คานา
ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งถือว่าเป็นยุคแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ เกิดการเปลี่ยนแปลงการพัฒนางานใน
หลายๆด้านให้ทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในด้านการแพทย์และสาธารณสุขก็เช่นเดียวกัน ปัจจุบัน
ความก้าวหน้าด้านวิชาการและเทคโนโลยี ทางการแพทย์ได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทาให้แนวทาง การรักษา
ต้องมกี ารพฒั นาความร้แู ละทกั ษะเฉพาะทาง รวมท้ังการใช้เคร่ืองมืออุปกรณ์พิเศษชนิดใหม่ๆ ในการวินิจฉัย
และบาบัดผู้ปุวย ทม่ี ีปัญหาวิกฤตและซับซ้อนต้องมกี ารติดตามและพฒั นาอยเู่ สมอ
ทารกแรกเกดิ เป็นช่วงเวลาท่ีสาคญั ของชีวิต เพราะเปน็ จุดเริม่ ต้นของทุกๆอย่าง ภาวะเจ็บปุวยในทารก
แรกเกดิ จงึ จดั เป็นปญั หาทางสาธารณสุขที่สาคัญ เน่ืองจากเป็นกลุ่มโรคท่ีมีอัตราตายสูง ตลอดจนค่าใช้จ่าย
ในการดูแลรักษาผู้ปุวยค่อนข้างสูง ปัญหาทารกแรกเกิดในเครือข่ายเขตสุขภาพท่ี 7 ท่ีสาคัญคือ ทารกแรก
เกิดน้าหนักตัวน้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทารกเกิดก่อนกาหนด ทารกมีภาวะพร่องออกซิเจนแต่กาเนิด มีความ
พกิ ารแตก่ าเนดิ รวมถงึ ปญั หาอื่นๆ การส่งต่อผู้ปุวยทารกแรกเกิดมายังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่ายังมี
ข้อจากัด ในหลายๆด้าน ความสามารถในการดูแลทารกแรกเกิดในสถานพยาบาลนั้น ต้ังแต่ระดับชุมชน
จนถงึ โรงพยาบาลระดับตตยิ ภมู ิ ยังมคี วามแตกตา่ งกนั ดา้ นความพร้อมของบคุ ลากร ตลอดจนเคร่อื งมือและ
อุปกรณ์ทางการแพทย์ และด้วยข้อจากัดของอัตรากาลังบุคลากร การโยกย้าย ลาออก ทาให้อัตรากาลัง
ท่ีผ่านการอบรมเฉพาะทางในการดูแลและส่งต่อทารกแรกเกิดนั้นไม่เพียงพอ บุคลากรโรงพยาบาลชุมชน
ยังไม่มีความม่ันใจ ทงั้ ด้านทักษะและประสบการณ์ ในการดแู ลทารกแรกเกดิ
คณะกรรมการเครือข่ายทารกแรกเกิด เขตสุขภาพที่ 7 (ร้อย-แก่น- สาร-สินธ์ุ) ร่วมกับ โรงพยาบาล
ขอนแก่น ในฐานะเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายการดูแลทารกแรกเกิด เขตสุขภาพที่ 7 ของกระทรวงสาธารณสุข
ได้เล็งเห็นความสาคัญของการพัฒนาการบริการทารกแรกเกิด ทั้งภายในโรงพยาบาลและเครือข่าย จึงได้
จัดทา “ค่มู อื หลกั สตู รการดูแลการส่งต่อและการช่วยฟ้ืนคืนชีพในทารกแรกเกิด เขตสุขภาพที่ 7” ข้ึน เพื่อใช้
เป็นแนวทางในการฝกึ อบรมบคุ ลากรทารกแรกเกดิ ในเขตสุขภาพที่ 7 ให้มีความรู้ ทักษะ และสามารถดูแล
ทารกระยะวิกฤติ ตลอดจน การดูแลทารกแรกเกิดระหว่างส่งต่อ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้
ทารกรอดชีวติ เพ่มิ ขึ้น เกดิ ภาวะแทรกซ้อนน้อยทีส่ ุด และเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสมบรู ณ์ มีคุณภาพชีวิตที่ดี
เปน็ กาลังสาคัญในการพัฒนาประเทศชาติตอ่ ไป
ก
คมู่ ือหลกั สูตรการดแู ลการส่งต่อและการชว่ ยฟ้นื คืนชีพในทารกแรกเกดิ | เขตสุขภาพที่ 7
สารบญั
หนา้
คานา ก
สารบัญ ข
คาชีแ้ จง ค
ตารางฐานฝกึ ปฏบิ ตั กิ าร 1
กาหนดการฝกึ อบรม ระยะเวลา 1 วนั ต่อรุ่น 1
ฐานที่ 1 การเตรียมสง่ ต่อทารกแรกเกิดด้วยหลกั S.T.A.B.L.E. 2
แบบประเมินทกั ษะฐานท่ี 1 การเตรยี มสง่ ตอ่ ทารกแรกเกิดดว้ ยหลัก S.T.A.B.L.E. 8
ฐานท่ี 2 การดแู ลทารกแรกเกดิ ระหวา่ งการสง่ ตอ่ ด้วยหลกั S.T.A.B.L.E. 10
แบบประเมินทักษะฐานท่ี 2 การดูแลทารกแรกเกดิ ระหวา่ งการส่งตอ่ ด้วยหลัก S.T.A.B.L.E. 16
ฐานที่ 3 การกชู้ ีพทารกแรกเกิดระหวา่ งการสง่ ต่อ 18
แบบประเมนิ ทักษะฐานท่ี 3 การกชู้ ีพทารกแรกเกิดระหว่างการสง่ ตอ่ 24
ภาคผนวก
o แผนภมู ิขนั้ ตอนการกู้ชีพทารกแรกเกิด 2015
o แบบประเมนิ การสง่ ต่อผู้ปวุ ยทารกแรกเกดิ เขตสขุ ภาพที่ 7
o Fast track สาหรบั ผู้ปวุ ยเด็ก/ทารกวิกฤต กลมุ่ งานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลขอนแก่น
o Fast track สาหรบั ผู้ปุวยเดก็ /ทารกวกิ ฤต ณ ห้องอบุ ตั ิเหตุและฉกุ เฉิน
o แบบทดสอบความรู้ภาคทฤษฎีการดูแลการสง่ ต่อและการชว่ ยฟนื้ คนื ชีพ
ในทารกแรกเกิด เขตสุขภาพท่ี 7
ข
คมู่ อื หลกั สูตรการดูแลการส่งต่อและการชว่ ยฟ้นื คืนชีพในทารกแรกเกดิ | เขตสขุ ภาพที่ 7
คาชแี้ จง
ทารกแรกเกิดเป็นช่วงเวลาที่สาคัญของชีวิต เพราะเป็นจุดเร่ิมต้นของทุกๆอย่าง ส่วนใหญ่ทารกแรก ค
เกิดมักจะเป็นทารกท่ีคลอดครบกาหนดปกติ มีเพียงส่วนน้อยเท่าน้ันที่ผิดปกติและ อีกส่วนอาจมีอาการ
ผดิ ปกติในภายหลัง แม้ว่าทารกแรกเกดิ ส่วนใหญ่จะสามารถปรับระบบการทางานของหัวใจและปอดหลังเกิด
ได้เอง โดยไมต่ อ้ งการความช่วยเหลือ แต่มีทารกแรกเกิดส่วนหน่ึงท่ีต้องการการช่วยหายใจในช่วงแรก และ
ต้องการการช่วยกู้ชีพ เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าทารกแรกเกิดรายใดท่ีต้องการ การช่วยเหลือเม่ือแรก
เกิด การกู้ชีพทารกแรกเกิดเป็นสถานการณ์ท่ีเร่งด่วนฉุกเฉิน ต้องอาศัยความรู้ ทักษะ การสื่อสาร และการ
ทางานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมทีมแพทย์และพยาบาลให้พร้อมสาหรับการช่วยเหลือทารก
แรกเกดิ ทกุ ราย จึงมคี วามสาคญั อยา่ งย่ิง
ความสามารถในการดูแลทารกแรกเกิด ในสถานพยาบาลน้ัน ตั้งแต่ระดับชุมชน จนถึงโรงพยาบาล
ระดับตติยภูมิ ยังมีความแตกต่างกัน ด้านความพร้อมของบุคลากร ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการ
แพทย์ การรักษาทารกแรกเกิด โดยเฉพาะทารกท่ีเจ็บปุวยให้รอดชีวิต ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และมีคุณภาพ
ชวี ติ ท่ีดใี นระยะยาวนน้ั ต้องอาศยั บคุ ลากรทม่ี คี วามรูค้ วามชานาญ และทักษะการดแู ลทารกแรกเกิดเบื้องต้น
รวมถึงการส่งทารกไปรักษาต่ออย่างมีประสิทธิภาพด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการพัฒนาระบบการส่งต่อ
ทารกแรกเกดิ ด้วยการจัดระบบช่องทางด่วนพเิ ศษ (Fast track) อยา่ งตอ่ เน่อื ง แต่ดว้ ยขอ้ จากดั ของอัตรากาลงั
บุคลากร การโยกย้าย ลาออก ทาให้อัตรากาลังท่ีผ่านการอบรมเฉพาะทางในการดูแลและส่งต่อทารกแรก
เกดิ น้ันไมเ่ พียงพอ
คณะกรรมการเครือข่ายทารกแรกเกิด เขตสุขภาพท่ี 7 (ร้อย-แก่น- สาร-สินธุ์) ร่วมกับ โรงพยาบาล
ขอนแก่น ในฐานะเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายการดูแลทารกแรกเกิด เขตสุขภาพท่ี 7 ของกระทรวงสาธารณสุข
ได้เล็งเห็นความสาคัญของการพัฒนาการบริการทารกแรกเกิด ทั้งภายในโรงพยาบาลและเครือข่าย จึงได้
จดั ทา “คมู่ อื หลกั สตู รการดูแลการส่งต่อและการช่วยฟ้ืนคืนชีพในทารกแรกเกิด เขตสุขภาพท่ี 7” ข้ึน เพ่ือใช้
เปน็ แนวทางในการฝึกอบรมบุคลากรทารกแรกเกดิ ในเขตสุขภาพที่ 7 ให้มีความรู้ ทักษะ และสามารถดูแล
ทารกระยะวิกฤติ ตลอดจน การดแู ลทารกแรกเกดิ ระหวา่ งส่งต่อ ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
กลุ่มเปูาหมาย ในการใช้คู่มือนี้ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล ที่ดูแลทารกแรกเกิด จากโรงพยาบาล
ทุกระดับ ในเขตสุขภาพที่ 7 คู่มอื นี้ ประกอบด้วย แผนการสอนฝึกปฏิบัติ 3 เรื่อง ได้แก่ 1) การเตรียมส่งต่อ
ทารกแรกเกดิ ด้วยหลกั STABLE 2) การดูแลทารกระหวา่ งการส่งตอ่ ด้วยหลัก STABLE และ 3)การกู้ชีพทารก
แรกเกิดระหว่างการส่งต่อ ในแต่ละแผนการสอน ประกอบด้วย หัวข้อแผนการสอน ระยะเวลาในการสอน
วัตถุประสงค์ อปุ กรณ์ท่ีจาเป็น สาระสาคญั ในการเรยี นรู้ ฝึกปฏิบตั ิและหัวข้อท่ที าการประเมิน
คู่มอื หลักสตู รการดแู ลการสง่ ตอ่ และการชว่ ยฟื้นคืนชีพในทารกแรกเกดิ | เขตสขุ ภาพท่ี 7
กระบวนการฝึกอบรม เน้นการเรียนรู้ ให้ผู้อบรมมีความเข้าใจ สามารถฝึกปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ โดยอาศัยสถาการณ์สมมุติในการฝึกปฏิบัติ วิทยากรจะทาหน้าท่ีเป็นผู้ส่งเสริม
ชแี้ นะ และกระตนุ้ การเรยี นรูข้ องผู้อบรม
องค์ประกอบที่สาคัญของการฝึกอบรมภาคปฏิบัติมี 3 ประการ คือ การทบทวนความรู้เดิม การ
เรียนจากสถาการณ์จาลอง การเข้าใจและเกดิ ความคดิ รวบยอด
การทบทวนความรเู้ ดมิ (Activate Prior Knowledge) หมายถงึ การทบทวนความรู้เดิมท่ีมอี ยแู่ ล้ว เพ่ือ
ทบทวนความเขา้ ใจ กอ่ นทจ่ี ะนาเสนอความรู้ใหม่ เพ่ือใม่ใหผ้ ูเ้ รียนเกดิ ความสบั สนในการเรียนรู้
การเรยี นจากสถาการณจ์ าลอง (Learning by simulation) หมายถงึ การสรา้ งสถาการณส์ มมุตขิ ึ้นมาให้
ใกล้เคียงกับสถาการณณ์ท่ีเกิดข้ึนจริง ท่ีผู้อบรมอาจเคยประสบพบเจอด้วยตนเอง หรือตามคาบอกเล่าของ
เพื่อร่วมงาน หรือสถาการณ์ท่ีเกิดข้ึนบ่อยในการปฏิบัติงานจริงในแต่ละบริบทของพื้นที่นั้นๆ จะช่วยให้เกิด
การเช่ือมโยงความรู้และจาลองสถานการณ์ได้คล้ายคลึงกัลสถาการณ์จริง ผู้เรียนจะได้คิดแก้ไขปัญหา ฝึก
ทักษะในการปฏิบัติ ทาให้เกิดการเรียนรู้ และสามารถนาไปใช้ในการแก้ไขปัญหาท่ีเกิดขึ้นได้เม่ือปฏิบัติงาน
จริง
การเขา้ ใจและเกดิ ความคดิ รวบยอด ( Understanding and Conceptualization) หมายถึง การท่ีผูอ้ บรม
เกิดความเข้าใจ และนาไปสู่การเกิดความคิดรวบยอด อาจเกิดขึ้นโดยผู้อบรมเป็นผู้ริเร่ิมและวิทยากรช่วย
แนะนาให้สมบูรณ์หรือ วิทยากรเป็นผู้นาทาง ผู้อบรมเป็นผู้คิดต่อยอดจนความคิดน้ันสมบูรณ์เป็นความคิด
รวบยอด
ง
ค่มู ือหลกั สตู รการดูแลการสง่ ตอ่ และการชว่ ยฟื้นคนื ชพี ในทารกแรกเกดิ | เขตสุขภาพท่ี 7
ตารางฐานฝกึ ปฏบิ ตั กิ าร
แบง่ กลมุ่ ยอ่ ย หวั ขอ้ เรอ่ื ง
สถานที ี่ 1 การเตรียมสง่ ตอ่ ทารกแรกเกิดดว้ ยหลัก S.T.A.B.L.E. Program
สถานที ี่ 2 การดแู ลทารกระหวา่ งการสง่ ต่อดว้ ยหลกั S.T.A.B.L.E. Program
สถานที ี่ 3 การกชู้ ีพทารกแรกเกิดระหว่างการส่งต่อ
หมายเหตุ ในกรณีผเู้ ขา้ ร่วมอบรมจานวนมาก ให้จดั วิทยากรฐานฝึกปฏิบตั ิการเป็นฐานคู่
กาหนดการฝกึ อบรม ระยะเวลา 1 วนั ตอ่ รนุ่
เวลา กจิ กรรม
08.00 - 08.45 น. ลงทะเบียน และทาแบบทดสอบก่อนอบรม
08.45 - 09.00 น. กล่าววัตถุประสงคก์ ารจัดอบรมและชแ้ี จงหลักสูตร
09.00 - 10.30 น. บรรยาย การกู้ชพี ทารกแรกเกิด
10.30 - 12.00 น. บรรยาย S.T.A.B.L.E. Program
- Sugar & Safe Care
- Temperature
- Airway
- Blood Pressure
- Lab Work
- Emotional Support
12.00 - 13.00 น. พกั รบั ประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 14.00 น. แบ่งกลุม่ ฝึกปฏบิ ตั ิ
PPV รว่ มกับ Chest compression
14.00 - 16.00 น. ฝึกปฏบิ ัติกล่มุ ละ 5 - 6 คน
หากจานวนผู้เขา้ ร่วมอบรมมีจานวนมากเกนิ กลมุ่ ละ 5 - 6 คน
ให้แบ่งฐานฝึกปฏิบัตเิ ป็นฐานคู่
สถานการณส์ มมตุ ิ กลุ่มละ 40 นาที และหมนุ เวียนจนครบทกุ กลุ่ม
กลมุ่ ท่ี 1. สถานการณส์ มมุติ การเตรียมสง่ ตอ่ ทารกแรกเกดิ
ดว้ ยหลกั S.T.A.B.L.E. Program
กลุ่มท่ี 2. สถานการณส์ มมตุ ิ การดูแลทารกระหว่างการส่งตอ่ ด้วยหลกั S.T.A.B.L.E.
