4.2 หลกั การเกบ็ สารเคมแี ละวัตถอุ นั ตรายนอกอาคาร
การเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายนอกอาคาร ต้องมีการจัดเตรียม
เข่อื นปอ้ งกนั เช่นเดยี วกับการเก็บสารเคมีในอาคาร และต้องมีหลังคาป้องกัน
แสงแดดและฝนดว้ ย
ข้อพิจารณาเพ่ิมเติมจากการเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายนอก
อาคาร
สารเคมีและวัตถุอันตรายท่ีเก็บนอกอาคาร โดยเฉพะในประเทศที่มี
อากาศร้อนต้องคานงึ ถงึ การเสื่อมสภาพ เนื่องจากการสัมผัสกับอุณหภูมิท่ีสูง
จึงต้องระมัดระวังในการเลือกวิธีเก็บโดยอาศัยข้อมูลความปลอดภัย MSDS
ช่วยในการพิจารณาเพื่อเป็นการป้องกันการปนเป้ือนสารเคมีและวัตถุอันตราย
ลงสู่ดนิ และแหลง่ นา้ บริเวณทเี่ ก็บต้องปูพ้ืนด้วยวัสดุที่ทนต่อน้าและความร้อน
ไม่ควรใช้ยางมะตอยเพราะจะหลอมตัวได้ง่าย เม่ืออากาศร้อนบริเวณท่ีเป็น
เข่ือนกั้น ต้องติดตั้งระบบควบคุมการระบายน้าด้วยประตูน้า สารเคมีและ
วัตถอุ ันตรายที่เกบ็ ต้องตรวจสอบการรั่วไหลอย่างสม่าเสมอเพื่อมิให้ปนเปื้อน
ลงสรู่ ะบบระบายน้า สารเคมีและวัตถอุ ันตรายทเ่ี ก็บในถงั 200 ลิตร และไม่ไว
ต่อความร้อน อาจเก็บไว้ในที่โล่ง แจ้งได้ แต่จะต้องมีระบบป้องกันการร่ัวไหล
ของสารเคมีและวัตถอุ นั ตรายเช่นเดียวกบั ที่เก็บในอาคาร แนะนาให้เก็บสารเคมี
และวัตถุอันตรายในถังกลม ในลักษณะตั้งตรงบนแผ่นรองสินค้า ถังที่เก็บใน
แต่ละแบบจะต้องมพี ้นื ทว่ี า่ งเพียงพอเพื่อการดับเพลิง สารเคมีและวัตถุอันตราย
ที่เป็นของเหลวไวไฟสูง แก๊ส หรือคลอรีนเหลว ควรใหเ้ กบ็ นอกอาคาร
คู่มอื การบริหารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 39
รูปที่ 12 การจดั เกบ็ สารเคมภี ายนอกอาคาร
5.5. มมาาตตรรกกาารรปปอ้ ้องงกกันนั
5.1 การบริหารจัดการเกยี่ วกับสารเคมี
การบริหารจัดการเก่ียวกับสารเคมีเป็นประเด็นทีสาคัญอย่างยิ่งใน
ระบบการจดั การ
5.1.1 การปฏบิ ตั ิงานในอาคารเก็บสารเคมแี ละวตั ถุอนั ตราย
การปฏิบัติงานใดๆ ในอาคารเก็บสารเคมีและวัตถุอันตราย
ต้องได้รับการดูแลและควบคุมอย่างใกล้ชิดจากผู้ท่ีได้รับการอบรม และมี
ประสบการณ์ในการจัดการเก่ียวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย โดยมีการ
กาหนดขอบเขตและแนวทางการรับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน ซึ่งผู้ปฏิบัติงานมี
ความเข้าใจเป็นอย่างดี วิธีการทางานในอาคารเก็บต้องยึดหลักการเข้าก่อน-
ออกก่อน (firstin-firstout) เพ่ือลดความเสี่ยงที่เกิดจากการเล่ือมสภาพหรือ
การถกู ทาลาย หรือความเสียหายของสารเคมีและวัตถุอันตราย ภาชนะบรรจุ
หีบห่อ ฉลาก หรือเครื่องหมาย สัญลักษณ์ต่างๆ ต้องจัดเตรียมข้อแนะนาต่างๆ
ให้พร้อมสาหรับผู้ปฏิบัติงานในอาคารเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายในเร่ือง
ตอ่ ไปน้ี
คู่มอื การบรหิ ารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 40
- คาแนะนาในการทางานเพ่ือความปลอดภัยและความ
ถูกต้องเก่ยี วกบั อุปกรณ์ และวิธีการเก็บ
- ต้องมีข้อมูลความปลอดภัย MSDS สาหรับสารเคมีและ
วตั ถอุ นั ตรายทกุ ชนดิ ทเี่ ก็บไว้
- คาแนะนาและวิธีการปฏิบัติงาน เพ่ือสุขภาพอนามัยและ
ความปลอดภยั ทด่ี ี
- คาแนะนาและวธิ กี ารปฏิบตั ิงาน เมือ่ เกิดเหตฉุ ุกเฉนิ
5.1.2 วิธกี ารรบั ขนถ่าย และการส่งสารเคมแี ละวตั ถอุ ันตราย
เม่ือสารเคมีและวัตถุอันตรายส่งมาถึงอาคารเก็บสารเคมีและ
วัตถุอันตรายต้องถูกจัดประเภทโดยพิจารณาจากใบขนสินค้า (bill of lading)
และฉลากข้อมูลความปลอดภัย MSDS ท่ีได้จัดเตรียมโดยผู้ขายสารเคมี
และวัตถุอันตรายต่างๆ ที่จะเก็บเข้าในอาคารเก็บ ต้องได้รับการตรวจสอบ
คุณลักษณะจากข้อมูลทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ถ้าสารเคมีและวัตถุ
อนั ตรายนน้ั หรอื ภาชนะบรรจหุ ีบหอ่ อย่ใู นสภาพไม่ดี หรือด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม
ท่ีปรากฏถึงอันตรายท่ีอาจเกิดขึ้น ต้องเข้าดาเนินการจัดการอย่างเหมาะสม
ทันที
คู่มอื การบริหารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 41
5.1.3 แผนผังการเก็บสารเคมีและวตั ถุอันตราย
ต้องมพี ้นื ที่วา่ งเหลอื ไวโ้ ดยรอบระหว่างผนงั อาคารกบั กองสารเคมี
และวัตถุอันตรายที่เก็บ และระหว่างกองสารเคมีแต่ละชนิดที่เก็บ เพื่อให้
การตรวจสอบสภาพได้สะดวก มีการถ่ายเทอากาศที่ดี เพ่ือการผจญเพลิง
และจัดการกับสารเคมีและวัตถุอันตรายท่ีหกร่ัวไหลต้องจัดเรียงสารเคมีและ
วัตถุอันตรายไว้ในสภาพที่ไม่กีดขวางการทางานของรถโฟล์คลิฟท์ และการ
ขนยา้ ยสารเคมแี ละวัตถอุ ันตราย รวมทง้ั การใชอ้ ปุ กรณฉ์ กุ เฉิน ทางเดินแคบๆ
หรือพ้ืนที่ที่แออัด จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายต่อกองสารเคมี
และวตั ถุอนั ตรายไดท้ างเดนิ ประตเู ขา้ -ออก และทางวิ่งของรถโฟล์คลิฟท์ต้องมี
เครอ่ื งหมายแสดงทิศทางและแนวทางเห็นได้อย่างชัดเจนบนพ้ืน และต้องไม่มี
สง่ิ กดี ขวางเพ่ือป้องกันอันตรายต่อคนเดินการจัดเรียงสารเคมีและวัตถุอันตราย
ไม่ควรสูงเกิน 3 เมตร ยกเว้นกรณีการจัดเก็บที่มีชั้นวางเพื่อป้องกันการรับ
น้าหนักท่ีมากเกินไป และเพื่อให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงพอไม่โค่นล้มลง
