บทเรียนโมดูล วิชา การเขียนลวดลายไทย รหัสวิชา 20315-2107 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างทองหลวง
2 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง บทเรียนโมดูล ว ิ ชา การเขียนลวดลายไทย รหส ั ว ิ ชา20315-2107 หลก ั สต ู รประกาศน ี ยบต ั รว ิ ชาชี พ สาขาว ิ ชาช ่ างทองหลวง ชื่อหน ่ วย การเข ี ยนลวดลายไทยกบ ั งานช ่ างทองหลวง
3 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ค าน า แบบเรียนโมดูล หน่วยที่ หน่วยการเรียนการเขียนลายไทยในงานช่างทองหลวง วิชาการเขียนลวดลายไทย ระดับชั้น ปวช. 2 สาขาวิชาช่างทองหลวง รหัสวิชา 20300- 2107 ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาศิลปกรรม สาขาวิชาช่างทองหลวง โดยพยายามเขียนให้เข้าใจง่าย นักเรียนสามารถเรียนได้ด้วย ตนเอง บทเรียนโมดูลชุดนี้มีจุดประสงค์ให้การเรียนรู้เรื่องการเรียนการเขียนลายไทยใน งานช่างทองหลวง ภายบทเรียนในเนื้อหาเล่มนี้ประกอบด้วย จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน เนื้อหาความรู้ และแบบทดสอบหลังเรียน บทเรียนโมดูลนี้ นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และร่วมกันศึกษาเป็นกลุ่มเล็กๆได้ ผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทเรียนโมดูลชุดนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เรียน ครูผู้สอน และผู้สนใจในการศึกษาหาความรู้ด้านลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวงเพื่อ พัฒนาตัวเองต่อไป นายพีระยศ แก้วปัญญา
4 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง สารบัญ ค าน า หน้า 3 สารบัญ 4 ค าชี้แจ้งการใช้โมดูล 5 จุดประสงค์การเรียนรู้ 6 แบบทดสอบก่อนเรียน 7 เฉลยแบบทดสอบ 9 เนื้อหาความรู้ 10 ลายกนก 10 ลายใบเทศ 14 ลายพุฒตาล 16 กิจกรรมแบบทดสอบความรู้ 18 เฉลยแบบทดสอบ 20 รปูแบบงานช่างทองหลวง 21 งานถมเงินถมทอง 21 งานสลักดุน 29 งานคร ่าเงิน คร ่าทอง 38 งานลงยาสี 41 แบบประเมินความรลู้วดลายไทยในงานช่างทองหลวง 48 เฉลยแบบประเมินความรลู้วดลายไทยในงานช่างทองหลวง 57
5 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ค าชี้แจ้งการใช้โมดูล 1. ศึกษาค าแนะน าการใช้บทเรียนและโครงสร้างบทเรียนโมดูล 2. ท าแบบทดสอบก่อนการเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานตนเอง 3. ศึกษาบทเรียนโมดูล นักเรียนสามารถศึกษาเป็นรายบุคคล 4. ศึกษารายละเอียดเนื้อหาแต่ละตอน พร้อมทั้งท ากิจกรรมอื่นๆที่ก าหนดไว้ใน บทเรียน 5. ตรวจแบบฝึกหัดหรือกิจกรรม จากแนวค าตอบท้ายโมดูลเพื่อตรวจสอบว่า นักเรียนเข้าใจเนื้อหานั้นๆหรือไม่ ถ้าผิดนักเรียนควรท าการศึกษาอีกครั้งพร้อม ทั้งศึกษาอีกครั้งพร้อมทั้งปรึกษาเพื่อนในกลุ่มและซักถามครูผู้สอนให้เกิดความ เข้าใจก่อนท าการศึกษาในครั้งต่อไป 6. ฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนการท างาน ให้แล้วเสร็จตามที่ก าหนด และปรับปรุง ผลงานตามค าแนะน าของครู 7. ผลงานของนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินร้อยละ 60 ให้นักเรียนเรียนซ่อม เสริม และให้ศึกษาเนื้อหาในโมดูลตามขั้นตอนอีกครั้ง พร้อมให้ค าปรึกษาและ ซักถามจนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาแล้วจึงท าแบบทดสอบหลังเรียนชุดเดิมอีก ครั้งถ้าผ่านเกณฑ์การประเมินจึงเรียนโมดูลต่อไป 8. ในขณะท ากิจกรรมต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง โดยต้องไม่ดูแนวทางการตอบ เพราะไม่มีประโยชน์ใดๆต่อนักเรียน 9. การเรียนรู้ด้วยวิธีนี้นักเรียนจ าเป็นต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองและมีเชื่อมั่นในตนเอง ว่าสามารถในการเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินผลที่ก าหนดไว้ได้หากมีความ ตั้งใจจริงและความมุ่งมั่น
