The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
รายวิชาภาษาอังกฤษ
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบ้านซับเจริญสุข

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thadsanee Thawpayung, 2021-12-02 11:46:21

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
รายวิชาภาษาอังกฤษ
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบ้านซับเจริญสุข

ป.3

แผนการจัดการเรยี นรู้

วิชา ภาษาองั กฤษ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1

ครผู ู้สอน
นางสาวทัศนีย์ ทา้ วพยุง

ตาแหน่ง ครผู ูช้ ่วย

โรงเรยี นบา้ นซับเจรญิ สุข อาเภอซับใหญ่ จงั หวัดชยั ภมู ิ
สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาชัยภูมิ เขต 3

คำอธบิ ำยรำยวิชำภำษำองั กฤษ

ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ 3 เวลำ 40 ชัว่ โมง

เข้าใจคาสั่งและคาขอร้องที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงคา สะกดคา อ่านกลุ่มคา ประโยคและบทพูด
เข้าจังหวะง่าย ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เข้าใจคา กลุ่มคา ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์ และความหมาย
เก่ียวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ส่ิงแวดล้อมใกล้ตวั อาหาร เครื่องด่ืม เวลาว่าง และนันทนาการ เข้าใจ
ประโยค บทสนทนา บทอ่านเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว หรือนิทานง่าย ๆ คาศัพท์เกี่ยวกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
เข้าใจประโยค บทสนทนาท่ีใชใ้ นการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ประโยค/ข้อความท่ีใช้แนะนาตนเอง
คาศัพท์ สานวนและประโยคที่ใช้บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัว หรือเกี่ยวกับกิจกรรม
ตา่ ง ๆ ตามแบบท่ีฟัง เพื่อใช้ขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ เกี่ยวกับตนเอง และเร่ืองใกล้ตัว เข้าใจภาษาท่าทางในการ
สื่อสารของเจ้าของภาษา บอกความแตกต่างของเสียง ตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยค และข้อความของ
ภาษาอังกฤษและภาษาไทยโดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง ฟัง/พูด
ถาม-ตอบ และสนทนาโต้ตอบ เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ สนใจเข้า
ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงการรวบรวมความรู้และแสวงหาความเพลิดเพลิน
จากภาษาองั กฤษ

ตวั ชีว้ ดั
มฐ.ต 1.1 (1-4)
มฐ.ต 1.2 (1-4)
มฐ.ต 1.3 (1-2)
มฐ.ต 2.1 (1-3)
มฐ.ต 2.2 (1)
มฐ.ต 3.1 (1)
มฐ.ต 4.1 (1)

1

โครงสร้ำงรำยวิชำภำษำอังกฤษ

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วย มำตรฐำนกำร สำระสำคัญ เวลำ นำ้ หนัก
0 กำร เรยี นรู้ เรยี นรู้/ตวั ชวี้ ดั (ช่ัวโมง) คะแนน
Welcome มฐ.ต 1.1 (1, 3-4), การทบทวนคาศัพท์ และ
มฐ.ต1.2 (1) โครงสรา้ งประโยคท่ีเคยเรียน 2
back! มาแล้ว เป็นการเตรยี ม
ความพร้อมในการเรียน

1 School มฐ.ต 1.1 (1-2), การพูดเก่ยี วกับกิจวัตร 6
again มฐ.ต 1.2 (1-4), ประจาวนั เป็นข้อมูลทีท่ าให้ 6
มฐ.ต 1.3 (1), ผ้เู รยี นสามารถสือ่ สารได้
มฐ.ต 2.1 (1,3), มากขน้ึ
มฐ.ต 2.2 (1),
มฐ.ต 3.1 (1),
มฐ.ต 4.1 (1)

2 Me and มฐ.ต 1.1 (1-4), การนาคาศัพท์ ประโยค และ
my friends มฐ.ต 1.2 (1-4), สานวนตา่ งๆ ทไ่ี ดเ้ รียนมาแล้ว
มฐ.ต 1.3 (1), มาเรียนรู้ในหวั ข้อใหม่ ได้แก่
มฐ.ต 2.1 (1-2), ตนเอง หรอื เพื่อนบา้ น และ
มฐ.ต 2.2 (1), กจิ วตั รประจาวนั ทาให้เกิด
มฐ.ต 3.1 (1), การเรยี นรซู้ ้า ผเู้ รยี นจึง
มฐ.ต 4.2 (1) สามารถใช้ภาษาได้ดขี ึ้น
และเกิดความจาท่ีคงทน

3 Family and มฐ.ต 1.1 (1-4), การพดู คยุ เพื่อขอและให้ 6
pets มฐ.ต 1.2 (1-4), ข้อมลู เกี่ยวกับบคุ คล
มฐ.ต 1.3 (1), ครอบครัว และ
มฐ.ต 2.1 (1-2), สัตว์เลย้ี ง เป็นหวั ข้อในการ
มฐ.ต 2.2 (1), สื่อสารทีน่ าไปใช้ในการ

2

หนว่ ยท่ี ช่อื หน่วย มำตรฐำนกำร สำระสำคญั เวลำ นำ้ หนัก
กำร เรียนรู้ เรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
มฐ.ต 3.1 (1), สนทนาตามสถานการณจ์ รงิ
มฐ.ต 4.2 (1) ในชีวิตประจาวัน 6
การฟัง พูด อา่ น และเขยี น
4 Around มฐ.ต 1.1 (1-4), บรรยายเก่ียวกับสถานท่ี 6
town มฐ.ต 1.2 (1-4), เป็นทกั ษะการส่อื สารท่ี
มฐ.ต 1.3 (1-2), นาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั 6
มฐ.ต.2.1 (1, 3)
มฐ.ต 2.2 (1), การพูดคุยเกี่ยวกบั ความชอบ 2
มฐ.ต 3.1 (1), อาหาร และเคร่ืองดื่ม
มฐ.ต 4.1 (1) เปน็ หวั ขอ้ ในการสอ่ื สารที่
นาไปใช้ ในการสนทนาตาม
5 Yummy มฐ.ต 1.1 (1-4), สถานการณจ์ รงิ ใน
food มฐ.ต 1.2 (1-4), ชวี ิตประจาวัน
มฐ.ต 1.3 (1),
มฐ.ต 2.1 (1-2), การฟงั พูด อา่ น และเขยี น
มฐ.ต 2.2 (1), เก่ยี วกับกจิ กรรมที่กาลงั ทา
มฐ.ต 3.1 (1), ของตนเองและผูอ้ ่นื เปน็
มฐ.ต 4.1 (1) ทักษะการส่ือสารท่นี าไปใช้
ในชวี ติ ประจาวนั
6 Hobbies มฐ.ต 1.1 (1-4),
and games มฐ.ต 1.2 (1-4), การทบทวนคาศัพท์ ประโยค
มฐ.ต 1.3 (1-2), และสานวนตา่ ง ๆ ทไ่ี ดเ้ รียน
มฐ.ต 2.1 (1,3), มาแลว้ ทาใหผ้ ู้เรียนได้นาสง่ิ ท่ี
มฐ.ต 2.2 (1), เรียนมาใช้ซ้า ทาให้สามารถ
มฐ.ต 3.1 (1), ใชภ้ าษาได้ดขี ้ึน และเกดิ
มฐ.ต 4.1 (1) ความจาทคี่ งทน
Festivals มฐ.ต 1.1 (1-3),
มฐ.ต 1.2 (1-2),
มฐ.ต 1.3 (1),
มฐ.ต 2.1 (1-3),
มฐ.ต 2.2 (1),
มฐ.ต 3.1 (1),
มฐ.ต 4.1(1)

3

4

แผนการจัดการเรียนรู้

Unit 1: Back to school again

รายวชิ า ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน อ13101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ

ช้ัน ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลาเรียน 6 ชว่ั โมง ภาคเรียนที่ 1/2564

ผสู้ อน นางสาวทศั นีย์ ทา้ วพยุง ตาแหนง่ ครผู ู้ช่วย โรงเรยี นบา้ นซับเจริญสขุ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั

สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องทฟ่ี งั และอ่านจากส่อื ประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เห็น

อย่างมเี หตุผล
ตัวช้วี ัด ต 1.1 ป.3/1 ปฏบิ ัติตามคาสงั่ และคาขอร้องที่ฟงั หรืออ่าน

ต 1.1 ป.3/2 อ่านออกเสยี งคา สะกดคา อา่ นกลุม่ คา ประโยค และบทพูดเข้าจังหวะ
(chant) งา่ ย ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
ต 1.1 ป.3/3 เลอื ก/ระบภุ าพ หรอื สญั ลักษณต์ รงตามความหมายของกลุ่มคาและ
ประโยคที่ฟัง
ต 1.1 ป.3/4 ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานงา่ ย ๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นข้อมูลขา่ วสาร แสดงความร้สู ึกและ
ความคิดเห็นอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ตัวช้วี ดั ต 1.2 ป.3/1 พูดโต้ตอบดว้ ยคาสั้น ๆ ง่าย ๆ ในการสอื่ สารระหวา่ งบุคคลตามแบบที่ฟงั
ต 1.2 ป.3/2 ใชค้ าสั่งและคาขอรอ้ งงา่ ย ๆ ตามแบบท่ีฟัง
ต 1.2 ป.3/3 บอกความต้องการง่าย ๆ ของตนเองตามแบบที่ฟงั
ต 1.2 ป.3/4 พูดขอและให้ข้อมูลง่าย ๆ เก่ียวกบั ตนเองและเพอ่ื นตามแบบท่ีฟงั
ต 1.2 ป.3/5 บอกความร้สู ึกของตนเองเกยี่ วกบั สิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัวหรือกิจกรรมต่าง ๆ
ตามแบบที่ฟัง
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการพูด
และการเขียน
ตวั ชี้วัด ต 1.3 ป.3/1 พูดใหข้ ้อมูลเกย่ี วกบั ตนเองและเรือ่ งใกลต้ ัว
ต 1.3 ป.3/2 จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สตั ว์ และสง่ิ ของ ตามที่ฟงั หรืออ่าน

สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใชไ้ ด้

อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตวั ชี้วดั ต 2.1 ป.3/1 พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา

ต 2.1 ป.3/2 บอกชือ่ และคาศัพท์ง่าย ๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลองและชวี ติ
ความเป็นอยู่ของเจา้ ของภาษา
ต 2.1 ป.3/3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทีเ่ หมาะกบั วัย
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั
ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใชอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
ตัวชว้ี ดั ต 2.2 ป.3/1 บอกความแตกตา่ งของเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา และประโยคง่าย ๆ
ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

สาระท่ี 3 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ ่ืน
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ ืน่ และเปน็ พ้นื ฐาน

ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
ตัวชี้วัด ต 3.1 ป.3/1 บอกคาศัพท์ที่เกีย่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทง้ั ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คม
ตวั ช้ีวดั ต 4.1 ป.3/1 ฟัง/พูดในสถานการณง์ า่ ย ๆ ท่เี กิดข้ึนในห้องเรียน
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเคร่อื งมือพ้นื ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชพี และการ

แลกเปล่ียนเรยี นรกู้ ับสังคมโลก
ตวั ชว้ี ัด ต 4.1 ป.3/1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศ เพอ่ื รวบรวมคาศพั ท์ที่เกย่ี วขอ้ งใกล้ตวั

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

การเรียนรูค้ าศัพทเ์ กย่ี วกับชือ่ ประเทศต่าง ๆ กจิ กรรมทีท่ าในชีวิตประจาวนั การบอกเวลา และ
โครงสรา้ งประโยคขอและใหข้ ้อมูลเกยี่ วกบั ตนเองและผู้อ่นื และเขยี นบรรยายกจิ กรรมทท่ี าในชีวติ ประจาวนั
เปน็ พื้นฐานในการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษเพอ่ื นาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

- คาส่ัง คาขอรอ้ งและขออนุญาตท่ีใชใ้ นหอ้ งเรียน

- การอา่ นออกเสียงคาศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยเสยี ง /dӠ/

- บอกความต้องการงา่ ย ๆ และความรสู้ ึกของตนเอง

Do you want to go to Spain? Yes, I do./No, I don’t.

