มหาชาติ
พระเวสสันดร
คำนำ
รายงานฉบับนี้เป็ นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 โดยมีจุดประสงค์ในการ
ศึกษาและรวบรวมวรรณคดี เรื่อง อิเหนา ตอน
ศึกกะหมังกุหนิง เพื่อให้ผู้อ่านได้ความรู้เเละรู้
ความหมายที่ถูกต้อง รวมถึงสามารถนำไปปรับ
ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
ผู้จัดทำได้ทำข้อมูลในเรื่อง มหาชาติ
พระเวสสันดร ในการทำรายงาน เนื่องจากเป็ น
เรื่องที่สนใจ และเห็นว่ามักมีผู้นำสำนวนไทยไปใช้
อย่างผิดความหมายบนสื่อสังคมออนไลน์ ผู้จัด
ทำต้องขอขอบคุณ ครูสุชาติ ที่ให้คำปรึกษา หวัง
ว่ารายงานฉบับนี้จะเป็ นประโยชน์ต่อผู้อ่าน
สารบัญ หน้า
เรื่อง 3
4
ผู้เเต่ง 5
ที่มาของเรื่อง 6
ลักษณะคำประพันธ์ 7 - 19
จุดประสงค์ 20
กัณฑ์ที่ ๑ ถึง ๑๓ 21 - 22
วิจารณ์ตัวละคร 23 - 24
คําศัพท์ที่ปรากฏ 25
ความรู้ประกอบเรื่อง 26
ข้อคิดจากเรื่อง 27
บรรณานุกรม
สมาชิกในกลุ่ม
ผู้เเต่ง
ผู้แต่งเรื่องมหาเวสสันดรชาดกคือ เจ้าพระยา พระคลัง นามเดิมว่า
หน เป็ นเสนาบดีจตุสดมภ์กรมท่า เดิม เป็ นหลวงสรวิชิต เคยตาม
เสด็จพระราชดําเนินราชการสงคราม ในสมัยรัชกาลที่ ๑ เมื่อครั้ง
หลวงสรวิชิตรับราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี มีความดีความชอบมาก
โดยเฉพาะฝี มือในการเรียบเรียงหนังสือ รัชกาลที่๑จึงโปรดเกล้าฯ
ให้ตั้งเป็ นพระยาพิพัฒโกษา
ต่อมาตําแหน่งเจ้าพระยาพระคลังว่างลง รัชกาลที่ ๑ จึงโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งพระยาพิพัฒโกษาขึ้นเป็ นเจ้าพระยา พระคลัง (หน) พระยา
พิพัฒโกษามีบุตรชาย ๒ คน คนหนึ่งเป็ น จินตกวี และอีกคนหนึ่ง
เป็ นครูพิณพาทย์ ส่วนบุตรหญิง คือ เจ้าจอมมารดานิ่ม เป็ นเจ้าจอม
มารดาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ราชาธิราช ผลงานการประพันธ์
ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กรมพระยาเดชาดิศรในรัชกาลที่๒
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อปี ฉลู พ.ศ. ๒๓๔๘
ในสมัยรัชกาลที่ ๑ หนังสือที่เจ้าพระยาพระคลัง (หน) แต่งที่สําคัญ
ได้แก่ มหาชาติกลอนเทศน์หรือเวสสันดรชาดก กัณฑ์กุมารและ
กัณฑ์มัทรี โดยทั้งสองกัณฑ์นี้นับได้ว่าแต่งได้ดีเยี่ยม ไม่มีสํานวนข
องผู้ใดสู้ได้ แม้สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