6 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง จุดประสงค์การเรียนรู้ วิชาการเขียนลวดลายไทย ชื่อหน่วย การเขียนลายไทยในงานช่างทองหลวง 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.1 ด้านความรู้ 1.1.1 บอกลักษณะลายไทยที่ใช้ในงานช่างทองหลวงได้อย่างถูกต้อง 1.1.2 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับการเลือกลายไทยมาใช้ในงานช่างทองหลวง ได้อย่างถูกต้อง 1.1.3 วิเคราะห์การเลือกใช้ลายไทยที่ใช้ในงานช่างทองหลวงได้อย่างถูกต้องใช้ได้ อย่างถูกต้อง 1.2 ด้านทักษะ 1.2.1 เขียนลายไทยกับเทคนิคงานช่างทองหลวง 1.2.2 ปรับปรุงแก้ใขข้อการเขียนลายไทยกับเทคนิคงานช่างทองหลวง 1.3 ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1.3.1 เก็บรักษาอุปกรณ์การเขียนลายได้อย่างเรียบร้อย 1.3.2 ผู้เรียนปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย 1.3.3 ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัย ตามความเหมาะสม และท าความสะอาดห้องเรียนตามข้อตกลง
7 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง แบบทดสอบก่อนเร ี ยน วิชาการเขียนลวดลายไทย ชื่อหน่วย การเขียนลายไทยในงานช่างทองหลวง ค าชี้แจง 1. แบบทดสอบมีจ านวน ข้อ ข้อละ 1 คะแนน ใช้เวลา 10 นาที 2. ให้นักเรียนท าเครื่องหมายกากบาท เขียนทับลงข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว ลงใน กระดาษค าตอบ …………………………………………………………………………………………………. 1. รูปทรงลายกนกมีรูปทรงอย่างไร ก.ลายกนกมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ข. ลายกนกมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ค. ลายกนกมีรูปทรงสามเหลี่ยม ง. ลายกนกมีรูปทรงกลม 2. ความหมายของลายกนกคือข้อใด ก. ลายทอง ข.ลายดอกไม้ ค.ลายประดิษฐ์ ง.ลายเรขาคณิต 3. ลายกนกได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร ก. รูปทรงเรขาคณิต ข. จากธรรมชาติ ค. จากค าสอนศาสนา ง. ผิดทุกข้อ 4. ลายใบเทศได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะกลุ่มประเทศใด ก. กลุ่มศิลปะอินเดีย ข. กลุ่มศิลปะขอม ค. กลุ่มศิลปะจีน ง. กลุ่มศิลปะจากประเทศตะวันตก
8 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง 5. เหตุผลที่ลายใบเทศเป็นที่นิยมส าหรับน ามาออกแบบงานเครื่องประดับเพราะเหตุใด ก.ลวดลายเข้ากับเทคนิคการประดับอัญมณี ข.ลวดลายมีความพริ้วไหว ค. การก าหนดช่องไฟต้องมีพื้นที่กับลาย ง. ถูกทุกข้อ 6. ลายใบเทศมีที่มาจากรูปทรงใบไม้ชนิดใด ก. ใบมันเทศ ข. ใบฝ้าย ค. ใบมะเขือ ง. ใบพุฒตาล 7. ลายดอกพุฒตาลได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะชนชาติใด ก. ชนชาติเปอร์เซีย ข. ชนชาติอินเดีย ค. ชนชาติญี่ปุ่น ง. ชนชาติจีน 8. ลายดอกพุฒตาลไม่นิยมน ามาท างานประเภทใด ก. งานเครื่องใช้ ข. งานลายรดน ้า ค. งานเครื่องประดับ ง. งานเครื่องถม 9. ลายกนกชนิดใดที่ช่างทองนิยมน ามาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับ . ก. กนกเปลว . ข. กนกนาค . ค. กนกก้านขด . ง. กนกใบเทศ 10. ลวดลายพุฒตาลมีที่มาจากดอกไม้ชนิดใด . ก. ดอกโบตั๋น . ข. ดอกฝ้าย . ค. ดอกชบา . ง. ดอกพุด
9 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง เฉลยแบบทดสอบ วิชาการเขียนลวดลายไทย ชื่อหน่วยการเขียนลายไทยในงานช่างทองหลวง 1. ค 2. ก 3. ข 4. ง 5. ก 6. ข 7. ง 8. ค 9. ง 10. ก
10 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง เนื้อหาความรู้ วิชาการเขียนลวดลายไทย ชื่อหน่วย การเขียนลายไทยในงานช่างทองหลวง ลายกนก ความหมายของกระหนก กนก คือ “ชื่อแบบลายไทยประเภทหนึ่ง ใช้ผูกเขียนเป็นลวดลาย มีทั้งระบายสี ปิดทองรดน ้า ปั้น หรือแกะสลัก” (ราชบัณฑิตยสถาน, 2530 : 60) กนก คือ เป็นลายที่ช่างไทยถือว่า เป็นแม่ลาย นอกจากสันนิษฐานว่าเกิดจาก ลายกระจังผ่าซีกแล้ว ยังพบว่าน่าจะมีวิวัฒนาการมาจากลายของสกุลศิลปะอื่นๆ อีก เช่น ศิลปะขอมและอู่ทอง แต่ที่เรียกว่าเป็นลายกนกแท้นั้น น่าจะมีขึ้นในสมัยกรุงศรี อยุธยาเป็นต้นมา เพราะลายกนกไทยจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ ปลายยอดลายจะไม่ เรียบตรง แต่จะท าให้มีความอ่อนและสะบัดคล้ายกฤชชวา ซึ่งลักษณะนี้จะเริ่มมี ปรากฏชัดในศิลปะอยุธยา ทั้งค าว่า กนก พจนานุกรมได้แปลว่า ทอง ดังนั้น ลายกนก น่าจะเกิดขึ้นพร้อมกับการเขียนลายรดน ้าซึ่งเป็นลายทอง อันเป็นศิลปะที่เด่นชัดใน สมัยอยุธยาเป็นต้นมา (ศิริพงษ์ พะยอมแย้ม, 2525 : 4) กนก คือ ลายที่มีความส าคัญมากในการประดิษฐ์ลายไทย ต้นก าเนิดลายกนก นั้นได้มาจากดอกไม้ ใบไม้ ตาไม้ ฯลฯ ซึ่งน ามาประดิษฐ์เป็นลายกนกมีหลายชนิด (มานิต หล่อพินิจ, 2543 : 8) กนก คือ ลายซึ่งผูกเขียนอยู่ภายในพื้นที่รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก บางทีก็เรียก “ลายกนก” ซึ่งแปลว่าทอง เหตุที่เรียกแม่ลายนี้ว่า “ลายกนก” หรือ “ลายทอง” แผก เพี้ยนไปกว่าชื่อแม่ลายของเก่าเค้าเดิม ดังนี้เห็นทีจะเข้าใจไขว้เขวไปอย่างหนึ่งอย่าง ใด ดังค าอธิบายของอาจารย์พระพรหมพิจิตร(พรหม พรหมพิจิตร) ในเรื่อง “ค าว่าลาย” ว่า “ส่วนค าว่า กระหนก ในปทานุกรมแปลว่า ทองและต้นไม้ที่มีหนาม เมื่อมานึกถึงค า ว่าทองอาจเอาไปท าเป็นกนกขึ้นอย่างหนึ่งก็ได้” แม่ลายกนกนั้น โดยความหมาย แท้จริงหมายเอาลักษณะของตัวลายอันผูกท าทรงปลายเรียวแหลม แล้วส่วนแง่บาก กนกเป็นประดุจหนาม คล้ายกับต้นไม้ซึ่งมีหนามแหลม จึงเรียกแม่ลายลักษณะเช่นนี้ ว่า แม่ลายกนก แม่ลายกระหนกนี้จัดว่าเป็นแม่ลายส าคัญ ใช้เป็นหลักในการผูกเขียน ลวดลายแบบประจ าชาติ ตกแต่งแก่สิ่งของเครื่องใช้เป็นสิ่งประณีตสืบเนื่องกันมานาน
11 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง จนถึงเวลาในปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ แม่ลายกนกอาจประดิษฐ์เป็นตัวมีบากแบ่งตัด และย่อ น าไปผูกเป็นลวดลายได้หลายกระบวน เป็นต้นว่า ผูกเป็นลายเปลวเครือเถา ลายก้าน ขด ลายเกลียว หรือลายเครือกนก กนก คือ ลวดลายประดิษฐ์อยู่ในโครงรูปสามเหลี่ยม (มักเรียกว่า “กนก”) มี ลักษณะเป็นลายประดิษฐ์ ประกอบด้วยตัว กนก กาบ เหงา อยู่ในโครงสร้างรูป สามเหลี่ยม ลายกนกสามตัวจัดว่าเป็นลายส าคัญมากเท่ากับเป็นแม่บทของกนกต่าง ๆ ทุกชนิด หรือเรียกว่าเป็น “แม่ลาย” กนกทุกชนิดนับว่าแยกออกไปจากกนกสามตัว เช่น ลายกนกสามตัวเปลว หรือกนกหางหงส์ ลายกนกสามตัวใบเทศ ลายกนกสามตัว หางโต (บุญมา แฉ่งฉายา, 2533 : 67) ภาพที่ 1 ลายเส้นช่อลายกนกเปลว
12 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง รปูแบบลายกนกที่ปรากฏในชิ้นงานช่างทองหลวง ลายกนกในงานช่างทองหลวงนิยมน ามาออกแบบลวดลายในงานสลักดุน และงาน คร ่าเงิน คร ่าทอง เนื่องจากลวดลายมีความอ่อนช้อย เหมาะกับการเลือกใช้งานสลักดุน และงานคร ่า เนื่องจากเทคนิคเชิงช่างสามารถถ่ายทอดความงามของลวดลายความ อ่อนช้อยของตัวลายออกมาเป็นชิ้นงานได้ดี รูปแบบตัวลายจะมีองค์ประกอบการ ออกแบบลวดลายที่เหมาะสมกับเทคนิคงานสลักดุน และงานคร ่าเป็นส าคัญ ภาพที่ 2 ชิ้นงานชายไหวชายแครง (มาจากรปูแบบช่อลายกนกใบเทศ)
13 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 3 งานสลักดุนพานกลีบขนุนลายกนกเปลว
14 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ลายใบเทศ ความหมายลายใบเทศ ใบเทศ รูปทรงมาจากใบเทศจากธรรมชาติ ความเชื่อลายใบเทศมีที่มามาจากใบ ฝ้าย และมีความเชื่อว่าลายใบเทศมี่ได้รับอิทธิพลลวดลายมาจากต่างประเทศ จึง เรียกว่าลายอย่างเทศ และเปลี่ยนเป็นลายใบเทศ (ลายที่ได้รับอิทธิพลลวดลายมาจาก ประเทศตะวันตก) รูปทรงลวดลายเดียวกับคล้ายลายกระจังตาอ้อย จัดอยู่ในประเภท เดียวกัน การผูกลายมีการแบ่งตัวตามรูปทรงการออกแบบ มีรูปแบบการน าลายใบเทศ มาวางต่อๆกัน เกิดเป็นพื้นที่ลายใหม่ เช่นลายกนกใบเทศ ลายหน้ากระดานใบเทศ ลายบัวคว ่าบัวหงายใบเทศเป็นต้น ภาพที่ 4 ลายเส้นเครื่องประดับทับทรวง ภาพที่ 5 ลายเส้นช่อลายกนก . ลายใบเทศ ลายใบเทศ
