จัดทําโดย คณะผูจัดทํา เครือขายความรวมมือการปลูกและการจัดการไมเศรษฐกิจโตเร็วศูนยกลางการเรียนรูไมเศรษฐกิจแบบครบวงจร : การปลูก การจัดการ การใชประโยชน และอุตสาหกรรม วรพรรณ หิมพานต กรมปาไม นรินทร เทศสร กรมปาไม สุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ กรมปาไม คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร/ สมาคมธุรกิจไมโตเร็ว ณัฐวัฒน คลังทรัพย ณัฐณรงค เอี่ยมมี สมาคมธุรกิจไมโตเร ็ ว/บริษัท ทรีเทคโนโลยีจํากดั เจษฎา วงศพรหม คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร อมรพงษ หิรัญวงศ สมาคมธุรกิจไมโตเร ็ ว/บริษัท ชัยโย ทรปิเปลเอ จํากัดเมธา ศิริศักดิ์ภิญโญ กลุมกิตติวนา
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | ก คำนำ คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ไดรับทุนอุดหนุน การทำกิจกรรมสงเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมจาก สำนักงานการวิจัยแหงชาติ ประจำปงบประมาณ 2566 ในการจัดตั้ง ศูนยกลางการเรียนรู (Hub of Knowledge) ไมเศรษฐกิจแบบครบวงจร: การปลูก การจัดการ การใชประโยชน และอุตสาหกรรม ภายใตความ รวมมือระหวางหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาทั้ง ในประเทศ/ตางประเทศใหครอบคลุมหวงโซคุณคา (value chain) ใน ระดับตนน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อสรางความเขมแข็งในการ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมเศรษฐกิจของประเทศ คูมือการปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ฉบับนี้จัดทำขึ้นภายใตเครือขายการปลูกและการจัดการไมเศรษฐกิจโตเร็ว ซึ่งเปนหนึ่งใน 10 เครือขายที่จัดตั้งขึ้นภายใตศูนยกลางการเรียนรู โดยมี วัตถุประสงคเพื่อคูมือสำหรับแนะนำเกษตรกรและผูสนใจการปลูกและ การจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ซึ่งเปนไมโตเร็วที่กรมปาไม ปรับปรุงพันธุ จนไดสายพันธุที่มีลักษณะเดนคือ เติบโตดี มีผลผลิตสูง และ เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ซึ่งควรสงเสริมใหปลูกเปนสวนปาไมเศรษฐกิจ คณะผูจัดทำ 2567
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | ข สารบัญ หนา คำนำ .................................................................................................... ก สารบัญ ................................................................................................. ข มารูจักกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ................................................ 1 ปลูกและจัดการอยางไรใหเติบโตดี ........................................................ 7 การปลูก ............................................................................................ 8 การดูแลรักษา ................................................................................. 11 ปลูกแลวไดผลผลิตเทาไร ..................................................................... 19 นำไปใชประโยชนอะไรไดบาง .............................................................. 21 คำนิยม ................................................................................................ 26 บรรณานุกรม ...................................................................................... 27
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | ค สารบัญตาราง หนา ตารางที่ 1 ลักษณะโดยทั่วไปของกระถินณรงคที่ขึ้นทะเบียน พันธุพืชใหม ........................................................................ 3 ตารางที่ 2 การเติบโตและผลผลิตมวลชีวภาพของกระถินณรงค อายุ 4 ป ที่ปลูกดวยระยะปลูกตางกัน ............................... 10 ตารางที่ 3 คาใชจายในแตละกิจกรรมการปลูกและดูแลรักษา ในระยะเวลา 4 ป (200 ตน/ไร) ......................................... 18 ตารางที่4 ขนาดเสนผานศนูยกลางเพียงอก(DBH)ความสูง ความเพิ่มพูนเฉลี่ยรายปของ DBH และความสูง ของกระถินณรงคและกระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป........................................................................... 19 ตารางที่5 น้ำหนักสด และน้ำหนักแหง ของกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป (200 ตน/ไร) ....... 20 ตารางที่ 6 การกักเก็บคารบอน.(C) และการดูดซับกาซ คารบอนไดออกไซด (CO2 ) ของกระถินณรงคและกระถิน ลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป (200 ตน/ไร) .................. 20 ตารางที่ 7 คุณลักษณะและคุณสมบัติของไมกระถินณรงค ................. 23 ตารางที่ 8 คุณสมบัติของเยื่อกระดาษของกระถินณรงคอายุ 13 ป .... 24
