The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือประจำฐานการเรียนรู้การเพาะถั่วงอก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณัฐวุฒิ กุศลวงษ์, 2020-12-13 08:28:07

คู่มือการเพาะถั่วงอกในโอ่ง

คู่มือประจำฐานการเรียนรู้การเพาะถั่วงอก

คมู่ อื ประจำฐำนกำรเรยี น
กจิ กรรมกำรเรยี นรกู ้ ำรเพำะถว่ั งอกในโอง่

กศน.ตำบลมะเรงิ
ศนู ยก์ ำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั

อำเภอเมอื งนครรำชสมี ำ
สำนักงำนสง่ เสรมิ กำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำ

ตำมอธั ยำศยั จงั หวดั นครรำชสมี ำ
สำนักงำนสง่ เสรมิ กำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำ

ห น้ ำ | ก

คำนำ

คูม่ อื ประจำฐำน/กจิ กรรมกำรเรียนรู้ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงด้ำนกำรศึกษำ ฐำนกำรเรียนรู้
ศูนย์กำรเรียนรู้ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงคู่มือฐำนกิจกรรมกำรเรียนรู้กำรเพำะถ่ัวงอกในโอ่ง เล่มน้ี
จัดทำข้ึนเพ่ือใช้ประกอบกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงของ กศน.ตำบลมะเริง
ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอเมืองนครรำชสีมำ เพ่ือใช้เป็นแนวทำงในกำรจัด
กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ และเปน็ คมู่ ือให้นกั ศกึ ษำได้ใชป้ ระกอบกิจกรรมกำรเรียนรู้ในฐำนกิจกรรมกำรเรียนรู้กำรเพำะ
ถัว่ งอกในโอง่

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่ำงย่งิ ว่ำคู่มือฐำนกำรเรียนรตู้ ำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ฐำนกจิ กรรมกำร
เรยี นรู้กำรเพำะถ่วั งอกในโอ่ง เลม่ น้ี จะเป็นประโยชน์ตอ่ นักศกึ ษำครแู ละผู้ท่สี นใจต่อไป

กศน.ตำบลมะเริง

สำรบัญ ห น้ ำ | ข

คำนำ หน้ำ
สำรบัญ
รปู แบบกำรขับเคล่ือนปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียงสฐู่ ำนกำรเรยี นรู้ ก
ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ข
แผนภมู ิกำรขบั เคลอื่ นปรัชญำเศรษฐกิจพอเพยี ง 1
ควำมหมำยของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2
ข้นั ตอนกำรศึกษำฐำนกำรเรยี นรู้ตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง 3
4-6
-ฐำนกิจกรรมกำรเรียนรู้กำรเพำะถ่วั งอกในโอง่ 7
วัตถปุ ระสงค์ของฐำนเรยี นรู้
วิธกี ำรใชฐ้ ำน 8-9
กำรวดั ผลประเมนิ ผล 11
แผนผังท่ีตั้งฐำนกำรเรียนรู้ 12
ภำคผนวก 13
14
แผนกำรจัดกำรเรียนรตู้ ำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง 15
ใบควำมรู้วธิ ีกำรเพำะถ่วั งอกในโอง่ 19-28
ถอดบทเรียนตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง 29
คณะกรรมกำรจัดทำฐำนกำรเรยี นรู้ 30

ห น้ ำ | 1

รูปแบบกำรขับเคลือ่ นหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
สฐู่ ำนกำรเรียนรู้ กศน.ตำบลมะเรงิ

รูปแบบกำรขบั เคลื่อนหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง สฐู่ ำนกำรเรียนรู้ กศน.ตำบลมะเริง ตำบลมะ
เริง อำเภอเมืองนครรำชสีมำ จังหวัดนครรำชสีมำ เริ่มจำกกองอำนวยกำรรักษำควำมมั่นคงภำยใน
รำชอำณำจักร (กอ.รมน.) และสำนักงำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัย (สำนักงำน
กศน.) ได้ลงนำมบันทกึ ขอ้ ตกลงควำมร่วมมือโดยมีวัตถุประสงค์ด้ำนกำรรักษำ ควำมม่ันคงสถำบันหลักของชำติ
โดยให้บุคลำกรในสังกัดสำนักงำน กศน. ทุกระดับ และประชำชนได้ตระหนักรู้และเกิดควำมภำคภูมิใจในกำร
ขยำยผลโครงกำรอันเนื่องมำจำกพระรำชดำริ ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่สู่
ประชำชนอย่ำงแพร่หลำย และเกิดควำมซำบซึ้งในสถำบันพระมหำกษัตริย์ของประเทศไทย และให้ควำม
ร่วมมือในกำรส่งเสริมหมู่บ้ำนเรียนรู้ตำมรอยพระยุคลบำท และได้กำหนดให้จัดต้ังศูนย์เรียนรู้ปรัชญำของ
เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล ใน กศน.ตำบลทุกแห่ง ท่ัวประเทศ รวม 7,424 แห่ง
เพอื่ เปน็ ศูนยเ์ รยี นรู้ และประสำนกำรทำงำนในกำรขับเคลือ่ นกำรเรยี นรู้ ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
และเกษตรทฤษฎใี หมร่ ว่ มกับภำคส่วนตำ่ งๆ ในรปู แบบประชำรฐั สถำนศึกษำและประชำชนให้เป็นรูปธรรมเพื่อ
เทดิ พระเกยี รติพระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยู่หวั ภมู พิ ลอดุลยเดชมหำรำช ในโอกำสมหำมงคลทรงครองสิริรำชสมบัติ
ครบ 70 ปี ในปพี ทุ ธศกั รำช 2559

สำนักงำน กศน.จังหวดั นครรำชสีมำ ร่วมกบั กองอำนวยกำรรกั ษำควำมม่ันคงภำยในจังหวดั นครรำชสีมำ
และภำคเี ครือข่ำย จึงรว่ มกนั จดั ต้งั ศนู ย์เรยี นรู้ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล
ขึ้น ใน กศน.ตำบลทุกแห่งท้ัง ๓๒ อำเภอ เพ่ือให้กำรดำเนินงำนสนับสนุนแนวทำงในกำรเผยแพร่องค์ควำมรู้
ตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมท้ังหลักกำรทรงงำน เพ่ือสร้ำงจิตสำนึกควำม
หวงแหนสถำบันหลักของชำติผ่ำนกลไกทำงกำรศึกษำของ กศน. และภำคีเครือข่ำยไปสู่นักศึกษำ กศน. และ
ประชำชน

