The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 2 อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Asst.Prof.Dr.Thunyakorn Chuaytukpuan, 2021-08-03 04:56:19

บทที่ 2 อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน

บทที่ 2 อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน

บทท่ี 2 อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์พน้ื ฐาน

หวั เรอื่ ง
1. อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์พ้ืนฐาน
2. การประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์พ้นื ฐาน
3. การอา่ นคา่ ความตา้ นทานและความจุไฟฟ้า
4. การใช้มัลตมิ เิ ตอร์

แนวคดิ
1. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พ้ืนฐาน หมายถึง อุปกรณ์ท่ีเก่ียวข้องกับวงจรไฟฟ้าโดยมีการไหลของกระแสไฟฟ้าใน

วงจรไฟฟ้า โดยใช้ชิน้ ส่วนหรืออุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์เป็นส่วนหนึง่ ขององค์ประกอบ เม่อื กระแสไฟฟ้าไหลผ่านอุปกรณ์ชนิดหนึ่งจะ
เกิดปฏกิ ริ ยิ าเกดิ ขึ้น ทาใหอ้ ปุ กรณ์นนั้ มีการใชง้ านหรอื มกี ระแสไฟฟ้าเกิดขึน้ น้ันเอง

2. การประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน หมายถึง การเช่ือมต่ออุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกันโดยใช้ตัวนา
ไฟฟ้า เชน่ สายไฟ หรอื แผ่นวงจรพมิ พห์ รอื แผน่ ปรนิ ซ์ ทีเ่ ป็นลายทองแดง

3. การอ่านค่าความต้านทานและความจุไฟฟ้า หมายถึง การอ่านค่าความต้านทาน และความจุไฟฟ้าตัวจากรหัสสี รหัส
ตัวเลข และตวั อักษร

4. มัลติมิเตอร์ หมายถึง เคร่ืองมือวัดทางไฟฟ้าที่สามารถวัดปริมาณไฟฟ้าได้หลากหลายชนิด เช่น แรงดัน, กระแส,
ความต้านทานและสามารถใช้กบั ไฟกระแสตรง (DC) หรอื ไฟกระแสสลบั (AC) ได้
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ผู้เรยี นสามารถ

1. บอกอุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สพ์ นื้ ฐานได้อย่างถูกต้อง
2. อธิบายวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์พ้ืนฐานได้อยา่ งถูกต้อง
3. อา่ นคา่ ความต้านทานและค่าความจุไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง
4. ใชม้ ลั ตมิ ิเตอร์ได้
กจิ กรรมระหวา่ งเรยี น
1. การบรรยายและยกตัวอยา่ งเนอ้ื หาประกอบสอื่ การสอน
2. การตอบคาถาม การอภิปราย การแสดงความคิดเหน็ ของผู้เรียน
3. ปฎบิ ัติการทดลอง
สอ่ื การสอน
1. เอกสารประกอบการสอน
2. สอ่ื การสอน Power Point
3. บทปฎบิ ัตกิ ารทดลอง

การวดั และการประเมนิ ผล ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ช่วยทกุ ข์เพือ่ น
1. การตอบคาถามท้ายบทเรยี น
2. การอภิปรายแสดงความคิดเห็นของผูเ้ รยี น
3. การทดลอง
4. การสอบไล่ประจาภาคการศึกษา

เอกสารประกอบการสอนวิชาอิเล็กทรอนกิ ส์สาหรับครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232)

13

บทที่ 2

อเิ ลก็ ทรอนิกสพ์ ื้นฐาน

2.1. อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์พ้นื ฐาน

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คือ อุปกรณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าโดยมีการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า โดยใช้
ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบ เม่ือกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอุปกรณ์ชนิดหนึ่งจะเกิดปฏิกิริยา
เกิดขึน้ ทาให้อุปกรณ์นน้ั มกี ารใชง้ านหรอื มกี ระแสไฟฟ้าเกิดขึน้ นน้ั เอง อปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ที่นามาใช้งานปจั จบุ นั มีมากมายแตจ่ ะ
ขอกล่าวถึงเฉพาะอุปกรณอ์ ิเล็กทรอนกิ สพ์ ้ืนฐาน ดังนี้

1. ตวั ตา้ นทาน( Resistor : R )
ตวั ต้านทาน เปน็ อุปกรณ์ทีท่ าหนา้ ที่ต้านทานการไหลของกระแสไฟฟา้ ในวงจรตา่ ง บอกค่าความต้านทานเป็น

โอห์ม ใช้สัญลักษณ์  อ่านคา่ ความต้านทานได้จากแถบรหัสสีที่พิมพต์ ดิ บนตัวตา้ นทาน แสดงดังภาพประกอบ 2.5

(a) ตวั ต้านทาน (b) สญั ลักษณต์ ัวต้านทาน

ภาพประกอบ 2.1 ตวั ตา้ นทาน

ทม่ี า : www.phayaotc.ac.th/.../10032219194101_121113077..สืบคน้ เมอ่ื 15 มิถุนายน 2555

วัตถุประสงค์ของการต่อตัวต้านทานเข้าไปในวงจรไฟฟ้า คือ เพื่อควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าในส่วนต่าง
ของวงจร และเปล่ียนพลังงานไฟฟ้าเป็นความร้อน (สาหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใหค้ วามร้อน เช่น เครื่องป้ิงขนมปังเตารีด) ตัว
ตา้ นทานที่ใช้กันทั่วไปมี 2 แบบ คือ ตัวต้านทานท่ีทาจากสารกึ่งตัวนาผสมคารบ์ อนและตัวต้านทานแบบขดลวดตัวนาหรือแผ่น
ตัวนา ปกติตัวต้านทานท่ีใช้ในวงจรไฟฟ้าและวงจรอิเล็กทรอนิกส์จะมีรหัสสีบอกค่าความต้านทานของตัวต้านทาน (หน่วยเป็น
โอห์ม) ติดมาบนตัวต้านทานดว้ ย อย่างเช่น รหัสสีแบบ 4 แถบสี ดงั ภาพประกอบ 2.2

ภาพประกอบ 2.2 การอา่ นค่าตัวต้านทาน
ท่มี า : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=160786 สบื คน้ เม่ือ 17 มถิ ุนายน 2555

แถบสีบนตัวต้านทานจะแทนรหัสสาหรับหาค่าความต้านทานของตัวต้านทาน โดยแถบสีสองแถบแรก (นับจาก
แถบทอ่ี ยู่ใกลป้ ลายข้างใดข้างหนึง่ ของตวั ต้านทานมากทีส่ ดุ ) จะแทนค่าตวั เลขสองตวั แรกในคา่ ความตา้ นทาน สว่ นแถบสีที่สามจะ

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเล็กทรอนิกสส์ าหรับครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ช่วยทกุ ข์เพ่อื น

14

แทนตวั เลขยกกาลังของ 10ทีไ่ ปคูณกบั ตัวเลขของสองตัวแรก หรอื แทนจานวนของเลข 0 ที่ต่อท้ายตัวเลขสองตวั แรก และแถบสี
แถบสดุ ท้ายจะบอกถึงเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลอื่ นของค่าความต้านทาน ตาราง 2.1 จะช่วยให้สามารถแปลรหัสสเี ป็นค่าความ
ตา้ นทานของตัวต้านทานได้

ตาราง 2.1 รหสั สีของตวั ตา้ นทาน

รหสั สี ตวั เลข ตัวคูณ ความคลาดเคล่ือน

ดา 0 1-
น้าตาล 1 101 -
แดง 2 102 -
ส้ม 3 103 -
เหลือง 4 104 -
เขยี ว 5 105 -
ฟา้ 6 106 -
ม่วง 7 107 -
เทา 8 108 -
ขาว 9 109 -
ทอง - 10-1 5%
เงนิ - 10-2 10%
ไม่มีสี - - 20%

ท่ีมา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=160786 สบื คน้ เมอื่ 17 มิถุนายน 2555

ตัวอย่างเชน่ ถา้ แถบสีท้ังสี่คือ เหลอื ง ม่วง แดง ทอง ความต้านทานจะมีคา่ เป็น 4700 หรอื 4.7k โดย

มีความคลาดเคลอ่ื น 235  (5%)
2. ตัวเก็บประจุ (Capacitor : C )
ตัวเก็บประจุเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ที่มีความสาคัญในวงจรต่าง อย่างมากทั้งในวงจรกรองกระแสไฟฟ้า

วงจรกรองความถ่ีและวงจรอ่ืน มีคุณสมบัติในการเกบ็ ประจุไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากการท่ีมีแผ่นโลหะสองแผ่นวางอยู่ใกล้ กัน แต่
ไมแ่ ตะถึงกัน โดยมแี ผน่ ไดอิเลก็ ตริก ซึ่งมีลักษณะเปน็ ฉนวนกั้นอยู่ระหว่างแผ่นโลหะท้ังสองแผ่นตัว เก็บประจุมีหน่วยเป็นฟารัด
(Farad) ใช้สญั ลักษณ์ F แสดงดงั ภาพประกอบ 2.3

(a) ตวั เกบ็ ประจุชนิดต่าง (b) สัญลักษณ์ตวั เกบ็ ประจุ

ภาพประกอบ 2.3 ตวั เกบ็ ประจุ

ท่มี า : www.phayaotc.ac.th/.../10032219194101_121113077..สืบค้นเม่อื 15 มิถุนายน 2555

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนิกส์สาหรับครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ช่วยทกุ ขเ์ พื่อน

15

3. ไดโอดเปลง่ แสง (Light Emitting Diode : LED )
ไดโอดเปล่งแสงเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนาชนิดหนึ่งท่ีเม่ือต่อแรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสมแล้วจะเปล่งแสงออกมา

ทามาจากสารกึ่งตัวนา มีขนาดเล็ก มีขั้วต่อออกมาใช้งาน 2 ข้ัว มีคุณสมบัติยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทางเดียวเมื่อป้อน
แรงดันไฟฟ้าตรงขั้ว และจะไม่ยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้เม่ือป้อนแรงดันไฟฟ้ากลับขั้วนามาใช้งานในการแสดงผลต่าง ดัง
ภาพประกอบ 2.4

ภาพประกอบ 2.4 โครงสร้างของไดโอดเปล่งแสง
ท่มี า : www.phayaotc.ac.th/.../10032219194101_121113077..สืบคน้ เมอ่ื 15 มถิ ุนายน 2555

4. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรง
มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรงเปน็ อปุ กรณ์ทีใ่ ช้ทาหน้าท่ีขับเคลื่อนเพื่อใหเ้ กิดการเคล่ือนท่ีของวตั ถุส่ิงของตา่ ง ในวงจรไฟฟ้า
เม่ือตอ่ แรงดนั ไฟฟา้ ที่เหมาะสมจะทาใหม้ อเตอร์หมุนไปตามทิศทางท่ีกาหนดไดด้ งั ภาพประกอบ 2.5

(a) มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (b) ส่วนประกอบมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรง

ภาพประกอบ 2.5 มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง

ที่มา : www.phayaotc.ac.th/.../10032219194101_121113077..สืบคน้ เมือ่ 15 มถิ ุนายน 2555

5. หวั แรง้ (Electric Soldering)

เป็นอุปกรณ์ท่ีละลายตะก่ัวและเพ่มิ ความร้อนให้ทองแดง และขาอุปกรณ์ในลายวงจร เพื่อให้ตะกั่วละลายไหลเข้าไปใน

