The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ บรรพบุรุษไทยกับการพัฒนาชาติไทยและสร้างสรรค์วัฒนธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru B-Boom Nero, 2022-01-12 03:19:09

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ บรรพบุรุษไทยกับการพัฒนาชาติไทยและสร้างสรรค์วัฒนธรรม

วชิ าประวัตศิ าสตร์ ม.๔ By Kru B-Boom

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๕

บรรพบุรุษไทยกับการพฒั นาชาตไิ ทยและ
สร้างสรรค์วัฒนธรรม

ตัวช้ีวัด : สิง่ ท่นี ักเรยี นพงึ รู้และปฏบิ ตั ไิ ด้

ส ๔.๓ ม.๔-๖/๔ วิเคราะห์ผลงานของบุคคลสาคัญทงั้ ชาวไทยและตา่ งประเทศ ที่มสี ว่ นสร้างสรรคว์ ฒั นธรรมไทย และประวตั ศิ าสตรไ์ ทย

สาระการเรยี นรู้ บรรพบุรษุ ไทยกับการพัฒนาชาตไิ ทยและสร้างสรรค์วฒั นธรรม

๑. พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช (พ.ศ. ๑๘๒๒ - ๑๘๔๑)

๒. สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๒๓๑)
๓. พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย (พ.ศ. ๒๓๕๒ - ๒๓๖๗)
๔. พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกล้าเจา้ อยหู่ วั (พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๓๙๔)
๕. พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หวั (พ.ศ. ๒๔๕๓ - ๒๔๖๘)
๖. พระบาทสมเดจ็ มหาสมณเจ้า กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
๗. พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ
๘. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจ้าฟา้ กรมพระยานรศิ รานวุ ดั ติวงศ์
๙. สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
๑๐. หม่อมราโชทัย (หม่อมราวงศก์ ระตา่ ย อิศรางกูร)
๑๑. สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสรุ ิยวงศ์
๑๒. พระสงั ฆราชปาล เลอกวั ซี
๑๓. พระยากัลยาณไมตรี (ดร.ฟรานซสิ บี. แซร)์
๑๔. ศาสตราจารย์ศลิ ป์ พรี ะศรี

๑. พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช (พ.ศ. ๑๘๒๒ - ๑๘๔๑) พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช

พระมหากษตั รยิ ท์ ่ีย่ิงใหญ่ของอาณาจกั รสุโขทัยและชาติไทยได้
วางรากฐานอกั ษรไทยเปน็ มรดกทางวัฒนธรรมสืบต่อมาถงึ ปัจจบุ ัน

• พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช หรือ พญารว่ ง หรือ พระบาทกมร
เตงอัญศรรี ามราช เป็นพระมหากษัตรยิ พ์ ระองคท์ ี่ 3 ในราชวงศ์
พระร่วงแหง่ ราชอาณาจักรสุโขทยั

• เสวยราชย์ประมาณ พ.ศ. 1822 ถึงประมาณ พ.ศ. 1842
• พระองคท์ รงเปน็ กษัตรยิ ์พระองค์แรกของไทยท่ีได้รบั การยกยอ่ ง

เป็น "มหาราช" ด้วยทรงบาเพ็ญพระราชกรณยี กิจอนั ทรง
คุณประโยชนแ์ ก่แผน่ ดนิ
• ทรงรวบรวมอาณาจักรไทยจนเปน็ ปกึ แผน่ กว้างขวาง
• ทรงคิดประดษิ ฐ์อกั ษรไทยขนึ้ ใชแ้ ทนตัวอกั ษรขอมทเี่ คยใชก้ ันมาแต่
เดิม เมือ่ พ.ศ. 1826 เรยี กวา่ “ลายสือไทย”ทาใหช้ าติไทยได้
สะสมความรู้ทางศลิ ปะ วัฒนธรรม และวชิ าการต่าง ๆ สืบทอดกนั
มากกว่าเจด็ รอ้ ยปี

• โปรดให้สรา้ งทานบกกั น้าทเ่ี รียกวา่ “สรดี ภงส์” เพอื่ นาน้าไปใช้ในตัว พระแท่นมนังคศิลาอาสน์
เมืองสุโขทยั และบริเวณใกลเ้ คยี ง โดยอาศัยแนวคันดนิ ทเี่ รยี กวา่ สรีดภงส์ ทานบกักนา้
“เขือ่ นพระร่วง” ทาให้มีน้าสาหรับใช้ในการเพาะปลูกและอุปโภค
บริโภคในยาม ทบ่ี า้ นเมืองขาดแคลนน้า

• ทรงรบั เอาพระพทุ ธศาสนา นกิ ายเถรวาท ลทั ธิลังกาวงศ์ จากลงั กา
ผา่ นเมอื งนครศรธี รรมราช มาประดิษฐานท่เี มอื งสโุ ขทัย ทาให้
พระพุทธศาสนาวางรากฐานม่ันคงในอาณาจักรสุโขทัย และเผยแผไ่ ป
ยงั หัวเมอื งต่าง ๆ ในราชอาณาจกั รสโุ ขทยั จนกระท่งั ได้กลายเปน็
ศาสนาประจาชาตไิ ทย

• โปรดให้สร้างพระแท่นมนังคศลิ าอาสน์ ภายในเขตกาแพงเมือง
สุโขทยั ในวนั ธรรมดาพระองค์จะขึ้นประทบั เพ่อื ออกว่าราชการและ
ในวันธรรมสวนะ (วันพระ) จะนมิ นตพ์ ระสงฆผ์ มู้ คี วามรูธ้ รรมะ
แตกฉาน เพอื่ แสดงพระธรรมเทศนาแกร่ าษฎร

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ๒. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๒๓๑)

• สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช หรอื สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3
เปน็ พระมหากษตั รยิ พ์ ระองค์ที่ 27 แหง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยา และเป็น
พระมหากษตั ริย์พระองค์ท่ี 4 และพระองค์สดุ ท้ายของราชวงศ์
ปราสาททอง

• เปน็ พระมหากษตั รยิ ท์ ี่ทรงพระปรชี าสามารถอย่างยิง่ ทรงสรา้ ง
ความรุง่ เรือง และความยงิ่ ใหญใ่ ห้แกก่ รงุ ศรีอยธุ ยาเปน็ อย่างมาก
โดยทรงยกทัพไปตเี มอื งเชยี งใหม่ และหวั เมอื งพม่าอกี หลายเมือง
ไดแ้ ก่ เมอื งเมาะตะมะ สิเรียม ย่างกุง้ หงสาวดี และมกี าลังสาคัญท่ี
ทาใหส้ มเด็จพระนารายณน์ นั้ สามารถยึดหัวเมอื งของพมา่ ได้ คือ
เจ้าพระยาโกษาธบิ ดี (เหลก็ )

• ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศในสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์รุ่งเรอื ง
ขึน้ มาอีกครงั้ โดยมกี ารตดิ ตอ่ ทัง้ ดา้ นการค้าและการทูตกับประเทศ
ตา่ ง ๆ เช่น จีน ญี่ปนุ่ อิหรา่ น องั กฤษ และฮอลันดา มีชาวต่างชาติ
เข้ามาในพระราชอาณาจักรเปน็ จานวนมาก ในจานวนน้รี วมถึง
เจ้าพระยาวชิ เยนทร์ (คอนสแตนตนิ ฟอลคอน) ชาวกรกี ทรี่ บั
ราชการตาแหนง่ สูงถึงทส่ี มหุ นายก

• โปรดเกล้าฯ ให้แต่งคณะทตู นาโดย เจ้าพระยาโกษาธบิ ดี (ปาน)
ไปเจริญสัมพนั ธไมตรกี ับราชสานักฝรง่ั เศส ในรชั สมัยพระเจ้าหลยุ ส์
ท่ี 14 ถึง 4 ครง้ั ด้วยกัน ผูท้ ี่เขยี นเกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยา และสยาม
มากทส่ี ุดในสมยั น้กี ค็ อื ซีมง เดอ ลา ลูแบร์

