คมู่ ือนักเรียน-ผปู้ กคครูมออื งนปกั เกี รายี รนศ-กึ ผษปู ากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรึกยี ษนาร่ม๒เ๕ก๖ล๕า้ สกลนค๔ร๗ 47
โรงเรียนรมเกลา
๙.๓ การเปลี่ยนผลการเรยี น “มส”
การเปลย่ี นผลการเรียน “มส” มี ๒ กรณี ดังนี้
๙.๓.๑ กรณีผูเรยี นมเี วลเรียนไมถ งึ รอยละ ๘๐ แตม เี วลาเรยี นไมนอ ยกวารอ ยละ ๖๐ ของเวลา
เรยี นทง้ั หมด ไดผลการเรยี น “มส” ยกเวนกรณีมีเหตุสุดวสิ ยั และไดรบั การอนมุ ตั จิ ากผอู ํานวยการโรงเรยี น
ใหมผี ลการเรยี นเปน อยา งอนื่ ใหโ รงเรยี นจัดใหเ รยี นเพม่ิ เตมิ โดยใชช วั่ โมงสอนซอมเสรมิ หรอื เวลาวา ง หรอื
วนั หยดุ หรอื มอบหมายงานใหท ํา จนมเี วลาเรยี นครบตามทก่ี าํ หนดไวส าํ หรับรายวชิ านนั้ แลวจึงสอบใหเปน
กรณพี ิเศษ ผลการสอบแก “มส” ใหไ ดระดบั ผลการเรียนไมเกิน “๑” การแก “มส” กรณีนี้ใหกระทาํ ให
เสร็จส้ินในปการศึกษานั้น ถา ผูเรียนไมมาดาํ เนินการแก “มส” ตามระยะเวลาท่ีกาํ หนดไวนี้ใหเรียนซ้าํ
ยกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ ยูใ นดลุ ยพนิ จิ ของโรงเรยี นทจ่ี ะขยายเวลาการแก “มส” ออกไปอกี ไมเ กนิ ๑ ภาคเรยี น
แตเ ม่อื พนกําหนดนีแ้ ลว ใหป ฏิบตั ิ ดงั น้ี
(๑) ใหเ รยี นซ้าํ รายวชิ า ถา เปนรายวชิ าพน้ื ฐาน
(๒) ใหเ รยี นซํา้ หรอื เปลยี่ นรายวชิ าเรยี นใหม ถา เปน รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ใหอยูในดลุ ยพนิ จิ ของ
โรงเรยี น
๙.๓.๒ กรณที ผ่ี เู รยี นไดผ ลการเรยี น “มส” และมเี วลาเรยี นนอ ยกวารอยละ ๖๐ ของเวลาเรยี น
ทง้ั หมด ใหส ถานศกึ ษาจดั ใหเ รยี นซาํ้ ในรายวชิ าพน้ื ฐานและรายวชิ าเพม่ิ เตมิ หรอื เปลยี่ นรายวชิ าใหมไ ดส าํ หรบั
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ เทานน้ั ในกรณที เี่ ปลย่ี นรายวชิ าใหมใ หห มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรยี นวา ใหเ รยี นแทน
รายวชิ าใด
การเปลยี่ นผลการเรยี นสาํ หรบั ระดับมัธยมศึกษา หากมผี ลการเรียน “0” “ร” “มส” ในภาค
เรยี นท่ี ๒ ใหด าํ เนินการใหเสร็จสน้ิ กอ นเปดเรียนปการศึกษาถัดไป โดยโรงเรียนอาจจดั ใหผ เู รียนแกไขผล
การเรยี นในภาคเรยี นฤดรู อนได
๙.๔ การเปล่ยี นผลการเรยี น “มผ”
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ กาํ หนดใหผ ูเ รยี นเขารวมกจิ กรรมพฒั นา
ผเู รยี น ๓ กจิ กรรม คือ ๑) กจิ กรรมแนะแนว ๒) กิจกรรมนกั เรยี น ซง่ึ ประกอบดวยกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี
ยวุ กาชาด ผบู ําเพญ็ ประโยชน หรอื นกั ศึกษาวิชาทหาร โดยผูเรียนเลอื กอยางใดอยา งหนึ่ง ๑ กิจกรรม และ
เลอื กเขา รวมกจิ กรรมชมุ นุม หรือชมรม อีก ๑ กิจกรรม และ ๓) กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน
ในกรณที ผี่ เู รยี นไดผ ลการเรยี น “มผ” โรงเรยี นตอ งจดั ซอ มเสรมิ ใหผ ูเ รยี นทาํ กจิ กรรมจนครบตามเวลา
ทกี่ าํ หนด หรอื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพอ่ื พฒั นาคณุ ลกั ษณะทต่ี อ งปรบั ปรงุ แกไ ข แลว จงึ เปลยี่ นผลการเรยี นจาก “มผ”
เปน “ผ” ทั้งน้ีตองดาํ เนินการใหเสร็จส้ินภายในปก ารศึกษานัน้ ยกเวนมีเหตสุ ดุ วสิ ัยใหอยูในดลุ ยพินจิ ของ
โรงเรยี น
๙.๕ การเปลี่ยนผลการประเมนิ คณุ ภาพ
การเปล่ียนผลการประเมินคุณภาพของการอาน คิดวเิ คราะห และเขียน หรอื คณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค
48 ๔ค๘ู่มอื นกั เรียคนูม-อืผนู้ปกักเครรยี อนง-ผปปู ีกกาครรศอึกงษาปก๒าร๕ศ๖กึ ๕ษาโร๒ง๕เร๖ยี ๕นรม่ เกลา้ สกลนคร
โรงเรียนรมเกลา
ในกรณที ีผ่ ูเรยี นไดผลการเรียน “ไมผ าน” โรงเรยี นตอ งจัดซอมเสรมิ ใหผ เู รยี นทํากิจกรรมการอา น
คดิ วเิ คราะห และเขยี น หรอื คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค “ผา น” ทง้ั นตี้ อ งดําเนนิ การใหเ สรจ็ สนิ้ ภายในปการ
ศึกษานน้ั ยกเวนมเี หตุสดุ วสิ ยั ใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของโรงเรยี น
๙.๖ การสอนซอ มเสรมิ
การสอนซอ มเสรมิ เปน สว นหนง่ึ ของกระบวนการจัดการเรยี นรูและเปนการใหโ อกาสแกผูเรยี นไดม ี
เวลาเรยี นส่งิ ตาง ๆ เพ่ิมขน้ึ จนสามารถบรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรูต ัวช้ีวดั ท่ีกําหนดไว การสอนซอมเสรมิ
เปน กรณพี เิ ศษนอกเหนอื ไปจากการสอนตามแผนการจดั การเรยี นรูป กตเิ พอ่ื แกไขขอ บกพรอ งทพ่ี บในผเู รยี น
โดยจดั กระบวนการเรียนรูทหี่ ลากหลายและคาํ นงึ ถงึ ความแตกตา งระหวางบุคคลของผูเรยี น
๙.๗ การเรยี นซํ้า
สถานศึกษาจะจดั ใหผูเรียนเรยี นซํ้าใน ๒ กรณี ดงั นี้
กรณที ่ี ๑ เรยี นซา้ํ รายวชิ าเมอ่ื ผูเรยี นซอ มเสรมิ และสอบแกต วั ๒ ครง้ั แลว ไมผา นเกณฑการประเมนิ
ใหเ รียนซา้ํ รายวิชานั้นใหอ ยูในดุลยพินจิ ของโรงเรียนโดยจดั ใหเ รียนซาํ้ ในชวงใดชวงหนึ่งท่ีโรงเรยี นเห็นวา
เหมาะสม เชน พกั กลางวนั วนั หยดุ ชวั่ โมงวา งหลงั เลกิ เรยี น และภาคฤดรู อ นกรณที ี่ ๒ เรยี นซํ้ามี ๒ ลกั ษณะ
คอื
๙.๗.๑ ผเู รยี นมรี ะดบั ผลการเรยี นเฉลย่ี ในปก ารศกึ ษานนั้ ตา่ํ กวา ๑.๐๐ และมแี นวโนม วา จะเปนปญ หา
ตอ การเรยี นในระดบั ชนั้ ทส่ี งู ขน้ึ
๙.๗.๒ ผเู รยี นมผี ลการเรยี น “๐” “ร” “มส” เกินครงึ่ หนึ่งของรายวชิ าท่ีลงทะเบียนเรยี นในปก าร
ศึกษานั้น
ทง้ั นหี้ ากเกดิ ลกั ษณะใดลกั ษณะหนง่ึ หรอื ทงั้ ๒ ลกั ษณะ ใหส ถานศกึ ษาแตง ตง้ั คณะกรรมการพจิ ารณา
หากเห็นวาไมมีเหตุผลอนั ควรกใ็ หซ ้าํ ชนั้ โดยยกเลกิ ผลการเรียนเดิม และใหใชผลการเรียนใหมแทน หาก
พจิ ารณาแลวไมต อ งเรยี นซํา้ ชน้ั ใหอ ยูใ นดลุ ยพนิ จิ ของโรงเรยี นในการแกไ ขผลการเรยี น
๙.๘ การอนมุ ตั ิเลื่อนช้ัน
ผเู รยี นจะไดร บั การตดั สนิ ผลการเรยี นทกุ ป/ ภาคเรยี นและไดร บั การเลอื่ นชน้ั เมอื่ สนิ้ ปการศกึ ษา โดย
มีคณุ สมบัติตามเกณฑ ดงั น้ี
๙.๘.๑ รายวิชาพนื้ ฐาน ไดรบั การตดั สนิ ผลการเรยี นทุกรายวชิ า
๙.๘.๒ รายวิชาเพ่มิ เตมิ ไดร บั การตัดสนิ ผลการเรยี นตามเกณฑท สี่ ถานศึกษากําหนด
๙.๘.๓ ผเู รยี นตอ งไดร บั การประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผา นตามเกณฑท โ่ี รงเรยี นกาํ หนดในการอา น
คดิ วเิ คราะห และเขียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค และกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น
๙.๘.๔ ระดับผลการเรยี นเฉลีย่ ในปการศกึ ษาน้ันตองไมต า่ํ กวา ๑.๐๐
ทงั้ นรี้ ายวชิ าใดทไี่ มผา นเกณฑการประเมนิ โรงเรยี นสามารถซอ มเสรมิ ผูเ รยี นใหไ ดร บั การแกไ ขในภาค
เรยี นถดั ไป
ค่มู อื นกั เรียน-ผูป้ กคครมู อืองนปักเกี ราียรนศ-กึ ผษปู ากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรกึ ียษนาร่ม๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนค๔ร๙ 49
โรงเรยี นรมเกลา
๑๐. การอนมุ ตั ิการจบการศึกษาโรงเรยี นรมเกลา ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ป ๒๕๕๕)
๑๐.๑ เกณฑก ารจบระดับมัธยมศึกษาตอนตน
๑๐.๑.๑ ผเู รยี นเรยี นรายวิชาพื้นฐานและรายวชิ าเพิม่ เติม โดยเรยี นรายวิชาพื้นฐาน จาํ นวน ๖๖
หนว ยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เติมตามท่สี ถานศกึ ษากําหนด
๑๐.๑.๒ ผเู รียนตองไดห นว ยกติ ตลอดหลกั สตู รไมนอ ยกวา ๗๗ หนวยกติ โดยเปน รายวิชาพน้ื ฐาน
๖๖ หนว ยกิต และรายวชิ าเพิม่ เติมไมน อ ยกวา ๑๑ หนว ยกิต
๑๐.๑.๓ ผูเรียนตอ งมผี ลการประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขียน ในระดบั ๑ ขน้ึ ไป และผา น
เกณฑป ระเมนิ ตามสมุดบันทกึ การอาน งานหอ งสมดุ
๑๐.๑.๔ ผเู รยี นตอ งมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ระดับ ๑ ขนึ้ ไป และผา นเกณฑ
เกณฑตามสมดุ บันทึกการทําความดี ของกลุมบรหิ ารกจิ การนกั เรยี น
๑๐.๑.๕ ผเู รียนตองเขา รวมกิจกรรมพฒั นาผเู รียนและไดรับการตัดสินผลการเรียนระดับ “ผา น”
ท้ัง ๔ กจิ กรรม ไดแก
(๑) กจิ กรรมลูกเสอื -ยวุ กาชาด
(๒) กจิ กรรมแนะแนว
(๓) กิจกรรมชุมนมุ
(๔) กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน
๑๐.๒ เกณฑก ารจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
๑๐.๑.๑ ผเู รียนเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานและเพมิ่ เตมิ โดยเปนรายวชิ าพนื้ ฐานจาํ นวน ๔๑ หนวยกติ และ
รายวิชาเพ่ิมเตมิ ตามทีส่ ถานศึกษากําหนด
๑๐.๒.๒ ผเู รยี นตองไดหนว ยกติ ตลอดหลกั สตู รไมนอยกวา ๗๗ หนว ยกติ โดยเปนรายวชิ าพนื้ ฐาน
จาํ นวน ๔๑ หนวยกติ และรายวิชาเพม่ิ เตมิ ไมนอยกวา ๓๖ หนว ยกติ
๑๐.๒.๓ ผูเรยี นตองมผี ลการประเมนิ การอาน คดิ วิเคราะห และเขียน ในระดบั ๑ ขนึ้ ไป และผาน
เกณฑประเมินตามสมุดบันทึกการอา น งานหองสมุด
๑๐.๒.๔ ผูเรยี นตองมผี ลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ระดับ ๑ ขนึ้ ไป และผา นเกณฑ
เกณฑตามสมดุ บันทึกการทาํ ความดี ของกลมุ บรหิ ารกิจการนกั เรยี น
๑๐.๒.๕ ผเู รียนตองเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและไดรับการตัดสินผลการเรยี นระดับ“ผาน”
ทง้ั ๓ กจิ กรรม ไดแ ก
(๑) กจิ กรรมแนะแนว
(๒) กจิ กรรมชุมนุม
(๓) กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน
50 ๕ค๐ู่มอื นกั เรยี คนมู -อืผน้ปู ักกเครรียอนง-ผปปู ีกกาครรศอกึ งษาปก๒าร๕ศ๖ึก๕ษาโร๒ง๕เร๖ยี ๕นร่มเกล้า สกลนคร
โรงเรยี นรมเกลา
๑๑. การเทียบโอนผลการเรยี น
๑๑.๑. วิธกี ารปฏบิ ตั ใิ นการจดั เขา ชนั้ เรยี น
๑๑.๑.๑ ใหจ ดั ชนั้ เรยี นตอ เนอื่ งจากทเ่ี รยี นอยูเ ดมิ เชน จบชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑ จดั เขา เรยี นชนั้ มธั ยม
ศึกษาปที่ ๒ จบช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๒ ใหเ ขาชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๓
๑๑.๑.๒ พจิ ารณาแลว เหน็ วา เทยี บโอนผลการเรยี นไดจ าํ นวนหนว ยกติ ใหเ ปน ไปตามโครงสรา งของหลกั
สตู รของสถานศกึ ษาใหม โดยใหจ ํานวนหนวยกิตทไี่ ดเทา กับหรือใกลเคียงกับของสถานศกึ ษาเดมิ มากท่สี ุด
รายวชิ าทจ่ี ําเปน ใหเรยี นเพม่ิ เตมิ
๑๑.๑.๓ ยอมรับผลการเรยี นของสถานศึกษาเดมิ
๑๑.๑.๔ รายวชิ า สาระ กจิ กรรม ทยี่ งั ไมไ ดต ดั สนิ ผลการเรยี นใหป ระเมนิ ตามเกณฑท ส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
หากไมผ านตามเกณฑใ หล งทะเบยี นเรยี นเพ่ิมเตมิ
๑๑.๑.๕ ใหก รอกรายชอื่ และจาํ นวนหนว ยกติ ตามวชิ าทร่ี บั โอนผลการเรียนในใบแสดงผลการเรยี น
ของสถานศกึ ษาทรี่ บั เขา เรยี น โดยกรอกผลการเรยี นของสถานศกึ ษาเดมิ และแนบใบแสดงผลการเรยี นจาก
สถานศึกษาเดมิ และสถานศกึ ษาทีร่ บั เขาเรยี นไวดวยกันและบนั ทกึ ผลการเทียบโอนไวใ นชองหมายเหตุ
๑๑.๑.๖ รายวิชาทยี่ ังไมไ ดตัดสนิ ผลการเรียนและสถานศึกษาทร่ี บั เขา เรยี นไดท าํ การประเมนิ
(๑) ประเมนิ ผลการเรยี นแลว ใหน าํ ผลการประเมนิ กรอกไวใ นใบแสดงผลการเรยี นของสถานศกึ ษา
ทรี่ บั เขา เรยี นและบันทกึ ผลการประเมนิ ในชองหมายเหตุ
(๒) การคดิ ผลการเรยี นเฉลยี่ ใหน าํ ผลการเรยี นทร่ี บั โอนจากสถานศกึ ษาเดมิ มาคดิ รวมกบั ผลการ
เรยี นในสถานศกึ ษาใหมและคดิ ผลการเรยี นเฉลย่ี รวมตลอดระดับการศกึ ษา
๑๑.๒ จาํ นวนหนว ยกติ /หนว ยการเรยี น/หนวยนํ้าหนัก
เทยี บโอนหมวดวชิ า/สาระ/กจิ กรรมทผ่ี านการตัดสนิ ผลการเรยี นจากสถานศกึ ษาเดมิ