จะได้ทรงนิพนธ์ขึ้นอีก(สํานวนหนึ่งในภายหลัง ก็ยังเว้นกัณฑ์ทั้งสอง
นี้เพราะของเดิมดีเยี่ยมอยู่แล้ว
ที่มาของเรื่อง
ชาติที่ยิ่งใหญ่, การเกิดครั้งยิ่งใหญ่ หมายถึงการเกิด
ของพระเวสสันดรโพธิสัตว์ซึ่งเป็ นการเกิดเพื่อบำเพ็ญ
บารมีครั้งสุดท้ายก่อนที่จะได้ตรัสรู้เป็ นพระพุทธเจ้าใน
ชาติต่อมา
มหาชาติที่ได้ชื่อเช่นนี้ก็เพราะการเกิดครั้งสุดท้ายนี้พระ
เวสสันดรได้บำเพ็ญบารมีสำคัญคือทานบารมีซึ่งเป็ นการ
ทำให้บารมีอื่นสมบูรณ์ไปด้วย เปรียบเหมือนการประทับ
ตราในหนังสือสำคัญทำให้เกิดความสมบูรณ์ใช้บังคับตาม
กฎหมายได้ และในชาติสุดท้ายนี้ พระเวสสันดรได้
บำเพ็ญบารมีอื่น ๆ ครบทั้งสิบประการ จึงถือได้ว่า
เป็ นการเกิดครั้งสำคัญยิ่งใหญ่กว่าทุกชาติที่ผ่านมา
มหาชาติได้รับการประพันธ์เป็ นบทร้อยแก้วและบทร้อย
กรองแล้วนำไปเทศน์เป็ นทำนองมาตั้งแต่สมัยโบราณ
เรียกการเทศน์เช่นนี้ว่า เทศน์มหาชาติ เรียกเต็มว่า เทศน์
มหาชาติเรื่องเวสสันดรชาดก
ลักษณะคำประพันธ์
มหาเวสสันดรชาดกเป็ นมหาชาติกลอนเทศน์ มี
ลักษณะคำประพันธ์เป็ นร่ายยาวที่มีคาถาบาลีนำ
ร่ายยาว บทหนึ่งไม่จำกัดจำนวนวรรค แต่ที่
นิยมคือตั้งแต่ ๕ วรรคขึ้นไป และแต่ละวรรคก็ไม่
จำกัดจำนวนคำเช่นกัน แต่ไม่ควรน้อยกว่า ๕ คำ ซึ่ง
คำสุดท้ายของวรรคหน้าจะส่งสัมผัสไปวรรคหลังคำ
ใดก้ได้ แต่เว้นคำสุดท้ายของวรรคอาจจบลงด้วย “คำ
สร้อย” (คำสร้อย เช่น ฉะนี้ ดังนี้ นั้นเกิด นั้นแล แล้ว
แล ด้วยประการฉะนี้ เป็ นต้น)
แผนผังและตัวอย่างร่ายยาว
จุดประสงค์
เพื่อใช้เทศน์ให้ประชาชนฟั ง มหาเสสันดรชาดก แต่ง
ขึ้นเพื่อใช้เทศน์มหาชาติ เนื่องจากร่ายยาวหมาเสสัน
ดรชาดกเป็ นชาดกเรื่องใหญ่ที่สุด เป็ นชาติที่พระ
โพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็ นพระเสสันดรซึ่งเป็ นพระชาติ
สุดท้ายก่อนจะประสูติเป็ นเจ้าชายสิทธัตถะ แล้วเสด็จ
ออกผนวชกระทั่งได้ตรัสรู้เป็ นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เป็ นเรื่องราวในพระชาติที่เป็ นพระเวสสันดรได้ทรง
บำเพ็ญทศบารมี ครบทั้ง ๑๐ ประการ โดนเฉพาะอย่าง
ยิ่ง ทานบารมี ซึ่งทรงบริจาคบุตรทารทาน คือ บริจาค
พระชาลี พระกัณหา และพระนางมัทรี จึงเป็ นชาติที่
สำคัญและยิ่งใหญ่ เรียกว่า “มหาชาติ” หรือ “มหาเส
สันดรชาดก”
กัณฑ์ที่ ๑
กัณฑ์ทศพร
กัณฑ์ ทศพร เป็ นกัณฑ์ที่
พระอินทร์ประสาทพรแก่
พระนางผุสดี ก่อนที่จะจุติลงมาเป็ นพระราชมารดา
