ศิลปะเบญจรงค์มงคลทวาสู่การสร้างรายได้ มมส. เร่่งเครื่่�องออกนอกระบบ หวังการจัดการคล่องตัวขึ้น อธิิการบดีีมหาวิิทยาลััยมหาสารคาม แจง เตรีียมนำำ มหาวิิทยาลััยออกจากระบบเป็็นตาม แนวทางนโยบายของรััฐ อาจารย์์ เจ้้าหน้้าที่่� กัังวลมาตราที่่� 13 ทางด้้านคณาจารย์์ยัังมีีข้้อเปรีียบเทีียบ ที่่ต้�้องนำำ มาพิิจารณาเพื่่�อผลประโยชน์สู์ูงสุดุ และในด้้านของนิสิิตส่วน่ ใหญ่่ยัังไม่่เข้้าใจเรื่่�องการออกนอก ระบบ บางส่วน่หวั่่นค่�่าเทอมจะเพิ่่�มขึ้น ้� ทั้้�งนี้้ผู้้ช่�ว่ ยอธิิการบดีีฝ่่ายกฎหมายบริิหารพััสดุุและทรัพย์ัสิ์นิ ได้้ เผยว่่า ระยะเวลาการดำำเนิินโครงการรัับความคิิดเห็็นของบุุคลากรภายในมหาวิิทยาลััย จะแล้้วเสร็็จ ภายในเวลาไม่่เกิิน 3 เดืือน มมส. เตรียมออกนอกระบบ ให้เป็น “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” ซึ่งไม่ใช่ส่วนราชการ แต่อยู่ในส่วนของรัฐที่เป็น นิติบุคคลตามกฎหมาย หวังการบริหารงานของมหาวิทยาลัยคล่องตัวยิ่งขึ้น เตรียมพร้อมสำ หรับการสร้าง รถไฟบ้านไผ่-นครพนม อยู่ในขั้นตอนเวนคืนที่ดิน รถไฟสายบ้านไผ่(ขอนแก่น)- นครพนม สำ หรับบริการทั่วไปและส่งสินค้า ทางเลือกการเดินทางใหม่ประชาชน คาดพร้อมสร้างมีนาปีนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมก่อสร้างเส้นทางรถไฟตั้งแต่บ้านไผ่ (ขอนแก่น) ถึง นครพนม กำำลังอยู่ในระหว่างเวนคืนที่ดิน คาดว่าจะเริ่มดำำเนินงานในเดือนมีนาคม 2566 นี้พร้อมมีบริการโดยสาร และขนส่งสินค้า เพมทางเิ่ลือกในการเดนิทาง ด้านประชาชนของจังหวดับนเส้นทางทีจะขยายต่างรู้ส่กตึ ื่น เต้นและดีใจ หวังจะมีการเดินทางที่สะดวกมากขึ้น หากโครงการแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน รฟท. เวนคนที ื ดิน ่ เตรียมขยายราง บ้านไผ่ นครพนม มหาวิิทยาลััยมหาสารคาม วางแผนแก้ปั้ญั หาขยะในพื้้นที่่� �เขตมอใหม่ด้่ว้ยนโยบายควบคุุม และ ขอความร่่วมมืือทุุกภาคส่่วนคััดแยกขยะ เพราะมีีปริิมาณขยะสะสมที่่�จุุดพัักทิ้้�งขยะ อีีกทั้้�งฝั่่�งนิิสิิตมีีจุุด ทิ้้�งขยะน้้อย และข่่าวสารมหาวิิทยาลััยไม่ชั่ดัเจน ด้้านเจ้้าหน้้าที่่ผู้้�เกี่่�ยวข้้องทั้้�งเทศบาลและมหาวิิทยาลััย เสนอแนวคิิดให้้แก้้ไขปััญหาขยะร่่วมกััน พร้้อมทั้้�งนัักวิิจััยขยะกล่่าว ยัังไม่่สายเกิินแก้้ แต่่ต้้องเริ่่�มที่่�คััด แยกขยะและตระหนัักรู้้ด้้านอาจารย์์คณะสิ่่�งแวดล้้อม เสริิม หัวัใจหลัักต้้องรวมเอาความรู้้ทุุกสาขาวิิชา มารัับมืือปััญหาขยะ จึึงจะยั่่�งยืืน ขยะล้น้ มหาวิิทยาลััยมหาสารคาม มมส.จัับมืือเทศบาลเร่่งนโยบายควบคุุม ขอความร่่วมมืือหน่่วยงานผู้้รัับผิิดชอบ ทุุกภาคส่่วนพลััดดัันการคััดแยกก่่อนทิ้้ง เพื่่อการจััดการปััญหาขยะที่่ยั่่งยืืน ก่่อนปััญหาลุุกลามสายเกิินแก้้ สุดทน ชาวหนองแสง อ.โกสุมพิสัย ร้องขอถนนกว่า 20 ปี แต่ไร้วี่แวว น.10 / ศูนย์วิจัยหม่อนไหม มมส. สร้างสวยด้วยนวัตกรรมจากรังไหม น.14 อ่่านต่่อหน้้า 6 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ราคา 20 บาท มมส. เร่งแก้วิกฤตขยะล้นมอ หวั ่ นปัญหาสะสมลากยาว 12 17 18 3 8 11 อุุทกภััย โชคชะตาหรื ือการจััดสรร อ่่านต่่อหน้้า 4 อ่่านต่่อหน้้า 20
2 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ชาวบ้้านเดืือด ประปาฯ กุุฉิินารายน์์ปล่่อยน้ำ ำ เสีียลงคลองสาธารณะ ชาวบ้้านแสนสุุข ต. คุ้้มเก่่า อ. เขาวง จ. กาฬสิินธุ์์ ได้้รวมตััวร้้องเรีียนให้้ หน่่วยงานที่่�เกี่่�ยวข้้องช่่วยแก้้ปััญหาหลััง เกิิดความเดืือดร้้อนอย่่างหนััก เนื่่�องจาก ชาวบ้้านพบว่่า การประปาส่่วนภููมิิภาคกุุ ฉิินารายณ์์ สาขาย่่อยเขาวง แอบปล่่อยน้ำ ำ� เสีียจากการบำำบััดลงสู่่แหล่่งน้ำ ำ� สาธารณะ และคลองส่่งน้ำ ำ� ทำำ ให้้เกิิดปััญหาที่่�ส่่งผล กระทบต่่อชาวบ้้านอย่่างมาก ไม่่ว่่าจะเป็็น ปััญหาน้ำ ำ� เสีียส่่งกลิ่่�นเหม็็นไปทั่่�วบริิเวณ และกระทบต่่อพืืชผลทางการเกษตรเป็็น อย่่างหนััก ผู้้สื่่อข่่าวได้้ลงพื้้นที่่บริิเวณดัังกล่่าว เพื่่อไปสำำรวจและสอบถามชาวบ้้านที่่ได้้รัับ ผลกระทบจากปััญหา ได้้สอบถามเกี่่ยวกัับ ปััญหาที่่เกิิดขึ้้น ชาวบ้้านส่่วนใหญ่่ให้้ข้้อมููล ว่่าในช่่วงระยะแรกชาวบ้้านต่่างบอกว่่าได้้ กลิ่่นเหม็็นของน้ำำแต่่ไม่่ได้้สนใจอะไรมาก นััก เพราะคิิดว่่าไม่่นานกลิ่่นจะหายไป จน เวลาได้้ล่่วงเลยมานานกลิ่่นเหม็็นยัังไม่่หาย ไป ชาวบ้้านจึึงช่่วยกัันหาสาเหตุุของปััญหา ว่่ากลิ่่นเหม็็นนั้้นมาจากที่่ไหน และได้้พบว่่า กลิ่่นเหม็็นมาจากคลองส่่งน้ำำและยัังสืืบต่่อ อีีกว่่าทางการประปาส่่วนภูมิูิภาคกุฉิุินารายณ์ สาขา์ ย่่อยเขาวง เป็็นผู้้ปล่่อยน้ำำเสีียลงคลอง ทำำ ให้้ ชาวบ้้านได้้รวมตััวเพื่่อไปร้้องเรีียนหน่่วยงาน ที่่เกี่่ยวข้้องให้้มาช่่วยแก้้ไขปััญหาโดยมีี นาย คััทศิิลป์์ สิิมสิิน เป็็นแกนนำำ ในการร้้องเรีียน นายคััทศิิลป์์ สิิมสิิน แกนนำำ ในการ ร้้องเรีียนได้้ให้้ข้้อมููลว่่า ตนและชาวบ้้าน คนอื่่น ๆ ได้้ไปร้้องเรีียนกัับการประปาส่่วน ภููมิิภาคกุุฉิินารายณ์์ไม่่ต่ำำกว่่า 4 ครั้้ง เพื่่อให้้ ทางการประปาเข้้ามาแก้้ไขปััญหาดัังกล่่าว ตั้้งแต่่ช่่วงเดืือนตุุลาคม ซึ่่งทางเจ้้าหน้้าที่่ได้้ รัับปากทุุกครั้้งที่่ไปแจ้้ง แต่่ก็็ไม่่มีีการดำำเนิิน การจนถึึงปััจจุุบััน โดยทางเจ้้าหน้้าที่่ได้้อ้้าง ว่่า กำำลัังทำำการซ่่อมแซมหนองน้ำำ และบ่่อ กัักเก็็บน้ำำเสีีย หากซ่่อมเสร็็จจะรีีบปิิดท่่อ ระบายทัันทีี แต่่ผ่่านมาเกืือบสองเดืือน ยััง ไม่่มีีวี่่แววจะแล้้วเสร็็จ ซึ่่งทำำ ให้้ชาวบ้้านทน ไม่่ไหว จึึงรวมตััวไปร้้องเรีียนการประปาส่่วน ภููมิิภาคกุุฉิินารายณ์์ สาขาย่่อยเขาวง ลงมา แก้้ไขอย่่างจริิงจััง นายกีีฬา ศรีีวรขัันธ์์ นายกองค์์การ บริิหารส่่วนตำำบลคุ้้มเก่่า อำำ เภอเขาวง จัังหวััด กาฬสิินธุ์์ ได้้ให้้ข้้อมููลว่่า ได้้รัับเรื่่องจากชาว บ้้านอยู่่หลายครั้้งเกี่่ยวกัับปััญหาดัังกล่่าว จึึงได้้ประชุุมและหารืือกัับชาวบ้้านเกี่่ยวกัับ ปััญหานี้้อยู่่หลายครั้้ง และได้้คอยช่่วยเหลืือ ชาวบ้้านอยู่่เสมอ แต่่ในระยะเวลา 2 เดืือน ที่่ชาวบ้้านต้้องทนกัับน้ำำที่่ส่่งกลิ่่นเหม็็น และ ไม่่สามารถทำำการเกษตรได้้ จึึงทำำ ให้้มีีการ รวมตััวกััน เพื่่อไปร้้องเรีียนการประปาส่่วน ภููมิิภาคกุุฉิินารายณ์์ ให้้ลงมาแก้้ไขปััญหานี้้ อย่่างจริิงจััง ทางด้้าน นายธนเสฏฐ์์ ชััยสงคราม ธนทััต นายกเทศมนตรีี อำำเภอกุุฉิินารายณ์์ จัังหวััดกาฬสิินธุ์์ ได้้กล่่าวว่่า ได้้รัับเรื่่องร้้อง เรีียนมาหลายครั้้งตนเองก็็ไม่่ได้้นิ่่งนอนใจ และได้้ประสานงานกัับการประปาเพื่่อหา แนวทางการแก้้ไข และได้้กล่่าวว่่าที่่มีีการ ล่่าช้้าเพราะมีปัีัญหาหลายอย่่าง ในระยะเวลา 2 เดืือนตนได้้ตามเรื่่องอยู่่เป็็นระยะ เพื่่อที่่ จะช่่วยเหลืือชาวบ้้านอย่่างใกล้้ชิิด ตอนนี้้ได้้ มีีการแก้้ปััญหาเป็็นระยะเนื่่องจากบ่่อกัักน้ำำ เสีียและกัักโคลนยัังสร้้างไม่่เสร็็จ และจะรีีบ ทำำการแก้้ไขให้้เร็็วที่่สุุด ต่่อจากนี้้จะมีีการ ติิดตามผลและค่่อยช่่วยเหลืือดููแลชาวบ้้าน อย่่างใกล้้ชิิด ส่่วนทางด้้านการประปาส่่วน ภููมิิภาคกุุฉิินารายณ์์ ได้้ระบุุว่่า เรื่่องดัังกล่่าว การประปาส่่วนภููมิิภาคกุุฉิินารายณ์์ จะแจ้้ง ให้้เจ้้าหน้้าที่่การประปาส่่วนภููมิิภาคกุุฉิินา รายณ์์ สาขาย่่อยอำำเภอเขาวง เร่่งดำำเนิิน การปิิดท่่อระบายน้ำำดิิน และโคลน ให้กั้ับชาว บ้้านโดยเร็็ว เบื้้องต้้นได้้สอบถามเจ้้าหน้้าที่่ สาขาย่่อยอำำเภอเขาวงแล้้ว โดยได้้เข้้าตรวจ สอบและรายงานว่่า ไม่่มีีน้ำำดิินโคลนไหลลง ไปในหนองน้ำำสาธารณะ แต่่หากมีจีะรีีบแก้้ไข ส่่วนการแก้้ปััญหาระยะยาวทางการประปา ส่่วนภููมิิภาคกุุฉิินารายณ์์ไม่่ได้้นิ่่งนอนใจ และ ได้้ยื่่นเสนอโครงการขุุดลอกบ่่อเชิิงตะกอน ที่่อยู่่หลัังการประปาส่่วนภููมิิภาคกุุฉิินาราย ณ์์ สาขาย่่อยอำำเภอเขาวงแล้้ว อยู่่ระหว่่าง การอนุุมััติิ คาดว่่าจะสามารถเข้้าดำำเนิินการ ได้้ปลายเดืือน มกราคม 2566 นี้้ และต้้อง ขออภััยชาวบ้้านที่่ได้้รัับผลกระทบด้้วย ทางด้้าน รศ.ดร.ธวััดชััย ธานีี ผู้้ เชี่่ยวชาญด้้านการจััดการทรััพยากรธรรมชาติิ และสิ่่งแวดล้้อม มหาวิิทยาลััยมหาสารคาม ได้้ให้้ข้้อมููลว่่า ปััญหาแหล่่งน้ำำส่่วนใหญ่่นั้้น กระทบต่่อวงจรชีีวิิตของสััตว์์น้ำำ เช่่นน้ำำเสีีย ที่่เกิิดจากสารพิิษอาจทำำ ให้้ปลาและสิ่่งมีชีวิีิต ตายทัันทีี ส่่วนน้ำำเสีียที่่เกิิดจากออกซิิเจนใน น้ำำลดต่ำำลง อาจทำำลายพืืชและสััตว์์น้ำำเล็็ก ๆ ที่่เป็็นอาหารของปลา ทำำ ให้้ความอุุดม สมบููรณ์์หรืือแหล่่งอาหารของสััตว์์น้ำำลดลง ได้้ จึึงเกิิดการเปลี่่ยนแปลงของระบบนิิเวศ เช่่น มีีกลิ่่นเหม็็นจากน้ำำเน่่าเสีีย มีีผลกระทบ ต่่อการเพาะปลููก เพราะน้ำำเสีียที่่มีีความเป็็น กรดและด่่างไม่่เหมาะสำำหรัับทำำการเกษตร และส่่งผลกระทบต่่อทััศนีียภาพ เพราะความ สวยงามของแหล่่งน้ำำสามารถใช้้เป็็นสถาน ที่่พัักผ่่อนหย่่อนใจ หรืือจััดกิิจกรรมทางน้ำำ เพื่่อความบัันเทิิงได้้ ที่่อาจร้้ายแรงกว่่านั้้น คืือเป็็นแหล่่งแพร่่ระบาดของเชื้้อโรค เช่่น อหิิวาตกโรค บิิด และท้้องเสีีย เป็็นต้้น ปััญหาน้ำำเน่่าเสีียที่่เกิิดจากการ ประปาส่่วนภูมิูิภาค อำำเภอกุฉิุินารายณ์์ สาขา ย่่อยเขาวง จัังหวััดกาฬสิินธุ์์ ได้้ทำำการปล่่อย น้ำำเสีียจากการบำำบััดลงสู่่หนองน้ำำสาธารณะ และคลองส่่งน้ำำ ซึ่่งส่่งผลกระทบหลายอย่่าง จนชาวบ้้านได้้รวมตััวเพื่่อไปร้้องเรีียนกัับ หน่่วยงานที่่เกี่่ยวข้้องให้้เข้้ามาแก้้ไขปััญหาที่่ เกิิดขึ้้น ทางหน่่วยงานไม่่ได้้นิ่่งนอนใจจึึงรัับ เรื่่องและคอยแก้้ไขปััญหานี้้อย่่างเป็็นระยะ ๆ แม้้ว่่าการแก้้ไขปััญหานี้้อาจล่่าช้้า แต่่ทาง หน่่วยงานการประปาก็็ไม่่ได้้นิ่่งเฉยแต่่อย่่าง ใด และได้ทำ้ ำการยื่่นเสนอโครงการขุุดลอกบ่่อ เชิิงตะกอน ที่่อยู่่หลัังการประปาส่่วนภููมิิภาค กุุฉิินารายณ์์ สาขาย่่อยเขาวง เพื่่อเป็็นการ ป้้องกัันปััญหาที่่อาจเกิิดขึ้้นอีีกระยะยาว. น้ำ ำ� เสีียลงคลอง การประปาเร่่งแก้้ปััญหาคลองน้ำำมีีเศษดิินเศษตะกอนขวางทางน้ำำทำำ ให้้น้ำำ ไหลช้้า สกปรกและส่่งกลิ่่นเหม็็น ปััญหายัังคงค้้างคาแม้้มีีการแก้้ไขเป็็นระยะ ในพื้้นที่่ อ.กุุฉิินารายณ์์ จ.กาฬสิินธุ์์
เรื่อง ปลิดา บัวสีภา 3 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ชาวบ้้านเดืือด ประปาฯ กุุฉิินารายน์์ปล่่อยน้ำ ำ เสีียลงคลองสาธารณะ หมอลำ� Never Die หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ เจ้าของ สาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ร.ด.อ.วิศิษฎ์ เจนนานนท์ ที่ปรึกษา รศ.ดร.ภาคภูมิ หรรนภา, อ.ดร.ณัชชา อาจารยุตต์, อ.ดร.อัครครา มะเสนา, อ.พงษ์ศักดิ์ สังฆมณี บรรณาธิการบริหาร ทมโภลี บัวทอง ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร ธนาธิป คุ้มสี บรรณาธิการ ธีรภัทร น่านโพธิ์ศรีผู้ช่วยบรรณาธิการ ทอฟ้า ต้นสวรรค์ โต๊ะข่าวภายใน กัญญารัตน์ นามแย้ม, จุฑาทิพย์ สมสุข, ภัทรวดี ประโพธิ์ทัง, สุทธิดา ศิริสุข, ธัญรดา วิชาชัย, ธีรภัทร ณ นคร, นภัสสร มงคลรัฐ, ปกรณ์ แดงสีบัว, อภิวัฒน์ ไชยเพชร, ชมพูนุช บุ่งศรี, บุญญธิดา จันทร์เกษ, พิภพ คำ ภาค, รัฐภรณ์ เปรม ทอง, กิตติมา บุญวัน โต๊ะข่าวภายนอก ศินศรุต วรรณวิเศษ, รุ่งฤดี นาลาด, เสาวลักษณ์ จันทบุรี, อาทิตติยา แก่นจันทร์, รัชฎาพรวรรณ มุ่งหมาย, ธมลวรรณ สารประรัง, สุพรรณษา เมฆมี, ธนโชค คำ พัฒน์ โต๊ะข่าวออนไลน อัฐภิญญา ไชยกาฬสิน ์ธุ์, ไพริน วานิชจรัสกิจ, มนต์นภา จิตธรรม, วรรณารัตน์ อินนุพัฒน์, ฐิติรัตน์ ภูเด่นผา, ณัฐฐินันท์ สาระชัย, ศศิธร งามสง่า, กมลชนก ดวงคำ , ซาฟีร่า บูนำ , พิชชาภา ไสยลา, ลักขณา ชุชัยสงค์, วรัญญา ณธินาภร อิ่มรักษา, สุพิชชา ไตรผล โต๊ะข่าว บทความและสารคด สุพัตรา ผาบมาลา ี ฝ่ายประชาสัมพันธ พิชามญชุ์ ทองเปี่ยม, มลิตา ดี ์จะมาลา, สุรัชสา เกตุไร ฝ่ายการตลาดและโฆษณา มนัสวี เจียระวาปี, กัญญาณัฐ นามจุมจัง, ธนะสุธีร์ รฐาธนมาศเตชินี, สิทธินนท์ เลาะไธสง, อิสริยาภรณ์ คึมสูง, กนกวรรณ สนไชย ฝ่ายศิลปกรรม เมธาสิทธิ์ เชื้อสกล, ภริตา ดุจจานุทัศน์, กานต์พิชชา โต้งกระโทก, น้ำฝน ขันทองคำ , ปัญญ์ เหลืองณัฐรัตน์, ศุภฤกษ์ พลวิฑูรย์, อภิสิทธ์ อิ่มผล ฝ่ายพิสูจน์อักษร ธัญชนก อุตโรกุล, รัชชานนท์ จันทีนอก, กวิน ทรา คัญชิง, มารวย ภพพินิจ, กรรณิการ์ อาทิตย์, นิศารัตน์ สิทธิบรรจง ฝ่ายประสานงาน ปาล์มฑริกา พูลสวัสดิ์, ปลิดา บัวสีภา, ภคพล ไชยงาม, ธันยภัทร์ วงษ์สิม ฝ่ายการเงิน ปัทมาภรณ์ รื่นรู้สาร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยหรือที่เรา ๆ เรียกกัน ง่าย ๆ ว่า “ภาคอีสาน” มักถูกมองข้ามเมื่อพูดถึงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและ วัฒนธรรมของประเทศ อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคนี้เป็นที่ตั้งของวัฒนธรรมที่มีชีวิต ชีวา ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และผู้คนที่หลากหลายวัฒนธรรมแต่สามารถ ปรับตัวเข้าหากันและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แม้้จะมีีความร่ำำรวยทางวััฒนธรรม แต่่อีีสานก็็เผชิิญกัับความท้้าทาย มากมายในช่่วงไม่กี่่ปี่ ที่่ผ่ี ่านมา การเติิบโตทางเศรษฐกิจิในภูมิูิภาคเป็็นไปอย่่าง เชื่่องช้้า และอััตราความยากจนยัังคงอยู่่ในระดัับสููง นอกจากนี้้ คนหนุ่่มสาว จำำนวนมากออกจากภูมิูิภาคนี้้เพื่่อแสวงหาโอกาสที่่ดีีกว่่าที่่อื่่น ซึ่่งเป็็นอุุปสรรค ต่่อการพััฒนาภููมิิภาคต่่อไป อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณแห่งความหวังสำ หรับอนาคตของอีสาน ภูมิภาคนี้เป็นที่ตั้งของทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงผืนดิน ที่อุดมสมบูรณ์และพืชผลหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากการ เติบโตทางเศรษฐกิจได้ รัฐบาลพึ่งประกาศแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ในภูมิภาค รวมถึงการปรับปรุงการขนส่งและการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกจากนี้ มรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของอีสานยังเป็น แหล่งศักยภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ภูมิภาคนี้เป็นที่รู้จักในด้านดนตรี การเต้นรำ และอาหารแบบดั้งเดิม ซึ่งสามารถทำตลาดกับนักท่องเที่ยวทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ ชุมชนท้องถิ่นควรได้รับอำ นาจในการอนุรักษ์ และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมของพวกเขา ซึ่งไม่เพียงสร้างผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมความรู้สึกภาคภูมิใจและเอกลักษณ์ในหมู่ ประชาชนในภูมิภาคด้วย ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐและประชาชนจะต้องดำ เนินการเพื่อดึงศักยภาพ ของภาคอีสานออกมาใช้อย่างเต็มที่ ซึ่งสามารถทำ ได้ผ่านมาตรการต่าง ๆ รวม ถึงการลงทุนด้านการศึกษาและการฝึกอาชีพเพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ของ ภูมิภาค ตลอดจนการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อส่งเสริม การเป็นผู้ประกอบการและการสร้างงานสร้างอาชีพ หนังสือพิมพ์เสียงไทบ้านขอเป็นอีกหนึ่งเสียงเล็ก ๆ ที่จะคอยนำ เสนอ ข้อมูลข่าวสารการพัฒนาภูมิภาคแห่งนี้ เพราะภาคอีสานเป็นส่วนสำคัญของ ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของประเทศไทย และถึงเวลาแล้วที่ภาค อีสานจะได้รับความสนใจและการลงทุนที่สมควรได้รับ ด้วยนโยบายและการ สนับสนุนที่ถูกต้อง อีสานสามารถกลายเป็นภูมิภาคที่เจริญรุ่งเรืองและมีพลวัต ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการเติบโตและการพัฒนาของทั้งประเทศ หมอลำ เป็นรูปแบบศิลปะการแสดงที่เป็น เอกลักษณ์และโดดเด่นของภาคอีสาน คำว่า “หมอ” ใน ความหมายของภาษาอีสาน ใช้เรียกผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือชำ นาญการในวิชาสาขาใดสาขาหนึ่ง ผู้ที่ชำ นาญ ด้านการขับร้องขับลำจึงเรียกว่า “หมอลำ” ประเภทของ หมอลำ ได้แก่ หมอลำผีฟ้า หมอลำ พื้น หมอลำกลอน หมอลำ หมู่ หมอลำ เพลิน เดิิมทีีสมััยโบราณของชาวอีีสาน เวลาค่ำำเมื่่อ เสร็็จจากงานต่่าง ๆ ของตนเอง มัักจะมานั่่งจัับกลุ่่มพููด คุุยกัันกัับผู้้เฒ่่าผู้้แก่่ และผู้้เฒ่่าผู้้แก่่มัักจะเล่่านิิทานให้้ ลููกหลานฟััง เริ่่มแรกเป็็นการนั่่งเล่่า แต่่เมื่่อลููกหลานมา ฟัังกัันมาก จะนั่่งเล่่าก็็ไม่่เหมาะ จึึงต้้องยืืนขึ้้นเล่่า และ เรื่่องที่่นำำมาเล่่าต้้องเป็็นเรื่่องในวรรณคดีี ผู้้เล่่าจำำเป็็น ต้้องยกไม้้ยกมืือแสดงท่่าทาง ใช้สำ้ำเนีียงสั้้น-ยาว ใช้้เสีียง สููง-ต่ำำ ประกอบ และหาเครื่่องดนตรีีมาประกอบ เช่่น ซอ ปี่่ แคน ซุุง เพื่่อให้้เกิิดความสนุุกสนาน ครึึกครื้้น แต่่ ก่่อนมีีเพีียงผู้้ชายอย่่างเดีียว จากนั้้นจึึงค่่อย ๆ พััฒนา จนมีีผู้้หญิิงด้้วย และกระทั่่งการเพิ่่มผู้้แสดงให้้มีีจำำนวน เท่่ากัับตััวละครในเรื่่อง จนทำำ ให้้กลายเป็็นหมอลำำ ใน ปััจจุุบััน หมอลำ มีวิวัฒนาการอยู่เรื่อย ๆ ตามยุคตามสมัย ณ ปัจจุบันหมอลำ ที่เป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่นอีสาน คือ ลำ เรื่องต่อกลอนทำ นองอุบล ทำ นองขอนแก่น ทำ นอง ร้อยเอ็ด ทำ นองสารคาม ทำ นองกาฬสินธุ์ เนื่องจากรูป แบบมีการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่อลังการ ชุด เวที แสง สี เสียง และทั้งด้านของดนตรี นักแสดง หางเครื่องที่มีการปรับ ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ทั้งแนวคิดในการสื่อสารทาง วัฒนธรรมที่สื่อผ่านรูปแบบของการแสดงที่น่าสนใจต่าง ๆ บวกกับการลำ เรื่องต่อกลอนที่เข้าถึงบทบาทลึกซึ้ง อีก ทั้งยังมีการนำ เสนอวรรณกรรมนิทานพื้นบ้านที่ทั้งการ แต่งขึ้นใหม่ตามบริบทสังคม เมื่อดนตรีลูกทุ่งมีอิทธิพลมากขึ้นจึงทำ ให้ เกิดวิวัฒนาการของหมอลำ โดยได้มีการนำ เพลงลูกทุ่ง หรือเพลงสตริงที่กำลังฮิตในขณะนั้นมาร้อง และมีหาง เครื่องเต้นประกอบ การนำ เอาเครื่องดนตรีสมัยใหม่มา ประยุกต์ใช้ เช่น กีตาร์ คีย์บอร์ด แซกโซโฟน ทรัมเป็ต และกลองชุด โดยนำ มาผสมผสานเข้ากับเครื่องดนตรี เดิม ได้แก่ พิณ แคน ทำ ให้ดนตรีมีจังหวะที่เร้าใจชวนให้ สนุกสนาน และยังได้รสชาติของดนตรีที่มีเสน่ห์อีกด้วย จนนำ ไปสู่การแสดงหมอลำ ในยุคปัจจุบัน เพราะเหตุผล นี้จึงทำ ให้หมอลำกลับมาเป็นที่เฟื่องฟูอีกครั้ง หัวใจหลักของหมอลำ คือ ดนตรี ความสนุก ความม่วน ความเป็นกันเองของคนหน้าเวที หากสังเกต ก็จะเห็นว่าปัจจุบันหมอลำ ได้แทรกซึมอยู่ในทุกรั้ว มหาวิทยาลัย เหล่านักเรียน นักศึกษา LGBTQ+ หลาย คนชอบไปฟังหมอลำ และมักจะไปรวมตัวกันอยู่หน้าเวที เพราะพื้นที่หมอลำ เป็นพื้นที่อิสระ ใครอยากจะเต้นแบบ ไหนก็ได้ ไม่มีคนสนใจ แต่ละคนที่ไปฟังหมอลำส่วนใหญ่ ก็จะไปเต้น ไปสนุก ไปจอยกันทั้งนั้น แถมการไปเที่ยว หมอลำก็ไม่ต้องใช้เงินเยอะ เพราะความเข้าถึงง่ายของ หมอลำ จึงทำ ให้เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นชาวอีสาน สิ่งสำคัญที่ทำให้หมอลำยังอยู่ได้ คือ การปรับตัว เข้ากับเพลงแนวสมัยใหม่อยู่เสมอ และหมอลำก็ได้มีการ พัฒนามาโดยตลอดตามสภาพสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวตามความนิยมของผู้ชมผู้ฟัง ผู้แต่งกลอนลำ ท่าน หนึ่งกล่าวว่า ปัจจุบันคนที่ทำอาชีพหมอลำ ทุกประเภทจะ ต้องสรรหากลอนลำจากนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง และนำ มาประกอบร้องกับดนตรีต่าง ๆ ได้แก่ แคน พิณ ฉิ่ง ฉาบ กลอง กีตาร์ เบส คีย์บอร์ด ซึ่งทำ ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ปัจจุบันไม่เพียงแต่คนเฒ่าคนแก่เท่านั้นที่ชื่น ชอบหมอลำ ด้วยเทคโนโลยีในยุคสมัยนี้ผสมผสานกับ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของหมอลำ ทำ ให้เด็กวัยรุ่นต่าง ๆ หันมาสนใจในการแสดงหมอลำ มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่ายุค สมัยจะเปลี่ยนไป แต่วัฒนธรรมอย่างหมอลำก็ยังเป็นที่ นิยมของคนไทย และหมอลำยังคงเป็นศิลปวัฒนธรรม ของชาวอีสานที่ไม่มีวันจางหายไปจากสังคมไทยแน่นอน
4 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 มมส. นอกระบบ รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล เผยแนวทางการนำ มหาวิทยาลัยออกจากระบบ รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เผยว่า มหาวิทยาลัย มหาสารคามจะเป็นมหาวิทยาลัยในกำำกับของรัฐ ซึ่งไม่ใช่ส่วนราชการ แต่อยู่ในส่วนของรัฐที่เป็น นิติบุคคลตามกฎหมาย ไม่ใช่เอกชนและไม่ใช่ รัฐวิสาหกิจ โดยมีการบริหารจัดการระเบียบ ข้อ บังคับ และประกาศต่าง ๆ ตามที่มหาวิทยาลัย กำำหนดและได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานภาค รัฐ ภายใต้การกำำกับดูแลจากกระทรวงอุดมศึกษาฯ (อว.) และข้อกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งการเปลี่ยนแปลง ครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางนโยบายของรัฐบาลที่ผลัก ดันให้มหาวิทยาลัยออกจากนอกระบบโดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ รศ.ดร.ประยุุกต์์ ศรีวิีิไล เผยถึึง สถานภาพ ปััจจุุบัันของมหาวิิทยาลััยมหาสารคาม เป็็น มหาวิิทยาลััยของรััฐที่่เป็็นส่่วนราชการ จะมีีการ เปลี่่ยนเป็็นมหาวิิทยาลััยนอกระบบ (มหาวิิทยาลััย ในกำำกัับของรััฐ) ในการเป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับ ของรััฐไม่่ใช่่มหาวิิทยาลััยของเอกชน เพราะยััง คงเป็็นหน่่วยงานของรััฐและได้้รัับการจััดสรรงบ ประมาณจากรััฐบาลเช่่นเดิิม มหาวิิทยาลััยของรััฐ ที่่เปลี่่ยนสถานภาพเป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับของ รััฐ ปััจจุุบัันมีีจำำ นวน 29 แห่่ง และมหาวิิทยาลััย ของรััฐที่่อยู่่ระหว่่างการดำำเดิินการมีีอยู่่จำำ นวน 8 แห่่ง ซึ่่งประกอบด้้วยมหาวิิทยาลััยที่่คณะรััฐมนตรีี ได้้รัับหลัักการแล้้วมีีจำำ นวน 4 แห่่ง ด้้วยกััน ได้้แก่่ ม.นเรศวร ม.อุุบลราชธานีี ม.เทคโนราชมงคลธััญบุรีุี และม.นราธิิวาชราชนคริินท์์ โดยมหาวิิทยาลััยอีีก 4 แห่่ง ที่่อยู่่ระหว่่างการดำำเนิินการของมหาวิิทยาลััย ได้้แก่่ ม.รามคำำแหง ม.สุุโขทััยธรรมมาธิิราช มรภ. สวนสุุนัันทา และม.มหาสารคาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นส่วนหนึ่ง ที่ต้องทำำตามแนวทางนโยบายของรัฐ ที่ต้องเร่ง ดำำเนินการนำำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ซึ่งการ เป็นมหาวิทยาลัยในกำำกับของรัฐนั้นไม่แตกต่าง ไปจากเดิมมากนัก การเป็นมหาวิทยาลัยในกำำกับ ของรัฐจะมีระบบการบริหารงานที่คล่องตัวมาก ขึ้นเนื่องจากมีกฎระเบียบที่มหาวิทยาลัยสามารถ ออกกฎระเบียบเองได้ โดยไม่ขึ้นอยู่กับระเบียบทาง ราชการ มีการบริหารงานอย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการมีบริษัทลูกในการจัดหา รายได้ ทำำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้มากขึ้น และรูป แบบของการจัดการอำำนาจของสภามหาวิทยาลัย ก็จะมีมากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามแม้ว่าสภา มหาวิทยาลัยจะมีอำำนาจแต่ก็ยังคงมีการกำำกับจาก กระทรวงและกฎหมายที่ต้องดำำเนินการอยู่ ดังนั้น สามารถยืนยันได้ว่าความโปร่งใสในการบริหารงาน เมื่อได้เป็นมหาวิทยาลัยในกำำกับของรัฐแล้ว จะยัง คงมีความน่าเชื่อถือเช่นเดิมสามารถตรวจสอบได้ ผศ.ดร.ดาริกา โพธิรุกข์ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายกฎหมายบริหารพัสดุและทรัพย์สิน ได้ กล่าวถึงรูปแบบของมหาวิทยาลัยเมื่อได้เป็น มหาวิทยาลัยในกำำกับของรัฐว่า การที่มหาวิทยาลัย มหาสารคามกำำลังจะปรับเปลี่ยนสภาพ จากเดิม ที่เป็นมหาวิทยาลัยหน่วยงานของรัฐเปลี่ยนไป เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้การกำำกับดูแลของ หน่วยงานรัฐ ซึ่งความแตกต่างจะอยู่ที่อำำนาจใน การบริหารจัดการ อย่างเช่น ปัจจุบันมหาวิทยาลัย มหาสารคามเป็นหน่วยงานของรัฐ การดำำเนิน การจะอยู่ภายใต้ของระบบราชการ มีสถานะเป็น หน่วยงานที่เป็นส่วนราชการ ต้องทำำตามนโยบาย ที่ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา โดยมีรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา และมีอธิการบดี เป็นหัวหน้าหน่วยงานภายใต้การบริหารงานของ สภามหาวิทยาลัย แต่เมื่อออกจากระบบมาเป็น มหาวิทยาลัยในกำำกับของรัฐ ระบบการบังคับบัญชา ข้างต้นก็จะหายไป ส่งผลให้ในการดำำเนินการมีความ เป็นอิสระและความคล่องตัวในการบริหารงานมาก ขึ้น มีความเป็นหน่วยงานซึ่งจะสามารถบริหาร จัดการงบประมาณได้ด้วยตนเอง และสามารถที่จะ ดำำเนินการในหลาย ๆ อย่างด้วยตนเองได้ แต่ยังคง เป็นหน่วยงานในกำำกับที่มีรัฐมนตรีทำำหน้าที่กำำกับ ดูแลมหาวิทยาลัยในการดำำเนินการต่าง ๆ ถึงแม้ว่า จะมีความเป็นอิสระแต่ยังคงต้องดำำเนินการภายใต้ กรอบของกฎหมาย เพียงแต่รัฐมนตรีไม่มีอำำนาจใน การบังคับบัญชามหาวิทยาลัย ผศ.ดร.ดาริิกา ยัังกล่่าวถึึงข้้อดีีของการ เป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐว่่า มีีความเป็็น อิิสระมากขึ้้น เช่่น การจััดการงบประมาณ จากเดิิม ต้้องบริิหารให้้สอดคล้้องกัับตััวนโยบายของทาง กระทรวง แต่่เมื่่อเป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐ จะสามารถดำำเนิินการเองได้้ สามารถไปร่่วมลงทุุน ได้้หรืือเป็็นเหมืือนองค์์การมหาชนองค์์การหนึ่่ง จััดตั้้งบริิษััทไปร่่วมลงทุุนกัับบริิษััทอื่่น ๆ รวมไปถึึง เรื่่องงบประมาณการบริิหารงานบุุคคล มหาวิิทยาลััย สามารถออกข้้อบัังคัับเองได้้ โดยมีีกรรมการสภา มหาวิิทยาลััยเป็็นผู้้กำำกัับดููแล ผู้้ช่่วยอธิิการบดีี ฝ่่ายกฎหมายบริิหาร พััสดุุและทรััพย์์สิิน ได้้กล่่าวถึึงในส่่วนของข้้อเสีีย สัังเกตจากมหาวิิทยาลััยอื่่น ๆ ที่่ออกนอกระบบ ยัังไม่่ได้้รัับข้้อมููลว่่ามีีข้้อเสีียอย่่างไร เพีียงแต่่มีีแค่่ ความกัังวลในเรื่่องของงบประมาณ เพราะว่่าหลััง จากออกนอกระบบแล้้วมหาวิิทยาลััย จะได้้รัับเงิิน สนัับสนุุนของรััฐค่่อย ๆ ลดลง เพราะว่่าการดำำเนิิน การของมหาวิิทยาลััยจะต้้องดำำเนิินการเพื่่อบริิหาร งบประมาณของตนเองให้้ได้้ สิ่่งนี้้จึึงเป็็นข้้อกัังวล ถ้้าในอนาคตหากว่่ารััฐบาลลดการสนัับสนุุนในส่่วน นี้้จะส่่งผลกระทบต่่องบประมาณมากน้้อยเพีียงใด ผู้้ช่่วยอธิิการบดีี ฝ่่ายกฎหมายบริิหารพััสดุุ และทรััพย์์สิิน เผยถึึงข้้อจำำกััดเมื่่อเป็็นมหาวิิทยาลััย ในกำำกัับของรััฐว่่า ต้้องอยู่่ภายใต้้กฎหมายอย่่างเช่่น ระเบีียบบริิหารราชการแผ่่นดิิน พ.ร.ฎ. ต่่าง ๆ การ ดำำเนิินการจััดตั้้งบริิษััทหรืือร่่วมทุุนมหาวิิทยาลััยไม่่ สามารถทำำ ได้้ เพราะว่่าเป็็นหน่่วยงานของรััฐที่่จะ ต้้องมีวัีัตถุุประสงค์์ไม่่แสวงหาผลกำำ ไร แต่ยั่ ังสามารถ ดำำเนิินการธุุรกิิจได้้ เช่่น มหาวิิทยาลััยมีีนัักวิิจััยที่่มีี ความรู้้ความสามารถ ผลิิตนวััตกรรมบางอย่่างได้้ ก็็ สามารถนำำตััวนวััตกรรมเหล่่านี้้ไปจดเป็็นทรััพย์์สิิน ทางปััญญา ทำำ ให้้เกิิดรายได้้ หรืือไปจััดตั้้งร่่วมทุุน กัับบริษัิัทที่่ให้้การสนัับสนุุนก็็สามารถทำำ ได้้หลัังจาก ออกนอกระบบมาเป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐ มมส. ในกำกับรัฐ ต่อจากหน้า 1 อ่่านต่่อหน้้า 7 มมส. นอกระบบ ผศ.ดร.ดาริกา โพธิรุกข์ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายกฎหมายบริหารพัสดุและทรัพย์สิน กล่าวถึงรูปแบบของมหาวิทยาลัยมหาสารคามเมื่อเป็น “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ”