ขาอุปกรณแ์ ละให้ตดิ กบั แผงวงจร นิยมใช้ในงานเช่ือมแผน่ วงจรอุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์เปน็ ส่วนใหญ่ และคาวา่ หวั แรง้ ปืนนั้นมาจาก

รูปลักษณ์ของมันที่มีด้ามจับเหมือนปืน และมีปุ่มเร่งความร้อนเหมือนไกปืนอีกด้วย ซึ่งลักษณะพิเศษท่ีมีปุ่มเร่งความร้อนน้ีเอง

จึงเปน็ ที่ช่ืนชอบของคนท่ใี ชง้ านเพราะเมื่อกดป่มุ กส็ ามารถทาค่าความรอ้ นไดเ้ ลย ดงั ภาพประกอบ 2.6

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนิกส์สาหรบั ครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ชว่ ยทุกข์เพ่ือน

16

ภาพประกอบ 2.6 หัวแรง้
ที่มา : https://www.songthamelec.com/product/3966 สบื คน้ เมือ่ 30 มถิ ุนายน 2564
6. มัลตมิ เิ ตอร์ (Mutimeter)
เคร่ืองมือวัดทางไฟฟ้าท่ีสามารถวัดปริมาณไฟฟ้าได้หลากหลายชนิด เช่น แรงดัน, กระแส, ความต้านทานและสามารถ
ใช้กับไฟกระแสตรง (DC) หรือไฟกระแสสลับ (AC) ได้ แหล่งพลังงานในการทางานของมัลติมิเตอร์ในปัจจุบันนั้นได้มาจาก
แบตเตอร่ีขนาด AA หรือ AAA ทาให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กและน้าหนักเบาสามารถนาไปใช้งานในที่ต่าง ได้อย่างง่ายดาย การ
แสดงผลของมัลติมิเตอร์จะมีด้วยกัน 2 แบบ คือมัลติมิเตอร์แบบเข็ม(Analog Multimeter) และมัลติมิเตอร์แบบตัวเลข
(Digital Multimeter) ดงั ภาพประกอบ 2.7

(a) มลั ติมเิ ตอรแ์ บบเข็ม(Analog Multimeter) (b) มลั ติมิเตอรแ์ บบตัวเลข (Digital Multimeter)

ภาพประกอบ 2.7 มัลติมเิ ตอร์

ทีม่ า : https://www.sangchaimeter.com/product_list/ สืบคน้ เมื่อ 30 มถิ ุนายน 2564

7. แอมมเิ ตอร์ (Ammeter)

เป็นเครื่องมือวัดที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า โดยนาแอมมิเตอร์มาต่ออนุกรมกับวงจรไฟฟ้า ซึ่งสามารถวัดไฟฟ้า

กระแสตรงได้ ดังภาพประกอบ 2.8

ภาพประกอบ 2.8 แอมมิเตอร์
ท่ี ม า : https://thai.alibaba.com/product-detail/analog-dc-ammeter-for-physics-teaching-
60516422903.html สบื ค้นเมื่อ 30 มิถนุ ายน 2564
8. ทรานซสิ เตอร์ (Transistor)
ทรานซิสเตอร์เป็นอุปกรณ์ท่ีพัฒนาจากไดโอด ซึ่งคุณสมบัติของทรานซิสเตอร์น้ัน หมายถึงสามารถนาไปใช้งานในด้าน
ขยายสัญญาณ ให้มขี นาดใหญข่ ึ้นน่ันเอง โดยการป้อนสัญญาณที่มีขนาดเล็กให้ทรานซิสเตอร์ ทรานซิสเตอรก์ ็จะนากระแสได้มาก

เอกสารประกอบการสอนวิชาอิเลก็ ทรอนกิ สส์ าหรับครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ชว่ ยทกุ ข์เพ่อื น

17

ทสี่ ามารถทาให้เกดิ สัญญาณขนาดใหญ่ทางขาออกได้สบาย เเละทรานซิสเตอรย์ ังเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนาชนิด 3 ตอนต่อชนกัน
โดยใช้สารกึ่งตัวนาชนิด P และชนิด N ทรานซิสเตอร์ต้องสร้างให้ตัวนาตอนกลางแคบที่สุด มีขาต่อออกมาใช้งาน 3 ขา ที่
สามารถทาหน้าท่ี ขยายสญั ญาณ
ไฟฟ้า เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า คงค่าแรงดันไฟฟ้า หรือกล้าสัญญาณไฟฟ้า (modulate) เป็นต้น การทางานของทราสซิสเตอร์
เปรียบได้กับวาลว์ที่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพ่ือปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่ มาจากแหล่งจ่ายแรงดัน ดัง
ภาพประกอบ 2.9

ภาพประกอบ 2.9 ทรานซสิ เตอร์
ท่มี า : https://electronicbenefitscard.org สบื คน้ เม่ือ 30 มถิ ุนายน 2564
9. แผงทดลองวงจร (Protoboard หรอื Breadboard)
เป็นบอรด์ ที่ใชท้ ดลองวงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ลักษณะเป็นแผ่นพลาสตกิ หนาสขี าว บนแผ่นมีรูเรียงกันจานวนมาก ภายในรู
มีตัวนาไฟฟ้าซึ่งเช่ือมต่อกันในรูปแบบท่ีมีการกาหนดไว้ เวลาทดลองก็เสียบขาของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลงไปให้ตัวนาภายใน
เช่ือมวงจรถึงกัน และอาจใช้สายไฟเสียบลงรูเพื่อเช่ือมวงจรไฟฟ้าได้เช่นกัน ข้อดีของโพรโทบอร์ดคือ ไม่ต้องออกแบบแผงวงจร
และไม่ต้องบัดกรีแต่มีข้อเสียคือใช้ทดลองวงจรท่ีทางานท่ีความถี่สูง ไม่ได้เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสัญญาณรบกวนในวงจร ดัง
ภาพประกอบ 2.10

ภาพประกอบ 2.10 โพรโตบ้ อร์ด (Protoboard) หรือเบรดบอร์ด (Breadboard)
ท่ีมา : https://sites.google.com/site/somyongregina/academic/electronic/protoboard สืบคน้ เม่อื 30

มิถุนายน 2564

เอกสารประกอบการสอนวิชาอิเล็กทรอนกิ ส์สาหรบั ครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ช่วยทกุ ขเ์ พือ่ น

18

10. วงจรแผ่นพิมพ์ (Printed Circuit Boards)
วงจรแผ่นพิมพ์หรือแผ่นปร้ินท์ เป็นแผ่นพลาสติกท่ีผิวด้านหนึง่ ถูกเคลือบดว้ ยแผ่นทองแดงบาง เพ่ือใช้ทาลายพิมพ์วงจร
และทาให้เกิดวงจรขึ้นมา ใช้เป็นลายตวั นาในการเชื่อมต่ออปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน เกิดเป็นวงจรต่าง ตามตอ้ งการ ดัง
ภาพประกอบ 2.11

(a) Printed Circuit Boards (PCB) (b) แผ่น PCB เอนกประสงค์

ภาพประกอบ 2.11 วงจรแผน่ พิมพ์

ท่ีมา : https://www.applicadthai.com/articlesสืบคน้ เม่อื 30 มิถุนายน 2564

11. หม้อแปลง (Transformer)

มีลักษณะเป็นขดลวดทองแดงอาบน้ายาที่พันอยู่บนแกนตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป ทาหน้าที่ผ่านแรงดันไฟฟ้า จากขดลวดชุด

หนึ่งไปยังอกี ชุดหนึ่งโดยการเหน่ยี วนาทางเส้นแรงแม่เหลก็ ไฟฟ้า ดังภาพประกอบ 2.12

ภาพประกอบ 2.12 หมอ้ แปลง
ทม่ี า : https://www.srt.co.th/product-5-60-245 สบื คน้ เมือ่ 30 มิถนุ ายน 2564
12. วงจรรวม IC (Integrated Circuit)
เป็นวงจรทนี่ าเอาไดโอด, ทรานซิสเตอร์, ตัวต้านทาน, ตัวเก็บประจุ และองค์ประกอบวงจรตา่ ง มาประกอบรวมกัน
บนแผ่นวงจรขนาดเล็กและอุปกรณ์สารกึ่งตัวนาอ่ืน เข้ารวมเป็นช้ินเดียวกัน และมีขาออกมาภายนอกสาหรับป้อนแหล่งจ่าย มี
หลายชนดิ แล้วแตห่ นา้ ทกี่ ารทางาน ดังภาพประกอบ 2.13

ภาพประกอบ 2.13 วงจรรวม IC
ทีม่ า : https://www.mahachaielectronics.com/category/4/ic สบื คน้ เมื่อ 30 มถิ ุนายน 2564

2.2 การประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์พ้นื ฐาน

2.2.1. การประกอบวงจรไฟกระพริบ
วงจรไฟกระพริบเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นอย่างง่ายท่ีสามารถต่อให้เสร็จและทางานได้ในเวลาไม่มาก
ต่อได้หลาย แบบปัจจุบันมี LED ที่กระพริบได้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างวงจรไฟกระพริบ LED ที่ง่ายท่ีสุดและมีการใช้งานกันมากคือ

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนิกสส์ าหรับครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ชว่ ยทุกขเ์ พื่อน

19

วงจรไฟกะพริบซึ่งจะติด – ดบั สลับไปมาในอัตราปกติหนึ่งหรือสองครัง้ ตอ่ วินาที และถ้าใช้ LED สองตัวจะมีลกั ษณะการทางาน
เช่นเดียวกันเพยี งแต่ LED ทงั้ สองตัวติด – ดบั สลบั กนั ดังภาพประกอบ 2.14

LED

R 1KΩ E = 12V

(a)การต่อไดโอดเปลง่ แสง (b) วงจรการต่อไดโอดเปลง่ แสง

ภาพประกอบ 2.14 การต่อใช้งานไดโอดเปล่งแสง

ท่มี า : www.phayaotc.ac.th/.../10032219194101_121113077..สืบค้นเม่ือ 15 มิถุนายน 2555

จากภาพประกอบ 2.14 เป็นการต่อแอลอีดีเข้ากับตัวต้านทาน 1 K เมื่อต่อแหล่งจ่ายกาลังไฟฟ้า
กระแสตรงขนาด 12 V เขา้ ไปใหถ้ ูกขัว้ จะทาให้แอลอีดีติดสว่างได้ ถ้าต้องการให้แอลอีดีสว่างมากกว่านี้ให้ลดค่าความตา้ นทานลงมา

ให้น้อยกวา่ 1 K
2.2.2. การประกอบวงจรมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

Switch

M Power supply

DC Motor

(a) การประกอบวงจรมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (b) วงจรมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง

ภาพประกอบ 2.15 การประกอบวงจรมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง

ทีม่ า : www.phayaotc.ac.th/.../10032219194101_121113077..สืบค้นเมอื่ 15 มิถุนายน 2555

จากภาพประกอบ 2.15 เม่ือประกอบวงจรเสร็จแล้วทดลองกดสวิตช์ค้างไว้จะสังเกตเห็นว่ามอเตอรห์ มุน เมื่อ
ปล่อยมอื จากสวิตช์มอเตอร์จะหมนุ ชา้ ลงจนหยุดนิ่ง หากตอ้ งการเห็นการหมนุ ของมอเตอร์ใหช้ ัดเจนใหท้ ากระดาษเปน็ รูปใบพดั แล้ว
นาไปตดิ ที่แกนของมอเตอร์จะทาใหเ้ ห็นการหมุนของมอเตอร์ชัดเจนย่ิงขึน้

