The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เทอม 2 เล่ม 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เทอม 2 เล่ม 1

แผนการจัดการเรียนรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เทอม 2 เล่ม 1

33 ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) คือ ข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมจากเจ้าของ ข้อมูลหรือต้นกำเนิดของข้อมูลโดยตรง แต่ใช้ข้อมูลที่บุคคลหรือหน่วยงานอื่นเก็บรวบรวมมา ซึ่งส่วน ใหญ่ผู้ใช้มักจะใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยภาครัฐซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลตามภารกิจของ หน่วยงาน ตัวอย่างข้อมูลทุติยภูมิ 1) สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจัดเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ในช่วงไตรมาสหนึ่ง ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลปฐมภูมิของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่เป็นข้อมูลทุติยภูมิ สำหรับผู้วิจัยหรือผู้ศึกษาอื่นที่นำข้อมูลนี้มาวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบที่สนใจ 2) โรงเรียนจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติของนักเรียน ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลปฐมภูมิของโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนเป็นผู้จัดเก็บจากนักเรียนซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูล แต่เมื่อโรงเรียนส่งรายงานข้อมูลไปยัง เขตพื้นที่การศึกษา ข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลทุติยภูมิของเขตพื้นที่การศึกษา การแบ่งประเภทของข้อมูลตามระยะเวลาที่จัดเก็บ ข้อมูลอนุกรมเวลา (time series data) คือ ชุดข้อมูลที่เกิดขึ้นและจัดเก็บตามลำดับเวลา ต่อเนื่องกันไปตลอดช่วง ๆ หนึ่ง ตัวอย่าง ยอดขายสินค้ารายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2558 ถึงเดือนธันวาคมพ.ศ. 2561 ข้อมูลตัดขวาง (cross-sectional data) คือ ข้อมูลที่บอกสถานะหรือสภาพของสิ่งที่สนใจ ณ จุดหนึ่งของเวลา ตัวอย่าง 1) จำนวนประชากรของประเทศไทย ณ วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2562 โดยอาจแสดงว่ามี ประชากรรวมทั้งสิ้นกี่คน เป็นเพศชายและเพศหญิงกี่คน เป็นประชากรอายุน้อยกว่า 1 ปี กี่คน เป็นประชากรอายุ 1 – 5 ปี กี่คน เป็นประชากรสูงอายุคืออายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปกี่คน อาศัยอยู่ใน แต่ละจังหวัดจำนวนเท่าใด 2) รายงานผลการศึกษาของนักเรียนเมื่อสิ้นภาคการศึกษา เนื่องจากเป็นการแสดงสถานภาพ ทางการเรียนของนักเรียน ณ วันประกาศผลเมื่อสิ้นภาคการศึกษา การแบ่งประเภทของข้อมูลตามลักษณะของข้อมูล ข้อมูลเชิงปริมาณ (quantitative data) คือ ข้อมูลที่ได้รับจากการวัดหรือการนับค่า โดยแสดงเป็นตัวเลขหรือปริมาณที่สามารถนำไปบวก ลบ คูณ หรือหาร และเปรียบเทียบกันได้ ตัวอย่าง 1) คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนห้องหนึ่ง 2) จำนวนนักเรียนที่ใช้บริการห้องสมุดของโรงเรียนแต่ละวันในภาคการศึกษาที่แล้ว 3) ยอดขายรถยนต์รายเดือน ข้อมูลเชิงคุณภาพ (qualitative data) คือ ข้อมูลที่ลักษณะ ประเภท สมบัติในเชิงคุณภาพ และอื่น ๆ ที่ไม่สามารถวัดค่าเป็นตัวเลขที่นำมาบวก ลบ คูณ หรือหารกันได้


