การออกแบบเอกสาร
จัดทำโดย
นางสาวสวรินทร์ มูลดิษฐ์
ระดับชั้น ปวส.1 การจัดการสำนักงาน เลขที่18
เสนอ
คุณครูอรินทยา ใจเอ
การออกแบบ (Design) คือศาสตร์แห่งความคิด และต้องใช้ศิลป์ร่วมด้วย เป็นการสร้างสรรค์
และการแก้ไขปัญหา ที่มีอยู่ เพื่อสนองต่อจุดมุ่งหมายและนำกลับมาใช้งานได้อย่างน่าพอใจ
ความน่าพอใจนั้น แบ่งออกเป็น 3 ข้อหลัก ๆ ได้ดังนี้
ความสวยงาม เป็นสิ่งแรกที่เราได้สัมผัสก่อน คนเราแต่ละคนต่างมีความรับรู้เรื่องความสวยงาม กับความพอใจ ในทั้ง
2 เรื่องน้ีไม่เท่ากัน จึงเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอย่างมากและไม่มีเกณฑ์ในการตัดสินใด ๆ เป็นตัวที่กำหนด อย่างชัดเจน
ประโยชน์ใช้สอยที่ดีเป็นเรื่องที่สำคัญ มากในงานออกแบบทุกประเภท เช่นถ้าเป็นการออกแบบสิ่งของ เช่น เก้าอี้ โซฟา นั้น
จะต้องออกแบบมาให้นั่งสบายไม่ปวดเมื่อยถา้เป็นงานกราฟิก
มีแนวความคิดในการออกแบบที่ดีเป็นหนทางความคิด ที่ทำให้งานออกแบบสามารถตอบสนอง ต่อความรู้สึกพอใจ
ชื่นชม มีคุณค่า
การออกแบบ หมายถึง การรู้จักวางแผนจัดทำตามขั้นตอน และรู้จักเลือกใช้วัสดุวิธีการเพื่อ
ทำตาม ที่ต้องการนั้น โดยใหส้อดคล้องกับลักษณะรูปแบบ และคุณสมบัติของวัสดุแต่ละ
ชนิด ตามความคิดสร้างสรรค์และ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ข้ึนมา เช่น การจะทำโต๊ะข้ึนมาสักหนึ่ง
ตัว เราจะต้องวางแผนไว้เป็นขั้นตอน โดยต้องเริ่มต้น จากการเลือกวัสดุที่จะใชใ้นการทำโต๊ะ
นั้นว่า จะใช้วัสดุอะไรที่เหมาะสม ในการยึดต่อระหว่างจุดต่าง ๆ นั้นควรใช้ กาว ตะปู สกรู
หรือใช้ข้อต่อแบบใด รู้ถึงวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้งาน ความแข็งแรง และการรองรับน้ำ
หนักของโต๊ะสามารถรองรับได้มากน้อยเพียงใด สีสันควรใช้สีอะไรจึงจะสวยงาม เป็นต้น
องค์ประกอบมูลฐานของการออกแบบ การจัดองค์ประกอบศิลป์
(Composition)
สิ่งซ่ึงปรากฏแก่สายตารอบ ๆ ตัว
โดยผู้ออกแบบสามารถนา มาประสมประสานให้เกิดเป็นผลงาน ดังนั้น ผู้ออกแบบจึงจำเป็นต้องศึกษาวิเคราะห์
ถึงคุณสมบัติและบทบาทขององค์ประกอบมูลฐานต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริงในข้อดี และข้อจำกัดต่าง ๆ
เพื่อจะได้นำข้อดีขององค์ประกอบมูลฐานมาใช้กับงานออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ และพยายามหลีกเลี่ยง
ข้อจำกัดขององค์ประกอบมูลฐาน เพื่อมิให้ทำลายหรือลดคุณค่าของงานออกแบบ
องค์ประกอบมูลฐานของการออกแบบ ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ ดังนี้
จุด (Dot)จุดเป็นองคป์ระกอบพ้ืนฐานที่สำคัญสำหรับการออกแบบ เพราะจุดเป็นต้น
กำเนิดของเส้น และ น้ำหนักของภาพ
การที่ผู้ออกแบบ จะนำจุดมาใช้งานออกแบบสามารถใช้ได้ 3 ลัษณะ ดังน้ี
การวางตำแหน่งของจุดลักษณะกระจาย มักใช้ในการออกแบบแนวนอน
การวางตำแหน่งของจุดลักษณะเน้นช่องจังหวะเป็นการวางจุดโดยให้พักเป็นระยะ
การวางตำแหน่งของจุดลักษณะเป็นกลุ่มเป็นการทำให้จุดในงานออกแบบเกิดเอกภาพ
เส้น (Line)