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | ง สารบัญภาพ หนา ภาพที่ 1 ลักษณะทั่วไปของกระถินณรงค ............................................... 2 ภาพที่ 2 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-1 ......................................... 4 ภาพที่ 3 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-2 ......................................... 4 ภาพที่ 4 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-3 ......................................... 4 ภาพที่ 5 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-4 ......................................... 5 ภาพที่ 6 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-5 ......................................... 5 ภาพที่ 7 ลักษณะของกระถินลูกผสม ..................................................... 6 ภาพที่ 8 แปลงปลูกกระถินลูกผสม อายุ 15 ป ศูนยวนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) จังหวัดนครราชสีมา ......................................... 6 ภาพที่ 9 การเตรียมพื้นที่ ...................................................................... 9 ภาพที่ 10 การปกไมหมายแนวปลูก (ก) และกลาไมกระถินลูกผสมที่ เตรียมพรอมสำหรับนำไปปลูกในแปลง (ข)........................... 9 ภาพที่11 กระถินณรงค/กระถินลูกผสมที่ทำการปลูกแลว..................11 ภาพที่ 12 การกำจัดวัชพืชและการทำแนวกันไฟรอบแปลง ................. 12 ภาพที่ 13 รายละเอียดและการปองกันกำจัดดวงเจาะกานกิ่ง .............. 13 ภาพที่ 14 การลิดกิ่ง ........................................................................... 15
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | จ สารบัญภาพ (ตอ) หนา ภาพที่ 15 ลักษณะของเรือนยอดที่เริ่มชิดกัน ควรทำการตัดขยาย ระยะ (ซาย) และลักษณะเรือนยอดที่ไมสมบูรณเนื่องจาก ไมไดตัดขยายระยะ (ขวา) ................................................... 15 ภาพที่ 16 การบำรุง ดูแล รักษา สำหรับสวนปาทั่วไป ......................... 16 ภาพที่ 17 ตารางการปลูกและดูแลรักษา สำหรับสวนปาทั่วไป .............. 17 ภาพที่ 18 บานที่สรางจากไมกระถินณรงคอายุ 6 ป ............................ 22 ภาพที่ 19 ฟนและถานจากไมกระถินณรงค ....................................... 22 ภาพที่ 20 กลาไมกระถินณรงคและเฟอรนิเจอรที่ระบุวาทำจากไม กระถินณรงคที่ประกาศขายในออนไลน ............................. 25
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 1 มารูจักกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ไมโตเร็ว คือ ไมที่มีอัตราการเติบโตของเสนผานศูนยกลางเพียงอก มากกวา 1.5 เซนติเมตรตอป และมีอายุรอบตัดฟนไมไปใชประโยชนไดไม เกิน 7 ป ไมโตเร็วสกุลอะเคเซียที่กรมปาไมนำเขามาทดลองปลูกใน ประเทศไทยตั้งแตป พ.ศ. 2478 ภายใตโครงการความรวมมือกับ Australian Centre for International Agricultural Research (ACIAR) ประเทศออสเตรเลีย กรมปาไมไดปรับปรุงพันธุแบบพอพันธุและแมพันธุ เดียวกันแตตางถิ่นกำเนิดกัน ไดแก กระถินณรงค ซึ่งตอมาไดนำขึ้นทะเบียน พันธุพืชใหม 5 สายพันธุ และกระถินลูกผสมที่มาจากตนแมพันธุเปนกระถิน เทพาและพอพันธุเปนกระถินณรงค กระถินณรงคและกระถินลูกผสมมี ลักษณะทั่วไปดังนี้ กระถินณรงค (Acacia auriculiformis) เปนไมไมผลัดใบ มีขนาดเล็กถึงกลางขึ้นอยูกับสภาพทองที่ มีกิ่ง กานมาก เมื่ออายุยังนอยเปลือกเรียบสีเทา ขรุขระและแตกเปนรองสีน้ำตาล เขม ใบเดี่ยว พุมหนา เรือนยอดแผกวาง กระถินณรงคออกดอกเกือบตลอดทั้ง ป ดอกเปนชอสีเหลืองมีกลิ่นหอม เมล็ดกระถินณรงคมีลักษณะกลมแบน ขนาดเล็กประมาณ 2.4-4.45 มิลลิเมตร แตละฝกจะมีเมล็ดอยูภายใน ประมาณ 10-15 เมล็ด เมล็ดออนมีสีเขียว และเมื่อแกมีสีน้ำตาลเขมหรือ สีดำ (ภาพที่ 1)