ห น้ ำ | 2

ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เศรษฐกิจพอเพียง คือ พระรำชปรัชญำซ่ึงพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว ทรงพระกรุณำพระรำชทำน

แก่พสกนิกรชำวไทย เพื่อให้สังคมไทยมีชีวิตดำรงอยู่ได้ อย่ำงม่ันคงและย่ังยืน ไม่ว่ำเมื่อต้องเผชิญกับ

วกิ ฤตกำรณ์ หรอื กำรเปล่ยี นแปลงใดๆ บนพน้ื ฐำนวถิ ีชวี ิตดั้งเดมิ ของสังคมไทยนำมำประยุกตใ์ ช้

เมื่อมีกำรกล่ำวถึงเศรษฐกิจพอเพียง ในฐำนะแนวควำมคิดหรือปรัชญำ ในกำรดำรงชีวิต

"ทฤษฎใี หม"่ กม็ กั จะไดร้ บั กำรกลำ่ วอ้ำงถึงควบคูก่ นั เสมอ ในฐำนะตัวอยำ่ งหรือแนวทำงในกำรนำ หลัก

เศรษฐกิจพอเพียงมำปฏิบัติเพรำะทฤษฎีใหม่ คือกำรเล้ียงตัวเองได้ในระดับชีวิตท่ีประหยัด มีกำรผลิตที่

พ่ึงตนเองได้ด้วยวิธีง่ำยๆ ค่อยเป็นค่อยไปตำมกำลัง ให้พอมีพอกินไม่อดอยำก มีกำรผลิตข้ำวบริโภคพอเพียง

ประจำปี เพรำะเป็นกำรเทิดพระเกียรติพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว และน้อมนำหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ

พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่สู่กำรดำรงชีวิต และเกิดควำมซำบซ้ึงในสถำบันพระมหำกษัตริย์ของประเทศไทย

อีกท้ังยังเป็นกำรสรำ้ งควำมเขำ้ ใจในกำรดำเนินงำนกำรขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง และ

เกษตรทฤษฎีใหม่ สำมำรถใช้วิธีกำรและแนวทำงกำรจัดกำรเรียนกำรสอนตำมหลักกำรทรงงำนและแนว

พระรำชดำรินำหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ไปใช้ในวิถีชีวิตและขับเคลื่อนศูนย์

เรียนรปู้ รัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลตอ่ ไป

รูปแบบหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ห น้ ำ | 3

แผนภูมกิ ำรขบั เคล่อื นหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
สฐู่ ำนกำรเรยี นรู้ กศน.ตำบลมะเริง

ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

คณะกรรมกำรขบั เคลือ่ นหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง

สำระกำรเรยี นรู้
ทกั ษะกำรเรียนรู้ ควำมร้พู ืน้ ฐำน กำรประกอบอำชีพ

ทกั ษะกำรดำเนินชวี ติ กำรพัฒนำสังคม

รำยวิชำ
ฐำนกำรเรียนร้เู ศรษฐกจิ พอเพยี ง

นกั ศกึ ษำ
คณะกรรมกำรประเมินผลกำรจดั กจิ กรรม

รำยงำนผลกำรจดั กจิ กรรม

ห น้ ำ | 4

ควำมหมำยของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy)

เศรษฐกิจพอเพียง หมำยถึง ปรัชญำที่พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวได้ทรงมีพระรำชดำรัสชี้แนะ
แนวทำงที่ควรดำรงอยู่และปฏิบัติตนแก่พสกนิกรชำวไทยมำโดยตลอดนำนกว่ำ 30 ปี ต้ังแต่ก่อนเกิดวิกฤต
เศรษฐกิจ 2550 ให้ใช้เป็นแนวทำงกำรแก้ไข เพื่อให้รอดพ้นวิกฤต และสำมำรถดำรงอยู่ได้อย่ำงมั่นคง และ
ยั่งยืนภำยใต้ควำมเปลีย่ นแปลงต่ำงๆ

ลกั ษณะของปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง
1. เปน็ วถิ ีกำรดำเนนิ ชีวิต ท่ีใชค้ ุณธรรมกำกับควำมรู้
2. เปน็ กำรพัฒนำตัวเอง ครอบครัว องค์กร สังคม ประเทศชำติ ให้ก้ำวหน้ำไปพร้อมกับควำมสมดุล

มนั่ คง ยง่ั ยนื
3. เป็นหลกั คดิ และหลกั ปฏบิ ตั ิ
- เพ่อื ให้คนส่วนใหญ่พอมีพอกินพอใช้ สำมำรถพึ่งตนเองได้
- เพ่ือใหค้ นกบั คนในสงั คม สำมำรถอยรู่ ่วมกนั อย่ำงสันติสุข
- เพ่ือให้คนกับธรรมชำติ อยู่ร่วมกนั อย่ำงสมดุล ยั่งยนื และใหแ้ ต่ละคนดำรงตนอย่ำงมีศักดิ์ศรี และ

รำกเหง้ำทำงวฒั นธรรม

องค์ประกอบปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกจิ พอเพียง ประกอบดว้ ย 2 - 3 - 4 ได้แก่ 2 เงือ่ นไข 3 หลกั กำร 4 มิติ โดยมกี ระบวนกำรดังนี้
1. ก่อนที่จะลงมือทำกิจกรรมใดๆ นั้นต้องมีเง่ือนไขสำคัญที่จะทำให้กำรตัดสินใจ และกำรกระทำ

เปน็ ไปพอเพียง จะตอ้ งอำศยั ทัง้ คุณธรรมและควำมรู้ ดังนี้
- เง่ือนไขควำมรู้ ประกอบด้วยกำรฝึกตนให้มีควำมรอบรู้เก่ียวกับวิชำกำรต่ำงๆ

ท่ีเก่ียวข้องอย่ำงรอบด้ำน มีควำมรอบคอบ และควำมระมัดระวังที่จะนำควำมรู้ต่ำงๆ เหล่ำน้ันมำพิจำรณำให้
เชือ่ มโยงกัน

- เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ที่จะต้องสร้ำงเสริมให้เป็นพื้นฐำนจิตใจของคนในชำติ ประกอบด้วย ด้ำน
จติ ใจ คือกำรตระหนักในคุณธรรม รู้ผดิ ชอบชัว่ ดี ซื่อสัตย์สุจริต ใช้สติปัญญำอย่ำงถูกต้องและเหมำะสมในกำร
ดำเนินชีวิต และด้ำนกำรกระทำ คือมีควำมขยันหม่ันเพียร อดทน ไม่โลภ ไม่ตระหนี่ รู้จักแบ่งปัน และ
รบั ผดิ ชอบในกำรอยู่รว่ มกบั ผ้อู ืน่ ในสงั คม

2. ระหวำ่ งดำเนินกำรใหใ้ ช้ 3 หลักกำร เป็นตวั กำกับในกำรทำกิจกรรม คอื
- ควำมพอประมำณ หมำยถึง ควำมพอดีต่อควำมจำเป็น และเหมำะสมกับฐำนะของตนเอง

สังคม สิ่งแวดล้อม รวมท้ังวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น ไม่มำกเกินไป ไม่น้อยเกินไป และต้องไม่เบียดเบียน
ตนเองและผอู้ ่นื

ห น้ ำ | 5

- ควำมมีเหตุผล หมำยถึง กำรตัดสินใจดำเนินกำรเร่ืองต่ำงๆ อย่ำงมีเหตุผลตำมหลักวิชำกำร หลักกฎหมำย
หลักศีลธรรมจริยธรรม และวัฒนธรรมท่ีดีงำม โดยพิจำรณำจำกเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลท่ี
คำดว่ำจะเกดิ ข้ึนจำกกำรกระทำนั้นๆ อยำ่ งรอบรแู้ ละรอบคอบ

- กำรมีภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดี หมำยถึง กำรเตรียมตัวให้พร้อมรับต่อผลกระทบและกำร
เปลี่ยนแปลงในด้ำนต่ำงๆ ไม่ว่ำจะเป็นด้ำนเศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดล้อม และวัฒนธรรม เพื่อให้สำมำรถ
ปรบั ตวั และรบั มือได้อยำ่ งทนั ทว่ งที

ห น้ ำ |6

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญำที่เป็นท้ังแนวคิด หลักกำร และแนวทำงปฏิบัติตน
ของแต่ละบุคคล และองค์กร โดยคำนงึ ถงึ ควำมพอประมำณกบั ศักยภำพของตนเอง และสภำวะแวดล้อม ควำม
มีเหตุมีผล และกำรมีภูมิคุ้มกันท่ีดีในตัวเอง โดยใช้ควำมรู้อย่ำงถูกหลักวิชำกำรด้วยควำมรอบคอบและ
ระมัดระวัง ควบคไู่ ปกับกำรมีคณุ ธรรม ซื่อสตั ย์สจุ ริต ไม่เบยี ดเบียนกนั แบ่งปัน ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน และ
ร่วมมือปรองดองกันในสังคม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้ำงสำยใยเช่ือมโยงคนในภำคส่วนต่ำงๆ ของสังคมเข้ำด้วยกัน
สร้ำงสรรค์พลังในทำงบวก นำไปสู่ควำมสำมัคคี กำรพัฒนำที่สมดุลและย่ังยืน พร้อมรับต่อกำรเปล่ียนแปลง
ภำยใต้กระแสโลกำภิวัฒนไ์ ด้

กำรนำเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยกุ ตใ์ ช้ ต้องคำนึงถงึ 4 มิติ ดงั นี้
1. ดำ้ นวตั ถุ

หมำยถงึ กำรลดรำยจ่ำย / เพิ่มรำยได้ / ใช้ชีวิตอย่ำงพอควร / คิดและวำงแผนอย่ำงรอบคอบ
/ มภี มู คิ มุ้ กัน / ไมเ่ ส่ียงเกินไป / กำรเผือ่ ทำงเลอื กสำรอง

2. ดำ้ นสังคม
หมำยถึง กำรชว่ ยเหลือเกื้อกลู / รรู้ ักสำมคั คี / สรำ้ งควำมเข้มแขง็ ให้ครอบครัวและชุมชน

3. ดำ้ นสง่ิ แวดล้อม
หมำยถึง กำรรู้จักใช้และจัดกำรอย่ำงฉลำดและรอบคอบ / เลือกใช้ทรัพยำกรที่มีอยู่อย่ำงรู้ค่ำ

และเกิดประโยชน์สงู สดุ / ฟื้นฟูทรัพยำกรเพือ่ ใหเ้ กิดควำมยัง่ ยนื สงู สุด
4. ด้ำนวฒั นธรรม
กำรรักและเห็นคุณค่ำในควำมเป็นไทย เอกลักษณ์ไทย / เห็นประโยชน์และคุ้มค่ำของภูมิ

ปญั ญำไทย ภูมปิ ัญญำทอ้ งถ่ิน / รู้จักแยกแยะและเลือกรบั วัฒนธรรมอืน่ ๆ

ห น้ ำ | 7

ข้นั ตอนกำรศึกษำฐำนกำรเรยี นรู้ตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. ฐำนกิจกรรมกำรเรยี นรู้กำรเพำถว่ั งอกในโอง่

1. นักศกึ ษำ/ประชำชนลงชือ่ เขำ้ รว่ มกจิ กรรมประจำฐำน
2. นักศึกษำ/ประชำชนศกึ ษำเอกสำร ตำรำ รูปภำพ และปำ้ ยนิเทศเก่ียวกบั ฐำนกำรเรยี นรู้

โดยกำรสงั เกต สอบถำม และเรยี นรดู้ ้วยตนเอง
3. นกั ศึกษำ/ประชำชนรับแบบบนั ทกึ กำรเรยี นร้ปู ระจำฐำนกำรเรยี นรู้
4. คร/ู วทิ ยำกรประจำฐำนจัดกระบวนกำรเรยี นเรยี นรู้ตำมแผนกำรจดั กำรเรยี นรู้
5. นักศกึ ษำ/ประชำชนซกั ถำมปัญหำ วิพำกษ์ และสรปุ ร่วมกันกบั นักศึกษำประจำฐำนกำรเรยี นรู้