Program
กลมุ่ ท่ี 3. สถานการณ์สมมตุ ิ การกชู้ ีพทารกแรกเกิดระหวา่ งการสง่ ต่อ
16.00 - 16.30 น. ทาแบบทดสอบหลังอบรม และแลกเปล่ยี นเรยี นรกู้ ระบวนการฝึกปฏบิ ัตกิ าร
คมู่ ือหลกั สูตรการดูแลการส่งตอ่ และการชว่ ยฟืน้ คืนชพี ในทารกแรกเกดิ | เขตสภุ าพท่ี 7 1
ฐานที่ 1 สถานการณส์ มมตุ ิ
การเตรยี มสง่ ตอ่ ทารกแรกเกดิ ดว้ ยหลกั S.T.A.B.L.E.
ระยะเวลาการสอน: 40 นาที
วตั ถปุ ระสงค์ :
1. ผเู้ ข้าอบรมสามารถเตรียมผู้ปุวยให้พรอ้ มและปลอดภยั กอ่ นสง่ ต่อ
2. ผู้เขา้ อบรมสามารถเตรยี มอุปกรณแ์ ละเครือ่ งมือที่จาเป็นในการสง่ ตอ่ ได้อยา่ งถกู ต้อง
และเหมาะสม
การเตรยี มอปุ กรณ:์
1. หุ่นทารกสาหรับฝกึ การกูช้ ีพใส่ผ้าอ้อมสาเร็จรปู On ETT, UVC, NSS locks 1 ตาแหนง่
ทีห่ ลงั มือซา้ ย และ OG tube ตอ่ ลงถงุ ระบายลม
2. Self-inflating bag ตอ่ Reservoir bag
3. T-piece resuscitator
4. O2 Monitor
5. Infusion pump/ syringe pump
6. อุปกรณ์ให้ความอบอนุ่
7. วิทยสุ ื่อสารสาหรบั ติดต่อศนู ยส์ ั่งการ
8. โทรศพั ทเ์ คลอื่ นที่ สาหรับตดิ ตอ่ กุมารแพทย์
9. แบบสาหรับสง่ ผปู้ ุวยไปรับการตรวจหรอื รกั ษาต่อ
10.แบบบนั ทึกการประเมินผู้ปุวยทารกแรกเกิดระหว่างสง่ ต่อ
11. สมุดอนามัยแม่และเด็ก
คู่มือหลักสตู รการดูแลการส่งต่อและการชว่ ยฟน้ื คนื ชีพในทารกแรกเกิด | เขตสภุ าพท่ี 7 2
ชดุ อปุ กรณ์ทต่ี อ้ งเตรยี มใสก่ ลอ่ ง/กระเปา๋ สาหรบั เดนิ ทาง
1. Mask
2. สาย O2 สารอง
3. Stethoscope
4. Pressure gauge
5. ชุดสายดดู เสมหะ
6. Syringe ยา Adrenaline 1:10,000 ขนาด 1 ml. via Vein และ 3 หรือ 5 ml. via ET-tube
7. Syringe ใส่ NSS ขนาด 3 หรือ 5 ml.
8. ปรอทวดั อณุ หภูมิ
9. อปุ กรณส์ าหรับฉีดยา และให้สารน้า
10.อุปกรณ์สาหรับใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจ
กจิ กรรม
Tell & Show:
- สอบถามผู้เขา้ อบรม การเตรยี มส่งตอ่ ทารกอยา่ งปลอดภัย
- สาธติ การตรวจสอบความพร้อมใช้ของอุปกรณ์/ เครอื่ งมือสาหรับส่งต่อ
Do: Role plays สถานการณ์สมมุติ
สถานการณ์
“ท่านและเพ่ือนต้องนาส่งทารกแรกเกิด อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ อายุ 1 วัน น้าหนัก 980 กรัม แรกเกิด
หายใจเฮือก ไม่ร้อง ไม่มี Tone, HR 80 BPM PPV ให้ HR เพิ่มขึ้นเป็น 120 BPM ยังหายใจ
ไม่สม่าเสมอ ปากคล้า มี Tone เล็กนอ้ ย
- ท่ี 1 นาที on CPAP: PEEP 5 cm H2O, FiO2 0.3 --> SpO2 60%
- ท่ี 5 นาที มี Tone เลก็ นอ้ ย ยงั หายใจไม่สม่าเสมอ มีหยดุ หายใจบางชว่ ง ปากคล้า
FiO2 0.6, --> SpO2 60% พจิ ารณา ใส่ทอ่ ช่วยหายใจ No. 2.5 ขดี 6.5
ระหวา่ งใสท่ ่อชว่ ยหายใจ HR < 60 BPM ได้ PPV และ Chest compression นาน 1 นาที
HR 120 ครั้ง/ นาที DTX 50 mg% ให้ 10 % D/W vein drip 2.5 ml/hr. ใส่ OG tube
ตอ่ ถงุ ระบาย Gastric content
โรงพยาบาลปลายทางห่างจากโรงพยาบาลของท่าน ประมาณ 80 กิโลเมตร
(โรงพยาบาลของทา่ นมีกมุ ารแพทย์) ”
คูม่ ือหลกั สูตรการดูแลการสง่ ต่อและการชว่ ยฟืน้ คืนชีพในทารกแรกเกิด | เขตสภุ าพที่ 7 3
ท่านวางแผนเพอื่ นาสง่ ตอ่ ทารกคนนอ้ี ยา่ งไรบา้ ง
อภปิ รายกอ่ นการสง่ ต่อ
1. ทบทวนสถานการณ์ และแผนปฏบิ ตั ิ
2. ประเมนิ ปัจจัยเส่ยี งก่อน และระหวา่ งการนาส่งทารก
3. คาดการณล์ ่วงหน้าถึงภาวะแทรกซ้อนท่อี าจเกดิ ขึน้ วางแผนแก้ไข และจะขอความช่วยเหลือ
ศนู ย์สงั่ การ แพทยท์ ส่ี ง่ ต่อ หรือรบั สง่ ตอ่ เมือ่ ใด
- ทอ่ ชว่ ยหายใจเล่อื นหลุด
- Hypothermia
- Pneumothorax
- Shock ซ้า
- ฯลฯ
4. ใครบ้างท่จี ะนาส่งทารก ควรมอี ยา่ งน้อย 2 คน เปน็ แพทย์และพยาบาล หรอื พยาบาล 2 คน
- แพทย์/กมุ ารแพทย์
- พยาบาล มปี ระสบการณ์การทางานดูแลทารกแรกเกิด ผา่ นการอบรมการก้ชู พี ทารกแรกเกดิ
และ/หรอื S.T.A.B.L.E program
5. กาหนดผนู้ าทมี สง่ ต่อ และมอบหมายบทบาทความรับผดิ ชอบของบคุ ลากรในทีม
- Leader (แพทย์/กุมารแพทย์/พยาบาลเฉพาะทาง) มหี นา้ ที่เป็นผ้นู า มองภาพรวม ประเมนิ
สถานการณ์ ประเมินผูป้ ุวย ส่งั การ ประสานงาน และดแู ลเรือ่ ง Airway, Blood pressure
- พยาบาลวิชาชีพ ดแู ลเรอ่ื ง Sugar and safe care, Temperature และชว่ ยเรื่อง Airway
6. อุปกรณแ์ ละเคร่อื งมอื ที่จาเป็นควรมีอะไรบา้ ง
เตรยี มข้อมูล การติดต่อสอ่ื สารระหว่างทมี ดแู ลรกั ษา ผู้สง่ - ผู้รับ ญาติ
1. สง่ ต่อขอ้ มูล Refer โดยประสานศนู ย์สง่ ต่อ, Chief เวรเด็ก
2. ขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการ เอกสาร และสง่ิ ท่ตี อ้ งสง่ พรอ้ มผปู้ ุวย
- ข้อมลู ทารก
- ขอ้ มูลมารดา
- สมุดอนามยั แม่และเด็ก
- CD ผล X - ray
- เลือดของมารดา กรณีที่ไม่สามารถมาพร้อมกบั ทารกไดใ้ ส่ Tube EDTA 2 tube
3. รายละเอยี ดตา่ งๆ ของทารก (บันทึกในแบบสาหรบั ส่งผูป้ วุ ยไปรบั การตรวจหรือรักษาต่อ)
- ประวัติ: ภาวะแทรกซอ้ นระหว่างตงั้ ครรภ์ ปัจจยั เส่ยี ง Apgar score นา้ หนักและอายุ
คู่มือหลกั สตู รการดูแลการสง่ ต่อและการชว่ ยฟนื้ คนื ชีพในทารกแรกเกิด | เขตสภุ าพท่ี 7 4
ครรภข์ องทารก ภาวะสุขภาพแรกเกิด
- การเจ็บปวุ ยปจั จุบัน: การตรวจร่างกาย ความผิดปกติ สญั ญาณชพี การให้ออกซิเจน
และการใช้เครื่องชว่ ยหายใจ
- ผลการตรวจทางห้องปฏิบัตกิ าร
- การรกั ษาที่ให้และการดาเนนิ โรค การรักษาเฉพาะทตี่ ้องการตอ่ ไป
4. แจง้ ญาตทิ ราบเหตผุ ลความจาเป็นทต่ี ้องส่งต่อ ประโยชน์ ความเสีย่ งท่ีอาจเกิดขึน้ ระหว่างส่งต่อ
ให้ญาติมีส่วนร่วมตัดสนิ ใจ และให้มาพรอ้ มรถสง่ ตอ่ 1 คน โดยน่ังด้านหน้ากับพนกั งานขบั รถ
คู่มอื หลกั สูตรการดแู ลการส่งต่อและการชว่ ยฟน้ื คนื ชพี ในทารกแรกเกดิ | เขตสภุ าพที่ 7 5
เตรยี มอุปกรณ์และเครอื่ งมอื ทจ่ี าเปน็ ตอ้ งมกี ารตรวจสอบความพรอ้ มใช้อยา่ งสมา่ เสมอ
ขั้นตอน เตรียมและตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องมือ
การใหค้ วามอบอุ่น
- Transport incubator ปรบั อณุ หภมู ติ ามอุณหภูมทิ ีเ่ หมาะสมกบั ทารก
เปดิ ทางเดนิ หายใจให้โล่ง แตล่ ะราย (Neutral termal)
อุปกรณ์การฟัง
การให้ออกซิเจน - อปุ กรณ์ใหค้ วามอบอุ่นตรวจสอบปริมาณออกซเิ จนให้พร้อมใช้
การช่วยหายใจ - ถุงพลาสตกิ สาหรับห่อตวั ทารก
- ปรอทวดั อณุ หภมู ิ
การใส่ทอ่ ช่วยหายใจ - สายยางดดู สารคัดหล่ังขนาด 8 F หรือ 10 F สาหรับดูดในปาก และ
ยา ขนาด 6F สาหรับดูดในท่อช่วยหายใจ ตอ่ กับเครอ่ื งดดู สารคัดหล่งั เปดิ
ความดันลบ 80 - 100 mmHg
- Stethoscope
- อุปกรณ์ให้ Free - flow oxygen ผ่าน Mask, Tubing,
T - piece resuscitator
- Probe และเคร่อื งวัดความอมิ่ ตวั ของออกซเิ จนในเลือด
- Mask 0/00 ชนิดขอบนม่ิ สาหรับทารก
- Pressure gauge (ถ้ามี)
- ตรวจสอบ Self - inflating bag (250 ml) อุปกรณ์เก็บกกั ออกซิเจน
- สายยางให้อาหารขนาด 8F หรอื 10 F และกระบอกฉดี ยา 20 มิลลิลิตร
- Laryngoscope และ Blade ตรงเบอร์ 0 สาหรบั ทารกเกดิ ก่อนกาหนด
และ ตรวจสอบหลอดไฟ
- ท่อชว่ ยหายใจขนาดเสน้ ผ่าศูนยก์ ลางภายใน 2.5, 3.0 มลิ ลเิ มตร
- Stylet
- Adrenaline ขนาดความเขม้ ขน้ 1:10,000
เตรียมใส่ Syringe สามารถใช้ งานได้ทันที
- Dopamine
- NSS
- อปุ กรณ์สาหรับให้ยา เข็มฉดี ยาและกระบอกฉีดยา
ก่อนออกเดนิ ทาง
ทารก Active, On ET - tube No. 2.5 ขีด 6.5 และช่วยหายใจโดยใช้ T - piece resuscitator with
100% O2 ให้ 10 % D/W vein drip 2.5 ml/hr. ทาง UVC ผ่าน Infusion pump ใส่ OG tube ต่อถุงระบาย
Gastric content เป็นเมือกใสๆ ติดถุง และมี NSS lock ที่ตาแหน่งมือซ้าย ติดตามค่า SpO2 และให้ความ
อบอุ่นทารกโดยใสถ่ งุ พลาสตกิ หอ่ ตวั และใช้ Transport incubator
คูม่ อื หลักสตู รการดูแลการส่งต่อและการชว่ ยฟื้นคืนชีพในทารกแรกเกิด | เขตสภุ าพที่ 7 6
V/S ก่อนออกเดินทาง: BT: 36.5 oC, PR: 140 BPM, BP: 35/18 (20) mmHg, Capillary refill time 4
sec., SpO2: 93-95%
ทา่ นจะใหก้ ารดแู ลรกั ษาทารกคนนอ้ี ยา่ งไรบา้ งเพอ่ื ใหส้ ง่ ตอ่ อยา่ งปลอดภยั
(จะออกเดินทางทันที แก้ไข ปญั หาพร้อมกับออกเดนิ ทาง หรอื แกไ้ ขปัญหาให้ทารก Stable กอ่ นออกเดินทาง)
- Load 0.9% NSS 10 ml v drip in 15 - 30 min (10 ml/kg/dose)
หลัง Load NSS ครบ -> PR 170 BPM, BP 32/15 (18) mmHg, Capillary refill time 3 sec.,
SpO2 92-95%
- Load 0.9% NSS 10 ml v drip in 15 - 30 min (10 ml/kg/dose) dose ที่ 2
หลงั Load NSS ครบ -> PR 160 BPM, BP 34/20 (16)mmHg, Capillary refill time 3 sec.,
SpO2 92 - 95%
- On DPM 6 mg + 10%DW up to 10 ml v drip 1 ml/hr. (10 ug/kg/dose) ทาง UVC
หลังให้ DPM 15 นาที -> PR 160 BPM, BP 52/34 (38) mmHg, Capillary refill time 2 sec.,
SpO2 92 – 95
- ทารกไมม่ ีภาวะช็อก อาการ Stable เตรยี มทารกสาหรบั การส่งตอ่ ตรวจสอบเครื่องมือ/ อปุ กรณ์ท่ี
ตอ้ งเตรียมไป เครอื่ งมอื / อปุ กรณใ์ นรถ และตดิ ต่อศูนยส์ งั่ การเมอื่ เตรียมส่งต่อเรียบร้อยแล้ว
เพื่อใหแ้ จ้งศนู ย์สัง่ การใหอ้ อกเดนิ ทาง
Feedback:
- ในสถานการณน์ สี้ ่งิ ที่ทีมตอ้ งให้ความสาคญั คืออะไร
- ในสถานการณน์ ท้ี มี ของเราทาอะไรไดถ้ กู ตอ้ ง/ดี
- อะไรทเี่ ราน่าจะทาใหด้ ขี ึน้ ในคร้งั ตอ่ ไปจะทาใหด้ ขี นึ้ อย่างไร
- ทมี ไดเ้ รียนร้อู ะไรเพิม่ เติมบ้าง
คมู่ อื หลกั สูตรการดแู ลการสง่ ตอ่ และการชว่ ยฟ้นื คืนชีพในทารกแรกเกิด | เขตสุภาพท่ี 7 7
แบบประเมนิ ทกั ษะฐานที่ 1 การเตรยี มสง่ ตอ่ ทารกแรกเกดิ ดว้ ยหลกั S.T.A.B.L.E.
