The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการปลูกกระถินณรงค์และกระถินลูกผสม ได้รับการสนับสนุนการจัดทำจากเครือข่ายการปลูกและการจัดการไม้เศรษฐกิจโตเร็ว ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by woraphun0901, 2024-03-31 00:06:18

คู่มือการปลูกกระถินณรงค์และกระถินลูกผสม

คู่มือการปลูกกระถินณรงค์และกระถินลูกผสม ได้รับการสนับสนุนการจัดทำจากเครือข่ายการปลูกและการจัดการไม้เศรษฐกิจโตเร็ว ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

Keywords: กระถินณรงค์ กระถินลูกผสม

จัดทําโดย คณะผูจัดทํา เครือขายความรวมมือการปลูกและการจัดการไมเศรษฐกิจโตเร็วศูนยกลางการเรียนรูไมเศรษฐกิจแบบครบวงจร : การปลูก การจัดการ การใชประโยชน และอุตสาหกรรม วรพรรณ หิมพานต กรมปาไม นรินทร เทศสร กรมปาไม สุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ กรมปาไม คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร/ สมาคมธุรกิจไมโตเร็ว ณัฐวัฒน คลังทรัพย ณัฐณรงค เอี่ยมมี สมาคมธุรกิจไมโตเร ็ ว/บริษัท ทรีเทคโนโลยีจํากดั เจษฎา วงศพรหม คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร อมรพงษ หิรัญวงศ สมาคมธุรกิจไมโตเร ็ ว/บริษัท ชัยโย ทรปิเปลเอ จํากัดเมธา ศิริศักดิ์ภิญโญ กลุมกิตติวนา


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | ก คำนำ คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ไดรับทุนอุดหนุน การทำกิจกรรมสงเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมจาก สำนักงานการวิจัยแหงชาติ ประจำปงบประมาณ 2566 ในการจัดตั้ง ศูนยกลางการเรียนรู (Hub of Knowledge) ไมเศรษฐกิจแบบครบวงจร: การปลูก การจัดการ การใชประโยชน และอุตสาหกรรม ภายใตความ รวมมือระหวางหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาทั้ง ในประเทศ/ตางประเทศใหครอบคลุมหวงโซคุณคา (value chain) ใน ระดับตนน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อสรางความเขมแข็งในการ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมเศรษฐกิจของประเทศ คูมือการปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ฉบับนี้จัดทำขึ้นภายใตเครือขายการปลูกและการจัดการไมเศรษฐกิจโตเร็ว ซึ่งเปนหนึ่งใน 10 เครือขายที่จัดตั้งขึ้นภายใตศูนยกลางการเรียนรู โดยมี วัตถุประสงคเพื่อคูมือสำหรับแนะนำเกษตรกรและผูสนใจการปลูกและ การจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ซึ่งเปนไมโตเร็วที่กรมปาไม ปรับปรุงพันธุ จนไดสายพันธุที่มีลักษณะเดนคือ เติบโตดี มีผลผลิตสูง และ เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ซึ่งควรสงเสริมใหปลูกเปนสวนปาไมเศรษฐกิจ คณะผูจัดทำ 2567


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | ข สารบัญ หนา คำนำ .................................................................................................... ก สารบัญ ................................................................................................. ข มารูจักกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ................................................ 1 ปลูกและจัดการอยางไรใหเติบโตดี ........................................................ 7 การปลูก ............................................................................................ 8 การดูแลรักษา ................................................................................. 11 ปลูกแลวไดผลผลิตเทาไร ..................................................................... 19 นำไปใชประโยชนอะไรไดบาง .............................................................. 21 คำนิยม ................................................................................................ 26 บรรณานุกรม ...................................................................................... 27


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | ค สารบัญตาราง หนา ตารางที่ 1 ลักษณะโดยทั่วไปของกระถินณรงคที่ขึ้นทะเบียน พันธุพืชใหม ........................................................................ 3 ตารางที่ 2 การเติบโตและผลผลิตมวลชีวภาพของกระถินณรงค อายุ 4 ป ที่ปลูกดวยระยะปลูกตางกัน ............................... 10 ตารางที่ 3 คาใชจายในแตละกิจกรรมการปลูกและดูแลรักษา ในระยะเวลา 4 ป (200 ตน/ไร) ......................................... 18 ตารางที่4 ขนาดเสนผานศนูยกลางเพียงอก(DBH)ความสูง ความเพิ่มพูนเฉลี่ยรายปของ DBH และความสูง ของกระถินณรงคและกระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป........................................................................... 19 ตารางที่5 น้ำหนักสด และน้ำหนักแหง ของกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป (200 ตน/ไร) ....... 20 ตารางที่ 6 การกักเก็บคารบอน.(C) และการดูดซับกาซ คารบอนไดออกไซด (CO2 ) ของกระถินณรงคและกระถิน ลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป (200 ตน/ไร) .................. 20 ตารางที่ 7 คุณลักษณะและคุณสมบัติของไมกระถินณรงค ................. 23 ตารางที่ 8 คุณสมบัติของเยื่อกระดาษของกระถินณรงคอายุ 13 ป .... 24