15 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง รปูแบบลายใบเทศที่ปรากฏในชิ้นงานช่างทองหลวง ลายใบเทศจึงเป็นลายส าคัญที่งานช่างทองหลวงน ามาออกแบบผูกลวดลายให้เกิด เป็นชิ้นงานช่างทองหลวงใหม่ๆ เนื่องจากลายใบเทศมีลักษณะลวดลายสามารถ ประยุกต์ลวดลายเข้ากับรูปแบบงานประดับอัญมณีได้อย่างลงตัว เหมาะกับการท า ชิ้นงานเครื่องประดับ จึงพบการน าลายใบเทศมาออกแบบท าชิ้นงานในเครื่องประดับ ไทย และนิยมน างานลงยาสีมาใช้ควบคู่กับการออกแบบลายใบเทศ ภาพที่ 6 ชิ้นงานเครื่องประดบัหวัปัน้เหน่ง (ลายใบเทศ)
16 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ลายพุฒตาล ความหมายลายพุฒตาล พัฒนามาจาก ลายดอกโบตั ๋น มีหลักฐานสืบค้นไปได้ไกลถึงสมัยสุโขทัย จาก ภาพจารบนแผ่นหินชนวนเล่าเรื่องชาดก ประดับบนเพดานอุโมงค์วัดศรีชุม จ.สุโขทัย ปรากฏ “ลายดอกโบตั๋น” ที่ได้รับอิทธิพลมาจากลวดลายบนเครื่องถ้วยจีน ในสมัย ราชวงศ์หยวน จวบจนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 ช่างไทยได้น ามาประดิษฐ์ผสมกับลายเทศ (ลายจากตะวันตก) จนกลายมาเป็น “ลายดอกพุดตาน” อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน “ลาย ดอกพุดตาน” เป็นลายประดิษฐ์ที่ได้รับความนิยมมาก แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาค รวม ไปถึงประเทศราชของประเทศไทย ภาพลายเส้นดอกพุดตานผสมช่อกระหนก ในทรงสี่เหลี่ยมขนมเปี ยกปูน (หรือ สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด) “พุดตาน” พรรณไม้มงคลมีสรรพคุณทางยา ดอกสามารถ เปลี่ยนสีได้ถึง 3 สี ภายใน 1 วัน อยู่ในวงศ์ชบา มีถิ่นก าเนิดในประเทศจีน ส่วนหนึ่ง ของแรงบันดาลใจให้ช่างไทยน ามาประดิษฐ์เป็น “ลายดอกพุดตาน” ในปัจจุบัน ภาพที่ 7 ภาพลายเส้นลายดอกพุฒตาล
17 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง รปูแบบลายพฒุตาลที่ปรากฏในชิ้นงานช่างทองหลวง รูปแบบลายพุฒตาลในงานช่างทองหลวงนิยมน ามาออกแบบลวดลายเข้ากับงาน สลักดุน งานเครื่องถม งานถมเงินและงานถมทอง ลวดลายเป็นลายมาจากอรงบันดาล ใจจากธรรมชาติ ในเชิงช่างนิยมถมพื้นที่ช่องไฟให้เกิดมิติตัวลายให้แตกต่างจากตัว ลาย จึงนิยมน าลายพุฒตาลมาใช้กับงานถม ภาพที่ 8 ชิ้นงานหีบถมลงยา (ลายดอกพฒุตาล)
18 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง กิจกรรมแบบทดสอบความรู้ ชื่อหน่วย การเขียนลายไทยในงานช่างทองหลวง ค าชี้แจง 1. แบบทดสอบมีจ านวน ข้อ ข้อละ 1 คะแนน ใช้เวลา 10 นาที 2. ให้นักเรียนท าเครื่องหมายกากบาท เขียนทับลงข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว ลงใน กระดาษค าตอบ …………………………………………………………………………………………………. 1. รูปทรงลายกนกมีรูปทรงอย่างไร ก.ลายกนกมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ข. ลายกนกมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ค. ลายกนกมีรูปทรงสามเหลี่ยม ง. ลายกนกมีรูปทรงกลม 2. ความหมายของลายกนกคือข้อใด ก. ลายทอง ข.ลายดอกไม้ ค.ลายประดิษฐ์ ง.ลายเรขาคณิต 3. ลายกนกได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร ก. รูปทรงเรขาคณิต ข. จากธรรมชาติ ค. จากค าสอนศาสนา ง. ผิดทุกข้อ 4. ลายใบเทศได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะกลุ่มประเทศใด ก. กลุ่มศิลปะอินเดีย ข. กลุ่มศิลปะขอม ค. กลุ่มศิลปะจีน ง. กลุ่มศิลปะจากประเทศตะวันตก
19 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง 5. เหตุผลที่ลายใบเทศเป็นที่นิยมส าหรับน ามาออกแบบงานเครื่องประดับเพราะเหตุใด ก.ลวดลายเข้ากับเทคนิคการประดับอัญมณี ข.ลวดลายมีความพริ้วไหว ค. การก าหนดช่องไฟต้องมีพื้นที่กับลาย ง. ถูกทุกข้อ 6. ลายใบเทศมีที่มาจากรูปทรงใบไม้ชนิดใด ก. ใบมันเทศ ข. ใบฝ้าย ค. ใบมะเขือ ง. ใบพุฒตาล 7. ลายดอกพุฒตาลได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะชนชาติใด ก. ชนชาติเปอร์เซีย ข. ชนชาติอินเดีย ค. ชนชาติญี่ปุ่น ง. ชนชาติจีน 8. ลายดอกพุฒตาลไม่นิยมน ามาท างานประเภทใด ก. งานเครื่องใช้ ข. งานลายรดน ้า ค. งานเครื่องประดับ ง. งานเครื่องถม 9. ลายกนกชนิดใดที่ช่างทองนิยมน ามาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับ . ก. กนกเปลว . ข. กนกนาค . ค. กนกก้านขด . ง. กนกใบเทศ 10. ลวดลายพุฒตาลมีที่มาจากดอกไม้ชนิดใด . ก. ดอกโบตั๋น . ข. ดอกฝ้าย . ค. ดอกชบา . ง. ดอกพุด