ในวงจรไฟฟ้าวงจรหนึ่ง อาจมีตัวต้านทานหลายตัวต่อกันอยู่ในลักษณะต่าง การต่อตัวต้านทานเข้าด้วยกัน
เปน็ วงจรไฟฟา้ อย่างง่าย แบ่งออกได้ 3 แบบ คอื การต่อแบบอนุกรม การต่อแบบขนาน และการต่อแบบผสม (แบบอนุกรมและ
ขนานปนกนั ) ทานองเดียวกบั การต่อตัวเกบ็ ประจุ

2.3. การอา่ นคา่ ความตา้ นทานและความจุไฟฟา้

2.3.1 การอา่ นค่าความต้านทานของตวั ต้านทานจากรหัสสี
2.3.1.1 การอา่ นคา่ ความตา้ นทานของตวั ตา้ นทานจากรหัสสี 4 แบบ

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนกิ สส์ าหรบั ครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ชว่ ยทกุ ข์เพือ่ น

20

ตัวต้านทานท่ีมีค่าความต้านทานคงที่ และมีความคลาดเคล่ือน 5 % หรือ 10% จะมีแถบสี 4 แถบแสดงค่าความ
ต้านทานและความคลาดเคล่ือน โดยแถบสีแถบท่ี 1 จะอยู่ชิดปลายด้านหนึง่ ของตัวตา้ นทานดังภาพประกอบ 2.16

ภาพประกอบ 2.16 ตวั ตา้ นทานทม่ี รี หัสสี 4 แถบ
ทีม่ า : https://www.youtube.com/watch?v=z2yqnnxVqcI .สืบคน้ เมื่อ 5 กรกฎาคม 2564
การอา่ นคา่ ความตา้ นทานของตัวตา้ นทานทม่ี แี ถบรหสั สี 4 แถบ
(1) เร่ิมอ่านค่าจากแถบสีท่ีอยู่ใกล้ปลายข้างหนึ่งของตัวต้านทานมากที่สุด หรือแถบสีทางด้านที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยแถบสี
ทองหรือสีเงิน แถบสีแรกจะแทนตัวเลขตัวแรกของค่าความต้านทานของตัวต้านทาน
(2) แถบสที ี่ 2 แทนตวั เลขตวั ที่ 2 ของคา่ ความต้าน
(3) แถบสีที่ 3 แทนจานวนเลข 0 ท่ีตามหลังตัวเลขตัวที่ 2 หรือเลขยกกาลังของ 10 ที่คูณกับตัวเลขตัวท่ี 1 และ
ตวั เลขตวั ท่ี 2
(4) แถบสีท่ี 4 แทนเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคล่ือนของค่าความต้านทาน ปกติจะเป็นสีทอง แสดงค่าความต้านทาน
แท้จริงอยู่ในช่วง ±5% ของค่าความต้านทานที่อ่านค่าได้จากรหัสสี เช่น อ่านค่าความต้านทานจารหัสสีได้ 100Ω
และมีความคลาดเคล่อื น ± 5%ค่าความต้านทานทีย่ อมรบั ได้จะมีค่าอยูร่ ะหว่าง 95Ω ถึง 105Ω
สาหรับตัวต้านทานท่ีมีค่าน้อยกว่า 10Ω แถบสีท่ี 3 จะเป็นสีทองหรือสีเงิน โดยสีทอง แทนการคูณด้วย 0.1 หรือ 10-10
และสีเงนิ แทนการคูณดว้ ย 0.01 หรือ 10-2
การอา่ นค่าและคา่ แสดงความต้านทานท่มี ีแถบรหสั สี 4 แถบ แสดงดังภาพประกอบ 2.18
2.3.1.2 การอา่ นคา่ ความตา้ นทานของตวั ตา้ นทานทม่ี รี หสั สี 5 แถบสี
ตวั ตา้ นทานท่มี คี ่าความคลาดเคล่อื น 2%, 1% หรอื นอ้ ยกวา่ ปกตจิ ะใชร้ หสั สี 5 แถบสี ดงั ภาพประกอบ 2.17

ภาพประกอบ 2.17 ตวั ตา้ นทานทีม่ ีรหัสสี 5 แถบ
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=z2yqnnxVqcI .สืบคน้ เมอื่ 5 กรกฎาคม 2564

โดยเร่ิมอ่านค่าความต้านทานจากแถบสีแถบแรกท่ีอยู่ชิดปลายข้างหนึ่งของตัวต้านทาน แถบที่ 1 แทนตัวเลขตัวที่ 1
แถบที่ 2 แทนตัวเลขตัวท่ี 2 และแถบที่ 3 แทนตัวเลขตัวท่ี 3 ซึง่ แสดงค่าความต้านทาน แถบท่ี 4 แทนตัวเลขแสดงจานวนเลข
0 ท่เี ตมิ หลังตวั เลขตวั ที่ 3 และแถบท่ี 5 แทนเปอร์เซ็นตค์ วามคลาดเคลอื่ น

การอ่านคา่ และค่าแสดงความตา้ นทานทีม่ แี ถบรหสั สี 5 แถบ แสดงดงั ภาพประกอบ 2.18

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์สาหรับครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ชว่ ยทกุ ขเ์ พื่อน

21

ภาพประกอบ 2.18 คา่ แสดงความตา้ นทานที่มีแถบรหัสสี 4 แถบ และ 5 แถบ
ท่ีมา:http://www.kmitl.ac.th/~s2010977/Lab%20auto%20(electronic)1.htm .สบื ค้นเมอ่ื 5 กรกฎาคม 2564
2.3.2 การอ่านคา่ ความตา้ นทานจากรหัสตัวเลข – ตวั อกั ษร
2.3.2.1 การอา่ นคา่ ความตา้ นทานจากรหสั ตวั เลข

รหัสตัวเลขที่ใช้บอกค่าความต้านทาน ที่มีค่าความต้านทานมากกว่า 10 Ω ประกอบด้วยตัวเลข 3 ตัว โดยตัวเลขตัวที่ 1
และ 2 เป็นตัวเลขแสดงค่าความต้านทานของตัวต้านทาน และตัวเลขตัวท่ี 3 แทนจานวนเลข 0 ที่เติมหลังตัวเลขตัวที่ 1 และ 2
ถ้าตวั เลขทปี่ ระทบั บนตวั ต้านทานตวั หนึ่ง เปน็ ดังภาพประกอบ 2.19

ภาพประกอบ 2.19 ค่าความต้านทานทีร่ ะบุด้วยรหัสตัวเลข 3
ทมี่ า: https://commandronestore.com/products/br0331.php. สืบค้นเม่ือ 5 กรกฎาคม 2564

ความต้านทานของตัวต้านทานน้ี มีคา่ เป็น 330Ω
2.3.2.2 การอา่ นคา่ ความตา้ นทานจากรหสั ตวั เลข – ตวั อกั ษร
รหัสตัวเลข – ตัวอักษร ท่ีใช้บอกความต้านทาน ประกอบด้วย ตัวเลข 2 ตัว หรือ 3 ตัว และอักษร 1 ตัว คือ R, K
หรือ M
ตวั อกั ษรจะใช้แทนตวั คูณหรอื จานวนเลข 0 ทเี่ ติมหลงั ตัวเลข และตาแหนง่ ของตัวอักษรบง่ บอกถึงตาแหน่งของจุดทศนิยม

เอกสารประกอบการสอนวิชาอเิ ลก็ ทรอนิกสส์ าหรบั ครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ช่วยทกุ ข์เพื่อน

22

ตวั อกั ษร R แทนการคณู ดว้ ย 1 (ไมม่ เี ลข 0 หลงั ตวั เลข)
ตวั อกั ษร K แทนการคณู ดว้ ย 1000 (เตมิ เลข 0 จานวน 3 ตวั หลงั ตวั เลข)
ตวั อกั ษรM แทนการคณู ดว้ ย 1,000,000 (เตมิ 0 จานวน 6 ตวั หลงั ตวั เลข)

ตัวอย่างคา่ ความตา้ นทานท่บี อกด้วยรหัสเลข – ตัวอกั ษร เปน็ ดงั ภาพประกอบ 2.20

ภาพประกอบ 2.20 คา่ ความตา้ นทานท่บี อกด้วยรหัสตัวเลข – ตวั อักษร
ทมี่ า: https://sites.google.com/site/xilekthrniks. สบื ค้นเมอ่ื 5 กรกฎาคม 2564
สว่ นค่าความคลาดเคลอื่ น ระบุด้วยตวั อกั ษร F, G, J, K และ M ดังตารางที่ 2.2
ตาราง 2.2 ค่าความคลาดเคลอ่ื น ระบุด้วยตัวอกั ษร

รหสั ตัวอกั ษร F G JK M

ค่าความคลาดเคลื่อน ±1% ±2% ±5% ±10% ±20%

ทีม่ า: https://slideplayer.in.th/slide/2216014/ สืบคน้ เมื่อ 6 กรกฎาคม 2564

เช่น ตัวตา้ นทาน 4R6G มคี วามต้านทานเทา่ กบั 4.6Ω ±2%

ตัวตา้ นทาน 56KJ มีความต้านทานเทา่ กบั 56kΩ ±5%

ตัวต้านทาน 1K5K มีความต้านทานเท่ากับ 1.5kΩ ±10%

2.3.3. การอา่ นคา่ ความจไุ ฟฟา้ ของตวั เกบ็ ประจจุ ากรหสั สี-รหสั ตวั เลข
2.3.3.1 การอา่ นคา่ ความจไุ ฟฟา้ ของตวั เกบ็ ประจจุ ากรหสั สี
รหัสสบี นตัวเก็บประจุบางแบบ เชน่ ตัวเกบ็ ประจไุ มม่ ขี ัว้ แบบพลาสติกหรือเซรามิกของยโุ รปบางอนุกรม

ประกอบดว้ ยรหัสสี 5 แถบ ขณะที่รหัสสบี นตัวเกบ็ ประจุชนิดแทนทาลมั ประกอบด้วยแถบสี 3 แถบ และจุดสี 1 จุด
ดังภาพประกอบ 2.21

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอเิ ลก็ ทรอนิกสส์ าหรบั ครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ชว่ ยทกุ ข์เพอ่ื น

23

(ก) (ข)

(ก) 5 แถบสี (ข) 3 แถบสี

ภาพประกอบ 2.21 รหสั สบี นตัวเกบ็ ประจุ แบบ 5 แถบสี และ 3 แถบสี

ท่มี า: https://sites.google.com/site/xilekthrniks/taw-keb-pracufifa สบื ค้นเมือ่ 6 กรกฎาคม 2564

สาหรับตัวเก็บประจุท่ีมีรหัสสี 5 แถบ แถบท่ี 1 และ 2 แทนค่าตัวเลขตัวที่ 1 และ 2 แถบท่ี 3 แทนตัวคูณ (จานวน
เลข 0 หรือเลขกาลังของ 10) โดยค่าตัวเลขแทนรหัสสีเหมือนกับรหสั สีแทนค่าความต้านทานแต่คา่ ที่อ่านได้ มหี น่วยเป็น พิโคฟา
รดั (pF)

แถบสีที่ 4 แทนเปอรเ์ ซน็ ตค์ วามคลาดเคลอื่ น (สขี าว ±10%, สดี า ± 20%)

แถบสีที่ 5 แทนแรงดนั สูงสดุ ท่ีตัวเก็บประจุทนได้ (สนี ้าตาล 100V, สีแดง250V, สีเหลือง400V, สฟี า้
630V,)

