การพัฒนาและหาประสิทธภิ าพเครอื่ งม้วนเกบ็ สายส่ือสารอตั โนมัติ
Development and Finding efficiency Automatic motor
cable winding machine
ผู้จดั ทา
นาย มนู โกกะพันธ์ รหัสนักศกึ ษา 65301050020
รายงานการศกึ ษาค้นควา้ ฉบบั นีเ้ ปน็ ส่วนหนึง่ ของศึกษาวิชาโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชีพ
รหัสวชิ า 3001-2001
ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี ชัน้ สูง
สาขางาน อิเลก็ ทรอนกิ ส์ อุตสาหกรรม
ปีการศึกษา 2565
วทิ ยาลัยเทคนคิ สรุ าษฎร์ธานี
สานักงานคณะกรรมการอาชวี ศึกษา
ข
กิตติกรรมประกาศ
งานนาเสนอวิชาเทคโนโลยีสานสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพเรื่องปัญหาการรับประทานหอย
นางรมให้ปลอดภัยสาเร็จลลุ ว่ งได้ดว้ ยความกรณุ าและความช่วยเหลืออยา่ งสงู ยง่ิ จากอาจารย์ จักรรัตน์ จัก
รานนท์อาจารย์ที่ปรึกษาประจาวิชาท่ีได้กรุณาให้คาปรึกษาแนะนาและตรวจสอบแก้ไขข้อพกพร่อง ทุก
ข้ันตอน ของการจัดทาโครงงาน
คณะผู้จัดทาโครงงานขอขอบพระคุณป็นอย่างสูงขอขอบพระคุณบิดามารดาเพื่อนนักเรียน
ตลอดจนผู้ที่เก่ียวข้องทุกท่านที่ไม่ได้กล่าวนามไว้ ณ ที่นี้ที่ได้ให้กาลังใจและมีส่วนช่วยเหลือให้ โครงงาน
ฉบับน้ีสาเร็จลุล่วงได้ด้วยดีท้ายที่สุดคณะผู้จัดทาโครงงานหวังว่าโครงงานฉบับนี้จะเป็น ประโยชน์กับ
ผู้สนใจไม่มากก็นอ้ ย
ทา้ ยทีส่ ุดน้ีขอขอบคุณคณะกรรมการพจิ ารณาทุนอดุ หนุนโครงงานทกุ ทา่ นทีใ่ ห้การสนบั สนนุ
การจดั ทา โครงงานในครั้งน้ี
ผู้ศึกษาคน้ คว้า
เดอื น กรกฎาคม พ.ศ.2565
ค
ชอื่ ผลงาน : การพัฒนาและหาประสิทธภิ าพเครื่องมว้ นเก็บสายสอื่ สาร
ชอื่ ผู้ศึกษาค้นควา้ : นายมนู โกกะพนั ธ์
อาจารย์ทปี่ รึกษา : อาจารย์ จักรรัตน จักรานนท์
สาขาวิชา : อิเล็กทรอนิกส์
ปีการศกึ ษา : 2565
บทคัดย่อ
โครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพเรือ่ งการพัฒนาและหาประสิทธภิ าพเครอื่ งมว้ นสายสอ่ื สารอัตโนมัติ
วตั ถุประสงคเ์ พื่อพฒั นาและหาประสทิ ธิภาพของเคร่ืองมว้ นสายส่ือสารอัตโนมตั ิ
วธิ ีดาเนินการวจิ ยั ประกอบดว้ ย การศึกษาออกแบบสร้างทดสอบหาประสทิ ธภิ าพ และหาความ
พงึ พอใจ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจาก ผูป้ ฏิบตั กิ ารด้านการให้บริการติดตง้ั อนิ เตอรเ์ นต็ ระบบ ADSL ของ
บรษิ ัท เสาทอง เทเลคอม จานวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวจิ ยั เปน็ แบบบันทึกผลการทดสอบหา
ประสทิ ธิภาพ และ แบบประเมนิ ความพึงพอใจในภาพรวมอยูใ่ นระดบั มากที่สดุ และคดิ เป็นดา้ น
โครงสร้างและการออกแบบมีความพงึ พอใจมากที่สดุ รองลงมาคอื ดา้ นประสิทธภิ าพในการใช้งานและดา้ น
การบารงุ รักษาและความปลอดภยั อย่ใู นระดบั มากท่ีสุด
ผลการวจิ ยั พบว่าเครอ่ื งม้วนสายส่ือสารอตั โนมัติ ทส่ี ามารถมว้ นจดั เกบ็ สายสื่อสารได้ 2 ชนดิ โดย
มขี นาดสายอย่ทู ี่ 0.6 mm. และขนาด 0.9 mm. และมี Arduino UNO เปน็ ตัวควบคมุ การทางานของ
เครื่องม้วนสายส่ือสารอตั โนมัติ สามารถมว้ นเก็บสายทงั้ 2 ขนาดได้ตรงตามทีใ่ ช้งานคิดเปน็ เปอร์เซ็นคา่
ความถูกต้อง 99.8% ผลการทดสอบหาประสทิ ธิภาพอยู่ในระดับมากท่ีสุด
ง
สารบัญ
เรื่อง หนา้
กติ ตกิ รรมประกาศ.....................................................................................................................ข
บทคัดยอ่ ภาษาไทย....................................................................................................................ค
สารบัญ .....................................................................................................................................ง
สารบัญ(ต่อ) .............................................................................................................................. จ
บทที่1 บทนา.............................................................................................................................1
