The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by somaijing, 2022-10-19 06:42:00

เกษตรทางเลือก

เกษตรทางเลือก

เกษตรทางเลอื ก (๑)
ดร.อภิรชั ศักดิ์ รัชนีวงศ์

เกษตรทางเลอื ก (Alternative Agriculture)1 คือ การทาเกษตรกรรมอีกประเภทหนึ่งที่
จะไมม่ ีการนาเอาสารเคมใี ด ๆ เขา้ มาปนเปือ้ นในผลผลิตของตนเองเลย เน้นหนักไปทางวัตถุดิบท่ี
ได้จากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือวัสดุปกคลุมดินจาพวกหญ้า ฟาง ฯลฯ
รวมถึงการนาเอาเกษตรแบบผสมผสานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งการปลูกพืชและการเล้ียงสัตว์ให้
เกื้อกูลระหว่างกัน หรือบางคนท่ีเคยใช้สารเคมีหนัก ๆ สาหรับทาเกษตรก็พยายามลดในส่วน
ดังกลา่ วลงจนเหลือและไมห่ นั กลับไปใชอ้ กี ในอนาคต ซึง่ ประเภทของเกษตรทางเลือก ดังนี้ เกษตร
แบบธรรมชาติ เกษตรแบบอินทรีย์ เกษตรแบบผสมผสาน เกษตรแบบทฤษฎีใหม่และวนเกษตร

ท่มี า https://www.arda.or.th/knowledge_detail.php?id=49

ประเภทของการทาเกษตรทางเลือก
1. เกษตรแบบธรรมชาติ (natural agriculture) เปน็ การเกษตรที่เน้นเอาธรรมชาติมามี
ส่วนร่วมสาคัญเพ่ือให้ได้ผลผลิตตามท่ีตนเองคาดหวัง เช่น การปรับหน้าดิน การพัฒนาดินใน
บริเวณพ้ืนที่การเกษตรของตนเองให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างเป็นธรรมชาติ มีการสร้างระบบ
นเิ วศใหมใ่ ห้เกดิ การใช้งานรว่ มกนั อย่างเกิดประโยชน์ ผลผลิตที่ไดจ้ ะเน้นมาจากธรรมชาติเป็นหลัก



โดยไม่มีการใชส้ ารเคมีใด ๆ มาเจือปน ดังนั้นสิ่งที่ได้ก็จะเป็นแบบสะอาด เหมาะสมกับการนาไป
บรโิ ภคเองและการทารายได้ อีกท้ังยังเป็นการสรา้ งคุณค่าทางอาหารท่ดี ใี ห้กบั ผู้บรโิ ภคหา่ งไกลจาก
ความอนั ตรายของสารเคมีชนิดต่าง ๆ ในการทาเกษตรทางเลือกแบบนี้จะพยายามมุ่งเน้นให้เกิด
ความสมดุลระหว่างผลผลิตและธรรมชาติมากท่ีสุด ปัจจยั ภายนอกท่ีเคยทาให้เกิดการเติบโตจะใช้
น้อยลง

ที่มา http://www.pakwanban.com/article/37/

2. เกษตรแบบอินทรีย์ (organic farming) จะต่างกบั เกษตรแบบธรรมชาติตรงที่สามารถ
นาเอาปัจจัยภายนอกเข้ามาเป็นส่วนผสมเพ่ือทาให้เกิดผลผลิตตามท่ีตนเองคาดหวังเอาไว้ เช่น
ปุ๋ยคอก ปุย๋ หมกั ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยพืชสด หรือการใช้หญ้าคลุมบริเวณหน้าดิน แต่จะไม่มีการนาเอา
สิ่งท่ีเกี่ยวข้องกับสารเคมีทุกชนิดมาใช้งานเด็ดขาด อธิบายง่าย ๆ คือ จะต้องเป็นกลุ่มของ
อินทรยี วตั ถุเท่านั้น สรา้ งผลผลติ ทไี่ ด้ออกมาอยา่ งเป็นธรรมชาติ แม้กระทง่ั การกาจัดศตั รพู ืชก็จะใช้
วิธีแบบชีวภาพไม่ส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม หรือทาให้ผลผลิตที่ได้ต้องปนเป้ือนไปกับสารเคมี
ทกุ ชนดิ



ทมี่ า http://www.newagriculture.krusudruadee.com/pop3.html

3. เกษตรแบบผสมผสาน (integrated agriculture) เป็นแนวทางเกษตรทางเลือก
ทเี่ หมาะกับคนมพี ้ืนทีจ่ ากัด แต่เน้นสรา้ งผลผลติ ให้ออกมาเยอะที่สุด มีการใช้พ้ืนที่บริเวณดังกล่าว
ให้เกดิ ประโยชน์สูงสุด ซ่ึงจรงิ ๆ แลว้ ถา้ มพี ื้นท่ีขนาดใหญ่ แตส่ ามารถจัดการให้ใช้งานทุกตารางได้
อย่างมีคุณค่าก็ถือว่าเป็นเร่ืองที่ตอบโจทย์เช่นกัน การเกษตรแบบผสมผสานนี้จะต้องมีการทา
เกษตรอย่างน้อยมากกว่า 2 ประเภทข้ึนไป อาจเป็นการปลูกพืชล้วน การเลี้ยงสัตว์อย่างเดียว
หรอื จะทาควบคทู่ ั้ง 2 แบบกไ็ ด้ เพยี งแค่ตอ้ งมกี ารทาให้มากกว่า 2 ประเภทขึ้นไป เช่น การทานา
แล้วขดุ ร่องสร้างบอ่ เล้ียงปลา การทาปลูกพืชท่อี ยใู่ นสภาพเดยี วกันมากกว่า 2 ชนิด เปน็ ต้น

ท่มี า https://www.naewna.com/local/250255



4. เกษตรแบบทฤษฎีใหม่ (new theory agriculture) เป็นพระราชดาริของในหลวง
รัชกาลที่ 9 ท่ีเน้นในเร่ืองความเรียบง่าย แต่มีการนาเอาเทคนิคใหม่ ๆ ท่ีผ่านการยอมรับในเชิง
วิชาการเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมีเหตุผล พร้อมทั้งยังไม่ทาให้ธรรมชาติเสียสมดุล หลัก ๆ แล้ว
แนวทางของเกษตรทางเลอื กลกั ษณะน้จี ะต้องแบง่ พนื้ ท่อี อกเป็น 4 ส่วน คือ (๑) พื้นท่ีหลักในการ
ทาเกษตร ข้ึนอยู่กับตัวเลือกของเกษตรกร เช่น ทานา เล้ียงสัตว์ ปลูกพืชยืนต้น ฯลฯ 30%
(๒) พื้นที่สาหรับการทาเกษตรเพื่อใช้บริโภคภายในครัวเรือน 30% (๓) พื้นท่ีเฉพาะสาหรับการ
ปลูกพืชเอาไว้ใช้ได้ทั้งประโยชน์ของตนเองและสร้างรายได้ เช่น ปลูกพืชสวนครัว พืชไร่
พืชสมุนไพร 30% (๔) พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย และทาสิ่งอื่น ๆ 10% หากสามารถแบ่งพ้ืนท่ี
ออกได้ใกล้เคียงกับแนวทางนี้จะช่วยสร้างผลผลิตที่ดีให้กับเกษตรกรในระยะยาว เพราะไม่ใช่
แค่การมุ่งเน้นไปยังเรื่องใดเพียงอย่างเดียว แต่จะทาให้เกิดผลผลิตแบบควบคู่กันทั้งกินอยู่ด้วย
ตนเองและการสร้างรายได้

ที่มา https://www.am1386.com/home/3456

5. วนเกษตร (agroforestry) เป้าหมายหลักของเกษตรประเภทนี้คือ เน้นการปลูกพืช
หรือเล้ยี งสตั วใ์ ห้ได้ปริมาณสูงที่สุด อาจมีความซับซ้อนเพ่ือให้เกิดผลผลิตแนวใหม่ หรือการสร้าง
ความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดผลดีต่อธรรมชาติ ทั้งนี้ยังอาจรวมถึงเกษตรเพื่อการอนุรักษ์
ทรัพยากรป่าไม้ การรักษาไว้ซ่ึงธรรมชาติเฉพาะถ่ินท่ีหาได้ยาก เช่น สมุนไพรบางชนิด พืชผัก
บางประเภท โดยรวมแลว้ การทาเกษตรประเภทนี้จึงต้องอาศัยแนวคิด ทัศนคติ ความพร้อม และ
ความเหมาะสมของพ้ืนทน่ี ั้น ๆ เป็นตัวกาหนดด้วย



ทม่ี า https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_124747

ในการเลือกทาเกษตรทางเลือกประเภทใดก็ตาม ปัจจัยสาคัญจะเหน็ วา่ ตัวเกษตรกรต้อง
มุ่งเน้นในเรื่องการจัดสรรท่ีดินอย่างเหมาะสม พร้อมท้ังทาให้ผลผลิตที่ออกมาน้ันมีความเป็น
ธรรมชาติมากท่ีสุด ไม่มีการนาเอาสารเคมีทุกชนิดเข้ามาเก่ียวข้อง ซึ่งไม่ใช่แค่การมองเห็นถึง
ความสาคัญของตนเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังใส่ใจไปถึงผู้บริโภคในการรักษาสุขภาพให้ดีย่ิงข้ึน
แข็งแรง เป็นการเกษตรทม่ี ีเผือ่ เอาไวใ้ ห้คนอน่ื ได้รับผลดีตอบแทนกลับไปด้วยเช่นกัน เกษตรกรคน
ไหนสนใจก็สามารถทาไดท้ นั ที เรมิ่ ต้นจากงดใช้สารเคมีเทา่ น้นั

เกษตรแบบธรรมชาติ (Natural Agriculture, Natural Farming)
เกษตรกรรมธรรมชาติ (Natural Farming)2 เป็นเกษตรกรรมท่ีคานึงถึงระบบนิเวศ
(Ecologically Sound Agriculture) โดยพยายามลดการแทรกแซงของมนุษย์ กระทาเพียงสิ่งที่
จาเปน็ ตอ่ การเกษตรกรรม ปรับรูปแบบการเกษตรใหส้ อดคล้องกับระบบนิเวศและธรรมชาติ และ
ไม่พึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอกการทาเกษตรกรรมรูปแบบน้ีได้รับการพัฒนาและเผยแพร่
โดยนายมาซาโนบุ ฟกุ โุ อกะ นักเกษตรกรรมธรรมชาตชิ าวญีป่ ่นุ ผู้เขียน การปฏิวตั ิยุคสมัยด้วยฟาง
เส้นเดียว หรือ The One Straw Revolution (2518) ซ่ึงเป็นหนังสือที่เขาได้นาเสนอมรรควิธี
แห่งการดาเนินชีวิตและมรรควิธีแห่งเกษตรกรรมเอาไว้ โดยเกษตรกรรมธรรมชาติมีหลักการ
ทส่ี าคัญ 4 ประการคอื (๑) ไม่ไถพรวนดิน (๒) ไม่ใส่ปุ๋ยบางชนิด (๓) ไม่กาจัดวัชพืช (๔) ไม่จากัด
โรคและแมลงศตั รพู ชื



ฟกู ูโอกะ อธิบายว่า “ชาวนาเช่ือกันว่าทางเดียวที่จะให้อากาศเข้าไปปรับสภาพเนื้อดิน
ได้ดี คอื ต้องใช้จอบ พลว่ั ใชไ้ ถ หรอื ใช้แทรคเตอร์พรวนดิน แตย่ ่งิ พรวนมากเท่าไรมันก็จะแตกเป็น
ชิน้ เล็กช้ินน้อยมากเท่าน้นั นน่ั เป็นการทาให้โมเลกลุ ของมนั แตกกระจายออกจากกัน ซง่ึ จะยิง่ ทาให้
ดนิ แขง็ ขนึ้ ถ้าปลอ่ ยใหว้ ชั พืชทางานนี้แทน รากของมันจะชอนลงไปลึกถึง 30-40 ซม. ซ่ึงจะช่วย
ทาให้ท้ังอากาศและน้าซอกซอนเข้าไปในเนื้อดินได้ จุลินทรีย์จะแพร่ขยายตัว เม่ือรากเหล่าน้ี
เห่ยี วและเมอ่ื มันแก่ ไสเ้ ดือนกจ็ ะเพ่มิ จานวนขนึ้ ซงึ่ ท่ไี หนมีไส้เดือนก็จะขดุ ดินให้เอง ดินจะอ่อนนุ่ม
และสมบรู ณข์ ้ึนดว้ ยตวั ของมนั เอง มันพรวนตัวเอง โดยไม่ต้องให้มนุษย์มาช่วย เพียงแต่เราปล่อย
ให้มันทา”ในแนวคิดของฟูกูโอกะ จะมุ่งเน้นในด้านของการใช้ฟางคลุมดินแทนการทาปุ๋ยหมัก
เพราะการใช้ฟางคลุมดินจะช่วยปรับสภาพดินได้เป็นธรรมชาติกว่า เป็นการเดินตามหลักเกณฑ์
ของธรรมชาติ และจะเป็นวิธีบารุงธรรมชาติให้สมบูรณ์ขึ้นใหม่อีกคร้ังหนึ่งซึ่งแนวคิดเกษตรกรรม
ธรรมชาติของฟกู ูโอกะน้มี าจากฐานความคิดที่เชือ่ ว่า เกษตรกรรมธรรมชาติสืบสายมาจากสภาวะ
แห่งความไพบรู ณ์ทางจิตวิญญาณของปจั เจกบคุ คล เขาเช่ือว่าการบารุงรักษาผืนแผ่นดิน และการ
ชาระจติ ใจของมนุษย์ให้บริสุทธิ์เป็นกระบวนการเดียวกัน ดังท่ีเขากล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดของ
เกษตรกรรมไม่ใช่การเพาะปลกู พชื ผล แต่คือการบ่มเพาะความสมบูรณแ์ ห่งความเปน็ มนุษย์”

