“ไมม่ ีความเปน็ ธรรมในความโศกเศรา้ ”
“เรยี นทไ่ี หนก็เหมือนกนั ”
เรามกั จะได้ยินประโยคนี่อยูบ่ ่อย ๆ ทผ่ี ใู้ หญห่ ลาย ๆคนชอบพูด
เราจะต้องมาแข่งขันกันสอบเข้ามหาลยั วิทยาลัยช่ือดังกันทำไม? ในเม่ือเรียน
ทไ่ี หนกเ็ หมอื นกนั
เราจะอยากมีโปรไฟล์ดี ๆ ทำไมในเมื่อการสมัครเข้าที่ทำงานดู
จากประสบการณ์มากกว่าสถานที่ที่เรียนจบมา? หรือว่าจะสู้การที่มีคอน
เนคชัน่ ทด่ี กี ว่า
ถ้าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เด็กต่างจังหวัดจะอยากเข้ามาเรียน
ในกรุงเทพฯทำไม? ที่นี่ถือเป็นแหล่งรวมของการศึกษาสามารถเข้าถึงได้งา่ ย
กว่าต่างจังหวัด แม้ว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละอย่างนั้นจะสูงเกินรายรับที่ได้รับใน
แต่ละเดอื นไปก็ตาม
อย่างการเข้าดูงานศิลปะที่ในตอนนี้จะหาดูได้ง่ายกว่าแต่ก่อน
แตย่ ังไมเ่ ปน็ ท่ียอมรบั ในมมุ มองของคนสว่ นมากที่ยังไมใ่ ห้ความสำคัญกับงาน
ศิลปะทกุ แขนง
มุมมองของการศึกษาทางด้านศิลปะยังไม่เป็นที่ให้ความสำคัญ
มากเท่าในต่างประเทศ ทั้งที่คนในประเทศเรียนด้านนี้เยอะมาก มีไอเดีย
แนวความคิดที่เทียบเท่ากับต่างประเทศแต่กับไม่ให้ความสำคัญมากเท่ากับ
ด้านอ่ืน
“จบมาแลว้ ทำงานอะไร ? ทำไมไมเ่ รียนครู ทำไมไมเ่ ป็นขา้ ราชการ?”
ประโยคคำถามน้ีที่ถูกตามหลังจากเรียนใกล้จะเรียนจบ ผู้ใหญ่
ชอบปลูกฝังเด็กตั้งแต่เล็ก ๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่อยู่ต่างจังหวัด ที่มีฐานะ
อาชพี ทไ่ี มม่ ่นั คงหวงั ว่าสง่ ใหล้ ูก ๆจบแลว้ รบั ราชการแลว้ จะสบาย?
บางคนเข้าเรียนเพราะพ่อแม่อยากให้เป็นไม่รู้ว่าตัวเองชอบ
ถนัด หรือว่าโตขึ้นแล้วอยากทำในสายอาชีพอะไร ทำให้พอเข้ามาเรียนใน
ระดับอุดมศึกษาแล้วเกิดปัญหาหลายสิ่งตามมา ทั้งความกดดันจากทาง
ครอบครัว ที่ตอนนี้เรามักพบเห็นคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเข้าพบจิตแพทย์
เพ่อื รกั ษาโรคซึมเศรา้ มีเหตกุ ารณท์ เี่ กดิ การฆา่ ตัวตายจากโรคนีม้ ากขึ้น
การลงทุนในการศึกษาที่เราเห็นได้ชัดว่า เงิน เป็นปัจจัยหลักท่ี
สำคัญมาก ถ้าเรามีเงินมากพอทุกอย่างจะงา่ ยไปหมด สมมุติว่ามีเด็กสองคน
เรียนท่เี ดยี วกนั ระดบั เดยี วกัน ไดม้ โี อกาศไปศกึ ษาดูงานหรือว่าแลกเปล่ียนท่ี
ต้องออกค่าใช้จ่ายเองในจำนวนนึง เด็กที่ครอบครัวพร้อมทางด้านการเงินท่ี
พร้อมจะซบั พอรต์ ทุกอยา่ ง ไม่พลาดโอกาสน้อี ยา่ งแน่นอน
สำหรับเด็กอีกคนแน่นอนการได้รับโอกาสแบบนี้เป็นเรื่องที่ดี
มาก แต่เงินในจำนวนนน้ั อาจจะไม่เยอะมากทางครอบครวั อาจจะไม่สามารถ
ซับพอร์ตในตรงนี้ได้ อาจจะต้องพลาดโอกาสครั้งนี้ไป แน่นอนไม่ใช่มีแค่
เรือ่ งแบบนีท้ ่เี รามกั พบเหน็ หรอื ได้ยนิ บ่อยครง้ั
“กรุงเทพฯ ชวี ิตดี ๆ ทลี่ งตัว”
ทุกคนคิดว่ามีชีวิตดี ๆ เหมือนกับประโยคข้างบนหรือเปล่า?