1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา ...................................................................... 2
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษาค้นควา้ .............................................................................. 2
1.3 สมมตฐิ านของการศึกษาค้นคว้า .................................................................................. 2
1.4 กรอบแนวคิดของการศกึ ษาคน้ คว้า.............................................................................. 2
1.5 ขอบเขตของการศกึ ษาค้นควา้ ..................................................................................... 2
1.6 ข้อตกลงเบื้องต้น ......................................................................................................... 3
1.7 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ ........................................................................................................ 3
1.8 ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รับ .......................................................................................... 3
บทที่2 เอกสารและงานศกึ ษาค้นคว้าท่ีเกีย่ วข้อง........................................................................4
2.1 เอกสารทเ่ี กยี่ วข้อง....................................................................................................... 4
2.2 งานศกึ ษาคน้ ควา้ ทเ่ี กี่ยวข้อง........................................................................................ 5
บทที่3 วิธีดาเนนิ การศกึ ษาคน้ คว้า.............................................................................................8
3.1 ประชากรและกล่มุ ตวั อย่าง.......................................................................................... 8
3.2 การสร้างเครืองมือที่ใช้ในการวิจัย................................................................................ 8
3.3 การสร้างแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ........................................................ 8
3.4 การสรา้ งแบบประเมนิ ความพึงพอใจ........................................................................... 9
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมลู ................................................................................................. 10
จ
สารบัญ(ต่อ)
เรอ่ื ง หน้า
บทที่4 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล....................................................................................................11
4.1 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและสถิติท่ใี ชใ้ นการวิจัย.................................................................... 11
4.2 ผลการวิจัย..................................................................................................................... 12
บทท่ี5 สรปุ ผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ............................................................................15
5.1 สรปุ ผลการทาโครงงาน .................................................................................................. 15
5.2 อภปิ รายผลการวิจยั ....................................................................................................... 15
5.3 ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ยั ................................................................................................. 16
บรรณานกุ รม.............................................................................................................................17