หลกั เกษตรธรรมชาติ3
ถ้าเราศกึ ษาสภาพปา่ เราจะสังเกตเห็นว่าในป่ามีต้นไม้นานาชนิดปะปนกันอยู่เต็มไป
หมด ผวิ ดนิ ถูกปกคลุมไปดว้ ยใบไมท้ หี่ ล่นทบั ถมกัน สัตวป์ ่าต่างๆ ถ่ายมูลไว้ผิวหน้าดินคลุกเคล้า
กับใบไมแ้ ละเศษซากพืชที่ตายแล้ว โดยมมี ลู สตั วจ์ าพวกไสเ้ ดือน กิ้งกือ จง้ิ หรีด ฯลฯ กัดกินเป็น
ชิน้ เลก็ ๆ และมจี ลุ ินทรยี ท์ ่อี ยใู่ นดิน ช่วยย่อยสลายเศษซากพืชซากสัตว์เหล่านี้จนกลายเป็นฮิวมัส
ซึง่ เปน็ แหล่งธาตุอาหารพืชและช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน จึงช่วยให้ต้นไม้ในป่าเจริญเติบโตได้ดี
ด้วยเหตุนเี้ อง จึงไมจ่ าเปน็ ต้องเอาปยุ๋ ไปใส่ในป่า นอกจากน้ีเศษใบไม้ที่ปกคลุมผิวดินก็เป็นการคุม
ผิวหนา้ ดินไว้ป้องกันการสูญเสียความชื้นของดิน ทาให้หน้าดินอ่อนนุ่มสะดวกต่อการไซซอนของ
รากพืช ถา้ ศึกษาต่อไป จะพบวา่ แม้ไม่มใี ครนาเอายาฆา่ แมลงไปฉีดพ่นให้แก่ต้นไม้ในป่า แต่ต้นไม้
ในปา่ กอ็ ยไู่ ด้ นั่นกค็ ือตน้ พืชท่ีขึ้นอยบู่ นดินท่ีดีจะมีความแขง็ แรง สามารถต้านทานโรคและแมลงได้
ตามธรรมชาติ ถงึ แมม้ โี รคและแมลงมารบกวนบ้าง แต่ก็ไม่ถึงข้ันเสียหาย อีกท้ังพืชท่ีปลูกอยู่ในป่า
ก็มิได้เป็นพืชชนิดเดียวกันทั้งหมด แต่เป็นพืชนานาชนิดหลากหลายสายพันธ์ุขึ้นปะปนกันอยู่
ธรรมชาติของแมลงแต่ละชนิดย่อมกินพืชต่างชนิดกันเป็นอาหาร และพืชบางชนิดก็มีสารท่ีแมลง
ไม่ชอบ อกี ท้งั แมลงบางชนดิ ก็ยังเป็นศัตรูธรรมชาติของแมลงศัตรูพืช ฉะนั้นโอกาสท่ีแมลงชนิดใด
ชนดิ หนงึ่ จะระบาดจงึ แทบจะไม่มี ถึงแม้ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ไม่มีการใช้สารเคมีทางการเกษตรใดๆ
แต่ป่าก็อยู่ได้อย่างสมบูรณ์ เกษตรธรรมชาติก็เช่นกัน เราสามารถเรียนรู้และศึกษาจากสภาพ
ธรรมชาติของป่าและใช้เป็นหลักการในการทาการเกษตรธรรมชาติได้ ซ่ึงประกอบด้วย
องคป์ ระกอบ 3 สว่ น อันไดแ้ ก่ ดิน พืชและแมลง คอื การปรับปรุงดินใหม้ ีคุณภาพดี การใช้ระบบ
การปลูกพืชหลายชนิดและการอนรุ กั ษ์แมลงที่มีประโยชน์ ดงั น้ี



1. การปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ดี โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ การ
คลมุ ดินและการปลูกพืชหมุนเวียน “โลกนั้นมีชีวิต โลกหายใจได้”4 แนวคิดน้ีอาจจะดูขัดแย้งกับ
หลักวิทยาศาสตร์ซึ่งอธิบายว่า โลกมี 3 ส่วน หลัก คือดิน น้าและอากาศ แต่หลักของเกษตร
ธรรมชาติเป็นปรัชญาท่ีอธิบายว่า โลกน้ันจะหายใจออกในฤดูใบไม้ผลีและหายใจออกจนสุดใน
ฤดูร้อน ต้นไม้จึงเกิดความเขียวขจีที่สุดในฤดูร้อน และโลกน้ันจะหายใจเข้าในฤดูใบไม้ร่วง และ
หายใจเข้าจนสดุ ในฤดูหนาว ต้นไม้จงึ ผลดั ใบรว่ งจนหมดลาต้นในฤดูหนาว อากาศเองก็เป็นอาหาร
ของต้นไมเ้ ช่นกนั เพราะมกี า๊ ซไนโตรเจนเปน็ องคป์ ระกอบของอากาศเปน็ จานวนมาก เพียงแต่ต้อง
อาศยั แบคทีเรยี ที่อาศัยอยู่ในดนิ ทาการเปลย่ี นก๊าซดงั กล่าวมาปรงุ ใหเ้ ป็นอาหารให้แก่พืชในรูปของ
ไนเตรด รวมถงึ ปรากฏการณ์ธรรมชาติท่ีช่วยให้เพาะปลูกงา่ ยขน้ึ อาทิ หากเกิดฟา้ ผ่าในแปลงนาใด
แปลงนาน้ันจะให้ผลผลติ ขา้ วไดด้ ี เกษตรกรจึงม่งุ ปลูกขา้ วในแปลงนาทันที เนอื่ งจากธาตไุ นโตรเจน
ลงมาส่ดู ินมากหลังการเกิดฟ้าผา่ เปน็ ตน้ ดังนั้น เกษตรทีป่ ลกู ล้อตามธรรมชาตยิ ่อมไดเ้ กิดผลผลิตดี

ทม่ี า https://thaicityfarm.com/2018/09/26/

2. การใช้ระบบการปลกู พชื หลายชนิด โดยการปลูกพืชหมุนเวียน ปลูกพืชแซมเพื่อเป็น
การจาลองป่าไว้ในไร่นา ซึ่งช่วยป้องกันการระบาดของโรคและแมลงเพื่อประโยชน์ของการ
ปรับปรุงดินอีกด้วย “เกษตรธรรมชาติเน้นความสมดุล”4 โลกปรับตัวให้สมดุลอยู่เสมอ หากทา



เกษตรตามสมดุลของธรรมชาติ ผลผลิตกจ็ ะสมดุลตามธรรมชาติ ไม่จาเป็นต้องใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยเคมี
หรือยาฆ่าแมลงแตอ่ ยา่ งใด ปัญหาทพ่ี บระหว่างทาเกษตรล้วนเกิดจากการฝืนธรรมชาติหรือทาให้
การทางานของธรรมชาติบิดเบ้ียวไปจากเดิม อาทิ การถางป่าจนกลายเป็นเขาหัวโล้น เพื่อไร่มัน
หรือข้าวโพด ทาให้ต้องใส่ปุ๋ยเพ่ือบารุงพืชตลอดเวลา เนื่องจากธาตุอาหารถูกน้าชะล้างได้ง่าย
เพราะไม่มีต้นไม้หรือหญ้ายืดหน้าดินไว้ หรือ การพ้นยาฆ่าแมลงเพ่ือฆ่าแมลงศัตรูพืช แต่ยาฆ่า
แมลงเองก็ฆ่าแมลงที่เป็นประโยชน์เช่นกัน เช่น ตัวห้า ตัวเบียนที่จะช่วยควบคุมแมลงศัตรูพืช
การถอนหญ้าออกจากแปลงจนหมดเป็นเหตุให้แมลงศัตรูพืชเข้ามารบกวน เนื่องจาก หญ้าเป็น
แหล่งท่ีอยู่ของแมลงท้ังที่เป็นศัตรูพืชและแมลงท่ีเป็นประโยชน์ต่อพืช เช่น ตัวห้า ตัวเบียน
หากลองสังเกตให้ดี จะมีแมลงอยู่ 2 กลุ่ม คือแมลงท่ีมักอาศัยอยู่กับท่ีและแมลงที่ไม่อยู่กับท่ี
โดยทวั่ ไปแมลงที่อยู่กับที่มกั เป็นแมลงศตั รพู ชื โดยเกาะกินใบพืชเป็นอาหาร ส่วนแมลงที่ไม่อยู่กับท่ี
กค็ ือ แมลงกลมุ่ ตวั ห้า ตวั เบยี นน้ันเอง เน่ืองจากต้องบินไปบินมา เพ่ือหาแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร
ซงึ่ การควบคมุ เหลา่ น้ลี ้วนเปน็ ไปตามกฎของธรรมชาติ อย่างมีแมงมุมเข้ามากินแมลงศัตรูพืช หรือ
งูเข้ามากนิ หนู “ตัวห้า” คอื สตั ว์ทจี่ ะเข้าไปกนิ แมลงศัตรพู ืชเปน็ อาหาร เช่น แมลงปอ ด้วงเต่า มวน
แมลงช้าง แมลงหางหนีบ แมงมุม ไร นก “ตัวเบียน” คือสัตว์ที่จะเข้าไปเกาะเพ่ือเข้าไปกัดกิน
แมลงศัตรูพืช หรือเข้าไปวางไข่ในตัวแมลงศัตรูพืชจนทาให้ศัตรูพืชอ่อนแอและตายในที่สุด ได้แก่
แตนเบียน หรือไส้เดือนฝอย การใส่ปุ๋ยเคมีเองก็เป็นการฝืนธรรมชาติ ปุ๋ยเคมีจะทาให้จุลินทรีย์
ทีเ่ ป็นประโยชน์ตอ่ ดินค่อยๆ ลดลง เนื่องจากปุ๋ยเคมีจะทาให้ดินจับตัวกันแน่นข้ึนและมีโครงสร้าง
ดินเปลี่ยนแปลงไป จนเหลือจุลินทรีย์เพียงไม่กี่ชนิด ทาให้มีปัญหาโรคพืชตามมาภายหลัง การมี
จุลินทรียท์ ่ีหลากหลายจะชว่ ยควบคุมเช้อื รากอ่ โรคได้ดี อีกท้งั จุลนิ ทรีย์ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อพืชมักอยู่
ในดนิ ท่สี ะอาด หากดนิ มีการปนเปื้อนสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงก็จะทาให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์
ต่อดินลดลง ไม่เพียงการใช้สารเคมีสังเคราะห์หรือยาฆ่าแมลงเท่าน้ัน การใช้เชื้อจุลินทรีย์เพ่ือ
ควบคุมโรคก็อาจสร้างความไม่สมดุลของธรรมชาติในพื้นท่ีเพาะปลูกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ
จุลินทรีย์ท่ีไม่อยู่ในท้องถ่ินของเราหรือจุลินทรีย์ควบคุมโรค ยกตัวอย่างเช่น การใช้เช้ือรา
Trichoderma เพ่ือป้องกันโรคพืชด้วยการใช้ควบคุมหรือแย่งอาหารของเช้ือราก่อโรค จนทาให้
เชื้อราก่อโรคลดจานวนลงและไมท่ าใหเ้ กดิ โรคพชื การใช้เชอ้ื รา Trichoderma เพอ่ื ป้องกันโรคพืช
เป็นวิธกี ารทางเกษตรอินทรยี ท์ ม่ี ีประสทิ ธภิ าพสูง แต่ก็มีข้อกาจัดตรงที่ เช้ือรา Trichoderma เอง
ก็ไปควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อราชนิดอื่นๆ ท่ีเป็นประโยชน์เช่นกัน เราจึงมักพบปัญหาว่า
ทาไมพ้นื ท่ขี องเราไม่มเี ห็ดขน้ึ ในพืน้ ที่ เน่ืองจากเห็ดซึ่งเปน็ เช้ือราชนดิ หนงึ่ ถูกเช้ือรา Trichoderma
ควบคมุ ไว้น้ันเอง ดังนัน้ ในบางวิธีการกม็ ีข้อจากัดในการใช้งาน



ที่มา https://thaicityfarm.com/2018/09/26/

3. การอนุรักษ์แมลงท่ีมีประโยชน์ โดยการไม่ใช้สารเคมีป้องกันและการกาจัดศัตรูพืช
เพราะสารเคมีทาลายแมลงศัตรูพืช ทาลายตัวห้าและตัวเบียนที่เป็นตัวทาให้เกิดสมดุลของแมลง
ตามธรรมชาติ “หลักการชาระลา้ ง”4 ตามกฎของธรรมชาติ หากมีสิ่งสกปรกมากไปหรือเกิดความ
ไมส่ มดลุ ในพ้นื ที่ ตอ้ งมกี ารทาความสะอาดพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล อย่างเช่น หากมีเช้ือโรค
สะสมในดินมากเกินไป ก็ต้องมีการทาความสะอาดพ้ืนที่ของเรา เพื่อป้องกันปัญหาโรคพืช
ซึ่งสามารถทาได้หลายวิธี โดยท่ัวไปหากพ้ืนท่ีเกษตรมีขนาดใหญ่ด้วยการตากแดดหรือตากลม
เพ่ือฆ่าเช้ือโรค เกษตรกรจะยกแปลงให้สูงเพ่ือให้หน้าดินโดนแสงแดดหรือลมให้ได้มากท่ีสุด
อย่างไรก็ตามการให้ปุ๋ยมากเกินไปก็เป็นโทษได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าปุ๋ยท่ีเราใส่ไปจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์
กต็ าม เพราะการท่ีพืชได้รับธาตุอาหารมากเกินไปจะทาให้พืชมีความอุดมสมบูรณ์มากเกินไปจน
สรา้ งสารชีวเคมีทีล่ อ่ แมลงหรือเชอ้ื รากอ่ โรคเขา้ มารบกวน ซึง่ เปรียบเสมอื นกบั คนเราท่ีทานอาหาร
มากเกินไปแต่ไม่ออกกาลังกาย จนเกิดปัญหาโรคอ้วนและโรคภัยอ่ืนๆ ตามมา พืชท่ีปลูกต้อง
เหมาะสมกบั พืน้ ท่ี หากเลือกพืชท้องถน่ิ หรือผกั พืน้ บา้ นมาปลูกในพื้นที่ เราแทบจะไม่ต้องดูแลหรือ
จัดการมากมายอะไร เช่น ผักไซยาหรือมะละกอกินใบ ที่สามารถเติบโตได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้อง
ใสป่ ยุ๋ หรอื นา้ หมกั เพื่อบารุงให้ผกั ไซยาเติบโต เพราะผักไซยาได้ปรับตัวให้ทนต่อสภาพดิน อากาศ
อณุ หภมู ิ รวมถึงโรคและแมลงท่อี ยใู่ นพ้นื ทีเ่ ป็นอย่างดี ซ่ึงจะต่างจากการเพาะปลูกพืชต่างถิ่น เช่น