5 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ปี 67 ยูเนสโกเตรียมรับ อุทยานธรณีขอนแก่นร่วมก๊วน วิิศวกรก่่อสร้้างซุ้ม้ ประตูชีู้้�แจงถึึงความ คืืบหน้้าการก่่อสร้้างซุ้้มประตููเมืืองอุุดรหน้้าค่่าย ประจัักษ์์ อาจไม่่แล้้วเสร็็จทัันระยะเวลาตาม สััญญาจ้้างในเดืือน กัันยายน 2566 เนื่่�องจาก ผัังบริิเวณการก่่อสร้้างตามแบบไม่่สอดคล้้อง กัับพื้้�นที่่�การก่่อสร้้าง ด้้านผู้้เชี่่�ยวชาญเป็็นห่่วง เรื่่�องความปลอดภััยของโครงสร้้างแนะนำำ ไม่่ เหมาะสำำหรัับใช้้ทำำ เป็็นกิิจกรรมต่่าง ๆ ด้้าน ประชาชนต่่างเห็็นด้้วยกัับการก่่อสร้้างซุ้้มประตูู เมืืองอุุดรธานีี เพราะช่่วยทำำ ให้้เศรษฐกิิจดีีกว่่า เดิิมและเป็็นห่่วงว่่าจะเกิิดการจราจรติิดขััด สำำนัักข่่าวเสีียงไทบ้้านได้้ลงพื้้นที่่สำำรวจ ความคืืบหน้้าการก่่อสร้้างซุ้้มประตููเมืืองอุุดรธานีี บริิเวณหน้้าป้้ายมลฑลทหารบกที่่ 24 ค่่าย ประจัักษ์์ศิิลปาคม ถนนทหาร ทน.หมากแข้้ง อ.เมืือง จ.อุุดรธานีี ซึ่่งโครงการนี้้เป็็นส่่วนหนึ่่งของ โครงการก่่อสร้้างปรัับปรุุงบริิเวณถนนผัังเมืืองรวม สาย ค.7 ช่่วงถนนนเรศวรถึึงถนนพรหมประกาย ถนนเฉลิิมพระเกีียรติิ หรืือบริิเวณถนนทหาร ลัักษณะและการออกแบบโครงสร้้างจะเป็็นรููป วงกลมขนาดใหญ่่คล้้ายเลขสิิบไทย โดยบริิเวณ ด้้านล่่างจะมีีช่่องทางสำำหรัับให้้ยานพาหนะยัังคง สามารถขัับผ่่านไปได้้ ขณะที่่ด้้านข้้างของซุ้้มประตูู เมืือง จััดให้้มีีพื้้นที่่จอดรถและพื้้นที่่นัันทนาการ ต่่าง ๆ ในส่่วนของด้้านบนของซุ้้มประตููเมืือง ออกแบบให้้มีีทางเดิินสามารถขึ้้นไปใช้้สอยพื้้นที่่ สำำหรัับถ่่ายภาพเป็็นที่่ระลึึกหรืือชมบรรยากาศ รอบ ๆ ด้้านได้้ ทั้้งนี้้ยัังมีีพื้้นที่่สำำหรัับให้้ทำำกิิจกรรม หรืือซื้้อของฝากของที่่ระลึึก ดำำเนิินการโดย กรม โยธาธิิการและผัังเมืือง จัังหวััดอุุดรธานีี ซึ่่งงบ ประมาณในการสร้้างอยู่่ที่่ 39.5 ล้้านบาท (สามสิิบ เก้้าล้้านห้้าแสนบาทถ้้วน) โดยมีีการลงสััญญาจ้้าง การก่่อสร้้าง เมื่่อวัันที่่ 9 ธัันวาคม 2564 และ กำำลัังจะสิ้้นสุุดสััญญาภายใน วัันที่่ 29 กัันยายน 2566 ซึ่่งในปััจจุุบัันกำำลัังเริ่่มดำำเนิินการก่่อสร้้าง เป็็นระยะ ๆ นายภููมิิภััทร สามหมอ วิิศวกรควบคุุม งานก่่อสร้้างโครงการก่่อสร้้างซุ้้มประตููเมืือง หน้้าค่่ายประจัักษ์์ศิิลปาคม ได้้ชี้้แจงถึึงความคืืบ หน้้าการก่่อสร้้างในปััจจุุบััน ซึ่่งการดำำเนิินการ ก่่อสร้้างมีีเจ้้าของโครงการคืือ กรมโยธาธิิการและ ผัังเมืืองอุุดรธานีี ราคาค่่าก่่อสร้้าง 39.5 ล้้าน บาท (สามสิิบเก้้าล้้านห้้าแสนบาทถ้้วน) และได้้มีีการว่่า จ้้างบริิษััทเอส ซีีจีี 1995 จำำกััด โดยได้้มีีการเริ่่ม สััญญาจ้้างเมื่่อวัันที่่ 9 ธัันวาคม 2564 สิ้้นสุุดสััญญา จ้้างวัันที่่ 29 กัันยายน 2566 รวมระยะเวลาการ ก่่อสร้้าง 660 วััน วิิศวกรควบคุุมงานก่่อสร้้าง ยัังได้้อธิิบายเพิ่่มเติิมอีีกว่่า ขณะนี้้ได้้มีีงาน ก่่อสร้้างที่่ดำำเนิินการแล้้ว คืือ (1) งานรื้้อถอน สิ่่งปลููกสร้้างเดิิม เช่่น รั้้วเดิิม พื้้นทางเท้้า พื้้น คอนกรีีตเสริิมเหล็็ก ป้้ายค่่ายประจัักษ์์ศิิลปาคม ขอบคัันหิินคอนกรีีตเสริิมเหล็็ก ปากบ่่อพัักน้ำำ คอนกรีีตเสริิมเหล็็ก เป็็นต้้น แล้้วเสร็็จ ร้้อยละ 85.00 (2) งานขุุดขนย้้ายต้้นไม้้เดิิมแล้้วเสร็็จ ร้้อย ละ 95.00 (3) งานย้้ายระบบสาธารณููปโภค ได้้แก่่ ระบบไฟฟ้้า ระบบประปา ระบบสายสื่่อสาร และ มีีงานก่่อสร้้างที่่อยู่่ระหว่่างดำำเนิินการคืือ (1) งาน ก่่อสร้้างเสาเข็็มเจาะแล้้วเสร็็จ ร้้อยละ 60.00 (2) งานขุุดเปิิดฐานรากและตััดหััวเสาเข็็มแล้้วเสร็จ็ร้้อย ละ 10.00 (3 ) งานถมดิินแล้้วเสร็็จ ร้้อยละ 10.00 ในส่่วนของแผนการดำำเนิินงานก่่อสร้้างต่่อไป จะ เป็็นการก่่อสร้้างเสาเข็็มเจาะส่่วนที่่เหลืือ ร้้อยละ 40.00 ให้้แล้้วเสร็็จ ตามด้้วยขุุดเปิิดฐานรากและ ตััดหััวเสาเข็็มส่่วนที่่เหลืือ ร้้อยละ 90.00 และถมดิิน ส่่วนที่่เหลืือ ร้้อยละ 90.00 ให้้แล้้วเสร็็จ จากนั้้นจะ มีีการทดสอบความสมบููรณ์์ของเสาเข็็ม (Seismic Test) แล้้วค่่อยก่่อสร้้างเสาตอม่่อและคานคอดิิน นายภููมิิภััทร สามหมอ ยัังได้้อธิิบายใน ส่่วนของงานก่่อสร้้างที่่หยุุดชะงัักไปช่่วงสััปดาห์์ที่่ ผ่่านมาว่่า เนื่่องจากผัังบริิเวณการก่่อสร้้างตามแบบ ไม่่สอดคล้้องกัับพื้้นที่่การก่่อสร้้าง อีีกหนึ่่งสาเหตุุ คืือแบบก่่อสร้้างและปริิมาณงานบางรายการขััด แย้้งกััน ซึ่่งตอนนี้้อยู่่ระหว่่างการแก้้ไขสััญญาจ้้าง ในเรื่่องปััญหาและอุุปสรรคต่่าง ๆ จึึงอาจทำำ ให้้การ ก่่อสร้้างซุ้้มประตููเมืืองอุุดรธานีีอาจไม่่แล้้วเสร็็จทััน ระยะเวลาตามสััญญาจ้้าง คืือ 29 กัันยายน 2566 ผู้้รัับจ้้างจะได้้รัับการพิิจารณาให้้ขยายระยะเวลา การก่่อสร้้างเนื่่องจากการสั่่งหยุุดงาน และจากผล อุุทยานธรณีีขอนแก่่นเดิินหน้้าสู่่การ เป็็นสมาชิิกอุุทยานธรณีีโลกของยููเนสโก เพื่่�อ กระตุ้้นเศรษฐกิิจในพื้้นที่่�อุ�ุทยานจัังหวัดัขอนแก่น่ ในด้้านการศึึกษา ด้้านสิ่่�งแวดล้้อม และมุ่่งเน้้น ไปที่่�การท่่องเที่่�ยว พร้้อมส่่งเสริิมหััตถกรรม ของชาวบ้้านในอุุทยานให้้มีีรายได้้ และดึึงดููด นัักท่่องเที่่�ยวเพิ่่�มมากขึ้ ้� น ในขณะนี้้�ยัังอยู่่ในขั้้�น ตอนกระบวนการประเมินิ ซึ่่�งจะประกาศผลใน เดืือนเมษายน ปีี 2567 ทางอุุทยานฯ ก็็ไม่่นิ่่�ง เฉย ซึ่่�งได้้ทำำการพััฒนาอุุทยานฯ แห่่งนี้้�อย่่าง ต่่อเนื่่�อง เพื่่�อเตรีียมพร้้อมในการเป็็นสมาชิิกยูู เนสโกในอนาคต นางธนีียา นััยพินิจิ รองผู้้ว่่าราชการจัังหวััด ขอนแก่่นได้้เปิิดเผยว่่า ในส่่วนของโครงการนี้้ได้มี้ี ส่่วนร่่วมในการดููแลเรื่่องแนวทางการดำำเนิินงาน นโยบายที่่จะเป็็นไปได้้ในการเข้้าสู่่กระบวนการ ประเมิินเป็็นอุุทยานธรณีีโลกของยููเนสโก ซึ่่ง ทางจัังหวััดขอนแก่่นได้ตั้้ ้งคณะกรรมการ รวมทั้้ง องค์์การบริิหารส่่วนจัังหวััด เป็็นผู้้รัับผิิดชอบหลััก แต่่ในส่่วนของภาคหน่่วยงานราชการส่่วนอื่่น ๆ จะมีีการประสานความร่่วมมืือกัันทั้้งหมด และ ทางหน่่วยงานจะใช้้กลไกลในระดัับจัังหวััด เพื่่อ ขอความร่่วมมืือกัับหน่่วยงานราชการส่่วนอื่่น ๆ มาเป็็นหนึ่่งในการพััฒนาอุุทยานธรณีีแห่่งนี้้ต่่อไป รองผู้้ว่่าราชการจัังหวััดขอนแก่่น ได้้อธิิบาย ถึึงเหตุุผลที่่ต้้องการให้อุุ้ทยานแห่่งนี้้ได้้เป็็นสมาชิิก อุุทยานธรณีีของยููเนสโกว่่า ทางจัังหวััดขอนแก่่น มีีวััตถุุดิิบที่่ดีีนั่่นก็็คืืออุุทยานธรณีีแห่่งนี้้จึึงอยาก นำำเสนอพื้้นที่่แห่่งนี้้ด้้วยการประเมิินคุุณลัักษณะ ว่่ามีีมรดกทางธรณีีวิิทยาอย่่างไรบ้้าง เพื่่อที่่จะ สามารถเป็็นอุุทยานธรณีีโลกในอนาคตข้้างหน้้า ซึ่่งทางหน่่วยงานก็็ได้้มาร่่วมกัันหาแนวทางเพื่่อ ให้้อุุทยานธรณีีแห่่งนี้้ได้้มีีการพััฒนาและเติิบโต ยิ่่งขึ้้นกว่่าเดิิม รองผู้้ว่่าราชการจัังหวััดขอนแก่่น ได้้เปิิด เผยว่่า กฎเกณฑ์์การเป็็นอุุทยานโลกของยููเนสโก มีีอยู่่ 7 หลัักเกณฑ์์ คืือ 1) พื้้นที่่มีีความโดดเด่่น ทางธรณีีวิิทยาระดัับนานาชาติิ และการบริิหาร จััดการแบบองค์์รวม ทั้้งด้้านการคุ้้มครอง การ ศึึกษา การวิิจััย และการพััฒนาเศรษฐกิิจอย่่าง ยั่่งยืืน 2) ควรมีีการเชื่่อมโยงมรดกธรรมชาติิ และ วััฒนธรรมเพื่่อสร้้างการตระหนัักรู้้ถึึงแผ่่นดิินที่่ตั้้ง อ่่านต่่อหน้้า 8 ซุ้มประตูเมืองอุดร โครงร่างโมเดลการออกแบบซุ้มประตูเมืองหมายเลขสิบ งบ ประมาณ 39.5 ล้านบาท บริเวณถนนทหารหน้าค่ายประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี อ่านต่อหน้า 9 อุทยานธรณีขอนแก่น ต. ในเมือง อ. เวียงเก่า มุ่งเข้าเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก ผลักดันเศรษฐกิจ ของจังหวัดขอนแก่น เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวมากขึ้น พร้อมส่งเสริมหัตถกรรมของชาวบ้านสร้างรายได้มากขึ้น ภาพจาก: UDON TODAY
6 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ปััจจุุบัันนี้้ได้้เริ่่มการดำำเนิินงานตาม โครงการไปแล้้วสำำหรัับโครงการก่่อสร้้างทาง รถไฟบนเส้้นทางตั้้งแต่่ บ้้านไผ่่ จ. ขอนแก่่นมหาสารคาม-ร้้อยเอ็็ด-มุุกดาหาร-นครพนม หลััง จากที่่มีีเพีียงแค่่ข่่าวลืือว่่าจะทำำการก่่อสร้้าง โครงการนี้้มาเนิ่่นนานตั้้งแต่ปี่ ี 2554 ตอนนี้้ทางการ รถไฟแห่่งประเทศไทยได้้ยืืนยัันอย่่างเป็็นทางการ แล้้วว่่าจะมีีโครงการนี้้เกิิดขึ้้น และพร้้อมเตรีียมตััว สำำหรัับการก่่อสร้้างและดำำเนิินโครงการต่่อไปให้้ แล้้วเสร็็จตามสััญญาว่่าจ้้าง นายไชยา วงศ์์สิิทธิิพรรุ่่ง วิิศวกรกำำกัับ การกองควบคุุมงานวิิศวกรรมไฟฟ้้าและเครื่่องกล 2 การรถไฟแห่่งประเทศไทยได้้ให้้ข้้อมููลว่่า ความคืืบ หน้้าของโครงการในตอนนี้้ มีีการประกาศหาผู้้รัับ เหมาและได้้ผู้้รัับเหมามาเป็็นที่่เรีียบร้้อยแล้้ว ซึ่่ง โครงการนี้้แบ่่งออกเป็็นสองสััญญา และเป็็นเอกชน ทั้้งสองสััญญา ขณะนี้้ผู้้รัับเหมาก็็เตรีียมความ พร้้อมสำำหรัับการทำำ งาน และรอทางการรถไฟแห่่ง ประเทศไทยแจ้้งวัันให้้เริ่่มดำำเนิินงาน นายไชยา วงศ์์สิิทธิิพรรุ่่ง กล่่าวต่่ออีีก ว่่า ในปััจจุุบัันที่่ยัังไม่่สามารถแจ้้งเริ่่มดำำเนิินงาน ได้้เพราะว่่าการรถไฟยัังติิดเรื่่องพื้้นที่่ที่่จะส่่งมอบ ให้้ผู้้รัับเหมาดำำเนิินงานได้้ และตอนนี้้อยู่่ในขั้้น ตอนระหว่่างการเวนคืืนที่่ดิินที่่จะก่่อสร้้าง มีีการ จ่่ายเงิินค่่าทดแทนไปบ้้างแล้้วสองจัังหวััด ได้้แก่่ บ้้านไผ่่ จัังหวััดขอนแก่่น และจัังหวััดร้้อยเอ็็ด ใน ส่่วนจัังหวััดอื่่น ๆ ที่่เหลืือ ทางการรถไฟจะทยอย จ่่ายเงิินค่่าทดแทนให้้ในภายหลััง ซึ่่งในจัังหวััด ต่่อไปจะเป็็นจัังหวััดนครพนม จัังหวััดมุุกดาหาร และจัังหวััดมหาสารคาม ตามลำำดัับ ซึ่่งคาดว่่าจะ เริ่่มงานก่่อสร้้างตามแผนของโครงการการสร้้าง ทางรถไฟบนเส้้นทางตั้้งแต่่ บ้้านไผ่่ จ.ขอนแก่่นมหาสารคาม-ร้้อยเอ็็ด-มุุกดาหาร-นครพนม ได้้ ภายในเดืือนมีีนาคม 2566 ที่่จะถึึงนี้้ นายไชยา วงศ์์สิิทธิิพรรุ่่ง ได้้ เปิิดเผยว่่า เส้้นทางของรถไฟสายนี้้นั้้นจะเริ่่มต้้น ออกจากเส้้นทางตั้้งแต่บ้่ ้านไผ่ที่่ ่ จัังหวััดขอนแก่่น ไป จัังหวััดมหาสารคาม ไปจัังหวััดร้้อยเอ็็ด ไปจัังหวััด มุุกดาหาร และสุุดท้้ายจอดที่่จัังหวััดนครพนม นายไชยา วงศ์สิ์ ิทธิิพรรุ่่ง ได้้เปิิดเผยต่่ออีีก ว่่า สาเหตุุและที่่มาที่่ไปนั้้นมีีการศึึกษาความเหมาะ สมของการสร้้างโครงการไว้้แล้้ว และมีีการทบทวน ผลการศึึกษาใหม่่ล่่าสุุดปีี 2554 ซึ่่งผลการศึึกษา มีีความคุ้้มค่่าในการลงทุุน ในปีี 2557 การรถไฟ ก็็ได้้ออกแบบรายละเอีียดพร้้อมกัับจััดทำำรายงาน วิิเคราะห์์ผลกระทบที่่อาจจะมีีต่่อสิ่่งแวดล้้อม หรืือ ที่่เรีียกว่่ารายงาน EIA (Environmental Impact Assessment Report) หลัังจากนั้้น คณะรััฐมนตรีี ได้้อนุุมััติิให้้ดำำเนิินโครงการในปีี 2562 ซึ่่งรายงาน EIA ได้้รัับความเห็็นชอบในปีี 2563 แล้้วพระราช บััญญััติิเวนคืืนที่่ดิิน กำำหนดเขตที่่ดิินปีี 2564 ซึ่่ง ทุุกโครงการที่่จะก่่อสร้้างต้้องไปศึึกษาเรื่่องความ เหมาะสมก่่อน การศึึกษาความเหมาะสมก็็ควร ต้้องไปดููแนวเส้้นทาง ไปคััดเลืือกแนวเส้้นทางของ เส้้นทางรถไฟที่่จะสร้้าง และมีีการประมาณราคา ค่่าก่่อสร้้าง ประมาณค่่าราคาผลตอบแทน ว่่ามีี ปริิมาณผู้้โดยสารและปริิมาณสิินค้้าเท่่าไร ซึ่่งคาด การณ์์ไว้้แล้้ว 30 ปีี แล้้วสรุุปผลการศึึกษาว่่าคุ้้มค่่า กัับที่่จะลงทุุนหรืือไม่่ ซึ่่งโครงการนี้้ความคุ้้มค่่าใน การลงทุุนมีีความเหมาะสมในด้้านเศรษฐกิจิ หรืือที่่ เรีียกว่่าค่่า EIR (Emergy Investment Ratio) ซึ่่ง เกณฑ์สำ์ ำนัักงานสภาพััฒนาการเศรษฐกิจิและสัังคม แห่่งชาติกำิำ หนดไว้ที่่ ้ 12% แต่่โครงการนี้้มีค่ี่า EIR ที่่ เกิินกำำหนด จึึงเห็็นควรว่่าโครงการนี้้คุ้้มค่่า หลัังจาก นั้้นทางการรถไฟแห่่งประเทศไทยก็็ได้้ออกแบบราย ละเอีียด ได้้ขอให้้ครม. อนุุมััติิโครงการ พอเสร็็จขั้้น ตอนนี้้เรีียบร้้อยแล้้วการรถไฟก็จ็ะดำำเนิินการเตรีียม งานก่่อสร้้างในขั้้นตอนถััดไป นายไชยา วงศ์์สิิทธิิพรรุ่่ง ได้้ให้้ข้้อมููล เพิ่่มเติิมอีีกว่่า งบประมาณที่่ครม.อนุุมััติิ จะ เป็็นในส่่วนของค่่าก่่อสร้้าง ซึ่่งครม.อนุุมััติิไว้้ที่่ 55,000,000,000 กว่่าล้้านบาท (ห้้าหมื่่นห้้าพัันล้้าน บาทถ้้วน) ค่่าเวนคืืนที่่ดิิน 10,080,000,000 กว่่า ล้้านบาท (หนึ่่งหมื่่นแปดสิิบล้้านบาทถ้้วน) นายไชยา วงศ์์สิิทธิิพรรุ่่ง ได้้กล่่าว ว่่า โครงการนี้้ใช้้ระยะเวลาก่่อสร้้างสี่่ปีี คาด ว่่าในปีี 2570 จะก่่อสร้้างเสร็็จและเปิิดให้้ ใช้้บริิการได้้ สิ่่งที่่จะเกิิดขึ้้นหลัังเปิิดให้้ใช้้ บริิการคืือผู้้โดยสารหรืือประชาชนก็็จะมีี ทางเลืือกในการเดิินทางโดยทางรถไฟ รวม ทั้้งผู้้ประกอบการก็็สามารถมาใช้้บริิการ ขนส่่งสิินค้้าของการรถไฟได้้ ซึ่่งในโครงการ นี้้มีี CY (Container yard) อยู่่สามที่่ ซึ่่ง CY ก็็คืือคอนเทนเนอร์์ยาร์์ดหรืือย่่านกอง เก็็บตู้้สิินค้้า มีีที่่สถานีีร้้อยเอ็็ด สะพาน มิิตรภาพ 2 (จัังหวััดมุุกดาหาร) และสะพาน มิิตรภาพ 3 (จัังหวััดนครพนม) และยัังมีี ลานตู้้บรรทุุกสิินค้้าอีีกสามแห่่งด้้วย ที่่สถานีี ภููเหล็็ก (บ้้านไผ่่ จัังหวััดขอนแก่่น) สถานีี มหาสารคาม และสถานีีโพนทอง (จัังหวััด ร้้อยเอ็็ด) ซึ่่งทำำ ให้้ผู้้ประกอบการสามารถมา ขนส่่งสิินค้้าโดยทางรถไฟได้้ ซึ่่งทำำ ให้้ต้้นทุุน โลจิิสติิกส์์ต่ำำกว่่าขนส่่งทางรถยนต์์ ทางท้้อง ถนน หรืือทางรถเทรลเลอร์ที่่มี์ ีอยู่่เป็็นจำำนวน มากในปััจจุุบััน ด้้านความคิิดเห็็นของประชาชน จัังหวััดขอนแก่่น นางสิิริิยากร คำำทะเนตร ก็็ได้้แสดงความคิิดเห็็นว่่า รู้้สึึกดีีใจที่่มีีการ สร้้างทางรถไฟไปจัังหวััดอื่่น ๆ ในภาคอีีสาน ส่่วนตััวไม่่เคยเดิินทางโดยรถไฟเลย ไปไหน มาไหนก็็จะใช้้รถประจำำทาง หรืือรถโดยสาร สาธารณะ หากการก่่อสร้้างเสร็็จก็็อยากจะ ลองขึ้้นและเดิินทางไปจัังหวััดอื่่นผ่่านรถไฟ ดููบ้้าง และประชาชนส่่วนใหญ่่ในจัังหวััด ขอนแก่่นต่่างก็็มีีความคิิดเห็็นว่่า เห็็นด้้วยที่่ จะสร้้างการขนส่่งผู้้โดยสารสาธารณะเพิ่่ม เป็็นอีีกทางเลืือกในการเดิินทางของผู้้โดยสาร ประชาชนจัังหวััดมหาสารคามส่่วน ใหญ่่ได้้แสดงความคิิดเห็็นว่่า รู้้สึึกดีีและเห็็น ด้้วยเป็็นอย่่างยิ่่งถ้้ามีีการสร้้างสถานีีรถไฟที่่ ผ่่านจัังหวััดมหาสารคาม พอดีีกัับเส้้นทางที่่ จะก่่อสร้้างเป็็นจัังหวััดที่่เดิินทางไปบ่่อย ทั้้ง ไปเที่่ยวและทำำงาน ถ้้าได้้ขึ้้นรถไฟการเดิิน ทางคงจะประหยััดค่่าใช้้จ่่ายลง ประชาชนจัังหวััดร้้อยเอ็็ดต่่างก็็ได้้ บอกว่่า เคยได้้ทราบข่่าวมาบ้้างเหมืือน กััน และส่่วนใหญ่่มีีความคิิดเห็็นไปในทาง เดีียวกัันว่่า เป็็นเรื่่องดีีมาก ๆ และดีีใจที่่ จัังหวััดร้้อยเอ็็ดจะมีีรถไฟวิ่่งผ่่านเหมืือนที่่ จัังหวััดอื่่น ๆ แต่่ก็็ไม่่ได้้คาดหวัังว่่าจะให้้ แล้้วเสร็็จในทัันทีี ถ้้าหากเสร็็จเร็็วก็็จะไปใช้้ บริิการในทัันทีี เพราะประชาชนในจัังหวััด ส่่วนใหญ่่เดิินทางค่่อนข้้างบ่่อย หากมีีรถไฟก็็ จะเป็็นช่่องทางใหม่่ในการเดิินทาง และหวััง ว่่าจะทำำออกมาได้้ดีี นางสาวสุุพิิชญา พานวงศ์์ ประชาชนจัังหวััดมุุกดาหาร รู้้สึึกดีีใจและ ตื่่นเต้้นนิิดหน่่อย ไม่่เคยได้้ยิินและไม่่เคยนั่่ง รถไฟมาก่่อน ถ้้ามีีการก่่อสร้้างคงเป็็นเรื่่อง ที่่ดีีมากกัับจัังหวััดมุุกดาหาร เพราะจัังหวััด มุุกดาหารมีีสะพานมิิตรภาพ 2 ถ้้ามีีรถไฟ คนที่่อยู่่ในจัังหวััดและอำำ เภอใกล้้เคีียง หรืือ จะข้้ามไปประเทศลาวก็็สามารถนั่่งรถไฟ เดิินทางมาจัังหวััดมุุกดาหารได้้ คงจะสะดวก สบายขึ้้นมาก และประชาชนในจัังหวััด มุุกดาหารส่่วนใหญ่ก็่ ็แสดงความคิิดเห็็นไปใน ทางเดีียวกััน และบางความคิิดเห็็นก็็ยัังเป็็น ห่่วงเรื่่องผลกระทบที่่อาจจะมีต่ี่อสิ่่งแวดล้้อม และขอให้้ทางการรถไฟคอยตรวจสอบเรื่่อง ผลกระทบกัับสิ่่งแวดล้้อมและป้้องกัันไม่่ให้้ เกิิดปััญหาได้้ ประชาชนจัังหวััดนครพนมต่่าง แสดงความคิิดเห็็นว่่า โครงการก่่อสร้้างทาง รถไฟบนเส้้นทางตั้้งแต่่ บ้้านไผ่่ จ. ขอนแก่่นมหาสารคาม-ร้้อยเอ็็ด-มุุกดาหาร-นครพนม ถืือเป็็นเรื่่องที่่ดีีมาก ๆ เนื่่องจากจัังหวััด นครพนมเป็็นจัังหวััดที่่มีีแหล่่งท่่องเที่่ยว มากมาย และสามารถข้้ามฝั่่งไปยัังประเทศ เพื่่อนบ้้านอย่่างประเทศลาวได้้ หากมีีรถไฟ ก็็คงจะมีีผู้้คนมาท่่องเที่่ยวมากขึ้้น และ เศรษฐกิิจภายในจัังหวััดก็็อาจจะดีีขึ้้นไป มากกว่่านี้้ ประชาชนส่่วนใหญ่่ต่่างเห็็นพ้้อง ต้้องกัันว่่า โครงการก่่อสร้้างทางรถไฟบนเส้้น ทางตั้้งแต่่ บ้้านไผ่่ จ. ขอนแก่่น-มหาสารคามร้้อยเอ็็ด-มุุกดาหาร-นครพนม เป็็นโครงการที่่ ดีที่่จะช่่วยให้้ประชาชนมีีทางเลืือกในการเดิิน ทางและคมนาคม และยัังเป็็นโครงการที่่จะ สามารถพััฒนาเศรษฐกิิจของจัังหวััดที่่มีีทาง รถไฟวิ่่งผ่่านในอีีสานได้้ และหวัังให้้โครงการ ดำำเนิินงานไปด้้วยดีี และไม่่สร้้างปััญหาทาง ด้้านสิ่่งแวดล้้อมในอนาคต. รฟท. เวนคืนที่ดิน ต่อจากหน้า 1 รถไฟบ้านไผ่-นครพนม แบบจำลองสถานีจอดและขบวนรถไฟสายบ้านไผ่(ขอนแก่น)-นครพนม เตรียมพร้อม สำ หรับการสร้าง อยู่ในขั้นตอนเวนคืนที่ดิน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจังหวัด คาดพร้อมเปิดให้บริการในปี 2570