• เป็นพระมหากษตั รยิ ์ผู้เปน็ ที่เลอ่ื งลือพระเกยี รตยิ ศในพระราโชบาย
ทางคบค้าสมาคมกบั ชาวต่างประเทศ รกั ษาเอกราชของชาตใิ หพ้ น้
จากการเบียดเบยี นของชาวตา่ งชาติและรบั ผลประโยชน์ทง้ั ทาง
วทิ ยาการและเศรษฐกจิ ที่ชนตา่ งชาตนิ าเข้ามา

๓. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัย (พ.ศ. ๒๓๕๒ - ๒๓๖๗)
ผูเ้ ป็นศิลปนิ แหง่ ชาติ

• พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หล้านภาลยั มีพระนามเดมิ วา่ ฉิม
เป็นพระราชโอรสพระองคใ์ หญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลก
มหาราช และสมเดจ็ พระอมรนิ ทราบรมราชินี

• เมอื่ เจรญิ พระชนม์ได้ทรงศกึ ษาในสานักพระพนรัตน์ (ทองอยู่) วดั บางว้า
ใหญ่ และได้ตดิ ตามสมเด็จพระบรมชนกนาถไปในการสงครามทุกคร้งั

• พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระประชวรดว้ ยโรคพิษไข้
ทรงไมร่ ู้สกึ พระองค์เปน็ เวลา 8 วัน พระอาการประชวรกไ็ ดท้ รุดลง
ตามลาดับ และเสดจ็ สวรรคตเมอ่ื วนั ท่ี 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 สิรพิ ระ
ชนมพรรษาได้ 56 พรรษา และครองราชยส์ มบัตไิ ด้ 15 ปี

พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั (รัชกาลท่ี ๒)

พระปรชี าสามารถ

พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัยทรงพระปรชี าสามารถใน
ศิลปกรรมดา้ นตา่ งๆ หลายสาขา ดังจะขอยกตัวอย่างต่อไปนี้
• ดา้ นกวนี ิพนธ์ ไดร้ ับการยกย่องวา่ เปน็ “ยุคทองของวรรณคดี” สมัยหนง่ึ

เลยทเี ดยี ว ดา้ นกาพยก์ ลอนเจริญสงู สุด กวีท่มี ชี ือ่ เสียงยังมีกรมหม่ืนเจษฎา
บดินทร์ (รชั กาลท่ี 3) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ติ ชิโนรส
สุนทรภู่ พระยาตรงั และนายนรนิ ทรธิเบศร์ (อิน) เป็นตน้
• ดา้ นประตมิ ากรรม
- ทรงส่งเสรมิ งานช่างดา้ นหล่อพระพุทธรปู
- ทรงพระราชอุตสาหะปั้นหุ่นพระพักตร์ของพระพทุ ธธรรมมศิ รราช

โลกธาตดุ ลิ ก ระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามราช
วรมหาวหิ าร
- ทรงแกะสลักบานประตพู ระวิหารพระศรศี ากยมุนี วัดสุทศั นเทพวรา
รามราชวรมหาวิหาร

พระปรีชาสามารถ

• ด้านดนตรี ทรงมพี ระปรชี าสามารถในด้านนีไ้ ม่น้อยไปกวา่ ด้าน
ละคร และฟอ้ นรา เคร่ืองดนตรที ท่ี รงถนัดและโปรดปราน คือ
ซอสามสาย ซง่ึ ซอคพู่ ระหตั ถ์ทส่ี าคัญได้พระราชทานนามวา่
"ซอสายฟา้ ฟาด" และเพลงพระราชนิพนธ์ท่ีมีชือ่ เสียงเปน็ ที่
รจู้ กั กนั ดีคอื "เพลงบหุ ลันลอยเลื่อน" หรอื "บุหลนั (เลอื่ น) ลอย
ฟา้ " แตต่ อ่ มามักจะเรียกว่า "เพลงทรงพระสบุ ิน" เพราะเพลงมี
น้มี กี าเนิดมาจากพระสบุ นิ (ฝัน) ของพระองคเ์ อง

๔. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอยู่หวั (พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๓๙๔)

ผู้เปน็ ศิลปินแหง่ ชาตทิ รงฟน้ื ฟูความเข้มแขง็ และมน่ั คง
ใหร้ าชอาณาจักรไทย

• เป็นพระราชโอรสพระองคใ์ หญใ่ นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลัย
(รชั กาลที่ ๒) และพระองค์แรกที่ประสูตแิ ตเ่ จ้าจอมมารดาเรียม (ภายหลงั
ได้รับสถาปนาเป็นสมเดจ็ พระศรสี ลุ าลยั )

• พระองคท์ รงปกครองประเทศด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงเสริมสร้างกาลงั
ปอ้ งกนั ราชอาณาจกั ร โปรดใหส้ รา้ งปอ้ มปราการตามปากแม่น้าสาคัญ และ
หวั เมอื งชายทะเล

• โปรดฯ ให้มีการขดุ คลองข้ึน เช่น คลองบางขุนเทียน คลองบางขนาก และ
คลองหมาหอน

พระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลา้ เจา้ อยู่หวั (รชั กาลท่ี ๓)

วัดบวรนเิ วศราชวรวหิ าร • พระองคไ์ ด้ทรงปอ้ งกนั ราชอาณาจักรด้วยการส่งกองทพั ไปสกดั ทัพของเจา้
วดั เทพธดิ ารามวรวิหาร อนุวงศ์แห่งเวียงจนั ทน์ ไมใ่ หย้ กทัพเขา้ มาถึงชานพระนครและขัดขวาง
วัดราชนดั ดารามวรวิหาร ไม่ให้เวยี งจนั ทนเ์ ข้าครอบครองหวั เมืองอีสานของสยาม นอกจากน้ี
พระองค์ทรงประสบความสาเรจ็ ในการทาให้สยามกับญวนยตุ ิการสู้รบ
ระหว่างกนั เกย่ี วกับเรือ่ งเขมรโดยท่ีสยามไม่ได้เสยี เปรยี บญวนแต่อยา่ งใด

• ทรงเล่ือมใสในพระพทุ ธศาสนามาก และได้ทรงสรา้ งพระพุทธรูปมากมาย
เชน่ พระประธานในอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวหิ าร วัดเฉลิม
พระเกยี รติ วดั ปรนิ ายก และวัดนางนอง ทรงสร้างวัดใหมข่ นึ้ 3 วดั คอื
วัดบวรนเิ วศราชวรวหิ าร วัดเทพธดิ ารามวรวิหารและวัดราชนัดดาราม
วรวหิ าร

• ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ วัดเก่าอีก 35 วัด เชน่ วดั พระศรรี ัตนศาสดาราม
ซงึ่ สร้างมาแต่รัชกาลท่ี 1 วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วดั ราช
โอรสารามราชวรวิหาร เป็นต้น

• ทรงทานุบารงุ และสนบั สนนุ การศกึ ษา
- โปรดเกล้าฯ ให้พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวง
วงศาธริ าชสนทิ แต่งตาราเรียนภาษาไทยข้ึนเลม่
หนงึ่ คือ หนังสอื จนิ ดามณี
- โปรดเกล้าฯ ใหผ้ ู้ร้นู าตาราต่าง ๆ มาจารกึ ลงใน
ศลิ าตามศาลารอบพทุ ธาวาสวัดพระเชตพุ น
วิมลมงั คลารามราชวรมหาวิหาร ป้นั ต้งั ไว้ตาม
เขามอและเขียนไวต้ ามฝาผนงั ต่าง ๆ มที ้งั อักษร
ศาสตร์ แพทยศาสตร์ พุทธศาสนศกึ ษา
โบราณคดี ฯลฯ เพ่อื เปน็ การเผยแพร่วชิ าการ
สาขาตา่ ง ๆ จึงอาจกล่าวได้วา่ วัดพระเชตุพน
วมิ ลมงั คลารามเปน็ มหาวิทยาลยั แหง่ แรกของ
กรุงสยาม