๑๐

กะหลา่ คะนา้ องุ่น แตงกวา กลับต้องใช้เวลาในการดูแลมาก ต้องใส่ปุ๋ยหรือฮอร์โมนบารุงเพ่ือให้
พชื เติบโตและให้ผลผลติ ดี มีโรคและแมลงเข้ามารบกวนมาก เนื่องจากโครงสร้างและดารงชวี ิตของ
พืชกลมุ่ ดงั กลา่ วไม่ไดถ้ ูกออกแบบให้อยู่ไดใ้ นสภาพแวดล้อมต่างถิ่น อย่างคะน้า กะหล่า หรือ องุ่น
เป็นพืชท่ีข้ึนได้ดีในเขตอากาศหนาว พอเรานามาปลูกในประเทศไทยซ่ึงมีภูมิอากาศที่ร้อน พืช
ดงั กล่าวจึงออ่ นแอตอ่ โรคและแมลง “การจัดการปัญหาโรคและศัตรูพืชด้วยวิธีเกษตรธรรมชาติ”
วธิ กี ารเกษตรธรรมชาติจะเนน้ ทีก่ ารปอ้ งกนั โรคและแมลงมากกวา่ การรกั ษาโรคหรอื จัดการศัตรูพืช
ซ่ึงเป็นการจัดการท่ีปลายเหตุ ซ่ึงการป้องกันปัญหาโรคพืช วัชพืชและแมลงศัตรูพืชจะเน้นท่ีการ
บารงุ พืชให้แขง็ แรง โดยเร่ิมต้ังแต่การปรับปรุงดินไปจนถึงการจัดการระหว่างการเพาะปลูก ดังน้ี
การปรับปรุงดินให้มีชีวิตเป็นวิธีการป้องกันโรคพืชได้ดี หากดินมีความร่วนซุยสามารถรักษา
ความชื้นได้ดีและมีธาตุอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช พืชก็จะแผ่ขยายรากลงดิน
ไปได้ลึก หาธาตุอาหารและน้าได้ดีขึ้น พืชจึงมีความทนทานต่อโรคและแมลง อย่างไรก็ตาม
การท่ีดินมีธาตุอาหารมากเกินไปก็ทาให้พืชอ่อนแอต่อโรคและแมลงเช่นกัน เนื่องจากพืชได้รับ
อาหารเพยี งพอจากปุย๋ ทถ่ี กู ใสล่ งไปในแปลงจนพชื ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งปรับตวั ใหห้ าอาหารมาก รากจึงแผ่
ขยายไปตามผิวดินหรือหน้าดิน ไม่ขยายรากลงดินให้ลึกข้ึน พอเกิดภัยแล้ง พืชผักที่เพาะปลูก
จึงมีความอ่อนแอต่อภัยแล้ง แมลงและโรคมากขึ้น การรดน้า หากมากเกินไปก็เป็นโทษเช่นกัน
ในหลักการเกษตรธรรมชาติ เราไม่จาเปน็ ตอ้ งรดนา้ ผ่านท่อหรือน้าประชาซึ่งเสียค่าใช้จ่ายเสมอไป
พืชเองก็สามารถดูดน้าท่อี ยู่ใตด้ นิ มาใช้ได้เหมือนกันซึ่งน้าจะระเหยข้ึนมาให้พืชดูดน้าไปใช้ ดังนั้น
ในฤดูฝนเราจงึ ไม่จาเป็นตอ้ งรดนา้ พชื หรือรดน้าเป็นบางคร้ัง จากหลักการดังกล่าวเราจึงสร้างร่อง
น้ารอบแปลงปลูกเพ่อื ให้นา้ ฝนไหลซึมและสะสมในชัน้ ใตด้ ิน หากดินท่ีเราเพาะปลูกเป็นดินเหนียว
ต้องรดน้าให้ระวัง เพราะน้าอาจขังที่ผิวดินจนทาให้เกิดโรครากเน่าและโครนเน่าในพืช หรือเกิด
อาการใบเหลืองได้

ที่มา https://thaicityfarm.com/2018/09/26/

๑๑

เกษตรแบบอนิ ทรยี ์ (Organic Farming)
หลกั การเกษตรอนิ ทรีย์
หลักการเกษตรอินทรีย์ที่ยอมรับกันท่ัวไป5 คือหลักการที่กาหนดโดยสหพันธ์เกษตร
อินทรีย์นานาชาติ (IFOAM Organics International) โดยสหพันธ์ฯ ได้ระดมความคิดเห็น
นักวชิ าการและผูเ้ ช่ยี วชาญที่มีประสบการณ์ด้านเกษตร อินทรีย์โดยตรงจากท่ัวโลก ร่างหลักการ
เกษตรอนิ ทรีย์น้ไี ด้รบั การนาเสนอตอ่ ที่ประชุมใหญ่ของสหพันธ์ฯ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2548 และท่ี
ประชุมใหญ่ได้ลงมติรับรองหลักการเกษตรอินทรีย์ดังกล่าว โดยหลักการเกษตรอินทรีย์ของ
สหพนั ธ์ฯ ประกอบดว้ ยหลกั การ 4 ข้อสาคัญ คอื สุขภาพ นเิ วศวิทยา ความเป็นธรรมและการดูแล
เอาใจใส่ (health, ecology, fairness and care)

ทมี่ า https://www.greennet.or.th/

1. มิติดา้ นสขุ ภาพ เกษตรอินทรียค์ วรจะต้องส่งเสริมและสร้างความยั่งยืนให้กับสุขภาพ
อย่างเป็นองค์รวมของดิน พืช สัตว์ มนุษย์และโลก สุขภาวะของส่ิงมีชีวิตแต่ละปัจเจกและของ
ชุมชน เปน็ หน่ึงเดียวกันกับสุขภาวะของระบบนิเวศ การท่ีผืนดินมีความอุดมสมบูรณ์จะทาให้พืช
พรรณต่างๆ แข็งแรง มีสุขภาวะที่ดี ส่งผลต่อสัตว์เล้ียงและมนุษย์ท่ีอาศัยพืชพรรณเหล่านั้น
เป็นอาหาร สุขภาวะเป็นองค์รวมและเป็นปัจจัยท่ีสาคัญของสิ่งมีชีวิต การมีสุขภาวะท่ีดีไม่ใช่
การปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่รวมถึงภาวะแห่งความเป็นอยู่ท่ีดีของกายภาพ จิตใจ สังคมและ
สภาพแวดล้อมโดยรวม ความแข็งแรง ภูมิต้านทานและความสามารถในการฟื้นตัวเองจากความ
เสื่อมถอยเป็นองค์ประกอบท่ีสาคัญของสุขภาวะที่ดี บทบาทของเกษตรอินทรีย์ไม่ว่าจะเป็นการ
ผลิตในไร่นา การแปรรูป การกระจายผลผลิต หรือการบริโภค ต่างก็มีเป้าหมายเพ่ือเสริมสร้าง

๑๒

สุขภาวะท่ีดีของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต ทั้งปวง ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กสุดในดินจนถึง
ตวั มนุษย์เราเอง เกษตรอินทรีย์จึงมุ่งที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูง และมีคุณค่าทางโภชนาการ
เพื่อสนับสนุนให้มนุษย์ได้มีสุขภาวะที่ดีขึ้น ด้วยเหตุน้ี เกษตรอินทรีย์จึงเลือกท่ีจะปฏิเสธการใช้
ปยุ๋ เคมี สารเคมีกาจัดศัตรูพชื เวชภัณฑส์ ตั ว์และสารปรุงแตง่ อาหารทอี่ าจมอี ันตรายต่อสุขภาพ

2. มิตดิ า้ นนิเวศวิทยา เกษตรอินทรีย์ควรจะต้องต้ังอยู่บนรากฐานของระบบนิเวศวิทยา
และวัฏจักรแห่ง ธรรมชาติ การผลิตการเกษตรจะต้องสอดคล้องกับวิถีแห่งธรรมชาติ และช่วย
ทาให้ระบบและวัฏจักรธรรมชาติเพ่ิมพูนและย่ังยืนมากข้ึน หลักการเกษตรอินทรีย์ในเรื่องน้ีตั้ง
อยู่บนกระบวนทัศน์ทม่ี องเกษตรอินทรีย์ในฐานะองค์ประกอบหนึ่งของระบบนิเวศท่ีมีชีวิต ดังน้ัน
การผลิตการเกษตรจึงต้องพ่ึงพาอาศัยกระบวนการทางนิเวศวิทยาและวงจรของ ธรรมชาติ โดย
การเรียนร้แู ละสรา้ งระบบนเิ วศสาหรบั ใหเ้ หมาะสมกับการผลติ แต่ละชนิด ยกตัวอย่างเช่น ในกรณี
ของการปลกู พืช เกษตรกรจะต้องปรบั ปรุงดินให้มีชีวิต หรอื ในการเลีย้ งสตั ว์ เกษตรกรจะต้องใส่ใจ
กบั ระบบนิเวศโดยรวมของฟาร์ม หรือในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า เกษตรกรต้องใส่ใจกับระบบนิเวศ
ของบ่อเล้ียง การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่การเก็บเก่ียวผลผลิตจากป่า จะต้องสอดคล้อง
กบั วฏั จกั รและสมดลุ ทางธรรมชาติ แมว้ ่าวัฏจกั รธรรมชาตจิ ะเปน็ สากล แต่อาจจะมลี ักษณะเฉพาะ
ท้องถิ่นนิเวศได้ ดังน้ัน การจัดการเกษตรอินทรีย์จึงจาเป็นต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขท้องถิ่น
ภูมินิเวศ วฒั นธรรมและเหมาะสมกบั ขนาดของฟาร์ม เกษตรกรควรใชป้ ัจจัยการผลิตและพลังงาน
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เนน้ การใชซ้ า้ การหมนุ เวยี น เพื่อท่จี ะอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้มี
ความยง่ั ยนื ฟารม์ เกษตรอนิ ทรีย์ควรสร้างสมดุลของนิเวศการเกษตร โดยการออกแบบระบบการ
ทาฟารม์ ที่เหมาะสม การฟื้นฟรู ะบบนเิ วศทอ้ งถ่ินและการสรา้ งความหลากหลายท้ังทางพันธุกรรม
และกจิ กรรมทางการเกษตร ผูค้ นตา่ งๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องกับการผลติ การแปรรปู การค้าและการบริโภค
ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ควรช่วยกันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งในแง่ของภูมินิเวศ สภาพ
บรรยากาศ นิเวศทอ้ งถนิ่ ความหลากหลายทางชวี ภาพ อากาศและนา้

3. มิติด้านความเป็นธรรม เกษตรอินทรีย์ควรจะตั้งอยู่บนความสัมพันธ์ท่ีมีความเป็น
ธรรมระหว่างส่ิงแวดล้อมโดยรวมและสง่ิ มีชวี ติ ความเป็นธรรมน้ีรวมถึงความเท่าเทียม การเคารพ
ความยุติธรรม และการมีส่วนในการปกปักพิทักษ์โลกที่เราอาศัยอยู่ ทั้งในระหว่างมนุษย์
ด้วยกันเองและระหว่างมนุษย์กับส่ิงมีชีวิตอื่นๆ ในหลักการด้านน้ี ความสัมพันธ์ของผู้คน
ท่ีเก่ียวข้องกับกระบวนการผลิตและการจัดการผลผลิตเกษตร อินทรีย์ในทุกระดับควรมี
ความสัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรม ท้ังเกษตรกร คนงาน ผู้แปรรูป ผู้จัดจาหน่าย ผู้ค้าและผู้บริโภค
ทกุ ผูค้ นควรไดร้ ับโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนช่วยในการรักษาอธิปไตยทางอาหาร
และช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน เกษตรอินทรีย์ควรมีเป้าหมายในการผลิตอาหารและผลผลิต
การเกษตรอนื่ ๆ ทเ่ี พยี งพอและมีคุณภาพท่ีดี ในหลักการข้อน้ีหมายรวมถึงการปฏิบัติต่อสัตว์เล้ียง
อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสภาพการเล้ียงให้สอดคล้องกับลักษณะและความ
ต้องการ ทางธรรมชาติของสัตว์ รวมทั้งดูแลเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของสัตว์อย่างเหมาะสม
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมที่นามาใช้ในการผลิตและการบริโภคควรจะต้องดาเนินการ

๑๓

อย่างเป็นธรรม ท้ังทางสังคมและทางนิเวศวิทยา รวมท้ังต้องมีการอนุรักษ์ปกป้องให้กับอนุชน
รุ่นหลัง ความเป็นธรรมนี้จะรวมถึงว่า ระบบการผลิต การจาหน่ายและการค้าผลผลิตเกษตร
อินทรีย์จะตอ้ งโปร่งใส มคี วามเป็นธรรมและมกี ารนาต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมมาพิจารณา
เปน็ ต้นทนุ การผลติ ด้วย