34 ตัวอย่าง 1) อาชีพของผู้ปกครองนักเรียนห้องหนึ่ง 2) หมายเลขโทรศัพท์ของนักเรียนห้องหนึ่ง 3) ความคิดเห็นที่ประชาชนในท้องถิ่นมีต่อเรื่องหนึ่ง ๆ 4) ความพึงพอใจในการใช้บริการห้องสมุดของนักเรียนว่าพอใจมากน้อยเพียงใด ขั้นสรุป 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับประเภทของข้อมูล โดยให้นักเรียนทำใบงาน 1.3 เรื่อง ประเภทของข้อมูล ผ่าน liveworksheets.com เพื่อเป็นการตรวจสอบความเข้าใจรายบุคคล การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือรายวิชาเพิ่มเติมคณิตศาสตร์ ม.6 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมาย ของสถิติศาสตร์และข้อมูล 2. Liveworksheets เรื่อง ประเภทของข้อมูล https://www.liveworksheets.com/6-ia154863zl 3. วิดีโอการสอน เรื่อง ความหมายของสถิติศาสตร์และข้อมูล จาก https://proj14.ipst.ac.th 4. Power Point การสอน เรื่อง ความหมายของสถิติศาสตร์และข้อมูล แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. ห้องสมุดโรงเรียนอุดรพัฒนาการ 3. อินเตอร์เน็ต จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือ วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน นักเรียนสามารถจำแนกประเภท ของข้อมูลได้(K) liveworksheets เรื่อง ประเภทของข้อมูล liveworksheets เรื่อง ประเภทของข้อมูล ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 นักเรียนมีความตั้งใจและ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับ มอบหมาย (A) แบบสังเกตพฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การประเมิน ทั้ง 2 รายการ


35 บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… . ด้านทักษะกระบวนการ (P) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะอันพึงประสงค์/เจตคติ (A) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… สมรรถนะสำคัญผู้เรียน (C) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………(ผู้สอน) (นายธีรเทพ ชูศรีโสม) วันที่ ……………………………………


36 ความเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ลงชื่อ (นางสกาวเดือน เหมะธุลิน) ครูพี่เลี้ยง / / ความเห็น/ข้อเสนอะแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ลงชื่อ (นางสกาวเดือน เหมะธุลิน) ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ / /


37 แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ประเภทของข้อมูล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เลขที่ ชื่อ - สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ หมายเหตุ 2 ระดับ 3 ระดับ 3 ระดับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30


38 เลขที่ ชื่อ - สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ หมายเหตุ 2 ระดับ 3 ระดับ 3 ระดับ 31 32 33 34 35 36 37 38 39 รวม เฉลี่ย จำนวนนักเรียนที่ผ่าน ร้อยละนักเรียนที่ผ่าน ลงชื่อ.................................................................................ผู้ประเมิน (นายธีรเทพ ชูศรีโสม) วันที่ .......................เดือน......................................พ.ศ.....................


39 เกณฑ์การให้คะแนนด้านความรู้ ตังบ่งชี้ ระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน การตอบคำถามใน ห้องเรียน 2 : ดี 1 : พอใช้ 0 : ปรับปรุง นักเรียนมีความรู้ความ เข้าใจสามารถตอบคำถาม ที่ครูถามได้ถูกต้อง นักเรียนมีความพยายามตอบ คำถามที่ครูถามได้ถูกต้อง บางส่วน นักเรียนไม่ตอบคำถามใน ห้องเรียน หมายเหตุ ผ่าน หมายถึง นักเรียนทำคะแนนได้เฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป ไม่ผ่าน หมายถึง นักเรียนทำคะแนนได้ต่ำกว่าเฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนด้านทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทักษะ/กระบวนการความสามารถในการแก้ปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ได้ คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ได้ 3 : ดีเยี่ยม สามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้องครบถ้วน 2 : ดี สามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้องบางส่วน 1 : พอใช้ มีความพยายามในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 0 : ปรับปรุง ไม่มีความพยายามในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผ่าน