I’m OK/happy/good.

- กลุ่มคา ประโยค และความหมายเก่ยี วกับชือ่ ประเทศและเวลา

- ประโยคขอและให้ข้อมลู เก่ียวกบั ตนเองและผู้อื่น

A: Where are you from? B: I’m from (ช่อื ประเทศ).

ประโยคถามและตอบเกยี่ วกับเวลา

A: What’s the time, please? B: It’s (เวลา).

- ประโยคบอกกจิ กรรมที่ทาในช่วงเวลาตา่ ง ๆ

I (กิจกรรมที่ทา) at (เวลา).

- ความแตกตา่ งของเสียงตัวอักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

- บอกชอื่ ธงชาติของสหราชอาณาจกั รและความเป็นมาสั้น ๆ

- กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเลน่ เกม การร้องเพลง

- การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณง์ ่าย ๆ ทเี่ กิดขน้ึ ในหอ้ งเรียน

3.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น

-

4. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ

- การคดิ อย่างสรา้ งสรรค์
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

- ใฝ่เรียนรู้
- มงุ่ ม่ันในการทางาน

6. ช้นิ งาน/ภาระงาน

- การวาดภาพและเขียนประโยคแนะนาตนเอง
- การทาชน้ิ งานธงชาติของประเทศตา่ ง ๆ
- การพดู บอกเวลา
- การทาชน้ิ งาน an activity book
- การรวบรวมคาศัพท์ในสมุดคาศพั ท์ Your word book

7. การวดั และประเมินผล

7.1 การประเมินกอ่ นเรียน
- ประเมนิ การทาแบบทดสอบ

7.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
- ประเมนิ การทาแบบฝึกหดั
- สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในชว่ งการทากิจกรรม

7.3 การประเมินหลงั การเรียน
- ประเมนิ การทาแบบทดสอบ
- ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

7.4 การประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ประเมนิ การวาดภาพและเขียนประโยคแนะนาตนเอง
- ประเมนิ การทาชนิ้ งานธงชาติของประเทศต่าง ๆ
- ประเมนิ การพูดบอกเวลา
- ประเมินการทาชน้ิ งาน an activity book
- ประเมนิ การรวบรวมคาศัพทใ์ นสมุดคาศัพท์ Your word book

8. กิจกรรมการเรยี นรู้ ดังแนบมาพรอ้ มนี้

- กจิ กรรมนาส่กู ารเรยี น
- กิจกรรมพฒั นาการเรยี นรู้
- กิจกรรมรวบยอด

9. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Smile ป. 3
2. แบบฝกึ หัด Smile ป. 3
3. Audio CD Smile ป. 3
4. บตั รภาพ บตั รคา
5. พจนานุกรม
6. อินเทอร์เนต็

แผนการจัดการเรยี นรู้
Unit 1: Back to school again (Lesson 1)

ชว่ั โมงที่ 1-2

1. สาระสาคญั

การเรยี นรคู้ าศัพทเ์ กีย่ วกบั ชอื่ ประเทศ และโครงสรา้ งประโยค ชว่ ยในการพูดขอและใหข้ ้อมลู เก่ยี วกับ
ตนเองและผู้อืน่ เชน่ พดู แนะนาตนเอง ประเทศ ซ่ึงเปน็ พน้ื ฐานการเรียนรภู้ าษาอังกฤษเพอ่ื นาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน

2. ตัวชีว้ ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

- อ่านออกเสียง สะกดคา และบอกความหมายของคาศพั ท์เกยี่ วกบั ชือ่ ประเทศตา่ ง ๆ ได้
- ออกเสียงคาศัพท์ท่ีขน้ึ ตน้ ด้วยเสียง /dӠ/ ได้
- ระบุภาพตรงตามความหมายของคาและประโยคได้
- พูดขอและให้ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเองและผู้อนื่ ได้

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- คาสงั่ คาขอรอ้ งและขออนญุ าตที่ใชใ้ นหอ้ งเรียน
- การอ่านออกเสียงคาศัพท์ที่ข้ึนต้นด้วยเสียง /dӠ/
- คาและกลุม่ คาทม่ี ีความหมายเกี่ยวกบั ชอื่ ประเทศตา่ ง ๆ
- บอกความรสู้ กึ ของตนเอง เชน่ I’m OK. I’m good.
- ประโยคขอและใหข้ ้อมูลเก่ยี วกบั ตนเองและผู้อ่ืน
A: Where are you from?
B: I’m from (ชื่อประเทศ).
- บอกชอ่ื ธงชาติของสหราชอาณาจกั รและความเป็นมาสัน้ ๆ
- ความแตกตา่ งของเสยี งตวั อักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
- การใชภ้ าษาในการฟัง/พูดในสถานการณง์ ่าย ๆ ในห้องเรยี น

3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิน่
-

4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

- ใฝ่เรียนรู้
- มงุ่ มั่นในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

6.1 ช่ัวโมงท่ี 1-2

 กิจกรรมนำสกู่ ำรเรยี น
1. ครูเข้ามาในห้องและพดู ทักทายกับนักเรียนในชนั้
Teacher: Good morning. How are you today?
Students: I’m fine, thank you. And you?
Teacher: I’m great.
ครเู ขียนคาว่า I’m great. บนกระดาน และบอกนกั เรยี นว่า เวลาทเี่ ราร้สู ึกสบายดี
ไมจ่ าเปน็ ต้องตอบว่า I’m fine. เสมอไป เราสามารถใช้คาอืน่ ได้ ครูใหน้ กั เรยี นช่วยกนั คิด
จากนน้ั ครูเขียนบนกระดาน เช่น I’m OK/happy/good. ครูให้นกั เรยี นพูดประโยคเหล่านต้ี ามครู
2-3 ครง้ั เสร็จแลว้ ครูถามนักเรยี นหลาย ๆ คน ว่า How are you? โดยให้นกั เรยี นพดู ตอบครู
ว่า สบายดี แต่ไมใ่ ห้ใช้ I’m fine.
ต่อมาครูถามนักเรยี นวา่ แล้วถ้านกั เรียนไม่สบาย นกั เรยี นจะตอบคาถาม How are you?
อยา่ งไร จากน้ันครูใหน้ ักเรยี นพดู ถามครู แล้วครูทาทา่ ทางไมส่ บาย เชน่ ไอ แล้วพูดตอบว่า
I’m not fine. ครใู หน้ ักเรียนช่วยกันคดิ วา่ เราใชค้ าอะไรได้อกี โดยครูชี้ไปที่คาว่า not บนกระดาน
และเขยี นคาตอบทถ่ี ูกต้องของนักเรยี นบนกระดาน เชน่ I’m not OK/happy. เสร็จแลว้ ครใู ห้
นักเรยี นผลัดกนั พดู ถามตอบกับคนทน่ี งั่ ข้าง ๆ ดา้ นซ้าย 2 คนและขา้ งขวา 2 คน โดยให้มีท้ังท่ีตอบ
สบายดีและไม่สบาย โดยถ้าไมส่ บาย ใหท้ าทา่ ทางประกอบดว้ ย

Background Information Thanks และ Thank you
ทัง้ Thanks และ Thank you มคี วามหมายวา่ ขอบคุณ เหมอื นกัน แต่ Thank you จะเปน็ ทางการ

มากกวา่ (more formal)

2. ครใู หน้ ักเรียนทบทวนประโยคคาส่ัง ขอร้อง และขออนญุ าตในแผน่ ปา้ ยทต่ี ดิ บนบอร์ดของห้องเรยี น
จากน้ันครูยา้ ใหน้ ักเรียนใชป้ ระโยคขอร้องและขออนญุ าตพูดกับครูในห้องเรยี น เม่ือต้องการขอ
ความชว่ ยเหลือจากครหู รือขออนญุ าตเพอื่ ทาบางสิง่ บางอยา่ ง

3. นักเรยี นทบทวนเพลง Hello friends! โดยครแู บง่ นักเรียนออกเปน็ 2 กลุ่ม แลว้ ใหผ้ ลัดกนั รอ้ งเพลง

 กิจกรรมพฒั นำกำรเรยี นรู้
1. ครใู หน้ กั เรียนดภู าพในหนังสือเรยี น หนำ้ 4 ขอ้ 1 Look at the picture. What can you see?
และชว่ ยกันบอกวา่ เห็นอะไรในภาพบา้ ง
Teacher: What can you see in the picture?
Students: A map, flags, etc.
จากนน้ั ครใู หน้ ักเรยี นดูคาศัพท์ในหนงั สือเรยี น หนำ้ 4 ข้อ 2 Read, look and match the
words with the flags above. และอา่ นคาศัพท์พร้อมกนั ตามครู แล้วให้นักเรียนชว่ ยกันหาภาพ
ธงชาตใิ นข้อ 1 ที่สัมพันธก์ ับช่ือประเทศท่ีอ่าน
2. นักเรยี นดูภาพในหนงั สือเรยี น หนำ้ 5 ขอ้ 1 Listen, point and repeat. แล้วบอกครวู า่ เปน็ ภาพ
อะไร จากน้ันครูถามนักเรียนวา่ ชื่อประเทศเหล่าน้เี ป็นคาชนดิ ใด เมอื่ ไดค้ าตอบว่าคานามแลว้
ครูอาจอธบิ ายเพ่ิมวา่ ชื่อของสิ่งต่างๆ บนโลกนี้เปน็ คานามทั้งหมด เชน่ ชือ่ คน สตั ว์ ส่งิ ของ เมือง
แลว้ ครูเปดิ CD/Track 3 ใหน้ ักเรียนฟงั 2-3 ครั้ง และฝึกออกเสยี งตาม เสร็จแล้วให้นักเรยี น
บอกความหมายและสะกดคาศพั ท์พรอ้ มกัน

the United Kingdom Spain China
Thailand India Japan

ต่อมาครูเขยี นชอ่ื ประเทศตอ่ ไปน้บี นกระดาน

the United Kingdom Spain China

Thailand India Japan

จากนั้นครูอ่านออกเสียง และให้นักเรียนชว่ ยกันบอกวา่ ชื่อประเทศเหลา่ น้เี นน้ เสียงหนัก

ในคา (word stress) ที่พยางค์ใด เสร็จแล้วครเู ฉลยคาตอบดว้ ยการขีดเสน้ ใต้พยางค์ทีเ่ น้นเสยี งหนกั

ในชื่อประเทศบนกระดาน และให้นกั เรยี นฝึกอา่ นออกเสยี งช่อื ประเทศอีกครง้ั โดยออกเสียงเน้นหนัก