การจดั เรียงสารเคมีและวัตถุอันตรายสูงๆ โดยไม่มีช้ันวาง จะทาให้เกิดความ
เสียหายต่อสารเคมีและวัตถุอันตรายที่เก็บอยู่ช้ันล่างภาชนะหีบห่อบรรจุ
สารเคมีและวัตถุอันตรายที่มีคุณสมบัติคงทนรับน้าหนักได้ สามารถจัดเรียง
เป็นชั้นสูงๆ แต่ต้องทาเครื่องหมายพิเศษแสดงให้ทราบถึงความสูงในการ
จัดเกบ็ สูงสุดไว้ด้วย ต้องเอาใจใส่เป็นพเิ ศษต่อเคร่อื งหมาย “ด้านนี้อยู่ด้านบน”
บนภาชนะหีบห่อ ถ้าไม่มีเครื่องหมายแสดงต้องแน่ใจว่าภาชนะหีบห่ออยู่ใน
ตาแหน่งที่ฝาปิดอยู่ด้านบนในการจัดเรียงสารเคมีและวัตถุอันตรายท่ีเก็บใน
แต่ละส่วนของอาคารโดยการ
- กาหนดหมายเลขของแตล่ ะพ้ืนที่
คมู่ ือ การบริหารและการจัดการสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 42
- แสดงตาแหน่ง ปริมาณ หรือกลุ่มสารเคมีและวัตถุอันตรายที่
จดั เกบ็ ตามคณุ สมบัตทิ ีก่ ่อให้เกิดอนั ตราย
- แสดงตาแนง่ ของอปุ กรณ์ฉุกเฉิน อุปกรณ์ผจญเพลิงรวมทั้ง
เสน้ ทางหนไี ฟ
- แผนผงั นต้ี อ้ งจดั ทาไวอ้ ยา่ งน้อย 2 ชดุ เก็บไว้ทสี่ านกั งาน
และที่หนว่ ยดับเพลงิ และตอ้ งทาการปรับปรงุ ขอ้ มูลในแผนผังน้ใี ห้ทนั สมยั
ตลอดเวลา
- บัญชีรายช่ือสารเคมีและวัตถุอันตราย และตาแหน่งที่เก็บใน
อาคาร ตอ้ งทาการปรับปรุงให้ทันสมยั ตลอดเวลา
รปู ที่ 13 แผนอพยพกรณีฉกุ เฉนิ และที่ตั้งของสารเคมี
คู่มือ การบริหารและการจัดการสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 43
5.1.4 การแยกเกบ็ และการคัดเลือกเกบ็ สารเคมี
การแยกเก็บ เป็นการเก็บกลุ่มสารเคมีต่างชนิดกัน แยกเก็บ
ออกจากกันเป็นสัดส่วนภายในอาคารเดียวกันการคัดแยกเก็บ เป็นการเก็บ
สารเคมตี ามคณุ สมบัติทางกายภาพ กลมุ่ สารเคมตี า่ งชนิดกันแยกเก็บไว้คนละ
อาคาร หรือภายในอาคารเดียวกันแต่มีกาแพงกันไฟก้ันวัตถุประสงค์ของการ
แยกเก็บ และการคดั แยกเกบ็ สารเคมีเพื่อลดความเส่ียงของการเกิดเพลิงไหม้
และการปนเป้ือนของสารที่เข้ากันไม่ได้ การเก็บสารเคมีและวัตถุอันตรายที่
ถูกต้องจะสามารถลดพ้ืนท่ีของการเกิดอันตราย และลดความจาเป็นในการ
สร้างเขื่อนก้ันหรือลดการติดต้ังอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าหลักการพ้ืนฐานในการ
เกบ็ สารเคมแี ละวัตถุอันตราย
- ไม่เก็บสารเคมแี ละวตั ถอุ ันตรายทมี่ ีอันตรายต่างกันไว้รวมกัน
โดยพิจารณาจากสัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดประเภทสารอันตรายท่ีกาหนด
อนั ตรายโดยองคก์ ารสหประชาชาติ
- การจัดเก็บของเหลวไวไฟสูงและแก๊ส ต้องจัดเก็บไว้นอก
อาคาร
- สารเคมีและวัตถอุ นั ตรายไวไฟ
คูม่ ือ การบรหิ ารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 44
5.1.5 การหกรว่ั ไหลของสารเคมีและวัตถอุ นั ตราย
การดูแลรักษาความสะอาด การขนย้ายสารเคมีและวัตถุอันตราย
อย่างระมัดระวงั ชว่ ยใหภ้ าชนะบรรจุ มีความคงทนไม่ชารุด แต่ถ้าการขนย้าย
ไม่ถกู วิธี ขาดความระมดั ระวัง เป็นสาเหตุให้ภาชนะบรรจุได้รับความเสียหาย
และทาให้หกรั่วไหลได้ เพ่ือเป็นการลดอันตรายจากการสารท่ีหกร่ัวไหล จาเป็น
ต้องจัดการเกบ็ และทาความสะอาดทันที ท้ังนี้ ให้ศึกษาข้อมูลความปลอดภัย
MSDS ประกอบอุปกรณ์เคร่ืองมือที่จาเป็นในการจัดการกับสารเคมีและ
วัตถอุ ันตรายทีห่ กรั่วไหล คือ
- อุปกรณป์ อ้ งกันสว่ นบุคคล
- ถังเปลา่ ขนาดใหญ่
- กระดาษกาว เพือ่ ใช้ทาเคร่อื งหมายหรือสญั ลกั ษณ์บนถัง
- วสั ดุดูดซับ เช่น ทราย ดิน ขเ้ี ลอ่ื ย
- สารละลายผงซักฟอก
- ไมก้ วาด
- พล่ัว
- ประแจ
- กรวย
คู่มอื การบริหารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 45
อปุ กรณ์ทงั้ หมดท่ใี ช้ในกรณฉี ุกเฉนิ และเพ่ือให้เกิดความปลอดภัย
ต้องได้รับการตรวจสอบสภาพอย่างถี่ถ้วนและสม่าเสมอ และต้องดูแลรักษา
ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลต้องกาจัดสิ่งสกปรก
ปนเป้ือนและทาความสะอาด และตรวจตราหลังใช้งานทกุ ครัง้ ต้องจดั ทารายงาน
ผลการตรวจสอบ และการบารุงรักษาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลทุกคร้ัง
ของเหลวที่หกรั่วไหล ควรดูดซับด้วยสารดูดซับท่ีเหมาะสม เช่น ดินทราย
ขเ้ี ลอ่ื ย อยา่ งไรก็ดี สารดูดซับเหลา่ น้ีไมค่ วรใช้กบั ของเหลวไวไฟ และของเหลว
ออกซิไดส์บริเวณท่ีหกร่ัวไหล ต้องจัดการกาจัดสารเคมีและวัตถุอันตราย
ออกไป ตามคาแนะนาในข้อมูลความปลอดภัย MSDS และกาจัดของเสีย
อยา่ งปลอดภยั ตามคาแนะนาจากผ้ผู ลิต ของแข็งที่หกรั่วไหลให้ทาความสะอาด
ดว้ ยเครื่องดดู ฝุน่ อุตสาหกรรมหรืออาจใช้ทรายช้ืนคลุก แล้วใช้พลั่วตัก กวาดพ้ืน
ด้วยแปรง
รปู ท่ี 14 เครื่องมอื ท่ีจาเป็นในการจดั การกบั สารเคมี
และวตั ถุอันตรายทหี่ กร่วั ไหล
คู่มอื การบรหิ ารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 46
รปู ที่ 15 การจดั การกบั สารเคมีและวัตถอุ ันตรายที่หกรั่วไหล
อย่างถูกวิธีและไมถ่ ูกวธิ ี
5.1.6 การก้าจัดของเสีย
สารเคมีและวัตถุอันตรายท่ีเป็นของเสียท้ังหมด รวมทั้งภาชนะ
บรรจุหีบห่อ แผ่นรองสินค้าที่ชารุดต้องกาจัดด้วยวิธีท่ีปลอดภัย และไม่ก่อให้
เกิดปัญหาส่ิงแวดล้อม ถึงแม้ว่าปริมาณสารเคมีและวัตถุอันตรายท่ีหกเพียง
เล็กน้อย ก็ไม่สมควรท่ีจะปล่อยน้าล้างพ้ืนลงสู่แหล่งน้าผิวดินหรือท่อระบาย