ฉ
สารบัญตาราง
ตารางที่ หน้า
4.1 สถานภาพท่ัวไป ประเมนิ ความพงึ พอใจ .................................................................................9
4.2 ความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจตอ่ การใหบ้ ริการ ............................................................................9
4.3 ตารางคา่ เฉลยี่ (̅) และคา่ เบ่ยี งแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดบั ความคิดเหน็ ของผู้เชีย่ วชาญ
ด้านคณุ ภาพของเคร่ืองเก็บมว้ นสายสื่อสารอัตโนตมัติ ...........................................................10
4.4 ตารางค่าเฉลีย่ (̅) และค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดบั ความคิดเห็นของการใช้งาน
ของโครงงานคณุ ภาพของเครื่องเก็บมว้ นสายสือ่ สารอัตโนตมัติ.............................................11
4.5 ตารางค่าเฉลี่ย (̅) และคา่ เบย่ี งแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความคิดเหน็ ของการทางาน
ของการพัฒนาและหาประสิทธิภาพเครื่องม้วนเก็บสายส่ือสารอัตโนมัติ................................12
ช
สารบัญภาพ
ภาพที่ หน้า
ภาพท่ี 4.1 แบบประเมินผลรวมผลดา้ นการวิจัย...................................................................... 10
ภาพท่ี 4.2 แบบประเมินผลรวมดา้ นการทางาน ...................................................................... 11
ภาพท่ี 4.3 แบบประเมินผลรวมด้านชน้ิ งาน............................................................................ 12
บทที่ 1
บทนา
1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา
ระบบสื่อสัญญาณ (Transmission System) ท่ีส่งสัญญาณสื่อสารผ่านตัวกลาง Optical Fiber
Cable หรือ OFC เป็นส่ือในการส่งผ่านสัญญาณได้รับความนิยมมากข้ึน เหตุผลหลักคือต้นทุนในการวาง
ข่ายสาย Optical Fiber เมื่อเปรียบเทียบกับข่ายสายเคเบิลทองแดง (Copper Cable) ทั้งในแง่ความเร็ว
ความจุในการส่งผ่านข้อมูลมีต้นทุนท่ีต่ามาก ประเด็นสาคัญโครงข่าย Optical Fiber ไม่มีปัญหาเร่ืองไฟฟ้า
เหนีย่ วนาเขา้ ข่ายสายเคเบิล OFC เหมือนกับขา่ ยสายเคเบลิ ทองแดง การขยายโครงข่ายสามารถดาเนินการ
ได้อย่างรวดเร็วต้นทุนในการซ่อมบารุงรักษาต่า ปัจจุบันมีการใช้อุปกรณ์ท่ีใช้ในการทางานในงานการเก็บ
สายส่ือสาร ไม่ว่าจะเป็น ส่ือสารTOT , TT&T , TRUE และอ่ืนๆ แต่ละค่ายก็มีเคร่ืองมือและอุปกรณ์
มากมายในการทางานปัญหาของการเก็บสาย คือ สายดรอปวายทองแดงซ่ึงมีสัญญาณรบกวนสูงและมี
ประสิทธิภาพในการใช้งานมีคุณภาพต่าและในการจัดเก็บสายก็ยากลาบาก ซ่ึงในปัจจุบันน้ีได้มีการรื้อถอน
สายดรอปวายทองเพ่ือเปล่ียนไปใช้สาย Optical Fiber กัน ไม่ว่าจะเป็นค่าย TOT , 3BB , AIS , TRUE ,
CAT และได้มีการมีพัฒนาเครื่องเก็บสายข้ึนมามากมายหลายอย่าง โดยในที่น้ีคือเคร่ืองเก็บสายส่ือสาร
อัตโนมัติ ท่ีทาการม้วนเก็บสายส่ือสารที่ร้ือถอนออกมาเพื่อเก็บออกจากบนเสาไฟฟ้า โดยมีหลักการทางาน
คือ เปน็ เครือ่ งท่ีใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในการทางาน ลักษณะของเครื่องม้วนเก็บสาย จะมีตัวแบตเตอร่ีใน
การจ่ายกระแสไฟไปเล้ียงมอเตอร์ 2 ตัว มอเตอร์ตัวที่ 1 ทาหน้าท่ีม้วนสายให้อยู่ในท่ีเก็บสาย ซึ่งจะมี
มอเตอร์ตัวที่ 2 ท่ีจะทาการจัดเรียงสายในเป็นระเบียบ เวลาน้าหนักสายในการม้วนเพิ่มมากขึ้นจะทาให้
มอเตอร์หมุนช้าลง เราจึงทาการเขียนวงจรในการควบคุมการหมุนของมอเตอร์จะทาให้มอเตอร์ท้ัง 2 ตัว
หมุนไปพรอ้ ม ๆ กัน
2
1.2 วัตถปุ ระสงคข์ องการศึกษาคน้ ควา้
1.2.1 เพ่ือพฒั นาเครอื่ งมว้ นเก็บสายส่ือสารอตั โนมตั ิ
1.2.2 เพ่ือหาประสิทธิภาพเครือ่ งม้วนเก็บสายส่ือสารอตั โนมัติ
1.2.3 เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของผใู้ ช้เคร่ืองม้วนเกบ็ สายสือ่ สารอัตโนมัติ
1.3 สมมุติฐานของการศกึ ษาค้นคว้า
1.3.1 เครอ่ื งมว้ นเกบ็ สายสื่อสารอัตโนมตั ิมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับสงู
1.3.2 ผู้ใช้งานมีความพึงใจตอ่ เคร่ืองม้วนเกบ็ สายสือ่ สารอตั โนมตั อิ ยู่ในระดับมาก
1.4 กรอบแนวคิดของการศกึ ษาคน้ ควา้
1.4.1 กรอบแนวคิดด้านเนื้อหาทาการวิจัยในเนื้อหาเรื่องส่ือการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ในรายวิชเทค
โนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การอาชีพ
1.4.2 ประชากรของการวิจัยคร้ังนี้คอื นักศกึ ษาสาขาวิชาชา่ งอิเลก็ ทรอนิกส์
ของวิทยาลัยเทคนิคสรุ าษฎร์ธานี ท่ีลงทะเบยี นเรยี นรายวิชาในภาคเรียนท่ี1 ปีการศกึ ษา2565
1.5 ขอบเขตของการศกึ ษาค้นคว้า
1.5.1 ด้านเนอื้ หา / โครงสรา้ ง
1.5.2 เครื่องมว้ นเกบ็ สายสอื่ สารอัตโนมัตสิ ามารถมว้ นเกบ็ สายใน 1 ครั้ง สามารถเก็บสายได้จานวน
มาก ระยะสายตงั้ แต่ 0 – 200 เมตร ภายใน 30 - 40 นาที
1.5.3 ด้านประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
1.5.4 ประชากร คอื ผู้ปฎบิ ัติงานด้านการรื้อถอนสายภายในจังหวัดสรุ าษฎร์ธานี
1.5.5 กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ปฎิบัติงานด้านการตวรจแก้ การติดตั้งระบบสายภายใน บริษัท เสาทอง
เทเลคอม จากดั จานวน 10 คน โดยใชก้ ารเลือกแบบเจาะจง
1.5.6 ด้านตวั แปรทีศ่ ึกษา
1.5.7ตวั แปรตน้ คือ เคร่อื งมว้ นเกบ็ สายสอ่ื สารอัตโนมตั ิ
1.5.8 ตวั แประตาม คอื ประสทิ ธิภาพและความพงึ พอใจของเคร่ืองมว้ นเกบ็ สายสื่อสาร
1.5.9 การวิจัยครงั้ นด้ี าเนนิ การในภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
3
1.6 ข้อตกลงเบอ้ื งตน้
1.6.1. ควรคิดหาแนวทางความคิดว่าควรจะทาอะไรกอ่ นเปน็ อันดับแรกก่อน
1.6.2. ถา้ หากทางานร่วมกับผู้อน่ื ควรทาข้อตกลงร่วมกนั ก่อน
1.7 นิยามศัพทเ์ ฉพาะ
เคร่ืองม้วนเก็บสายสอื่ สารอัตโนมัติ [n.] อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการเก็บม้วนสายสอ่ื สาร
1.8. ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รบั
1.8.1 ไดเ้ ครอื่ งม้วนเกบ็ สายสือ่ สารอตั โนมตั ิ
1.8.2. ผใู้ ช้ได้รบั ความสะดวกสบายในการใชเ้ ครื่องมว้ นเกบ็ สายส่ือสารจากการทดลองใช้งาน
1.8.3. สามารถตอ่ ยอดเชงิ พาณิชยไ์ ด้
บทท่ี 2
เอกสารและงานศึกษาคน้ คว้าทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
2.1 เอกสารทเี่ ก่ียวขอ้ ง
โครงการพัฒนาทักษะวิชาชีพเรื่อง การพัฒนาและหาประสิทธิภาพเครื่องม้วนสายส่ือสาร
อัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วยการอธิบายหลักการและทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องกับการนาเทคโนโลยีต่างๆ
มาช่วยกระบวนการต่าง ในงานการทางานเก่ียวกับสายสื่อสารให้มีประสิทธิภาพในการทางาน รวมถึง
งานวิจยั ต่างๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การนาเอาเทคโนโลยีสมัยใหมๆ่ โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อสาคัญที่ต้องศึกษา
ดงั นี้
Fiber Optic เส้นใยแก้วนาแสงคือ เส้นใยขนาดเล็กท่ีท่าหน้าที่เป็นตัวนาแสง โครงสร้างของเส้น
ใยแสงประกอบดว้ ยสว่ นท่แี สงเดินทางผ่านเรียกว่า Core และส่วนท่ีหุ้ม Core อยู่เรียกว่า Clad ทั้ง Core
และ Clad เป็น Dielectric ใส 2 ชนิด )Dielectric หมายถึงสารทไ่ี ม่เปน็ ตวั นาไฟฟ้า เช่น แก้ว พลาสติก (
โดยการทาให้ค่าดัชนีการหักเหของClad มีค่าน้อยกว่า ค่าดัชนีการหักเหของ Core เล็กน้อยประมาณ
0.2 ~ 3% และอาศัยปรากฏการณ์สะท้อนกลับหมดของแสง สามารถท่าให้แสงท่ีป้อนเข้าไปใน core
เดินทางไปได้นอกจากนั้นเน่ืองกล่าวกันว่าเส้นใยแสงมีขนาดเล็กมากขนาดเท่าเส้นผมน้ันหมายถึงขนาด
ของเสน้ ผา่ ศูนย์กลางดา้ นนอกของ Clad ซ่ึงมีขนาดประมาณ 0.1 ม.ม. ส่วน Core ที่แสงเดินทางผ่าน น้ัน
มีขนาดเล็กลงไปอีกคือประมาณหลาย um หลายสิบ um (1 um=10-3mm) ซ่ึงมีค่าหลายเท่าของความ
ยาวคลน่ื ของแสงทใ่ี ช้งาน ค่าต่างๆ เหลา่ นี้เป็นค่าทก่ี าหนดข้ึนจากคณุ สมบตั ิการส่งและคุณสมบัติทางเมคา
นิกส์ที่ต้องการ เส้นใยแก้วแสงนอกจากมีคุณสมบัติการส่งดีเย่ียมแล้วยังมีลักษณะเด่นอย่างอ่ืนอีกเช่น
