ชลดู นิ่มเสมอ
ศาสตราจารย์ชลูด เป็ นผูส้ ร้างสรรค์งานศิลปะช่วงรอยต่อระหว่างยุคเก่ากบั ยุคใหม่ของ
วงการศิลปะสมยั ใหม่ของไทย ทา่ นสนใจในผลงานศิลปะหลายรูปแบบและไดส้ ร้างสรรคผ์ ลงานศิลปะ
ที่มีคุณค่าไวเ้ ป็ นจานวนมากท้งั วาดเส้น จิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะภาพพิมพ์ และ ส่ือผสม โดยมี
ความเชื่อวา่ ศิลปะคือส่ิงท่ีแสดงออกซ่ึงแก่นแทข้ องความเป็ นมนุษย์ เพ่ือความเป็ นมนุษยท์ ี่ดีข้ึนของ
มนุษยชาติ ศิลปิ นทุกคนจะแสดงความเป็ นมนุษยต์ ามทศั นะส่วนตวั ออกมาในงานของตนไม่ดา้ นใดก็
ดา้ นหน่ึงเสมอ ไม่วา่ จะเนน้ ในดา้ นความเป็ นจริงหรืออุดมคติ ดา้ นชีวิตหรือวญิ ญาณ ดา้ นรูปธรรมหรือ
นามธรรม ดา้ นลบหรือดา้ นบวกก็ตาม ท้งั น้ีเพราะงานศิลปะเหล่าน้นั เป็นการแสดงออกของตวั ศิลปิ นเอง
เป็ นการแสดงออกของมนุษยท์ ่ีตอบรับและตอบโตก้ บั สภาพแวดลอ้ มท้งั ทางธรรมชาติและทางสังคม
ท่านเห็นวา่ ความเป็ นมนุษยค์ ือความดี และความดีน้นั สามารถแสดงออกไดด้ ว้ ย " ความงาม " ความดี
คือ ความรัก ความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ และความไม่เบียดเบียนระหว่างมนุษย์ด้วยกัน และ
ระหว่างมนุษยก์ บั ชีวิตท้งั หลาย ดงั น้นั งานศิลปะที่ท่านทาข้ึนจึงมีแนวโน้มไปในทางที่ดีงาม สงบ
บริสุทธ์ิ
ศาสตราจารย์ชลดู น่ิมเสมอ เกดิ เม่ือ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 ทจี่ ังหวดั ธนบุรี เป็ นศิลปิ นผู้
มีความเชี่ยวชาญในการสร้างงานหลายประเภท จบการศึกษาจากวิทยาลัยเพาะช่าง, มหาวิทยาลัย
ศิลปากร และ ประกาศนียบัตร Diploma of Fine Arts จากสถาบันศิลปะ Accademia di Belle Arti
แห่งกรุงโรม อติ าลี โดยในสมัยเรียนท่ศี ิลปากรนับได้ว่าเป็ นศิษย์รุ่นแรกๆ ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พรี ะ
ศรี ได้รับทุนไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา อิตาลี ประเทศฝรั่งเศส เป็ นผู้มีความรู้
ความสามารถในการสร้างสรรค์งานศิลปะอันมีคุณค่า ท้ังงานจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์
เป็ นอาจารย์สอนวิชาวาดเส้น องค์ประกอบศิลป์ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ทัศนียวิทยา
ทฤษฎีสี ฯลฯ เคยดารงตาแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ ซึ่งนอกจากงานสอน งานบริหารแล้ว ยังได้
