แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาเสริมทักษะคณิตศาสตร์ ค33202 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การวิเคราะห์และการนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอุดรพัฒนาการ นายธีรเทพ ชูศรีโสม รหัสประจำตัวนักศึกษา 61100140205 สาขาวิชาคณิตศาสตร์ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 2 รหัสวิชา ED18502 (INTERNSHIP IN SCHOOL 2) คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
ก คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเสริมทักษะคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค33202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เล่ม 2 นี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และให้นักเรียน บรรลุตามผลการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ผู้จัดทำได้ศึกษาสาระการเรียนรู้ เทคนิค วิธีการสอน การวัดและประเมินผล มาจัดทำแผนการเรียนรู้ในครั้งนี้ แผนการจัดการเรียนรู้ในเล่ม 2 นี้ ประกอบไปด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ สื่อและนวัตกรรมที่ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้ ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพอย่างแท้จริง จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการเรียนรู้ฉบับนี้ จะสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการเรียน การสอนรายวิชาคณิตศาสตร์ นำไปสู่การพัฒนาอย่างถูกต้องและเกิดผลแก่ผู้เรียนเป็นอย่างดี ธีรเทพ ชูศรีโสม 31 มกราคม 2566
ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงปริมาณ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ ด้วยตารางความถี่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ ด้วยแผนภาพ 16
1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 รายวิชาเสริมทักษะคณิตศาสตร์รหัสวิชา ค33202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ ภาคเรียนที่ 2/2565 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยตารางความถี่ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายธีรเทพ ชูศรีโสม โรงเรียนอุดร พัฒนาการ ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถิติเพื่อ ประกอบการตัดสินใจ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับการสร้างตารางความถี่ได้(K) 2. นักเรียนสามารถเขียนแสดงการสร้างตารางความถี่ได้ (P) 3. นักเรียนมีความตั้งใจและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย (A) สาระสำคัญ ความถี่ (frequency) คือ จำนวนครั้งของการเกิดข้อมูลหนึ่งและค่าของตัวแปรค่าหนึ่ง ฐานนิยม (mode) คือ ข้อมูลที่มีจำนวนครั้งของการเกิดซ้ำกันมากที่สุดหรือข้อมูลที่มีความถี่ สูงสุดที่มากกว่า 1 ตารางความถี่จำแนกทางเดียว ตารางความถี่จำแนกทางเดียวเป็นการนำเสนอข้อมูลใน รูปตารางโดยแสดงข้อมูลและความถี่ของข้อมูลของตัวแปรเพียงหนึ่งเดียว มักใช้ในการนำเสนอข้อมูล เชิงคุณภาพเพื่อสรุปลักษณะที่สนใจหรือเปรียบเทียบความถี่ของข้อมูลแต่ละข้อมูล ความถี่สัมพัทธ์ (relative frequency) คือ สัดส่วนของความถี่ของแต่ละข้อมูล เทียบกับ ผลรวมของความถี่ทั้งหมด ตารางความถี่จำแนกสองทาง ตารางความถี่จำแนกสองทางเป็นการนำเสนอข้อมูลในรูป ตารางซึ่งมีตัวแปรที่สนใจศึกษา 2 ตัว โดยแสดงความถี่ของข้อมูลเชิงคุณภาพของแต่ละตัวที่สนใจ ศึกษาในรูปตาราง สาระการเรียนรู้ 1. การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
2 กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นนำ 1. ครูเกริ่นนำเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ดังนี้ “ในการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมากจากหลาย ๆ ด้าน เพื่อนำไปใช้การวางแผนดำเนินการงานและคาดการณ์ ความรู้ทางสถิติศาสตร์ในการวิเคราะห์และ ข้อมูลที่สื่อถึงคุณลักษณะต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ในกรณีที่ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพอาจ นำเสนอข้อมูลในรูปตาราง แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิวงกลม หรืแผนภูมิแท่ง” ขั้นสอน 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพเชิงสถิติศาสตร์โดยพิจารณาจากความถี่ และฐานนิยม ดังบทนิยามต่อไปนี้ ความถี่ (frequency) คือ จำนวนครั้งของการเกิดข้อมูลหนึ่งและค่าของตัวแปรค่าหนึ่ง ฐานนิยม (mode) คือ ข้อมูลที่มีจำนวนครั้งของการเกิดซ้ำกันมากที่สุดหรือข้อมูลที่มีความถี่ สูงสุดที่มากกว่า 1 ข้อมูลบางชุดอาจไม่มีฐานนิยม เช่น