คะแนนเตม็ 50 คะแนน คะแนนทไี่ ด้ ........................ คะแนน
ผูป้ ระเมนิ ......................................................................
ขั้นตอนการปฏิบัติ ปฏบิ ตั ิครบ ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ
ตามข้นั ตอน แตไ่ มส่ มบูรณ์
1. อภปิ รายกอ่ นการส่งต่อ
1) ทบทวนสถานการณ์และแผนปฏิบัติ
2) ปจั จัยเส่ยี ง
3) คาดการณภ์ าวะแทรกซ้อนและการแก้ไข 5 1-4 0
4) ทมี นาสง่ ผ้นู าที่มี และมอบหมายงาน
5) อปุ กรณเ์ คร่ืองมอื ท่ีจาเป็น
2. เตรียมข้อมลู การติดตอ่ สือ่ สารระหวา่ งทมี ดูแลรักษา
ผสู้ ง่ - ผู้รับ ญาติ
1) ประสานศนู ย์ส่งต่อ แพทย์ทีร่ ับส่งต่อ
2) ขอ้ มูลทารก 7 1-6 0
3) ข้อมลู มารดา
4) ผล Lab, x-ray
5) เลอื ดของมารดา
6) สมุดอนามยั แมแ่ ละเดก็
7) ใบ Refer
3. แจง้ ข้อมูลญาติ 4 1-3 0
1) เหตุผลความจาเปน็ ทตอ้ งสง่ ต่อ
2) ประโยชน์ และความเสีย่ งทอ่ี าจเกดิ ข้ึนระหว่างส่งตอ่
3) ใหญ้ าตมิ ีส่วนรว่ มตดสนิ ใจ
4) ญาติมาพร้อมรถสง่ ต่อ 1 คน
4. เตรยี มอุปกรณ์/เครอื่ งมอื Sugar and safe care 2 10
1) 10% DW
2) Syringe pump/Infusion pump (ตรวจสอบแบตเตอรี่)
5. เตรียมอปุ กรณ์/เคร่อื งมือ Temperature 2 10
1) Transport incubator ปรับอุณหภมู ติ ู้ 34.0 - 35.4 O C
(ตรวจสอบ O2) 1 -0
2) ถงุ พลาสติกสาหรับห่อตัวทารก 2 10
3) ปรอทวัดอณุ หภูมิ
(กอ่ นเคลอ่ื นย้ายอุณหภมู คิ วรได้ O C ระหวา่ งเคลอ่ื นยา้ ย
Keep อณุ หภมู ิ 36.9 - 37.1 O C
6. เตรียมอุปกรณ์/เครือ่ งมอื Airway
คู่มอื หลักสูตรการดแู ลการส่งตอ่ และการชว่ ยฟืน้ คนื ชีพในทารกแรกเกิด | เขตสุภาพที่ 7 8
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ัติครบ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏบิ ัติ
ตามขัน้ ตอน แต่ไมส่ มบรู ณ์ 0
1) T-piece resuscitator 0
2) Mask 0/00, Self-inflating bag (250 ml) 1 - 0
+ reservoir, Pressure gauge 4 1-3 0
3) Laryngoscope, Blade ตรงเบอร์ 0 (ตรวจสอบหลอดไฟ) 2 1 0
4) ET-tube 2.5, 3.0 ml., Stylet 2 1 0
5) O2 monitor 1
6) สาย Suction 6 F, 8 F และ สาย OG 8F 2 - 0
7. เตรียมอปุ กรณ์/ เครื่องมือ Blood pressure 1
1) Stethoscope 4 0
2) NSS 1-3
3) Dopamine 1 0
4) อุปกรณส์ าหรับให้ยา - 0
8. กรณีตอ้ งกชู้ พี ทารก 2 0
Adrenaline 1:10,000 เตรียมใส่ Syringe 1 ml, 3 ml 1 - 0
สามารถใชง้ านไดท้ นั ที 2 - 0
9. การแก้ไขปัญหา Shock ให้ทารก Stable 1 - 0
ก่อนออกเดนิ ทาง 2 - 0
1) Load 0.9% NSS 10 ml v drip in 15 - 30 min 1 -
1 -
(10 ml/kg/dose) -
2) ประเมิน V/S --> PR 170 BPM, BP 32/15 (18) mmHg,
CRT 3 sec.
3) Load 0.9% NSS 10 ml v drip in 15 - 30 min
(10 ml/kg/dose) dose ท่ี 2
4) ประเมนิ V/S --> PR 160 BPM, BP 34/20(16) mmHg,
3 sec.
5) On DPM 6 mg + 10% DW up to 10 ml v
drip 1 ml/hr. (10 ug/kg/dose)
6) ประเมิน V/S q 15 นาที --> PR 160 BPM,
BP 52/34(33) mmHg, CRT 2 sec.
10. ทารกอาการ Stable แจง้ ศูนย์สงั่ การเพือ่ สง่ั การ
ให้ออกเดินทาง
คมู่ ือหลักสตู รการดูแลการส่งตอ่ และการชว่ ยฟ้ืนคืนชพี ในทารกแรกเกิด | เขตสุภาพที่ 7 9
ฐานที่ 2 สถานการณส์ มมตุ ิ
การดแู ลทารกแรกเกดิ ระหวา่ งการสง่ ตอ่ ด้วยหลกั S.T.A.B.L.E.
ระยะเวลาการสอน : 40 นาที
วตั ถุประสงค์ :
1. ผู้เขา้ อบรมสามารถตัดสินใจแก้ไขปญั หาและเลือกใชท้ กั ษะในการส่งตอ่ ทารกแรกเกดิ ทส่ี อดคลอ้ ง
กับสถานการณ์ไดอ้ ย่างเหมาะสม
2. ผูเ้ ขา้ อบรมสามารถปฏบิ ตั กิ ารสง่ ตอ่ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ในเรอ่ื ง
2.1 Sugar and safe care
2.2 Temperature
2.3 Airway
รายละเอยี ดสถานการณ:์ การดแู ลทารกแรกเกดิ ระหวา่ งการสง่ ตอ่ ดว้ ยหลกั S.T.A.B.L.E
ประวตั มิ ารดาอายุ 32 ปี G1P0 GA 33+ สปั ดาห์ ไม่ไดฝ้ ากครรภ์ ผลเลอื ด VDRL: non-reactive
Anti - HIV: negative HBsAg: positive มาดว้ ยปวดท้อง มนี า้ เดนิ ไมม่ ไี ข้ น้าครา่ ใส ไมม่ กี ลิ่นเหมน็ คลอดปกติ
ทางช่องคลอด เวลา 10.56 น. ทารกเพศชาย APGAR 7, 8, 8T น้าหนัก 1,755 กรมั
- แรกเกดิ หายใจมีเสยี ง Grunting HR 120 BPM ได้ Early CPAP 5 cmH2O FiO2 1 SpO2 80%
- นาทีที่ 5 หายใจมี Subcostal retraction และมี Grasping HR 150 BPM เร่ิม PPV ด้วย PIP 20
cmH2O PEEP 5 cmH2O FiO2 1 ทรวงอกขยบั ตาม PPV แต่หายใจยงั มี Grasping
- นาทีที่ 7 ตัดสินใจใส่ ET-tube ใส่ได้นาทีท่ี 8 ET-tube no. 3 ขีด 7.5 PPV ต่อด้วย PIP 20 cmH2O
PEEP 5 cmH2O FiO2 1
- นาทีที่ 10 Tone และ Reflex ดี ปากแดง ปลายมือปลายเท้าเขียว หายใจมี Mild subcostal
retraction HR 140 BPM SpO2 100% โทรศัพท์ปรึกษาโรงพยาบาลศูนย์เพื่อขอส่งต่อด้วย Fast
track
การดูแลรักษาระหว่างรอส่งตอ่
- PPV โดยใช้ T-piece resuscitator: PIP 20 cmH2O PEEP 5 cmH2O FiO2 1
- 10 % D/W vein drip 4.5 ml/hr (GIR 4) ที่ตาแหน่งมอื ซา้ ย (UVC fail)
- DTX 65 mg% Hct 58 vol%
- Stat Ampicillin (100 MK Dose) 180 mg vein เวลา 11.10 น. และ Gentamicin (4.5 MK Dose) 7 mg
vein เวลา 11.15 น.
- Vit K 1 mg muscle และ HBV 0.5 ml. muscle
คมู่ อื หลกั สูตรการดแู ลการส่งตอ่ และการชว่ ยฟ้นื คืนชีพในทารกแรกเกดิ | เขตสุภาพที่ 7 10
- Terramycin eye ointment apply both eye
- ใส่ OG tube ต่อถุงระบาย Gastric content
ก่อนออกเดินทาง On NSS lock ที่ตาแหน่งมือขวา และวัด V/S: BT 36.9 oC HR 140 BPM หายใจ ตาม
การ PPV BP 60/45 mmHg MBP 40 mmHg SpO2 100 % Keep warm ด้วย Transport incubator ใช้ Air
servo mode ตงั้ อุณหภมู ิที่ 33.5 oC
ออกเดนิ ทางเวลา 13.00 น.
การเตรยี มอปุ กรณ:์
1. ห่นุ ทารกแรกเกิดใสผ่ ้าอ้อมสาเร็จรปู สวมหมวก On 10% DW 100 ml. ที่มอื ซา้ ย และมี NSS lock
ท่มี ือ ขวา OG tube no. 8 ตอ่ ลงถงุ
2. Self-inflating bag / T-piece resuscitator
3. Mask
4. สาย O2
5. Stethoscope
6. ชดุ สายดูดเสมหะ
7. O2 monitor
8. Syringe ยา Adrenaline 1:10,000 ขนาด 1 ml. via Vein และ 3 หรอื 5 ml. via ET-tube
9. Syringe ใส่ NSS ขนาด 3 หรือ 5 ml. สาหรับ Flush สาย
10. ปรอทวดั อณุ หภูมิ
11. อุปกรณ์สาหรับฉดี ยา และใหส้ ารน้า
12. อุปกรณส์ าหรับใส่ทอ่ ช่วยหายใจ
13. NSS 100 ml.
คมู่ อื หลกั สตู รการดแู ลการส่งต่อและการชว่ ยฟ้นื คืนชพี ในทารกแรกเกดิ | เขตสภุ าพท่ี 7 11
14. Transport incubator/ ถุงถ่วั เขยี ว
15. Syringe pump/Infusion pump
16. ปรอทวดั อุณหภมู ิ
17. แบบสาหรับสง่ ผู้ปวุ ยไปรบั การตรวจหรือรักษาต่อ
18. แบบบันทกึ การประเมนิ ผู้ปวุ ยทารกแรกเกดิ ระหว่างส่งต่อ
19. สมดุ อนามัยแมแ่ ละเด็ก
คูม่ ือหลกั สูตรการดูแลการส่งตอ่ และการชว่ ยฟืน้ คนื ชพี ในทารกแรกเกดิ | เขตสุภาพที่ 7 12
กจิ กรรม
Tell & Show:
- ถามผู้เข้าอบรม การดแู ลระหวา่ งการสง่ ต่อดว้ ยหลกั S.T.A.B.L.E. โดยเนน้ Sugar and safe care
Temperature และ Airway
- สาธติ การดูแล Airway ระหวา่ งการสง่ ตอ่ และการบันทกึ ขอ้ มูลระหว่างสง่ ตอ่
Do: Role plays สถานการณส์ มมุติ
สถานการณส์ าหรบั ผเู้ ขา้ อบรม
ทา่ นและเพ่อื นต้องส่งต่อทารกแรกเกิด ประวัติมารดาอายุ 32 ปี G1P0 GA 33+ สัปดาห์ ไม่ได้ฝาก
ครรภ์ ผลเลือด VDRL: non-reactive, Anti-HIV: negative, HBsAg: positive มาด้วยปวดท้อง มีน้าเดิน ไม่มีไข้
น้าคร่า ใส ไม่มีกล่ินเหม็น คลอดปกติทางช่องคลอดเวลา 10.56 น. ทารกเพศชาย APGAR 7, 8, 8T
น้าหนัก 1,755 กรัม ใส่ ET-tube no. 3 ขีด 7.5 PPV โดยใช้ T-piece resuscitator: PIP 20 cmH2O PEEP 5
cmH2O FiO2 1 ให้ 10% D/W vein drip 4.5 ml/hr (GIR 4) ท่ีตาแหน่งมือซ้าย (UVC fail) ใส่ OG tube ต่อถุง
ระบาย Gastric content
ก่อนออกเดินทาง On NSS lock ที่ตาแหน่งมือขวา และวัด V/S: BT 36.9 oC HR 140 BPM หายใจ
ตามการ PPV BP 60/45 mmHg MBP 40 mmHg SpO2 100% และ Keep warm ด้วย Transport incubator ใช้
Air servo mode ตง้ั อุณหภมู ิท่ี 33.5 oC ออกเดินทางเวลา 13.00 น.
(โรงพยาบาลรับสง่ ต่อหา่ งจาก โรงพยาบาลสง่ ตอ่ ประมาณ 90 กิโลเมตร มีโรงพยาบาลระดับ M1 (มีกมุ าร
แพทย์) กโิ ลเมตรที่ 40 มี โรงพยาบาลระดับ F1 กโิ ลเมตรท่ี 75)
สถานการณท์ ่ี 1
ระหวา่ งเดินทางได้ประมาณ 1 ชวั่ โมง ถงึ กิโลเมตรที่ 70 เครื่อง O2 monitor มเี สยี ง Alarm
SpO2 85% ทารกหายใจหอบขึ้น มี Intercostal และ Subcostal retraction ปีกจมูกบาน ท่านจะใหก้ าร
ชว่ ยเหลือทารกอยา่ งไร
1. ประเมนิ ทารกแรกเกดิ ตรวจสอบหาสาเหตดุ งั ตอ่ ไปน้ี และแก้ไข DOPE
- ทอ่ ช่วยหายใจเลอ่ื น/หลุด หรือไม่
- ท่อชว่ ยหายใจอุดตัน หรอื ไม่
- มีภาวะลมรั่วในชอ่ งเยือ่ หุม้ ปอด หรือไม่
- เคร่อื งมืออุปกรณ์ทางานผิดปกติ หรือไม่
คมู่ ือหลักสูตรการดแู ลการส่งตอ่ และการชว่ ยฟ้ืนคืนชพี ในทารกแรกเกดิ | เขตสภุ าพที่ 7 13
2. D:
- ปลด T-piece resuscitator และ PPV ด้วย Self-inflating bag ต่อ O2 กบั reservoir เปิด Flow
10 LPM (เชค็ Pop of valve ก่อนใช)้
- สังเกตการขยับของทรวงอก --> ขยับตาม PPV เล็กนอ้ ย
3. OP:
- ฟงั เสียงลมที่ปอดและท้อง --> ไดย้ ินเสยี งครดื คราดทีป่ อด 2 ข้าง ไม่ไดย้ ินเสียงลมทีท่ อ้ ง
เหน็ เสมหะ ใน ET-tube
- Suction --> สาย No. 6 เปดิ แรงดนั ที่ 80 - 100 mmHg
- ฟังเสยี งลมท่ปี อด ท้อง และดูตาแหนง่ ET- tube --> BS Clear ชัดเจนเทา่ กนั 2 ข้าง
ไม่ได้ยนิ เสยี ง ลมทท่ี อ้ ง ET- tube อยู่ขดี 7.5
- สงั เกตการขยบั ของทรวงอก --> ขยับตาม PPV
- ประเมนิ HR และ SpO2 --> HR 160 BPM, SpO2 92%
4. ต่อ ET - tube กับ T - piece resuscitator: PIP 20 cmH2O PEEP 5 cm H2O FiO2 1
--> ตรวจสอบได้ PIP และ PEEP ตามที่ต้งั
5. สงั เกตการขยบั ของทรวงอก SpO2 --> ทรวงอกขยบั ตาม SpO2 93 - 95%
สถานการณท์ ่ี 2
อีก 5 กิโลเมตร จะถึงโรงพยาบาลทร่ี ับส่งต่อ Transport incubator มีเสยี ง Alarm “Low Battery”
และ Syringe pump มีเสยี ง Alarm “Occlusion” ท่านจะแก้ไขปญั หาน้อี ย่างไร
Syringe pump มเี สยี ง Alarm “Occlusion”
- ตรวจสอบหาสาเหตุ --> สาย IV มี Blood clot ในสาย และสาย IV ถกู ประตู Transport incubator
หนบี
- แก้ไข --> Off IVF ท่ีตาแหน่งเดมิ และเปลย่ี นตาแหน่งให้ IVF ตอ่ กับ NSS lock ทต่ี าแหน่งมอื ขวา
Transport incubator มเี สยี ง Alarm “Low Battery”
- ตรวจสอบหาสาเหตุ --> ตรวจสอบปล๊กั ไฟและเตา้ เสียบ --> ไม่ไดเ้ สยี บปลัก๊ ไฟ
- แก้ไข --> เสยี บปลัก๊ ไฟ
ถงึ โรงพยาบาลท่รี บั สง่ ตอ่ Transport incubator ไมม่ ี Battery ท่านจะดูแลทารกอย่างไร
- แกไ้ ข --> Keep warm โดยการห่อตัวทารก
**เปดิ หนา้ ต่าง Transport incubator เพื่อให้มีอากาศหมุนเวียน โดยเฉพาะกรณีทารกไม่ได้ใส่ทอ่ ช่วยหายใจ
คมู่ ือหลักสตู รการดูแลการสง่ ต่อและการชว่ ยฟื้นคืนชีพในทารกแรกเกิด | เขตสุภาพที่ 7 14
Feedback:
1. ในสถานการณ์น้ี ส่งิ ที่ทมี ต้องให้ความสาคญั คืออะไร
2. ในสถานการณ์นี้ ทมี ของเราทาอะไรไดถ้ กู ต้อง/ดี
3. อะไรที่เรานา่ จะทาให้ดขี น้ึ ในคร้ังตอ่ ไป จะทาให้ดีขน้ึ อย่างไร
4. ทมี ไดเ้ รียนรอู้ ะไรเพ่ิมเติมบา้ ง
คู่มอื หลักสตู รการดแู ลการส่งต่อและการชว่ ยฟ้ืนคนื ชพี ในทารกแรกเกดิ | เขตสภุ าพที่ 7 15
แบบประเมนิ ทกั ษะฐานที่ 2 การดแู ลทารกแรกเกดิ ระหวา่ งการสง่ ตอ่ ดว้ ยหลกั S.T.A.B.L.E.