เรื่อง ปัทมาภรณ์ รื่นรู้สาร 7 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 แม่งูเอ๋ย มมส. ในกำกับรัฐ ต่อจากหน้า 4 ในส่่วนของเรื่่องความโปร่่งใสในการ บริิหาร มหาวิิทยาลััยยัังคงเป็็นหน่่วยงานใน กำำกัับ ดัังนั้้นกฎหมายและระเบีียบยัังต้้องมีี หลัักธรรมาภิิบาล หรืือแม้้กระทั่่งความรัับผิิด ของเจ้้าหน้้าที่่ ในกรณีีที่่กระทำำการละเมิิดต่่อ กฎหมายยัังคงต้้องรัับผิิดอยู่่เช่่นเดิิม เพีียงแต่่ หลัักเกณฑ์์ข้้อปฏิิบััติิทางมหาวิิทยาลััยต้้อง ออกหลัักเกณฑ์์ เพื่่อควบคุุมความประพฤติิ ของบุุคลากรที่่อยู่่ภายในมหาวิิทยาลััย โดยยััง คงอิิงกัับหลัักเกณฑ์์เดิิม ๆ ที่่เคยทำำ ในระบบ เดิิม ดัังนั้้นความโปร่่งใสจึึงไม่มี่ ปัีัญหาเนื่่องจาก ยัังอยู่่ภายใต้้การกำำกัับเหมืือนเดิิมเพีียงแต่่มีี อิิสระในการบริิหารงาน แต่่ยัังคงต้้องอยู่่ภาย ใต้้กฎหมาย ผศ.ดร.ดาริิกา ได้้เผยถึึง สิ่่งที่่ คณาจารย์์ เจ้้าหน้้าที่่พนัักงาน และนิิสิิตจะได้้ รัับเมื่่อเป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐ โดย ในส่่วนของพนัักงานมหาวิิทยาลััยจะมีีตััวตน มากขึ้้น เพราะมหาวิิทยาลััยที่่ยัังไม่่ออกนอก ระบบจะอิิงระเบีียบของข้้าราชการ แต่่เมื่่อ มหาวิิทยาลััยออกนอกระบบจะมีีระเบีียบใหม่่ มากำำกัับบัังคัับ โดยระเบีียบใหม่่จะสะท้้อน ถึึงตััวพนัักงานโดยแท้้จริิง ระเบีียบนี้้จะไม่่ส่่ง ผลกระทบต่่อพนัักงานแต่่อย่่างใดเพีียงแต่่จะ ชััดเจนมากขึ้้น ซึ่่งกฎหมายที่่นำำ มาใช้้บัังคัับใช้้ เป็็นกฎหมายที่่เหมาะสมโดยแท้้จริิง ผศ.ดร.ดาริิกา ได้้กล่่าวว่่า ในส่่วน ของคณาจารย์์ที่่เป็็นข้้าราชการ จะได้้รัับทาง เลืือกสองทางคืือ มีีสิิทธิ์์เลืือกว่่าจะคงสถานะ เป็็นข้้าราชการเหมืือนเดิิมหรืือไม่่ ถ้้าคงสถานะ ที่่จะเป็็นข้้าราชการก็็ไม่่ส่่งผลกระทบในสิิทธิิ หน้้าที่่แต่่อย่่างใด ยัังคงได้รั้ับสิิทธิ์์เช่่นเดิิม แต่ถ้่ ้า เลืือกที่่จะออกจากราชการเปลี่่ยนไปสู่่สถานะ พนัักงาน ผลประโยชน์์ของการได้้บำำเหน็็จ บำำนาญ และเงิิน กบข. สามารถรัับได้้เลย หรืือจะรัับตอนที่่จะเกษีียณอายุุ นอกจากนี้้ตััว ข้้าราชการเดิิมก็็จะไม่่เสีียสิิทธิ์์ที่่พึึงมีี เช่่น สิิทธิ์์ ในการรัักษาพยาบาล ยัังคงได้้รัับเช่่นเดิิม การ ยุุบตััวเดิิมจะไม่่กระทบสิิทธิ์์เดิิม ผู้้ช่่วยอธิิการบดีี ฝ่่ายกฎหมายบริิหาร พััสดุุและทรััพย์์สิิน ได้้กล่่าวเพิ่่มอีีกว่่า ในส่่วน ของนิิสิิตที่่จะได้้คืือ มาตรา 19 พรบ. การ ศึึกษาที่่จะต้้องสนัับสนุุนนิิสิิตในกรณีีที่่ไม่่มีีทุุน เรีียน มหาวิิทยาลััยก็็ต้้องให้้การสนัับสนุุน และ คาดว่่านิิสิิตก็็น่่าจะได้้ประโยชน์์เพิ่่มขึ้้น เมื่่อ เกิิดกระบวนการพััฒนาขึ้้น ตััวมหาวิิทยาลััย สามารถร่่วมทุุน และสร้้างนวััตกรรม ในส่่วนนี้้ นิิสิิตอาจจะได้้รัับผลในการทำำงาน การทำำข้้อ ตกลงร่่วมกัับบริษัิัทที่่มหาวิิทยาลััยไปร่่วมลงทุุน อาจจะเป็็นช่่องทางในการไปฝึึกงานหรืือพััฒนา ความรู้้ของนิิสิิต ผศ.ดร.ดาริิกา กล่่าวถึึงระยะเวลาเปลี่่ยน สถานภาพเป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐ คาด ว่่าจะแล้้วเสร็็จ หลัังจากนำำเสนอร่่างต่่อประชาคม ส่่วนใหญ่่ นำำเสนอคณะกรรมการบริิหารสภา และ นำำเข้้าสู่่ อว.ตามลำำดัับ มีีระยะเวลากระบวนการ ประมาณ 2-3 เดืือน หลัังจากเดืือนพฤษภาคมจะ ทำำการส่่งเรื่่องเสนอ ครม. แล้้วนำำเข้้ากฤษฎีีกา เพื่่อ เข้้าสู่่กระบวนการออกกฎหมายของรััฐสภา ซึ่่งใน ส่่วนนี้้ค่่อนข้้างใช้้เวลาในการดำำเนิินการพอสมควร แต่่ในส่่วนของมหาวิิทยาลััยจะแล้้วเสร็จ็ ภายในเวลา ไม่่เกิิน 3 เดืือน เจ้้าหน้้าที่่พนัักงานมหาวิิทยาลััย ส่่วน ใหญ่่มีีแนวโน้้มที่่เห็็นด้้วยกัับการเปลี่่ยนมาเป็็น มหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐ แต่่ยัังคงมีีข้้อกัังวล และยัังไม่่มั่่นใจก็็คืือข้้อกฎหมายในมาตราที่่ 13 ที่่ ว่่าด้้วยกิิจการของมหาวิิทยาลััยไม่่อยู่่ภายใต้้บัังคัับ แห่่งกฎหมายว่่าด้้วยการคุ้้มครองแรงงาน กฎหมาย ว่่าด้้วยแรงงานสััมพัันธ์์ กฎหมายว่่าด้้วยการประกััน สัังคม และกฎหมายว่่าด้้วยเงิินทดแทน ซึ่่งข้้อ กฎหมายส่่วนนี้้จะส่่งผลโดยตรงต่่อตััวเจ้้าหน้้าที่่ พนัักงานมหาวิิทยาลััย จึึงยัังคงอยากที่่จะศึึกษาข้้อ กฎหมายตััวนี้้ให้้เข้้าใจอย่่างละเอีียดเพื่่อผลที่่ตาม มาจะไม่่กระทบต่่อตััวเอง คณาจารย์์ มีีแนวโน้้มที่่เห็็นด้้วยกัับการ เปลี่่ยนมาเป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐและ ยัังมีีข้้อที่่ต้้องศึึกษาคืือ การที่่ต้้องตััดสิินใจเลืือกว่่า ตนจะเลืือกที่่จะออกจากราชการมาเป็็นพนัักงาน มีีข้้อเปรีียบเทีียบที่่ต้้องนำำมาพิิจารณาในการ เปลี่่ยนแปลงครั้้งนี้้ จึึงต้้องทำำการศึึกษาถึึงผล ประโยชน์์ต่่าง ๆ ที่่จะได้้รัับและสิ่่งที่่ตามได้้กลัับคืืน มาหลัังจากที่่ตนตััดสิินใจเลืือกแล้้ว นิิสิิตโดยรวมแล้้ว ส่่วนใหญ่่ยัังไม่่เข้้าใจดีี นัักว่่ามหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐเป็็นอย่่างไร ซึ่่ง ข้้อที่่กัังวลใจคืือเรื่่องค่่าเทอม มีีคำำถามในเรื่่องของ อััตราค่่าเทอมที่่อาจแพงขึ้้นหรืือเปล่่า และสิิทธิ์์ต่่าง ๆ ที่่ตนควรได้้รัับจะมีีอะไรบ้้าง ต่่างไปจากเดิิมมาก น้้อยแค่่ไหนถ้้าหากเป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐ ทั้้งนี้้ ผศ.ดร.ประยุุกต์์ ศรีีวิิไล ยัังคง ยืืนยัันว่่าจะไม่่มีีการขึ้้นค่่าเทอมของนิิสิิตแต่่อย่่างไร คุุณภาพการศึึกษาและคุุณภาพชีวิีิตของอาจารย์์เจ้้า หน้้าที่่พนัักงานและนิสิิตในมหาวิิทยาลััยจะดีขึ้้ ีน ไม่่ ด้้อยกว่่าเดิิมแน่่นอน เนื่่องจากมหาวิิทยาลััยสามารถ บริิหารจััดการทำำตามแนวทางตามของมหาวิิทยาลััย ได้้เอง และทุุกคนมีส่ี่วนร่่วม มหาวิิทยาลััยจะมีีระบบ เดีียว ทุุกคนภายในมหาวิิทยาลััยก็็จะต้้องเห็็นพ้้อง ต้้องกััน และยัันจะไม่่มีีการปลดใครออก หรืือจะ ต้้องไม่มี่ ีใครที่่ได้้ผลกระทบจากการเปลี่่ยนแปลงครั้้ง นี้้ การเป็็นมหาวิิทยาลััยในกำำกัับของรััฐเป็็นแค่่เรื่่อง กฎหมายที่่เปลี่่ยนไป อาจารย์์ เจ้้าหน้้าที่่พนัักงาน และนิสิิต จะได้รั้ับผลประโยชน์จ์ ากการเปลี่่ยนแปลง ครั้้งนี้้ในทางที่่ดีีขึ้้นอย่่างแน่่นอน. ทุกคนเคยมีวัยเด็ก แน่นอนว่าต้องเคย เล่นสนุกกับเพื่อนและคนในครอบครัวมาไม่มาก ก็น้อย หนึ่งในนั้นอาจเป็นการเล่นขายของจาก วัสดุธรรมชาติ เล่นหมากเก็บ หรือเกมการละเล่น ที่เล่นได้หลายคนอย่าง แม่งูเอ๋ย การละเล่นที่ทุกคนต้องเคยได้ยินและ เคยเล่นมาก่อนอยู่แล้วอย่างแม่งูเอ๋ย เป็นการละ เล่นที่ใช้ผู้เล่นมากที่สุดและไม่จำำกัดผู้เล่น เมื่อครั้ง ยังเด็กการที่ได้เล่นกับเพื่อนเป็นสิ่งที่น่าสนุกสนาน มาก เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงตะโกน โหวกเหวกที่บอกให้วิ่งไปทางนู้นที ทางนี้ที เพื่อ ที่จะหนีไม่ให้ถูกจับตัวได้ ใครได้เป็นพ่องูก็เปลี่ยน มาเป็นลูกงู เปลี่ยนบทบาทไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ทุก คนได้เล่น ช่วงพักกลางวันเป็นเวลาที่รวมพลมา เล่นได้เยอะที่สุด สนามหญ้าหน้าอาคารเรียนถูก จองไปด้วยเด็กวัยกำำลังซนที่กำำลังแบ่งบทบาทว่า ใครได้เป็นบทบาทไหน เมื่อมีบทบาทกันแล้วการ เล่นจึงได้เริ่มขึ้น ทุกคนเล่นกันไปในแต่ละรอบ สนุกสนานกันถ้วนหน้า อาจมีบางรอบที่มีคนมา ขอเล่นเพิ่มเพราะพึ่งรับประทานอาหารกลางวัน เสร็จหรือมาแทนคนที่เล่นก่อนหน้านี้ ทุกคนวน สลับกันเล่นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือน พักกลางวันดังขึ้น “เฮ้อออ หมดเวลาแล้วหรอ ยังอยากเล่นต่ออยู่เลย” ทุกคนพร้อมใจกันเก็บ รองเท้าและสัมภาระของตัวเองไปเรียนตามปกติ สนามหญ้าหน้าอาคารเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนมีเด็ก วัยกำำลังซนมากมายมารวมตัวกัน แต่ตอนนี้กลับ ว่างเปล่าเพราะทุกคนต้องไปทำำหน้าที่ของตัวเอง พวกเรารู้จักการละเล่นแม่งูเอ๋ยได้ อย่างไรนะ การละเล่นเหล่านี้มีความเป็นมา อย่างไร คำำถามเหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นมาในหัวตลอด พอได้รู้ว่า “แม่งูเอ๋ย” ที่เรารู้จักกันเกิดขึ้นใน รัชกาลสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 5 ได้สนับสนุนให้สร้างคณะละครขึ้น โดยประยุกต์ให้เป็นแบบไทย จัดแสดงบนเวที เปลี่ยนฉากตามเนื้อเรื่อง ตัวละครเป็นผู้ร้องหรือ พูดในบทของตนเอง ละครดึกดำำบรรพ์เริ่มแสดง ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2442 จนถูกยกเลิกไปในปี พ.ศ.2554 เรื่องที่ได้จัดแสดงขึ้นคือ เรื่องอิเหนา ตอนไหว้พระ และต่อมาได้กลายเป็นบทละคร จึง เพิ่มฉากให้อิเหนานั่งชมการละเล่นงูกินหางของ เหล่าพี่เลี้ยง จนกลายเป็นการละเล่นที่เจอได้ทุก จังหวัดเป็นต้นมา วิิธีีการละเล่่นของ “แม่่งููเอ๋๋ย” ไม่่ได้้ เล่่นยากอย่่างที่่ทุุกคนคิิด ไม่่ได้้มีีกฎที่่ซัับซ้้อน ไม่่ ต้้องคิิดวางแผนอะไรมากงูกิูินหางเป็็นการละเล่่น ที่่เป็็นกิิจกรรมแบบเบา ๆ เล่่นเป็็นหมู่่คณะตั้้งแต่่ 3-5 คน ขึ้้นไป การเล่่นงููกิินหาง ไม่่มีีอุุปกรณ์์ใน การเล่่น และเล่่นได้้หลากหลายวััย สามารถเล่่น ได้ทุ้ ุกโอกาสที่่มีี หรืือเมื่่อมารวมตััวกััน และวิธีิีเล่่น เริ่่มด้้วยการเสี่่ยงทายถ้้าใครแพ้้คนนั้้นจะออกเป็็น พ่่องูู ส่่วนผู้้ชนะจะได้้เล่่นเป็็นแม่่งููและลููกงูู ส่่วน มากในกลุ่่มผู้้เล่่นจะเลืือกเอาคนที่่มีีร่่างกายแข็็ง แรงหรืือรููปร่่างใหญ่่ในทีีมเป็็นแม่่งูู เพื่่อเอาไว้้ ป้้องกัันลููกงููไม่่ให้้ถููกจัับตััวได้้ ส่วนกฎของการเล่น “แม่งูเอ๋ย” อย่าง ที่ทุกคนได้ทราบไปว่าจริง ๆ แล้วกฎการเล่นไม่ ได้ยาก หรือซับซ้อนใด ๆ ใช้เพียงพละกำำลังใน การวิ่งเท่านั้นเอง กฎกติกาของการละเล่นแม่งู เอ๋ยนั้น จะต้องมีผู้เล่นจำำนวน 3-5 คน ขึ้นไป จึง จะสามารถแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย อย่างฝ่ายที่ 1 จะต้องเป็น “พ่องู” 1 คน และฝ่ายที่ 2 มี “แม่ งู” 1 คน ที่เหลือเป็น “ลูกงู” ซึ่งผู้เล่นเป็นลูกงู จะต้องเกาะเอวผู้เล่นที่เป็นแม่งู เมื่อได้ผู้เล่นแล้ว พ่องูและแม่งูจะยืนหันหน้าเข้าหากัน ส่วนแม่งู จะมีลูกงูกอดเอวต่อแถวไปข้างหลังแล้วพ่องูจะ เริ่มถามแม่งู โดยเริ่มถามว่า “แม่งูเอ๋ย” แม่งูและ ลูกงูก็ร้องตอบว่า “เอ๋ย” พอช่วงท้ายพ่องูถามว่า “กินหัว กินหาง” แม่งูจึงตอบว่า “กินกลางตลอด ตัว” พ่องูจึงจะไล่จับลูกงูจากปลายแถว ฝ่ายแม่ งูจะต้องกางมือเพื่อป้องกันลูก หากลูกงูตัวใดถูก พ่องูดึงจนหลุดออกจากแถวไป ก็จะต้องออกจาก การเล่น และผู้เล่นที่เหลือจึงเริ่มเล่นกันอีกครั้ง จนกว่าจะถูกจับจนหมด และการละเล่น “แม่งู เอ๋ย” นอกจากจะให้ความสนุกสนานแล้ว ยังได้ ฝึกความสามัคคีและสร้างความทรงจำำที่ดีในวัย เด็กกับเพื่อน ๆ อีกด้วย ในตอนนี้ก็ผ่านมาหลายปี บรรยากาศ และความรู้สึกเก่า ๆ ที่เคยได้เล่นกับเพื่อน ๆ ได้ สนุกร่วมกัน หัวเราะเสียงดังด้วยกัน เป็นภาพที่ นึกย้อนไปแล้วก็มีแต่รอยยิ้ม จากเด็กที่เป็นวัย กำำลังซนในตอนนั้นที่คิดแต่อยากจะเล่น ปัจจุบัน ใครหลายคนคงโตขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวเราหรือเพื่อน ของเรา ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง แต่ถึงจะโต ขนาดไหนก็ยังอยากจะกลับไปเล่น “แม่งูเอ๋ย” อีก สักครั้งหนึ่ง ภาพจาก: การละเล่นพื้นบ้านไทย
เรื่อง กรรณิการ์ อาทิตย์ 8 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 กระทบจากสถานการณ์์โควิิด-19 ผู้้รัับจ้้างจะได้้รัับ การพิิจารณาระยะเวลาให้้คิิดค่่าปรัับร้้อยละ 0 ต่่อ วััน หลัังจากสิ้้นสุุดสััญญาจ้้าง นอกจากนี้้ทางผู้้สื่่อข่่าวยัังได้้มีีการ สอบถามไปยัังผู้้ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.รััตนา หอม วิิเชีียร อาจารย์์ประจำำคณะวิิศวกรรมศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยมหาสารคาม ผู้้เชี่่ยวชาญด้้าน โครงสร้้างการออกแบบผัังเมืือง เกี่่ยวกัับด้้าน ความปลอดภััยของโครงสร้้าง และความเป็็นไปได้้ ของการก่่อสร้้างซุ้้มประตููเมืืองอุุดร ซึ่่งได้้อธิิบายว่่า ความปลอดภััยของโครงสร้้างซุ้้มประตููเมืืองอุุดรใน เรื่่องของลัักษณะโครงสร้้างยัังคงมีีความน่่าเป็็นห่่วง ไม่่เหมาะสำำหรัับใช้้เป็็นจุุดชมวิิว หรืือทำำกิิจกรรม ต่่าง ๆ หากจะทำำการก่่อสร้้างในพื้้นที่่ดัังกล่่าว ควร จััดทำำ ให้้มีีลัักษณะเป็็นสะพานสำำหรัับข้้ามไปยััง อีีกฝั่่ง เนื่่องจากบนถนนเองยัังคงมีีรถสััญจรไปมา หากรถบนถนนมีีจำำนวนมาก อาจไม่่เหมาะสมแก่่ การสร้้างเป็็นแลนด์์มาร์์ก เพราะอาจมีีควัันหรืือ มลภาวะรอบ ๆ พร้้อมย้ำำอีีกครั้้ง เรื่่องการก่่อสร้้าง ลัักษณะนี้้ไม่่เหมาะแก่่การสร้้างบริิเวณกลางถนน หากจะทำำเป็็นซุ้้มก็็ควรทำำเป็็นซุ้้มธรรมดา ไม่่ควร ทำำ ให้้มีีความอเนกประสงค์์เยอะเกิินความจำำเป็็น และไม่่บัังวิิสััยทััศน์์คนใช้้รถใช้้ถนน “ถ้้าขณะก่่อสร้้างทำำ ได้้ตามมาตรฐาน ทำำออกมาคงทนแข็็งแรง ใช้้คอนกรีีตที่่�ดีีมีี คุุณภาพ ใช้้น้ำ ำ� สะอาด ผููกเหล็็กถููกต้้องตาม มาตรฐาน จะทำำ ให้้มีีความปลอดภััยมากขึ้้�น การ ซ่่อมบำำรุุงเช่่นกััน หากทำำแล้้วต้้องคอยรัักษา ให้้ดีีอย่่างสม่ำ ำ� เสมอ ควรจะดููแล และป้้องกััน ไว้้ก่่อน หากว่่าซุ้้มเก่่าแล้้วอาจจะทำำ ให้้ชิ้้�นส่่วน หลุุดออกมา จนอาจก่่อให้้เกิิดอุุบััติิเหตุุต่่อผู้้ใช้้ รถใช้้ถนนได้้ แต่่ดููจากภาพรวมของโครงสร้้างก็็ สามารถทำำ ได้้ หากแต่่ว่่าไม่่ควรสร้้างให้้อยู่่บน ถนน เพราะดููเสี่่�ยงอัันตรายเกิินไป แนะนำำว่่าเพื่อ ่� ความปลอดภััย ควรก่่อสร้้างอยู่่บนพื้้�นที่่�ที่่�เป็็น สวนสาธารณะมากกว่่า” ผู้้ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.รััตนา หอมวิิเชีียร กล่่าว ทั้้งนี้้ทางผู้้สื่่อข่่าวยัังได้้มีีการลงพื้้นที่่ไป สััมภาษณ์์ชาวบ้้านในชุุมชนระแวกใกล้้เคีียงการ ก่่อสร้้าง ในเรื่่องของผลกระทบที่่ได้้รัับ และความ เห็็นที่่มีีต่่อการก่่อสร้้างซุ้้มประตููเมืืองอุุดรหน้้าค่่าย ประจัักษ์์ นายชาญชััย บรีีสููงเนิิน อดีีตผู้้อำำนวย การโรงเรีียนอนุุบาลค่่ายประจัักษ์์ศิิลปาคม ที่่ตั้้ง อยู่่ในเขตใกล้้เคีียงกัับบริิเวณการก่่อสร้้างเปิิดเผย ว่่า มีีความเห็็นชอบกัับโครงการก่่อสร้้างซุ้้มประตูู เมืืองอุุดรธานีี เนื่่องจากสนัับสนุุนให้้เกิิดความเจริิญ รุ่่งเรืืองแต่่การก่่อสร้้างก็็ควรให้้เป็็นไปตามกรอบ เวลา เพราะสิ่่งที่่กระทบคืือโรงเรีียน เนื่่องจากแต่่ ก่่อนบริิเวณที่่สร้้างเป็็นหน้้าโรงเรีียน ซึ่่งเมื่่อการ ก่่อสร้้างเริ่่มขึ้้นเวลามองเข้้ามาก็็เหมืือนกัับโรงเรีียน ร้้าง อีีกทั้้งยัังทำำ ให้ผู้้้ ปกครองลำำ บากในการมารัับมา ส่่งลููกหลานตนเอง ในส่่วนของเสีียงดัังรบกวนจาก การก่่อสร้้าง ไม่่เป็็นผลกระทบสำำหรัับเด็็ก ๆ หรืือ โรงเรีียนมากเท่่าไร เนื่่องจากเด็็ก ๆ ค่่อนข้้างชิิน เพราะจากเดิิมเขตโรงเรีียนเป็็นทางผ่่านของเครื่่อง บิิน ซึ่่งมีีความเสีียงดัังระดัับหนึ่่งอยู่่แล้้ว นายชาญชััย บุุญลีีสููงเนิิน ยัังได้้เสริิมอีีก ว่่า อยากจะสื่่อสารไปยัังผู้้รัับผิิดชอบให้้การก่่อสร้้าง เสร็็จสิ้้นตามแผนงาน เพราะสิ่่งที่่เป็็นสมบััติิของ โรงเรีียน ณ บริิเวณการก่่อสร้้างยัังคงมีีอยู่่ เช่่น รั้้ว โรงเรีียนที่่ถููกถอนออก หรืือ สิ่่งที่่เป็็นอุุปกรณ์์การ เรีียนของโรงเรีียนที่่ถููกทัับถม หรืือทำำลาย ซึ่่งในการ ก่่อสร้้างครั้้งนี้้ ทางโรงเรีียนและทางส่่วนกรมโยธา ธิิการได้้มีีการตกลงกัันเอาไว้้เป็็นที่่เรีียบร้้อย โดย ปััจจุุบัันการก่่อสร้้างส่่วนใหญ่่จะเริ่่มในตอนกลาง วััน ซึ่่งในขณะนี้้มีีเพีียงการขุุดถมพื้้นดิิน ยัังไม่มี่ ีการ ตอกเสาเข็็ม หรืือการกระทำำอื่่น ๆ ใด ทางด้้านชาวบ้้านที่่เปิิดกิจิการร้้านอาหาร ใกล้้เคีียงบริิเวณก่่อสร้้างเล่่าว่่า การก่่อสร้้างขณะ นี้้รอการวััดเสาเข็็ม ผู้้รัับเหมาก่่อสร้้างได้้เริ่่มการ ก่่อสร้้างเป็็นระยะ ๆ เพีียงแค่่บางวััน อาจจะเริ่่ม กลัับมาทำำการก่่อสร้้างอีีกภายในวัันที่่ 7 กุุมภาพัันธ์์ 2566 ซึ่่งตนรู้้สึึกเห็็นด้้วยกัับการก่่อสร้้างซุ้้มประตูู เมืืองอุุดรธานีี เพราะช่่วยทำำ ให้้เศรษฐกิิจดีีขึ้้นกว่่า เดิิม คาดว่่าการก่่อสร้้างจะสำำเร็็จภายในปีีนี้้อย่่าง แน่่นอน เรื่่องผลกระทบจากการก่่อสร้้าง ในส่่วน ของตนมีีเพีียงแค่่เรื่่องฝุ่่นจากการขุุดหรืือถมพื้้น ดิินเพีียงเท่่านั้้น ขณะที่่ผู้้ใช้้รถใช้้ถนนบางรายมีีความเห็็น ว่่า ในช่่วงก่่อสร้้างอาจจะทำำ ให้้เกิิดมลภาวะบน ท้้องถนน หรืือการจราจรติิดขััด เนื่่องจากบริิเวณ ก่่อสร้้างคืือจากอีีกฝั่่งของถนนข้้ามไปยัังอีีกฝั่่ง เหมืือนสะพานลอย แต่่ขนาดพื้้นที่่ของการก่่อสร้้าง ซุ้้มประตููเมืืองมีีขนาดที่่ใหญ่่ ตนเกรงว่่าผู้้ที่่ใช้้รถใช้้ ถนนอาจได้้รัับผลกระทบ เวลาใช้้เส้้นทางสััญจร ไปมา ในส่่วนของการก่่อสร้้างซุ้้มประตููเมืืองตนมีี ความเห็็นชอบ แต่่ในความรู้้สึึกส่่วนตััวของตน มอง ว่่าไม่่เหมาะที่่จะทำำเป็็นจุุดชมวิิวหรืือแลนด์์มาร์์ก บริิเวณนี้้ เพราะอาจจะเกิิดอัันตรายต่่อผู้้ใช้้รถใช้้ ถนนในขณะที่่ทำำการก่่อสร้้าง อย่่างไรก็็ตาม แม้้ว่่าการก่่อสร้้างอาจจะ ยัังไม่่คืืบหน้้าไปไกลเท่่าที่่ควร แต่่การก่่อสร้้างยััง คงมีีการดำำเนิินต่่อไปตามแผนงาน ซึ่่งจากผลการ ดำำเนิินงาน ณ วัันที่่ 7 กุุมภาพัันธ์์ สรุุปโดย นายภูมิูิ ภััทร สามหมอ วิิศวกรควบคุุมงานก่่อสร้้าง สรุุปได้้ ดัังนี้้ (1) แผนงานการก่่อสร้้าง ร้้อยละ 57.03 (2) ผลงานการก่่อสร้้าง ร้้อยละ 5.58 (3) ผลงานล่่าช้้า กว่่าแผนงานการก่่อสร้้าง ร้้อยละ 51.45 (4) ระยะ เวลาการก่่อสร้้างตามสััญญาจ้้าง 660 วััน ร้้อยละ 100.00 (5) ดำำเนิินการก่่อสร้้างแล้้ว 426 วััน ร้้อย ละ 64.55 (6) คงเหลืือระยะเวลาการก่่อสร้้างแล้้ว 234 วััน ร้้อยละ 35.45 ซึ่่งการดำำเนิินการก่่อสร้้าง อาจจะไม่่แล้้วเสร็จ็ ภายในระยะเวลาตามสััญญาจ้้าง ที่่ได้กำ้ ำหนด เนื่่องมาจากปััญหาและอุุปสรรคต่่าง ๆ คุณค่าของคนกลุ่มชาติพันธุ์ขแมร์ลือ มนุุษย์์เกิิดมาพร้้อมกัับความหลาก หลาย เพื่่อสร้้างความแตกต่่างของสัังคมโลก มนุุษย์ทุ์ุกคนจึึงไม่่เหมืือนกััน ตั้้งแต่รู่ ูปร่่างหน้้าตา ลัักษณะนิิสััยใจคอ รวมถึึงสัังคม จารีีตประเพณีี และวััฒนธรรม ในแต่่ละพื้้นที่่ต่่างมีีความหลาก หลายในด้้านต่่าง ๆ แสดงออกมาให้้เห็็น สัังคม เกิิดการเปลี่่ยนแปลงตลอดเวลาทำำ ให้้วััฒนธรรม ต่่าง ๆ เกิิดการหลอมหลวมกััน จนเกิิดเป็็น วััฒนธรรมใหม่่ในพื้้นที่่นั้้น ๆ ทุุกกลุ่่มชาติิพัันธุ์์ จึึงมีีเอกลัักษณ์์ที่่โดดเด่่นสะท้้อนออกมา อาทิิ ประเพณีีแซนโฎนตาที่่เป็็นการทำำบุุญในวัันสารท เดืือนสิิบของชาวไทยเชื้้อสายเขมร ขแมร์์ลืือ หรืือที่่เรีียกกัันว่่า เขมรถิ่่น ไทย คนไทยเชื้้อสายเขมร มีีชื่่อเรีียกหลากหลาย สำำหรัับกลุ่่มชาติิพัันธุ์์นี้้ เป็็นกลุ่่มชาติิพัันธุ์์ภาษา ออสโตรเอเชีียติิคสาขามอญ เขมร เรีียกตััวเอง ว่่า ขแมร์์ลืือ ที่่แปลว่่าเขมรสููง และเรีียกเขมร ในกััมพููชาว่่า ขแมร์์กรอม แปลว่่าเขมรต่ำำมีี ภููมิิลำำเนากระจายไปทั่่วสุุริินทร์์ ศรีีสะเกษ และ บางอำำ เภอในจัังหวััดบุรีุรัีัมย์์ ช่่วงสงครามโลกครั้้ง ที่่สอง กลุ่่มชนชาวเขมรที่่อยู่่ตามแนวพรมแดน ระหว่่างไทยกัับกััมพููชาถููกแบ่่งออกเป็็นสองกลุ่่ม คืือกลุ่่มที่่เป็็นประชาชนชาวกััมพููชาและกลุ่่มที่่ เป็็นประชาชนชาวไทย กลุ่่มชาติิพัันธุ์์ขแมร์์ลืือ หรืือคนเขมร ถิ่่นไทยที่่อาศััยอยู่่ในภาคตะวัันออกเฉีียงเหนืือ ตอนล่่างของประเทศไทย เป็็นกลุ่่มชาติิพัันธุ์์ที่่ มีีลัักษณะแตกต่่างและโดดเด่่นมาก พวกเขามีี การพููดภาษาเฉพาะถิ่่นของตน นั่่นก็็คืือ ภาษา เขมร และพููดภาษากลางเป็็นหลััก ส่่วนใหญ่่ เราจะเห็็นภาษาเขมรเฉพาะในกลุ่่มคนบางกลุ่่ม เท่่านั้้น เพราะหลาย ๆ คนก็็เลืือกที่่จะพููดภาษา กลางแทน ภาษาเขมรมีีลัักษณะพิิเศษในการพููด ในแบบของตััวเอง คำำมีีความแตกต่่างจากภาษา อื่่น ๆ เช่่น ภาษาอีีสาน ส่่วนใหญ่่ก็็พููดคำำศััพท์์ ภาษาไทยแต่่เสีียงเพี้้ยน มีีคำำศััพท์์เฉพาะของ ภาษาไม่่มาก ไม่่เหมืือนภาษาเขมร ส่่วย ที่่มีีคำำ ศััพท์์ของภาษาแทบจะทุุกประโยคที่่พููด และการ พููดค่่อนข้้างเร็็ว รวบรััด ถ้้าคนที่่ไม่รู้้่ภาษาอาจฟััง ไม่รู้้่เรื่่องและมีีเอกลัักษณ์์ในการพููดออกเสีียง รอ เรืือ ชััดเจนมากทุุกคำำ ชาวเขมรถิ่่นไทยนัับถืือศาสนาพุุทธ และมีีความเชื่่อในเรื่่องอำำนาจลี้้ลัับเหนืือ ธรรมชาติิ มีีการบููชาวิิญญาณบรรพบุุรุุษผู้้ล่่วง ลัับ บููชาดิิน น้ำำ ลม ไฟ ภููเขา ต้้นไม้้ใหญ่่ ความเชื่่อ ในเรื่่องของภููตผีียัังคงอยู่่จวบจนกระทั่่งปััจจุุบััน เราจะเห็็นได้้จากการประกอบพิิธีีกรรมต่่าง ๆ ของคนเขมรถิ่่นไทย อาทิิ การเซ่่นไหว้้ผีีตายาย มีีการเซ่่นไหว้้ผีีตายาย ที่่เรีียกว่่าพิิธีี “แซนโฎน ตา” ซึ่่งจะทำำพิิธีีในวัันแรม ๑๔ ค่ำำ เดืือน ๑๐ ของทุุกปีี เป็็นการทำำบุุญให้้กัับบรรพบุุรุุษที่่ล่่วง ลัับไปแล้้ว โดยเชื่่อว่่าวิิญญาณของบรรพบุุรุุษจะ กลัับมาเยี่่ยมลููกหลาน หรืือญาติพี่่น้ิ ้องที่่ยัังมีชีวิีิต อยู่่ สมาชิิกในครอบครััวที่่อาศััยอยู่่ที่่อื่่นจะกลัับ มาเยี่่ยมบ้้านมาทำำบุุญให้้กัับวิิญญาณบรรพบุุรุุษ และมารัับพรจากผู้้ใหญ่่เพื่่อเป็็นสิิริิมงคลแก่่ชีีวิิต ประเทศไทยตั้้งแต่่อดีีตจนถึึงปััจจุุบััน เราจะพบกัับร่่องรอยทางประวััติิศาสตร์์เกี่่ยว กัับโบราณสถานที่่มีีศิิลปะแบบเขมรหรืือขอม อยู่่ทั่่วประเทศ มีีโบราณสถานหลายแห่่งที่่ อยู่่ในประเทศไทย และได้้รัับการบููรณาการ ซ่่อมแซมมาจนถึึงปััจจุุบััน โดยศิิลปะแบบขอม ได้้รัับอิิทธิิพลมาจากอิินเดีียและจากศิิลปะชวา ต่่อมาภายหลัังช่่างขอมได้้นำำเอารููปแบบทั้้ง 2 สายวััฒนธรรม มาผสมผสานกััน จนกลายเป็็น รููปแบบเฉพาะของตััวเองขึ้้น ศิิลปะขอมจึึงมีี เอกลัักษณ์ที่่ ์เฉพาะตััวและด้้วยความมีีเอกลัักษณ์์ และความประณีีตทำำ ให้้ศิิลปะขอมมีีความโดด เด่่นเป็็นอย่่างมาก อุุทยานประวััติิศาสตร์์พนม รุ้้ง ก็็เป็็นอีีกหนึ่่งสถานที่่ของขอมโบราณที่่สร้้างไว้้ ปััจจุุบัันปราสาทหิินพนมรุ้้งได้้กลายเป็็นสถานที่่ ท่่องเที่่ยวทางประวัติัิศาสตร์ที่่ ์แม้้แต่นั่ ักท่่องเที่่ยว ต่่างเข้้ามาเยี่่ยมชมความสวยงามของสถานที่่แห่่ง นี้้นัับว่่าเป็็นศิิลปะแบบขอมที่่ยัังคงหลงเหลืือให้้ เราได้้ศึึกษาประวััติิศาสตร์์อยู่่ถึึงแม้้ปราสาทเขา พระวิิหาร ที่่เป็็นอีีกหนึ่่งศิิลปะของขอมจะไม่่ได้้ อยู่่ในประเทศไทย และไม่่ได้้รัับการบููรณาการ แต่่ก็็ยัังคงหลงเหลืือร่่องรอยทางประวััติิศาสตร์์ ที่่ปรากฏเป็็นภาพถ่่ายให้้เราได้้เห็็นในปััจจุุบััน ประวััติิศาสตร์์โบราณสถานที่่ยัังคง หลงเหลืือ ได้รั้ับการบููรณาการซ่่อมแซมปรัับปรุุง ให้้คงสภาพอยู่่วััฒนธรรมประเพณีต้ี้องได้รั้ับการ สืืบทอดบอกต่่อลููกหลานถึึงจะรัักษามัันไว้้ให้้คง อยู่่กัับปััจจุุบัันได้้ เรื่่องราวทางประวััติิศาสตร์์มีี ทั้้งคำำบอกเล่่าและจารึึกอัักษร หากไม่่ถ่่ายทอด ต่่อสิ่่งเหล่่านี้้ก็็จะหมดไปกัับยุุคสมััยและหาย ไปตามกาลเวลา กลุ่่มชาติิพัันธุ์์ขแมร์์ลืือก็็ยัังคง รัักษาความเป็็นตััวตนของคนในชาติิพัันธุ์์ถึึงแม้้ มีีการผสมผสานความเป็็นไทยปรัับเปลี่่ยนไป ตามยุุคสมััย แต่่ยัังคงรัักษาความดั้้งเดิิมไว้้ได้้เพื่่อ ถ่่ายทอดให้้รุ่่นลููกรุ่่นหลานสืืบต่่อไป ซุ้มประตูเมืองใหม่ ต่อจากหน้า 5
9 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ขณะนี้้อยู่่ในระหว่่างรอการตรวจประเมิิน ภาคสนามซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในกลางปี 2566 นี้ แม้ว่าจะยังไม่ได้เป็นอุทยานธรณีโลกของ ยูเนสโก แต่ก็เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อย่างบูรณาการในพื้นที่อุทยานฯ ทำ ให้มี การเติบโตด้านเศรษฐกิจขึ้นอย่างมาก เห็น ได้ชัดจากการที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ในปี 2565 ซึ่งมากกว่าปีก่อนหน้านี้เกือบ เท่าตัว โดยในปี 2564 มีนักท่องเที่ยวที่เข้า มาเยี่ยมชมเป็นจำ นวน 41,153 คน แต่ในปี 2565 มีนักท่องเข้ามาเยี่ยมชมถึง 79,623 คน ถือว่าเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา รองนายก อบต. ได้้กล่่าวถึึงผลลััพธ์์ หลัังจากได้้เข้้าร่่วมเป็็นสมาชิิกยููเนสโกว่่า นอกจากจะทำำ ให้้จัังหวััดขอนแก่่นได้้รัับ ความสนใจเป็็นที่่รู้้จัักในระดัับโลกแล้้ว ยััง เป็็นการยกระดัับการทำำงานสู่่มาตรฐาน สากล ที่่สำำคััญคืือจะมีีการพััฒนาอย่่างไม่่ หยุุดนิ่่ง โดยจะพััฒนาอุุทยานภายใต้้หลััก การสำำคััญของอุุทยานธรณีีโลกของยููเนส โก ได้้แก่่ การทำำงานจากล่่างขึ้้นบน การ ทำำ งานในรููปแบบเครืือข่่าย การเชื่่อมโยง มรดกทางธรณีีเข้้ากัับมรดกอื่่นในพื้้นที่่ อีีก ทั้้งยัังร่่วมกัันพััฒนาโครงการ และกิิจกรรม ที่่ตอบโจทย์์ตััวชี้้วััดของยููเนสโก อย่่างการ พััฒนาการท่่องเที่่ยวเชิิงดาราศาสตร์์ ซึ่่งได้้ ทำำงานร่่วมกัับสถาบัันวิิจััยดาราศาสตร์์แห่่ง ชาติิ โดยผลัักดัันให้้มีีการประเมิินอุุทยาน ท้้องฟ้้ามืืด หรืือ Dark Sky Park ทำำ ให้้เกิิด การพััฒนาอย่่างยั่่งยืืนที่่แท้้จริิง รองนายกอบต. ยัังได้้กล่่าวอีีกว่่า ขอนแก่่นเป็็นแหล่่งค้้นพบไดโนเสาร์์แห่่งแรก ของประเทศไทย มีีการขุุดค้้น ศึึกษาวิิจััยซาก ฟอสซิิลไดโนเสาร์์และสััตว์์ในยุุคดึึกดำำบรรพ์์ อายุุราว ๆ 130 ล้้านปีีก่่อน ซึ่่งทุุกวัันนี้้ได้้ค้้น พบไดโนเสาร์์พัันธุ์์ใหม่่ของโลกถึึง 5 สายพัันธุ์์ โดยไดโนเสาร์ที่่มี์ ชื่่ ีอเสีียงที่่สุุดในอุุทยานก็คื็ ือ ‘ภููเวีียงโกซอรััส สิิริินธรเน’ และยัังมีีพื้้นที่่รอ การขุุดค้้น รอการวิิจััยอีีกมากมาย นอกจาก นั้้นยัังมีีแหล่่งท่่องเที่่ยวน่่าสนใจอีีกหลาก หลายแห่่ง อาทิิเช่่น ด้้านธรรมชาติิได้้แก่่ ผา ชมตะวััน น้ำำตก และเส้้นทางศึึกษาธรรมชาติิ ในเขตอุุทยานแห่่งชาติภูิูเวีียง มีีลานกางเต็็นท์์ ดาดฟ้้าซึ่่งมีีสภาพแวดล้้อมที่่สวยงาม ด้้าน ประวัติัิศาสตร์์ มีีภาพเขีียนสีก่ี่อนประวัติัิศาสตร์์ ถ้ำำฝ่่ามืือแดงและถ้ำำแมงป่่อง ด้้านวััฒนธรรม มีวัีัดสำำคััญต่่าง ๆ และ ด้้านวิถีิชีวิีิต ก็มี็ ีหมู่่บ้้านวััฒนธรรมบ้้านหิินร่่อง และหมู่่บ้้านทอผ้้าไหมบ้้านสวนกล้้วย เป็็นต้้น ทั้้งหมดทั้้งมวลนี้้จึึงเป็็นเหตุุผลที่่อุุทยานธรณีี ขอนแก่่นควรค่่าแก่่การได้้เข้้าไปเป็็นสมาชิิก อุุทยานธรณีีโลกของยููเนสโก พนัักงานประจำำร้้านขายของฝาก ในอุุทยานฯ กล่่าวถึึงเศรษฐกิิจในช่่วงที่่ผ่่าน มานี้้ว่่า เป็็นขาขึ้้นของอุุทยานเลยก็็ว่่าได้้ เนื่่องจากมีนัีักท่่องเที่่ยวเข้้ามาเยี่่ยมชมอุุทยาน เป็็นจำำ นวนมากในปีี 2565 แล้้วได้้มีีการโปร โมตและมีีกิิจกรรมทุุก ๆ เดืือน ถึึงแม้้ว่่าจะ ยัังไม่่เป็็นสมาชิิกยููเนสโกแต่่ผลตอบรัับทาง เศรษฐกิจถืิ ือว่่าเป็็นผลลััพธ์์ไปในทางที่่ดีี และ นัักท่่องเที่่ยวที่่ไม่่ใช่่คนในพื้้นที่่ก็มี็ ีเพิ่่มมากขึ้้น ไม่่แพ้กั้ัน ทำำ ให้ร้้้านขายของฝากที่่มีทั้้ ีงผ้้าไหม เกลืือไดโนเสาร์์ และผ้้าฝ้้ายย้้อมสีีดิิน เป็็นต้้น ก็็คอยได้้รัับประโยชน์์ไปด้้วย ทางด้้านนัักท่่อง เที่่ยวส่่วนใหญ่่ ได้้มีีความเห็็นว่่า อุุทยานฯ แห่่งนี้้มีีทรััพยากรทางด้้านธรณีีที่่เป็็นความ รู้้ใหม่่อย่่างที่่ไม่่เคยรู้้มาก่่อน อีีกทั้้งยัังมีีมรดก ทางธรณีีวิิทยาที่่น่่าสนใจอย่่างหุุบเขาภููเวีียง และไดโนเสาร์์สายพัันธุ์์ต่่าง ๆ ที่่เพิ่่งถููกค้้นพบ ซึ่่งอุุทยานแห่่งนี้้เป็็นแหล่่งท่่องเที่่ยวแห่่งหนึ่่ง ที่่มีีความสวยงาม และเป็็นแหล่่งเรีียนรู้้ที่่เป็็น