ประโยคนี้ที่เรามักพบเห็นได้ทั่วตามป้ายโฆษณา ทั่วทั้งในกรุงเทพฯ
การศึกษา? การเดินทาง ? ค่าครองชีพที่แพงและรายได้ที่น้อยกว่าค่าครอง
ชีพ แน่นอนคนที่มีฐานะ มีรายได้ที่มั่นคง มันไม่กระทบมาก แต่สำหรับคน
หาเช้ากินคำ่ ทคี่ า่ ครองชพี ในแตล่ ะวันกห็ ักไปครึง่ นึงของรายไดท้ ัง้ วนั
ประโยคข้างบนคงใช้ได้กบั คนไม่ก่ีประเภทเท่าน้ัน ในเมื่อคนที่
ไม่สามารถใชป้ ระโยคข้างบนเทยี บกับคุณภาพชีวิตนน้ั มีมากกว่า ดเู หมือนจะ
ขัดแย้งกับสิ่งที่บอกไว้ แต่ก็ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้มาก เพราะห่วงชีวิต
การเป็นอยมู่ ากกว่า กลัววา่ จะไมม่ ที อี่ ยอู่ าศยั
จะบอกว่าเงินกระเป๋าที่มีอยู่ช่วยเพิ่มเสียงที่มีอยู่ได้มาก ต่าง
จากคนทไ่ี ม่มที ีเ่ หมือนไรต้ วั ตนในสงั คมนี้
เหตุการณ์ในสังคม รอบตัว ล้วนแล้วมีแต่ความเหลื่อมล้ำ ความ
ไม่เปน็ ธรรมทุกดา้ น จะมองหาความเป็นธรรมจากทางภาครฐั ยังไม่มีหนทาง
ทกุ คนล้วนแต่แสวงหาผลประโยคเขา้ ตัวเอง
การศึกษาที่ถูกตีกรอบมาจากครอบครัวตั้งแต่แรก
หลักสูตรการศึกษาที่มีแต่สัง่ ไม่มีหลักสตู รการใชช้ ีวิต เราว่าเราพลาดโอกาส
ทจ่ี ะไดล้ องใชช้ ีวิต ทำงานระหวา่ งเรียน ลงเรียนในส่ิงที่สนใจเพิ่มเตมิ แต่ทาง
รฐั ไม่สนับสนุนตรงสว่ นน้ีเหมอื นตา่ งประเทศ ทใ่ี ห้ความสำคญั กบั การศึกษา
คนที่ทำงานระหว่างเรียน ที่หวังว่าจะมีเงินเก็บไปลองในสิ่งที่
ตัวเองสนในช่วงปิดภาคเรียน นั้นคือความคิดที่เพ้อฝันสำหรับที่นี่ มันไม่
สามารถตอบสนองความต้องการในส่ิงนี้ได้กับค่าครองชีพที่แพงกว่ารายได้ที่
คุณได้รบั และชวี ติ ที่น่าเบ่ือหนา่ ยของคุณภาพชวี ิต
ต่างจากเด็กวัยเด็กกันที่ทำเหมือนที่ในประเทศอื่น ๆ ที่ทาง
ภาครัฐในความสำคัญกับทางการศึกษา ค่าครองชีพ ที่เขาสามารถเดินทาง
ออกไปทำในสงิ่ ท่ีเขาสนใจ
เรากลับมามองย้อนไป มันมีความเหลื่อมล้ำตั้งแต่ฐานะ สังคม
การศึกษาที่ได้รับ ย่านที่อยู่อาศัย ซึ่งไม่ต้องมองออกไปยังนอกประเทศ ซ่ึง
ความเปน็ ธรรมในตรงนี้ท่ีแทบมองไม่เห็น เริ่มตงั้ แตค่ รอบครวั ที่ไปกำหนดให้
ชีวิตนึงต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ให้พอใจในสิ่งที่มีอยู่ทั้งท่ีคุณภาพชีวิตท่ีเรา