เส้นเกิดจากการเดินทางหรือต่อเนื่องของจุดในลักษณะทิศทางเดียวกัน ในการออกแบบเส้น
อาจเกิดจากการลากพู่กัน (Brush Stroke) การขูดขีดด้วยดินสอ ปากกา ฯลฯ นักออกแบบ
ถือว่าเส้นเป็นองค์ประกอบมูลฐานที่สำคัญ เนื่องจากเส้นเป็นต้นกำเนิดของ รูปร่าง รูปทรง
ทิศทาง พ้ืนผิวและแสงเงาในภาพได้ในงานศิลปะ
ตะวันออกนิยมเน้นความงามที่เส้นรอบรูปมากกว่าการใช้สีสร้างแสงเงา เพราะเส้นที่เน้น
น้ำหนักต่างกัน สามารถสร้างแสงเงาในภาพได้
เส้นแนวนอน เส้นตั้ง (Vertical Line) เส้นเฉียง (Diagonal Line)
เป็นเส้นที่แสดงถึงความรู้สึกสงบนิ่ง เป็นเส้นที่แสดงถึงความสง่างาม ความ เป็นเส้นที่แสดงถึงความรู้สึกที่
กว้างขวาง ผู้ออกแบบสามารถ มีระเบียบ แข็งแรง ผู้ออกแบบ เคลื่อนไหวความไม่แน่นอนและ
นำอิทธิพลของเส้นนอนมาใช้ในการ สามารถนา อิทธิพลของเส้นตั้งมาใช้ใน เกิดทิศทาง
แก้ปัญหาสำหรับการออกแบบ เพื่อให้ การออกแบบเพื่อโน้มน้าวความรู้สึกของ
เกิดผลตามความต้องการได้ ผู้ดูให้เกิดความรู้สึกดังกล่าว
เส้นโค้ง (Curve Line) เส้นซิกแซก(Zigzag Line) เส้นคลื่น (Wave Line)
เป็นเส้นที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน เป็นเส้นซึ่งแสดงความรู้สึก เป็นเส้นที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวช้าๆ
นุ่มนวลแสดงถึงความอ่อนน้อม เคลื่อนไหวรุนแรง ไม่แน่นอน นิ่มนวลและเป็นจังหวะแก่ผู้พบเห็น
เศร้าโศก
รูปร่างและรูปทรง (Shape & Form)
รูปร่างและรูปทรง เกิดจากเส้นที่เดินทางครบวงจร ในการออกแบบ มักจะกล่าวถึงรูปร่างและ
รูปทรงควบคู่กันไป แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว รูปร่างจะมี 2 มิติได้แก่ความกว้างกับความยาว
ในระนาบแบน เหมือนกับการฉายไฟไปที่วัตถุแล้วเกิดเป็นเงาตกทอดที่ฉากลักษณะของเงา
นั้นถือว่า เป็นรูปร่าง ส่วนรูปทรงมี 3 มิติได้แก่ความกวา้งความยาวและความลึก ดังนั้น
อาจกล่าวได้ว่าตัววัตถุคือรูปทรง ส่วนเงา ของวตัถุคือรูปร่างรูปร่างและรูปทรงซ่ึงเป็นองค์
ประกอบมูลฐานในการออกแบบนั้น
3 รูปร่างและรูปทรง (Shape & Form)
องค์ประกอบมูลฐานในการออกแบบนั้นสามารถจำแนกได้เป็น
3 ประเภท ได้แก่
รูปเรขาคณิต เป็นรูปที่เกิดจากการสร้างข้ึนโดยใชเ้ครื่องมือ
เรขาคณิต ได้แก่ รูปวงกลม วงรี
สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม เป็นต้น รูปในลกัษณะน้ีจะมีความ
แข็งกระด้าง ความมีระเบียบ จึงเหมาะสำหรับ
งานออกแบบซึ่งต้องการความแข็งแรง มีระเบียบ เคร่งครัด เช่นงาน
ที่เกี่ยวกบัการก่อสร้าง งานวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
3 รูปร่างและรูปทรง (Shape & Form)
องค์ประกอบมูลฐานในการออกแบบนั้นสามารถจำแนกได้เป็น
3 ประเภท ได้แก่
รูปอิสระเป็นรูปที่ผูอ้อกแบบใช้จินตนาการสร้างข้ึนด้วยมืออิสระโดย
ไม่ใช้เครื่องจักรเข้าช่วย
อาจเกิดจากการดัดแปลงรูปทรงเรขาคณิต หรือเป็นการดัดแปลงจาก
รูปทรงในธรรมชาติก็ได้
3 รูปร่างและรูปทรง (Shape & Form)
องค์ประกอบมูลฐานในการออกแบบนั้นสามารถจำแนกได้เป็น
3 ประเภท ได้แก่