• รชั สมยั ของพระองค์ไดม้ มี ชิ ชันนารีชาวอเมริกันและชาวองั กฤษเดินทางเขา้ มา
เผยแพร่ศาสนาคริสต์เพ่ิมมากขน้ึ หนึง่ ในจานวนน้ี คอื ศาสนาจารย์
นายแพทยแ์ ดน บชี บรดั เลย์ หรือทีค่ นไทยรู้จักกันดีในนาม "หมอบรัดเลย์"
ไดเ้ ป็นผู้ริเริ่มให้มีการปลูกฝปี ้องกันไขท้ รพิษ และการฉดี วัคซนี ป้องกนั
อหวิ าตกโรคและการทาผ่าตัดขน้ึ เป็นครงั้ แรกในกรงุ รตั นโกสินทร์

• หมอบรดั เลย์ยงั ได้คดิ ตวั พมิ พ์อกั ษรไทยข้ึน (ปี พ.ศ. 2379) ทาให้มกี าร
พิมพห์ นงั สอื ภาษาไทยเป็นครง้ั แรกโดยพมิ พค์ าสอนศาสนาครสิ ตเ์ ป็น
ภาษาไทย เม่ือวันท่ี 26 ตลุ าคม พ.ศ. 2379 ตอ่ มาปี พ.ศ. 2385 หมอบ
รัดเลย์พมิ พ์ปฏิทนิ ภาษาไทยขึ้นเป็นครัง้ แรก

• ด้านการหนังสือพิมพฉ์ บับแรกในสมยั รัชกาลท่ี 3 หมอบรัดเลย์ได้ออก
หนงั สือพิมพแ์ ถลงข่าวรายปักษ์เปน็ ภาษาไทย ชอ่ื บางกอกรคี อรเ์ ดอร์
(Bangkok Recorder) มเี ร่อื งสารคดี ข่าวราชการ ขา่ วการค้า ขา่ ว
เบ็ดเตลด็ ฉบับแรกออกเมือ่ วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2387

ด้านการคา้ กบั ตา่ งประเทศ

• ทรงสนับสนุนส่งเสริมการคา้ ขายกบั ต่างประเทศ ทั้งกบั ชาวเอเชยี
และชาวยโุ รป โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการคา้ กบั จนี สง่ ผลใหพ้ ระ
คลังสนิ คา้ มรี ายได้เพ่มิ มากข้นึ

• มีการแตง่ สาเภาทัง้ ของราชการ เจ้านาย ขุนนางชัน้ ผู้ใหญ่ และพ่อคา้
ชาวจนี ไปค้าขายยงั เมอื งจนี และประเทศใกล้เคยี ง

• เปิดค้าขายกับมหาอานาจตะวนั ตกจนมีการลงนามในสนธสิ ญั ญา
ระหวา่ งกัน คอื “สนธสิ ญั ญาเบอร์น”ี พ.ศ. 2369 และ 6

• ปีตอ่ มาก็ไดเ้ ปดิ สัมพนั ธไมตรีกับสหรฐั อเมรกิ าและมีการทา
สนธสิ ญั ญาต่อกนั ใน พ.ศ. 2375 นับเปน็ สนธสิ ญั ญาฉบับแรก
ท่สี หรฐั อเมรกิ าทากบั ประเทศทางตะวันออก ส่งผลให้ไทยได้ผล
ประโยชนท์ างเศรษฐกจิ อย่างมาก

ด้านศิลปกรรม

• โปรดเกลา้ ฯ ใหบ้ รู ณะปฏิสงขรณพ์ ระปรางคว์ ัดอรณุ
ราชวรารามจนแล้วเสร็จ และทรงมรี บั สั่งใหส้ รา้ งเรอื
สาเภาก่อดว้ ยอฐิ ในวดั ยานนาวา เพอ่ื ให้ประชาชนได้รู้
ว่าเรือสาเภาน้นั มรี ูปร่างลกั ษณะอยา่ งไร

• วรรณกรรม พระองค์โปรดเกลา้ ฯ ให้นักปราชญร์ าช
บัณฑติ จารึกวรรณคดีทส่ี าคญั ๆ และวชิ าแพทยแ์ ผน
โบราณลงบนแผ่นศิลา แล้วตดิ ไวต้ ามศาลารายรอบ
พระอโุ บสถ รอบพระมหาเจดยี ์บริเวณวัดพระเชตพุ น
วมิ ลมงั คลาราม เพื่อให้ประชาชนไดศ้ ึกษาหาความรู้

เหตกุ ารณ์สาคญั พ.ศ. 2370 เริม่ สร้างพระสมทุ รเจดยี ์

พ.ศ. 2367 มเี หตกุ ารณ์สาคัญดังน้ี พ.ศ. 2371 ร้อยเอกเจมส์โลว์ จัดพมิ พ์หนงั สอื ภาษาไทยเปน็ ครงั้ แรก มิชชนั นารี
อเมรกิ นั เดนิ ทางมาเผยแพร่ศาสนาในเมืองไทย
• พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั เสดจ็ สวรรคต
• พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอย่หู วั ขึน้ ครองราชสมบตั ิ พ.ศ. 2372

เปน็ พระมหากษตั รยิ อ์ งค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์จกั รี • เจา้ พระยาราชสภุ าวดี (สงิ ห์ สิงหเสน)ี จับเจ้าอนวุ งศ์ จดั ส่งลงมากรุงเทพฯ
• โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจดั พิธใี ห้อปุ ราชาภเิ ษกพระองค์ ไดโ้ ปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเปน็ เจา้ พระยาบดินทรเดชา ทีส่ มุหนายก

เจา้ อรุโณทัยขน้ึ เป็นที่ "กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล" • กาเนดิ สงฆ์ธรรมยตุ กิ นิกาย
• โปรดเกลา้ ฯ ให้สง่ กองทัพไทยไปช่วยอังกฤษรบพม่า • โปรดเกลา้ ใหท้ าการสงั คายนาเป็นภาษาไทย
• ทรงบูรณปฏสิ ังขรณ์วัดวาอารามหลายแห่ง และสร้างวัดใหม่ คอื วัดเทพธิดาราม
พ.ศ. 2368 เฮนรี เบอรน์ ี ขอเขา้ มาทาสญั ญาค้าขาย
วดั ราชนดั ดา วดั เฉลิมพระเกียรติ และวัดพระเชตุพนฯลฯ ได้ต้ังโรงเรยี นหลวง
พ.ศ. 2369 มเี หตุการณส์ าคัญดงั น้ี (วัดพระเชตพุ น) ขนึ้ เปน็ คร้ังแรก เพ่ือสอนหนงั สือไทยแก่เด็กในสมัยน้ี และได้
ถอื กาเนิดนกิ ายธรรมยตุ ขิ ึน้ โดยพระวชริ ญาณเถระ (เจา้ ฟา้ มงกุฏ) ขณะทผ่ี นวช
• ลงนามในสญั ญาเบอร์นี อย่ไู ด้ทรงศรัทธาเลอื่ มใสในจรยิ าวัตรของพระมอญ ชือ่ ซาย ฉายา พทุ ธฺ วโส
• เจ้าอนุวงศ์เป็นกบฏ โปรดเกลา้ ฯ ใหก้ รมพระราชวังบวรฯ • ทรงอุปสมบทใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2372 ได้ตงั้ คณะธรรมยตุ ขนึ้ ในปี พ.ศ. 2376
แล้วเสดจ็ มาประทบั ท่ีวดั บวรนิเวศวิหาร และต้งั เปน็ ศนู ยก์ ลางของคณะธรรมยตุ ิ
เปน็ แมท่ พั ใหญย่ กไปปราบ กาเนดิ วรี กรรมทา้ วสรุ นารี
(คณุ หญิงโม) และโปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชสภุ าวดี (สิงห์
สิงหเสนี) แม่ทัพหนา้ เป็นเจา้ พระราชสุภาวดี ว่าท่สี มุหนายก

เหตกุ ารณ์สาคัญ (ต่อ) พ.ศ. 2380 หมอบรัดเลย์ คิดตวั พมิ พ์อักษรไทยขึ้นใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้หมอหลวง
ไปหดั ปลกู ฝกี บั หมอบรัดเลย์
พ.ศ. 2373 พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจ้าอยู่หวั ทรงต้งั ให้
เจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บนุ นาค) เปน็ วา่ ทีส่ มหุ พระกลาโหม พ.ศ. 2381 เกิดกบฏหวันหมาดหลี ท่ีหัวเมืองไทรบรุ ี