ประโยชน์์อีีกด้้วย ทั้้งนี้้จึึงมีีความต้้องการให้้อุุ ทยานฯ แห่่งนี้้ได้้กลายเป็็นแลนด์์มาร์์กสำำคััญ ของจัังหวััดขอนแก่่นที่่ดัังไกลไปทั่่วโลก เพราะ สถานที่่แห่่งนี้้ไม่่เพีียงแต่่เป็็นแหล่่งให้้ความรู้้ หรืือความเพลิิดเพลิินแก่นั่ ักท่่องเที่่ยว แต่ยั่ ังส่่ง เสริิมอาชีีพของชาวบ้้านในด้้านงานหััตกรรมที่่ มีีให้้เห็็นในอุุทยานฯ ทำำ ให้้ชาวบ้้านสามารถมีี รายได้้เพิ่่มมากขึ้้น และทำำ ให้้นัักท่่องเที่่ยวได้้ เปิิดประสบการณ์์เจอสิ่่งใหม่่ ๆ รองผู้้ว่่าราชการจัังหวััดขอนแก่่น กล่่าวทิ้้งท้้ายไว้้ว่่า ทั้้งนี้้ทั้้งนั้้น แม้้ว่่าอุุทยาน แห่่งนี้้จะถููกพััฒนาอย่่างต่่อเนื่่อง แต่่อย่่างไร ก็็ตามยิินดีีพร้้อมเปิิดรัับความคิิดเห็็นของคน รุ่่นใหม่่อยู่่เสมอว่่าต้้องการให้้ทางอุุทยานฯ พััฒนาอย่่างไร อยากให้้มีีอะไรเพิ่่มเติิมใน อุุทยานฯ ซึ่่งสิ่่งที่่ผู้้คนให้้ความสนใจมากที่่สุุด ของอุุทยานแห่่งนี้้ก็คื็ือไดโนเสาร์์ และผู้้ที่่สนใจ ส่่วนใหญ่ก็่คื็ ือเด็็ก จึึงอยากให้้คนรุ่่นใหม่่เสนอ แนวคิิดที่่จะทำำ ให้อุุ้ทยานแห่่งนี้้เป็็นที่่สนใจกัับ ทุุกเพศทุุกวััย เพื่่อที่่จะได้้ต่่อยอดและพััฒนา ต่่อไปในอนาคตข้้างหน้้า. อุทยานธรณีขอนแก่น ต่อจากหน้า 5 อุทยานธรณีขอนแก่น แหล่งค้นพบซากเดินเอาสาวดึกดำ บรรพ์ 5 สายพันธุ์ใหม่ของโลก เริ่มโครงการพัฒนา พร้อมเปิดรับความคิดเห็นคนรุ่นใหม่ร่วมปรับปรุงเพิ่มเติม หวังเป็นส่วนหนึ่งในอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก เพื่อเป็นการยกระดับสู่มาตรฐานระดับโลก คาดการตรวจภาคสนามจะเริ่มกลางปี 2566 ถิ่่นฐานอยู่่ 3) การบริิหารจััดการด้้วยหน่่วยงานที่่ เป็็นไปตามกฎหมายของประเทศด้้วยเครื่่องมืือที่่ เหมาะสมครอบคลุุมพื้้นที่่ทั้้งหมด 4) กรณีีมีี พื้้นที่่ทัับซ้้อนกัับแหล่่งอนุรัุักษ์์ ยููเนสโก และ แหล่่งอนุุรัักษ์์นานาชาติิอื่่น ๆ 5) การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น และชน พื้นเมืองในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก 6) การเป็นสมาชิกเครือข่าย GGN การแบ่งปัน ประสบการณ์ คำแนะนำ และร่วมดำ เนินการ กับ GGN 7) การคุ้มครองมรกดกทางธรณี ทางกฎหมาย และเงื่อนไขการห้ามซื้อขาย วัตถุทางธรณี โดยทั้งหมดนี้เป็นกฎเกณฑ์ที่ ใช้เพื่อพิจารณาว่าอุทยานแห่งนี้จะได้เป็น สมาชิกของยูเนสโกหรือไม่นั่นเอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น มี ความเห็นอีกว่า หลังจากได้เป็นอุทยานธรณี โลกของยูเนสโกแล้ว สิ่งที่ควรจะทำำก็คือ จะต้องฝึกอบรมความเป็นอุทยานธรณีโลก ของเราให้ได้ เพราะอุทยานจะถูกประเมิน ทุก ๆ 4 ปี จะทำำอย่างไรให้ดำำรงรักษาสิ่ง ที่มีอยู่นั้นให้อยู่ได้ตลอดทุก ๆ 4 ปี หรือจะ ต่อยอดอย่างไรให้พัฒนามากขึ้นกว่าเดิม สิ่ง เหล่านี้ควรจะใส่ไปในความคิดของชาวบ้าน เพื่อร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้ เป็นแลนด์มาร์กสำำคัญของจังหวัดขอนแก่น ดังคำำที่ว่า ‘เป็นแชมป์นั้นไม่ยาก แต่จะรักษา แชมป์อย่างไร’ นายธาดา พรหมสาขา ณ สกลนคร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และสภาอุทยานธรณีขอนแก่น ได้เผยว่า จะ ทำำการกระตุ้นเศรษฐกิจจากอุทยานฯ แห่ง นี้ โดยใช้การท่องเที่ยวเชิงธรณีเป็นตัวนำำ นักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่เพื่อให้เกิด การใช้สอยสินค้าและบริการ ทำำให้เกิดการ หมุนเวียนเศรษฐกิจของชุมชน อีกทั้งยังมีการ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนนอก เหนือจากสิ่งที่มีอยู่ในอุทยานแห่งนี้อีกด้วย ซึ่งจะนำำอัตลักษณ์ทางธรณีในพื้นที่มาใช้ใน การออกแบบ เช่น การพัฒนาผ้าไหมมัดหมี่ พร้อมทั้งจัดแสดงแฟชั่นโชว์ชุดที่ออกแบบ จากผ้าไหมมัดหมี่นี้ ซึ่งเป็นลวดลายของ พันธุ์ไดโนเสาร์ที่ถูกค้นพบ เพื่อยกระดับ การกระตุ้นเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น รองนายกอบต. เผยเพิ่่มเติิมว่่า ได้้มีี การขัับเคลื่่อนงานตามแนวทางอุุทยานธรณีี โลกของยููเนสโกจนได้้รัับการประกาศเป็็น อุุทยานธรณีีระดัับประเทศในปีี พ.ศ. 2563 และได้้ส่่งเอกสารประกอบการสมััครไปยััง ยููเนสโกตั้้งแต่่เดืือนพฤศจิิกายน 2565 ใน
10 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 สุดทน ชาวหนองแสง อ.โกสุมพิสัย ร้องขอถนนกว่า 20 ปี แต่ไร้วี ่ แวว ชาวบ้้านหนองแสงร้้องทุุกข์์ได้้รัับ ความเดืือดร้้อน ร้้องถนนพััง เกิิดอุุบััติิเหตุุบ่่อย ยื่ ่� นขอถนนกว่่า 20 ปีียัังไม่่ได้้ อบจ.รัับเรื่่�อง เตรีียมดำำเนินิการในปีี 67 ด้้านประธานหลัักสููตร วิิศวกรรมโยธาเผย ผิิวถนนหมดสภาพการใช้้ งานควรได้้รัับการปรัับแก้้ไขอย่่างเร่่งด่่วน ผู้้สื่่อข่่าวได้้ลงพื้้นที่่สำำรวจบริิเวณ ถนน เส้้นบ้้านหนองเเสง บ้้านหนองโก และบ้้านหััว นาคำำตำำบลแพง อำำ เภอโกสุุมพิิสััย จัังหวััด มหาสารคาม พบว่่าถนนเป็็นหลุุมขรุุขระ ทั้้งเดิิน ทางลำำบาก ต้้องระมััดระวัังเป็็นอย่่างมาก และยััง มีีผลกระทบจากฝุ่่นละออง เมื่่อฝนตกถนนเละ มีี น้ำำขััง เป็็นระยะทางยาวกว่่า 5 กิิโลเมตร ชาวบ้้านบ้้านหนองเเสงและหมู่่บ้้านใกล้้ เคีียงที่่ใช้้ถนนเส้้นบ้้านหนองเเสง บ้้านหนองโก และบ้้านหััวนาคำำตำำบลแพง อำำ เภอโกสุุมพิิสััย จัังหวััดมหาสารคาม ต่่างพููดเป็็นเสีียงเดีียวกัันว่่า ถนนเส้้นนี้้เป็็นหลุุมขรุุขระ เดิินทางสััญจรไปมา ลำำ บาก ในฤดููร้้อนก็็มีีฝุ่่นฟุ้้ง เมื่่อเวลาฝนตกถนน เละทั้้งยัังมีีน้ำำขััง ทำำ ให้้เกิิดอุุบััติิเหตุุอยู่่บ่่อยครั้้ง ซึ่่งเป็็นแบบนี้้มามากกว่่า 20 ปีีแล้้ว มีีการปรัับปรุุง ซ่่อมแซมอยู่่บ่่อยครั้้งแต่่ไม่ถึ่ ึง 2 เดืือนก็็กลัับมาพััง เหมืือนเดิิม อีีกทั้้งชาวบ้้านได้้มีีการร้้องเรีียนไปยััง องค์์การบริิหารส่่วนตำำบลเเพง เเต่่ได้้คำำตอบว่่า ถนนเส้้นนี้้ไม่่ได้้อยู่่ในความรัับผิิดชอบขององค์์การ บริิหารส่่วนตำำ บล (อบต.) เเต่่เป็็นการดููแลของ องค์์การบริิหารของจัังหวััด (อบจ.) ด้้านนายดวงจัันทร์์ วาชััยยุุง ผู้้ใหญ่่บ้้าน บ้้านหนองแสง กล่่าวว่่า ถนนเส้้นนี้้เป็็นหลุุมขรุุขระ แบบนี้้มานาน ซึ่่งเมื่่อก่่อนถนนไม่่เป็็นหลุุมขรุุขระ มากเท่่าปัจจุับัุัน ทั้้งยัังได้รั้ับการปรัับปรุุงซ่่อมแซม อยู่่บ่่อยครั้้งเเต่่ไม่่ถึึง 2 เดืือนก็็กลัับมาพัังเหมืือน เดิิม จึึงเเก้้ปััญหาโดยการใช้้รถเเทรกเตอร์์กวาด ดิินข้้างถนนขึ้้นมากลบทัับหลุุมที่่ใหญ่่บนถนน ส่่วนด้้านสมาชิิกสภาจัังหวััด (สจ.) ได้้มีีการลงพื้้น ที่่และได้้นำำหิินคลุุกมาลง 5 คิิวรถ โดยนำำ มาโรย บนถนน แต่่เมื่่อมีีรถวิ่่งผ่่านหิินก็็กระเด็็นออกจาก ถนนจนหมด ส่่วนทางด้้านนายสมพร บุุญมา ที่่ปรึึกษา นายกองค์์การบริิหารส่่วนจัังหวััดมหาสารคาม ซึ่่ง ได้้รัับมอบหมายจาก นายกองโท ดร.คมคาย อุุดรพิิมพ์์ นายกองค์์การบริิหารส่่วนจัังหวััด มหาสารคามให้ข้้้อมููลเกี่่ยวกัับเรื่่องถนนที่่ชาวบ้้าน หนองเเสงกัังวลใจ จากเดิิมถนนเส้้นนี้้เป็็นถนน ของสำำนัักงานเร่่งรััดพััฒนาชนบท กระจายอำำนาจ ในปีี พ.ศ. 2547 แล้้วโอนถนนทั้้งหมดให้้องค์์การ บริิหารส่่วนจัังหวััดท้้องถิ่่น 106 สาย ทั้้งโยธาธิิการ และสำำนัักงานเร่่งรััดพััฒนาชนบท เดิิมถนนสภาพ ทรุุดโทรม เมื่่อมาอยู่่ภายใต้้การกำำกัับดููแลของ ท้้องถิ่่นได้้รัับงบประมาณมาด้้วย เเต่่ทางองค์์การ บริิหารส่่วนจัังหวััดได้้เอาไปตั้้งสำำนัักงานทางหลวง ชนบทขึ้้นมาใหม่่ ทำำ ให้้ไม่่ได้้กระจายงบให้้ท้้อง ถิ่่นเท่่าที่่ควร ทางองค์์การบริิหารส่่วนจัังหวััดก็็ไม่่ ได้้นิ่่งนอนใจ เคยมีีการปรัับปรุุงซ่่อมแซมตามงบ ประมาณที่่มีีอยู่่เเต่่ยัังไม่่ดีีพอ หากจะทำำ ให้้ดีีตอน นี้้ถนนก็็อยู่่ในสภาพที่่เก่่ามากเเล้้ว ต้้องรื้้อและทำำ การเปลี่่ยนเเปลงทั้้งหมด โดยการปรัับปรุุงด้้วยวิธีิี การบดอััด ในระยะ 1 กิิโลเมตร ใช้้งบประมาณ 4 ล้้านบาท ซึ่่งถนนช่่วงบ้้านหนองเเสงมีีระยะทาง ประมาณ 5 กิิโลเมตร ใช้้งบประมาณ 20 ล้้าน บาท นายกองค์์การบริิหารส่่วนจัังหวััดและสมาชิิก สภาจัังหวััดจะทำำการดำำเนิินการอย่่างเร่่งด่่วน ที่่จะทำำ ให้้ถนนเส้้นนี้้เกิิดความปลอดภััย ไม่่เกิิด มลภาวะและจะมีีการทำำถนนใหม่่อย่่างแน่่นอน นายสมพร บุุญมา ยัังกล่่าวอีีกว่่า คาด ว่่าจะมีีการดำำเนิินการภายในปีี พ.ศ. 2567 ซึ่่ง ในปีี พ.ศ. 2565-2566 ได้้นำำเครื่่องจัักรกลมา ทำำการ Double Surface ถนนช่่วงทางเข้้าบ้้าน สำำ โรงและถนนจำำนวน 106 สาย ทั้้งยัังทำำ ในทุุก ๆ ปีี โดยต้้องให้้ความเป็็นธรรมกัับท้้องถิ่่นด้้วย เพราะฉะนั้้นหากองค์์การบริิหารส่่วนจัังหวััดได้้ รัับงบประมาณมากก็็จะสามารถดำำเนิินการได้้เร็็ว ขึ้้น คาดว่่าในปีี พ.ศ. 2567 จะมีีการดำำเนิินการ อย่่างแน่่นอน ด้้านนายวิิชิิต เเสนเเก้้ว สมาชิิกสภา จัังหวััดมหาสารคามกล่่าวว่่า ถนนเส้้นนี้้ได้้รัับการ ถ่่ายโอนจากถนนสำำนัักงานเร่่งรััดพััฒนาชนบท เมื่่อประมาณ 30 ปีีที่่เเล้้ว จนมาถึึงปััจจุุบัันได้้โอน ถ่่ายมาเป็็นความรัับผิิดชอบขององค์์การบริิหาร ส่่วนจัังหวััดมหาสารคาม ถนนเส้้น บคธ 1-0077 ปากทางบ้้านหนองเเสงถึึงบ้้านสำำ โรง เป็็นระยะ ทาง 14 กิิโลเมตร และเมื่่อได้้เข้้ามาปฏิิบััติิหน้้าที่่ เป็็นสมาชิิกสภาจัังหวััดได้้ตระหนัักถึึงความเดืือด ร้้อนของประชาชน เรื่่องถนนเส้้นบ้้านหนองเเสง บ้้านหนองโก และบ้้านหััวนาคำำ ทั้้งยัังได้้มาดำำเนิิน การจััดทำำแผนโครงการฯขอถนนเส้้นนี้้เมื่่อปีีพ.ศ. 2566 ซึ่่งเมื่่อก่่อนยัังไม่่มีีเเผนงานดำำเนิินการ พอ งบประมาณของปััจจุุบัันจะจััดโครงการอะไรจะ ต้้องมีีเเผนการดำำเนิินงานก่่อน เมื่่อปีีพ.ศ. 2566 ได้้เสนอโครงการฯ เข้้าไปเพื่่อขอรัับงบสนัับสนุุน จากสำำนัักงานงบประมาณอุุดหนุุนเฉพาะกิิจ ใน ส่่วนองค์์การบริิหารส่่วนจัังหวััดได้้เสนอไป 5 โครงการ ได้้รัับการจััดสรรมา 4 โครงการ ซึ่่ง ถนนบ้้านหนองเเสง บ้้านหนองโก และบ้้านหััว นาคำำ อยู่่ลำำดัับที่่ 5 ต่่อมานายกองค์์การบริิหาร ส่่วนจัังหวััดมหาสารคาม นายกองโท ดร.คมคาย อุุดรพิิมพ์์ ได้้ให้้ความสำำคััญกัับถนนเส้้นนี้้จึึงเสนอ งบประมาณไปที่่สำำนัักงานงบประมาณในปีี พ.ศ. 2567 อยู่่ลำำดัับที่่ 1 ซึ่่งคาดว่่าจะได้้รัับการอนุุมััติิ อย่่างแน่่นอน ทั้้งนี้้ด้้านผู้้ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.รััตนา หอมวิิเชีียร ประธานหลัักสููตรวิิศวกรรมโยธา ยััง กล่่าวอีีกว่่า ผิิวของถนนเสื่่อมสภาพแล้้ว ซึ่่งคาด ว่่าน่่าจะเกิิดจากรถบรรทุุกที่่มีีขนาดใหญ่่และน้ำำ หนัักเกิินมาใช้้ถนนเส้้นนี้้ในการสััญจร ตามหลััก เเล้้วต้้องติิดป้้ายประกาศว่่าถนนเส้้นนี้้ไม่่ควรให้้รถ บรรทุุกที่่มีีน้ำำหนัักเกิินเข้้ามาใช้้ถนนเส้้นดัังกล่่าว เพราะว่่าถนนเส้้นนี้้ได้้ออกเเบบไว้้สำำหรัับรถยนต์์ ทั่่วไป อีีกทั้้งยางมะตอยน่่าจะเกิินอายุุการใช้้งาน หรืือยางมะตอยอาจจะหมดอายุุการใช้้งานแล้้ว เเต่่ ไม่่ได้้รัับการซ่่อมแซม ไม่่มีีการเคลืือบผิิวทาง หาก ถนนมีีหลุุมลึึกขนาดนี้้ต้้องใช้้การปรัับปรุุงซ่่อมแซม ด้้วยการทำำถนนให้้หนาขึ้้น และมีีการติิดป้้ายเพื่่อ ไม่่ให้้รถที่่มีีน้ำำหนัักเกิินวิ่่งผ่่าน ผู้้ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.รััตนา หอม วิิเชีียร ยัังกล่่าวไว้้อีีกว่่า ถ้้าหากมีีการทำำถนนใหม่่ ควรจะเสริิมไหล่่ถนนให้้สููงขึ้้น ให้้น้ำำ ไหลไปตาม ไหล่่ถนน ไม่่ควรไหลไปตามผิิวถนน ต้้องปรัับ ไหล่่ถนนให้้เป็็นทางลง ถ้้าเป็็นถนนลาดยางปกติิ จะมีีทางน้ำำ ไหลทั้้งสองข้้างของถนน มีีการสัังเกต ไม่่ให้มี้น้ำีำขัังอยู่่บนถนน หากน้ำำขัังบนถนนจะทำำ ให้้ ถนนพัังได้้ เพราะไหล่่ทางคืือทางน้ำำต้้องปรัับปรุุง ไหล่่ถนนให้้น้ำำ ไหลได้้ดีี ทำำ ให้้ไม่่มีีผลกระทบกัับ ถนน ดัังนั้้นควรทำำถนนใหม่่และออกแบบไหล่่ถนน ใหม่่ทั้้งหมด อีีกทั้้งถนนยางมะตอยที่่ได้้มาตรฐาน การเกลี่่ยควรได้้ระดัับ 1 มิิลลิิเมตร ต้้องใช้้ช่่างที่่ มีีความชำำ นาญมาปรัับปรุุงซ่่อมแซมถนน ซึ่่งถนน ที่่ได้้มาตรฐานควรมีีลัักษณะไม่่ขรุุขระหรืือโค้้ง จนไม่่ได้้มาตรฐาน อีีกทั้้งยัังมีีความปลอดภััยและ สามารถเดิินทางได้้สะดวก. พังทรุดโทรม ถนนเป็นหลุมขรุขระจากการใช้งาน ทำ ให้ผิวถนนเสื่อมสภาพ ณ ที่บ้านหนองแสง ตำ บลแพง อำ เภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ส่งผลให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวเกิดความยากลำ บากในการสัญจร
11 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ศิลปะเบญจรงค์มงคลทวาสู่การสร้างรายได้ การทำำเครื่่องเบญจรงค์์ถืือเป็็นงานด้้านศิิลปหััตถกรรม ประณีีตศิิลป์์ของไทยที่่มีีมาตั้้งแต่่สมััยโบราณ ต้้นกำำเนิิดของเครื่่องถ้้วย เบญจรงค์์ของไทยในอดีีต ใช้้การสั่่งทำำที่่ประเทศจีีนตามความคิิดและ ลวดลายของไทย การสั่่งทำำนั้้นจะมีช่ี่างของไทยเดิินทางไปควบคุุมการ ผลิิตเพื่่อให้้ได้้รููปลัักษณะที่่เป็็นแบบไทย สมััยกรุุงศรีีอยุุธยาและสมััย กรุุงรััตนโกสิินทร์์ช่่วงศตวรรษที่่ 18 และ 19 เครื่่องถ้้วยเบญจรงค์์ ของราชวงศ์์ไทยชั้้นสููงได้้สั่่งทำำที่่เมืืองจิิงเต๋๋อเจิ้้น และจากเตาเผาที่่ มณฑลฝููเจี้้ยนและกวางตุ้้ง เครื่่องเบญจรงค์์ที่่สั่่งทำำจากเมืืองจิิงเต๋๋อ เจิ้้น มัักเป็็นของใช้้ในราชสำำนััก เนื่่องด้้วยเนื้้อดิินปั้้�นละเอีียด มีีความ แกร่่ง และช่่างมีฝีมืีือดีี วาดลวดลายได้้ประณีีตละเอีียดสวยงาม เครื่่อง เบญจรงค์ที่่ ์เป็็นฝีมืีือช่่างจีีนกัับไทยได้สิ้้ ้นสุุดลงสมััยรััชกาลที่่ 5 เมื่่อกรม พระราชวัังบวรวิิไชยชาญ ตั้้งเตาเผาขึ้้นในพระราชวัังบวรสถานมงคล วัังหน้้า แล้้วทรงทำำเครื่่องถ้้วยเขีียนสีขึ้้ีน โดยสั่่งเครื่่องถ้้วยสีีขาวนำำเข้้า จากต่่างประเทศ นำำมาวาดลวดลายเขีียนสีีแล้้วเผาเอง ต้้นกำำเนิิดของเครื่่องเบญจรงค์์ได้้ใช้้สีีวาดระบายเพีียง 3 สีี ต่่อมาได้้พััฒนาเครื่่องเบญจรงค์์มีี 5 สีี คืือ สีีขาว สีีเหลืือง สีีดำำสีีแดง และสีีเขีียว (คราม) ดัังนั้้น ชื่่อที่่เรีียกว่่า “เบญจรงค์์” หมายถึึง เครื่่อง เคลืือบที่่มีีการวาดสีีลงไป 5 สีี ปััจจุุบัันมีีการใช้้สีีมากกว่่า 30 สีี เครื่่อง เบญจรงค์มี์ ีการออกแบบลวดลายต่่าง ๆ ด้้วยการวาดสีี 5 สีี ซึ่่งครูชู่่าง วิิรััช ทะไกรเนตร ครููช่่างที่่มีีฝีีมืือการทำำเครื่่องเบญจรงค์์ ได้้แนะนำำ เกี่่ยวกัับการใช้้สีีว่่า ในการทำำเบญจรงค์์เราไม่่ควรใช้้สีีเยอะ เพราะ จะทำำ ให้้ผลงานไม่่เข้้ากััน ด้้วยความที่่เครื่่องเบญจรงค์์เป็็นงานที่่ไม่่ได้้ ทำำการลงสีีโดยใช้้เทคนิิคของแสงและเงา เราจึึงควรใช้้สีีประมาณ 5 สีี อีีกทั้้งยัังช่่วยประหยััดเวลาในการทำำอีีกด้้วย ชุุดถ้้วยน้ำ ำ� ชา ของขวััญล้ำ ำ� ค่่าสำำหรัับแขกบ้้านแขกเมืือง เครื่่องเบญจรงค์์เป็็นเครื่่องปั้้�นดิินเผาประเภทเซรามิิก (Cerramics) แต่่เมื่่อเวลาผ่่านไปเครื่่องเบญจรงค์์เองก็็ได้้วิิวััฒนาการไป เรื่่อย ๆ ตามแต่่ละยุุคสมััย นอกจากภาชนะประเภท โถ ถ้้วย แก้้ว ชุุดกาแฟ จาน ชาม เป็็นต้้น และเดิิมทีีเบญจรงค์์จะเป็็นงานที่่ใช้้ในวััง เป็็นหลััก แต่ต่่ ่อมาก็็ได้้ใช้้เอาไว้้เป็็นของขวััญสำำหรัับแขกบ้้านแขกเมืือง และถืือเป็็นของขวััญที่่ทรงคุุณค่่าที่่นำำ ไว้้ให้้ เพื่่อเป็็นที่่ระลึึกในเทศกาล ต่่าง ๆ ตามโอกาสพิิเศษ หรืือเอาไว้้ใช้้ในงานอีีกด้้วย รวมทั้้งเป็็นของ ตกแต่่งบ้้านเพื่่อเพิ่่มความหรููหรา หรืือนำำ มาใช้้งานจริิงในบ้้านก็็ได้้เช่่น กััน โดยเครื่่องเบญจรงค์์ใช้้เนื้้อดิินประเภทพอร์์ซเลน มีีเนื้้อดิินที่่ใช้้ เรีียกว่่า เครื่่องขาว ซึ่่งเนื้้อดิินที่่ใช้้ทำำ ในประเทศไทย มาจาก 3 แหล่่ง ได้้แก่่ ดิินระนอง ดิินสุุราษฎร์์ และดิินลำำ ปาง ปััจจุุบัันสีีที่่ใช้้เป็็นสีีเคมีี สำำเร็็จรููป เรีียกว่่า สีีบนเคลืือบ (Over glaze) อััตลัักษณ์์เด่่นที่่�ไม่่เหมืือนใคร ลวดลายที่่เป็็นที่่รู้้จัักได้้แก่่ ลายกนก ลายพุ่่มข้้าวบิิณฑ์์ ลาย เทพพนม และลายนรสิิงห์์ รวมตลอดถึึงลวดลายดอกไม้้ ลายสััตว์์ และ ลวดลายจากเรื่่องรามเกีียรติ์์ ลวดลายที่่วาดลงในเครื่่องเบญจรงค์์จะ สะท้้อนถึึงภููมิิปััญญาชาวบ้้าน มีีวััฒนธรรมตามความเชื่่อของไทยและ วิิถีีชีีวิิตของคนไทย เครื่่องถ้้วยเบญจรงค์์มีีการปรัับปรุุงและคิิดค้้นรููป แบบ และลวดลายใหม่่ ๆ เพิ่่มขึ้้นด้้วย เช่่น ชามทรงบััว ภายในเคลืือบ ขาวหรืือเขีียวน้ำำ ทะเลไม่มี่ ีลวดลาย สมััยกรุุงรััตนโกสิินทร์์ตอนต้้น ได้มี้ี วิวัิัฒนาการสืืบต่่อจากแบบลวดลายในอดีีต โถรููปทรงต่่าง ๆ มีีลวดลาย ที่่น่่าสนใจ เช่่น ลายราชสีีห์์ ครุุฑ นรสิิงห์์ กิินรีี หนุุมาน ประกอบร่่วม กัับลายกนกเปลวและลายก้้านขด ในปััจจุุบัันจุุดเริ่่มต้้นในการทำำเบญจรงค์์ของจัังหวััด มหาสารคาม ครููวิิรััช ทะไกรเนตร ประจำำอยู่่บ้้านเบญจรงค์์แกลเลอรี่่ หมู่่ 2 ตำำ บลโคกพระ อำำเภอกัันทรวิิชััย จัังหวััดมหาสารคาม เป็็นครูู ช่่างที่่มีีฝีีมืือเป็็นเอกลัักษณ์์เฉพาะตััว จากการสอบถามเรื่่องลัักษณะ และลวดลายของเครื่่องเบญจรงค์์ ครููวิิรััชได้้เล่่าว่่า การออกแบบของ ตนนั้้นมีลัีักษณะเฉพาะ ลวดลายที่่นำำมาออกแบบเป็็นลายของผ้้าไหม สร้้อยดอกหมาก จากนั้้นนำำมาวาดเป็็นลวดลายลงบนเครื่่องเบญจรงค์์ รวมทั้้งเขีียนเรื่่องจิิตรกรรมเบญจรงค์์เช่่นพระธาตุุนาดููน ฮููปแต้้ม และ ขนบธรรมเนีียมประเพณีต่ี่าง ๆ แล้้วนำำ มาประยุุกต์์เพิ่่มเติิมเพื่่อให้้เข้้า กัับการใช้้งานในชีีวิิตประจำำวัันด้้วย เพราะในกัันทรวิิชััยมีีอััตลัักษณ์์ ในการทำำลวดลายด้้านศิิลปะอยู่่ ตััวลายผ้้าไหมที่่ทำำจึึงใส่่ความเป็็น กัันทรเข้้าไปด้้วย จุุดนี้้จึึงเป็็นการพััฒนาเข้้าสู่่งานศิิลปะในอีีกแบบ หนึ่่ง เพราะนอกจากการคิิดและออกแบบลวดลายแล้้ว ยัังได้้นำำเอา ประสบการณ์์ที่่เคยศึึกษาทางด้้านศิิลปะ และความชำำนาญด้้านเขีียน สีีน้ำำมััน ทำำ ให้้ผลงานมีีเสน่่ห์์และลัักษณะแตกต่่างจากงานเบญจรงค์์ ทั่่วไปโดยสิ้้นเชิิง ส่่วนผลงานในปััจจุุบัันจะเน้้นการสร้้างงานในด้้าน พุุทธศาสนา ความเชื่่อ ความศรััทธา วรรณคดีี ส่่วนผลงานที่่ได้้รัับผล ตอบรัับ ในปัจจุับัุันคืือ ผลงานด้้านความเป็็นสิริิมงคล ด้้านการค้้าขาย การทำำ ให้้ธุุรกิิจรุ่่งเรืือง อััตลัักษณ์์ที่่โดดเด่่นของงานเบญจรงค์์แกลเลอรี่่คืือ การ เขีียนลายโดยนำำลายของผ้้าไหมชื่่อว่่าลายสร้้อยดอกหมาก เป็็นลาย ผ้้าไหมที่่มีีชื่่อเสีียงหรืือเป็็นเอกลัักษณ์์ของจัังหวััดมหาสารคาม ซึ่่งได้้ นำำลายมาเขีียนลงในเครื่่องใช้้ เช่่น ชุุดน้ำำชา ชุุดกาแฟ ชุุดอาหาร ซึ่่ง ประเภทนี้้จะเป็็นลายสร้้อยดอกหมาก เพื่่อบ่่งบอกถึึงความเป็็นมาของ มหาสารคาม ความเชื่่อในเรื่่องศาสนา ความเชื่่อในด้้านสิิริิมงคล วิิถีี ชีีวิิตคนอีีสานเป็็นงานเบญจรงค์์ ที่่มีีการเชื่่อมโยงเกี่่ยวกัับความเชื่่อ ความศรััทธา ไม่่ว่่าจะสร้้างงานชิ้้นไหน จะดึึงลายผ้้าไหมสร้้อยดอก หมากมาเขีียนแทรกลงบนลายเบญจรงค์์เกืือบทุุกชิ้้นงาน รููปแบบ ความคิิด เทคนิิควิิธีีการ และการลงสีีที่่ไม่่เหมืือนใคร เพื่่�อที่่�จะก้้าวข้้ามขีดจำีกัำดตัวัเอง และสร้้างรายได้้จากสิ่่�งที่่ทำ�ำ... เพราะการสร้้างเอกลัักษณ์์เฉพาะตััวและการประยุุกต์ศิ์ ิลปะ ให้้เข้้ากัับปััจจุุบััน จึึงทำำ ให้้งานเบญจรงค์์สามารถสร้้างรายได้้ให้้กัับ คนทำำงานด้้านนี้้ด้้วย ครููวิิรััชกล่่าวว่่า การทำำงานต้้องรู้้จัักก้้าวข้้ามขีีด จำำกััดของตััวเอง และเราต้้องรู้้จัักดููความเหมาะสม และความคุ้้มค่่า กัับชีีวิิต เพราะยัังไงชีีวิิตเราก็็ต้้องกิินต้้องใช้้ แน่่นอนว่่าในการทำำงาน เราอาจจะมีีช่่วงเวลาที่่เหนื่่อยและท้้อในบางครั้้ง แต่่จงทำำต่่อไปเรื่่อย ๆ ด้้วยประสบการณ์ที่่ ์ ได้้สะสมมาทั้้งจากผลงานที่่เคยสร้้าง งานอีีเว้้นท์์ ที่่เคยไปร่่วม ทำำ ให้มี้ีกลุ่่มลููกค้้าเฉพาะ ส่่วนมากก็็มาจากงานอีีเว้้นท์์และ ลููกค้้าเก่่าที่่เคยสั่่งซื้้อผลงานของเรา การที่่เราได้้ไปออกงานอีีเว้้นท์์จะ ทำำ ให้้คนได้้เห็็นผลงานเรามากมาย และได้พูู้ดคุุยสอบถามกัันได้ง่้่าย มีี หลายคนที่่สนใจหลัังจากนั้้นเขาก็จ็ะทำำการติิดต่่อมาหาเราเอง ในกลุ่่ม คนที่่เขาสั่่งงานด้้วยจะพููดคุุยด้้วยง่่าย ไม่่ค่่อยมีีปััญหา เพราะต่่างคน ต่่างก็็รู้้เขารู้้เรา งานที่่ทำำนี้้เป็็นงานแฮนด์์เมด ใช้้ระยะเวลาในการทำำ โดยประมาณ 1-3 เดืือน แล้้วแต่่ชิ้้นงาน ในส่่วนของการฝึึกงานยัังคงมีีนัักศึึกษาจากมหาวิิทยาลััย ต่่าง ๆ ติิดต่่อเข้้ามาฝึึกงานด้้วยเรื่่อย ๆ ก็็ยัังรัับและฝึึกให้้อยู่่ และยััง เปิิดโอกาสให้้กัับคนที่่สนใจ หรืืออยากจะเดิินทางสร้้างรายได้้ในสาย นี้้ อยากพููดคุุย สอบถาม ก็็มีีคำำแนะนำำ ให้้อย่่างแน่่นอน แต่่ต้้องดูู ความพร้้อมของอีีกฝ่่าย อยากจะสร้้างรายได้้หรืือทำำงานด้้านนี้้จริิง ๆ หรืือเปล่่า เพราะไม่่อยากเสีียเวลาไปกัับเรื่่องที่่สููญเปล่่า ครููวิิรััชกล่่าว เมื่่อไม่่นานมานี้้ก็็ได้้ให้้ความรู้้และเทคนิิค รวมถึึงวิิธีีการ สำำหรัับนิิสิิต นัักศึึกษาจากมหาวิิทยาลััย เพื่่อเป็็นลู่่ทางในการสร้้าง รายได้้ หรืือสำำหรัับใครที่่สนใจอยากจะนำำ ไปต่่อยอดสร้้างเป็็นธุุรกิิจ ส่่วนตััวก็็ทำำ ได้้เช่่นกััน อาจจะต้้องอาศััยการศึึกษาเพิ่่มเติิมและสะสม ทั้้งประสบการณ์์และกลุ่่มลููกค้้าอีีกหน่่อย ในการทำำงานแฮนด์์เมดเรา สามารถยืืนได้้ด้้วยตััวเองได้้ หากแต่่ต้้องรู้้จัักช่่องการขายสัักนิิด การ สร้้างรายได้้จากการขายปลีีกนั้้น จะทำำ ให้้เราได้้รัับผลตอบแทนที่่สููง กว่่าต้้องขายส่่งให้้กลัับคนอีีกกลุ่่มแน่่นอน จากการพััฒนาศิิลปะเบญจรงค์์ ก้้าวขึ้้นไปเป็็นเบญจรงค์์ ร่่วมสมััย และจากข้้าวของเครื่่องใช้้สู่่สิ่่งของที่่เอาไว้้ประดัับตกแต่่ง เพื่่อที่่จะได้้สามารถเอางานศิิลปะเข้้ามาแทรกกัับของใช้้ในชีวิีิตประจำำ วััน และสามารถสร้้างรายได้้ในจุุดนี้้ได้้ โดยได้รั้ับสาเหตุุมาจากองค์์กร หรืือบริิษััทต่่าง ๆ ในปััจจุุบััน ที่่ยัังให้้ความสนใจกัับงานด้้านศิิลปะกััน มากมาย ชิ้้นงานแฮนด์์เมดที่่ผลิิตขึ้้น และมีีเพีียงชิ้้นเดีียว เป็็นที่่ได้้รัับ ความนิิยมทั้้งจากชาวไทยและชาวต่่างชาติิ นอกจากความชอบและ รสนิิยมส่่วนตััว ผลงานนั้้น ๆ ยัังถืือเป็็นสิ่่งของที่่สามารถนำำ ไปประดัับ ตกแต่่งทั้้งในที่่ทำำงานหรืือในบ้้านได้้อีีกด้้วย จึึงทำำ ให้้เครื่่องเบญจรงค์์ ที่่ได้้รัับวิิวััฒนาการในแต่่ละสมััยยัังคงได้้รัับความนิิยมอยู่่ในปััจจุุบััน เรื่อง สุพัตรา ผาบมาลา