และครูประจำฐำนกำรเรียนรู้
6. นักศึกษำ/ประชำชนรับแบบประเมนิ ผลกำรศกึ ษำฐำน

กำรเรยี นรู้
7. สน้ิ สุดกระบวนกำรเรยี นรู้

ห น้ ำ | 8

2. วัตถปุ ระสงค์ของฐำนเรียนรู้

1. เพื่อให้นักศึกษำ/ประชำชน มีควำมรคู้ วำมสำมำรถ และมีประสบกำรณใ์ นกำรเรียนร้ขู ้ำวฮำ
งงอก ตำมหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

2. เพื่อให้นักศึกษำเปน็ ผู้มวี ินัย มคี วำมรบั ผดิ ชอบ มคี วำมซือ่ สตั ย์สจุ รติ มคี วำมเพยี รพยำยำม
ขยนั อดทน ละเอยี ด รอบคอบในกำรทำงำน และเสยี สละเพ่ือสว่ นรวม

3. เปิดโอกำสให้นกั ศกึ ษำ/ประชำชน ฝึกทักษะกำรบรหิ ำร กำรบรกิ ำร และกำรทำงำน อยำ่ งมี
ขน้ั ตอน

4. เพือ่ เป็นแหลง่ เรียนรู้ใหก้ ับชมุ ชนทม่ี คี วำมสนใจ
5. ชว่ ยให้นักศึกษำ/ประชำชน รู้จกั ใช้เวลำว่ำงใหเ้ ปน็ ประโยชน์
6. เพ่ือให้นักศกึ ษำ/ประชำชน นำควำมรู้ไปเป็นแนวทำงในกำรประกอบอำชีพ

3. ขอ้ มลู ควำมรู้

นักศึกษำ/ประชำชน มีควำมรู้เขำ้ ใจประวตั ิข้ำวฮำงงอก และข้ันตอนกำรเพำะถ่วั งอกในโอง่
ประโยชน์ และสำมำรถนำควำมรไู้ ปถ่ำยทอดใหก้ บั คนทสี่ นใจได้

เน้ือหำฐำนกจิ กรรมกำรเรยี นรู้เรือ่ งกำรเพำะถวั่ งอกในโอ่ง

โดย นำงศรีนวล แกว้ วัน ภูมปิ ญั ญำท้องถิ่นตำบลมะเริง

ห น้ ำ | 9
การเพาะถัว่ งอกในโอง่
อปุ กรณ์/วตั ถุดิบ/ท่ีจาเป็นในการเพาะถวั่ งอกในโอ่ง
การเพาะถั่วงอกในโอง่ มอี ปุ กรณ์จาเปน็ ดงั นี้
1.1 โอง่ โอง่ ท่ีใชเ้ พาะถวั่ งอกควรเป็นโอ่งดนิ เผา (โอ่งมงั กร)ขนาดเล็ก มเี ส้นผ่าศนู ย์กลางประมาณ 40 ซ.ม.

เพราะมคี วามแขง็ แรงไม่แตกง่าย ก้นโอง่ เจาะเปน็ รูเล็กๆ 2 รู เพ่ือให้การระบายนา้ ออกจากโอง่ เปน็ ไปอย่างชา้ ๆ

1.2 ไม้ไผ่ ผ่าเป็นซีกเลก็ ๆ ใช้สา้ หรบั วางขัดปากโอ่ง

ห น้ ำ | 10
๑.๓ ใบสะแก เป็นพืชท่ีขึนอยู่ตามธรรมชาติท่วั ไป เชน่ ในท้องนา ในชนบททั่ว ๆไป ใช้ปดิ ปากโอ่งเพอื่ รักษาความชนื ภายใน
โอ่งและป้องกันแสงสว่างเขา้ ไปในโอ่ง รวมทงั ป้องกนั ไม่ใหถ้ ั่วงอกเกิดเชอื รา

1.3 น้า ควรเปน็ นา้ บาดาลหรือน้าสะอาดที่ไม่มีส่วนผสมของคลอรนี
1.4 เมลด็ ถั่วเขียว ควรเลือกเมลด็ ถว่ั เขยี วทม่ี ีความสมบรู ณ์ เพราะจะทา้ ให้ได้ถว่ั งอกที่มีคุณภาพดี

1.5 กระสอบปา่ น ใชส้ า้ หรบั คลุมปดิ ปากโอง่ เพื่อรกั ษาความชืนใหถ้ ัว่ เขียวงอก

ห น้ ำ | 11

1.6 สถานทที่ า้ การเพาะถวั่ งอกในโอง่ ควรมรี ะบบการระบายน้าดว้ ย เพราะหากมีโอง่ จ้านวนมากจะมีปรมิ าณน้าทงิ มาก
พอสมควร หรอื อาจท้าบ่อพัก เพือ่ น้านา้ มารดตน้ ไม้ และพืชผลตา่ งๆได้อีกทางหนึ่ง

2.ขนั้ ตอนการเพาะ
การเพาะถว่ั งอกในโอ่ง ใช้เวลาในการเริม่ ทา้ ตงั แตก่ ารเตรียมเมลด็ ถวั่ เขียวจนเป็นผลผลิตถัว่ งอกรวม

ทงั หมด 4 วนั และแบง่ ขันตอนการเพาะเป็น 4 ขันตอน(ขันตอนละ 1 วนั ) ซ่งึ หากท้าในเชงิ การคา้ จะทา้ ให้
สามารถนา้ ผลผลิตถั่วงอกหมุนเวยี นออกจา้ หน่ายสทู่ อ้ งตลาดได้ทุกๆ วันอยา่ งตอ่ เน่ือง
สา้ หรบั ขันตอนการเพาะถ่ัวงอกมี 4 ขันตอน ขันตอนละ 1 วนั มขี ้อแนะน้าว่าเราควรแยกพนื ทีว่ างโอง่ ทีใ่ ชเ้ พาะ
ถ่วั งอกออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อให้เกดิ ความสะดวกต่อการหมุนเวยี นโอง่ ในแตล่ ะขันตอน

ข้นั ตอนท่ี 1 ขัน้ ตอนท่ี 2

ข้นั ตอนที่ 3 ข้ันขตอัน้ นตทอี่ 4นที่ 1

ห น้ ำ | 12
ขนั ตอนท่ี1 การเตรยี มเมลด็ ถ่ัวเขยี ว (วันที่ 1)