ต้องได้รับการบาบดั ก่อนการกาจัดขยะสารเคมีและวัตถุอันตรายที่เก็บไว้นาน
สารเคมีและวัตถุอันตรายที่ผลิตได้ไม่ตรงตามข้อกาหนด วัสดุหีบห่อท่ีปนเป้ือน
และสารดูดซบั การกาจัดของเสยี เหลา่ น้ตี อ้ งใชเ้ ทคนคิ และวธิ ีการเกบ็ และกาจัด
อย่างปลอดภัยและไม่ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และให้เป็นไปตามข้อกาหนด
หรือกฎหมายทางราชการกาหนด เพ่ือความถูกต้อง ควรขอคาปรึกษาหรือ
คาแนะนาจากหน่วยงานท่ีรับผิดชอบโดยตรงข้อมูลความปลอดภัย MSDS
จะมีข้อแนะนาและเทคนิควิธีการกาจัดสารเคมีและวัตถุอันตรายแต่ละชนิด
อย่างเหมาะสมภาชนะบรรจทุ ่ปี นเปือ้ นสารเคมแี ละวัตถุอันตราย หา้ มนากลับ
มาใช้ใหม่ ต้องกาจดั หรอื ทาใหใ้ ชง้ านไมไ่ ด้โดยการเจาะรูหรอื ทาลายก่อนทิ้ง
คมู่ อื การบริหารและการจัดการสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 47
5.2 การปฐมพยาบาลเบอื้ งต้น
อาคารทุกแห่งต้องจัดเตรียมส่ิงอานวยความสะดวกสาหรับการ
ปฐมพยาบาลเบื้องตน้ ไวพ้ ร้อมผู้ดแู ลปฐมพยาบาลทีไ่ ดร้ บั การอบรมแลว้
อปุ กรณ์ปฐมพยาบาลเบ้อื งต้นทีจ่ าเปน็ ประกอบดว้ ย
5.2.1 ฝกั บัวสาหรับอาบน้าเมือ่ เกิดเหตฉุ ุกเฉิน
5.2.2 อปุ กรณล์ ้างตา
5.2.3 กระเปา๋ เคร่ืองปฐมพยาบาล
5.2.4 เปลหามคนเจบ็
5.2.5 ผ้าหม่ ใชค้ ลุมดบั เพลงิ
5.2.6 แสงสว่างฉกุ เฉนิ และแถบสะท้อนแสง
อุปกรณ์ปฐมพยาบาลนี้ ต้องได้รับการตรวจสอบบ่อยๆ อย่างสม่าเสมอ
และต้องบารุงรักษาดูแลให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตลอดเวลา พร้อมทั้ง
ทารายงานการตรวจสอบการบารุงรักษาทุกครั้ง และเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาล แพทย์ เพื่อการช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อ
เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เม่ือเกิดอาการเป็นพิษเฉียบพลันโรงพยาบาลและแพทย์
ต้องทราบข้อมูลความปลอดภัย MSDS ของสารเคมีและวัตถุอันตรายทุกตัว
ทเี่ กบ็ ในอาคาร และต้องมียาแก้พิษไว้เพ่ือการรักษาเม่ือเกิดเหตุฉุกเฉิน เอกสาร
MSDS ต้องส่งไปให้แพทย์พร้อมผู้ป่วยด้วย เพราะใน MSDS จะมีคาแนะนา
ในเร่อื งการปฐมพยาบาลผู้ป่วยเบอ้ื งตน้ ท่ีเกดิ จากสารเคมแี ละวัตถุอนั ตรายน้ัน
ค่มู ือ การบรหิ ารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 48
รูปที่ 16 อ่างล้างตาและท่ีลา้ งตัวฉกุ เฉิน
คาแนะนาทั่วไปเมอ่ื ได้รับสารอันตราย
(1) เม่ือหายใจเอาฟูมหรือไอสารเข้าไป ให้นาผู้ป่วยไปท่ีอากาศบริสุทธ์ิ
และนาคนเจบ็ สง่ แพทย์
(2) เม่ือสารเคมีและวัตถุอันตรายเข้าตา ให้ชะล้างตาด้วยน้าจานวน
มากๆ นานอย่างน้อย 15 นาที แลว้ ส่งคนเจบ็ ไปพบแพทย์
(3) เม่ือสัมผัสสารเคมีและวัตถุอันตรายทางผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้า
ถอดเส้อื ผ้าที่เปอ้ื นออกทนั ที ชาระล้างรา่ งกาย และนาคนเจบ็ สง่ โรงพยาบาล
(4) เมื่อกินสารเคมีและวัตถุอันตรายเข้าไป ห้ามทาให้อาเจียน
นอกจากมีคาแนะนาให้อาเจยี นได้ใน MSDS รบี นาคนเจ็บสง่ โรงพยาบาล
(5) เม่อื เกิดแผลไหมแ้ ละแผลพุพอง บรเิ วณท่ไี ด้รบั บาดเจบ็ ควรทาให้
เย็นโดยเรว็ ด้วยน้าเย็น จนทุเลาความเจบ็ ปวด เมือ่ ผิวหนังหลุดให้ปดิ แผลด้วย
ผ้าพันแผลที่ฆ่าเชื้อโรคแล้ว อย่าลอกผ้าท่ีติดแผลออก และรีบนาคนเจ็บส่ง
โรงพยาบาล
(6) ตอ้ งไดร้ บั การดแู ลรกั ษาจากแพทย์หลังจากได้รับการปฐมพยาบาล
เบื้องตน้ แล้วทกุ กรณี
คูม่ อื การบรหิ ารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 49
5.3 อปุ กรณ์ปอ้ งกนั อนั ตรายส่วนบุคคล
เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคล หมายถึง สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่สวมใส่
ลงบนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือหลายๆ ส่วนรวมกัน โดยมี
วตั ถปุ ระสงค์เพ่ือป้องกันอนั ตรายให้แกอ่ วยั วะนนั้ ๆ ไม่ให้ต้องประสบอันตราย
คือ เป็นการป้องกันอันตรายจากสภาพแวดล้อมในการทางาน เครื่องป้องกัน
อนั ตรายสว่ นบุคคลแบ่งออกเปน็ ชนดิ ตามลกั ษณะท่ใี ช้ป้องกันได้ดังนี้
1. เครอ่ื งป้องกนั ศีรษะ
1.1) หมวกนิรภัย เป็นเครื่องสวมใส่ศีรษะ มีลักษณะแข็งแกร่ง
ทาด้วยวัสดุท่ีแตกต่างกันออกไป เพ่ือป้องกันศีรษะของคนงานซึ่งไม่เพียงแต่
จากการกระแทก แต่รวมถึงวัตถุที่ปลิวหรือตกกระเด็นมาโดน หรือไฟช็อต
หมวกนิรภัยชนิดถูกออกแบบให้ส่งผ่านแรงเฉล่ียท่ีมากที่สุดได้ไม่เกิน 850
ปอนด์ ตัวหมวกและรองในหมวกต้องห่างกันไมต่ า่ กวา่ 3 เซนติเมตร
1.2) หมวกแข็ง ต้องมีน้าหนักไม่เกิน 424 กรัม แต่ต้องทาด้วย
วัสดุท่ีไม่ใช้โลหะและต้องมีความต้านทานสามารถทนแรงกระแทกได้ 358
กิโลกรัม ภายในหมวกมีรองหมวกทาด้วยหนัง พลาสติก ผ้า หรือวัตถุที่
คลา้ ยกนั และอยูห่ ่างจากผนังหมวกไม่น้อยกว่า 1 เซนติเมตร ซึ่งสามารถปรับ
ระยะไดต้ ามขนาดศรี ษะ เพอ่ื ปอ้ งกนั ศีรษะกระแทกกับหมวก
คูม่ ือ การบริหารและการจัดการสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 50
รปู ที่ 17 หมวกนิรภยั
2. ที่สวมรัดผมหรือตาข่ายคลุมผม ต้องทาด้วยพลาสติก ผ้า หรือ
วตั ถุท่คี ลา้ ยกนั หรือใชส้ วมหรือคลุมผมใหส้ นั้ เสมอคอ
รปู ท่ี 18 สวมรัดผมหรือตาขา่ ยคลมุ ผม