๑๑.๒.๑ เรยี นผานอยางนอ ย ๓ หมวดรายวชิ า จัดใหเ รียนปท ี่ ๒ ของชวงชัน้ และลงทะเบียนเรยี น
ตอ ไปตามปกติ
๑๑.๒.๒. เรียนผา นอยา งนอ ย ๖ หมวดวชิ า จดั ใหเ รยี นปท ่ี ๓ ของชว งชน้ั และลงทะเบยี นเรยี นตอ
ไปรายวชิ าทจี่ าํ เปน ตอ งเรยี นเพอ่ื ใหค รบตามเกณฑก ารจบชว งชน้ั ตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษาใหมท รี่ บั เขา เรยี น
(๑) พิจารณาแลว เห็นวา เทยี บโอนผลการเรยี นไดจ าํ นวนหนวยใหเปนไปตาม
โครงสรา งหลกั สตู รของสถานศกึ ษาใหม
(๒) ไมต อ งใหผลการเรยี นในรายวชิ า/สาระ/กจิ กรรมทไ่ี ดจ ากเทยี บโอน
(๓) ใหก รอกรายชอื่ และจํานวนหนวยกติ ตามรายวิชาของสถานศกึ ษาทรี่ ับเขาเรยี นในใบแสดง
ผลการเรยี นของสถานศกึ ษาทร่ี บั เขา เรยี นโดยไมต อ งกรอกผลการเรยี นและแนบในแสดงผลการเรยี นจากสถาน
ศกึ ษาเดิม (กศน.) และสถานศกึ ษาท่ีรบั เขาเรยี นไวดว ยกนั และบนั ทกึ ผลการเทยี บโอนไวใ นชอ งหมายเหตุ
(๔) การคดิ ผลการเรียนเฉลย่ี ใหค ดิ จากรายวชิ าทมี่ จี าํ นวนหนว ยกติ และระดบั ผลการเรยี นทไี่ ด
รบั ในสถานศกึ ษาใหม
คมู่ ือนักเรียน-ผู้ปกคครูมอืองนปกั เีกรายี รนศ-กึ ผษูป ากค๒ร๕อ๖ง๕ปกโรารงศเรกึ ยี ษนารม่๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนค๕ร ๑ 51
โรงเรยี นรมเกลา
๑๑.๓ ผลการเรียน/ผลการประเมนิ
๑๑.๓.๑ ใหน าํ ผลการวดั ผลและประเมนิ ผลของเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประกอบการพจิ ารณา
๑๑.๓.๒ ใหส ถานศึกษาประเมนิ ความรู ทักษะ ประสบการณ เพื่อการจัดเขา ช้ันเรยี น
(๑) จาํ นวนหนวยกติ ใหเปน ไปตามเกณฑท ่ีสถานศกึ ษากาํ หนด
(๒) ยอมรบั ผลการประเมินของเขตพนื้ ทมี่ าเปน สว นประกอบในการพจิ ารณา
(๓) ไมต อ งนํารายวชิ า ผลการเรยี น/ผลการวดั และประเมนิ เดมิ ของเขตพน้ื ทก่ี รอก ในใบแสดง
ผลการเรยี นของสถานศกึ ษาใหม แตใ หแนบเอกสารเดมิ ไวกบั ใบแสดงผลการเรยี นใหมและบนั ทกึ ขอ มลู และ
จํานวนหนวยกติ ทไ่ี ดร บั โอนไวใ นชองหมายเหตุ
(๔) การคดิ ผลการเรยี นเฉล่ยี ใหค ิดจากรายวชิ าทไ่ี ดจากการเรยี นในสถานศกึ ษาใหม โดยนําผล
การประเมนิ ของเขตพนื้ ที่ทม่ี ีระดบั ผลการเรยี นมาคดิ รวม
๑๑.๔ การบนั ทึกผลการเรยี นในใบแสดงผลการเรียน
๑๑.๔.๑ พิจารณาความรู ทักษะ ประสบการณทีข่ อเทยี บโอนวา ตรงกับรายวิชา/สาระ/กิจกรรมใด
จงึ ทาํ การประเมนิ หากปรากฏวาชอื่ ไมต รงกบั ทป่ี รากฏในโครงสรา งหลกั สูตรใหกําหนดและบรรจุชอ่ื นนั้ ไวใ น
หลกั สตู ร
๑๑.๔.๒ ใหจ ํานวนหนว ยกติ ของรายวชิ า/สาระตามเกณฑข องสถานศกึ ษาใหม สําหรบั กจิ กรรมไมให
จํานวนหนว ยกติ
๑๑.๔.๓ ผลการประเมินความรู ทักษะ ประสบการณใหเปนไปตามที่สถานศกึ ษาใหมกาํ หนด
๑๑.๔.๔ นาํ ผลการประเมนิ ความรู ทกั ษะ ประสบการณก รอกในในแสดงผลการเรยี น
๑๒. เอกสารหลักฐานทางการศึกษา
ใหส ถานศกึ ษาจดั ทําเอกสารหลกั ฐานทางการศกึ ษา เพอื่ ใชเ ปน เอกสารประกอบการดาํ เนนิ งาน เกยี่ วกบั
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรแู ละเปน เอกสารหลกั ฐานทางการศึกษา ดงั นี้
๑๒.๑. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทก่ี ระทรวงศึกษาธกิ ารกําหนด ไดแก
๑๒.๑.๑ ระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑)
๑๒.๑.๒ ประกาศนยี บัตร (ปพ.๒)
๑๒.๑.๓ แบบรายงานผูส ําเร็จการศกึ ษา (ปพ.๓)
๑๒.๑.๔ แบบแสดงผลการพัฒนาคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ( ปพ.๔)
๑๒.๑.๕ เอกสารบนั ทกึ ผลการพัฒนาคุณภาพผูเรยี น (ปพ.๕)
๑๒.๑.๖ เอกสารบันทึกผลการพฒั นาคุณภาพผเู รยี นรายบคุ คล (ปพ.๖)
๑๒.๑.๗ ใบรับรองผลการเรยี น (ปพ.๗)
๑๒.๑.๘ เอกสารระเบยี นสะสม (ปพ.๘)
๑๒.๑.๙ เอกสารแสดงผลการเรยี นรรู ายวิชา (ปพ.๙)
52 ๕ค๒่มู ือนกั เรยี คนมู -อืผนู้ปกักเครรยี อนง-ผปูป ีกกาครรศอึกงษาปก ๒าร๕ศ๖ึก๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นร่มเกล้า สกลนคร
โรงเรยี นรมเกลา
๑๓. การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรยี นเปน การสอื่ สารใหผปู กครองและผเู รยี น รบั ทราบความกา วหนาในการเรยี น
รขู องผเู รยี น ซง่ึ สถานศกึ ษาตอ งสรปุ ผลการประเมนิ และจดั ทาํ เอกสารรายงานใหผ ปู กครองรบั ทราบเปน ระยะๆ
หรอื อยา งนอยภาคเรียนละ ๑ ครงั้
การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเปน ระดบั คณุ ภาพการปฏบิ ตั ขิ องผเู รยี นทส่ี ะทอ นมาตรฐาน
การเรยี นรกู ลมุ สาระการเรยี นรู
๑๔. การใชแ หลงเรียนรู
แหลงเรยี นรูทส่ี ําคญั แบงออกเปน ๒ สว น คอื แหลง เรยี นรภู ายในโรงเรียนและแหลงเรยี นรนู อก
โรงเรยี น (ในชมุ ชน)
๑๔.๑ แหลง เรียนรูใ นโรงเรยี น ประกอบดวย
๑๔.๑.๑ หอ งสมุด ซง่ึ มหี องสมดุ กลางของโรงเรยี นและหองสมดุ กลมุ สาระ
๑๔.๑.๒ หอ งปฏบิ ัตกิ ารตางๆ เชน หอ งปฏบิ ตั ิการวทิ ยาศาสตร หอ งปฏิบัติการเคมี หอ งปฏบิ ตั ิ
การชีววิทยา หอ งปฏิบัตกิ ารฟส กิ ส หองปฏบิ ตั กิ ารคณิตศาสตร หอ งปฏบิ ัตกิ ารทางภาษา หองปฏิบัตกิ าร
อาหาร หองปฏบิ ตั กิ ารผา หองปฏิบัติการคอมพิวเตอร โรงฝก งาน เปน ตน
๑๔.๑.๓ แหลงเรยี นรูอ่ืนๆ เชน
(๑) หองเฉลมิ พระเกียรตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั
(๒) หอ งเกียรตยิ ศ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท
(๓) บริษทั จําลอง
(๔) ศนู ยส าธติ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
(๕) ศนู ยศ ลิ ปวฒั นธรรมและภมู ปิ ญญาทองถ่ิน
(๖) สหกรณรา นคาโรงเรยี นรม เกลา
(๗) ธนาคารโรงเรยี น
(๘) หอ งพยาบาล
(๙) หองเสริมสวย
(๑๐) หองสืบคน อนิ เตอรเ นต็ เปน ตน
มกี ารใชบรกิ ารแหลงเรยี นรูโดยมกี ารบนั ทกึ การเขา ใชบ รกิ าร เชน หอ งสมดุ โรงเรยี น มนี กั เรยี น
เขา ใชบ รกิ ารเฉลย่ี วนั ละ ๖๕๐ คน คดิ เปนรอ ยละ ๔๖.๔๓ หองสบื คน อนิ เตอรเนต็ (หอง TOT IT School)
มีนกั เรียนเขาใชบริการเฉลีย่ วนั ละ ๖๐ คน คดิ เปนรอยละ ๔.๒๘
๑๔.๒ แหลงเรียนรนู อกโรงเรยี น (ชมุ ชน) ประกอบดว ย
๑๔.๒.๑ โรงพยาบาลโคกศรสี ุพรรณ
๑๔.๒.๒ ศนู ยก ารศกึ ษานอกโรงเรยี นอาํ เภอโคกศรสี พุ รรณ
คู่มอื นักเรียน-ผ้ปู กคครูมออื งนปักเีกรายี รนศ-ึกผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปกโรารงศเรกึ ยี ษนารม่๒เ๕ก๖ล๕า้ สกลนค๕ร๓ 53
โรงเรยี นรมเกลา
๑๔.๒.๓ เทศบาลตําบลตองโขบ
๑๔.๒.๔ องคก ารบรหิ ารสว นตาํ บลเหลา โพนคอ
๑๔.๒.๕ องคการบรหิ ารสวนตาํ บลแมดนาทม
๑๔.๒.๖ องคการบรหิ ารสวนตําบลดานมว งคาํ
๑๔.๒.๗ วดั ดอยธรรมเจดยี
๑๔.๒.๘ วัดปา วิสุทธธิ รรม
๑๔.๒.๙ วดั ศรสี พุ รรณ
๑๔.๒.๑๐ วดั ปา นาคนิมติ ต
๑๔.๒.๑๑ ศนู ยร ํามวยโบราณบา นหวยหบี
๑๔.๒.๑๒ ศนู ยสาธิตการตลาด (บานโคกนาดี บา นเหลาโพนคอ บานหวยหีบ)
๑๔.๒.๑๓ สหกรณโ พนยางคํา
๑๔.๒.๑๔ แหลงเพาะกลา ไมบ านหวยยาง บานดา นมวงคาํ
๑๔.๒.๑๕ สถานประกอบการเพาะเล้ียงและจําหนา ยปลาดกุ ปลานิล อําเภอโคกศรสี พุ รรณ
๑๔.๒.๑๖ ประมงจงั หวัดสกลนคร
๑๔.๒.๑๗ พิพิธภณั ฑบานปา ทุม ปาไท (การผลติ ผาไหมไทย) บา นหนองแขโนนมาลา
๑๔.๒.๑๘ การผลติ และจําหนายผักพน้ื เมอื ง บา นโนนหอม
๑๔.๒.๑๙ การผลติ และจําหนา ยมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน (วทิ ยาเขตหนองคาย)
๑๔.๒.๒๐ แหลงเรยี นรใู นจงั หวัดหนองคาย
๑๔.๒.๒๑ พพิ ธิ ภณั ฑบ านเชยี ง จังหวดั อุดรธานี
๑๔.๒.๒๒ แหลง เรียนรูในจังหวดั นครพนม
๑๔.๒.๒๓ แหลง เรยี นรใู นจงั หวดั มกุ ดาหาร
๑๔.๒.๒๔ แหลง เรยี นรูในจงั หวดั รอยเอด็
๑๔.๒.๒๕ แหลง เรยี นรใู นจงั หวดั กาฬสนิ ธุ
มกี ารใชแหลง เรยี นรภู ายในชมุ ชนตลอดปก ารศกึ ษา ในกลมุ สาระการเรยี นรตู างๆ และโครงการ
ทศั นศกึ ษาในทกุ ปการศกึ ษา มีนักเรียนเขา รว มโครงการคิดเปนรอยละ ๙๕
54 ๕ค๔่มู อื นักเรียคนมู -ือผน้ปู กักเครรยี อนง-ผปปู กี กาครรศอกึ งษาปก๒าร๕ศ๖ึก๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นรม่ เกล้า สกลนคร
โรงเรียนรมเกลา
๑๕. คุณสมบัติของผสู มัครและหลักฐานการรับสมัคร
๑๕.๑ ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๑
๑๕.๑.๑ คุณสมบัติ
(๑) สําเรจ็ การศกึ ษาชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖ ตามหลกั สตู รของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรอื เทยี บเทา
(๒) ไมจาํ กดั อายุ
(๓) เปน โสด
๑๕.๑.๒ หลกั ฐานการรบั สมคั ร
(๑) ใบสมัคร
(๒) สาํ เนาทะเบยี นบา นนกั เรียน บดิ า มารดา และผูปกครอง (บคุ คลท่นี กั เรียนอาศยั อยดู ว ย)
(๓) หลักฐานการจบช้นั ประถมศึกษาปที่ ๖ หรอื เทยี บเทา
(๔) รปู ถายขนาด ๑ - ๒ น้ิว จํานวน ๒ แผน
(๕) ผลการสอบ O-NET ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
๑๕.๒ ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี ๔
๑๕.๒.๑ คุณสมบตั ิ
(๑) สําเร็จการศกึ ษาชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ ๓ ตามหลักสตู รของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารหรอื เทยี บเทา
(๒) ไมจ ํากดั อายุ
(๓) เปน โสด
๑๕.๒.๒ หลกั ฐานการรับสมัคร
(๑) ใบสมคั ร
(๒) สําเนาทะเบยี นบา นนกั เรยี น บดิ า มารดา และผูปกครอง (บุคคลทนี่ กั เรียนอาศยั อยูด วย)
(๓) หลักฐานการจบชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ ๓ หรอื ใบรับรองจากโรงเรยี นเดิม
(๔) รูปถายขนาด ๑ - ๒ น้ิว จํานวน ๓ แผน
(๕) ผลการสอบ O-NET ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี ๓
คมู่ ือนักเรยี น-ผปู้ กคครูมอืองนปกั เกี ราียรนศ-กึ ผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรกึ ยี ษนารม่๒เ๕ก๖ล๕า้ สกลนค๕ร ๕ 55
โรงเรยี นรม เกลา
กลุม งานกิจการนกั เรยี น
๑. ระเบียบโรงเรยี นรมเกลา สกลนคร วาดวยความประพฤตนิ ักเรยี น พุทธศักราช ๒๕๖๔
โรงเรียนรมเกลา เห็นสมควรกาํ หนดระเบยี บ วาดวยความประพฤตินกั เรียน เพื่อเปน การควบคมุ
ใหน กั เรยี นเปนผมู ีความประพฤติดมี ีความเปนระเบียบเรยี บรอ ย มวี ินยั และรจู กั แกไขปรับปรุงตนเอง เปน
ผนู าํ และผูตามทด่ี ีในสังคม มศี ีลธรรมอันดงี าม และอยรู วมกับผอู นื่ ไดอยา งมีความสุข รูจ ักการดาํ เนินชวี ิต
ตามวถิ ที างประชาธปิ ไตย เคารพในสทิ ธขิ องตนเองและผอู นื่ ปฏบิ ตั ติ นใหเกดิ ประโยชนข องตนเอง และผอู น่ื
เหมาะสมกับสถานภาพการเปน นักเรียน โรงเรียนจึงกําหนดระเบยี บวาดวยความประพฤตินกั เรียนใหถือ
ปฏบิ ัติ ดงั นี้
๑.๑ หมวด ๑ บททวั่ ไป
ขอ ๑ ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบยี บโรงเรยี นรม เกลา วาดว ยความประพฤตนิ ักเรียน พ.ศ. ๒๔๖๔”
ขอ ๒ ระเบยี บนี้ใหใชบ ังคบั ต้งั แตวันท่ี ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เปน ตนไป
ขอ ๓ ระเบยี บนใ้ี หใ ชบ งั คบั แกน กั เรยี นโรงเรยี นรม เกลา
ขอ ๔ นักเรียน หมายความวา “นกั เรยี นโรงเรียนรมเกลา”
ขอ ๕ ครู หมายความวา “ขา ราชการครโู รงเรยี นรมเกลา ”
ขอ ๖ หวั หนาสถานศกึ ษา หมายความวา “ผูอํานวยการโรงเรียนรม เกลา”
ขอ ๗ ผปู กครอง หมายความวา “บคุ คลซงึ่ รบั นกั เรยี นไวในความปกครอง หรืออปุ การะเลยี้ งดหู รอื
อาศยั อยูดว ย หรอื ผลู งลายมือชือ่ เปน ผปู กครอง ณ วนั มอบตัวนกั เรยี น”
ขอ ๘ กลมุ งานกิจการนักเรียน หมายความวา “กลมุ งานตามโครงสรางสายงานการปฏิบัติราชกา