สร้างสรรค์ ผลงานศิลปะด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์และส่ือผสม ท่มี ีคุณค่าทางศิลปะไว้
เป็ นจานวนมากจนได้รับรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงินและเหรียญทองแดงท้ังในและต่างประเท ศ
จานวน 13 รางวลั จนถูกยกย่องเป็ นศิลปิ นช้ันเยยี่ ม
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ศาสตราจารย์ชลูด น่ิมเสมอ ศิลปิ นวัย 86 และศิลปิ นแห่งชาติขา
ทศั นศิลป์ (ประตมิ ากรรม) ประจาปี 2541 ได้เสียชีวติ ลงแล้วด้วยภาวะปอดติดเชื้อเมื่อเวลา 06.45 น. ท่ี
โรงพยาบาลศิริราช
จิตรกรรมภาพชีวติ ไทย
จิตรกรรมภาพชีวติ ไทย
ในช่วงปลายทศวรรษ 2490 อาจารยช์ ลูดเป็ นหน่ึงในผูบ้ ุกเบิกการทาจิตรกรรมแนวใหม่ที่
ผสมผสานระหวา่ งแนวประเพณีแบบจิตรกรรมฝาผนงั ไทยประเพณีกบั จิตรกรรมสมยั ใหม่ที่เนน้ ความ
เรียบง่ายและเรื่องราวในชีวิตประจาวนั ของคนธรรมดาสามญั ผลงานเหล่าน้ีส่งอิทธิพลให้กบั วงการ
ศิลปะในขณะน้ันเป็ นอย่างมาก อาจารย์ชลูดเป็ นศิลปิ นสมยั ใหม่คนแรกท่ีนาเอาเทคนิคการปิ ด
ทองคาเปลวลงบนจิตรกรรมแบบงานไทยประเพณีมาใช้ในงานสมยั ใหม่ ซ่ึงต่อมาไดร้ ับความนิยม
เรื่อยมาจนถึงทุกวนั น้ี ผลงานท่ีถือวา่ เป็ นชิ้นครูชิ้นหน่ึงในประวตั ิศาสตร์ศิลปะสมยั ใหม่ไทยคือภาพ
สงกรานต์ ปี 2498
แนวทางสร้างสรรค์ผลงาน
ผลงานรูปธรรมทเี่ รียบง่าย พ.ศ. 2496-2505 เป็นงานประเภทจิตรกรรมสีน้ามนั จิตรกรรม
สีฝ่ นุ ปิ ดทอง ภาพพมิ พแ์ ละประติมากรรม ผลงานในยคุ แรกเป็นแบบเหมือนธรรมชาติ(Realistic)ซ่ึง
พยายามแฝงลกั ษณะของความเป็นไทยเอาไวใ้ นงานดว้ ยเร่ืองราว รูปทรงท่ีเรียบง่ายและในเทคนิค
ระยะแรกเป็นงานจิตรกรรมโดยใชเ้ รื่องราวเก่ียวกบั ประเพณีและการดาเนินชีวติ ของคนไทยในชนบท
ใชว้ ธิ ีการเขียนระบายสี การใหม้ ิติของภาพและเทคนิคการใชส้ ีแบบจิตรกรรมไทย แตใ่ ชร้ ูปทรงท่ีเรียบ
ง่ายและหนกั แน่นตามลกั ษณะของตนเอง ไดแ้ ก่ รูปทรงผหู้ ญิงในอิริยาบถ สภาพแวดลอ้ ม และกิจกรรม
ตา่ ง ๆ มาตดั ทอนออกใหเ้ หลือเพียงรูปทรงง่าย
ความบริสุทธ์ิแห่งธรรมชาติ
สุวรรณี
พกั ผ่อน
ผลงานรูปทรงนามธรรมกบั เนือ้ หาภายใน พ.ศ. 2507-2515 ระยะน้ีอิทธิพลของศิลปะ
ร่วมสมยั โดยทวั่ ไปและประสบการณ์บางอยา่ งของชีวติ ทาใหท้ ่านตอ้ งการทดลองคน้ ควา้ ศิลปะแบบ
นามธรรม เน่ืองจากทา่ นทางานศิลปะหลายสาขา ท้งั จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพแ์ ละ