12 สารคดีเชิงข่าว ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 อุุทกภััย : โชคชะตาหรื ือการจััดสรร ในพื้้นที่่ขนาดใหญ่่แห่่งนี้้ถ้้าพููดในฐานะสถานที่่พัักผ่่อนก็็ ถืือว่่ากว้้างไม่น้่ ้อย ผู้้คนมากหน้้าหลายตาที่่พร้้อมใจกัันมาเที่่ยวพัักกาย พัักใจ ณ แก่่งเลิิงจาน ถ้้าหากอยากจะออกกำำลัังกายก็็ย่่อมได้้ อยาก จะพัักผ่่อนปิิกนิิกริิมแก่่งก็็เป็็นความคิิดที่่ดีี หรืือจะปั่่นจัักรยานรอบ แก่่งชมวิิวทิิวทััศน์์ในยามพระอาทิิตย์์ใกล้้ตกก็็สนุุกสนาน แต่่ดููแล้้ว เหมืือนจะไม่่ใช่่เพีียงสถานที่่ที่่สร้้างความสุุขเพีียงอย่่างเดีียว หากแต่่ ที่่ผ่่านมายัังเป็็นสถานที่่ที่่เป็็นสาเหตุุให้้เกิิดความทุุกข์์อีีกด้้วย ถ้้าพููด ถึึงเหตุุการณ์์ที่่สร้้างความทุุกข์์แก่่จัังหวััดมหาสารคาม ก็็คงหนีีไม้้พ้้น น้ำำท่่วม พื้้นที่่อ่่างเก็็บน้ำำที่่ใช่ว่่ ่าจะมีพื้้ ีนที่่ที่่สามารถรัับน้ำำ ได้้มากขนาด นั้้น ทำำ ให้้เกิิดน้ำำท่่วมอ่่างในเดืือนตุุลาคมที่่ผ่่านมา ก่่อให้้เกิิดความเสีีย หายอย่่างหนัักหน่่วง น้ำำ ได้้ท่่วมกิินพื้้นที่่หลายอำำเภอ ชาวบ้้านนัับไม่่ ถ้้วนต้้องเจอกัับเหตุุการณ์์แบบนี้้ซ้ำำแล้้วซ้ำำเล่่า ใบหน้้าเปื้้�อนทุุกข์์ได้้แต่่สิ้้นหวััง เพราะเหตุุการณ์์ น้ำำท่่วมนั้้นเกิิดขึ้้นทุุกปีี หากจะเรีียกร้้องให้ทำ้ ำการแก้้ไขก็็ไม่มี่ ีเสีียงมาก นััก พวกเขาถููกโชคชะตาที่่เรีียกว่่าอุุทกภััยกััดกร่่อนความเป็็นอยู่่ในช่่วง เวลานั้้นอย่่างเลี่่ยงไม่่ได้้ ซึ่่งสถานที่่ต้้นเหตุุแห่่งนี้้มีีนามว่่า อ่่างเก็็บน้ำำ แก่่งเลิิงจาน สาเหตุุน้ำ ำ� ท่่วมที่่�หนัักที่่�สุุดเท่่าที่่�เคยมีีมา อ่่างเก็็บน้ำำแก่่งเลิิงจาน อยู่่ในอำำเภอเมืือง จัังหวััด มหาสารคาม ซึ่่งสถานที่่แห่่งนี้้เป็็นอ่่างเก็็บน้ำำของจัังหวััด อีีกทั้้งยัังเป็็น สถานที่่สำำหรัับพัักผ่่อนของคนมหาสารคาม พื้้นที่่มีลัีักษณะกว้้างขวาง เหมาะกัับการออกกำำลัังกายหรืือปั่่นจัักรยานชมวิิวทิิวทััศน์์ก็็เหมาะ เช่่นกััน อีีกทั้้งยัังเป็็นที่่ตั้้งของสถานีีประมงเพาะพัันธุ์์ปลาน้ำำจืืดให้้กัับ อีีกหลาย ๆ จัังหวััดในภาคอีีสานอีีกด้้วย เนื่่องจากเมื่่อเดืือนตุุลาคมที่่ผ่่านมา จัังหวััด มหาสารคามได้้เกิิดเหตุุการณ์์วิิกฤตอย่่างที่่ไม่่เคยเป็็นมาก่่อน เพราะ ครั้้งนี้้หนัักกว่่าทุุกครั้้งที่่ผ่่านมา สาเหตุุมาจากน้ำำล้้นอ่่างเก็็บน้ำำ สร้้าง ความเสีียหายในหลาย ๆ พื้้นที่่ เหตุุการณ์์นี้้เกิิดอย่่างกะทัันหัันเจ้้า หน้้าที่่จึึงไม่่สามารถแจ้้งล่่วงหน้้าได้้ว่่าจะเกิิดขึ้้นเมื่่อใด ถืือว่่าเป็็น ปััญหาที่่เกิินกว่่าจะรัับมืือไหวอย่่างทัันท่่วงทีี เหตุุการณ์์นี้้จึึงทำำ ให้้ หน่่วยงานที่่เกี่่ยวข้้องต้้องเตรีียมรัับมืือกัันอย่่างหนัักหน่่วง อิิทธิิพลของพายุุดีีเปรสชััน โนรูู เป็็นอีีกหนึ่่ง สาเหตุุที่่ทำำ ให้้ก่่อเกิิดเหตุุการณ์์น้ำำท่่วมครั้้งนี้้ ทำำ ให้้มีีปริิมาณฝนสููง ด้้านจัังหวััดชััยภูมิูิ และต้้นน้ำำของเขื่่อนอุุบลรััตน์์ ประกอบกัับในพื้้นที่่ จัังหวััดมหาสารคามซึ่่งประสบปััญหาน้ำำท่่วมในพื้้นที่่อยู่่แล้้วเมื่่อรวม กัับมวลน้ำำจำำนวนมากที่่ระบายจากเขื่่อนอุุบลรััตน์์ไหลรวมลงสู่่แม่น้ำ่ ำชีี ส่่งผลให้้ระดัับน้ำำ ในพื้้นที่่จัังหวััดมหาสารคาม สููงขึ้้นอย่่างรวดเร็็วและมีี ฝนตกในพื้้นที่่อย่่างต่่อเนื่่อง มีีปริิมาณน้ำำสะสมค่่อนข้้างมากตามแหล่่ง น้ำำต่่าง ๆ พื้้นที่่ลุ่่มต่ำำ ในหลายจุุด ตั้้งแต่่เดืือนสิิงหาคม พ.ศ. 2565 และ เริ่่มมีีปริิมาณมากจนเข้้าท่่วมในพื้้นที่่บางแห่่ง นายเฉลีียว หวัังค้ำำกลาง หััวหน้้าสำำนัักงาน ป้้องกัันและบรรเทาสาธารณภััย ได้้กล่่าวถึึงสาเหตุุที่่ทำำ ให้้น้ำำล้้น อ่่างว่่า ตั้้งแต่่เดืือนกรกฎาคมที่่ผ่่านมา ที่่จัังหวััดชััยภููมิิได้้เกิิดฝนตก กระหน่ำำอย่่างหนััก ซึ่่งทำำ ให้้ต้้นแม่่น้ำำชีีที่่อยู่่ชััยภููมิิไหลลงมาที่่เขื่่อน อุุบลรััตน์์และเขื่่อนแม่่น้ำำคลอง ในขณะที่่มหาสารคามเจอร่่องมรสุุม กัับพายุุโนรููจนฝนตกอย่่างหนัักอยู่่แล้้ว อีีกทั้้งจัังหวััดชััยภููมิิเป็็นพื้้นที่่ สููงชัันทำำ ให้้น้ำำ ไหลมารวมกัันเรื่่อย ๆ จนมาถึึงจัังหวััดขอนแก่่น และ เกิินความสามารถที่่จะรัับไหวถึึง 110% ทางจัังหวััดขอนแก่่นจึึงปล่่อย น้ำำสมทบกัับน้ำำที่่มาจากชััยภูมิูิ น้ำำจำำนวนมากจึึงมาอยู่่ที่่มหาสารคาม จนน้ำำล้้นอ่่างเก็็บน้ำำ นายประเด็็น พลเหลา นายกองค์์การบริิหารส่่วน ตำำบลแก่่งเลิิงจานยัังบอกอีีกว่่า เมื่่อเวลาน้ำำหลากมาจากตำำ บลโคกก่่อ ซึ่่งไหลมาทางห้้วยคะคางผ่่านสะพานบ้้านท่่าแร่่ ใช้้เวลาประมาณ 2 วััน จึึงจะเต็็มพื้้นที่่อ่่างเก็็บน้ำำถ้้าวัันไหนที่่น้ำำล้้นสปริิงเวย์์ ถนนดอนตููมจะ ถููกตััดขาด ในขณะเดีียวกัันน้ำำ ได้ท่้ ่วมตำำบลแก่่งเลิิงจานตั้้งแต่วั่ ันที่่ 20 สิิงหาคม จนถึึงกลางเดืือนพฤศจิิกายน ทำำ ให้้น้ำำเยอะจนล้้น พื้้นที่่ที่่ กล่่าวมาข้้างต้้นนี้้จึึงไม่่สามารถรองรัับน้ำำ ได้้ ซึ่่งจะมีีผนัังกั้้นน้ำำ เรีียก ว่่าคลองผัันน้ำำจะผัันน้ำำจากอ่่างเก็็บน้ำำแก่่งเลิิงจานลงไปที่่ประตูลำูำน้ำำ ชีี ปรากฏว่่าน้ำำจากภููเฉีียว จัังหวััดชััยภููมิิ และน้ำำจากเขื่่อนอุุบลรััตน์์ ไหลเข้้ามาพร้้อมกัันจะทำำ ให้้ปล่่อยน้ำำลงไม่่ได้้ จึึงทำำ ให้้น้ำำท่่วมอย่่าง เลี่่ยงไม่่ได้้ ทั้้งหมดทั้้งมวลถึึงแม้ว่้่าสาเหตุุของน้ำำท่่วมจะเกิิด จากฝนตกก็จริ็ ิง แต่่สาเหตุที่่น้ำุำระบายได้ช้้้า ใช้้เวลาหลายเดืือนกว่่าน้ำำ จะลดนั้้น เนื่่องจากว่่ากรมชลประทานไม่่มีีความพร้้อมในการระบาย น้ำำ และไม่่มีีความจริิงใจในการบริิหารช่่วยกััน ทางด้้านผู้้ประกอบ การก็็ปััดป่่ายมาให้้ทางอบต. รัับผิิดชอบ ทำำ ให้้อบต. โดนกล่่าวหา ว่่าไม่่มีีระบบในการทำำงาน อีีกทั้้งน้ำำทะลัักทำำ ให้้ถนนบ้้านดอนตููม ขาด สิ่่งนี้้ทำำ ให้้เกิิดความขััดแย้้งของคนในหมู่่บ้้าน เพราะหมู่่บ้้านที่่ อยู่่ทางด้้านบนได้้รัับผลกระทบก่่อนแล้้วและอยากระบายน้ำำออกไป บ้้าง แต่่หมู่่บ้้านที่่อยู่่ท้้าย ๆ ก็็ไม่่อยากให้้น้ำำทะลัักเข้้าไป ซึ่่งปััญหานี้้ กรมชลประทานต้้องมีีคณะกรรมการบริิหารน้ำำจะต้้องอ่่านปััญหาให้้ ขาด ว่่าน้ำำจะมาแค่่ไหน แบบไหน อย่่างไร แล้้วเราจะต้้องรัักษาระดัับ น้ำำ ในอ่่างเก็็บน้ำำแก่่งเลิิงจานไว้้เท่่าไร เพราะเหตุุการณ์์นี้้จะต้้องเป็็น เป้้าหมายหลัักต่่อไป เพื่่อให้้หน่่วยงานทั้้งหมดที่่เกี่่ยวข้้องร่่วมมืือร่่วมใจ กัันคิิดหาทางแก้้ปััญหาเพื่่อในอนาคตข้้างหน้้าจะได้้ไม่่เกิิดเหตุุการณ์์ เช่่นนี้้อีีก เรื่อง ปัทมาภรณ์ รื่นรู้สาร, รัชฎาพรวรรณ มุ่งหมาย, สิทธินนท์ เลาะไธสง สารคดีเชิงข่าว
สารคดีเชิงข่าว 13 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ผลกระทบ…ก่่อให้้เกิิดความทุุกข์์.. ทางด้้านชาวบ้้านตำำบลแก่่งเลิิงจาน ท่่าสองคอน และตำำ บลโคกก่่อ ได้้รัับความเสีียหายเป็็นบางส่่วน ทั้้งในส่่วนบ้้าน เรืือนที่่อยู่่ในพื้้นที่่ใกล้้เคีียงต่่างก็็ได้้รัับผลกระทบเช่่นเดีียวกััน น้ำำที่่ ท่่วมบนถนนเมื่่อมีีรถยนต์วิ่่ ์งผ่่านทำำ ให้้คลื่่นน้ำำเข้้าไปในตััวบ้้าน และยััง มีร้ี้านค้้าในชุุมชนที่่ไม่่สามารถเปิิดร้้านค้้าขายได้้ เนื่่องจากมีีระดัับน้ำำที่่ ท่่วมสููง โดยเฉพาะบ้้านเรืือนที่่มีผู้้ป่ี ่วย ทำำ ให้บ้้ ้านเรืือนได้รั้ับความเสีีย หายกว่่า 13,615 หลััง และด้้านการเกษตรที่่ได้้รัับความเสีียหายจาก น้ำำท่่วมในพื้้นที่่โดยรอบอำำเภอเมืืองมหาสารคาม และอีีก 8 อำำเภอ ในจัังหวััดมหาสารคามได้้แก่่ พื้้นที่่การเกษตร 248,220.13 ไร่่ ด้้าน ประมง 195.25 ไร่่ เกษตรกร 165 ราย และด้้านปศุุสััตว์์ เกษตรกร 1,698 ราย ทำำ ให้้การทำำอาชีีพของชาวบ้้านนั้้นต้้องหยุุดชะงัักด้้วย ความจำำเป็็น ถึึงแม้้ว่่าน้ำำจะท่่วมทุุกปีี แต่่ชาวบ้้านก็็ไม่่เคยเตรีียมรัับ กัับปััญหาที่่เกิิดขึ้้นได้้เลย นอกจากนี้้พื้้นที่่เศรษฐกิิจอย่่างมหาวิิทยาลััย ราชภััฏมหาสารคามได้รั้ับความเสีียหายอย่่างหนัักจากการที่่น้ำำท่่วมใน ครั้้งนี้้ เนื่่องด้้วยมีีการสููบน้ำำออกลงแม่น้ำ่ ำชีีทางประตููระบายน้ำำท่่าสอง คอน โดยระดัับน้ำำ ในคลองสููงต่่อเนื่่องละยัังมีีน้ำำเหนืือไหลมาสมทบ เป็็นจำำนวนมาก ส่่งผลให้้น้ำำ ในคลองไหลล้้นข้้ามคลองผัันน้ำำบางจุุด ทำำ ให้้น้ำำบางส่่วนไหลเข้้าพื้้นที่่ ทำำ ให้้ทางด้้านนัักศึึกษาส่่วนมากได้้รัับ ผลกระทบ ด้้านที่่พัักอาศััย ทรััพย์สิ์ ินได้รั้ับความเสีียหาย และการเดิิน ทางมาเรีียน ทางด้้านนัักศึึกษาที่่ได้รั้ับผลกระทบ ต่่างบอกเป็็น เสีียงเดีียวกัันว่่าน้ำำท่่วมในครั้้งนี้้หนัักที่่สุุดเท่่าที่่เคยมีีมา เพราะอุุทกภััย น้ำำท่่วมของจัังหวััดมหาสารคามในแต่่ละครั้้งก็มั็ ักจะระบายได้้ในระยะ เวลาเพียงสั้น ๆ แต่ในครั้งนี้กลับใช้เวลาร่วม 3 เดือน ทำ ให้ไม่ สามารถเดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัยได้ ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหา มากนักเพราะถึงอย่างไรก็มีการเรียนออนไลน์ แต่ในด้านการใช้ชีวิต ซึ่งสิ่งนี้ค่อนข้างเป็นปัญหาอย่างมาก เนื่องจากจุดที่น้ำ ท่วมอย่าง หนักจะเดินทางด้วยจักรยานยนต์ก็ลำ บาก จะลุยน้ำออกมาก็อาจส่ง ผลกระทบต่อร่างกาย ได้แต่รอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ที่ ให้บริการทางเรือ และถึงแม้บางพื้นที่จะไม่ได้หนักมากเท่าไร แต่ก็ ยังเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตที่หนักที่สุดของจังหวัดมหาสารคาม แก้้ไขปัญัหา และการฟื้นฟู้� ูเยีียวยาแก่ผู้้ ่ ได้รั้ับผลกระทบ... หััวหน้้าสำำนัักงานป้้องกัันและบรรเทาสาธารณภััย ได้้ ดำำเนิินการให้้ความช่่วยเหลืือผู้้ประสบภััยพิบัิติัด้ิ้านเกษตรกรรม ตาม ที่่จัังหวััดได้้ประกาศให้้ความช่่วยเหลืือผู้้ประสบภััยพิิบััติิกรณีีฉุุกเฉิิน (อุุทกภััย) โดยสั่่งให้้หน่่วยงานที่่เกี่่ยวข้้องทั้้งหมดและสำำนัักงานเกษตร จัังหวััดมหาสารคาม สั่่งการให้้สำำนัักงานเกษตรทุุกอำำเภอลงพื้้นที่่ เกษตรกรรมและบ้้านเรืือนที่่ได้้รัับความเสีียหาย มีีการช่่วยเหลืือด้้วย เงิินทดรองราชการเพื่่อช่่วยเหลืือผู้้ประสบภััยพิิบััติิกรณีีฉุุกเฉิิน โดยมีี หลัักเกณฑ์์ให้้ความช่่วยเหลืือผู้้ประสบภััย และจััดการความเหมาะสม ตามระยะเวลาที่่กำำหนด อีีกทั้้งยัังมีีการใช้้เครื่่องจัักรกลสาธารณภััย อาทิิ เครื่่อง สููบน้ำำน้ำำมัันเชื้้อเพลิิง เป็็นต้้น เจ้้าหน้้าที่่จากหน่่วยทหาร และศููนย์์ ป้้องกัันและบรรเทาสาธารณภััยเขต นำำเรืือออกมาช่่วยเหลืือประชาชน ในการเดิินทาง รวมทั้้งการบริิจาคสิ่่งของ เครื่่องอุุปโภคและบริิโภค เพื่่อช่่วยเหลืือผู้้ประสบภััย จากเหตุุการณ์์ในครั้้งนี้้ทางหน่่วยงานที่่เกี่่ยวข้้องได้้ประสาน งานชลประทาน เรื่่องการขุุดลอกขนาดใหญ่่ และเรื่่องระบบการ จััดการน้ำำเพื่่อที่่ว่่าในอนาคตจะได้้รัับมืือกัับเหตุุการณ์์นี้้ได้้ทัันท่่วงทีี ซึ่่งแผนหลััก ๆ ที่่จะทำำก็็คืือ ขุุดลอกอ่่างเก็็บน้ำำแก่่งเลิิงจานเป็็นขนาด ใหญ่่ ขอศููนย์สู์ูบน้ำำที่่บ้้านดอนดู่่ และบล็็อกคอนเวิร์ิ์สสำำหรัับระบายน้ำำ นั่่นเอง ทั้้งหมดนี้้เป็็นการวางแผนจััดการเพื่่อที่่จะแก้้ไขปััญหาน้ำำท่่วม ที่่จะเกิิดขึ้้นได้้ในอนาคต ถึึงแม้ว่้่าอุุทกภััยน้ำำท่่วมจะแก้้ไขค่่อนข้้างยาก เนื่่องจากปััจจััยหลาย ๆ อย่่างแต่่ทางหน่่วยงานที่่เกี่่ยวข้้องก็็ไม่่ได้้นิ่่ง นอนใจแต่่อย่่างใด เพื่่อให้้ประชาชนจัังหวััดมหาสารคามได้้ใช้ชี้วิีิตโดย ได้้รัับผลกระทบน้้อยที่่สุุด ผู้้ที่่ได้้รัับผลกระทบก็็ได้้แต่่หวัังว่่าเหตุุการณ์์เช่่นนี้้จะได้้รัับ การแก้้ไข หรืือพวกเขาจะต้้องพบเจอความทุุกข์์ใจแบบนี้้ต่่อไป ถ้้ายััง เป็็นเช่่นนี้้ไปเรื่่อย ๆ หากไม่่ได้รั้ับการแก้้ไขอย่่างจริิงจััง ก็็คงต้้องหาวิธีิี ปรัับตััวอยู่่กัับเหตุุการณ์์นี้้ให้้ได้้ ทั้้งนี้้เราไม่่สามารถหยุุดภััยพิิบััติิที่่จะเกิิดขึ้้นได้้ ถึึงแม้้สิ่่ง เหล่่านั้้นจะเป็็นปััญหาทำำ ให้้เกิิดความทุุกข์์ร้้อนใจ ทำำ ให้้การใช้้ชีีวิิต ดำำเนิินต่่อไปอย่่างยากลำำบาก ต้้องยอมรัับว่่าภััยธรรมชาติิเป็็นปััญหา ที่่รัับมืือไม่่ได้้เลย แต่ว่่ ่าเราสามารถแก้ปั้ ัญหาในสิ่่งที่่เกิิดขึ้้นแล้้วพร้้อม เผชิิญหน้้าไปกัับมัันได้้
14 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ศูนย์วิจัยหม่อนไหม มมส. สร้างสวยด้วยนวัตกรรมจากรังไหม ผลิิตภััณฑ์บำ์ ำรุุงผิิวหน้้าเป็็นเซรั่่ม สารสกััดจากรัังไหม ให้้คุุณภาพโปรตีีนไหมที่่มากกว่่าสายพัันธุ์์ทั่่วไปถึึง สองเท่่า ผลิิตภััณฑ์์กัันแดด SPF 50 PA+++ สููตร แตกตััวเป็็นละอองน้ำำมีีโปรตีีนที่่สกััดจากรัังไหม สีีชมพูู ครีีมบำำรุุงผิิวหน้้าโปรตีีนไหมผสมอะโวคาโด สเปรย์น้ำ์ ำ โปรตีีนไหม สููตรสำำหรัับผิิวแพ้ง่้่าย อายเจล เจลบำำรุุงผิิวรอบดวงตาโปรตีีนไหม สบู่่ทำำความ สะอาดผิิวหน้้าได้้อย่่างหมดจด ผิิวไม่่แห้้งตึึง และสบู่่ เหลวจากโปรตีีนไหม ทำำความสะอาดผิิวกาย ดร. จิิราภา ได้้เปิิดเผยต่่อว่่า แนวคิิด แปรรููปเริ่่มแรกมาจากผู้้อำำนวยการของศููนย์์ นวััตกรรมหม่่อนไหม นัับตั้้งแต่่ปีี พ.ศ. 2543 เป็็น ความร่่วมมืือของมหาวิิทยาลััยมหาสารคามกัับ มหาวิิทยาลััยเกีียวโต ประเทศญี่่ปุ่่น ซึ่่งในตอนนั้้น ผู้้อำำนวยการศิิริิวััฒน์์เล็็งเห็็นว่่าอยากทำำแบรนด์์ เป็็นของตนเอง จึึงได้้สร้้างแบรนด์์ BBS ขึ้้นมา ซึ่่ง ผลิิตภััณฑ์์แรกเป็็นการทำำสบู่่ออกมาจำำหน่่ายก่่อน ถืือได้้ว่่าเป็็นช่่วงบุุกเบิิกสบู่่โปรตีีนไหม ในช่่วงแรก ของวงการเครื่่องสำำอางไหม ปีี พ.ศ. 2549 ถืือได้้ ว่่า มมส. เริ่่มชููผลิิตภััณฑ์์จากหม่่อนไหมเป็็นเครื่่อง สำำอางจนได้้รัับเสีียงตอบรัับเป็็นอย่่างดีี ต่่อมาได้้มีี การทำำสเปรย์์ออกมาจำำหน่่าย เสีียงตอบรัับถืือได้ว่้่า ดีีมาก เพราะว่่าคนส่่วนใหญ่่ต้้องการปรัับสภาพผิิว ใช้้ได้้ทั้้งชายและหญิิง ต่่อมามีีการเปลี่่ยนผู้้บริิหารที่่ มีีความเชี่่ยวชาญเรื่่องผึ้้ง เนื่่องจากว่่าผู้้อำำนวยการ คนเก่่าได้้เกษีียณอายุุ จึึงได้้มีีการเปลี่่ยนชื่่อใหม่่จาก Bug Bee Shop คืือมีีทั้้งผึ้้งและไหม เป็็น Beauty by silk คืือมีีแค่่หม่่อนไหมเท่่านั้้น ปัจจุับัุันชื่่อร้้านยััง คงเป็็น BBS เหมืือนเดิิม เริ่่มมีียอดขายมากขึ้้น ทางผู้้ บริิหารจึึงต้้องการจะทำำ ให้้มัันเป็็นกิิจจะลัักษณะ ได้้ เริ่่มมีีการให้้ทำำเป็็นโครงการขึ้้นมา เพิ่่มการจ้้างงาน มีีการออกแบบ Product ใหม่่ ๆ อีีกด้้วย นัักวิิจััยศููนย์์ความเป็็นเลิิศทางนวััตกรรม ไหม ได้้เผยเพิ่่มเติิมว่่า ในตอนนั้้นได้้รัับการตอบรัับ ที่่ดีีมากขึ้้น จึึงมีนัีักธุุรกิจต่ิ ่างชาติิเข้้ามาเพื่่อจะนำำ ไป ขายต่่างประเทศ รวมถึึงร้้านสะดวกซื้้ออย่่าง เซ เว่่น อีีเลฟเว่่นก็็มาติิดต่่อเช่่นกััน แต่่เมื่่อสิิบกว่่าปีย้ี้อน หลัังกลัับไป มหาวิิทยาลััยไม่่สามารถเป็็นหน่่วยงานที่่ ทำำกำำ ไรได้้ เพราะมัันไม่่ใช่่ธุุรกิิจส่่วนตััว แต่่เป็็นของ มหาวิิทยาลััย ทำำ ให้้มีีปััญหาเรื่่องของการเสีียภาษีี “นอกเหนืือจากการใช้้ไหมแค่่ในเรื่่องของผ้้าซิ่่นและ เสื้้อผ้้าอาภรณ์์ ยัังมีีเรื่่องของการแปรรููปเป็็นอย่่างอื่่น เช่่นผลิิตภััณฑ์จ์ากการต่่อยอดมาจากการพััฒนางาน วิิจััยหม่่อนไหม คืือ ผลิิตภััณฑ์์เครื่่องสำำอางสามารถ เพิ่่มมููลค่่าได้้ ซึ่่งในต่่างประเทศมีีการใช้กั้ันอย่่างแพร่่ หลาย แม้้ว่่าเมื่่อก่่อนประเทศไทยยัังไม่่มีีส่่วนนี้้ คน ยัังไม่่รู้้จัักที่่จะนำำหม่่อนไหมมาเป็็นผลิิตภััณฑ์์เครื่่อง สำำอาง แต่่ปััจจุุบัันได้้มีีการนำำหม่่อนไหมมาใช้้งาน อย่่างแพร่่หลาย” ดร. จิิราภา กล่่าวอีีกว่่า การสนัับสนุุนการ พััฒนาผลิิตภััณฑ์์ ต้้องตีีโจทย์์ว่่าบริิบทชุุมชนภายใน ประเทศจะทำำผลิิตภััณฑ์์อะไรที่่เป็็นการเพิ่่มมููลค่่าได้้ บ้้าง เพื่่อส่่งเสริิมสัังคมการปลููกหม่่อนเลี้้ยงไหมที่่อยู่่ กัับบริิบทของชุุมชนมานาน โดยเฉพาะในภาคอีีสาน ที่่มีีการปลููกหม่่อนเลี้้ยงไหมมากเป็็นอัันดัับต้้น ๆ ของประเทศ นัักวิิจััยจึึงต้้องคิิดหาวิธีิีการพััฒนาและ สร้้างสรรค์์ผลิิตภััณฑ์์ให้้แปลกใหม่่ ซึ่่งการทำำเครื่่อง สำำอางต้้องดึึงอััตลัักษณ์์และเอกลัักษณ์์ที่่มีีความ แปลกใหม่่ในตลาดออกมา เพราะในวงการเครื่่อง สำำอางมีีการแข่่งขัันสููง หากได้้รัับมาตรฐาน GMP จะเป็็นการยกระดัับอีีกขั้้นหนึ่่ง แต่่อาจจะเป็็นไปได้้ ยากเนื่่องจากว่่ามหาวิิทยาลััยมีีข้้อจำำกััดหลายอย่่าง ผลิิตภััณฑ์์บางอย่่างต้้องการการรัับรองมาตรฐานที่่ สููงขึ้้น อาจต้้องสั่่งจากโรงงานการผลิิต ทั้้งนี้้จำำเป็็น ต้้องนำำสููตรไปให้้กัับโรงงานการผลิิตเครื่่องสำำอาง เนื่่องจากที่่ศููนย์์ความเป็็นเลิิศทางนวััตกรรมไหม สามารถควบคุุมการผลิิตในเรื่่องของความสะอาด และคุุณภาพได้้ดีีกว่่า ดร. จิิราภา ได้้กล่่าวเพิ่่มอีีกว่่า ชนิิดของ หม่่อนไหมที่่ใช้้ในการแปรรููปผลิิตภััณฑ์์ ถ้้าเป็็นโดย ทั่่วไปที่่นี่่มีี 15 สายพัันธุ์์ เพราะในอดีีตมหาวิิทยาลััย มหาสารคามมีีอาจารย์์แยกตััวมาจากกรมหม่่อนไหม และได้้นำำเอาหม่่อนไหมมาเลี้้ยง ส่่วนใหญ่่จะเป็็น ไหมรัังสีีเหลืืองและไหมรัังสีีชมพููโอรส เรีียกว่่าเป็็น ไหมที่่มีีการฟัักออกตลอดปีี ไหมมีีวงจรชีวิีิตประมาณ 1 เดืือน โดยตามหลัักวิิชาการจะมีีไหมที่่ฟัักออก ตลอดปีกัีับไหมที่่มีีระยะฟัักตััวและไหมที่่มีีการจำำศีีล นัักวิิจััยศููนย์์ความเป็็นเลิิศทางนวััตกรรม ไหม กล่่าวเพิ่่มเติิมว่่า คุุณสมบััติิหลััก ๆ ของ ผลิิตภััณฑ์์รัังไหมสีีเหลืืองมีีการนำำมาสกััดเป็็นสาร สำำคััญ ช่่วยในเรื่่องของการต้้านอนุุมููลอิิสระ ทั้้งนี้้มีี งานวิิจััยที่่ได้้รัับการยอมรัับแล้้วว่่ามีีการปกป้้องรัังสีี UV และช่่วยในเรื่่องของการผลััดเซลล์์ผิิวด้้วย หาก มองในอนาคตอาจจะต้้องร่่วมมืือกัับนัักวิิจััยต่่างชาติิ เพื่่อการพััฒนาผลิิตภััณฑ์์ให้้มีีคุุณภาพยิ่่งขึ้้น นายสุุวััฒน์์ พรมมา ฝ่่ายเลี้้ยงไหม ได้้ให้้ ข้้อมููลว่่าศููนย์์ความเป็็นเลิิศทางนวััตกรรมไหม มมส. มีีกระบวนการการเลี้้ยงไหมที่่พิถีิพิีถัิันเพื่่อให้้เกิิดเป็็น รัังไหมที่่มีีคุุณภาพ การพััฒนาสายพัันธุ์์เป็็นส่่วนที่่ สำำคััญ เริ่่มต้้นจากการคััดเลืือกพ่่อพัันธุ์์แม่่พัันธุ์์ด้้วย การปาดรัังไหมและทำำการฟัักรัังไข่ด้่ ้วยกระบวนการ ทางวิิทยาศาสตร์์ต่่าง ๆ เพื่่อให้้เกิิดสายพัันธุ์์ที่่แข็็ง แรงจึึงต้้องคััดเลืือกสายพัันธุ์์ ปรัับปรุุงสายพัันธุ์์ ศููนย์์ความเป็็นเลิิศทางนวััตกรรมไหม มหาวิิทยาลััยมหาสารคาม (มมส.) ได้้พััฒนางาน วิิจััยหม่่อนไหมจนสามารถนำำ ไปต่่อยอดสู่่ผลิิตภััณฑ์์ เครื่่องสำำอางแบรนด์์ Beauty by Silk ผ่่านการ แปรรููปเพื่่อสร้้างมููลค่่าเพิ่่มให้้แก่่ผลิิตภััณฑ์์ต่่าง ๆ ณ ปััจจุุบััน ภายใต้้การกำำกัับดููแลของ มมส. ฝ่่าย เลี้้ยงไหมเผยกระบวนการเลี้้ยงไหมให้้ได้้รัังไหมที่่มีี คุุณภาพ นัักวิิชาการยัันผลิิตภััณฑ์์มีีความปลอดภััย ต่่อผู้้บริิโภค ศููนย์์ความเป็็นเลิิศทางนวััตกรรมไหม มหาวิิทยาลััยมหาสารคาม (มมส.) ได้้พััฒนางาน วิิจััยหม่่อนไหมจนสามารถนำำ ไปต่่อยอดสู่่ผลิิตภััณฑ์์ เครื่่องสำำอางแบรนด์์ Beauty by Silk ผ่่านการแปรรููป เพื่่อสร้้างมููลค่่าเพิ่่มให้้แก่่ผลิิตภััณฑ์ต่์ ่าง ๆ ณ ปัจจุับัุัน อยู่่ภายใต้้การกำำกัับดููแลของ มมส. นางสาวสุุพััตรา บุุตราช เจ้้าหน้้าที่่วิิจััย หม่่อนไหม กล่่าวว่่า ในส่่วนของการพััฒนาผลิิตภััณฑ์์ เครื่่องสำำอางต่่อยอดจากงานวิิจััยเป็็นผลิิตภััณฑ์์ เครื่่องสำำอางที่่ได้้มาจากรัังไหมสีีเหลืือง จะมีี ผลิิตภััณฑ์์ทั้้งหมด 7 รายการ ส่่วนรัังไหมตััวใหม่่ที่่ เกิิดจากสายพัันธุ์์พััฒนาจะเป็็นรัังไหมสีีชมพููออก โอรส ได้้เป็็นผลิิตภััณฑ์์ออกมา 2 ตััวคืือ เซรั่่มบำำรุุง ผิิวและครีีมกัันแดด จากงานวิิจััยตััวล่่าสุุดผลิิตภััณฑ์์ สามารถป้้องกัันรัังสีีจากแสงแดดได้้ทั้้ง UVA, UVB และแสงอิินฟราเรดด้้วยนวััตกรรม Hybrid สามารถ รวมได้้ทั้้ง Physical Sunscreen และ Chemiical Sunscreen เมื่่อใช้้ทาผิิวสามารถออกไปข้้าง นอกร่่มได้้โดยไม่ต้่ ้องกลััวผิิวเสีียจากรัังสีี UV เป็็นได้้ ทั้้งครีีมกัันแดดและบำำรุุงผิิวไปในตััว มีีสารสกััดหลััก ๆ อยู่่2 ตััวจากรัังไหม และมีีผลไม้้ตระกููลเบอร์์รี่่7 ชนิิดร่่วมด้้วย เป็็นผลิิตภััณฑ์์ที่่เข้้มข้้นและเห็็นผล เน้้นฟื้้�นบำำรุุงและลดริ้้วรอยเป็็นหลััก ดร. จิิราภา บุุติิมาลย์์ นัักวิิจััยศููนย์์ความ เป็็นเลิิศทางนวััตกรรมไหม ได้้เปิิดเผยว่่า ปััจจุุบััน ศููนย์์ความเป็็นเลิิศทางนวััตกรรมไหม มีีแนวคิิดต่่อยอด และพััฒนางานวิิจััยหม่่อนไหมเรื่่อยมา จนนำำ ไปสู่่ การแปรรููปเป็็นผลิิตภััณฑ์์เครื่่องสำำอางบำำรุุงผิิวหน้้า โดยใช้้สารสกััดจากรัังไหม ไม่่มีีแอลกอฮอล์์ ซิิลิิโคน และสารกัันเสีียพาราเบน มีีผลิิตภััณฑ์์ 7 รายการ ซึ่่งแต่่ละรายการจะมีคุีุณสมบัติัิแตกต่่างกัันไป ได้้แก่่ ศูนย์ความเป็นเลิศทางนวัตกรรมไหม นักวิจัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ศูนย์ความเป็น เลิศทางนวัตกรรมไหม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ให้ข้อมูลการต่อยอดพัฒนางานวิจัยหม่อนไหม ผ่านการแปรรูปเพื่อ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ พร้อมแจงคุณสมบัติที่ดีจากรังไหม อ่านต่อหน้า 15
15 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 โสนอัฟริกัน... เปลี่ยนดินเสียเป็นดินดีได้ “ดิิน” ไม่่ใช่่แค่่ก้้อนดิินธรรมดา เป็็น ปััจจััยหนึ่่งในการทำำเกษตรกรเลยก็็ว่่าได้้ ในดิินมีี สารอาหารมากมายที่่มีีผลต่่อพืืช ให้้การเจริิญเติิบโต เพิ่่มผลผลิิตที่่สวยงาม เพื่่อนำำ ไปค้้าขายสร้้างรายได้้ ถึึงแม้จ้ะมีีสารอาหารตามธรรมชาติิแล้้ว สิ่่งที่่สำำคััญ เราต้้องดููแลดิินให้้พื้้นที่่ทำำการเกษตร อย่่าปล่่อยให้้ ดิินเสื่่อมสภาพและทางที่่ดีีเราควรใช้้วััสดุุธรรมชาติิ ที่่ไม่่ทำำร้้ายดิิน และด้้วยนวััตกรรมที่่ก้้าวหน้้ามีีการ ผลิิตปุ๋๋�ยหรืือสารเคมีต่ี่าง ๆ เข้้าในดิิน เพื่่อเสริิมสร้้าง แหล่่งสารอาหารให้้ดิินมากเกิินไป ทำำ ให้้คุุณสมบััติิ ของดิินเปลี่่ยนแปลงและเป็็นอัันตรายต่่อพืืชที่่เจริิญ เติิบโตในพื้้นดิินทำำการเกษตร อีีกทั้้งยัังทำำ ให้้ดิินไม่่ เหมาะที่่จะนำำ ไปใช้้ประโยชน์์ในด้้านอื่่น ๆ อีีก ปััญหาดิินเสีียพบเจอได้้หลายสาเหตุุ เนื่่องจากชาวเกษตรกรใช้้สารเคมีีเป็็นจำำนวนมาก ทำำ ให้้ดิินเสื่่อมสภาพเร็็วกว่่าปกติิ เพราะในดิินจะมีี แร่่ธาตุุอาหารและจุุลิินทรีีย์์ เนื่่องจากมีีการใช้้สาร เคมีีที่่มีีปริิมาณมากจะทำำ ให้้ดิินมีีสารเคมีีตกค้้าง โรคหลากชนิิดจะสะสมอยู่่ในดิิน ซึ่่งจะเป็็นอัันตราย เมื่่อพืืชในไร่่เป็็นโรค และอีีกหนึ่่งสาเหตุุก็็คืือ แมลง ชนิิดต่่าง ๆ ที่่เข้้ามาทำำลายพืืช ผััก และผลไม้้ของ ชาวเกษตรกร จึึงหัันมาใช้้สารเคมีจำีำนวนมาก ทำำ ให้้ ผลผลิิตมีีสารพิิษรวมอยู่่ด้้วย ทั้้งยัังทำำ ให้้ต้้นทุุนสููง ไม่่คุ้้มกัับการลงทุุน จึึงทำำ ให้้มีีการพึ่่งสารเคมีีมาก ขึ้้น แต่่คนส่่วนมากที่่ยัังไม่่รู้้ว่่าพืืชบางชนิิดสามารถ นำำมาทำำเป็็นปุ๋๋�ยได้้และยัังเปลี่่ยนดิินเสีียที่่มีีสารเคมีี ผสมอยู่่ให้้กลัับมาเป็็นดิินดีีอย่่าง ต้้นโสนอััฟริิกััน เป็็นอีีกทางเลืือกหนึ่่งในการลดต้้นทุุนและสารเคมีีได้้ การใช้้ปุ๋๋�ยเคมีีเป็็นวิิธีีการที่่ สะดวกและเห็็นผลชััดเจนในการเพิ่่มผลผลิิตข้้าว และพืืชชนิิดอื่่น พััฒนาทางเลืือกอื่่นของการจััดการ ธาตุุอาหาร เช่่น การใส่่ปุ๋๋�ยพืืชสดในนาข้้าวไม่่ได้้รัับ ความสนใจจากเกษตรกรเท่่าที่่ควร แต่่หลัังจากเกิิด วิิกฤติิการณ์์ทางเศรษฐกิิจ ทำำ ให้้ราคาปุ๋๋�ยเคมีีสููงขึ้้น เกษตรกรเริ่่มให้้ความสนใจกัับวิิธีีการที่่ทดแทนการ ใช้้ปุ๋๋�ยเคมีีเพื่่อเพิ่่มผลผลิิตพืืชไร่่ของตััวเอง มาทำำความรู้้จัักพืืชชนิิดนี้้กััน โสนอััฟริกัินั เป็็นพืืชตระกููลถั่่ว ต้้นโสนอััฟริิกัันจะเริ่่มออกดอก ช่่วงเดืือนกัันยายน ตััวฝัักจะเก็็บได้้ช่่วงเดืือน พฤศจิิกายน เมล็็ดของมัันจะค่่อย ๆ แก่่ สามารถเก็็บ พร้้อมกัันได้้ ที่่สำำคััญควรเก็็บในช่่วงเช้้าเพราะจะลด การแตกและการร่่วงหล่่นของเมล็็ดได้้ ฝัักของโสน อััฟริิกัันจะสุุกแก่่ไม่่พร้้อมกััน ฝัักจะเริ่่มสุุกแก่่จาก โคนไปยอดต้้น โดยสัังเกตได้จ้ากสีฝัีักที่่เปลี่่ยนเป็็นสีี น้ำำตาล ต้้นโสนอััฟริกัิันอาจจะยัังไม่่เป็็นที่่รู้้จัักในหมู่่ มาก แต่่ได้รั้ับการสนัับสนุุนให้้ปลููกเป็็นพืืชหมุุนเวีียน เพราะเป็็นพืืชที่่เมื่่อถููกไถกลบแล้้วจะมีีการสลาย ตััวเข้้าไปในดิิน การดููดซึึมของพืืชชนิิดนี้้จะเติิมแร่่ ธาตุุในดิิน ได้้แก่่ อาหารพืืช ไนโตรเจน ฟอสฟอรััส และโพแทสเซีียม โสนอััฟริิกัันทำำ ประโยชน์์ให้้กัับที่่ นาที่่ทำำกิินได้้เยอะมาก เพราะเป็็นอีีกทางเลืือกที่่ จะนำำพืืชชนิิดนี้้มาปลููกเพื่่อพััฒนาดิินโดยการไม่่ใช้้ สารเคมีีเข้้ามาช่่วย นิิยมปลููกเป็็นปุ๋๋�ยพืืชสดสามารถ ปลููกหมุุนเวีียนสลัับกัับพืืชไร่่ชนิิดอื่่น ได้้แก่่ ปลููก ข้้าว ข้้าวโพด และอ้้อย ระยะในการปลููกของพืืช โสนอััฟริิกัันนั้้น ต้้องปลููกช่่วงเดืือนเมษายนจนถึึง เดืือนมิิถุุนายน เพื่่อให้้ได้้มีีการเจริิญเติิบโตก่่อนที่่ จะมีีการไถกลบเพื่่อทำำเกษตรอย่่างอื่่น หลัังจากเมล็็ดงอก การดููแลรัักษาแปลง โสนอััฟริิกัันไม่่ได้้ยากอย่่างที่่คิิด ต้้นโสนสามารถ เจริิญเติิบโตได้้ดีีในต้้น ฤดููฝน ข้้อควรระวััง คืือ อย่่า ให้น้ำ้ ำท่่วมขัังหลัังจากหว่่านเมล็็ด จะเจริิญเติิบโตช้้า ใน 30 วัันแรก หลัังจากนั้้นจะเจริิญเติิบโตเร็็วและมีี ความสููงถึึง 2 เมตร เมื่่ออายุุ 55-60 วััน ก็็สามารถ ไถกลบโดยใช้้รถไถเดิินตามทัันทีีพร้้อมกัับการเต รีียมดิินทำำการเกษตรได้้ หรืืออาจจะหมัักทิ้้งไว้้ใน พื้้นที่่การเกษตรประมาณ 1-2 วััน ถึึงจะสามารถ ทำำการปลููกพืืชไร่่ได้้ โสนอััฟริิกัันเป็็นพืืชตระกููลถั่่ว ที่่เป็็นตััว เลืือกให้้กัับชาวเกษตรกรอีีกทางเลืือกหนึ่่งได้้ดีี ใน ปััจจุุบัันมีีการใช้้โสนอััฟริิกัันอาจจะยัังไม่่แพร่่หลาย ในพื้้นที่่การทำำเกษตรมากนััก พืืชชนิิดนี้้มีีประโยชน์์ มากมายให้กั้ับดิินและสามารถลดต้้นทุุนในการซื้้อได้้ ดิินในที่่ทำำมาหากิินของเราก็็จะปลอดสารเคมีี และ ยัังได้้รัับแร่่ธาตุุที่่มีีประโยชน์์อีีกมากมาย และผสมสายพัันธุ์์หม่่อนไหมเพื่่อให้้ได้้คุุณสมบััติิ ที่่ดีีที่่สุุด ซึ่่งสามารถนำำมาต่่อยอดเป็็นผลิิตภััณฑ์์ ได้้ โดยผลิิตภััณฑ์จ์ากรัังไหมนั้้นจะแบ่่งเป็็น 2ส่่วน คืือ 1) การทำำผลิิตภััณฑ์์เครื่่องสำำอางจากสารสกััด จากรัังไหม 2) การทำำผลิิตภััณฑ์์ที่่เกี่่ยวข้้องกัับ ผ้้าไหม ในตอนนี้้มีีการรัักษาอยู่่ทั้้งหมด 15 สาย พัันธุ์์ซึ่่งในประเทศไทย มีีหลายร้้อยสายพัันธุ์์ซึ่่ง มีีแค่่ 4-5 สายพัันธุ์์หลััก ๆ ที่่เลี้้ยงไว้้ จะเห็็นได้้ ว่่ามีีความแตกต่่างจากสายพัันธุ์์ทั่่ว ๆ ไป วงจร ชีีวิิตหนอนไหม คืือระยะไข่่ ระยะตััวหนอน ระยะ ดัักแด้้ และระยะผีีเสื้้อ ซึ่่งระยะตััวหนอนจะแบ่่ง ออกเป็็น 5 วััย คืือวััยที่่ 1 2 และ 3 เรีียกว่่าวััย อ่่อน จะใช้ห้้ ้องเล็็กในการอนุรัุักษ์์เป็็นเวลา 11-12 วััน หลัังจากนั้้นวััยที่่ 4 และวััยที่่ 5 เรีียกว่่าวััยแก่่ ในระยะยาวที่่นี่่มีีการเลี้้ยงหนอนไหมได้ดี้ีกว่่าที่่อื่่น เพราะมีอุีุปกรณ์ที่่ ์สามารถจะใช้้ให้้เกิิดประโยชน์์ใน การเลี้้ยงไหมได้้สะดวกที่่ศููนย์์ความเป็็นเลิิศทาง นวััตกรรมไหม นายสุวัุัฒน์์ พรมมา กล่่าวว่่า ทั้้งนี้้จะเห็็น ได้้ว่่ารัังไหมจากศููนย์์ความเป็็นเลิิศทางนวััตกรรม ไหม มมส. นั้้นสามารถแปรรููปเป็็นผลิิตภััณฑ์์ได้้ หลายอย่่าง ได้้แก่่ ผลิิตภััณฑ์์เครื่่องสำำอางที่่เกิิด จากสารสกััดจากรัังไหมและผลิิตภััณฑ์์ผ้้าไหมที่่ เกิิดจากการสาวไหมจากรัังไหม นอกจากนี้้ยัังมีี การเลี้้ยงรัังไหมอย่่างพิถีิพิีถัิันเพื่่อนำำ ไปแปรรููปเป็็น ผลิิตภััณฑ์์ที่่ดีีออกสู่่สัังคมต่่อไป ด้้าน รศ.