พ.ศ. 2374 พ.ศ. 2382 ทรงประกาศห้ามสูบฝ่ิน เพ่อื ส่งเสรมิ ศีลธรรมในบา้ นเมือง และ มีการ
เผาฝิ่น และ โรงยาฝน่ิ พรอ้ ม มกี ารปราบองั้ อง้ั ยี่ซ่งึ ค้าฝิน่ เหลา่ นั้น
• ทาการบูรณะวดั พระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม
• เกดิ นา้ ทว่ มใหญ่ในพระราชอาณาจักร พ.ศ. 2385 หมอบรัดเลย์ พิมพป์ ฏทิ นิ ภาษาไทยข้นึ เปน็ ครงั้ แรก

พ.ศ. 2375 แอนดรวู ์ แจ็กสนั ประธานาธบิ ดสี หรฐั อเมรกิ า สง่ เอ็ด พ.ศ. 2386 เกดิ สรุ ยิ ุปราคาเต็มดวงข้นึ ในวันท่ี 21 ธันวาคม พ.ศ. 2386 แนว
มันต์ โรเบริ ์ต เขา้ มาขอเจรญิ พระราชไมตรีทาการคา้ กับไทย คราสมดื พาดผา่ นภาคใต้ตอนกลาง กรุงเทพฯเห็นเปน็ ชนดิ บางส่วน 82%

พ.ศ. 2376 เกิดกบฏญวน โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จ้าพระยาบดนิ ทรเดชา พ.ศ. 2389 ญวนขอหยา่ ทัพกับเจ้าพระยาบดนิ ทรเดชา (สงิ ห์ สงิ หเสน)ี โปรด
(สงิ ห์ สิงหเสน)ี ผ้สู าเร็จราชการเป็นแมท่ ัพใหญไ่ ปรบ เกลา้ ฯ ให้สรา้ งโลหะปราสาท วดั ราชนดั ดารามวรวิหาร

พ.ศ. 2377 พ.ศ. 2390 ทรงอภเิ ษกให้นักองค์ดว้ งเปน็ สมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอศิ ราธิบดี
ครองประเทศกัมพูชา
• ออกหวย ก.ข. เปน็ ครงั้ แรก
• ญวนไดส้ ่งพระอุไทยราชามาปกครองเขมร พ.ศ. 2391 ญวนขอเจรญิ พระราชไมตรดี งั เดิม กองทพั เจ้าพระยาบดินทรเดชา
(สงิ ห์ สิงหเสน)ี กลับกรุงเทพฯ
พ.ศ. 2378 เกดิ ภาวะเงินฝืดเคือง

เหตกุ ารณ์สาคญั (ต่อ)

พ.ศ. 2392 มเี หตุการณ์สาคญั ดงั น้ี

• กองทพั เจ้าพระยาบดนิ ทรเดชา (สิงห์ สงิ หเสน)ี และ เจา้ พระยา
พระคลงั (ดิศ บุนนาค) ปราบอั้งยี่ ที่ ฉะเชงิ เทรา

• เกดิ อหวิ าตกโรคระบาด มคี นตายมากกวา่ 30,000 คน ซงึ่ รวมถงึ
เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สงิ หเสนี)

พ.ศ. 2393 องั กฤษ และสหรัฐฯ ขอแก้สนธสิ ญั ญา

พ.ศ. 2394 เสด็จสวรรคต เมื่อ 2 เมษายน พ.ศ. 2394
รวมพระชนมพรรษาได้ 64 พรรษา ดารงอยใู่ นราชสมบตั ิ 27 ปี

๕. พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หัว (พ.ศ. ๒๔๕๓ - ๒๔๖๘)

พระมหาธีรราชเจ้าผู้ทรงพระปรชี าสามารถทางดา้ นอกั ษรศาสตร์

• พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว (รัชกาลที่ ๖) มพี ระอจั ฉรยิ ภาพและ
ทรงบาเพ็ญพระราชกรณยี กจิ ในหลายสาขา ท้งั ดา้ นการเมอื งการปกครอง
การทหาร การศึกษา การสาธารณสขุ การตา่ งประเทศ และท่สี าคญั ท่สี ุด คือ ดา้ น
วรรณกรรมและอกั ษรศาสตร์

• ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้นบั พนั เรอื่ ง กระท่ังทรงได้รบั การ
ถวายพระราชสมัญญาเมื่อเสดจ็ สวรรคตแลว้ ว่า "สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า"

• พ.ศ. 2524 องคก์ ารการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
(UNESCO) ได้ยกยอ่ งพระเกียรตคิ ุณของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยูห่ วั
วา่ ทรงเป็น “บุคคลสาคญั ของโลก” ผู้มผี ลงานดเี ดน่ ด้านวฒั นธรรม ในฐานะท่ี
ทรงเปน็ นักปราชญ์ นักประพนั ธ์ กวี และนักแต่งบทละครไว้เป็นจานวนมาก

เหตกุ ารณ์สาคัญ

➢ พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัวขึ้น ➢ กบฏ ร.ศ. 130 ความคบั แคน้ ใจต่อการ
ครองราชสมบัตใิ นช่วงท่ปี ระเทศกาลงั ประสบวิกฤต ปกครองของพระองค์จากเหตุปจั จยั ข้างตน้ ทา
เศรษฐกจิ จากเหตภุ ัยแลง้ พ.ศ. 2450-2453 และ ใหน้ ายทหารกลมุ่ หนึ่งและวางแผนลอบปลงพระ
เปน็ ยุคที่สอ่ื สงิ่ พิมพก์ าลังขยายตวั อย่างรวดเรว็ องค์ ชนม์และเปลีย่ นแปลงการปกครองสู่ระบอบใหม่
ความรตู้ ่างๆ รวมทง้ั แนวคดิ ทางการเมอื ง หรอื ข่าว (ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนญู ไม่ก็ระบอบ
คราวการปฏวิ ตั ใิ นตา่ งประเทศได้ไหลบา่ เข้ามาสู่ผู้มี สาธารณรฐั )
การศกึ ษาในสยาม
➢ สยามเข้าร่วมสงครามโลกครง้ั ที่หนึ่ง พ.ศ. 2457 สงครามโลกครง้ั ทห่ี น่งึ ปะทุข้ึนในทวีป
➢ พระองค์เรง่ สรา้ งความจงรกั ภกั ดีให้ขยายออกไป ยโุ รป ทรงใหค้ วามสนใจและตดิ ตามขา่ วการสงครามอย่างใกล้ชดิ ในตอนแรกพระองคม์ ี
อยา่ งเรง่ ด่วนในหมขู่ า้ ราชการ พระองคจ์ งึ ทรงตัง้ กอง นโยบายวางตวั เป็นกลาง แตก่ ็เร่ิมเอนเอียงไปเข้าขา้ งฝา่ ยไตรภาคี (บรเิ ตนใหญ,่ ฝรง่ั เศส
กาลงั ก่งึ ทหารท่ี เรยี กวา่ "กองเสอื ปา่ " ขน้ึ เมือ่ 6 และรสั เซีย) ในทส่ี ุด ประเทศสยามประกาศตัวเข้าร่วมกบั ฝา่ ยสัมพันธมิตร และประกาศ
พฤษภาคม พ.ศ. 2454 ตวั พระองค์ทรงดารง สงครามต่อจกั รวรรดิเยอรมันและจกั รวรรดอิ อสเตรีย-ฮังการี
ตาแหนง่ "นายกองใหญ"่ มีเช้ือพระวงศแ์ ละข้าราช
บริพารบางสว่ นเป็นคณะผู้บงั คับบัญชา และมี
ขา้ ราชการพลเรอื นเปน็ พลเสอื ป่า