ของพระเวสสันดร ภาคสวรรค์ พระนางผุสดีเทพ
อัปสรสิ้นบุญท้าวสักกะเทวราช สวามีทรงทราบจึงพา
ไปประทับยังสวนนันทวันในเทวโลก พร้อมให้พร 10
ประการ คือ
1. ให้ได้อยู่ในปราสาทของพระเจ้าสิริราชแห่งนครสีพี
2. ขอให้มีจักษุดำดุจนัยน์ตาลูกเนื้อ
3. ขอให้มีคิ้วดำสนิท
4. ขอให้พระนามว่าผุสดี
5. ขอให้มีโอรสที่ทรงเกียรติยศเหนือ กษัตริย์ทังหลายและมี
ใจบุญ
6. ขอให้มีครรภ์ที่ผิดไปจากสตรีสามัญ คือแบนราบในเวลา
ทรงครรภ์
7. ขอให้มีถันงามอย่ารู้ดำและหย่อนยาน
8. ขอให้มีเกศาดำสนิท
9. ขอให้มีผิวงาม
10. ขอให้มีอำนาจปลดปล่อยนักโทษได้
ข้อคิด
การทำบุญจักให้สำเร็จสมประสงค์ต้องอธิษฐานจิตตั้ง เป้ า
หมายชีวิตที่ตนปรารถนาไว้
กัณฑ์ที่ ๒
กัณฑ์ทานกัณฑ์
กัณฑ์ หิมพานต์ เป็น กัณฑ์ที่พระเวสสันดร
ทรงแจกมหาสัตสดกทาน คือ การแจกทาน
ครั้งยิ่งใหญ่ ก่อนที่พระเวสสันดรพร้อมด้วย
พระนางมัทรี ชาลีและกัณหาออกจาก
พระนคร จึงทูลขอพระราชทานโอกาส
บำเพ็ญมหาสัตสดกทาน คือ การให้ทาน
ครั้งยิ่งใหญ่ อันได้แก่ ช้าง ม้า โคนม นารี
ทาสี ทาสา สรรพวัตถาภรณ์ต่างๆ รวมทั้ง
สุราบานอย่างละ 700
ข้อคิด
โลกต้องการผู้เสียสละมิฉะนั้นหายนะจะบังเกิด
กัณฑ์ที่ ๓
กัณฑ์ทานกัณฑ์
พระเวสสันดรพร้อมด้วยพระนางมัทรี ชาลี
และกัณหาออกจากพระนคร จึงทูลขอ
พระราชทานโอกาสบำเพ็ญ
มหาสัตสดกทาน คือ การให้ทานครั้งยิ่งใหญ่
อันได้แก่ ช้าง ม้า โคนม นารี ทาสี ทาสา
สรรพวัตฤาภรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งสุราอย่างละ
๗oo
ข้อคิด
เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม
พึงยอมเสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว
กัณฑ์ที่ ๔
กัณฑ์วนประเวศน์
กัณฑ์ วนประเวศน์ เป็ น กัณฑ์ที่สี่กษัตริย์
เดินดงบ่ายพระพักตร์สู่เขาวงกต เมื่อเดิน
ทางถึงนครเจตราชทั้งสี่กษัตริย์จึงแวะเข้า
ประทับพักหน้าศาลาพระนคร กษัตริย์ผู้
ครองนครเจตราชจึงทูลเสด็จครองเมือง
แต่พระเวสสันดรทรง
ปฎิเสธ และเมื่อเสด็จถึงเขาวงกตได้พบ
ศาลาอาศรมซึ่งท้าววิษณุกรรมเนรมิต
ตามพระบัญชา ของท้าวสักกะเทวราช
กษัตริย์ทั้งสี่จึงทรงผนวชเป็ นฤๅษีพำนักใน
อาศรมสืบมา
ข้อคิด
ผลดีของมิตรแท้ คือ ไม่ทอดทิ้งในยามเพื่อนทุกข์ ช่วย
อุ้มชูยามเพื่อนอ่อนล้า ช่วยฉุดดึงยามเพื่อนตกต่ำ
กัณฑ์ที่ ๕
กัณฑ์ชูชก
กัณฑ์ ชูชก เป็ น กัณฑ์ที่ชู
ชกได้นางอมิตดามาเป็ น