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 2 ภาพที่ 1 ลักษณะทั่วไปของกระถินณรงค กระถินณรงคนำเขามาปลูกในประเทศไทย ตั้งแตป พ.ศ. 2478 กรมปาไมไดคัดเลือกแมไมและปรับปรุงพันธุโดยดำเนินการผสมพันธุ ระหวางกระถินณรงคตามธรรมชาติ 3 แหลง แตละถิ่นกำเนิดมีจุดเดนที่ แตกตางกัน คือ ถิ่นกำเนิดรัฐนอรท เทิรนเทอริเทอรี่ (NT) มีประสิทธิภาพ ในการใชน้ำสูง ถิ่นกำเนิดรัฐควีนสแลนด (QLD) มีลำตนเปลาตรง และถิ่น กำเนิดปาปวนิวกินี (PNG) มีการเติบโตเร็วและใหผลผลิตเนื้อไมสูง เมื่อได กระถินณรงคที่ปรับปรุงพันธุแลวไดรับการขึ้นทะเบียนพันธุพืชใหม โดย กรมวิชาการเกษตร จำนวน 5 พันธุ คือ ปม 3-1, ปม 3-2, ปม 3-3, ปม 3-4 และ ปม 3-5 รายละเอียดตามตารางที่ 1 และแสดงตามภาพที่ 2-6
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 3 ตารางที่ 1 ลักษณะทั่วไปของกระถินณรงคที่ขึ้นทะเบียนพันธุพืชใหม สายพันธุ แมพันธุ พอพันธุ ลักษณะสำคญั ปม 3-1 QLD2 NT3 ตนกลามีลำตนเหลี่ยม ลำตนตรง มีการแตกลำตนบริเวณยอด ไมปรากฏการลิดกิ่งตามธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีน้ำตาล ปม 3-2 PNG2 QLD2 ตนกลามีลำตนกลม มีสมีวงแดงที่ลำตน ลำตนตรง ไมมีการแตกที่ลำตน ไมปรากฏการลิดกิ่งตามธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีเทา ปม 3-3 QLD1 PNG1 ตนกลามีลำตนกลม มีสมีวงแดงที่ลำตน ลำตนตรง ไมมีการแตกที่ลำตน ไมปรากฏการลิดกิ่งตามธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีเทา ปม 3-4 QLD2 NT3 ตนกลามีลำตนกลม มีสมีวงแดงที่ลำตน ลำตนตรง มีการแตกที่ลำตนบริเวณโคนตน ไมปรากฏการลิดกิ่งธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีเทา ปม 3-5 QLD2 PNG1 ตนกลา ลำตนกลม ปรากฏสีมวงแดงที่ลำตน ลำตนตรง มีการแตกที่ลำตนบริเวณโคนตน ไมปรากฏการลิดกิ่งธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีเทา
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 4 ภาพที่ 2 ลักษณะของกระถินณรงคปม. 3-1 ภาพที่ 3 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-2 ภาพที่ 4 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-3
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 5 ภาพที่ 5 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-4 ภาพที่ 6 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-5 กระถินลูกผสม (Acacia hybrid) กระถินลูกผสมที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่พอพันธุและแมพันธุ ตางชนิดกัน คือลูกผสมที่เกิดจากพอพันธุและแมพันธุระหวางกระถิน ณรงคกับกระถินเทพา โดยรูจักกันในชื่อกระถินเทพณรงค เนื่องจาก ลูกผสมชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติไดงาย เมื่อกระถินเทพาและ กระถินณรงคปลูกใกลชิดกัน ลักษณะที่เดนและแตกตางจากพันธุดั้งเดิม คือลำตนตรงเปลา สามารถปลูกและเติบโตไดในหลายสภาพทองที่ รวมทั้ง ใหผลผลิตในรูปของเนื้อไมสูงกวากระถินณรงคและกระถินเทพา และ
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 6 คุณสมบัติเนื้อไมมีความเหมาะสมสำหรับผลิตเปนเยื่อกระดาษ ลักษณะ เดนอื่น ๆ คือ เปลือกบาง และสามารถลิดกิ่งเองตามธรรมชาติ (ภาพที่ 8) ภาพที่ 7ลักษณะของกระถินลูกผสม ภาพที่ 8 แปลงปลูกกระถินลูกผสม อายุ 15 ป ศูนยวนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) จังหวัดนครราชสีมา
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 7 ปลูกและจัดการอยางไรใหเติบโตดี กระถินณรงคและกระถินลูกผสม สามารถเติบโตไดดีในทุกพื้นที่ ปจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลตอการเติบโต ไดแก 1. ดิน: กระถินณรงคและกระถินลูกผสมสามารถปรับตัวให เติบโตไดบนดินหลายประเภท ไดแก ดินรวนปนทราย ดินเหนียว ดินลูกรัง และดินที่มีคาความอุดมสมบูรณต่ำ มีคา pH 3.0-9.0 โดยดินที่เหมาะสม ที่สุด คือ ดินรวนปนทราย และมีสภาพเปนกรดเล็กนอย 2. ปริมาณน้ำฝน: กระถินณรงคและกระถินลูกผสม ชอบสภาพ อากาศคอนขางชื้น เติบโตไดดีบริเวณที่มีปริมาณน้ำฝน 1,500- 2,000 มิลลิเมตร/ป และมีความสามารถปรับตัวขึ้นไดในพื้นที่แหงแลง และพื้นที่ ชื้นแฉะ ปจจุบันกระถินณรงคและกระถินลูกผสมที่ผานการปรับปรุงพันธุ แลว สามารถเติบโตไดดี แมพื้นที่จะมีปริมาณน้ำฝนต่ำกวา 1,500 มิลลิเมตร/ป 3. แสง: กระถินณรงคและกระถินลูกผสม เปนพันธุไมที่ตองการ แสงแดดอยางเต็มที่ การปลูกและการดูแลรักษาของกระถินณรงคและกระถินลูกผสม มีวิธีการเชนเดียวกัน