ในกรณีที่ข้อมูลมีความถี่เป็น 1 เท่ากันหมด นอกจากนี้ ข้อมูลบางชุดอาจมีฐานนิยมมากกว่า 1 ค่า เช่น ในกรณีที่มีข้อมูลมากกว่า 1 ข้อมูล ที่มีความถี่สูงสุด เท่ากัน 3. ครูยกตัวอย่างเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ดังนี้ ตัวอย่าง บริษัทแห่งหนึ่งได้เก็บรวบรวมข้อมูลกีฬาที่พนักงานชอบเล่นมากที่สุด โดยสำรวจ จากพนักงานฝ่ายผลิตและฝ่ายขายจำนวน 60 คน ได้ข้อมูลดังนี้ พนักงานฝ่ายผลิต แบดมินตัน ฟุตบอล วิ่ง ปิงปอง แบดมินตัน แบดมินตัน ฟุตบอล แบดมินตัน ปิงปอง ฟุตบอล วิ่ง แบดมินตัน แบดมินตัน ปิงปอง ปิงปอง ฟุตบอล ปิงปอง ปิงปอง วิ่ง ปิงปอง ฟุตบอล แบดมินตัน วิ่ง วิ่ง ฟุตบอล วิ่ง วิ่ง แบดมินตัน แบดมินตัน ปิงปอง ปิงปอง แบดมินตัน วิ่ง ฟุตบอล ปิงปอง แบดมินตัน พนักงานฝ่ายขาย ปิงปอง ปิงปอง ปิงปอง วิ่ง ฟุตบอล วิ่ง แบดมินตัน วิ่ง ฟุตบอล ฟุตบอล แบดมินตัน ปิงปอง วิ่ง ปิงปอง ฟุตบอล แบดมินตัน วิ่ง แบดมินตัน ฟุตบอล ปิงปอง ปิงปอง วิ่ง ปิงปอง ฟุตบอล
3 จงพิจารณาว่า 1) ถ้าบริษัทต้องการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานฝ่ายผลิต บริษัทควรจัดการแข่งขันกีฬาชนิดใด 2) ถ้าบริษัทต้องการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานฝ่ายขาย บริษัทควรจัดการแข่งขันกีฬาชนิดใด 3) ถ้าบริษัทต้องการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานที่สำรวจ ทั้งหมด บริษัทควรจัดการแข่งขันกีฬาชนิดใด วิธีทำ 1) พิจารณาข้อมูลกีฬาพนักงานฝ่ายผลิตชอบเล่นมากที่สุด จะได้ว่า วิ่ง มีความถี่เป็น 8 ฟุตบอล มีความถี่เป็น 6 ปิงปอง มีความถี่เป็น 10 แบดมินตัน มีความถี่เป็น 12 จะเห็นว่า ฐานนิยมของกีฬาที่พนักงานฝ่ายผลิตชอบเล่นมากที่สุดคือ แบดมินตัน ดังนั้น บริษัทควรจัดการแข่งขันกีฬาแบดมินตันให้กับพนักงานฝ่ายผลิต 2) พิจารณาข้อมูลกีฬาที่พนักงานฝ่ายขายชอบเล่นมากที่สุด จะได้ว่า วิ่ง มีความถี่เป็น 6 ฟุตบอล มีความถี่เป็น 6 ปิงปอง มีความถี่เป็น 10 แบดมินตัน มีความถี่เป็น 4 จะเห็นว่า ฐานนิยมของกีฬาที่พนักงานฝ่ายผลิตชอบเล่นมากที่สุดคือ ปิงปอง ดังนั้น บริษัทควรจัดการแข่งขันกีฬาปิงปองให้กับพนักงานฝ่ายผลิต 3) พิจารณาข้อมูลกีฬาที่พนักงานฝ่ายขายชอบเล่นมากที่สุด จะได้ว่า วิ่ง มีความถี่เป็น 14 ฟุตบอล มีความถี่เป็น 12 ปิงปอง มีความถี่เป็น 8 แบดมินตัน มีความถี่เป็น 16 จะเห็นว่า ฐานนิยมของกีฬาที่พนักงานที่สำรวจทั้งหมดชอบเล่นมากที่สุดคือ ปิงปอง ดังนั้น บริษัทควรจัดการแข่งขันกีฬาปิงปองให้กับพนักงานฝ่ายผลิต ขั้นสรุป 4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ดังนี้ ความถี่ (frequency) คือ จำนวนครั้งของการเกิดข้อมูลหนึ่งและค่าของตัวแปรค่าหนึ่ง ฐานนิยม (mode) คือ ข้อมูลที่มีจำนวนครั้งของการเกิดซ้ำกันมากที่สุดหรือข้อมูลที่มีความถี่ สูงสุดที่มากกว่า 1 ข้อมูลบางชุดอาจไม่มีฐานนิยม เช่น ในกรณีที่ข้อมูลมีความถี่เป็น 1 เท่ากันหมด นอกจากนี้ ข้อมูลบางชุดอาจมีฐานนิยมมากกว่า 1 ค่า เช่น ในกรณีที่มีข้อมูลมากกว่า 1 ข้อมูล ที่มีความถี่สูงสุด เท่ากัน
4 ชั่วโมงที่ 2 ขั้นนำ 1. ครูเกริ่นนำเกี่ยวกับการสร้างตารางแจกแจงความถี่ ดังนี้ “ข้อมูลเชิงคุณภาพควรมีการนำเสนอข้อมูลโดยการจัดเป็นหมวดหมู่ให้มีความสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการทราบ โดยอาจนำเสนอในรูปตางหรือแผนภาพ เพื่อให้สามารถอ่านและแปล ความหมายของข้อมูลเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น เรียกการนำเสนอข้อมูลโดยการแสดงความถี่ของข้อมูลในรูป ตารางหรือแผนภาพว่า การแจกแจงความถี่ (frequency distribution)” ขั้นสอน 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยตารางความถี่ ดังนี้ “การนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพในรูปตารางความถี่ที่จะกล่าวถึง ได้แก่ ตารางความถี่จำแนก ทางเดียว (one-way frequency table) และ ตารางความถี่จำแนกสองทาง (two-way frequency table)” ตารางความถี่จำแนกทางเดียว ตารางความถี่จำแนกทางเดียวเป็นการนำเสนอข้อมูลใน รูปตารางโดยแสดงข้อมูลและความถี่ของข้อมูลของตัวแปรเพียงหนึ่งเดียว มักใช้ในการนำเสนอข้อมูล เชิงคุณภาพเพื่อสรุปลักษณะที่สนใจหรือเปรียบเทียบความถี่ของข้อมูลแต่ละข้อมูล ตัวอย่างเช่น 3. ครูกล่าวกับนักเรียนเกี่ยวกับความถี่สัมพัทธ์ ดังนี้ “การนำเสนอข้อมูลด้วยตารางความถี่จำแนกทางเดียวทำให้เห็นความถี่ของข้อมูลตาม ลักษณะที่สนใจได้ชัดเจนกว่าการพิจารณาจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาโดยตรง นอกจากนี้อาจ เปรียบเทียบข้อมูลโดยใช้ความถี่สัมพัทธ์” ความถี่สัมพัทธ์ (relative frequency) คือ สัดส่วนของความถี่ของแต่ละข้อมูล เทียบกับ ผลรวมของความถี่ทั้งหมด ความถี่สัมพัทธ์อาจเขียนในรูปสัดส่วน ได้เป็น ความถี่สัมพัทธ์ (สัดส่วน) = ความถี่ ความถี่รวม หรืออาจเขียนความถี่สัมพัทธ์ในรูปร้อยละ ได้เป็น ความถี่สัมพัทธ์ร้อยละ = ความถี่ ความถี่รวม ×100 เลือดหมู่ A B AB O รวม ความถี่ 5 8 4 13 30