รของโรงเรียนรม เกลา ทที่ าํ หนาทป่ี กครอง ดแู ลนกั เรยี นใหปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บของโรงเรยี น”
ขอ ๙ ใหร องผูอาํ นวยการโรงเรียนกลมุ งานกจิ การนกั เรยี นเปนผูร กั ษาการ ใหเ ปน ไปตามระเบยี บนี้
และใหหวั หนา กลมุ งานกจิ การนกั เรยี นเปน ผูช ว ยในการควบคมุ ความประพฤตนิ กั เรยี นใหเปนไปตามระเบยี บนี้
ขอ ๑๐ ใหย กเลิกระเบยี บขอบงั คบั หรอื คาํ สง่ั อืน่ ใดซง่ึ ขดั หรอื แยงกบั ระเบยี บนแี้ ละใหใ ชร ะเบยี บน้ี
แทน
๑.๒ หมวด ๒ การแตง กายและทรงผมนกั เรียน
ขอ ๑ เครือ่ งแบบนักเรียนระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน
๑.๑ เครือ่ งแบบนกั เรียนชาย
๑.๑.๑ ชดุ นักเรียน
๑) เสอ้ื เสอ้ื เชติ้ คอตัง้ แขนสนั้ สีขาว ผาอกตลอด สาบทอ่ี กกวา ง ๔ เซนตเิ มตร ใชกระดมุ
สีขาวกลม ขนาดเสนผา ศูนยก ลาง ๑ เซนติเมตร แขนเสื้อเพยี งเหนอื ขอศอก มีกระเปา ตดิ แนวราวนมเบือ้ ง
ซา ย ๑ กระเปา ขนาดกวา งตง้ั แต ๘ - ๑๒ เซนติเมตร และลกึ ขนาด ๑๐ - ๑๕ เซนตเิ มตร พอเหมาะกับขนาด
ของเสอื้
56 ๕ค๖ู่มือนกั เรยี คนูม-ือผน้ปู ักกเครรยี อนง-ผปูปีกกาครรศอกึ งษาปก๒าร๕ศ๖กึ ๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นร่มเกลา้ สกลนคร
โรงเรยี นรม เกลา
๒) กางเกง กางเกงขาสัน้ สีกากี เพียงเหนือเขา กลางสะบา ไมเ กนิ ๕ เซนติเมตร สว น
กวา งของขากางเกงหา งจากขาตง้ั แต ๘ - ๑๒ เซนตเิ มตร ปลายขาพบั เขา ขา งในกวาง ๕ เซนตเิ มตร มกี ระเปา
ตามแนวตะเข็บขา งละ ๑ กระเปา ไมม กี ระเปาหลงั เวลาสวมชายเสอ้ื ตอ งอยใู นกางเกง
๓) เขม็ ขัด ใชเข็มขดั หนังสนี าํ้ ตาล มีขนาดกวางตงั้ แต ๒.๕ - ๔ เซนตเิ มตร ตามขนาด
ของตวั นักเรยี น เขม็ ขดั เปนรปู ส่ีเหลียมผืนผา โลหะสที องหรอื สีเงิน หรอื ใชเขม็ ขดั ลกู เสอื แทนได
๔) รองเทา -ถงุ เทา ใชร องเทาผา ใบสนี าํ้ ตาลหมุ สนชนดิ ผกู เชอื ก ไมม ลี วดลาย ขณะทส่ี วม
รองเทาไมเหยยี บทับสน รองเทา สว นถงุ เทา ใหใ ชถ ุงเทา สีนํ้าตาลยาวประมาณครงึ่ แขง หรอื เหนอื ขอ เทา
๑.๑.๒ ชดุ ลกู เสอื
ใชเคร่อื งแบบลกู เสือสกี ากที ง้ั เสอื้ และกางเกง หมวกลูกเสอื สามัญรุน ใหญส แี ดง หรอื สเี ลอื ด
หมรู องเทา สนี ํ้าตาลหนงั หรอื ผา ใบ ถงุ เทายาวสกี ากี พบั ใตเขา เลก็ นอย เหน็ พใู หส วยงาม ใชผา ผูกคอ ลกู
เสอื จงั หวดั สกลนคร และใสเ ขม็ ขัดลกู เสอื สนี าํ้ ตาล ยกเวนผทู ผ่ี า นการอบรมลูกเสอื พเิ ศษอน่ื ๆ สามารถแตง
ชุดลกู เสือพเิ ศษได
๑.๒ เครือ่ งแบบนักเรียนหญิง
๑.๒.๑ ชุดนกั เรียน
๑) เสอ้ื ใชผา ขาวเกลย้ี งไมบางจนเกินไป เปนเสอื้ คอพับในตวั (คอซอง) สวมศรี ษะไดส ะดวก
ปกดานหลงั แบบทหารเรือ วดั จากตน คอลงไปไมเ กนิ ๑๒ เซนติเมตร ใชผ าสองชนั้ เยบ็ แบบเขาถ้ํา แขนยาว
เพยี งเหนอื ขอศอก ปลายแขนจบี เลก็ นอ ย ประกอบดว ยผา สองชน้ั กวา ง ๓ เซนตเิ มตร ความยาวของตวั เสอื้
และความกวา งของตัวเส้อื ใหพอเหมาะกับลาํ ตวั ไมรัดเอว รมิ ขอบลา งดานขวาติดกระเปา มีขนาดพองาม
ฝากระเปา พบั รมิ ขนาด ๒ เซนตเิ มตร โบหกู ระตา ยใชส กี รมทา ชายเปน สามเหลยี่ มกวา งไมเกนิ ๓ เซนตเิ มตร
ผูกรอบคอแบบเง่ือนกลาสี มีเสอ้ื ชนั้ ในชนิดคอกระเชาสขี าวสวมทบั เสอื้ ช้นั ในไวอ กี ชนั้ หนง่ึ
๒) กระโปรง กระโปรงสีกรมทา คุมหวั เขา ดา นหนาและดา นหลงั พบั
เปน จีบ ขา งละ ๓ จีบ หันกลบี ออกดานนอกยนื่ ทบั จีบลงมาประมาณ ๖ - ๑๐ เซนตเิ มตร เวนระยะความ
กวา งระหวา งจบี ประมาณ ๒.๕ เซนตเิ มตร ชายกระโปรงยาวใตกง่ึ กลางลกู สะบา หา งเขาไมเ กนิ ๑๐ เซนตเิ มตร
๓) รองเทา-ถุงเทา ใชรองเทาหนงั หุม สน ปลายหัวมนสีดาํ ไมม ีลวดลาย
สน สูงไมเกนิ ๓ เซนตเิ มตร ชนดิ มสี ายรดั หลงั เทา ขณะท่สี วมรองเทาไมเหยียบทับสน รองเทา สว นถุงเทา
ใหใชถ ุงเทา สีขาวยาว ไมม ลี วดลาย สามารถพบั ได
๑.๒.๒ ชดุ ยวุ กาชาด
เสื้อ เส้ือยวุ กาชาดสฟี า อมเทา แขนสนั้ ติดปา ยโรงเรียนที่ตน แขนขวาตา่ํ จากตะเขบ็ ไหล ๑
เซนติเมตร ปกช่ือและนามสกุลดวยไหมสีนาํ้ เงินบนผาขาว แลวเย็บลงบนเสื้อเหนือกระเปาเสื้อดานขวา
ผาผูกคอยุวกาชาดสนี ้าํ เงิน มเี คร่อื งหมายกาชาด กระโปรง กระโปรงยุวกาชาดสฟี าอมเทาจบี รอบ เขม็ ขดั
ยุวกาชาดสดี าํ ถุงเทาสีขาว รองเทาสดี าํ และหมวกยวุ กาชาดสนี ้าํ เงนิ ตดิ เข็มกาชาดที่หนา หมวก
คู่มือนกั เรียน-ผปู้ กคครูม ออื งนปกั เกี รายี รนศ-ึกผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรกึ ียษนาร่ม๒เ๕ก๖ล๕า้ สกลนค๕ร๗ 57
โรงเรยี นรมเกลา
ตวั อยา งการแตง กายชดุ นกั เรยี น ตวั อยา งการแตง กายชดุ ยวุ กาชาด-ชดุ ลกู เสอื
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตน
ขอ ๒ เครอ่ื งแบบนกั เรยี นระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
๒.๑ เครอ่ื งแบบนกั เรียนชาย
๒.๑.๑ ชดุ นกั เรียน
๑) เสอื้ เชต้ิ คอตง้ั แขนสนั้ สขี าว ผา อกตลอด สาบทอี่ กกวา ง ๔ เซนตเิ มตร ใชก ระดมุ สขี าวกลม
ขนาดเสน ผาศนู ยก ลาง ๑ เซนตเิ มตร แขนเสอ้ื เพยี งเหนอื ขอ ศอก มกี ระเปาตดิ แนวราวนมเบอ้ื งซา ย ๑ กระเปา
ขนาดกวา งตั้งแต ๘ - ๑๒ เซนตเิ มตร และลกึ ขนาด ๑๐ - ๑๕ เซนตเิ มตร พอเหมาะกบั ขนาดของเสอื้
๒) กางเกง กางเกงขาสัน้ สดี ําเพยี งเหนือเขากลางสะบา ไมเ กนิ ๕ เซนตเิ มตร สวนกวา งของ
ขากางเกงหางจากขาตง้ั แต ๘ - ๑๒ เซนติเมตร ปลายขาพับเขาขา งในกวาง ๕ เซนตเิ มตร มกี ระเปา ตามแนว
ตะเขบ็ ขางละ ๑ กระเปา ไมมกี ระเปาหลงั เวลาสวมชายเสือ้ ตองอยูใ นกางเกง
๓) เข็มขัด ใชเข็มขดั หนังสีดํา มขี นาดกวา งตง้ั แต ๒.๕ - ๔ เซนตเิ มตร ตามขนาดของตวั
นักเรียน เข็มขดั เปน รูปส่ีเหลยี มผืนผาโลหะสีเงนิ
๔) รองเทา-ถงุ เทา ใชรองเทา ผา ใบสีดาํ หุมสนชนดิ ผกู เชือก ไมม ลี วดลาย ขณะทส่ี วมรองเทา
ไมเ หยยี บทบั สน รองเทา สว นถุงเทา ใหใ ชถ ุงเทา สขี าวยาวประมาณครึง่ แขง หรอื เหนอื ขอ เทา
๒.๒ เครอื่ งแบบนักเรยี นหญงิ
๒.๒.๑ ชดุ นกั เรียน
๑) เสอ้ื ใชผ า ธรรมดาสีขาว หนาพอสมควร เนอื้ เกล้ียง คอเชต้ิ ผา อกตลอด ทอ่ี กเส้อื ทําเปน
สาบตลบเขาขางใน กวา ง ๓ เซนติเมตร มกี ระดุมขาวแบนเสน ผา ศนู ยก ลางไมเกนิ ๑ เซนติเมตร แขนยาว
58 ๕ค๘ู่มือนกั เรยี คนมู -ือผน้ปู ักกเครรยี อนง-ผปปู กี กาครรศอกึ งษาปก ๒าร๕ศ๖ึก๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นร่มเกล้า สกลนคร
โรงเรียนรมเกลา
เหนอื ขอ ศอกเล็กนอ ย ตน แขนและปลายแขนจีบเลก็ นอยประกอบดว ยผา ๒ ชน้ั กวา ง ๓ เซนตเิ มตร เวลา
สวมใสสวมทับชายเสอื้ ไวที่ขอบกระโปรงและใหเ หน็ เขม็ ขัด มเี ส้อื ช้ันในชนิดคอกระเชาสีขาวสวมทับเสือ้
ชนั้ ในไวอกี ชนั้ หนงึ่
๒) กระโปรง กระโปรงสกี รมทาคุมหัวเขา ดา นหนาและดานหลังพบั เปน จีบ ขา งละ ๓ จบี
หันกลีบออกดานนอกย่ืนทบั จบี ลงมาประมาณ ๖ - ๑๐ เซนตเิ มตร เวน ระยะความกวางระหวา งจีบประมาณ
๒.๕ เซนติเมตร ชายกระโปรงยาวใตกง่ึ กลางลูกสะบา หา งเขาไมเกนิ ๑๐ เซนติเมตร
๓) เข็มขดั เปน หนงั สดี ํากวาง ๒ - ๓ เซนติเมตร หวั รปู สีเ่ หลย่ี มผืนผา มปี ลอกชนดิ หุมดว ย
หนงั หรือผา สดี าํ กวา งขนาด ๑.๕ เซนติเมตร สาํ หรบั สอดปลายเข็มขัด
๔) รองเทา-ถุงเทา ใชรองเทาหนังหุมสนปลายหัวมนสีดํา ไมมีลวดลาย สนสูงไมเกิน
๓ เซนติเมตร ชนิดมสี ายรดั หลังเทา ขณะที่สวมรองเทา ไมเ หยยี บทบั สนรองเทา สว นถงุ เทา ใหใ ชถ ุงเทา
สขี าวยาว ไมมลี วดลาย สามารถพบั ได
๒.๓ เครอื่ งแบบนกั ศกึ ษาวิชาทหาร
๒.๓.๑ หมวก ใสหมวกหนีบสกี ากแี กมเขยี ว มสี าบโดยรอบปา ยเฉียงจากทางดา นหนาลงไป
ทางซา ย และดานซา ยเหนอื ขอบหมวกหางจากมุมพบั ดา นหนา ๔ เซนติเมตร มีตราหนาหมวกขนาดเล็ก
ริมบนของสาบหมวกมขี ลิบ กวาง ๐.๕ เซนติเมตร ทําดวยแถบสนี ํ้าเงนิ เขม
๒.๓.๒ เสื้อ ใชเส้ือคอพบั สีกากีแกมเขียวแขนยาว เปนเสื้อคอพบั ตวั เสื้อผาอกตลอด มี
สาบกวาง ๓ เซนตเิ มตร ท่คี อและแนวสาบมดี ุม ๖ ดุม แขนเสือ้ ยาวรดั ขอมือ ขัดดมุ ท่ขี อมอื ขา งละ ๑ ดุมที่
อกมกระเปา ปะขา งละ ๑ กระเปา ไมมแี ถบ มปี กกระเปา ขัดดมุ ขา งละ ๑ ดมุ กระเปาและปกกระเปาเปน รปู
สีเ่ หลี่ยมผืนผา ตดั มุมเปน รูปตดั พองาม ทไ่ี หลท้งั สองขางมอี ินทรธนอู อนขัดดมุ ติดกบั ดานคอเสอ้ื ขา งละ
๑ ดมุ ดมุ ทง้ั สน้ิ ใชดมุ กลมแบนขนาดเสน ผา ศูนยกลาง ๑ เซนติเมตร ทาํ ดว ยวตั ถุสกี ากแี กมเขยี ว เมื่อสวม
เสอ้ื นใี้ หส อดชายเสอื้ ไวภ ายในกางเกง
๒.๓.๓ กางเกง ใชก างเกงขายาวสกี ากแี กมเขยี วแบบปกติ ไมพบั ปลายขา ปลายขายาวปด ตาตุม
กวา งไมน อ ยกวา ๑๘ เซนตเิ มตร และไมเกิน ๒๖ เซนติเมตร ขอบเอวมีหว งสาํ หรบั สอดเขม็ ขดั กวา งไมเกิน
๑ เซนตเิ มตร ๗ หว ง ทําดวยผา สเี ดยี วกบั กางเกง ทแี่ นวตะเขบกางเกงดา นขา งมกี ระเปา เจาะขางละ ๑ กระเปา
และจะมกี ระเปาหลงั เปน กระเปา เจาะก็ได
๒.๓.๔ เข็มขดั ใชเข็มเขด็ สีกากแี กมเขียว ทําดว ยดายหรือไนลอนถกั สกี ากแี กมเขียวกวา ง
๓ เซนตเิ มตร หัวเข็มขดั ทําดวยโลหะสีทองเปน รูปส่ีเหล่ยี มผืนผาทางนอนปลายมน กวาง ๓.๕ เซนติเมตร
ยาว ๕ เซนติเมตร พน้ื เกลยี้ ง มีรปู เครอ่ื งหมายกรมการรกั ษาดินแดนอยูเ หนอื ชอชยั พฤกษด ุนนูนอยูก งึ่ กลาง
หัวเขม็ ขดั ไมม เี ขม็ สําหรับสอดรู ปลายสายเข็มขดั หมุ ดว ยโลหะสีทองกวาง ๑ เซนตเิ มตร ใชคาดทับ ขอบ
กางเกงโดยใหสายเขม็ ขดั สอดไวภายในหว งกางเกง
๒.๓.๕ รองเทา ใชร องเทา หุมสนสีดํา ชนิดผูกเชอื ก ทําดวยหนังหรือวัตถเุ ทียมหนังสีดํา
มรี ูสําหรับรอ ยเชือกไมน อ ยกวา สองคแู ละไมเ กนิ หกคสู น ใหญแ ละสูงพอสมควร
คู่มือนักเรยี น-ผูป้ กคครูมอืองนปกั เกี รายี รนศ-ึกผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปกโรารงศเรกึ ียษนาร่ม๒เ๕ก๖ล๕า้ สกลนค๕ร๙ 59
โรงเรยี นรม เกลา
ตวั อยา งการแตง กายชดุ นกั เรยี น ตวั อยางการแตง กายชดุ นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ขอ ๓ เคร่อื งหมายโรงเรียน
๓.๑ นกั เรยี นระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ตอ งปก เครื่องหมายรปู มหาพิชยั มงกฎุ ตดิ ทอ่ี กเสอ้ื ดาน
ขวามอื เหนอื แนวราวนม มอี กั ษรยอ “ร.ก.” ทอ่ี กเสอื้ ดานขวาเหนอื ราวนม ใตม หาพชิ ยั มงกฎุ ตดิ บนเสอื้ ดว ย
ดายหรอื ไหมสนี ํ้าเงินแก แบบตัวพมิ พธรรมดา ขนาดตวั อกั ษรสงู ๑.๕ เซนตเิ มตร ใตอกั ษรยอโรงเรยี นเปน
เลขประจําตัวบนเสื้อ หนาอกดานขวาเปนตวั เลขไทยขนาดสูง ๑.๒ เซนติเมตร มชี ื่อและนามสกุลของ
นกั เรียนปกดว ยดา ยหรอื ไหมสนี ้าํ เงนิ แกแบบตวั พิมพธรรมดาขนาดตวั อักษรสูง ๑.๒ เซนตเิ มตรติดบนเส้อื
หนาอกดา นซา ย มีขดี ท่ปี กคอเส้ือดา นขวามอื จํานวนตามระดบั
๓.๒ นกั เรยี นระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ตอ งปก เครอื่ งหมายรปู มหาพชิ ยั มงกฎุ ตดิ ทอ่ี กเสอ้ื ดา น
ขวามอื เหนอื แนวราวนม มีอกั ษรยอ “ร.ก.” ทอ่ี กเสอื้ ดานขวาเหนอื ราวนม ใตม หาพชิ ัยมงกฎุ ตดิ บนเสอื้ ดว ย
ดายหรือไหมสีน้าํ เงินแก แบบตวั พิมพธรรมดา ขนาดตวั อักษรสูง ๑.๕ เซนติเมตร ใตอ กั ษรยอโรงเรยี นเปน
เลขประจําตัวบนเสื้อ หนาอกดานขวาเปน ตัวเลขไทยขนาดสูง ๑.๒ เซนติเมตร มีชื่อและนามสกุลของ
นกั เรียนปก ดวยดายหรือไหมสีนา้ํ เงินแกแ บบตวั พมิ พธ รรมดาขนาดตวั อักษรสูง ๑.๒ เซนตเิ มตรติดบนเสอ้ื
หนาอกดา นซา ย มจี ุด ทีป่ กคอเสื้อดานขวามอื จํานวนตามระดบั
60 ๖ค๐มู่ ือนกั เรยี คนมู -ือผนปู้ กักเครรยี อนง-ผปปู กี กาครรศอกึ งษาปก๒าร๕ศ๖ึก๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นรม่ เกล้า สกลนคร