คะแนนเตม็ 25 คะแนน คะแนนที่ได้ ........................ คะแนน
ผปู้ ระเมนิ ......................................................................
ขน้ั ตอนการปฏบิ ัติ ปฏบิ ัตคิ รบ ปฏบิ ัติ แต่ ไม่ปฏบิ ตั ิ
ตามข้ันตอน ไม่สมบูรณ์
สถานการณท์ ่ี 1
1. ประเมนิ ทารกแรกเกิดเพอ่ื หาสาเหตุ และแกไ้ ขถามสาเหตุ 4 1-3 0
ท่ีควรคดิ ถึงมีอะไรบา้ ง “DOPE”
2. D: 2 10
- ปลด T-piece resuscitator และ PPV ด้วย Self-inflating bag 1 -0
2 10
ตอ่ O2 กับ reservoir, Flow 10 LPM (เช็ค Pop of valve แล้ว) 2 10
- สงั เกตการขยบั ของทรวงอก ---> ขยับตาม PPV เล็กน้อย 2 10
3. OP: 1 -0
- ฟังเสียงลมทป่ี อดและท้อง --> ไดย้ นิ เสียงครืดคราดท่ีปอด 2 10
2 ขา้ ง ไมไ่ ด้ยนิ เสยี งลมท่ที ้อง เหน็ เสมหะใน ET-tube 1 -0
- Suction --> สาย No. 6 เปดิ แรงดนั ที่ 80 -100 mmHg (ถาม)
- ฟังเสียงลมท่ีปอด ทอ้ ง และดูตาแหน่ง ET-tube
--> BS Clear ชดั เจนเทา่ กัน 2 ข้าง ไม่ไดย้ นิ เสียงลมทที่ อ้ ง
ET-tube อยขู่ ีด 7.5
- สังเกตการขยับของทรวงอก --> ขยับตาม PPV
- ประเมนิ HR และ SpO2 --> HR 160 BPM, SpO2 92%
4. ต่อ ET-tube กบั T-piece resuscitator: PIP 20 cmH2O
PEEP 5 cm H2O FiO2 1 --> ตรวจสอบได้ PIP และ PEEP ตามท่ีตง้ั
5. สงั เกตการขยับของทรวงอก SpO2 --> ทรวงอกขยับ 2 10
SpO2 93 - 95%
สถานการณท์ ่ี 2
Syringe pump มเี สยี ง Alarm “Occlusion”
6. ตรวจสอบหาสาเหตุ
1 -0
- พบสาเหตุ --> สาย IV มี Blood clot และถกู ประตูตู้หนบี 2 10
- แก้ไข --> Off IV และเปลยี่ นตอ่ กบั NSS lock ท่มี อื ขวา
คู่มือหลักสตู รการดูแลการสง่ ตอ่ และการชว่ ยฟนื้ คนื ชีพในทารกแรกเกดิ | เขตสภุ าพที่ 7 16
ข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิ ปฏิบัติครบ ปฏบิ ตั ิ แต่ ไมป่ ฏบิ ตั ิ
ตามขัน้ ตอน ไม่สมบรู ณ์
Transport incubator มเี สยี ง Alarm “Low Battery”
7. ตรวจสอบหาสาเหตุ 1 -0
1 -0
- พบสาเหตุ --> ตรวจสอบปลกั๊ ไฟและเตา้ เสยี บ 1 -0
--> ไม่ไดเ้ สยี บปล๊ักไฟ
- แกไ้ ข --> เสยี บปล๊ักไฟ
Transport incubator ไมม่ ี Battery
8. Keep warm --> หอ่ ตัวทารก
ค่มู ือหลกั สตู รการดูแลการส่งตอ่ และการชว่ ยฟ้นื คืนชีพในทารกแรกเกดิ | เขตสภุ าพท่ี 7 17
ฐานที่ 3 สถานการณส์ มมตุ ิ
การกชู้ พี ทารกแรกเกดิ ระหวา่ งการสง่ ตอ่
ระยะเวลาการสอน : 40 นาที
วตั ถุประสงค์ :
1. ผู้เข้าอบรมสามารถตัดสินใจแกไ้ ขปัญหาและเลือกใชท้ ักษะ ในการชว่ ยหายใจทารกท่มี ภี าวะทางเดนิ
หายใจอดุ กนั้ ได้อย่างเหมาะสม
2. ผู้เขา้ อบรมสามารถปฏิบตั ิการกูช้ ีพทารกแรกเกิดระหว่างส่งตอ่ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
2.1 การช่วยหายใจ
2.2 การชว่ ยหายใจรว่ มกบั การกดหน้าอก
2.3 การให้ยา Adrenaline 2.4 การใหส้ ารน้า
2.5 ทกั ษะการสอื่ สารและการทางานเป็นทมี
รายละเอยี ดสถานการณ:์ การกชู้ พี ทารกแรกเกดิ ระหวา่ งการสง่ ตอ่
ประวตั ิมารดาอายุ 28 ปี G1P0 GA 40+3 สปั ดาห์ มา โรงพยาบาลดว้ ยเจบ็ ครรภ์คลอด มีน้าไหลจาก
ช่องคลอด ผล เลือด VDRL: non-reactive, Anti-HIV: negative, HBsAg: negative แรกรับที่ ER มารดาเบ่ง
คลอด คลอดปกติ ทางช่องคลอดเวลา 20.00 น. ทารกเพศชาย APGAR 5, 7, 8T น้าหนัก 3,000 กรัม มีข้ีเทา
ติดตามตัว
แรกเกิด ไม่ร้อง ไม่หายใจ ไม่ขยับ: Initial steps --> 30 วินาที หายใจเฮือก ความตึงตัวของ
กล้ามเน้ือน้อย HR 80 BPM ได้ PPV ด้วย PIP 20 cmH2O, PEEP 5 cmH2O, FiO2 0.21 ครบ 30 วินาที
--> HR 100 BPM SpO2 60%
นาทีที่ 1 APGAR 5 (หัก สี 2, Tone 1, Reflex 1, หายใจ 1) HR 100 BPM ยังหายใจไม่สม่าเสมอ
-->PPV ต่อด้วย PIP 20 cmH2O, PEEP 5 cmH2O, FiO2 0.4 อีก 30 วินาที: HR 120 BPM SpO2 75% นาทีท่ี
1 1/2 เรม่ิ หายใจเอง จึง Wean off PPV และให้ O2 flow 10 LPM, FiO2 0.4 ต่อ
นาทีที่ 3 หายใจมี Moderate subcostal retraction, HR 160 BPM SpO2 65% --> เพิ่ม O2 flow
10 LPM, FiO2 1.0 --> SpO2 75%
นาทีท่ี 5 APGAR 7 (หัก สี 1, Tone 1, หายใจ 1) หายใจมี Marked subcostal retraction และ
Grunting, SpO2 75% -> ตัดสินใจใส่ ET-tube ใส่ได้นาทีที่ 6 ET-tube no. 3.5 ขีด 9 PPV ต่อด้วย PIP 20
cmH2O, PEEP 5 cmH2O, FiO2 1 via ET-tube, SpO2 92%
คมู่ อื หลกั สูตรการดแู ลการสง่ ตอ่ และการชว่ ยฟนื้ คนื ชพี ในทารกแรกเกดิ | เขตสุภาพท่ี 7 18
นาทที ี่ 10 Tone และ Reflex ดี ปากแดง ปลายมอื ปลายเท้าเขียว หายใจมี Mild subcostal retraction
HR 140 BPM SpO2 96% โทรศัพท์ปรึกษาโรงพยาบาลศูนย์เพื่อขอส่งต่อด้วย Fast track เน่ืองจากหอผู้ปุวย
ทารกแรกเกดิ เตม็ ระหวา่ งรอสง่ ตอ่
- PPV โดยใช้ T-piece resuscitator: PIP 20 cmH2O, PEEP 5 cmH2O, FiO2 1
- DTX 25 mg%, Hct 58 vol%
- 10 % D/W 6 ml vein slowly push then vein drip 8 ml/hr. (GIR 4.4) via IV มือซา้ ย
- Stat Ampicillin (100 Mk Dose) 300 mg vein และ Gentamicin (4 Mk Dose) 12 mg vein
เวลา 20.30 น.
- Vit K 1 mg muscle, HBV 0.5 ml muscle และ Terramycin eye ointment apply both eye
- ใส่ OG tube ต่อถงุ ระบาย Gastric content
กอ่ นออกเดินทางตดิ ตามระดับน้าตาลหลงั push 10 % D/W 30 นาที DTX 64 mg% และวดั V/S:
BT 36.9 oC HR 140 BPM หายใจตามการ PPV, BP 68/40 mmHg, MBP 49 mmHg, SpO2 96%, Keep warm
ด้วย Transport incubator ใช้ Air servo mode ตัง้ อุณหภมู ิท่ี 33 oC
ออกเดินทางเวลา 20.45 น.
โรงพยาบาลรับสง่ ตอ่ ห่างจาก โรงพยาบาลส่งตอ่ ประมาณ 90 กิโลเมตร มโี รงพยาบาลระดับ M1
(มีกุมารแพทย์) กโิ ลเมตรท่ี 40 มโี รงพยาบาลระดบั F1 กิโลเมตรท่ี 75
การเตรยี มอปุ กรณ:์
คู่มอื หลกั สตู รการดูแลการสง่ ต่อและการชว่ ยฟ้นื คนื ชีพในทารกแรกเกิด | เขตสภุ าพที่ 7 19
1. ห่นุ ทารกแรกเกิดใสผ่ ้าออ้ มสาเร็จรูปสวมหมวก On 10% DW 100 ml. ท่มี ือซา้ ย OG tube No. 8
ตอ่ ลงถงุ
2. Self inflating bag/ T-piece resuscitator
3. Mask
4. สาย O2
5. Stethoscope
6. ชุดสายดดู เสมหะ
7. O2 monitor
8. Syringe ยา Adrenaline 1:10,000 ขนาด 1 ml. via Vein และ 3 หรอื 5 ml. via ET-tube
9. Syringe ใส่ NSS ขนาด 3 หรือ 5 ml. สาหรับ Flush สาย
10. ปรอทวดั อุณหภูมิ
11. อปุ กรณ์สาหรับฉดี ยา และให้สารนา้
12. อปุ กรณ์สาหรับใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจ
13. NSS 100 ml.
14. Transport incubator/ ถงุ ถั่วเขยี ว
15. Syringe pump
16. ปรอทวัดอุณหภมู ิ
17. แบบสาหรับสง่ ผู้ปุวยไปรับการตรวจหรอื รกั ษาตอ่
คู่มือหลักสตู รการดแู ลการสง่ ตอ่ และการชว่ ยฟื้นคืนชีพในทารกแรกเกิด | เขตสภุ าพท่ี 7 20
18. แบบบนั ทกึ การประเมนิ ผู้ปุวยทารกแรกเกิดระหว่างสง่ ต่อ
19. สมดุ อนามัยแม่และเด็ก
กจิ กรรม
Tell & Show:
- ถามผู้เขา้ อบรม ข้อบง่ ช้ี PPV, PPV รว่ มกับ Chest compression และการใหย้ า Adrenaline
- สาธิตการกูช้ พี ทารกแรกเกิด PPV และ Chest compression
Do: Role plays สถานการณส์ มมุติ
สถานการณ์สาหรบั ผเู้ ข้าอบรม
ท่านและเพ่ือนต้องส่งต่อทารกแรกเกิด ประวัติมารดาอายุ 28 ปี G1P0 GA 40+3 สัปดาห์ มา
โรงพยาบาลด้วย เจ็บครรภ์คลอด มีน้าไหลจากช่องคลอด ผลเลือด VDRL: non-reactive, Anti-HIV: negative,
HBsAg: negative แรก รับที่ ER มารดาเบ่งคลอด คลอดปกติทางช่องคลอดเวลา 20.00 น.ทารกเพศชาย
APGAR 5, 7, 8T น้าหนัก 3,000 กรัม มีข้ีเทาติดตามตัว ใส่ ET-tube no. 3.5 ขีด 9 PPV โดยใช้ T-piece
resuscitator: PIP 20 cmH2O PEEP 5 cmH2O, FiO2 1 ให้ 10 % D/W vein drip 8 ml/hr (GIR 4.4) ที่ตาแหน่ง
มือซ้าย ใส่ OG tube ต่อถุงระบาย Gastric content ได้ 10% D/W 6 ml vein push 1 คร้ัง เน่ืองจาก DTX 25
mg% ติดตามน้าตาลหลัง push 10% D/W 30 นาที DTX 64 mg%
ก่อนออกเดินทางวัด V/S: BT 36.9 oC HR 140 BPM หายใจตามการ PPV, BP 68/40 mmHg, MBP
49 mmHg, SpO2 96% และ Keep warm ด้วย Transport incubator ใช้ Air servo mode ตั้งอุณหภูมิ
ที่ 33.0 oC ออกเดนิ ทางเวลา 20.45 น.