5 4. ครูยกตัวอย่างเกี่ยวกับตารางความถี่จำแนกทางเดียว ดังนี้ ตัวอย่าง คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน ของนักเรียนที่เข้าสอบ ทั้งหมด 20 คน ดังนี้ 8 8 3 4 4 6 10 5 9 3 5 8 6 8 4 2 4 6 8 2 จงเขียนตารางความถี่พร้อมแสดงความถี่สัมพัทธ์ของข้อมูลชุดนี้ และสรุปข้อมูลที่ได้จากตาราง วิธีทำ คะแนน ความถี่ ความถี่สัมพัทธ์ สัดส่วน ร้อยละ 0 0 0 20 0 = 0100 = 0 1 0 0 20 0 = 0100 = 0 2 2 0.1 20 2 = 0.1100 =10 3 2 0.1 20 2 = 0.1100 =10 4 4 0.2 20 4 = 0.2100 = 20 5 2 0.1 20 2 = 0.1100 =10 6 3 0.15 20 3 = 0.15100 =15 7 0 0 20 0 = 0100 = 0 8 5 0.25 20 5 = 0.25100 = 25 9 1 0.05 20 1 = 0.1100 =10 10 1 0.05 20 1 = 0.05100 = 5
6 รวม 20 1 100 จากตารางสรุปได้ว่านักเรียนที่สอบได้8 คะแนนมีจำนวนมากที่สุด ตารางความถี่จำแนกสองทาง ตารางความถี่จำแนกสองทางเป็นการนำเสนอข้อมูลในรูป ตารางซึ่งมีตัวแปรที่สนใจศึกษา 2 ตัว โดยแสดงความถี่ของข้อมูลเชิงคุณภาพของแต่ละตัวที่สนใจ ศึกษาในรูปตาราง ตัวอย่างเช่น
7 แผนก กีฬาที่ชอบเล่น รวม วิ่ง ฟุตบอล ปิงปอง แบดมินตัน ฝ่ายผลิต 8 6 10 12 36 ฝ่ายขาย 6 6 8 4 24 รวม 14 12 18 16 60 จากตารางสรุปได้ว่า พนักงานฝ่ายผลิตชอบเล่นกีฬาแบดมินตันมากที่สุด โดยคิดเป็นร้อยละ 100 33.33 36 12 ของพนักงานฝ่ายผลิตทั้งหมด พนักงานฝ่ายขายชอบเล่นกีฬาปิงปองมากที่สุด โดยคิดเป็นร้อยละ 100 33.33 24 8 ของพนักงานฝ่ายขายทั้งหมด พนักงานทั้งสองแผนกชอบเล่นกีฬาปิงปองมากที่สุด โดยคิดเป็นร้อยละ 100 30 60 18 = ของนักเรียนทั้งหมด 5. ครูกล่าวกับนักเรียนว่า “เรียกความถี่ 8, 6, 10, 12, 6, 6, 8, และ 4 ว่าเป็น ความถี่ร่วม (joint frequency) เพราะความถี่เหล่านี้แสดงถึงจำนวนของพนักงานจากพนักงานทั้งหมด 60 คน ที่ให้ข้อมูลที่มีลักษณะร่วมกันจากทั้งสองตัวแปร เช่น ความถี่ 10 แสดงถึงจำนวนของพนักงานฝ่าย ผลิตที่ชอบเล่นกีฬาปิงปอง” ขั้นสรุป 6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการวิเคราะห์และการนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ ดังนี้ “ข้อมูลเชิงคุณภาพควรมีการนำเสนอข้อมูลโดยการจัดเป็นหมวดหมู่ให้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสิ่ง ที่ต้องการทราบ โดยอาจนำเสนอในรูปตางหรือแผนภาพ เพื่อให้สามารถอ่านและแปลความหมายของ ข้อมูลเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น เรียกการนำเสนอข้อมูลโดยการแสดงความถี่ของข้อมูลในรูปตารางหรือ แผนภาพว่า การแจกแจงความถี่ (frequency distribution)” 7. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 2.1 ข้อ 1 และ 3 เพื่อตรวจสอบความเข้าใจรายบุคคล
8 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือรายวิชาเพิ่มเติมคณิตศาสตร์ ม.6 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ 2. วิดีโอการสอน เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแผนภาพ 3. แบบฝึกหัด 2.1 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยตารางความถี่ จาก https://proj14.ipst.ac.th แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. ห้องสมุดโรงเรียนอุดรพัฒนาการ 3. อินเตอร์เน็ต จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือ วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน นักเรียนสามารถอธิบายการสร้าง ตารางความถี่ได้(K) แบบฝึกหัด 2.1 ข้อ 1 และ 3 ตรวจแบบฝึกหัด 2.1 ข้อ 1 และ 3 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 นักเรียนสามารถเขียนแสดงการ สร้างตารางความถี่ได้ (P) แบบฝึกหัด 2.1 ข้อ 1 และ 3 ตรวจแบบฝึกหัด 2.1 ข้อ 1 และ 3 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 นักเรียนมีความตั้งใจและ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับ มอบหมาย (A) แบบสังเกตพฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การประเมิน ทั้ง 2 รายการ
9 บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… . ด้านทักษะกระบวนการ (P) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะอันพึงประสงค์/เจตคติ (A) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… สมรรถนะสำคัญผู้เรียน (C) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………(ผู้สอน) (นายธีรเทพ ชูศรีโสม) วันที่ ……………………………………