๖. พระบาทสมเดจ็ มหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

ผู้ซงึ่ มพี ระคณุ ต่อการพฒั นาพระพุทธศาสนาและการศกึ ษาไทย

• สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจา้
มนุษยนาคมานพ) เปน็ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัว
และเจ้าจอมมารดาแพ

• พระชันษาได้ 8 ปี ทรงเริม่ ศึกษาภาษาบาลี จนสามารถแปลธรรมบทได้ก่อนผนวชเปน็
สามเณร

• ครบปีบวช (พระชนั ษา 20 ป)ี ได้ทรงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เม่ือวันท่ี 27 มถิ นุ ายน
พ.ศ. 2422 ณ วดั พระศรรี ัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจา้ กรมพระ
ยาปวเรศวรยิ าลงกรณ์ เปน็ พระอปุ ัชฌายาจารย์ และพระจนั ทรโคจรคุณ (ยิ้ม จนทฺ รส)ี
วดั มกุฏกษตั รยิ ารามราชวรวิหาร เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ ประทบั จาพรรษา
ณ วดั บวรนิเวศวหิ าร อยู่ 1 พรรษา จึงยา้ ยไปประทบั ที่วดั มกฏุ กษัตริยารามเพอื่ ศกึ ษา
ข้อวตั รปฏิบตั ขิ องพระจันทรโคจรคุณผ้เู ปน็ พระอาจารย์

พระราชกรณยี กจิ

• ทรงเริ่มพฒั นาการพระศาสนา โดยเรม่ิ ต้นทว่ี ดั บวรนิเวศวิหาร
ได้แกร่ เิ รมิ่ ใหภ้ กิ ษสุ ามเณรที่บวชใหม่ เรียนพระธรรมวินัยใน
ภาษาไทย มกี ารสอบความรู้ด้วยวิธเี ขียน ตอ่ มาจึงกาหนดใหเ้ ปน็
หลักสูตรการศึกษาสาหรับคณะสงฆ์ เรียกวา่ นักธรรม

• ทรงจดั ตั้ง มหามกฎุ ราชวทิ ยาลยั เปน็ การรเิ ริ่มจดั การศกึ ษาของ
พระภกิ ษุ สามเณรแบบใหม่ คือ เรยี นพระปริยตั ิธรรม ประกอบ
กับวิชาการอนื่ ทเ่ี อื้ออานวยตอ่ การสอนพระพุทธศาสนา ผูท้ ี่สอบ
ได้จะได้เปน็ เปรยี ญเช่นเดียวกบั ทสี่ อบไดใ้ นสนามหลวง เรยี กว่า
เปรียญมหามงกุฎ แตไ่ ดเ้ ลิกไปในอีก 8 ปีต่อมา ทรงออกนิตยสาร
ธรรมจกั ษุ ซ่งึ เป็นนติ ยสารทางพระพุทธศาสนาฉบับแรกของไทย

• ทรงปรับปรงุ การปกครองคณะสงฆ์ เพื่อใหก้ ารปกครองคณะสงฆ์
เปน็ ไปด้วยดี เอ้ืออานวยตอ่ การพัฒนาตนเอง และประเทศชาติ จงึ
เกดิ พ.ร.บ. ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445)
ขนึ้ ซ่งึ เปน็ พระราชบัญญตั ิคณะสงฆ์ฉบบั แรกของไทย

พระราชกรณยี กจิ

๑. ด้านการพระศาสนา พระองค์ไดพ้ ฒั นาภิกษสุ ามเณร ใหม้ ีความรคู้ วามสามารถในพระธรรมวนิ ยั เพือ่ จะได้แนะนาส่ังสอนประชาชนได้อย่าง
ถกู ต้องและเหมาะสม ทรงผลิตตาราและหนังสือทางพระพุทธศาสนา ทีค่ นทว่ั ไปสามารถอ่านทาความเขา้ ใจได้งา่ ย

๒. ดา้ นการคณะสงฆ์ ทรงออกพระมหาสมณาณัติ ประทานพระวนิ ิจฉัยและทรงวางระเบียบ แบบแผน เก่ยี วกับความประพฤตปิ ฏิบตั ขิ อง
พระภิกษสุ ามเณรในด้านตา่ ง ๆ ให้ถูกต้องเป็นมาตรฐาน เช่น ระเบยี บเก่ยี วกับพระอปุ ชั ฌาย์ การบรรพชาอุปสมบท การปกครองภกิ ษุสามเณร
และศษิ ย์วัด การวนิ จิ ฉัยอธิกรณ์ ระเบียบเกย่ี วกับ สมณศักดิ์ พดั ยศ นิตยภัต ดวงตราประจาตาแหนง่ เปน็ ต้น

๓. ดา้ นการศกึ ษา ทรงปรบั ปรุงการศึกษาของคณะสงฆใ์ หท้ ันสมยั ทรงจัดการศึกษาพระปริยัติ ธรรมเพมิ่ ขึน้ จากแบบเดมิ ทศ่ี กึ ษาภาษาบาลี โดย
ใหศ้ กึ ษาพระธรรมวนิ ัยในภาษาไทยเรยี กวา่ หลักสูตร นักธรรม

๔. งานพระนิพนธ์ พระองคท์ รงรอบรูภ้ าษาต่าง ๆ หลายภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาองั กฤษ และภาษาฝรัง่ เศส ได้ทรงนิพนธเ์ ร่อื ง
ตา่ ง ๆ ไว้เปน็ อันมาก เชน่ หนังสอื หลกั สตู รนักธรรมช้ันตรี โท เอก หลักสูตรบาลี ไวยากรณ์ท้งั ชดุ รวมพระนพิ นธท์ ้ังหมดมมี ากกว่า 200 เรือ่ ง
นอกจากนย้ี ังทรงชาระ คัมภรี ์บาลไี ว้กวา่ 20 คัมภีร์

๗. พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงวงษาธริ าชสนิท

ปราชญท์ างดา้ นอักษรศาสตร์ การแพทย์แผนไทยและตะวันตก

• พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงวงศาธริ าชสนทิ มีนามเดิมวา่ พระองคเ์ จา้ ชาย
นวม ประสูติแตเ่ จา้ จอมมารดาปรางใหญ่ พระสนมเอก ธิดาท่านขรวั ยายทองอิน

• ทรงได้รบั การศึกษาเบื้องต้นตามแบบฉบบั ของราชสานกั และผนวชเป็นสามเณร
ไดร้ ับการศึกษาในสานกั สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระปรมานชุ ติ ชิโนรส
ณ วดั พระเชตพุ นวิมลมงั คลารามราชวรมหาวหิ าร

• ทรงไดร้ บั การถ่ายทอดวชิ าความรู้ด้านอกั ษรศาสตร์ ทัง้ อกั ษรวิธภี าษาไทย อกั ษร
เขมร และภาษาบาลี รวมท้ังวรรณคดี วชิ าโบราณคดแี ละราชประเพณี

• ทรงเขา้ รบั ราชการในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา้ เจา้ อยู่หวั ทรงกากับ
กรมหมอหลวง และทรงศึกษาวชิ าการแพทยส์ มัยใหมจ่ ากมิชชนั นารชี าวอเมริกัน

▪ ทรงพระนพิ นธน์ ิราศพระประธม เพลงยาวสาม ▪ ทรงแตง่ ตาราสรรพคณุ ยาสมุนไพรไทย
ชาย เพลงยาวกลบทสงิ โตเลน่ หาง พงศาวดาร จานวน ๑๖๖ ชนิด เป็นตาราสมนุ ไพรเลม่ แรก
ฉบบั พระราชหัตถเลขา หนงั สอื จินดามณฉี บับ ของไทยท่เี ขยี นแบบเอกสารทางวิชาการ
พระนิพนธพ์ ระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวง
วงษาธิราชสนิท หรอื ประถมจนิ ดามณี เล่ม ๒ ▪ ทรงเปน็ แพทยไ์ ทยพระองคแ์ รกทไี่ ด้รับ
ประกาศนียบตั รถวายเป็นพระเกยี รติยศจาก
▪ พ.ศ. ๒๕๕๑ องค์การศกึ ษาวิทยาศาสตร์ พระกรณยี กิจ สถาบนั การแพทย์ของยโุ รป และได้รับเชญิ ให้
และวฒั นธรรม แหง่ สหประชาชาติ (UNESCO) เป็นสมาชกิ ของสถาบันการแพทยแ์ หง่
ไดป้ ระกาศยกย่องใหพ้ ระองคท์ ่านเปน็ บุคคล นวิ ยอร์ก
สาคญั ของโลก ดา้ นปราชญ์และกวี (Scholar
& Poet) เปน็ บุคคลลาดับท่ี ๑๘ ของประเทศ ▪ ชาวตา่ งชาตใิ นสยามเรียกขานพระองคว์ ่า
ไทย The Prince Doctor

