The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือ สมุนไพรม้ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunshine numsai, 2024-04-09 01:41:21

คู่มือ สมุนไพรม้ง

คู่มือ สมุนไพรม้ง

45 บทที่ 4 : การจัดการสมุนไพรและใช้ ประโยชน์ 2. การจัดการสมุนไพรโดยน ามาปลูกในสวนและดูแลแบบธรรมชาติ 1.1 รูปแบบการจัดการ ย ก ตั ว อ ย่ า ง ก ร ณีก ลุ่ ม แม่บ้านตระกูลแซ่ท้าว หมู่บ้าน แม่สาใหม่ ต.โป่ งแยง อ.แม่ริม จ.เชี ย งให ม่ เนื่ อ งจ ากก ลุ่ ม แม่บ้านเป็ น สมาชิ กของกลุ่ม ส มุ น ไ พ ร ส ต รี ช น เผ่ าม้ งใ น ประเทศไทย และได้ร่ วมท า กิ จ ก ร ร ม ข อ ง ก ลุ่ ม รวม ท้ัง สมาชิ กใน กลุ่มบ างคน ก็เป็ น หมอสมุนไพรที่มีความเชี่ยวชาญ และเล็งเห็นความส าคัญในการ ฟ้ืนฟูพนัธุ์พืชสมุนไพร ดงัน้นัจึง ได้เริ่มสะสมและหาพันธุ์พืช สมุนไพรจากพ้ืนที่ต่างๆมาปลูก ไวใ้นสวน สภาพของสวนน้ันเป็นสวนวนเกษตร ซ่ึงปลูกพืชหลายชนิดท้งัไมเ้ล็กไมใ้หญ่ ไวก้่อนแลว้ และปล่อยให้เป็ นธรรมชาติ ที่ส าคัญไม่มีการใช้สารเคมี โดยอาศัยใบไม้ที่ตก ลงมาและกลายเป็ นปุ๋ ย และเนื่องจากมีต้นใหญ่จึงท าให้มีความช้ืนที่พอดีจึงไม่ต้องเสีย ค่าใชจ้่ายในการสูบน้า สา หรับการดูแลน้นัจะคอยดูแลเรื่องไฟ และทา ข้นับนัไดเพื่อป้องกนั การพังทลายของดิน ดงัน้นัสภาพของสวนจึงมีสภาพที่ใกลเ้คียงกบัธรรมชาติมาก จึงทา ให้ พืชสมุนไพรที่ปลูกน้นัมีความอุดมสมบูรณ์ และปัจจุบนัน้ีก็มีจา นวนสมุนไพรมากกว่า 70


46 บทที่ 4 : การจัดการสมุนไพรและใช้ ประโยชน์ ชนิดที่ได้ปลูกไว้ โดยจะแยกโซนปลูกไว้ต่างหากและปลูกแซมกับพืชชนิดอื่นๆด้วย ซึ่งมี ท้งัสมุนไพรที่ใชร้ักษาโรคและเป็นพิษ เนื่องจากกลุ่มแม่บ้านได้บอกว่าต้องปลูกไว้เมื่อเวลา ที่ลูกหลานมาดูจะได้รู้ว่าชนิดไหนใช้รักษาและชนิดไหนเป็ นพิษ ในปัจจุบันน้ีสวนนว เกษตรน้ีก็ไดก้ลายเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของท้งัหน่วยงานรัฐและเอกชน และกลุ่มแม่บ้าน ก็ได้กลายเป็นวิทยากรในพ้ืนที่ และยังสามารถเก็บผลผลิตและสมุนไพรในสวนไป ท าอาหารให้ผู้มาศึกษาดูงานด้วย รวมถึงยังกลายเป็ นสถานที่ศึกษาส าหรับเด็กนักเรียนใน ชุมชน ซ่ึงครูไดเ้ชิญใหผ้รูู้้ไปสอนในโรงเรียน และบ่อยคร้ังที่ผูรู้้จะพาเด็กนกัเรียนมาดูสวน เพื่อศึกษาจากของจริง 1.2 การใช้ประโยชน์ เนื่ องจากส วน เป็ น ของตระกูลแซ่ท้าว ดังน้ัน ก ลุ่ ม ที่ จ ะ ม า ดู แ ล แ ล ะ ใ ช้ ประโยชน์จึงเป็ นกลุ่มแซ่ท้าว เป็ นหลัก ถ้ามีใครไม่สบาย หรื อต้องการยาก็สามรถไป เก็ บ ม าใช้ ไ ด้ แ ต่ ต้อ งเป็ น จ านวนไม่มาก ซึ่งนอกจากใช้ กนัภายในตระกูลแลว้ก็ยงัมีการแบ่งปันกนั ใช้ให้แก่ตระกูลอื่นแต่จะต้องได้รับการอนุญาต ก่อน นอกเหนือจากใช้กันในชุมชนแล้วก็ยงัสามารถสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มได้บางคร้ัง สามารถน าไปขายหรือถ้ามีกลุ่มที่เข้ามาศึกษาดูงานก็สามารถน ายามาปรุงเป็ นส่วนประกอบ ของอาหารได้