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | ง สารบัญภาพ หนา ภาพที่ 1 ลักษณะทั่วไปของกระถินณรงค ............................................... 2 ภาพที่ 2 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-1 ......................................... 4 ภาพที่ 3 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-2 ......................................... 4 ภาพที่ 4 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-3 ......................................... 4 ภาพที่ 5 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-4 ......................................... 5 ภาพที่ 6 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-5 ......................................... 5 ภาพที่ 7 ลักษณะของกระถินลูกผสม ..................................................... 6 ภาพที่ 8 แปลงปลูกกระถินลูกผสม อายุ 15 ป ศูนยวนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) จังหวัดนครราชสีมา ......................................... 6 ภาพที่ 9 การเตรียมพื้นที่ ...................................................................... 9 ภาพที่ 10 การปกไมหมายแนวปลูก (ก) และกลาไมกระถินลูกผสมที่ เตรียมพรอมสำหรับนำไปปลูกในแปลง (ข)........................... 9 ภาพที่11 กระถินณรงค/กระถินลูกผสมที่ทำการปลูกแลว..................11 ภาพที่ 12 การกำจัดวัชพืชและการทำแนวกันไฟรอบแปลง ................. 12 ภาพที่ 13 รายละเอียดและการปองกันกำจัดดวงเจาะกานกิ่ง .............. 13 ภาพที่ 14 การลิดกิ่ง ........................................................................... 15


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | จ สารบัญภาพ (ตอ) หนา ภาพที่ 15 ลักษณะของเรือนยอดที่เริ่มชิดกัน ควรทำการตัดขยาย ระยะ (ซาย) และลักษณะเรือนยอดที่ไมสมบูรณเนื่องจาก ไมไดตัดขยายระยะ (ขวา) ................................................... 15 ภาพที่ 16 การบำรุง ดูแล รักษา สำหรับสวนปาทั่วไป ......................... 16 ภาพที่ 17 ตารางการปลูกและดูแลรักษา สำหรับสวนปาทั่วไป .............. 17 ภาพที่ 18 บานที่สรางจากไมกระถินณรงคอายุ 6 ป ............................ 22 ภาพที่ 19 ฟนและถานจากไมกระถินณรงค ....................................... 22 ภาพที่ 20 กลาไมกระถินณรงคและเฟอรนิเจอรที่ระบุวาทำจากไม กระถินณรงคที่ประกาศขายในออนไลน ............................. 25


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 1 มารูจักกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ไมโตเร็ว คือ ไมที่มีอัตราการเติบโตของเสนผานศูนยกลางเพียงอก มากกวา 1.5 เซนติเมตรตอป และมีอายุรอบตัดฟนไมไปใชประโยชนไดไม เกิน 7 ป ไมโตเร็วสกุลอะเคเซียที่กรมปาไมนำเขามาทดลองปลูกใน ประเทศไทยตั้งแตป พ.ศ. 2478 ภายใตโครงการความรวมมือกับ Australian Centre for International Agricultural Research (ACIAR) ประเทศออสเตรเลีย กรมปาไมไดปรับปรุงพันธุแบบพอพันธุและแมพันธุ เดียวกันแตตางถิ่นกำเนิดกัน ไดแก กระถินณรงค ซึ่งตอมาไดนำขึ้นทะเบียน พันธุพืชใหม 5 สายพันธุ และกระถินลูกผสมที่มาจากตนแมพันธุเปนกระถิน เทพาและพอพันธุเปนกระถินณรงค กระถินณรงคและกระถินลูกผสมมี ลักษณะทั่วไปดังนี้ กระถินณรงค (Acacia auriculiformis) เปนไมไมผลัดใบ มีขนาดเล็กถึงกลางขึ้นอยูกับสภาพทองที่ มีกิ่ง กานมาก เมื่ออายุยังนอยเปลือกเรียบสีเทา ขรุขระและแตกเปนรองสีน้ำตาล เขม ใบเดี่ยว พุมหนา เรือนยอดแผกวาง กระถินณรงคออกดอกเกือบตลอดทั้ง ป ดอกเปนชอสีเหลืองมีกลิ่นหอม เมล็ดกระถินณรงคมีลักษณะกลมแบน ขนาดเล็กประมาณ 2.4-4.45 มิลลิเมตร แตละฝกจะมีเมล็ดอยูภายใน ประมาณ 10-15 เมล็ด เมล็ดออนมีสีเขียว และเมื่อแกมีสีน้ำตาลเขมหรือ สีดำ (ภาพที่ 1)


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 2 ภาพที่ 1 ลักษณะทั่วไปของกระถินณรงค กระถินณรงคนำเขามาปลูกในประเทศไทย ตั้งแตป พ.ศ. 2478 กรมปาไมไดคัดเลือกแมไมและปรับปรุงพันธุโดยดำเนินการผสมพันธุ ระหวางกระถินณรงคตามธรรมชาติ 3 แหลง แตละถิ่นกำเนิดมีจุดเดนที่ แตกตางกัน คือ ถิ่นกำเนิดรัฐนอรท เทิรนเทอริเทอรี่ (NT) มีประสิทธิภาพ ในการใชน้ำสูง ถิ่นกำเนิดรัฐควีนสแลนด (QLD) มีลำตนเปลาตรง และถิ่น กำเนิดปาปวนิวกินี (PNG) มีการเติบโตเร็วและใหผลผลิตเนื้อไมสูง เมื่อได กระถินณรงคที่ปรับปรุงพันธุแลวไดรับการขึ้นทะเบียนพันธุพืชใหม โดย กรมวิชาการเกษตร จำนวน 5 พันธุ คือ ปม 3-1, ปม 3-2, ปม 3-3, ปม 3-4 และ ปม 3-5 รายละเอียดตามตารางที่ 1 และแสดงตามภาพที่ 2-6