ภรรยา และหมายจะได้โอรสและธิดาพระ
เวสสันดรมาเป็ นทาส ในแคว้นกาลิงคะมี
พราหมณ์แก่ชื่อชูชก พำนักในบ้านทุนวิฐะ เที่ยว
ขอทานตามเมืองต่างๆ เมื่อได้เงินถึง 100
กหาปณะ จึงนำไปฝากไว้กับพราหมณ์ผัวเมีย แต่
ได้นำเงินไปใช้เป็ นการส่วนตัว เมื่อชูชกมาท
วงเงินคืนจึงยกนางอมิตดาลูกสาวให้แก่ชูชก นา
งอมิตดาเมื่อมาอยู่ร่วมกับชูชก ได้ทำหน้าที่ของ
ภรรยาที่ดี ทำให้ชายในหมู่บ้านเปรียบเทียบกับ
ภรรยาตน หญิงในหมู่บ้านจึงเกลียดชังและรุม
ทำร้ายทุบตี นางอมิตดา ชูชกจึงเดินทางไปทูลขอ
กัณหาชาลีเพื่อเป็ นทาสรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึง
เขาวงกตก็ถูกขัดขวางจากพรามเจตบุตรผู้รักษา
ประตูป่ า
ข้อคิด
ของที่รักและหวงแหน ที่โบราณห้ามฝากผู้อื่นไว้คือ เงิน
ม้า เมีย ยิ่งน้องเมียห้ามฝากเด็ดขาด อันตรายมาก
กัณฑ์ที่ ๖
กัณฑ์จุลพน
กัณฑ์ จุลพน เป็น กัณฑ์ที่พรานเจตบุตร
หลงกลชูชก และชี้ทางสู่อาศรมจุตดาบส
ชูชกได้ชูกลักพริกขิงแก่พรานเจตบุตร
อ้างว่าเป็นพระราชสาสน์ของพระเจ้ากรุง
สญ ชัย จึงได้พาไปยังต้นทางที่จะไป
อาศรมฤๅษี
ข้อคิด
คนโง่ย่อมเป็ นเหยื่อของคนฉลาด
กัณฑ์ที่ ๗
กัณฑ์มหาพน
กัณฑ์ มหาพน เป็น ก
ัณฑ์ป่าใหญ่ ชู
ชกหลอกล่ออจุตฤๅษีให้บอกทางสู่
อาศรมพระเวสสันดรแล้วก็รอนแรม
เดินไพรไปหา เมื่อถึงอาศรมฤๅษี ชูชก
ได้พบกับอจุตฤๅษี ชูชกใช้คารมหลอก
ล่อจนอจุตฤๅษีจึงให้ที่พักหนึ่งคืนและ
บอกเส้นทางไปยังอาศรม พระ
เวสสันดร
ข้อคิด
ฉลาดแต่ขาดเฉลียว มีปั ญญาแต่ขาดสติ
ก็เสียทีพลาดท่าได้
กัณฑ์ที่ ๘
กัณฑ์กุมาร
กัณฑ์ กุมาร เป็น
กัณฑ์ที่พระ
เวสสันดรทรงให้ทานสองโอรสแก่
เฒ่าชูชก พระนางมัทรีฝันร้าย
เหมือนบอกเหตุแห่งการพลัดพราก
รุ่งเช้าเมื่อนางมัทรีเข้าป่าหาอาหาร
แล้ว ชูชกจึงเข้าเฝ้าทูลขอสอง
กุมาร สองกุมารจึงพากันลงไป
ซ่อนตัวอยู่ที่สระ พระเวสสันดรจึง
ลงเสด็จติดตามสองกุมาร แล้วจึง
มอบให้แก่ชูชก
ข้อคิด
การเป็ นผู้รู้จักกาลเทศะ เป็ นบันไดสู่ความสมหวัง
กัณฑ์ที่ ๙
กัณฑ์มัทรี
กัณฑ์ มัทรี เป็น กัณฑ์ที่
พระนางมัทรีทรงได้ตัด
ความห่วงหาอาลัยในสายเลือด อนุโมทนาทาน
โอรสทั้งสองแก่ชูชก พระนางมัทรีเดินเข้าไปหา
ผลไม้ในป่าลึก จนคล้อยเย็นจึงเดินทางกลับ
อาศรม แต่มีเทวดาแปลงกายเป็นเสือนอนขวาง
ทาง จนค่ำเมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบโอรส พระ
เวสสันดรได้กล่าวว่านางนอกใจ จึงออกเที่ยวหา