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 8 การปลูก การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่ปลูก ขึ้นกับสภาพพื้นที่ปลูก โดยทั่วไปจะทำการไถ 2 ครั้ง คือ ไถเพื่อปรับพื้นที่ และไถพรวนเพื่อการ ยอยดิน การเตรียมพื้นที่ถือวาเปนการกำจัดวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมบริเวณที่ จะปลูก เพื่อความสะดวกในการปลูกและการไถพรวนพื้นที่ทำใหหนาดิน รวนซุยเพื่อชวยใหกลาเติบโตไดดี (ภาพที่ 9) การเตรียมกลาและหลุมสำหรับปลูก ใหทำการปกหลักไมหมาย แนวตามระยะปลูกที่กำหนดเพื่อใหสะดวกในการขุดหลุม การปลูกและ การตรวจนับอัตราการรอดตายของกลาไม การเตรียมหลุมควรขุดหลุมให กวางและลึก ประมาณ 20-30 เซนติเมตร ใสปุยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-8 ปริมาณ 20-30 กรัมตอหลุม หรือหากใสปุยหมัก ควรใสประมาณ 0.5-1.0 กิโลกรัมตอหลุม ตนกลาที่เหมาะสมคืออายุ 3-5 เดือน หรือสูง ประมาณ 25-40 เซนติเมตร (ภาพที่ 10) กลาไมควรผานการทำใหแกรงมา กอน อยางนอย 2 อาทิตย เพื่อใหกลาไมไดปรับสภาพกอนนำไปปลูก ระยะปลูก ขึ้นกับวัตถุประสงคในการนำมาใชประโยชนและ ปจจัยแวดลอมตาง ๆ เชน สภาพพื้นที่ ความสมบูรณของดิน เงินลงทุน รวมถึงความสะดวกในการทำงาน เชน ปลูกเพื่อเปนไมเชื้อเพลิง (ฟนและ ถาน) หรือเปนวัตถุดิบผลิตเยื่อกระดาษ ควรปลูกดวยระยะ 1x2 เมตร 1.5x2 หรือ 2x2 เมตร แตถาปลูกเพื่อตองการไมแปรรูป ไมโครงสราง เฟอรนิเจอร และเครื่องเรือน ควรปลูกใหหางขึ้นเปน 2x3 เมตร 2x4 เมตร 3x3 เมตร หรือ 4x4 เมตร ทั้งนี้ จากการศึกษาของศูนยปฏิบัติการ
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 9 พืชเศรษฐกิจ ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และเจษฎา วงศพรหม ที่ศึกษาใน พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ การเติบโตและผลผลิตของกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมจะมีความแตกตางกันไปตามระยะปลูก (ตารางที่ 2) ภาพที่ 9 การเตรียมพื้นที่ ภาพที่ 10 การปกไมหมายแนวปลูก (ก) และกลาไมกระถินลูกผสมที่ เตรียมพรอมสำหรับนำไปปลูกในแปลง (ข)
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 10 ตารางที่ 2 การเติบโตและผลผลิตมวลชีวภาพของกระถินณรงคอายุ 4 ป ที่ปลูกดวยระยะปลูกตางกัน ระยะปลูก (เมตรxเมตร) ความสูง (เมตร) ขนาดเสนผาน ศูนยกลางเพียงอก (เซนติเมตร) ผลผลติมวล ชีวภาพของเนื้อไม (ตัน/ไร) 2.0 x 4.0 10.27 9.59 6.62 2.0 x 3.0 11.21 8.88 5.71 4.0 x 4.0 11.41 11.78 5.59 4.0 x 6.0 12.71 14.73 7.51 6.0 x 6.0 12.42 13.69 4.53 การปลูก ปลูกในชวงฤดูฝน และไมควรปลูกหลังฤดูฝน เพราะจะ ทำใหตนกลามีอัตรารอดตายต่ำ และตั้งตัวใหรอดในชวงฤดูแลงของป ถัดไปไดยาก การปลูกในชวงแรก อาจจำเปนตองใหน้ำบางหากฝนทิ้งชวง นานจนหนาดินแหง แตโดยสวนมากการปลูกในฤดูฝนจะทำใหกลา สามารถรอดและเติบโตเกือบทุกตน โดยหลังจากที่ตนกลาผานหนาแลงไป แลวจะอาศัยน้ำฝนและความชื้นในดินก็สามารถเติบโตได โดยไม จำเปนตองใหน้ำอีก ขณะนำกลาไมไปปลูกใหฉีกถุงที่บรรจุกลาไมกอนวางกลาไมใน หลุมแลวกลบดินใหเต็มหลุมและกดดินใหแนนพอประมาณ กอนปลูกให
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 11 รองกนหลุมดวยปุยเคมี ปุยอินทรีย หรือปุยหมัก ชนิดและปริมาณขึ้นกับ ความสมบูรณของดิน การปลูกควรระวังใหรากถูกกระทบกระเทือนนอย ที่สุด การปลูกควรตั้งลำตนใหตรง ใหระดับคอรากอยูต่ำกวาผิวดิน เล็กนอย ควรกลบดินใหแนน หลังปลูก 1-2 เดือน ใหตรวจสอบการรอด ตายและทำการปลูกซอมโดยเร็วที่สุด (ภาพที่ 11) ภาพที่ 11 กระถินณรงค/กระถินลูกผสมที่ทำการปลูกแลว การดูแลรักษา การกำจัดวัชพืช ในชวง 4-6 เดือนแรก ควรมีการกำจัดวัชพืช รอบ ๆ โคนตน โดยการถากรอบโคน รัศมีประมาณ 0.5 เมตร และถาหาก มีวัชพืชขึ้นหนาแนน อาจตองใชรถไถพรวนกำจัดวัชพืชในรองแปลงปลูก กอนแลวคอยถากรอบโคนอีกครั้ง เพื่อลดตนทุนในการใชแรงงานคน ในชวง 1-2 ปแรก ควรไถพรวนประมาณ 2-3 ครั้ง/ป โดยในชวงฤดูฝนจะไถ พรวนประมาณ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเขาฤดูฝน ครั้งที่ 2 ในชวงปลายฤดูฝน หรือหลังหมดฝนแลว เมื่ออายุ 3 ป ขึ้นไป หรือเมื่อตนมีทรงพุมใหญแลว จะ