4. มิติด้านการดูแลเอาใจใส่ การบริหารจัดการเกษตรอินทรีย์ควรจะต้องดาเนินการ
อยา่ งระมัดระวังและ รับผิดชอบ เพื่อปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งในปัจจุบันและ
อนาคต รวมทั้งพิทกั ษ์ปกป้องสภาพแวดลอ้ มโดยรวมด้วย เกษตรอินทรีย์เป็นระบบท่ีมีพลวัตรและ
มี ชวี ติ ในตวั เอง ซ่งึ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขน้ึ ได้ทั้งจากปจั จัยภายในและภายนอก ผู้ทเ่ี ก่ียวข้องกับ
เกษตรอินทรีย์ควรดาเนินกิจการต่างๆ เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพและเพ่ิมผลผลิตในการผลิต
ในขณะเดียวกันจะต้องระมัดระวังอย่าให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและ สิ่งแวดล้อม ดังนั้น
เทคโนโลยกี ารผลิตใหมๆ่ จะต้องมกี ารประเมินผลกระทบอยา่ งจริงจงั และแมแ้ ต่เทคโนโลยีที่มีการ
ใช้อยแู่ ล้ว ก็ควรจะตอ้ งมีการทบทวนและประเมินผลกันอยู่เนืองๆ ท้ังนี้เพราะมนุษย์เรายังไม่ได้มี
ความรู้ความเข้าใจอย่างดีพอเก่ียวกับระบบ นิเวศการเกษตรท่ีมีความสลับซับซ้อน จึงต้อง
ดาเนนิ การตา่ งๆ ด้วยความระมัดระวงั เอาใจใส่ ในหลักการน้ี การดาเนินการอย่างระมัดระวังและ
รับผิดชอบเป็นหัวใจสาคัญของการบริหารจัดการ การพัฒนาและการคัดเลือกเทคโนโลยี
ทจี่ ะนามาใชใ้ นเกษตรอินทรีย์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งจาเป็น เพ่ือสร้างหลักประกันความ
ม่ันใจว่า เกษตรอินทรีย์นั้นปลอดภัยและเหมาะกับสิ่งแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตาม ความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์แต่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ประสบการณ์จากการปฏิบัติและภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ท่ีสะสมถ่ายทอดกันมาก็อาจมีบทบาทในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้เช่นกัน เกษตรกรและ
ผู้ประกอบการควรมีการประเมินความเสี่ยงและเตรียมการป้องกันจากนาเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้
และควรปฏิเสธเทคโนโลยีท่ีมีความแปรปรวนมาก เช่น เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม การตัดสินใจ
เลือกเทคโนโลยีตา่ งๆ จะตอ้ งพิจารณาถึงความจาเปน็ และระบบคณุ ค่าของผู้ท่ีเกีย่ วขอ้ ง โดยเฉพาะ
ผทู้ ่อี าจไดร้ ับผลกระทบและจะตอ้ งมกี ารปรกึ ษาหารอื อยา่ งโปร่งใสและมสี ่วนรว่ ม

มาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์ในบางเรอื่ งทสี่ าคญั 6
1. ระบบนิเวศการเกษตร ต้องเอื้ออานวยต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูส่ิงแวดล้ม ซ่ึงผู้ผลิต
จะต้องดาเนินการในการอนุรักษ์และฟ้ืนฟูความหลากหลายทางชีวภาพและสภาพนิเวศท้องถิ่น
ดั้งเดมิ ไว้ เพอ่ื ใหพ้ ชื พรรณและสตั ว์ท้องถนิ่ สามารถมีทีอ่ ยอู่ าศัยได้อย่างเพียงพอ นอกเหนอื จากการ
อนรุ กั ษค์ วามหลากหลายทางชีวภาพแล้ว เกษตรอินทรีย์ยังจาเป็นต้องมีมาตรการในการอนุรักษ์
ดินและน้าอยา่ งจรงิ จังอีกด้วย
2. การปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ ควรเริ่มจากการมีแผนการปรับเปลี่ยน
ที่ชัดเจน โดยแผนการปรับเปล่ียนดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับข้อกาหนดของมาตรฐาน
โดยอาจจะปรบั เปลี่ยนฟารม์ ทงั้ หมดเข้าสู่เกษตรอนิ ทรีย์พรอ้ มกนั หรือค่อยๆ ปรับเปลี่ยนบางส่วน
ของฟาร์มเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ก็ได้ แต่ทั้งน้ี แผนการปรับเปลี่ยนจะต้องระบุถึงข้ันตอนและ

๑๔

ระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนฟาร์มท้ังหมดเข้าสู่เกษตรอินทรีย์ รวมท้ังการจัดแยกระบบการผลิต
แบบเกษตรอินทรีย์และไม่ใช่เกษตรอินทรีย์ออกจากกัน ซึ่งในแต่ละมาตรฐานอาจกาหนด
ระยะเวลาของการปรับเปล่ียนแตกต่างกันไป ซึ่งในช่วงระยะปรับเปล่ียนน้ีอาจใช้เวลา 12 – 36
เดอื นขน้ึ อยูก่ ับมาตรฐาน

3. การผลิตพืช ในระบบการปลูกพืช ควรเลือกปลูกพืชที่หลากหลายชนิดและพันธ์ุ
เพ่อื สร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนของนิเวศฟาร์ม นอกจากน้ี การปลูกพืชหลากหลายพันธ์ุ ยัง
เป็นการชว่ ยรกั ษาความหลากหลายของพนั ธกุ รรมพชื ไวด้ ว้ ย ในการสร้างความหลากหลายของการ
ปลูกพืชนี้ ควรมีการปลูกพืชหมุนเวียน โดยมีพืชท่ีเป็นปุ๋ยพืชสดรวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
พชื ตระกลู ถัว่ และพืชทม่ี ีระบบรากลกึ โดยจัดระบบการปลกู พชื ให้มพี ืชคลมุ ดนิ อยตู่ ลอดทั้งปี

4. การจัดการดินและธาตุอาหาร การจัดการดินที่ดีเป็นพื้นฐานสาคัญของระบบเกษตร
อินทรีย์ การปรบั ปรงุ ดินและการบรหิ ารจัดการดนิ และธาตอุ าหาร มีเป้าหมายเพื่อรักษาความอุดม
สมบรู ณ์ของดิน ซึง่ รวมถึงการจัดการให้มธี าตุอาหารอย่างเพียงพอกับพืชที่เพาะปลูก และเพ่ิมพูน
อินทรียวัตถุให้กับดินอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างกลไกของการหมุนเวียนธาตุอาหารในฟาร์ม
รวมทั้งการป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และการสูญเสียของธาตุอาหาร ซ่ึงการจัดหา
แหลง่ ธาตอุ าหารพชื น้นั ควรเนน้ ท่ีธาตอุ าหารที่ผลิตขึ้นไดภ้ ายในระบบฟาร์ม

5. การป้องกันกาจัดศัตรูพืช ในระดับฟาร์ม การป้องกันกาจัดศัตรูพืชในระบบเกษตร
อนิ ทรยี ์จะเน้นทีก่ ารเขตกรรม การจดั การศัตรพู ืชโดยชีววธิ แี ละวิธีกลเป็นหลกั โดยมีเป้าหมายหลัก
เพือ่ สรา้ งสมดุลของระบบนิเวศการเกษตร ที่ทาให้พชื ทเ่ี พาะปลูกพัฒนาภูมิต้านทานโรคและแมลง
และสภาพแวดล้อมของฟาร์มไม่เอ้ืออานวยต่อการระบาดของโรคและแมลง ต่อเม่ือการป้องกัน
ไม่เพียงพอ เกษตรกรจึงอาจใช้ปัจจัยการผลิตสาหรับควบคุมและกาจัดแมลงศัตรูพืช ซึ่งกาหนด
อนญุ าตไวใ้ นมาตรฐาน

6. การป้องกันมลพิษ การปนเปื้อนและการปะปน ในระดับฟาร์ม เกษตรกรผู้ผลิต
เกษตรอินทรีย์จะต้องมีมาตรการในการป้องกันมิให้ดินและผลผลิตเกษตรอินทรีย์ปนเป้ือนจาก
มลพิษ และสารเคมีสังเคราะห์ทางการเกษตรที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในระบบเกษตรอินทรีย์
ซ่ึงรวมถึงโลหะหนักและมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชน รวมท้ังมีมาตรการในการลด
การปนเปอ้ื น

มาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ์แต่ละแห่งจะมีข้อกาหนดเกี่ยวกบั การจดั การแนวกันชน (buffer
zone) ที่แตกต่างกัน โดยอาจมีการกาหนดท้ังระยะห่างระหว่างแปลงเกษตรอินทรีย์กับแปลง
เกษตรเคมี หรือการปลูกพืช หรือการจัดทาสิ่งปลูกสร้าง ท่ีเป็นแนวป้องกันการปนเปื้อน ในพื้นที่
แนวกันชนท่ีแตกต่างกันได้ โดยทั่วไป จะมีการกาหนดเกณฑ์แนวกันชนข้ันต่าไว้ในมาตรฐาน
ซ่ึงหน่วยงานรับรองอาจจะพิจารณาให้เกษตรกรต้องมีการจัดการแนวกันชนเพิ่มเติมจาก
ข้อกาหนดข้นั ตา่ โดยการพิจารณาจากสภาพความเป็นจริงของฟาร์มแตล่ ะแห่ง

๑๕

รองศาสตราจารย์กษิดิศ อื้อเชี่ยวชาญกิจ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บางเขน ระดับปริญญาตรี (KU.27) และปริญญาโท ในสาขาสัตวบาล รับราชการเป็นอาจารย์
ประจาภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และภาควิชา
เทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
นับเป็นอาจารย์ด้านสัตวบาลคนแรกของสถาบันฯ ที่ช่วยบุกเบิกการเรียนการสอนด้านการ
เลี้ยงสัตว์7

ทม่ี า https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_5134

การปลกู พชื อินทรยี ์ทใี่ ชพ้ ้ืนที่จากดั ข้างบ้าน ใหย้ ดึ หลักว่า7
1. ต้องใช้พื้นที่ท่ีมีอยู่ทั้งหมดให้เป็นประโยชน์ให้มากท่ีสุด โดยการปรับปรุงดินให้
เหมาะสมกับการปลูกพืช น้าใช้ไม่มีปัญหาสาหรับการปลูกพืชในบริเวณบ้าน เนื่องจากน้า
มเี พียงพอ
2. ปลกู พชื ท่ีใช้บริโภคในครัวเรือนก่อน โดยเร่ิมต้นอาจมีไม่ก่ีชนิด เมื่อปลูกต่อไปๆ ชนิด
ของพืชจะเพ่ิมมาก คนปลกู จะมคี วามสขุ และม่ันใจในผักท่ีตัวเองปลูกว่ามีความปลอดภัยมากกว่า
ผักตลาดที่เหลอื จากการบรโิ ภคนาออกแจกจ่ายญาตมิ ติ รและจาหน่ายในขน้ั ตอ่ ไป
3. การจาหน่ายผลผลิตไม่ควรท่ีจะต้องขนส่งไปไกล ควรหาตลาดที่อยู่ใกล้สาหรับการ
ขนสง่ เอง และถ้าเปน็ ตลาดทีไ่ กลควรใหผ้ ู้ซื้อมารับเอง เพอื่ จะได้ไม่เปน็ ภาระของเราในการขนส่ง

๑๖

การปลูกผักในรูปแบบเกษตรอินทรีย์เพ่ือบริโภคเองเป็นหลักไว้รอบๆ บ้านพักอาศัย
ซึง่ มพี น้ื ที่ 111 ตารางวา ในหมบู่ า้ น นอกจากบริโภคเองแล้ว ผักบางอย่างท่ีเหลือจากการบริโภค
จะแจกจ่ายให้ญาติมิตรและขายให้กับคนในหมู่บ้าน ตลอดจนนาไปส่งขายท่ีร้านขายผักอินทรีย์ -
ผกั ไร้สารพิษ Organic Station ทตี่ ลาดใกล้บ้าน บางคร้ังก็นาไปขายท่ีตลาดนัด “รายได้ทุกเดือน
มากกว่ารายจา่ ยในบ้านเสยี อกี ”

เกษตรอินทรีย์ เร่ิมที่บ้าน: แปลงผักท่ีปลูกจะใช้ไม้เฌอร่าซ่ึงทนแดดทนฝน มีหน้ากว้าง
20 เซนติเมตร ตัดเป็นรูปแปลงผักขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 4 เมตร นาวัสดุปลูกซึ่งเป็นดินผสม
ปุ๋ยอนิ ทรียใ์ สล่ งไปบล๊อกไม้เฌอร่าใหส้ ูงจากพ้ืนเดิมประมาณ 20 เซนตเิ มตร เสรมิ จุลินทรยี ข์ องดิน
ดว้ ยการรดน้าหมักชวี ภาพ แลว้ จึงนาต้นกล้าผักที่เตรียมไว้ ซึ่งมีอายุ 10-15 วัน ปลูกลงในแปลง
พื้นดินด้านล่าง หากมีพ้ืนท่ีจากัดก็ปลูกผักลงในตะกร้าแล้วแขวนข้างกาแพงบ้าน ผักที่ปลูกน้ัน
มีหลายชนิด แต่ยังยึดการปลูกเพื่อบริโภคเป็นสาคัญ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักกาดหัว
ฟักเขียว แตงกวา มะนาว กะเพรา แมงลัก พริกขี้หนู และโหระพา นอกจากนั้น ยังเล้ียงไส้เดือน
ดนิ รว่ มกับการปลกู ผักอินทรีย์ โดยใช้มูลโคท่ีหมักแล้วเสริมด้วยเศษผัก เศษผลไม้และเศษอาหาร
เลยี้ งไส้เดือนดนิ ในมลู ไสเ้ ดือนกน็ ามาใช้เปน็ ปยุ๋ สาหรบั ใส่พชื ผกั อนิ ทรีย์ การปลูกพืชผักในช่วงแรก
จะมีแมลงศัตรูพืชรบกวนเป็นเรื่องปกติ ต้องหม่ันสังเกตเดินดูแปลงผัก ออกกาลังกายไปเร่ือยๆ
หากเจอศตั รูพืชกเ็ กบ็ ออก ตอนปลูกครั้งแรกๆ จะใช้น้าหมักชีวภาพและน้าส้มควันไม้เพ่ือป้องกัน
และขบั ไล่ศัตรพู ืช ทงั้ นี้ จะไมม่ กี ารใชย้ าฆา่ แมลงหรือสารใดๆ ท่ีเป็นอันตรายต่อสุขภาพ การปลูก
ผกั ในรปู แบบดงั กลา่ ว เม่อื ปลูกตดิ ตอ่ กันไปนานๆ จะสังเกตได้วา่ การรบกวนของศัตรูพืชลดลงมาก
ท้ังนี้ อาจเกิดจากธรรมชาตมิ ีความสมดลุ ขึน้ มีตวั ห้าตวั เบียนมาอยูช่ ่วยกาจัดศตั รพู ืชผกั