โอรสและกลับมาสิ้นสติต่อเบื้องพระพักตร์
พระองค์ทรงตกพระทัยลืมตนว่าเป็นดาบสจึง
ทรงเข้าอุ้มพระนางมัทรีและทรงกันแสง เมื่อ
พระนางมัทรีฟื้ นจึงถวายบังคมประทานโทษ
พระเวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทาน
โอรสแก่ชูชกแล้ว หากชีวิตไม่สิ้นคงจะได้พบ
นางจึงได้ทรงอนุโมทนา
ข้อคิด
ลูกกตัญญู ชาวโลกอนุโมทนา เทวดาชื่นชม พรหมก็
สรรเสริญ
กัณฑ์ที่ ๑๐
กัณฑ์สักกบรรพ
กัณฑ์ สักกบรรพ เป็น ก
ัณฑ์ที่พระอินทร์จำแลง
กายเป็น พราหมณ์มาขอพระนางมัทรี แล้ว
ถวายคืนพร้อมถวายพระพร 8 ประการท้าว
สักกะเทวราชเสด็จแปลงเป็นพราหมณ์เพื่อทูล
ขอนางมัทรี พระเวสสันดรจึงพระราชทานให้
พระนางมัทรีก็ยินดีอนุโมทนาเพื่อร่วมทานบารมี
ให้สำเร็จพระสัมโพธิญาณ เป็นเหตุให้เกิดแผ่น
ดินไหวสะท้าน ท้าวสักกะเทวราชในร่าง
พราหมณ์จึงฝากนางมัทรีไว้ยังไม่รับไป ตรัส
บอกความจริงและถวายคืนพร้อมถวายพระพร
8 ประการ
ข้อคิด
การทำดีแม้ไม่มีคนเห็น ก็เป็ นความดีอยู่วันยังค่ำ ดุจ
ทองคำแม้จะอยู่ในตู้โชว์
กัณฑ์ที่ ๑๑
กัณฑ์มหาราช
กัณฑ์ มหาราช เป็น กัณฑ์ท
ี่เทพเจ้าจำแลงองค์ทำนุ
บำรุง ขวัญสองกุมารก่อนเสด็จนิวัติถึงมหานคร สีพี
เมื่อเดินทางผ่านป่าใหญ่ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่โคน
ต้นไม้ ส่วนตนเองปีนขึ้นไปนอนต้นไม้ เหล่าเทพเทวดา
จึงแปลงร่างลงมาปกป้องสองกุมาร จนเดินทางถึง
กรุงสีพี พระเจ้ากรุงสีพีเกิดนิมิตฝันตามคำทำนายยัง
ความปีติปราโมทย์ เมื่อเสด็จลงหน้าลานหลวงตอนรุ่ง
เช้าทอดพระเนตรเห็นชูชกพากุมารน้อยสององค์ ทรง
ทราบความจริงจึงพระราชทานค่าไถ่คืน ต่อมาชูชกก็
ดับชีพตักษัยด้วยเพราะเดโชธาตุไม่ย่อย ชาลีจึงได้ทูล
ขอให้ไปรับพระบิดาพระมารดานิวัติพระนคร ในขณะ
เดียวกันเจ้านครลิงคะได้โปรดคืนช้างปัจจัยนาคแก่
นครสีพี
ข้อคิด
คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ย่อมได้รับความปกป้ อง
คุ้มครองภัยในที่ทุกสถาน
กัณฑ์ที่ ๑๒
กัณฑ์ฉกษัตริย์
กัณฑ์ ฉกษัตริย์ เป็น กัณ
ฑ์ที่ทั้งหกกษัตริย์ถึง
วิสัญญี ภาพสลบลงเมื่อได้พบหน้า ณ อาศรม
ดาบสที่เขาวงกตพระ เจ้ากรุงสญชัยใช้เวลา 1
เดือน กับ 23 วันจึงเดินทางถึงเขาวงกต เสียงโห่
ร้องของทหารทั้ง ๔ เหล่า พระเวสสันดรทรงคิด
ว่าเป็นข้าศึกมารบนครสีพี จึงชวนพระนางมัทรี
ขึ้นไปแอบดูที่ยอดเขา พระนางมัทรีทรงมองเห็น
กองทัพพระราชบิดาจึงได้ตรัสทูลพระเวสสันดร