10 ความเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ลงชื่อ (นางสกาวเดือน เหมะธุลิน) ครูพี่เลี้ยง / / ความเห็น/ข้อเสนอะแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ลงชื่อ (นางสกาวเดือน เหมะธุลิน) ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ / /
11 แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยตารางความถี่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เลขที่ ชื่อ - สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ หมายเหตุ 2 ระดับ 3 ระดับ 3 ระดับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29
12 เลขที่ ชื่อ - สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ หมายเหตุ 2 ระดับ 3 ระดับ 3 ระดับ 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 รวม เฉลี่ย จำนวนนักเรียนที่ผ่าน ร้อยละนักเรียนที่ผ่าน ลงชื่อ.................................................................................ผู้ประเมิน (นายธีรเทพ ชูศรีโสม) วันที่ .......................เดือน......................................พ.ศ.....................
13 เกณฑ์การให้คะแนนด้านความรู้ ตังบ่งชี้ ระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน การตอบคำถามใน ห้องเรียน 2 : ดี 1 : พอใช้ 0 : ปรับปรุง นักเรียนมีความรู้ความ เข้าใจสามารถตอบคำถาม ที่ครูถามได้ถูกต้อง นักเรียนมีความพยายามตอบ คำถามที่ครูถามได้ถูกต้อง บางส่วน นักเรียนไม่ตอบคำถามใน ห้องเรียน หมายเหตุ ผ่าน หมายถึง นักเรียนทำคะแนนได้เฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป ไม่ผ่าน หมายถึง นักเรียนทำคะแนนได้ต่ำกว่าเฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนด้านทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทักษะ/กระบวนการความสามารถในการแก้ปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ได้ คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ได้ 3 : ดีเยี่ยม สามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้องครบถ้วน 2 : ดี สามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้องบางส่วน 1 : พอใช้ มีความพยายามในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 0 : ปรับปรุง ไม่มีความพยายามในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผ่าน
14 เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตังบ่งชี้ ระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน การตอบ คำถามใน ห้องเรียน 3 : ดีมาก 2 : ดี 1 : กำลังพัฒนา 0 : ต้องปรับปรุง มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ มีความอดทนและไม่ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้สามารถแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้สำเร็จ มีความตั้งใจและพยายาม ในการแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ แต่ไม่มีความอดทนและ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้ไม่สำเร็จเล็กน้อย มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ แต่ไม่มีความอดทนและ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้ไม่สำเร็จเป็นส่วน ใหญ่ ไม่มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่ กำหนดให้ ไม่มีความ อดทนและท้อแท้ต่อ อุปสรรคจนทำให้ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่ กำหนดให้ได้ไม่ สำเร็จ เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผ่าน
15 แบบฝึกหัด 2.1 1. ในการเลือกหัวหน้าห้องของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้องหนึ่ง ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 30 คน โดยมีนักเรียนได้รับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าห้อง 3 คน คือ มานพ (M) ปรียาพร (P) และอำพล (A) ปรากฏผลดังนี้ M M P M M P P M M P A M M A P A P A P M M A A A A M P M P P 1) จงเขียนตารางความถี่จำแนกทางเดียวพร้อมทั้งแสดงความถี่สัมพัทธ์ของข้อมูลชุดนี้ 2) จงหาฐานนิยมของข้อมูลชุดนี้ 3) จงสรุปผลเกี่ยวกับผลที่ได้จากการเลือกหัวหน้าห้องของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้องนี้ 3. จากการสำรวจของหวานที่ชื่นชอบมากที่สุดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนแห่ง หนึ่ง จำนวน 315 คน โดยให้เลือกของหวานที่ชอบเพียงอย่างเดียวจากของหวาน 3 อย่าง ได้แก่ ไอศกรีม นำแข็งไส และเครป ได้ผลสำรวจดังนี้ เพศของนักเรียน ของหวานที่ชื่นชอบมากที่สุด ไอศกรีม น้ำแข็งไส เครป ชาย 50 40 60 หญิง 65 30 70 1) นักเรียนที่ชื่นชอบน้ำแข็งไสคิดเป็นร้อยละเท่าใดของนักเรียนที่สำรวจทั้งหมด 2) นักเรียนหญิงที่ชื่นชอบไอศกรีมคิดเป็นร้อยละเท่าใดของนักเรียนที่สำรวจทั้งหมด 3) นักเรียนที่สำรวจชื่นชอบของหวานใดมากที่สุด