ควรได้รับมันต้องดกี วา่ ตอนนี้ กับสิง่ ทเี่ ราเสียไปใหก้ ับทางภาครัฐ
ความโศกเศรา้ ของตน้ ทนุ ชวี ติ เงิน และอำนาจ
“ ทำดี ๆ นะห้องนั้นเป็นลูกเจ้าของโรงแรม พี่ฝากด้วย ”
เสยี งประโยคข้างตน้ ดังมาทางฝงั่ ของหัวหนา้ ที่กำลังกำชับพนักงาน
ที่ทำหนา้ ท่ีของตวั เองอยู่
ในเมื่อแขกทุกคนที่เข้ามาพักที่โรงแรมต่างก็เป็นแขกของ
โรงแรมที่ต้องเตรียมการต้อนรับสำหรับทุกคนเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ท่ี
ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพักอาศัย แต่ทำไมเราถึงมักได้ยินเหมือน
ประโยคขา้ งตน้ บ่อยครั้ง
“Very Important Person”
หรือที่เราคุ้นหูกันก็คือ VIP นั่นเอง เรามักจะเคยเห็นที่น่ัง
หรือสถานที่ต่าง ๆ ที่มักจะมีป้ายวางไว้ท่ีโต๊ะ อาจจะได้มาจาก
ตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือสิ่งอื่นใดที่มีคุณค่ามากพอสำหรับ
แลกเปลี่ยนกับการเข้าถึงบริการ เพื่อเป็นคนพิเศษที่มีความสำคัญ
มากกวา่ คนอืน่ ๆ หรือทา้ ยทสี่ ุดแลว้ มกั จะจบลงดว้ ย “เงนิ ”
เงนิ เปน็ ตวั เลือกหลกั กว็ า่ ได้ ทที่ ำให้ทุกคนยอมท่ีจะกระทำ
ตามอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อความอยู่รอด มีชีวิตอยู่ที่สะดวกสบาย
มากขน้ึ
เร็วขนานนี้ ต้องมีอำนาจบารมีมาก ต้องทำงานเก่ง ขยัน
เจา้ นายรกั
สำหรับบางคนที่ทำงานเก่ง ซื่อสัตย์ ตำแหน่งอาจจะอยู่กับ
คุณได้ไม่นานเท่ากับการที่ต้องคอยรับใช้เจ้านาย หรือที่เขามักพูด
กันว่า เลียแข้งเลียขา ประจบอีกนิด เอาใจอีกหน่อย บางทีอาจจะ
ได้ตำแหน่งมาเรว็ กวา่ ท่คี ิดก็ได้นะ
หรือนี่อาจจะเรียกวา่ อำนาจบารมีที่มีอยู่ ที่สร้างได้ด้วยเงนิ
ที่คุณมีอยู่ ยิ่งมีมากเท่าไร ก็ทำให้อำนาจบารมีมีมากเท่านั้น แถม
ด้วยชื่อเสียงที่มีได้ด้วยอำนาจบารมีเงินของคุณนั่นเอง ทุกสิ่งอย่าง
สามารถสรา้ งไดด้ ว้ ยเงนิ
เงินจะช่วยคุณแก้ปัญหาให้คุณ ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาหนัก
แค่ไหน ถา้ มเี งินแน่นอนปัญหาจะคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไม่
มีละก็ ไม่มวี นั ทค่ี ณุ จะชนะได้ นสี้ ิถงึ เรียกวา่ อำนาจของเงินทแ่ี ท้จรงิ
“เราเลอื กทีจ่ ะเกดิ ไม่ได้ แต่เลือกท่ีจะเปน็ ได้”