▪ ทรงมีบทบาทสาคญั ในการพฒั นาการศึกษาและ ▪ องค์การศึกษาวทิ ยาศาสตรแ์ ละวัฒนธรรมแหง่
การเมือง ในระดับ สหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศยกยอ่ ง
พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ
▪ ทรงเปน็ นกั อักษรศาสตร์ นักปราชญ์ กวี นกั เคล่ือนไหว ใหท้ รงเป็นบคุ คลสาคญั ของโลกท่ีสนบั สนนุ
เพอื่ สนั ตภิ าพ นักวทิ ยาศาสตร์ นักการทูต การสถาปนาสันตวิ ฒั นธรรม

๘. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา้ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

ผู้ได้รบั การยกย่องเปน็ นายช่างใหญ่แหง่ กรงุ สยาม

พระนามเดิม พระองคเ์ จา้ จิตรเจรญิ พระราชโอรส
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัวประสตู ิแตห่ ม่อมเจา้ พรรณราย
(ตอ่ มาเปน็ พระสมั พันธวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้าพรรณราย) ในรชั กาล
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัว พ.ศ. 2428 ทรงไดร้ ับพระ
กรณุ าโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระเจา้ น้องยาเธอ เจา้ ฟา้ กรมขนุ นรศิ รา
นุวตั วิ งศ์ และพ.ศ. 2448 เปน็ สมเด็จพระเจา้ น้องยาเธอ เจ้าฟา้ กรม
หลวงนรศิ รานุวตั ิวงศ์ ไดท้ รงเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธกิ าร
กระทรวงพระคลงั และกระทรวงกลาโหม ตลอดจนกระทรวงวัง

➢ ทรงพระปรชี าสามารถในทางการช่างและศลิ ปะทุกสาขา รวมทัง้ วรรณศิลป์ ดนตรีและ
การละคร

➢ ทรงงานชา่ งและศิลปะถวายในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัวโดย
ตลอด ต่อมา พ.ศ. 2456 ทรงได้รับสถาปนาเปน็ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟ้า
กรมพระนริศรานวุ ัดตวิ งศ์

➢ ทรงเปน็ อภริ ฐั มนตรี และผสู้ าเร็จราชการในระหว่างท่พี ระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอย่หู ัวเสดจ็ ฯ ไปรกั ษาพระองคใ์ นตา่ งประเทศ

➢ พระองค์ยงั สนพระทยั คน้ คว้าทางประวตั ศิ าสตร์ โบราณคดี วรรณคดี และศิลปะรว่ มสมยั
กบั สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ และพระยาอนมุ านราชธน

➢ ทรงเปน็ ต้นราชสกลุ จติ รพงศ์

➢ องค์การการศกึ ษาวทิ ยาศาสตรแ์ ละวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้
ประกาศยกยอ่ งพระเกียรตคิ ณุ ให้สมเดจ็ เจ้าฟ้ากรมพระยานรศิ รานวุ ดั ตวิ งศท์ รงเปน็ บุคคล
สาคัญของโลก

๙. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ

พระบดิ าแห่งประวัตศิ าสตรแ์ ละโบราณคดขี องไทย

❑ ทรงเริ่มงานจดั การศึกษาเป็นคร้งั แรก เมื่อพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ใหเ้ ปลี่ยนสภาพ "โรงเรยี นทหาร
มหาดเลก็ " ซงึ่ เปน็ โรงเรียนฝึกสอนวชิ าทหารใหแ้ ก่นายรอ้ ย นาย
สบิ ในกรมทหารมหาดเล็ก มาเป็นโรงเรยี นสาหรบั พลเรอื น มีช่ือ
เรียกว่า "โรงเรยี นพระตาหนัก สวนกุหลาบ" และพระองคท์ รง
ดารงตาแหนง่ ผจู้ ดั การโรงเรยี น

❑ ทรงจดั วางระเบียบการบริหารราชการของกรมและโรงเรียน
❑ ทรงขยายการศกึ ษาโดยอาศยั "วัด" ซ่งึ เปน็ สถานที่ถา่ ยทอดวชิ า

ความรู้ และอบรมศีลธรรมใหแ้ ก่ราษฎร และ "วัดมหรรณพาราม"
เป็นโรงเรยี นหลวงแหง่ แรกทีท่ รงจดั ตง้ั ข้ึน

❑ ทรงริเร่มิ จดั ใหม้ ีการตรวจสอบตาราเรียนและออกประกาศรับรอง
❑ ทรงจัดตงั้ "โรงเรียนฝึกหัดข้าราชการพลเรือน" เม่ือ พ.ศ. ๒๔๔๒

ในขณะทท่ี รงดารงตาแหนง่ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
❑ ทรงปรบั ปรงุ และแก้ไขข้อบกพรอ่ งต่าง ๆ ของหอพระสมุดวชริ ญาณ

ซึ่งเป็นหอสมดุ แห่งเดยี วในพระนคร
❑ ทรงจัดการบังคับบญั ชางานภายในกระทรวง ใหม้ ีรูปแบบเป็นระบบ

ราชการชดั เจนขนึ้ มีลาดบั ขั้นการบังคบั บญั ชา
❑ ทรงจดั ระบบการปกครองสว่ นภูมภิ าค ซ่งึ เรียกว่า "ระบบเทศาภิบาล"

ได้เป็นผลสาเรจ็ และนบั ว่าเปน็ ผลงานสาคญั ที่สดุ ของพระองค์ โดยทรง

รวมหวั เมอื งตา่ ง ๆ จัดเขา้ เป็น "มณฑล" และมี "ขา้ หลวงเทศาภิบาล"

เปน็ ผบู้ ังคับบัญชา อยใู่ นอานาจของเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย

❑ ทรงรบั ภาระในการจัดการโรงเรียนแพทย์ตอ่ จาก
พระเจา้ น้องยาเธอ พระองคเ์ จ้าศรเี สาวภางค์ ทรงมี
พระดาริรเิ ริ่มให้มโี อสถศาลา สาหรับรับหนา้ ที่ผลิตยา
แจกจา่ ยใหร้ าษฎรในตาบลหา่ งไกล

❑ ทรงรเิ ร่ิมและวางรากฐานการดาเนินงานของกิจการ
พพิ ธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ หอสมดุ แห่งชาติ และ
พระองค์ท่านกท็ รง อุทิศเวลา ทรงพระนพิ นธ์หนงั สือ
ตาราต่าง ๆ ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี อันเปน็
มรดกทางปญั ญาของชาวโลก

๑๐. หม่อมราโชทัย (หมอ่ มราวงศ์กระต่าย อศิ รางกูร)

ล่ามหลวงผู้แตง่ นริ าศลอนดอน เอกสารสาคัญทางประวตั ศิ าสตร์

• หม่อมราโชทยั นามเดมิ หมอ่ มราชวงศ์กระตา่ ย อิศรางกูร
เป็นบุตรหมอ่ มเจ้าชอ่มุ (ต่อมาคือพระวงศ์เธอ กรมหม่ืนเทวานุ
รักษ์ โอรสสมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟ้ากรมขุนอศิ รานรุ กั ษ์
(ต้นราชสกลุ อศิ รางกูร) กบั หมอ่ มนก

• ได้ถวายตวั เป็นขา้ หลวงเดมิ มาต้ังแตพ่ ระบาทสมเดจ็ พระจอม
เกล้าเจ้าอย่หู ัวทรงผนวชในรัชกาลที่ 3 และได้เรียนภาษาองั กฤษ
กับหมอบลัดเลย์