ในคาให้ถูกต้อง

the United Kingdom Spain China

Thailand India Japan

ครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ วา่ ทาไม Spain จึงไมต่ ้องขดี เส้นใตเ้ น้นเสยี งหนกั เพราะ Spain ถอื เปน็ คา
1 พยางค์ จากนนั้ ครูใหน้ ักเรยี นฝกึ ออกเสียงตามครู ดว้ ยการออกเสียง s และ p ในคาวา่ Spain
แต่ออกอย่างรวดเรว็ ครูอาจเพมิ่ เติมคาอ่ืน ๆ เช่น spin, speak, sport, spy ครูยา้ ว่าเสียงพยัญชนะ
ต้นเช่นนไี้ มม่ ีในภาษาไทย ดงั นน้ั ถ้านกั เรยี นออกเสยี งคาว่า สเปน ในภาษาไทย วธิ กี ารออกเสยี ง
จะตา่ งจากการออกเสียงคาว่า Spain ในภาษาองั กฤษ

ครใู หน้ กั เรยี นออกเสียงคาว่า Spain ในภาษาอังกฤษ และสเปน ในภาษาไทย เพ่ือสังเกต
ความแตกตา่ ง คาวา่ สเปน ในภาษาไทยจะออกเป็น 2 พยางค์ อา่ นว่า สะ-เปน เพราะเปน็ คาที่อา่ น
ออกเสยี ง อะ กงึ่ เสยี ง แตไ่ ม่มีรูปสระ -ะ ตอ่ ท้ายพยัญชนะ (เรียกว่า คาท่ีไมป่ ระวสิ รรชนยี ์) ครอู าจ
ยกตวั อยา่ งเพ่มิ เติม เช่น สไบ สบาย ชบา แต่คาว่า Spain ในภาษาองั กฤษ ไม่ได้ออกเสยี ง -ะ เหมือน
อยา่ งในภาษาไทย

Background Information

พยญั ชนะประสมหรือผสมเสยี ง (consonant blends) ในภาษาองั กฤษ อาจจะ
ประกอบไปด้วยตัวอกั ษร 2-3 ตวั เช่น sp- หรอื spr- โดยการ blend จะเปน็
การผสมเสียงของตวั อักษรเข้าด้วยกัน ซงึ่ แตล่ ะตัวอักษรจะยังคงมีการออกเสียง
อยู่ แตจ่ ะออกเสยี งอย่างรวดเรว็
ครูสามารถเข้าไปศกึ ษาข้อมลู เร่ือง consonant blends เพ่ิมเติมได้ที่
http://examples.yourdictionary.com/examples-of-consonant-
blends.html
http://www.enchantedlearning.com/consonantblends/
http://www.theschoolhouse.us/index.html

3. เมอื่ นักเรยี นออกเสียงคาศัพท์ชอื่ ประเทศได้คล่องแล้ว ครูให้นกั เรียนฝึกพดู ประโยคบอกว่ามาจาก
ประเทศอะไร โดยครแู จกบัตรคาศัพทช์ ือ่ ประเทศตา่ ง ๆ ให้นักเรียนคนละ 1 คา จากนัน้ ใหน้ กั เรยี น
จับคกู่ บั เพ่อื นพูดประโยค โดยใชโ้ ครงสรา้ ง I’m from (ชอื่ ประเทศ). ครเู ดนิ สังเกตขณะนักเรียน
ทากจิ กรรมจนแนใ่ จว่านกั เรยี นพูดประโยคได้แลว้ จึงสมุ่ เรียกนักเรียน 3-4 คน ออกมาพูดประโยค
หนา้ ชนั้ เรยี น

4. นักเรยี นทากิจกรรมในหนังสือเรยี น หนำ้ 5 ข้อ 2 Listen, match and draw lines.
โดยครูเปดิ CD/Track 4 ให้นักเรยี นฟงั 2 ครง้ั เพื่อโยงเสน้ ชื่อบุคคลกบั ชื่อประเทศทใี่ ห้มา
เสร็จแล้วครรู วบรวมคาตอบจากนักเรยี น โดยเขยี นช่อื บุคคลกบั ช่อื ประเทศทีน่ ักเรยี นบอกบนกระดาน
เช่น Mark - the United Kingdom และเปิด CD ให้นักเรยี นฟงั อีกคร้งั เพื่อเฉลยคาตอบ

Narrator: This is Mark. Mark’s from the United Kingdom.
This is Paco. Paco’s from Spain.
This is Kim. Kim’s from China.
This is Pammi. Pammi’s from India.
This is Lek. Lek’s from Thailand.
This is Taro. Taro’s from Japan.

กจิ กรรมเพ่มิ เติม
ครใู หน้ กั เรียนบอกความหมายของสีแต่ละสีในธงชาตไิ ทย จากน้ันครูให้ข้อมลู สั้น ๆ เกย่ี วกับสหี รอื
สัญลักษณ์ในธงชาติของประเทศอื่น ๆ

Background Information
ธงชาตจิ ีน เปน็ ธงรูปสี่เหล่ยี มผนื ผา้ พืน้ สีแดง ท่มี ุมธงบนด้านซา้ ย มี
รูปดาวสเี หลอื ง 5 ดวง เป็นดาวดวงใหญ่ 1 ดวง ล้อมรอบด้วย ดาว
ดวงเลก็ อีก 4 ดวง ซึ่งพืน้ สแี ดงหมายถึง สญั ลกั ษณ์ของการ
ปฏิวตั ิจีน ดาวสีเหลอื ง 5 ดวงเรยี งกันคล้ายกับลักษณะของแผนทป่ี ระเทศจีนหมายถึง ความ
เปน็ หน่งึ เดยี วกันของชาวจนี ทั้งประเทศ ภายใตก้ ารนาของพรรคคอมมิวนิสตแ์ ห่งชาตจิ นี
ธงชาติญป่ี นุ่ หรือรู้จักในช่อื ฮโิ นะมะรุ (Hinomaru) เป็นธงรูป
สเ่ี หลยี่ มผืนผา้ พ้นื สขี าว กึ่งกลางธงเปน็ รูปวงกลม สแี ดง ซง่ึ
หมายถึงพระอาทติ ย์

ธงชาติอนิ เดยี เป็นธงสีเ่ หลี่ยมผืนผา้ ภายในแบง่ เปน็ แถบ 3 สี
ตามแนวนอน ได้แก่ สแี สด สขี าว สเี ขียว เรยี งลาดบั จากบนลง
ล่าง กลางแถบสีขาวมรี ปู ธรรมจกั รของพระเจา้ อโศกมหาราช ซง่ึ
สีแสดหมายถงึ ความกลา้ หาญ เสียสละ สีขาว
หมายถงึ ความบรสิ ุทธ์ิ สเี ขยี วหมายถึง ความศรทั ธาและความอุดมสมบรู ณ์
สว่ นธรรมจักรแสดงถึงประวตั ิศาสตรอ์ ันยาวนานของประเทศอินเดีย

ธงชาติสหราชอาณาจักร (The Union Flag) หรอื ที่เรยี ก
กนั โดยทัว่ ไปวา่ Union Jack เนือ่ งจากสหราชอาณาจักร
(the United Kingdom) รวมเอา 4 ประเทศเข้าไว้ดว้ ยกนั
ได้แก่ England, Scotland, Wales และ Northern Ireland
ดงั นน้ั ธงชาตขิ องสหราชอาณาจกั รจึงเป็นการรวมเอาลักษณะ
ของธงชาติของประเทศเหล่าน้ีเขา้ ไวด้ ว้ ยกัน คือ
- ธงรปู กางเขนของนักบญุ จอรจ์ (the cross of St. George) เป็นตัวแทนของประเทศ
อังกฤษและเวลส์ เนอื่ งจากนักบุญจอรจ์ เปน็ นักบญุ อปุ ถัมป์ของทงั้ สองประเทศน้ี
- ธงรูปกางเขนไขว้ของนักบญุ แพทริก (The cross saltire of St. Andrew) เนือ่ งจาก
นกั บญุ แพทรกิ เปน็ นกั บุญอุปถมั ป์ของประเทศสกอตแลนด์
- ธงรปู กางเขนไขวส้ ขี าวของนักบุญแอนดรูว์ (The cross saltire of St Patrick)
เน่อื งจากนักบุญแอนดรูว์เปน็ นักบญุ อปุ ถมั ป์ของประเทศไอรแ์ ลนด์

ท่มี า: https://th.wikipedia.org/wiki/

5. ครเู ปิด CD/Track 5 ใหน้ ักเรียนฟงั และอา่ นประโยคในหนังสอื เรยี น หน้ำ 6 ข้อ 3 Listen, read
and complete. ตามไปด้วย ครูเปิด CD ให้นักเรียนฝึกอ่านหลาย ๆ ครง้ั

Mark: Hi! I’m Mark. I’m from the United Kingdom.
Paco: Hello! My name’s Paco. I’m from Spain.
Kim: Hello! I’m Kim. I’m from China.
Pammi: Hi! I’m Pammi. I’m from India.

จากนน้ั ให้นักเรยี นเติมคาศัพท์ชอ่ื ประเทศลงในช่องว่างให้ถูกต้องตามท่ีได้ฟังจาก CD
เสร็จแล้วครเู ปิด CD ใหน้ กั เรียนฟงั อีกครง้ั เพ่ือเฉลยคาตอบ

1. the United Kingdom 2. China
3. India 4. Thailand

ตอ่ มาครูอธิบายเพ่ิมเติม โดยเขยี นประโยค My name’s Paco. บนกระดาน ครขู ีดเส้นใต้
ท่ี ’s และถามนักเรียนว่า ’s คอื ตัวยอ่ ของอะไร เม่อื ไดค้ าตอบว่า is แลว้ ครูเขยี นประโยค
My name is Paco. บนกระดาน และใหน้ ักเรยี นอา่ นประโยคทง้ั 2 ตามครู

ครูอธบิ ายวา่ My name’s … . ซง่ึ ยอ่ มาจาก My name is … . เปน็ การพดู แนะนาตนเอง
แล้วครใู หน้ ักเรียน 2-3 คน พูดแนะนาช่ือของตนเอง ครูทากจิ กรรมเช่นเดียวกนั น้ีกบั ประโยค
I’m Kim. ซึ่งยอ่ มาจาก I am Kim.

6. นกั เรยี นทากิจกรรมในหนังสือเรียน หน้ำ 6 ขอ้ 4 Choose a country. Then ask and
answer. โดยครอู ธบิ ายให้นักเรยี นฟังวา่ การถามผู้อน่ื เชน่ ชาวตา่ งประเทศ วา่ มาจากประเทศใด
เราจะใชค้ าถามวา่ Where are you from? จากน้ันใหน้ กั เรยี นดูกรอบ Remember! ให้นักเรยี น
ชว่ ยกันวเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งประโยค แลว้ ครูเขียนโครงสร้างประโยคคาถามและคาตอบให้นักเรียน
ดูบนกระดาน ดังน้ี

Where + verb to be + (ประธาน) + from?
(ประธาน) + verb to be + from + (ช่ือประเทศ).

