การ
ลาํ เลียง
ของ
พืช
การคายนา Tranpiration
(ทาน-สะ-พ-ิ เล-ชัน)
เป็นการแพร่ของนํา้ ออกจากใบของพืช
โดยผา่ นทางปากใบ โดยทั่วไปปากใบปิด
เวลากลางคืนและเปิ ดในเวลากลางวั น
การคายนํา้ จะสง่ ผลให้เกิดแรงดึงนํา้ จาก
สว่ นลา่ งของลาํ ตน้ ข้ึนไปสูส่ ว่ นท่ีอยูส่ ูง
กวา่ ชว่ ยลดอุณหภูมิท่ีใบพืช ถา้ คายนํา้
มากเกินไปจะทาํ ให้ใบเห่ียว ทาํ ให้พืช
เจริญเติบโตชา้ ลง
กัตเตชนั Guttation
(กัต-เต-ชนั )
เป็นการเสยี นํา้ ในรูปของหยดนํา้ ของพืช
ซ่ึงเกิดในกรณีท่ีในอากาศอิม่ ตัวดว้ ยนํา้
มีความช้ืนสูง การคายนํา้ เกิดข้ึนไดน้ ้อย
แตก่ ารดูดนํา้ ของรากยังเป็นปกติ
เกิดข้ึนโดยนํา้ ถูกดันผา่ นไซเลมเขา้ สู่
เทรคีดท่ีเลก็ ท่ีสุดในใบ แลว้ ถูกดันออก
แลว้ จึงออกจากใบทางรูเปิดท่ีเรียกวา่
รูหยาดนํา้
ไซเล็ม xylem (ไซ-เล็ม)
เป็นเซลลท์ ่ีไมม่ ีชีวติ ประกอบข้ึนมา
จากเซลล์ 4 ชนิด คือ เทรคีด
เวสเซลเมมเบอร์ พาเรงคมิ า และ
ไฟเบอร์
ทาํ หน้าท่ีลาํ เลียงนํา้ และแร่ธาตุ
อาหารจากรากไปสูส่ ว่ นตา่ งๆ
ของพืช
ซูโครส Sucrose (ซู-โค้ด)
ซูโครสเปล่ียนแปลงมาจากกลูโคส
ในไซโทรพลาซึม
ซูโครสเป็ นโมเลกุลหลั กๆท่ีถูก
ลาํ เลียงในโฟลเอม
แถบแคสพาเรยี น Casparian strip
(แคส-พา-เลียน-สะ-ทิป)
แถบแคสพาเรียน คือ บริเวณผนั ง
เซลลข์ องเซลลบ์ างชนิด ท่ีมีสาร
ซูเบอรินมาสะสมเป็นแถบเลก็ ๆ
พบท่ีบริเวณเอพิเดอร์มิส โดยสะสม
ท่ีผนั งเซลลเ์ กือบทุกดา้ น ทาํ ให้นํา้
ไมส่ ามารถเคล่ือนท่ีผา่ นผนั งเซลล์
ดา้ นท่ีมีซูเบอรินสะสมอยูไ่ ด้
ธาตอุ าหารรอง micronutrient
(ไม-โค-นู-ท-ี เอ็น)
เป็นธาตุอาหารท่ีพืชตอ้ งการใน
ปริมาณน้อย ไดแ้ ก่ Fe, Mn, Zn,
Cu, B, Mo และ Cl
ธาตอุ าหารหลัก macronutrient
(แมค-โค-นู-ท-ี เอ็น)
เป็นธาตุอาหารท่ีพืชตอ้ งการในปริมาณ
มาก คือ N, P, K, Ca, Mg และ S
ปากใบ Stomata
(สะ-โต-มา-ต้า)
ปากใบ คือรูท่ีอยูร่ ะหวา่ งเซลลค์ ุม
ท่ีควบคุมการเปิ ดปิ ดของปากใบ
ปากใบมีหน้าท่ีเป็นทางเขา้ ออกของ