(โรงพยาบาลรบั สง่ ต่อหา่ งจาก โรงพยาบาลส่งต่อประมาณ 90 กโิ ลเมตร มโี รงพยาบาลระดับ M1 (มีกมุ าร
แพทย์) กิโลเมตรที่ 40 มี โรงพยาบาลระดับ F1 กิโลเมตรที่ 75)
*** ต้องเปิด IV เพิม่ อกี 1 เสน้ ก่อน Refer ***
สถานการณ์
ระหวา่ งเดนิ ทางได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ถงึ กิโลเมตรที่ 60 เครอื่ ง O2 monitor มเี สียง Alarm SpO2
75% ทารกหายใจหอบมี Intercostal และ Subcostal retraction ปีกจมกู บาน ท่านจะให้การ ชว่ ยเหลือทารก
อยา่ งไร (ET-tube obstruction)
คู่มอื หลักสูตรการดูแลการสง่ ตอ่ และการชว่ ยฟื้นคืนชพี ในทารกแรกเกิด | เขตสภุ าพที่ 7 21
ประเมนิ ทารกแรกเกดิ ตรวจสอบหาสาเหตดุ งั ตอ่ ไปนี้ และแก้ไข DOPE
- ท่อช่วยหายใจเลอ่ื น/หลุด หรือไม่
- ท่อชว่ ยหายใจอดุ ตัน หรือไม่
- มีภาวะลมร่ัวในช่องเยอื่ หมุ้ ปอด หรอื ไม่
- เครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ท้างานผิดปกติ หรอื ไม่
ประเมินทารกโดย
1. ปลด T-piece resuscitator ใช้ Self-inflating bag โดยเชค็ การทา้ งานของ Pop of valve และต่อ O2 กบั
reservoir โดยใช้ Flow 10 LPM
2. บบี Self - infalting bag --> สังเกตการณข์ ยับของทรวงอกตามการชว่ ยหายใจ --> ทรวงอกไมข่ ยบั
3. ฟงั เสียงลมทปี่ อด ท้อง และดตู าแหนง่ ET-tube: ไมไ่ ดย้ ินเสยี งลมเข้าปอดท้ัง 2 ขา้ ง --> ไม่ได้ยนิ
เสยี งลมที่ ท้อง ET-tube อยูท่ ่ีตาแหนง่ 9 เซนติเมตร ( นกึ ถงึ ET-tube obstruction )
- Suction: Suction No. 8 เปิดแรงดนั ท่ี 80 -100 mmHg --> แหย่สาย Suction ไม่ลง
(ต้อง Off ET-tube แล้ว PPV via mask No.1 และแวะโรงพยาบาลชุมชน เพ่อื ใส่ ET-tube)
- ขณะ Suction พบวา่ O2 monitor จบั สัญญาณทารกไมไ่ ด้ ผู้ปุวยน่งิ ไม่หายใจ ไม่ขยบั
--> ฟัง HR < 60 BPM
o เรม่ิ เขา้ สกู่ ระบวนการ CPR
o ต้อง Off ET-tube และใส่ ET-tube ใหม่
o ถา้ ไม่สามารถใส่ ET-tube ใหม่ได้ ต้องชว่ ยหายใจด้วย Mask c bag ไปกอ่ น
o ตอ้ งประสานงาน พนกั งานขับรถเพื่อแวะ โรงพยาบาลชุมชน ทอ่ี ยใู่ กล้ที่สุด
o CPR :
1 - 2 - 3 -บบี ครบ 60 วินาที ประเมนิ HR : HR < 60 วินาที
Adrenaline (1:10,000) 0.3 - 0.9 ml IV push เร่ิมหลงั CPR ครบ 60 วนิ าที จากนน้ั
ให้ตอ่ ทุก 3-5 นาที
ใช้ Syringe 1 ml เสมอในการให้ Adrenaline และแยก Dose/Syringe
เพอื่ Safety & re-check
ใช้ Syringe 3 or 5 ml ในการ Flush NSS ไล่ Adrenaline
ใช้ FiO2 1.0 เสมอเมอ่ื CPR
คู่มอื หลักสตู รการดแู ลการสง่ ต่อและการชว่ ยฟื้นคืนชพี ในทารกแรกเกิด | เขตสภุ าพที่ 7 22
o เจาะ DTX ขณะ CPR พบ DTX 35 mg%
(ไมม่ ีการตดิ ตามน้าตาลหลังจากให้ IV maintainance)
ให้ 10 % D/W 6 ml vein slowly push
เพิ่ม GIR เปน็ 7-8: 10 % D/W vein drip 12 ml/hr.
o ถา้ CPR และให้ยาถกู Adrenaline ครบ 2 dose (CPR ครบ 5 นาที ทารกจะฟื้น)
Feedback:
1. ในสถานการณน์ ส้ี ่งิ ทที่ มี ต้องให้ความสาคัญคอื อะไร
2. ในสถานการณ์น้ที ีมของเราทาอะไรไดถ้ ูกต้อง/ดี
3. อะไรท่เี ราน่าจะทาใหด้ ขี ึ้นในครงั้ ตอ่ ไปจะทาใหด้ ขี ึ้นอยา่ งไร
4. ทมี ไดเ้ รียนร้อู ะไรเพิม่ เตมิ บา้ ง
คมู่ ือหลกั สตู รการดแู ลการสง่ ตอ่ และการชว่ ยฟื้นคืนชพี ในทารกแรกเกิด | เขตสภุ าพที่ 7 23
แบบประเมนิ ทกั ษะฐานท่ี 3 การกชู้ พี ทารกแรกเกดิ ระหวา่ งการสง่ ตอ่
คะแนนเต็ม 100 คะแนน คะแนนที่ได้ ........................ คะแนน
ผ้ปู ระเมนิ ......................................................................
ข้ันตอนการปฏิบัติ ปฏบิ ตั คิ รบ ปฏบิ ตั ิ แต่ ไม่ปฏบิ ัติ
ตามข้ันตอน ไม่สมบรู ณ์
1. ประเมนิ ทารกตรวจสอบหาสาเหตตามหลัก DOPE --> O
- R/O Equipment failure : E : ใช้ Self-inflating bag 1 -0
- ตรวจสอบ Self-inflating bag : Pop of valve 1 -0
- เลือก Size / Relief pressure ถกู 1 -0
- ตอ่ Reservoir
- เปดิ Flow 10 LPM 1 -0
(สามารถตรวจเช็ค T-piece -resuscitator 2 10
และใช้ T-piece -resuscitator ได้)
1 -0
- O/P : ฟังเสียงปอด 3 ตาแหน่ง 1 -0
- ไมไ่ ด้ยินเสยี งลมท้งั ปอด และ ทอ้ ง
2 10
- O/P : ดู Chest move - Chest ไม่ move 2 -0
- D : ตรวจเชค็ ตาแหนง่ ETT : ขดี 9 --> ET-tube 2 -0
ไม่เลอื่ นหลดุ 3 -0
สาเหตขุ อง Desaturation
--> ET-tube obstruction Mx : 3 -0
3 -0
ทาการแกไ้ ข ET-tube obstruction : Suction ETT 2 -0
- สาย Suction No. 8 2 -0
- เปดิ Pressure 80 -100 mmHg 3 -0
- Sterile technique
3. ETT Obstruction : Suction ไม่ลง
--> Monitor SpO2 จับ Sat. ไมไ่ ด้
- ฟงั HR : HR 30 BPM
4. เริ่มทาการช่วยหายใจด้วยแรงดันบวก
- Off ET-tube
- PPV via mask c bag
- เลอื ก Mask No. 1
- Monitor EKG
- อตั ราการ PPV : 2 - 3 - บบี - 2 - 3 - บีบ
คูม่ ือหลักสูตรการดูแลการสง่ ต่อและการชว่ ยฟน้ื คืนชีพในทารกแรกเกดิ | เขตสุภาพท่ี 7 24
ขัน้ ตอนการปฏิบตั ิ ปฏบิ ัติครบ ปฏิบตั ิ แต่ ไมป่ ฏบิ ตั ิ
ตามขัน้ ตอน ไมส่ มบูรณ์
- PPV 15 sec : ประเมิน HR และดู Chest move 4 20
--> HR 30, Chest ไม่ Move
** ถ้าพยาบาลใส่ ET-tube เอง/ไม่ off ET-tube : ประเมินให้ไม่ผ่าน
5. ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของการ PPV : MRSOPA จนกว่า Chest จะ Move
5.1 Mask adjustment & Reposition : 2 Hands technique 2 -0
- PPV 3 - 5 ครัง้ : ทรวงอกไม่ขยบั
5.2 Suction & Open mouth :
- Suction No.8 เปิด pressure 80 - 100 mmHg 2 -0
- PPV 3 - 5 ครัง้ : ทรวงอกไมข่ ยบั
5.3 Pressure :
- เพิม่ Pressure เปน็ 25 cmH2O : ทรวงอกขยับ 2 -0
5.4 PPV via Mask หลัง จาก Chest move : 30 วนิ าที
- PIP 25 cmH2O, ทรวงอกขยบั 2 -0
5.5 ประเมนิ HR หลัง PPV ครบ 30 วนิ าที --> HR : 30 BPM 2 -0
6. ติด EKG [ถ้ายังไมต่ ิด] 2 -0
7. เร่ิมทา้ การช่วยเหลอื โดยการกดหนา้ อก 2 -0
7.1 Two thumbs technique : นิ้วหัวแม่มอื วางตาแหนง่
1/3 lower sternum, just below nipple line
7.2 Encircling : หนนุ หลังทารกดว้ ยนว้ิ มือที่เหลอื โอบรอบ 2 -0
7.3 กดลกึ 1/3 ของความกวา้ ง AP diameter chest wall 2 -0
7.4 นว้ิ หัวแม่มอื วางสมั ผัสกบั Chest wall ตลอดเวลา 1 -0
8. อตั ราการกดหน้าอกและการชว่ ยหายใจ
- กดหนา้ อกและนับจงั หวะ 1-และ-2-และ-3-และ-บบี -และ 2 - -
2 --
- PPV ด้วย 100% O2 ในระหว่างจังหวะ บบี 2 --
9. ผ้จู บั เวลาแจ้ง “ครบ 60 วินาที” ประเมิน HR (HR 30 BPM)
10. เตรยี มการให้ Adrenaline
- ผสม Adrenaline 1: 10,000 : บอกวธิ ีผสมถกู ต้อง via IV/IO : 2 -0
1 -0
- Dose 0.1 - 0.3 ml/kg (0.3 - 0.9ml) 1 -0
- ใช้ syringe 1 ml label
- NSS flush Adrenaline IV 1 หรอื 3 ml (2020 edit)
11. IV ทม่ี ือซ้ายบวม 5 -0
- เปิด IV อกี เส้นมาตั้งแต่กอ่ น Refer : ใช้ NSS lock เปิดมา 2 -0
- ไมไ่ ด้เปิด IV อีกเสน้ มา : ต้องมคี นไปเปดิ IV ตอ้ งขอความ
ค่มู อื หลักสูตรการดแู ลการส่งตอ่ และการชว่ ยฟนื้ คืนชพี ในทารกแรกเกดิ | เขตสุภาพท่ี 7 25
ขั้นตอนการปฏบิ ัติ ปฏิบตั คิ รบ ปฏบิ ัติ แต่ ไม่ปฏบิ ตั ิ
ตามขั้นตอน ไม่สมบูรณ์
ช่วยเหลือ พนักงานขบั รถมา CPR
**ถ้าไมมีคนมา CPR แทน ยตุ ิ Scene ได้ : Death 2 -0
**ถ้าไมมีคนไปเปดิ IV ยตุ ิ Scene ได้ : Death
12. ให้ Adrenaline 1: 10,000 dose 0.3 - 0.9 ml via IV หลัง 2 10
2 10
CPR ครบ 60 วินาที 2 -0
- NSS flush 1 - 3 ml (2020 edit) 2 -0
- หลงั ให้ Adrenaline ต้อง CPR 60 sec จึงประเมิน HR 1 -0
13. Chest compression cycle ละ 60 วนิ าที และ ประเมิน HR 2 -0
- มีการสลับเปลย่ี นผูท้ ี่ทาการกดหนา้ อก
14. ให้ Adrenaline ทุก 3 - 5 นาที 2 -0
15. Adrenaline dose ท่ี 2 (1:1,000) 0.9 ml via IV
(Flush NSS 1 - 3 ml (2020 edit)) 2 -0
16. ผู้จับเวลาแจ้ง CPR ครบ 1 นาที หลงั ให้ 2 -0
Adrenaline dose ท่ี 2 : ประเมิน HR 1 -0
- HR 90 BPM / SpO2 เรมิ่ จับสญั ญาณได้ 2 -0
17. หยุดกดหน้าอก แต่ยัง PPV ต่อ อัตรา 40 - 60 BPM 1 -0
(HR 120 BPM / SpO2 96 %) 1 -0
18. ประสานงาน โรงพยาบาลใกลเ้ คียงท่สี ดุ เพอ่ื แวะใส่ ETT 2 -0
- แวะ โรงพยาบาลชมุ ชน : ใส่ ETT ทโ่ี รงพยาบาลชุมชน 1 -0
- เปดิ เส้น IV เสน้ ท่ี 2 on NSS lock 1 -0
- เจาะ DTX : DTX 35 mg% 3 10
- 10% D/W 6 ml IV slowly push 3 -0
- เพิม่ Rate 10% D/W เป็น 12 ml/hr. หรือ GIR 6.4
- เจาะ DTX หลงั push 10% D/W 30 นาที : DTX 76 mg%
19. เตรยี ม Refer / ประสานงาน / โรงพยาบาล ทรี่ ับ Refer ต่อ
- วดั สัญญาณชีพ BP / SpO2 / PR
20. มีการติดต่อโทร Consult/ Call for help ตงั้ แต่ก่อน Arrest
คู่มือหลกั สูตรการดูแลการส่งต่อและการชว่ ยฟ้ืนคนื ชีพในทารกแรกเกดิ | เขตสุภาพท่ี 7 26
ภาคผนวก
ค่มู อื หลักสตู รการดูแลการส่งตอ่ และการชว่ ยฟนื้ คนื ชีพในทารกแรกเกดิ | เขตสขุ ภาพที่ 7
ระบปุ จั จยั เสย่ี ง: GA? นา้ ครา่ ? อภปิ รายกอ่ นทารกเกดิ กาหนดผนู้ า แบง่ งาน แผนภมู ขิ นั้ ตอน
จานวนทารก? ปจั จยั เสย่ี งเพม่ิ เตมิ ? และตรวจสอบความพรอ้ มของอปุ กรณ์ การกชู้ พี ทารกแรกเกดิ 2015
ทารกแรกเกดิ ทารกอยกู่ บั มารดาเพอื่ ดแู ลตามปกติ
ใหค้ วามอบอนุ่ และรกั ษาอณุ หภมู กิ ายใหป้ กติ
ครบกำหนดหรือไม่ ใช่ จดั ทา่ เพอื่ เปดิ ทางเดนิ หายใจใหโ้ ลง่
ควำมตงึ ตัวของกล้ำมเนือ้ ดหี รือไม่ ดดู สารคดั หลงั่ ถา้ จาเปน็
A เชด็ ตวั ใหแ้ หง้
หำยใจหรอื รอ้ งหรือไม่ ประเมนิ ทารกอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
1 นาที
ไมใ่ ช่ หายใจลาบาก หรอื
ใหค้ วามอบอนุ่ และรกั ษาอณุ หภมู กิ ายใหป้ กติ ยงั คงเขยี วหรอื ไม่
จดั ทา่ เพอื่ เปดิ ทางเดนิ หายใจใหโ้ ลง่
ดดู สารคดั หลง่ั ถา้ จาเปน็ ใช่
เชด็ ตวั ใหแ้ หง้ กระตนุ้ ใหห้ ายใจ จดั ทา่ และเปดิ ทางเดนิ หายใจใหโ้ ลง่
ตดิ ตาม SpO2
หายใจเฮอื ก หรอื ไมห่ ายใจ ไม่ใช่ พจิ ารณาใหอ้ อกซเิ จนเพมิ่ ตามตอ้ งการ
HR<100 ครง้ั /นาที พจิ ารณาใช้ CPAP
การดแู ลหลงั การกชู้ พี
ใช่ บคุ ลาการในทมี อภปิ รายรว่ มกนั หลงั การกชู้ พี
PPV อตั รา 40-60 ครง้ั /นาที (บบี -2-3)
B ตดิ ตาม SpO2 พจิ ารณาตดิ ตาม EKG
HR<100 ครง้ั /นาที ไม่ใช่ เปา้ หมายของ SpO2 บรเิ วณแขน/มอื ขวา ตามอายหุ ลงั เกดิ
1 นาที 60 - 65 %
ใช่
ตรวจสอบการขยบั ของหนา้ อก 2 นาที 65 - 70 %
พจิ ารณาแกไ้ ขปญั หาการหายใจตามขน้ั ตอน
3 นาที 70 - 75 %
(MR-SO-P-A / DOPE กรณใี ส่ ET-tube แลว้ )
พจิ ารณาใส่ ET-tube/ LMA ถา้ จาเปน็ 4 นาที 75 - 80 %
ไม่ใช่ 5 นาที 80 - 85 %
10 นาที 85 - 95 %
HR <60 ครง้ั /นาที ขนาดทอ่ ชว่ ยหายใจ (ET-tube)….. ...…....