1..1.1 นา้ เมล็ดถ่ัวเขยี วมาลา้ งนา้ สะอาดและแยกเมล็ดท่ีไมส่ มบูรณอ์ อก
(เมล็ดท่ีไม่สมบูรณส์ ามารถน้ามาใช้ประโยชน์ได้ ซงึ่ จะกลา่ วไวท้ ้ายบท)

1.1.2 แช่เมล็ดถ่วั เขียวใหอ้ ิ่มนา้ ประมาณ 6 ชัว่ โมง
1.1.3 น้าถว่ั เขยี วท่ีอ่มิ น้าใส่ลงไปในโอง่ โอ่งละประมาณ 2 ขนั หรอื 2 กิโลกรัม
1.1.4 รดน้าถ่วั เขียวในโอง่ ตอ่ เน่อื งทุก 6 ช่ัวโมง แล้วใชก้ ระสอบป่านคลมุ ปดิ ปากโอ่งไว้ จน
ถว่ั เขียวเร่มิ งอก

1.2 ขนั ตอนท่ี 2 การปดิ ทบั ดว้ ยใบสะแก (วันที่ 2)
1.2.2 นา้ ใบสะแกซึง่ หาไดง้ ่ายในพนื ท่ีในชนบท มาเรยี งปิดปากโอง่ พอประมาณ
1.2.2 น้าซกี ไม่ไผ่ทเี่ หลาเตรียมไว้ มาขดั ใบสะแกกบั ปากโอง่ ให้แนน่ พอสมควร
1.2.3 เคล่อื นยา้ ยโอ่งไปในพืนท่ที เี่ ตรยี มไว้ (กลุ่มที่ 2)
1.2.4 รดนา้ ต่อเนอ่ื งทกุ ๆ 6 ชัว่ โมง

ห น้ ำ | 13

๑.๓ ขันตอนที่ 3 รดน้าตอ่ เนื่อง (วันท่ี3)
เมอ่ื ถ่ัวงอก งอกจนเต็มลน้ ปากโอง่ แลว้ ให้คว่า้ โอง่ ลงเพ่ือให้ถ่วั งอกสะเด็ดน้า

1.4 ขันตอนท่ี 4 การน้าถัว่ งอกออกจากโอ่ง/ส่งจา้ หนา่ ย (วันที่ 4)
1.4.1 เคล่อื นย้ายโอ่งท่ีคว้า่ ไว้ มายังท่ีจดุ ท่ี 4 เพื่อเตรียมเทถั่วงอกออกจากโอ่ง
1.4.2 เทถั่วงอกลงบนพนื ที่ทีจ่ ดั เตรียมไว้ และใช้พดั ลมขนาดใหญ่เปา่ ให้เปลือกถั่วงอกหลุด

ออก แลว้ ท้าการฝดั อีกครังเพื่อให้เปลอื กถั่วหลุดออกไปให้หมด

ห น้ ำ | 14
1.4.3 แยกถว่ั งอกทแ่ี ยกเปลือกออกแลว้ บรรจใุ สถ่ งุ ๆ ละ 1 กโิ ลกรมั เพื่อสง่ จา้ หน่ายยังท้องตลาดต่อไป

3. ผลพลอยไดจ้ ากการเพาะถัว่ งอกในโอ่ง
3.1 เมล็ดถั่วเขียวทีไ่ มส่ มบูรณซ์ งึ่ คดั ออกมาในขนั ตอนแรก จะน้ามาตากแห้งและจ้าหน่ายเป็นอาหาร

ไก่ได้ ในราคากิโลกรัมละ 5-6 บาท
3.2 เปลอื กถัว่ เขียวทค่ี ดั ออกแล้ว จะน้ามาตากแห้งและบรรจุกระสอบ จา้ หน่ายราคากระสอบละ 2

บาท ใชป้ ระโยชนใ์ นการใชเ้ ป็นป๋ยุ บา้ รงุ ดินได้อยา่ งดี
3.3 หากทา้ บ่อพักนา้ เพอื่ กักเกบ็ นา้ ท่ใี ชใ้ นกระบวนการผลิตเพาะถว่ั งอก ก็จะสามารถน้าน้ามาใช้

ประโยชน์ในการรดน้าตน้ ไมแ้ ละพืชผลต่างๆ ได้อีกทางหนึ่ง

ห น้ ำ | 15

4. วธิ ีกำรใช้ฐำน
1. ศึกษำเปน็ รำยบุคคลหรอื กลุม่ ท้ังภำคทฤษฎีหรือฝกึ ปฏิบตั ิ
2. ศึกษำเอกสำรควำมรู้ และฝกึ ปฏิบตั ิจรงิ ในศนู ย์กำรเรยี นรู้

5. ประโยชน์ที่ได้รบั
1. นักศึกษำ/ประชำชนมีควำมรคู้ วำมเข้ำใจเกีย่ วกบั กำรเรียนรู้กำรเพำะถ่วั งอกในโอ่งได้อย่ำง

ถกู วิธี
2. นกั ศึกษำ/ประชำชนตระหนักและเห็นคุณค่ำในอำชีพท่สี ุจรติ
3. นกั ศึกษำ/ประชำชนนำควำมรูไ้ ปเปน็ แนวทำงในกำรประกอบอำชีพในอนำคต

6. ตำรำงกำรปฏบิ ัตแิ ละเวลำที่ใช้

ลำดบั กำรปฏบิ ตั ิ เวลำท่ใี ช้
1 ชแ้ี จงวตั ถุประสงค์และวิธีกำรใช้ฐำนกำรเรยี นรู้ 10 นำที
2 เรียนรู้ถั่วงอก และขั้นตอนกำรเพำะถัว่ งอกในโอว่ ประโยชน์ 45 นำที
ถ่ัวงอก
3 สำธิตกำรเพำะถ่ัวงอกในโอ่ง 45 นำที
4 นำเสนอผลกำรเรียนรู้และสรุปผลกำรเรยี น (ถอดบทเรียน) 20 นำที

. 7. สือ่ กำรเรยี นกำรสอน
1.https://www.youtube.com/watch?v=KEnD8_Qeblw
2.https://www.youtube.com/watch?v=8YyjCQSwJC4
3 https://www.youtube.com/watch?v=tX1-wsgmwY8