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 12 ไถพรวนปละครั้งเทานั้นเพื่อกำจัดวัชพืชภายในแปลงไมใหกลายเปน เชื้อเพลิง และยังใชเปนเสนทางตรวจการณไดอีกดวย (ภาพที่ 12) ภาพที่ 12 การกำจัดวัชพืชโดยใชเคร่อืงตัดหญาและรถไถพรวน การใสปุย ใสในชวง 1-2 ปแรก ใสปุยรวมกับไถพรวนหนาดิน ใส รอบโคนตน และพรวนดินกลบ หรือไมใสเลยก็ได เพราะกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมเปนไมตระกูลถั่วที่สามารถตรึงไนโตรเจนได ทำใหสามารถ เพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน โดยเฉพาะไนโตรเจนได การปองกันโรคและแมลง แมลงศตัรูพืชที่สำคญั ไดแกดวงเจาะ กานกิ่ง โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไมไดจัดทำเอกสาร สำหรับการเรียนรูและการปองกันกำจัด (ภาพที่ 13) โดยจะเขาทำลาย เจาะลำตนที่มีอายุไมเกิน 2 ปผลการทำลายทำใหตนไมเสียรูปทรง แตกกิ่ง เปน พุม นอกจากนี้ยังมีราแปง (powdery mildew) เกิดขึ้นในระยะตน กลา ทำใหยอดไมสมบูรณ หรือโรคแคงเกอร (canker) เปนแผลจุดบนใบ
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 13 และกานใบ ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Colletorichum sp. จะทำใหการสังเคราะห แสงของตนไมลดลง ภาพที่ 13 รายละเอียดและการปองกันกำจัดดวงเจาะกานกิ่ง การลิดกิ่ง กระถินณรงคและกระถินลูกผสม ชวงอายุ 4-6 เดือน จะแตกกิ่งหลายกิ่งจากลำตน ดังนั้นควรจะตองลิดกิ่งออก โดยเลือกกิ่ง กระโดงที่แตกขึ้นมาใหมจากโคนตน หรือเลือกตนที่ตั้งตรงไว ควรลิดกิ่ง ดานลางออก ประมาณ 1/3 ของความสูง เพื่อเหลือไวใหตนไมได สังเคราะหแสงและลดน้ำหนักของทรงพุมที่จะทำใหตนไมที่ลมไดงายเมื่อมี ลมพายุ และเมื่อ อายุ 2-3 ป ควรลิดกิ่งใหสูงประมาณ 2-3 เมตร (ภาพที่ 14) เพื่อใหไดไมคณุภาพดีและสามารถนำไปแปรรูปได สวนตนที่มีทรงพุม
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 14 คอนขางแนน การลิดกิ่งจะทำใหสามารถจัดการแปลงไดงาย โดยเฉพาะ การใชรถไถเขาไปกำจัดวัชพืชและแนวกันไฟ การตัดขยายระยะ กระถินณรงคและกระถินลูกผสมเปนไมโตเร็ว การปลูกดวยระยะปลูกเริ่มตนที่ระยะแคบ เชน 2x2 เมตร หรือ 2x4 เมตร หากตองการผลผลิตเปนไมขนาดใหญสำหรับการแปรรูปตองมีการตัด ขยายระยะ เพื่อลดความหนาแนนของหมูไม ลดการแกงแยงทางเรือน ยอดและระบบราก ทำใหตนไมที่เหลืออยูเติบโตไดมากขึ้น คุณภาพ และ มูลคาสูงขึ้น การตัดขยายระยะมีหลายวิธีการ หากตนไมในแปลงมีความ สม่ำเสมอมาก พิจารณาตัดแบบตนเวนตนหรือแถวเวนแถว เชน จากระยะ ปลูก 2x4 เมตร ตัดออกตนเวนตน เหลือเปนระยะ 4x4 เมตร การตัดขยาย ระยะควรดำเนินการเมื่อตนไมมีการเติบโตดานความโตต่ำ หรือสังเกตจาก หมูไมมีเรือนยอดชิดติดกัน ชวงเวลาหรือความหนักเบาในการตัดขยาย ระยะ ขึ้นกับความสมบูรณของพื้นที่ คาใชจายในการตัด การนำไมที่ถูกตัด ไปใชประโยชน รวมถึงคาจางแรงงานในพื้นที่ หากวัตถุประสงคของการปลูกไมขนาดใหญสำหรับการแปรรูป ทำเฟอรนิเจอร หรือไมโครงสราง ระยะปลูกควรเริ่มตนที่กวางไว เพื่อลด ภาระคาใชจาย การตัดขยายระยะหากดำเนินการลาชาอาจสงผลตอการ เติบโตและรูปทรงของตนไม (ภาพที่ 15)
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 15 ภาพที่ 14 การลิดกิ่ง ภาพที่ 15 ลักษณะของเรือนยอดที่เริ่มชิดกัน ควรทำการตัดขยายระยะ (ซาย) และลักษณะเรือนยอดที่ไมสมบูรณเนื่องจากไมไดตัด ขยายระยะ (ขวา)
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 16 การตัดขยายระยะครั้งแรก เปนการตัดไมบางสวนออก เพื่อเรง การเติบโตของไมที่เหลืออยู ยังสามารถขายไมเพื่อเปนรายไดในระหวางรอ ตัดไมในกรณีตองการไมแปรรูป นอกจากนี้ยังเปนการคัดตนไมที่ไม แข็งแรง หรือรูปทรงไมดีออก เพื่อเหลือตนที่มีคุณภาพเก็บไว การบำรุง ดูแล รักษา สำหรับสวนปาโดยทั่วไป สำนักวิจัยและ พัฒนาการปาไม กรมปาไม ไดจัดทำเอกสารสำหรับเผยแพร ตามภาพที่ 16 ภาพที่ 16 การบำรุง ดูแล รักษา สำหรับสวนปาทั่วไป