โรงเรียนรม เกลา
ตวั อยา งการปก เครอื่ งหมายโรงเรยี น ตวั อยา งการปก เครอื่ งหมายโรงเรยี น
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ขอ ๔ ชดุ พลศกึ ษา
นักเรยี นทกุ คนใชชุดพลศึกษาเหมอื นกัน เสือ้ ยดื สนี ํา้ เงนิ กางเกงวอรม ขายาวสีนาํ้ เงิน รองเทาผา
ใบสขี าวไมม ีลวดลาย ถุงเทายาวสีขาวไมม ลี วดลายสามารถพับได
แนวปฏบิ ตั ิ
๔.๑ ในวนั ทม่ี ชี ่ัวโมงเรยี นวชิ าพลศึกษา อนญุ าตใหสวมชดุ พลศึกษามาจากบา นได และสวมชุด
พลศกึ ษาเรยี นในรายวิชาอ่ืนๆ ได ในวนั น้นั
๔.๒ นกั เรยี นชายทเ่ี รยี นวชิ ารกั ษาดนิ แดน (นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร) ใหแ ตง ชดุ ฝก มาจากบา น และนาํ ชดุ
พลศึกษามาเปล่ยี น ในช่วั โมงเรียนวชิ าพลศึกษา
๔.๓ ในวันทีไ่ มมีช่ัวโมงเรียนวิชาพลศึกษา หา มนักเรยี นสวมชุดพลศกึ ษามาโรงเรียน และหา ม
นกั เรียนสวมชุดพลศึกษา รวมกับกางเกงนักเรยี นหรอื กระโปรงนกั เรียน หรอื เสื้อนกั เรยี นรวมกบั กางเกง
พลศกึ ษาในเวลาเดยี วกนั มาเรยี น ในชวั่ โมงเรยี นวชิ าพลศกึ ษา หรอื วนั ปกตโิ ดยเดด็ ขาด เวน แตไ ดร บั อนญุ าต
ตวั อยา งการแตง กายชดุ พลศกึ ษา ตวั อยา งการแตง กายชดุ พลศกึ ษา
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
คู่มือนักเรยี น-ผปู้ กคครูมอืองนปักเกี รายี รนศ-กึ ผษูป ากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรึกยี ษนารม่๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนคร๖๑ 61
โรงเรยี นรมเกลา
ขอ ๕ ทรงผมของนักเรียน
๕.๑ นกั เรยี นชายชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน - ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รองทรงสูง ตัดเกรยี นข้นึ ไปเหนือใบหูทั้ง ๒ ขา ง แลวคอ ยตัดไลร ะดับทีละนอ ยไปดา นหนา ดาน
หนายาวไมเกนิ ๕ เซนตเิ มตร (วัดจากตนี ผมดานหนา ) ดานบนไมเกนิ ๕ เซนติเมตร ไมไ วจ อน ไมกันจอน
ไมใ สนาํ้ มัน เจล ครมี ทาสี หรือฉดี พนสี ตดั เปน ลอน หรือตัดในรูปแบบแฟชน่ั ไมไ วหนวดเครา
ตวั อยา งทรงผมนักเรยี นชายระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน -ตอนปลาย
๕.๒ นกั เรียนหญงิ ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน - ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย
ทรงผมนกั เรยี นหญงิ ผมสนั้ ทรงบอ บดา นขา ง ดานหลงั ยาวเทากนั ยาวไมเ กนิ แนวคางดานลา ง หา ม
ซอยหรอื ดัดผม กรณีไวผ มยาวใหรวบผมใหเ ปนไปตามความเหมาะสม มัดดว ยรบิ บนิ้ สนี ํา้ เงิน ไมมลี วดลาย
ขนาดไมเ กิน ๑ น้วิ ไมอนญุ าตใหนักเรยี นปลอ ยผม ไมไ วท รงหนามา ใหตดิ ก๊บิ สดี าํ เทา นนั้ หามหนบี ผม
หา มทาํ สผี ม ไมก นั คว้ิ ไมเ ขยี นคว้ิ หรอื ทาปาก กรณที ่ี ถกั เปยอนญุ าตใหเ ฉพาะนกั เรยี นหญงิ ทผี่ มหยกิ หยกั ศก
มาตงั้ แตก ําเนดิ เทานนั้
๕.๓ ความในขอ ๕.๑ และขอ ๕.๒ มใิ หนาํ มาใชบ ังคับแกน ักเรยี นท่ีมีเหตผุ ล ความจําเปนในการ
ปฏบิ ตั ิตามหลกั ศาสนาของตนหรือการดําเนินกจิ กรรมของสถานศกึ ษา ใหหวั หนา สถานศกึ ษาเปนผูม อี ํานาจ
พจิ ารณาอนญุ าต
ตวั อยา งทรงผมนกั เรยี นหญงิ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน-ตอนปลาย
62 ๖ค๒มู่ ือนกั เรียคนมู -อืผนปู้ ักกเครรยี อนง-ผปปู ีกกาครรศอึกงษาปก ๒าร๕ศ๖กึ ๕ษาโร๒ง๕เร๖ยี ๕นร่มเกลา้ สกลนคร
โรงเรียนรม เกลา
ขอ ๖ ขอ หา มสําหรับการแตงกายนักเรียน
๖.๑ หามไวหนวดเครา หรือดัดผม ทําสผี ม หรือการทาํ อื่นใดท่ีไมเหมาะสมกับสภาพการเปน
นกั เรยี น
๖.๒ หามเขียนคว้ิ เขียนตา หรือทาปาก ทาเล็บ และหา มไวเ ลบ็ ยาว โดยเด็ดขาด
๖.๓ หา มใชเคร่ืองประดบั ใดๆ ยกเวน นาฬกิ าขอมือ และใหใชสายนาฬิกาที่สภุ าพและไมควรมี
ราคาแพง หากใชเครอื่ งประดบั อนื่ กลมุ งานกจิ การนกั เรียนจะยดึ เอาไว และตอ งนําผูป กครองมารบั เทานั้น
จงึ จะรบั คนื ได
๖.๔ นักเรยี นที่เปนลูกเสือ ยวุ กาชาด หรอื นกั ศึกษาวิชาทหาร ใหแ ตง กายดว ยเครอื่ งแบบน้ันๆ ให
ถกู ตอ งในวนั ทม่ี ีกจิ กรรมลกู เสอื ยุวกาชาด หรือนกั ศกึ ษาวชิ าทหาร
๖.๕ นกั เรยี นทมี่ าตดิ ตอ ราชการกบั โรงเรยี น ไมวา จะเปนวนั เปดทําการ หรอื วนั หยดุ ราชการ ใหแตง
เครอื่ งแบบนกั เรยี น หรอื ชดุ พละของโรงเรียนใหเรยี บรอ ย ถา แตง กายชุดอน่ื ๆ โรงเรียนจะไมด ําเนนิ การใดๆ
ใหแกน กั เรยี นทง้ั สน้ิ
๑.๓ หมวด ๓ การปฏบิ ัตติ นในโรงเรียน
ขอ ๑ การมาเรยี น
๑.๑ นกั เรยี นตอ งมาถงึ โรงเรยี นกอ นเวลา ๐๗.๕๐ น. และตอ งเขา โรงเรยี นทางดา นหนา โรงเรยี น ซง่ึ
ตอ งผานการคัดกรองจากครเู วร นกั เรยี นทเ่ี ดนิ เทา หรอื มาโรงเรยี นดว ยรถรับ-สง ประจาํ ทางใหเ ดนิ เปนแถว
เรยี งเดย่ี วตามลาํ ดบั ชดิ ขอบถนนดา นขวามอื เขา ประตทู างดานหนา โรงเรยี น ปฏบิ ตั ติ ามอตั ลกั ษณของโรงเรยี น
คอื “ยมิ้ ไหว ทกั ทาย แตง กายเรยี บรอ ย” ทําความเคารพครเู วรหนาประตู ไหวพ ระพทุ ธรปู ทศี่ าลาพทุ ธปฏมิ า
แลวเดินแถวเขา โรงเรยี น ชวยกนั ทาํ ความสะอาดพนื้ ที่ทไี่ ดร บั มอบหมาย รอเขาแถวเคารพธงชาติ
๑.๒ นกั เรยี นทม่ี าโรงเรยี นดว ยรถจกั รยานยนตต อ งสวมหมวกกนั นอ็ ค รดั คางใหเ รยี บรอ ย หรอื จกั รยาน
เมอ่ื ถงึ หนาประตใู หจ อดรถ ลงจากรถทาํ ความเคารพครเู วรแลว จงู รถชดิ ขอบถนนดา นซายเขา ไปจอดทโี่ รงจอด
รถขา งรวั้ หลงั ปอมยามและจอดรถอยา งเปน ระเบยี บ
๑.๓ นกั เรยี นทมี่ าถงึ โรงเรยี นหลงั เชญิ ธงชาตขิ น้ึ สยู อดเสาแลว จะถอื วามาสาย โดยแบง นกั เรยี นออก
เปน ๒ กลุม ดงั นี้
๑.๓.๑ กลุมทม่ี าไมทันเขาแถว แตทนั เคารพธงชาติ
มาชวงเวลา ๐๘.๐๐ น.- ๐๘.๓๐ น. หามนักเรียนเขา ไปแทรกในแถว ใหอยทู ่ีบริเวณหนาหอง
กจิ การนกั เรยี น ทํากจิ กรรมรวมกบั นกั เรยี นทเ่ี ขา แถวหนา เสาธงเปนปกติ บทลงโทษ ครเู วรประจาํ วนั สอบถาม
สาเหตขุ องการมาสายวา กลา วตกั เตอื น อบรมเรอ่ื งการมวี นิ ยั ตอตนเอง และการตรงตอ เวลา ทาํ กจิ กรรมซอ ม
เสรมิ และปลอยนกั เรยี นเขาเรยี นตามปกติ
คมู่ ือนกั เรยี น-ผปู้ กคครมู ออื งนปักเีกรายี รนศ-กึ ผษปู ากค๒ร๕อ๖ง๕ปกโรารงศเรกึ ียษนารม่๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนค๖ร๓ 63
โรงเรียนรมเกลา
๑.๓.๒ กลมุ ทีม่ าไมทันเวลาเขา แถวเคารพธงชาติ
มาชวงเวลา ๐๘.๓๐ - ๐๙.๑๐ น. ครูเวรประจาํ วันลงชอื่ ในสมุดบนั ทึกการมาสายท่หี องกจิ การ
นกั เรยี น สอบถามสาเหตขุ องการมาสาย วา กลา วตกั เตอื น อบรมเรอ่ื งการมวี นิ ยั ตอ ตนเอง และการตรงตอ เวลา
ทาํ กิจกรรมซอมเสริม หากไมม ีเหตุผลเพยี งพอ ใหด าํ เนินการ ดังน้ี
๑ - ๓ ครง้ั ตักเตอื น
๔ - ๕ ครัง้ หกั คะแนน ๕ คะแนน
๖ - ๗ คร้ัง หกั คะแนน ๕ คะแนน แจง ครทู ่ีปรึกษา
๘ - ๙ คร้งั หกั คะแนน ๑๐ คะแนน แจง ผูปกครองใหทราบ
๑๐ ครั้ง ขนึ้ ไป หักคะแนน ๑๐ คะแนน และเชญิ ครูท่ีปรึกษา และผูป กครองมาพบเพ่อื หา
แนวทางแกไ ขรวมกนั
ขอ ๒ การเขาแถวเคารพธงชาติ
๒.๑ ประกอบกจิ กรรมหนา เสาธง เวลา ๐๗.๕๐-๐๘.๓๐ น. ทกุ วนั และจะใหน กั เรียนพบครทู ปี่ รกึ ษา
เพอ่ื สาํ รวจการเขา แถวเคารพธงชาตจิ ะเขา แถวทลี่ านหนา เสาธงหรอื โดมขา งหอประชมุ เรยี งลาํ ดบั ม.๑ - ม.๓
และ ม.๔ - ม.๖
๒.๒ ประกอบพธิ หี นา เสาธงตามลาํ ดบั ดงั น้ี รอ งเพลงชาต/ิ รอ งเพลงมารช โรงเรยี น/สวดมนตไ หวพ ระ/
ไหวบ ดิ ามารดา-ครอู าจารย/กลาวคําปฏญิ าณตน/นกั เรียน ม.ตน กลา วสวสั ดที าํ ความเคารพนกั เรียน ม.ปลาย/
ครเู วร หรอื รอง ผอ. หรอื ผอ. ใหการอบรม นดั หมาย แนะนาํ กจิ กรรมประจาํ วัน
๒.๓ ครทู ปี่ รึกษาตรวจสอบการขาดลามาสายของนกั เรยี น แลว เดนิ แถวเขา หอ งเรยี น หรอื ไปเรยี น
อยา งเปนระเบยี บ ในวนั ทมี่ ฝี นตก หรอื มกี จิ กรรมอน่ื ใด โรงเรียนจะแจง เปลย่ี นแปลงการเขาแถวเปนคราวๆ
ไป
ขอ ๓ การแตง กาย
ในวนั ที่มกี ารเปด การเรยี นการสอนตามปกติ นกั เรียนจะตองแตงเครอื่ งแบบนกั เรยี น ใหเ รยี บรอ ย
สําหรบั นักเรยี นทเี่ รยี นพลศกึ ษา กจิ กรรมลกู เสอื ยวุ กาชาด หรอื นกั ศกึ ษาวชิ าทหารใหแตงเครอื่ งแบบนน้ั ๆ ใน
วนั ทีม่ กี จิ กรรม และในวันทมี่ ีกจิ กรรมน้ันๆ นกั เรยี นตองเรยี นพลศกึ ษาดวย ใหแตงเคร่อื งแบบตามกิจกรรม
ดังกลา ว และนําชุดพลศึกษามาเปลี่ยนเฉพาะในชั่วโมงเรยี นวิชาพลศกึ ษา สาํ หรับวันหยดุ นกั เรยี นท่ีเขา มา
ในบรเิ วณโรงเรยี นใหแ ตง กายสภุ าพ แตถ า มาตดิ ตอ ราชการ ตอ งแตง เครอ่ื งแบบนกั เรยี นใหถ กู ตอ ง ตามระเบยี บ
เทา นน้ั ไมวาจะอยนู อกหรอื ในบรเิ วณโรงเรยี นการแตง กายเครอื่ งแบบนกั เรยี นจะตอ งเรยี บรอ ยอยใู นระเบยี บ
เสมอ และตอ งแสดงบัตรประจําตวั นกั เรยี นในการตดิ ตอ ราชการทกุ ครงั้ ดว ย
ขอ ๔ การปฏิบัตติ น
๔.๑ นกั เรยี นจะตอ งปฏบิ ตั ติ นใหไ ดช ่อื วาเปน ผูม มี ารยาทดี กลา วคอื
๔.๑.๑ เม่อื เดินผาน เดนิ สวนทาง หรือตดิ ตอ กบั ครู ตองแสดงความเคารพ พูดจาสภุ าพ ออ นนอม
๔.๑.๒ ไมสงเสยี งดงั หรือพดู จาหยาบคาย หรอื กระทําการใดๆ ทก่ี อ ใหเ กดิ ความเดอื ดรอน แกผูอ นื่
64 ๖ค๔่มู ือนักเรยี คนมู -อืผนูป้ ักกเครรยี อนง-ผปูปีกกาครรศอกึ งษาปก๒าร๕ศ๖ึก๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นรม่ เกลา้ สกลนคร
โรงเรยี นรม เกลา
๔.๑.๓ นักเรียนชายตอ งปฏิบตั เิ ยีย่ งสภุ าพบุรุษ นักเรียนหญิงตองปฏบิ ัตติ นเยย่ี งสุภาพสตรี ไมวา
จะเปนการยืน การนง่ั การเดิน หรือการแสดงกริ ยิ าใดๆ กต็ าม
๔.๒ นกั เรยี นจะตองอยรู วมกนั และปฏบิ ตั ติ อกนั อยางสนั ตวิ ิธี ไมก อ การทะเลาะววิ าท ผูใดฝาฝน
จะไดร บั โทษขนั้ รา ยแรง
๔.๓ หา มลักขโมยทรพั ยส ินของผูอน่ื โดยเด็ดขาด ผูใ ดฝาฝน จะไดร ับโทษขน้ั รายแรง
๔.๔ การออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นทกุ กรณี จะตอ งไดร บั อนญุ าตจากกลุม งานกจิ การนกั เรยี นกอ น และ
จะตองมบี ตั รอนญุ าตตดิ ตวั ใหสามารถตรวจสอบไดร ะหวา งอยูน อกบรเิ วณโรงเรยี น
๔.๕ หามสบู บุหรี่ เสพยาเสพติด และของมนึ เมาทุกชนดิ หา มพกพา ครอบครอง หรอื ซอนเรน
๔.๖ หา มนกั เรยี นหญิงและนกั เรียนชาย อยใู นทล่ี ับตาคน สองตอ สอง หรอื แสดงพฤตกิ รรมในทางชูสาว
๔.๗ หามเลนการพนนั ทุกชนิด
๔.๘ หามพกอาวธุ หรืออุปกรณทเี่ จตนาใชเ ปน อาวธุ ทกุ ชนดิ โดยเดด็ ขาด
๔.๙ หา มคบเพอ่ื นอนั ธพาล หรอื ชกั นาํ มาในบรเิ วณโรงเรียนโดยเด็ดขาด
๔.๑๐ หามเทยี่ วเตรใ นเวลากลางคืน ต้งั แตเวลา ๒๒.๐๐ น. เปน ตนไป
๔.๑๑ หา มนาํ เอาจดุ ทเ่ี ปน ปมดอ ยของเพอ่ื น มาเปน เครอ่ื งมอื ในการลอเลยี นกนั จนทําใหเ กิดความ
ไมส บายใจตอ เพอ่ื นทถ่ี กู ลอเลียนจนทําใหเ กิดปญหาทะเลาะววิ าท
ขอ ๕ การออกนอกบริเวณโรงเรยี น
นกั เรียนทมี่ คี วามจําเปน จะออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น ในระหวา งเวลาเรยี น หรอื ระหวา งพกั กลางวนั
ใหไ ปขออนญุ าตทสี่ าํ นกั งานกลุม งานกจิ การนกั เรยี น กลุม งานกจิ การนกั เรยี นจะมีใบอนญุ าตออกให
๕.๑ ถา ตอ งการออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นในเวลาเรียน จะใหใ ชแบบขออนญุ าตจากกลุมงานกิจการ
นกั เรยี น มลี ายมอื ชอ่ื รบั รองจากครปู ระจาํ วชิ า หรอื ครปู ระจําชนั้ และลายมอื ชอื่ ครทู ปี่ ฏบิ ตั หิ นา ทปี่ ระจําสาํ นกั
งานกลุม งานกจิ การนักเรยี นเปน ผูลงนามอนญุ าต