นํา้ และอากาศ ซ่ึงปากใบของพืชสว่ น
ใหญอ่ ยูล่ า่ งผิวใบ เพราะพืช
สังเคราะหด์ ว้ ยแสงไดด้ ีในชว่ งท่ีมี
แสงแดดมาก ปากใบจึงตอ้ งอยูด่ า้ น
ลา่ งเพ่ือป้ องกั นการสูญเสยี นํา้ ออก
ทางปากใบ
ผนังเซลล์ Cell wall (เซล-วอล)
เป็นสว่ นท่ีอยูช่ ัน้ นอกสุดของเซลล์ จะพบ
ในเซลลพ์ ืช แตไ่ มพ่ บในเซลลส์ ัตว์ เป็น
โครงสร้างท่ีกาํ หนดขอบเขต และรูปร่าง
ของสงิ่ มีชีวติ
ทาํ หน้าท่ีคาํ้ จุนโครงสร้างของเซลลท์ าํ ให้
เซลลค์ งรูป เสริมความแขง็ แรงและ
ป้ องกั นการสูญเสยี นํา้ ของเซลลพ์ ืช
พลาสโมเดสมาตา Plasmodesmata
(พาส-โม-เดส-มา-ตา)
เป็นชอ่ งวา่ งเลก็ จาํ นวนมาก ท่ีอยูบ่ น
ผนั งเซลล์ มีขนาดเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลาง
ประมาณ 50-60 นาโนเมตร ซ่ึงอาจจะ
อยูร่ วมกั นอยา่ งหนาแน่น ถึง 1 ลา้ นชอ่ ง
ตอ่ ตารางมิลลิเมตร
ทาํ หน้าท่ีเช่ือมเซลลท์ ่ีอยูใ่ กลเ้ คียงกั น
เพ่ือชว่ ยในการลาํ เลียงสงิ่ ๆตา่ งๆระหวา่ ง
เซลลพ์ ืช เชน่ นํา้ สารอาหาร ฮอร์โมน
โฟลเอ็ม Pholem (โฟ-เอ้ม)
เป็นเซลลท์ ่ีมีชีวติ ประกอบข้ึนมา
จากเซลล์ 4 ชนิด คือ
ซีฟทวิ บเ์ มมเบอร์ คอมพาเนียน
พาเรงคมิ า และไฟเบอร์
ทาํ หน้าท่ีลาํ เลียงอาหารจากใบไปสู่
สว่ นตา่ งๆ ของพืช เพ่ือใชใ้ นการ
สร้างพลั งงานของพืช
เยอื หมุ้ เซลล์ Cell membrane
(เยือ-หุม้ -เซล)
มีลักษณะเป็นเย่ือบางๆ อยูล่ อ้ มรอบ
เซลล์ ประกอบดว้ ยสารประเภท
โปรตีนและไขมั น
มีหน้าท่ีชว่ ยให้เซลลค์ งรูปและ
ควบคุมการแลกเปล่ียนสารระหวา่ ง
ภายในเซลลแ์ ละภายนอกเซลล์
แรงดันแคพิลลารี Capillarry force
(แค-พลิ -ลา-ลี-ฟอส)
เป็ นแรงดั นท่ีเกิดข้ึนภายใน
ทอ่ ลาํ เลียงคลา้ ยทอ่ คะพิลลารี
ซ่ึงทอ่ ลาํ เลียงท่ีมีขนาดเสน้ ผา่ น
ศูนยก์ ลางเลก็ สามารถดันนํา้ ข้ึนไปได้
มากกวา่ ขนาดใหญ่
เก่ียวขอ้ งกับแรงยึดระหวา่ งโมเลกุล
ของนํา้ ดว้ ยกันเอง(cohesion)
และแรงยึดระหวา่ งโมเลกุลของนํา้ กับ
ผนั งเซลล์ (adhesion)