47 บทที่ 4 : การจัดการสมุนไพรและใช้ ประโยชน์ การดูแลน้นัจะช่วยกนัดูแล ไม่มีการแบ่งเวรวา่ ใครดูแลวนัไหนบา้ง ถา้ใครว่างจาก การท าไร่ท าสวนก็ไปดูแล เนื่องจากสภาพสวนน้นัมีความช้ืนมากพอจึงไม่ตอ้งกงัวลเรื่อง การใหน้ ้า เพียงแต่คอยปลูกเสริมต้นที่ตายแลว้และหาพนัธุ์อื่นๆจากพ้ืนที่ต่างๆมาปลูก 3. การน าพืชสมุนไพรมาปลูกในชุมชน โดยทวั่ ไปแลว้ในแต่ละ ครัวเรื อนก็จะมีสวนสมุนไพร เล็กๆไว้ จะมีสมุนไพรมากน้อย ก็ข้ึนอยู่กบัว่าเป็นหมอยาหรือไม่ ถ้าเป็ นหมอยาก็จะปลูกไว้เยอะ เพื่อใช้ในการรักษาคนป่ วย และ ถ้าไม่ ใช่ ห ม อ ยาก็จะป ลู ก ย า พ้ืนฐานไว้ประมาณ 3-7 ชนิ ด ซึ่ งส่ วนให ญ่ จะเป็ นยาที่ ใช้ในการบ ารุ งร่ างกาย สามารถน าไปประกอบอาหารได้ ในบางชุมชนจะมีการรวมตัวกันเป็ นกลุ่ม ตระกูล หรือเป็ นชุมชนในการท าปลูกสวนสมุนไพร เพื่อจะไดใ้ช้กนัท้งัชุมชน เช่น กรณีบ้านพญาพิภักดิ์ จ.เชียงราย ซึ่งได้มีกลุ่มหมอยาสมุนไพรที่เล็งเห็นว่า ยาสมุนไพรเริ่มหายากข้ึนทุกวนัและเกรงว่าจะสูญ พนัธุ์ไปถา้ไม่มีการฟ้ืนฟูจึงไดรวมตัวกันเพื่อ ้ หาพันธุ์สมุนไพรจากที่ต่างๆมาปลูกในสวนของ ชุมชน และช่วยกันดูแล ซึ่งทุกคนในชุมชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ไม่สามารถน าไป ขายเพื่อตวัเอง กรณีนา ไปขายน้นัรายไดจ้ะเป็นของกลุ่ม ในปัจจุบนัน้ีสวนสมุนไพรในชุมชนก็


48 บทที่ 4 : การจัดการสมุนไพรและใช้ ประโยชน์ ไดก้ลายเป็นพ้ืนที่ศึกษาดูงานของหน่วยงานต่างๆรัฐและเอกชนท้งัในและต่างประเทศ ซ่ึงถือว่า เป็นความสา เร็จของกลุ่มสตรีที่ไดร้่วมกนั ฟ้ืนฟูพนัธุ์พืชสมุนไพร ตัวอย่างพืชสมุนไพรและวิธีการใช้ รูปตัวอย่าง ชื่อเรียก/ประโยชน์ รักษาโรค Paj haus zib qus ยารักษาอาการมือเท้าแพลง และปวดหลังปวดเอว Ko taw os ยาบ ารุง Xab txhwm mab ยาบ ารุง แก้ปวดหลัง Tsuaj rog liab ยาบ ารุง แก้ปวดกระดูก หัว เข่า Ko taw os soob ยาบ ารุงร่างกายให้มีความ