ได้ยินแล้วเหมือนเป็นแค่ประโยคที่เอาไว้หลอกลวง
เหมือนกับ “กรุงเทพฯ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว” การเติบโตมาของแต่ละ
คนไม่เหมอื นกนั และคนแตล่ ะคนเลือกที่จะเกิดไม่ได้ บางคนเติบโต
มาในครอบครัวยากจน ต้องดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อที่จะต้องเอาชีวิต
ในรอดในแต่ละวัน สำหรับบางคนที่เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย
ไมต่ อ้ งคดิ ว่าในแตล่ ะวันจะต้องทำยังไงให้มชี ีวิตรอดผ่านไปในแต่ละ
วัน
แต่การมีทุนชีวิตท่ีดี ย่อมเปน็ จดุ เรม่ิ ต้นท่ีดกี ว่า ในเกือบทุก
เรื่อง สังคมความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตที่ดี
การศึกษาทเี่ ลือกได้ ทั้งในและนอกประเทศ
ตา่ งกับคนท่ีมีต้นทุนที่ต่ำกวา่ ท่อี าจจะเลือกอะไรไม่ได้มาก
แต่ต้องเลือกให้ตัวเองมีชีวิตรอดก่อน สังคมความเป็นอยู่ที่ไม่ได้ดี
มาก การศึกษาท่อี าจจะไดเ้ ท่าทร่ี ฐั บาลกำหนดไว้
ความฝนั ?
บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความฝันคอื อะไร ไม่รู้ว่าโตขึ้นมาแลว้
อยากจะทำอาชีพอะไร หรือแค่อยากมีชีวิตรอดไปวัน ๆ และบางที
ความฝนั มันกน็ ่ากลัวเกินไป
เด็กที่มีครอบครัวยากจนคงมีความฝันว่าสักวันอยากให้
ตัวเองรวย เพื่อที่จะได้เล้ียงดูแลครอบครัวได้ คงเริ่มจากการทีต่ ัง้ ใจ
เรียน จบแล้วมีงานดี ๆ คงเลือกที่จะเรียนในสิ่งที่จำเป็นเพื่อความ
ออยู่รอดมากกว่าจะเลือกเดินตามความฝันในประเทศนี้ หรือทั้ง
เรียนและทำงานไปด้วย และนั่นเป็นสิ่งที่เหนื่อยมากสำหรับการที่
ต้องดิ้นรนทำใหต้ งั เองพฒั นาข้นึ มาในอีกระดับ
ในเมื่อความฝันกับความเป็นจริง เป็นสองสิ่งที่ยากจะเดิน
ไปพร้อมกันได้ สำหรับคนบางส่วนคงต้องยอมที่จะเลือกยอมรับ
ความจริง ต้องยอมเรียนในสิ่งที่ไม่ได้ชอบ ทำงานที่ไม่ได้รัก เพื่อ
ความอยรู่ อด ในเม่ือมีต้นทนุ ชีวิตท่ตี ำ่ กว่า เลยตอ้ งดิน้ รนมากกวา่
และต่อให้คุณจะดิ้นรนมากเท่าไร คุณก็จะได้ ไม่มากเท่า
คนที่มีต้นทุนชีวติ ที่ดกี ว่าแน่นอน เพราะคนเหล่านั้นไม่ต้องมากังวล
เดือดร้อนในชีวิตแตล่ ะวัน สามารถเลือกได้ต้ังแตเ่ กิดวา่ ชีวติ อยากจะ
ทำอะไร เรียนในสิง่ ทช่ี อบ เลอื กทจ่ี ะทำตามความฝันได้อย่างไม่ต้อง