เสร็จแล้วครูให้นกั เรยี นดภู าพธงชาติที่ใหม้ า แล้วสมมติวา่ ตนเองมาจากประเทศเหล่าน้ี และ
จับคู่กนั ฝึกพูดถาม-ตอบวา่ มาจากประเทศใดตามโครงสร้างประโยคท่ีกาหนด โดยครเู ดนิ สงั เกต รอบ ๆ
ช้นั ขณะนักเรยี นทากจิ กรรม จากนั้นครูสุ่มเรียกนกั เรียน 3-4 คู่ ออกมาพูดถาม-ตอบให้เพอ่ื นฟงั หน้า
ชน้ั
7. นกั เรยี นอ่านประโยคแนะนาตนเองในหนังสือเรียน หน้ำ 7 ขอ้ 5 Introduce yourself.
จากนน้ั ครสู ่มุ เรยี กนกั เรียน 1 คน พดู แนะนาตนเองกับครู แลว้ ให้นกั เรียนจบั คูก่ ับเพือ่ นขา้ งเคยี ง
พดู แนะนาตนเองโดยใช้ชอื่ ของนักเรยี นเอง เช่น

Naree: Hello, I’m Naree. I’m from Thailand.
Anong: Hello, Naree. Nice to meet you.

Culture
Nice to meet you. (ยนิ ดีที่ได้รูจ้ กั ) เปน็ ประโยคที่ใชพ้ ดู กับบุคคลท่ีเพิง่ รูจ้ ักกันเป็น
ครั้งแรก หลังจากพูดแนะนาตัวแลว้ โดยบคุ คลทีเ่ พ่งิ ทาความรู้จักจะตอบว่า Nice to
meet you too. (ยนิ ดีท่ีไดร้ ู้จกั เชน่ กนั )

8. นกั เรียนทากจิ กรรมในหนงั สือเรยี น หนำ้ 7 ข้อ 6 Draw and write about yourself.
โดยวาดภาพของตนเอง พร้อมทัง้ เขยี นประโยคแนะนาตนเอง เม่ือทาเสร็จแลว้ ครูใหต้ วั แทนนกั เรียน
3-4 คน ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน

9. ครเู ขียนคาวา่ jam, job, joke, Japan บนกระดาน ครูอธบิ ายว่าเสียงตัวอักษร j ในคาเหล่านี้
ให้ออกเปน็ เสยี ง /dӠ/ โดยครอู อกเสยี งให้นกั เรยี นฟัง แลว้ ให้นกั เรยี นทาตามด้วยการเอาลน้ิ ไปแตะไว้
ที่เพดานปากบริเวณหลังปมุ่ เหงอื กแลว้ ออกเสียง /dӠ/ ครใู ห้นักเรียนสงั เกตวา่ ถ้านักเรียนออกเสียงนี้
ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเสน้ เสียงของนักเรียนจะสนั่ เพราะมีการเกร็งกล้ามเนื้อลาคอขณะเปล่งเสียง
โดยให้นักเรียนเอามือจบั ท่ลี าคอของตนเอง ครูบอกวา่ เสยี งนแ้ี ตกตา่ งจากเสยี ง จ จาน ในภาษาไทย
ครอู อกเสียง /dӠ/ และ จ จาน ให้นกั เรยี นฟงั ชัดๆ อีกคร้ัง ครูบอกวา่ เสียงนี้มปี ัญหาในการออกเสยี ง
สาหรับคนไทยมาก เพราะเสียงนีม้ กี ารเขยี นได้ดว้ ยตัวอักษรอน่ื ด้วยนอกจากตวั j เชน่ ตัวอกั ษร di
ในคาวา่ soldier ตัวอกั ษร g ในคาวา่ gym แตใ่ นวนั นนี้ ักเรียนจะไดเ้ รียนเฉพาะเสยี งนี้ในคาท่สี ะกด
ดว้ ยตัวอักษร j เทา่ นั้น เสร็จแล้วครูเปดิ CD/Track 6 ใหน้ กั เรียนฟงั และฝึกออกเสียงในหนงั สอื เรียน
หน้ำ 7 ขอ้ 7 Listen and say.

Jane meets Jan again in Japan.

 กจิ กรรมรวบยอด
1. ให้นกั เรยี นหาข้อมลู เกยี่ วกับธงชาตขิ องประเทศอ่ืนมาอีกคนละ 5 ประเทศ และวาดภาพพร้อมกับ
ระบายสใี หส้ วยงาม และเขียนชอ่ื ประเทศใต้ภาพด้วย ครูแนะนาเวบ็ ไซต์ในการค้นคว้าข้อมลู
ให้นกั เรยี น เชน่ www.sciencekids.com/flags.html
www.sciencekids.co.nz/pictures/flags.html
หรือให้นกั เรยี นค้นคว้าด้วยตนเอง โดยครบู อกคาสาคัญทช่ี ่วยในการคน้ หา คือ country flags
ให้นักเรยี นเข้าไปค้นหาข้อมูลที่ www.google.com
2. นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ทบทวนคาศัพท์ทเี่ รียนในแบบฝึกหัด หน้ำ 4 ขอ้ 1 Look at the flags and
write the name of each country. โดยให้นักเรยี นดภู าพธงตา่ ง ๆ ในแผนท่ี แลว้ เขยี นคาศัพท์
ชือ่ ประเทศให้สัมพันธ์กับภาพธงทม่ี หี มายเลขเดยี วกัน เสรจ็ แลว้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบ

1. the United Kingdom 2. Spain 3. India

4. China 5. Japan 6. Thailand

3. ให้นักเรยี นอา่ นชื่อประเทศที่กาหนดให้ โดยครูเนน้ ให้นกั เรียนออกเสยี งเน้นหนกั ในคาให้ถูกตอ้ ง
และดูภาพธงชาตใิ นแบบฝึกหัด หน้ำ 5 ขอ้ 1 Look at the flags and write the name of
each country. แลว้ จับคู่ภาพธงชาติกบั ชื่อประเทศใหส้ ัมพนั ธก์ นั เสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรยี น 6 คน
พูดเฉลยคาตอบ

1. the United Kingdom 2. Spain 3. China
6. Japan
4. Thailand 5. India

4. ให้นกั เรียนวาดภาพธงชาติของประเทศตนเองในแบบฝึกหัด หนำ้ 5 ข้อ 2 Draw and colour
your flag. Write the sentence. แล้วระบายสใี ห้ถกู ต้อง พร้อมทั้งเขียนประโยคให้สอดคลอ้ ง
ตามภาพทว่ี าด ครูให้เวลานักเรียน 5-8 นาที ในการทาแบบฝึกหัด เสร็จแล้วครูสมุ่ เรียกนักเรียน 1 คน
ออกมานาเสนอผลงานให้เพ่ือนดหู น้าช้นั เรียน

I’m from (ชอื่ ประเทศ).

5. ครใู หน้ ักเรยี นดภู าพเดก็ ถือธงชาติของประเทศต่าง ๆ ในแบบฝึกหัด หนำ้ 6 ขอ้ 3 Look at the
pictures and complete each sentence. แลว้ เตมิ ประโยคให้สมบูรณ์ตามภาพทกี่ าหนดให้
เมือ่ นกั เรียนทาเสรจ็ แลว้ ครสู ุ่มเรยี กนกั เรียน 5 คน เฉลยคาตอบ หรอื ครอู าจมอบหมายใหน้ ักเรียน
ทาแบบฝึกหดั นีเ้ ปน็ การบา้ น

2. the United Kingdom 3. from India
4. I’m from Spain. 5. I’m from China.
6. I’m from Japan.

6. ครูใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหัดทบทวนประโยคพูดแนะนาตนเองในแบบฝึกหดั หน้ำ 7 ข้อ 4 Read
and write T (true) or F (false). โดยใหน้ กั เรียนอา่ นข้อความท่ีกาหนดให้ แลว้ เติม T ถา้ ประโยค
เปน็ จรงิ หรือ F ถา้ ประโยคเป็นเทจ็ หรอื ครูอาจมอบหมายให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัดนีเ้ ปน็ การบา้ น

1. F 2. T 3. F 4. T

7. ครูใหน้ กั เรยี นเขยี นประโยคเกี่ยวกับตนเองในแบบฝึกหดั หนำ้ 7 ขอ้ 5 Complete the
sentences about yourself. เสร็จแล้วครสู ุ่มเรยี กนักเรียน 2-3 คน พูดประโยคทีต่ นเอง
แต่งใหเ้ พ่ือนฟัง

(ตัวอย่าง)
Hello, my name’s (ช่ือนักเรียน).
I’m from (ชื่อประเทศ).

8. ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนไปอ่านคาศัพท์ในหนังสือเรียน หนา้ 8 มาก่อนล่วงหนา้ และถา้ คาใดไม่รู้
ให้นักเรยี นเปดิ พจนานกุ รมเพื่อหาคาศพั ท์มาก่อน

7. การวัดและประเมินผล
7.1 การประเมินก่อนเรียน
- ประเมินการทาแบบทดสอบ
7.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- ประเมินการทาแบบฝึกหดั
- สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นชว่ งการทากิจกรรม
7.3 การประเมินหลงั การเรยี น
- ประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ประเมนิ การวาดภาพและเขยี นประโยคแนะนาตนเอง
- ประเมนิ การทาชิน้ งานธงชาติของประเทศต่าง ๆ

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

1. หนังสอื เรียน Smile ป. 3
2. แบบฝึกหัด Smile ป. 3
3. Audio CD Smile ป. 3
4. บตั รคา
5. พจนานุกรม
6. อินเทอรเ์ น็ต

บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..................................................................
(นางสาวทัศนยี ์ ท้าวพยุง)
ผู้สอนและผบู้ นั ทึก

ขอ้ คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ..................................................................
(นายอภชิ ัย สรุ เสน)

ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านซับเจริญสขุ

แผนการจัดการเรียนรู้
Unit 1: Back to school again (Lesson 2)

ช่ัวโมงที่ 3-4

1. สาระสาคญั

การเรียนรูค้ าศัพทเ์ กย่ี วกับกจิ กรรมท่ที าในชวี ิตประจาวัน รวมถงึ ประโยคทีใ่ ช้การถามและตอบเกย่ี วกบั
เวลา และประโยคบอกกิจกรรมทีท่ าในช่วงเวลาตา่ ง ๆ เป็นการเรียนร้ภู าษาอังกฤษเพื่อนาไปใช้ใน
ชีวิตประจาวนั

2. ตวั ชว้ี ัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้

- อา่ นออกเสียงและบอกความหมายของคาศัพทเ์ กย่ี วกบั กิจกรรมทีท่ าในชวี ิตประจาวันได้
- พูดบอกกจิ กรรมทที่ าในชว่ งเวลาตา่ ง ๆ ได้
- ถามและตอบเก่ียวกบั เวลาได้
- รอ้ งเพลงและเล่นเกมตามที่กาหนดได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- ประโยคถามและตอบเกี่ยวกับเวลา
A: What’s the time, please?
B: It’s (เวลา).
- ประโยคบอกกิจกรรมท่ีทาในช่วงเวลาต่างๆ
I (กิจกรรมทที่ า) at (เวลา).
- บอกความต้องการงา่ ย ๆ ตามแบบที่ฟัง
- กิจกรรมภาษาและวฒั นธรรม เชน่ การเล่นเกม การร้องเพลง
- การใช้ภาษาในการฟัง/พดู ในสถานการณง์ ่าย ๆ ทเ่ี กิดขน้ึ ในหอ้ งเรียน

3.2 สาระการเรียนรูท้ ้องถิ่น
-

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดอย่างสรา้ งสรรค์

5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- ใฝ่เรียนรู้
- ม่งุ มั่นในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