49 บทที่ 4 : การจัดการสมุนไพรและใช้ ประโยชน์ แขง็แรง หรือเพิ่มกา ลงั ขับลม Tsuaj noj chaum ยาแก้ท้องร่วง ยาแก้แพ้ Siv fwj xyab บ ารุงให้โลหิตไหลเวียนดี Kaus duj แก้ปวดท้อง โรคกระเพาะ ม้ามแข็ง Kuab lo txhav ยาสมานกระดูก Xab txhwm suav บ ารุงแก้โรคกระเพาะ ท้องอืด ท้องเพ้อ แก้ท้องร่วง แก้บิด


50 บทที่ 4 : การจัดการสมุนไพรและใช้ ประโยชน์ Ntshab tsuag ยาขับเลือดท าให้ร่างกาย อบอุ่น แก้ปัสสาวะอักเสบ Ntoo zaws kos แก้ลมชัก ลดความดัน Hmab znaubraws txaij ยาแก้ไข้หวัด ไข้ทรพิษ เม็ด โลหิตขาวเป็นพิษ หรือติดเช้ือ Txiv ncaim toj chaw qes ยาแก้ดีอักเสบ แก้ตับอักเสบ


51 บทที่ 4 : การจัดการสมุนไพรและใช้ ประโยชน์ Pua toj ยาแก้ปวดท้อง แก้ไอ แก้หน้า มืดเป็นลม ยากนัผีชวั่ร้าย ไม่ให้เข้ามาใกล้ Txiv ncaim toj toj siab แก้อาการแพ้ท้อง Paj haus zib nyeg ยาสมานกระดูก ยาบ ารุง ร่างกายและเลือด Paj qhaus qoov ยาแก้ปัสสาวะอักเสบ


52 บทที่ 4 : การจัดการสมุนไพรและใช้ ประโยชน์ Ntshaub tswg liab ยาฆ่าเช้ือรา แกโ้รคงูสวดั Zaub kig tsov ยาแก้โรคหนองใน Kab raus ยาแก้อักเสบ ปอดบวม แก้ไอ หลอดลมอักเสบ Tsawb ntug ยาแก้ปวดท้อง ยาบ ารุง ร่างกาย Pawj qaib ยาละลายเลือด ห้ามเลือด แก้ ช้า ใน Tshuaj noj txhaum ยาแก้แพ้


53 บทที่ 4 : การจัดการสมุนไพรและใช้ ประโยชน์


บทที่ ๕ บทสรุปและข้อเสนอแนะ


54 บทที่ 5 : บทสรุปและ ข้อเสนอแนะ บทที่ 5 บทสรุปและข้อเสนอแนะ 1. สรุป จากการศึกษาระบบการถ่ายทอดสืบทอดผ่านรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น การ ถ่ายทอดตามวิถีชีวิต การถ่ายทอดผ่านกลุ่มหรือเครือข่ายชุมชน และการถ่ายทอดในระบบ โรงเรียน ได้ท าให้รู้ว่าองค์ความรู้ดา้นสมุนไพรและการรักษาสุขภาพน้นัยงัมีโอกาสรอดอยู่แต่ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะทา อะไรก็ย่อมมีปัญหาอุปสรรคท้งัน้ัน จะข้ึนอยู่กบัว่าตัวบุคคลหรือกลุ่ม หรือเครือข่ายจะร่วมกนัต่อสู้กบัอุปสรรคเหล่าน้ันอย่างไร เพราะการรักษาสุขภาพน้ันน้นั ไม่ได้ เน้นที่การรักษาสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่เน้นถึงพฤติกรรมในการดา รงชีพ นั่นหมายถึง ความ เชื่อ พิธีกรรมต่างๆ การดูแลสุขภาพ และเชื่อมโยงต้งัแต่ภาวะร่างกายของคน (ธาตุ)ฤดูกาล อาหารและยาสมุนไพร รวมท้งัการจดัการผลิตในระบบเกษตรกรรมที่ยงั่ยนื และระบบการรักษา สิ่งแวดลอ้มของชุมชนด้วย ท้งัน้ีผูท้ ี่จะทา งานดา้นสมุนไพรหรือจะฟ้ืนฟูดา้นสมุนไพรควรจะ ตระหนกัถึงปัญหาเหล่าน้ี 2. ปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้และถ่ายทอด 1.) ขาดการบันทึกข้อมูลและจัดระบบข้อมูล 2.) ขาดทักษะในการถ่ายทอดให้เกิดความน่าสนใจ ความรู้ด้านภาษาที่ใช้สื่อสารและ ท าความเข้าใจยาก และเพราะวิธีคิดและวิธีการเรียนรู้ภูมิปัญญาในอดีตและปัจจุบัน ไม่เหมือนกัน จึงยากที่จะเข้าใจได้โดยง่าย 3.) การหวงแหนวิชาของผู้ทรงภูมิปัญญา ท้งัที่มีเหตุผลมาจากความเชื่อ ข้อห้ามต่าง ๆ และผลประโยชน์