ถา้ แถบสที ัง้ ห้า เรียงตามราดบั คือ มว่ ง เขียว ส้ม ดา เหลือง ความจไุ ฟฟา้ ท่ีอา่ นได้ มคี า่ เทา่ กับ 75,000pF หรอื 75
nF±20% แทนแรงดนั ได้ 400V

สว่ นตวั เก็บประจชุ นิดเทนทาลัม ซึง่ มรี หสั สี 3 แถบ กบั 1 จุด แถบบนและแถบกลางแทนคา่ ตัวเลข (อ่านคา่ เหมอื นค่า
การคา่ ความตา้ นทาน) แถบล่าง (ตดิ กบั ขาตัวเกบ็ ประจ)ุ จะเป็นตัวคูณในหน่วยไมโครฟารัด (µF) สีที่แต้มหรอื จุดไว้ ใชบ้ อกค่า
แรงดนั สูงสุดทีต่ ัวเก็บประจทุ นได้ โดยรหสั สีแทนคา่ ตัวคูณและแรงดนั สูงสุดทีต่ ัวเกบ็ ประจชุ นิดแทนทาลัมทนได้ พิจารณาจาก
ตารางท่ี 2.3

ตารางที่ 2.3 ค่าสีตัวเก็บประจุไฟฟา้ แบบเทนทาลัม

ทมี่ า: https://sites.google.com/site/xilekthrniks/taw-keb-pracufifa สบื คน้ เมอื่ 6 กรกฎาคม 2564

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนิกส์สาหรบั ครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ช่วยทุกขเ์ พื่อน

24

ถ้าแถบบนเปน็ สีทอง แถบกลางเปน็ สมี ่วง แถบล่างเป็นสีขาว และสท่ี ีจ่ ุดหรอื แต้มไวเ้ ป็นสชี มพู จะอ่านคา่ ความจไุ ฟฟ้าได้
เท่ากับ 47x0.1 µF หรอื 4.7 µF และทนแรงดนั ได้สูงสุด 35 V

2.3.3.2 การอา่ นคา่ ความจไุ ฟฟา้ จากรหสั ตัวเลข
รหสั ตัวเลขแทนค่าความจไุ ฟฟ้า อาจเป็นตวั เลขพรอ้ มสัญลกั ษณแ์ ทนหน่วยความจุไฟฟ้า หรือเป็นตัวเลขที ไม่แสดง

หน่วยความจุไฟฟา้ สญั ลกั ษณ์แทนหน่วยความจุไฟฟา้ เชน่ ไมโครฟารัด µF,นาโนฟารดั nF ,พโิ คฟารัด pF เป็นต้น
กรณีรหัสตัวเลขพร้อมสัญลักษณ์แทนหน่วยของความจุไฟฟ้า ถ้าสัญลักษณ์แทนหน่วยความจุไฟฟ้าอยู่หลังตัวเลข จะ

แทนหน่วยความจุไฟฟ้าเท่านั้น แต่ถ้าอยู่ระหว่างหรือหน้าตัวเลขจะแทนตาแหน่งจุดทศนิยมของค่าความจุไฟฟ้าในหน่วยนั้นด้วย
เชน่ 33 µ = 33 µF, n22 = 0.22 nF, 3p3 = 3.3 pF

กรณีรหัสตัวเลขที่ไม่แสดงหน่วยความจุไฟฟ้า ถ้าค่าตัวเลขไม่เกินหลักสิบ สาหรับตัวเก็บประจุแบบไม่มีข้ัว ค่าต้ังแต่ 1

ขึ้นไป จะมีหน่วยเป็น µF เช่น 3 = 3pF, 20 = 20 pF, 0.47 = 0.47 µF ส่วนตัวเก็บประจุแทนทาลัมแบบมีขาต่อ จะมี
หน่วยเป็น µF เทา่ นนั้ เช่น 2.2 = 2.2 µF, 0.68 = 0.28 µF

แต่ถ้าประกอบด้วยตัวเลข 3 ตัว โดยไม่แสดงหน่วย ซึ่งใช้แสดงคา่ ประจุไฟฟ้าของตัวเก็บประจุแบบไม่มีข้ัวและตัวเก็บ
ประจุแบบแทนทาลัมแบบ SMD ตวั เลขตวั ที่ 3 เปน็ จานวนเลข 0 หรอื เลขยกกาลงั ของ 10 ทเี่ ปน็ ตวั คูณของตวั เลข 2 ตัว ทอ่ี ยู่
ขา้ งหน้า โดยคา่ ที่อา่ นได้มหี นว่ ยเปน็ พิโคฟารัด (pF)

020 = 0.2 x 100 pF = 2 pF
220 = 22 x 100 pF = 22 pF
201 = 20 x 101 pF = 200 pF
473 = 47 x 103 pF = 47,000 pF = 47 nF = 0.047 µF
684 = 68 x 104 pF = 680,000 pF = 0.68 µF
225 = 22 x 105 pF = 2,200,000 pF = 2.2 µF
ความคลาดเคล่ือนของค่าความจุไฟฟ้า ระบุด้วยรหัสอักษรเหมอื นกบั ความคลาดเคล่อื นของตัวตา้ นทานแต่มีรายละเอียด
ต่างกันบา้ ง ดงั ตารางที่ 2.4
ตารางที่ 2.4 ความคลาดเคลอื่ นของค่าความจไุ ฟฟ้า ระบุด้วยรหสั อักษร

รหสั อักษร FGHJ K L M

ค่าความคลาดเคล่ือน ±1% ±2% ±3% ±5% ±10% ±15% ±20%

หมายเหตุ ตัวเก็บประจทุ ี่ผลิตในยโุ รป อาจใชส้ ัญลักษณ์ต่างจากท่ีใช้กันโดยท่ัวไป ซึ่งพจิ ารณาดังนี้

สญั ลกั ษณ์ U , - ~
AC
ความหมาย V . DC

ทม่ี า: https://sites.google.com/site/xilekthrniks/taw-keb-pracufifa สบื คน้ เมอื่ 6 กรกฎาคม 2564

การอ่านค่าตัวเกบ็ ประจุบางชนดิ พร้อมตัวอยา่ งการอา่ นค่าประจไุ ฟฟา้ เปอรเ์ ซ็นต์ความคลาดเคลือ่ นและแรงดันสูงสุดทีต่ ัว
เก็บประจุทนได้ แสดงดังภาพประกอบ 2.22

เอกสารประกอบการสอนวิชาอเิ ลก็ ทรอนิกส์สาหรับครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ชว่ ยทุกขเ์ พอ่ื น

25

ภาพประกอบ 2.22 ตัวเกบ็ ประจุแบบต่าง และรหัสแสดงคา่ ความจุไฟฟ้าความคลาดเคล่อื น และอัตราทนแรงดัน
ทีม่ า : https://sites.google.com/site/xilekthrniks/taw-keb-pracufifaสืบค้นเมือ่ 6 กรกฎาคม 2564

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนิกส์สาหรบั ครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ชว่ ยทกุ ขเ์ พ่อื น

26

ภาพประกอบ 2.22 ตัวเกบ็ ประจแุ บบต่าง และรหัสแสดงคา่ ความจไุ ฟฟ้าความคลาดเคลอื่ น และอัตราทนแรงดัน(ตอ่ )
ที่มา : https://sites.google.com/site/xilekthrniks/taw-keb-pracufifaสบื คน้ เมือ่ 6 กรกฎาคม 2564
2.4 การใช้มลั ตมิ เิ ตอร์
มิเตอร์ที่ใช้วัดค่าปริมาณทางไฟฟ้าได้หลายปริมาณ เช่น ความต้านทาน ความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า มีชื่อเรียกหลาย
ช่ือ ไดแ้ ก่ มัลตมิ ิเตอร์ VOM มิเตอร์ แต่โดยท่ัวไป เรยี กวา่ มัลตมิ เิ ตอร์
มัลติมิเตอร์เมื่อแบ่งตามลักษณะการแสดงค่าของปริมาณทางไฟฟ้าท่ีวัดได้ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบอะนา
ลอก ซึ่งแสดงค่าด้วยเขม็ มเิ ตอร์ท่ีช้ีบนสเกลของมิเตอร์ กับแบบดิจิตอล ซึ่งแสดงค่าด้วยตัวเลขบนจอ LCD (Liquid Crystal
Display)
2.4.1. มัลตมิ ิเตอร์แบบอะนาลอก
2.4.1.1. ส่วนประกอบภายนอก

ส่วนประกอบภายนอกของมลั ตมิ ิเตอรแ์ บบอะนาลอก พจิ ารณาได้จากภาพประกอบที่ 2.23

ภาพประกอบที่ 2.23 ส่วนประกอบภายนอกของมัลติมเิ ตอร์แบบอะนาลอก

เมอื่ 1 คือ สกรูปรับเข็มมเิ ตอร์ให้ชท้ี ค่ี า่ ศูนย์ ในกรณีท่เี ขม็ มิเตอร์ไม่ชีท้ ค่ี ่าศูนย์ สาเหตหุ นึ่งทเ่ี ขม็ มเิ ตอร์ไมช่ ี้ท่ี

ค่าศูนยเ์ ป็นเพราะความเข้มของสนามแมเ่ หลก็ โลกในสถานทต่ี า่ ง มีค่าไมเ่ ท่ากัน

2 คอื เข็มมเิ ตอร์ 3 คอื สเกลมเิ ตอร์ แสดงคา่ ของปริมาณทางไฟฟ้าทีทาการวัด

เอกสารประกอบการสอนวิชาอเิ ล็กทรอนิกส์สาหรบั ครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ช่วยทกุ ขเ์ พอ่ื น

27

4 คอื สวติ ชเ์ ลอื กย่านการวัด 5 คือ ป่มุ ปรบั 0Ω
6 คือ แจ๊คบวก 7 คือ แจ๊คลบ
8 คือ แจ๊ดเอาตพ์ ตุ 9 คอื โครงมเิ ตอร์

2.4.1.2 สเกลมเิ ตอร์
รายละเอียดเกยี่ วกบั สเกลมเิ ตอร์ พจิ ารณาได้จากภาพประกอบท่ี 2.24

ภาพประกอบท่ี 2.24 สเกลมเิ ตอร์

เมอ่ื 1 คือ สเกลความตา้ นทาน หรอื สเกล Ω
2 คือ สเกลความต่างศกั ยแ์ ละกระแสไฟฟา้ ตรง (DC V,A) และสเกลความตา่ งศกั ยก์ ระแสไฟฟ้าสลับ
ค่าตงั้ แต่ 10V ขึ้นไป (AC V ;> 10V)
3 คือ สเกล ±DC V หรอื ค่าศูนยก์ ลางสเกล (NULL)

4 คอื สเกล AC V 2.5 V
5 คือ สเกล hFE หรอื อตั ราการขยายกระแสตรงของทรานซสิ เตอร์
6 คอื สเกล ตรวจสอบเซลล์ ฟฟา้ 1.5 V (BATT 1.5 V)
7 คือ สเกล LI หรือ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผา่ นจุดวดั ของย่านวัดความต้านทาน
8 คือ สเกล LV หรอื ความตา่ งศกั ยห์ รือแรงดันตกครอ่ มจดุ วัดของย่านวัดความตา้ นทาน
9 คอื สเกลเดซเิ บล หรือ สเกล dB
10 คือ แถบเงาช่วยการอา่ น เพ่ือกาจดั ผลจากการเกิดพารัลแลกซ์ โดยค่าท่ีอ่านได้เมื่อเขม็ มเิ ตอร์กับเงาของเข็มมิเตอรใ์ น