นา้ หนกั < 1 ก.ก. no. 2.5
ใช่ 1 - 2 ก.ก. no. 3.0
ใส่ ET-tube ถา้ ยงั ไมใ่ ส่ > 2 ก.ก. no. 3.5
C กดหนา้ อกและ PPV ดว้ ย 100% O2 (1-และ-2-และ-3-และ-บบี -และ)
ตดิ ตาม EKG ความลกึ ของ ET-tube… วธิ ที ี่ 1 วดั จากระยะผนงั กลางจมกู
ถงึ ตงิ่ หนา้ รหู ู + 1 ซม. และวธิ ที ี่ 2 ใชต้ ารางดา้ นลา่ ง
HR <60 ครงั้ /นาที
อายคุ รรภ์ (wk) ความลกึ ET-tube (ซม.) นา้ หนกั ทารก (กรมั )
ใช่ 23 - 24 5.5 500 - 600
25 - 26 6.0 700 - 800
D ให้ Epinephrine (1:10,000) 27 - 29 6.5 900 - 1,000
- 0.1-0.3 ml/kg/dose IV 30 - 32 7.0 1,100 - 1,400
- 0.5-1 ml/kg/dose via ETT ถา้ ไมส่ ามารถใหท้ าง IV 33 - 34 7.5 1,500 - 1,800
ถา้ HR < 60 ครง้ั ตอ่ นาที ควรคานงึ ถงึ Hypovolemia, Pneumothorax 35 - 37 8.0 1,900 - 2,400
38 - 40 8.5 2,500 - 3,100
41 - 43 9.0 3,200 - 4,200
แบบประเมนิ การสง ตอ ผูปว ยทารกแรกเกดิ เขตสุขภาพท่ี 7 รอ ยแกน สารสินธุ ตดิ Sticker ช่ือ-สกลุ ทารกทสี่ งตอ
จากโรงพยาบาล................................ จงั หวดั ................................
วัน/เดอื น/ป ทส่ี ง ตอ............................................................. เวลาออกเดินทาง................... มกี ารประสานงานกอ นสง ไมม ี มี
ช่ือผปู ระสานงาน.......................................... โทร. ............. ชอื่ ผูรบั ประสานงาน.............................................. โทร. ................................
สง ตอดว ย Fast track ไมใ ช ใช มีญาติเดินทางมาดวย ไมม ี มี มีการใหข อมูลญาตกิ อนสง ตอ ไมม ี มี
ประวัตมิ ารดา ช่อื -สกุล มารดา............................................................ อาย.ุ ................... ป G…..P…………..... No.of ANC...........ครง้ั
VDRL........ HBsAg........ Anti HIV......... โรคประจาํ ตวั ไมม ี มี ระบ…ุ ………………................ ยาทก่ี ินประจาํ ………….........................
ไข ไมมี ม.ี .....วัน น้ําเดนิ ไมม ี มี……วนั ไดยาปฏิชวี นะ ……….......................................………..x……..วนั
เลอื ดออกทางชอ งคลอด ไมม ี มี ปญ หาอน่ื ๆ ระหวางตัง้ ครรภ ไมม ี มี ระบ…ุ ……………..................………………….....…................
ยาทไี่ ดร ับกอนคลอด ไมมี มี ระบ…ุ ………....................…………………….....…... น้ําคราํ่ ใส มี Meconium มีกลิน่ เหมน็
ประวัตทิ ารกแรกเกดิ CC : หอบหลงั เกิด.........นาที หรอื ชั่วโมง ไมห ายใจ เขยี ว อ่นื ๆ ระบ.ุ ............................
Term Preterm GA …............Wk, by Date U/S Ballard score Date of delivery……….....….....… Time…….....
Type of delivery NL C/S V/E F/E Indication……....................................................................................…………….…
BW……........….gm, APGAR…… (1 min) …… (5 min) .…. (10 min) .................................................................................................................
PE : BT…….…..° C, HR ……..….. /min, RR…….….. /min, BP……..........….....mmHg, SpO2 …………. % ............................................................
..................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................
ผลการตรวจทางหองปฏบิ ตั ิการท่ีสําคญั Hct…………….vol %, DTX……...…….mg%, MB………….mg%, อืน่ ๆ……....................……...........
..................................................................................................................................................................................................................................
Diagnosis (Active problem) 1 ………………………………………................................... 2 ................................................................................
3 ………...................................................................... 4 ....................................………………………………………
การรกั ษาทใ่ี หไ วแลว ...............................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................
ยาปฏิชีวนะ 1 ................................mg IV, Dose สุดทายเมือ่ ...................น. 2 ................................. mg IV, Dose สุดทา ยเมื่อ...................น.
ไดร ับวคั ซนี /ยา BCG HBV Vit. K อน่ื ๆ.............................. สง ตรวจ TSH, PKU ไมส ง สง แลว
V/S กอนสง ตอ BT…….…..° C, HR ……..….. /min, RR…….….. /min, BP……..........…..............……mmHg, SpO2 …………. %
การประเมินทารกระหวางสง ตอ (ทุก 15 นาที) • ออกซเิ จน ไมมี มี ระบุ Cannula Box
ET tube NO. .......... ขีด......... อน่ื ๆ..................................
เวลา(น.) • ชวยหายใจ ไมม ี มี ระบุ Ambu bag..................ml
BรTาย(ºกCา)รTตอู บ(ºC)
PR (bpm) Neopuff ระบุ setting ..........................................................
RR (bpm) • Keep warm Incubator ถงุ ธญั พืช อ่ืนๆ................
SpO2 (%) • IV fluid ไมมี มี Infus./Syr. pump Manual
ค(cวmาม)ลึก ET tube
Cป(ท+hร่ีไ:ดมิeยาs(กtณmขml้ึนI)Vo0vf.le5u.cidm) 1).............................................. ................... rate................ml/hr
Suction UVC…… cm. UAC…… cm. Peripheral line
2)................................. ................................ rate................ml/hr
Medications UVC…… cm. UAC…… cm. Peripheral line
3)..................................... ...............................................................
• ปายขอมือ ไมม ี มี
• สงิ่ ท่สี ง มาดวย ผล LAB Film เลอื ดแม
สมดุ บนั ทกึ สขุ ภาพแมแ ละเดก็ อน่ื ๆ ................................
อาการและอาการแสดงอน่ื ๆขณะนาํ สง ............................................................................................................
............................................................................................................................................................................. ถา มีปญ หาระหวา งสง ตอ
ถงึ รพ.ขอนแกนเวลา...................น. (เวลาคดั กรองที่ ER) ถึง หอผปู ว ย เวลา................... น. ตดิ ตอ ......................................................
ลงชอื่ ผูนาํ สง ............................................... ตําแหนง .................. โทร. .......................................................
ผลลัพธ Death within 1 hr. after admission ET tube หลุด ET tube ลึก ขีด............... Pneumothorax
Hypothermia BT…………Cํ Hyperthermia BT…………ํC อืน่ ๆ ระบุ.................................................
Hypoglycemia DTX………..mg% Hyperglycemia DTX………..mg% อื่นๆ ระบุ.................................................
Fast Track สาหรบั ผปู้ ว่ ยเดก็ /ทารกวกิ ฤต กลมุ่ งานกมุ ารเวชกรรม โรงพยาบาลขอนแกน่
ตดิ ตอ่ Call Center ผปู้ ว่ ยเดก็ / ทารกวกิ ฤต เกณฑผ์ ปู้ ว่ ยเขา้ ระบบ Fast track**
- 043-247-287 - ผปู้ ว่ ยใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจ
- 097-310-3018 รพ. ตน้ ทาง ตดิ ตอ่ เพอ่ื สง่ ตอ่ ผปู้ ว่ ย - ผปู้ ว่ ยทม่ี ภี าวะ shock
ตดิ ตอ่ กมุ ารแพทย์ - ผปู้ ว่ ยชกั Status Epilepticus
- ผปู้ ว่ ย Jaundice ทค่ี า่ เหลอื งถงึ เกณฑ์
- 081-662-3713 (Chief เวร PICU)
- 091-064-3224 (Chief เวร NICU) Exchange
- ผปู้ ว่ ยวกิ ฤตอนื่ ๆตามทก่ี มุ ารแพทย์
พจิ ารณา โดยแจง้ Staff รบั ทราบกอ่ นรบั
แพทยพ์ จิ ารณารบั
ผปู้ ว่ ยเดก็ /ทารกวกิ ฤต ตามเงอ่ื นไข*
ไมใ่ ช้ Fast Track กมุ ารแพทยพ์ จิ ารณาใช้ ใช้ Fast Track
Fast Track?** กมุ ารแพทย์ แจง้ กบั รพ. ตน้ ทาง ประสานกบั ER
แพทยป์ ระสานงานกบั ER โทร. 1200 ให้ Fax : OPD card or Refer/Refer click
แจง้ Ward ทจ่ี ะ Admit ขอ้ มลู ผปู้ ว่ ย ชอื่ -สกลุ ทอี่ ยู่ ชอ่ื บดิ า มารดา
เพอื่ ทา OPD Card และ Admission ท่ี
043-009-900 ตอ่ 1200
ใหก้ ารดแู ลรกั ษาตาม กมุ ารแพทย์ ประสานงานกบั ER โทร.1200
แนวทางปกตขิ อง ER แจง้ รบั ผปู้ ว่ ยใช้ Fast Track
เงอ่ื นไขการรบั ผปู้ ว่ ย*
1. รบั ผปู้ ว่ ยทกุ รายทสี่ ง่ ตอ่ จาก รพ.ชมุ ชนในจงั หวดั ขอนแกน่ แจง้ อาการและแจง้ Ward ทจ่ี ะ Admit
2. รบั ผปู้ ว่ ยทส่ี ง่ ตอ่ จาก รพ.ชมุ ชนและ รพ.จงั หวดั ในเขต 7 กมุ ารแพทย์ บรหิ ารจดั การเตยี งเพอ่ื รบั ผปู้ ว่ ย
(รอ้ ยเอด็ มหาสารคาม กาฬสนิ ธ)ุ์ และแจง้ ขอ้ มลู ผปู้ ว่ ยใหพ้ ยาบาล Ward เพอ่ื
3. กรณี รพ.ขอนแกน่ ไมส่ ามารถรบั ผปู้ ว่ ยไวร้ กั ษาได้
3.1 ผปู้ ว่ ยทส่ี ง่ ตอ่ มาจาก รพ.ชมุ ชน ในจงั หวดั ขอนแกน่ กมุ าร เตรยี มเตยี งและอปุ กรณส์ าหรบั ผปู้ ว่ ย
แพทย์ รพ.ขอนแกน่ จะเปน็ ผปู้ ระสานงานกบั รพ.ศรี
นครนิ ทร์ เพอื่ สง่ ผปู้ ว่ ยไปรกั ษา ใหก้ ารดแู ลรกั ษาตามแนวทาง Fast Track
สาหรบั ผปู้ ว่ ยเดก็ / ทารก วกิ ฤต
3F.2astผรพปู้ T.ว่จrยงัaทหcส่ีวkดัง่ ตนสอ่น้ัำมๆหาจรจะับาเปกผน็ ปู้รผพ่วปู้ .จยรงัะเหดสวา็กดัน/ใงทนาำนเขรกตกบั ว7รกิ กพฤมุ.ศตารรนีแณคพรทEนิ ยRท์ ร์ ฉบบั ปรบั ปรงุ เมอื่ วนั ที่ 27 พฤศจกิ ายน 2563
Fast Track สาหรบั ผปู้ ว่ ยเดก็ /ทารกวกิ ฤต ณ ER
เมอื่ ผปู้ ว่ ยมาถงึ ER
แพทย/์ พยาบาล ER ตรวจประเมนิ เบอ้ื งตน้
เพอ่ื Stabilize และบนั ทกึ ใน OPD Card
ไม่ Stable ผปู้ ว่ ย Stable ? Stable
แกไ้ ขภาวะฉกุ เฉนิ ที่ ER ประสาน Ward เตรยี มรบั
จนอาการ Stable
และบนั ทกึ ใน OPD Card
ประสาน Ward เตรยี มรบั
พยาบาล ER นาสง่ ผปู้ ว่ ยไปทห่ี อผปู้ ว่ ย พยาบาล ER และ พยาบาล Refer นาสง่
พรอ้ มเอกสาร Admission ผปู้ ว่ ยไปทห่ี อผปู้ ว่ ย พรอ้ มเอกสาร
Admission
พยาบาลทน่ี าสง่ ผปู้ ว่ ยใหข้ อ้ มลู ผปู้ ว่ ย
กบั กมุ ารแพทยแ์ ละพยาบาล Ward
กมุ ารแพทย/์ พยาบาล Ward ตรวจประเมนิ