40 เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตังบ่งชี้ ระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน การตอบ คำถามใน ห้องเรียน 3 : ดีมาก 2 : ดี 1 : กำลังพัฒนา 0 : ต้องปรับปรุง มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ มีความอดทนและไม่ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้สามารถแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้สำเร็จ มีความตั้งใจและพยายาม ในการแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ แต่ไม่มีความอดทนและ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้ไม่สำเร็จเล็กน้อย มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ แต่ไม่มีความอดทนและ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้ไม่สำเร็จเป็นส่วน ใหญ่ ไม่มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่ กำหนดให้ ไม่มีความ อดทนและท้อแท้ต่อ อุปสรรคจนทำให้ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่ กำหนดให้ได้ไม่ สำเร็จ เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผ่าน


41


42 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 รายวิชาเสริมทักษะคณิตศาสตร์รหัสวิชา ค33202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความหมายของสถิติศาสตร์และข้อมูล ภาคเรียนที่ 2/2565 เรื่อง สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายธีรเทพ ชูศรีโสม โรงเรียนอุดรพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถิติเพื่อ ประกอบการตัดสินใจ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถระบุวิธีการของสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานจากสถานการณ์ ที่กำหนดให้ได้(K) 2. นักเรียนมีความตั้งใจและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย (A) สาระสำคัญ สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่สรุปสาระสำคัญ ของข้อมูลชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพหรือข้อมูลเชิงปริมาณ เพื่ออธิบายลักษณะหรือสภาพ ของข้อมูลชุดนั้นว่าเป็นอย่างไร โดยทั่วไปข้อมูลเชิงปริมาณจะใช้การนำเสนอด้วยฮิสโทแกรม แผนภาพกล่อง ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด ค่าเฉลี่ย และอื่น ๆ สถิติเชิงอนุมาน (inferential statistics) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้ทฤษฎีที่เกี่ยวกับ ความน่าจะเป็นในการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่างที่ได้มาจาก ประชากรนั้น สาระการเรียนรู้ 1. สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา


43 กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเกี่ยวกับประเภทของข้อมูล โดยให้นักเรียนยกตัวอย่าง ข้อมูลประเภทต่าง ๆ ดังนี้ ให้นักเรียนยกตัวอย่างข้อมูลเชิงคุณภาพ 3 ชุดข้อมูล “เลขประจำตัวบัตรประชาชน, เบอร์โทรศัพท์, รหัสไปรษณีย์” ให้นักเรียนยกตัวอย่างข้อมูลเชิงปริมาณ 3 ชุดข้อมูล “คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6, ยอดขายรถยนต์รายปี, ยอดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่” ขั้นสอน 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับสถิติศาสตร์เชิงพรรณนา พร้อมยกตัวอย่าง ดังนี้ สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่สรุปสาระสำคัญ ของข้อมูลชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพหรือข้อมูลเชิงปริมาณ เพื่ออธิบายลักษณะหรือสภาพ ของข้อมูลชุดนั้นว่าเป็นอย่างไร โดยทั่วไปข้อมูลเชิงปริมาณจะใช้การนำเสนอด้วยฮิสโทแกรม แผนภาพกล่อง ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด ค่าเฉลี่ย และอื่น ๆ ตัวอย่าง 1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครที่มีภูมิลำเนาอยู่ ทางภาคเหนือคิดเป็นร้อยละ 15 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งหมดของโรงเรียนแห่งนี้ 3. ครูอธิบายเสริมเกี่ยวกับสถิติศาสตร์เชิงพรรณนา ดังนี้ “โดยทั่วไปข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้อาจมีจำนวนมากหรือเก็บรวบรวมไม่เป็นระบบจึงไม่ สามารถนำมาอธิบายลักษณะที่สำคัญของข้อมูลได้ชัดเจน จึงต้องใช้วิธีการของสถิติศาสตร์เชิง พรรณนาในการสรุปผลจากข้อมูลด้วยการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การนำเสนอข้อมูลด้วย ตาราง เป็นต้น” 4. ครูอธิบายเกี่ยวกับสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน พร้อมยกตัวอย่าง ดังนี้ สถิติเชิงอนุมาน (inferential statistics) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้ทฤษฎีที่เกี่ยวกับ ความน่าจะเป็นในการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่างที่ได้มาจาก ประชากรนั้น ตัวอย่าง การสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปใน พ.ศ. 2559 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 จากคนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ ที่เลือกเป็นตัวอย่างจำนวน 63,060 คน