แถบเงาตรงกนั จะเป็นคา่ ท่ถี ูกตอ้ งทีส่ ุด
2.4.1.3 ยา่ นวัดความตา้ นแทน

ย่านวัดความตา้ นทาน มีให้เลือก 5 ย่าน คอื ย่าน x1, x10, x100, x1k,x10 k ในหนว่ ย Ω ดังภาพประกอบท่ี 2.25

ภาพประกอบท่ี 2.25 ยา่ นวดั ความต้านทาน
การเลือกย่านการวัดความต้านทานให้ตงั้ ท่ียา่ นที่ 1 ก่อน ถา้ วัดความต้านทานแล้วเข็มมิเตอร์ไม่ขึ้นหรืvขึ้นน้อยให้เปล่ียนไปใช้
ย่านการวัดที่สูงขึ้งไปตามลาดับ จนอ่านค่าได้ท่ีบริเวณกลางสเกลมิเตอร์ ยกเว้นการวัดความต้านทานค่าต่ามาก โดยตั้งแต่ย่าน

เอกสารประกอบการสอนวิชาอิเล็กทรอนิกสส์ าหรับครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ชว่ ยทุกข์เพอ่ื น

28

การวัดไว้ที่ x1 ค่าท่ีอ่านได้จะอยู่บริเวณทางขวาของสเกลมิเตอร์ และการวัดความต้านทานค่าสูงมาก โดยตั้งย่านการวัดไว้ที่

x10k ค่าที่อ่านได้จะอยู่บริเวณทางซ้ายของสเกลมิเตอร์(ค่าในสเกล Ω มีค่าจาก 0 ถึง ∞ ค่าท่ีเข็มมิเตอร์ขึ้นสูงสุด (เบนไป

ขวาสดุ ) คอื 0 Ω ค่าทีเ่ ขม็ มเิ ตอรไ์ ม่ขึ้น คือ ∞ หรอื คา่ อนันต์)

จากย่านการวัดท่ีเลือกใช้ เมื่อพิจารณาประกอบกับสเกล Ω ของสเกลมิเตอร์ จะพบว่า ค่าที่ใช้วัดได้และค่าที่ควรใช้วัด

สาหรบั ยา่ นการวัดแต่ละยา่ น เป็นดังตารางที่ 2.5 และจากภาพประกอบ 2.26

ตารางท่ี 2.5 ยา่ นการวดั แต่ละยา่ น

ยา่ นการวดั คา่ ทใ่ี ช้วดั ได้ คา่ ทคี่ วรใชว้ ัด

x1 0 – 0.2Ω - 2 kΩ 0 - 50Ω

x10 0 - 2Ω - 20 kΩ 50 - 500Ω

x100 0 - 20Ω - 200 kΩ 0.5 – 5 kΩ

X1k 0 - 200Ω - 2 MΩ 5.0 – 50 kΩ

x10k 0 - 2Ω - 20 MΩ 50 kΩ - 20 MΩ

(ก)
(ข)

(ค)
ภาพประกอบ 2.26 การอ่านค่าความต้านทานจากสเกลมเิ ตอร์

ภาพประกอบ 2.26 ( ก ) เข็มมิเตอร์ช้ีที่เลข 10 ถ้าตั้งย่านการวัดไว้ท่ี x1 จะอ่านค่าได้ 10Ω แต่ถ้าต้ังย่านการวัดไว้ท่ี
x10k จะอา่ นค่าได้ 100kΩ

ภาพประกอบ 2.26 ( ข ) เข็มมิเตอร์ช้ีระหว่างเลข 10 กับ 20 เลยเลข 10 ไป 4 ช่องย่อย โดยระหว่างเลข 10 กับ 20

แบ่งเป็น 10 ช่องย่อย จึงอ่านค่าตัวเลขได้ 14 ถ้าตั้งย่านการวัดไว้ท่ี 1ื 0 จะอ่านค่าได้ 140Ω แต่ถ้าตั้งย่านการวัดไว้ที่ x1k จะ
อ่านค่าได้ 14 kΩ

ภาพประกอบ 2.26 ( ค ) เข็มมิเตอรช์ ้ีระหว่างเลข 100 กับ 200 เลยเลข 100 ไป 3 ช่องย่อย โดยระหว่างเลข 100

กับ 200 แบ่งเปน็ 5 ช่องย่อย จึงอ่านคา่ ตัวเลขได้ 160 ถ้าตั้งย่านการวดั ไว้ที่ ื100 จะอ่านค่าได้ 16000Ω หรือ 16 kΩ แต่
ถา้ ยังตัง้ ยา่ นการวดั ไวท้ ่ี x 1k จะอ่านคา่ ได้ 160 kΩ

เอกสารประกอบการสอนวิชาอเิ ล็กทรอนกิ สส์ าหรบั ครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ช่วยทกุ ข์เพอ่ื น

29

ความผิดพลาดของค่าความตา้ นทานที่ทาการวัด เกดิ จากการอ่านคา่ มากกว่าเกิดจากความแม่นยา (Accuracy) ของมิเตอร์
เน่ืองจากสเกล Ω เป็นสเกลท่ีไม่เป็นเชิงเส้น บริเวณกลางสเกลจะแบ่งค่าละเอียดกว่าทางซ้ายและขวา การอ่านค่าจากสเกล
มิเตอร์บริเวณกลางสเกลจึงผิดพลาดน้อยกว่าการอ่านบริเวณทางซ้ายและขวาของสเกล เช่น กรณีที่จุดวัดมีความต้านทาน
220Ω เม่ือต้ังยา่ นการวัดไวท้ ่ี x1, x10 และ x100 ตาแหน่งทเี่ ข็มมิเตอร์ชี้ จะเป็นดังภาพประกอบ 2.27

ภาพประกอบ 2.27 ตาแหน่งท่เี ข็มมิเตอร์ชี้ เมือ่ จุดวัดมีความตา้ นทาน 220Ω และตัง้ ย่านการวัดไว้ท่ี x1, x10 และ x100
ภาพประกอบ 2.27 เมื่อต้ังยา่ นการวัดไวท้ ่ี x1 เขม็ มิเตอร์จะชต้ี าแหน่ง a (เลยเลข 200 ไปเล็กนอ้ ย) เมอื่ ตั้งย่านการวัดไว้
ที่ x10 เข็มมิเตอร์จะช้ีตาแหน่ง b (เลยเลข 20 ไป 1 ช่องย่อย) และเข็มมิเตอร์จะชที้ ี่ตาแหน่ง c ( เลยเลข 2 ไปเล็กน้อย)
เม่ือตั้งย่านการวัดไว้ท่ี x100 จะเห็นได้ว่า เมื่อเข็มมิเตอร์ช้ีที่ตาแหน่ง b (บรเิ วณกลางสเกล) จะอ่านได้ 220Ω พอดี ขณะที่
ค่าท่ีอ่านได้ เมื่อเข็มมิเตอร์ที่ตาแหน่ง a และ c (บริเวณทางซ้ายและขวาของสเกล) ต้องใช้การประมาณค่า ทาให้เกิดความ
ผดิ พลาดในการอา่ นคา่ ได้มากกว่า

2.4.1.4 ยา่ นวดั ความตา่ งศกั ยห์ รอื แรงดันไฟฟา้
2.4.1.4.1 ยา่ นวดั ความตา่ งศกั ยห์ รือแรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรง (DC V)
มีใหเ้ ลือกใช้ 7 ยา่ น คือ ยา่ น 0.1V, 0.5V, 10V, 50V, 250V และ 1000V ดงั ภาพประกอบ 2.28

ภาพประกอบ 2.28 ยา่ นวดั ความตา่ งศักย์หรือแรงดันไฟฟา้ กระแสตรง (DC V)
ค่าทใี่ ชว้ ดั ไดแ้ ละค่าทีค่ วรใช้วัดสาหรับย่านการวดั วัดความต่างศกั ย์หรือแรงดนั ไฟฟ้ากระแสตรงแต่ละยา่ น
พิจารณาได้จากตารางที่ 2.6
ตารางท่ี 2.6 คา่ ท่ใี ชว้ ัดได้และค่าท่คี วรใช้วัดสาหรบั ย่านการวัด วัดความตา่ งศักยห์ รือแรงดันไฟฟา้ กระแสตรง

ยา่ นการวดั คา่ ทใี่ ชว้ ดั ได้ คา่ ทค่ี วรใชว้ ัด
DC 0.1 V 0 – 0.1 V 0 – 0.1 V
DC 0.5 V 0 – 0.5 V 0.1 – 0.5 V
DC 2.5 V 0 – 2.5 V 0.5 – 2.5 V
DC 10 V 0 – 10 V 2.5 – 10 V
DC 50 V 0 – 50 V 10 - 50 V
DC 250 V 0 – 250 V 50 – 250 V
DC 1000 V 0 – 1000 V 250 – 1000 V

เอกสารประกอบการสอนวิชาอเิ ล็กทรอนิกส์สาหรับครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ชว่ ยทุกขเ์ พือ่ น

30

การอ่านค่าความต่างศักย์หรือแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC V) จากสเกลมิเตอรส์ เกล 2 ใน ภาพประกอบ 2.24 ซึ่งแบ่งเป็น
สเกลย่อย 3 สเกล คือ สเกลบน ค่าในสเกล คือ 0 – 250 สเกลกลาง ค่าในสเกลคือ 0 – 50 และสเกลล่าง ค่าในสเกลคือ
0 – 10 วธิ ีการอา่ นคา่ สเกลมิเตอร์ มีรายละเอยี ดดังตารางที่ 2.7
ตารางท่ี 2.7 การอา่ นคา่ ความต่างศักย์หรอื แรงดันไฟฟา้ กระแสตรง (DC V) จากสเกลมเิ ตอร์

ยา่ นการวัด การอา่ นคา่

DC 0.1 V การอา่ นค่าท่สี เกลลา่ งของสเกล 2 แล้วหารดว้ ย 100 จะเป็นค่า V ของจดุ วดั หรอื เทียบให้

ค่า 10 ในสเกลเท่ากับ 0.1 V

DC 0.5V การอ่านคา่ ทส่ี เกลกลางของสเกล 2 แลว้ หารด้วย 100 จะเป็นคา่ V ของจุดวดั หรือเทยี บ

ใหค้ ่า 50 ในสเกลเทา่ กบั 0.5 V

DC 2.5 V การอ่านค่าทส่ี เกลบนของสเกล 2 แล้วหารด้วย 100 จะเป็นคา่ V ของจดุ วดั หรือเทยี บให้

ค่า 250 ในสเกลเทา่ กบั 2.5V

DC 10 V การอ่านค่าทส่ี เกลล่างของสเกล 2 เป็นคา่ V ของจุดวดั

DC 50 V การอา่ นค่าทส่ี เกลกลางของสเกล 2 เปน็ คา่ V ของจุดวัด

DC 250 V การอา่ นคา่ ทส่ี เกลบนของสเกล 2 เปน็ ค่า V ของจุดวัด

DC 1000 V การอ่านค่าทีส่ เกลล่างของสเกล 2 แล้วหารด้วย 100 จะเป็นค่า V ของจุดวัด หรอื เทยี บให้

ค่า 10 ในสเกลเทา่ กบั 1000 V

พจิ ารณาภาพประกอบ 2.29

ภาพประกอบ 2.29 ตวั อย่างการอ่านค่าความตา่ งศักย์หรือแรงดนั ไฟฟ้ากระแสตรงจากสเกลมเิ ตอร์
ภาพประกอบ 2.29 (ก)