๕.๒ ถา ตอ งการออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น ระหวา งพกั กลางวนั ครเู วรผูอ นญุ าตจะเปน ผูพ จิ ารณาเหตผุ ล
ทเี่ หน็ วา จาํ เปน แลว จะออกบตั รอนุญาตให นกั เรียนจะตองลงชอื่ ในสมดุ บนั ทกึ และยืน่ บัตรนกั เรยี นตอครทู ี่
ปฏบิ ตั หิ นา ทป่ี ระจาํ สาํ นกั งานกลุมงานกจิ การนกั เรยี น เพอื่ เกบ็ ไวเ ปน หลักฐาน เมอ่ื นกั เรยี นกลบั มา จงึ นําบตั ร
ออกนอกบรเิ วณโรงเรียน มาแลกบตั รประจําตวั นกั เรยี นคนื ได
๕.๓ โรงเรยี นจะพจิ ารณาการออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น ของนกั เรยี นในกรณีทม่ี คี วามจาํ เปน เทานนั้
เมอื่ ไดร บั อนญุ าตใหอ อกนอกบรเิ วณโรงเรยี นแลว นกั เรยี นจะตอ งแสดงบตั รตอครทู ป่ี ฏบิ ตั หิ นา ทปี่ ระจาํ สํานกั
งานกลมุ งานกจิ การนกั เรยี นกอ นจงึ จะออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นได เมอ่ื กลบั เขา มาในบรเิ วณโรงเรยี น จะตอ ง
แสดงบัตรอกี ครั้งหน่ึง นักเรยี นท่ีไมก ลบั เขาโรงเรียนตามเวลาท่ีกําหนดจะตอ งไดรบั โทษตามระเบียบของ
โรงเรยี น
ค่มู อื นกั เรยี น-ผปู้ กคครมู ออื งนปักเีกราียรนศ-ึกผษปู ากค๒ร๕อ๖ง๕ปกโรารงศเรกึ ยี ษนาร่ม๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนค๖ร๕ 65
โรงเรยี นรม เกลา
ขอ ๖ การรับประทานอาหาร
๖.๑ ใหน กั เรยี นรบั ประทานอาหารในบริเวณโรงอาหารเทา นน้ั
๖.๒ หา มนกั เรยี นนาํ เครอ่ื งดม่ื หรอื อาหารทกุ ชนดิ เขาไปรับประทานในหองเรียน ไมวา จะเปนเวลา
เรยี นหรอื พกั กต็ าม กรณที น่ี กั เรยี นนาํ อาหารมารบั ประทานเอง ใหน ําไปรบั ประทานในโรงอาหาร
๖.๓ หา มนกั เรยี นซือ้ เครอื่ งดม่ื หรอื อาหารในเวลาเรียนโดยเด็ดขาด จะซ้อื ไดในเวลาเชา กอน
สัญญาณเขาแถวเคารพธงชาติ พกั กลางวันหรอื หลงั เลิกเรียน นอกจากมกี จิ กรรมพเิ ศษ โรงเรียนจะอนุญาต
เปน คราวๆ ไป
๖.๔ ในกรณีทน่ี กั เรยี นตอ งมารบั ประทานอาหารเชา ทโ่ี รงเรยี น จะตองรบั ประทานใหเ สรจ็ เรียบรอ ย
กอ นสญั ญาณเคารพธงชาติ เมอื่ ไดร บั สญั ญาณเคารพธงชาตแิ ลว จะตอ งไมอ ยใู นบรเิ วณโรงอาหารโดยเดด็ ขาด
๖.๕ หา มนกั เรียนซอื้ อาหารและเคร่อื งดมื่ ทีพ่ อ คา แมค า เร นาํ มาจําหนา ย บริเวณริมรวั้ โรงเรยี นใน
เวลาเรียนโดยเด็ดขาด
๖.๖ นกั เรยี นจะตอ งชว ยกนั รกั ษาความสะอาดในบรเิ วณโรงอาหาร ไมท ง้ิ เศษอาหารกลาดเกลอื่ น ตอ ง
ทง้ิ ลงในถงั ขยะทท่ี างโรงเรยี นจดั ไวใหเทา นน้ั
๖.๗ เม่ือนักเรยี นรับประทานอาหารเสรจ็ ทกุ ครงั้ จะตองนําภาชนะทใ่ี สอาหารทกุ ชนิดไปเกบ็ ไวท ่ี
โรงเรยี นจดั ไวใ หเ ทา นนั้
ขอ ๗ การใชหองนาํ้ หอ งสวม
๗.๑ หามนักเรยี นชายเขาไปในบริเวณหอ งนา้ํ นกั เรยี นหญงิ โดยเด็ดขาด
๗.๒ หา มขดี เขยี นฝาผนงั หองนาํ้
๗.๓ เมอ่ื ใชห อ งนา้ํ หองสว มเสร็จแลว ตอ งทาํ ความสะอาดใหด ที สี่ ุด
๗.๔ ไมค วรอยูใ นหองน้าํ หอ งสว ม นานเกนิ ความจาํ เปน
ขอ ๘ กิจกรรมนอกเวลาราชการ
เมอ่ื เลกิ เรยี นแลว นกั เรยี นทกุ คนจะตอ งกลบั บา น ถา มกี จิ กรรมทต่ี อ งทาํ ในบรเิ วณโรงเรยี นจะตอ งอยู
ในบรเิ วณไดไ มเ กนิ เวลา ๑๘.๐๐ น. กรณตี องทาํ กจิ กรรมในวนั หยดุ ราชการ จะตอ งไดร บั อนญุ าตจากผูปกครอง
กลุมงานกิจการนักเรียน หรือโรงเรยี น โดยแจงขออนุญาตใหเ ปน ลายลักษณอักษรจึงจะประกอบกิจกรรม
นน้ั ๆ ได ทั้งนจ้ี ะตองไมเ กนิ เวลาทโ่ี รงเรยี นกําหนด ถา มีกิจกรรมทพ่ี ิเศษหรอื จําเปน โรงเรยี นจะพจิ ารณาเปน
คราวๆ ไป
ขอ ๙ การทําความเคารพนอกหองเรียน
๙.๑ บนระเบยี งหรอื บนั ได ถา นกั เรยี นนงั่ อยูต ามระเบยี ง เมอื่ ครเู ดนิ ผา นใหน กั เรยี นยนื ตรง นกั เรยี น
ชายโคงคํานบั นกั เรยี นหญงิ ใหป ระนมมอื ไหว ถาเดนิ สวนกบั ครทู บ่ี นั ได ถานกั เรยี นเดินตามปกตใิ หห ยดุ ยืน
ตรง ขณะทค่ี รูเดนิ ผา น แตถ า เดินเปน แถวใหกมหวั ลงเล็กนอย
๙.๒ ครนู งั่ อยทู ร่ี ะเบียง เม่อื นกั เรียนเดนิ ผา นใหก มตัวลงเล็กนอ ย จนผา นครูแลว จงึ เดนิ ตามปกติ
66 ๖ค๖ูม่ อื นกั เรยี คนูม -ือผนู้ปักกเครรยี อนง-ผปปู ีกกาครรศอกึ งษาปก๒าร๕ศ๖กึ ๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นร่มเกล้า สกลนคร
โรงเรียนรมเกลา
๙.๓ ตามถนนหรือบริเวณ เมื่อสวนทางกบั ครู หรอื ครจู ะผาน ใหน กั เรยี นชายยนื ตรงโคง คํานบั นกั
เรยี นหญงิ ประนมมือไหว ถา ถอื สมั ภาระกใ็ หยนื ตรง
๙.๔ เม่อื เดินผานหอพระ ใหน ักเรียนชายหรอื หญิงหยดุ ยืนตรงแลวประนมมอื ไหว จงึ เดนิ ผา นไป
ตามปกติ ยกเวน ผูท นี่ ับถอื ศาสนาอนื่
๙.๕ โอกาสทีไ่ มต องแสดงความเคารพ
๙.๕.๑ ขณะอยูใ นแถว หรอื เดินแถว
๙.๕.๒ ขณะถือสมั ภาระพะรุงพะรัง
๙.๕.๓ ขณะทํางานเรง ดวน
๙.๕.๔ ขณะอยูใ นโรงอาหารรับประทานอาหาร หรือในหอประชมุ ที่มีการประชุมในหองสมุด
เปน ตน
๙.๕.๕ ขณะทนี่ กั เรยี นกาํ ลงั คุยกับผอู าวโุ สกวา หรือมตี าํ แหนง ท่สี ูงกวาผทู ่นี ักเรยี นจะตอง
ทาํ ความเคารพ
ขอ ๑๐ การทําความเคารพครเู วรประจําประตโู รงเรยี น
กอ นทจี่ ะเขา บรเิ วณโรงเรยี น ใหหยดุ ยนื หนั หนา ไปทางครเู วร นกั เรยี นชายโคง คํานบั นกั เรยี นหญงิ
ประนมมอื ไหว (ถาถือสัมภาระอยูกใ็ หกม ตวั ลงเลก็ นอ ย) หากนกั เรยี นนํารถจกั รยานยนตม าโรงเรยี น จะตอ ง
จอดรถเพอ่ื แสดงความเคารพครเู วรกอ น จงึ เขา มาในโรงเรยี นได และตอ งนาํ รถเขา จอดในบรเิ วณท่โี รงเรยี น
อนญุ าตเทา นน้ั นกั เรยี นทม่ี าโรงเรยี นโดยยานพาหนะอน่ื ๆ ใหจ อด ลงทบ่ี รเิ วณหนา ประตโู รงเรยี นแลว จงึ เดนิ
เขา มา กรณผี ูป กครองทนี่ าํ ยานพาหนะมาสง นกั เรยี นใหจ อดสง นกั เรยี นบรเิ วณแนวถนนใหถ กู ตอ งตามกฎหมาย
ขอ ๑๑ การทําความเคารพขณะท่ีแตง เครอื่ งแบบอนื่ ๆ
นกั เรยี นทแ่ี ตง เครอ่ื งแบบอนื่ ๆ ทม่ี ใิ ชเ ครอื่ งแบบนกั เรยี น ใหท าํ ความเคารพตามระเบยี บของเครอ่ื ง
แบบนั้นๆ
ขอ ๑๒ การทาํ ความเคารพนอกบรเิ วณโรงเรยี น
เมอ่ื นกั เรยี นพบครใู หป ระนมมอื ไหว แลวกลา วคาํ วา “สวสั ดคี รบั ” หรอื “สวสั ดคี ะ ” ตามธรรมเนยี ม
ของคนไทย
ขอ ๑๓ วนิ ยั จราจร ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายการจราจรทางบก นกั เรยี นที่นํารถจกั รยานยนตมาโรงเรียน
ตอ งปฏิบัติ ดงั นี้
๑๓.๑ นกั เรยี นตอ งมใี บอนญุ าตขบั ขร่ี ถจกั รยานยนตข องกรมการขนสง ทางบก
๑๓.๒ นกั เรยี นจะตอ งสวมหมวกกนั นอ็ คทกุ ครง้ั เมอ่ื ขบั ขร่ี ถจกั รยานยนต
๑๓.๓ รถจกั รยานยนต ตอ งอยใู นสภาพถกู ตอ งตามระเบยี บของกรมการขนสง ทางบกกําหนด
๑๓.๔ นักเรยี นมัธยมศึกษาตอนตน หรอื นกั เรียนทไี่ มม ใี บอนุญาตขับขรี่ ถจักรยานยนต หา มนํารถ
จกั รยานยนตม าโรงเรยี นโดยเด็ดขาด
คมู่ ือนักเรียน-ผปู้ กคครมู อืองนปักเกี ราียรนศ-กึ ผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรกึ ยี ษนารม่๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนค๖ร๗ 67
โรงเรียนรมเกลา
๑๓.๕ ในกรณที ่ีนกั เรยี นตามขอ ๑๓.๑ และขอ ๑๓.๔ จะสามารถนํารถจกั รยานยนตเขา มาในสถาน
ศกึ ษาได ตองขออนญุ าตจากหวั หนา สถานศกึ ษา โดยกรอกขอ มลู ยานพาหนะใหเ รยี บรอ ยและรบั บตั รผา นเขา
ออก โรงเรยี นรมเกลา
หมายเหตุ ๑) บัตรสแี ดง คอื ไมม ีใบอนุญาตขับขีร่ ถจักรยานยนต
๒) บัตรสีนา้ํ เงิน คอื มีใบอนุญาตขับขร่ี ถจกั รยานยนต
๑.๔ หมวด ๔ การปฏิบตั ติ นในหอ งเรยี น
ขอ ๑ ในตอนเชากอ นเขา หองเรียน
ใหเ วรทําความสะอาดของแตละวนั ทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น หรอื บรเิ วณทร่ี บั ผดิ ชอบใหเ รยี บรอ ย
เมอ่ื เพลงมารช ของโรงเรยี นดงั ขนึ้ จะตอ งรบี ไปเขา แถวเคารพธงชาติ ตามแผนผงั ทกี่ าํ หนด จะอยูใ นหองเรยี น
ไมได สว นนกั เรยี นทไ่ี ปถงึ บรเิ วณโรงเรยี นขณะทกี่ าํ ลงั จดั แถวเตรยี มเคารพธงชาตใิ หไ ปเขา แถวกอ น การเคารพ
ธงชาตถิ อื วา เปน หนา ทขี่ องคนไทยทกุ คน นกั เรยี นทม่ี าถงึ บรเิ วณโรงเรยี นขณะประกอบพธิ เี คารพธงชาติ จะให
ยนื เขา แถวทบี่ รเิ วณประตกู อ น เพอ่ื ใหเกดิ ความเรยี บรอ ยในการประกอบพธิ ี
ขอ ๒ ขณะทค่ี รอู ยูในหอ งเรยี น
นกั เรยี นจะตอ งปฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั หรอื ขอ ตกลงเกยี่ วกบั การเรยี นการสอน แตล ะรายวชิ าอยา งเครง ครดั
การลกุ จากทนี่ ง่ั หรอื ออกนอกหอ งเรยี นทกุ ครง้ั ตอ งไดร บั อนญุ าตจากครผู ูส อนกอน จงึ จะออกนอกหอ งเรยี น
ได ไมส งเสยี งหรอื กระทํากจิ กรรมใดๆ อนั เปน การรบกวนหองเรยี นขางเคยี ง
ขอ ๓ ในกรณีทคี่ รไู มอ ยใู นหองเรยี น
นกั เรยี นทกุ คนจะตองปฏบิ ตั ิตนเสมอื นมีครอู ยใู นหองเรยี น ไมส งเสยี งดงั หยอกลอ กนั หรือกระทํา
การใดๆ อนั ขัดตอ ระเบยี บ ใหหวั หนา หองเปนผดู ูแลความเรยี บรอ ยแลว รายงานเหตุการณ ใหครูทราบเมือ่
ครกู ลับมา
ขอ ๔ ในหอ งเรียนและหอ งทาํ งานของครู
๔.๑ ขณะครเู ดนิ เขาหอ งสอน ใหหวั หนาหอ งหรือผไู ดรบั มอบหมายบอกทาํ ความเคารพดวยคาํ วา
“นกั เรยี นเคารพ” ใหน กั เรยี นชายและนกั เรยี นหญงิ นง่ั ประนมมือไหว นักเรยี นชายกลาวคําวา “สวสั ดคี รบั ”
นกั เรยี นหญงิ กลา วคําวา “สวสั ดคี ะ ” พรอมกับกม ศรี ษะลงเลก็ นอย ในกรณที เี่ ปน ภาษาตา งประเทศ ใหเปน
ไปตามทค่ี รปู ระจําวชิ ากําหนด
๔.๒ เมอื่ ครอู อกนอกหอ งสอนใหบ อกทําความเคารพดว ยคาํ วา “นกั เรยี นเคารพ” นกั เรยี นชายและ
นักเรียนหญงิ นัง่ พรอ มกบั ประนมมอื ไหว นกั เรยี นชายกลา วคาํ วา “ขอบคุณครบั ” นกั เรยี นหญิงกลา วคําวา “
ขอบคุณคะ” พรอ มกับกม ศรี ษะลงเลก็ นอย ในกรณี ทเ่ี ปนภาษาตางประเทศใหเปนไปตามทค่ี รูประจําวิชา
กาํ หนด
๔.๓ เมื่อนักเรียนไปหาครูในหอ งทํางานใหยืนหางจากโตะพอประมาณ นกั เรียนชายโคงคาํ นับ
นักเรียนหญิงยืนตรงไหวในทา สํารวม หา มเทาแขนขึ้นที่โตะครู เม่ือจะกลับ นักเรียนชายใหโคงคํานับ
68 ๖ค๘มู่ อื นกั เรยี คนมู -อืผนปู้ ักกเครรยี อนง-ผปูปีกกาครรศอึกงษาปก๒าร๕ศ๖ึก๕ษาโร๒ง๕เร๖ยี ๕นร่มเกล้า สกลนคร
โรงเรียนรม เกลา
นกั เรยี นหญงิ ใหประนมมอื ไหว ในกรณีทไ่ี ปปรกึ ษางานหรอื ถามการบา น เมอ่ื จะกลบั ใหก ลา วคาํ วา “ขอบคณุ
ครับ” หรือ “ขอบคณุ คะ ”
๑.๕ หมวด ๕ บัตรประจําตวั นักเรยี น
ขอ ๑ บตั รประจาํ ตวั นกั เรยี น
ใหน กั เรยี นโรงเรยี นรม เกลา ทกุ คนมบี ตั รประจําตวั นกั เรยี น การตดิ ตอ กบั โรงเรยี นทกุ กรณี ตอ งแสดง
บตั รประจําตวั มฉิ ะนน้ั โรงเรยี นจะไมพ จิ ารณาหรอื ใหความสะดวกใดๆ
ขอ ๒ บตั รประจาํ ตวั อนื่ ๆ
บตั รประจําตวั นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร นกั เรยี นทเ่ี ขา รบั การฝก ศกึ ษาหลกั สตู รของกรมการรักษาดนิ แดน
จะตอ งมบี ตั รประจาํ ตวั นกั ศกึ ษาวชิ าทหารซงี่ ออกใหโ ดย มทบ. ๒๙
๑.๖ หมวด ๖ การควบคมุ ความประพฤตินักเรียน
ขอ ๑ ใหกลมุ งานกิจการนกั เรยี นดําเนนิ การควบคมุ ความประพฤตินกั เรยี นใหเปน ไปตามระเบยี บของ
โรงเรยี นวาดว ยความประพฤตนิ กั เรยี น พ.ศ. ๒๕๖๔ และใหเ ปน สว นหนง่ึ ของการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงคข องนกั เรียนทกุ ภาคเรยี น
ขอ ๒ ใหกลุมงานกิจการนกั เรยี น ดาํ เนนิ การลงโทษนักเรียนท่ีปฏบิ ตั ติ นผิดระเบียบ ของโรงเรยี นตาม
ระเบยี บของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยบทลงโทษนกั เรยี น พ.ศ. ๒๕๔๘ ขอ ๔ ดงั น้ี
๒.๑ วากลา วตกั เตอื น
๒.๒ ตดั คะแนนความประพฤติ
๒.๓ ทําทณั ฑบ น
๒.๔ ทาํ กิจกรรมเพอื่ ใหปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม
ขอ ๓ การลงโทษนกั เรยี นโดยการวากลา วตกั เตอื นสามารถทาํ ไดด ังน้ี
๓.๑ ผบู รหิ าร ครู และครูที่ปรึกษาท่ีพบเห็นพฤติกรรมของนักเรียนท่ีปฏิบัตติ นไมเ หมาะสมตอ
สถานภาพของนักเรียนและฝาฝนระเบยี บของโรงเรียนใหนกั เรียนมาพบและวากลาวตักเตือน แตถ า เปน
พฤตกิ รรมทไี่ มเ หมาะสมและมกี ารตดั คะแนนความประพฤติ ใหว ากลา วตกั เตอื นและบนั ทกึ ไวเปน ลายลกั ษณ
อกั ษร พรอ มกบั ใหน กั เรยี นลงชอ่ื รบั ทราบและครลู งชอื่ รบั รองสง ใหก ลมุ งานกจิ การนกั เรยี นและตดั คะแนนความ
ประพฤตแิ ละเกบ็ ไวเปน หลกั ฐาน
๓.๒ นกั เรียน บคุ ลากรในโรงเรยี นหรอื บคุ คลอน่ื ๆ ทพี่ บเหน็ พฤตกิ รรมของนกั เรยี นทป่ี ฏบิ ตั ติ นผดิ
ระเบยี บของโรงเรยี นใหแจง ครหู รอื กลมุ งานกจิ การนกั เรยี นเพอื่ เรยี กนกั เรยี นทปี่ ระพฤตผิ ดิ ระเบยี บมาดาํ เนนิ
การวา กลาวตักเตือน แตถ าเปน พฤติกรรมไมเ หมาะสมและมกี ารตดั คะแนนความประพฤติ ใหบนั ทกึ ไวเ ปน
ลายลกั ษณอ กั ษร พรอ มกบั ใหน กั เรยี นลงชอื่ รบั ทราบและครลู งชอื่ รบั รองสง ใหก ลุมงานกจิ การนกั เรยี นเกบ็ ไว
เปนหลกั ฐาน
ค่มู อื นกั เรยี น-ผูป้ กคครูมอืองนปักเีกราียรนศ-ึกผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปกโรารงศเรกึ ียษนารม่๒เ๕ก๖ล๕า้ สกลนค๖ร๙ 69
โรงเรยี นรมเกลา
ขอ ๔ การลงโทษนกั เรยี นโดยการตดั คะแนนความประพฤตสิ ามารถทําไดด งั นี้
๔.๑ ผูบ ริหาร ครู และครูท่ปี รกึ ษาทพ่ี บเห็นพฤติกรรมของนกั เรยี นทม่ี ีลักษณะเปน การกระทาํ ผิด
หรอื ฝาฝน ตอ ระเบยี บของโรงเรยี นใหด าํ เนนิ การวากลา วตักเตอื น และตดั คะแนนความประพฤติ
๔.๒ นักเรยี น บุคลากรในโรงเรียนหรอื บคุ คลอื่นๆ ในโรงเรยี นท่พี บเห็นพฤตกิ รรมของนกั เรยี นท่ี
ประพฤตผิ ดิ ระเบยี บของโรงเรยี นใหแ จง ครหู รอื กลุม งานกจิ การนกั เรยี นทราบ และกลมุ งานกจิ การนกั เรยี นตอ ง
ดาํ เนินการสบื สวนและสอบสวนโดยเร็ว ถากระทาํ ความผิดจริงใหตัดคะแนนความประพฤติ ตามลกั ษณะที่
กระทําความผดิ
ขอ ๕ การลงโทษนักเรียนจากการตดั คะแนน
๕.๑ นกั เรยี นทถ่ี กู ตดั คะแนน ๕-๒๐ คะแนน ใหน กั เรยี นไดร บั การวา กลา วตกั เตอื นและใหท ํากจิ กรรม
ทีไ่ ดรบั มอบหมายจากคณุ ครูทป่ี รกึ ษา เพื่อปรบั เปลยี่ นพฤติกรรมใหด ขี ้ึน โดยอยใู นหมวดประเภทความผิด
ไมรา ยแรง มรี ายละเอยี ดดงั ตอ ไปน้ี
๕.๑.๑ มาสายโดยไมม เี หตผุ ลสมควร ตดั ๕ คะแนน
๕.๑.๒ ขาดเรยี นหรือหยดุ เรยี นโดยไมมีใบลา ตดั ๕ คะแนน
๕.๑.๓ เขาหอ งเรียนชากวา ๑๐ นาที โดยไมม ีเหตุอนั ควร ตัด ๕ คะแนน
๕.๑.๔ ไมทาํ ความเคารพครู ทง้ั ในและนอกโรงเรยี น ตัด ๕ คะแนน
๕.๑.๕ ไมร กั ษาความสะอาดในบรเิ วณโรงเรียน ตัด ๕ คะแนน
๕.๑.๖ รบั ประทานอาหารกอ น-หลังเวลาทกี่ าํ หนด ตดั ๕ คะแนน
๕.๑.๗ เลนหรอื นั่งหลับในขณะที่ครกู ําลังทาํ การสอน ตดั ๕ คะแนน
๕.๑.๘ ผมยาวหรอื ทรงผมท่ีผดิ ระเบยี บทโ่ี รงเรียนกําหนด ตดั ๕ คะแนน
๕.๑.๙ ไวหนวดเครา ตดั ๕ คะแนน
๕.๑.๑๐ สวมเสอื้ ผา ผดิ ระเบยี บ เชน ไมป ก ชอื่ สกลุ หรอื เสอื้ ผา ทไ่ี มใ ชเ ครอ่ื งแบบของโรงเรยี น กางเกง
กระโปรง รองเทา ถุงเทาทีผ่ ดิ ระเบียบ ตัด ๕ คะแนน
๕.๑.๑๑ ไมเ อาชายเสอื้ เขา ในกางเกงหรอื กระโปรง ตัด ๕ คะแนน
๕.๑.๑๒ ไมคาดเข็มขัด หรอื ใชเ ข็มขัดที่ผดิ ระเบยี บของโรงเรยี น ตัด ๕ คะแนน
๕.๑.๑๓ ใชเคร่ืองสําอางเพือ่ การเสรมิ สวย ตัด ๕ คะแนน
๕.๑.๑๔ สง เสียงอึกทกึ ในหองเรยี น หรอื กอความรําคาญ ตัด ๑๐ คะแนน
๕.๑.๑๕ กลาววาจาหยาบคายตอ เพ่ือนหรอื บุคคลอน่ื ตัด ๑๐ คะแนน
๕.๑.๑๖ ขบั ข่หี รอื โดยสารรถ โดยไมป ฏิบตั ติ ามกฎจราจร ตดั ๑๐ คะแนน
๕.๑.๑๗ ออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นโดยไมไ ดรบั อนญุ าต ตดั ๑๐ คะแนน
๕.๑.๑๘ ไวเ ลบ็ ยาวหรือทาเลบ็ เขยี นควิ้ กันคิ้ว หรอื ทาปาก ตัด ๑๐ คะแนน
๕.๑.๑๙ สวมใสเครื่องประดับ ยกเวนนาฬกิ าขอ มือ ตัด ๑๐ คะแนน
๕.๑.๒๐ ไมเขาแถวเคารพธงชาติ ตัด ๑๐ คะแนน
70 ๗ค๐มู่ ือนกั เรยี คนมู -อืผนู้ปกักเครรยี อนง-ผปูป ีกกาครรศอึกงษาปก๒าร๕ศ๖กึ ๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นร่มเกลา้ สกลนคร
โรงเรยี นรมเกลา
๕.๑.๒๑ ใชโ ทรศัพทในขณะทคี่ รูทําการสอนหรอื ในเวลาเรียน ตัด ๑๐ คะแนน
๕.๑.๒๒ หลบหนีช่ัวโมงเรียน ตดั ๑๐ คะแนน
๕.๑.๒๓ ขดี เขยี นโตะ เกา อ้ี หรือทําความสกปรกแกทรัพยสนิ ของโรงเรียน ตดั ๑๐ คะแนน
๕.๑.๒๔ ปลอมลายมอื ช่ือครู ผปู กครอง หรือบคุ คลอน่ื ตดั ๑๐ คะแนน
๕.๑.๒๕ ไมน าํ เอกสารของทางโรงเรยี นไปมอบใหผ ปู กครอง ตดั ๑๐ คะแนน
๕.๑.๒๖ ไมเ ขารว มกิจกรรมตามทโี่ รงเรยี นกําหนดให ตัด ๑๐ คะแนน
๕.๑.๒๗ ไมเขาพบครูท่ีปรึกษาตามเวลาและสถานทที่ ่ีกาํ หนด ตัด ๑๐ คะแนน
๕.๑.๒๘ ขัดคําส่งั ของครู - ทีส่ ่งั โดยชอบแลว ตัด ๑๐ คะแนน
๕.๑.๒๙ นาํ หนงั สอื หรอื สอื่ ลามกอนาจาร หรอื สือ่ ท่ีไมเกี่ยวของกบั การเรียนการสอนเขา มาใน
โรงเรยี น ตัด ๒๐ คะแนน
๕.๑.๓๐ พดู ปด พดู โกหก ใหข อมลู ทเี่ ปนเทจ็ ตดั ๒๐ คะแนน
๕.๑.๓๑ ประพฤติตนในทาํ นองชสู าว จบั มือ นอนหนุนตกั โอบกอด ตดั ๒๐ คะแนน
๕.๑.๓๒ สูบบุหรท่ี ง้ั ในและนองบรเิ วณโรงเรียน ตดั ๒๐ คะแนน
๕.๑.๓๓ จอดรถในทหี่ า มจอดหรอื จอดนอกโรงจอดรถของโรงเรยี น ตดั ๒๐ คะแนน
๕.๑.๓๔ ดหู มนิ่ หมน่ิ ประมาท สบประมาท หรอื แสดงกริ ิยากระดา งกระเดือ่ งตอหัวหนาชน้ั หรอื
คณะกรรมการนกั เรยี น ตัด ๒๐ คะแนน
๕.๑.๓๕ ขมขู บงั คบั รดี ไถ กลั่นแกลง รังแกผอู ่ืน ตัด ๒๐ คะแนน
๕.๒ นักเรยี นที่ถกู ตดั คะแนน ๒๑-๕๐ คะแนน ตองไดรับการวากลาวตักเตือน และทํากจิ กรรมที่ไดรบั
มอบหมายเพื่อปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมจากคณุ ครูทปี่ รึกษา หรอื กลมุ งานกจิ การนกั เรียน รว มกับผูป กครอง
นกั เรียน หากนกั เรยี นคนใดไมป รบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมใหด ขี ้ึน นกั เรยี นตอ งทํากจิ กรรมตามทโี่ รงเรยี นกาํ หนด
โดยอยใู นหมวดประเภทความผดิ รายแรง มรี ายละเอยี ดดังตอไปนี้
๕.๒.๑ หนอี อกนอกบรเิ วณโรงเรียนโดยไมก ลับเขา มาโรงเรยี นอกี ตัด ๓๐ คะแนน
๕.๒.๒ มวั่ สมุ หรือกอ ความราํ คาญใหผูอ่ืนในยามวิกาล ตัด ๓๐ คะแนน
๕.๒.๓ เที่ยวกลางคนื (หลงั เวลา ๒๒.๐๐ น. เปนตนไป) ตดั ๓๐ คะแนน
๕.๒.๔ เท่ยี วเตรใ นสถานทีท่ ไ่ี มเ หมาะสม ทกี่ ฎหมายหา มเขาตามอายุ เชน รา นเกมส สถานทีเ่ ลน
การพนัน สถานทค่ี า ประเวณี สถานเริงรมย ตดั ๓๐ คะแนน
๕.๒.๕ มสี ารเสพตดิ บหุ ร่ี ของมึนเมาอยูในความครอบครอง ตดั ๓๐ คะแนน
๕.๒.๖ เสพสรุ าหรือของมนึ เมา ทุกชนดิ ทงั้ ในและนอกบรเิ วณโรงเรียน ตดั ๔๐ คะแนน
๕.๒.๗ เลนการพนนั ทุกชนิด ทัง้ ในและนอกบรเิ วณโรงเรยี น ตดั ๔๐ คะแนน
๕.๒.๘ คบคนชวั่ และนาํ ความเส่อื มเสยี ช่อื เสยี งมาสโู รงเรยี น ตัด ๔๐ คะแนน
๕.๒.๙ ทําลายทรพั ยสนิ ของโรงเรยี น ครู เพอ่ื นนกั เรียน หรือบุคคลอน่ื ตัด ๔๐ คะแนน
๕.๒.๑๐ มีส่งิ เสพตดิ ของมนึ เมา อาละวาททัง้ ในและนอกบรเิ วณโรงเรียน ตดั ๔๐ คะแนน
คู่มอื นักเรียน-ผู้ปกคครูมออื งนปกั เีกราียรนศ-กึ ผษูป ากค๒ร๕อ๖ง๕ปกโรารงศเรกึ ียษนาร่ม๒เ๕ก๖ล๕า้ สกลนค๗ร ๑ 71
โรงเรียนรมเกลา
๕.๒.๑๑ แสดงกริ ยิ า หรอื ใชว าจาลบหลูด หู มน่ิ และขาดซงึ่ ความเคารพครู หรอื บคุ ลากรของโรงเรยี น
ตดั ๔๐ คะแนน
๕.๒.๑๒ ลักขโมยทรพั ยส นิ ของโรงเรยี น ครู บุคลากรของโรงเรียน เพอ่ื นนักเรียน หรือบุคคลอน่ื
ตดั ๔๐ คะแนน
๕.๒.๑๓ กอ เหตทุ ะเลาะววิ าท ทํารายรางกาย ทงั้ ในและนอกบรเิ วณโรงเรียนหรอื ชกั นาํ บุคคลอนื่
ภายนอก มากอ เหตุทะเลาะววิ าทกับนกั เรียนในโรงเรยี น ตัด ๔๐ คะแนน
๕.๒.๑๔ พกพาอาวุธ หรอื สง่ิ อ่ืนใดมลี กั ษณะเปน อาวธุ เขา มาภายในโรงเรยี น ตดั ๔๐ คะแนน
๕.๒.๑๕ ชสู าวขน้ั รา ยแรง ประพฤตผิ ดิ ศลี ธรรมอันดงี าม ตดั ๕๐ คะแนน
๕.๒.๑๖ เสพสารเสพติดรา ยแรงหรอื มีสง่ิ เสพตดิ รา ยแรง ผดิ กฎหมายไวในครอบครองเพอื่ การเสพ
จําหนาย จา ย แจก หรือในการอืน่ ใด ตัด ๕๐ คะแนน
ขอ ๖ เกณฑทําความดีทค่ี วรเพิ่มคะแนนความประพฤติ นกั เรยี นจะไดรับการเพ่มิ คะแนนดงั น้ี
๖.๑ เพ่ิม ๕ คะแนน
๖.๑.๑ ทาํ กจิ กรรมบาํ เพญ็ ประโยชน
๖.๑.๒ เก็บสง่ิ ของหรือเงนิ มมี ลู คาไมเกิน ๒๐๐ บาท สงคนื เจา ของ
๖.๑.๓ เปน ตวั แทนของโรงเรยี นเขา รว มการแขง ขนั กจิ กรรมรายการตางๆ ภายนอกโรงเรยี น
๖.๒ เพม่ิ ๑๐ คะแนน
๖.๒.๑ เก็บสงิ่ ของหรอื เงิน มีมลู คา ต้งั แต ๒๐๑ บาท แตไ มเกิน ๕๐๐ บาท สงคืนเจา ของ
๖.๒.๒ ไดร บั รางวลั อนั ดบั ท่ี ๑-๓ ในรายการแขงขนั กจิ กรรมตางๆ ภายในโรงเรยี น
๖.๒.๓ ไดรบั การคดั เลอื กใหปฏบิ ตั หิ นา ทรี่ องหวั หนา ชน้ั เรยี นของแตล ะปการศกึ ษา
๖.๒.๔ ไดร ับการคัดเลอื กใหปฏบิ ตั หิ นาทคี่ ณะกรรมการฝา ยตา งๆ ในคณะสี
๖.๒.๕ ใหขอ มลู การกระทาํ ความผิดตาง ๆ
๖.๒.๖ อทุ ศิ ตน เสยี สละชว ยงานของโรงเรียนจนเปน ทีย่ อมรบั
๖.๓ เพิม่ ๑๕ คะแนน
๖.๓.๑ เกบ็ ส่ิงของหรอื เงินมมี ูลคา ตง้ั แต ๕๐๑ บาท แตไมเ กิน ๑,๐๐๐ บาท สง คนื เจาของ
๖.๓.๒ ไดรบั รางวลั อนั ดบั ท่ี ๑-๓ ในรายการแขงขนั กิจกรรมตางๆ ภายนอกโรงเรยี น
๖.๓.๓ ไดรับการคดั เลือกใหปฏบิ ัติหนา ทห่ี วั หนาชน้ั เรียนของแตละปก ารศกึ ษา
๖.๓.๔ ไดร บั การคดั เลอื กใหปฏบิ ัตหิ นา ทค่ี ณะกรรมการนกั เรียนฝา ยตา ง ๆ
๖.๓.๕ ไดรบั การคดั เลือกใหป ฏบิ ัตหิ นา ทร่ี องประธานในคณะสี
๖.๔ เพ่ิม ๒๐ คะแนน
๖.๔.๑ เกบ็ สิ่งของหรือเงนิ มีมูลคา เกิน ๑,๐๐๐ บาท สงคืนเจาของ
๖.๔.๒ ไดร บั การคดั เลอื กใหปฏบิ ตั หิ นา ทรี่ องประธานคณะกรรมการนกั เรยี น
๖.๔.๓ ไดร บั การคดั เลือกใหป ฏบิ ตั ิหนาทป่ี ระธานในคณะสี
72 ๗ค๒มู่ ือนักเรียคนมู -ือผนูป้ กักเครรยี อนง-ผปปู ีกกาครรศอึกงษาปก ๒าร๕ศ๖กึ ๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นร่มเกล้า สกลนคร
โรงเรยี นรม เกลา
๖.๔.๔ ไดรบั การยกยอ งชมเชยจากชุมชน
๖.๕ เพิม่ ๒๕ คะแนน
๖.๕.๑ ไดรับการคดั เลือกใหป ฏิบตั หิ นา ที่ประธานคณะกรรมการนกั เรยี น
๖.๕.๒ สรา งชอื่ เสยี งทด่ี ดี านตา งๆ ใหก ับโรงเรยี น เปนทยี่ อมรับและศรทั ธาจากสงั คม
ขอ ๗ การประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
การประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคประกอบดวย
๗.๑ การตรวจผมและเครอื่ งแตง กายนกั เรยี น ดาํ เนนิ การตรวจโดยครทู ปี่ รกึ ษาประจาํ ชน้ั กาํ หนดตรวจ
เดือนละ ๒ ครงั้ รวมภาคเรยี นละ ๘ คร้ัง โดยมแี นวปฏิบตั ิดังน้ี
๗.๑.๑ ตรวจครงั้ ท่ี ๑ สงรายงานไมเกนิ วนั ท่ี ๑๕ ของเดือน
๗.๑.๒ ตรวจครง้ั ท่ี ๒ สงรายงานไมเ กนิ วนั ที่ ๓๐ ของเดอื น
๗.๑.๓ ครทู ป่ี รกึ ษาประจาํ ชน้ั ดาํ เนนิ การตรวจผมและเครอื่ งแตง กายนกั เรยี น ตามรายการในแบบ
รายงานการตรวจทรงผมและเครอ่ื งแตงกายนกั เรยี น ระหวา งวนั ท่ี ๑-๑๔ และ ๑๖-๒๙ ของเดอื น หากนกั เรยี น
ตรวจไมผ า นในรายการใด ใหค รทู ปี่ รกึ ษาแจงนกั เรยี นแกไ ข และครทู ปี่ รกึ ษาตรวจสอบอกี ครงั้ ในหว งระยะเวลา
ดงั กลา วได หากถงึ กําหนดวนั สง รายงาน นกั เรยี นทผี่ า นใหค รทู ปี่ รกึ ษาลงตรง “หมายเหต”ุ วา “ผ” ดวยปากกา
สีนํ้าเงนิ นกั เรยี นยังไมผ านหรือยงั ไมแ กไ ขใหครทู ี่ปรึกษาลงตรง “หมายเหตุ” วา “มผ” ดวยปากกาสแี ดง
โดยมเี กณฑก ารประเมินดงั น้ี
๑) ผา น ๘ คร้งั ไดรบั คะแนน ๑๐๐ คะแนน
๒) ผาน ๗ ครัง้ ไดร ับคะแนน ๘๗.๕ คะแนน