ลังเล
เหมือนที่เราเห็นกันส่วนมาก คนที่ประสบความสำเร็จ
ตั้งแต่อายุยังเล็ก ศิลปิน อาชีพอื่น ๆ ล้วนเตบิ โตมาจากครอบครัวที่
พร้อมทางด้านการเงิน ที่พร้อมสนับสนุนในทุกด้าน ถือว่าเป็น
ต้นทนุ ชีวติ ทด่ี ีมาก
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การที่มีต้นทุนชีวิตที่ดี เป็นกุญแจดอก
สำคัญในการเริ่มต้นชีวิต ที่ถือว่าพร้อมในจุดแรก และโอกาสที่มี
มากกวา่ ที่มักจะเขา้ มาหาคนท่ีพรอ้ มทจ่ี ะรับโอกาสนน้ั
ศลิ ปะและอำนาจ
ศิลปะล้วนสร้างสรรค์มาจากการสังคม ความเป็นอยู่ ที่
หมนุ วนอยู่รอบ ๆ ตัวเรา จะเหน็ ไดว้ า่ ในพื้นฐานชีวติ ของเราน้ันล้วน
เป็นศิลปะ การแสดงผลงานน้นั ในบางท่เี ราจะเห็นได้ในงานศลิ ปะใน
รูปแบบต่าง ๆ ที่นำเสนอออกมาผ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้น หรือกำลัง
เปน็ ประเดน็ สำคัญในชว่ งนน้ั
ศิลปะในแต่ละรูปแบบการที่ผลงานชื้นนั้น ๆ สื่อออกมาใน
หลาย ๆ ดา้ น ไม่วา่ จะเปน็ ความรู้สกึ ของศลิ ปนิ ที่มีต่อผลงาน การท่ี
นำเรื่องราวในชีวิตมาสร้างสรรค์หรือผลของการแสดงงานนั้น ๆ ไม่
ว่าจะสื่อออกมาเป็นในรูปแบบไหนผลงานนั้นก็ล้วนมีอำนาจ
บางอย่างที่อยู่ในตัวผลงาน ปัจจุบันเราจะเห็นศิลปะในรูปแบบ
ศลิ ปะการแสดงสดหรือ performance ในรูปแบบต่าง ๆ การนำมา
เรื่องที่เกิดข้ึนจริงมาทำการแสดง หรือมาทำการล้อเลยี น จะเห็นวา่
เป็นอำนาจอย่างหนึ่งที่แสดงออกมาผลงานศิลปะที่เป็นตัวกลางที่
แสดงความรู้สึก การเรียกร้องสิทธิ การถูกข่มขี่ ซึ่งเราจะเห็นว่า
ศลิ ปนิ สว่ นใหญ่ทสี่ รา้ งสรรค์ผลงานน้ันลว้ นนำศลิ ปะมาเป็นตัวกลาง
ในการแสดงออก
จากผลงานศิลปะส่วนมากล้วนมีบทบาทในการเป็น
เครื่องมือที่ต่อสู้กับอำนาจจากทางภาครัฐที่ไม่เป็นธรรมเสนอมา
ศิลปินหลายคนที่สร้างสรรค์ผลงานต่อต้านทางภาครัฐ ที่มีการ
กระทำที่เลวหลายต่อประชากร ศิลปะจึงเป็นตัวกลางที่สื่อให้ผู้คน
ไดเ้ ห็นถึงความขดั แย้งท่เี กดิ ข้นึ ในแต่ละช่วงเวลานัน้
ตัวกลางในการกุมอำนาจในทุกบทบาท ผ่านการแสดง
ออกมาในรูปแบบผลงานต่าง ๆ ในแต่ละช่วงสมัย ที่ต้องมีชีวิต
ความเป็นอยู่ เรื่องราว สังคม การเมืองที่ไม่สามารถลีกเลี่ยงในการ
สร้างสรรคผ์ ลงานออกมาในศลิ ปะแขนงต่าง ๆ