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 17 การปลูกและดูแลรักษามีตารางเวลาในแตละป แสดงตามภาพที่ 17 และคาใชจายในการปลูกและการดูแลรักษาในชวงระยะเวลา 4 ป ตัด ฟนเพื่อเปนไมแปรรู ในปที่ 5 แสดงตามตารางที่ 3 ภาพที่ 17 ตารางการปลูกและดูแลรักษาสำหรับสวนปาทั่วไป
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 18 ตารางที่ 3 คาใชจายในแตละกิจกรรมการปลูกและดูแลรักษา ใน ระยะเวลา 4 ป รายการ คาใชจาย (บาท/ไร) ปที่ 1 ปที่ 2 ปที่ 3 ปที่ 4 เตรียมพื้นที่ (ไถปรับพื้นที่) 900 กลาไม (200 กลา 6 บาท/กลา) 1,200 วางแนว ขุดหลุม และปลูก (6 บาท/กลา) 1,200 กำจัดวัชพืช (2 ครั้ง ครั้งละ 500 บาท/ไร) 1,000 500 500 500 ลิดกิ่ง (4 บาท/ตน) 800 800 800 800 ใสปุย (คาปุย+คาแรง 500 บาท/ไร) 1,000 1,000 500 500 ทำแนวกันไฟ (400 บาท/ไร) 400 400 400 400 รวม (บาท/ไร/ป) 6,500 2,700 2,200 2,200 รวมทั้งสิ้น 13,600 หมายเหตุ ปลูกระยะ 2x4 เมตร หรือ 200 ตน/ไร
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 19 ปลูกแลวไดผลผลติเทาไร กระถินณรงคและกระถินลูกผสมที่สำนักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม นำมาทดลองปลูกใน 4 พื้นที่ (ขอนแกน นครราชสีมา กาญจนบุรี และกำแพงเพชร) เมื่ออายุ 4 ป มีความเพิ่มพูนรายป น้ำหนักสดและน้ำหนัก แหง และความสามารถในการกักเก็บคารบอนและการดูดซับกาซ คารบอนไดออกไซด (CO2 ) ดังแสดงในตารางที่ 4, 5 และ 6 ตามลำดับ โดย ในที่นี้คำนวณจากการปลูกดวยระยะปลูก 2x4 เมตร (200 ตน/ไร) หากมี การปลูกดวยระยะปลูกที่ตางกันไป จะสงผลตอคาการเติบโต การกักเก็บ และการดูดซบั CO2 ที่แตกตางกัน ตารางที่ 4 ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (DBH) ความสูง ความเพิ่มพูน เฉลี่ยรายปของ DBH และความสูง ของกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป ชนิด การเติบโต ความเพิ่มพูนเฉลี่ยรายป DBH (ซม) ความสูง (ม) DBH (ซม/ป) ความสูง (ม/ป) กระถินณรงค 9.37 11.47 2.34 2.87 กระถินลูกผสม 12.23 12.51 3.06 3.13
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 20 ตารางที่ 5 น้ำหนักสด และน้ำหนักแหง ของกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป(200 ตน/ไร) ชนิดไม น้ำหนักสด น้ำหนักแหง (กก./ตน) (ตัน/ไร) (กก./ตน) (ตัน/ไร) กระถินณรงค 20.00 10.86 30.00 5.58 กระถินลูกผสม 110.00 22.00 60.00 11.37 ตารางที่ 6 การกักเก็บคารบอน.(C) และการดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด (CO2 ) ของกระถินณรงคและกระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป(200 ตน/ไร) ชนิดไม การกักเก็บ C การดูดซับ CO2 (กก./ตน) (ตัน/ไร) (กก./ตน) (ตัน/ไร) กระถินณรงค 10.00 2.62 50.00 9.61 กระถินลูกผสม 30.00 5.34 100.00 19.60
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 21 นำไปใชประโยชนอะไรไดบาง กระถินณรงคและกระถินลูกผสม เปนไมเอนกประสงค สามารถ นำเอาเนื้อไมและสวนตาง ๆ ไปใชประโยชนไดหลากหลาย ในปจจุบันการ นำไมกระถินลูกผสมมาใชประโยชนในประเทศไทยยังไมแพรหลาย จึงมี ขอมูลเฉพาะการนำไมกระถินณรงคมาใชประโยชน ดังนี้ 1. ไมแปรรูปสำหรับกอสรางบาน เชน ไมปูพื้น ไมปูผนัง หนาตาง ประตู ใชทำเปนเครื่องเรือน สำหรับกระถินณรงคมีอายุ 8 ป ขึ้นไป (ภาพที่ 18) หากกระถินณรงคที่มีอายุ 5 ป ขึ้นไป เหมาะตอการทำเฟอรนิเจอรและ พื้นปารเก กรณีกระถินณรงคอายุนอยกวา 5 ป สามารถทำเปนไมค้ำยัน สำหรับงานกอสรางตาง ๆ รวมถึงใชทำเปนเสาไมสำหรับโรงเรือนหรือที่พัก ชั่วคราว ทั้งนี้คุณลักษณะและคุณสมบัติของไมกระถินณรงคสำหรับการใช ประโยชนจากการศึกษาของสำนักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม แสดง ตามตารางที่ 7 2. เชื้อเพลิง กระถินณรงคใหเนื้อไมที่มีคุณสมบัติเหมาะที่จะใชทำ เปนเชื้อเพลิงไดดีมาก เมื่ออายุ 2 ป มีความถวงจำเพาะ 0.6-0.75 สามารถ ใหความรอนสูงที่ 4,800-4,900 แคลอรี่/กิโลกรัม คาพลังงานเทากับ 5.60 เมกะวัตต-ชั่วโมงตอลูกบาศกเมตร ติดไฟไดดี และมีควันนอย นอกจากนั้น ทอนไมที่มีขนาดใหญนำไปเผาถานจะไดถานที่มีคุณภาพดี เมื่อนำไปใชจะ ไมแตก มีควันนอย และติดไฟไดดี จึงเหมาะตอการปลูกเปนไมฟนเพื่อใช