และเมื่อหก กษัตริย์ได้พบหน้ากันทรงกันแสงสุด
ประมาณ รวมทั้งทหารเหล่าทัพ ทำให้ป่าใหญ่
สนั่นครั่นครืนท้าวสักกะเทวราชจึงได้ทรงบันดาล
ให้ฝนตกประพรมหก กษัตริย์และทวยหาญได้
หายเศร้าโศก
ข้อคิด
การให้อภัยเป็ นเพราะได้สำนึกเป็ นเหตุให้ลบรอยร้าวฉาน
บันดาลสันติสุขแก่ส่วนรวม
กัณฑ์ที่ ๑๓
กัณฑ์นครกัณฑ์
กัณฑ์ นครกัณฑ์ เป็น กัณฑ
์ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธา
เสด็จนิวัติพระนคร พระเวสสันดรขึ้นครองราชย์แทน
พระราชบิดาพระเจ้ากรุงสญชัยตรัสสารภาพผิด พระ
เวสสันดรจึงทรงลาผนวชพร้อมทั้งพระนางมัทรี และ
เสด็จกลับสู่สีพีนคร เมื่อเสด็จถึงจึงรับสั่งให้ชาวเมือง
ปล่อยสัตว์ที่กักขัง ครั้นยามราตรีพระเวสสันดรทรง
ปริวิตกว่า รุ่งเช้าประชาชนจะแตกตื่นมารับบริจาค
ทาน พระองค์จะประทานสิ่งใดแก่ประชาชน ท้าวโก
สีห์ได้ทราบจึงบันดาลให้มีฝนแก้ว 7 ประการ ตกลง
มาในนครสีพีสูงถึงหน้าแข้ง พระเวสสันดรจึงทรง
ประกาศให้ประชาชนขนเอาไปตามปรารถนา ที่เหลือ
ให้ขนเข้าพระคลังหลวง ในกาลต่อมาพระเวสสันดร
เถลิงราชสมบัติปกครองนครสีพีโดยทศพิธราชธรรม
บ้านเมือง ร่มเย็นเป็นสุขตลอดพระชนมายุ
ข้อคิด
การทำความดี ย่อมได้รับผลดีตอบแทน
วิจารณ์ตัวละคร
พระเจ้าสญชัย - พระนางผุสดี
พระเจ้ากรุงสัญชัย-พระนางผุสดี เป็ นแบบอย่างของนักปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็ นประมุข ฟั งเสียง
ประชาชนส่วนใหญ่ รู้จักผ่อนผันเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ไม่เว้น
แก่พวกพ้อง แม้จะเป็ นพระโอรสก็ตาม
พระเวสสันดร
เป็ นแบบอย่างของผู้เสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของ
ส่วนรวม มุ่งบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชนเป็ นที่ตั้ง ยอมเสีย
สละความสุขส่วนพระองค์ แม้จะทุกข์ก็ไม่หวั่น เป็ นแบบอย่างของ
บุคคลผู้ไม่ยึดติดอำนาจวาสนา รู้ซึ้งถึงโลกธรรมที่ว่า "ยามมียศ
เขาก็ยก ยามต่ำตกเขาก็หยาม" หาได้หวั่นไหวหรือล้มเลิกบำเพ็ญ
บารมีไม่
พระนางมัทรี
เป็ นแม่แบบของภรรยาผู้มีลักษณะเป็ นกัลยาณมิตรของสามี
สนับสนุนเป้ าหมายชีวิตอันประเสริฐที่สามีได้ตั้งไว้ และยังเป็ น
แบบอย่างของภรรยาตามทัศนะของคนตะวันออก เช่น ปฏิบัติ
ดูแลเรื่องข้าวปลาอาหาร เป็ นต้น ทรงคุณธรรมสำคัญ คือ
"ซื่อตรง จงรัก หนักแน่น"
พระชาลี - พระนางกัณหา