• หม่อมราโชทัยได้ทาหนา้ ท่เี ปน็ ล่ามรว่ มคณะทูตที่พระยามนตรสี รุ ิ
ยวงศ์ (ชุม่ บนุ นาค) เปน็ หัวหน้าเดนิ ทางไปเจริญทางพระไมตรี
กบั ประเทศอังกฤษ

❑ ได้เป็นอธิบดีผู้พพิ ากษาศาลตา่ งประเทศคนแรก และทาหน้าที่ชว่ ยราชการตดิ ตอ่ กบั องั กฤษในเร่อื งตา่ ง ๆ เชน่
ตอ้ นรบั ลอรด์ เฮย์ (Lord John Hay) ผ้บู ญั ชาการทพั เรอื อังกฤษที่เขา้ มากรงุ เทพฯ ใน พ.ศ. 2404

❑ หมอ่ มราโชทัยไดน้ าเน้ือความจดหมายเหตุมาแต่งขยายเป็นกลอน เรียกช่อื ว่า “นิราศลอนดอน” ขายกรรมสิทธ์ิ
การพมิ พ์ครงั้ แรกให้หมอบรัดเลย์เปน็ เงิน 400

๑๑. สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสรุ ิยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

ผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั

❑ เปน็ ขนุ นางชั้นผ้ใู หญ่ในสกุลบนุ นาคของสยามในสมยั รัตนโกสินทร์ ผูม้ ี

บทบาทสาคัญในการเมอื งการปกครองของสยาม โดยเริ่มเขา้ รับราชการเป็น
มหาดเล็กในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั (รชั กาลท่ี ๒)
❑ ได้รับการสถาปนาขนึ้ เป็นสมเดจ็ เจา้ พระยาบรมมหาศรีสรุ ิยวงศ์ในรชั สมยั
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ซ่งึ นับเป็นผทู้ ี่ดารงตาแหนง่
"สมเด็จเจา้ พระยา" เป็นคนสดุ ท้าย
❑ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฏเกลา้ เจ้าอย่หู ัว ทางราชการไดต้ ้งั
โรงเรียนมธั ยมขึ้น ณ จวนสมเด็จเจา้ พระยาข้นึ ใหม่ เรยี กวา่ "โรงเรียนมัธยม
บ้านสมเด็จเจา้ พระยา" โดยมตี ราประจาโรงเรียน คือ รูปเสมาสุรยิ มณฑล
เพือ่ เป็นเกยี รตแิ ดส่ มเดจ็ เจา้ พระยาบรมมหาศรีสรุ ยิ วงศ์

❑ มีบทบาทสาคญั ในดา้ นวรรณกรรม การละคร และดนตรี รวมถงึ เป็น
แมก่ องในการก่อสร้าง บูรณะ ซอ่ มแซม สถานท่ีตา่ ง ๆ มากมาย เชน่
พระนครคีรี พระอภิเนาว์นเิ วศน์ คลองผดงุ กรุงเกษม

❑ มบี ทบาทสาคญั ในการติดตอ่ และตอ้ นรบั ชาวต่างประเทศ และคณะ
ทตู ไดร้ บั การโปรดเกล้าฯ ใหไ้ ปรบั คณะทูตนาโดยเซอรจ์ อห์น เบารงิ
ท่ีปากนา้

❑ ได้รบั มอบหมายให้จดั เลกหมทู่ หารฝึกหัดยทุ ธวธิ ีแบบตะวนั ตก
❑ ไดส้ ร้างประภาคารท่ีมีพระราชดารมิ าต้ังแต่สมยั รชั กาลท่ี 4 โดย

บริจาคทรพั ยส์ ่วนตวั และควบคุมการกอ่ สรา้ งด้วยตัวท่านเอง
ประภาคารแห่งน้ตี งั้ อยูท่ ีจ่ ังหวัดสมุทรปราการ ไดย้ กประภาคารแหง่ นี้
ให้เปน็ สมบัติของแผน่ ดิน ประภาคารนมี้ ีชอื่ ในภาษาอังกฤษทตี่ ้งั โดย
พวกฝร่งั วา่ "รเี ยนทไ์ ลท์เฮาส"์

สมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาศรสี ุรยิ วงศ์ (ช่วง บนุ นาค) สมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาศรีสุรยิ วงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมเดจ็ เจา้ พระยาบรมมหาศรสี ุรยิ วงศ์ (ชว่ ง
บนุ นาค)

❑ เป็นคณะผู้แทนสยาม 5 คน ได้แก่ สมเดจ็ เจ้าพระยาบรมมหาศรีสรุ ิยวงศ์ (ช่วง บนุ นาค) / พระเจ้านอ้ งยาเธอ
กรมหลวงวงศาธิราชสนทิ / สมเดจ็ เจา้ พระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) / สมเดจ็ เจา้ พระยาบรมมหา
พชิ ัยญาติ (ทตั บุนนาค) / เจ้าพระยารววิ งศม์ หาโกษาธบิ ดี (ขา บุนนาค)

❑ เจรจาแก้ไขสนธสิ ัญญาทางการค้าท่นี าย “หนั แตร บารนี” หรอื เฮนรี เบอร์นีเข้ามาทาไวใ้ นสมัยรชั กาลที่ 3 คอื
สนธิสัญญาเบอรน์ ี

๑๒. พระสังฆราชปาล เลอกัวซี

ผทู้ าคุณประโยชน์ให้เมืองไทยในสมยั รชั กาลที่ ๔
(พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว)

• บาทหลวงปาลเลอกัวซ์ หรือฌอง แบบตสี ต์ ปาลเลอกวั ซ์
(พ.ศ. 2348 - 2405) ชาวฝร่งั เศส เป็นบาทหลวงนกิ ายโรมันคาทอลกิ
เขา้ มาเผยแผ่คริสตศ์ าสนาท่ีเมืองไทยตงั้ แต่ พ.ศ. 2373 ในรัชสมัย
พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกล้าเจา้ อยู่หวั เรม่ิ แรกทา่ นพานกั อย่ทู ี่
วัดอสั สมั ชัญ ตอ่ มาได้ย้ายไปตามเมืองตา่ ง ๆ จนกระทั่งใน พ.ศ. 2381
ได้เปน็ สงั ฆราช ณ วดั คอนเซ็ปชัญ

• ไดศ้ กึ ษาภาษาไทยและภาษาบาลจี นมีความรู้ดี รวมท้ังมีความรู้ด้านดารา
ศาสตร์ ภมู ศิ าสตร์ และวทิ ยาศาสตร์ บาทหลวงปาลเลอกัวซ์ไดส้ ร้างสรรค์
ผลงานวิชาความรู้ที่มคี ุณคา่ ยงิ่ ต่อการ ศกึ ษาและประวัติศาสตร์ไทย