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 22 สอยในครัวเรือนได (ภาพที่ 19) ในปจจุบันเริ่มมีการสงเสริมการปลูกเพื่อ เปนวัตถุดิบสำหรับโรงงานไฟฟาชีวมวลดวย ภาพที่ 18 บานที่สรางจากไมกระถินณรงคอายุ 6 ป ภาพที่ 19 ฟนและถานจากไมกระถินณรงค ที่มา : Tidso Morabird, https://www.youtube.com/watch?v=qG_QbJmRo80 ที่มา : Tidso Morabird, https://www.youtube.com/watch?v=oiGNUanINAU
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 23 ตารางที่ 7 คุณลักษณะและคุณสมบัติของไมกระถินณรงค สกายสมบัติ 1.ความหนาแนน (กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร) 790 2.การหดตัวดานรัศมี (รอยละ) 2.75-3.20 3.การหดตัวดานสมัผสั (รอยละ) 3.49-6.73 กลสมบัติ 1.แรงดัดสถติย ความแข็งแรง -มอดูลัสแตกราว (MOR, เมกะปาสคาล) 110 (แบบแหง) -มอดูลัสยืดหยุน (MOE, เมกะปาสคาล) 9,600 2.แรงอัดขนานเสี้ยน (เมกะปาสคาล) 67.4 3.แรงเฉือน (เมกะปาสคาล) 15 4.ความแข็ง (นิวตัน) 6,250 ความทนทานตามธรรมชาติ* ความทนทานสูง (8.86 ป) คุณสมบัติ การเลื่อย คอนขางยาก การใชงาน การไส ปานกลาง การเจาะ ปานกลาง การกลึง ปานกลาง การยึดเหนี่ยวตะปู ปานกลาง การขัดเงา ปานกลาง หมายเหตุ* โดยการทดสอบภายใตสภาวะธรรมชาติของดินฟาอากาศในแปลงทดลองกลางแจง ไมตวัอยางที่ปราศจากตำหนิขนาด 5x5x50 เซนติเมตร ความชื้นเฉลี่ยไมเกินรอยละ 20 และปกลงดิน 25 เซนติเมตร มี 4 ชั้น (พจน และคณะ, 2533) ไดแก 1.ความทนทานต่ำ (< 2 ป) 2. ความทนทานปานกลาง (2-6 ป) 3. ความทนทานสูง (6-10 ป) 4. ความทนทานสูงมาก (> 10 ป) ที่มา : สำนักวิจัยและพัฒนาการปา ไมกรมปาไม(2563)
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 24 3. เปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ เนื่องจากเยื่อมีความ เหนียวดีพอสมควร และมีคุณสมบัติของเยื่อกระดาษ แสดงตามตารางท่ี8 อยางไรก็ตามในประเทศไทยยังไมมีตลาดสำหรับนำกระถินณรงคไปใชทำ เยื่อเพื่ออุตสาหกรรมกระดาษ ตารางที่ 8 คุณสมบัติของเยื่อกระดาษของกระถินณรงคอายุ 13 ป ความหนาแนน (กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร) 516 Screened yield1/ (%) 53.1 Kappa number2/ 19.3 ผลิตภาพของเยื่อ (กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร) 274 หมายเหตุ1/ ผลผลิตเยื่อหลังรอน 2/ ใชสำหรบัการหาปริมาณของ ligninจะมีคาสูงเมื่อมีlignin มาก 4. สารแทนนิน เปลือกไมกระถินณรงคมีรสฝาดและมีจำนวน มาก ถูกนำมาใชในอุตสาหกรรมฟอกหนัง เปลือกของสวนลำตนและกิ่งไม ใชทำเปนฟนสำหรับใชในครัวเรือน 5. ปรับปรุงดิน กระถินณรงคเปนไมตระกูลถั่วชนิดหนึ่งที่มีใบ หนาแนน สามารถใชปกคลุมพื้นที่เพื่อปรับปรุงดิน ปองกันการกัดชะลาง ผิวหนาดินไดเปนอยางดี ใชปกคลุมวัชพืช การปลูกในพื้นที่ดินเค็ม ชวย ตรึงระดับน้ำเค็มใหอยูใตดิน ไมระเหยขึ้นมา
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 25 6. ใบของกระถินณรงคสามารถนำมาผลิตเปนปุยอินทรีย 7. กระถินณรงคปลูกเปนรมเงาเปนแนวกำบัง และใหความ สวยงามตามที่สาธารณะหรือแนวถนนไดดวย เนื่องจากกระถินณรงคมีเนื้อไมที่สวยงาม กำลังเปนที่นิยมปลูก ในตลาดออนไลนมีการขายกลาไมและเฟอรนิเจอรจากไมซึ่งกำหนดราคา ที่คอนขางสูง (ภาพที่ 19) ภาพที่ 20 กลาไมกระถินณรงคและเฟอรนิเจอรที่ระบุวาทำจากไม กระถินณรงคที่ประกาศขายในออนไลน
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 26 สำหรับกระถินลูกผสม เนื่องจากในปจจุบันกระถินลูกผสมที่นำไป ปลูกยังมีอายุนอย ทำใหผลการศกึษาดานคุณสมบัติตาง ๆ ยังมีไมเพียงพอ แตจากการที่กระถินลูกผสมมีสายพันธุมาจากกระถินณรงค และมีการ เติบโตที่ดีกวา จึงคาดวาคุณสมบัติตาง ๆ จะใกลเคยีงและสามารถนำไปใช ประโยชนไดเชนเดียวกับกระถินณรงค คำนิยม คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ไดรับการสนับสนุนการจัดทำจากเครือขายการปลูกและการจัดการไม เศรษฐกิจโตเร็ว ไดรับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมสงเสริมและสนับสนุน การวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแหงชาติ คณะผูจัดทำ ขอขอบพระคุณภาพประกอบจากสื่อออนไลน และขอมูลและภาพที่ไดรับ ความอนุเคราะหจากศูนยวนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) จังหวัด นครราชสีมา สวนวนวัฒนวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม คณะผูจัดทำขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 27 บรรณานุกรม กรมวิชาการเกษตร. 