ที่มา https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_5134

๑๗

จากหลักการเกษตรอินทรีย์ที่มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ท่ีเกื้อกูลกัน ต่อมาได้เลี้ยงไก่ไข่
ไว้บริเวณด้านข้างตัวบ้าน โดยเริ่มเล้ียงจากลูกเจ๊ียบ 60 ตัว ต้ังใจใช้มูลไก่ท่ีได้มาปรับปรุงดิน
ปลูกพืช เลี้ยงด้วยเศษอาหารที่ได้จากร้านอาหารใกล้บ้าน และใช้น้าหมักชีวภาพควบคุมกล่ิน
มลู สตั ว์ เมอ่ื เลีย้ งไก่ไขไ่ ด้จนอายุ 5 เดือน ใกล้ท่ีจะให้ไขก่ ็ต้องขนยา้ ยไกไ่ ขไ่ ปเล้ยี งท่อี นื่ เน่ืองจากไก่
โตข้ึนและมีจานวนมากเกินกว่าท่ีน้าหมักชีวภาพจะควบคุมกลิ่นได้ ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นการนา
เป็ดไข่ 10 ตัว มาเล้ียงแทนใช้และใช้น้าหมักชีวภาพร่วมกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาควบคุม
กลิน่ ทุกวนั น้ไี ขเ่ ปด็ ท่ีได้ วนั ละ 6-7 ฟอง บรโิ ภคไม่หมดก็นาไปขาย ใช้เศษผักและวัชพืชในแปลง
ผักเป็นอาหารเสริมแก่เป็ด น้าในอ่างที่ให้เป็ดได้ลงเล่นก็นาออกมาใช้รดต้นไม้ มูลเป็ดนาใช้เป็น
ปุ๋ยปลูกผัก การจัดหาวัสดุท่ีจาเป็นต้องใช้ในการปลูกผักอินทรีย์มาจาหน่าย เช่น ดินผสม
มูลไส้เดือนสาหรับใช้ปลูกพืชผัก ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยจากมูลไส้เดือน กากน้าตาล น้าหมักชีวภาพ
สารชวี ภัณฑ์ และสารสมุนไพรใชค้ วบคมุ ศัตรูพืช

ที่มา https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_5134

การปลูกผักอินทรีย์ข้างบ้านเป็นความสุขหลังเกษียณอายุราชการที่ทาได้ง่ายๆ ไม่ต้อง
ลงทุนมากมาย เหมาะสมกับกาลังกายท่ีมี ไม่ต้องออกแรงหนักมากนัก โดยใช้แรงงานภายใน
ครอบครัวก็มีความสุขท่ีได้ผักดีๆ มาบริโภค ผักอาจจะด้อยความงามไปบ้าง แต่ก็มากด้วยคุณค่า
ทางจิตใจและคุณค่าทางอาหารเพราะเปน็ ผักท่ปี ลูกตามวถิ ธี รรมชาติ เมอื่ มีผลผลิตเหลือเฟือก็จะมี
ความสุขเพม่ิ ข้นึ จากการแบ่งปันพชื ผักท่ีปลอดภยั ใหค้ นอืน่

๑๘

ทมี่ า https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_5134
ที่มา https://www.kasetsanjorn.com/2608/

๑๙

เกษตรแบบผสมผสาน (Integrated Agriculture)

การเกษตรผสมผสาน8 คอื การปลกู ผกั และเลยี้ งสตั วห์ ลายชนดิ ในพ้ืนทีเ่ ดียวกนั
ในแต่ละกิจกรรมจาเป็นต้องมีการวางแผนกันอย่างสอดคล้อง เพ่ือให้เกิดผลผลิตดีท่ีสุด เกิดการ
หมุนเวียนอย่างต่อเน่ือง ทาให้เกษตรกรหรือผู้ที่ทาเกษตรมีกินมีใช้ตลอดท้ังปี เริ่มจากการใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ได้แก่ ไร่นา น้า แสงแดด ดินและอากาศ ซึ่งต้องนาปัจจัย
เหล่าน้ีมาผสมผสานกัน จนกระทั่งให้เกิดความเหมาะสมตามในแต่ละพ้ืนท่ีมีความแตกต่างกัน
ซงึ่ ก่อใหเ้ กดิ สมดุลระหวา่ งธรรมชาตอิ ยา่ งยง่ั ยืน สาหรับขอ้ ดขี องการทาการเกษตรแบบผสมผสาน
คอื การสร้างรายไดอ้ ย่างต่อเนอื่ งและม่ันคง ให้แก่เกษตรกรในยามท่ีต้องรอคอยผลผลิตจากพืชผัก
ก็สามารถนาผลผลิตจากสัตว์ไปขาย และนามารับประทานก่อนได้ ทาให้เกิดรายได้ตลอดท้ังปี
อีกทั้งยังเปน็ การลดการขอความชว่ ยเหลอื จากภายนอก ทาให้เกษตรกรสามารถยืนดว้ ยลาแข้งของ
ตัวเองได้ ภายใน 1 ท่ีดิน ต้องจัดสรรให้มีส่ิงเหล่านี้ (๑) มีนาเพื่อปลูกข้าว (๒) มีพื้นที่ปลูกไม้ผล
(๓) มพี น้ื ทีป่ ลูกพืชผัก (๔) ขุดบ่อเลย้ี งปลา เล้ยี งไก่ เล้ียงหมู เลี้ยงววั หรอื เล้ยี งสัตว์ตามแต่สะดวก
รวมทัง้ ใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรเหลือใช้ในพ้ืนท่ีให้ได้มากท่ีสุด เช่น นามูลของสัตว์มาทาเป็นปุ๋ย
ชีวภาพ ส่วนรากไม้หรือกิ่งไม้แห้งก็นาไปตากแดด เพื่อนามาทาถ่านฟืน เช่น ถ้ามีพื้นท่ี 14 ไร่
สามารถแบ่งออกเป็น พื้นท่ีปลูก 50 ไร่, ขุดบ่อดินเพื่อกักเก็บน้าเอาไว้ใช้ 1 ไร่, ขุดบ่อเพ่ือเลี้ยง
สัตว์และเล้ียงปลานิล 1 ไร่ รวมท้ังปลูกพืชผักสวนครัวผลไม้ดอกไม้ และที่อยู่อาศัยอีก 2 ไร่
การเลี้ยงสัตว์ปรับเอาตามความเหมาะสมได้ ในส่วนของการเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชผักต่างๆ น้ัน
ตดั สนิ ใจไดเ้ องเลย ไมจ่ าเป็นจะตอ้ งเลย้ี งไก่ เลี้ยงหมูอย่างเดียวตลอด เพราะในแต่ละพ้ืนที่มีความ
อุดมสมบูรณ์ของดินและสภาพแวดล้อมในการเลือกประโยชน์ ในการเลี้ยงสัตว์แตกต่างกันไป
จะเล้ียงหมูป่าหรือเลี้ยงคางคกก็ได้เช่นเดียวกัน รวมท้ังการเลือกปลูกผักเองก็เช่นเดียวกัน
ควรเลือกปลูกผักท่ีมีความเหมาะสมกับพื้นที่ของคุณและสามารถสร้างรายได้ให้เกิดข้ึนจริง เช่น
การเล้ียงหมูก็จะต้องเลี้ยงหมูท่ีเป็นแม่พันธ์ุที่ดี มีลักษณะลาตัวดี แข็งแรง ลาตัวยาวสามารถให้
นมลกู ไดอ้ ย่างตอ่ เนื่อง หลงั จากการผสมพันธ์ุแม่หมูจะต้ังครรภ์เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น หลังจาก
น้ันกจ็ ะออกลูกออกมา คร้ังละประมาณ 16 ตัว หลังจากน้ันก็เลี้ยงลูกหมูต่ออีกเพียงแค่ 14 วัน
เพียง เท่านี้สามารถขายลูกหมูได้ในราคาตัวละ 500 บาท ส่วนพ่อพันธุ์แม่พันธ์ุท่ีมีลักษณะดี
ก็สามารถขายได้ตัวละ 4,000 – 5000 บาทข้ึนไป นอกจากน้ี การพลิกแพลงเลี้ยงสัตว์ต่างๆ
อีกมากมาย เพ่ือใช้ในการค้าขาย เช่น การเล้ียงกบ ซ่ึงการเลี้ยงกบในปัจจุบันน้ีก่อให้เกิดรายได้
ดีมาก อีกทั้งยังใช้พื้นท่ีเลี้ยงน้อย เช่น การเล้ียงกบในบ่อคอนกรีต ซ่ึงสะดวกต่อการถ่ายเทน้า
ได้มากขึ้น เล้ียงง่ายใช้พ้ืนท่ีน้อย โดยราคาจาหน่ายลูกอ๊อดตัวละ 1 บาท ส่วนกบโตเต็มวัยแล้ว
ขายกโิ ลกรมั ละ 100 บาท ถา้ คนเลย้ี งกบไดอ้ วบอว้ นก็จะทาใหก้ าไรในสว่ นน้เี พมิ่ ขนึ้ มาก ข้อดีของ
การทาการเกษตรแบบผสมผสานทาให้เกิดความม่ันคงทางด้านการเงินและจิตใจ โดยการ
เออ้ื เฟ้อื เผ่อื แผ่ในสังคมชุมชน กอ่ ให้เกดิ เป็นชมุ ชนอันแข็งแกร่ง สามารถต่อยอดเป็นการค้าขายใน
ระดับชุมชนไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งสืบไป

๒๐

ท่ีมา https://www.fsepmichigan.org/

จินดา ฟั่นคาอ้าย บ้านเลขที่ 43 หมู่ท่ี 2 ตาบลผาปัง อาเภอแม่พริก จังหวัดลาปาง
อดีตศกึ ษานิเทศก์9 เปน็ อกี ท่านหน่ึงที่สนใจการทาเกษตรผสมผสาน แล้วตั้งใจเดินตามแนวทางน้ี
ในบนั้ ปลายชีวิต

ทมี่ า https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_108233

๒๑

กาหนดกิจกรรมในสวนเกษตรผสมผสานทุกชนิดต้องเป็นอินทรีย์เท่าน้ัน พื้นท่ี 19 ไร่
ได้จัดสรรแบ่งพ้ืนท่ีการปลูกพืชชนิดต่างๆ รวมถึงยังได้ขุดบ่อเล้ียงปลาและเลี้ยงไก่ ทานาข้าว
เหนียวนาปี พนั ธุ์ กข 6 จานวน 17 ไร่

1. ไก่เลี้ยงแบบปลอ่ ย ข้าวในนาปลูกเน้นความเป็นอินทรีย์ต้ังแต่เร่ิมแรกที่ต้องดูแลบารุง
ดินก่อนปลูกข้าวตามฤดูกาล โดยไม่มีการเผาตอซังแต่จะไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด แล้วปล่อยเศษ
ฟางข้าวไวก้ ลางท่งุ เพอื่ ใหเ้ น่าเป่ือยเป็นปุ๋ยในดิน อีกทั้งได้นาถั่วลิสงท่ีชาวบ้านเก็บเกี่ยวแล้วนามา
เขา้ กระบวนการทาปุ๋ยหมกั แล้วผสมกับฟางข้าว ข้ีวัว ข้ีไก่ เศษใบไม้ ใส่ลงในดิน แนวทางนี้ทาให้
ข้าวในนาได้ผลผลติ ครงั้ ละ 250 ถุง (ถุงละ 42 กิโลกรัม) เป็นผลผลติ ทสี่ ูงเพราะปลูกแบบอินทรีย์
ด้วยการใชป้ ยุ๋ คอก ปยุ๋ หมกั และต่างจากชาวบา้ นแหล่งอน่ื ที่มักเผาตอซัง แล้วบ่นว่าได้ผลผลิตน้อย
ไกท่ ่ีเลย้ี งมี 2 พันธ์ุ คือไก่พนื้ เมืองและไกพ่ ันธปุ์ ระดูห่ างดา จานวน 100 กว่าตัว เป็นประดู่หางดา
จานวน 48 ตัว ไก่ทั้งหมดจะปล่อยให้หากินตามธรรมชาติกับให้อาหารจากผักกะหล่าปลี ผักบุ้ง
กล้วย มาต้มผสมกบั รา มบี อ่ ปลาจานวน 4 บ่อ เล้ยี งปลาสวาย ปลาจะละเม็ด และปลานลิ แลว้ นา
พชื ผกั มาใช้เปน็ อาหารปลา รายได้เป็นรายปีกับสวนยูคาลิปตัสจานวนหม่ืนกว่าต้น บนเน้ือท่ี 30
กว่าไร่

ทม่ี า https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_108233

2. ปลูกพืชสวนครัวไว้ข้างบ้าน นอกจากน้ัน สวนแห่งนี้ยังปลูกพืชสวนครัว ได้แก่ พริก
ข่า ตะไคร้ หรือไม่เว้นแม้แต่พืชกินใบ กะหล่าปลี ผักกาดดอก ซ่ึงเป็นพืชท่ีเหมาะกับช่วงอากาศ
หนาว จึงวางแผนปลูกพืชเหล่าน้ีด้วยการเพาะไว้ก่อนล่วงหน้า แล้วนาไปปลูกในพื้นท่ีทานา
หลงั จากเกบ็ เกี่ยวขา้ วแลว้ ในช่วงปลายปี อีกส่วนของพ้ืนที่สวนเกษตรได้ทาสวนมะนาวพันธ์ุตาฮิติ

๒๒

ท้ังแบบปลูกลงดินกับปลูกในวงบ่อ เพราะต้องการเปรียบเทียบการเจริญเติบโต การให้ผลผลิต
และความทนทาน โดยมจี านวนกว่า 80 ต้น ระยะปลูก 4 เมตร ต้นพันธุ์เป็นกิ่งตอน อายุปลูก 8
เดือน ข้อดีอีกอย่างหน่ึงของมะนาวพันธ์ุตาฮิติ คือออกดอกติดผลตลอดปี โดยไม่ต้องใช้สารเร่ ง
มีการดแู ลบารงุ ต้นมะนาวและดินด้วยปุ๋ยคอก แกลบ ผสมกับมูลวัว มูลควาย นอกจากนั้น จะให้
ปยุ๋ สูตร 15-15-15 และฉดี นา้ สมนุ ไพรไล่แมลงปีละ 1 คร้ัง และใส่ป๋ยุ คอกปลี ะ 2 คร้งั

3. การนาทรพั ยากรทางธรรมชาตใิ นพ้นื ท่มี าทาเกษตรกรรม นาแกลบจากขา้ วทีป่ ลกู มา
เผาแลว้ จะนาไปใชใ้ นการผสมปุ๋ยและเปน็ วสั ดปุ ลกู พชื มกี ารเผาถา่ นเองจากตน้ ไม้ในละแวกบา้ น
เพื่อนาไปใช้เป็นเช้ือเพลงิ แล้วยงั นาน้าส้มควนั ไม้ไปใช้ประโยชน์