ขนาดเล็กน้าหนักเบาอีกด้วยเส้นใยแก้วนาแสง )Optical Fiber) ผลิตจาก Silica เป็นส่วนใหญ่มีเส้นใย
แกว้ นาแสงบางแบบทาจากโพลเี มอรห์ รือวัสดุสงั เคราะหอ์ ืน่ ๆ แตก่ จ็ ะใชง้ านสาหรับระยะทางสั้นๆ เท่าน้ัน
เพราะมี การลดทอน )Loss) สูง Loose Tube หรือ Fiber Buffer Tube ลักษณะท่อกลมกลวงผลิตจาก
PBT (Polyburylene Terephtralate) ภายในวางเส้นใยแก้วนาแสงต่าสุด 2 Fiber สูงสุด 12 Fiberต่อ 1
Loose Tube ระหว่างเส้นใยแก้วนาแสง )Bare Fiber) ภายใน Loose Tube มี
ThixotropicCompound (Filling) ปอ้ งกนั เสน้ ใยแก้วนาแสงเกิด Micro Bending โค้งงอจากแรงกระทา
จากภายนอก ซึ่งเส้นใยแก้วนาแสงท่ีวางตัวคล้ายตัวหนอนใน Loose Tube เมื่อเจอสภาพแวดล้อมจาก
การใชง้ าน เชน่ แรงดึง แรงกด เส้นใยแกว้ นาแสงจะ
5
2.2 งานศกึ ษาค้นควา้ ที่เก่ียวขอ้ ง
จันทร์จิรา (2551) สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) ฝึกฝนและ
พัฒนาการเขียนโปรแกรมภาษา C Introduction to C Programming การพัฒนา โปรแกรม
คอมพิวเตอร์ บางคนกว็ า่ ยาก บางคนกว็ ่าเป็นเร่ืองสนกุ หลายคนบอกว่า ขอเป็นแค่ผู้ใช้สนุกที่สุด แต่ จะมี
ซกั กคี่ นที่จะมใี จรกั ท่ีจะก้าวไปบนถนนแหง่ การพฒั นาฝีมือและฝกึ ฝนการเขยี นโปรแกรมด้วยตัวเอง เพ่ือให้
มีผู้ที่สนใจนา ไปใช้งาน และเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการทางาน และ ความสะดวกสบายๆ ต่างๆ มากข้ึน ว่า
ไปแลว้ นักโปรแกรมเมอร์เหลา่ น้ี กไ็ มแ่ ตกต่างจากผทู้ ีป่ ิดทองหลงั พระมากนัก เพราะหลายๆ โปรแกรมที่มี
ใหใ้ ช้งานกนั ในปจั จุบัน จะมีใครทราบบ้างไหมว่า ผู้เขียนโปรแกรมเหล่านั้นมีใครกันบ้าง ดังน้ัน ผู้ที่คิดจะ
ก้าวมาเป็น นักพัฒนาโปรแกรมมืออาชีพคงต้องอาศัยใจรักท่ีจะอยากจะพัฒนาและฝึกฝนฝีมือในการเป็น
โปรแกรมเมอร์มือ อาชีพมาเป็นอันดับหนึ่ง สาหรับบทความนี้จะเริ่มต้นด้วยการสอนให้เข้าใจในหลักการ
พ้ืนฐานของการการพัฒนาโปรแกรมในภาษาCความรู้และความเข้าใจท่ีจาเป็นต่อการเป็นโปรแกรมเมอร์
มืออาชพี ในอนาคต
สมศักดิ์ (2555) ได้จัดทาโครงการวิจัยวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาโครงข่ายสาย Optical Fiberช่า
รุดเสียหายจากการกัดแทะของสัตว์ปัญหาข่ายสายเคเบิลใยแก้วนาแสง (OFC: Optical Fiber Cable) ท่ี
แขวนกบั เสาของการไฟฟา้ สว่ นภมู ิภาค (กฟภ.) และการไฟฟา้ นครหลวง (กฟน.)ชารุดเสียหายจากสัตว์กัด
แทะสร้างผลกระทบต่อการให้บริการทั้งโครงข่ายหลัก (Core Network) และโครงข่ายรอง (Access
Network) เมื่อสายเคเบิล OFC ชารุดเสยี หาย พนักงานท่ีดูแลโครงข่ายนั้นๆ ต้องรีบด่าเนินการซ่อมบ่ารุง
เปล่ยี นเคเบิลเส้นใหม่ทดแทน บางพื้นที่ปัญหาเกิดซ้าๆ ต้องฝังสายเคเบิล OFC ลงใต้พ้ืนดินช่วงท่ีมีปัญหา
สัตว์กดั แทะรนุ แรง ปญั หาสัตวก์ ดั แทะสายฯ กระจายในหลายพืน้ ทขี่ องประเทศไทย
นกิ ร (2556) ไดว้ จิ ยั เรอ่ื งการพัฒนาการแปลโปรแกรมไมโครคอนโทรลเลอร์กล่าวถึงคอมไพเลอร์
คือตัวแปลโปรแกรมท่ีพัฒนาข้ึนด้วยภาษาระดับสูงไปเป็นภาษาเคร่ืองต่อไปนี้จะแสดงถึงขึ้นตอนการทา
งานหลัก ๆ ของคอมไพเลอร์ซ่ึงในปัจจุบัน คอมไพเลอร์สมัยใหม่อาจมีขั้นตอนมากกว่าและมีเทคนิค
เพ่ิมเติมข้ึนมาก ซ่ึงแต่ละผลิตภัณฑ์จะไม่บอกรายละเอียดการทางานเน่ืองจากเป็นความลับของแต่ละ
ผลิตภัณฑ์ของตนแต่ต่อไปน้ีจะเป็นการกล่าวถึงหลักการทางานท่ีทุก ๆ คอมไพเลอร์จะต้องมีใช้งานเป็น
อยา่ งน้อย
บทท่ี 3
วธิ กี ารดาเนนิ การวจิ ยั
การวิจัยน้ีเป็นการพัฒนา ความรู้เก่ียวกับโทรศัพท์และการหาประสิทธิภาพของโทรศัพท์สาหรับ
การศึกษาและประเมนิ ความพงึ พอใจโดยการใช้แบบประเมินความเข้าใจระหวา่ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
ของผู้ศึกษาโดยผู้เช่ียวชาญจานวน 30 คนโดยการหาความพึงพอใจและหาประสิทธิภาพของแบบความรู้
และสรปุ ผลดังน้ี
3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มประชากรของวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีของระดับ ปวส. ระดับท่ี 1 สาขาอุตสาหกรรม