8. กำรวัดผลประเมินผล
- สังเกต
- พูดคุย ซกั ถำม
- บนั ทกึ กำรเรียนรู้
- แบบประเมินควำมรู้
- แบบประเมนิ กำรทำงำนกลุ่ม
- แบบประเมินควำมพงึ พอใจประจำฐำนกำรเรยี นรู้
- แบบติดตำมผู้เข้ำรับกำรอบรม

ห น้ ำ | 16

ภำคผนวก

ห น้ ำ | 17

แผนกำรจัดกำรเรยี นรูต้ ำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง

๑. ฐานแปรรูปผลผลิตการเกษตร กิจกรรม การแปรรูปถ่ัวงอก เวลา ๒ ชวั่ โมง
๒. ชื่อผจู้ ดั ทา กศน.ตาบลมะเรงิ
๓. วัตถุประสงค์

๓.๑ วัตถปุ ระสงคก์ จิ กรรมการเรียนรู้
๑) เพื่อให้ผูเ้ ข้าอบรมมคี วามรู้ความเข้าใจกิจกรรม การแปรรูปถั่วงอก
๒) เพือ่ ให้ผู้เขา้ อบรมมีทักษะการแปรรูปถัว่ งอก

๓.๒ วัตถปุ ระสงคฐ์ านการเรยี นรู้
๑) เพื่อเปน็ แหล่งเรียนรกู้ ารแปรรูปถัว่ งอกใหก้ บั นักศกึ ษา ประชาชน กศน.อาเภอเมือง

นครราชสมี า
๒) เพอ่ื สรา้ งอปุ นสิ ัยอย่างพอเพยี งใหก้ ับนกั ศึกษา ประชาชน กศน.อาเภอเมืองนครราชสมี า

ผ่านกจิ กรรม การแปรรปู ถั่วงอก
๓) เพอ่ื สร้างเจตคตทิ ี่ดีในการเรียนสามารถการแปรรูปถัว่ งอก

๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ แนะนาครูแกนนาและนักศึกษา กศน.แกนนาประจาฐานการเรียนรู้
๔.๒ วทิ ยากรให้ความรู้และดูคลปิ VDO
.https://www.youtube.com/watch?v=8YyjCQSwJC4
๔.๓ สาธิตการการแปรรูปถั่วงอก
๔.๔ สาธติ การแปรรปู ถ่ัวงอก

๔.๕ แบ่งกลมุ่ ผู้เขา้ รับการอบรมฝึกปฏบิ ัติ

๕. ส่ือ/อปุ กรณ์
๔.๑ ใหค้ วามรโู้ ดยวิทยากร และดคู ลิป VDO และสาธติ การแปรรปู ถ่วั งอก
๔.๒ สาธิตการแปรรูปถ่ัวงอกเป็นอาหารเพ่ือสขุ ภาพ
๔.3 ใบงาน
๔.4 ใบความรู้

ห น้ ำ | 18

๖. ความรทู้ ี่ไดร้ บั จากฐานการเรียนรู้

๖.๑ ศาสตร์พระราชา

๑) การมีสว่ นรว่ ม

๒) ทางานอย่างมีความสุข

๓) ความเพียร

๔) ประหยดั เรียบงา่ ยได้ประโยชนส์ ูงสุด

๖.๒ ศาสตร์ท้องถิน่

๑) การแปรรปู ถั่วงอก

๒) การแปรรูปถั่วงอกเป็นอาหารเพือ่ สขุ ภาพ

๖.๓ ศาสตรส์ ากล

๑. ประชาสมั พันธค์ วามรู้ สินค้า การขาย ทางอนิ เทอรเน๊ต

๗. ความสอดคลอ้ งกับหลักการทรงงาน

๗.๑ รู้ รกั สามัคคี

๗.๒ เศรษฐกิจพอเพยี ง

๗.๓ ประโยชน์ส่วนรว่ ม

๘. ความสอดคลอ้ งกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (๒ : ๓ : ๔)

๒ เงอื่ นไข

เงือ่ นไขความรู้ เงอื่ นไขคณุ ธรรม

ถวั่ งอก รูถ้ ึงประโยชนแ์ ละคุณค่าหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งที่ ขยัน อดทน ความรบั ผดิ ชอบ อยูอ่ ยา่ ง

นามาปรับใช้กับเร่ืองของการแปรรูปถ่ัวงอกเป็นอาหารเพ่ือสุขภาพ มี พอเพยี ง มีความเกื้อกูลประโยชน์ซึง่ กนั

คณุ คา่ ทางโภชนาการสูงกวา่ ธัญพืชทั้งหลายอยา่ ง อุดมดว้ ย วิตามนิ บี 1 บี และกนั

2 ไนอะซนิ ธาตเุ หลก็ แคลเซียม GABA (Gamma Amino Butyric Acid)

ข้าวฮางจึงเปน็ อกี ทางเลือกหนงึ่ ของผบู้ รโิ ภคทร่ี ักสขุ ภาพ นอกนนั้ สามารถ

นามาแปรรูปเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ มปี ระโยชนต์ อ่ สขุ ภาพ

ห น้ ำ | 19

๓ หลักการ

พอประมาณ มเี หตุผล มีภมู คิ ุ้มกันในตวั ที่ดี
วางแผนการทางาน ศกึ ษาวธิ กี าร เตรียม
พอประมาณกับความรู้ เพื่อการมีอาชพี มีรายได้จากการ วสั ด/ุ อุปกรณ์

ความสามารถและศักยภาพของ จาหน่ายการ และการสง่ เสรมิ ความรู้

ตนเอง ใหก้ ับผู้ทส่ี นใจและรกั ษาภูมปิ ัญญา

ดา้ นเกษตรไว้ใหค้ นรุ่นหลังต่อไปได้

ดา้ น ชีวิตที่มคี วามสมดุลและพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงใน ๔ มิติ

ดา้ นวตั ถุ/เศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านส่งิ แวดล้อม ด้านวฒั นธรรม

ความรู้ เห็นความสาคัญของอาชพี เปน็ แหลง่ เรียนรูเ้ รอื่ ง มวี ัสดุการเพาะ กระบวนการสามารถ

การเพาะถั่วงอก การแปร การเพาะถั่วงอกและ ถั่วงอกในโอง่ ทเี่ ป็น สบื สานและอนรุ ักษ์