2563. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง ประกาศ โฆษณาคำขอจดทะเบียนพันธพุ ืชใหมตามพระราชบัญญัติ คุมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542. แหลงที่มา: https://www.doa.go.th/pvp/wp-ontent/uploads/2020/ 12/AnnoDOA_PublicNo.124.pdf ณัฐ วรยศ, ทรงเกียรติ เกียรติศิริโรจน, นคร ทิพยาวงศ, ณัฐนี วรยศ, ณัฐวุฒิ ดุษฎี, ชูรัตน ธารารัตน และอติพงศ นันทพันธุ. 2551. รายงานการ วิจัย การศึกษาความเปนไปไดในการผลิตไฟฟาระดับชุมชนโดยใช พลังงานจากไมโตเร็ว. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ, กรุงเทพฯ. บพิตร เกียรติวุฒินนท, พิทยา เพชรมาก และพงษศักดิ์สหุนาฬ.ุ2527. ผล ของความหนาแนนตอผลผลิตทางชีวภาพของสวนปาไมกระถินณรงค. น. 575-589. ใน การประชุมการปาไมประจำป 2527 เลมที่ 3 การ ปาไมเพื่อการพัฒนาชนบท. แหลงที่มา: https://forprod.forest.go.th/forprod/meetingforest/meeting 3.html พจน อนุวงศ, ถวิล ชลประเสริฐ, เสรี ทรัพยสาร, ธีระ วิณิน, วิโรจน ธีรธนาธร. 2533. ความทนทานตามธรรมชาติของไมบางชนิด. กองวิจัย ผลิตผลปา ไม, กรมปาไม, กรุงเทพฯ. 261 น. พืชเกษตร. 2559. กระถินณรงคและการปลูกกระถินณรงค. แหลงที่มา https://shorturl.at/blxE9, 5 กุมภาพันธ 2567.
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 28 มะลิวัลย หฤทัยธนาสันติ์, 2559. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ โครงการ “การ รวบรวมขอมูลการปลูกไมโตเรว็สำหรับจัดทำแผนที่นำทาง งานวิจัยการปลูกไมโตเร็วเพื่อพลังงาน”. สำนักงานกองทนุ สนับสนนุการวิจัยและการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย, กรุงเทพฯ. วนิดา อาจกลา. 2555. ศึกษาความเปนไปไดทางเศรษฐศาสตรของการปลูก ไมโตเร็ว กระถินลูกผสม และปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจยอมรับ การปลูก เพื่อใชในการผลิตกระแสไฟฟา. วิทยานพินธปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการทรัพยากร) โครงการสห วิทยาการระดบับัณฑิตศึกษา. มหาวิทยาลยัเกษตรศาสตร. วิฑูรย เหลืองวิริยะแสง. 2556. เอกสารเผยแพร เรื่อง การปรับปรุงพันธุไม เศรษฐกิจโตเร็วเพื่อเกษตรกรและชุมชน. สำนักวิจัยและพัฒนาการ ปาไม, กรมปาไม, กรุงเทพฯ. 32 น. ศูนยปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ. 2567. กระถินณรงค. แหลงที่มา https://www.dnp.go.th/EPAC/plant_economic/01krathinnarong. htm. 10 กุมภาพันธ 2567. ศูนยวิจัยปา ไมคณะวนศาสตร. ม.ป.ป. รายงานฉบับสมบูรณ การใช ประโยชนไมโตเร็วเพื่อเปนพลังงานทดแทนในการผลติกระแสไฟฟา และแกสหุงตม. ศูนยวิจัยปาไม คณะวนศาสตร รวมกับสถาบันคนควา และพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลยัเกษตรศาสตรสถานีพัฒนาที่ดินรอยเอ็ด กรมพัฒนาที่ดนิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ และองคการบริหารสวนตำบลอุดมทรัพย อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เสนอตอ สำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแหงชาติ, กรุงเทพฯ. 185 น.
คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 29 สำนักวิจัยและพัฒนาการปา ไมกรมปาไม. 2563. คุณลักษณะของไมไทย. โรงพิมพ หจก. ส.มงคลการพิมพ. 262 น. หิรัญ ขันทองคำ เรืองวุฒิ แจมวุฒิปรีชา และสุภพงศ แสงสันต. ม.ป.ป. ศักยภาพพลังงานชีวมวล.กลุมพัฒนาพลังงานชีวมวลและถานหิน (ไม โตเร็ว) สำนักพัฒนาพลงังาน 2 สำนักพัฒนาพลังงาน กรมพัฒนา พลังงานทดแทนและอนุรักษพลงังาน, กระทรวงพลังงาน, กรุงเทพฯ. อำนาจ จันทรครุฑ และสมศรี บุญเรือง. 2567. กระถินเทพา. แหลงที่มา : http://www.servicelink.doae.go.th/webpage/book%20PDF/cr op/c001.pdf. 9 กุมภาพันธ 2567. Clark, N.B., V. Balodis, F. Guigan and W. Jingzia. 1994. Pulp potential of Acacias. In Brown A.G., ed. Australian tree species research in China. ACIAR Proceeding No. 48, p196 – 202. Turnbull, J.W., S.J. Midgley, and C. Coassalter, 1998. Tropical acacias planted in Asia: an overview. ACIAR Proceedings No. 82: 14 – 28.