๓) ผาน ๖ คร้ัง ไดรบั คะแนน ๗๕ คะแนน
๔) ผา น ๕ ครง้ั ไดรบั คะแนน ๖๒.๕ คะแนน
๕) ผาน ๑-๔ คร้งั ไดรับคะแนน ๐ คะแนน (ไมผ า น)
และใหด าํ เนนิ การสง รายงานมาทเ่ี จาหนา ทงี่ านประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องแตล ะระดบั ชน้ั โดยทาง
กลุม งานกจิ การนกั เรยี นจะดําเนนิ การรวบรวมและรายงานตอผบู รหิ ารตอไป
๗.๑.๔ ลาํ ดบั การสงรายงาน มีดังนี้
ครูท่ีปรกึ ษา ==> ครูหัวหนาระดับชัน้ ==> เจาหนา ที่งานประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงคป ระจาํ ระดับชัน้ ==> หัวหนา กลมุ งานกจิ การนกั เรียน ==> รอง ผอ. กลมุ งานกจิ การนักเรยี น ==>
ผอ.โรงเรยี น
๗.๒ การประเมินคะแนนความดี
กลมุ งานกจิ การนกั เรยี นจะดาํ เนนิ การประเมินคะแนนความดจี ากการบันทกึ คะแนนความดใี น
ระบบดแู ลชว ยเหลอื นกั เรียน โดยทนี่ ักเรียนมีการสะสมคะแนนรายบคุ คลไวในแตล ะภาคเรยี น โดยมเี กณฑ
การประเมนิ ดังน้ี
ค่มู อื นกั เรียน-ผปู้ กคครูมอืองนปกั เีกรายี รนศ-ึกผษปู ากค๒ร๕อ๖ง๕ปกโรารงศเรึกยี ษนารม่๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนค๗ร๓ 73
โรงเรยี นรมเกลา
๗.๒.๑ ระดับคะแนน ๒๐๐ คะแนน ขนึ้ ไป ไดร ับคะแนน ๑๐๐ คะแนน
๗.๒.๒ ระดบั คะแนน ๑๗๐-๑๙๙ คะแนน ไดร บั คะแนน ๗๕ คะแนน
๗.๒.๓ ระดับคะแนน ๑๕๐-๑๖๙ คะแนน ไดร ับคะแนน ๕๐ คะแนน
๗.๒.๔ ระดบั คะแนน ต่ํากวา ๑๔๙ คะแนน ไดร บั คะแนน ๐ คะแนน
๗.๓ การสรปุ คะแนนคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
กลมุ งานกจิ การนกั เรยี นจะดําเนนิ การสรปุ คะแนนคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคจ ากการนาํ คะแนน
การประเมนิ การตรวจทรงผมและเครอ่ื งแตง กายมารวมกันกบั คะแนนการประเมนิ คะแนนความดี และนํามา
หาคา เฉลยี่ โดยมรี ายละเอยี ดดังน้ี
๗.๓.๑ คะแนนรวมเฉล่ยี ๘๐ คะแนน ขึ้นไป อยูในระดบั “ดีเยี่ยม”
๗.๓.๒ คะแนนรวมเฉล่ีย ๗๐ - ๗๙ คะแนน อยูในระดบั “ด”ี
๗.๓.๓ คะแนนรวมเฉล่ยี ๖๐ - ๖๙ คะแนน อยใู นระดับ “พอใช”
๗.๓.๔ คะแนนรวมเฉล่ีย ๕๐ - ๕๙ คะแนน อยใู นระดบั “ผา นเกณฑก ารประเมิน”
๗.๓.๕ คะแนนรวมเฉลีย่ ตํา่ กวา ๕๐ คะแนน อยูในระดบั “ไมผา นเกณฑก ารประเมิน”
ขอ ๘ การออกใบรบั รองความประพฤตนิ กั เรยี น
๘.๑ กลมุ งานกจิ การนักเรยี นจะดําเนนิ การออกใบรับรองความประพฤตินกั เรียนตามคะแนนความ
ประพฤตขิ องนกั เรยี นตามทปี่ ระเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี
๘.๑.๑ มคี ะแนน ๘๐ คะแนน ขึ้นไป อยใู นระดับ “ดีเยย่ี ม”
๘.๑.๒ มีคะแนน ๗๐ - ๗๙ คะแนน อยูในระดบั “ด”ี
๘.๑.๓ มคี ะแนน ๖๐ - ๖๙ คะแนน อยใู นระดับ “พอใช”
๘.๑.๔ มคี ะแนน ๕๐ - ๕๙ คะแนน อยใู นระดับ “ผา นเกณฑก ารประเมนิ ”
๘.๑.๕ มีคะแนนตา่ํ กวา ๕๐ อยใู นระดบั “ไมผา นเกณฑการประเมนิ ” หรอื ไมอ อกใบรบั รอง
ความประพฤตใิ หน ักเรยี น
๘.๒ นักเรียนท่ีผานการประเมินความประพฤตติ องผานการประเมินตง้ั แต ๕๐ คะแนนขน้ึ ไป เม่อื
ส้ินสุดภาคเรยี นและจะไดผลการประเมิน “ผ” ถาไมผ า นจะไดผลการประเมนิ “มผ.” โดยกลมุ งานกิจการ
นกั เรยี นรวบรวมคะแนนสง ไปยงั กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ เพอื่ ใหง านวดั ผลของโรงเรยี นประกาศในผลการเรยี น
ของนกั เรยี น
ขอ ๙ การลงโทษนกั เรียนโดยการทาํ กิจกรรมเพอื่ ใหป รับเปลย่ี นพฤตกิ รรม สามารถทําไดด ังน้ี
๙.๑ ใหก ลมุ งานกิจการนกั เรยี น นาํ นกั เรยี นท่มี ผี ลการประเมินไมผา นเกณฑการประเมินเกย่ี วกับ
การเขาโฮมรมู การสแกนบตั ร หรือการทาํ ผิดวินัยอนื่ ๆ ท่ีถูกตดั คะแนนความประพฤติตัง้ แต ๕๐ คะแนน
ขน้ึ ไป เขา คา ยอบรมพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม หรอื ทํากจิ กรรมอื่นๆ ทเ่ี ปน ประโยชนแ กส ว นรวม เพอ่ื ปรบั
เปลย่ี นพฤตกิ รรม เมอื่ ส้นิ สุดภาคเรียนหรือสน้ิ สดุ ปก ารศกึ ษา
74 ๗ค๔่มู ือนกั เรยี คนมู -อืผนูป้ ักกเครรยี อนง-ผปูปีกกาครรศอกึ งษาปก๒าร๕ศ๖ึก๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นรม่ เกลา้ สกลนคร
โรงเรียนรมเกลา
๙.๒ ใหก ลุม งานกิจการนกั เรยี น นํานกั เรยี นทถี่ กู ตัดคะแนนความประพฤติทพี่ ฒั นาแลวแตไ มด ีขน้ึ
ทาํ การเชญิ ผปู กครองมาพบเพอ่ื ปรกึ ษาหาแนวทางแกไขปญ หารวมกัน เพอื่ ปรับปรงุ แกไขพฤตกิ รรมนกั เรยี น
ใหด ีขนึ้ หรืออาจจะชวยเหลอื ใหนกั เรยี นไดปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรม โดยใหไ ปเรียนทโี่ รงเรยี นอนื่ ในเครอื ขาย
หรอื สหวทิ ยาเขตเดยี วกนั กบั โรงเรยี นรม เกลา
ขอ ๑๐ นักเรยี นทปี่ ฏบิ ัตติ นอยูใ นระเบียบวินยั ของโรงเรยี นทไ่ี มถกู ตดั คะแนนความประพฤตติ ลอดภาค
เรยี น ใหถ อื วา เปน ผมู คี วามประพฤตดิ เี ยยี่ ม ใหก ลุม งานกจิ การนกั เรยี นดาํ เนนิ การมอบเกยี รตบิ ตั รแกน กั เรยี น
ไวเปนสําคัญ
๑.๗ หมวด ๗ ขอบังคับสาํ หรับนักเรยี น
ขอ ๑ ไมท ําความผดิ เกย่ี วกับกฎกระทรวงวา ดว ยการกาํ หนดความประพฤติของนกั เรยี นและนักศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๘ ดงั ตอ ไปนี้
๑.๑ หนีเรียนหรอื ออกนอกสถานศกึ ษา โดยไมไ ดร บั อนญุ าตในชว งเวลาเรยี น
๑.๒ เลนการพนัน จัดใหมกี ารเลน การพนนั หรือม่วั สุมในวงการพนนั
๑.๓ พกพาอาวธุ หรอื วตั ถรุ ะเบดิ
๑.๔ ซือ้ จาํ หนาย แลกเปล่ยี น เสพสุราหรอื เครอ่ื งด่ืมท่มี แี อลกอฮอล สิ่งมนึ เมา บุหรี่ หรอื ยา
เสพติด
๑.๕ ลกั ทรพั ย กรรโชกทรัพย ขมขู หรือบังคบั ขนื ใจเพื่อเอาทรพั ยบ คุ คลอืน่
๑.๖ กอ เหตทุ ะเลาะววิ าท ทาํ รา ยรา งกายผอู นื่ เตรยี มการหรอื กระทาํ การใดๆ อนั นา จะกอ ใหเ กดิ ความ
ไมสงบเรยี บรอยหรอื ขดั ตอศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน
๑.๗ แสดงพฤตกิ รรมทางชสู าวซงึ่ ไมเ หมาะสมในทส่ี าธารณะ
๑.๘ เกยี่ วขอ งกบั การคา ประเวณี
๑.๙ ออกนอกสถานทพี่ กั เวลากลางวนั เพอ่ื เทยี่ วเตรห รอื รวมกลุม อนั เปน การสรา งความเดอื ดรอ น
ใหแกต นเองหรอื ผูอ นื่
ขอ ๒ ไมท ําความผดิ เกยี่ วกบั ระเบียบและแนวปฏบิ ตั ขิ องโรงเรยี น
๒.๑ การขาดเรียน การมาสาย การเขา หอ งเรียนชา
๒.๒ การแตง กาย การใชอ ปุ กรณก ระเปา ตราโรงเรยี น การใชโ ทรศพั ท การใชแ ละการจอดยานพาหนะ
ผดิ แนวปฏบิ ตั ิ
๒.๓ การประพฤตติ วั ไมเหมาะสมกับสภาพความเปน นกั เรียน ไมสุภาพ กา วราว ไมม ีสัมมาคารวะ
ทาํ ลายทรัพยส นิ ของโรงเรียน ลว งละเมิดสทิ ธขิ องผูอน่ื
คมู่ ือนกั เรยี น-ผปู้ กคครูม ออื งนปักเกี รายี รนศ-ึกผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรกึ ยี ษนารม่๒เ๕ก๖ล๕า้ สกลนค๗ร๕ 75
โรงเรียนรม เกลา
๑.๘ หมวด ๘ การเกยี่ วของกบั ยาเสพติด
ขอ ๑ การตรวจยาเสพตดิ ในปส สาวะ
๑.๑ นกั เรียน ม.๑, ม.๔ ท่ีเขาใหม หรอื นักเรียนทย่ี ายมาจากโรงเรียนอนื่ หรอื นักเรยี นทม่ี ปี ระวตั ิ
เคยสบู บหุ รี่ ดม่ื สุรา เสพสารระเหย จะถอื วา เปน กลุมเสยี่ ง จะตอ งถกู ตรวจหาสารเสพตดิ ในปส สาวะทกุ คน
๑.๒ นกั เรยี นคนใดทโี่ รงเรยี นเหน็ วามพี ฤตกิ รรมทเ่ี สย่ี งหรอื เบยี่ งเบนในการใชส ารเสพติด (ยาบา )
โรงเรียนจะสบื หาขอ เทจ็ จรงิ และเชิญผปู กครองมาพบขออนญุ าตตรวจปส สาวะนกั เรียนคนนนั้
๑.๓ นกั เรยี นทตี่ รวจพบสารเสพตดิ ในปส สาวะ (ยาบา ) โรงเรยี นจะบันทกึ ขอ มลู และเก็บเปน ความ
ลบั โรงเรยี นจะใชว ธิ คี วบคมุ ความประพฤตแิ ละรายงานผลตอผปู กครองเปน ระยะเพอ่ื เปนการบําบดั ในขน้ั ตน
นักเรียนตรวจปสสาวะซ้ําคร้งั ท่ี ๒ แลว พบสารเสพติดในปสสาวะของนักเรียนอกี โรงเรยี นจะอนุญาตใหผู
ปกครองนกั เรียนนําไปบําบดั รักษาจนกวาจะหายเปนปกติ โรงเรียนจงึ จะอนญุ าตใหก ลบั มาเรยี นใหม เมอ่ื ผู
ปกครองนาํ ไปบาํ บดั รกั ษาแลวมารายงานตวั เพอ่ื กลบั เขา เรยี นใหม จะขออนญุ าตตรวจปส สาวะกอ นเพอ่ื ความ
มัน่ ใจ จงึ จะอนุญาตใหเขาเรียน ผปู กครองจาํ เปนตอ งใหความรว มมือ เพ่อื เปนการปอ งกันและแกไขปญ หา
ยาเสพตดิ ในโรงเรยี น
๑.๔ นักเรยี นทเี่ ปนผจู ําหนา ย โรงเรยี นจะดําเนนิ การตามกฎหมายทนั ที
๒. งานสภานกั เรยี น
๒.๑ คณะกรรมการสภานกั เรยี น ประกอบดวย
๒.๑.๑ ประธานคณะกรรมการนกั เรยี น ๑ คน
๒.๑.๒ รองประธานคณะกรรมการนกั เรยี น ๒ คน
๒.๑.๓ กรรมการฝา ยประชาสมั พนั ธ
๒.๑.๔ กรรมการฝา ยวชิ าการ
๒.๑.๕ กรรมการฝายกจิ การนกั เรยี น
๒.๑.๖ กรรมการฝา ยปฏคิ ม
๒.๑.๗ กรรมการฝา ยกจิ กรรม
๒.๑.๘ เหรญั ญกิ
๒.๑.๙ กรรมการและเลขานกุ าร
๒.๒ จุดประสงคใ นการดําเนินงานสภานกั เรยี น
๒.๒.๑ เพอื่ ใหน กั เรยี นทกุ คนไดรบั การเอาใจใสอยา งใกลช ดิ ทกุ ๆ ดานจากครผู สู อนและจากครู
ทป่ี รกึ ษา
๒.๒.๒ เพอ่ื ปลูกฝงความเปนสมาชิกท่ดี ีตอ สังคม คอื การเปนผนู ําและผูตามทดี่ ี เสริมสรา ง
การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย ความมนี าํ้ ใจ รูจ กั เสยี สละเพอื่ ประโยชนข องหมูค ณะ รูจ กั หนา ที่ ประพฤติ
ปฏิบตั ติ นอยูใ นระเบียบวนิ ยั เปน สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม
๒.๒.๓ เพอ่ื สนับสนนุ และสง เสรมิ กจิ กรรมตา งๆ ทงั้ ดา นการเรียนและความประพฤติ
76 ๗ค๖ู่มือนกั เรยี คนมู -ือผนู้ปกั เครรยี อนง-ผปปู กี กาครรศอึกงษาปก ๒าร๕ศ๖กึ ๕ษาโร๒ง๕เร๖ยี ๕นร่มเกล้า สกลนคร
โรงเรยี นรม เกลา
๒.๒.๔ เพื่อเสรมิ สรา งความสัมพนั ธอนั ดีระหวางหมูค ณะ คือความสัมพันธระหวางนักเรยี น
ทกุ ระดบั ช้นั เปน รายบคุ คลและเปน รายกลมุ ความสัมพนั ธระหวา งครกู ับนักเรียน ความสมั พันธร ะหวา งครู
กบั ผปู กครองนกั เรยี น
๒.๒.๕ เพอ่ื ความคลอ งตวั ในการประสานงานกบั ฝา ยตา งๆ ของโรงเรยี น
๒.๒.๖ เพอื่ ชว ยเหลอื ครู ลกู จางประจาํ ทาํ ความสะอาดอาคารสถานที่ ชว ยดแู ลบาํ รุงรกั ษา
ตน ไม พรรณไม และดูแลสิ่งแวดลอมภายในโรงเรียน
๒.๒.๗ เพอ่ื ใหร ูจกั รักษาทรพั ยส มบตั ขิ องโรงเรยี น
๓. ครทู ปี่ รึกษาและหัวหนาระดับชนั้ เรียน ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๕
๓.๑ ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๑
๓.๑.๑ คณะกรรมการหัวหนาระดบั ชั้นเรยี น
๑) นางบรรดล บุญพาเกิด หวั หนา ระดบั
๒) นางสทุ ธินันท บุตรดี รองหวั หนา ระดบั
๓) นางสาววชริ าภรณ พออามาตย เลขานุการ
๓.๑.๒ คณะกรรมการครูทปี่ รึกษาระดบั ชนั้ เรียน
๑) ครูทีป่ รกึ ษา ม. ๑/๑ นางเบ็ญจวัลย คาํ ภษู า และนายพณชั กร โคตรบรม
๒) ครทู ป่ี รกึ ษา ม. ๑/๒ นางสาวนภาภัทรี ไขประภาย และนายยชญธ เนศ อปั ทงั
๓) ครทู ่ปี รกึ ษา ม. ๑/๓ นายศภุ ชยั ตุตเวช และนางสาวสมฤทยั อิ้มพัฒน
๔) ครูท่ปี รึกษา ม. ๑/๔ นายอัธยา ใจมัน่ และนางสาวณัฐนิสา ศรสี ุข
๕) ครูท่ปี รกึ ษา ม. ๑/๕ นางรุง ทพิ ย เคนพิทักษ และนางสาววชริ าภรณ พอ อามาตย
๖) ครูทปี่ รกึ ษา ม. ๑/๖ นางสุทธินนั ท บุตรดี และนายวีระชัย บตุ รดี
๗) ครูทีป่ รึกษา ม. ๑/๗ นางสาวปรยี าภัทร เครือคาํ และนางบรรดล บุญพาเกดิ
๓.๒ ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ ๒
๓.๒.๑ คณะกรรมการหวั หนา ระดบั ชน้ั เรียน
๑) นางสภุ าวดี เฉลยสขุ หวั หนา ระดบั
๒) นายระวี ศรีคํามลุ รองหวั หนาระดบั
๓) นางสมจติ ร สนใจยง่ิ เลขานกุ าร
๓.๒.๒ คณะกรรมการครูทป่ี รกึ ษาระดับชั้นเรยี น
๑) ครูทป่ี รกึ ษา ม. ๒/๑ นางสาวละมัย เผา มณี และนายศกั ดส์ิ ทิ ธิ์ ปุงคํานอย
๒) ครทู ปี่ รกึ ษา ม. ๒/๒ นางสาวนพรัต นาลงพรม และนายทรงเกยี รติ ศรจี นั ทร