เป็ นแบบอย่างของลูกที่เชื่อฟั งพ่อแม่ เข้าใจในเจตนาแห่งการ
ประพฤติธรรม เพื่อประโยชน์ของคนหมู่มากของพ่อคือพระ
เวสสันดร
คําศัพท์ที่ปรากฏ
คำศัพท์ คำอธิบายศัพท์
เหตุร้าย
กระลี ซากศพ
กเลวระ
นักบวช
ชี เดือดเต็มที่ หมายถึง โกรธจัด
เต็มเดือด
ป่ า
เถื่อน
ทรามคะนอง กำลังคะนอง หมายถึง กำลังซน
ทุเรศ ไกล ในความว่า “จากบุรีทุเรศมา”
พิลาป ร้องไห้ ครํ่าครวญ
ลุกขึ้น
อุฏฐาการ
พาฬมฤคา สัตว์ร้าย สัตว์ที่กินสัตว์อื่นเป็ น
อาหาร
มัจฉริยธรรม
ความตระหนี่
คําศัพท์ที่ปรากฏ
คำศัพท์ คำอธิบายศัพท์
ข่าว
ยุยบุบลลสสาราร
พพร้าร้า มีดขนาดใหญ่
อิอนินททรียรี์ย์ ร่างกายและจิตใจ
อัอสัสนีนี สายฟ้ าหมายถึงฟ้ าผ่า
สุสรุารลาัลยัย ที่อยู่ของเทวดา
สสมมปปฤฤๅดๅีดี สวรรค์
ความรู้สึกตัว
วิสวิัสญัญญีญภีภาพาพ หมดความรู้สึกสิ้นสติอาการที่
วาวยายนนมม ไม่รู้สึกตัว
มัมจัจฉฉริยริยะะ หย่านมอดนมหยุดกินนมแม่(ใช้
กับเด็ก)
ความตระหนี่
ความรู้ประกอบเรื่อง
พระเวสสันดร เป็ นพระโอรสของพระเจ้ากรุงสญชัย และพระนางผุ
สดีแห่งเมืองสีพี มี อุปนิสัยและพฤติกรรมที่สําคัญคือ การบริจาค
ทาน
พระนางมัทรี เป็ นพระมารดาของ กันหา ชาลี มีอุปนิสัยที่สาคัญคือ
รักลูกรักสามี คอยดูแลพระเวสสันดรและลูก
พระกัณหา เป็ นพระธิดา ของพระเวสสันดรและพระนางมัทรี และ
เป็ นคนที่ทำให้พรเวสสันดรได้บำเพ็ญบุตรทานบารมี
พระชาลี เป็ นพระ เชษฐาของพระกัณหา เมื่อเวลา ประสูติพระ
ประยูรญาติได้ทรงนา ตาข่ายทองมารองรับ จึงได้รับ พระราชทาน
นามว่า ชาลี แปลว่า ผู้มีตาข่าย
ชูชก ตระหนี่เหนียวแน่น ขอทานได้มากเท่าไรก็เก็บไว้ไม่ยอมนาไปใช้
จ่าย มีลักษณะนิสัย โลภ ฉลาดแกมโกง เป็ นคน มีเล่ห์เหลี่ยม และ
หลงเมียมาก
พระนางผุสดี จุติจากสวรรค์ กำเนิดเป็ นพระราชธิดาของพระเจ้ามัท
ทราช เมื่อโตขึ้นได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้ากรุงสญชัย และเป็ น
พระมารดาของพระเวสสันดร
พระเจ้ากรุงสญชัย พระองค์ทรงเป็ นกษัตริย์ท่ีเห็นแก่ประโยชน์ของ
บ้านเมืองมากกว่าประโยชน์ส่วนพระองค์เอง และยังได้ทรงไถ่
ตัวพระชาลีและพระกัณหาคืนจากชูชกด้วย
ฝนโบกขรพรรษ
๑. น้ำฝนนี้มีสีแดงดังเท้านกพิราบ หลั่งไหลเสียงสนั่นเหมือน
เสียงสายฝนธรรมดา
๒. ถ้าผู้ใดปรารถนาจะให้เปี ยกจึงจะเปี ยก หากมิได้ปรารถนา
แม้แต่เม็ดหนึ่งก็มิได้เปี ยก
๓. เมื่อถูกกายแล้วจะหล่นสู่พื้นดินเสมือนหยาดน้ำที่ตกลงสู่