ดร. วััลยา สุุทธิิขำำ อาจารย์์ สาขาวิิทยาศาสตร์์เคมีีและเภสััชศาสตร์์ ได้้ให้้ ข้้อมููลในส่่วนของความปลอดภััยของผลิิตภััณฑ์์ และคุุณสมบััติิทั่่วไปของไหมว่่า ไหมเป็็นโปรตีีน เพราะฉะนั้้นจึึงเป็็นสารเคมีีธรรมชาติิ หมายความ ว่่า เป็็นโมเลกุุลธรรมชาติิ โปรตีีนของไหมเมื่่อ สกััดออกมาแล้้ว จะเป็็นโปรตีีนที่่องค์์การอาหาร และยา (อย.) ทั้้งของสาธารณรััฐญี่่ปุ่่นรวมถึึงของ ประเทศไทยได้้รัับรองว่่าปลอดภััยจาก FDA ทุุก ที่่ยอมรัับให้้ใช้้กัับมนุุษย์์ได้้ ด้้วยกระบวนการเลี้้ยง ไหมมีีความสะอาดด้้วยตััวเอง เนื่่องจากไหมกิิน แต่่ใบหม่่อน ถ้้าใบหม่่อนมีียาฆ่่าแมลงปนเปื้้�อนไป ไหมจะไม่่สามารถมีีชีีวิิตรอดอยู่่ได้้ ดัังนั้้นจึึงเป็็นตััว คััดกรองให้้เราอีีกระดัับหนึ่่งว่่ารัังไหมนั้้นปลอดภััย ทั้้งในแง่่ของคนเลี้้ยงไหมและคนแปรรููปไหมจะ ปลอดภััยในกระบวนการทำำงานที่่ไม่่มีีการใช้้สาร เคมีีอัันตราย หรืือขั้้นตอนที่่อัันตรายเพราะฉะนั้้นผู้้ ใช้้ก็็จะปลอดภััยจากตััวผลิิตภััณฑ์์ที่่ปลอดภััยอย่่าง ที่่กล่่าวมาข้้างต้้นเช่่นเดีียวกััน รศ.ดร. วััลยา ได้้อธิิบายว่่า ไหมเป็็น โปรตีีน โดยธรรมชาติิโปรตีีนตััวนี้้ดึึงดููดโดยสร้้าง พัันธะกัับน้ำำ ในบรรยากาศได้้ดีี ทำำ ให้้เครื่่องสำำอาง ที่่มีีไหมเป็็นส่่วนผสม ช่่วยรัักษาความชุ่่มชื้้นให้้กัับ บริิเวณผิิว ส่่วนนี้้จะเป็็นคุุณสมบััติิที่่ดีีของการทำำ เครื่่องสำำอางและยัังมีีฤทธิ์์อื่่น ๆ อีีก ไม่่ว่่าจะเป็็น ฤทธิ์์การต้้านอนุุมููลอิิสระ ช่่วยชะลอการเกิิดริ้้ว รอยบนใบหน้้า คืือ ทำำ ให้้เซลล์์แก่่ช้้าลง รวมทั้้งยัังมีี คุุณสมบัติัอื่่ ิน ๆ ที่่เป็็นข้้อดีอีีกมากเกี่่ยวกัับกรณีีของ ไหม เช่่น ลดการอัักเสบ เป็็นต้้น รศ.ดร. วััลยา ได้้อธิิบายเพิ่่มเติิมถึึงในส่่วน ข้้อเสีียของไหมไว้้ว่่า เนื่่องจากว่่าไหมสามารถใช้้ ประโยชน์์ได้้ทุุกส่่วน ถ้้าเทีียบกัับสารสกััดอื่่น ๆ ที่่ ใช้้ในอุุตสาหกรรมเครื่่องสำำอาง เรีียกได้้ว่่าไหมมีีข้้อ จำำกััดมากกว่่า คืือตอนนี้้ถ้้าจะนำำ ไหมมาเป็็นอาหาร จะใช้้ได้้แค่่ตััวหนอน หรืือดัักแด้้ที่่นำำมาเป็็นอาหาร ตััวรัังที่่เป็็นเส้้นใยใช้้ในเครื่่องสำำอางหรืือเครื่่องนุ่่ง ห่่มได้้เท่่านั้้น แต่ยั่ ังเป็็นอาหารไม่่ได้้ จึึงเป็็นข้้อจำำกััด มากกว่่าข้้อเสีีย อาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและ เภสัชศาสตร์ ได้เสริมว่า มีรายงานการวิจัยจำำนวนไม่ น้อยบอกไว้ว่าหนอนไหมมีสารสำำคัญในตัวที่ต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ หรือหนอนไหมสร้างออก มาเป็นเส้นใยในรังไหม เช่น สกัดเป็นสารสีเหลือง จากไหมพันธุ์ไทยแท้ สารสีเหลืองสามารถเป็นสารที่ ช่วยในเรื่องการมองเห็น ถนอมดวงตา สามารถสกัด ลูทีนออกมาจากไหมได้ และยังมีโปรตีนอื่น ๆ ที่เป็น ประโยชน์อีกมาก การประยุกต์ใช้ไหมนั้นได้นำำมาใช้ ตั้งแต่เป็นวัสดุทางการแพทย์ เช่น เส้นใยข้างในของ รังไหมนำำเอาไปละลาย พอละลายเสร็จก็ขึ้นรูปใหม่ เช่น ฟิล์มบาง ๆ แผ่นแปะที่เรียกว่า ไฮโดรเจล ซึ่งดูด ซับน้้ำำได้ดี แผ่นปิดแผลจะทำำให้ช่วยรักษาความชุ่ม ชื้นให้กับแผล หรือขึ้นรูปเป็นคอนแทคเลนส์ เพราะ ฉะนั้นคุณสมบัติเหล่านี้ทำำเป็นคอนแทคเลนส์ แผ่น ปิดแผล หรือเป็นฟิล์มได้ ด้้านนิิสิิต มมส. ได้้ให้้ความคิิดเห็็นว่่าการ พััฒนางานวิิจััยหม่่อนไหมต่่อยอดไปเป็็นผลิิตภััณฑ์์ เครื่่องสำำอางแบรนด์์ Beauty by Silk มีีความ น่่าสนใจ เพราะเป็็นผลิิตภััณฑ์์เครื่่องสำำอางที่่ทำำมา จากวััตถุุดิิบธรรมชาติิ มีีงานวิิจััยรัับรอง ทั้้งยัังมีีการ ทดสอบความเหมาะสมต่่อสภาพผิิวการใช้้งานของผู้้ ใช้้ผลิิตภััณฑ์์ว่่าไม่่มีีอาการแพ้้แต่่อย่่างใด นอกจากนี้้ ผลิิตภััณฑ์์ Beauty by Silk อาทิิ เซรั่่มบำำรุุงผิิวหน้้า สารสกััดจากรัังไหม ให้้ คุุณภาพโปรตีีนไหมที่่มากกว่่าสายพัันธุ์์ทั่่วไปถึึงสอง เท่่า และผลิิตภััณฑ์์กัันแดดสููตรแตกตััวเป็็นละออง น้ำำ ที่่มีีสาร Hydrolyzed Sericin เป็็นโปรตีีน ที่่สกััดจากรัังไหมสีีชมพูู ที่่เกิิดจากการพััฒนาสาย พัันธุ์์ไหมของนายสุุวััฒน์์ พรมมา ซึ่่งในผลิิตภััณฑ์์ กัันแดดยัังมีีประสิิทธิิภาพปกป้้องผิิวจากรัังสีี UVB ที่่เป็็นสาเหตุุของการเกิิดมะเร็็งผิิวหนัังและฝ้้าแดด สำำหรัับผู้้ที่่สนใจศึึกษาข้้อมููลประโยชน์์ เกี่่ยวกัับหม่่อนไหม รวมไปถึึงผลิิตภััณฑ์์อื่่น ๆ จาก แบรนด์์ Beauty by Silk สามารถเข้้าไปติิดตาม ข่่าวสารและข้้อมููลเพิ่่มเติิมของผลิิตภััณฑ์์ได้้ที่่ศููนย์์ ความเป็็นเลิิศทางนวััตกรรมไหม มมส. หรืือทาง เพจ Facebook beauty by Silk สามารถเพิ่่ม เพื่่อนได้้ที่่ Line: msu-beautybysilk หรืือโทร 043-754314, 061-4480090. หม่อนไหม ต่อจากหน้า 14 ภาพจาก: http://surl.li/fglqn เรื่อง ปัทมาภรณ์ รื่นรู้สาร
16 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ณ พื้้นที่่ในชนบท หมู่่บ้้านตั้้งเรีียงรายอยู่่บนเนิินเขารายล้้อม ด้้วยภููเขาลููกน้้อยลููกใหญ่่ตััดสลัับกััน เบื้้องหน้้าของเด็็กหนุ่่มคืือภาพ บรรยากาศที่่ยัังคงวนเวีียนอยู่่ในความทรงจำำเมื่่อยี่่สิิบปีีก่่อน ตั้้งแต่่เขาจำำความได้้ ความทรงจำำของเด็็กน้้อยมีีเพีียงคุุณ ตาเท่่านั้้น เราอาศััยอยู่่บ้้านพัักหลัังเล็็ก ๆ ท้้ายหมู่่บ้้าน หน้้าบ้้านหลััง เล็็กหลัังนี้้ไม่่มีีบ้้านของเพื่่อนบ้้านอาศััยอยู่่มีีเพีียงทุ่่งนาที่่ตอนนี้้ออก รวงสีีทองอร่่ามทั่่วทุุกผืืนนา รอบข้้างที่่เต็็มไปด้้วยทุ่่งนาสีีทองอร่่ามมีี เพีียงด้้านหลัังเท่่านั้้นที่่เป็็นสีีเขีียวครึ้้มของต้้นไม้้ขนาดใหญ่่ บ้้านหลััง นี้้ถููกตั้้งอยู่่ท่่ามกลางธรรมชาติิที่่อุุดมสมบููรณ์์ทำำ ให้้คนอย่่างปัันฝัันรััก สถานที่่แห่่งนี้้มาก “ตาครับ ทำำหางว่าวให้ผมหน่อย” “ฮ่าฮ่า เดี๋ยวตาทำำให้ยาวๆ เลยนะ” “ครับ” เขาพูดพลางส่งยิ้มหวานไปหาตา เราสองคนตาหลานกำำลัังช่่วยกัันติิดหางว่่าวที่่ตาเพิ่่งทำำ ขึ้้น ก่่อนจะมุ่่งหน้้าวิ่่งไปตามคัันนากัับกานเก้้า เพื่่อนคนเดีียวของเขา ใกล้้เข้้าสู่่ฤดููหนาวแล้้ว บรรยากาศที่่อยู่่ท่่ามกลางธรรมชาติิ แบบนี้้ทำำ ให้้มีีสายลมอ่่อน ๆ พััดมาตลอด พวกเขาสองคนจึึงชอบนำำ ว่่าวมาเล่่นแข่่งกัันเป็็นประจำำบ้้านของกานเก้้าเป็็นร้้านขายอุุปกรณ์์ สำำหรัับตกปลา ซึ่่งเป็็นร้้านเดีียวที่่ขายในหมู่่บ้้านนี้้และละแวกใกล้้ เคีียง ตาของเขาและตาของกานเก้้าสนิิทกัันจึึงทำำ ให้้พวกเขาพลอย สนิิทกัันไปด้้วย ช่่วงฤดููหนาวเรามัักจะชอบนั่่งผิิงไฟ ชมดาวกัันบ่่อย ๆ บ้้าน พวกเขาห่่างกัันพอสมควร แต่่กานเก้้ามัักจะมาเล่่นกัับเขาเป็็นประจำำ บางวัันถึึงมืืดค่ำำก็็มีี แล้้วตาของกานเก้้าก็็มัักจะขี่่จัักรยานสีีเขีียวอ่่อน มารัับเขากลัับเป็็นประจำำ “วันนี้ฉันจะนอนกับนาย” กานเก้าพูดขึ้นขณะนั่งมองหน้า เขา “ตานาย ได้้เฉดหััวนายทิ้้งแน่่” “ฉัันบอกตาไว้้แล้้วและเตรีียมเสื้้อผ้้ามาแล้้วด้้วย” พร้้อม กัับชููมัันขึ้้นมาให้้เขาดูู ปัันฝัันไม่่ตอบ พลางคิิดในใจแล้้วอมยิ้้มขำำ ‘ว่่าแล้้วทำำ ไมพก กระเป๋๋าใบใหญ่่มาด้้วย’ ทอดไข่่ใบชะอม ลาบหมูู ซุุปหน่่อไม้้ พร้้อมผััก สด ๆ หลัังสวนที่่ปัันฝัันเป็็นคนดููแล เขาชอบการที่่ได้้อยู่่กัับธรรมชาติิ ไม่่ชอบเมืืองหลวงหรืือพื้้นที่่ที่่มีีผู้้คนแออััด เขาจึึงมีีความสุุขมากที่่ได้้ เติิบโตและอาศััยอยู่่ที่่แห่่งนี้้ หลีีกหนีีจากเมืืองที่่วุ่่นวายเข้้าไปภายในห้้องพัักแคบ ๆ ที่่ เขาเช่่าไว้้สำำหรัับนอนพัักด้้วยราคาที่่ถููกและไม่่ห่่างไกลบริิษััททำำงาน นััก ทำำ ให้้เขาไม่ต้่ ้องนั่่งรถเมล์ที่่ ์แออััดและวิินมอ’ไซค์ที่่ขั์ ับรถเฉี่่ยวซ้้าย เฉี่่ยวขวา เขาไม่่ชอบแบบนี้้เลย เขาอยากกลัับบ้้าน อยากให้้ตาอยู่่ด้้วย กัันเหมืือนแต่่ก่่อน ทุุกอย่่างคงดีีกว่่านี้้ถ้้ามีีตาอยู่่ด้้วย เขานั่่งพิิงเตีียง ขนาดเล็็ก น้ำำตาเริ่่มเอ่่อคลอมากขึ้้นเมื่่อคิิดถึึงวัันวาน ปัันฝัันเลืือกที่่จะมาทำำ งานภายในเมืืองใหญ่่ ด้้วยปััจจััย หลาย ๆ ด้้าน ทำำ ให้้เขาต้้องหอบกระเป๋๋าใบใหญ่่เข้้าเมืืองกรุุง เขาไม่่ ชอบชีีวิิตความเป็็นอยู่่ของที่่นี่่แม้้แต่่น้้อย แต่่หลายเหตุุผลทำำ ให้้เขา ต้้องเลืือกที่่จะเดิินหน้้าออกมา หากพอคิิดถึึงเรื่่องราวเมื่่อครั้้นวััยเด็็ก ก็็มัักทำำ ให้้เขาร้้องไห้้ฟููมฟายทุุกครั้้งไป กริ๊๊�ง กริ๊๊�ง เสีียงโทรศััพท์์ดัังขึ้้น พร้้อมข้้อความสนทนาของ ใครบางคน ‘เป็็นไงบ้้าง ที่่�นี่่�เงีียบมากเลยเมื่่�อนายไม่่อยู่่’ ‘อืืม ฉัันสบายดีี’ ‘งั้้�นก็็ดีีแล้้วละ ว่่างๆ ก็็กลัับมาเยี่่�ยมกัันบ้้างนะ’ ‘ได้้สิิ’ หลัังจบประโยค เขาก็็ปิิดหน้้าจอโทรศััพท์์มืือถืือลง ทัันทีี หากคิิดถึึงเรื่่องราวฤดููร้้อนเมื่่อ 20 ปีีก่่อน มัันคงดีีไม่่น้้อยหาก ได้้ย้้อนเวลากลัับไปอยู่่ในเหตุุการณ์์นั้้นอีีกครั้้ง ฤดููร้้อนเป็็นช่่วงที่่ปัันฝัันชอบมากที่่สุุด ความจริิงเขาก็็ชอบ เกืือบจะทุุกฤดููกาลนั้้นแหละ เพีียงแต่่ฤดููร้้อนเขาสามารถทำำกิิจกรรม ต่่าง ๆ ได้้มากกว่่าฤดููอื่่นเท่่านั้้นเอง ตอนนี้้เขาโดนกานเก้้า ฉุุดกระชากลากดึึงมาที่่บึึงน้ำำขนาด ใหญ่่ ซึ่่งอยู่่อีีกฟากหนึ่่งของหมู่่บ้้าน ที่่บริิเวณนี้้เป็็นสถานที่่ตกปลายอดฮิิต ของเหล่่าลุุง ๆ ที่่มัักมานั่่งตกปลาบริิเวณนี้้เพื่่อนำำมัันไปประกอบอาหาร ส่่วนที่่เหลืือก็นำ็ ำมัันไปขายที่่ตลาดกลาง สำำหรัับเขาสองคนจะเรีียกว่่า มาตกปลาคงไม่่ใช่่เพราะยัังตััวเล็็กตััวป้้อมกัันอยู่่เลย พวกเขาสองคน จึึงได้้แต่่ตามคุุณตามาที่่บึึงแห่่งนี้้ บริิเวณบึึงแห่่งนี้้มีีพื้้นที่่มากพอที่่จะ ทำำ ให้้เขากัับกานเก้้าวิ่่งเล่่นกัันจนเหนื่่อย หญ้้าสีีเขีียวสดกัับดอกหญ้้า ขึ้้นเป็็นกลุ่่มเป็็นก้้อน ต้้นสำำสา (จามจุรีุ ี) มีีขนาดใหญ่่พอที่่จะให้ร่้่มเงา บริิเวณโดยรอบของบึึง “ปัันฝััน มานี่่ ๆ” “อะไรของนาย” “เต่าตัวนี้เหมือนมันบาดเจ็บนะ ทำำไงดี” กานเก้ามองหน้า ผม ทำำท่าทีจะร้องไห้ “เอาไปให้้ตารัักษามัันกัันเหอะ” ผมเสนอไอเดีีย ก่่อนที่่หมอ นั่่นจะร้้องไห้้ “ขี้้แยจริิง ๆ เลยนะนาย” “เอาล่ะ มันหายดีแล้วเอามันไปปล่อยสิ” คุณตาลูบหัว พลางยื่นเต่าตัวน้อยให้พวกเขา เช้้าอีีกวัันที่่เขาต้้องตื่่นนอนมาด้้วยสภาพงััวเงีีย เมื่่อคืืนเขา คิิดเรื่่องราวในอดีีตจนเผลอหลัับไป คิิดถึึงอดีีตทีีไรทำำ ให้้เขาคิิดถึึงตา มากจริิง ๆ สภาพการจราจรที่่ติิดขััดในยามเช้้าที่่เขาต้้องพบเจอในทุุก ๆ วััน มัันทำำ ให้้พลัังงานชีีวิิตของเขาลดน้้อยลงทุุกทีี เขาไม่่รู้้เลยว่่าความ ฝัันของเขาคืือการได้้มาทำำงานหาเงิินเยอะ ๆ หรืือแค่่อยู่่บ้้านหานั่่นนู้้น นี่่ทำำ ไปวััน ๆ ‘สิ่่�งไหนมัันจะดีีกว่่ากัันนะ’ หลัังจากเลิิกงานเขาเดิินตรงไปตามทางกลัับห้้องพัักขนาด เล็็กเหมืือนปกติิในทุุก ๆ วััน แต่่แปลกที่่วัันนี้้เขาเริ่่มมองผู้้คนที่่เดิิน ผ่่านไปผ่่านมา เริ่่มสัังเกตปฏิกิริิยาของคนรอบตััวมากขึ้้น เขาไม่่เข้้าใจ มัันเลยด้้วยซ้ำำ ทั้้งที่่ปกติิเขาเอาแต่่ก้้มหน้้ารีีบเดิินกลัับห้้องพัักแท้้ ๆ หรืือจะเป็็นเพราะคำำพููดของหััวหน้้านะ “ทำำ ไมคุุณไม่่ลองลาพัักร้้อนกลับั บ้้านดููละ หรืือไม่ก็่ ็หาเวลา ออกไปเที่่�ยวเดิินดููผู้้คนก็็ดีีนะคุุณปัันฝััน” ในหััวมีีแต่คำ่ ำพููดของหััวหน้้าเต็็มไปหมด เพราะอะไรหััวหน้้า ถึึงพููดกัับเขาแบบนั้้น ทำำ ไมถึึงได้้แนะนำำ ให้้ลููกน้้องแบบเขาลาพัักร้้อน ทำำ ไมถึึงให้้เขากลัับบ้้าน ทั้้งที่่กลัับไปก็็ไม่่เจอคุุณตาอีีกแล้้ว เขาจะกลัับ ไปทำำอะไร เขาจะทำำอะไรได้้ละ ไม่่มีีคนรอเขากลัับอีีกแล้้ว “พ่อหนุ่มทำำไมทำำหน้าเศร้าแบบนั้น” นี่ผมทำำหน้าเศร้าอยู่ เหรอ มันต้องขนาดไหนกันนะคุณป้าที่ไม่รู้จักถึงทักแบบนั้น “ผมมีีอะไรให้้คิิดนิิดหน่่อยน่่ะครัับ” ผมพููดพลางยิ้้มแห้้ง ๆ “รับนี่ไปสิจ๊ะ มันจะช่วยให้เธอดีขึ้น” สุุดท้้ายเขาก็็รัับมัันมาจนได้้ มัันคืือดอกไฮเดรนเยีียสีีฟ้้า ครามสดตััดสลัับกัับสีีขาว เพราะเขาเศร้้าเหรอ คุุณป้้าคงอยากให้้เขา ยิ้้มสิินะ ก็็ดอกนี่่มัันมีีความหมายในเรื่่องนั้้นนี่่นา หลัังจากวางดอกไม้้ ไว้้บนโต๊๊ะทานข้้าว เขาก็็เดิินไปหยิิบแจกัันสีีขาว วางมัันลงบนโต๊๊ะ ก่่อน จะนำำดอกไฮเดรนเยีียใส่่ไว้้ในแจกััน ตอนที่่อยู่่หมู่่บ้้านเขาก็็มัักจะนำำ ดอกไม้้มาใส่่แจกัันเป็็นประจำำ เพราะคุุณตาเชื่่อว่่าเมื่่อมีีดอกไม้้หลาก สีีมาอยู่่ภายในบ้้าน จะทำำ ให้้วัันทั้้งวัันมีีแต่่เรื่่องดีี ๆ เข้้ามา และทำำ ให้้ คนในครอบครััวร่่าเริิงแจ่่มใสอีีกด้้วย ‘อา ผมคิิดถึึงคุุณตาจััง’ เขากำำลัังเดิินทางด้้วยรถไฟเพื่่อกลัับไปยัังบ้้านเกิิดที่่ อุุบลราชธานีี หลัังจากคิิดคร่ำำครวญอยู่่นานสองนาน สุุดท้้ายก็็ตััดสิิน ใจลาพัักร้้อนและกลัับบ้้านทัันทีี อุุบลราชธานีีมีีแม่่น้ำำสองสายที่่ไหล มาบรรจบกัันทำำ ให้้เกิิดปรากกฎการณ์์แม่่น้ำำสองสีี นั่่นก็็คืือแม่่น้ำำมููล กัับแม่น้ำ่ ำ โขง ช่่วงหน้้าแล้้งบริิเวณที่่เคยเป็็นแม่น้ำ่ ำจะแห้้งเหืือดสามารถ เดิินข้้ามไปยัังประเทศเพื่่อนบ้้านได้้ บ้้านของเขาก็็อยู่่ไม่่ใกล้้ไม่่ไกล แม่่น้ำำที่่ว่่านั่่นหรอกนะ เขาเหม่่อมองไปนอกหน้้าต่่างรถไฟเรื่่องราว ในวััยเด็็กฉายเข้้ามาในความคิิดของเขาปะติิดปะต่่อเป็็นเรื่่องราวของ หนัังสั้้นเรื่่องหนึ่่งก็็ว่่าได้้ กานเก้้าบ่่นให้้เขาฟัังยืืดยาวที่่เขากลัับบ้้านแล้้วไม่่บอกกล่่าว ก้้านเก้้าจึึงไม่่ได้้ไปรัับเขาที่่สถานีีรถไฟ ทำำ ให้้เจ้้าตััวหงุุดหงิิดเป็็นอย่่าง มาก เขามาทัันช่่วงที่่ใกล้้เก็็บเกี่่ยวนาข้้าวทำำ ให้้ภาพวิิวข้้างหน้้าของ ชายหนุ่่มคืือท้้องนาสีีทองอร่่าม ตััดกัับสีีฟ้้าเข้้มของท้้องฟ้้า ไม่่มีีเมฆ มาบดบััง แดดอ่่อน ๆ กลิ่่นหอมของสายลมพััดมากระทบจมููกชาย หนุ่่ม “กลัับมาแล้้วนะคุุณตา” เช้าตรู่เขาลุกขึ้นมา หุงข้าว ทำำกับข้าว เตรียมพร้อมไปทำำบุญ ที่วัดในหมู่บ้าน เขาจะไปไหว้คุณตาสักหน่อย ไปบอกตาว่าเขากลับมา บ้านแล้ว ถึงแม้จะยังไม่ได้กลับมาอยู่ถาวรแต่ไม่นานหรอกเขาจะกลับ มาดูแลบ้านหลังนี้ บ้านที่ตาเหลือไว้เป็นมรดกของเขา “สายแล้วนะ ปันฝัน” “โทษที พอดีฉันทำำอาหารเยอะไปหน่อย” “นายไม่ต้่ ้องทำำเยอะหรอกนา คุุณตาไม่หิ่ ิวหรอกเพราะฉัันก็็ ไปหาคุุณตานายทุุกวัันอยู่่ประจำำ” ผมยิ้้มหน้้าบานหัันไปทางกานเก้้า เขาเป็็นเพื่่อนคนเดีียวที่่ทำำเพื่่อผมเพื่่อครอบครััวของผมขนาดนี้้ถึึงจะ ขี้้แกล้้งไปหน่่อยแต่่นิิสััยหมอนี่่ดีีสุุด ๆ ไปเลย “อื้ม ขอบใจมาก” ผมพูดพลางเดินมาขยี้หัวเพื่อนตัวแสบ หลุมศพของคุณตาอยู่ด้านหลังของวัดที่เป็นเนินขนาดใหญ่ สถานที่นั้นมีหลุมศพมากมาย ปักป้ายชื่อเรียงกันอยู่เป็นแถว ผมเดิน ไปจนเกือบสุดของแถว มองหาป้ายชื่อของตา ‘เจอแล้ว’ ป้ายชื่อสีขาว ขนาดใหญ่ มีชื่อของคุณตาปักอยู่หน้าหลุม เงยหน้ามองขึ้นข้างบน น้้ำำ ตาค่อยๆ ไหลลงมาอาบหน้าแก้มทั้งสองข้าง เขารีบเช็ดมันก่อนจะนั่ง ลงไปวางดอกไม้ที่ซื้อมาทันที “ดอกเบญจมาศที่ตาชอบไงครับ ผมคิดถึงตาจังเลย” “ไม่มีตาแล้วผมเหงามาก แต่ไม่ต้องห่วงนะครับผมดูแลตัว เองได้ ผมสัญญา” เขานั่งนิ่งอยู่หน้าหลุมศพคุณตาเป็นนานสองนาน ก่อนจะลุกขึ้นยืน มองป้ายหลุมศพอีกครั้ง “ผมต้องกลับแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาหาใหม่นะ” “รัักตานะครัับ จะรีีบกลัับมาอยู่่บ้้านเรานะ ตา” เรื่อง กรรณิการ์ อาทิตย์
17 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ทุุกคนมีีความศรััทธาต่่อสิ่่งศัักดิ์์สิิทธิ์์ อัันเป็็นที่่ยึึดเหนี่่ยวจิิตใจ ไม่่ว่่าจะเป็็นการ นมััสการศาสนสถาน บ้้างก็็เป็็นการบููชา หรืือ การขอพรในสิ่่งที่่มุ่่งหวัังปรารถนา เราเชื่่อ ว่่าแต่่ละคนมีีความศรััทธานี้้อยู่่ภายในใจ ตนเอง ในบทนี้้เราจะพาทุุกคนไปรู้้จัักกัับ สถานที่่สำำคััญทางพระพุุทธศาสนาคู่่บ้้านคู่่ เมืือง หนึ่่งในคำำขวััญของจัังหวััดมหาสารคาม ที่่สะท้้อนถึึงความโดดเด่่นทางด้้านวััฒนธรรม ขนบธรรมเนีียมประเพณีี เป็็นปููชนีียสถาน ที่่สร้้างขึ้้นเพื่่อเป็็นสิิริิมงคลแก่่ภููมิิภาคตะวััน ออกเฉีียงเหนืือ เรีียกขานว่่าเป็็นพุุทธมณฑล อีีสาน เปรีียบเสมืือนสถานที่่รวมจิิตใจของชาว มหาสารคาม พระธาตุุนาดููน หรืือ “พุุทธมณฑล แห่่งอีีสาน” พระธาตุุองค์์สีีขาวงดงาม หนึ่่งใน พระธาตุุที่่มีีความสำำคััญและมีีชื่่อเสีียงที่่สุุดของ ทางภาคอีีสาน ซึ่่งจำำลองแบบมาจากศิิลปะ สมััยทวารวดีีที่่มีีอายุุเก่่าแก่่กว่่า 1,000 ปีี พระ ธาตุุนาดููน ตั้้งอยู่่ที่่บ้้านนาดููน เขตอำำเภอนาดููน จัังหวััดมหาสารคาม พระธาตุุแห่่งนี้้ถููกสร้้างขึ้้นสืืบเนื่่องมา จากเมื่่อวัันที่่ 8 มิิถุุนายน พ.ศ. 2522 ได้้มีีการ ขุุดพบหลัักฐานทางประวััติิศาสตร์์โบราณคดีีที่่ แสดงถึึงความเจริิญรุ่่งเรืืองในอดีีตของนครจำำ ปา ศรีี ซึ่่งหนึ่่งในสิ่่งสำำคััญที่่สุุดที่่ขุุดพบคืือ สถููป บรรจุุพระบรมสารีีริิกธาตุุบรรจุุในผอบสามชั้้น โดยชั้้นนอกสุุดเป็็นสำำริิด ชั้้นกลางเป็็นเงิิน และ ชั้้นในสุุดเป็็นทองคำำ ภายในชั้้นในสุุดมีีพระบรม สารีีริิกธาตุุบรรจุุอยู่่ 1 องค์์ มีีลัักษณะ เป็็นเกล็็ดสีีขาวขุ่่นขนาดเท่่าเมล็็ดข้้าวสารหัักครึ่่ง หล่่อเลี้้ยงไว้้ด้้วยน้ำำมัันจัันทน์์ เมื่่อเปิิดออกมา จะมีีกลิ่่นหอมมาก สัันนิิษฐานว่่าสถููปบรรจุุ พระบรมสารีีริิกธาตุุที่่ค้้นพบนี้้มีีอายุุอยู่่ในพุุทธ ศตวรรษที่่ 13-15 สมััยทวาราวดีี หรืือระหว่่าง พ.ศ. 1000-1200 ปีี ชาวมหาสารคามและจังหวัดใกล้เคียงจึงร่วม แรงร่วมใจกันสร้างพระธาตุตามแบบสถูปที่ได้ ค้นพบจึงได้พร้อมใจกันสร้างพระธาตุนาดูน ขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ถาวร โดย พระบรมสารีริกธาตุทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ใน สถูปจำลอง ทำจากโลหะทรงกลม สูง 24.4 ซม. พระธาตุนาดูนสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2530 และมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในขณะนั้น เสด็จพระราชดำ เนินมาประกอบพิธีอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานไว้ในองค์ พระธาตุนาดูน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 ที่่แห่่งนี้้เคยเป็็นอาณาจัักรโบราณ ร่่วมสมััยกัับทวารวดีีมีีชื่่อว่่านครจำำ ปาศรีีซึ่่ง เกี่่ยวกัับนิิทานปรััมปราของอีีสานเรื่่องจำำ ปาสี่่ ต้้น ซึ่่งเป็็นบริิเวณรอบ ๆ พระธาตุุ จึึงมีีศููนย์์ พิิพิิธภััณฑ์์วััฒนธรรมจำำ ปาศรีีที่่เก็็บรัักษา โบราณวััตถุุ ศิิลปวััตถุุ และเป็็นแหล่่งข้้อมููล เกี่่ยวกัับอาณาจัักรจำำ ปาศรีี สวนรุุกขชาติิ และ สวนสมุุนไพรที่่มีีบรรยากาศร่่มรื่่นสวยงาม โดย ได้รั้ับการตกแต่่งให้้เป็็นสถานที่่สำำคััญทางพุุทธ ศาสนาบนเนื้้อที่่ราว 902 ไร่่ ชาวอำำเภอนาดููนเชื่่อในพุุทธานุุภาพ ของพระบรมสารีีริิกธาตุุที่่บรรจุุอยู่่ภายในองค์์ พระธาตุุนาดููนและเชื่่อในเรื่่องของการทำำบุุญ ตามหลัักกิริิยาวััตถุุ 3 จึึงทำำ ให้้ชาวนาดููนปฏิบัิติัิ ตนให้้บริิสุุทธิ์์ทางกาย วาจา และใจ เพื่่อบููชา พระบรมสารีีริิกธาตุุ โดยการสัักการบููชาองค์์ พระธาตุุ ด้้วยพิธีิีกรรมต่่าง ๆ เช่่น พิธีิีบวงสรวง พิิธีีกรรมปงบ๋๋า พิิธีีปฏิิบััติิธรรม และพิิธีีเปลี่่ยน ผ้้าห่่มพระธาตุุ เป็็นต้้น โดยประชาชนชาวเมืือง มีีความเชื่่อว่่า พระธาตุุมีีความศัักดิ์์สิิทธิ์์มาก มีี เทวดาอารัักษ์์สถิิตอยู่่ สามารถดลบัันดาลให้้ผู้้ ที่่ศรััทธาซึ่่งกระทำำการสัักการบููชาแคล้้วคลาด ปลอดภััย เป็็นสิิริิมงคลทั้้งต่่อตนเองและ ครอบครััว เมื่่อปฏิิบััติิเช่่นนี้้แล้้วจะได้้รัับความ คุ้้มครองจากองค์์พระธาตุุ ให้้อยู่่เย็็นเป็็นสุุข และความเชื่่อนี้้เองที่่ก่่อให้้เกิิดงานนมััสการ พระธาตุุนาดููนใน วัันขึ้้น 15 ค่ำำ เดืือน 3 ของทุุกปีี จึึงได้้มีีการจััดพิิธีีกรรมการบููชาพระ ธาตุุเป็็นบุุญประเพณีีประจำำปีีโดยมีีพิิธีีกรรม ต่่าง ๆ ตามความเชื่่อ จนกลายเป็็นเอกลัักษณ์์ อย่่างในปััจจุุบััน ในช่่วงเดืือนกุุมภาพัันธ์์ของทุุกปีี จะมีีการจััดงานนมััสการพระบรมสารีีริิกธาตุุ พระบรมธาตุุนาดููนขึ้้น เพื่่อให้้คนที่่มีีความ ศรััทธาและเลื่่อมใสในองค์์พระธาตุุได้้มาร่่วม งานสัักการะกราบไหว้้บููชาพระธาตุุ ทำำบุุญ บริิจาคทานเพื่่อบำำรุุงองค์์พระธาตุุและสร้้าง กองทุุนไว้ดำ้ ำเนิินการช่่วยเหลืือพระพุุทธศาสนา พระบรมธาตุุนาดููน เป็็นศาสนสถานที่่สำำคััญ ของชาวมหาสารคาม ตลอดทั้้งปีีมีีประชาชน และนัักท่่องเที่่ยวทั่่วทุุกสารทิิศหลั่่งไหลมาร่่วม ทำำบุุญ ร่่วมชมความยิ่่งใหญ่่ของพระบรมธาตุุ ที่่ประดัับด้้วยความงามจากความศรััทธาของ ชาวมหาสารคามกัันอย่่างแพร่่หลาย หากใคร ได้้มีีโอกาสมาเที่่ยวชม รัับรองว่่าจะไม่่ผิิดหวััง อย่่างแน่่นอน นอกจากนี้้ยัังมีีศาสนสถานสำำคััญของ อีีสานอยู่่หลายแห่่งไม่่ว่่าจะเป็็น พระธาตุุขาม แก่่น จัังหวััดขอนแก่่น วััดพระธาตุุมหาเจดีีย์์ ชััยมงคล จัังหวััดร้้อยเอ็็ด พระธาตุุพนม จัังหวััด นครพนม และอีีกหลายที่่ในหลายแห่่งที่่ไม่่ได้้ กล่่าวถึึง นอกจากเป็็นที่่เคารพบููชาหรืือเป็็น สถานที่่ที่่มีีความศัักดิ์์สิิทธิ์์แล้้ว ยัังเป็็นสถานที่่ ท่่องเที่่ยวในแดนอีีสานบ้้านเราที่่มีีความวิิจิิตร งดงามอีีกด้้วย ดัังนั้้นพระบรมธาตุุนาดููนจึึงถืือได้้ ว่่าเป็็นแหล่่งรวมใจเป็็นอัันหนึ่่งอัันเดีียวกััน มีี ความสำำคััญต่่อชุุมชนทั้้งเกี่่ยวเนื่่องกัับวิิถีีชีีวิิต และวััฒนธรรมของชาวมหาสารคาม เพราะ ความเชื่่อและความศรััทธาที่่มีีต่่อองค์์พระธาตุุ มั่่นคงอยู่่ภายในจิิตใจของเราชาวมหาสารคาม เสมอ เรายัังมีีความเชื่่อว่่า สิ่่งดีีงามคู่่บ้้านคู่่เมืือง เปรีียบดัังสถานที่่ที่่ช่่วยยึึดเหนี่่ยวจิิตใจ แม้้ไม่่ ว่่ากาลเวลาจะผ่่านไปนานแค่่ไหนก็็ตามผู้้คนจะ กลัับมาเยืือนศาสนสถานแห่่งนี้้ มาสัักการบููชา ทุุกปีีเพื่่อเป็็นสิิริิมงคลให้้แก่่ชีีวิิตตลอดไป พระธาตุุนาดููน : นมััสการพุุทธมณฑลอีีสาน เรื่อง สุทธิดา ศิริสุข ภาพจาก: เพจพระธาตุนาดูน