๓) ครูท่ปี รกึ ษา ม. ๒/๓ นางสภุ าวดี เฉลยสุข และนางสาวพัชนี หลาชาญ
๔) ครทู ่ปี รกึ ษา ม. ๒/๔ นายระวี ศรีคํามุล และนางพรสินี ศรีคํามุล
๕) ครูที่ปรึกษา ม. ๒/๕ นายเชยี่ วชาญชํานาญชนม จงั ธนชัยตระกลู
และนางสาวพรรณพิลาศ สมมาตย
ค่มู ือนกั เรยี น-ผ้ปู กคครมู ออื งนปักเีกรายี รนศ-กึ ผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรึกยี ษนาร่ม๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนค๗ร๗ 77
โรงเรียนรม เกลา
๖) ครทู ่ีปรึกษา ม. ๒/๖ นางสมจติ ร สนใจยง่ิ และนางสาวพรสดุ า เมษา
๗) ครูที่ปรกึ ษา ม. ๒/๗ นางหงษา คนหมั่น
๓.๓ ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓
๓.๓.๑ คณะกรรมการหวั หนา ระดบั ชน้ั เรยี น
๑) นายอภชิ าติ พมิ พสิ าร หวั หนา ระดบั
๒) นางเพญ็ สภุ า ผาใต รองหวั หนา ระดบั
๓) นางอัญชลี นลิ ทราช เลขานุการ
๓.๓.๒ คณะกรรมการครทู ่ปี รึกษาระดับชั้นเรียน
๑) ครูทป่ี รกึ ษา ม. ๓/๑ นางสาวสมพร ถานพรม และนางเพญ็ สภุ า ผาใต
๒) ครทู ปี่ รกึ ษา ม. ๓/๒ นายวีระพนั ธ จนั ทะจร และนายอภชิ าติ พมิ พสิ าร
๓) ครูทป่ี รกึ ษา ม. ๓/๓ นายพูลศกั ด์ิ ศิลป และนางสาวอญั ชริญา คําปาน
๔) ครทู ี่ปรึกษา ม. ๓/๔ นางสุดารตั น สารวัน และนางเรไร ลอนตรง
๕) ครูท่ีปรึกษา ม. ๓/๕ นางสุวคนธ บุตรชาติ และนางสาวรมิดา พลราชม
๖) ครทู ่ปี รึกษา ม. ๓/๖ นางอญั ชลี นิลทราช และนางสาวเปรมศรี ศรพี ลราช
๗) ครูท่ปี รึกษา ม. ๓/๗ นางสาวปณศิ ฬา ไฮนซ
๓.๔ ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๔
๓.๔.๑ คณะกรรมการหวั หนาระดบั ชน้ั เรยี น
๑) นายพานุทัศ โคตรสงคราม หวั หนา ระดบั
๒) นางณปภชั นันทราช รองหวั หนาระดบั
๓) นางสาวธญั ญารัตน จมู แพง เลขานกุ าร
๓.๔.๒ คณะกรรมการครทู ี่ปรกึ ษาระดับช้ันเรียน
๑) ครทู ่ปี รกึ ษา ม. ๔/๑ นางนารี จนั ทะจร
๒) ครูทีป่ รึกษา ม. ๔/๒ นายพานทุ ศั โคตรสงคราม
๓) ครูท่ปี รกึ ษา ม. ๔/๓ นางสาวธัญญารตั น จูมแพง
๔) ครทู ปี่ รึกษา ม. ๔/๔ นายเอกพร เสริฐสาย และนางจิราภรณ แวววงค
๕) ครทู ่ีปรกึ ษา ม. ๔/๕ นางสาวทวีศลิ ป ฮมปา และนางกนกพร อทุ ยั วฒั น
๖) ครทู ่ปี รกึ ษา ม. ๔/๖ นางสาวกติ ตวิ ัฒนา ผาใต และนางณปภชั นันทราช
๓.๕ ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ ๕
๓.๕.๑ คณะกรรมการหัวหนา ระดับชนั้ เรียน
๑) นางสมจิตร อนิ ธแิ สง หวั หนา ระดบั
๒) นายพเิ ชษฐ หาญมนตรี รองหวั หนา ระดบั
๓) นางฉลาด วงศเ ครอื ศร เลขานกุ าร
78 ๗ค๘ู่มอื นักเรยี คนูม-ือผนปู้ ักกเครรียอนง-ผปูปกี กาครรศอึกงษาปก๒าร๕ศ๖กึ ๕ษาโร๒ง๕เร๖ยี ๕นร่มเกล้า สกลนคร
โรงเรียนรม เกลา
๓.๕.๒ คณะกรรมการครทู ่ีปรึกษาระดบั ชั้นเรียน
๑) ครทู ี่ปรึกษา ม. ๕/๑ นายรณชยั ชัยบุบผา
๒) ครทู ีป่ รึกษา ม. ๕/๒ นางสาวจฑุ ามาศ คาํ เพชรดี
๓) ครทู ่ีปรึกษา ม. ๕/๓ นางสาวอัญชิสา ผวิ เดช
๔) ครูที่ปรึกษา ม. ๕/๔ นางสมจิตร อนิ ธิแสง และนางสาวศนั สนีย ก่ําเสรฐิ
๕) ครูทป่ี รึกษา ม. ๕/๕ นางฉลาด วงศเครอื ศร และนางสาวรตั นพนั ธ คณะเมอื ง
๖) ครทู ่ปี รกึ ษา ม. ๕/๖ นายพิเชษฐ หาญมนตรี และนางทพิ ยว มิ ล นันตสุข
๓.๖ ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๖
๓.๖.๑ คณะกรรมการหวั หนา ระดบั ชน้ั เรียน
๑) นางสาวสุนสิ า ศรภี า หวั หนา ระดบั
๒) นางสาวประจมิ มนตอนิ ทร รองหวั หนา ระดบั
๓) นายพชิ ัยยทุ ธ ขาวประภา เลขานกุ าร
๓.๖.๒ คณะกรรมการครูที่ปรกึ ษาระดับชัน้ เรยี น
๑) ครทู ่ปี รึกษา ม. ๖/๑ นายบรรลุพร นามโนรินทร และนางผอ งใสย บงั บวั บาน
๒) ครทู ป่ี รึกษา ม. ๖/๒ นายศราวธุ ขอกรดสาํ โรง และนายธรี ะเดช กลุ สาร
๓) ครูทป่ี รึกษา ม. ๖/๓ นางสาวยุวดี คาํ เงนิ และนายพชิ ัยยุทธ ขาวประภา
๔) ครูทปี่ รกึ ษา ม. ๖/๔ นางเบญจลักษณ ลนี าราช และนางนันทนา มติ รสภุ าพ
๕) ครทู ่ีปรึกษา ม. ๖/๕ นางสาวสุนิสา ศรีภา และนายสาโรช มวงนาครอง
๖) ครทู ่ปี รึกษา ม. ๖/๖ นางสาวประจิม มนตอ นิ ทร
คูม่ ือนักเรยี น-ผ้ปู กคครูม อืองนปกั เีกราียรนศ-กึ ผษูป ากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรกึ ียษนารม่๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนค๗ร๙ 79
โรงเรียนรมเกลา
กลุมงานแผนงานและงบประมาณ ปการศกึ ษา ๒๕๖๕
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารมแี นวทางการดาํ เนนิ งานตามนโยบายการสนบั สนนุ คา ใชจา ยในการจดั การศกึ ษา
ตงั้ แตร ะดบั อนบุ าลจนจบการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๕ เพอื่ ใหน กั เรยี นทกุ คนไดร บั การศกึ ษาตงั้ แต
ระดบั อนบุ าลจนจบการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานทม่ี คี ณุ ภาพและมาตรฐานโดยรฐั สนบั สนนุ คา ใชจ า ยในรายการพนื้ ฐาน
ใหไ ดแ ก คา จดั การเรยี นการสอน (เงินอดุ หนนุ ) คาหนงั สอื เรยี น คา อปุ กรณก ารเรียน คาเครอ่ื งแบบนกั เรยี น
คา กจิ กรรมพฒั นาผูเ รยี นและจาํ เปน จะตอ งมกี ารสนบั สนนุ จากภาคเอกชน (ผปู กครอง) โดยมกี ารกํากบั ตดิ ตาม
โดยองคคณะบุคคล (คณะกรรมการสถานศกึ ษา)
เกณฑการจัดสรรงบประมาณและแนวทางการดาํ เนนิ งาน
๑. คา ใชจายภาครฐั บาล (รฐั บาลจดั ให) มกี ารจดั งบประมาณใหในการจัดการศึกษา ตามนโยบาย
เรียนฟรี ๑๕ ป อยา งมคี ุณภาพ
๑.๑ คา จดั การเรยี นการสอน (เงนิ อดุ หนนุ รายหวั /เงนิ ปจ จยั พน้ื ฐานนกั เรยี นยากจน/เงนิ อาหาร
นกั เรยี นพกั นอน)
๑.๑.๑ เงนิ อดุ หนนุ รายหัว
ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน ๑,๗๕๐ บาท/คน/ภาคเรยี น (๓,๕๐๐ บาท/คน/ป)
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ๑,๙๐๐ บาท/คน/ภาคเรียน (๓,๘๐๐ บาท/คน/ป)
๑.๑.๒ เงนิ ปจ จยั พน้ื ฐานนกั เรยี นยากจน (เฉพาะชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ) คดิ จากจาํ นวนนกั เรยี น
ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน ที่ยากจน ๓๐ %
ชัน้ มัธยมศึกษาตอนตน จดั ให ๑,๕๐๐ บาท/คน/ภาคเรียน (๓,๐๐๐ บาท/คน/ป)
๑.๒ คา อุปกรณก ารเรยี น
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน ๒๑๐ บาท/คน/ภาคเรียน (๔๒๐ บาท/คน/ป)
ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๒๓๐ บาท/คน/ภาคเรียน (๔๖๐ บาท/คน/ป)
๑.๓ คาเครอ่ื งแบบนกั เรยี น จัดใหเ ปนคาเสื้อผา/กางเกง/กระโปรง คนละ ๒ ชดุ /ป ในอตั รา
ดังน้ี
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน ๔๕๐ บาท/คน/ป
ชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย ๕๐๐ บาท/คน/ป
๑.๔ คา หนงั สือเรียน รฐั บาลจะจดั ใหนกั เรยี นทกุ คนเพอ่ื เปน คา จดั ซอ้ื หนงั สอื เรยี นในรายวชิ า
บงั คับ โดยโรงเรียนดาํ เนนิ การจดั ซื้อโดยวธิ พี เิ ศษ(เฉพาะเจาะจง) ซงึ่ ตอ งผานการเลอื กซ้ือหนงั สอื เรียนจาก
ภาคี ๔ ฝาย (ผบู ริหาร ครู นกั เรียน ผปู กครอง) การจดั งบประมาณโดยเฉลี่ยดงั นี้
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๑ ๘๐๘ บาท / คน / ป
ช้ันมัธยมศึกษาปที่ ๒ ๙๒๑ บาท / คน / ป
80 ๘ค๐่มู ือนักเรียคนูม-ือผนู้ปักกเครรยี อนง-ผปูปีกกาครรศอกึ งษาปก ๒าร๕ศ๖ึก๕ษาโร๒ง๕เร๖ีย๕นร่มเกลา้ สกลนคร
โรงเรียนรมเกลา
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี ๓ ๙๙๖ บาท / คน / ป
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ ๔ ๑,๓๘๔ บาท / คน / ป
ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี ๕ ๑,๓๒๖ บาท / คน / ป
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ ๖ ๑,๑๖๔ บาท / คน / ป
๑.๕ คากิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพผเู รยี น (กิจกรรมวิชาการ/กจิ กรรมคุณธรรม (ลกู เสือ-เนตรนารี–
ยวุ กาชาด)/กจิ กรรมทศั นศกึ ษา/กิจกรรมการบรกิ ารดา น ICT)
ชั้นมัธยมศึกษาตอนตน ๔๔๐ บาท/คน/ภาคเรยี น (๘๘๐ บาท/คน/ป)
ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย ๔๗๕ บาท/คน/ภาคเรยี น (๙๕๐ บาท/คน/ป)
๒. คา ใชจายภาคเอกชน (ผปู กครองตองรว มลงทุนทางการศกึ ษา) ผูปกครองจะตองรวมลงทนุ
ทางการศึกษา ดังนี้
๒.๑ คา การทาํ ประกนั อุบตั เิ หตุ (รายป)
๒.๒ คาจางครตู า งชาตสิ อนเสริมภาษาองั กฤษ (รายภาคเรยี น)
๒.๓ คา จางครตู า งชาตสิ อนเสรมิ ภาษาจนี (รายภาคเรียน)
๒.๔ คาธรรมเนียม /คาบํารุงสมาคมผูปกครองและครู (รายป)
๒.๕ คาบรจิ าคชวยสมาคมเพอ่ื เปนการพฒั นาโรงเรยี น (รายป)
๒.๖ คาธรรมเนยี ม /คาหุนสมคั รสหกรณร า นคา ในโรงเรยี น (ชําระแรกเขา เรียนถอนคืนเมื่อ
จบหรอื ลาออก)
๒.๗ คา กระเปา ตราโรงเรยี น (ตามจํานวนทข่ี อซอื้ )
๒.๘ คา ชดุ พละ (ตามจํานวนทจี่ ดั ซอ้ื )
๒.๙ คา เงนิ ฝากออมทรัพยเ ปด บญั ชกี ับธนาคารโรงเรียน (ทุกคนตองเปด บญั ช-ี ฝากถอนได
ตามตอ งการ)
๒.๑๐ คา ประกนั ของเสยี หาย
๒.๑๑ คาคูม อื นกั เรียน (ชาํ ระแรกเขา เรยี น)
๒.๑๒ คาถายภาพงานทะเบยี น (ชําระแรกเขา เรยี น)
๓. นกั เรียนโรงเรียนรมเกลา สกลนครไดร บั สทิ ธพิ ิเศษดา นทนุ การศกึ ษา ดังน้ี
๓.๑ ทุนมลู นิธติ ิณสูลานนท
๓.๒ ทนุ บรษิ ัทกรงุ เทพประกนั ภัย (ทุนวดั ดอยธรรมเจดยี -คณุ ชยั โสภณพานิช)
๓.๓ ทนุ มูลนิธธิ รรม (วดั ปานาคนิมิตต)
๓.๔ ทุนอืน่ ๆ ตามความขาดแคลน ท่ยี ากจนแตความประพฤตดิ ี
คู่มอื นกั เรยี น-ผปู้ กคครมู อืองนปกั เีกราียรนศ-กึ ผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปก โรารงศเรึกยี ษนาร่ม๒เ๕ก๖ล๕้า สกลนค๘ร ๑ 81
โรงเรยี นรม เกลา
๔. การขอรบั สิทธกิ ารรักษาพยาบาลจากการทาํ ประกนั อุบตั ิเหตหุ รือสินไหมทดแทน มขี ั้นตอน
การปฏิบตั ดิ ังน้ี
๔.๑ ใหต รวจสอบวา ผปู ระสบอบุ ตั ิเหตแุ ละไดรบั การรกั ษาพยาบาลแลว
๔.๒ ใหน าํ ใบรบั รองแพทยจ ากสถานพยาบาลและใบเสรจ็ รบั เงนิ คา รกั ษาพยาบาล สง ทผี่ ปู ระสาน
งานของโรงเรียน (นายพลู ศักด์ิ ศลิ ป) และกรอกแบบคาํ รองขอคาสนิ ไหมทดแทนคารกั ษาพยาบาล
๔.๓ ผปู ระสานงานของโรงเรยี นจดั สงเอกสารไปยงั บรษิ ัทประกนั
๔.๔ เมอ่ื บรษิ ทั ประกนั ตรวจสอบเอกสารเรยี บรอ ยจะสง เงนิ คาสนิ ไหมทดแทนคา รกั ษาพยาบาล
มายงั โรงเรยี น
๔.๕ ผปู ระสานงานมอบเงนิ ใหน กั เรยี นหรอื ผูป กครองนกั เรยี นทปี่ ระสบอบุ ตั เิ หตุ
82 ๘ค๒ู่มือนักเรียคนูม-ือผนปู้ กักเครรียอนง-ผปูปีกกาครรศอกึ งษาปก๒าร๕ศ๖กึ ๕ษาโร๒ง๕เร๖ยี ๕นรม่ เกล้า สกลนคร
โรงเรียนรม เกลา
ภาพกิจกรรม ป ๒๕๖๔
กิจกรรมรําลึกวันทรงปลูกตน ไม กิจกรรมมอบประกาศนียบัตรและปจฉิมนิเทศ
กิจกรรมวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจา กิจกรรมรําบวงสรวงองคพระธาตุเชิงชุม
และหลวงพอพระองคแสน
กิจกรรมแสดงดนตรีพ้ืนเมือง กิจกรรมฟุตบอลนักเรียน U18
งานนมัสการองคพระธาตุเชิงชุม
คู่มือนกั เรียน-ผ้ปู กคครูม ออื งนปักเีกราียรนศ-กึ ผษูปากค๒ร๕อ๖ง๕ปกโรารงศเรึกยี ษนารม่๒เ๕ก๖ล๕า้ สกลนค๘ร๓ 83
โรงเรยี นรม เกลา
ภาพกจิ กรรม ป ๒๕๖๔
กิจกรรมอบรมนักเรียนดานยาเสพติด กิจกรรมอบรมนักเรียน
โครงการต้ังครรภไมพรอมในวัยรุน
กิจกรรมรับวัคซีนของนักเรียน กิจกรรมรับวัคซีนของนักเรียน
กิจกรรมเดินทางไกล กิจกรรมเดินทางไกล
........84 ๕๔คมู่ ือนักเรคยี มูนอื-ผนปู้ ักกเรคยี รนอ-งผปูปกกี คารรศอกึงษปาก า๒ร๕ศึก๖ษ๕า โ๒รง๕เ๖ร๑ยี นร่มเกลา้ สกลนคร
โรงเรยี นรม เกลา
บันทึก
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................