20 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง เฉลยแบบทดสอบ วิชาการเขียนลวดลายไทย ชื่อหน่วยการเขียนลายไทยในงานช่างทองหลวง 1. ค 2. ก 3. ข 4. ง 5. ก 6. ข 7. ง 8. ค 9. ง 10. ก
21 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง รปูแบบงานช่างทองหลวง งานถม เงินถมทอง เครื่องถมเป็นศิลปหัตถกรรมประเภทประณีตศิลป์ เครื่องถมมีอยู่ 3 แบบ คือ ถม เงิน (หรือถมด า) ถมทอง และถมตะทอง ถมเงินหรือถมดา ถมด าเป็นถมที่เก่าแก่ที่สุดตามความนิยม ถมที่ดีต้องมีสีด าสนิทไม่มี"ตามด" (ตา มดคือ จุดขาวบนสีด า) ถมเป็นกรรมวิธีในการผสมของโลหะสามอย่างเข้าด้วยกัน คือ เงิน ตะกั่ว และทองแดง น ามาป่น จนเป็นผงละเอียด เพื่อโรยลงบนพื้นแผ่นเงิน ที่ขูด ร่องหรือตอกเป็นลวดลายไว้แล้ว การที่จะให้ผงถมเกาะแน่นอยู่ที่การเหยียบพื้น (คือ การแกะหรือตอกร่องลงบนเนื้อเงินที่เป็นพื้นของลายที่ตอก) ถ้าเหยียบพื้นให้มีรอย ขรุขระมากเท่าใด ผงถมก็เกาะได้มากเท่านั้น การถมพื้นนั้น เริ่มด้วยการโปรยผงถม ลงในช่องพื้นที่สลักหรือตอกลายเหยียบพื้น เมื่อเต็มพื้นแล้ว น าไปอบ จนผงถมละลายทั่วหุ่น หลังจากนั้นจึงขัดให้เนื้อสม ่าเสมอกัน จนเห็นลายเด่นชัดบนพื้นสีด า ต้องอาศัยความช านาญในการเขียน และการแลลาย การ แลลาย หมายถึง การ ต้องแลเป็นเส้นเล็กๆ ตามลวดลายที่สลักดุน เพื่อให้เกิดความวาว ดูแล้วเหมือนเคลื่อนไหวได้ถมเมืองนครผลิตและสลักด้วยมือ นครศรีธรรมราชยังได้ชื่อ ว่า มีฝีมือในการท าถมด า ถมทอง ถมทองก็คือ ถมด านั่นเอง แต่แตกต่าง ที่ลวดลาย คือ ลายสีเงินได้เปลี่ยนเป็นสี ทอง ช่างถมจะเปียกหรือละลายทองค าให้เหลวเป็นน ้า โดยใส่ทองแท่งลงในปรอท ปรอท จะละลายทองแท่งให้เป็นน ้า ช่างถมจะชุบน ้าทองผสมปรอทด้วยพู่กัน เขียนทับลงบน ลวดลายสีเงิน การเขียนน ้าทองละลายปรอทนี้ จะต้องใช้ความประณีตเป็นอย่างมาก ต้อง เขียนทับลงบนเส้นเงินเท่านั้น เมื่อเขียนเสร็จแล้ว จะใช้ความร้อนไล่ปรอทออกจากทอง ทองก็จะติดแน่นอยู่ บนพื้นที่เขียนน ้าทองนั้น ถมทองมีความงามตรง ที่เป็นสีทอง ลวดลายกระจ่างเด่นชัด ทองที่ทาทับ ก็จะมีความคงทนนับร้อยปี
22 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ถมตะทอง ถมตะทอง เป็นศัพท์ของช่างถม หมายถึง วิธีการระบายทองค า ละลายปรอท หรือ แต้มทองเป็นแห่งๆ เฉพาะที่ มิใช่ระบาย จนเต็มเนื้อที่อย่างเดียวกับการท าถมทอง โดย เอาทองค าแท้ๆ ใส่ลงในปรอท ทองละลายอยู่ในน ้าปรอท เมื่อเอาน ้าปรอท ที่มีทองค า ละลายปนอยู่ ไปแต้มตามแห่งที่ต้องการให้เป็นสีทองนั้น ในขั้นแรกปรอท จะยังคงอยู่ เมื่อไล่ด้วยความร้อนปรอทจะหนี ทองก็จะติดแน่นอยู่บนต าแหน่งหรือลายที่แต้ม ทอง นั้น การแต้มทองหรือระบายทองในที่บาง แห่งของถมด า เป็นการเน้นจุดเด่น หรือ ต้องการ แสดงอวดภาพหรือลายเด่นๆ ฉะนั้นเครื่องถม ตะทองจึงเป็นของที่หายากกว่า ถมเงินหรือถมทอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีความนิยมในถมตะทอง มากกว่าถมทอง ถมปัด มีเครื่องใช้สอยอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า "ถมปัด" พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2493 ให้ค านิยามไว้ว่า "ภาชนะทองแดงที่เคลือบน ้ายา ประสมด้วยลูกปัดป่นให้ เป็นผง ให้เป็นสีและลวดลายต่างๆ" ส่วนค าว่า "ปัด" ที่เป็นนาม ให้ค านิยามว่า "เม็ดแก้ว มีรูกลาง ส าหรับร้อยเป็นเครื่องประดับต่างๆ ที่เรียกว่า ลูกปัด" ดังนั้น แม้จะมีค าว่า ถม อยู่ด้วย ถมปัดก็ไม่ใช่เครื่องถม ดังที่กล่าวถึงมาแล้วข้างต้นนี้ เพราะเหตุว่า รูปพรรณ ถมปัดเป็นโลหะทองแดง และน ้ายา เคลือบประสมด้วยแก้ว