6.1 ชั่วโมงที่ 3-4

 กจิ กรรมนำสูก่ ำรเรยี น
1. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนคาศัพท์เก่ยี วกบั ช่อื ประเทศต่าง ๆ โดยครแู สดงบัตรภาพธงชาตใิ ห้นักเรียนดู
และสมุ่ เรียกนกั เรยี นพูดคาศัพทท์ ่มี ีความหมายตรงกับบัตรภาพท่ีครูแสดง ครูให้นักเรียนทากิจกรรมน้ี
จนครบทุกภาพ
2. ครวู าดภาพนาฬิกาบนกระดานหรืออาจใชน้ าฬิกาจาลอง แล้วเปลยี่ นเขม็ เวลาไปเรื่อย ๆ จาก
13.00 น. ไปจนถึง 24.00 น. โดยสมุ่ เรียกใหน้ กั เรียนพูดบอกเวลาเปน็ ภาษาไทย เพื่อสารวจว่านักเรียน
ในหอ้ งรจู้ ักการดูนาฬิกาหรือไม่ ถา้ มบี างคนยงั ไมร่ ู้ ครูอาจอธิบายวิธีการดนู าฬิกาใหน้ ักเรียนฟังสั้น ๆ
แล้วทาใบงานเสรมิ เพ่มิ เติมมาแจกให้นกั เรียนทา

 กจิ กรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
1. ครูเขยี น .... o’clock บนกระดาน และใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสียงตามครหู ลาย ๆ คร้ัง จากนน้ั ครูนาเสนอ
วธิ ีการพดู บอกเวลาในภาษาอังกฤษ โดยวาดภาพนาฬิกาบนกระดานหรือใชน้ าฬิกาจาลอง แล้วเล่ือนเข็ม
ยาวไปที่เลข 12 และเปล่ียนเข็มส้นั ของนาฬิกาไปเรอ่ื ยๆ โดยเริม่ จากเลข 1 ไปจนถงึ เลข 12 พร้อมกับ
พดู บอกเวลา ใหน้ ักเรยี นพดู ตามครู

It’s one o’clock.

เมื่อนกั เรยี นพดู บอกเวลาเสรจ็ แล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียนทลี ะคนมาเปน็ ผูเ้ ปลย่ี นเข็มสน้ั ของ
นาฬิกาตาม ทค่ี รูกระซิบบอก และใหเ้ พ่ือน ๆ พูดบอกเวลา ครูทากจิ กรรมเชน่ น้หี ลาย ๆ ครงั้ เพ่ือให้
แน่ใจว่านักเรยี นสามารถพดู บอกเวลาเป็นภาษาอังกฤษได้

Background Information

การอา่ นเวลา มีวิธดี ังนี้
1. ถา้ เวลาเตม็ ช่ัวโมง (ไม่มเี ศษนาท)ี ให้อ่านเวลาลงทา้ ยดว้ ย o’clock เช่น

1.00 อา่ นวา่ one o’clock
4.00 อ่านวา่ four o’clock
11.00 อา่ นวา่ eleven o’clock
2. ถา้ เวลาไม่เต็มช่ัวโมง จะมวี ธิ ีการอา่ น คือ อา่ นหลกั ชว่ั โมงก่อน แลว้ จงึ อา่ น
เศษนาทตี ามหลงั เชน่
2.15 อา่ นว่า two fifteen
5.30 อา่ นว่า five thirty
10.45 อา่ นว่า ten forty-five

กิจกรรมเพมิ่ เติม
ครใู หน้ กั เรียนเขยี นตาราง 9 ช่องลงในกระดาษ และเลือกเขยี นเวลาตง้ั แต่ one o’clock

ไปจนถงึ twelve o’clock ลงในตารางของตนเอง จากน้ันครูพดู บอกเวลา ใครทเ่ี ขยี นบอกเวลาท่ีตรง
กบั ทีค่ รูพดู ให้กากบาทลงในช่องในตารางของตนเอง นักเรยี นคนใดท่ีกากบาทได้ครบ 3 ช่องตดิ ต่อกัน
ก่อน ในแนวใดก็ได้เป็นผูช้ นะ
2. ครูเปิด CD/Track 7 ให้นกั เรยี นฟงั คาศัพท์เกีย่ วกับกิจกรรมที่ทาในชวี ิตประจาวนั ในหนังสือเรยี น
หนำ้ 8 ข้อ 1 Listen, point and repeat. โดยเปดิ ให้ฟัง 2-3 คร้งั ใหน้ ักเรยี นฝกึ ออกเสียงตาม
จนคล่อง

get up have breakfast go to school

go home have dinner go to bed

ครใู หน้ ักเรยี นสังเกตคาว่า go home หลัง go จะไม่มี to เหมือนคาว่า go to school หรอื
go to bed

3. ครใู ห้นกั เรียนดูภาพในหนังสือเรียน หนำ้ 8 ข้อ 2 Listen, point and say. แล้วครูเปดิ CD/Track
8 ให้นักเรียนฟัง 2-3 ครั้ง เกย่ี วกับกิจวตั รประจาวนั ท่ีทาในช่วงเวลาต่างๆ จากน้ันใหน้ ักเรยี นฝกึ พดู ตาม

Narrator: Number 1 Girl: I get up at six o’clock.
Narrator: Number 2 Girl: I have breakfast at seven o’clock.
Narrator: Number 3 Girl: I go to school at eight o’clock.
Narrator: Number 4 Girl: I go home at four o’clock.
Narrator: Number 5 Girl: I have dinner at six o’clock.
Narrator: Number 6 Girl: I go to bed at nine o’clock.

เสร็จแลว้ ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยกนั อธบิ ายความหมายของประโยคท่ีได้ฟัง โดยดจู ากภาพทใี่ ห้มา
แลว้ ครบู อกนักเรียนวา่ ประโยคเหล่านเี้ ปน็ การบอกเล่าเก่ียวกบั กิจวัตรประจาวัน หรือสิง่ ท่ีทา
เปน็ ประจา เราจะใช้ Present Simple Tense ซึง่ มโี ครงสรา้ งประโยค คือ

I, You และประธานพหูพจน์ + คากริยาช่องท่ี 1 หรือ base form
ประธานเอกพจน์ (เช่น He, She, It) + คากริยาช่องที่ 1 หรือ base form เติม -s/-es

ครูยกตวั อยา่ งใหน้ กั เรยี นดูบนกระดานอกี คร้ัง

I go to school. He goes to school.

ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ให้นักเรียนฟงั ว่า go มคี วามหมายวา่ “ไป” ส่วน come มีความหมายวา่ “มา”

ดงั นั้น ถ้าในขณะท่ีพดู นักเรียนอยู่ท่โี รงเรยี น ครูถามนกั เรียนว่า นักเรยี นจะพูดวา่ มาโรงเรยี น

นกั เรียนจะใช้คาวา่ go หรอื come เมอ่ื ไดค้ าตอบว่า come แลว้ ครูใหน้ ักเรยี นพดู ประโยค

I come to school at eight o’clock. พรอ้ มๆ กัน

Background Information

การจะใช้ go หรอื come ขน้ึ อยกู่ ับผู้พดู วา่ อย่ทู ี่ไหน เชน่ ผู้พูดกาลงั กลบั บา้ น
(ไม่ไดอ้ ยู่ท่ีบ้าน) เพอื่ นถามวา่ กลับบา้ นอย่างไร จะถามวา่ How do you go
home? ส่วนในการตอบ จะตอบว่า I usually go home by bus.
แตถ่ า้ ใช้ come ผพู้ ูดจะอยู่ท่ีบา้ น เช่น แม่โทรหานักเรยี นจากท่ีบ้าน
และถามว่า กลับบา้ นเมื่อไหร่ จะถามวา่ When do you come home?

หลังจากนนั้ ครูให้นักเรียนแต่งประโยคเกี่ยวกับกจิ กรรมท่ตี นเองทาในชวี ติ ประจาวันคนละ 1 ประโยค

และพดู ให้เพื่อนๆ ฟัง โดยครูคอยสังเกตความถกู ต้องของประโยคที่นกั เรยี นพดู เพอื่ นาไปใชอ้ ธบิ าย

ให้นกั เรียนฟังอีกครงั้ หลงั จากเรยี นจบในท้ายชั่วโมง

4. ครใู ห้นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน หน้ำ 9 ข้อ 3 Listen and draw the hands on

the clocks. แล้วถามนกั เรยี นวา่ ในแต่ละภาพมสี ่งิ ใดผิดปกติ นกั เรยี นตอบพร้อมกันวา่ นาฬกิ า

ไม่มีเขม็ จากน้ันครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยกันบอกว่าภาพแต่ละภาพคือภาพอะไร โดยครูอาจชว่ ยบอกใบ้ เช่น

Picture 1 get up Picture 2 have breakfast

Picture 3 go to school Picture 4 go home

Picture 5 have dinner Picture 6 go to bed

ครเู นน้ ใหน้ กั เรียนใช้ come to school แทน go to school เน่ืองจากขณะพดู นักเรยี นยังอยู่

ทโ่ี รงเรยี นและครูอธบิ ายว่า จะใหน้ กั เรียนฟัง CD แล้ววาดเขม็ นาฬิกาตามเวลาท่ีไดย้ นิ ครเู ปดิ

CD/Track 9 ใหน้ กั เรียนฟังและวาดเขม็ นาฬกิ า หรือครูอาจใหน้ ักเรยี นวาดนาฬิกาและเข็มนาฬิกา

ตามทีไ่ ดฟ้ งั จาก CD ลงในสมุดกไ็ ด้

Narrator: Number 1 Boy: I get up at six o’clock.

Narrator: Number 2 Boy: I have breakfast at eight o’clock.

Narrator: Number 3 Boy: I go to school at nine o’clock.

Narrator: Number 4 Boy: I go home at five o’clock.

Narrator: Number 5 Boy: I have dinner at seven o’clock.

Narrator: Number 6 Boy: I go to bed at nine o’clock.

เมอ่ื นกั เรียนทาเสรจ็ แลว้ ครวู าดภาพนาฬิกาบนกระดานโดยยังไม่ใส่เขม็ จากนน้ั เปิด CD อกี ครั้ง
โดยหยดุ ทีละประโยค แลว้ สุ่มเรยี กนกั เรียนออกมาเฉลยคาตอบโดยวาดเข็มนาฬกิ าในนาฬิกาท่ีครวู าด
บนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรยี นในช้ันช่วยกันตรวจความถกู ตอ้ ง

1. 2. 3.

4. 5. 6.

5. ครใู ห้นักเรยี นฝึกพดู บอกเลา่ กิจวัตรประจาวนั ของตนเองในหนังสือเรียน หนำ้ 9 ขอ้ 4 Work in

pairs. Take turns to make sentences. แล้วครูอธบิ ายวา่ ให้นักเรยี นจบั คู่กนั อ่านคาศัพทท์ ่ี

เก่ียวข้องกบั กิจวัตรประจาวนั ทีใ่ หม้ าในกรอบ แลว้ ให้แต่ละค่ผู ลดั กันบอกกจิ วตั รประจาวันของตนเอง

ครง้ั ละ 1 ประโยค เชน่ I have breakfast at 7 o’clock.

I have breakfast at 8 o’clock.