ใบบัวแล้วกลิ้งตกลงไป
๔. ไม่เจิ่งนองพื้นดิน เมื่อตกลงแล้วก็ซึมหายไปในแผ่นดิน
ทศชาติ
มหานิบาตชาดก ทศชาติชาดก หรือ พระเจ้าสิบชาติ เป็ น
ชาดก ที่สำคัญ กล่าวถึงการบำเพ็ญ บารมี ใน 10 ชาติสุดท้าย
ของพระโพธิสัตว์ ก่อนจะเสวยพระชาติมาเกิดเป็ น พระโคตม
พุทธเจ้า หรือเจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยวงศ์ ชาดกทั้ง 10
เรื่อง เพื่อให้จำง่าย มักนิยมท่องโดยใช้พยางค์แรกของแต่ละ
ชาติ คือ เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว ซึ่งเรียกว่า คาถาหัวใจ
ทศชาติ หรือ คาถาหัวใจพระเจ้าสิบชาติ
ข้อคิดจากเรื่อง
๑. ฉลาดแต่ขาดเฉลียว มีปั ญญาแต่ขาดสติก็เสียที
พลาดท่าได้
๒. ความรักของแม่ที่มีต่อลูกอย่างสุดชีวิต
๓. การเป็ นคู่สามีภรรยาที่ดี การเสียสละ เป็ นคุณธรรม
ที่น่า ยกย่อง และการบริจาคทาน
เป็ นการกระทาที่สมควรได้รับการอนุโมทนา
๔. การทำความดี ย่อมได้รับผลดีตอบแทน
๕. พ่อแม่ทุกคนรักลูกเหมือนกัน แต่เป็ นห่วงไม่เท่ากัน
บรรณานุกรม
https://sites.google.com/site/mhawessandr/1-
1
https://wutthichai28973.blogspot.com/2014/0
2/blog-post.html
https://www.bing.com/search?
q=%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b
8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0
%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80
%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%
b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a3+%e0%
b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e
0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88
+%e0%b9%91&FORM=HDRSC1
https://www.xn--o3ce8b8evc.com/aano1/
https://sites.google.com/site/mhawessandr/ho
me/reuxng-mha-wessandr
https://anyflip.com/pwvsj/kiwc/basic
https://testmahachat.blogspot.com/2015/07/bl
og-post_28.html
https://www.bing.com/search?q=มหาชาติพระ
เวสสันดร&qs=n&form=QBRE&sp=-1&pq=มหาชาติ
สมาชิกในกลุ่ม
นายกฤษวัฒน์ ชูรัตน์ เลขที่4
นายณพกร แจ่มจิรารักษ์ เลขที่ 6
นายสิทธินนท์ อร่ามศรี เลขที่5
นายยศพร สินสืบผล เลขที่9
ผลงานนี้เป็ นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้รายวิชา ท๓๑๑๐๒
ภาษาไทย ๒ เสนอ ครูสุชาติ พิบูลวรศักดิ์ ครูประจำวิชา