ทม่ี า https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_108233

4. ปลูกไผ่ รักษาส่ิงแวดล้อมและสร้างรายได้ ไผ่เป็นพืชสาคัญของชาวตาบลผาปัง โดย
ปลกู ไผก่ ิมซุ่ง เหตผุ ลใหห้ น่อไดต้ ลอดทง้ั ปี ซ้ือมาเพียงต้นเดียว แล้วนามาขยายพันธ์ุได้เป็นจานวน
กว่า 50 ต้น บางสว่ นทีข่ ยายแลว้ นาไปปลูกรมิ รั้ว เป็นกาแพงทางธรรมชาติ แล้วมีโครงการเพาะ-
ขยายต่อไปอีกไม่จากัด เป็นพืชท่ีปลูกง่าย การดูแลไม่ยุ่งยาก เพียงแต่อย่าขาดน้า มีตลาดรองรับ
เชน่ การแยกกอหรอื เหงา้ การชาปลอ้ งและการปกั ชาแขนง

๒๓

(๑) การขยายพันธโุ์ ดยการแยกกอหรอื เหง้า ควรเลอื กเหง้าท่ีมีอายุ 1-2 ปี โดยตัดตอให้
สูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร แล้วขุดเหง้ากับตอออกจากกอแม่ และต้องระวังอย่าให้ตา
ท่ีกอเหง้าเสียหาย เพราะตานี้จะแตกเป็นหน่อต่อไป การขยายพันธุ์วิธีน้ีจะได้เหง้าแม่ท่ีสะสม
อาหารอยู่มาก จึงมีอัตราการรอดตายสูง ทาให้หน่อแข็งแรงและได้หน่อเร็วกว่าวิธีขยายพันธ์ุ
โดยการใช้ก่ิงแขนงหรือลา

(2) การขยายพนั ธ์ุโดยการชาปลอ้ ง ซง่ึ ต้องเลอื กลาทม่ี ีอายุประมาณ 1 ปี แล้วนามาตัด
เป็นท่อนๆ แต่ละท่อนมี 1 ข้อ โดยจะต้องตัดตรงกลางท่อน ให้รอยตัดท้ังสองข้างห่างจากข้อ
ประมาณ 1 คืบ และต้องมีแขนงติดอยู่ประมาณ 1 คืบ แล้วจึงนาไปชาในแปลงเพาะ ให้วางอยู่
ระดับดินแล้วให้ตาหงายข้ึน ทั้งนี้ ต้องระวังอย่าให้ตาได้รับอันตราย เพราะจะทาให้หน่อไม่งอก
หลังจากนัน้ เทนา้ ใสป่ ล้องไผใ่ หเ้ ต็ม

(๓) การขยายพนั ธโ์ุ ดยใช้กง่ิ แขนงปักชา โดยให้เลือกก่ิงแขนงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
ประมาณ 1-1.5 นิว้ ดูรากของก่งิ แขนงท่มี ีสีนา้ ตาลหรอื น้าตาลอมเหลือง และมีรากฝอยแตกจาก
รากแขนงแลว้ ให้เลอื กก่งิ แขนงท่ีใบยอดคลี่แล้ว และกาบหุ้มตาหลุดหมดแล้ว หรือเลือกก่ิงแขนง
ที่มีอายุ 4-6 เดือน ถ้าเป็นก่ิงค้างปีย่ิงดี ภายหลังที่ได้ก่ิงแขนงแล้ว ให้ตัดแยกกิ่งแขนงออกจาก
ลาไผ่ ตัดปลายก่ิงออกให้เหลือ 80-100 เซนติเมตร การปักชาควรจะทาในปลายฤดูฝนหรือ
ในราวเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีกิ่งแขนงมาก โดยต้องเตรียมแปลงเพาะชาด้วยการ
ไถพรวนดิน ควรตากดินท้ิงไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ ท้ังน้ี ต้องขุดร่องให้เป็นแนวเหนือ-ใต้
ลึกประมาณ 15 เซนติเมตร ใหร้ อ่ งห่างกนั ประมาณ 30 เซนตเิ มตร เพือ่ ใหก้ ่ิงแขนงได้รับแสงแดด
ท่ัวทุกด้าน นากิ่งแขนงปักชาลงในร่อง ห่างกันประมาณ 15-20 เซนติเมตร หลังจากนั้นแล้ว
ประมาณ 6-8 เดอื น จะเริ่มแตกแขนงใบและรากท่ีแข็งแรง พร้อมที่จะยา้ ยลงปลูกในแปลงได้

ที่มา https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_108233

๒๔

5. พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ท่ีใช้กับทุกอย่างในบ้าน มีการต่อระบบวงจรไว้
แต่ละจดุ แบ่งแยกตามความตอ้ งการใชง้ านอย่างชัดเจน การต่อวงจรแผงโซลาร์เซลล์เพื่อนาไฟฟ้า
มาใช้งาน โดยความรู้เร่ืองการต่อระบบพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ได้มาจากลูกชายที่ขายแผง
โซลาร์เซลลเ์ ป็นคนสอนให้

ทม่ี า https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_108233

ท่ีมา https://numismaticliteraryguild.org/

๒๕

อ้างอิง

1 สานกั งานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องคก์ รมหาชน). ม.ป.พ. เกษตรทางเลือก เพม่ิ โอกาสใน
การทาเกษตรอยา่ งยงั่ ยืน. เข้าถึงขอ้ มลู ไดจ้ าก https://www.arda.or.th/knowledge_
detail.php?id=49 วันทีส่ บื คน้ ขอ้ มูล 19 ตุลาคม 2565.
2 Thailand Plus. 2561. เกษตรกรรมแบบย่ังยืน กบั “ความสุขแบบชาวบ้าน”. เข้าถึงข้อมูล
ไดจ้ าก https://www.thailandplus.tv/archives/2992 วนั ทีส่ บื คน้ ข้อมลู 19 ตลุ าคม
2565.
3 เจ้าของร้าน. 2557. เกษตรธรรมชาติ. เข้าถงึ ข้อมลู ได้จาก http://www.pakwanban.com/
article/37/ วนั ท่ีสบื ค้นขอ้ มูล 19 ตลุ าคม 2565.
4 โครงการสวนผกั คนเมือง มลู นธิ เิ กษตรกรรมย่ังยนื (ประเทศไทย). 2561. เกษตรธรรมชาติฉบับ
MOA ตอนที่ 1. เขา้ ถงึ ข้อมูลได้จาก https://thaicityfarm.com/2018/09/26/%E0%
B9%80 วันทสี่ ืบคน้ ขอ้ มูล 19 ตลุ าคม 2565.
5 Green Net. ม.ป.พ. หลกั การเกษตรอินทรีย์. เข้าถงึ ขอ้ มลู ไดจ้ าก https://www.greennet.
or.th/ วันทีส่ ืบค้นข้อมลู 19 ตลุ าคม 2565.
6 สานักงานพฒั นาการวจิ ยั การเกษตร (องค์กรมหาชน). ม.ป.พ. เกษตรอนิ ทรีย์ คืออะไร และทาไม
ตอ้ งเกษตรอินทรยี ์? เขา้ ถึงข้อมลู ไดจ้ าก https://www.arda.or.th/knowledge_detail.
php?id=17 วนั ทสี่ ืบคน้ ขอ้ มูล 19 ตลุ าคม 2565.
7 เทคโนโลยชี าวบ้านออนไลน์. 2565. มพี น้ื ท่ีจากัด แต่อยากปลกู ‘ผักอนิ ทรยี ์’ ไวก้ ินเองข้างบ้าน
ทาได้ไมย่ าก. เขา้ ถึงขอ้ มูลได้จาก https://www.technologychaoban.com/agricultural-
technology/article_5134 วันที่สบื ค้นขอ้ มูล 19 ตลุ าคม 2565.
8 FSEPMICHIGAN. 2563. ทาความเข้าใจการเกษตรผสมผสาน คอื อะไร. เข้าถงึ ขอ้ มลู ได้จาก
https://www.fsepmichigan.org/ วันทสี่ ืบคน้ ขอ้ มลู 19 ตลุ าคม 2565.
9 เทคโนโลยชี าวบา้ น. 2562. ทาสวนเกษตรผสมผสานหลงั เกษียณ แทบไม่ต้องใช้เงิน มีเงิน
เหลอื ออม ชีวติ มีความสุข. เขา้ ถงึ ข้อมลู ได้จาก https://www.technologychaoban.com/
agricultural-technology/article_108233 วนั ท่ีสบื คน้ ข้อมูล 19 ตุลาคม 2565.

เกษตรทางเลอื ก (๒)

ดร.อภิรชั ศักด์ิ รัชนีวงศ์

เกษตรทางเลือก (Alternative Agriculture)1 คือ การทาเกษตรกรรมอีกประเภทหน่ึงที่
จะไม่มีการนาเอาสารเคมีใด ๆ เข้ามาปนเป้ือนในผลผลิตของตนเองเลย เน้นหนักไปทางวัตถุดิบ
ทไี่ ด้จากธรรมชาติเป็นสว่ นใหญ่ เชน่ ปยุ๋ คอก ปุ๋ยหมัก หรือวัสดุปกคลุมดินจาพวกหญ้า ฟาง ฯลฯ
รวมถึงการนาเอาเกษตรแบบผสมผสานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ท้ังการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ให้
เกื้อกูลระหว่างกัน หรือบางคนท่ีเคยใช้สารเคมีหนัก ๆ สาหรับทาเกษตรก็พยายามลดในส่วน
ดังกล่าวลงจนเหลือ และไม่หันกลับไปใช้อีกในอนาคต ซ่ึงประเภทของเกษตรทางเลือก ดังน้ี
เกษตรแบบธรรมชาติ เกษตรแบบอินทรีย์ เกษตรแบบผสมผสาน เกษตรแบบทฤษฎีใหม่และ
วนเกษตร

เกษตรทางเลือก (๑) ได้กล่าวถึงเกษตรแบบธรรมชาติ เกษตรแบบอินทรีย์ เกษตรแบบ
ผสมผสานแลว้

เกษตรแบบทฤษฎีใหม่

ปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง2 เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในหลวงรัชกาลท่ี 9 ทรงมีพระราชดารัสช้ีแนะแนว
ทางการดารงชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาต้ังแต่ปี 2517 ก่อนวิกฤติทางเศรษฐกิจ และเมื่อ
ภายหลังได้ทรงเน้นย้าแนวทางการแก้ไข เพ่ือให้รอดพ้นและสามารถดารงอยู่ได้อย่างม่ันคงและ
ยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวฒั น์และความเปลย่ี นแปลงตา่ ง ๆ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง (ทางสาย
กลาง) แนวคิด: แนวทางการดารงอยู่ การปฏิบัติตนในทุกระดับ ครอบครัว ชุมชน รัฐ-ในการ
พัฒนา บริหารประเทศ หลักการ: พอประมาณ คือไม่มาก/น้อยเกินไป/ไม่เบียดเบียนตนเองและ
ผู้อื่น, มีเหตุผล คือพิจารณาเหตุที่เกี่ยวข้อง/ผลกระทบ, มีภูมิคุ้มกัน คือเตรียมตัวพร้อมรับ
ผลกระทบ/การเปล่ียนแปลงต่าง ๆ เงอื่ นไข: ความรอบรู้ คือความรู้ในตวั คน ในหลักวิชา รอบคอบ
ระมัดระวัง และคุณธรรม คือซ่ือสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน มีความเพียร แบ่งปัน เป้าประสงค์:
เช่ือมโยงวิถีชีวิต/เศรษฐกิจ/สังคม/ส่ิงแวดล้อม/การเมือง, สร้างสมดุล/ม่ันคง/เป็นธรรม/ย่ังยืน
พร้อมรบั การเปลย่ี นแปลง



ทมี่ า https://kb.mju.ac.th/learningBase.aspx?id=1164#lg=1&slide=15

เกษตรทฤษฎีใหม่2 คือการจัดการทรัพยากรระดับไร่นา ที่ดิน แหล่งน้า เพื่อการเกษตร
แบบผสมผสานบนที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด คู่ขนานด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง เปน็ การชว่ ยเหลือเกษตรกรท่ีประสบความยากลาบากให้สามารถผ่านวิกฤติ โดยเฉพาะ
การขาดแคลนน้าไดอ้ ย่างไมเ่ ดอื ดรอ้ นและยากลาบากนัก การดาเนินงานมี 3 ข้ันตอน ดงั น้ี

ทฤษฎีใหม่ข้ันตน้
ข้ันที่ 1 ทฤษฎีใหม่ข้ันต้น (พออยู่พอกิน พึ่งตนเองได้) การจัดสรรพื้นที่ทากินและท่ีอยู่
อาศัย ใหแ้ บ่งพ้ืนทอ่ี อกเปน็ 4 ส่วน ตามอัตราส่วน 30 : 30 : 30 : 10 ประกอบด้วย

สว่ นท่ี 1 ใหข้ ดุ สระน้าเกบ็ กักน้าฝนสารองไว้ใช้ปลูกพืชในฤดูแล้งตลอด จนเล้ียง
สตั ว์นา้ พืชนา้ ตา่ ง ๆ 30%

ส่วนท่ี 2 ใช้ปลูกข้าวในฤดูฝน ซึ่งเป็นอาหารหลักให้เพียงพอตลอดปี
ลดค่าใช้จา่ ย พึ่งพาตนเองได้ 30%

ส่วนท่ี 3 ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร เพื่อเป็นอาหาร
ประจาวนั หากเหลือนาไปแบง่ ปนั เพอื่ นบ้านและจาหน่าย 30%

ส่วนที่ 4 ทอ่ี ยูอ่ าศัย สัตวเ์ ลยี้ ง และโรงเรือน 10%



ที่มา https://xn--12cc0dik2d5ak9em9l6d.com/

ทฤษฎีใหม่ขั้นกลาง
ขั้นที่ 2 ทฤษฎีใหม่ข้ันกลาง (พอมีอันจะกิน ชุมชนเข้มแข็ง) เมื่อเกษตรกรได้ปฏิบัติใน
ทด่ี ินของตนจนได้ผลแลว้ ใหร้ วมพลังรว่ มแรงรว่ มใจในกลมุ่ สหกรณ์ดาเนินการในดา้ นตา่ ง ๆ ดังนี้