เข็มมิเตอรช์ ้ีทเ่ี ลข 200 บนสเกลบน

☻ถ้าใช้ยา่ นการวัด DC 2.5 V ความต่างศกั ย์หรือแรงดันไฟฟ้าทวี่ ัดได้ มคี ่าเท่ากบั 2.0 V

☻ถ้าใช้ย่านการวัด DC 250 V ความตา่ งศักย์หรอื แรงดนั ไฟฟ้าท่วี ดั ได้ มีคา่ เทา่ กบั 200V
เข็มมเิ ตอรช์ ีท้ ี่เลข 40 บนสเกลกลาง

☻ถา้ ใช้ยา่ นการวดั DC 0.5 V ความตา่ งศกั ยห์ รอื แรงดนั ไฟฟา้ ทวี่ ดั ได้ มคี ่าเท่ากบั 0.4 V

☻ถ้าใช้ย่านการวัด DC 250 V ความต่างศกั ย์หรือแรงดันไฟฟา้ ที่วดั ได้ มีคา่ เทา่ กับ 40 V
เข็มมิเตอร์ชท้ี เ่ี ลข 8 บนสเกลลา่ ง

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเล็กทรอนิกสส์ าหรบั ครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ช่วยทุกข์เพ่ือน

31

☻ถา้ ใช้ยา่ นการวดั DC 0.1 V ความตา่ งศักย์หรือแรงดันไฟฟา้ ที่วัดได้ มีค่าเทา่ กบั 0.08V

☻ถ้าใชย้ า่ นการวดั DC 10 V ความตา่ งศักย์หรือแรงดันไฟฟา้ ท่วี ดั ได้ มีค่าเทา่ กบั 8 V

☻ถา้ ใชย้ า่ นการวัด DC 1000 V ความตา่ งศักยห์ รอื แรงดันไฟฟา้ ที่วัดได้ มคี า่ เทา่ กบั 800V
ภาพประกอบ 2.29 ( ข )

เข็มมิเตอร์ช้ีระหว่างเลข 50 กับ 100 บนสเกลบน เลยเลข 50 ไป 8 ช่อง โดยระหว่างเลข 50 กับ 100 แบ่งเป็น 10
ช่องยอ่ ย แตล่ ะช่องยอ่ ยมคี า่ เท่ากับ 5 ค่าตัวเลข ท่อี า่ นไดจ้ ากคา่ สเกลบน จึงมีค่าเป็น 90

☻ถ้าใชย้ ่านการวัด DC 2.5 V ความตา่ งศักย์หรือแรงดันไฟฟ้าทีว่ ัดได้ มคี ่าเทา่ กับ 0.90 V

☻ถา้ ใช้ย่านการวดั DC 250 V ความตา่ งศักยห์ รอื แรงดนั ไฟฟ้าทว่ี ัดได้ มีคา่ เท่ากับ 90 V 10
เข็มมเิ ตอรช์ ้ีระหวา่ งเลข 10 กับ 20 บนสเกลกลาง เลยเลข 10 ไป 8 ช่อง โดยระหว่างเลข 10 กบั 20 แบ่งเป็น
ช่องยอ่ ย แตล่ ะช่องยอ่ ยมคี ่าเทา่ กบั 1 ค่าตัวเลขทอ่ี า่ นไดจ้ ากคา่ สเกลกลาง จึงมีค่าเปน็ 18

☻ถ้าใช้ย่านการวดั DC 0.5 V ความตา่ งศักยห์ รือแรงดนั ไฟฟา้ ทีว่ ัดได้ มีค่าเทา่ กบั 0.18 V

☻ถา้ ใชย้ ่านการวัด DC 50 V ความต่างศักยห์ รือแรงดนั ไฟฟ้าที่วัดได้ มีค่าเทา่ กับ 18 V
เข็มมิเตอร์ช้ีระหว่างเลข 2 กับ 4 บนสเกลล่าง เลยเลข 4ไป 8 ช่อง โดยระหว่างเลข 2 กับ 4 แบ่งเป็น 10 ช่องย่อย
แต่ละช่องยอ่ ยมีค่าเท่ากบั 0.2 ค่าตัวเลข ท่ีอ่านไดจ้ ากคา่ สเกลลา่ งจึงมคี ่าเปน็ 3.6

☻ถ้าใชย้ า่ นการวัด DC 0.1 V ความต่างศกั ยห์ รอื แรงดันไฟฟ้าทีว่ ัดได้ มคี ่าเท่ากับ 0.036 V

☻ถ้าใช้ย่านการวัด DC 10 V ความตา่ งศกั ย์หรือแรงดนั ไฟฟา้ ทวี่ ัดได้ มคี ่าเท่ากบั 3.6 V

☻ถ้าใชย้ ่านการวดั DC 1000 V ความตา่ งศักย์หรอื แรงดนั ไฟฟา้ ที่วดั ได้ มคี ่าเท่ากับ 360 V

2.4.1.4.2 ย่านวัดความต่างศักย์หรอื แรงดนั ไฟฟ้ากระแสสลบั (AC V)
มใี หเ้ ลือกใช้ 5 ยา่ น คอื ย่าน 2.5 V, 10 V, 50 V, 250 V และ 1000 V ดงั ภาพประกอบ 2.29

ภาพประกอบ 2.30 ย่านวัดความต่างศกั ยห์ รอื แรงดันไฟฟา้ กระแสสลับ (AC V)

ค่าที่ใช้วัดได้และค่าท่ีควรใช้วัดสาหรับย่านการวัดความต่างศักย์หรือแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับแต่ละย่าน พิจารณาได้จาก
ตารางท่ี 2.8

เอกสารประกอบการสอนวิชาอเิ ลก็ ทรอนกิ สส์ าหรับครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ชว่ ยทุกขเ์ พือ่ น

32

ตารางที่ 2.8 ยา่ นการวดั ความตา่ งศักยห์ รอื แรงดนั ไฟฟา้ กระแสสลบั

ยา่ นการวัด คา่ ทใี่ ช้วดั ได้ คา่ ทคี่ วรใชว้ ดั
AC 2.5 V 0 – 2.5 V 0.5 – 2.5 V
AC 10 V 0 – 10 V 2.5 – 10 V
AC 50 V 0 – 50 V 10 – 50 V
AC 250 V 0 – 250 V 50 – 250 V
AC 1000 V 0 – 1000 V 250 – 1000 V

การอ่านค่าความต่างศักย์หรือแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC V) จากสเกลมิเตอร์ ท่ีมีค่าต้ังแต่ 10 V ขึ้นไป อ่านได้จาก
สเกล 2 ในภาพประกอบ 2.24 ซึ่งแบ่งเป็นสเกลย่อย 3 สเกล คอื สเกลบน ค่าในสเกล คือ 0 – 250 สเกลกลาง ค่า
ในสเกล คือ 0 – 50 และสเกลล่าง ค่าในสเกล คือ 0 – 10 ส่วนความต่างศักย์หรือแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับท่ีมีค่าน้อยกว่า
2.5 อา่ นได้จากสเกล 4 ในภาพประกอบ 2.24 วธิ ีการอา่ นค่าจากสเกลมเิ ตอร์ มีรายละเอียดดังตารางที่ 2.9
ตารางท่ี 2.9 การอ่านค่าความตา่ งศกั ยห์ รือแรงดนั ไฟฟ้ากระแสสลบั (AC V) จากสเกลมเิ ตอร์

ยา่ นการวัด การอา่ นคา่
AC 2.5 V อา่ นคา่ ที่สเกล 4 เปน็ คา่ V ของจดุ วัด
AC 10 V อ่านคา่ ทส่ี เกลลา่ งของสเกล 2 เปน็ คา่ V ของจดุ วัด
AC 50 V อา่ นคา่ ทส่ี เกลกลางของสเกล 2 เป็นคา่ V ของจดุ วัด
AC 250 V อา่ นคา่ ทส่ี เกลบนของสเกล 2 เปน็ ค่า V ของจดุ วัด
AC 1000 V อ่านคา่ ทส่ี เกลลา่ งของสเกล 2 แลว้ คูณด้วย 100 จะเป็นคา่ V ของจุดวดั
หรอื เทียบให้คา่ 10 ในสเกลเท่ากบั 1000 V

พิจารณาดงั ภาพประกอบ 2.31

( ก)

(ข)
ภาพประกอบ 2.31 ตัวอยา่ งการอ่านคา่ ความตา่ งศกั ยห์ รือแรงดันไฟฟ้ากระแสสลบั จากสเกลมเิ ตอร์
ภาพประกอบ 2.31 ( ก )
เข็มมิเตอร์ชีร้ ะหวา่ งเลข 150 กับ 200 บนสเกลบน เลยเลข 150 ไป 7 ช่อง โดยระหวา่ งเลข 150 กับ 200 แบ่งเป็น 10
ช่องย่อย แต่ละชอ่ งยอ่ ยมีคา่ เท่ากบั 5 คา่ ตวั เลขทอ่ี ่านไดจ้ ากค่าสเกลบน จึงมคี า่ เทา่ กบั 185

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนิกส์สาหรบั ครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ชว่ ยทุกขเ์ พือ่ น

33

☻ถา้ ใชย้ ่านการวัด AC 250 V ความต่างศักยห์ รือแรงดันไฟฟ้าท่ีวัดได้ มคี า่ เท่ากับ 185 V
เขม็ มเิ ตอร์ช้รี ะหว่างเลข 30 กับ 40 บนสเกลกลาง เลยเลข 40 ไป 7 ชอ่ ง โดยระหว่างเลข 30 กบั 40
แบ่งเป็น 10 ช่องยอ่ ย แตล่ ะช่องยอ่ ยมีค่าเทา่ กับ 1 คา่ ตัวเลขท่อี ่านได้จากค่าสเกลกลาง จึงมคี า่ เท่ากบั 37

☻ถ้าใชย้ า่ นการวัด AC 50 V ความต่างศกั ย์หรอื แรงดนั ไฟฟา้ ทีว่ ดั ได้ มคี ่าเทา่ กบั 37 V
เขม็ มเิ ตอร์ช้ีระหวา่ งเลข 6 กับ 8 บนสเกลล่าง เลยเลข 6 ไป 7 ช่อง โดยระหว่างเลข 6 กบั 8
แบ่งเป็น 10 ชอ่ งยอ่ ย แตล่ ะช่องย่อยมคี า่ เทา่ กับ 0.2 คา่ ตัวเลขท่ีอา่ นไดจ้ ากคา่ สเกลล่าง จึงมีคา่ เท่ากบั 7.4

☻ถ้าใชย้ า่ นการวัด AC 10 V ความตา่ งศักยห์ รอื แรงดันไฟฟา้ ท่วี ดั ได้ มคี า่ เทา่ กับ 7.4 V
ภาพประกอบ 2.31 ( ข )

เข็มมิเตอร์ชี้ระหว่างเลข 1 กับ 1.5 เลยเลข 1 ไป 2 ช่อง โดยระหวา่ งเลข 1 กับ 1.5 แบ่งเป็น 5 ช่องย่อย แต่ละช่อง
ย่อยมคี ่าเท่ากบั 0.1 คา่ ตวั เลขที่อา่ นได้ จึงมคี า่ เทา่ กับ 1.2