ถมปัดนี้ยังไม่ทราบ ว่าเคยมี ณ ที่ใด ในประเทศไทยเครื่องลงยา ของไทยใช้น ้ายาผสมด้วยแก้ว แต่โลหะก็เป็นเงิน หรือทองค า และหาได้เรียกกันว่า ถมปัด ไม่ ในประเทศญี่ปุ่น มีเครื่องใช้สอยชนิดหนึ่ง เรียกเป็น ภาษาญี่ปุ่ น ชิปโป (Shippo) ท าด้วยทองแดง หรือโลหะอื่นเคลือบน ้ายา ประสมด้วยแก้ว ทาง ยุโรปก็มีเรียกว่าคลัวซอนเน (Cloisonne) ทั้งนี้ก็ ตรงกันกับถมปัด เข้าใจว่าโลหะลงยาชนิดนี้ใน ประเทศไทยคงมีขึ้นหลังเครื่องถม เมื่อเห็นลงยามี วิธีการ ท าคล้ายถม ก็เลยใช้ค าว่าถม และเพราะ เหตุที่เคลือบด้วยแก้วสีไม่ด า จึงเอาค า ว่า "ปัด" ซึ่งหมายถึง เม็ดแก้วสีต่างๆ ประกอบเข้าไปไว้ด้วย ให้เป็นที่เข้าใจว่า เป็นชนิด ที่ท าวิธีถมด้วยแก้วสี
23 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 9 พานกลีบขนุนเทคนิคงานถมทอง
24 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 10 กระโถนและกาน ้าเทคนิคถมทอง
25 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 11 กระโถนและคันโทเทคนิคถมทอง
26 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 12 หีบโลหะเทคนิคถมทอง
27 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 13 ชุดพานพระศรีเทคนิคถมทอง
28 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 14 ชุดพานพระศรีเทคนิคถมทอง
29 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง รปูแบบงานช่างทองหลวง งานสลักดุน งานสลักดุน สลักดุน เป็นงานฝีมือหมวดหนึ่งของงานช่างไทย อยู่ใน ‘ช่างสิบหมู่’ ตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยา งานสลักดุนที่เกิดขึ้นมาในอดีต บ่งบอกว่าราชส านักมีการสร้างสรรค์ ชิ้นงานเพื่อใช้ในราชส านักของ ซึ่งมีลวดลายต่างกัน แล้วจึงค่อยๆ แพร่ออกนอกวัง หลวง ลักษณะงานสลักดุนมีวิธีการคือน าแผ่นโลหะที่ต้องการสลักดุน มารีดหรือเคาะแผ่ ผิวโลหะเป็นแผ่นบางๆ ให้ได้ขนาดที่ต้องการ น าแผ่นโลหะมาสลักเส้นให้เกิดลวดลาย ตามที่ออกแบบ แล้วใช้สิ่วเคาะด้วยค้อนดุนบนผิวโลหะให้เกิดเป็นมิติความสูงขึ้นมา เก็บ รายละเอียดผิวด้านหน้าด้วยสิ่ว แผ่นโลหะที่รองรับการสลักดุนนิยมติดบนกะบะชัน โดย น าเอาชันที่เคี่ยวจนเหลวตามส่วนประกอบเทลงบนกะบะชันแล้วน าแผ่นโลหะมาติดบน ผิวชัน ชิ้นงานการสลักดุนเมื่อเสร็จแล้วจึงมีความคล้ายกับงานปั้นนูนต ่าและนูนสูง เพียงแต่เทคนิคเชิงช่างในการท าลวดลายให้เกิดมิติ ใช้การสลักดุนด้วยเครื่องมือค้อน และสิ่วสลักดุนหลายขนาด ใช้ในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน งานสลักดุน เดิมเรียกกันว่างาน บุดุน เพราะจะใช้โลหะเป็น แผ่นบางๆ แล้วไปหุ้มบนวัสดุที่มีรูปทรงแล้ว กล่าวคือหุ้มข้าง นอกวัตถุเดิม เพื่อให้เกิดความพิเศษ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น การบุทองค าบนขันเงิน พานเงิน หรือพระพุทธรูป เป็นต้น แต่ปัจจุบันไม่ค่อยนิยม เพราะวัสดุในปัจจุบันหาได้ ง่าย นิยมท าเป็นการหล่อชิ้นงาน หรือการเคาะขึ้นรูปชิ้นงานแทน
30 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ผลงานช่างทองหลวง เทคนิคเชิงช่างงานสลกัดนุ ภาพที่ 15 กาน ้าเทคนิคงานสลกัดนุ
31 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 16 ลายพฒุตาลกาน ้าเทคนิคงานสลกัดนุ
32 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 17 ผอบทองคา เทคนิคงานสลกัดนุ
33 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 18 พานเทคนิคงานสลกัดนุ
34 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 19 พานลายกนกบนเทคนิคงานสลกัดนุ
35 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 20 พานลายใบเทศเทคนิคงานสลกัดนุ
36 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 21 พานลายเทพพนมเทคนิคงานสลกัดนุ
37 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 22 พานแว่นฟ้าเทคนิคงานสลกัดนุ