1. การผลติ : รว่ มมอื กนั ตัง้ แตเ่ ตรยี มดิน หาพันธุ์พชื ปุ๋ย แหลง่ นา้ และอื่น ๆ
2. การตลาด: เมอ่ื มีผลผลิตแลว้ ควรเตรยี ม การโดยรวมกัน ขายให้ได้ประโยชน์
สูงสุด
3. ความเป็นอยู่: เกษตรกรต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร มีปัจจัยพื้นฐาน
การดารงชพี ทพ่ี อเพียง
4. สวัสดิการ: ชุมชนควรมีสวัสดิภาพและบริการที่จาเป็น เช่น โรงพยาบาล
สง่ เสริมสขุ ภาพตาบล (รพ.สต. หรอื สถานอี นามยั (เดมิ ) เมือ่ ยามปว่ ยไข้ มีกองทุนไวก้ ูย้ มื
5. การศึกษา: ชุมชนควรส่งเสริมการศึกษา เช่น มีกองทุนเพ่ือการศึกษา
เลา่ เรียนแก่เยาวชน สืบทอดภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ
6. สังคมและศาสนา: ชุมชนควรเป็นที่รวมในการพัฒนาสังคมและจิตใจ การ
แบง่ ปนั ปลกู ฝังจริยธรรม



ที่มา https://www.thailetgo.com/3354?=

ทฤษฎีใหม่ขน้ั ก้าวหนา้
ขั้นท่ี 3 ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า (ประสานแหล่งทุน ครอบครัวม่ันคง) เม่ือเกษตรกรได้
ดาเนินการผ่านขั้นทีส่ องแล้ว เกษตรกรจะมีรายได้ดีขึ้นฐานะม่ันคงข้ึน ควรพัฒนาให้ก้าวหน้า คือ
ติดตอ่ ประสานงาน เพือ่ จัดหาทนุ แหลง่ เงิน เช่น ธนาคาร บริษัทห้างร้านเอกชน มาทาธุรกิจลงทุน
พัฒนาและไดป้ ระโยชน์รว่ มกัน ดังน้ี

1. เกษตรกรขายผลผลติ ในราคาทเี่ ปน็ ธรรมไมถ่ ูกกดราคา
2. บริษัท ธนาคาร ผู้ประกอบการสามารถซ้ือผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง
ราคาจงึ ไมส่ ูงเกนิ ไป
3. เกษตรกรสามารถซ้ือเคร่ืองอุปโภค ปัจจัยการผลิต ในราคาขายส่งเพราะ
รวมกนั ซื้อ
4. ธนาคารหรือองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถกระจายบุคคลากรเข้า
ดาเนนิ การกจิ กรรมตา่ ง ๆ ได้เกดิ ผลดยี ิ่งข้ึน



ท่มี า https://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/?p=12412

นายวิลาศ กาเนิดโทน3 เกษตรกรชาวบา้ นหมู่ 7 ตาบลทุ่งคา อาเภอเมืองชุมพร จังหวัด
ชุมพร จากเดิมเป็นเกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น มะพร้าวเพ่ือผลิตเป็นน้าตาลมะพร้าวเพียง
อยา่ งเดียว ถึงแม้จะหาปหู าปลาในลาคลองเป็นอาชีพเสริม แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย
ภายในครัวเรือน หลังประสบปัญหาเรื่องดังกล่าวเร่ือยมา เมื่อปี 2548 สานักงานเกษตรอาเภอ
ช่วยเหลือโดยการนาเข้าอบรมท่ีศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติคาบาน่า อาเภอ
ปะทิว จังหวัดชุมพร และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอ้ือง ตาบลหนองบอนแดง อาเภอบ้านบึง
จังหวัดชลบุรี 3 คร้ัง เพื่อเรียนรู้ให้ชัดเจนเข้าใจว่าเกษตรทฤษฎีใหม่ปฏิบัติอย่างไร มีรายได้จาก
ผลผลิตผักผลไม้ ไข่ไก่ ไข่เป็ด และอ่ืนๆ รายได้แบ่งเป็นรายวัน รายเดือนและรายปีเฉลี่ย
40,000 – 50,000 บาทตอ่ เดอื น และยังสามารถลดรายจ่ายด้านการบริโภค ลดรายจ่ายด้าน
ปุ๋ย และสารเคมี จนนายวิลาศ กาเนิดโทน ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นและรางวัลบุคคล
ต้นแบบดา้ นเศรษฐกิจพอเพียง

ท่ีมา https://workpointtoday.com/



วนเกษตร (Agroforestry)
วนเกษตร4 เป็นเกษตรกรรมท่ีนาเอาหลักการความยั่งยืนถาวรของระบบป่าธรรมชาติ
มาเป็นแนวทางในการทาการเกษตร ให้ความสาคัญกับการปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผลและไม้ใช้สอย
ให้เป็นองค์ประกอบหลักของไร่นา ผสมผสานกับการปลูกพืชชั้นล่าง ท่ีไม่ต้องการแสงแดดมาก
หรอื ไดอ้ าศยั รม่ เงา และความชนื้ จากการที่มีพชื ช้ันบนขึ้นปกคลุม รวมทั้งการจัดองค์ประกอบการ
ผลิตทางการเกษตรใหม้ คี วามหลากหลายชนิดของพชื และสตั ว์

ท่มี า https://twitter.com/greenpeaceth/status/690054603799412737

หลักการของวนเกษตร
ระบบวนเกษตรเป็นการทาการเกษตรในพื้นท่ีป่า ได้แก่ การปลูกพืชเกษตรแซมในพ้ืนท่ี
ป่าธรรมชาติ การนาสัตว์ไปเล้ยี งในปา่ การเกบ็ ผลผลิตจากป่ามาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และการ
ใช้พื้นท่ีป่า ทาการเพาะปลูกสลับกับการปล่อยให้ฟื้นคืนสภาพกลับไปเป็นป่า รวมถึงการสร้าง
ระบบเกษตรให้มีลักษณะเลียนแบบระบบนิเวศป่าธรรมชาติ มีไม้ยืนต้นหนาแน่นเป็นส่วนใหญ่
ทาให้ระบบมรี ่มไม้ปกคลุมและมีความชุ่มชื่นสูง
วนเกษตรมีทางเลือกในการปฏิบัติทางการเกษตรแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถ่ิน และ
สภาพพนื้ ที่ โดยนักวิชาการไดจ้ ดั แบง่ เปน็ กลุ่มใหญ่ๆ 5 ประเภท ดังน้ี
1. วนเกษตรแบบบ้านสวน มตี น้ ไมแ้ ละพชื ผลหลายชนั้ ความสงู โดยปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น
สมนุ ไพร และพืชผักสวนครวั ในบริเวณบ้าน



ท่มี า http://www.papertree.in.th/2020/08/19/

2. วนเกษตรทมี่ ตี ้นไมแ้ ทรกในไร่นา หรือทุ่งหญ้า เหมาะกับพื้นท่ีซึ่งมีลักษณะสูงๆ ต่าๆ
โดยปลกู ต้นไมเ้ สริมในท่ีท่ีไม่เหมาะสมกับพืชผล เช่น ที่เนิน หรือท่ีลุ่มน้าขัง และปลูกพืชในที่ราบ
หรอื ท่ีไมส่ ม่าเสมอ

ท่ีมา http://www.papertree.in.th/2020/08/19/



3. วนเกษตรท่ีมีต้นไม้ล้อมไร่นา เหมาะกับพ้ืนที่ไร่นา ซ่ึงมีลมแรงพืชผลได้รับความ
เสยี หายจากลมพายุอยู่เสมอ จึงต้องปลูกต้นไม้เพิ่มความชุ่มชื้น บังแดดบังลมให้กับพืชท่ีต้องการ
ร่มเงาและความชื้น

ท่ีมา http://www.papertree.in.th/2020/08/19/

4. วนเกษตรที่มีแถบต้นไม้และพืชผลสลับกัน เหมาะกับพ้ืนท่ีที่มีความลาดชันเป็น
แนวยาวน้าไหลเซาะหน้าดินมาก แถบต้นไม้ซึ่งปลูกไว้สองถึงสามแถวสลับกับพืชผลเป็นช่วงๆ
ปลูกขวางความลาดชัน จะช่วยรักษาหน้าดิน และในระยะยาวจะทาให้เกิดขั้นบันไดดินแบบ
ธรรมชาตใิ หก้ ับพน้ื ที่ สาหรับแถบพืช อาจมคี วามกวา้ ง 5-20 เมตร ตามความเหมาะสมของพน้ื ที่

ท่ีมา http://www.papertree.in.th/2020/08/19/



5. วนเกษตรท่ีใช้พ้ืนที่หมุนเวียนปลูกไม้ยืนต้น พืชผลและเล้ียงสัตว์ เหมาะกับพ้ืนท่ีที่มี
ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ซ่ึงมีพื้นที่พอที่จะปลูกพืชผลเป็นแปลงหมุนเวียน โดยมีแปลงไม้ยืนต้น
ร่วมกับการเล้ยี งสัตวแ์ บบหมุนเวียนเพ่ือฟื้นฟูความอดุ มสมบรู ณใ์ หก้ ับดิน

ท่มี า http://www.papertree.in.th/2020/08/19/

การเกษตรรูปแบบวนเกษตรเหมาะสาหรับชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดกับพ้ืนที่ป่าธรรมชาติ
เกษตรกรสามารถผลิตพืชผล โดยไม่ไปกระทบต่อพ้ืนท่ีป่าเดิม วนเกษตรอาศัยความหลากหลาย
ทางชีวภาพและสามารถฟ้ืนฟูความอุดมสมบูรณ์จากพื้นดินรกร้างและเสื่อมโทรม เป็นการสร้าง
แนวกันชนทางกายภาพ จากการลดลงของป่าไม้ที่เหลืออยู่ ทั้งยังเพ่ิมศักยภาพของดินในการ
บารุงดนิ และเกดิ ความมนั่ คงในการผลผลิต

นายบัวพันธ์ บุญอาจ5 อาเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลาภู เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ
สาขาอาชพี ปลกู สวนปา่ ประจาปี 2556

ทมี่ า https://forestinfo.forest.go.th/pfd/km5-1.aspx#km51_12

๑๐

ทม่ี า https://forestinfo.forest.go.th/pfd/km5-1.aspx#km51_12

นายบวั พันธ์ บญุ อาจ เปน็ เกษตรกรตน้ แบบที่มีการใชป้ ระโยชน์ที่ดินผสมผสานระหว่างไม้
ป่า ไม้ผล และเล้ียงปลานา้ จดื รวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน หรือเรียกท่ัวไปว่า “วนเกษตร” แบบป่าไม้-
ประมง เป็นเกษตรกรท่ีเป็นแบบอย่างในการทาการป่าไม้และประมงควบคู่กันไปเพื่อสร้างความ
มั่งคงในอาชีพปลูกสวนป่า โดยการเพาะเล้ียงปลาสร้างอาหารและรายได้ในระยะเวลาอันส้ัน
ไม้จากสวนปา่ สรา้ งท่ีอยอู่ าศัยสร้างรายได้จากไม้ตัดสาง และรายได้ในระยะยาวเม่ือถึงรอบตัดฟัน
ลกั ษณะทด่ี นิ ทากนิ ของนายบวั พันธ์ บุญอาจ มีทั้งท่ีลุ่มและที่ดอน ลาดเอียงในแปลงเดียวกัน ได้มี
การแบ่งพื้นที่ให้เหมาะสมในการใช้ประโยชน์ ท่ีลุ่มขุดบ่อเลี้ยงปลา 20 ไร่ ตามคันบ่อปลูกไม้ผล
พืชผักสวนครัว ท่ีดอนปลูกไม้เศรษฐกิจ รวมพ้ืนท่ีปลูกป่า 60 ไร่ รูปแบบการปลูกสวนป่า
ปลกู ไม้สักเป็นไมน้ า เม่อื ผ่านไป 5 ปี มีการตัดสางขยายระยะก็มีการปลูกไม้เสริม โดยยึดหลักป่า
3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 อย่าง คือการปลูกป่า ๓ อย่าง คือป่าสาหรับไม้ใช้สอยป่าสาหรับเป็นไม้ผล
และปา่ สาหรบั เป็นเชอ้ื เพลงิ สามารถใชป้ ระโยชน์จากป่าได้อย่างเก้ือกูล นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์
อยา่ งท่ี ๔ อันเป็นการอนุรักษ์ดินและน้า และเน้นการปลูกพืช 5 ระดับ คือสูง กลาง เต้ีย เร่ียดิน
และหัวใต้ดิน การจดั การในรูปแบบดงั กล่าวชว่ ยลดปญั หาเรือ่ งวชั พชื ได้ ต้นสัก อายุ 15 ปี ตัดสาง
อีกคร้ังหน่ึง แล้วได้ปลูกไผ่หลายชนิดแซมเข้าไป เช่น ไผ่รวกกาบขาว ไผ่ซางนวลพันธ์ุร้องกวาง

๑๑

ไผไ่ ร่ ไผ่เลีย้ ง ไผด่ า้ มขวาน ไผส่ ร้างไพร ไผห่ มา่ จู และไผ่จีนกมิ ซงุ ปลกู แซม 20 ไร่ ปรากฏวา่ ไผ่กับ
สักปลูกรวมกนั ไดผ้ ลดี ลาไผ่สวยเพราะยดื ลาแยง่ แสงกบั สกั เก้ือกลู เก้อื รายได้ มรี ายไดจ้ ากการขาย
หน่อไผ่และขายลาไผ่เป็นรายได้ระหว่างรอผลผลิตจากสกั ไม่ควรปลูกไผ่กับสักพร้อมกัน เพราะสัก
เจริญเติบโตสู้ไผ่ไม่ได้ ควรปลูกไผ่หลังจากสักอายุไม่ต่ากว่า 10 ปี ขึ้นไป ถ้าปลูกไม้หลายชนิด
ร่วมกัน เช่น ยางนา พะยงู ตะเคียนทอง ไผ่ กลว้ ย และขา่ ระยะปลกู ไผค่ วรปลูก 8x8 เมตร ไม้ยืน
ต้นจะข้ึนร่วมกันได้ดี ถ้าชิดกันกว่านี้ เช่น ปลูกระยะ 4x4 เมตร เพียง 2 ปี ไผ่จะคลุมพ้ืนที่ได้
ท้ังหมดไม้อย่างอื่น จะขึ้นได้ยาก กล้วยจะให้ผลดีในช่วง 3 ปี แล้วผลผลิตจะลดลง ส่วนยางนา
จะเติบโตไดด้ ีกว่าพะยงู และตะเคียนทอง รายได้หลัก คอื การเล้ียงปลา รายได้นามาเกื้อกูลแล้วตาม
ด้วยการปลูกสวนป่า พัฒนาเป็นการทาเกษตรทฤษฎีใหม่ พัฒนาตัวเองจาก 2 อาชีพน้ี จนเป็นท่ี
ยอมรับโดยเฉพาะด้านป่าไม้ จนในปี 2543 ได้สร้างโรงงานแปรรูปไม้เพื่อทาสิ่งประดิษฐกรรม
จาหน่าย ซึ่งมีท้ังไม้แปรรูปและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แปลงปลูกป่าได้พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้–ดูงาน
แปลงสวนปา่ ไดป้ รับปรงุ และพัฒนาเปน็ ศูนยเ์ รยี นรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ ที่เกิดจากความเก้ือกูล
และเชอื่ มโยงสูฐ่ านการเรียนรู้ โดยเร่มิ จากปา่ ไมเ้ ช่อื มโยงกบั ดนิ น้า สง่ิ แวดลอ้ ม อากาศและมลพิษ
เกดิ ฐานกิจกรรมย่อย คือจากป่าสถู่ า่ น จากถา่ นส่นู า้ ส้มควันไม้ ถา่ นและน้าสม้ ควันไม้สู่สบู่สมุนไพร
สูส่ ารขบั ไล่แมลง โดยไมใ่ ชส้ ารเคมเี ปน็ การอนรุ ักษ์ดนิ นา้ อากาศทส่ี มบรู ณ์และยงั่ ยนื