อิเล็กทรอนกิ สแ์ ละกลมุ่ ตัวอย่าอืน่ ๆอีก 30 คน
3.2 การสร้างเคร่อื งมอื ทใี่ ช้ในการวิจยั
เป็นการพัฒนาการศึกษาความรู้เบ้ืองต้นของการใช้งานโทรศัพท์โดยการแยกส่วนแบ่งเป็นหัว
ข้อความพึงพอใจแต่ละหัวข้อและความถึงความคิดเห็นจากการสอบถามผู้สอนและผู้ท่ีได้รับการศึกษา
สามารถนามาสรปุ ไดต้ ามแนวทางของการศึกษา
3.3 การสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน
สรา้ งแบบประเมินความพึงพอใจของการศึกษาโทรศัพท์เบ้ืองต้นทางด้านการหาข้อมูลด้านการใช้
งานโทรศัพทข์ องแบบประเมินเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามระดับการประเมิน 5
ตัวเลอื ก
5.นักศกึ ษามคี วามพึงพอใจต่อการให้บริกรมากทีส่ ดุ
4.นักศกึ ษามคี วามพงึ พอใจต่อการให้บริการมาก
3.นกั ศึกษามคี วามพงึ พอใจต่อการใหบ้ ริการปานกลาง
2.นักศกึ ษามีความพึงพอใจต่อการให้บริการนอ้ ย
1.นักศกึ ษามคี วามพงึ พอใจต่อการใหบ้ ริการนอ้ ยทสี่ ดุ
คา่ เฉลีย่ (Mean) (วาโร เพ็งสวัสดิ์ 2551 : 284)
เมอื่ ̅ = ∑
̅ แทน คา่ เฉลยี่
∑ แทน รวมผลของคะแนนท้ังหมด
7
ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S) (วาโร เพง็ สวสั ด์ิ 2551 : 296)
เมอ่ื s = √ ∑ ∑
s แทน ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน
∑ แทน ผลรวมของคะแนนทัง้ หมด
∑ แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกาลงั
n แทน ขนาดตวั อยา่ ง
3.4 การสร้างแบบประเมนิ ความพึงพอใจ
ตอนที่1 ขอ้ มูลส่วนบคุ คล ประกอบดว้ ย เพศ ช้นั ปี คณะท่ีศกึ ษาโดยลักษณะแบบสอบถามเปน็ แบบ
เลอื กตอบ (Check list) จานวน 2 ขอ้
ตอนที่ 2 แบบประเมนิ ความพงึ ใจโดยการประเมนิ เป็นแบบสอบถามเลือกตอบ (Check list) จานวน
2 ขอ้ และระดับความพึงพอใจทีม่ ีต่อการศึกษาข้อมลู ในแต่ละประเภทเป็นแบบสอบถามมาตราสว่ น
ประมาณคา่ (Rating Scale) 5 ระดับจานวน 5 ข้อโดยกาหนดคะแนนในแตล่ ะดับดงั น้ี
5.หมายถึง ระดับ ดมี าก
4.หมายถงึ ระดับ ดี
3.หมายถงึ ระดบั ปลานกลาง
2.หมายถงึ ระดบั น้อย
1.หมายถึง ระดบั นอ้ ยมาก
ตอนที่ 3 แบบสอบถามข้อมูลความพึงพอใจที่มีต่อวิทยาลัยวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีเป็น
แบบสอบถามประมาณค่า (Rating Scale) ระดับจานวน 5 ด้านจานวน 30 คนโดยกาหนดคะแนนใน แต่
ระดับดงั นี้
5 หมายถงึ ระดบั ความพึงพอใจมากที่สุด
4 หมายถงึ ระดบั ความพึงพอใจมาก
3 หมายถึงระดบั ความพงึ พอใจปานกลาง
2 หมายถงึ ระดบั ความพึงพอใจน้อย
1 หมายถึงระดับความพึงพอใจนอ้ ยที่สุด
เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั ความ พึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี
แบง่ เป็น 5 ระดบั ตามเกณฑเ์ ปน็ ดัง
8
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมลู
3.5.1 เก็บรวบรวมขอ้ มลู ความพึงพอใจของนกั ศึกษาที่ วทิ ยาลยั เทคนคิ สรุ าษฎรธ์ านี ให้ครบตาม
ตอ้ งการของข้อมลู
3.5.2 แสดงผลสรุปและข้อมูลของการศึกษาเพ่อื รายงานผลให้ อาจารยจ์ ักรรัตน์ จกั รานนท์ ของ
วทิ ยาลยั เทคนคิ สรุ าษฎร์ธานีเพอื่ ขอในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลเพ่ือในไปประเมนิ ผลตอ่ ไป
3.5.3 นาแบบสอบถามมาตรวจสอบความสมบรู ณ์และไดแ้ บบสอบถามจากการตอบของนักศึกษา
จานวน 30 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 ของจานวนนกั ศกึ ษา
3.5.4 ทาการวเิ คราะห์ข้อมลู เพื่อเผยแพร่ข้อมูลต่อไป
บทท่ี 4
ผลการดาเนนิ การวิจยั
4.1 การวิเคราะหข์ อ้ มูลและสถิติทีใ่ ชใ่ นการวจิ ัย
4.1.1 การประเมินความเหมาะสมของการศึกษาการใช้งานโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะโดยผู้เช่ียวชาญ
หรือนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานีแผนกสาขาอิเล็กทรอนิกส์จานวน 30 คนในการประเมินโดย
สรปุ ตามตาราง
4.1.2 การหาประสิทธิภาพของการศึกษาการใช้โทรศัพท์มือถืออัจฉริยะโดยคิดหาค่าเฉล่ีย (Mean)
แบ่งตามหัวข้อในแต่นะประเด็นของการศกึ ษาข้อมลู
ตารางท่ี 4.1สถานภาพท่วั ไป ประเมนิ ความพึงพอใจ
สาขา ประชากร อายุ เพศ ระดบั การศกึ ษา
ปวส.