แรงดันเนืองจากการคายนา
Transpiration pull
(ทาน-สะ-พ-ิ เล-ชนั -พลู )
เกิดข้ึนจากการดึงนํา้ ข้ึนมา
ทดแทนนํา้ ท่ีเสยี ไปโดยวธิ ีการ
คายนํา้
แรงดันเน่ืองจากการคายนํา้ เป็น
แรงดันท่ีทาํ ให้การเคล่ือนท่ีของ
นํา้ จากรากไปสูย่ อดไดม้ ากท่ีสุด
และเร็วท่ีสุด
แรงดันราก Root pressure
(รูท-เพช-เช่อ)
คือ เม่ือพืชดูดนํา้ ทางรากตลอดเวลา
ทาํ ให้ปริมาณนํา้ ในรากมีจาํ นวนมาก
ข้ึน ทาํ ให้เกิดแรงดันในรากท่ีสูงข้ึน
จนสามารถดั นให้ของเหลวไหลข้ึน
ไปยังทอ่ ไซเลม็
การลาํ เลียงนํา้ แบบแรงดันรากจะเกิด
กับพืชบางชนิดเทา่ นั น้ เพราะใน
สภาพอากาศร้อนจั ดและแห้งแลง้
พืชไมส่ ามารถสร้างแรงดันรากได้
รูหยาดนา Hydathode
(ไฮ-ดา-โทด่ )
รูหยาดนํา้ คือ รูเปิดเลก็ ๆ ท่ี
ปลายใบหรือขอบใบ เป็นทาง
คายนํา้ ของพืชท่ีออกมารวมตัว
เป็ นหยดนํา้
เลนทเิ ซล Lenticel (เลน-ทิ-เซล)
เลนทเิ ซล คือ รอยแตกหรือชอ่ ง
เลก็ ๆ ท่ีผิวของลาํ ตน้ หรือราก
ในอากาศ ซ่ึงเป็นบริเวณท่ีมีการ
คายนํา้ และแลกเปล่ียนแก๊ส
ระหวา่ งเน้ือเย่ือของพืชกับ
บรรยากาศ
ออสโมซิส Osmosis
(อ๊อด-โม-ซิส)
ออสโมซิส คือ การแพร่ของนํา้ จาก
บริเวณท่ีมีอนุภาคของนํา้ มากไปสู่
บริเวณท่ีมีอนุภาคของนํา้ น้อยกวา่ โดย
ผา่ นเย่ือเลือกผา่ น หรือเย่ือกั น้ บางๆ
เชน่ เย่ือหุ้มเซลล์
การออสโมซิสในชีวติ ประจาํ วัน เชน่
การดูดนํา้ เขา้ สูร่ ากของพืช การปั ก
ดอกไมใ้ นแจกั น
เอนโดเดอรม์ สิ endodermis
(เอ็น-โด-เดอ-มสิ )
เป็นเน้ือเย่ือท่ีอยูด่ า้ นนอกของเน้ือเย่ือ
ลาํ เลียงของราก เซลลม์ ีรูปร่างคลา้ ยเซลล์
พาเรงคมิ า
ท่ีผนั งเซลลม์ ีสารลิกนิน และ ซูเบอริน
ไฮโดรพอนิกส์ hydroponics
(ไฮ-โด-พอ-นิก)
คือ การปลูกพืชโดยไมใ่ ชด้ ิน โดยให้รากแช่
อยูใ่ นนํา้ ท่ีมีธาตุอาหารพืชละลายอยู่ และ
สว่ นลาํ ตน้ และสว่ นอ่ืนๆ จะอยูเ่ หนือระดับ
สารละลาย โดยมีวัสดุพยุงไวอ้ ยา่ งเหมาะสม
จัดทาํ โดย
นางสาว ภทั ธิรา จาํ ปาทอง
ม.5/5 เลขที 33