16 เฉลยแบบฝึกหัด 2.1 1. 1) นักเรียนที่ได้รับการ เสนอชื่อเป็นหัวหน้าห้อง ความถี่ ความถี่สัมพัทธ์ สัดส่วน ร้อยละ มานพ (M) 12 0.40 40 ปรียาพร (P) 10 0.33 33 อำพล (A) 8 0.27 27 รวม 30 1 100 2) ฐานนิยมของข้อมูลชุดนี้ คือ มานพ 3) มานพได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าห้องของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้องนี้ 3. 1) มีนักเรียนที่ชื่นชอบน้ำแข็งไสคิดเป็นร้อยละ 100 22.22 315 (40 30) + ของนักเรียน ที่สำรวจทั้งหมด 2) มีนักเรียนหญิงที่ชื่นชอบไอศกรีมคิดเป็นร้อยละ 100 39.39 (65 30 70) 65 + + ของนักเรียนหญิงที่สำรวจทั้งหมด 3) เครป
17 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 รายวิชาเสริมทักษะคณิตศาสตร์รหัสวิชา ค33202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ ภาคเรียนที่ 2/2565 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแผนภาพ เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายธีรเทพ ชูศรีโสม โรงเรียนอุดร พัฒนาการ ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถิติเพื่อ ประกอบการตัดสินใจ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับแผนภาพได้(K) 2. นักเรียนสามารถเขียนแสดงการนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแผนภาพได้ (P) 3. นักเรียนมีความตั้งใจและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย (A) สาระสำคัญ แผนภูมิรูปภาพ (pictogram) เป็นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์แสดง ความถี่ของแต่ละข้อมูล ซึ่งจะต้องกำหนดในแผนภูมิว่ารูปภาพหรือสัญลักษณ์หนึ่งรูปนั้นแทนความถี่ เท่าใด แผนภูมิรูปวงกลม (pie chart or circular chart) เป็นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้พื้นที่ ภายในของรูปวงกลมแทนความถี่ของข้อมูลทั้งหมด โดยสัดส่วนของความถี่ของแต่ละข้อมูลเท่ากับ สัดส่วนของขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลางของวงกลม โดยทั่วไปจะแสดงสัดส่วนของความถี่ของข้อมูล ด้วยความถี่สัมพัทธ์ในรูปร้อยละ แผนภูมิแท่ง (bar chart) เป็นการนำเสนอข้อมูลด้วยแท่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากในแนวตั้งหรือ แนวนอนโดยใช้ความสูงหรือความยาวของแท่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปแสดงความถี่ของข้อมูลของ แต่ละตัวแปรที่สนใจศึกษา แผนภูมิแท่งเชิงเดี่ยว (simple bar chart) เป็นแผนภูมิแท่งซึ่งมีตัวแปรที่สนใจศึกษาเพียง หนึ่งตัวโดยแสดงข้อมูลและความถี่ของข้อมูล เพื่อแสดงการเปรียบเทียบความถี่ของแต่ละข้อมูล แผนภูมิแท่งพหุคูณ (multiple bar chart) เป็นแผนภูมิแท่งซึ่งมีตัวแปรที่สนใจศึกษา ตั้งแต่2 ตัวขึ้นไป โดยแสดงข้อมูลของแต่ละตัวแปรที่สนใจศึกษาบนแกนเดียวกัน และแสดงความถี่ ร่วมของข้อมูลของตัวแปรที่สนใจศึกษาด้วยแท่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก แผนภูมิแท่งส่วนประกอบ (component bar chart) เป็นแผนภูมิแท่งที่แสดงจำนวนและ ส่วนประกอบของจำนวนนั้น โดยการแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ
18 สาระการเรียนรู้ 1. แผนภูมิรูปภาพ 2. แผนภูมิรูปวงกลม 3. แผนภูมิแท่ง 3.1 แผนภูมิแท่งเชิงเดี่ยว 3.2 แผนภูมิแท่งพหุคูณ 3.3 แผนภูมิแท่งส่วนประกอบ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเกี่ยวกับการวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วย ตารางความถี่ ดังนี้ “ตารางความถี่จำแนกทางเดียว ตารางความถี่จำแนกทางเดียวเป็นการนำเสนอข้อมูลใน รูปตารางโดยแสดงข้อมูลและความถี่ของข้อมูลของตัวแปรเพียงหนึ่งเดียว มักใช้ในการนำเสนอข้อมูล เชิงคุณภาพเพื่อสรุปลักษณะที่สนใจหรือเปรียบเทียบความถี่ของข้อมูลแต่ละข้อมูล” ตัวอย่างเช่น “ตารางความถี่จำแนกสองทาง ตารางความถี่จำแนกสองทางเป็นการนำเสนอข้อมูลในรูป ตารางซึ่งมีตัวแปรที่สนใจศึกษา 2 ตัว โดยแสดงความถี่ของข้อมูลเชิงคุณภาพของแต่ละตัวที่สนใจ ศึกษาในรูปตาราง” ตัวอย่างเช่น แผนก กีฬาที่ชอบเล่น รวม วิ่ง ฟุตบอล ปิงปอง แบดมินตัน ฝ่ายผลิต 8 6 10 12 36 ฝ่ายขาย 6 6 8 4 24 รวม 14 12 18 16 60 เลือดหมู่ A B AB O รวม ความถี่ 5 8 4 13 30
19