18 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 ฮูปแต้มความงามแบบอีสาน ศิิลปะชาวอีีสานมีีพััฒนาการมาตั้้งแต่่ โบราณ เห็็นได้้จากหลัักฐานทางประวััติิศาสตร์์ ที่่ค้้นพบในอุุทยานแห่่งชาติิผาแต้้ม จัังหวััด อุุบลราชธานีีแสดงให้้เห็็นว่่าบรรพบุุรุุษของชาว อีีสานรู้้จัักใช้้ศิิลปะหรืือสััญลัักษณ์์ต่่าง ๆ เป็็นตััว สื่่อความหมาย และสถานที่่ที่่เราจะสามารถชม ฮููปแต้้ม ศิิลปะแบบอีีสานได้้ดีีที่่สุุดคืือศาสนสถาน วััดวาอารามต่่าง ๆ เพราะได้้รัับการดููแลรัักษา อย่่างดีี ทำำ ให้้เป็็นแหล่่งสืืบสานศิิลปะอีีสานที่่มีีมา แต่่โบราณจนถึึงปััจจุุบััน ฮููปแต้้ม คืือ ภาพจิิตรกรรมฝาผนัังใน ภาคอีีสาน มีีปรากฏอยู่่ที่่สิิม วิิหารหอไตร และหอ แจก ทางภาคอีีสานมัักจะเขีียนอยู่่บนผนัังด้้านนอก ของสิิมหรืือโบสถ์์ เป็็นเครื่่องมืือในการถ่่ายทอด เผยแผ่่พระพุุทธศาสนาผ่่านเรื่่องราวพุุทธประวััติิ พุุทธชาดก และวรรณกรรมพื้้นบ้้านอีีสาน เล่่าถึึง นรกและสวรรค์์ เป็็นสิ่่งเตืือนใจให้้คนไม่่ทำำความ ชั่่ว ทำำแต่่ความดีี และมีีปริิศนาธรรมให้้คิิด แต่่ที่่ นิิยมนำำมาเขีียนเป็็นฮููปแต้้ม ได้้แก่่ พระมาลััย พระ เวสสัันดร และสิินไซ จะแฝงด้้วยแก่่นธรรมของพุุทธ ศาสนา โดยนำำมาเล่่าเรื่่องให้้สนุุกสนาน ฮููปแต้้ม ยัังเล่่าเรื่่องราววิิถีีชีีวิิต วััฒนธรรมประเพณีีของคน อีีสานในสมััยนั้้น ไม่ว่่ ่าจะเป็็นเรื่่องการแต่่งกายหรืือ การเป็็นอยู่่ของผู้้คนในชุุมชน ฮููปแต้้มยัังสะท้้อนบุุคลิิกแบบอีีสาน คืือ ความตรงไปตรงมา ซื่่อ ๆ ง่่าย ๆ แม้้รููปร่่างหน้้าตา สีสัีันจะไม่่สวย ไม่วิ่จิิตร แต่มี่คุีุณค่่าความสนุุกสนาน ในตััวเอง รููปแบบกรรมวิิธีีการจััดองค์์ประกอบ ศิิลป์์ในฮููปแต้้มอีีสานไม่่มีีกฎเกณฑ์์ตายตััว ช่่าง แต้้มจึึงมีีอิิสระเสรีีอย่่างเต็็มที่่ เลืือกสรรเรื่่องราว เฉพาะส่่วน หรืือตอนที่่ช่่างแต้้มประทัับใจนำำมา พรรณนาด้้วยรููปแบบของตน โดยเขีียนเส้้นสีี และ องค์์ประกอบภาพที่่ต่่อเนื่่องกัันไป ใช้้เส้้นแถบ เป็็นสิ่่งแทนการคั่่นเนื้้อเรื่่อง จากภาพหนึ่่งเชื่่อม ต่่อกัับอีีกภาพหนึ่่งเพื่่อสื่่อสารความคิิดให้้ผู้้ชมเกิิด จิินตนาการ มองเห็็นถึึงความงามสร้้างสรรค์์ด้้วย ความลงตััว ส่่วนสีีแต้้มนั้้นได้้มาจากวััสดุุธรรมชาติิ ยกตััวอย่่างเช่่น สีีครามที่่ได้้มาจากต้้นคราม สีี เหลืืองได้้จากยางต้้นรง สีีแดงหรืือสีีน้ำำตาลแดงได้้ จากดิินแดงประสานกัับยางบง มีีตััวเชื่่อมหรืือตััว ประสานระหว่่างสีกัีับผนััง คืือยางบงหรืือยางมะตููม ผสมน้ำำบ้้างก็็ใช้้ไขสััตว์์ผสมกัับสีีฝุ่่นที่่บดละเอีียด วััสดุธุรรมชาติิเหล่่านี้้ทำำ ให้้โทนสีีของฮููปแต้้มอีีสาน มีีเอกลัักษณ์์โดดเด่่นเฉพาะตััว ภาพส่่วนรวมในฮููปแต้้มอีีสานคล้้าย กัับการแสดงหนัังตะลุุง ผืืนผนัังภายในและภาพ ภายนอกของสิิม คืือจอหนััง ตััวละครที่่กำำลัังแสดง อิริิยาบถต่่าง ๆ ตามท้้องเรื่่อง คืือตััวหนัังตะลุุงที่่ช่่าง แต้้มนำำ มาประดัับบนผืืนผนััง จากตอนหนึ่่งเชื่่อมต่่อ กัับอีีกตอนหนึ่่ง ใกล้้ ๆ กัับเนื้้อเรื่่องแต่่ละตอนจะมีี คำำบรรยายภาพด้้วยตััวอัักษรกำำกัับไว้้ด้้วย เพื่่อไม่่ ให้้เกิิดความสัับสน ลัักษณะเด่่นของฮููปแต้้มอยู่่ที่่ภาพที่่ ปรากฏ ประกอบด้้วยรููปร่่าง เส้้น และสีี เสน่่ห์์ของ ฮููปแต้้มอีีสานเส้้นเป็็นเส้้นอิิสระไม่่แข็็งหรืือเกร็็ง ดูู แล้้วสบายตาสบายใจ สีีและโครงสีีเป็็นเอกลัักษณ์์ เฉพาะของฮููปแต้้ม เป็็นโครงสีีที่่มีีบรรยากาศสว่่าง สดใส พื้้นหลัังสีีขาวนวล ช่่วยขัับให้้ตััวละครลอย เด่่นขึ้้นมา เป็็นศิิลปะพื้้นบ้้านที่่มีีความเป็็นตััว ของตััวเอง เน้้นประโยชน์์ใช้้สอยมาก่่อน เป็็นการ เขีียนแบบง่่ายแต่่เมื่่อพิิจารณาจะเห็็นการเก็็บราย ละเอีียดที่่สมบููรณ์์และประณีีตอย่่างมาก จุุดเด่่น ขององค์์ประกอบภาพจึึงอยู่่ที่่ตััวละคร บรรยากาศ ของภาพก็็ดููสว่่างสดใส ฮููปแต้้มลัักษณะเช่่นนี้้พบ มากในบริิเวณแถบจัังหวััดขอนแก่่นและจัังหวััด จัังหวััดมหาสารคาม ดัังนั้้น ฮููปแต้้มได้้กลายเป็็นสิ่่งเชื่่อมโยง และโน้้มน้้าวจิิตใจผู้้คนที่่พบเห็็น ให้้เกิิดอารมณ์์ ความรู้้สึึก ความสนุุกสนาน ผ่่อนคลาย มีีความ เข้้าใจในคุุณลัักษณะของความงามที่่เกิิดจากความ เรีียบง่่ายของชาวอีีสาน นอกจากนี้้การนํําเสนอ เนื้้อหาของฮููปแต้้มอีีสานยัังเป็็นมููลค่่าทางด้้าน จิิตใจ ภูมิูปัิัญญา วััฒนธรรมที่่มีีความสำำคััญต่่อคนใน ชุุมชนท้้องถิ่่น แต่่ลึึกลงไปในฮููปแต้้มนั้้นกลัับแฝง คุุณค่่าเอาไว้้มากมาย แม้้จะธรรมดาแต่่งดงามใน แบบของตนนั้้นคืือศิิลป์์อีีสานบ้้านเฮา การทำำนา ถืือเป็็นอาชีีพหลัักของคน ภาคอีีสาน แต่่ด้้วยปััญหาทางเศรษฐกิิจของ ประเทศในปีีหลััง ๆ นั้้น ส่่งผลให้้ราคาข้้าวต่ำำ ลงเป็็นอย่่างมาก การปลููกข้้าวทำำ นาในแต่่ละปีี มีค่ี่าใช้จ่้่ายที่่สููงกว่่ารายรัับที่่ได้จ้ากการขายข้้าว เสีียอีีก ไหนจะปััญหาจากธรรมชาติิ น้ำำท่่วมฝน แล้้ง ทำำ ให้้ผลผลิิตที่่ได้้ลดน้้อยลง การช่่วยเหลืือ ของภาครััฐไม่่ได้้เพีียงพอต่่อความต้้องการของ ชาวนา ยิ่่งทำำ ให้้ชาวนาต้้องหัันไปกู้้หนี้้ยืืมสิิน เพื่่อจะดำำรงอาชีีพของตนให้้อยู่่ต่่อไปได้้ ที่่เลว ร้้ายคืือขายที่่ทำำมาหากิิน หัันไปประกอบอาชีีพ อื่่น ถ้้าหากยัังเป็็นอย่่างนี้้อยู่่ อนาคตจะยัังมีีคน ที่่อยากจะทำำนาต่่อหรืือไม่่ ในเมื่่อทำำ นาไป ขาย ข้้าวก็็ไม่่ได้้ราคา ข้้าวถืือเป็็นผลผลิิตที่่ส่่งออกระดัับต้้น ๆ ของสิินค้้าทางการเกษตร มากกว่่า 3 ล้้านตัันต่่อ ปีี เป็็นเงิินกว่่า 6 หมื่่นล้้านบาท นอกจากจะเป็็น อาหารหลัักแล้้ว ยัังสร้้างรายได้้ให้้กัับประเทศ หากลองย้้อนกลัับไปมองรากฐานของการผลิิต ข้้าวนั้้น จะพบว่่าชาวนาไทยในปััจจุุบัันต้้อง เผชิิญหน้้ากัับปััญหาจากราคาข้้าวที่่ตกต่ำำเป็็น อย่่างมาก ในปีี พ.ศ. 2565 ที่่ผ่่านมา ราคาข้้าว อยู่่ที่่ 8-10 บาทต่่อกิิโลกรััม ส่่วนหนึ่่งก็็เป็็นผล จากพิิษเศรษฐกิิจโควิิด-19 ตั้้งแต่่ปีี พ.ศ. 2562 ซึ่่งกระทบไปทุุกภาคส่่วนมาจนถึึงปััจจุุบััน แต่่ถ้้าหากมองกัันจริิง ๆ ปััญหาราคา ข้้าวตกต่ำำนี้้มีีมานานแล้้ว ตั้้งแต่่หลัังจากที่่ โครงการประกัันราคาข้้าวในรััฐบาลของนางสาว ยิ่่งลัักษณ์์ ชิินวััตรหมดไป ราคาการขายข้้าว ของชาวนาก็็ไม่่ถึึง 20 บาทต่่อกิิโลกรััมอีีกเลย ทำำ ให้้ชาวนาต้้องออกมาเรีียกร้้องอยู่่บ่่อยครั้้ง เนื่่องจากเงิินจากผลผลิิตที่่ได้นั้้ ้นน้้อยกว่่าค่่าปุ๋๋�ย ที่่เสีียไป กลายมาเป็็นปััญหาปากท้้อง จนเกิิด เป็็นวลีีที่่ว่่า “ทำำนายิ่่งทำำยิ่่งจน” นอกจากปััญหาราคาข้้าวแล้้ว ปััญหา ทางธรรมชาติิก็็มีีผลต่่อการเพาะปลููกข้้าวเช่่น เดีียวกััน บางปีีฝนแล้้ง ชาวนาไม่่มีีน้ำำ มาใช้้ใน การปลููกข้้าว เกิิดปััญหาน้ำำ ไม่่พอ ผลผลิิตที่่ได้้ก็็ ลดลง บางปีีก็็เหมืือนฟ้้าแกล้้ง ฝนตกหนััก พายุุ เข้้า ข้้าวในนาล้้มเสีียหาย หนัักที่่สุุดคืือเกิิดน้ำำ ท่่วม ผลผลิิตในปีีนั้้นเรีียกได้้ว่่าหายไปทั้้งหมด จากปััญหาดัังกล่่าว ทำำ ให้้ชาวนาบาง ส่่วนเลิิกทำำอาชีีพนี้้เป็็นอาชีีพหลััก ขายพื้้นที่่ ทำำมาหากิินบางส่่วน แล้้วหัันไปประกอบอาชีีพ อื่่น เพราะการทำำนาเก็็บเกี่่ยวได้้ปีีละครั้้งทั้้ง ยัังราคาขายที่่ตกต่ำำ ไม่่สามารถทำำ ให้้คุุณภาพ ชีีวิิตดีีขึ้้นได้้ การทำำนาจึึงกลายเป็็นอาชีีพรอง ไปแล้้ว คนทำำนาทำำอาชีีพอื่่นควบคู่่ไปด้้วยเพื่่อที่่ จะได้มี้ีรายได้้มากขึ้้นและในอนาคตที่่คนยุุคใหม่่ พร้้อมที่่จะก้้าวขึ้้นมานั้้น การทำำนาที่่ทั้้งเหนื่่อย และผลที่่ได้้ไม่่เท่่ากัับที่่เสีีย จะยัังมีีคนอยากทำำ อาชีีพชาวนานี้้อยู่่หรืือเปล่่า หรืืออาชีีพนี้้กำำลััง จะตายลงไปเรื่่อย ๆ ถึึงแม้ว่้่าปััญหาของชาวนาจะมีีมากมาย นััก คนอีีสานก็็ยัังเลืือกที่่จะทำำนาต่่อไป ไม่่ใช่่ ชาวนาทุุกคนที่่จะมีีรายได้้เสริิม ชาวนาเองมีี ครอบครััวที่่ต้้องดููแล หากไม่ทำ่ ำนาแล้้วจะหาเงิิน มาจากไหน ชาวนาหลายคน ไม่่ได้จ้บการศึึกษา ที่่สููงมากพอจะไปทำำงานอย่่างมนุุษย์์เงิินเดืือนที่่ สำำคััญชาวนาส่่วนมากก็มี็ ีอายุที่่คุ่่อนข้้างเยอะให้้ ออกไปทำำงานต่่างจัังหวััดก็็คงไม่่ไหว เลืือกอยู่่ บ้้านตััวเอง ทำำมาหากิินในที่่ดิินของตััวเองคง ดีีเสีียกว่่า หากจะให้้ขายที่่นาทิ้้งกลััวว่่าถ้้าลููก หลานเติิบโตมาแล้้วไม่่มีีงานทำำ อย่่างน้้อยก็็มีีที่่ นามารองรัับ ฉะนั้้นจะเห็็นว่่าเงิินที่่ได้้จากการ ขายข้้าวในแต่่ละปีี ก็็เก็็บไว้้ส่่งลููกส่่งหลานให้้ได้้ เรีียนหนัังสืือสููง ๆ เพื่่อที่่จะได้้ไม่่ต้้องมาลำำบาก อย่่างพวกเขา ชาวนาต้้องทนทุุกข์์มาหลายปีี แต่่ พวกเขาก็็ไม่่เคยคิิดจะทิ้้งอาชีีพนี้้ไป ต้้องมารอ ดููทิิศทางของเศรษฐกิิจในประเทศว่่าจะฟื้้�นตััว ได้้ทัันเวลาหรืือไม่่ เพราะถ้้าหากรััฐบาลเข้้ามา ช่่วยเหลืือเพีียงพอก็็เชื่่อได้้ว่่าความเป็็นอยู่่ของ ชาวนาจะดีีขึ้้น อย่่างไรก็็ตามการทำำนาก็็ยัังถืือเป็็น อาชีีพของชาวอีีสาน ต่่อให้้ราคาข้้าวจะตกลง ไปมากกว่่านี้้ แต่่ชาวนาก็็ยัังคงจะทำำหน้้าที่่ต่่อ ไป เพื่่อรัักษาที่่ทำำมาหากิินของรุ่่นปู่่รุ่่นย่่าที่่ ทิ้้งเป็็นเหมืือนมรดกสืืบต่่อกัันมาและถ้้าหาก ประเทศฟื้้�นตััวจากพิิษของเศรษฐกิิจแล้้ว หวััง ว่่าภาครััฐจะมองเห็็นและเข้้ามามีีการสนัับสนุุน ชาวนามากขึ้้น เพื่่อที่่จะให้้กลัับมาลืืมตาอ้้าปาก ได้อี้ีกครั้้งและให้้อาชีีพนี้้อยู่่คู่่กัับประเทศไทยไป ได้้เรื่่อย ๆ ทำนาต้องทำใจ เรื่อง สิทธินนท์ เลาะไธสง เรื่อง สุทธิดา ศิริสุข ภาพจาก: เพจมะลำ มะลอย by PRA
19 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 โซ่ถั่งบั้ง : นาฏศิลป์ถิ่นโซ่ ชนเผ่่ากะโซ่่เป็็นชนเผ่่าที่่เชื่่อและนัับถืือ ในภููติิและผีี จึึงทำำ ให้้มีีพิิธีีกรรมและประเพณีีที่่ มีีความเกี่่ยวข้้องกัับผีีทั้้งหมด ความเชื่่อเหล่่านี้้ ไม่่ได้้เป็็นเพีียงแค่่สิ่่งที่่จะทำำกัันในวัันสำำคััญ แต่่ สำำหรัับชาวกะโซ่่นั้้นจะยึึดและถืือเป็็นส่่วนหนึ่่ง ของการใช้้ชีีวิิต อย่่างประเพณีีโซ่่ถั่่�งบั้้�ง ซึ่่ง มัักจััดในวัันขึ้้น 15 ค่ำำ เดืือน 3 ซึ่่งตรงกัับวััน มาฆบููชา ชาวกะโซ่่มีีความเชื่่อว่่าพวกเขาทำำเพื่่อ บอกกล่่าวและแสดงออกถึึงความกตััญญููที่่มีีต่่อ บรรพบุุรุุษที่่ให้้ข้้าวปลาอาหารอุุดมสมบููรณ์์และ มีีความสุุข ซึ่่งในอดีีตเป็็นพิิธีีบวงสรวงวิิญญาณ ประจำำปีีของบรรพบุุรุุษ รวมไปถึึงการเรีียกขวััญ และรัักษาผู้้ป่่วย ซางกะมููด เป็็นชื่่อของพิิธีีกรรมที่่ชาว กะโซ่่ทำำก่่อนนำำศพลงจากบ้้านเรืือน คำำว่่า ซาง หมายถึึง การกระทำำหรืือจััดระเบีียบ กะมููด แปล ว่่า ผีี ซางกะมููดจึึงหมายถึึงการจััดพิิธีีเกี่่ยวกัับคน ตาย ชาวกะโซ่ถื่ ือว่่าเมื่่อคนตายไปแล้้วจะเป็็นผีดิีิบ จึึงต้้องกระทำำพิิธีีซางกะมููดเสีียก่่อนเพื่่อให้้ผีีดิิบ หรืือวิิญญาณของผู้้ตายได้้จากไปอย่่างสงบสุุข มิิ ฉะนั้้นอาจทำำ ให้้ญาติิพี่่น้้องของผู้้ตายนั้้นป่่วยได้้ อีีก ซึ่่งหนึ่่งในองค์์ประกอบของพิิธีีซางกะมููด ก็็ คืือ “สลา” หรืือ โซ่่ถั่่งบั้้ง ในสมััยโบราณหากทำำ พิิธีีนี้้ เมื่่อหลัังจากกล่่าวคำำส่่งวิิญญาณจบ ญาติิ ผู้้ตายจะใช้้บั้้งหรืือกระบอกไม้้ไผ่่ที่่เป็็นลำำยาว ๆ พอประมาณ กระแทกกัับพื้้นเป็็นจัังหวะที่่เดิิน วนรอบ ๆ ศพ แล้้วจากนั้้นจึึงจะสามารถนำำศพ ลงจากบ้้านเรืือนได้้ พิิธีีเหยา เป็็นพิิธีีที่่จะอััญเชิิญผีีมููลหรืือ ผีีบรรพบุุรุุษมาสิิงสู่่ในร่่างกายของผู้้เหยาหรืือผู้้ รำำ ผู้้รำำก็จ็ะออกมาแสดงท่่าร่่ายรำำ ประกอบคำำร้้อง และเสีียงดนตรีี ทั้้งนี้้ทำำขึ้้นเพื่่ออััญเชิิญวิิญญาณ ของบรรพบุุรุุษให้้มาช่่วยเหลืือ ดููแล แนะนำำและ บัันดาล ให้้อยู่่เย็็นเป็็นสุุข หายจากความเจ็็บไข้้ได้้ ป่่วย ซึ่่งในพิธีินี้้จะมีผู้้ีเล่่นดนตรีที่่ใช้ฆ้้ ้อง กลอง ฉิ่่ง ฉาบ พิิณ แคน ซอ ปี่่ และที่่สำำคััญคืือ กระบอก ไม้้ไผ่่ 3 ปล้้อง คอยกระทุ้้งเป็็นจัังหวะ ผู้้รำำจะรำำ ท่่าต่่าง ๆ ตามแต่่ว่่าผีีที่่สิิงจะมีีท่่ารำำอย่่างไร การ รำำจะมีีทั้้งสิ้้น 4-5 รอบ ซึ่่งก่่อนรำำจะเริ่่มจากการ เหยา และต่่อด้้วยการรำำ ในรอบแรกเพื่่ออััญเชิิญ บวงสรวงผู้้มีีฝีีมืือ นัักรบ นัักดาบ และนัักมวย ตามมาด้้วยการคล้้องช้้าง คล้้องม้้า เพื่่อเป็็นพาหนะในการสู้้รบ รอบที่่สามเป็็นการ แสดงออกซึ่่งความเป็็นอยู่่ของชาวกะโซ่่ ด้้านการ ทำำกิิน ทำำ ไร่่ ทำำสวน และล่่าสััตว์์ รอบที่่สี่่เป็็นการ เผาไร่่ เพื่่อเตรีียมที่่จะเพาะปลููก และรอบสุุดท้้าย จะเป็็นการร้้องรำำ เพื่่อแสดงเอกลัักษณ์์โดยเน้้นไป ที่่ความสนุุกสนาน พิิธีีกรรมทั้้งหมดที่่กล่่าวมาข้้างต้้นนั้้น ล้้วนเป็็นจุุดเริ่่มต้้นของการแสดงอัันเกี่่ยวเนื่่อง กัับความเชื่่อ ที่่ยัังสามารถสร้้างความสนุุกสนาน ครื้้นเครง สร้้างความประทัับใจให้้กัับแขกที่่มา เยืือนได้้ชม รวมไปถึึงเป็็นเอกลัักษณ์์และความ ภาคภููมิิใจของชนเผ่่ากะโซ่่อีีกด้้วย ภููมิิลำำเนาและชนเผ่่าเจ้้าของพิิธีีกรรม ชาวกะโซ่่หรืือไทโซ่่ เป็็นข่่าพวกหนึ่่ง ในตระกููลมอญเขมร กะโซ่่ตามลัักษณะและชาติิ พัันธ์์ถืือว่่าอยู่่ในกลุ่่มมองโกลอยด์์ ชาวกะโซ่่มีี ภาษาและวััฒนธรรมแตกต่่างไปจากพวกข่่าอยู่่ บ้้างเล็็กน้้อย แต่่เดิิมทีีชาวกะโซ่่เคยอยู่่ที่่เมืือง มหาชััย แขวงคำำม่่วน และแขวงสุุวรรณเขตของ ประเทศลาว ในประเทศไทยมีีชาวกะโซ่่ที่่อพยพข้้าม แม่่น้ำำ โขงมาในรััชกาลที่่ 2 เมื่่อ พ.ศ. 2359 อยู่่ ในท้้องที่่จัังหวััดนครพนม อำำ เภอปาปาก และใน ตำำ บลโคกสููง รวมไปถึึงที่่บ้้านวัังตามััว และเช่่นกััน ที่่จัังหวััดมุุกดาหารมีีชาวกะโซ่่อยู่่ที่่อำำเภอดงหลวง เป็็นส่่วนมาก ซึ่่งชาวกะโซในอำำเภอดงหลวงนั้้น มัักจะใช้้นามสกุุลเดีียวกัันหมดคืือ วงศ์์กะโซ่่ ในสมััยรััชกาลที่่ 3 ได้้ตั้้งเมืืองขึ้้น 2 เมืือง คืือ เมืืองรามราช เป็็นชาวกะโซ่่จากเมืือง เชีียงฮ่่มที่่อยู่่ในแขวงสุุวรรณเขตของลาว ตั้้งขึ้้น จากเมืืองรามราชและเมืืองนครพนม ในปีี พ.ศ. 2387 ปััจจุุบัันยุุบรวมเป็็น ตำำบลรามราช อำำเภอ ท่่าอุุเทน จัังหวััดนครพนม และอีีกเมืืองคืือเมืือง กุุสุุมาลย์์มณฑล เป็็นชาวกะโซ่่ที่่อพยพมาจาก เมืืองมหาชััย ซึ่่งอยู่่ในแขวงคำำม่่วนของลาว อพยพ มาตั้้งอยู่่ที่่ บ้้านกุุดสมาร ตั้้งขึ้้นเป็็นเมืืองกุสุุมาลย์์ มณฑล เมืืองสกลนคร ถููกตั้้งขึ้้นในปีีเดีียวกััน กัับเมืืองรามราช ปััจจุุบัันคืือที่่อำำเภอกุุสุุมาลย์์ จัังหวััดสกลนคร นอกจากนี้้ยัังมีีข่่าอีีกพวกหนึ่่งที่่อพยพ มาจากแขวงอััตตะปืือของลาวไปอยู่่ในจัังหวััด ศรีีสะเกษ จัังหวััดสุุริินทร์์เรีียกว่่า ส่่วย หรืือ กุุย ซึ่่งพวกเขาพููดภาษาเดีียวกัันกัับชาวกะโซ่่ ชาวกะโซ่่อยู่่กัันแบบครอบครััว เป็็น สัังคมที่่รัักพวกพ้้องไม่่แบ่่งฝ่่าย กะโซ่่เป็็นชาติพัิันธุ์์ ที่่นัับถืือและเชื่่อในบรรพบุุรุุษ ยึึดหลัักของความ กตััญญููกตเวทีีในการใช้้ชีีวิิต และเมื่่อมีีบุุญคุุณ ต้้องตอบแทน จึึงไม่่แปลกที่่วััฒนธรรมอัันสวยงาม และน่่าสนใจของชนเผ่่านี้้จะยัังคงอยู่่มาถึึงปัจจุับัุัน หากแต่่คงเป็็นเพราะสิ่่งใดที่่บรรพบุุรุุษของพวก เขาได้้สร้้างความดีีงามไว้้ สิ่่งนั้้นจะถููกเก็็บรัักษา เพื่่อส่่งต่่อไปยัังรุ่่นลููกและหลานของพวกเขาสืืบ เนื่่องมาถึึงปััจจุุบััน โซ่่ถั่่�งบั้้�ง การแสดงที่่�เป็็นเอกลัักษณ์์ ของชนเผ่่า สมเด็จ็พระเจ้้าบรมวงษ์์เธอ กรมพระยา ดำำรงราชานุุภาพ เสนาบดีีกระทรวงมหาดไทย เมื่่อครั้้งเสด็็จตรวจราชการมณฑลอุุดร เมื่่อเสด็็จ ถึึงเมืืองกุุสุุมาลย์์มณฑล อำำเภอกุุสุุมาลย์์ จัังหวััด สกลนคร ในปีี พ.ศ. 2449 ได้้ทรงบัันทึึกการ แสดงพิธีิีกรรมโซ่ถั่่ ่งบั้้งหรืือสลาของชาวกะโซ่่เมืือง กุุสุุมาลย์์มณฑลไว้้ว่่า “สลามีีหม้้อดอนตั้้�งกลางแล้้วมีีคน ต้้นบทคนหนึ่่�ง คนสะพายหน้้าไม้้และลููกสำำหรัับ ยิิงคนหนึ่่�ง คนตีีฆ้้องเรีียกว่่าพะเนาะคนหนึ่่�งคน ถืือไม้้ไผ่่สามปล้้องสำำหรัับกระทุ้้งดิินเป็็นจัังหวะ สองคน คนถืือชามสองมืือสำำหรัับติิดเทีียนรำำคน หนึ่่�ง คนถืือตระแกรงขาดสองมืือสำำหรัับรำำคน หนึ่่�ง คนถืือสิ่่�วหัักสำำหรับัเคาะจัังหวะคนหนึ่่�ง รวม 8 คน เดิินร้้องรำำ เป็็นวงเวีียนไปมา พอได้้พัักหนึ่่�ง ก็็ดื่่�มอุุและร้้องรำำต่่อไป…” บัันทึึกดัังกล่่าวเป็็นเครื่่องยืืนยัันได้้เป็็น อย่่างดีว่ี่าชาวกะโซ่่ไม่่ได้้เพิ่่งจะเริ่่มนำำพิธีิีกรรมของ ชนเผ่่ามาเป็็นการแสดง หากแต่่สิ่่งเหล่่านี้้เกิิดขึ้้น เมื่่อนานมาแล้้วในอดีีต วััฒนธรรมของชาวกะโซ่่ ที่่ ยัังรัักษาไว้้เป็็นเอกลัักษณ์์ประจำำเชื้้อชาติที่่ ิเด่่นชััด ก็คื็ ือ โซ่ถั่่ ่งบั้้งหรืือสลา การแสดงดัังกล่่าวเป็็นการ แสดงวิธีิีการทำำพิธีิีเหยานั่่นเอง ซึ่่งเกิิดขึ้้นจากการ จำำลองพิธีิี ในปัจจุับัุันได้มี้ีการดััดแปลงให้มี้ผู้้ีหญิิง แต่่งกายงดงามมาเป็็นผู้้ร่่ายรำำ ในงานการแสดง ของวััฒนธรรมชาวกะโซ่่ แต่ก็่ยั็ังมีผู้้ีชายยืืนกระทุ้้ง กระบอกไม้้ไผ่่กัับพื้้นเป็็นจัังหวะเช่่นเดิิม ท่่วงท่่าและอาภรณ์์ การแสดงรำำ โซ่่ถั่่งบั้้ง ในหลายที่่นิิยม แสดงโซ่่ถั่่งบั้้งโดยจำำลองพิิธีีเหยาไปพร้้อม ๆ กััน ด้้วย ชาวกะโซ่่เชื่่อว่่าวิิญญาณที่่ทำำ ให้้เจ็็บป่่วยได้้ นั้้น อาจเกิิดจากวิิญญาณของผีีหลายชนิิดเช่่น ผีีฟ้้า ผีีมููล ผีีกระกููล ซึ่่งเมื่่อเงื่่อนไขที่่หมอเหยา เสนอให้้ ถ้้าหากเป็็นที่่พอใจแล้้ววิิญญาณผีจีะออก จากร่่างผู้้ป่่วยอาการเจ็็บไข้้จะทุุเลาลงและหาย ได้้ กลุ่่มนัักดนตรีีและผู้้ที่่ถืือกระบอกไม้้ไผ่่ยาว 3 ปล้้องจะกระทุ้้งกัับพื้้นเป็็นจัังหวะตามเสีียงกลอง ซึ่่งสิ่่งนั้้นเป็็นความหมายของการ “ถั่่�งบั้้�ง” นั่่นเอง ท่่วงท่่ารำำ โซ่่ถั่่งบั้้งของชาวกะโซ่่ในอำำเภอ กุุสุุมาลย์์นั้้นมีีทั้้งหมด 5 ท่่า ได้้แก่่ 1) ท่่าเชิิญ ผีีฟ้้า เพื่่อเชิิญวิิญญาณบรรพบุุรุุษที่่เข้้าทรงหมอ เหยาให้้มาร่่วมสนุุกสนาน 2) ท่่าถั่่งบั้้ง เป็็นท่่า กระทุ้้งกระบอกไม้้ไผ่่ลงดิินเป็็นจัังหวะ 3) ท่่า ถวายแถน เพื่่อแสดงความเคารพบรรพบุุรุุษ 4) ท่่าส่่งผีีฟ้้า เพื่่อเชิิญวิิญญาณบรรพบุุรุุษให้้ ตรวจตราสอดส่่องดููแลผู้้คนรอบ ๆ บริิเวณที่่รำำ 5. ท่่าเลาะตููบ เพื่่อติิดตามวิิญญาณบรรพบุุรุุษที่่ กำำลัังตรวจตราสอดส่่องดููแลรอบ ๆ บริิเวณที่่รำำ ก่่อนออกจากร่่างทรง การแต่่งกายในการแสดงโซ่่ถั่่งบั้้งของ นางรำำจะนิิยมแต่่งแบบชาวกะโซ่่โบราณ คืือสวม เสื้้อผ้้าฝ้้ายแขนยาวสามส่่วนสีีดำำหรืือย้้อมคราม และติิดกระดุุมเงิิน นุ่่งซิ่่นมััดหมี่่ต่่อหััวต่่อเชิิง ห่่ม สไบด้้วยผ้้าเก็็บดอกหรืือผ้้าขิิด ไม่่สวมรองเท้้า ส่่วน เครื่่องประดัับนิิยมใช้้ต่่างหูู สร้้อยคอ กำำ ไลข้้อมืือ และกำำ ไลข้้อเท้้าที่่ทำำด้้วยเงิิน มัักเกล้้าผมหรืือมวย ผมเป็็นทรงสููงมีีฝ้้ายสีีขาวมััดมวยรอบผม โซ่่ถั่่�งบั้้�งในปััจจุุบัันและการอนุุรัักษ์์ให้้ คงอยู่่ ปััจจุุบัันโซ่่ถั่่งบั้้งถืือเป็็นการแสดง และ การละเล่่นของชาวอีีสานที่่ถููกยกระดัับให้้เป็็นการ แสดงเพื่่อให้้แขกบ้้านแขกเมืืองที่่มาเยืือนยัังถิ่่นฐาน ของชาวกะโซ่่ได้้รัับชม อย่่างเช่่นที่่อำำเภอดงหลวง จัังหวััดมุุกดาหาร ในช่่วงปลายเดืือนมกราคมของ ทุุกปีีจะมีีการจััดงานประเพณีี บรููไฮไทโซ่่ เป็็นงาน ที่่จััดขึ้้นเพื่่อแสดงศิิลปะ วััฒนธรรม และความเป็็น อยู่่ของชาวกะโซ่่ในอดีีต ให้้นัักท่่องเที่่ยวและคนใน ชุุมชนได้้มาเยี่่ยมชมบรรยากาศของงานประจำำปีี ที่่จััดขึ้้นโดยคนกะโซ่่ ซึ่่งสิ่่งที่่ขาดไม่่ได้้เลยเป็็นการ แสดงที่่จะมีีในทุุกปีีเช่่นกัันนั้้นก็็คืือ “โซ่่ถั่่งบั้้ง” เป็็นการแสดงฟ้้อนรำำ ประกอบการกระทุ้้งไม้้ไผ่่ รวม ไปถึึงการจำำลองพิิธีีเหยาร่่วมด้้วยในทุุกปีี ซึ่่งสร้้าง ความประทัับใจให้้แก่นั่ ักท่่องเที่่ยวและยัังเป็็นความ ภาคภููมิิใจของคนในชุุมชนอีีกด้้วย งานประจำำปีีที่่ถููกกล่่าวถึึงข้้างต้้น เป็็น เพีียงหนึ่่งในสิ่่งที่่ชาวกะโซ่่ได้้อนุรัุักษ์์ไว้้ ให้ลูู้กหลาน ได้้เรีียนรู้้และรัักษามัันต่่อไปเท่่านั้้น แต่ยั่ ังมีอีีกหลาย อย่่างของชาวกะโซ่่ที่่ยัังไม่่เคยถููกพููดถึึงในวงกว้้าง สิ่่งเหล่่านั้้นยัังคงรอคอยการค้้นพบจากคนที่่เห็็นว่่า มัันสวยงามและควรค่่าแก่่การอนุุรัักษ์์ไว้้ ภาพจาก: สำ นักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร เรื่อง พิชามญชุ์ ทองเปี่ยม
20 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 มมส. เร่งแก้วิกฤตขยะล้นมอ หวันปัญหาสะสมลากยาว ่ ศ.ดร.อนงค์์ฤทธิ์์ แข็็งแรง รองอธิิการบดีี ฝ่่ายพััฒนาโครงสร้้างพื้้นฐาน วิิจััยและนวััตกรรม พร้้อมกัับ นางสาวจุุฬาลัักษณ์์ ปะวัันนา เจ้้าหน้้าที่่ บริิหารงานทั่่วไป ดููแลการจััดการขยะ ได้้ให้ข้้้อมููล ว่่า เนื่่องจากปริิมาณขยะในเขตของมหาวิิทยาลััย จะแบ่่งออกเป็็น 2 ส่่วน คืือ ส่่วนที่่เป็็นกิิจกรรม ที่่อยู่่ภายในมหาวิิทยาลััยและส่่วนของพื้้นที่่เชื่่อม ต่่อกัับชุุมชนที่่อยู่่ข้้างนอก ขยะก็จ็ะเกิิดจากหน่่วย งานกลุ่่มกิจิกรรมที่่เกี่่ยวข้้อง ส่่วนอีีกกลุ่่ม คืือ ขยะ จากการใช้ชี้วิีิต เนื่่องจากว่่าพื้้นที่่ของมหาวิิทยาลััย เป็็นพื้้นที่่ค่่อนข้้างเปิิด มีีทางเข้้าหลายส่่วนทำำ ให้มี้ี การสััญจรนำำขยะมาทิ้้งภายในมหาวิิทยาลััย ศ.ดร.อนงค์์ฤทธิ์์ อธิิบายว่่า ลัักษณะ ของแผนในการจััดการขยะ มีีแผนค่่อนข้้างชััดเจน ตั้้งแต่่เรื่่องของการจััดเก็็บไปสู่่การนำำ ออกไป ทำำลายในพื้้นที่่ด้้านนอก จะมีีการแบ่่งออก 2 ส่่วน คืือ ส่่วนของหน่่วยงานต่่าง ๆ มีีการจััดเก็็บโดยแม่่ บ้้านแต่่ละหน่่วยงาน มีีการรวบรวมขยะแต่่ละ อาคาร พร้้อมมีีแผนในเรื่่องการรณรงค์์และในส่่วน ของการจััดกลุ่่มคััดแยกขยะแปรรููปผลิิตภััณฑ์ต่์ ่าง ๆ จากนั้้นส่่งต่่อไปแยกกากขยะออกจากกััน นำำ ไป สู่่เรื่่องของการทำำปุ๋๋�ยหมัักไส้้เดืือน นอกจากนี้้ ศ.ดร.อนงค์์ฤทธิ์์ ได้้ระบุุว่่า มีีการแบ่่งโซนพื้้นที่่รัับผิิดชอบและมีีตารางการจััด เก็็บชััดเจน มีีการคััดแยกขยะและการเก็็บผลขยะ ทุุกวััน โดยเฉพาะโรงอาหารตลาดน้้อยเพราะเป็็น พื้้นที่่ส่่วนกลางของมหาวิิทยาลััย มีีการคััดแยก ขยะอิินทรีีย์์นำำมาทำำเป็็นปุ๋๋�ยหมัักไส้้เดืือน วัันละ 400-600 กิิโลกรััมต่่อวััน ซึ่่งการบริิหารขยะที่่ดีี ควรบริิหารจััดการตั้้งแต่่ต้้นทางให้้เหลืือน้้อยที่่สุุด ก่่อนถึึงปลายทางเพราะถ้้าไปถึึงปลายทางจะต้้อง มีีค่่าใช้้จ่่าย ในส่่วนของคณะหน่่วยงานจะมีีคณะ กรรมการแต่่ละคณะหน่่วยงานคอยขัับเคลื่่อน การดำำเนิินงาน ไม่ว่่ ่าจะเป็็นในเรื่่องของการจััดหา ถัังขยะ สำำหรัับคััดแยกขยะให้้ได้้มาตรฐาน เพื่่อ รองรัับขยะที่่เกิิดภายใน ทางรองอธิิการบดีฝ่ี่ายพััฒนาโครงสร้้าง พื้้นฐานฯ ได้้กล่่าวว่่า อยากให้ทุุ้กคนมีส่ี่วนช่่วยใน การลดขยะ ด้้านนิิสิิตที่่ทำำ ได้้ คืือ ประชาสััมพัันธ์์ รณรงค์์ โดยเฉพาะที่่หอพัักนิสิิตที่่เป็็นแหล่่งกำำเนิิด ขยะขนาดใหญ่่ ที่่มีีขยะไม่่ต่ำำกว่่า 1 ตััน ทางกอง อาคารจะเข้้าไปให้้ความรู้้นิิสิิตในการคััดแยก อยากให้้นำำหลัักการ 3R เข้้ามาใช้้ร่่วมด้้วย อยาก ให้้เราใช้้ถุุงผ้้ามากยิ่่งขึ้้นเพราะปััญหาหลัักมาจาก ถุุงพลาสติิก อยากให้้คิิดถึึงหลัักการ 3R ในการ ลดปริิมาณขยะ หรืือใช้วั้ัสดุุทดแทนในกิจวัิ ัตรต่่าง ๆ รองอธิิการบดีี ฝ่่ายพััฒนาโครงสร้้างพื้้น ฐานฯ ได้้กล่่าวเพิ่่มอีีกว่่า นอกจากนั้้นมีีนโยบาย ที่่ท่่านอธิิการบดีีมหาวิิทยาลััยมหาสารคามลงนาม ไว้้ คืือการพยายามสื่่อสารไปที่่คณะหน่่วยงานไม่่ให้้ สั่่งอาหารที่่มีีกล่่องโฟม อย่่างตลาดน้้อยมีีการยกเลิิก การใช้้กล่่องโฟมเปลี่่ยนมาให้้ใช้้กล่่องชานอ้้อย หรืือ กล่่องทางเลืือกแทน เพราะเวลามีีกิิจกรรมอย่่างรัับ น้้องในมหาวิิทยาลััย ขยะค่่อนข้้างเยอะเกืือบวัันละ 6 ตััน จึึงขอความร่่วมมืือสั่่งอาหารประเภทตัักทาน จะง่่ายต่่อการลดปริิมาณขยะต้้นทาง ด้้านผลกระทบ นางสาวจุุฬาลัักษณ์์ ปะ วัันนา เจ้้าหน้้าที่่บริิหารงานทั่่วไป ดููแลการจััดการ ขยะ กล่่าวว่่า ผลกระทบจะมีีต่่อภาพลัักษณ์์ มหาวิิทยาลััย และมองไปถึึงพฤติิกรรมหรืือภาพ ลัักษณ์ที่่มี์ต่ี่อตััวนิสิิตและบุุคลากร จึึงต้้องอาศััยการ มีีส่่วนร่่วม คืือการกำำ หนดนโยบายคอยช่่วยเหลืือ ตั้้งแต่่ต้้นก่่อนส่่งต่่อไปปลายทาง ดัังนั้้นภาพลัักษณ์์ จะสะท้้อนให้้เห็็นถึึงผลกระทบตรงนี้้และยัังมีีผล กระทบต่่อสภาพแวดล้้อมที่่มีีต่่อชุุมชน ซึ่่งสามารถ ส่่งผลขนาดใหญ่่ได้้ ในด้้านความร่่วมมืือกัับเทศบาล ยัังคงประสานงานและดำำเนิินงานด้้วยกััน ในส่่วน พื้้นที่่รอยต่่อทั้้ง 2 เทศบาล ทั้้งทางพื้้นที่่ดอนยม และทางเทศบาลขามเรีียง โดยใช้้วิิธีีการสนัับสนุุน ด้้วยโครงการวิิจััยต่่าง ๆ เสนอแนวทางจััดการขยะ มีีโครงการวิิจััยบางส่่วนที่่เป็็นการเสนอแนวคิิดใน การสร้้างจุุดพัักขยะเพื่่อให้้มีีการรวบรวมขยะที่่อยู่่ ในพื้้นที่่ทางรอยต่่อมารวมอยู่่ในจุุดเดีียวกััน ให้้ตััว เทศบาลสามารถจััดเก็็บขนย้้ายได้้สะดวก สำำหรัับมหาวิิทยาลััยมีีโรงบริิหารจััดการ ขยะ โดยขยะที่่สามารถลดได้ตั้้ ้งแต่ต้่ ้นทาง เช่่น ขยะ รีีไซเคิิล ส่่วนขยะอิินทรีีย์์ ถ้้าไม่่จััดการวัันต่่อวัันจะ มีีกลิ่่น และแมลงรบกวน ทางโรงบริิการขยะจะ คััดแยกขยะอิินทรีีย์์จากตลาดน้้อยเป็็นหลััก เพราะ เป็็นโซนผู้้ประกอบการร้้านค้้า ซึ่่งหนึ่่งวัันจะมีีถึึง 1-1.5 ตััน และจะเอาไปที่่โรงคััดแยกขยะ โดยการ เอาไปทำำเป็็นปุ๋๋�ยหมััก ปุ๋๋�ยมููลไส้้เดืือน นอกจากนี้้ใน ส่่วนของใบไม้้ หรืือกิ่่งไม้้ จะนำำ ไปฝัังกลบ ในส่่วน ด้้านงานภููมิิทััศน์์เอง จะจััดการนำำ ไปแปรรููป และ ทำำปุ๋๋�ยต่่าง ๆ ศ.