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 3 ตารางที่ 1 ลักษณะทั่วไปของกระถินณรงคที่ขึ้นทะเบียนพันธุพืชใหม สายพันธุ แมพันธุ พอพันธุ ลักษณะสำคญั ปม 3-1 QLD2 NT3 ตนกลามีลำตนเหลี่ยม ลำตนตรง มีการแตกลำตนบริเวณยอด ไมปรากฏการลิดกิ่งตามธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีน้ำตาล ปม 3-2 PNG2 QLD2 ตนกลามีลำตนกลม มีสมีวงแดงที่ลำตน ลำตนตรง ไมมีการแตกที่ลำตน ไมปรากฏการลิดกิ่งตามธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีเทา ปม 3-3 QLD1 PNG1 ตนกลามีลำตนกลม มีสมีวงแดงที่ลำตน ลำตนตรง ไมมีการแตกที่ลำตน ไมปรากฏการลิดกิ่งตามธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีเทา ปม 3-4 QLD2 NT3 ตนกลามีลำตนกลม มีสมีวงแดงที่ลำตน ลำตนตรง มีการแตกที่ลำตนบริเวณโคนตน ไมปรากฏการลิดกิ่งธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีเทา ปม 3-5 QLD2 PNG1 ตนกลา ลำตนกลม ปรากฏสีมวงแดงที่ลำตน ลำตนตรง มีการแตกที่ลำตนบริเวณโคนตน ไมปรากฏการลิดกิ่งธรรมชาติ เปลือกเรียบ สีเทา


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 4 ภาพที่ 2 ลักษณะของกระถินณรงคปม. 3-1 ภาพที่ 3 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-2 ภาพที่ 4 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-3


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 5 ภาพที่ 5 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-4 ภาพที่ 6 ลักษณะของกระถินณรงค ปม. 3-5 กระถินลูกผสม (Acacia hybrid) กระถินลูกผสมที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่พอพันธุและแมพันธุ ตางชนิดกัน คือลูกผสมที่เกิดจากพอพันธุและแมพันธุระหวางกระถิน ณรงคกับกระถินเทพา โดยรูจักกันในชื่อกระถินเทพณรงค เนื่องจาก ลูกผสมชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติไดงาย เมื่อกระถินเทพาและ กระถินณรงคปลูกใกลชิดกัน ลักษณะที่เดนและแตกตางจากพันธุดั้งเดิม คือลำตนตรงเปลา สามารถปลูกและเติบโตไดในหลายสภาพทองที่ รวมทั้ง ใหผลผลิตในรูปของเนื้อไมสูงกวากระถินณรงคและกระถินเทพา และ


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 6 คุณสมบัติเนื้อไมมีความเหมาะสมสำหรับผลิตเปนเยื่อกระดาษ ลักษณะ เดนอื่น ๆ คือ เปลือกบาง และสามารถลิดกิ่งเองตามธรรมชาติ (ภาพที่ 8) ภาพที่ 7ลักษณะของกระถินลูกผสม ภาพที่ 8 แปลงปลูกกระถินลูกผสม อายุ 15 ป ศูนยวนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) จังหวัดนครราชสีมา


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 7 ปลูกและจัดการอยางไรใหเติบโตดี กระถินณรงคและกระถินลูกผสม สามารถเติบโตไดดีในทุกพื้นที่ ปจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลตอการเติบโต ไดแก 1. ดิน: กระถินณรงคและกระถินลูกผสมสามารถปรับตัวให เติบโตไดบนดินหลายประเภท ไดแก ดินรวนปนทราย ดินเหนียว ดินลูกรัง และดินที่มีคาความอุดมสมบูรณต่ำ มีคา pH 3.0-9.0 โดยดินที่เหมาะสม ที่สุด คือ ดินรวนปนทราย และมีสภาพเปนกรดเล็กนอย 2. ปริมาณน้ำฝน: กระถินณรงคและกระถินลูกผสม ชอบสภาพ อากาศคอนขางชื้น เติบโตไดดีบริเวณที่มีปริมาณน้ำฝน 1,500- 2,000 มิลลิเมตร/ป และมีความสามารถปรับตัวขึ้นไดในพื้นที่แหงแลง และพื้นที่ ชื้นแฉะ ปจจุบันกระถินณรงคและกระถินลูกผสมที่ผานการปรับปรุงพันธุ แลว สามารถเติบโตไดดี แมพื้นที่จะมีปริมาณน้ำฝนต่ำกวา 1,500 มิลลิเมตร/ป 3. แสง: กระถินณรงคและกระถินลูกผสม เปนพันธุไมที่ตองการ แสงแดดอยางเต็มที่ การปลูกและการดูแลรักษาของกระถินณรงคและกระถินลูกผสม มีวิธีการเชนเดียวกัน


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 8 การปลูก การคัดเลือกพื้นที่และเตรียมพื้นที่ปลูก ขึ้นกับสภาพพื้นที่ปลูก โดยทั่วไปจะทำการไถ 2 ครั้ง คือ ไถเพื่อปรับพื้นที่ และไถพรวนเพื่อการ ยอยดิน การเตรียมพื้นที่ถือวาเปนการกำจัดวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมบริเวณที่ จะปลูก เพื่อความสะดวกในการปลูกและการไถพรวนพื้นที่ทำใหหนาดิน รวนซุยเพื่อชวยใหกลาเติบโตไดดี (ภาพที่ 9) การเตรียมกลาและหลุมสำหรับปลูก ใหทำการปกหลักไมหมาย แนวตามระยะปลูกที่กำหนดเพื่อใหสะดวกในการขุดหลุม การปลูกและ การตรวจนับอัตราการรอดตายของกลาไม การเตรียมหลุมควรขุดหลุมให กวางและลึก ประมาณ 20-30 เซนติเมตร ใสปุยเคมี สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-8 ปริมาณ 20-30 กรัมตอหลุม หรือหากใสปุยหมัก ควรใสประมาณ 0.5-1.0 กิโลกรัมตอหลุม ตนกลาที่เหมาะสมคืออายุ 3-5 เดือน หรือสูง ประมาณ 25-40 เซนติเมตร (ภาพที่ 10) กลาไมควรผานการทำใหแกรงมา กอน อยางนอย 2 อาทิตย เพื่อใหกลาไมไดปรับสภาพกอนนำไปปลูก ระยะปลูก ขึ้นกับวัตถุประสงคในการนำมาใชประโยชนและ ปจจัยแวดลอมตาง ๆ เชน สภาพพื้นที่ ความสมบูรณของดิน เงินลงทุน รวมถึงความสะดวกในการทำงาน เชน ปลูกเพื่อเปนไมเชื้อเพลิง (ฟนและ ถาน) หรือเปนวัตถุดิบผลิตเยื่อกระดาษ ควรปลูกดวยระยะ 1x2 เมตร 1.5x2 หรือ 2x2 เมตร แตถาปลูกเพื่อตองการไมแปรรูป ไมโครงสราง เฟอรนิเจอร และเครื่องเรือน ควรปลูกใหหางขึ้นเปน 2x3 เมตร 2x4 เมตร 3x3 เมตร หรือ 4x4 เมตร ทั้งนี้ จากการศึกษาของศูนยปฏิบัติการ