44 ขั้นสรุป 5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการใช้สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์ เชิงอนุมาน ดังนี้ สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่สรุปสาระสำคัญ ของข้อมูลชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพหรือข้อมูลเชิงปริมาณ เพื่ออธิบายลักษณะหรือสภาพ ของข้อมูลชุดนั้นว่าเป็นอย่างไร โดยทั่วไปข้อมูลเชิงปริมาณจะใช้การนำเสนอด้วยฮิสโทแกรม แผนภาพกล่อง ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด ค่าเฉลี่ย และอื่น ๆ สถิติเชิงอนุมาน (inferential statistics) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้ทฤษฎีที่เกี่ยวกับ ความน่าจะเป็นในการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่างที่ได้มาจาก ประชากรนั้น 6. ครูให้นักเรียนทำใบงาน 1.4 เรื่อง สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน โดยให้ทำผ่าน Liveworksheets เพื่อเป็นการตรวจสอบความเข้าใจรายบุคคล การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือรายวิชาเพิ่มเติมคณิตศาสตร์ ม.6 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมาย ของสถิติศาสตร์และข้อมูล 2. Liveworksheets เรื่อง สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน 3. วิดีโอการสอน เรื่อง ความหมายของสถิติศาสตร์และข้อมูล จาก https://proj14.ipst.ac.th แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. ห้องสมุดโรงเรียนอุดรพัฒนาการ 3. อินเตอร์เน็ต จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือ วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน นักเรียนสามารถระบุวิธีการของ สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิง อนุมานจากสถานการณ์ ที่กำหนดให้ได้(K) liveworksheets เรื่อง สถิติศาสตร์เชิง พรรณนาและสถิติศาสตร์ เชิงอนุมาน ตรวจ liveworksheets เรื่อง สถิติศาสตร์ เชิงพรรณนาและ สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 นักเรียนมีความตั้งใจและ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับ มอบหมาย (A) แบบสังเกตพฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การประเมิน ทั้ง 2 รายการ


45 บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… . ด้านทักษะกระบวนการ (P) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะอันพึงประสงค์/เจตคติ (A) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… สมรรถนะสำคัญผู้เรียน (C) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………(ผู้สอน) (นายธีรเทพ ชูศรีโสม) วันที่ ……………………………………


46 ความเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ลงชื่อ (นางสกาวเดือน เหมะธุลิน) ครูพี่เลี้ยง / / ความเห็น/ข้อเสนอะแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ลงชื่อ (นางสกาวเดือน เหมะธุลิน) ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ / /


47 แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เลขที่ ชื่อ - สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ หมายเหตุ 2 ระดับ 3 ระดับ 3 ระดับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29


48 เลขที่ ชื่อ - สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ หมายเหตุ 2 ระดับ 3 ระดับ 3 ระดับ 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 รวม เฉลี่ย จำนวนนักเรียนที่ผ่าน ร้อยละนักเรียนที่ผ่าน ลงชื่อ.................................................................................ผู้ประเมิน (นายธีรเทพ ชูศรีโสม) วันที่ .......................เดือน......................................พ.ศ.....................