ผลงานศลิ ปะนัน้ ถือเป็นการบ่งช้ีเห็นถึงความเหลื่อมล้ำทาง
ฐานะ อำนาจในแต่ละชนชั้นทางสังคม ที่เราจะเห็นพฤติกรรมการ
แสดงออกมา คา่ นยิ มผา่ นทัศคติ การควบคมุ มนษุ ย์ทใี่ นสังคม การที่
ถูกเอารดั เอาเปรียบ การแข่งขนั เพอื่ ใหไ้ ดอ้ ำนาจท่อี ยูเ่ หนือผอู้ ่ืน
จะเห็นได้ว่าศิลปะไม่สามารถอยู่ได้โดยแค่ความสวยงาม
แต่ถูกนำมาใช้ในการเป็นเครื่องมือ ต่อต้าน เรียกร้องทางการเมือง
ชวี ิตความเป็นอยู่ ทีถ่ กู เชือ่ มโยงใช้ศิลปะในการแสดงออกมานน้ั
บทบาทของศลิ ปะ
บทบาทของศิลปะนั้นจะเห็นจากการเคลื่อนไหวทางสังคม
ในประเดน็ ตา่ ง ๆ ศิลปะเปน็ กระแสหลักท่ีมักปรากฎการณ์ที่เกิดข้ึน
ในการเปลย่ี นแปลง ทางดา้ นการเมอื ง สงั คม และเศรษฐกจิ ท่ีสำคัญ
ในโลก ในตอนน้ีเราจะเห็นทีใ่ นประเทศไทยได้นำศิลปะในแขนงต่าง
ๆ มาแสดงบทบาทสำคัญในการกระบวนการเรยี กร้องประชาธิปไตย
กบั การตอ่ สู้กับระบอบเผดจ็ การ เราจะเห็นเหตุการณก์ ารบนั ทึกต่าง
ๆ ทีศ่ ิลปินไดน้ ำศิลปะมาแสดงในบทบาทต่าง ๆ ในหลายเหตุการณ์
ที่เกิดขนึ้
แม้ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นศิลปะที่มีบทบาทในเรื่องทาง
การเมืองส่วนมาก และยังเป็นที่แบ่งชั้นชนของงานศิลปะในหมู่คน
อีกด้วย บทบาทในสังคม การใช้ชีวิตของผู้คนเป็นอีกบทบาทหนึ่ง
ของศิลปะ ที่ช่วยแสดงความรู้สึกที่ซ้อนไว้ภายในตัวตน การที่
อยากจะทำในสิ่งที่ต้องห้ามต่อครอบครัว ล้วนแสดงออกมาผ่านตัว
งานท่ถี ูกสรา้ งสรรค์ข้นึ มาจากศลิ ปนิ
นอกจากความสวยงามของศิลปะแล้ว การที่ผลงานชิ้นน้ัน
ถกู จัดทำ จดั แสดงขน้ึ ในท่ีใด ที่งานนนั้ จะเชื่อมโยงเข้ากับพ้ืนที่ เป็น
การแสดงอีกผลงานอีกในบทบาทกับบริบทพืน้ ทีน่ ัน้ ๆ ที่เราจะเห็น
การเข้าไปอยขู่ องศิลปะในแต่ละช่วงเหตุการณ์
ศิลปะนั้นเข้าไปมีบทบาทในชีวิตของมนุษย์ในทุกเรื่อง ท่ี
สร้างความสัมพันธ์ เป็นเครื่องมือที่เอื้อกับทางการเมืองในการผลิต
อดุ มการณ์ผา่ นผ้ชู มผลงาน ทม่ี ีนยั ยะแฝงอย่ใู นงานศิลปะ
ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ จะมีส่วนของศิลปะเข้ามา
เกี่ยวข้องเพื่อเปน็ การท่ีทำให้ผู้เข้ามาร่วมนั้นไดเ้ ห็นการกระทำ การ
ที่ต้องการสื่อสารให้คนดูเห็นนัยยะแฝงต่าง ๆ ผ่านทางรูปแบบของ