☻ถา้ ใชย้ ่านการวัด AC 2.5 V ความต่างศักยห์ รอื แรงดนั ไฟฟ้าทีว่ ัดได้ มคี ่าเทา่ กบั 1.2 V
หมายเหตุ คา่ แรงดันไฟฟา้ ที่ได้จากการวดั ด้วยยา่ นแรงดันไฟฟ้ากระแสสลบั คือ คา่ Vrms

ซึง่ จะเปน็ ค่าที่ถูกต้อง สาหรับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลบั แบบไซน์ เทา่ นนั้

การเลือกใช้ย่านวัดความต่างศักย์หรือแรงดันไฟฟ้า ให้เลือกใช้ย่านวัดสูงสุดก่อน ถ้าวัดแล้วเข็มของมิเตอร์ไม่ขึ้นหรือน้อยลง
จึงเปลี่ยนเป็นย่านวัดท่ีต่าลงมาตามลาดับ จนอ่านค่าได้ในย่านใกล้เคียงกับค่าความต่างศักย์หรือแรงดันไฟฟ้าของจุดวัด เพ่ือให้
คา่ ท่ีได้จากการวัดมคี วามคลาดเคล่ือนตา่ และเพ่ือป้องกันไมใ่ ห้วัดคา่ ความต่างศักย์และแรงดันไฟฟา้ ทมี่ ีคา่ สูงกวา่ ยา่ นการวดั ท่เี ลือก
การวัดความต่างศกั ย์หรือแรงดนั ไฟฟ้าที่มีค่าสูงกว่าย่านการวัดที่เลอื ก เข็มของมเิ ตอร์จะขึน้ เลยสเกล อาจทาให้มเิ ตอร์เสยี ได้

2.4.1.5 ยา่ นวดั กระแสตรง
ยา่ นวัดกระแสตรงมี 4 ย่าน คอื 50ตA, 2.5 mA, 25mA, 0.25A (250mA) ดังภาพประกอบ 2.32

ภาพประกอบ 2.32 ย่านวัดกระแสตรง

การวัดกระแสไฟฟ้าในวงจรให้ใช้ย่านการวัดสูงสุดก่อน ถ้าเข็มไม่ขึ้นหรือน้อยลง จึงเปลี่ยนไปใช้ย่านการวัดท่ีต่าลงตามลาดับ
จนอ่านค่าได้ในย่านท่ีใกล้เคียงกับค่ากระแสไฟฟ้าในวงจร เพ่ือให้ค่าที่ได้จากการวัดมีความคลาดเคล่ือนต่า และป้องกันไม่ให้วัด
กระแสไฟฟ้าที่มีค่าสูงกวา่ ย่านการวัดท่ีต้ังไว้ การวัดกระแสไฟฟ้าท่ีมีค่าสูงกว่าย่านการวัดทตี่ ้ังไว้ เข็มของมิเตอรจ์ ะขึ้นเลยสเกลอาจ
ทาให้สเกลเสยี ได้

คา่ ทใี่ ชว้ ัดได้และคา่ ท่คี วรใช้วัด มรี ายละเอียดดงั ตารางที่ 2.10

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเล็กทรอนกิ สส์ าหรบั ครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ช่วยทกุ ขเ์ พ่ือน

34

ตารางท่ี 2.10 คา่ ที่ใชว้ ัดไดแ้ ละคา่ ที่ควรใชว้ ัด

ยา่ นการวัด คา่ ทใ่ี ช้วดั ได้ คา่ ทค่ี วรใชว้ ัด
DC 50 µA 0 – 50 µA 0 – 50 µA
DC 2.5 mA 0 – 2.5 mA 50 µA – 2.5 mA
DC 25 mA 0 – 25 mA 2.5 mA – 25 mA
DC 0.25 A (250 mA) 0 - 250mA 25 mA – 250 mA

การอ่านค่ากระแสไฟฟ้าตรงท่ีวัดได้ อา่ นจากสเกล DC V, A&AC, V (สเกล 2 ในภาพประกอบ 2.24) แต่ใช้สเกลบนกับ

สเกลกลางเพียง 2 สเกล ไมใ่ ชส่ เกลลา่ ง ดังรายละเอยี ดในตารางท่ี 2.11

ตารางที่ 2.11 การอา่ นค่ากระแสไฟฟ้าตรง

ยา่ นการวดั การอา่ นคา่

DC 50 µA อา่ นคา่ ที่สเกลกลางของสเกล 2 เปน็ ค่ากระแสไฟฟ้าทม่ี ีหน่วยเป็น µA

DC 2.5 mA อ่านคา่ ที่สเกลบนของสเกล 2 หารด้วย 100เป็นค่ากระแสไฟฟา้ ท่ีมีหน่วยเปน็ mA

หรอื เทยี บให้ค่า 250 ในสเกลเทา่ กับ 2.5 mA

DC 25 mA อา่ นค่าทีส่ เกลบนของสเกล 2 หารด้วย 10 เป็นค่ากระแสไฟฟา้ ทม่ี ีหนว่ ยเปน็ mA

หรือเทยี บใหค้ า่ 250 ในสเกลเทา่ กบั 25 mA

DC 0.25 A (250 mA) อ่านค่าท่ีสเกลกลางของสเกล 2 เปน็ คา่ กระแสไฟฟ้าที่มีหนว่ ยเป็น µA

พจิ ารณาภาพประกอบ 2.33

(ก)

(ข)
ภาพประกอบ 2.33 การอา่ นค่ากระแสไฟฟ้าตรงจากสเกลมเิ ตอร์
ภาพประกอบ 2.33 (ก)
เขม็ มเิ ตอร์ช้ีระหว่างเลข 100 กับ 150 บนสเกลบน เลยเลข 100 ไป 5 ช่อง โดยระหว่างเลข 100 กับ 150 แบ่งเป็น 10
ชอ่ งยอ่ ย แตล่ ะช่องย่อยมีคา่ เทา่ กบั 5 ค่าตวั เลขที่อา่ นไดจ้ ากค่าสเกลบน จึงมีค่าเทา่ กบั 125

☻ถา้ ใชย้ า่ นการวดั DC 2.5 mA กระแสไฟฟา้ ทวี่ ดั ได้ มีคา่ เทา่ กบั 1.25 mA

☻ถ้าใชย้ า่ นการวัด DC 25 mA กระแสไฟฟ้าทว่ี ดั ได้ มคี ่าเทา่ กบั 12.5 mA

☻ถา้ ใช้ย่านการวดั DC 2.5 A กระแสไฟฟ้าทว่ี ัดได้ มคี า่ เทา่ กบั 125 mA

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนกิ ส์สาหรับครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ช่วยทุกข์เพือ่ น

35

เข็มมิเตอร์ช้ีระหว่างเลข 20 กับ 30 บนสเกลกลาง เลยเลข 20 ไป 5 ช่อง โดยระหว่างเลข 20 กับ 30 แบ่งเป็น 10
ช่องย่อย แตล่ ะชอ่ งยอ่ ยมีค่าเท่ากบั 1 คา่ ตวั เลขท่ีอา่ นได้จากค่าสเกลกลาง จึงมีค่าเท่ากับ 25

☻ถา้ ใช้ยา่ นการวดั DC 50 µA กระแสไฟฟา้ ทว่ี ัดได้ มคี ่าเท่ากบั 25 µA

ภาพประกอบ 2.33 ( ข )
เข็มมิเตอร์ชี้ระหว่างเลข 200 กับ 250 บนสเกลบน เลยเลข 200 ไป 2 ช่อง โดยระหว่างเลข 200 กับ 250 แบ่งเป็น
10 ชอ่ งย่อย แต่ละชอ่ งยอ่ ยมคี า่ เท่ากบั 5 คา่ ตัวเลขท่ีอ่านได้จากค่าสเกลบน จึงมีคา่ เทา่ กับ 210

☻ถ้าใช้ยา่ นการวัด DC 2.5 mA กระแสไฟฟา้ ทีว่ ดั ได้ มีค่าเทา่ กบั 2.1 mA

☻ถา้ ใช้ย่านการวัด DC 25 mA กระแสไฟฟา้ ท่ีวัดได้ มคี ่าเท่ากับ 21 mA

☻ถา้ ใชย้ ่านการวดั DC 2.5 A กระแสไฟฟ้าทีว่ ดั ได้ มีค่าเทา่ กับ 210 mA

เข็มมิเตอร์ช้ีระหว่างเลข 40 กับ 50 บนสเกลกลาง เลยเลข 40 ไป 2 ช่อง โดยระหว่างเลข 40 กับ 50 แบ่งเป็น 10
ชอ่ งยอ่ ย แต่ละชอ่ งยอ่ ยมีคา่ เท่ากบั 1 ค่าตวั เลขทอ่ี ่านไดจ้ ากค่าสเกลกลาง จึงมีค่าเท่ากบั 42

☻ถา้ ใชย้ ่านการวัด DC 50 µA กระแสไฟฟ้าทวี่ ัดได้ มคี ่าเท่ากบั 42 µA

หมายเหตุ มลั ตมิ ิเตอร์แบบอะนาลอก ไม่มยี า่ นกระแสไฟฟา้ สลับ จึงใช้มัลตมิ ิเตอร์แบบอะนาลอก
วัดค่ากระแสสลบั โดยตรงไม่ได้

2.4.1.6 ขอ้ มลู ความปลอดภยั ในการใช้มเิ ตอร์

☼ ฟวิ ส์ของมิเตอรท์ นแรงดันไดส้ ูงสดุ 250V จึงควรหลกี เลี่ยงการใชม้ เิ ตอรก์ ับวงจรไฟฟา้ ที่มแี รงดันไฟฟ้า
และกระแสไฟฟ้าสูง เพราะอาจเกดิ อนั ตรายได้ง่าย จากการต้งั ย่านการวัดผิด

☼ ฟิวส์ในมเิ ตอรต์ อ้ งมคี า่ พิกัดและขนาดตามทีก่ าหนด จะใช้ฟิวสค์ ่าอ่ืนหรอื ใชก้ ารต่อตรงไมไ่ ด้

☼ ห้ามใชม้ ิเตอรข์ ณะมอื เปียกหรือในทม่ี ีความช้ืนสูง เพราะอาจเกิดอันตรายอาจถูกไฟฟา้ ดดู ได้

☼ ห้ามสมั ผัสถูกปลายวัดขณะทาการวัด

☼ การวดั แรงดันไฟฟา้ ท่มี ีค่าสูงกว่า 60 V DC หรือ 25 Vrms AC ตอ้ งระวงั เป็นพเิ ศษเพราะอาจเกิดอนั ตราย
อาจถูกไฟฟ้าดดู ได้

☼ การวดั แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับภายในบ้าน (ไฟบ้าน) ตอ้ งระวงั เปน็ พเิ ศษ

☼ หา้ มใชม้ เิ ตอรท์ าการวัด ขณะไมม่ ฝี าปิดหลังมเิ ตอร์

☼ ต้องตรวจการตั้งยา่ นการวดั อยา่ งรอบคอบ ทกุ ครั้งที่ใช้งานเพราะการต้ังยา่ นการวดั ผิด
หรือ การวัดคา่ สูงกว่าย่นการวัดทตี่ งั้ ไว้ อาจเกดิ อันตรายได้

☼ การการวดั จะต้องเผ่อื คา่ การกระเพื่อมของพลั ส์ของกระแสไฟฟา้ หรอื แรงดันไฟฟา้ ดว้ ย