รูปธรรมชาติ เป็นรูปที่เกิดจากการนำลักษณะความงามในธรรมชาติ
มาใช้ในการออกแบบ รูปทรง
ในธรรมชาติที่ก่อใหเ้กิดแรงบันดาลใจในการออกแบบ ได้แก่
เปลวไฟ เปลือกหอย ก้อนหิน คลื่น ใบไม้เป็นต้น
การนำรูปทรงในธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบ ทำได้โดยการถ่าย
ภาพ การเขียนภาพแบบเหมือนจริง เป็นต้น
แสงและเงา (Light & Shade)
แสงและเงา เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ดูเกิดความรู้สึกต่อลักษณะ 3 มิติ ของรูปทรง ได้ชัดเจนยิ่งข้ึน
ในการออกแบบกราฟิก ซ่ึงกระทำบนวัสดุ 2 มิติ ผู้ออกแบบสามารถใช้แสงเงาเพื่อเน้นความลึก
หรือ มิติที่สามได้ โดยธรรมชาติของแสงย่อมตกกระทบบนผิว วัตถุไม่เท่ากัน ด้านที่ได้รับแสงจะมี
ความจ้า ส่วนด้าน ที่ตรงข้ามจะมีน้ำหนักมืดลงตามลำดับ การที่เรามองเห็นวตัถุได้นั้นเป็นผลมา
จากการที่มีแสงสวา่งมากระทบกับวัตถุทำให้เกิดเป็นบริเวณสว่าง และบริเวณมืด โดยบริเวณ
สว่างและบริเวณมืดจะค่อย ๆ กระจายค่า น้ำหนัก (Tone) ความอ่อนแก่อย่างกลมกลืน ปรากฏ
เป็นปริมาตรของรูปทรงวัตถุ
การออกแบบ
หมายถึง การรู้จักวางแผนจัดทำตามขั้นตอน และรู้จักเลือกใช้วัสดุวิธีการเพื่อทำตาม
ที่ต้องการนั้น โดยให้สอดคล้องกับลักษณะรูปแบบ และคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิด
ตามความคิดสร้างสรรค์และ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ข้ึนมา เช่น การจะทำโต๊ะข้ึนมาสักหนึ่งตัว
เราจะต้องวางแผนไว้เป็นขั้นตอน โดยต้องเริ่มต้น จากการเลือกวัสดุที่จะใชใ้นการทำโต๊ะนั้น
ว่า จะใช้วัสดุอะไรที่เหมาะสม ในการยึดต่อระหว่างจุดต่าง ๆ นั้นควรใช้ กาว ตะปู สกรู หรือ
ใช้ข้อต่อแบบใด รู้ถึงวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้งาน ความแข็งแรง และการรองรับน้ำหนัก
ของโต๊ะสามารถรองรับได้มากน้อยเพียงใด สีสันควรใช้สีอะไรจึงจะสวยงาม เป็นต้น
ช่องว่าง (Space)
ช่องว่าง หมายถึง การกำหนดช่องว่างในตัววัตถุหรือตัวรูป (Positive Space)
และช่องว่างรอบตัววัตถุหรือพ้ืน (Negative Space) การออกแบบในสมัย
ก่อนมักไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบและ พ้ืนที่เท่าใดกัน โดยผู้ที่
ออกแบบจะมุ่งให้ความสาคัญ แก่ตัวรูปเป็นส่วนใหญ่ แต่โดยที่งานออกแบบ
เป็นภาพรวม ของพื้นที่ทั้งหมดผู้ออกแบบที่ดีจึงควรพิจารณาถึงความสัมพันธ์
ต่อเนื่องระหวา่งรูปและพ้ืนใหม้ ีความเหมาะสมทัดเทียมกัน
สี(Color)
สีเป็นองค์ประกอบมูลฐานที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและการรับรู้ของผู้ดูเป็นอย่างยิ่ง
ถ้าเปรียบเทียบระหวา่งภาพสีกับภาพขาวดำจะพบวา่มีภาพสีย่อมแสดงความแตกต่างและ
ให้รายละเอียดแก่ผู้ดูได้ดีกว่า ภาพขาวดำ ยกตัวอย่างเช่น
สีแดง ให้ความรู้สึกร้อนอันตราย
สีส้ม ให้ความรู้สึกสว่างอบอุ่น
สีเลือดหมู ให้คามรู้สึกสง่า หนักแน่น
สีน้าตาล ให้ความรู้สึกเก่าแก่ ถ่อมตน
สีเหลือง ให้ความรู้สึกสดใส งอกงาม
สีน้าเงิน ให้ความรู้สึกสงบ จริงจัง
สีม่วง ให้ความรู้สึกหนักแน่น มีเลศนัย