และใหก้ ารดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยตามแนวทาง
การรบั ผปู้ ว่ ย
สน้ิ สดุ Fast Track
ฉบบั ปรบั ปรงุ เมอื่ วนั ที่ 27 พฤศจกิ ายน 2563
แบบทดสอบ
โครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารพัฒนาศกั ยภาพบคุ ลากรในการดแู ลการสง่ ตอ่
และการชว่ ยฟนื้ คนื ชพี ในทารกแรกเกดิ เขตสขุ ภาพที่ 7
คาชแี้ จง โปรดเลอื กคาตอบทถี่ กู ตอ้ งทส่ี ดุ 1 คาตอบ
1. การทางานของทมี กูช้ พี ท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ เปน็ ส่งิ จาเปน็ ทีจ่ ะบ่งบอกถึงสมรรถนะของทีม ข้อใดตอ่ ไปนี้
เป็นลักษณะท่ีจาเป็นสาหรับผู้นาทมี กู้ชพี
ก. เปน็ ผู้รับผิดชอบทุกอยา่ งในการประเมนิ และวางแผน
ข. ปฏบิ ตั ิงานไดห้ ลายอย่างในเวลาเดียวกนั ทาให้ง่ายต่อการทางานของทีมกชู้ พี
ค. มคี วามสามารถในการตระหนกั หรือรบั รใู้ นสถานการณ์ที่กาลังเผชิญตลอดเวลา
2. ทา่ นไดร้ บั โทรศพั ทต์ ามใหม้ ารับทารกแรกเกดิ ท่านจะถามขอ้ มลู อะไรบา้ งเพ่ือระบุปัจจัยเสี่ยงปรกิ าเนดิ
ที่ช่วยในการตดั สินใจเตรียมการกชู้ พี ทารกแรกเกดิ
ก. ทารกแดงดีหรอื ไม่ หายใจหรือรอ้ งหรอื ไม่ นา้ ครา่ ใสหรือไม่
ข. อายุครรภเ์ ท่าไร น้าคร่าใสหรือไม่ มที ารกในครรภก์ ีค่ น มปี จั จัยเสีย่ งเพม่ิ เตมิ หรือไม่
ค. ทารกครบกาหนดหรอื ไม่ ความตงึ ตัวของกลา้ มเนอ้ื ดหี รือไม่ หายใจหรือร้องหรือไม่
3. ทา่ นถกู ตามไปรบั ทารกแรกเกิด เม่ือทารกเกดิ ทา่ นควรประเมินอะไรบ้าง เพอื่ ประเมนิ วา่ ทารกสามารถ
อยกู่ บั มารดา หรอื ควรนาทารกมาทเี่ ครือ่ งให้ความอบอุน่ โดยการแผ่รังสเี พื่อประเมนิ ทารกเพ่ิมเติม
ก. ทารกแดงดีหรอื ไม่ หายใจหรือร้องหรอื ไม่ น้าคร่าใสหรือไม่
ข. อายคุ รรภ์เท่าไร น้าครา่ ใสหรือไม่ มที ารกในครรภก์ คี่ น มีปจั จัยเส่ียงเพมิ่ เตมิ หรือไม่
ค. ทารกครบกาหนดหรือไม่ ความตึงตัวของกลา้ มเนือ้ ดหี รือไม่ หายใจหรือร้องหรอื ไม่
4. ท่านกาลังกู้ชีพทารกแรกเกิดรายหนงึ่ ซ่งึ ยงั หายใจหอบเหนื่อย และมีอตั ราการเต้นของหัวใจ 90 คร้งั ต่อ
นาที ขอ้ ใดคือส่ิงทส่ี าคัญทีท่ ่านควรปฏบิ ัติ
ก. ใช้ CPAP
ข. ให้ free-flow oxygen
ค. ชว่ ยหายใจด้วยแรงดันบวก
5. ทีมกูช้ ีพของทา่ นไปรบั ทารกครบกาหนด ซง่ึ คลอดโดยการผา่ ตัดคลอดฉุกเฉนิ เนื่องจากมารดามภี าวะถุง
นา้ คร่าอกั เสบ น้าครา่ มขี ้ีเทาปน และทารกมหี ัวใจเตน้ ชา้ เม่อื ทารกเกดิ เปน็ ทารกครบกาหนด ความตงึ
ตวั ของกลา้ มเนอื้ ไม่ดี และไมห่ ายใจ ทา่ นรีบปฏิบัติตามข้นั ตอนเบอ้ื งต้น แตท่ ารกยังคงไมห่ ายใจ และมี
อตั ราการเตน้ ของหัวใจ 50 ครั้งต่อนาที ขอ้ ใดคือการกชู้ พี ข้นั ตอนต่อไป
ก. ใสท่ อ่ หลอดลมคอทันที และดูดสารคดั หล่งั ในหลอดลมคอ
ข. เริม่ กดหน้าอกและช่วยหายใจในอัตรา 3:1 และเตรียมใสส่ ายสวนหลอดเลอื ดดาของสะดอื
ค. เริ่มชว่ ยหายใจด้วยแรงดันบวก และประเมนิ อัตราการเต้นของหวั ใจหลงั จากชว่ ยหายใจ 15 วนิ าที
6. ทารกแรกเกิดอายุครรภ์ 34 สปั ดาห์ ไม่หายใจหลงั เกดิ ไม่ตอบสนองต่อขน้ั ตอนเบ้อื งต้นและตอ้ งการ
การช่วยหายใจดว้ ยแรงดันบวก โรงพยาบาลของทา่ นมเี ครอ่ื งปรับความเข้มข้นของออกซิเจน (O2
Blender) ท่านควรใชค้ วามเขม้ ข้นของออกซเิ จนเท่าใดเม่ือเริ่มชว่ ยหายใจด้วยแรงดนั บวก
ก. 21 %
ข. 21-30 %
ค. 40 %
7. ท่านไดเ้ ริ่มช่วยหายใจด้วยแรงดนั บวกแกท่ ารกแรกเกดิ เนือ่ งจากหวั ใจเตน้ ช้า ขอ้ ใดเป็นขอ้ บ่งช้ีที่สาคญั
ทีส่ ุดทบี่ ง่ บอกว่าการชว่ ยหายใจด้วยแรงดันบวกน้ันประสบความสาเรจ็
ก. อัตราการเต้นของหัวใจเพม่ิ ข้นึ
ข. ไดย้ นิ เสียงหายใจท่ีปอดทงั้ 2 ด้าน
ค. ทรวงอกขยับตามการชว่ ยหายใจแตล่ ะครั้ง
8. หลังจากท่านได้ช่วยหายใจดว้ ยแรงดันบวกแกท่ ารกแรกเกิดท่หี ยุดหายใจ และมอี ัตราการเตน้ ของหัวใจ
50 ครั้งตอ่ นาที เปน็ เวลา 15 วินาทแี ล้ว ผ้ชู ว่ ยของทา่ นควรจะแจ้งการตอบสนองของทารกอะไรบ้าง
และท่านจะใหก้ ารช่วยเหลอื ทารกข้นั ตอนต่อไปอยา่ งไรบา้ ง
ก. อตั ราการเต้นของหัวใจเท่าเดิม 50 คร้งั ต่อนาที ทรวงอกขยบั ทา่ นชว่ ยหายใจด้วยแรงดนั บวก
ตอ่ เนอ่ื งต่อไปอีก 30 วนิ าที และประเมนิ การเตน้ ของหวั ใจซา้
ข. อตั ราการเตน้ ของหวั ใจเทา่ เดิม 50 ครัง้ ต่อนาที ทรวงอกขยับ ทา่ นเริ่มกดหน้าอกสมั พันธ์เป็น
จงั หวะกบั การช่วยหายใจด้วยแรงดันบวกต่อเนอื่ ง 30 วนิ าที และประเมนิ การเตน้ ของหัวใจซา้
ค. อัตราการเต้นของหวั ใจเท่าเดิม 50 ครงั้ ตอ่ นาที ทรวงอกไมข่ ยบั ท่านตรวจสอบความถูกต้องของ
การชว่ ยหายใจ และแกไ้ ขจนกระทง่ั ทรวงอกขยับ ช่วยหายใจด้วยแรงดนั บวกต่อเนอื่ งต่อไปอีก 30
วินาที และประเมินการเตน้ ของหวั ใจซ้า
9. การกดหน้าอกมีข้อบ่งชอ้ี ยา่ งไร
ก. เมื่ออตั ราการเตน้ ของหัวใจนอ้ ยกว่า 60 คร้ังต่อนาที แม้วา่ จะช่วยหายใจด้วยแรงดนั บวกโดยใช้
ออกซเิ จนเข้มขน้ 100%
ข. เมื่ออตั ราการเตน้ ของหัวใจยงั คงนอ้ ยกวา่ 60 ครง้ั ตอ่ นาที หลังจากไดช้ ว่ ยหายใจดว้ ยแรงดนั บวก
จนเหน็ ทรวงอกขยับเป็นเวลา 30 วินาที โดยชว่ ยหายใจผา่ นทอ่ หลอดลมคอหรือหนา้ กากครอบ
กลอ่ งเสียง
ค. เมอ่ื อัตราการเต้นของหัวใจยงั คงน้อยกวา่ 100 ครง้ั ตอ่ นาที หลังจากได้ชว่ ยหายใจด้วยแรงดันบวก
จนเหน็ ทรวงอกขยบั เปน็ เวลา 30 วนิ าที โดยช่วยหายใจผ่านท่อหลอดลมคอหรอื หน้ากากครอบ
กลอ่ งเสยี ง
10. ทีมของท่านเริ่มกดหน้าอกทารกแรกเกิดรายหนงึ่ ขอ้ ใดคือเทคนคิ ทีถ่ กู ต้องของการกดหนา้ อก
ก. น้ิวหวั แม่มือควรสัมผัสกบั ทรวงอกของทารกตลอดเวลา
ข. กดลงบนกระดูก xiphoid ลกึ ประมาณ 1 ใน 3 ของความกว้างทรวงอกในแนวหนา้ -หลงั
ค. ชว่ ยหายใจด้วยอัตรา 40-60 ครัง้ ต่อนาที และกดหน้าอกอตั รามากกวา่ 100 ครั้งต่อนาที ไม่ตอ้ ง
สัมพนั ธ์เป็นจังหวะกับการชว่ ยหายใจ
11. เม่อื เริ่มกดหน้าอกสมั พนั ธเ์ ป็นจังหวะกับการช่วยหายใจด้วยแรงดนั บวกไปนานเทา่ ใด จงึ จะประเมนิ
อัตราการเตน้ ของหัวใจ
ก. 30 วนิ าที
ข. 60 วนิ าที
ค. เม่ือทารกหายใจได้เอง
12. ท่านควรใช้ท่อหลอดลมคอทมี่ ขี นาด (เส้นผ่านศูนยก์ ลางภายใน) เท่าใด สาหรับทารกเกดิ ครบกาหนด
อายุครรภ์ 38 สัปดาห์ (ประมาณน้าหนกั ทารกได้ 3,100 กรัม) และคาดคะเนความลกึ ของท่อชว่ ยหายใจ
เทา่ ใด
ก. ขนาด 3.0 มลิ ลิเมตร ความลึก 8.5 เซนตเิ มตร
ข. ขนาด 3.5 มลิ ลิเมตร ความลึก 8.5 เซนตเิ มตร
ค. ขนาด 4.0 มิลลเิ มตร ความลึก 8.5 เซนตเิ มตร
13. ปญั หาใดบา้ งทีอ่ าจเกดิ ขนึ้ ได้ หากทารกแรกเกิดมอี าการแยล่ งหลังจากใส่ทอ่ หลอดลมคอ
1) ท่อช่วยหายใจเลือ่ นหลดุ
2) มีเสมหะอุดกนั้ ทางเดินหายใจ
3) ลมรั่วในโพรงเยอ่ื ห้มุ ปอด
4) อปุ กรณช์ ารดุ
ก. ขอ้ 1, 2
ข. ขอ้ 1, 2, 3
ค. ข้อ 1, 2, 3, 4
14. หลงั จากให้ยา epinephrine ทางหลอดเลอื ดดาไปนานเท่าใด ทา่ นจงึ หยุดกดหนา้ อกเพ่อื ประเมินอตั รา
การเต้นของหัวใจทารก
ก. 1 นาที
ข. 3 นาที
ค. 5 นาที
15. ทา่ นคาดว่าจะเกิดอะไรขึน้ หลังจากให้ยา epinephrine ทางหลอดเลือดดาไป 1 ครง้ั ระหว่างการกูช้ พี
ก. อตั ราการเตน้ ของหวั ใจจะเพ่ิมข้นึ ภายในเวลา 1 นาที หลังจากใหย้ า
ข. อัตราการเตน้ ของหวั ใจจะเพิ่มข้นึ ภายในเวลา 3-5 นาที หลงั จากให้ยา
ค. หากอัตราการเตน้ ของหวั ใจไมเ่ พม่ิ ขึ้น ควรให้ยาทางทอ่ หลอดลมคอต่อไป
16. ขอ้ ใดคือข้อบง่ ชี้ของการใหส้ ารน้าทดแทนหลังจากการกู้ชีพดว้ ยการใส่ทอ่ หลอดลมคอ กดหน้าอกและ
ให้ยา epinephrine ทางหลอดเลอื ดดา
ก. หลงั การกู้ชีพดังกล่าวแลว้ อตั ราการเตน้ ของหัวใจทารก 120 ครงั้ ต่อนาที แตท่ ารกยงั ดซู ดี มาก
ข. หลังการกูช้ ีพดังกล่าวแลว้ อัตราการเต้นของหวั ใจทารก 120 ครงั้ ต่อนาที และมีประวัติมารดา
เลือดออกมาก
ค. หลงั การกชู้ ีพดังกลา่ วแลว้ อัตราการเตน้ ของหัวใจทารกยังคงเท่ากบั 50 ครั้งตอ่ นาที ทารกยังดซู ีด
มาก และชพี จรยังเบา
17. ท่านไดช้ ่วยหายใจดว้ ยแรงดนั บวกผ่านท่อหลอดลมคอจนเหน็ ทรวงอกขยบั เปน็ เวลา 30 วนิ าที ตามด้วย
การกดหนา้ อกสมั พันธเ์ ปน็ จังหวะกับการช่วยหายใจดว้ ยแรงดนั บวกดว้ ยออกซเิ จนความเขม้ ข้น 100%
เปน็ เวลา 60 วนิ าทีแลว้ แต่ทารกยังคงมีอัตราการเตน้ ของหัวใจ 5 ครั้ง ใน 6 วนิ าที ข้อใดคอื การก้ชู พี
ขั้นตอนตอ่ ไป
ก. ใหย้ า epinephrine ความเข้มข้น 1:10,000 ขนาด 0.1-0.3 มิลลลิ ิตรตอ่ กิโลกรมั ทางทอ่ หลอดลมคอ
ข. ให้ยา epinephrine ความเขม้ ขน้ 1:10,000 ขนาด 0.5-1.0 มิลลลิ ติ รตอ่ กโิ ลกรมั ทางท่อหลอดลมคอ
ค. ใสส่ ายสวนหลอดเลอื ดดาของสะดือ และให้ยา epinephrine ความเขม้ ข้น 1:10,000 ขนาด 0.1-0.3
มลิ ลิลิตรต่อกิโลกรัม
18. ระหวา่ งการชว่ ยหายใจดว้ ยแรงดนั บวก ทมี ของทา่ นคาดการณ์วา่ มีสารคัดหลัง่ เหนียวข้นอุดกน้ั ทางเดิน
หายใจ จึงตดั สินใจใสท่ อ่ หลอดลมคอ ขยับเล่ือนใหอ้ ย่ใู นตาแหนง่ ที่เหมาะสม และได้พยายามใชส้ ายดดู
สารคดั หลัง่ ออก แตเ่ ม่ือช่วยหายใจดว้ ยแรงดันบวก ทรวงอกยงั ไม่ขยับ อัตราการเตน้ ของหัวใจ 4 ครง้ั
ใน 6 วนิ าที ขอ้ ใดคอื การกู้ชีพข้ันตอนต่อไป
ก. กดหน้าสัมพนั ธ์เปน็ จงั หวะกับการช่วยหายใจดว้ ยแรงดนั บวกด้วยออกซเิ จนความเข้มข้น 100%
ข. ใช้ meconium aspirator ดูดสารคัดหลัง่ โดยตรงผ่านท่อหลอดลมคอ ตามดว้ ยการชว่ ยหายใจผา่ น
ท่อหลอดลมคอ และทรวงอกขยับ เป็นเวลา 30 วนิ าที
ค. ใช้ meconium aspirator ดูดสารคดั หลั่งโดยตรงผา่ นทอ่ หลอดลมคอ ตามด้วยการกดหน้าสมั พนั ธ์
เป็นจงั หวะกับการชว่ ยหายใจด้วยแรงดันบวกดว้ ยออกซเิ จนความเขม้ ขน้ 100%
19. ข้อใดถกู ต้องเกย่ี วกับการดแู ลทารกหลงั การกูช้ ีพ
ก. ทารกทไี่ ดร้ บั การช่วยหายใจดว้ ยแรงดนั บวก มักตอ้ งการการดแู ลทางระบบหายใจ และประเมิน
สัญญาณชีพอยา่ งต่อเน่อื งตอ่
ข. ทารกทม่ี ปี ัจจัยเส่ยี งก่อนคลอด ระหว่างคลอด แตต่ อบสนองดีต่อการดแู ลตามข้ันตอนเบอื้ งตน้
ควรยา้ ยไปสงั เกตอาการในหออภบิ าลทารกแรกเกดิ
ค. ถงึ แม้ทารกจะไม่มีปจั จยั เสยี่ งกอ่ นคลอด และระหว่างคลอด แต่ควรแยกจากมารดาอยา่ งนอ้ ย 2
ชว่ั โมงหลงั เกิด เพื่อสังเกตอาการใหม้ น่ั ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซอ้ น
20. ทารกอายุ 10 วนั ใสเ่ ครอื่ งช่วยหายใจอยู่ มีอตั ราการเต้นของหวั ใจช้าลงทันทที ันใด และมีค่าความ
อ่ิมตวั ออกซเิ จนต่าลง แมว้ ่าจะได้รบั ออกซเิ จนเขม้ ขน้ 100% แล้ว ข้อใดคอื ขน้ั ตอนแรกและขน้ั ตอน