3. เครื่องป้องกันตาและใบหน้า การทางานในลักษณะของงานที่
อาจเปน็ อันตรายแกส่ ายตาและใบหน้า ต้องสวมใส่อุปกรณ์ อาทเิ ช่น
3.1) แว่นตาลดแสง ตัวแว่นต้องทาด้วยกระจกสี สามารถลด
ความจ้าของแสงลง ให้อยู่ในระดับท่ีไม่เป็นอันตรายต่อสายตา กรอบแว่นมี
นา้ หนักเบาและกระบงั แสงมลี กั ษณะออ่ น
คูม่ อื การบริหารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 51
3.1) แว่นตาหรือหน้ากากชนิดใส ตัวแว่นหรือหน้ากากทาด้วย
พลาสติกใส มองเห็นได้ชัดเจน สมารถป้องกันแรงกระแทกได้ กรอบแว่นมี
น้าหนักเบา
3.3) กระบังหน้า ตัวกระบังต้องทาด้วยกระจกสี สามารถลด
ความจ้าของแสงให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสายตา ตัวกรอบต้องมี
น้าหนักเบาและไม่ตดิ ไฟงา่ ย
รปู ท่ี 19 เครื่องป้องกันตาและใบหน้า
4. เครื่องป้องกันอันตรายขาดการหายใจ ชนิดเป็นถุงอากาศช่วย
ในการหายใจ อุปกรณ์น้ีเหมาะจะใช้กับบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารเคมี
เป็นพาสูง ท่ีมีไอน้าหนาแน่นหรือในที่ขาดออกซิเจน หน้ากากท่ีมีเครื่องเป่า
อากาศชนดิ นจ้ี ะใชไ้ ดด้ ใี นลกั ษณะงานทท่ี าในท่ีอับ ทึบ อุโมงค์ ท่อขนาดใหญ่
งานประมาณนี้ออกซิเจนจะไม่เพียงพอหรือมีสารเคมีเป็นพิษปะปนอยู่มาก
เคร่ืองเป่าอากาศ (Blower) ทาหน้าที่เป่าอากาศเข้ามา ท่อส่งอากาศปกติ
จะยาวไม่เกิน 150 ฟุต ต่อเข้ากับหน้ากากใช้กรองสารเคมี อุปกรณ์ชนิดนี้
ประกอบด้วย หน้ากากปิดครึ่งใบหน้า มีที่กรองอากาศติดอยู่ท่ีบริเวณจมูก
1-2 อัน ทาหนา้ ท่กี าจดั ไอหรอื แก๊สพษิ ทีจ่ ะหายใจเข้าไป เครือ่ งกรองฝนุ่ ชนิดนี้
จะใช้กรองฝุ่นโดยเฉพาะ หน้ากากทาด้วยยางหรือพลาสติกปิดจมูก โดยมี
แผน่ กรองบางๆ เปน็ ตัวจบั ฝุน่ เอาไวไ้ มใ่ หเ้ ข้าไปกบั อากาศที่ผ่านเขา้ ไป
คู่มือ การบรหิ ารและการจัดการสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 52
5. เครอ่ื งปอ้ งกันหู แบ่งออกเป็น 2 ชนดิ ใหญๆ่ ดงั นี้
5.1) ปล๊ักลดเสียง (Ear plug) จะมีผลในการป้องเสียงมาก วัสดุ
ท่ีใช้ทานั้นมีหลายชนิด เช่น พลาสติกอ่อน, ยาง, สาลี เป็นต้น แต่จะนิยม
ใช้ยางและพลาสติกมากท่ีสุด ทั้งน้ี จะต้องสามารถลดเสียงได้ไม่น้อยกว่า
15 เดซิเบล (เอ)
รปู ที่ 20 ปลั๊กลดเสยี ง (Ear plug)
5.2) ท่ีครอบหูลดเสียง (Ear muffs) เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสียง
ชนิดครอบใบหูทัง้ สองข้าง บางชนิดมลี าโพงสาหรับใชพ้ ดู ติดต่อกันได้ในสถานท่ี
ทมี่ เี สยี งดงั ทาด้วยพลาสติกหรอื ยาง หรือวัตถุอื่นๆ และต้องสามารถลดเสียง
ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 25 เดซิเบล (เอ)
รปู ท่ี 21 ทคี่ รอบหูลดเสยี ง (Ear muffs)
คมู่ อื การบริหารและการจัดการสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 53
6. ถงุ มอื ใชป้ ้องกันอันตรายบรเิ วณมอื ระหวา่ งการปฏิบตั งิ าน
คณุ สมบตั ติ ้องทนทานสารเคมี และวตั ถอุ นั ตรายไมส่ ามารถซมึ ผ่านเขา้ ส่มู ือได้
รวมทัง้ สามารถป้องกนั น้ิวจากการลอก การบีบ และลนื่ หลุดจากมือของ
บรรจุภณั ฑ์
รปู ท่ี 22 ถุงมอื ทท่ี นทานสารเคมีและวัตถุอันตราย
7. รองเทา้ นริ ภยั เปน็ รองเทา้ หวั เหลก็ ทนตอ่ สารเคมี พืน้ รองเทา้ ไมล่ นื่
และในการจัดเก็บกา๊ ซไวไฟหรอื ของเหลวไวไฟ รองเทา้ นริ ภยั ต้องมคี ณุ สมบัติ
ป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถติ
รูปท่ี 23 รองเทา้ นิรภยั
คมู่ ือ การบรหิ ารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 54
5.4 สแี ละเครอื่ งหมายความปลอดภยั
“สีและเคร่ืองหมายเพื่อความปลอดภัย” เป็นสิ่งท่ีใช้ในการป้องกัน
พนักงานและบุคคลภายนอก ให้ตระหนักถึงอันตรายที่มีอยู่ในพ้ืนที่ อุปกรณ์
เครื่องจักร หรอื เครอื่ งมอื ต่างๆ โดยส่ิงทีน่ ามาใชเ้ ป็นส่วนมากมักเป็นสัญลักษณ์สี
รูปภาพที่เข้าใจง่าย และ/หรืออาจมีคาพูดสั้นๆ กากับไว้ด้วย เพื่อแสดงให้
ปฏบิ ตั หิ รอื ละเว้นการปฏบิ ัติ หรอื แสดงการเตือนอันตรายท่ีจะเกิดกับคน หรือ
ทรัพย์สิน เป็นต้น การติดตั้งเคร่ืองหมายเตือนอันตรายจึงมักติดต้ังไว้ในจุด
ท่ีมีอันตรายเป็นส่วนใหญ่ หรือกล่าวอีกนัยหน่ึงได้ว่า ทุกๆ คร้ังที่เราเห็น
เคร่ืองหมายเตือนอันตรายท่ีใด แสดงว่าไม่สามารถปฏิบัติตนตามสบายดังที่
ต้องการ รวมท้ังการตัดสินใจที่จะกระทาส่ิงต่างๆ ด้วยตนเอง ไม่เป็นการ
เพียงพอในการป้องกันอันตรายท่ีซ่อนเร้น ดังน้ันเพื่อให้ความเข้าใจในเร่ือง
ความหมายของสีและเคร่ืองหมายต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และ
เปน็ ทย่ี อมรับของสากล จึงต้องมีการกาหนดมาตรฐานเรอื่ ง “สแี ละเครื่องหมาย
เพื่อความปลอดภัย” ขนึ้ เพ่อื ให้มคี วามเขา้ ใจที่ตรงกัน
5.4.1 สีเพื่อความปลอดภัย คือ สีที่กาหนดในการบอกความหมาย
เพื่อความปลอดภัยตาม มอก. 635 เล่ม 1 กาหนดใหใ้ ชส้ เี พอ่ื ความปลอดภยั
คมู่ ือ การบรหิ ารและการจัดการสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 55
ตารางท่ี 6 สีเพ่ือความปลอดภัยและสีตดั
สีเพ่ือความ สีตัด ความหมาย ตัวอย่างการใช้งาน
ปลอดภยั
สขี าว - หยุด - เคร่อื งหมายหยดุ
สแี ดง (1) - เครื่องหมายอุปกรณห์ ยดุ ฉกุ เฉิน
- เครอื่ งหมายหา้ ม
สีดา - ระวงั - ชบี้ ่งว่ามอี นั ตราย (เชน่ ไฟ, วัตถุระเบดิ ,