บทที่ 5 : บทสรุปและ ข้อเสนอแนะ 55 4.) ชื่อสมุนไพรท าให้ไม่สะดวกในการสืบค้น พืชสมุนไพรบางตัวได้สูญพันธุ์ไปแล้ว และบางอย่างหาค่อนข้างยาก 5.) ขาดผู้ร่วมมือจากสถาบันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การศึกษา แพทย์แผนใหม่ ฯล องค์กรหรือเครือข่ายชาวบ้านไม่ได้รับการยอมรับจากทางราชการ 6.) ระบบเศรษฐกิจในชุมชนเปลี่ยนเป็ นทุนนิยม ท าให้ผู้รู้ไม่มีเวลาในการถ่ายทอด และท าให้ชุมชนขาดจิตสา นึกในการร่วมฟ้ืนฟู 3. ข้อเสนอแนะ 1.) ควรท าการบันทึกข้อมูลให้เป็ นข้อมูลภาพ 2.) ผู้รู้ควรได้รับการฝึ กอบรมทักษะการถ่ายทอดที่ท าให้เกิดความน่าใจต่อเด็กหรือคน รุ่นใหม่ 3.) ควรท าความเข้าใจว่ามีความเชื่อ กฎจารีต หรือข้อห้ามเกี่ยวกับการถ่ายทอดองค์ ความรู้หรือไม่ และควรปฏิบัติตามเพื่อไม่ให้ผู้รู้เกิดความล าบากใจ 4.) ควรบนัทึกชื่อสมุนไพรเป็นชื่อพ้ืนบา้น และจดัให้มีแหล่งรวบรวมพนัธุ์พืช สมุนไพรไว้เพื่อให้ได้ศึกษา 5.) ควรเชื่อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงเรี ยน แพทย์แผนใหม่ เป็ นต้น ส าหรับโรงเรียนน้ันให้บรรจุไปเป็นวิชาเรียน และเชิญผู้รู้ไปเป็ นวิทยากร ส่วน ดา้นการแพทยน์ ้ันไม่ควรจา กดัว่าผูท้ ี่สามารถทา การรักษาคนได้ตอ้งมีใบอนุญาต และควรให้ความส าคัญแก่หมอสมุนไพร โดยให้มีบทบาทในการรักษาคนใน สถานพยาบาลด้วย เช่น อนามัย เป็ นต้น 6.) สร้างจิตส านึกให้ชุมชนในการตระหนักถึงความส าคัญของการถ่ายทอดสืบทอด องค์ความรู้ เช่น ให้มีการเชิดชูเกียรติคุณของผู้รู้ เป็ นต้น