รปู และเข้าใจ พร้อมเปน็ การแปรรูป กลมุ่ บ้าน เอกลกั ษณ์ ประวตั ิความเปน็ มาขอ

แกนนาในการถ่ายทอดใช้ พระ ยอมรบั ฟังความ วฒั นธรรมการกนิ การเพะถว่ั งอกในโอง่

วัสดุอุปกรณ์อย่าง คุ้มค่า คิดเหน็ ของคนอน่ื และ ข้าวของคนไทย ในทอ้ งถ่นิ ของคนไทย

ตลอดอายุการใชง้ าน สามารถ ถา่ ยทอด เปน็ ศูนยก์ ารเรียนรู้ ได้

ความรูส้ ่คู รอบครวั และ พร้อมใหค้ วามรู้กับ

คนที่สนใจได้ ผทู้ ส่ี นใจทั่วไปได้

ทกั ษะ เรอ่ื งการรปู ถ่ัวงอก สามารถทางานเป็น การดแู ลรกั ษาความ และเหน็ คุณค่าในความ

ทีมงานได้อย่างมี สะอาดและเป็น เป็นไทย เอกลกั ษณ์

ประสิทธภิ าพ ระเบียบเรยี บรอ้ ย ไทย ปกป้องรักษาให้

คงอยู่อยา่ งถาวรใน

ทอ้ งถนิ่ และชุมชน

เจตคติ นาเปลือกถ่ัวเขียวทีเ่ หลือ ภาคภมู ใิ จกบั วิถีคนไทย นกั ศกึ ษาตระหนกั ถึง

ใช้นามาเปน็ มลู คา่ และ กับการกินขา้ วถัว่ งอก คณุ ค่าการแปรรูปทาง

ราคา เพอ่ื สขุ ภาพและ เกษตรผสมผสานใหก้ ับ

ยอมรับความคดิ เห็นซึ่ง ผู้เรยี นและประชาชา

กันและกนั ชนทวั่ ไป

ห น้ ำ | 20

การดูแลรักษาความสะอาดและเป็นระเบยี บเรยี บร้อย
๙. การนาไปประยุกต์ใช้

๙.๑ การประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
๑) การผลิตสนิ ค้าเดียวบางชนดิ ใช้เงินลงทนุ สูงมาก จึงจาเป็นต้องใชก้ ารแปรรปู ผลผลติ ทาง

การเกษตร
๒) การจดั การ/การวางแผน/สามารถนาเศษวสั ดจุ ากขา้ ว นามาใช้ประโยชนท์ าเปน็ ขนมขา้ ว

พอกได้
๙.๒ การประยุกตใ์ ช้ในภารกจิ ตามหน้าท่ี
๑) วางแผนการทางาน ศึกษาวธิ กี าร เตรยี มวสั ด/ุ อุปกรณ์ ในการผลติ

8. การวัดผลประเมินผล
- สังเกต
- พูดคยุ ซกั ถาม
- บันทกึ การเรยี นรู้
- แบบประเมินความรู้
- แบบประเมินการท้างานกลุ่ม
- แบบประเมนิ ความพงึ พอใจประจา้ ฐานการเรียนรู้
- แบบติดตามผู้เขา้ รบั การอบรม

ห น้ ำ | 21

การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ใู นชุดการสอน ครคู วรปฏบิ ัติดงั นี
1. ศกึ ษารายละเอียดชดุ การสอน เรือ่ งการเพาะถ่วั งอกในโอ่ง โดยการใช้เมลด็ ถ่ัวเขียว
มาลว่ งหน้า โดยจัดกิจกรรมการเรยี นรตู้ ามขนั ตอนในแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่องการเพาะถั่วงอก
ในโอง่ โดยการใชเ้ มล็ดถั่วเขียว
2. ส่ิงที่ครตู ้องเตรียมลว่ งหนา้

2.1 โอง่ (จ้านวนตามกล่มุ ท่ีครูจดั แบ่ง)
2.2 เมลด็ พันธ์ุถั่วเขียว
2.3 ไมไ้ ผ่ ผา่ เป็นซีกเล็ก ๆ ใช้ส้าหรับวางขัดปากโอ่ง

2.4 ใบสะแก

2.5 ผา้ ฝา้ ยผนื หนา สา้ หรับคลมุ ปดิ ปากโอง่
3. มเี อกสารและอุปกรณท์ ่ีครูจะต้องตรวจใหค้ รบถว้ น ดงั นี

3.1 ค่มู ือครู ประกอบดว้ ย
3.1.1 แผนการจดั การเรยี นรู้
3.1.2 แบบประเมินผลนกั เรียน
3.1.3 ชดุ การสอนสา้ หรบั นกั ศกึ ษา
3.1.4 เฉลยบตั รกจิ กรรม
3.1.5 เฉลยแบบทดสอบประจ้าชุดการสอน

3.2 ชดุ การสอนสำหรับนักศึกษา ประกอบดว้ ย
3.2.1 บตั รคา้ สงั่
3.2.2 บัตรเนอื หา
3.2.3 บัตรกจิ กรรม
3.2.4 แบบทดสอบประจ้าชดุ การสอน

4. บทบาทของครผู ูส้ อน มดี ังนี
4.1 ศึกษารายละเอยี ดคู่มือครู
4.2 จดั เตรียมเอกสารและอุปกรณ์การเรียนการสอนใหพ้ ร้อม
4.3 ชแี จงให้นกั เรียนทราบบทบาทของตนเองในการใชช้ ุดการสอน
4.4 จดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ให้เปน็ ไปตามลา้ ดับขันตอนท่ีก้าหนดไว้
4.5 ให้นกั เรียนศึกษาชดุ การสอนที่ บัตรกิจกรรมตา่ ง ๆ และท้ากจิ กรรมตามลา้ ดับ ขันตอนท่ี
กา้ หนดให้
4.6 ใหค้ ้าแนะน้าและเปน็ ที่ปรึกษาแก่นกั เรยี นในขณะทา้ กิจกรรม

ห น้ ำ | 22

ให้นกั ศึกษาศึกษาขันตอนการใชช้ ดุ การสอน เรื่องการเพาะถว่ั งอกในโอง่ โดยการใช้เมลด็ ถว่ั
เขียวและปฏิบัตติ ามลา้ ดับ ดงั นี