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 9 พืชเศรษฐกิจ ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และเจษฎา วงศพรหม ที่ศึกษาใน พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ การเติบโตและผลผลิตของกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมจะมีความแตกตางกันไปตามระยะปลูก (ตารางที่ 2) ภาพที่ 9 การเตรียมพื้นที่ ภาพที่ 10 การปกไมหมายแนวปลูก (ก) และกลาไมกระถินลูกผสมที่ เตรียมพรอมสำหรับนำไปปลูกในแปลง (ข)


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 10 ตารางที่ 2 การเติบโตและผลผลิตมวลชีวภาพของกระถินณรงคอายุ 4 ป ที่ปลูกดวยระยะปลูกตางกัน ระยะปลูก (เมตรxเมตร) ความสูง (เมตร) ขนาดเสนผาน ศูนยกลางเพียงอก (เซนติเมตร) ผลผลติมวล ชีวภาพของเนื้อไม (ตัน/ไร) 2.0 x 4.0 10.27 9.59 6.62 2.0 x 3.0 11.21 8.88 5.71 4.0 x 4.0 11.41 11.78 5.59 4.0 x 6.0 12.71 14.73 7.51 6.0 x 6.0 12.42 13.69 4.53 การปลูก ปลูกในชวงฤดูฝน และไมควรปลูกหลังฤดูฝน เพราะจะ ทำใหตนกลามีอัตรารอดตายต่ำ และตั้งตัวใหรอดในชวงฤดูแลงของป ถัดไปไดยาก การปลูกในชวงแรก อาจจำเปนตองใหน้ำบางหากฝนทิ้งชวง นานจนหนาดินแหง แตโดยสวนมากการปลูกในฤดูฝนจะทำใหกลา สามารถรอดและเติบโตเกือบทุกตน โดยหลังจากที่ตนกลาผานหนาแลงไป แลวจะอาศัยน้ำฝนและความชื้นในดินก็สามารถเติบโตได โดยไม จำเปนตองใหน้ำอีก ขณะนำกลาไมไปปลูกใหฉีกถุงที่บรรจุกลาไมกอนวางกลาไมใน หลุมแลวกลบดินใหเต็มหลุมและกดดินใหแนนพอประมาณ กอนปลูกให


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 11 รองกนหลุมดวยปุยเคมี ปุยอินทรีย หรือปุยหมัก ชนิดและปริมาณขึ้นกับ ความสมบูรณของดิน การปลูกควรระวังใหรากถูกกระทบกระเทือนนอย ที่สุด การปลูกควรตั้งลำตนใหตรง ใหระดับคอรากอยูต่ำกวาผิวดิน เล็กนอย ควรกลบดินใหแนน หลังปลูก 1-2 เดือน ใหตรวจสอบการรอด ตายและทำการปลูกซอมโดยเร็วที่สุด (ภาพที่ 11) ภาพที่ 11 กระถินณรงค/กระถินลูกผสมที่ทำการปลูกแลว การดูแลรักษา การกำจัดวัชพืช ในชวง 4-6 เดือนแรก ควรมีการกำจัดวัชพืช รอบ ๆ โคนตน โดยการถากรอบโคน รัศมีประมาณ 0.5 เมตร และถาหาก มีวัชพืชขึ้นหนาแนน อาจตองใชรถไถพรวนกำจัดวัชพืชในรองแปลงปลูก กอนแลวคอยถากรอบโคนอีกครั้ง เพื่อลดตนทุนในการใชแรงงานคน ในชวง 1-2 ปแรก ควรไถพรวนประมาณ 2-3 ครั้ง/ป โดยในชวงฤดูฝนจะไถ พรวนประมาณ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเขาฤดูฝน ครั้งที่ 2 ในชวงปลายฤดูฝน หรือหลังหมดฝนแลว เมื่ออายุ 3 ป ขึ้นไป หรือเมื่อตนมีทรงพุมใหญแลว จะ


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 12 ไถพรวนปละครั้งเทานั้นเพื่อกำจัดวัชพืชภายในแปลงไมใหกลายเปน เชื้อเพลิง และยังใชเปนเสนทางตรวจการณไดอีกดวย (ภาพที่ 12) ภาพที่ 12 การกำจัดวัชพืชโดยใชเคร่อืงตัดหญาและรถไถพรวน การใสปุย ใสในชวง 1-2 ปแรก ใสปุยรวมกับไถพรวนหนาดิน ใส รอบโคนตน และพรวนดินกลบ หรือไมใสเลยก็ได เพราะกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมเปนไมตระกูลถั่วที่สามารถตรึงไนโตรเจนได ทำใหสามารถ เพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน โดยเฉพาะไนโตรเจนได การปองกันโรคและแมลง แมลงศตัรูพืชที่สำคญั ไดแกดวงเจาะ กานกิ่ง โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไมไดจัดทำเอกสาร สำหรับการเรียนรูและการปองกันกำจัด (ภาพที่ 13) โดยจะเขาทำลาย เจาะลำตนที่มีอายุไมเกิน 2 ปผลการทำลายทำใหตนไมเสียรูปทรง แตกกิ่ง เปน พุม นอกจากนี้ยังมีราแปง (powdery mildew) เกิดขึ้นในระยะตน กลา ทำใหยอดไมสมบูรณ หรือโรคแคงเกอร (canker) เปนแผลจุดบนใบ