56 บทที่ 5 : บทสรุปและ ข้อเสนอแนะ “ถ้าพูดถึงความเป็ นห่ วงเกี่ยวกับยาสมุนไพร จะเห็นว่าทุกวันนี้การใช้น้อยสมุนไพร น้อยลงเพราะจะไปหาหมอกัน ถ้าเราไปหาหมออาการของเราจะเป็ นอย่างไรแล้วแต่หมอ สมัยนี้ ไม่เหมือนกับสมัยของปู่ ย่าตายายที่ท าไร่ท าสวนแบบที่ขุดไม่ลึก ถึงแม้ต้นสมุนไพรจะถูกถาก ออกแต่รากก็ยังอยู่ เมื่อท าไร่ เสร็จยาสมุนไพรก็จะขึ้นมาใหม่ แต่สมัยนี้จะมีการใช้รถไถ เพราะ ต้องท าไร่ ถาวร จึงท าให้ยาสมุนไพรหายไป ของชนเผ่าม้งจึงเป็ นห่วงมากในเรื่องนี้ เพราะในป่ า เชิงเขานั้นถือว่าเป็ นสิ่งส าคัญและมีความหลากหลายทางด้านพืชสมุนไพรมากที่สุด แต่เมื่อพื้นที่ นี้ถูกท าไร่ ก็ท าให้พืชสมุนไพรหายไป ซึ่งบนภูเขาสูงที่ยังอนุรักษ์ไว้นั้นก็มียาบางตัว แต่นับว่าไม่ หลากหลายเท่าบริเวณเชิงเขา ถ้าเราคนม้งไม่มีการท าพิธีกรรมต่างๆ เช่น การอัวเน้ง การสู่ ขวัญ เป็ นต้น อย่างนี้ไปก็ จะเปรียบเหมือนว่าคนม้งไม่เป็ นม้งอีกถ้าชาวม้งอย่างเราไม่มีการเป็ นห่วงหรือการอนุรักษ์เรื่องยา สมุนไพรและพิธีกรรมนั้นชาวม้งจะไม่มีตัวตน ฉันต้องการที่จะเสนอแนะให้ กับลูกหลาน ชุมชน รัฐบาล ในเรื่ องการสงวนลิขสิทธิ ด้านยาสมุนไพรในปัจจุบัน ยาสมุนไพรมีมากมายที่ไม่สามารถเอามาสอนให้ ลูกหลานได้ หรื อ สอนในชุมชน แต่ถ้าสอนยาบางตัวก็สอนได้แต่มีบางตัวที่สงวนลิขสิทธิเพราะเป็ นยาของวงศ์ ตระกูลเราก็สอนไม่ได้ตรงนี้เป็ นปัญหาอีกอย่างหนึ่งและอยากเสนอแนะว่านักวิชาการ ลูกหลาน คนที่ท างานรัฐบาลสามารถสงวนลิขสิทธิ์ให้เราได้ยาที่สงวนลิขสิทธิ์มีหลายอย่าง เช่น ยางูกัด ยา กระดูกหัก เป็นต้น จึงต้องมีการสงวนลิขสิทธิ์ตามวงค์ตระกูล ณ ปัจจุบันนีจ้ึงส่งแต่ยาทั่วไป และ มีบางครั้งเราไปสอนก็ผิดเพราะไม่มีการอนุญาติก็มีการผิดเราจึงไม่สามารถที่จะเอามาเผยแพร่ ณ ปัจจุบันรัฐบาลให้ คนที่สามารถรักษาคนได้นั้นต้องมีใบอนุญาติ จึงเป็ นปัญหาที่มี มากที่สุดเพราะถ้าเรารักษาก็จะผิดกฏหมายแล้วยังกลายเป็ นหมอเถื่อน เราก็เรียนมาแต่ท าไมเรา ไม่ได้ใบอนุญาติจากรัฐบาลจึงเป็ นแค่หมอเถื่อนเท่านั้น ฉันจึงอยากให้รัฐบาลน่าจะอนุญาติให้กับ ชนนเผ่าม้ง” ด้วยความห่วงใยลูกหลานชนเผ่าม้ง นางชี แซ่ลี


57 ภาคผนวก ประวัติผู้รู้ 1. นางชี แซ่ลี น างซี แซ่ ลี ผู้ห ญิ งช น เผ่าม้ง เกิ ด เมื่ อ ปี 2499 ปัจจุบันอายุ 50 ปี อยู่บ้านพญาบ้านพญาพิภักดิ์ ต.ยางฮอม อ. ขุนตาล จ.เชียงราย ได้จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาปี ที่ 6 ในปี พ.ศ. 2545 จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอ าเภอขุน ตาลจังหวัดเชียงราย นานมาแล้วเมื่อปี ค.ศ. 1970-1972 ได้ เคยไปอบรมในด้านสมุนไพรและแพทย์จีนและกลับมาท างาน เป็ นหมอกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในพ้ืนที่จ.พะเยาและจ.เชียงราย หลังจากมอบ ตัวแล้วได้อุทิศตนเพื่อท างานกับสังคมม้ง และกลุ่มสตรีชนเผ่ามาเป็ นระยะเวลาประมาณ 24 ปี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2549 ได้รับรางวัล “ปกป้องสิทธิมนุษยชนดีเด่น” ประจ าปี พ.ศ. 2549 ในวัน สตรีสากล ประสบการณ์การท างานเพื่อสังคมในอดีต - ประธานกลุ่มแม่บ้านบ้านขุนแม่วาก ปี พ.ศ. 2538-2543 - ประธานกลุ่มสมุนไพรบา้นขุนแม่วากและเป็นผูร้ิเริ่มก่อต้งกลุ่มสมุนไพรและ ั ริเริ่มพฒันาศูนยส์มุนไพรของบ้านขุนแม่วาก ซ่ึงศูนยส์มุนไพรน้ันยงัคงอยู่ จนถึงปัจจุบัน - คณะกรรมการเครือข่ายสตรีชนเผ่า พ.ศ. 2542-2543 - ประธานคณะกรรมการเครือข่ายสตรีชนเผ่าเขตเชียงราย ปี พ.ศ.2542-2543 - คณะกรรมการเครือข่ายสตรีชนเผ่าเขตเชียงราย ปี พ.ศ.2544-2545