- มอี นั ตราย กัมมนั ตภาพรังสี, วตั ถมุ ีพิษ และอน่ื ๆ
สีเหลือง - ช้บี ่งถงึ เขตอนั ตราย, ทางผ่านทม่ี อี นั ตราย,
เครอื่ งกีดขวาง (2)
- เครอ่ื งหมายเตือน
สีฟา้ สขี าว - บังคับให้ - บงั คบั ให้ตอ้ งสวมเครือ่ งป้องกนั สว่ นบุคคล
ตอ้ งปฏบิ ัติ - เครอื่ งหมายบงั คับ
สขี าว - แสดงภาวะ - ทางหนี
ปลอดภัย - ทางออกฉุกเฉิน
สเี ขียว - ฝักบวั ชาระลา้ งฉุกเฉนิ
- หน่วยปฐมพยาบาล
- หน่วยกภู้ ัย
- เคร่อื งหมายสารนิเทศแสดงภาวะปลอดภัย
หมายเหตุ
(1) สีแดง ยังใช้ไดส้ าหรับอุปกรณ์เกย่ี วกบั การปอ้ งกันอัคคีภัย อุปกรณด์ บั เพลิงและตาแหนง่
ท่ีตงั้ อกี ดว้ ย
(2) อาจใชส้ ีแดงสม้ วาวแสงแทนสีเหลอื งได้ แตไ่ ม่ใหใ้ ชแ้ ทนสีเหลืองกับเคร่อื งหมายเพอ่ื ความ
ปลอดภัย ตามสแี ดงส้มวาวแสงนม้ี องเหน็ เด่นโดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในภาวะทมี่ ดื มัว
คมู่ อื การบริหารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 56
ตัวอย่างการใชส้ เี พอ่ื ความปลอดภัยและสีตดั
หมายเหตุ พนื้ ทข่ี องสีเหลืองตอ้ งมอี ยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 50 ของพื้นทัง้ หมดของเคร่อื งหมาย
5.4.2 รปู แบบของเครอ่ื งหมายเพอ่ื ความปลอดภัย “เคร่ืองหมาย
เพ่ือความปลอดภัย” หมายถึงเครื่องหมายที่ใช้สื่อความหมายเก่ียวกับความ
ปลอดภัย โดยมีสี รูปแบบ และสัญลักษณ์หรือข้อความแสดงความหมาย
โดยเฉพาะเพ่อื ความปลอดภยั
5.4.2.1 รูปแบบของเครื่องหมายเพ่ือความปลอดภัยและสีท่ี
ใช้แบ่งเป็น 4 ประเภท ตามจุดประสงค์ของการแสดงความหมายตามตาราง
ด้านล่างนี้
5.4.2.2 ให้แสดงสญั ลกั ษณ์ภาพไวต้ รงกลางของเครือ่ งหมาย
โดยไมท่ ับแถบขวางสาหรบั เครื่องหมายหา้ ม
5.4.2.3 ในกรณีท่ีไม่มีสัญลักษณ์ภาพที่เหมาะสมสาหรับ
สื่อความหมายตามที่ต้องการ ให้ใช้เคร่ืองหมายทั่วไปสาหรับเคร่ืองหมาย
เพ่อื ความปลอดภัยแตล่ ะประเภทรว่ มกับเครอื่ งหมายเสริม
คมู่ อื การบริหารและการจัดการสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 57
ตารางท่ี 7 รปู แบบของเครื่องหมายเพอื่ ความปลอดภยั
ประเภท รปู แบบ สีทใี่ ช้ หมายเหตุ
เคร่อื งหมายห้าม
สีพ้นื : สีขาว - พน้ื ท่ขี องสแี ดงตอ้ งมี
เครื่องหมายเตือน
สีของแถบตามขอบวงกลม อยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 35
เครื่องหมายบงั คบั
และแถบขวาง: สีแดง ของพื้นทที่ ้ังหมดของ
เครอื่ งหมาย
สารนเิ ทศ สขี องสัญลักษณ์ภาพ:สีดา เครอ่ื งหมาย
เกย่ี วกับภาวะ
ปลอดภัย สพี ้ืน : สีเหลอื ง - พ้นื ท่ีของสีเหลอื งต้องมี
สีของแถบตามขอบ : สดี า อย่างนอ้ ยรอ้ ยละ 50
สีของสัญลักษณภ์ าพ : สีดา ของพืน้ ทท่ี ้งั หมดของ
เครอ่ื งหมาย
- พน้ื ทข่ี องสฟี า้ ตอ้ งมี
สีพ้ืน : สีฟา้ อยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 50
สขี องแถบตามขอบ : สีขาว ของพน้ื ที่ทง้ั หมดของ
เครือ่ งหมาย
- พืน้ ทขี่ องสีเขยี วต้องมี
อยา่ งน้อย รอ้ ยละ 50
สพี นื้ : สีเขียว ของพืน้ ท่ีทงั้ หมดของ
สขี องแถบตามขอบ : สขี าว เครอื่ งหมาย
- อาจใช้รูปแบบเป็น
ส่เี หลี่ยมผนื ผา้ ได้
คมู่ ือ การบรหิ ารและการจัดการสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 58
5.4.3 เครื่องหมายเสริม หมายถึง เครื่องหมายท่ีใช้ส่ือความหมาย
เก่ียวกับความปลอดภยั โดยมีสี รูปแบบ และข้อความเพ่ือใช้ร่วมกับเครื่องหมาย
เพ่อื ความปลอดภยั ในกรณีท่ีจาเป็น
5.4.3.1 รูปแบบของเคร่ืองหมายเสริม เป็นสี่เหล่ียมผืนผ้า
หรือสี่เหล่ียมจตั รุ ัส
5.4.3.2 สพี นื้ ใหใ้ ช้สีเดียวกบั สีเพ่ือความปลอดภัย และสีของ
ข้อความใหใ้ ชส้ ีตดั หรอื สีพ้นื ใหใ้ ชส้ ีขาวและสีของขอ้ ความใหใ้ ช้สดี า
5.4.3.3 ตัวอกั ษรท่ใี ช้ในข้อความ
- ช่องไฟระหว่างตวั อักษรตอ้ งไม่แตกตา่ งกัน
มากกวา่ รอ้ ยละ 10
- ลกั ษณะของตวั อกั ษรต้องดเู รียบง่าย ไม่เขียน
แรเงาหรือลวดลาย
5.4.3.4 ใหแ้ สดงเครอ่ื งหมายเสรมิ ไว้ใตเ้ ครือ่ งหมายเพ่ือ
ความปลอดภยั ดังตัวอย่างในรปู
ตารางที่ 8 ตวั อย่างการแสดงเครือ่ งหมายเสริมเพอื่ ความปลอดภยั
เคร่ืองหมายเพือ่ ความปลอดภัย
เครอื่ งหมายเสรมิ
คูม่ ือ การบริหารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 59
5.4.4 ขนาดของเครื่องหมายเพ่ือความปลอดภัย หมายถึง ขนาด
ของเครื่องหมายเพื่อความปลอดภัย และตัวอักษรที่ใช้ในเครื่องหมายเสริม
กาหนดไว้เปน็ แนวทาง
ตัวอยา่ งขนาดของเครอื่ งหมายและตัวอักษร
ตารางที่ 9 แสดงขนาดของเคร่อื งหมายและตัวอักษร
ความสูงของแผน่ เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางหรอื ความสงู ของตวั อกั ษร
เครอื่ งหมาย (a) ความสงู ของเคร่อื งหมาย (b) ในเครอื่ งหมายเสรมิ
75 60 5.0
100 80 6.6
150 120 10.0
225 180 15.0
300 240 20.0
600 480 40.0
750 600 50.0
900 720 60.0
1200 960 80.0
คู่มือ การบรหิ ารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 60
5.4.5 ตัวอยา่ งเครอ่ื งหมายเพือ่ ความปลอดภัยและความหมาย
เครื่องหมายหา้ ม
เครื่องหมายเตือน
เครอ่ื งหมายบงั คบั
เครื่องหมายสารนิเทศเพอ่ื ความปลอดภยั
5.4.6 ข้อแนะน้าในการเลือกและการใช้เครื่องหมายเพ่ือความ
ปลอดภยั