38 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง รปูแบบงานช่างทองหลวง งานครา ่เงิน ครา ่ทอง คร ่า หมายถึงงาน ประณีตศิลป์ ประเภทหนึ่งใช้เส้นเงินหรือเส้นทองหรือเส้นนากฝัง ลงในเครื่องใช้ที่ทาด้วยเหล็กตกแต่งเป็นลวดลายบนภาชนะ เครื่องใช้ หรือเครื่องอาวุธ งานคร ่า เป็นงานช่างโบราณประเภทหนึ่ง ในงานช่างสิบหมู่ที่อยู่ในกลุ่มงานช่างแกะ ที่ นับวันหาผู้รู้ในวิชาช่างแขนงนี้ได้ยากยิ่ง เช่นเดียวกันกับงานช่างไทยสมัยโบราณหลาย อย่างได้สูญหายไป ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่องานช่างหัตถศิลป์ ไทย โดยโปรดเกล้าฯ ให้อนุรักษ์และ ฟื้นฟูงานช่างไทยโบราณหลายแขนง ซึ่งงานคร ่าได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ประวตัิการทาครา ่ สันนิษฐานว่า มีกาเนิดที่ประเทศเปอร์เซียและได้แพร่เข้ามาสู่อินเดีย อัฟกานิสถาน จีน เขมร ลาว และไทย โดยเฉพาะภาคใต้ของไทย เช่น เมืองปัตตานี โดย ปรากฏชื่องานคร ่าในกลุ่มช่างสิบหมู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ พุทธเลิศหล้านภาลัย จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขุนสารพัด ช่าง ข้าราชการกรมวังนอกได้ควบคุมงานช่างคร ่าในกรมช่างสิบหมู่ และได้ถ่ายทอดวิชา งานคร ่าแก่ นายสมาน ไชยสุกกุมาร ผู้เป็นบุตรของขุนสารพัดช่างซึ่งได้สืบทอดศิลปะ การทาคร ่าสืบต่อมา แต่ก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายของคนทั่วไป งานช่างที่เรียกว่า ครา ่ เป็นการตกแต่งลวดลายบนพื้นโลหะประเภทเหล็กโดยใช้เครื่องมือสกัดให้เป็น ลวดลายบนพื้นโลหะต่างชนิด เช่น เงิน ทอง นากลงไปแล้วขัด หรือที่ศัพท์ช่างเรียกว่า กวดผิวให้เรียบจะเกิดลวดลายจากสีของโลหะที่ต่างกัน ตามลวดลายที่สลักและฝังโลหะ ไว้ ลงบนผิวหน้าของเครื่องใช้ที่ทาด้วยเหล็ก หากใช้เส้นเงินฝังเรียก คร ่าเงิน หากใช้เส้น ทองฝังเรียก คร ่าทอง หากใช้เส้นนากฝังเรียก คร ่านาก โดยจะต้องทาให้ผิวเหล็กเกิด เป็นรอยที่ละเอียดด้วยการใช้เหล็กสกัดที่คมบางแต่แข็งแกร่งตีสับลายตัดกันไปมาบนผิว โลหะให้เกิดความขรุขระ จากนั้นจึงใช้เส้นทองหรือเส้นเงิน หรือเส้นนากตอกให้ติดเป็น ลวดลายวิจิตรงดงามตามที่ต้องการ ถือเป็นกรรมวิธีการตกแต่งในงานโลหะของช่างไทย
39 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ผลงานช่างทองหลวง เทคนิคเชิงช่างงานครา ่เงิน คร ่าทอง ภาพที่ 23 พระขรรคแ ์ ละกรรไกเทคนิคงานครา ่ทอง
40 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 24 มีดเจียนหมากและผอบเทคนิคงานครา ่ทอง
41 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง รปูแบบงานช่างทองหลวง งานลงยาสี งานเครื่องประดับทองค าที่มีลวดลายและสีสันอื่นๆเพิ่มเติมจากสีทองค า ซึ่งการ ลงยาคือการใช้สีหรือน ้ายามีการแต่งแต้มลงบนลวดลายที่ช่างทองออกแบบ โดยส่วน ใหญ่แล้วมักจะใช้สีแดง สีเขียว สีน ้าเงิน สีขาว และสีฟ้า ซึ่งการลงยาจะมีทั้งหมดอยู่ 2 วิธี ได้แก่ ลงยาร้อน และ ลงยาเย็น ยาสีร้อน เป็นก้อนเล็กๆก่อนที่จะใช้ต้องน าไปบดให้เป็นผง และแตะน ้าเล็กน้อย แล้วจึง ค่อยแต่งแต้มสีลงบนลวดลายของเครื่องประดับทองค า จากนั้นจึงค่อยใช้ไฟเป่าเพื่อให้ ตัวสีนั้นติดกับทองค า การลงยาเย็น เป็นเซรามิคชนิดหนึ่ง มีลักษณะเหมือนสีน ้าทั่วไป วิธีการท านั้นจะแต่งแต้ม น ้ายาลงไปในบริเวณที่ต้องการลงยา แล้วอบต่อด้วย UV ให้แห้งจากนั้นจึงเป็นการเสร็จ สมบูรณ์ การลงยาทองค าเป็นเทคนิคการตกแต่งเครื่องประดับที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะนอกจากความสวยงามแล้วยังสามารถเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของเครื่องประดับได้ อีกด้วย ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีการติดต่อซื้อขายทองลงยา เป็ นครั้งแรกๆที่ เครื่องประดับลงยาทองค าเป็นที่รู้จักของคนไทย เนื่องจากในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นได้มี การติดต่อซื้อขายทองลงยาจากต่างประเทศ เช่น เปอร์เซีย กรีก อียิปต์จีน และโรมัน ซึ่งในประเทศเหล่านี้ได้มีความนิยมอยู่ก่อนแล้ว และในช่วงหลังของสมัยกรุงศรีอยุธยา จนมาถึงต้นสมัยกรุงสุโขทัยยังมีการนิยมลงยาตกแต่งบนภาชนะอีกด้วย ซึ่งจะเป็น จ าพวกเครื่องใช้ราชูปโภคต่างๆของพระมหากษัตริย์ในยุคนั้น การลงยาทองค านั้นมี ความนิยมสูงสุดในช่วงของสมัยรัชกาลที่ 4
