแสดงบทบาทครู Coach
ครู Fa ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย และ จะนําไปปรับใช้ในรายวิชาของตัวเอง ในด้านของ
ชุมชนก็ได้รับความร่วมมือกับผู้ปกครองนักเรียน ผู้นำชุมชน โดยชุมชนจะมีส่วน
ช่วยกระตุ้นนักเรียนให้ตั้งใจเรียน ให้ข้อมูลความรู้ มีความรับผิดชอบต่อ
ภาระหน้าที่ของตนเอง ข้าพเจ้าในฐานะครูที่ ปรึกษาก็จะนําข้อมูลลงกลุ่มไลน์
ผู้ปกครอง ถึงภาระงานของนักเรียน เพื่อเป็นการช่วยกัน 2 ทาง ให้นักเรียน
ประสบ ความสาํ เร็จดา้ นการศึกษาอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
4. มีสิ่งใดที่ท่านจําเป็นต้องต้องพัฒนาตนเองให้ดีกว่านี้ และท่านจะมีแนวทาง
พฒั นาสงิ่ นน้ั อยา่ งไร
สิ่งที่ข้าพเจ้าจําเป็นต้องพัฒนาตนเองให้ดีกว่านี้ คือ การบริหารจัดการเวลา
ให้ดี ในการทําภาระงานที่ นอกเหนือการสอน ซึ่งภาระงานที่นอกเหนือการสอน
เหล่านี้มีผลต่อการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หรือการ จัดการเรียนการสอน
การศึกษาและรับรู้ถึงวุฒิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนรายบุคคล
การ เข้าถึงนักเรียนรายบุคคลให้ได้มากกว่าทุกวันนี้ และหากจัดสรรเวลาได้จะมี
เวลามาพฒั นาความรคู้ วามสามารถของขา้ พเจ้าเองใหม้ ากข้ึนไดอ้ กี ด้วย
5. อีก 10 ปีข้างหน้า ท่านมีเจตจํานงที่จะทําอะไรให้ประสบผลสําเร็จ และมี
แนวทางไปสู่จุดนน้ั ไดอ้ ยา่ งไร
อีก 10 ปขี ้างหน้า ข้าพเจา้ มเี จตจํานงที่จะเหน็ นกั เรียนทีข่ ้าพเจ้าสอนทุกคน
ประสบความสําเร็จตาม ส่งิ ที่พวกเขาคาดฝัน อยากเห็นนักเรยี นทุกคนมีการศึกษา
ทดี่ ีขึน้ ในระดับทสี่ ูงขึ้น อยากเหน็ นกั เรียนจบไปมีงานทำ เลี้ยงดูชีวิตและครอบครัว
ได้ เติบโตเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมต่อไปและข้าพเจา้ มีเจตจํานงที่จะทําวิทยฐานะ
คศ.3 ให้ประสบผลสําเร็จ และแนวทางที่ ข้าพเจ้าไปสู่จุดนั้นได้ คือ การจัดการ
เรยี นการสอนท่ดี ี หาเทคนคิ การจดั การเรยี นการสอนทีห่ ลากหลายสร้างนวัตกรรม
ที่ตอบสนองตามความต้องการของผู้เรียน ทําวิจัยในชั้นเรียนเพื่อหาปัญหาท่ี
เกิดขึ้นในชั้นเรียนและ หาแนวทางแก้ไขปัญหา จัดทําสื่อการสอนที่น่าสนใจและ
หลากหลาย เรียนรู้งานทุกอย่าง เอกสารภาระงาน ประกอบการทําวิทยฐานะ
จัดทำทุกอย่างให้เป็นระบบ ภาระงานอื่นนอกจากงานสอนก็จะทำควบคู่กันไป
อยา่ งเหมาะสม และถูกต้องตามหนา้ ที่