1. การใช้เคร่ืองหมายเพื่อความปลอดภัยร่วมกับเคร่ืองหมาย
เสริม ในกรณีที่ไม่มีเคร่ืองหมายที่ใช้สัญลักษณ์ภาพ หากต้องการจะแสดง
เคร่ืองหมายตามทต่ี ้องการ ให้เลอื กปฏบิ ตั ิดงั นี้
(1.1) ใชส้ ัญลักษณภ์ าพทเี่ หมาะสม ทีด่ แู ล้วเข้าใจง่ายทสี่ ุด
ไม่ตอ้ งแสดงรายละเอียดในสญั ลักษณ์ภาพทีไ่ มจ่ าเปน็ ต่อการสอ่ื ความหมาย
แตใ่ ช้เคร่อื งหมายเสรมิ รว่ มด้วยถ้าจาเปน็
คู่มือ การบรหิ ารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 61
(1.2) ใชเ้ ครอ่ื งหมายทว่ั ไปสาหรบั เคร่อื งหมายเพอ่ื ความ
ปลอดภัยแตล่ ะประเภทร่วมกับเครอ่ื งหมายเสรมิ ดังตวั อย่างในรูป
เครื่องหมายห้าม เคร่อื งหมายเตอื น
เคร่ืองหมายบังคับ เครือ่ งหมายสารนเิ ทศ
เก่ียวกบั ภาวะปลอดภยั
เครื่องหมายเพือ่ ความปลอดภัย
2. การใช้เคร่อื งหมายเพ่อื ความปลอดภัย เพอ่ื จดุ ประสงค์ในการ
สื่อความหมายมากกว่า 1 ความหมาย
(2.1) ไม่ควรสือ่ ความหมายโดยการใชเ้ ครอื่ งหมายเพ่ือ
ความปลอดภยั รว่ มกับเคร่อื งหมายเสรมิ ทีม่ ีข้อความสอื่ ความหมาย 2 ประการ
ดังนี้
คมู่ อื การบรหิ ารและการจัดการสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 62
ผิด
ควรใช้เคร่ืองหมายแยกเป็น 2 เครือ่ งหมาย ดงั นี้
หรือใช้เคร่ืองหมายวัตถปุ ระสงคร์ ว่ ม ดงั น้ี
ค่มู อื การบรหิ ารและการจัดการสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 63
(2.2) ถ้าตอ้ งใช้เครอื่ งหมายห้ามร่วมกับข้อความเพ่อื อธบิ าย
ขอ้ ความเก่ียวกับการประกาศเตือน ไม่ควรใชเ้ คร่ืองหมาย ดงั น้ี
ผดิ
ควรใช้เครอ่ื งหมาย 2 เครอื่ งหมายแยกจากกนั ดงั นี้
หรือใช้เคร่อื งหมายวตั ถปุ ระสงค์ร่วม ดงั น้ี
คมู่ อื การบริหารและการจัดการสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 64
(2.3) ไมค่ วรใช้เครื่องหมายเพื่อความปลอดภยั ประเภท
เดียวกันท่ีแสดงสองความหมายอยู่ในเครอ่ื งหมายเดียวกนั ดังน้ี
ผิด
ควรใชเ้ ครื่องหมายแยกจากกนั ดังน้ี
หรือใช้เครื่องหมายวตั ถุประสงคร์ ่วม ดงั น้ี
คูม่ อื การบริหารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 65
3. การใช้เคร่ืองหมายเพื่อความปลอดภัยสาหรับเงื่อนไขที่
แตกต่างกัน เม่ือต้องการใช้เครื่องหมายเพื่อความปลอดภัยที่แสดงไว้ใน
ภาคผนวก ก เพื่อแสดงความหมายสาหรับเงื่อนไขท่ีแตกต่างออกไป แต่การ
สื่อความหมายยังเหมือนเดิม ให้ใช้สัญลักษณ์ภาพนั้นร่วมกับเครื่องหมาย
เสรมิ ทีใ่ ช้ถอ้ ยคาแตกต่างออกไป เชน่
หา้ มคนผา่ น ระวงั อันตรายจากไฟ
ใหแ้ สดงดงั นี้ ใหแ้ สดงดงั นี้
ค่มู อื การบรหิ ารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 66
5.5. ความปลอดภยั ในการปฏิบัตงิ านกับสารเคมี (Chemical Safety)
กฎท่วั ไปในการปฏบิ ัตงิ านกบั สารเคมี
1. ตอ้ งมวี ิธปี ฏิบัตงิ านท่ถี ูกตอ้ งและปลอดภัย โดยหวั หนา้ หอ้ งปฏบิ ัติการ
มีหน้าท่ีดูแลการจัดทาวิธีปฏิบัติงานของห้องปฏิบัติการที่ถูกต้องเหมาะสม
และปลอดภัยในการปฏิบัติงานกับสารเคมี โดยอ้างอิงจาก MSDS (Material
Safety Data Sheet) และ SG (Specific Gravity) ของสารเคมีที่ใช้ใน
กระบวนการของหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารนั้น
2. บคุ ลากรทกุ คนในหอ้ งปฏบิ ตั ิการ ตอ้ งไดร้ ับการฝกึ อบรมเพื่อให้ทราบ
วธิ ีปฏิบตั ิงานท่ถี ูกตอ้ งเหมาะสมและปลอดภัย ก่อนปฏิบตั งิ านจริง
- ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องรู้จักสารเคมีท่ีใช้ โดยการศึกษาจาก
MSDS (Material Safety Data Sheet) และ SG (Specific Gravity) ท่ีจัดทา
โดยผผู้ ลติ
- มีการใชเ้ ครือ่ งป้องกนั อันตราย และ/หรืออุปกรณป์ ้องกันอันตราย
สว่ นบคุ คลท่ีเหมาะสมกบั ชนดิ ของสารเคมี
- ต้องมีการจัดการสารเคมีที่ถูกต้อง ได้แก่ การเก็บรักษา การใช้
ในห้องปฏิบัติการ และการกาจัด ต้องทาอย่างถูกต้องตามคาแนะนาใน MSDS
(Material Safety Data Sheet) และ SG (Specific Gravity) รวมทั้งต้องติด
ฉลากบนภาชนะบรรจุสารเคมีและของเสยี สารเคมีให้ถูกตอ้ ง
- จัดทารายการสารเคมีและปริมาณที่มีไว้ในครอบครองของ
สารเคมีทุกชนิดท่ีใช้ในแต่ละห้องปฏิบัติการหรือหน่วยงาน โดยเฉพาะสารเคมี
ทเ่ี ป็นอนั ตราย มีการทบทวนรายการและปริมาณสารเคมีให้เป็นปัจจุบัน รวมทั้ง
ขอ้ มูลหนว่ ยงานหรอื ผ้ผู ลิตที่ตดิ ต่อไดใ้ นภาวะฉกุ เฉิน
คมู่ ือ การบรหิ ารและการจัดการสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 67
- ทบทวนความจาเป็นในการใชส้ ารเคมแี ละวธิ ีการป้องกันอันตราย
จากสารเคมี วิธีการลดอันตรายจากสารเคมีที่ดีที่สุดคือการใช้สารเคมีอันตราย
ให้น้อยทส่ี ดุ ดังน้ันเม่ือต้องปฏิบัติงานกับสารเคมีท่ีมีอันตรายสูงหรือกาจัดยาก
ต้องพิจารณาว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่ มีสารตัวอื่นท่ีอันตรายน้อยกว่าหรือ
กาจัดได้ง่ายกว่าหรอื ไม่
- ต้องมีระบบการเฝ้าระวังและตรวจติดตาม โดยหน่วยงานที่มี
ความเช่ียวชาญ เพ่ือประเมินว่าบุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับสารเคมี
ไดร้ บั สารเคมเี ขา้ สู่ร่างกาย เกนิ กวา่ เกณฑม์ าตรฐานกาหนดหรอื ไม่
มาตรการสว่ นบุคคล
1. ตอ้ งเขา้ รับการฝึกอบรมวิธีการปฏบิ ัตงิ านกบั สารเคมีอย่างปลอดภัย