☼ หา้ มนามเิ ตอร์ท่ชี ารดุ หรอื หลุดหลวมมาใช้ กรณีที่มเิ ตอรต์ กจากทส่ี ูง ตอ้ งตรวจสอบใหแ้ น่ใจก่อนวา่ ไม่
ชารุดจึงจะนามาใชง้ าน

2.4.1.7 ขอ้ ควรระวงั และการตรวจสอบมเิ ตอร์ กอ่ นนามเิ ตอรไ์ ปใชง้ าน

☼ อย่าเกบ็ มเิ ตอรไ์ วใ้ นทที่ ่มี ีการส่นั สะเทอื น มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง หรอื มอี ณุ หภูมแิ ละความชื้นสูง

☼ ฝาปิดหนา้ มเิ ตอร์เคลอื บด้วยสารต้านไฟฟา้ สถิต ปอ้ งกันการจบั ตวั ของหยดน้าและฝนุ่ ทาใหไ้ มเ่ กิด

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอเิ ล็กทรอนกิ ส์สาหรบั ครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ชว่ ยทกุ ขเ์ พื่อน

36

คราบสกปรก ห้ามขดั ถูด้วยผา้ แห้ง หรอื เช็ดดว้ ยสารท่รี ะเหยงา่ ย การทาความสะอาดใหใ้ ชแ้ ปรงขนออ่ น
หรือผ้าแหง้ นมุ่ ปัดหรือเชด็ เบา
☼ ตรวจดูวา่ เข็มมิเตอรช์ ท้ี ี่ 0 ทางซา้ ยมอื ของสเกลมเิ ตอร์หรือไม่ ถ้าเข็มมเิ ตอร์ยงั ไมช่ ี้ที่ 0 ทางซ้ายมือของ
สเกลมเิ ตอร์ ใหป้ รบั สกรูปรับเข็มมเิ ตอร์ (หมายเลข 1 ในรูปที่ 1) จนเขม็ มิเตอร์ชี้ท่ี 0
☼ ตรวจสอบให้แนใ่ จว่าปลก๊ั สายวดั เสยี บเขา้ กบั แจ๊คของมเิ ตอรอ์ ยา่ งมัน่ คงถูกตอ้ ง
☼ ตรวจสอบดูว่าฟวิ สข์ องมิเตอรข์ าดหรอื ไม่ โดยบดิ สวิตช์ตั้งย่านการวดั ไปที่ยา่ นการวัดความตา้ นทานแลว้
นาปลายของสายท้งั 2 มาแตะกัน ถา้ เขม็ มิเตอร์ไมข่ ึน้ แสดงว่าฟวิ สข์ าด ต้องเปลย่ี นฟิวสต์ ัวใหม่
ทัง้ น้ตี ้องแนใ่ จวา่ สายวดั ไมช่ ารดุ และเสียบเข้ากบั แจ๊คของมิเตอร์อย่างมนั่ คงและถูกต้อง (สายวัดสีแดง
เสียบเขา้ กบั แจ๊คบวกและสายวัดสดี าเสยี บเขา้ กบั แจ๊คลบของมิเตอร์
2.4.1.8 การวดั คา่ ความตา้ นทาน
ในการวัดความต้านทาน สายวัดสีดาต้องเสียบเขา้ ทีแ่ จ๊ค – COM แลว้ สายวดั สีแดงเสียบเข้าที่แจ๊ค + สาหรบั การวัดทตี่ ้องการ
ทราบค่าความต้านทานทถ่ี ูกตอ้ ง (ไมใ่ ช่ค่าโดยประมาณ) กอ่ นวดั คา่ ความตา้ นทานตอ้ งปรับซีโรโอห์ม (0Ω ADJ) กอ่ น โดยต้ัง
ย่านการวดั ความตา้ นทานใหเ้ หมาะสมกบั ความตา้ นทานที่ต้องการวัด หรอื อาจเริ่มจากยา่ นการวัด ื1 Ω ก่อน แลว้ นาปลายสาย
วดั มาแตะกัน ดังภาพประกอบ 2.34

ภาพประกอบ 2.34 การปรับซีโรโอหม์ (0 Ω ADJ) ก่อนการวัดความตา้ นทาน
เข็มของมิเตอร์จะขึ้นไปทางขวา ถ้าเข็มมิเตอร์ไม่ได้ชี้ที่ค่า 0Ω ให้ปรับปุ่ม (0Ω ADJ) จนเข็มมิเตอร์ชี้ที่ค่า 0 ในสเกล
Ω พอดี การปรบั ซีโรโอห์มนต้ี อ้ งทาใหมท่ ุกครั้งทเ่ี ปล่ียนยา่ นการวัดความต้านทานเป็นยา่ นใหม่
หลังจากปรับซโี รโอห์มแลว้ ให้นาปลายสายวดั สีดาต่อเขา้ กับปลายขา้ งหนึ่งของตวั ต้านทาน ปลายสายวดั สแี ดงต่อเข้ากบั ปลาย
อีกข้างหนึ่งของตัวต้านทาน คือ ใช้สายวัดท้ังสอง วัดกับจุดวัดอย่างขนาน ภาพประกอบ 2.35 โดยสายวัดใดจะวัดที่จุดใดก็ได้
(สลบั ตาแหน่งปลายสายวดั ทงั้ สองได)้ ไม่มผี ลตอ่ ความตา้ นทานทีว่ ัด

ภาพประกอบ 2.35 วิธวี ัดความต้านทานโดยใช้มลั ตมิ เิ ตอร์

เอกสารประกอบการสอนวิชาอเิ ลก็ ทรอนิกสส์ าหรบั ครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ชว่ ยทุกขเ์ พ่อื น

37

การวดั ความตา้ นทาน โดยใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์ มขี อ้ ควรระวัง ดงั นี้

☼ เม่อื ใชย้ ่านการวดั x1 k หรือ x10 k อยา่ ใชม้ อื จบั ปลายสายวดั ทงั้ สองพรอ้ มกนั เพราะการใช้มอื จบั ปลาย
สายวัดทั้งสองพร้อมกัน จะทาให้ค่าความต้านทานท่ีวัดได้ตา่ กวา่ ค่าความตา้ นทานจรงิ เน่ืองจากมีความ
ตา้ นทานของรา่ งกายผูว้ ัดต่อขนานกบั จดุ วัด (หรอื ตอ่ ขนานอยูก่ บั ตัวตา้ นทานท่ีตอ้ งการวดั )การใชม้ อื จบั
ปลายสายวัดเพียงสายเดียว จะไม่มีผลให้เกดิ ความคลาดเคล่ือนต่อคา่ ความต่านทานทว่ี ัด

☼ ห้ามใช้มลั ตมิ เิ ตอร์วดั ความตา้ นทานของจุดวัดท่มี ีแรงดัน โดยเฉพาะเมอ่ื เลือกใช้ยา่ นการวัด x1 Ω
และ x10 Ω เพราะอาจทาให้มเิ ตอร์เสียได้ ใหป้ ดิ แหลง่ จา่ ยไฟในวงจรก่อนวัดความต้านทาน หรือปลด
อุปกรณท์ ่ตี อ้ งการวดั คา่ ความตา้ นทาน มาวัดค่าความตา้ นทานนอกวงจร

2.4.1.9 การวดั คา่ ความตา่ งศกั ยห์ รอื แรงดนั ไฟฟา้
การวัดแรงดันไฟฟ้าเป็นการวัดความต่างศักย์ระหว่างจุด 2 จุด ขณะวัดแรงดันไฟฟ้า มัลติมิเตอร์ต้องต่อขนานกับวงจรของ
โหลดกับแหลง่ จ่ายไฟ ดังภาพประกอบ 2.36

ภาพประกอบ 2.36 การต่อมลั ติมิเตอรเ์ ข้ากบั วงจรเพือ่ วัดแรงดันไฟฟ้า
บดิ สวิตช์เลือกย่านการวัด ตงั้ ย่านการวัดแรงดนั ให้เหมาะสม โดยเริม่ จากย่านสูงสุดก่อนแล้วปรับลดให้ตา่ ลงจนเข็มมิเตอร์ขึ้น
ไปอยู่บนกลางสเกลมิเตอร์ อ่านคา่ แรงดนั ทไี่ ด้จากสเกลมิเตอร์ ตามรายละเอยี ดในตารางที่ 2.7 หรือตารางที่ 2.9
เมื่อใช้ยา่ นวัดแรงดัน ความขัดของมิเตอร์จะมีค่าสูง ทาให้กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผ่านมิเตอร์จากการวดั มีค่าต่า ทั้งนี้เพ่อื ลดความ
ผิดพลาดในการวกั แรงดันไฟฟา้ ได้ต่ากวา่ คา่ จริง

2.4.1.10 การวัดค่ากระแสไฟฟ้า
คา่ กระแสไฟฟ้าท่ีวัด คือ กระแสไฟฟา้ ทีแ่ หล่งจ่ายไฟจ่ายให้โหลดในวงจร มัลติมิเตอร์จึงต้องตอ่ แบบอนุกรมกับวงจร หรอื ต่อ
อยูร่ ะหวา่ งแหลง่ จ่ายไฟกับโหลด ดังภาพประกอบ 2.37

ภาพประกอบ 2.37 การต่อมัลตมิ ิเตอรเ์ ขา้ กบั วงจรเพือ่ วัดกระแสไฟฟ้า

บิดสวิตช์เลือกย่านการวดั ตั้งย่านวัดกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสม โดยเร่ิมจากย่านสูงสุดก่อนแล้วปรับลดให้ต่าลง จนเมมิเตอร์
ขึน้ ไปอยู่บรเิ วณกลางสเกลมิเตอร์ อ่านค่ากระแสไฟฟ้าทีว่ ัดได้จากสเกลมิเตอร์ ตามรายละเอียดในตารางท่ี 2.11

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนกิ ส์สาหรบั ครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ชว่ ยทกุ ขเ์ พอ่ื น

38

เมื่อใช้ย่านวัดกระแสฟ้า ความขัดของมัลติมิเตอร์จะมีค่าต่า เพื่อให้แรงดันสูญเสียของแหล่งจ่ายไฟซึ่งมีค่าเท่ากับผลคูณ
ระหว่างกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านโหลดกับความขดั ของมลั ติมิเตอร์ (ILZM) มีค่าตา่ เป็นการลดความผิดพลาดในการวัดกระแสไฟฟ้า
ได้ต่ากวา่ คา่ จรงิ

จากที่ความขดั ของมลั ตมิ เิ ตอรข์ ณะใช้ยา่ นวัดกระแสไฟฟ้ามีค่าตา่ กวา่ ขณะใช้ย่kนวัดแรงดันมาก
การต้านการวัดกระแสไฟฟา้ แลว้ ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรว์ ัดคา่ แบบแรงดนั จะทาใหม้ เิ ตอร์เสยี หายรนุ แรงไดเ้ พราะกระแสไฟฟา้ ทีไ่ หลผา่ นมิเตอร์
จากการวดั จะมคี ่าสูงมาก ผู้ใช้มิเตอร์จึง่ ตอ้ งระมัดระวังความผิดพลาดดงั กลา่ วมากขึ้นเปน็ พิเศษ

เอกสารประกอบการสอนวชิ าอิเลก็ ทรอนกิ สส์ าหรบั ครวู ทิ ยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธันยากร ช่วยทกุ ข์เพอ่ื น

39

ความคิดรวบยอด

เอกสารประกอบการสอนวิชาอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์สาหรบั ครวู ิทยาศาสตร์ (SC232) ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยากร ช่วยทกุ ขเ์ พ่อื น


Click to View FlipBook Version