จากนั้นครสู ุม่ เรียกนกั เรียน 3-4 คู่ ออกมาพูดทหี่ น้าชนั้ เรียน

6. ครใู หน้ กั เรยี นทบทวนประโยคบอกเลา่ กจิ วัตรประจาวนั โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นประโยคในหนังสือเรยี น

หนำ้ 10 ขอ้ 5 Match the pictures with the sentences. จากนนั้ ให้นกั เรยี นจับคูป่ ระโยค

กบั ภาพกิจกรรมที่สัมพันธก์ นั เม่ือนักเรียนทาเสรจ็ แลว้ ครใู ห้ชว่ ยกันเฉลยคาตอบ

1. c 2. a 3. b
4. f 5. e 6. d

7. ครเู ปิด CD/Track 10 ใหน้ ักเรยี นฟงั ประโยคบอกเวลาในหนังสือเรียน หน้ำ 11 ข้อ 6 Listen,
point and say. แลว้ ให้นักเรียนชภี้ าพนาฬกิ าให้ตรงกบั ประโยคทไ่ี ดย้ ิน ครเู ปิด CD อกี ครง้ั
ให้นักเรยี นฝึกพูดตาม

It’s two o’clock.
It’s five o’clock.
It’s nine o’clock.
It’s twelve o’clock.
It’s three o’clock.
It’s four o’clock.
It’s ten o’clock.
It’s eleven o’clock.

8. ครูสอนการถามและตอบเก่ยี วกบั เวลา โดยครูเขยี นโครงสรา้ งใหน้ กั เรียนดูบนกระดาน ดังน้ี

Question: What’s the time, please?
Answer: It’s (เวลา).

จากน้นั ครอู ่านคาถาม What’s the time, please? ในหนงั สือเรยี น หน้ำ 11 ขอ้ 7 Ask and
answer. แล้วสุ่มเรยี กนกั เรียน 1 คน อา่ นคาตอบ เพือ่ เปน็ ตัวอยา่ งแก่นักเรยี น จากนนั้ ใหน้ ักเรยี น

จับคกู่ ันฝกึ พดู ถามและตอบเก่ียวกับเวลา ครูเดินสังเกตรอบ ๆ ชั้นเรียน ขณะนักเรียนทากจิ กรรม
เพ่อื ตรวจดวู ่านักเรียนพดู ถามและตอบเกย่ี วกบั เวลาได้หรือไม่ แลว้ ครสู มุ่ เรียกนักเรียน 4-5 คู่
ออกมาพดู ถามและตอบให้เพื่อนฟงั หนา้ ช้ันเรียน โดยครเู ป็นผู้เปลี่ยนเขม็ ของนาฬิกาจาลอง หรอื วาด
ภาพนาฬิกาบนกระดาน
9. ครเู ขียนประโยค What time is it? บนกระดาน แล้วอธิบายเพ่มิ เติมวา่ นกั เรียนสามารถใชป้ ระโยคน้ี
ในการถามเวลาไดเ้ ชน่ กัน จากนั้นครูให้นักเรยี นพดู ประโยคพร้อมกนั แลว้ ครูให้นักเรยี นจบั คกู่ ันฝกึ พดู
ถามและตอบเก่ยี วกบั เวลา โดยใช้คาถาม What time is it?

Student 1: What time is it?
Student 2: It’s nine o’clock.

 กจิ กรรมรวบยอด
1. ครูใหน้ กั เรยี นทาสมุดคาศัพท์ Your word book เพ่อื รวบรวมคาศัพทใ์ นหนว่ ยนี้ โดยใหน้ ักเรียนวาด
ภาพและเขยี นคาศพั ท์ประกอบ หรือนักเรยี นอาจตัดภาพจากหนังสอื ต่าง ๆ มาตดิ ก็ได้ ครใู ห้นักเรยี น
จดบันทึกคาศพั ทแ์ ยกตามหวั ข้อท่เี รียนไดแ้ ก่ ช่ือประเทศ และคากรยิ าที่เก่ยี วข้องกับกจิ วัตรประจาวัน
เสร็จแล้วครูมอบหมายใหห้ าคาศัพท์เพ่ิมเติมจากทเ่ี รยี นมาด้วยหัวข้อละ 5 คา
2. นกั เรียนทาแบบฝึกหัดทบทวนประโยคบอกเล่าเกย่ี วกับกจิ วัตรประจาวันในแบบฝกึ หดั หน้ำ 8
ขอ้ 1 Look and write the words. โดยใหน้ ักเรียนใชค้ าท่ีกาหนดให้ในกรอบ เติมลงในชอ่ งว่าง
ใต้ภาพแต่ละภาพให้มีความหมายสมั พันธก์ ันเสรจ็ แลว้ ใหน้ ักเรียนดูกรอบ Now write about your
day. และแต่งประโยคเกย่ี วกับตนเอง เพ่ือเลา่ เก่ยี วกบั ชีวติ ประจาวันของตนเอง เม่ือทาเสร็จแล้ว
ครสู มุ่ เรียกนักเรยี น 6 คน ออกมาอา่ นประโยคทเ่ี ขยี นใหเ้ พื่อนฟังเพ่ือเฉลยคาตอบ

1. get up 2. have breakfast 3. go to school
4. go home 5. have dinner 6. go to bed

Possible answer
My day

I get up at six o’clock. I have breakfast at seven
o’clock. I go to school at eight o’clock. I go home at four
o’clock. I have dinner at six o’clock. I go to bed at nine
o’clock.

3. นักเรียนทาแบบฝึกหดั หน้ำ 9 ขอ้ 2 Look, read and match. โดยดภู าพและอา่ นประโยค

ทีก่ าหนดให้ แล้วจบั คภู่ าพกบั ประโยคท่สี อดคล้องกัน เสรจ็ แล้วครสู มุ่ เรยี กนกั เรียน 6 คน พดู เฉลย

คาตอบ หรือครูอาจใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหดั นเ้ี ปน็ การบา้ น

1. d 2. a 3. f

4. b 5. c 6. E

4. นกั เรียนทาแบบฝึกหัด หน้ำ 10 ขอ้ 3 Read and draw the hands on the clocks.
โดยอา่ นประโยคที่กาหนดให้ แลว้ วาดเข็มนาฬิกาให้ตรงกบั เวลาในแตล่ ะประโยค ครูใหเ้ วลานกั เรยี น
ทากิจกรรม เสร็จแลว้ สมุ่ เรียกนักเรียน 6 คน ออกมาวาดภาพนาฬิกาบนกระดานเพ่ือเฉลยคาตอบ
หรือครอู าจให้นักเรียนทาแบบฝกึ หัดนเี้ ปน็ การบา้ น

1. 2. 3.

4. 5. 6.

5. ครใู ห้นกั เรยี นทบทวนประโยคบอกเวลาในแบบฝกึ หดั หนำ้ 11 ขอ้ 4 Read and match. You
can colour the clocks. โดยสุ่มเรียกนกั เรยี น 8 คน อา่ นประโยคบอกเวลาคนละ 1 ประโยค
จากนนั้ ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหดั โดยจับคูภ่ าพนาฬิกากับประโยคบอกเวลาที่ตรงกัน และระบายสี
นาฬกิ าให้สวยงาม เม่อื ทาเสร็จแลว้ ครเู ฉลยคาตอบอีกครงั้ หรือครอู าจใหน้ กั เรยี นทาแบบฝึกหดั น้ี
เป็นการบ้าน

1 a. It’s five o’clock. 4 e. It’s twelve o’clock.
5 b. It’s nine o’clock. 6 f. It’s three o’clock.
8 c. It’s four o’clock. 2 g. It’s six o’clock.
3 d. It’s ten o’clock. 7 h. It’s eight o’clock.

6. ให้นักเรยี นเขยี นประโยคบอกเวลาตามภาพทีก่ าหนดในแบบฝึกหดั หน้ำ 11 ข้อ 5 Look and
write. เสรจ็ แล้วครสู ุ่มเรียกนักเรียน 5 คน พดู เฉลยคาตอบใหเ้ พื่อนฟงั หรอื ครูอาจให้นกั เรียน
ทาแบบฝึกหดั น้ีเป็นการบ้าน

2. It’s ten o’clock. 5. It’s five o’clock.
3. It’s twelve o’clock. 6. It’s eight o’clock.
4. It’s two o’clock.

7. การวัดและประเมินผล

7.1 การประเมินก่อนเรียน
- ประเมนิ การทาแบบทดสอบ

7.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
- ประเมนิ การทาแบบฝึกหดั
- สังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรใู้ นช่วงการทากิจกรรม

7.3 การประเมนิ หลงั การเรยี น
- ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

7.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ประเมนิ การวาดภาพและเขียนประโยคแนะนาตนเอง
- ประเมนิ การทาชิน้ งานธงชาติของประเทศตา่ ง ๆ

8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรยี น Smile ป. 3
2. แบบฝึกหดั Smile ป. 3
3. Audio CD Smile ป. 3
4. บัตรคา
5. พจนานุกรม
6. อินเทอร์เนต็

บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..................................................................
(นางสาวทัศนยี ์ ท้าวพยุง)
ผู้สอนและผบู้ นั ทึก

ขอ้ คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ..................................................................
(นายอภชิ ัย สรุ เสน)

ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านซับเจริญสขุ

แผนการจัดการเรยี นรู้
Unit 1: Back to school again (Lesson 1)

ชว่ั โมงที่ 5-6

1. สาระสาคญั

การเรยี นรคู้ าศัพทเ์ กีย่ วกบั ชอื่ ประเทศ และโครงสรา้ งประโยค ชว่ ยในการพูดขอและใหข้ ้อมลู เก่ยี วกับ
ตนเองและผู้อืน่ เชน่ พดู แนะนาตนเอง ประเทศ ซ่ึงเปน็ พน้ื ฐานการเรียนรภู้ าษาอังกฤษเพอ่ื นาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน

2. ตัวชีว้ ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

- อ่านออกเสียง สะกดคา และบอกความหมายของคาศพั ท์เกยี่ วกบั ชือ่ ประเทศตา่ ง ๆ ได้
- ออกเสียงคาศัพท์ท่ีขน้ึ ตน้ ด้วยเสียง /dӠ/ ได้
- ระบุภาพตรงตามความหมายของคาและประโยคได้
- พูดขอและให้ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเองและผู้อนื่ ได้

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- คาสงั่ คาขอรอ้ งและขออนญุ าตที่ใชใ้ นหอ้ งเรียน
- การอ่านออกเสียงคาศัพท์ที่ข้ึนต้นด้วยเสียง /dӠ/
- คาและกลุม่ คาทม่ี ีความหมายเกี่ยวกบั ชอื่ ประเทศตา่ ง ๆ
- บอกความรสู้ กึ ของตนเอง เชน่ I’m OK. I’m good.
- ประโยคขอและใหข้ ้อมูลเก่ยี วกบั ตนเองและผู้อ่ืน
A: Where are you from?
B: I’m from (ชื่อประเทศ).
- บอกชอ่ื ธงชาติของสหราชอาณาจกั รและความเป็นมาสัน้ ๆ
- ความแตกตา่ งของเสยี งตวั อักษรของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
- การใชภ้ าษาในการฟัง/พูดในสถานการณง์ ่าย ๆ ในห้องเรยี น

3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิน่
-

4. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- ใฝเ่ รียนรู้
- มงุ่ ม่นั ในการทางาน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

6.2 ชัว่ โมงที่ 5-6

 กิจกรรมนำสกู่ ำรเรียน
1. ครทู บทวนคาศพั ทท์ ่ีไดเ้ รยี นไปแล้วในช่วั โมงท่ี 1-4 ด้วยบัตรภาพและบัตรคา
2. ครูบอกนักเรยี นว่า ในชั่วโมงท่ี 5-6 น้นี กั เรยี นจะไดท้ บทวนคาศัพท์และประโยคที่เรยี นไปแล้ว
และฝกึ ทักษะการฟงั การพูด การอา่ น และการเขยี น