49 เกณฑ์การให้คะแนนด้านความรู้ ตังบ่งชี้ ระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน การตอบคำถามใน ห้องเรียน 2 : ดี 1 : พอใช้ 0 : ปรับปรุง นักเรียนมีความรู้ความ เข้าใจสามารถตอบคำถาม ที่ครูถามได้ถูกต้อง นักเรียนมีความพยายามตอบ คำถามที่ครูถามได้ถูกต้อง บางส่วน นักเรียนไม่ตอบคำถามใน ห้องเรียน หมายเหตุ ผ่าน หมายถึง นักเรียนทำคะแนนได้เฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป ไม่ผ่าน หมายถึง นักเรียนทำคะแนนได้ต่ำกว่าเฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนด้านทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทักษะ/กระบวนการความสามารถในการแก้ปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ได้ คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ได้ 3 : ดีเยี่ยม สามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้องครบถ้วน 2 : ดี สามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้องบางส่วน 1 : พอใช้ มีความพยายามในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 0 : ปรับปรุง ไม่มีความพยายามในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผ่าน


50 เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตังบ่งชี้ ระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน การตอบ คำถามใน ห้องเรียน 3 : ดีมาก 2 : ดี 1 : กำลังพัฒนา 0 : ต้องปรับปรุง มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ มีความอดทนและไม่ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้สามารถแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้สำเร็จ มีความตั้งใจและพยายาม ในการแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ แต่ไม่มีความอดทนและ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้ไม่สำเร็จเล็กน้อย มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ แต่ไม่มีความอดทนและ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้ไม่สำเร็จเป็นส่วน ใหญ่ ไม่มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่ กำหนดให้ ไม่มีความ อดทนและท้อแท้ต่อ อุปสรรคจนทำให้ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่ กำหนดให้ได้ไม่ สำเร็จ เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผ่าน


51 ใบงานที่ 1.4 เรื่อง สถิติศาสตร์เชิงพรรณนาและสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน รายวิชาเสริมทักษะคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ครูผู้สอน นายธีรเทพ ชูศรีโสม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุดพัฒนาการ ชื่อ – สกุล ชั้น เลขที่ คำชี้แจง : จงพิจารณาว่าตัวอย่างต่อไปนี้ใช้วิธีการของสถิติศาสตร์เชิงพรรณนาหรือสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ 1. สำนักโพลแห่งหนึ่งได้สำรวจเกี่ยวกับอาชีพในฝันของเยาวชนไทยใน พ.ศ. 2562 โดยสำรวจจากเยาวชนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป กระจายอยู่ทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งสรุปผลได้ว่าอาชีพในฝันของเยาวชน ไทยทั้ง 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1 อาชีพธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 16.40 อันดับที่ 2 อาชีพครู ร้อยละ 13.65 อันดับที่ 3 อาชีพรับข้าราชการ ร้อยละ 13.36 อันดับที่ 4 อาชีพแพทย์ ร้อยละ 10.80 อันดับที่ 5 อาชีพวิศวกร ร้อยละ 7.53 2. จากการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าใน พ.ศ. 2553 จังหวัดที่มีความหนาแน่นของ ประชากรโดยเฉลี่ยสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร รองลงมา คือ จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต ปทุมธานี สมุทรสงคราม นครปฐม ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ตามลำดับ 3. ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งได้สำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในด้านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน กลยุทธ์ทางการตลาด โดยสำรวจจากลูกค้าที่มาใช้บริการที่ห้างสรรพสินค้าในเดือนมกราคม พ.ศ. 2562 ที่เลือกเป็นตัวอย่าง จำนวน 142 คน สรุปผลได้ว่า ร้อยละ 50 ของลูกค้าทุกคนที่มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด 4. โรงงานผลิตผลไม้กระป๋องผลิตเงาะกระป๋องล็อตละ 5,000 กระป๋อง ถ้าโรงงานเลือกตัวอย่างเงาะกระป๋องมาตรวจสอบจำนวน 100 กระป๋อง แล้วพบว่าเงาะกระป๋องที่เลือกมาได้มาตรฐานตามข้อกำหนด โรงงานแห่งนี้จึงสรุปว่าเงาะกระป๋องทุกกระป๋อง ในล็อตนี้ได้มาตรฐาน


52


53


Click to View FlipBook Version