20 ขั้นสอน 2. ครูนำเสนอเกี่ยวกับการวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแผนภาพ ดังนี้ “แผนภูมิรูปภาพ (pictogram) เป็นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์แสดง ความถี่ของแต่ละข้อมูล ซึ่งจะต้องกำหนดในแผนภูมิว่ารูปภาพหรือสัญลักษณ์หนึ่งรูปนั้นแทนความถี่ เท่าใด” “แผนภูมิรูปวงกลม (pie chart or circular chart) เป็นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้พื้นที่ ภายในของรูปวงกลมแทนความถี่ของข้อมูลทั้งหมด โดยสัดส่วนของความถี่ของแต่ละข้อมูลเท่ากับ สัดส่วนของขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลางของวงกลม โดยทั่วไปจะแสดงสัดส่วนของความถี่ของข้อมูล ด้วยความถี่สัมพัทธ์ในรูปร้อยละ” “แผนภูมิแท่ง (bar chart) เป็นการนำเสนอข้อมูลด้วยแท่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากในแนวตั้ง หรือแนวนอนโดยใช้ความสูงหรือความยาวของแท่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปแสดงความถี่ของข้อมูล ของแต่ละตัวแปรที่สนใจศึกษา” “แผนภูมิแท่งเชิงเดี่ยว (simple bar chart) เป็นแผนภูมิแท่งซึ่งมีตัวแปรที่สนใจศึกษา เพียงหนึ่งตัวโดยแสดงข้อมูลและความถี่ของข้อมูล เพื่อแสดงการเปรียบเทียบความถี่ของแต่ละข้อมูล” “แผนภูมิแท่งพหุคูณ (multiple bar chart) เป็นแผนภูมิแท่งซึ่งมีตัวแปรที่สนใจศึกษา ตั้งแต่2 ตัวขึ้นไป โดยแสดงข้อมูลของแต่ละตัวแปรที่สนใจศึกษาบนแกนเดียวกัน และแสดงความถี่ ร่วมของข้อมูลของตัวแปรที่สนใจศึกษาด้วยแท่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก”
21 “แผนภูมิแท่งส่วนประกอบ (component bar chart) เป็นแผนภูมิแท่งที่แสดงจำนวน และส่วนประกอบของจำนวนนั้น โดยการแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ” 3. ครูยกตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับการวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแผนภาพ ดังนี้ ตัวอย่าง จากการสำรวจผลไม้ที่ชื่นชอบของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 40 คน ได้ผลสำรวจดังแผนภูมิแท่งต่อไปนี้ 1) นักเรียนที่ชื่นชอบแอปเปิลคิดเป็นร้อยละเท่าใดของนักเรียนทั้งหมด ตอบ ร้อยละ 25 2) นักเรียนที่ชื่นชอบส้มมีมากกว่านักเรียนที่ชื่นชอบสัปปะรดกี่คน ตอบ 3 คน
22 ขั้นสรุป 4. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแผนภาพ ดังนี้ “แผนภูมิรูปภาพ (pictogram) เป็นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์แสดง ความถี่ของแต่ละข้อมูล ซึ่งจะต้องกำหนดในแผนภูมิว่ารูปภาพหรือสัญลักษณ์หนึ่งรูปนั้นแทนความถี่ เท่าใด” “แผนภูมิรูปวงกลม (pie chart or circular chart) เป็นการนำเสนอข้อมูลโดยใช้พื้นที่ ภายในของรูปวงกลมแทนความถี่ของข้อมูลทั้งหมด โดยสัดส่วนของความถี่ของแต่ละข้อมูลเท่ากับ สัดส่วนของขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลางของวงกลม โดยทั่วไปจะแสดงสัดส่วนของความถี่ของข้อมูล ด้วยความถี่สัมพัทธ์ในรูปร้อยละ” “แผนภูมิแท่ง (bar chart) เป็นการนำเสนอข้อมูลด้วยแท่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากในแนวตั้ง หรือแนวนอนโดยใช้ความสูงหรือความยาวของแท่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปแสดงความถี่ของข้อมูล ของแต่ละตัวแปรที่สนใจศึกษา” “แผนภูมิแท่งเชิงเดี่ยว (simple bar chart) เป็นแผนภูมิแท่งซึ่งมีตัวแปรที่สนใจศึกษา เพียงหนึ่งตัวโดยแสดงข้อมูลและความถี่ของข้อมูล เพื่อแสดงการเปรียบเทียบความถี่ของแต่ละข้อมูล” “แผนภูมิแท่งพหุคูณ (multiple bar chart) เป็นแผนภูมิแท่งซึ่งมีตัวแปรที่สนใจศึกษา ตั้งแต่2 ตัวขึ้นไป โดยแสดงข้อมูลของแต่ละตัวแปรที่สนใจศึกษาบนแกนเดียวกัน และแสดงความถี่ ร่วมของข้อมูลของตัวแปรที่สนใจศึกษาด้วยแท่งรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก” “แผนภูมิแท่งส่วนประกอบ (component bar chart) เป็นแผนภูมิแท่งที่แสดงจำนวน และส่วนประกอบของจำนวนนั้น โดยการแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ” 5. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 2.2 ข้อ 1, 3, 4 เพื่อเป็นการตรวจสอบความเข้าใจรายบุคคล การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือ วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับ แผนภาพได้(K) แบบฝึกหัด 2.2 ข้อ 1, 3, 4 ตรวจแบบฝึกหัด 2.2 ข้อ 1, 3, 4 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 นักเรียนสามารถเขียนแสดงการ นำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วย แผนภาพได้ (P) แบบฝึกหัด 2.2 ข้อ 1, 3, 4 ตรวจแบบฝึกหัด 2.2 ข้อ 1, 3, 4 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 นักเรียนมีความตั้งใจและ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับ มอบหมาย (A) แบบสังเกตพฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ การประเมิน ทั้ง 2 รายการ