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 13 และกานใบ ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Colletorichum sp. จะทำใหการสังเคราะห แสงของตนไมลดลง ภาพที่ 13 รายละเอียดและการปองกันกำจัดดวงเจาะกานกิ่ง การลิดกิ่ง กระถินณรงคและกระถินลูกผสม ชวงอายุ 4-6 เดือน จะแตกกิ่งหลายกิ่งจากลำตน ดังนั้นควรจะตองลิดกิ่งออก โดยเลือกกิ่ง กระโดงที่แตกขึ้นมาใหมจากโคนตน หรือเลือกตนที่ตั้งตรงไว ควรลิดกิ่ง ดานลางออก ประมาณ 1/3 ของความสูง เพื่อเหลือไวใหตนไมได สังเคราะหแสงและลดน้ำหนักของทรงพุมที่จะทำใหตนไมที่ลมไดงายเมื่อมี ลมพายุ และเมื่อ อายุ 2-3 ป ควรลิดกิ่งใหสูงประมาณ 2-3 เมตร (ภาพที่ 14) เพื่อใหไดไมคณุภาพดีและสามารถนำไปแปรรูปได สวนตนที่มีทรงพุม


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 14 คอนขางแนน การลิดกิ่งจะทำใหสามารถจัดการแปลงไดงาย โดยเฉพาะ การใชรถไถเขาไปกำจัดวัชพืชและแนวกันไฟ การตัดขยายระยะ กระถินณรงคและกระถินลูกผสมเปนไมโตเร็ว การปลูกดวยระยะปลูกเริ่มตนที่ระยะแคบ เชน 2x2 เมตร หรือ 2x4 เมตร หากตองการผลผลิตเปนไมขนาดใหญสำหรับการแปรรูปตองมีการตัด ขยายระยะ เพื่อลดความหนาแนนของหมูไม ลดการแกงแยงทางเรือน ยอดและระบบราก ทำใหตนไมที่เหลืออยูเติบโตไดมากขึ้น คุณภาพ และ มูลคาสูงขึ้น การตัดขยายระยะมีหลายวิธีการ หากตนไมในแปลงมีความ สม่ำเสมอมาก พิจารณาตัดแบบตนเวนตนหรือแถวเวนแถว เชน จากระยะ ปลูก 2x4 เมตร ตัดออกตนเวนตน เหลือเปนระยะ 4x4 เมตร การตัดขยาย ระยะควรดำเนินการเมื่อตนไมมีการเติบโตดานความโตต่ำ หรือสังเกตจาก หมูไมมีเรือนยอดชิดติดกัน ชวงเวลาหรือความหนักเบาในการตัดขยาย ระยะ ขึ้นกับความสมบูรณของพื้นที่ คาใชจายในการตัด การนำไมที่ถูกตัด ไปใชประโยชน รวมถึงคาจางแรงงานในพื้นที่ หากวัตถุประสงคของการปลูกไมขนาดใหญสำหรับการแปรรูป ทำเฟอรนิเจอร หรือไมโครงสราง ระยะปลูกควรเริ่มตนที่กวางไว เพื่อลด ภาระคาใชจาย การตัดขยายระยะหากดำเนินการลาชาอาจสงผลตอการ เติบโตและรูปทรงของตนไม (ภาพที่ 15)


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 15 ภาพที่ 14 การลิดกิ่ง ภาพที่ 15 ลักษณะของเรือนยอดที่เริ่มชิดกัน ควรทำการตัดขยายระยะ (ซาย) และลักษณะเรือนยอดที่ไมสมบูรณเนื่องจากไมไดตัด ขยายระยะ (ขวา)


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 16 การตัดขยายระยะครั้งแรก เปนการตัดไมบางสวนออก เพื่อเรง การเติบโตของไมที่เหลืออยู ยังสามารถขายไมเพื่อเปนรายไดในระหวางรอ ตัดไมในกรณีตองการไมแปรรูป นอกจากนี้ยังเปนการคัดตนไมที่ไม แข็งแรง หรือรูปทรงไมดีออก เพื่อเหลือตนที่มีคุณภาพเก็บไว การบำรุง ดูแล รักษา สำหรับสวนปาโดยทั่วไป สำนักวิจัยและ พัฒนาการปาไม กรมปาไม ไดจัดทำเอกสารสำหรับเผยแพร ตามภาพที่ 16 ภาพที่ 16 การบำรุง ดูแล รักษา สำหรับสวนปาทั่วไป


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 17 การปลูกและดูแลรักษามีตารางเวลาในแตละป แสดงตามภาพที่ 17 และคาใชจายในการปลูกและการดูแลรักษาในชวงระยะเวลา 4 ป ตัด ฟนเพื่อเปนไมแปรรู ในปที่ 5 แสดงตามตารางที่ 3 ภาพที่ 17 ตารางการปลูกและดูแลรักษาสำหรับสวนปาทั่วไป