ผลงานสาคญั ทม่ี ีตอ่ การสรา้ งสรรค์ชาติไทยสามารถสรปุ ไดด้ ังนี้

1. ด้านอักษรศาสตร์ 2. ดา้ นวทิ ยาการตะวันตก 3. ดา้ นศาสนา

• บาทหลวงปาลเลอกัวซ์ ศกึ ษาภาษาไทยและบาลีจน • บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ มีความรู้ในดา้ น • บาทหลวงปาลเลอกัวซ์ ได้
มีความรู้แตกฉาน และได้ทาพจนานกุ รมภาษาไทยข้ึน ภูมิศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์ สร้างความเจรญิ รงุ่ เรอื ง
โดยมีวชิรญาณเถระ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า โดยเฉพาะดาราศาสตร์ ฟสิ กิ ส์ และ ใหแ้ กค่ ริสตศาสนจกั ร
เจ้าอย่หู ัว) ไดท้ รงช่วยจดั ทาดว้ ย เคมี และมีความร้คู วามชานาญทางด้าน คาทอลกิ ในประเทศไทย
วิชาการถ่ายรูป เช่น สร้างสานกั พระสังฆราช
• บาทหลวงปาลเลอกัวซ์ ไดถ้ วายการสอนภาษาละติน เพ่อื เผยแผ่คริสตศ์ าสนาท่ี
ใหพ้ ระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั ทรงทราบ • เป็นผ้นู าวิทยาการถา่ ยรปู เขา้ มาใน วดั อัสสัมชัญบางรัก และได้
ความรู้และความคิดของชาวตะวันตก ประเทศไทยเม่ือ พ.ศ. 2388 โดย ย้ายจากวดั คอนเซ็ปชัญไปอยู่
สง่ั ซอื้ กล้องถา่ ยรูปมาจากฝรงั่ เศส ที่วัดอัสสมั ชญั จนกระท่งั
• บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์ ได้เขียนพจนานกุ รม 4 ภาษา มรณภาพ
คือ ภาษาไทย ละติน ฝร่งั เศส อังกฤษ พิมพ์ขน้ึ ใน • มีฝมี ือในการชบุ โลหะ ซึ่งบตุ รหลาน
พ.ศ. 2397 เขยี นหนังสอื ไวยากรณภ์ าษาไทยเป็น ขา้ ราชการบางคนได้เรยี นรู้
ภาษาฝร่ังเศส และแตง่ หนงั สอื เรอ่ื ง "เลา่ เรอ่ื งเมอื ง
สยาม" ทาให้ชาวยโุ รปรจู้ ักเมืองไทยดีย่งิ ขึน้ • ไดส้ ร้างโรงพิมพภ์ ายในวัดคอนเซ็ปชญั
และจัดพมิ พ์หนงั สือ สวดมนต์

๑๓. พระยากลั ยาณไมตรี
(ดร.ฟรานซิส บ.ี แซร์ – Dr.Francis B.Sayare)

ท่ีปรกึ ษาต่างประเทศ ชาวอเมริกนั : ผมู้ บี ทบาทสาคญั ในการเจรจา
แก้ไขสนธสิ ัญญาทไี่ ม่เสมอภาคระหวา่ งไทยกับนานาประเทศ

• พระยากัลยาณไมตรี (ฟรานซสิ บี. แซร์) เป็นอาจารย์คณะนติ ศิ าสตร์
มหาวทิ ยาลัยฮาร์วารด์ และเป็นบุตรเขยของวูดโรว์ วิลสนั อดตี
ประธานาธบิ ดสี หรัฐอเมรกิ า

• ฟรานซสิ เปน็ นิตศิ าสตรบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ฮาร์วาร์ด ตอ่ มา เดนิ ทาง
มายังประเทศไทย ในฐานะเอกอคั รราชทูตสหรัฐประจาสยาม

• ขณะดารงตาแหนง่ ในประเทศไทย ไดช้ ่วยงานดา้ นการต่างประเทศของ
ไทย โดยเปน็ ทป่ี รกึ ษาด้านการต่างประเทศ ต้ังแต่ พ.ศ. 2466 ใน
รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว (รัชกาลท่ี ๖) มาจนถงึ
รัชกาลพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อย่หู ัว (รชั กาลที่ ๗)

• พ.ศ. 2469 ร่วมร่างเค้าโครงรัฐธรรมนญู ฉบับของ
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ด้วย ในชอื่
"Outline of Preliminary Draft“

• พ.ศ. 2468 เป็นผแู้ ทนรฐั บาลสยามเจรจาสนธิสญั ญา
ไทย-สหรฐั อเมริกา จงึ ได้รับพระราชทานบรรดาศกั ดเ์ิ ปน็
“พระยากัลยาณไมตร”ี มีตาแหน่งราชการในกระทรวง
การตา่ งประเทศ

• เป็นคนทส่ี องตอ่ จากพระยากลั ยาณไมตรี (เจนส์ ไอ
เวอรส์ ัน เวสเตนการ์ด)

๑๔. ศาสตราจารยศ์ ิลป์ พีระศรี

ผูม้ ีความสามารถและพฒั นาศิลปะรว่ มสมัยในประเทศไทย

• ศาสตราจารย์ ศิลปพ์ รี ะศรี เดมิ ชอ่ื คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci)
เป็นชาวอิตาลีสัญชาติไทย

• เปน็ ประติมากร จากเมืองฟลอเรนซ์ ทีเ่ ข้ามารับราชการในประเทศไทย
ตั้งแตส่ มยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หวั

• เปน็ ปชู นียบคุ คลคนหนึ่ง ของไทยที่ได้สรา้ งคณุ ปู การในทางศิลปะ
• มผี ลงานทเ่ี ปน็ ทก่ี ล่าวขานจนเป็นทร่ี จู้ ักกว้างขวาง ทัง้ ยงั เปน็ ผกู้ ่อตัง้ และ

อาจารย์สอนวิชาศิลปะที่โรงเรยี นประณตี ศลิ ปกรรม
• ภายหลังไดร้ ับการยกฐานะใหเ้ ป็นมหาวทิ ยาลัยศิลปากร โดยดารงตาแหน่ง

อธิการบดมี หาวิทยาลยั ศิลปากรคนแรก

ผลงานประติมากรรม ของ ศิลป์ พรี ะศรี

• สมเดจ็ เจา้ ฟา้ กรมพระยานรศิ รานวุ ัดติวงศ์ (เฉพาะพระเศยี ร) - ทาจากสาริด ถือเป็นผลงานชน้ิ แรกทีท่ าใหศ้ าสตราจาย์
ศิลป์เปน็ ทรี่ ู้จกั

• พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว (เฉพาะพระเศยี ร) - พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัวทรงพอพระราช
หฤทยั เป็นอยา่ งมากหลังไดเ้ ห็นพระบรมรูปของพระองค์

• พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยหู่ วั (ครึ่งพระองค์) - ทาปนู ปลาสเตอร์ ปัจจบุ ันอยู่ท่กี องหัตถศิลป์ กรมศลิ ปากร
• พระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั อานันทมหิดล 2 องค์ - ทาปนู ปลาสเตอร์ ปจั จุบันอยทู่ ีก่ องหตั ถศลิ ป์
• พระพันวัสสาอัยยกิ าเจา้ - เป็นประตมิ ากรรมนูนตา่ ดว้ ยปูนปลาสเตอร์ ปจั จบุ ันอยู่ท่ีหอศลิ ปแหง่ ชาติ
• สมเด็จกรมพระยาดารงราชานภุ าพ (ครง่ึ พระองค์) - ทาจากปนู ปลาสเตอร์ ปจั จุบนั อยู่ทีก่ องหัตถศิลป์ กรมศิลปากร
• สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ (เจรญิ ญาณวโร) วัดเทพศริ ินทราวาส (ครึ่งองค์) - ปัจจบุ นั อยู่ในกรมศิลปากร
• พระญาณนายก (ปลื้ม จนั โทภาโส มณีนาค) วัดอุดมธานี จังหวดั นครนายก - เป็นประติมากรรมนูนสูง ทาจากปูนพลา

สเตอร์
• หลวงวิจติ รวาทการ (ครึง่ ตัว) - ทาจากปนู ปลาสเตอร์ ปจั จบุ ันอยทู่ ีก่ รมศิลปากร
• ม.ร.ว.สาทิศ กฤดากร (เฉพาะศรี ษะ) - ทาจากบรอนซ์
• นางมาลนิ ี พีระศรี (เฉพาะศรี ษะ) - ปจั จบุ นั ต้ังอยทู่ ่พี ิพิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ ศลิ ป์ พรี ะศรี อนุสรณ์ กรงุ เทพมหานคร
• โรมาโน (ลกู ชาย ภาพรา่ งไมเ่ สรจ็ ) - ปัจจุบนั อยทู่ ี่กรมศลิ ปากร
• นางมเี ซยี ม ยบิ อินซอย (รปู เหมอื นคร่งึ ตวั ) - ทาจากบรอนซ์ ปัจจบุ ันอยูท่ ี่หอศลิ ปแหง่ ชาติ
• พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวอานันทมหดิ ล (เฉพาะพระเศยี ร)
• พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช - ครึ่งพระองค์ ปน้ั ไม่เสรจ็ เพราะเสียชีวิตกอ่ น


Click to View FlipBook Version