ลักษณะพื้นผิว (Texture)
ลักษณะพ้ืนผิว หมายถึง ความรู้สึกในการจาแนกความเรียบ หรือ
ความขรุขระ ของผิววัตถุจากการสัมผัสทางสายตาลักษณะพ้ืนผิวที่
มีความแตกต่างกันย่อมเร้าให้ผู้ดูเกิดความสนใจ ความแปลกตา
ไม่น่าเบื่อหน่าย เช่น ผนังอาคารที่มี ลักษณะเรียบ ย่อมไม่สร้าง
ความน่าสนใจแก่ผู้ดู
แต่สถาปนิก ออกแบบโดยใช้พื้นผิวที่มีความแตกต่างกัน
หลักการจัดวางส่วนประกอบในการออกแบบ
การเน้นจุดแห่งความสนใจ (Emphasis)
ความสมดลุ(Balance)
ความมีเอกภาพ(Unity)
จังหวะ (Rhythm)
ความกลมกลืน(Harmony)
ความขัดแย้ง(Contrast)
สัดส่วน (Proportion)
ความเรียบง่าย(Simplicity)
หลักการออกแบบที่ดี
1 .ควรจะเป็นการออกแบบที่มีลักษณะเหมาะสมตรงกับความมุ่งหมายตามประโยชน์ใช้สอย
มีความกลมกลืนตามหลักเกณฑ์ความงามของสังคม และความสามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้
2. ควรเป็นการออกแบบที่มีลักษณะง่ายมีจำนวนผลิตผลตามความต้องการของสังคมและ
มีกระบวนการผลิตไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อน
3. ควรจะมีสัดส่วนที่ดี มีความกลมกลืนกัน ทั้ง ส่วนรวม เช่น รูปแบบ ลักษณะผิว เส้น สี เป็นต้น
และมีสัดส่วนที่เหมาะสมในการใชง้านด้วย
หลักการออกแบบที่ดี
4. ควรมีความเหมาะสมกับวัสดุและวิธีการมีคุณภาพมีวิธีการใช้ง่ายสะดวกสามารถผลิต
ได้ตรงตามความต้องการของสังคมปัจจุบัน
5. ควรมีลกัษณะของการตกแต่งอย่างพอดีไม่รกรุงรัง
6. ควรมีโครงสร้างที่เหมาะสมกลมกลืนกับวัฒนธรรมและความต้องการของสังคม
7. ไม่ควรสิ้นเปลืองเวลามากนัก
ประโยชน์ของการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ
สรุปได้เป็น4ประการสำคัญดังนี้
1.เพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบ 2. เพิ่มคุณภาพของงานออกแบบ
การที่คอมพิวเตอร์สามารถรับภาวะ
ในการเขียนแบบคอมพิวเตอร์สามารถ ทางด้านการคำนวณตัวเลขต่างๆการแสดง
ช่วยผู้ใช้วาดรูปต่างๆบนจอภาพได้อยา่ง ผลและการเขียนแบบ ไปจากผู้ออกแบบ
รวดเร็วและง่ายดาย ผู้ใช้ที่ไม่มีฝีมือในด้าน ได้ ทำให้ผู้ออกแบบสามารถใช้สมองและ
การเขียนแบบก็สามารถวาดแบบที่ต้องการ ความสามารถของตนเองทำงาน ในส่วนที่
ได้อย่างถูกต้องและได้มาตรฐานโดยอาศัย สำคัญอื่น ๆ เช่นความปลอดภัยความ
คอมพิวเตอร์ช่วยโดยผู้ใช้พียงแต่บอก สวยงามผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมให้ได้
ลักษณะรูปร่างของชิ้นงานให้อยู่ในรูปของ ดียิ่งขึ้น
ข้อมูลต่างๆให้กับคอมพิวเตอร์
3. ลดต้นทนุการออกแบบและการผลิต 4. เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลต่างๆ
ในการออกแบบ
การออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ตามปกติงานออกแบบโดยทั่วไป
เป็นการออกแบบที่ไม่สิ้นเปลืองทั้งวัสดุ เมื่อทำเสร็จแล้ว เรายังสามารถ
และเวลา เพราะ คอมพิวเตอร์สามารถ นำข้อมูลมาใช้ใน
จำลองการทำงานหรือวิเคราะห์งาน การออกแบบ ครั้งต่อไปได้
ออกแบบให้ได้โดยผู้ออกแบบไม่ต้อง
สร้างชิ้นงานต้นแบบข้ึนมาทดสอบจริงๆ
จบการนำเสนอ
ขอบคุณค่ะ