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 18 ตารางที่ 3 คาใชจายในแตละกิจกรรมการปลูกและดูแลรักษา ใน ระยะเวลา 4 ป รายการ คาใชจาย (บาท/ไร) ปที่ 1 ปที่ 2 ปที่ 3 ปที่ 4 เตรียมพื้นที่ (ไถปรับพื้นที่) 900 กลาไม (200 กลา 6 บาท/กลา) 1,200 วางแนว ขุดหลุม และปลูก (6 บาท/กลา) 1,200 กำจัดวัชพืช (2 ครั้ง ครั้งละ 500 บาท/ไร) 1,000 500 500 500 ลิดกิ่ง (4 บาท/ตน) 800 800 800 800 ใสปุย (คาปุย+คาแรง 500 บาท/ไร) 1,000 1,000 500 500 ทำแนวกันไฟ (400 บาท/ไร) 400 400 400 400 รวม (บาท/ไร/ป) 6,500 2,700 2,200 2,200 รวมทั้งสิ้น 13,600 หมายเหตุ ปลูกระยะ 2x4 เมตร หรือ 200 ตน/ไร


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 19 ปลูกแลวไดผลผลติเทาไร กระถินณรงคและกระถินลูกผสมที่สำนักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม นำมาทดลองปลูกใน 4 พื้นที่ (ขอนแกน นครราชสีมา กาญจนบุรี และกำแพงเพชร) เมื่ออายุ 4 ป มีความเพิ่มพูนรายป น้ำหนักสดและน้ำหนัก แหง และความสามารถในการกักเก็บคารบอนและการดูดซับกาซ คารบอนไดออกไซด (CO2 ) ดังแสดงในตารางที่ 4, 5 และ 6 ตามลำดับ โดย ในที่นี้คำนวณจากการปลูกดวยระยะปลูก 2x4 เมตร (200 ตน/ไร) หากมี การปลูกดวยระยะปลูกที่ตางกันไป จะสงผลตอคาการเติบโต การกักเก็บ และการดูดซบั CO2 ที่แตกตางกัน ตารางที่ 4 ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (DBH) ความสูง ความเพิ่มพูน เฉลี่ยรายปของ DBH และความสูง ของกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป ชนิด การเติบโต ความเพิ่มพูนเฉลี่ยรายป DBH (ซม) ความสูง (ม) DBH (ซม/ป) ความสูง (ม/ป) กระถินณรงค 9.37 11.47 2.34 2.87 กระถินลูกผสม 12.23 12.51 3.06 3.13


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 20 ตารางที่ 5 น้ำหนักสด และน้ำหนักแหง ของกระถินณรงคและ กระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป(200 ตน/ไร) ชนิดไม น้ำหนักสด น้ำหนักแหง (กก./ตน) (ตัน/ไร) (กก./ตน) (ตัน/ไร) กระถินณรงค 20.00 10.86 30.00 5.58 กระถินลูกผสม 110.00 22.00 60.00 11.37 ตารางที่ 6 การกักเก็บคารบอน.(C) และการดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด (CO2 ) ของกระถินณรงคและกระถินลูกผสมของกรมปาไม อายุ 4 ป(200 ตน/ไร) ชนิดไม การกักเก็บ C การดูดซับ CO2 (กก./ตน) (ตัน/ไร) (กก./ตน) (ตัน/ไร) กระถินณรงค 10.00 2.62 50.00 9.61 กระถินลูกผสม 30.00 5.34 100.00 19.60


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 21 นำไปใชประโยชนอะไรไดบาง กระถินณรงคและกระถินลูกผสม เปนไมเอนกประสงค สามารถ นำเอาเนื้อไมและสวนตาง ๆ ไปใชประโยชนไดหลากหลาย ในปจจุบันการ นำไมกระถินลูกผสมมาใชประโยชนในประเทศไทยยังไมแพรหลาย จึงมี ขอมูลเฉพาะการนำไมกระถินณรงคมาใชประโยชน ดังนี้ 1. ไมแปรรูปสำหรับกอสรางบาน เชน ไมปูพื้น ไมปูผนัง หนาตาง ประตู ใชทำเปนเครื่องเรือน สำหรับกระถินณรงคมีอายุ 8 ป ขึ้นไป (ภาพที่ 18) หากกระถินณรงคที่มีอายุ 5 ป ขึ้นไป เหมาะตอการทำเฟอรนิเจอรและ พื้นปารเก กรณีกระถินณรงคอายุนอยกวา 5 ป สามารถทำเปนไมค้ำยัน สำหรับงานกอสรางตาง ๆ รวมถึงใชทำเปนเสาไมสำหรับโรงเรือนหรือที่พัก ชั่วคราว ทั้งนี้คุณลักษณะและคุณสมบัติของไมกระถินณรงคสำหรับการใช ประโยชนจากการศึกษาของสำนักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม แสดง ตามตารางที่ 7 2. เชื้อเพลิง กระถินณรงคใหเนื้อไมที่มีคุณสมบัติเหมาะที่จะใชทำ เปนเชื้อเพลิงไดดีมาก เมื่ออายุ 2 ป มีความถวงจำเพาะ 0.6-0.75 สามารถ ใหความรอนสูงที่ 4,800-4,900 แคลอรี่/กิโลกรัม คาพลังงานเทากับ 5.60 เมกะวัตต-ชั่วโมงตอลูกบาศกเมตร ติดไฟไดดี และมีควันนอย นอกจากนั้น ทอนไมที่มีขนาดใหญนำไปเผาถานจะไดถานที่มีคุณภาพดี เมื่อนำไปใชจะ ไมแตก มีควันนอย และติดไฟไดดี จึงเหมาะตอการปลูกเปนไมฟนเพื่อใช