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ 30 19-20 ชาย หญงิ
24 6
ตารางที่ 4.2 ตารางสรุปผล ดมี าก ดี ปานกลาง นอ้ ย น้อยมาก
ประเด็น/ด้าน ระดับการประเมนิ
ดมี าก ดี ปานกลาง นอ้ ย น้อย
มาก
1.ด้านการทางาน
1.1 การให้ความร่วมมือการทางาน 21 5 2 11
1.2 ความตั้งใจงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย 18 6 3 12
2.ดา้ นชนิ้ งาน
1.1 ชน้ิ งานมคี วามสวยงาม 17 6 2 32
1.2 ช้นิ งานมีประสิทธิภาพ 18 6 5 11
10
4.2 ผลการวิจยั
ตารางท่ี 4.3 ตารางค่าเฉลยี่ (̅) และค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความคิดเหน็ ของการใช้
งานเคร่ืองเก็บม้วนสายสื่อสารอัตโนมตั ิ
หวั ข้อประเมนิ ระดับความคดิ เหน็ แปลความหมาย
̅ S.D.
1.ด้านการทางาน 4.6 0.06 ดี
2.ด้านชิ้นงาน 4.47 0.07 ดี
รวม 9.07 0.14 ดี
ผลการประเมินประสิทธิภาพผลการศึกษาโดยผู้เช่ียวชาญโดยรวม มีค่าเฉล่ีย (̅ = 10.73) ค่า
เบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation = 3.61) อยู่ในระดบั ดี
ผลรวม
5 S.D เฉลย่ี X̄ เฉล่ยี S.D
4.5 ดา้ นการทางาน ดา้ นชิน้ งาน
4
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5
0
X̄
ภาพที่ 4.1 หัวข้อประเมินผลรวม
11
ตารางท่ี 4.4 ตารางคา่ เฉลีย่ (̅) และค่าเบ่ยี งแบนมาตรฐาน (S.D.) ระดบั ความคิดเห็นงานของ
โครงงานคณุ ภาพของการศกึ ษาข้อมลู การใชง้ านเครื่องเก็บมว้ นสายสอื่ สารอัตโนมตั ิ
หวั ข้อประเมิน ระดับความคิดเหน็ แปลความหมาย
̅ S.D.
1.ดา้ นการทางาน
1.1 การให้ความรว่ มมอื การทางาน 4.7 0.59 ดี
1.2 ความตงั้ ใจงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย 4.7 0.60 ดี
รวม 4.7 0.01 ดี
ผลการประเมินประสิทธิภาพผลการศึกษาโดยผู้เช่ียวชาญโดยรวม มีค่าเฉลี่ย (̅ = 3.42) ค่า
เบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation = 1.27) อยู่ในระดับ ดี
ดา้ นการทางาน ดา้ นการทางาน
1.1 การใหค้ วามรว่ มมอื การทางาน 1.2 ความตง้ั ใจงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
4.7
4.7
4.7 1.2 ความตงั้ ใจงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
1.1 การใหค้ วามรว่ มมือการทางาน
0.60 ดา้ นการทางาน
0.59
X̄ S.D เฉล่ยี X̄ 0.01
เฉลย่ี S.D
ภาพที่ 4.2 หวั ข้อประมนิ ดา้ นการทางาน
12
ตารางที่ 4.5 ตารางค่าเฉลีย่ )̅ ( และคา่ เบ่ียงแบนมาตรฐาน )S.D.) ระดับความคิดเห็นงานของ
โครงงานคุณภาพของการศึกษาข้อมลู การใชง้ านเคร่ืองเกบ็ ม้วนสายสอ่ื สารอัตโนมัติ
หัวข้อประเมิน ระดับความคดิ เห็น แปลความหมาย
̅ S.D.
2.ด้านช้ินงาน
2.1 ช้ินงานมีความสวยงาม 4.47 0.99 ดี
2.2 ชน้ิ งานมีประสทิ ธิภาพ 4.47 0.84 ดี
รวม 4.47 0.07 ดี
ผลการประเมินประสิทธิภาพผลการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญโดยรวม มีค่าเฉล่ีย (̅ = 3.64) ค่า
เบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation = 1.18) อยใู่ นระดบั ดี
ดา้ นชิ้นงาน
10 S.D เฉล่ยี X̄ เฉล่ยี S.D
9
8
7
6
5
4
3
2
1
0
X̄
ดา้ นชิน้ งาน 1.1 ชนิ้ งานมีความสวยงาม 1.2 ชนิ้ งานมปี ระสทิ ธิภาพ
ภาพที่ 4.3 หวั ข้อประเมนิ ด้านชิ้นงาน
บทที่ 5
สรปุ ผลการวจิ ยั
5.1 สรปุ ผลการทาโครงงาน
5.1.1 สรปุ ผลการทดลองเครอ่ื งม้วนเกบ็ สายสอื่ สารอัตโนมัติจากการทดลองเครอ่ื งม้วนเก็บสายสื่อสาร
อัตโนมัติ สรุปได้ว่าเคร่ืองเคร่ืองม้วนเก็บสายสื่อสารอัตโนมัติ สามารถใช้เก็บสายท่ีมีขนาดยาวได้ง่ายและ
รวดเร็วประหยดั เวลามากกวา่ การใชม้ อื ในการม้วนสายและสะดวกต่อการนากลับมาใช้ในคร้งั ต่อๆไป