เทคนิคผสม รูปทรงจึงเปลี่ยนแปลกออกไปตามวสั ดุและวธิ ีการของแต่ละสาขา แต่เน้ือหายงั เป็น
เร่ืองเก่ียวกบั คน ผหู้ ญิง และประสบการณ์ตา่ ง ๆ ในธรรมชาติ จากที่เคยเป็ นแนวทางของอารมณ์
ความรู้สึกในเน้ือหาภายนอกเปลี่ยนมาเป็ นแนวความคิดในการกาหนดรูปทรง
คู่
สลกั หนิ
ผลงานชุดบทกวี พ.ศ. 2525 เป็นงานประเภทสื่อผสมประกอบดว้ ยกระดาษวาดเขียนขนาด
14 x 20 เซนติเมตร จานวน 50 แผน่ แต่ละแผน่ ทา่ นเขียนบทกวดี ว้ ยภาษาทางทศั นศิลป์ เป็นเส้นเป็น
สี เป็นรูปทรงสัญลกั ษณ์ วางอยใู่ นตาแหน่งท่ีมีจงั หวะและทิศทางเปลี่ยนแปลกแตกต่างกนั เหมือน
แบบรูปของฉนั ทลกั ษณ์ จดั แขวนเรียงกนั บนราวลวดมีลกั ษณะลอยตวั รูปทรงท่ีเป็นสญั ลกั ษณ์ใน
ตวั และการประกอบกนั ของรูปทรงเหล่าน้ีเขา้ ดว้ ยกนั ในจงั หวะ ลีลา และทิศทางต่าง ๆ
บทกวี
ผลงานชุดบนั ทกึ ประจาวนั พ.ศ. 2522-2527 เป็นงานประเภทประติมากรรมสื่อผสมท่ี
สร้างข้ึนดว้ ยการนาวตั ถุสาเร็จรูปตา่ ง ๆ มาติด มาแขวนหรือกองรวมกนั ใหเ้ กิดรูปทรงและความ
หมายตามตอ้ งการ ส่วนมากเป็นกระดาษท่ีพิมพห์ รือเขียนขอ้ ความต่าง ๆ จดหมายที่มีมาถึง สาเนา
หนงั สือของทางราชการและเอกชน ภาพถ่ายที่มีความสาคญั เตือนใหร้ ะลึกถึง ภาพร่างวาดเส้น ภาพ
จิตรกรรมเล็ก ฯลฯ มาแขวนดว้ ยเชือกไนล่อนสีสดหลายสี
บนั ทกึ ประจาวนั
ผลงานชุดประติมากรรมชนบท พ.ศ. 2525-2527 เป็ นงานประเภทประติมากรรมต้งั อยู่
กบั ท่ีและประติมากรรมส่ือผสม ประสบการณ์ท่ีไดจ้ ากการทางานและการสอนศิลปะในช่วงเวลาหน่ึง
ทาใหท้ า่ นขยายขอบเขตความคิดดา้ นศิลปะจากการคน้ หาความจริงภายในไปสู่การผสมผสานกบั
ความจริงภายนอก จากการแสดงอารมณ์ความรู้สึกดว้ ยรูปทรงไปสู่การแสดงออกทางความคิดมาก
ข้ึน จากรูปทรงท่ีสาเร็จสมบรู ณ์ในตวั ไปสู่รูปทรงส่วนรวมในสิ่งแวดลอ้ ม
แนวเร่ืองและการเปลยี่ นแปร ประติมากรรมชนบท-กระเทยี ม
ประตมิ ากรรมชนบท
ผลงานวาดเส้นชุดลูกสาว พ.ศ. 2528 ศาสตราจารยช์ ลูดถือวา่ งานวาดเส้นเป็นบนั ทึก
ประจาวนั ของชีวติ ดา้ นความคิดและอารมณ์ รวมไปถึงการแกป้ ัญหาและพฒั นารูปทรง การตอบรับและ
ตอบโตก้ บั สิ่งแวดลอ้ มและสังคม งานวาดเส้นชุดลูกสาวไดน้ ารูปแบบของผหู้ ญิงอยา่ งที่เคยใชใ้ น
งานระยะแรกมาเป็ นแนวเรื่องอีกคร้ัง แตร่ ูปทรงของผหู้ ญิงในชุดน้ีมีลกั ษณะใกลเ้ คียงกบั ความเป็น
จริงมากกวา่ แต่ก่อน เทคนิคเปล่ียนจากสีฝ่ นุ ปิ ดทองมาเป็ นสีอะครีลิค
ลกู สาว