23
24 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือรายวิชาเพิ่มเติมคณิตศาสตร์ ม.6 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ 2. วิดีโอการสอน เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแผนภาพ 3. แบบฝึกหัด 2.2 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแผนภาพ จาก https://proj14.ipst.ac.th แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. ห้องสมุดโรงเรียนอุดรพัฒนาการ 3. อินเตอร์เน็ต
25 บันทึกหลังการสอน ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… . ด้านทักษะกระบวนการ (P) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… คุณลักษณะอันพึงประสงค์/เจตคติ (A) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… สมรรถนะสำคัญผู้เรียน (C) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………(ผู้สอน) (นายธีรเทพ ชูศรีโสม) วันที่ ……………………………………
26 ความเห็น/ข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง ลงชื่อ (นางสกาวเดือน เหมะธุลิน) ครูพี่เลี้ยง / / ความเห็น/ข้อเสนอะแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ลงชื่อ (นางสกาวเดือน เหมะธุลิน) ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ / /
27 แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแผนภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เลขที่ ชื่อ - สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ หมายเหตุ 2 ระดับ 3 ระดับ 3 ระดับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29
28 เลขที่ ชื่อ - สกุล ของผู้รับการประเมิน ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ หมายเหตุ 2 ระดับ 3 ระดับ 3 ระดับ 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 รวม เฉลี่ย จำนวนนักเรียนที่ผ่าน ร้อยละนักเรียนที่ผ่าน ลงชื่อ.................................................................................ผู้ประเมิน (นายธีรเทพ ชูศรีโสม) วันที่ .......................เดือน......................................พ.ศ.....................
29 เกณฑ์การให้คะแนนด้านความรู้ ตังบ่งชี้ ระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน การตอบคำถามใน ห้องเรียน 2 : ดี 1 : พอใช้ 0 : ปรับปรุง นักเรียนมีความรู้ความ เข้าใจสามารถตอบคำถาม ที่ครูถามได้ถูกต้อง นักเรียนมีความพยายามตอบ คำถามที่ครูถามได้ถูกต้อง บางส่วน นักเรียนไม่ตอบคำถามใน ห้องเรียน หมายเหตุ ผ่าน หมายถึง นักเรียนทำคะแนนได้เฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป ไม่ผ่าน หมายถึง นักเรียนทำคะแนนได้ต่ำกว่าเฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนด้านทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ทักษะ/กระบวนการความสามารถในการแก้ปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ได้ คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ได้ 3 : ดีเยี่ยม สามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้องครบถ้วน 2 : ดี สามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้องบางส่วน 1 : พอใช้ มีความพยายามในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 0 : ปรับปรุง ไม่มีความพยายามในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผ่าน
30 เกณฑ์การให้คะแนนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตังบ่งชี้ ระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน การตอบ คำถามใน ห้องเรียน 3 : ดีมาก 2 : ดี 1 : กำลังพัฒนา 0 : ต้องปรับปรุง มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ มีความอดทนและไม่ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้สามารถแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้สำเร็จ มีความตั้งใจและพยายาม ในการแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ แต่ไม่มีความอดทนและ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้ไม่สำเร็จเล็กน้อย มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ แต่ไม่มีความอดทนและ ท้อแท้ต่ออุปสรรคจนทำ ให้แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่กำหนดให้ ได้ไม่สำเร็จเป็นส่วน ใหญ่ ไม่มีความตั้งใจและ พยายามในการ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่ กำหนดให้ ไม่มีความ อดทนและท้อแท้ต่อ อุปสรรคจนทำให้ แก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ที่ กำหนดให้ได้ไม่ สำเร็จ เกณฑ์การประเมิน อยู่ในระดับ ดี ถือว่า ผ่าน