5.1.2 สรุปผลการทดลองเครื่องม้วนเก็บสายสื่อสารอัตโนมัติ ม้วนเก็บสายไฟด้วยมอเตอร์ขนาด
200W โดยมีบัตเลตในการควบคุมรอบของความเร็วให้เหมาะสมในการม้วนเก็บสายไฟให้มีระเบียบและ
รวดเรว็ สะดวกต่อการทางาน
5.1.3 สรุปผลการทาต้นแบบจาลองเครื่องม้วนเก็บสายสื่อสารอัตโนมัติบัตเลตจะควบคุมรอบให้เก็บ
สายส่ือสารเป็นระเบยี บเพราะถา้ เกดิ ไม่มบี ตั คิ วบคุมรอบจะถี่เกนิ ไปทาใหส้ ายสอ่ื สารเกิดความชารุดหรือไม่
เรยี บรอ้ ยได้
5.2 อภิปรายผลการวจิ ัย
อภิปรายผลจากการพัฒนาและหาประสิทธิภาพเครื่องม้วนเก็บสายสื่อสารอัตโนมัติ รายวิชา
เทคโนโลยีสานสนเทศเพอ่ื การจดั การอาชีพของนักเรียนช่างอิเล็กทรอนิกส์ (ชอ) ระดับช้ันปีท่ี 1 ภาคปกติ
สาขาอเิ ลก็ ทรอนกิ สป์ ระจาปีการศกึ ษา 2565 สามารถอภปิ รายผลไดด้ งั นี้
5.2.1 การพัฒนาเคร่ืองม้วนเก็บสายสื่อสารอัตโนมัติรายวิชารายวิชาเทคโนโลยีสานสนเทศเพ่ือการ
จัดการอาชีพมีความเหมาะสมในระดับดีมาก ̅= 4.73 สามารถนาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้
ชดุ ฝกึ ทักษะเป็นส่ือประเภทสาธิตการฝึกปฏิบัติและสถานการณ์จาลองที่เป็นรูปธรรมของสื่อการสอนช่วย
ใหผ้ เู้ รียนไดล้ งมอื ปฏิบัติด้วยตนเองเข้าใจความหมายและเป็นแนวทางให้เข้าใจส่ิงนั้น ได้อธิบายถึงส่ือเป็น
การเรียนรู้และการใช้สื่อแต่ละประเภทในกระบวนการเรียนรู้ด้วยเป็นลักษณะของประสบการณ์ที่เกิด
แรงจูงใจในการเรียนรู้ของเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ มากย่ิงข้ึนซึ่งได้รับจากสื่อการสอนประเภทนั้นและจัดสภาพ
การเรยี นการสอนให้ผู้เรยี นอยา่ งเหมาะสม
5.2.2 ผลการหาประสทิ ธิภาพของเครอ่ื งมว้ นเก็บสายสอ่ื สารอัตโนมัติท่ีผู้วิจัยมีค่าเบ่ียงแบนมาตรฐาน
(S.D.) 0.41 เป็นไปตามเกณฑ์ และมีผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการใช้งานหลังการใช้งานสูงกว่า
ก่อนใชง้ านอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ี อาจเปน็ เพราะการใช้งานผู้ใช้งานจะได้ฝกึ ทกั ษะการใช้
14
5.3 ขอ้ เสนอแนะในการวิจยั
5.3.1 ฐานโครงสร้างของตัวเคร่ืองยังไม่แข็งแรงพอต่อการทางานควรสร้างความแข็งแรงและยึด
ตัวเครอ่ื งใหแ้ น่นกว่าเดมิ
5.3.2 ยังมีประสิทธิภาพการทางานท่ีออกมาในระดับท่ีปานกลางควรเลือกอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ
มากกวา่ นี้ แต่เนอื่ งจากอุปกรณ์มีราคาคอ่ นขา้ งสูง
5.3.3 รอบและความเร็วยังไม่พอดีต่อการใช้งาน ควรปรับเพ่ือให้รอบและความเร็วของการหมุนให้
สมดลุ กัน
15
บรรณานกุ รม
อนุชาทวเี ชอ้ื (2556). ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา
จาก https://sites.google.com/site/karsuxsarkhxmullaeakheruxkhay0/backbone.
สมศกั ดิ์ มหาวิริโย (2555). โครงการวิจัยวิเคราะหแ์ ละแกไ้ ขปัญหาโครงข่ายสายOptical Fiber
จาก http://intra.totinnovate.com/wp-content/uploads/2018/08/Optical_fiber.pdf.
จนั ทร์จิรา สนิ ทนะโยธิน (2551) สานักงานพฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีแหง่ ชาติ
จาก https://sites.google.com/a/nsw.ac.th/kar-kheiyn-porkaerm-phasa-si1915555.
ณฐั พงศ์(2552). ระบบสอ่ื สัญญาณ
จาก http://www.technetinfo.co.th/knowlage/78-about-fiber-optic.html.
นาย สยามรฐั บตุ รศรี. งานศกึ ษาค้นคว้าที่เกี่ยวขอ้ ง
จาก http://ir.swu.ac.th/jspui/bitstream/123456789/1007/1/Siamrat_B.pdf.
สมศักด์ิ มหาวิรโิ ย (2555) โครงการวจิ ยั วเิ คราะหแ์ ละแกไ้ ขปญั หาโครงขา่ ยสาย Optical Fiber ชารุด
จาก http://intra.totinnovate.com/wp-content/uploads/2018/08/Optical_fiber.pdf.