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 22 สอยในครัวเรือนได (ภาพที่ 19) ในปจจุบันเริ่มมีการสงเสริมการปลูกเพื่อ เปนวัตถุดิบสำหรับโรงงานไฟฟาชีวมวลดวย ภาพที่ 18 บานที่สรางจากไมกระถินณรงคอายุ 6 ป ภาพที่ 19 ฟนและถานจากไมกระถินณรงค ที่มา : Tidso Morabird, https://www.youtube.com/watch?v=qG_QbJmRo80 ที่มา : Tidso Morabird, https://www.youtube.com/watch?v=oiGNUanINAU


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 23 ตารางที่ 7 คุณลักษณะและคุณสมบัติของไมกระถินณรงค สกายสมบัติ 1.ความหนาแนน (กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร) 790 2.การหดตัวดานรัศมี (รอยละ) 2.75-3.20 3.การหดตัวดานสมัผสั (รอยละ) 3.49-6.73 กลสมบัติ 1.แรงดัดสถติย ความแข็งแรง -มอดูลัสแตกราว (MOR, เมกะปาสคาล) 110 (แบบแหง) -มอดูลัสยืดหยุน (MOE, เมกะปาสคาล) 9,600 2.แรงอัดขนานเสี้ยน (เมกะปาสคาล) 67.4 3.แรงเฉือน (เมกะปาสคาล) 15 4.ความแข็ง (นิวตัน) 6,250 ความทนทานตามธรรมชาติ* ความทนทานสูง (8.86 ป) คุณสมบัติ การเลื่อย คอนขางยาก การใชงาน การไส ปานกลาง การเจาะ ปานกลาง การกลึง ปานกลาง การยึดเหนี่ยวตะปู ปานกลาง การขัดเงา ปานกลาง หมายเหตุ* โดยการทดสอบภายใตสภาวะธรรมชาติของดินฟาอากาศในแปลงทดลองกลางแจง ไมตวัอยางที่ปราศจากตำหนิขนาด 5x5x50 เซนติเมตร ความชื้นเฉลี่ยไมเกินรอยละ 20 และปกลงดิน 25 เซนติเมตร มี 4 ชั้น (พจน และคณะ, 2533) ไดแก 1.ความทนทานต่ำ (< 2 ป) 2. ความทนทานปานกลาง (2-6 ป) 3. ความทนทานสูง (6-10 ป) 4. ความทนทานสูงมาก (> 10 ป) ที่มา : สำนักวิจัยและพัฒนาการปา ไมกรมปาไม(2563)


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 24 3. เปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ เนื่องจากเยื่อมีความ เหนียวดีพอสมควร และมีคุณสมบัติของเยื่อกระดาษ แสดงตามตารางท่ี8 อยางไรก็ตามในประเทศไทยยังไมมีตลาดสำหรับนำกระถินณรงคไปใชทำ เยื่อเพื่ออุตสาหกรรมกระดาษ ตารางที่ 8 คุณสมบัติของเยื่อกระดาษของกระถินณรงคอายุ 13 ป ความหนาแนน (กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร) 516 Screened yield1/ (%) 53.1 Kappa number2/ 19.3 ผลิตภาพของเยื่อ (กิโลกรัม/ลูกบาศกเมตร) 274 หมายเหตุ1/ ผลผลิตเยื่อหลังรอน 2/ ใชสำหรบัการหาปริมาณของ ligninจะมีคาสูงเมื่อมีlignin มาก 4. สารแทนนิน เปลือกไมกระถินณรงคมีรสฝาดและมีจำนวน มาก ถูกนำมาใชในอุตสาหกรรมฟอกหนัง เปลือกของสวนลำตนและกิ่งไม ใชทำเปนฟนสำหรับใชในครัวเรือน 5. ปรับปรุงดิน กระถินณรงคเปนไมตระกูลถั่วชนิดหนึ่งที่มีใบ หนาแนน สามารถใชปกคลุมพื้นที่เพื่อปรับปรุงดิน ปองกันการกัดชะลาง ผิวหนาดินไดเปนอยางดี ใชปกคลุมวัชพืช การปลูกในพื้นที่ดินเค็ม ชวย ตรึงระดับน้ำเค็มใหอยูใตดิน ไมระเหยขึ้นมา


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 25 6. ใบของกระถินณรงคสามารถนำมาผลิตเปนปุยอินทรีย 7. กระถินณรงคปลูกเปนรมเงาเปนแนวกำบัง และใหความ สวยงามตามที่สาธารณะหรือแนวถนนไดดวย เนื่องจากกระถินณรงคมีเนื้อไมที่สวยงาม กำลังเปนที่นิยมปลูก ในตลาดออนไลนมีการขายกลาไมและเฟอรนิเจอรจากไมซึ่งกำหนดราคา ที่คอนขางสูง (ภาพที่ 19) ภาพที่ 20 กลาไมกระถินณรงคและเฟอรนิเจอรที่ระบุวาทำจากไม กระถินณรงคที่ประกาศขายในออนไลน