สาคญั ในการกู้ชพี ทารกรายน้ี
ก. ใหย้ า epinephrine
ข. เร่มิ กดหน้าอก
ค. ประเมินและให้การชว่ ยหายใจที่เหมาะสม
21. ทารกครบกาหนดน้าหนักตัว 1,400 กรมั ไมม่ ีอาการผดิ ปกติหลงั คลอด ผลตรวจน้าตาลในเลอื ดท่ีอายุ
30 นาที ได้ 10 mg/dl ขอ้ ใดคอื การกั ษาท่ีเหมาะสมสาหรับทารกคนน้ี
ก. ใหน้ มแมห่ รือนมผสม 7 มล. (5 มล./กก.) ทางสาย OG tube gavage แลว้ ตรวจระดับน้าตาล 30-60
นาทีหลังจากใหน้ ม
ข. ส่งตรวจ blood sugar ถา้ ผลระดับน้าตาลตา่ จรงิ จงึ เปิด IV ให้ 10% D/W 2.8 ml IV bolus แล้วตอ่
ด้วย 10% D/W IV bolus
ค. เปิด IV ให้ 10% D/W 2.8 ml IV bolus ต่อด้วย 10% D/W 80 ml/ kg/day แล้วตรวจระดับน้าตาล
30-60 นาที หลังจากให้ 10% D/W IV bolus
22. ทารกอายุครรภ์ 41 สัปดาห์ มปี ัญหาคลอดยากและได้ทาการชว่ ยคลอดด้วยเคร่ืองช่วยดูดสญุ ญากาศ
เปน็ เวลา 20 นาที ลกั ษณะนา้ คร่ามขี เ้ี ทาปน คะแนน APGAR ที่ 1 นาที = 6 และ 5 นาที = 9 ตรวจ
ร่างกายทารกปกติ จงึ ย้ายคนื มารดา ท่ีอายุ 3 ช่ัวโมง V/S: T 36.3 oC, HR 175 คร้งั /นาที, RR 65 ครั้ง/
นาที พยาบาลนาทารกไปอาบน้า ระหว่างอาบน้าพบวา่ ทารกมปี ลายมอื ปลายเท้าเขียว หายใจปกี จมกู
บาน หนา้ อกบุ๋ม ได้ยินเสียง grunting, V/S: T 35.3 oC, HR 180 ครงั้ /นาที, RR 70 คร้งั /นาที การ
เปลย่ี นแปลงของอาการนเ้ี กย่ี วขอ้ งกับส่งิ ใด
ก. อตั ราการเผาผลาญและการใช้ออกซเิ จนเพมิ่ ขึ้น จากภาวะอณุ หภมู ิกายตา่
ข. การเปล่ยี นแปลงนพี้ บได้บ่อยจากความเยน็ ซ่ึงอาการจะดีขน้ึ ภายใน 1 ถงึ 2 ชั่วโมง
ค. เป็นสัญญาณของชอ็ กจาก subgaleal hemorrhage ภายหลังการชว่ ยคลอดดว้ ยเครือ่ งดดู สุญญากาศ
และเบ่งคลอดนาน
23. ข้อใดต่อไปนเี้ ปน็ วธิ ีทเ่ี หมาะสมสาหรบั การรกั ษาอุณหภมู ิกายต่าในทารกเกดิ กอ่ นกาหนด
ก. วางกระเปา๋ นา้ รอ้ นประคบทง้ั สองดา้ นของรา่ งกายทารก
ข. วางทารกบนท่นี อนความร้อนและคลุมทารกด้วยพลาสตกิ จากคางถึงเท้า
ค. อ่นุ ผ้าห่มให้ร้อนโดยใชไ้ มโครเวฟเปน็ เวลาหลายนาทีแล้ววางผา้ ห่มรอบทารก
24. มารดาตั้งครรภ์ 30 สัปดาห์ มาโรงพยาบาลชุมชน เน่ืองดว้ ยมเี ลือดออกทางช่องคลอดปรมิ าณมาก
แพทย์ทาผ่าตัดคลอดฉุกเฉนิ ได้ทารกน้าหนัก 1,200 กรมั คะแนน APGAR ที่ 1 นาที = 2, 5 นาที = 4
และ 10 นาที = 6 ค่า arterial cord; pH 6.95 ท่อี ายุ 25 นาที arterial blood gas; pH 6.98 ขอ้ ใดต่อไปน้ี
ถูกต้อง
ก. ภายหลงั การกชู้ ีพ ควรป้องกันการสูญเสียความร้อน ให้ 10% DW ทางหลอดเลือดดา
ข. ทารกมีภาวะเลอื ดเปน็ กรดอย่างรุนแรง ควรให้การรกั ษาด้วยโซเดียมไบคารบ์ อเนต IV แกท่ ารก
ค. ทารกมีขอ้ บ่งชีใ้ นการรักษาดว้ ย “therapeutic/neuroprotective” hypothermia จงึ ควรทาให้ทารกมี
อุณหภูมกิ ายตา่ ระหว่างรอการส่งต่อ
25. ทารกอายุครรภ์ 34 สัปดาห์ มีอณุ หภูมิ 31 oC ทารกดงั กล่าวจะมอี าการทเ่ี หน็ ไดโ้ ดยทั่วไปอย่างไรบ้าง
ก. ซึม หัวใจเต้นเร็ว หายใจเรว็
ข. ความดนั โลหติ ตา่ หวั ใจเต้นช้า หายใจช้า
ค. ความดนั โลหติ สงู หวั ใจเต้นผิดจังหวะ ไม่สุขสบาย
26. ทารกเกิดครบกาหนดคลอดในรถ 10 นาที ก่อนมาถงึ โรงพยาบาล เมื่อทา่ นไปถงึ หอ้ งฉกุ เฉนิ พบว่า
ทารกนอนอยบู่ นเตียง ไม่มผี า้ ห่มตวั ความตงึ ตัวของกล้ามเน้ือไม่ดี และเขยี ว ท่านได้ใสท่ ่อช่วยหายใจ
และใหก้ ารช่วยหายใจดว้ ยแรงดันบวก ทารกมอี าการหายใจเฮือก และยังไมไ่ ดใ้ ห้สารนา้ ข้อใดต่อไปน้ี
เป็นสงิ่ ท่ีควรทาเป็นอันดับแรก
ก. ใสส่ ายสวนหลอดเลือดดาสายสะดอื ดูดเลอื ดเพ่อื ส่งตรวจ CBC และ H/C แลว้ ใหย้ าปฏิชวี นะ
ข. ประเมินว่าทอ่ ช่วยหายใจอยใู่ นตาแหนง่ ท่ีเหมาะสมและไม่หลุดเล่ือน ตรวจสอบ HR และวัด SpO2
ค. ย้ายทารกนอนใต้ radiant warmer ใสส่ ายสวนหลอดเลอื ดดาสายสะดอื และส่งตรวจ chest x–ray
ด่วน
27. ทารกในขอ้ ใดต่อไปน้ี มคี วามเสย่ี งทจ่ี ะเกิดภาวะนา้ ตาลในเลอื ดตา่ จาก hyperinsulinemia
ก. ทารกท่ีมีน้าหนกั แรกเกิดท่ี percentile ที่ 8
ข. ทารกท่มี ีนา้ หนักแรกเกิดที่ percentile ท่ี 95
ค. ทารกเกดิ ท่ีอายุครรภ์ 27 สัปดาหแ์ ละมภี าวะเจริญเติบโตช้าในครรภ์
28. ทารกแรกเกิดอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ท่ีอายุ 2 ชวั่ โมง ตรวจพบ V/S: T 36.0 oC, HR 170 ครั้ง/นาท,ี RR
65 คร้งั /นาที ทารกคนนี้ควรได้รับการอาบน้าในเวลาน้หี รอื ไม่
ก. ไม่ควรอาบน้า เนื่องจากค่าสญั ญาณชีพไมอ่ ยใู่ นเกณฑ์ปกติ ควรรอไปกอ่ น
ข. ควรอาบน้า เพราะขณะอาบน้าทารกนอนใน radiant warmer จะชว่ ยไม่ใหท้ ารกตวั เย็น
ค. ควรอาบนา้ เนื่องจากคา่ สญั ญาณชีพพออยู่ในเกณฑ์ทย่ี อมรบั ได้ และทารกคลอดครบกาหนด
29. ทารกเกิดกอ่ นกาหนดระยะท้าย (อายคุ รรภ์ 34-36 สัปดาห์) มีความเส่ียงต่อการเกดิ ภาวะแทรกซ้อน ขอ้
ใดต่อไปน้ี
1) อณุ หภูมิกายไม่คงที่
2) ตัวเหลอื ง
3) หายใจลาบาก
4) หยดุ หายใจ
5) น้าตาลในเลอื ดต่า
6) กนิ นมไมไ่ ด้
ก. ขอ้ 1, 2, 3
ข. ขอ้ 4, 5, 6
ค. ข้อ 1, 2, 3, 4, 5, 6
30. ขอ้ ใดตอ่ ไปนีก้ ล่าวถูกต้องเกย่ี วกับภาวะอณุ หภมู ิกายตา่
1) อุณหภูมิกายตา่ อาจเปน็ สาเหตุใหเ้ กดิ เสน้ เลือดปอดหดตัวและกอ่ ให้เกดิ right to left shunting
ผา่ นทาง ductus และ/หรือ foramen ovale
2) อุณหภมู ิกายต่าระดับไม่รุนแรงจะกระต้นุ ใหม้ ีการหล่ัง norepinephrine ส่งผลใหอ้ ัตราเมตาบอ
ลิสมและเมตาบอลสิ มของ brown fat เพม่ิ ข้นึ
3) อณุ หภมู ิกายตา่ ระดับรุนแรง จะสง่ ผลใหอ้ ตั ราการเตน้ หัวใจชา้ ลง และลดเลือดที่สูบฉีดออก
จากหวั ใจนาไปสภู่ าวะเนอ้ื เย่ือขาดออกซเิ จน และเกดิ เมตาบอลิสมแบบไม่ใชอ้ อกซเิ จน
ก. ข้อ 1
ข. ขอ้ 1, 2
ค. ขอ้ 1, 2, 3
31. ทารกที่มีภาวะลมรว่ั ในเยื่อหุ้มปอด (pneumothorax) จะมอี าการแสดงขอ้ ใดดังตอ่ ไปน้ี
1) การหายใจเพม่ิ ขึ้น ใช้แรงในการหายใจเพมิ่ ขึน้
2) หัวใจเต้นช้า
3) ทรวงอกทง้ั สองข้างไม่เทา่ กนั
4) เขียว
5) ชพี จรท่ขี าหนบี เบาลง
ก. ขอ้ 1, 2, 4
ข. ขอ้ 1, 3, 5
ค. ข้อ 1, 2, 3, 4, 5
32. ทารกเกดิ ครบกาหนด มารดาสุขภาพแขง็ แรง ฝากครรภป์ กติ ภายในไม่กนี่ าทีหลงั เกิด ทารกเรมิ่ มี
อาการหายใจลาบาก หน้าอบบุม๋ ปกี จมกู บาน ทา่ นใหอ้ อกซเิ จนแก่ทารกและช่วยหายใจดว้ ย CPAP
ตอ่ มาทารกมอี าการแยล่ ง ตอ้ งชว่ ยหายใจโดยให้แรงดันบวก ตรวจร่างกายพบว่า the point of maximal
impulse (PMI) shift to the right, a barrel chest, a sunken abdomen ทา่ นคิดว่าทารกรายนี้มปี ญั หา
เรอื่ งการหายใจจากสาเหตุใด
ก. ภาวะไสเ้ ล่ือนกระบงั ลม
ข. ภาวะลมรวั่ ในชอ่ งเยือ่ หุ้มปอด
ค. ภาวะหลอดอาหารอดุ ตนั และมรี ูเช่อื มระหวา่ งหลอดอาหารและหลอดลม
33. ท่านถกู ตามไปรับทารกทีห่ ้องฉุกเฉนิ ขณะทท่ี ่านไปถงึ พบทารกหายใจลาบาก ลักษณะคางและ
ขากรรไกรลา่ งเล็ก ลิน้ ใหญ่ อกบ๋มุ ข้อใดเป็นการดแู ลทีเ่ หมาะสมท่สี ดุ
ก. ใส่ nasal prongs และให้ CPAP
ข. จัดใหท้ ารกนอนหงายและสอดผ้าลองใต้ไหล่
ค. จัดให้ทารกนอนคว่าและประเมนิ ว่าทารกตอ้ งการอุปกรณ์เพือ่ ชว่ ยเปิดทางเดินหายใจหรือไม่
34. ทารกควรไดร้ ับการช่วยหายใจด้วยแรงดนั บวกผ่านหนา้ กาก หรอื ท่อช่วยหายใจโดยทันที ในกรณีใด
ต่อไปน้ี
ก. มีภาวะหายใจเฮือก
ข. ในขณะทก่ี าลังเคลอ่ื นย้าย
ค. ภาวะลมรัว่ ในช่องเยือ่ ห้มุ ปอด
35. ทารกน้าหนกั 3 กโิ ลกรัม ใสท่ ่อช่วยหายใจ เนอ่ื งจากมภี าวะหายใจลาบาก ทอ่ ชว่ ยหายใจอยู่ 12
เซนตเิ มตร ที่รมิ ฝปี าก ตาแหนง่ ปลายท่อชว่ ยหายใจเปน็ อยา่ งไร
ก. ตื้นเกนิ ไป
ข. ลึกเกนิ ไป
ค. ตาแหนง่ เหมาะสม
36. ทา่ นต้องการวดั pre - และ post - ductal oxygen saturation ในทารกทสี่ งสัยภาวะความดนั เลอื ดในปอด
สูง ท่านควรตดิ oxymeter probe ทต่ี าแหนง่ ใด และ probe แตล่ ะอนั ใชว้ ัดอะไร
ก. ติดทีม่ ือซา้ ยเพอ่ื วดั post - ductal saturation และท่ีเท้าขวา เพือ่ วัด pre - ductal saturation
ข. ติดท่ีมอื ซา้ ยเพื่อวดั pre - ductal saturation และท่ีเท้าขวา เพือ่ วัด post - ductal saturation
ค. ตดิ ทมี่ ือขวาเพอื่ วัด pre - ductal saturation และท่เี ทา้ ซา้ ย เพื่อวัด post - ductal saturation
37. ทารกหญิงเกิดครบกาหนดท่ีบา้ น และถกู นามาทีห่ อ้ งฉกุ เฉนิ เมื่ออายุ 2 ชั่วโมง เนื่องจากมีอาการหายใจ
ลาบาก วดั ค่า SpO2 ทแี่ ขนขวาได้ 70 % เม่ือท่านถอดเส้อื ผ้าทารกเพอื่ ตรวจรา่ งกาย ทารกเร่มิ รอ้ งและ
ค่า SpO2 เพม่ิ ขนึ้ อยา่ งรวดเร็วเปน็ 96 % เม่อื ทารกหยดุ ร้องคา่ SpO2 ลดลงเป็น 70 % อีก ทารกคนนี้
น่าจะมีปญั หาอะไร
ก. choanal atresia
ข. cyanotic congenital heart disease
ค. persistent pulmonary hypertension
38. ทารกแรกเกดิ อายุ 2 วัน มปี ัญหากนิ นมไม่ดี ตรวจร่างกายพบว่าทารกร้องไหไ้ ม่ดี ความตงึ ตวั ของ
กล้ามเน้ือลดลง หายใจเรว็ คลาชีพจรทบ่ี ริเวณ brachial ได้ แตค่ ลาบริเวณ femoral ไม่ได้ capillary refill
time 6 นาที ผลการตรวจวเิ คราะห์ ABG แขนขวา พบว่า PH 7.19, PCO2 25 mmHg, PO2 60 mmHg,
HCO3 9.2 mEq/L, BE -16 จากอาการและผล ABG ดังกล่าวเขา้ กับโรคใดตอ่ ไปน้มี ากท่สี ุด
ก. ปอดอกั เสบ
ข. โรคพนั ธุกรรมเมตาบอลกิ
ค. ductal – dependent congenital heart disease
39. ท่านรับปรกึ ษาจากมารดาของทารกอายุ 6 ชวั่ โมง เนื่องจากทารกหลับมากและมรี อยช้าท่ศี รี ษะ
สอบถามประวัตทิ ารกเกดิ โดยวิธีใชเ้ ครอื่ งดดู สุญญากาศ และมีภาวะติดไหล่ คะแนน APGAR ท่ี 1 นาที
= 7 และ 5 นาที = 8 ตรวจร่างกายพบ capillary refill time 5 วินาที ชพี จรเบา ความตงึ ตัวของกลา้ มเนื้อ
ลดลง ซมึ head circumference 37 ซม. (แรกเกดิ 34 ซม.) หนังศีรษะบวมข้าม suture line โรคใดมีความ
เป็นไปได้มากทีส่ ุด
ก. cephalohematoma
ข. caput succedaneum
ค. subgaleal hemorrhage
40. ทารกเกิดครบกาหนด คลอดปกติ มารดามีประวตั นิ ้าเดิน 22 ชวั่ โมงกอ่ นคลอด ลักษณะนา้ คร่าใส ทารก
ได้รบั การช่วยกชู้ พี เบ้ืองต้นตามปกติ และยา้ ยไปอย่กู บั มารดา ขณะทารกอายุ 8 ชวั่ โมง มารดารอ้ งขอ
ความชว่ ยเหลือ เน่ืองจากทารกเขียวและเรียกไมต่ น่ื ตรวจรา่ งกายพบวา่ ทารกมอี ณุ หภูมกิ ายตา่ ความ
ตงึ ตัวของกล้ามเนื้อไมด่ ี หายใจเร็วและเขียว อาการของทารกดังกล่าวน่าจะเกิดจากขอ้ ใดตอ่ ไปนี้
ก. โรคหวั ใจพิการแตก่ าเนดิ ชนดิ เขยี ว
ข. respiratory distress syndrome
ค. การตดิ เชือ้ แบคทเี รยี ในกระแสโลหิต