 กจิ กรรมพฒั นำกำรเรยี นรู้
1. ครใู หน้ ักเรียนดูภาพธงชาติในหนังสอื เรียน หนำ้ 12 ขอ้ 1 Listen and write the numbers.
และครถู ามว่าแตล่ ะภาพเปน็ ธงชาติของประเทศใด เช่น
Teacher: Look at the flag a. What country is it?
Students: The United Kingdom.
แลว้ ครเู ปิด CD/Track 11 ใหน้ กั เรยี นฟงั 2 คร้ัง และเขียนตัวเลขลงในกรอบ  ใตภ้ าพธงชาติ
ท่สี ัมพันธ์กัน เสรจ็ แลว้ ครเู ปดิ CD อีกครั้ง เพื่อใหน้ ักเรียนชว่ ยกันเฉลยคาตอบ

Number one, I’m from China. My flag is red.
Number two, I’m from India. My flag is orange, white and green.
Number three, I’m from the United Kingdom. My flag is red, white and blue.
Number four, I’m from Japan. My flag is white and red.
Number five, I’m from Thailand. My flag is red, white and blue.
Number six, I’m from Spain. My flag is red and yellow.

a. 3 b. 6 c. 1
d. 5 e. 2 f. 4

กิจกรรมเพิ่มเติม
ครูถามสีของธงชาติแตล่ ะประเทศอีกครั้ง โดยให้นักเรยี นบอกเฉพาะสีหลัก ๆ ของธงชาติ เชน่

Teacher: What colour is the flag of the United Kingdom?
Students: Red, white and blue.

กิจกรรมเพมิ่ เติม
ครูนาบตั รภาพธงชาตมิ าแสดงอีกคร้ังทลี ะภาพ แล้วถามคาถามนักเรียนดังนี้

Teacher: Do you want to go to Spain, Ken? Yes or no.
Ken: Yes.
Teacher: ครเู ขียนบนกระดาน Yes, I do. และอ่านออกเสียง

แล้วพูด Repeat after me.
Ken: Yes, I do.
Teacher: Do you want to go to India, Jane?
Jane: No.
Teacher: ครเู ขยี นบนกระดาน No, I don’t. และอ่านออกเสียง

แลว้ พดู Repeat after me.
Jane: No, I don’t.

เสรจ็ แล้วครูเขียนบนกระดานว่า Do you want to go to (สถานที่)? และถามว่าคาถามนี้
หมายความวา่ อย่างไร เมื่อได้คาตอบแล้ว ครเู ขยี นคากรยิ า want (v.) = ตอ้ งการ บนกระดาน แลว้ ให้
นักเรียนทางานคู่ ผลดั กนั พูดถามตอบโดยใชโ้ ครงสรา้ งนแี้ ละคาศพั ท์ช่ือประเทศทเ่ี รยี นในหน่วยน้ี

2. ครูให้นักเรยี นทบทวนประโยคบอกเวลาในหนังสือเรียน หน้ำ 13 ขอ้ 2 Read and mark  or
. โดยดูภาพนาฬิกาและอ่านประโยคที่อยขู่ ้างๆ แลว้ พจิ ารณาวา่ ประโยคและภาพสัมพันธ์กันหรอื ไม่
ถา้ สมั พนั ธก์ นั ใหท้ าเครอื่ งหมาย  แตถ่ ้าไม่สัมพนั ธ์กนั ให้ทาเครอื่ งหมาย  เสร็จแลว้ ใหน้ ักเรยี น
ชว่ ยกันเฉลยคาตอบ

 1. It’s two o’clock.
 2. It’s five o’clock.
 3. It’s twelve o’clock.
 4. It’s nine o’clock.
 5. It’s three o’clock.

3. ครใู ห้นักเรียนดภู าพในหนังสือเรียน หนำ้ 13 ขอ้ 3 Look and say. แลว้ อา่ นคาศพั ทใ์ ตภ้ าพพร้อม
กนั จากนนั้ ครใู หน้ ักเรียนแตง่ ประโยคจากภาพโดยใชค้ าศัพทท์ ่ใี ห้มา กอ่ นทาครูให้นักเรียน 1 คน
อา่ นประโยคตวั อย่างใหเ้ พื่อนฟัง แล้วให้นักเรยี นแต่งประโยคดงั ตวั อยา่ ง เม่ือนักเรียนทาเสรจ็ แลว้
ครสู มุ่ เรยี กนักเรยี น 4 คน พดู ประโยคใหเ้ พ่ือนฟัง

2. I have dinner at six o’clock.
3. I go to school at eight o’clock.
4. I go to bed at nine o’clock.

4. ครใู ห้นกั เรียนอ่านประโยคเก่ียวกบั กิจวตั รประจาวันของ Harry ในหนงั สอื เรียน หน้ำ 14 ขอ้ 4
Read and match. จากนัน้ ครถู ามวา่ Harry ทากจิ กรรมใดบา้ ง ให้นักเรยี นช่วยกนั ตอบ แลว้ ครใู ห้
นักเรยี นจับคปู่ ระโยคกบั ภาพนาฬกิ าทสี่ ัมพนั ธ์กนั เมือ่ นักเรียนทาเสรจ็ แลว้ ครูเฉลยคาตอบ

1. Harry gets up at six o’clock. - f
c, g
2. Harry has breakfast at seven o’clock. - e
d
3. Harry goes to school at eight o’clock. - c, g
b
4. Harry goes home at five o’clock. -

5. Harry has dinner at seven o’clock. -

6. Harry goes to bed at ten o’clock. -

5. ครถู ามนักเรยี นว่า กิจกรรมอะไรทนี่ ักเรยี นทาเปน็ ประจาทุกวนั เชน่
Teacher: What do you do every day?
Student 1: have breakfast
Student 2: go to school

จากน้ันครูรวบรวมคาตอบจากนักเรียน แล้วใหน้ กั เรียนนาคาตอบทีต่ นเองตอบไปเขยี นลงใน หนังสอื
เรยี น หนำ้ 14 ข้อ 5 Write about your day. พร้อมทั้งระบุเวลาในการทากจิ กรรมต่าง ๆ ด้วย
หรือครอู าจใหน้ กั เรยี นเขียนลงในสมุดก็ได้ ครถู ามนักเรยี นว่าในการเขียนเกย่ี วกบั ส่ิงทเ่ี กิดขึ้นเป็น
ประจาหรือกจิ วตั รประจาวัน เราใช้ tense อะไร (Present Simple Tense) และใน tense น้ี
เม่ือประธานเป็น I คากรยิ าจะอย่ใู นรปู ใด (ช่องท่ี 1 หรือ base form) เสรจ็ แล้วครใู หเ้ วลานกั เรยี น
ทางาน และขออาสาสมัครออกมาอ่านคาตอบของตนเองหน้าชนั้ เรยี น

Possible answer
I get up at six o’clock. I have breakfast at seven o’clock. I go to
school at eight o’clock. I go home at four o’clock. I have dinner
at six o’clock. I go to bed at nine o’clock.

 กจิ กรรมรวบยอด
1. ครใู หน้ ักเรียนทาสมดุ กจิ กรรมในหนังสือเรียน หน้ำ 15 Project time - Make an activity
book. กอ่ นทาครูพูดแนะนาอุปกรณ์ทตี่ ้องใชใ้ นการทางาน พร้อมกบั หยิบอุปกรณ์มาแสดงให้นกั เรียน
ดดู ้วย เช่น You need four pieces of paper. (ชกู ระดาษ 4 แผ่น) แลว้ ครูอธบิ ายวิธกี ารทา ดังน้ี
1) ครใู หน้ ักเรียนแต่ละคนเลือกกิจกรรมท่ีทาเป็นประจาทุกวันมา 4 อย่าง
2) นกั เรียนวาดกิจกรรมตา่ ง ๆ เหล่านั้นลงในกระดาษ พร้อมทง้ั ระบายสใี หส้ วยงาม
3) ให้นักเรียนเขียนประโยคบรรยายเกีย่ วกบั ภาพทว่ี าด
4) เมอื่ นักเรียนวาดภาพและเขียนประโยคประกอบภาพครบท้ัง 4 ภาพแลว้ ใหน้ ามาติดรวมกัน
โดยใช้ทเ่ี ย็บกระดาษ
5) ใหน้ กั เรยี นนาผลงานของตนเองแสดงให้เพ่ือนดู พร้อมกับพูดประโยคใหเ้ พ่ือนฟัง
2. ครสู อนนกั เรยี นร้องเพลง What’s the time, please? ในหนงั สือเรียน หน้ำ 16 Smile time ขอ้ 1
Sing along. เพ่ือทบทวนประโยคถามและตอบเกีย่ วกับเวลา โดยครเู ปดิ CD/Track 12 ใหน้ ักเรียนฟงั
1 คร้งั พร้อมท้งั ดเู น้อื เพลงในหนงั สือเรยี นตามไปดว้ ย ครูบอกนักเรยี นวา่ ขณะรอ้ งเพลงใหน้ กั เรียน
แสดงทา่ ทางประกอบในท่อนเพลงทมี่ ีเน้ือเพลงเกี่ยวกับการบอกเวลา โดยให้นกั เรียนใชต้ ัวเองเป็น
นาฬกิ า แขนขา้ งหน่ึงเปน็ เขม็ ยาว และแขนอีกข้างหนง่ึ เปน็ เขม็ สน้ั ครใู ห้นักเรียนทา
ทา่ ทางพร้อม ๆ กนั ครูพูดบอกเวลาว่า It’s four o’clock. แลว้ ให้นักเรียนยกมือข้าง
หนง่ึ ยืดตรงไปสุดแขน เพ่ือทามือเปน็ เข็มยาวชไี้ ปยังเลข 12 ตามหน้าปัดนาฬกิ า
จากนั้นให้นกั เรียนยดื แขนขวาออกไปแตอ่ ยา่ ยืดสุดแขน เพื่อทาเป็นเข็มสน้ั ชีไ้ ปที่เลข 4

จากนน้ั ครูพูดเปลย่ี นเวลาไปเรอ่ื ยไปจนถึง It’s twelve o’clock. เสร็จแลว้ ครูให้นักเรยี นบอก
วา่ ในเนือ้ เพลงมีเวลาอะไรบา้ ง แลว้ ใหน้ ักเรยี นแสดงท่าทางตามเวลาดังกลา่ วพร้อม ๆ กนั ซ่ึงได้แก่
6 o’clock และ 8 o’clock เสรจ็ แล้วครเู ปดิ CD อกี 2 คร้ัง ใหน้ กั เรยี นร้องเพลงและแสดงท่าทาง
ประกอบเพลง

What’s the time, please?
Six, six, six, six, six,
It’s six o’clock. Get up!
What’s the time, please?
It’s six o’clock.
What’s the time, please?
It’s six o’clock.

Eight, eight, eight, eight, eight,
It’s eight o’clock. Go to school!

What’s the time, please?
It’s eight o’clock.

What’s the time, please?
It’s eight o’clock.