ศิลปะในการสอ่ื สารผ่านศิลปะเปน็ ตัวกลาง
จะเหน็ ไดว้ ่าศลิ ปะนัน้ มบี ทบาทในการเปน็ ตัวกลางที่สื่อสาร
ระหว่างผู้คน การแบ่งแยกชนชั้น อำนาจที่ที่เราไม่สามารถเข้าถึง
แต่สามารถใช้บทบาทของศิลปะในทีน่ ี้แสดงออกมาให้เห็นในเรื่องท่ี
เราจะให้เหน็ ในมุมมองตรงในภาพรวม ผ่านงานแสดงศลิ ปะน้ี
ศลิ ปะในมุมมองของตวั ผเู้ ขยี น
“ศลิ ปะคอื ชีวิต” ศลิ ปะท่เี กดิ ขน้ึ น้ันมาจากตวั เราเองทั้งนั้น
การใช้ชีวิต ความรัก สังคม การเมือง เป็นสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ท่ี
ถกู สร้างสรรคม์ าเป็นผลงานศลิ ปะในรูปแบบต่าง ๆ ท่ีแตกต่างกันไป
ตามความเปน็ มา แนวคดิ ของผลงานชิ้นนั้น
ศิลปะคือชิ้นผลงานที่สวย ? ศิลปะที่ดูเหมือนจริงที่สุด ? น่ี
เป็นคำถามที่ก่อนจะมารู้จักกระบวนการความคิดในการสร้างสรรค์
ผลงานแต่ละชิ้นว่ามีกระบวนการวิธี แนวคิด ความเป็นมาของการ
ทำงานในแต่ละชิ้น ที่ไม่ใช่แค่มีเพียงความสวยงามเท่านั้น ในบาง
ผลงานมีทั้งจิตวิญญาณ ความแค้น ความรัก ความรู้สึกต่าง ๆ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ไม่ว่าจะทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ
จะล้วนนำศิลปะมาเป็นตัวกลางในการแสดง ความรู้สึก การต่อสู้
ตอ่ ต้านจากทางการเมืองกต็ าม
ในการพูด การสื่อสารที่ผ่านออกมาจากตัวเราก็เป็นศิลปะ
อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ผ่านออกมาจากกระบวนการคิด การสร้างสรรค์
ออกมาให้ได้เห็น เราสามารถพูดได้ว่าศิลปะไม่ใช่แค่รูปวาดที่เรา
เข้าใจเหมือนแตก่ อ่ น แต่เปน็ ส่งิ ต่าง ๆ รอบตวั เรา
ผลงานศิลปะในแต่ละชิ้นนั้น กว่าจะได้ออกมาในรูปแบบที่เราได้
เหน็ น้ันผ่านกระบวนแนวความคดิ การมากมาย หรอื จะเปน็ ศิลปะท่ี
แสดงออกมาแล้วเกิดคำถามกับผู้ที่มาชมงานนั้น ๆ เกิดความคิดที่
แตกตา่ ง สังคม บรบิ ทพ้ืนทีท่ ี่จะยอ้ นกลับไปถามถงึ ผู้ชมผลงาน
ตัวผู้เขียนเองคิดว่าเราไม่สามารถมีความหมายของศิลปะ
ได้ตายตัว เพราศิลปะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว อย่างที่กล่าวมาใน
ข้างต้น ศิลปะที่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม ภาพวาดเหมือนจริง แต่เป็น
ศลิ ปะทเ่ี กิดข้นึ กับสิ่งรอบตัวเรามากกวา่