58 - กรรมการสมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาใน ประเทศไทย 2 สมัย ต าแหน่งการท างานเพื่อสังคมในปัจจุบัน 1) ประธานกองทุน SIF บ้านพญาพิภักดิ์ ปี พ.ศ. 2542-ปัจจุบัน 2) กรรมการโรงเรียนบ้านพญาพิภักดิ์ 3) กรรมการฝ่ ายประชาคมหมู่บ้านพญาพิภักดิ์ 4) ปรึกษาชมรมความร่วมมือมง้ไทยและมง้ฝรั่ง 5) ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรของ “กลุ่มสมุนไพรม้ง” องค์ความรู้ที่ได้รับและสะสมมาคือ • การวินิจฉัยโรคและข้นัตอนการรักษาแต่ละโรค • การจ าแนกประเภทและปริมาณของยาที่จะใช้รักษาคนไข้แต่ละคน แต่ละวัย และแต่ละโรค • การฉีดยา • การฝังเข็ม • การนวด จับเส้น • การใช้คาถา พิธีกรรม 2. นางเลาเจี๊ย ลีลาศีลธรรม


59 นางเลาเจี๊ยะ ลีลาศีลธรรม อายุ 46 ปี บ้านเดิมอยู่ บ้านห้วยไคร้ อ.เวียงป่ าเป้า จ.เชียงราย เนื่องจากเป็ นลูกคนโตจึงต้องดูแลน้องชายและน้องสาวที่มีท้งัหมด 8คน และเมื่อพ่อเสียชีวิตตนก็ ต้องช่วยแม่ท างาน เมื่ออายุ 14 ปี ก็แต่งงานก็ย้ายตามสามีมาอยู่ที่บ้านแม่ยะน้อย ต.บ้านหลวง อ. จอมทอง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันมีลูก4คน เป็นชายท้งัหมด ตอนที่คลอดลูกคนแรกน้ันไม่สบาย มาก ไปหาหมอก็ไม่หาย พอดีมีหมอพ้ืนบา้นจากที่อื่นมาขายยาสมุนไพรตนก็ไดซ้ ้ือมากิน และ อาการเหล่าน้นัก็หาย จึงทา ให้ตนสนใจที่จะเรียนรู้และไดน้า เงินจา นวน 5,000 บาท และธูปไป ขอเรียนกบัหมอยาผูน้้นั ปัจจุบนัน้ีตนไดก้ลายเป็นผูเ้ชี่ยวชาญดา้นยาสมุนไพรในหมู่บา้นและได้ ช่วยรักษาให้พี่น้องในหมู่บ้าน องค์ความรู้ที่ได้รับและสะสมมา - การใช้ยาสมุนไพร การแยกแยะ ประเภท / ชนิด /กลิ่น ของยาสมุนไพร เช่นใช้ ลิ้นสัมผสัรสชาติของสมุนไพรว่า มีรสขม หวาน จืด ถึงจะรู้ว่าสมุนไพรแต่ละ ชนิดน้นัชื่ออะไร ใชร้ักษาโรคใดบา้ง ตอ้งรู้ส่วนผสมและชื่อดว้ยจะไดน าไปใช้ ้ ได้อย่างถูกต้องละถูกวิธี - การวินิจฉัยโรค ข้นัตอนการรักษา เรียนรู้แต่ละประเภท ปริมาณของยาที่ใช้ รักษา เพราะคนไข้แต่ละคนอาการเจ็บป่ วยเหมือนกันแต่ขนาดการใช้ยาย่อม แตกต่างกันไป ตามวัย เพศ เป็ นต้น - การจับ การนวดคลายเส้น โดยการเรียรรู้และฝึ กปฏิบัติจากผู้รู้ ด้วยตนเอง เช่น การจดจา และการฝึกปฏิบตัิใหม้ีความเชียวชาญถึงข้นันา ไปปฏิบตัิไดจ้ริง - เรียนรู้การคล าลูกที่อยู่ในครรภ์ของผู้หญิงได้โดยการเรียนรู้ทฤษฎีและฝึ ก ปฏิบัติให้เกิดความช านาญ


Click to View FlipBook Version