เกษตรกรดเี ดน่ แห่งชาติ

นายสุธรรม จันทร์อ่อน6 เกษตรกรอินทรีย์ดีเด่น ประจาปี 2564 อาเภอกาแพงแสน
จังหวัดนครปฐม ปริญญาตรศี ลิ ปศาสตรบณั ฑิต สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
เริ่มต้นช่วยครอบครัวทาการเกษตรตั้งแต่ปี 2538 ขณะน้ันครอบครัวเพาะปลูกฝ้าย อ้อย
หน่อไมฝ้ รัง่ และเล้ียงกุ้งก้ามกราม ต้งั แต่ปี 2542 ได้ศึกษาหาความรู้เรื่องการเกษตรอินทรีย์จาก
การฝึกอบรมกับหน่วยงานของรัฐ มหาวิทยาลัย และเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง ในช่วง
แรกของการปรบั เปลย่ี นผลผลติ ลดตา่ ลงมาก มีปญั หาเรื่องการจัดการแมลงศตั รพู ชื จงึ ได้ศกึ ษาเรื่อง
ตัวห้า ตัวเบียน เพิ่มเติม เพ่ือนากลับมาปฏิบัติในแปลงของตนเอง ทาให้เข้าใจว่าระบบนิเวศน้ัน
ต้องมีทั้งแมลงท่ีเป็นแมลงศัตรูพืชและแมลงศัตรูธรรมชาติ ซึ่งสามารถปล่อยให้ควบคุมกันเอง
ตามธรรมชาติไดอ้ ย่างสมดุล ในชว่ งสองปแี รกของการปรับเปล่ียนมาทาเกษตรอินทรีย์ คุณสุธรรม
เรม่ิ สงั เกตพฤติกรรมของผ้บู ริโภคพืชผกั เพื่อนามาวเิ คราะห์ตลาดและวางแผนการผลิตให้สามารถ
ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในชุมชนได้ ทาให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านหนี้สิน สุขภาพ และ
ระบบนิเวศของแปลงที่เป็นปัญหาสะสมมาได้เป็นอย่างดี ต่อมาในปี 2549 คุณสุธรรมมีโอกาส
ศึกษาดูงานโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา จึงนาองค์ความรู้เร่ืองการผลิตตามหลัก
เศรษฐศาสตร์ การลดต้นทุน และการเพิ่มมูลค่า ที่ได้มาประยุกต์ใช้กับการทาเกษตรของตนเอง
โดยทาการสารวจ วิเคราะห์ความต้องการบริโภคข้าวของจังหวัดนครปฐม เมื่อได้ผลสารวจจึงนา
พันธ์ุขา้ วหอมมะลิมาปลกู ให้ไดผ้ ลผลิตที่มคี ุณภาพ

๑๒

ทมี่ า https://www.moac.go.th/philosopher-philosopher-preview-401291791792

จากน้ันปรับเปลี่ยนมาปลูก คุณสุธรรมเพาะปลูกข้าว ปลูกพืชผักผสมผสาน ไม้ผล ไม้ยืนต้น
พืชสมนุ ไพร เลี้ยงไก่ เป็ด ปลา กงุ้ ก้ามแดง รวมท้ังผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ น้าหมักชีวภาพ และโรงสี
ข้าว บนพ้ืนท่ี 17 ไร่ โดยพื้นที่จานวน 5 ไร่ ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของ
กรมวิชาการเกษตร แบบอินทรีย์ เพ่ือลดต้นทุนการผลิต รวมทังเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการขายใน
รูปแบบของขา้ วกลอ้ ง ทาใหม้ ีรายไดเ้ พม่ิ มากข้ึน

ทีม่ า https://www.moac.go.th/philosopher-philosopher-preview-401291791792

๑๓

นายอานาจ จันทรส7 เกษตรกร GAP ดีเด่นแห่งชาติ ประจาปี 2564 ของสานักวิจัย
และพัฒนาการเกษตรเขตท่ี 6 จังหวดั จันทบรุ ี อดีตข้าราชการครูท่ีหันมาประกอบอาชีพเกษตรกร
ชาวสวนลาไย โดยนากิ่งพันธ์ุจานวน 200 ต้น จากจังหวัดลาพูนมาทดลองปลูก ซึ่งเมื่อปลูก
จนใหผ้ ลแล้ว จึงพบปัญหาการออกดอกตดิ ผลแปรปรวนไมส่ ม่าเสมอ ทาใหไ้ มส่ ามารถวางแผนการ
ผลติ และคาดการณ์ปริมาณผลผลิตท่ีแน่นอนได้ เมื่อทราบว่าทางภาคใต้เร่ิมมีการทาลาไยนอกฤดู
และได้ผลผลิตทีม่ คี ุณภาพ จึงไดเ้ ดนิ ทางไปศึกษาวิธีการทาลาไยนอกฤดูและนากลับมาทาในพื้นท่ี
ของตนเอง จนไดผ้ ลผลติ ลาไยนอกฤดอู อกจาหน่ายในปี 2541 และได้สมคั รเข้าสู่การผลิตพืชตาม
มาตรฐาน GAP กับสานกั วิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตท่ี 6 จนั ทบุรี ในปี 2547 เนื่องจากเห็นว่า
ตลาดประเทศจีนมีความต้องการสนิ ค้าทมี่ คี ุณภาพตามมาตรฐาน GAP (การปฏิบัติทางการเกษตร
ท่ีดี(Good Agricultural Practices: GAP)8 หมายถึง แนวทางในการทาการเกษตร เพ่ือให้ได้
ผลผลติ ทีม่ คี ุณภาพดีและปลอดภยั ตามมาตรฐานที่กาหนด โดยขบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อ
เกษตรกรและผบู้ ริโภค ปราศจากการปนเป้อื นของสารเคมไี ม่ทาให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมมีการ
ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุน การผลิตตามมาตรฐาน GAP
ก่อให้เกิดความยั่งยืนทางการเกษตร สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม) สวนภัทรพันธุ์ของ
นายอานาจ มีพ้ืนที่ 140 ไร่ มีต้นลาไย จานวน 3,374 ต้น ประสบความสาเร็จทุกปี โดยใช้
วิธีการปรบั ปรุงบารงุ ดนิ ด้วยการใส่ปยุ๋ อนิ ทรีย์ท่ีต้นลาไย 5-10 ก.ก./ต้น/ปี และทุก 3 ปีจะมีการ
ปรับค่าความเป็นกรดด่างของดินด้วยการใส่ปูนโดโลไมท์ เพ่ือไม่ให้ดินที่ใส่ปุ๋ยเคมีติดต่อกันเป็น
เวลานานมีค่าความเป็นกรดดา่ งมากเกินไป ซ่ึงอาจส่งผลเสียต่อต้นลาไยได้ ในช่วงใบอ่อนมีการใช้
น้าหมกั จากสะเดาเพ่ือไล่แมลงและใช้เชื้อไตรโคเดอร์มาผสมน้าฉีดพ่นลงดินเพื่อปรับปรุงดินและ
ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า โดยในปี 2563 ได้ผลผลิตจานวน 1,980 กิโลกรัม/ไร่ ซึ่งสูงกว่า
ผลผลิตลาไยของจังหวัดจันทบุรีที่มีค่าเฉลี่ย 869 กิโลกรัม/ไร่ โดยมีรายได้จากการจาหน่าย
ผลผลติ ลาไยในปี 2563 จานวน 1,744,360 บาท

ทีม่ า https://www.am1386.com/home/6907

๑๔

นายวีระชัย ก้องพนาไพรสณฑ์9 เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม
ระดับประเทศ ประจาปี พ.ศ.2563 หมู่ 7 ตาบลรวมไทยพัฒนา อาเภอพบพระ จังหวัดตาก
บนพ้ืนท่ีทาการเกษตรแบบไร่นาสวนผสมทั้งหมด 50 ไร่ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง และมีกจิ กรรมในแปลงเกษตรท่ีหลากหลาย ปลูกพืชผักและไม้ผล เช่น ทุเรียนหมอนทอง
มะม่วงแก้วขมิ้น อะโวกาโด เงาะโรงเรียน อ้อย มะพร้าว น้อยหน่า มะละกอ ข้าวโพด กาแฟ
อาราบิก้า ไผ่หวานไผ่ตง ข้าวกอเตี้ยพันธุ์จากพม่า ข้าวเหนียวลืมผัว กะหล่า ชะอม ตะไคร้
เล้ียงสัตว์ เช่น เล้ียงปลา ไก่ เป็ด หมู วัว กบ การปลูกม่อนเล้ียงไหมส่งขายให้บริษัทจุลไหมไทย
การผลิตปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน น้าหมักชีวภาพ และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงไว้ใช้เอง
เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวเหนียวลืมผัว ทาการปลูก สีข้าว ส่งขายตามพันธสัญญากับ
ห้างเซนทรัล

ทม่ี า https://www.youtube.com/watch?v= ที่มา https://ne-np.facebook.com/

yFc7NBapkbI 100064382181725/videos/

ที่มา http://new.research.doae.go.th/?p=9376 ที่มา https://www.siameagle.com/99008-2/

๑๕

ม.จ. สทิ ธพิ ร กฤดากร บดิ าแห่งการเกษตรแผนใหม่

ที่มา https://www.facebook.com/smartfarmthailand/photos/a.125053364336476/130767320431747/?type=3

อ้างองิ
1 สานกั งานพัฒนาการวจิ ยั การเกษตร (องคก์ รมหาชน). ม.ป.พ. เกษตรทางเลอื ก เพม่ิ โอกาสใน
การทาเกษตรอยา่ งยัง่ ยนื . เข้าถึงขอ้ มูลได้จาก https://www.arda.or.th/knowledge_
detail.php?id=49 วันทส่ี ืบคน้ ข้อมลู 19 ตุลาคม 2565.
2 ฐานข้อมูลองค์ความรมู้ หาวิทยาลัยแมโ่ จ้ สานกั วจิ ยั และส่งเสริมวิชาการการเกษตร. 2563.
เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดาริ มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้. เข้าถงึ ข้อมูลไดจ้ าก https://kb.
mju.ac.th/learningBase.aspx?id=1164 วันที่สบื ค้นข้อมูล 19 ตุลาคม 2565.
3 workpoint TODAY. 2560. เกษตรกรตน้ แบบ ผู้น้อมนาหลกั เกษตรทฤษฎใี หม่ของ ร.9
มาปรบั ใช้. เข้าถึงข้อมูลไดจ้ าก https://workpointtoday.com/ วันท่ีสืบคน้ ข้อมูล
19 ตลุ าคม 2565.
4 นาย รัตวิ. 2562. รกั ษ์เกษตร : วนเกษตร ระบบป่าที่ยั่งยืน ดว้ ยธรรมชาติ. เขา้ ถงึ ข้อมูลได้จาก
หนังสอื พมิ พ์แนวหน้า https://www.naewna.com/local/400766 วันท่สี บื ค้นข้อมลู
19 ตุลาคม 2565.
5 กรมปา่ ไม้ สว่ นปลูกปา่ ภาคเอกชน. ม.ป.พ. รรู้ อบดา้ นการปลูกไม้เศรษฐกิจ/ดา้ น ฅ คน
ต้นแบบ. เข้าถึงขอ้ มูลไดจ้ าก https://forestinfo.forest.go.th/pfd/km5-1.aspx#km51_12
วนั ที่สืบคน้ ขอ้ มูล 19 ตลุ าคม 2565.

๑๖

6 หนังสอื พิมพ์กสิกร. 2564. เกษตรกรดีเด่นแหง่ ชาติ 2564. เขา้ ถงึ ข้อมูลได้จาก https://
www.doa.go.th/ksp/attachment.php?aid=2971 วนั ท่ีสบื ค้นขอ้ มลู 19 ตลุ าคม 2565.
7 สถานวี ทิ ยุกระจายเสียงเพอ่ื การเกษตร. 2564. เกษตรกร GAP และอินทรียด์ เี ดน่ แห่งชาติ
ปี 64. เขา้ ถึงขอ้ มูลได้จาก https://www.am1386.com/home/6907 วันทสี่ ืบคน้ ข้อมูล
19 ตลุ าคม 2565.
8 สานักงานปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. ม.ป.พ. การปฏิบัตทิ างการเกษตรทีด่ ี (Good
Agricultural Practices: GAP). เข้าถึงข้อมูลไดจ้ าก https://www.opsmoac.go.th/
yasothon-article_prov-files-431691791798 วนั ทสี่ บื คน้ ข้อมลู 19 ตลุ าคม 2565.
9 กองวจิ ัยและพัฒนางานสง่ เสรมิ การเกษตร. 2563. คัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชพี ไร่นา
สวนผสม ระดบั ประเทศ ประจาปี พ.ศ.2563. เขา้ ถงึ ข้อมูลไดจ้ าก http://new.research.
doae.go.th/?p=9376 วนั ทีส่ บื คน้ ข้อมูล 19 ตลุ าคม 2565.


Click to View FlipBook Version