ดร.อนงค์์ฤทธิ์์ แข็็งแรง กล่่าวทิ้้งท้้าย ใน ส่่วนการจััดตั้้งโรงขยะเคยมีีการประชุุมกัับเทศบาล ซึ่่งมีีนโยบายในการงดรัับกำำจััดขยะจากหน่่วยงาน ภายนอก ทำำ ให้้เดืือดร้้อนในการหาจุุดกำำจััดขยะ และการจััดทำำหลุุมฝัังกลบเองก็ค่็ ่อนข้้างยากเพราะ ขาดแคลนพื้้นที่่อีีกทั้้งบุุคคลที่่อาศััยใกล้้เคีียงจะไม่่ ยอมรัับเพราะเรื่่องของมลพิิษ ทั้้งนี้้ถ้้ามหาวิิทยาลััย จะจััดตั้้งโรงขยะจะมีีในเรื่่องของกฎหมาย รวม ทั้้งการทำำ ประชาพิิจารณ์์และการยอมรัับจาก ประชาชนซึ่่งเกิิดขึ้้นได้้ยาก จึึงควรทำำการกำำจััดขยะ ให้้ได้ตั้้ ้งแต่ต้่ ้นทาง มหาวิิทยาลััยก็ยิ็ินดีทำีำ ให้้ได้้มาก ที่่สุุด ส่่วนหััวใจหลัักคืือตรงนี้้ เราต้้องจััดการส่่วนที่่ ทำำ ได้้ให้้ได้้มากที่่สุุด ด้้าน นางสาวบััณฑิิชา ไชยรััตน์์ เจ้้า พนัักงานธุุรการปฏิิบััติิงาน สัังกััดกองสาธารณสุุข และสิ่่งแวดล้้อม เทศบาลตำำบลขามเรีียง ให้้ข้้อมููล ว่่า ทราบถึึงปััญหาขยะ แต่่ทั้้งนี้้เทศบาลจะแบ่่ง ส่่วนของเจ้้าหน้้าที่่ชััดเจน ทางมหาวิิทยาลััยจะมีี เจ้้าหน้้าที่่ชุุดเก็็บขยะของมหาลััยเอง เพราะทาง เทศบาลจะรัับผิิดชอบเฉพาะในส่่วนที่่รัับผิิดชอบ 23 หมู่่บ้้านและรอบ ๆ หอพััก แต่ด้่ ้านมหาวิิทยาลััย เทศบาลจะไม่่ได้้รัับดููแลขยะ จะรัับผิิดชอบแค่่ใน ส่่วนรอยต่่อที่่รัับผิิดชอบร่่วมกัันกัับมหาวิิทยาลััย นางสาวบััณฑิิชา ได้้ระบุุอีีกว่่า ทาง เทศบาลก็มี็ ีแผนดำำเนิินการตามหมู่่บ้้าน โดยรณรงค์์ ให้้ทำำเป็็นขยะเปีียกเพื่่อช่่วยลดปริิมาณขยะใน หมู่่บ้้าน ให้้ความรู้้ในการคััดแยกขยะเปีียก แต่่ขยะ ประเภททั่่วไป เทศบาลก็็นำำ ไปทิ้้งที่่หนองปลิิงของ เทศบาลเมืือง ทั้้งนี้้ เจ้้าพนัักงานธุุรการปฏิบัิติัิงาน สัังกััด กองสาธารณสุุขและสิ่่งแวดล้้อม อธิิบายว่่าการ ที่่เทศบาลตำำบลขามเรีียงกัับมหาวิิทยาลััยจะหา ทางออกร่่วมกัันคืือการช่่วยประสานงานเพื่่อทำำ โครงการร่่วมกัันในหลาย ๆ โอกาส ให้้มีีการนำำร่่อง เรื่่องขยะ การทำำปุ๋๋�ย ทางจัังหวััดก็็ได้้เน้้นย้ำำเรื่่อง ขยะเปีียก เพราะปััจจุุบัันมีีขยะเยอะขึ้้นทุุกวัันขยะ จะมีีลดบ้้างแค่่ช่่วงปิิดเทอม แต่่ขยะที่่เกิิดขึ้้นจะมีี เยอะตามหอพััก แต่่ในหมู่่บ้้านขยะจะไม่่ได้้เยอะ มาก ส่่วนการเก็็บขยะเทศบาลจะเก็็บบางเส้้นทาง ที่่รัับผิิดชอบ ซึ่่งวิ่่งทุุกวัันเวีียนเส้้นทางทุุกวัันตั้้งแต่่ วัันจัันทร์์ถึึงวัันศุุกร์์ นายพงศธร ตัันเจริิญ นิิสิิตคณะวิิทยาลััย การเมืืองการปกครอง สาขาการเมืืองการปกครอง มหาวิิทยาลััยมหาสารคาม ชั้้นปีีที่่ 4 ได้้ให้้ความ เห็็น และสะท้้อนปััญหาขยะล้้นว่่า ในฐานะของนิสิิต ขยะที่่ทุุกคนทิ้้ง ทุุกคนไม่่รู้้ว่่าทางมหาวิิทยาลััยนำำ ขยะไปจััดการอย่่างไร ซึ่่งมองเห็็นว่่ามหาวิิทยาลััย มีีความพยายามในการที่่จะจััดการคััดแยกขยะ แต่่ ปลายทางมัักจะไปรวมที่่กองขยะสัักกอง อย่่างกอง ขยะตลาดน้้อย เพราะเป็็นกองขยะที่่บุุคลากร และ นิิสิิตใช้้เยอะ นายพงศธร กล่่าวเสริิมใน มุุ ม ที่่ มหาวิิทยาลััยชี้้แจงว่่าขยะเหล่่านี้้จััดการได้้ ซึ่่งถ้้า มหาวิิทยาลััยจััดการขยะเหล่่านี้้ได้้จริิง แต่่ทำำ ไมยััง เกิิดปััญหาการที่่เทศบาลไม่่รัับขยะมหาวิิทยาลััย ทำำ ให้้ต้้องมีีการจััดการดููแลขยะกัันเอง จนเป็็น ประเด็็นปััญหาขยะล้้นที่่มหาวิิทยาลััยไม่่พููดถึึงว่่า กระทบกัับใครบ้้าง ทั้้งนี้้ นายพงศธร กล่่าวเพิ่่มเติิมด้้านผล กระทบ ซึ่่งมองเห็็นปััญหาในทางปฏิิบััติิคืือ มา จากจุุดทิ้้งขยะน้้อย รวมทั้้งคนที่่เป็็นถึึงปััญญาชน เหมืือนกััน ทิ้้งขยะไปทั่่วทั้้งที่่เป็็นพื้้นที่่ส่่วนรวม จึึง คิิดว่่าการสร้้างความตระหนัักรู้้เป็็นสิ่่งสำำคััญ เพราะ อ่านต่อหน้า 21 จุดพักขยะ พื้นที่พักทิ้งขยะขนาดใหญ่ ด้านหลังโรงอาหารกลาง ตลาดน้อย มหาวิทยาลัย มหาสารคาม ที่มีการพักขยะต่อวันหลายตัน ก่อนนำ ไปกำจัดที่โรงกำจัดขยะ
21 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 จะผลัักความคาดหวัังให้้มหาวิิทยาลััยอย่่างเดีียวไม่่ ได้้ ต้้องเปิิดพื้้นที่่ให้้นิิสิิตมีีบทบาทร่่วมด้้วย อีี ก ทั้้ง นิิสิิ ตส่่วนให ญ่่ยัังไ ม่่รู้้ว่่ า มหาวิิทยาลััยมีีโรงกำำจััดขยะ หรืือมีีวิิธีีการจััดการ อย่่างไรบ้้าง มหาวิิทยาลััยควรจะมีีพื้้นที่่ในการ จััดการร่่วมกัันเป็็นมหาวิิทยาลััยสีีเขีียว มีีความ ตระหนัักรู้้ตั้้งแต่่ทรััพยากร การใช้ชี้วิีิตให้้สอดคล้้อง กัันกัับนัักศึึกษา พร้้อมทั้้งมหาวิิทยาลััยควรเปิิด เผยข้้อมููลอย่่างตรงไปตรงมา เพราะปััจจุุบัันต้้อง เปิิดหาอ่่านข่่าวกัันเอง ไม่่ได้้มีีข้้อมููลให้้อ่่านและ ไม่่ใช่่แค่่ปััญหาการประชาสััมพัันธ์์ แต่่ข้้อมููลต้้องมีี ประสิิทธิิภาพ เพราะต้้องมีีทั้้งการให้้ข้้อมููลและรัับ ความเห็็นจากนิิสิิตด้้วยจึึงจะแก้้ปััญหาถููกจุุด ผศ.ดร.วนิิดา พรมหล้้า อาจารย์วิ์ ิทยาลััย การเมืืองการปกครอง ผู้้ทำำวิิจััยเรื่่องขยะให้้ความ เห็็นว่่า ปััญหาขยะล้้นไม่่ได้มี้ีแค่่ในมหาวิิทยาลััย แต่่ ในชีวิีิตประจำำวััน เช่่น ที่่บ่่อขยะหนองปลิิงหรืือเส้้น ทางไปบรบืือจะเห็็นกองภููเขาขยะ ซึ่่งเป็็นปััญหา สำำคััญ ทำำ ให้้มองว่่าปััญหามาจากการคััดแยก โดย มาจากที่่อยู่่อาศััย มองเห็็นความพยายามในการคััด แยก แต่สุุ่ดท้้ายก็นำ็ ำมาทิ้้งที่่เดีียวกัันเป็็นสภาวะรวม กัันของขยะเยอะ ๆ ซึ่่งยากต่่อการกำำจััด ในมุุมมองของ ผศ.ดร.วนิิดา พรมหล้้า กล่่าวถึึงผลกระทบ จะมีีปััญหาอยู่่ 2 อย่่าง คืือ ปััญหาความสะอาดและเรื่่องของต้้นทุุนในการ จััดการขยะ เพราะมีีขยะเพิ่่มขึ้้นทุุกวัันทำำ ให้้ต้้อง นำำ ไปทิ้้งกัับหน่่วยงานของเทศบาลที่่รัับผิิดชอบ ในการขอความร่่วมมืือทางหนองปลิิงทำำ ให้้ต้้นทุุน ในการจััดการสููง ต้้องเสีียค่่าธรรมเนีียม เหมืือนนำำ เงิินไปทิ้้งกัับขยะ จึึงควรคััดแยกจััดการขยะแต่่ต้้น เพื่่อไม่่ให้้เสีียเงิินเป็็นจำำนวนมาก นอกจากนี้้ ผู้้ทำำวิิจััยเรื่่องขยะเสนอ แนวทาง ควรเริ่่มที่่การแยกขยะจริิงจัังให้้ความ เข้้าใจถึึงความสำำคััญขยะแต่่ละประเภท ตั้้งแต่่ ต้้นทางถึึงปลายทางจะทำำ ให้้เข้้าใจถููกต้้อง ในการ จััดการขยะต้้องมีีนโยบายตั้้งแต่ต้่ ้น โดยตััวนโยบาย ต้้องไม่ทิ้้ ่ งใครไว้ข้้้างหลัังต้้องดึึงเอาผู้้ที่่เกี่่ยวข้้องทั้้งผู้้ ทำำ นโยบายรวมทั้้งคนที่่อยู่่ภายใต้้นโยบายและคนที่่ ต้้องทำำตาม จึึงจะเกิิดขึ้้นได้จริ้ ิง พร้้อมกัับการสร้้าง ความตระหนััก ต้้องเริ่่มจากวิถีิชีวิีิตประจำำวัันที่่เป็็น อยู่่ ถึึงจะแก้้ปััญหาได้้ แต่่ในอนาคตปััญหาขยะจะ ได้้รัับการแก้้ไขอย่่างแน่่นอน เพราะปััญหาเริ่่มใกล้้ ตััว ไม่่ใช่่ในอีีก 2-3 ปีี แต่่อาจจะใช้้เวลาถึึง 5 ปีีขึ้้น ไป อย่่างเช่่น ตลาดน้้อย มีีการให้้ลดใช้้ถุุงพลาสติิก มหาวิิทยาลััยก็็ต้้องหาแนวทางว่่าจะให้้ใช้้อะไร ทดแทน ต้้องชััดเจนต่่อข้้อกำำหนด อ.ดร.ธายุุกร พระบำำรุุง รองคณบดีี ฝ่่าย วิิจััยและบริิการวิิชาการ คณะสิ่่งแวดล้้อมและ ทรััพยากรศาสตร์์ ให้้ความเห็็นว่่า ปริิมาณขยะ ของมหาลััยเริ่่มตั้้งแต่่ปีี 55 มีีตั้้งแต่่หลััก 2,000 ตััน แต่่ ปริิมาณขยะดููลดลง การลดลงมาทั้้งจากปััจจััยโรค ระบาด หรืือวิิถีีชีีวิิตทำำ ให้้ขยะลดลง แต่่ก็็มาจาก นโยบายมหาวิิทยาลััยด้้วย ที่่จะขัับเคลื่่อนตััวเองเป็็น มหาวิิทยาลััยสีีเขีียว ปัจจุับัุันพยายามผลัักดัันเป็็น UI green ตามมาตรฐานสากล ทำำ ให้้สถานการณ์์ขยะ จึึงเริ่่มลดลง แต่่ปััจจุุบัันขยะในมหาวิิทยาลััยที่่ค่่อน ข้้างเยอะ คืือขยะทั่่วไป เป็็นขยะที่่ต้้องส่่งไปพื้้นที่่ฝััง กลบ ส่่งผลให้้เพิ่่มรายจ่่ายตามมาด้้วย ด้้าน อ.ดร.ธายุุกร พระบำำรุุง กล่่าวว่่า มหาวิิทยาลััยมีีกลไกในการจััดการขยะ โดยคณะ กรรมการจััดการในมหาวิิทยาลััยและกรรมการ UI Green Metric World University Ranking จะ เป็็นกรรมการเฉพาะกิิจ ที่่มีีการพููดคุุยถึึงแนวทาง ซึ่่งตามนโยบายที่่จะลดขยะได้้จะเป็็นเรื่่องของ กระดาษกัับพลาสติิก ซึ่่งเป็็นการจััดการในภาคคณะ หรืือหน่่วยงานจะเป็็นในเรื่่องของการใช้้เอกสาร อิิเล็็กทรอนิิกส์์ ส่่วนขยะพลาสติิกจะเป็็นการรณรงค์์ ผ่่านร้้านค้้าให้้มีีส่่วนลดในการนำำ ภาชนะมาใช้้เอง ในส่่วนความเห็็นของ รองคณบดีี ฝ่่าย วิิจััยและบริิการวิิชาการ คณะสิ่่งแวดล้้อมและ ทรััพยากรศาสตร์์ กล่่าวอีีกว่่า ทุุกคณะต้้องมีีวิิธีี จััดการ มีีนโยบายใหญ่่ที่่ต้้องทำำเหมืือนกััน แต่่ ประสิิทธิิภาพก็็ต้้องดููตามปััจจััยคณะ โดยใช้้เกณฑ์์ การประเมิินที่่ทุุกหน่่วยงานต้้องใช้้ ถ้้าจััดการไม่่ได้้ ผลกระทบจะเป็็นการสะสมสิ่่งสกปรก กระทบต่่อ ภููมิิทััศน์์มหาวิิทยาลััย แต่่ ณ วัันนี้้ มหาวิิทยาลััยก็็มีี การจััดโรงพัักขยะหลายจุุดเป็็นสััดส่่วนพอบรรเทา ปััญหาจากแต่่ก่่อนได้้ อ.ดร.ธายุุกร พระบำำรุุง ได้้กล่่าวทิ้้งท้้าย ว่่า ด้้านทางออกที่่ยั่่งยืืน คืือ การบููรณาการระหว่่าง ศาสตร์์ ทุุกคณะดึึงจุุดเด่่นมาทำำธีีมการทำำงาน ต้้อง สร้้างแนวทางตามมิิติิคณะ โดยการบริิหารจััดการ องค์์ความรู้้และดึึงมาเกี่่ยวข้้องกัับปััญหาขยะให้้ มีีส่่วนร่่วมกัันและต้้องทำำกิิจกรรมต่่อเนื่่อง ซึ่่งเรา สามารถบููรณาการร่่วมกัับชุุมชนรอบข้้างแบ่่งใช้้ เทคโนโลยีพึ่่ ีงพากััน สิ่่งเหล่่านี้้จะยั่่งยืืน เพื่่อให้มี้ีแผน ตอบรัับเป็็นมหาลััยสีีเขีียวสู่่ความเป็็นสากลให้้การ ทำำงานร่่วมกัันระหว่่างศาสตร์์เป็็นจุุดแข็็ง ซึ่่งปััญหา จริิง ๆ เกิิดจากความไม่่ต่่อเนื่่อง อย่่างน้้อย ๆ ทุุกหนึ่่ง ปีีควรมีีการจััดกิิจกรรม 1 ครั้้ง สร้้างความตระหนััก และทำำ ให้้สัังคมไม่่ละเลยปััญหา ตามความเห็็นของ อาจารย์์. ปุ๋ยหมัก เป็นปุ๋ยหมักที่มีการแปรรูปจากขยะอินทรีย์ เป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อการต่อยอดในการแก้ปัญหาขยะ ที่ต้นทางรูปแบบหนึ่ง โดยโรงผลิตและจำ หน่ายปุ๋ยหมักของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แปลงย่อยเศษขยะอินทรีย์ แปลงของมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ใช้ไส้เดือนนำ มาย่อยเศษอาหารจากพื้นที่ใน มหาวิทยาลัยมหาสารคามและตลาดน้อย ที่กำกับโดยงานจัดการขยะและกองอาคารสถานที่ ขยะล้นมอ ต่อจากหน้า 20
เรื่องสั้น 22 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 เสีียงลมกระทบหญ้้าคาจากเถีียงนาหลัังเล็็ก นาข้้าวปลิิวไสวเคล้้ากลิ่่นหอมของข้้าว อีีกาบิิน โฉบไปมาเหมืือนอยากกิินต้้นข้้าวอย่่างไรอย่่างนั้้น และเป็็นอีีกวัันที่่ชาวบ้้านพากัันมาเกี่่ยวข้้าวช่่วยกััน เฉกเช่่นทุุกวััน ในช่่วงนี้้คืือฤดููเก็็บเกี่่ยวเช่่นนี้้ วานใครมาช่่วยได้ก็้ต้็ ้องทำำถ้้าหากจะจ้้างก็สิ้้ ็ นเปลืืองเงิินทอง โจ้้ หนุ่่มวััย 19 ปีี หลานของยายแดงก็็เป็็นหนึ่่งในคนที่่มาเกี่่ยวข้้าวร่่วมกัันในวัันนี้้ หลัังจากที่่ ทำำงานจนเหนื่่อยจึึงได้้มาพัักผ่่อนหย่่อนใจอยู่่ที่่เถีียงนาโปรดหลัังเล็็ก ๆ ข้้างต้้นไทรใหญ่่ พอถึึงเถีียงนาโจ้้ ก็็ได้ล้้้มตััวลงนอนด้้วยความเหนื่่อยล้้า ในใจพลัันคิิดในหััวว่่าทำำ ไมเขาถึึงไม่่ได้้ใช้ชี้วิีิตวััยรุ่่นแบบคนอื่่นกัันนะ ได้้แต่่คิิดแล้้วก็็ตอบตััวเองว่่าก็็ไม่่ได้้ร่ำำรวยเหมืือนบ้้านอื่่นน่่ะสิิ เลยต้้องช่่วยยายทำำนาอยู่่แบบนี้้คิิดแล้้วก็็ น้้อยใจในโชคชะตา เมื่่อพัักจนพอหายเหนื่่อยแล้้วโจ้ก็้ ็เตรีียมกลัับบ้้าน แต่่สายตาก็็เหลืือบไปเห็็นกระดาษ สีีชมพููเสีียบอยู่่ข้้าง ๆ ด้้วยความสงสััยจึึงหยิิบขึ้้นมาดูู ข้้อความเขีียนว่่า ‘ถึึงโจ้้ เราเอาขนมตาลมาให้้ กิิน เยอะ ๆ นะ’ โจ้้ตกใจมาก ในใจคิิดเข้้าข้้างตััวเองว่่าเจ้้าของจดหมายชอบเขาหรืือเปล่่า หลัังจากได้้รัับจดหมายฉบัับแรก วัันต่่อมาเขายัังคงได้้รัับจดหมายอีีก วัันนี้้มีีข้้อความว่่า ‘ถึึงโจ้้ วัันนี้้�เรามีีข้้าวต้้มมััดมาให้้ กิินให้้อร่่อยนะ’ ซองจดหมายวางไว้้พร้้อมกัับข้้าวต้้มมััดที่่ทัับไว้้อยู่่ 3 มััด โจ้้ได้้ แต่ยิ้้ ่มกริ่่มด้้วยความเขิิน พลางคิิดในใจว่่าใครกัันที่่เป็็นเจ้้าของจดหมาย ถึึงไม่รู้้ว่่ ่าเป็็นใครแต่่โจ้ก็้รู้้สึ็ ึกดีีและ รู้้สึึกขอบคุุณ ชีวิีิตนี้้เขาไม่่เคยมีีคนมาชอบเลยสัักครั้้ง นี่่เป็็นครั้้งแรกจึึงทำำ ให้้โจ้ตื่่ ้นเต้้นที่่ได้จ้ดหมายพวกนี้้ วัันนี้้ก็็อีีกเช่่นเคย ‘ถึึงโจ้้ วัันนี้้�ยิ้้�มเยอะๆ นะ’ เฮ้้อคนอะไรน่่ารัักจััง เขาอยากจะรู้้จริิง ๆ ว่่าใคร เอาจดหมายนี้้มาให้้ วัันก่่อนก็็เขีียนว่่า ‘ถึึงโจ้้ ถ้้ามีีเรื่่�องเครีียด ๆ อย่่าเก็็บไปใส่่ใจเลยนะ ใช้้ชีีวิิตแบบที่่�โจ้้ อยากทำำ ’ จดหมายพวกนี้้เยีียวยาจิิตใจเขาได้้จริิง ๆ แต่่รู้้ได้้อย่่างไรว่่าเขามีีเรื่่องทุุกข์์ใจ วัันก่่อนเขาเพิ่่ง โดนเพื่่อนวััยเดีียวกัันดููถููกว่่าเขาโง่่ ไม่่เรีียนหนัังสืือ หรืือว่่าเจ้้าของจดหมายพวกนี้้จะเป็็นคนใกล้้ตััวกัันนะ เขาได้้จดหมายทุุกวััน วัันละ 1 ฉบัับ จนตอนนี้้เขาได้้จดหมายเกืือบ 10 ฉบัับแล้้ว โจ้้ได้้แต่่สงสััย ว่่าใครกัันแน่ที่่ ่เป็็นคนส่่งจดหมายให้้เขา พอคิิดอย่่างนั้้นก็็เริ่่มรู้้สึึกว่่าเขาต้้องทำำอะไรสัักอย่่าง แต่่เพื่่อแทน คำำขอบคุุณโจ้้จึึงเขีียนจดหมายให้้บ้้าง ข้้างในเขีียนว่่า ‘ขอบคุุณนะ ชอบทุุกประโยคที่่�เขีียนให้้เลย’ วัันนี้้ เขาจึึงคิิดที่่จะซุ่่มดููอยู่่ไกล ๆ โจ้้ตื่่นเต้้นอยู่่ไม่่น้้อยที่่จะได้้เจอตััวจริิงสัักทีี แต่่เวลาก็็ผ่่านไปค่่อนข้้างนานจน โจ้้เริ่่มท้้อแล้้ว เห็็นทีีวัันนี้้จะไม่่ได้้จดหมายหรืือเปล่่า จึึงคิิดว่่ากลัับบ้้านดีีกว่่าวัันนี้้เธอคนนั้้นคงไม่่มาแล้้ว แต่่อยู่่ ๆ ก็็มีีหญิิงสาวคนหนึ่่งปั่่นจัักรยานตรงไปที่่เถีียงนาน้้อยของเขา โจ้้มองเห็็นไม่่ชััดว่่าผู้้หญิิงคนนั้้น คืือใครจึึงเดิินมุ่่งไปที่่เถีียงนาอย่่างเงีียบ ๆ ยิ่่งใกล้้ก็็ยิ่่งตื่่นเต้้นราวกัับหััวใจจะระเบิิด ไม่่ว่่าเธอคนนั้้นจะ เป็็นใครเขาก็ดี็ ีใจทั้้งนั้้น เมื่่อไปถึึงเถีียงนาผู้้หญิิงคนนั้้นกำำลัังมุ่่งมั่่นวางจดหมายให้้เขาจนไม่ทั่ ันสัังเกตว่่าโจ้้ ได้้มาถึึงเป็็นที่่เรีียบร้้อยแล้้ว โจ้้สัังเกตเห็็นว่่ามืือของหญิิงสาวคนนี้้ค่่อนข้้างเหี่่ยว แถมมองจากด้้านหลััง ก็็ดููไม่่สาวเท่่าไหร่่ แต่่ไม่่ทัันได้้คิิดอะไรมากนัักเธอคนนี้้ก็็หัันมาพอดีี โจ้้ยืืนช็็อกอยู่่ครู่่หนึ่่ง เพราะผู้้หญิิงที่่ ปรากฏตรงหน้้าคืือ ยายแดง “ยาย! มาเฮ็็ดอิิหยัังหม่่องนี่่” “เอ้้า บัักโจ้้ มาได้้จัังได๋๋” “กะโจ้้อยากเบิ่่งว่่าผู้้สาวทางได๋๋มาให้้จดหมายโจ้้แหม” “ฮ้้วย แผนแตกเบิ่่ด” “ยายคืือมาเขีียนจดหมายให้้โจ้้ มัักโจ้้ติิ” ถึึงจะสงสััยว่่าทำำ ไมยายถึึงเขีียนจดหมายให้้เขา แต่่ก็็ อยากแกล้้งยายเล่่น ๆ “บ้้าติิ กะโจ้้น่่ะมัักจ่่มว่่าอยากมีีผู้้สาว อยากมีีความฮัักคืือจั่่งผู้้อื่่น ยายอยากเห็็นโจ้้ยิ้้มได้้ อย่่าง น้้อยก็็บ่่ต้้องไปแอบฮ้้องไห้้ตอนผู้้สาวหัักอกอีีก สิิเฮ็็ดอิิหยัังให้้กิินกะบ่่มัักกิิน พอฮู้้ว่่าสาวเอามาให้้นี่่ดีีใจ หลาย มัันเป็็นตางึึดคััก แต่่เห็็นโจ้้ยิ้้มยายก็็ดีีใจ ผิิดหวัังบ่่ล่่ะที่่เป็็นยาย” “บ่่ผิิดหวัังดอกยาย เทื่่อหน้้ากะบ่่ต้้องเขีียนให้้โจ้้แล้้วเด้้อ มาบอกโจ้้เองโลด กัับเข่่ากะสิิกิินฝีีมืือ ยายให้้พุุงแตกไปโลด บ่่มีีผู้้สาวกะบ่่ตายดอก” “อิิหลีติีิ บ่ต้่ ้องเสีียใจเด้้อที่่บ่มี่ ผู้้ีสาว มื้้อนึึงโจ้้กะสิิได้พ้้ ้อความฮัักที่่โจ้ต้้ ้องการ โจ้้เป็็นคนดีีเป็็นคน ขยัันเดี๋๋ยวกะมีีผู้้สาวมามัักโจ้้เอง ตอนนี้้กะอยู่่นำำยายไปก่่อนเนาะ” คำำพููดของยายแดงทำำ เอาโจ้้ซาบซึ้้งเป็็นอย่่างมาก เขาน่่ะหน้้าตาไม่่ดีีเหมืือนคนอื่่น ชอบใครเขา ก็็ไม่่ชอบกลัับอกหัักไม่รู้้ตั้้ ่งกี่่ครั้้งก็มี็ ีแต่่ยายแดงนี่่แหละที่่คอยปลอบเขาเสมอมา เขาไม่่ได้รู้้สึ้ ึกผิิดหวัังที่่ยาย ของเขาเป็็นเจ้้าของจดหมาย กลัับรู้้สึึกดีีใจจนน้ำำตาล้้นเอ่่อด้้วยซ้ำำ เพราะมีีแต่่ยายนี่่แหละที่่รัักเขาจริิง ๆ เป็็นห่่วงเขามาตลอด ชีีวิิตนี้้เขาก็็มีีแต่่ยายแดงนี่่แหละที่่อยู่่ข้้าง ๆ เขาในวัันนี้้ไม่่เหลืือใคร แล้้วก็็จะมีียาย แดงตลอดไป แล้้วทำำ ไมเขาจะต้้องโหยหาความรัักจากคนอื่่นด้้วย ความรัักมัันก็็อยู่่ตรงหน้้านี่่ไง ความรััก ที่่หาจากที่่ไหนไม่่ได้้อีีกแล้้ว… ‘ถึึงยายแดง รัักยายแดงที่่�สุุดในโลกเลยครัับ รัักตลอดไป…’ จดหมายของใคร เรื่อง รัชฎาพรวรรณ มุ่งหมาย
23 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566 เคยได้ยินคำำกล่าวที่ว่า “คนอีสานหา อาหารเก่ง” แต่ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคไหน เขาก็ทำำ สิ่งนี้กันมาตั้งแต่อดีต บรรพบุรุษ รุ่นปู่ รุ่นย่าคอย สั่งสอน สืบทอด และส่งต่อกันจนถือเป็นวัฒนธรรม อีสานบ้านฉัน ถิ่นนั้นอุดมสมบูรณ์ มีป่า มีเขา อีกทั้งห้วยหนอง คลองบึง แม่น้้ำำหลายสายที่ ไหลพาดผ่าน อยากแกงเห็ดก็ขึ้นเขา อยากต้มปลาก็ ลงห้วย ปัจจุบันการหาอาหารถูกนำำมาทำำเป็นอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเขาเพื่อเก็บของป่ามาขาย หรือ แม้แต่ปลูกผักขาย และเช่นกันกับการจับปลา บ้าง ก็ทำำเป็นอาชีพ บ้างก็จับปลามาเพื่อประกอบอาหาร กินเองในครอบครัว หากกล่าวถึงคนอีสานที่มีธรรมชาติเป็น คนรักสนุก มักจะทำำกิจกรรมเป็นหมู่คณะ อย่าง การลงแขกเกี่ยวข้าว และคนอีสานบางที่ใช้วิธีคล้าย กันเมื่อจับปลา จะชวนกันไปเป็นกลุ่ม ๆ เช่น ไป ยกยอกันในวันที่ฝนตก ซึ่งเป็นช่วงที่น้้ำำขึ้นและมี ปลาเยอะ บางหมู่บ้านจับกลุ่มชวนกันไปเป็นคัน รถ หนึ่งในนั้นมีหญิงวัย 65 ปี รวมอยู่ด้วย คุณยาย ถนอมศรี วงศ์กระโซ่ ชาวบ้านในตำำบลดงหลวง อำำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เล่าถึงการยกยอ ของชาวบ้านตำำบลดงหลวงว่ามักจะจับกลุ่มชวนกัน ไปยกยอตามหนองน้้ำำรอบ ๆ หมู่บ้าน ต่างหมู่บ้าน และในบางครั้งก็ไปที่ต่างจังหวัดด้วย เธอยังเล่าต่อ อีกว่าในทุกครั้งที่ได้ไปยกยอทุกคนสนุกสนานมาก ใครที่ยกแล้วได้ปลาตัวใหญ่ก็พากันเฮ “เจ้าเฮ ข่อย เฮ ม่วนคัก ม่วนแฮง” แรกเริ่่มเดิิมทีีการใช้้ยอจัับปลาในภาค อีีสานนั้้น เกิิดขึ้้นมาตั้้งแต่่สมััยบรรพบุุรุุษ และ ยาวนานมาจนถึึงปััจจุุบััน เนื่่องจากแหล่่งน้ำำของ ภาคอีีสานมีีหลายลัักษณะ ทั้้งแม่่น้ำำ หนองน้ำำ และ ท้้องนา ซึ่่งจะมีีน้ำำตามสภาพของแต่่ละฤดููกาล เครื่่องมืือจัับสััตว์์น้ำำจึึงมีีหลากหลายรููปแบบ ชาว บ้้านจะทำำเครื่่องมืือขึ้้นมาให้้สััมพัันธ์์กัันกัับแหล่่งที่่ สััตว์์น้ำำอาศััยอยู่่ ทำำขึ้้นโดยภููมิิปััญญาชาวบ้้าน และ ยอก็็เป็็นหนึ่่งในเครื่่องมืือเหล่่านั้้น ซึ่่งยอช่่วยผ่่อน แรง ลดเวลา ในการวางยอหนึ่่งครั้้งสามารถจัับปลา ได้้จำำ นวนมาก การยกยอในอดีีตจึึงได้้รัับความนิิยม เป็็นอย่่างมาก “ตกเบ็ดน่็ ่ะของผู้ชาย ้ ทอดแหก็็ผู้ชาย แ ้ ต่่ ยายเป็็นผู้้หญิิง” คุุณยายถนอมศรีี กล่่าวถึึงเหตุุผล แรกที่่เธอเลืือกใช้้ยอในการจัับปลา ในมุุมของเธอ มองว่่าการใช้้ยอจะเหมาะกัับผู้้หญิิงที่่สุุดแล้้ว เมื่่อ เทีียบกัับการใช้้เบ็็ดและแห แต่่ก็็ยัังมีีเหตุุผลอื่่น ๆ อีีกอย่่างยอสามารถจัับปลาปริิมาณมากจากการ ยกยอขึ้้นเพีียงครั้้งเดีียวเมื่่อเทีียบกัับการใช้้เบ็็ดตก ปลา ไม่่ต้้องเสีียเวลาทอดลงไปที่่น้ำำหลายครั้้งอย่่าง การใช้้แห เนื่่องจากยอมีีลัักษณะและการใช้้งานที่่ คล้้ายกัับกระชอน วิิธีีใช้้ก็็ไม่่ต่่างมากนััก คืือการนำำ ยอส่่วนที่่เป็็นตาข่่ายสี่่เหลี่่ยมจุ่่มลงไปในน้ำำแล้้วจึึง จัับไม้้ยอยกขึ้้นดููเป็็นพััก ๆ เพื่่อดููว่่ามีีปลาเข้้ามาใน ยอบ้้างหรืือยััง หากมีีแล้้วก็็จะใช้้กระชอนเล็็ก หรืือ อุุปกรณ์์ต่่าง ๆ ที่่นำำ มาปรัับใช้้เพื่่อตัักปลาที่่อยู่่ใน ตาข่่ายขึ้้นไปใส่่ถัังไว้้ ในภาษาอีสานเรียกการยกยอว่า ตกสะึดุ้ง ซึ่งยอในภาคอีสานมีลักษณะที่เล็ก จึงเหมาะกับการ ดักจับปลาในแหล่งน้้ำำที่นิ่งและตื้น ด้านการใช้งานก็ เหมาะสำำหรับการยกคนเดียว ซึ่งข้อดีคือทำำให้คล่อง ตัวและสามารถยกได้ถี่เท่าที่ต้องการ ต่างจากภาค ใต้ที่จะมียอหลายขนาด ทั้งยอยักษ์หรือยกบาม มี เครื่องถ่วงน้้ำำหนักทำำมุมฉากกับคานยอคล้ายปัน้จั่น ยอขนาดใหญ่นิยมใช้ดักปลาในน้้ำำลึกบริเวณแม่น้้ำำ ลำำคลอง และในส่วนของยอขนาดเล็กก็มีด้วยเช่น กัน ซึ่งทางภาคเหนือจะเรียกว่า การตั้งจ๋๋ำำ และใน ภาคกลางมีการยกยอโดยใช้ยอหลายขนาดเช่นกัน ในอดีตมีการติดยอไว้ที่หัวเรือ เรียกว่าเรือยกยอ แต่ ในปัจจุบันเป็นภาพที่หาดูได้ยากแล้ว เนื่องจากผู้คน ต่างเปลี่ยนวิธีการทำำมาหากินจากน้้ำำขึ้นมาบนบก เข้าสู่ระบบแรงงานและอุตสาหกรรม อีีสานบ้้านเฮา เฮ็ด็เอง ใช้้เอง สะดุ้้ง หรืือ ยอเล็็ก ถููกทำำขึ้้นโดยภููมิิปััญญาชาวบ้้านของคน อีีสานที่่นำำสิ่่งของรอบตััวมาปรัับใช้้ในการทำำเครื่่อง มืือสำำหรัับจัับปลา ซึ่่งอุุปกรณ์์ที่่ใช้้ทำำยอเล็็กจะมีี ร่่างแหผืืนสี่่เหลี่่ยมจััตุุรััส 1 ผืืน ไม้้ไผ่่ผ่่าซีีกหรืือใช้้ ไม้้ไผ่่ลำำเล็็ก ๆ จำำ นวน 2 ลำำ และท่่อนไม้้ไผ่่ขนาด พอเหมาะสำำหรัับยกขึ้้นลงได้้อีีก 1 ลำำ ในส่่วนของ วิธีิีการทำำยอเล็็กนั้้นคุุณยายถนอมศรีีกล่่าวว่่ามัันง่่าย แสนง่่าย เพราะเธอทำำมัันมาตั้้งแต่่ยัังเป็็นสาว โดย เริ่่มต้้นจากการนำำ ไม้้ไผ่่ผ่่าซีีกหรืือใช้้ไม้้ไผ่่ลำำเล็็ก ๆ ไขว้้ กัันเป็็นกากบาท ผููกปลายทั้้งสี่่ติิดเข้้ากัับมุุมร่่างแห ตรงกลางของไม้้ไผ่ที่่ ่ ไขว้้เป็็นกากบาทจะผููกติิดกัับไม้้ คานสำำหรัับยก ซึ่่งใช้้เป็็นท่่อนไม้้ไผ่่สำำหรัับยกขึ้้นลง ได้้ จากนั้้นก็็เป็็นอัันเสร็็จ แต่่เนื่่องจากการยกยอใน แต่่ละครั้้งร่่างแหมัักจะเกี่่ยวเข้้ากัับเศษไม้้หรืือครีีบ แข็็ง ๆ ของปลาบางชนิิด ส่่งผลให้้ร่่างแหขาดและ เสีียหายได้้ คุุณยายถนอมศรีีบอกว่่าชาวบ้้านส่่วน ใหญ่่ไม่่ได้้มีีเงิินสำำหรัับจะซื้้อเพื่่อเปลี่่ยนร่่างแหผืืน ใหม่่กัันบ่่อย ๆ อย่่างเช่่นตััวเธอเองจะใช้้วิิธีีการเย็็บ เพื่่อซ่่อมแซมร่่างแหนั้้นแทน หากขาดเยอะจริิง ๆ จึึงจะซื้้อใหม่่ แต่่ก็็ยัังนาน ๆ ทีี ถึงแม้ว่าเครื่องมือทำำมาหากินของคน อีสานมีอยู่มากมาย จนไม่สามารถจะกล่าวถึงได้ หมดแต่สำำหรับคุณยายถนอมศรี เธอเลือกการยกยอ เป็นเครื่องมือทำำมาหากิน ยอจึงมีความสำำคัญมาก ต่อการดำำรงชีวิตของเธอ คุณยายยังกล่าวต่ออีกว่า การยกยอนั้นเป็นความสุข ทำำให้ได้ออกไปพบปะ เพื่อนฝูง ได้พูดคุย กลับมาถึงบ้านก็ยังมีปลามาให้ลูก หลานได้กิน วันไหนยกมาได้เยอะหรือตัวใหญ่หน่อย ก็นำำไปขายเลย แต่ถ้าเป็นตัวเล็กจะเอามาตากแห้ง ก่อนขาย ได้เงินก็เข้าครอบครัวเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน แบ่งปันข้างบ้านกิน ทั้งหมดทั้งมวลอาจเป็นเพียง ความสุขเล็กน้อยและเรียบง่าย แต่มันยิ่งใหญ่สำำหรับ หญิงวัย 65 ปี คนนี้มาก และอย่างไรก็ตามการยกยอ ก็สำำคัญกับการดำำรงชีวิตของคนอีสานคนอื่น ๆ ที่ ต่างก็เลือกใช้ยอเป็นเครื่องมือทำำกินสำำหรับพวกเขา เช่นกันกับคุณยายถนอมศรี ยกยอ ปอปลา ภาพจาก: www.sac.or.th เรื่อง พิชามญชุ์ ทองเปี่ยม
24 ปีที่ 16 ฉบับที่ 18 เดือนมีนาคม 2566