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 26 สำหรับกระถินลูกผสม เนื่องจากในปจจุบันกระถินลูกผสมที่นำไป ปลูกยังมีอายุนอย ทำใหผลการศกึษาดานคุณสมบัติตาง ๆ ยังมีไมเพียงพอ แตจากการที่กระถินลูกผสมมีสายพันธุมาจากกระถินณรงค และมีการ เติบโตที่ดีกวา จึงคาดวาคุณสมบัติตาง ๆ จะใกลเคยีงและสามารถนำไปใช ประโยชนไดเชนเดียวกับกระถินณรงค คำนิยม คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม ไดรับการสนับสนุนการจัดทำจากเครือขายการปลูกและการจัดการไม เศรษฐกิจโตเร็ว ไดรับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมสงเสริมและสนับสนุน การวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแหงชาติ คณะผูจัดทำ ขอขอบพระคุณภาพประกอบจากสื่อออนไลน และขอมูลและภาพที่ไดรับ ความอนุเคราะหจากศูนยวนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) จังหวัด นครราชสีมา สวนวนวัฒนวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม คณะผูจัดทำขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 27 บรรณานุกรม กรมวิชาการเกษตร. 2563. ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง ประกาศ โฆษณาคำขอจดทะเบียนพันธพุ ืชใหมตามพระราชบัญญัติ คุมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542. แหลงที่มา: https://www.doa.go.th/pvp/wp-ontent/uploads/2020/ 12/AnnoDOA_PublicNo.124.pdf ณัฐ วรยศ, ทรงเกียรติ เกียรติศิริโรจน, นคร ทิพยาวงศ, ณัฐนี วรยศ, ณัฐวุฒิ ดุษฎี, ชูรัตน ธารารัตน และอติพงศ นันทพันธุ. 2551. รายงานการ วิจัย การศึกษาความเปนไปไดในการผลิตไฟฟาระดับชุมชนโดยใช พลังงานจากไมโตเร็ว. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ, กรุงเทพฯ. บพิตร เกียรติวุฒินนท, พิทยา เพชรมาก และพงษศักดิ์สหุนาฬ.ุ2527. ผล ของความหนาแนนตอผลผลิตทางชีวภาพของสวนปาไมกระถินณรงค. น. 575-589. ใน การประชุมการปาไมประจำป 2527 เลมที่ 3 การ ปาไมเพื่อการพัฒนาชนบท. แหลงที่มา: https://forprod.forest.go.th/forprod/meetingforest/meeting 3.html พจน อนุวงศ, ถวิล ชลประเสริฐ, เสรี ทรัพยสาร, ธีระ วิณิน, วิโรจน ธีรธนาธร. 2533. ความทนทานตามธรรมชาติของไมบางชนิด. กองวิจัย ผลิตผลปา ไม, กรมปาไม, กรุงเทพฯ. 261 น. พืชเกษตร. 2559. กระถินณรงคและการปลูกกระถินณรงค. แหลงที่มา https://shorturl.at/blxE9, 5 กุมภาพันธ 2567.


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 28 มะลิวัลย หฤทัยธนาสันติ์, 2559. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ โครงการ “การ รวบรวมขอมูลการปลูกไมโตเรว็สำหรับจัดทำแผนที่นำทาง งานวิจัยการปลูกไมโตเร็วเพื่อพลังงาน”. สำนักงานกองทนุ สนับสนนุการวิจัยและการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย, กรุงเทพฯ. วนิดา อาจกลา. 2555. ศึกษาความเปนไปไดทางเศรษฐศาสตรของการปลูก ไมโตเร็ว กระถินลูกผสม และปจจัยที่มีผลตอการตัดสินใจยอมรับ การปลูก เพื่อใชในการผลิตกระแสไฟฟา. วิทยานพินธปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการทรัพยากร) โครงการสห วิทยาการระดบับัณฑิตศึกษา. มหาวิทยาลยัเกษตรศาสตร. วิฑูรย เหลืองวิริยะแสง. 2556. เอกสารเผยแพร เรื่อง การปรับปรุงพันธุไม เศรษฐกิจโตเร็วเพื่อเกษตรกรและชุมชน. สำนักวิจัยและพัฒนาการ ปาไม, กรมปาไม, กรุงเทพฯ. 32 น. ศูนยปฏิบัติการพืชเศรษฐกิจ. 2567. กระถินณรงค. แหลงที่มา https://www.dnp.go.th/EPAC/plant_economic/01krathinnarong. htm. 10 กุมภาพันธ 2567. ศูนยวิจัยปา ไมคณะวนศาสตร. ม.ป.ป. รายงานฉบับสมบูรณ การใช ประโยชนไมโตเร็วเพื่อเปนพลังงานทดแทนในการผลติกระแสไฟฟา และแกสหุงตม. ศูนยวิจัยปาไม คณะวนศาสตร รวมกับสถาบันคนควา และพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลยัเกษตรศาสตรสถานีพัฒนาที่ดินรอยเอ็ด กรมพัฒนาที่ดนิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ และองคการบริหารสวนตำบลอุดมทรัพย อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เสนอตอ สำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแหงชาติ, กรุงเทพฯ. 185 น.


คูมือ การปลูกและการจัดการกระถินณรงคและกระถินลูกผสม | 29 สำนักวิจัยและพัฒนาการปา ไมกรมปาไม. 2563. คุณลักษณะของไมไทย. โรงพิมพ หจก. ส.มงคลการพิมพ. 262 น. หิรัญ ขันทองคำ เรืองวุฒิ แจมวุฒิปรีชา และสุภพงศ แสงสันต. ม.ป.ป. ศักยภาพพลังงานชีวมวล.กลุมพัฒนาพลังงานชีวมวลและถานหิน (ไม โตเร็ว) สำนักพัฒนาพลงังาน 2 สำนักพัฒนาพลังงาน กรมพัฒนา พลังงานทดแทนและอนุรักษพลงังาน, กระทรวงพลังงาน, กรุงเทพฯ. อำนาจ จันทรครุฑ และสมศรี บุญเรือง. 2567. กระถินเทพา. แหลงที่มา : http://www.servicelink.doae.go.th/webpage/book%20PDF/cr op/c001.pdf. 9 กุมภาพันธ 2567. Clark, N.B., V. Balodis, F. Guigan and W. Jingzia. 1994. Pulp potential of Acacias. In Brown A.G., ed. Australian tree species research in China. ACIAR Proceeding No. 48, p196 – 202. Turnbull, J.W., S.J. Midgley, and C. Coassalter, 1998. Tropical acacias planted in Asia: an overview. ACIAR Proceedings No. 82: 14 – 28.


Click to View FlipBook Version