ตามทคี่ ณะฯหรือหน่วยงานกาหนด
2. ต้องรจู้ ักสารเคมีทต่ี นใช้ และศกึ ษา MSDS และ SG ของสารเคมนี ัน้ ๆ
ท้ังนี้ MSDS และ SG เป็นข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์กับผู้ปฏิบัติงานเองในการ
ป้องกันตนเอง และระวงั อนั ตรายไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
3. ต้องปฏิบัติงานตามวิธีปฏิบัติงานท่ีปลอดภัยและข้อกาหนด
ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับความปลอดภยั
คู่มือ การบริหารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 68
6. ข6้อ.กขาอ้หกนาดหพนเิ ดศพษิเศษ
จากัดความ
6.1 ข้อกาหนดพิเศษสาหรบั วตั ถรุ ะเบิด
6.1.1 ระเบียบกรมการอตุ สาหกรรมทหาร ศนู ย์การอตุ สาหกรรมป้องกัน
ประเทศและพลังงานทหาร ว่าด้วยการเก็บรักษากระสุน และวัตถุระเบิด
พ.ศ. 2542 แบ่งวัตถุระเบิดออกเป็น 6 หมู่ ตามลักษณะและอันตรายเกี่ยวข้อง
ทเ่ี ดน่ ชดั และมีศกั ยภาพในการก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลและความเสียหาย
ต่อทรพั ย์สนิ ดงั นี้
6.1.1.1 หมู่ 1.1 ระเบิดเป็นกลุ่มก้อน (Mass-Detonating)
ได้แก่ สารหรอื สง่ิ ของทก่ี ่อให้เกดิ อันตรายจากการระเบดิ อย่างรนุ แรง
6.1.1.2 หมู่ 1.2 ระเบิดไม่เป็นกลุ่มก้อน มีสะเก็ดระเบิด
(Non Mass-Detonating, Fragment Producing) ได้แก่ สารหรือสิ่งท่ีก่อให้เกิด
อันตรายโดยการกระจายของสะเก็ดเมื่อเกิดการระเบิดแต่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
จากการระเบิดอยา่ งรุนแรง
6.1.1.3 หมู่ 1.3 เพลิงไหม้เป็นกลุ่มก้อน (Mass Fire) ได้แก่
สารหรือสิง่ ท่กี ่อให้เกดิ อนั ตรายจากเพลิงไหม้ ตามด้วยการระเบิดหรืออันตราย
จากการกระจายของสะเก็ดบ้าง หรือเกิดอันตรายทั้งสองอย่าง แต่ไม่ก่อให้เกิด
อนั ตรายจากการระเบดิ อยา่ งรุนแรง
6.1.1.4 หมู่ 1.4 เพลิงไหม้ปานกลาง ไม่มีแรงระเบิด
(Moderate Fire, No Blast) ได้แก่ สารหรือส่ิงซึง่ ไมก่ ่อให้เกิดอันตรายมากนัก
ผลของการระเบดิ จากัดอยู่ในเฉพาะหบี หอ่ ไมม่ ีการกระจายของสะเก็ด
ค่มู อื การบริหารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 69
6.1.1.5 หมู่ 1.5 สารท่ีไม่ไวต่อการระเบิด แต่ถ้าเกิดระเบิด
จะก่อให้เกิดอันตรายอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับหมู่ 1.1 (Very Insensitive
Substances Which have a Mass Explosion Hazard) ในสภาพการขนส่ง
ธรรมดาท่ัวไปแลว้ สารชนิดนี้จะไม่ไวต่อการระเบิดและมีโอกาสน้อยมากในการ
เร่มิ จดุ ตัวจากการเผาไหมเ้ ป็นการระเบิด
6.1.1.6 หมู่ 1.6 สารที่ไม่ว่องไวหรือเฉ่ือยมากต่อการระเบิด
ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงจากการระเบิด (Extremely Insensitive Articles
Which do not have a Mass Explosion Hazard) สารในกลุ่มน้ีจะเป็นสารท่ี
ไม่มคี วามไว เฉื่อยตอ่ การระเบดิ ไมม่ โี อกาสก่อใหเ้ กดิ อุบตั เิ หตุได้
6.1.2 ข้อกาหนดพเิ ศษสาหรับวตั ถรุ ะเบดิ ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายว่าด้วย
การเกบ็ รักษากระสุนและวตั ถุระเบิด กระทรวงกลาโหมดงั นี้
6.1.2.1 คาสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับท่ี 37
ลงวันท่ี 21 ตลุ าคม 2519
6.1.2.2 พระราชบญั ญัติควบคุมยทุ ธภัณฑ์ พ.ศ. 2530
6.1.2.3 พระราชบญั ญตั ิอาวุธปนื เคร่ืองกระสุนปืนวัตถุระเบิด
ดอกไมเ้ พลงิ และสิ่งเทียมอาวธุ ปนื พ.ศ. 2490
6.1.2.4 ระเบยี บกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการเก็บรักษากระสุน
และวตั ถุระเบดิ สาหรับโรงงานผลิตอาวุธเอกชน
6.1.2.5 ระเบียบกรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การ
อตุ สาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ว่าด้วยการเก็บรักษากระสุน
และวัตถุระเบดิ พ.ศ.2542
ค่มู อื การบริหารและการจดั การสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 70
6.2 ขอ้ กาหนดพิเศษสาหรบั ก๊าซ
6.2.1 การจดั เก็บก๊าซในอาคารมหี ลักเกณฑ์ ดังนี้
6.2.1.1 ก๊าซทุกชนิดต้องบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการสร้าง
การทดสอบตามข้อกาหนดการขนส่งสนิ ค้าอนั ตรายทางถนนของประเทศไทย
เล่ม 2 (TP II) หรือตามมาตรฐานประกาศสานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรม และต้องมีฝาครอบป้องกันวาล์วปิดควบคู่กับบรรจุภัณฑ์นั้น
ตลอดเวลา
6.2.1.2 ให้มีการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติหรือวิธีกล
โดยให้มีอัตราการแลกเปลี่ยนอากาศเป็น 2 เท่าของปริมาตรห้องต่อ 1 ชั่วโมง
ท้งั นต้ี าแหนง่ ของชอ่ งระบายอากาศให้มคี วามเหมาะสมตามหลกั วิชาการ
6.2.1.3 ก๊าซพษิ ตอ้ งตดิ ต้ังเครอื่ งตรวจวดั ก๊าซชนดิ น้นั ๆ
6.2.1.4 ก๊าซไวไฟต้องติดตั้งเครื่องตรวจวัดก๊าซชนิดป้องกัน
การระเบิด
6.2.1.5 อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ใช้ในห้องจัดเก็บก๊าซไวไฟ
ตอ้ งใชช้ นดิ ป้องกันการระเบิด
6.2.1.6 การจดั เกบ็ ก๊าซไวไฟ พ้ืนตอ้ งเป็นชนดิ ไฟฟา้ สถิต
6.2.1.7 ก๊าซพิษต้องเก็บในบริเวณท่ีมีการควบคุมการ
นาเขา้ -ออก
6.2.1.8 ถังบรรจุก๊าซไวไฟและถังที่บรรจุก๊าซออกซิไดซ์
ตอ้ งวางไว้หา่ งกันอยา่ งนอ้ ย 2 เมตร