ผลงานชุดปลกู ป่ า พ.ศ. 2535 เป็นงานประเภทจิตรกรรมสีฝ่ นุ ปิ ดทอง เช่นเดียวกบั ที่เคยทา
เม่ือ พ.ศ. 2498 ความที่ท่านเป็นผหู้ น่ึงที่รักตน้ ไมเ้ ป็นอยา่ งมาก เมื่อพบเห็นตน้ ไมถ้ ูกตดั และไดร้ ับรู้
วา่ ป่ าไมถ้ ูกทาลายลงไปเร่ือย ๆ กเ็ กิดความรู้สึกสะเทือนใจ และเสียใจท่ีทา่ นไม่มีอานาจอะไรที่จะ
ไปยบั ย้งั หรือสามารถทาใหป้ ่ าไมแ้ ละตน้ ไมฟ้ ้ื นคืนสภาพดงั เดิมได้ จึงใชจ้ ินตนาการของตนเอง
ปลูกตน้ ไมล้ งไปในภาพเขียนเพือ่ แสดงความรู้สึกส่วนตนขณะน้นั
ปลกู ป่ า – ฝัน
จิตรลดาอทุ ยาน
ผลงานชุดธรรมศิลป์ ช่วงหลงั พ.ศ. 2534 เป็นงานประเภทจิตรกรรมสีฝ่นุ บนกระดาษสา
บางคร้ังใชส้ ีอะครีลิคแตไ่ ม่มีการปิ ดทอง มีการใชส้ ื่อผสมโดยการนาวสั ดุต่าง ๆ เช่น ไม้ โลหะ ทอง
เหลือง ผา้ เขา้ ไปประกอบในงาน นอกจากจิตรกรรมยงั มีงานวาดเส้นและงานประติมากรรมกบั สิ่ง
แวดลอ้ ม แรงบนั ดาลใจในการทางานชุดน้ีมาจากความสนใจเก่ียวกบั พทุ ธศาสนา โดยเฉพาะช่วง
หลงั จากเกษียณอายรุ าชการก็ยงิ่ สนใจมากข้ึนถึงข้นั ลงมือฝึกปฏิบตั ิทางศาสนาดว้ ยตนเอง
มหานครนิพพาน
โพธิบลั ลงั ก์
ผลงานชุดแบกะดิน พ.ศ. 2541 เป็นผลงานประเภทประติมากรรม ส่ือผสม ไดร้ ับแรง
บนั ดาลใจจากสภาพชีวติ และสิ่งแวดลอ้ มในชนบท เร่ิมตน้ จากการวาดเส้นในทอ้ งทุง่ ชีวติ ของ
ชาวนาในทอ้ งนาและลงทานาดว้ ยตนเอง เม่ือกลบั มาจากนาส่ิงท่ีไดร้ ับคือ ความรู้สึกที่ยง่ิ ใหญ่ของ
ผนื นา และการทานาที่เตม็ และอ่ิมดว้ ยชีวติ ท้งั ทางกายทางใจและทางวฒั นธรรม ทาใหท้ ่านไดค้ ิดวา่
ส่ิงเหล่าน้ีน่าจะมีคุณค่าไมน่ อ้ ยกวา่ งานศิลปะท่ีมกั จะยกยอ่ งกนั จนสูงเกินไปวา่ เป็ นทิพย์ ประเทือง
ปัญญาอะไรทานองน้นั
บนั ทกึ ศิลปิ นในชนบท
แบกะดนิ
ครัวชนบท
ผลงานชุดปลกู ป่ าชุดท่ี 2 ช่วงปัจจุบัน เป็นผลงานประเภทจิตรกรรมสีฝ่นุ สีอะครีลิคปิ ด
ทอง เป็นแรงบนั ดาลใจตอ่ เนื่องจากการทาผลงานชุดปลูกป่ าชุดท่ี 1 ในพ.ศ. 2535 ซ่ึงหลงั จากน้นั
ประมาณ 10 ปี ป่ าท่ีท่านไดล้ งแรงลงใจปลูกไวด้ ว้ ยจินตนาการในงานจิตรกรรมปลูกป่ าชุดแรกและ
ท่ีปลูกไวจ้ ริงบริเวณหลงั บา้ นก็เจริญเติบโต มีตน้ ไมใ้ หญ่ข้ึนหนาแน่น ผลงานศิลปะชุดหลงั ๆ น้ีนบั
วา่ เก่ียวเนื่องกบั ตวั เองและมกั เป็นส่ิงที่หอ้ มลอ้ มตวั อยู่
ผมตดั หาบข้าว
ยนื กอดลูกโคนต้นไม้
จดั ทาโดย
นางสาว ณชั ญาพร ตุ่นคา เลขที่22 ม.5/6
นางสาว อาทติ ยา ปันโนจา เลขท่ี21 ม.5/6