42 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ผลงานช่างทองหลวง งานลงยาสีเทคนิคกนั้ขอบลาย ภาพที่ 25รดัเกล้าและกรรเจียกจรเทคนิคงานลงยาสี
43 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 26 ทบัทรวงเทคนิคงานลงยาสี
44 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 27 ชายไหวชายแครงเทคนิคงานลงยาสี
45 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 28 พานพระศรีเทคนิคงานลงยาสี
46 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 29รองพระบาทและพานรองเทคนิคงานลงยาสี
47 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง ภาพที่ 30 พระเต้าทองคา เทคนิคงานลงยาสี
48 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง แบบประเมินความร ้ ลูวดลายไทยในงานช่างทองหลวง วิชาการเข ี ยนลวดลายไทย แบบประเมินความรลู้วดลายไทยในงานช่างทองหลวงวิชาการเขียนลวดลายไทย ระดับชั้น ปวช.สาขาวิชาช่างทองหลวง จา นวน 40 ข้อ เวลา 40 นาที คะแนนเต็ม 20 คะแนน ค าชี้แจง ข้อสอบแบบ ปรนัย จ านวน 30 ข้อ จากข้อ 1- 30 ให้นักเรียนท าเครื่องหมาย x ในค าตอบที่ ถูกต้อง ข้อสอบแบบจับคู่จ านวน 10 ข้อ จากข้อ 31- 40 ให้นักเรียนเขียนค าตอบลงในช่อง ก. ให้เลือก เทคนิคเชิงช่างงานศิลปกรรมไทยให้ตรงกับรูปภาพที่ก าหนดให้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. ความหมายค าว่าลายกนกในงานศิลปกรรมไทย มีความหมายตรงกับข้อใด ก. ลายดอกบัว ข. ลายประจ ายาม ค. ลายทอง ง. ลายใบเทศ 2. ข้อใดคือแรงบันดาลใจการเขียนลายไทยมาจากอะไร ก. ธรรมชาติ ข. รูปทรงเรขาคณิต ค. หลักค าสอนด้านศาสนา ง. ถูกทุกข้อ 3. รูปทรงการเขียนช่อลายกนกมีรูปทรงตรงกับข้อใด ก. รูปทรงสามเหลี่ยม ข. รูปทรงสี่เหลี่ยม ค. รูปทรงกลม . ง. รูปทรงรี
49 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง 4. การเขียนลายใบเทศมีแรงบันดาลใจมาจากข้อใด ก. รูปทรงเรขาคณิต ข. ดอกใบฝ้าย ค. รวงข้าว ง. เปลวไฟ 5. การเขียนลายหางไหลในงานลวดลายไทยได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้อใด ก. ใบไม้ ข. สายน ้า ค. ดอกไม้ ง. เปลวไฟ 6. การบากลายในงานการเขียนลายไทยมีจุดประสงค์ตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. แบ่งมิติตัวลาย ข. แบ่งขนาดตัวลาย ค. แบ่งพื้นที่ตัวลาย ง. แบ่งช่อไฟตัวลาย 7. ความหมายของช่องไฟตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. พื้นที่ตัวลาย ข. ขนาดตัวลาย ค. พื้นที่ว่างของตัวลาย ง. การแบ่งมิติตัวลาย 7. ลายดอกพุฒตาลได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะชนชาติใด ก. ชนชาติเปอร์เซีย ข. ชนชาติอินเดีย ค. ชนชาติญี่ปุ่น ง. ชนชาติจีน
50 บทเรียนโมดูล ลวดลายไทยกับงานช่างทอง 9. งานช่างทองหลวง สามารถแบ่งกลุ่มงานเป็นกี่กลุ่ม ก. 2 กลุ่ม ข. 3 กลุ่ม ค. 4 กลุ่ม ง. 5 กลุ่ม 10. ช่างทองหลวง มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. ช่างทองที่ท าชิ้นงานให้ส านักพระราชวัง ข. ช่างทองที่มีความรู้ความช านาญสูง ค. ช่างที่มีอาวุโสมาก ง. ช่างทองทั่วไป 11. รูปแบบการรับค่าจ้างของช่างทองหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นอย่างไร ก. รับเป็นรายวัน ข. รับเป็นรายเดือน ค. รับเป็นรายปี ง. รับตามการท าชิ้นงาน 12. ลวดลายสลักดุนที่นิยมมาสลักบนเครื่องใช้มักเป็นลวดลายอะไร ก. ลายกนก ข. ลายใบเทศ ค. ลายพุฒตาล ง. ลายก้านต่อดอก 13. ชิ้นงานสลักดุนเมื่อท าเสร็จแล้ว มีผลงานคล้ายกับงานศิลปะประเภทใด ก. งานประดับมุก ข. งานหล่อลอยตัว ค. งานนูนต ่า นูนสูง . ง. งานแทงหยวก