31 แบบฝึกหัด 2.2 1. จากรายงานสรุปผลการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากร เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 จัดทำ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่า จำนวนผู้มีงานทำจำแนก ตามอุตสาหกรรมสามารถแสดงด้วยแผนภูมิรูปภาพ ได้ดังนี้ เกษตรกรรม การขายส่ง การผลิต ที่พักแรม บริหารราชการ อื่น ๆ แทนจำนวนผู้มีงานทำประมาณ 1,000,000 คน 1) มีผู้ทำงานในสาขาที่พักแรมทั้งหมดประมาณกี่คน 2) จงสรุปเกี่ยวกับผู้มีงานทำจำแนกตามอุตสาหกรรม 3) จำนวนผู้ทำงานในสาขาการผลิตคิดเป็นประมาณร้อยละเท่าใดของจำนวนผู้มีงานทั้งหมด 4) จำนวนผู้ทำงานในสาขาเกษตรกรรมคิดเป็นประมาณกี่เท่าของจำนวนผู้ทำงานในสาขา บริหารราชการ
32 3. จากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย พ.ศ. 2560 จัดทำโดยสำนัก ยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม ในประเด็นความถี่ในการซื้อสินค้า/บริการทางออนไลน์ สามารถเขียนแผนภูมิรูป วงกลมแสดงร้อยละของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำแนกตามความถี่ในการซื้อสินค้า/บริการออนไลน์ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ได้ดังนี้ ถ้ามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตอบแบบสำรวจทั้งหมด 25,000 คน จงหาว่า 1) มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ไม่ซื้อสินค้า/บริการทางออนไลน์ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมากี่คน 2) มีผู้ใช้ที่ซื้ออินเทอร์เน็ต/บริการทางออนไลน์ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมากี่คน 3) จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต/บริการทางออนไลน์เดือนละครั้งคิดเป็นกี่เท่าของจำนวนผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตที่ซื้อสินค้า/บริการทางออนไลน์มากกว่า 5 ครั้งต่อเดือน
33 4. จากการสำรวจประเภทของหนังสือที่นักเรียนนิยมอ่านนอกเวลาเรียนของนักเรียน 1,600 คน จาก 4 โรงเรียน โดยให้เลือกประเภทของหนังสือที่นิยมอ่านที่สุดจากนิตยสาร นวนิยายและอื่น ๆ ได้ผลสำรวจดังแผนภูมิแท่งพหุคูณต่อไปนี้ 1) ถ้ามีนักเรียนที่ตอบแบบสำรวจจากแต่ละโรงเรียนจำนวนเท่ากัน จะมีนักเรียนที่นิยมอ่าน นิตยสารและนวนิยายรวมกันเท่าใด 2) ถ้ามีนักเรียนที่ตอบแบบสำรวจจากโรงเรียน A จำนวน 200 คน จากโรงเรียน B จำนวน 300 คน และโรงเรียน C จำนวน 600 คน จงเรียงลำดับประเภทของหนังสือที่นักเรียนนิยมอ่านจาก มากที่สุดไปน้อยที่สุด
34 เฉลยแบบฝึกหัด 2.2 1. 1) มีผู้ทำงานในสาขาที่พักแรมทั้งหมดประมาณ 3 ล้านคน 2) ผู้ทำงานในสาขาเกษตรกรรมมีจำนวนมากที่สุด โดยมีจำนวนประมาณ 11 ล้านคน รองลงมา คือ ผู้ทำงานในสาขาอื่น ๆ โดยมีจำนวนประมาณ 9 ล้านคน ผู้ทำงานในสาขา การขายส่งและสาขาการผลิตมีจำนวนประมาณ 6.5 ล้านคนเท่ากัน ผู้ที่ทำงานในสาขา ที่พักแรมมีจำนวนประมาณ 3 ล้านคน และผู้ที่ทำงานในสาขาบริหารราชการมีจำนวน น้อยที่สุดโดยมีจำนวนประมาณ 1.5 ล้านคน 3) จำนวนผู้ทำงานในสาขาการผลิตมีประมาณร้อยละ 100 17.33 37.5 6.5 ของจำนวน ผู้ทำงานทั้งหมด 4) จำนวนผู้ทำงานในสาขาเกษตรกรรมคิดเป็นประมาณ 7.33 1.5 11 เท่าของจำนวนผู้ทำงาน ในสาขาบริหารราชการ 3. 1) มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ไม่ซื้อสินค้า/บริการทางออนไลน์ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา 25,000 10,175 100 40.7 = คน 2) มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ซื้อสินค้า/บริการทางออนไลน์ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา 25,000 −10,175 =14,825 คน 3) จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต/บริการทางออนไลน์เดือนละครั้งคิดเป็น 12 1.2 38.4 = เท่าของ จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ซื้อสินค้า/บริการทางออนไลน์มากกว่า 5 ครั้งต่อเดือน
35 4. 1) มีนักเรียนที่นิยมอ่านนิตยสารและนวนิยายรวมกัน 400 1,516 100 42 56 100 33 62 100 83 15 100 60 28 = + + + + + + + คน 2) จากทั้ง 4 โรงเรียนมีนักเรียนที่นิยมอ่านนิตยสาร (1,600 200 300 600) 777 100 42 600 100 33 300 100 83 200 100 60 = − − − − + + คน มีนักเรียนที่นิยมอ่านนวนิยาย 500 753 100 56 600 100 62 300 100 15 200 100 28 = − + + คน และมีนักเรียนที่นิยมอ่านหนังสือประเภทอื่น ๆ 1,600 − 777 − 753 = 70 คน ดังนั้น ประเภทของหนังสือที่นักเรียนนิยมอ่านจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด คือ นิตยสาร นวนิยาย และหนังสือประเภทอื่น ๆ ตามลำดับ
36
37