3. ครใู ห้นักเรียนเล่นเกม A guessing game: Where are you from? เพ่อื ทบทวนประโยคพดู ขอและ
ให้ขอ้ มูลเก่ียวกับประเทศ โดยครูอธบิ ายวธิ กี ารเลน่ เกม และให้นกั เรยี นดูภาพประกอบในหนังสือเรียน
หน้ำ 17 ขอ้ 2 Play a guessing game: Where are you from? ตามไปดว้ ย
1) ครูใหน้ กั เรยี นจับคู่กนั จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะคนดูภาพธงชาติ และเลือกเขียนช่ือประเทศมา
1 ประเทศ ลงในกระดาษและซอ่ นไว้ไมใ่ หค้ ู่ของตนเห็น
2) ใหน้ ักเรียนผลัดกันทายชือ่ ประเทศท่เี พื่อนเขยี น (คาตอบตรงตามกระดาษท่เี ขยี นไว้)
โดยเร่มิ จากการบอกสีของธงชาติประเทศนนั้ My flag is (สขี องธงชาติ). แลว้ ให้เพื่อนทาย
ด้วยการถามว่า Are you from (ชอ่ื ประเทศ)? ถา้ คาตอบคือ ใช่ ใหต้ อบ Yes, I am.
แต่ถ้าคาตอบคือไมใ่ ช่ ให้ตอบ No, I am not. และให้ทายต่อไปจนกว่าจะทายถูก

4. ครใู ห้นกั เรยี นเปิดหนังสือเรยี น หนำ้ 92 Language focus ให้นกั เรยี นดแู ละบอกครวู ่า ประโยคใด

เป็นประโยคที่นักเรยี นได้เรยี นในหน่วยท่ี 1 ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั ตอบ จากนัน้ ครสู มุ่ เรียกนักเรยี น 2-3 คู่

ออกมาพดู ถามและตอบตามประโยคท่ีเรยี นในหน่วยนี้

Where are you from? I’m …….. .

What’s the time? It’s one o’clock.

5. ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หดั ทบทวนในแบบฝึกหดั หนำ้ 12 ขอ้ 1 Look and complete the

sentences. โดยดภู าพบคุ คลและธงชาติ จากนนั้ เขยี นช่ือประเทศทสี่ ัมพันธก์ บั ภาพลงในประโยคให้

ถกู ต้อง เม่ือทาเสรจ็ แลว้ ครูสุม่ เรยี กนักเรียน 4 คน ยืนขนึ้ พดู เฉลยคาตอบ หรอื ครูอาจให้นักเรยี นทา

แบบฝึกหดั น้ีเป็นการบา้ น

1. China 2. the United Kingdom
3. India 4. Spain

6. ครูใหน้ กั เรยี นทาแบบฝึกหัดทบทวนประโยคบอกเวลาในแบบฝกึ หัด หน้ำ 13 ข้อ 2 Read and
write the answers. โดยให้นกั เรยี นดูภาพนาฬิกาท่ีกาหนดให้ แลว้ เขียนคาตอบ เม่ือทาเสรจ็ แลว้ ครู
ให้อาสาสมัคร 4 คน พูดเฉลยคาตอบให้เพื่อนฟัง หรือครูอาจให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัดน้ีเป็นการบ้าน

2. It’s eleven o’clock.
3. It’s nine o’clock.
4. It’s three o’clock.
5. It’s six o’clock.

7. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนไปอา่ นคาศัพทใ์ นหนังสือเรยี น หนา้ 19 มาก่อนล่วงหน้า และถา้ คาใดไม่รู้
ให้นักเรยี นเปิดพจนานกุ รมเพื่อหาคาศพั ท์มาก่อน

7. การวัดและประเมนิ ผล

7.1 การประเมนิ ก่อนเรียน
- ประเมนิ การทาแบบทดสอบ

7.2 การประเมินระหว่างการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
- ประเมินการทาแบบฝึกหดั
- สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรใู้ นช่วงการทากจิ กรรม

7.3 การประเมนิ หลังการเรยี น
- ประเมินการทาแบบทดสอบ
- ประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

7.4 การประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ประเมินการพูดบอกเวลา
- ประเมนิ การทาชนิ้ งาน an activity book
- ประเมินการรวบรวมคาศัพท์ในสมดุ คาศัพท์ Your word book

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรียน Smile ป. 3
2. แบบฝกึ หัด Smile ป. 3
3. Audio CD Smile ป. 3
4. บตั รภาพ บัตรคา
5. พจนานกุ รม

บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..................................................................
(นางสาวทัศนยี ์ ท้าวพยุง)
ผู้สอนและผบู้ นั ทึก

ขอ้ คดิ เหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ..................................................................
(นายอภชิ ัย สรุ เสน)

ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านซับเจริญสขุ

English Pre-Test
Choose the correct answer.

1. I’m from ___________.

a. India b. Spain c. Thailand d. China
I’m from Japan.
2. A: Where __________ you from? B: d. was

a. is b. am c. are

3. I have breakfast at ___________ o’clock.

a. six b. seven c. eight d. nine

4. I ________ to bed at nine o’clock.

a. goes b. go c. went d. gone

5. I go ___________ at four o’clock.

a. school b. bed c. get up d. home

6. A: ________’s the time, please? B: It’s six o’clock.

a. What b. Where c. When d. Why

7. ___________ from Spain.

a. I b. It c. Is d. I’m

8. I’m from the United Kingdom. My flag is red, white and ___________.

a. pink b. blue c. green d. yellow

9. I’m from __________. My flag is orange, white and green.

a. India b. China c. Japan d. Thailand

10. It’s _________ o’clock.

a. one b. two c. three d. four

English Post-Test
Choose the correct answer.

1. I’m from ___________.

a. India b. Spain c. Japan d. the United Kingdom

2. A: Where are you __________? B: I’m from China.

a. go b. do c. have d. from

3. I have __________ at six o’clock.

a. did b. get c. breakfast d. go

4. I go ________ at four o’clock.

a. up b. bed c. home d. dinner

5. I get up at ___________ o’clock.

a. six b. seven c. eight d. nine

6. A: What’s the time, ________? B: It’s nine o’clock.

a. please b. yes c. do d. let

7. ___________ from Spain.

a. You’re b. You c. Your d. Yours

8. I’m from Thailand. My flag is ________, white and blue.

a. pink b. green c. red d. black

9. I’m from __________. My flag is red and yellow.

a. Japan b. China c. India d. the United Kingdom

10. It’s _________ o’clock.

a. nine b. ten c. eleven d. twelve

แบบประเมนิ ทักษะทางภาษา

วิชาภาษาอังกฤษ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3

Lesson ………………………………….. กิจกรรม …………………………………..

คาชี้แจง ให้ผู้สอนสังเกตการใชท้ ักษะทางภาษาในขณะปฏบิ ัติกิจกรรม โดยเขยี นระดบั คะแนนลงใน

ตารางให้ตรงกับความสามารถของผเู้ รียน

เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง

เลขที่ ช่ือ-สกลุ ออกเสียง สะกดคา และบอก สรุปผล
ความหมายของคา ัศพ ์ทที่ รวม การประเมนิ
เ ูพรีดยขนไอ ้ดและใ ้หข้อ ูมลเก่ียวกับ คะแน
ประเทศได้ น ผา่ น ไมผ่ ่าน
ูพดบทสนทนาถาม-ตอบ
เ ่กียว ักบเวลาได้
ูพดและเ ีขยนบรรยาย
เ ่ีกยว ักบกิจวัตรประจาวัน ไ ้ด

ลงชื่อ …………….…………………….. ผู้ประเมิน
การประเมนิ : นักเรยี นทีไ่ ดค้ ะแนน 10 คะแนนขนึ้ ไป ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมนิ (คะแนนเต็ม 20)

แบบประเมนิ ชิน้ งาน
คาช้ีแจง ให้ผสู้ อนตรวจช้ินงานของนักเรยี น โดยเขียนระดับคะแนนลงในตารางใหต้ รงกับ

ความสามารถของผู้เรียน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรงุ

การนาเสนอผลงาน (ในภาพรวม) สรุปผล
การเต ีรยมความพร้อมก่อนนาเสนอ การประเมิน
(หรือความสามัค ีคในการทางาน)
เลข ชื่อ-สกลุ ความ ูถก ้ตองของชิ้นงาน รวม ไม่
ท่ี ความเรียบร้อยสวยงาม คะแน ผ่าน
ความคิด ิรเร่ิมสร้างสรร ์ค
น ผา่ น

ลงช่ือ ………….…………………….. ผ้ปู ระเมนิ
การประเมนิ : นกั เรยี นทไี่ ด้คะแนน 10 คะแนนข้ึนไป ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ (คะแนนเตม็ 20)

ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ด้าน

คาชีแ้ จง ให้ผ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนแลว้ ขดี  ลงใน
ชอ่ งว่าง

ใหต้ รงกับระดบั คะแนน และตามความเป็นจรงิ โดยมีเกณฑก์ ารให้คะแนน ดังน้ี
4 = พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนมาก และบ่อยครั้ง สมา่ เสมอ
3 = พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ
2 = พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติชัดเจนและบอ่ ยครั้ง
1 = พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ตั บิ างครงั้

คุณลกั ษณะอัน รายการประเมิน ระดับคะแนน
พึงประสงค์ 4 32 1
1.1 มคี วามรกั และภมู ใิ จในความเปน็ ชาติ
ดา้ น 1.2 ปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมของศาสนา
1.3 แสดงออกถึงความจงรกั ภกั ดตี ่อสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
1. รักชาติ ศาสน์ 2.1 ปฏิบัติตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน
กษัตริย์ 2.2 ประพฤติ ปฏิบตั ิ ตรงตอ่ ความเป็นจรงิ ตอ่ ตนเอง
2.3 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงตอ่ ความเปน็ จริงตอ่ ผอู้ นื่
2. ซ่อื สตั ย์สุจรติ 3.1 เขา้ เรียนตรงเวลา
3.2 แตง่ กายเรียบร้อยเหมาะสมกบั กาลเทศะ
3. มีวนิ ัย 3.3 ปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของหอ้ ง
4.1 แสวงหาข้อมลู จากแหล่งการเรยี นรตู้ า่ งๆ
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.2 มีการจดบนั ทึกความรอู้ ย่างเป็นระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ด้อย่างมเี หตผุ ล
5. อยอู่ ยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพยส์ ินและส่งิ ของของโรงเรียนอย่างประหยดั
พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ คา่
5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงิน
6. มุ่งม่ันในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจ และพยายามในการทางานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแทต้ อ่ อุปสรรค เพือ่ ใหง้ านสาเรจ็
7.1 มีจิตสานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7. รักความเป็น 7.2 เห็นคุณคา่ และปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย
ไทย 8.1 รู้จกั การให้เพื่อสว่ นรวม และเพือ่ ผูอ้ ่ืน
8.2 แสดงออกถงึ การมนี า้ ใจหรอื การให้ความช่วยเหลอื ผอู้ ่นื
8. มจี ติ สาธารณะ 8.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมบาเพ็ญตนเพอื่ สว่ นรวมเมอ่ื มีโอกาส



โรงเรยี นบ้านซับเจรญิ สุข อาเภอซบั ใหญ่ จงั หวดั ชัยภมู ิ
สานักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาชยั ภูมิ เขต 3

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ


Click to View FlipBook Version
Previous Book
KUMPULAN 1 PEMANTAPAN KESEPADUAN NASIONAL
Next Book
Mergen Orthodontics, Iowa City´s Top Invisalign® Provider Report Released.