6.2.1.9 ก๊าซภายใต้ความดันในภาชนะบรรจุขนาดเล็ก
(กระป๋องสเปรย์) รวมกับสารเคมีหรือวัตถุอันตรายประเภทอื่นควรจัดเก็บ
แยกหา่ ง เช่น กาแพงก้ัน หรอื ตาข่ายเหล็ก เปน็ ต้น
คู่มอื การบริหารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 71
6.2.1.10 ก๊าซภายใต้ความดันในภาชนะบรรจุขนาดเล็ก
(กระป๋องสเปรย์) ต้องจัดเก็บในอาคารเท่าน้ัน เพ่ือหลีกเลี่ยงความร้อนจาก
แสงแดด
6.3 ขอ้ กาหนดพิเศษสาหรับสารไวไฟ (3A และ 6.2)
6.3.1 อปุ กรณไ์ ฟฟ้าและยานพาหนะต้องเปน็ ชนิดป้องกันการระเบิด
6.3.2 การจดั เก็บสารไวไฟ ควรมรี ะบบกระจายน้าดบั เพลิง และหัวรับ
นา้ ดบั เพลิง ในท่เี หมาะสมในจานวนทเ่ี พยี งพอ
6.3.2.1 กรณมี รี ะบบหวั กระจายน้าดับเพลิง อาคารเก็บรักษา
ทจี่ ดั เกบ็ สารไวไฟ ควรมีกาแพงทนไฟ 90 นาที
6.3.2.2 กรณีไม่มีระบบหวั กระจายน้าดับเพลิง ต้องมีกาแพง
ทนไฟท่ีทนไฟ 180 นาที
6.3.2.3 กาแพงทนไฟระหว่างห้องต้องสูงกว่าหลังคา และย่ืน
ออกจากผนังด้านข้างอย่างน้อย 0.30 เมตร หรือวิธีการอื่นๆ ท่ีสามารถป้องกัน
การลกุ ลามของไฟได้
6.3.3 ผนงั อาคารเก็บสารไวไฟ หากทนไฟไดน้ ้อยกว่า 90 นาที อาคารนั้น
ตอ้ งมรี ะยะห่างจากอาคารอ่นื ไมน่ อ้ ยกวา่ 10 เมตร
6.3.4 ให้มีการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติหรือวิธีกล โดยให้มี
อัตราการแลกเปลี่ยนอากาศเป็น 5 เท่าของปริมาตรห้องต่อ 1 ชั่วโมง ท้ังน้ี
ตาแหน่งของช่องระบายอากาศให้มีความเหมาะสมตามหลกั วิชาการ
6.3.5 การถ่ายบรรจขุ องเหลวไวไฟ
6.3.5.1 ห้องท่ีทาการถ่ายบรรจุต้องมีอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิด
ป้องกันการระเบดิ
คู่มอื การบริหารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 72
6.3.5.2 ต้องมมี าตรการปอ้ งกันประจุไฟฟา้ สถิต เช่น เส้ือผ้า-
ถุงเท้าทท่ี าจากเส้นใยฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ และรองเท้าท่ีมีคุณสมบัติป้องกัน
การเกิดไฟฟ้าสถติ เป็นตน้
6.3.5.3 ใหต้ อ่ สายดินกับอุปกรณแ์ ละถงั ท่เี ปน็ โลหะ
6.3.5.4 สายท่อท่ีใช้ในการถ่ายสารเคมีควรเป็นชนิดที่ป้องกัน
การเกิดไฟฟ้าสถติ
6.3.5.5 ห้องถ่ายบรรจุควรเป็นห้องที่เปิดโล่งให้มีการระบาย
อากาศที่ดี
6.3.5.6 กรณีเป็นสารไวไฟที่ไม่ละลายน้าพ้ืนต้องมีความ
ลาดเอยี งไมน่ อ้ ยกวา่ 1% เพ่ือใหไ้ หลลงรางระบายหรือลงบ่อกกั เกบ็ ท่ีสามารถ
ควบคุมการระบายไม่ให้ไหลลงสภู่ ายนอก
6.4 ขอ้ กาหนดพเิ ศษสาหรับสารออกซไิ ดซ์
6.4.1 ห้ามให้แผ่นรองสินค้าท่ีทาจากไม้ โดยเฉพาะสารออกซิไดซ์ท่ี
เปน็ ของเหลว
6.4.2 สถานท่ีเก็บรักษาตอ้ งเป็นช้ันเดียว ต้องมีกาแพงทนไฟไม่น้อยกว่า
90 นาที สงู กวา่ หลังคา 1 เมตร และยนื่ ออกจากผนงั ดา้ นข้าง 0.50 เมตร
6.4.3 หา้ มจัดเก็บวสั ดตุ ดิ ไฟ เชน่ บรรจภุ ณั ฑ์เปลา่ แผน่ รองสินคา้ เปล่า
หรอื วสั ดตุ ิดไฟอื่นๆ ไว้ในสถานท่ีเกบ็ รักษาเดียวกับสารออกซิไดซ์
คูม่ ือ การบรหิ ารและการจัดการสารเคมีอนั ตรายในสถานประกอบการ 73
เอกสารอา้ งอิง
1. นงคราญ สุจริตกิตตกิ ุล. การเก็บรักษาสารเคมแี ละวตั ถุอนั ตราย.
[ออนไลน]์ . เข้าถึงได้จาก : http://www.diw.go.th/diw/news/haz/
presentation. (วนั ทค่ี น้ ข้อมลู : 16 พฤศจิกายน 2553).
2. กรมโรงงานอตุ สาหกรรม กระทรวงอตุ สาหกรรม. 2551.
คมู่ อื การเกบ็ รักษาสารเคมีและวัตถอุ นั ตราย.
3. บรษิ ทั Moody International Certification. การเกบ็ สารเคมใี หถ้ กู ต้อง.
[ออนไลน]์ . เขา้ ถึงได้จาก : http://www.moodythai.com/new/article/
iso14001/14001_chemical%20store.htm.
(วนั ท่คี น้ ขอ้ มูล : 18 พฤศจกิ ายน 2553).
4. สมาคมส่งเสรมิ ความปลอดภัยและอนามัยในการทางาน (ประเทศไทย).
สญั ลกั ษณแ์ สดงอนั ตรายของสารเคมี. [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ได้จาก :
http://www.shawpat.or.th/news/news_detail.php?news.
(วนั ที่ค้นข้อมูล : 22 พฤศจิกายน 2553).
5. ระบบการจัดการขอ้ มลู สารเคมี Chem Track จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
สัญลักษณอ์ ันตราย. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงได้จาก :
http://chemsafe.chula.ac.th/ chemtrack/index.php .
(วันที่ค้นขอ้ มลู : 25 พฤศจกิ ายน 2553).
6. วราภรณ์ กลั ยาเลิศ. 2545. ปา้ ยกากบั สารเคมีอนั ตรายกับความหมาย.
วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิง่ แวดลอ้ ม ปที ี่ 25 ฉบบั ท่ี 2.
7. กรมควบคุมมลพษิ . คู่มือประชาชน การระวงั ภัยจากสารเคมีอนั ตราย.
http://pcdv1.pcd.go.th.
คูม่ ือ การบริหารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 74
8. คมน์ ศลิ ปาจารย.์ คมู่ ือความปลอดภยั ในห้องปฏิบตั ิการ. [ออนไลน]์ .
เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://www.fisheries.go.th/train-gr/003/S_Lap01.doc.
(วันท่ีคน้ ข้อมลู : 16 กุมภาพนั ธ์ 2554).
9. MSA The Safety Company. อุปกรณเ์ ซฟต้ี. [ออนไลน]์ .
เขา้ ถึงได้จาก : http://www.safetythai.com/products/helmet.htm.
(วันทค่ี น้ ข้อมลู : 25 กุมภาพันธ์ 2554).
ค่มู อื การบริหารและการจดั การสารเคมีอันตรายในสถานประกอบการ 75