1. อ่านท้าความเขา้ ใจมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชีวัด เพือ่ ให้ตนเองทราบถงึ จดุ มุ่งหมายในการ
เรียนรูแ้ ละการปฏิบัติกิจกรรมในครังนี

2. ชดุ การสอนนี ประกอบดว้ ย บตั รคา้ ส่งั บตั รเนอื หา บตั รกจิ กรรม และแบบทดสอบ
ประจ้าชุดการสอน มีขันตอนการปฏิบัตกิ จิ กรรมทงั กจิ กรรมกลุ่มและกิจกรรมรายบคุ คล ดงั นี

2.1 กิจกรรมกลุ่ม
2.1.1 นกั ศึกษาช่วยกันศึกษาขันตอนการปฏิบัติกจิ กรรมในบัตรคา้ สง่ั ให้เข้าใจ
2.1.2 นกั ศกึ ษาชว่ ยกนั ศึกษา วเิ คราะห์ เนือหาในบตั รเนือหา จากนัน วาง

แผนการท้างาน มอบหมายหนา้ ท่ีรับผิดชอบ ลงมือปฏิบตั กิ ิจกรรม ปรบั ปรุงผลงานใหส้ มบรู ณ์ และ
นา้ ส่งผลงานให้ทันกำหนดเวลา

2.2 กิจกรรมรายบุคคล
2.2.1 นกั เรียนแต่ละคนบนั ทึกผลการทา้ กิจกรรมลงในบัตรกิจกรรมเป็นรายบคุ คล
2.2.2 เมื่อปฏิบตั ิกิจกรรมตามขนั ตอนในบตั รกจิ กรรมเสร็จแลว้ ให้นกั ศึกษา

ทา้ แบบทดสอบประจำชุดการสอน และนำสง่ ครูท้ายชัว่ โมง
3. ถ้ามีข้อสงสัยหรือต้องการคา้ แนะน้า ใหป้ รึกษาหรือสอบถามจากครูผู้สอน

กำรเพำะถ่วั งอกในโอ่ง

การเพาะถว่ั งอกในโอง่ นบั วา่ มีความสา้ คญั ต่อชวี ิตมนุษย์ในแงข่ องการสร้างปัจจยั 4 ดา้ นอาหาร ทังนี
กระบวนการเพาะถ่วั งอกในโอ่งได้น้าหลกั การและวธิ ีการส่วนหนง่ึ ของการขยายพนั ธ์พืชโดยการใช้เมลด็ มา
ปรับใช้ให้เหมาะสมกบั ผ้เู รยี นมากยิ่งขนึ ซึ่งจะทา้ ใหผ้ ูเ้ รียนได้รับความรทู้ ่หี ลากหลาย และสามารถนา้ ความรู้
ไปประยุกต์ใช้ในโอกาสอนื่ ๆหรอื ใช้ประโยชนใ์ นด้านต่างๆต่อไปได้เป็นอย่างดี
ในชดุ การสอนเล่มนีมีเนอื หาใหศ้ กึ ษาเกยี่ วกับการเพาะเมล็ดถัว่ เขียวในโอ่งขนาดเลก็ เพื่อให้ไดผ้ ลผลิตถ่วั งอก
ทม่ี ีคณุ ภาพดี ดังนี

๑. วสั ด/ุ อปุ กรณท์ จี่ ้าเปน็ ในการเพาะ
๒. ขนั ตอน / วธิ ีการการเพาะ

ห น้ ำ | 23
๑. วสั ดุ/อปุ กรณ์ทีจ่ ำเป็ นในกำรเพำะ

๑.๑ โอ่ง
โอง่ ทใ่ี ช้เพำะ ควรเปน็ โอ่งดินเผำขนำดเล็ก เสน้ ผำ่ ศนู ย์กลำงและควำมสงู

ประมำณ ๑๒ ซ.ม. ใช้ตะปเู จำะกน้ โอ่งใหเ้ ป็นรเู ล็กๆ ๑ รู เพอ่ื ใหน้ ้ำสำมำรถซมึ ออกจำกโอ่งได้อยำ่ ง
ช้ำๆ

๑.๒ เมล็ดถว่ั เขียว
ควรเลอื กเมล็ดถ่วั เขียวท่ีสมบรู ณ์ ไม่ลีบ ผวิ มนั จะทำให้ได้ถวั่ งอกทีม่ ตี น้ อวบสมบูรณ์

๑.๓ ไมไ้ ผ่ ผำ่ เปน็ ซกี เล็กๆใชส้ ำหรบั ขัดปำกโอ่ง

ห น้ ำ | 24
๑.๔ ใบสะแก

เปน็ พืชที่ขน้ึ ตำมธรรมชำตทิ ่วั ไปเช่นในท้องนำ รมิ ทำง ใช้ปิดปำกโอ่งเพ่อื รักษำ
ควำมช้นื ภำยในโอ่ง ปอ้ งกันแสงสว่ำงเขำ้ ไปในโอ่ง รวมทัง้ ช่วยป้องกนั ไมใ่ ห้ถัว่ งอกมกี ล่ินอับและเช้ือรำ

๑.๕ นำ้ สะอำด
๑.๖ ผ้ำฝ้ำยหนำผนื เลก็ ใชส้ ำหรับปดิ ปำกโอง่ เพื่อรักษำควำมชน้ื

ห น้ ำ | 25
๒. ขั้นตอนและวิธกี ำรเพำะ

แบ่งออกไดเ้ ป็น ๔ ขัน้ ตอนๆละ ประมำณ ๑ วัน
ข้นั ตอนท่ี ๑ (วนั ท่ี ๑) กำรเตรียมเมลด็ ถ่ัวเขยี ว
๑.๑ นำเมลด็ ถ่วั เขียวนำ้ หนักประมำณ ๑๐๐ กรมั มำลำ้ งทำควำมสะอำดและแยก

เมลด็ ที่ไม่สมบูรณ์ออก

๑.๒ แชเ่ มลด็ ถ่ัวเขยี วให้อิ่มน้ำประมำณ ๖ ชั่วโมง
๑.๓ นำถว่ั เขียวทอ่ี มิ่ น้ำใสล่ งไปในโอง่ และใชผ้ ้ำฝ้ำยหนำปดิ ปำกโอง่
๑.๔ เทนำ้ ใสใ่ นโอง่ ใหเ้ ต็มทุกๆ ๖ ช่วั โมง จนสงั เกตเห็นวำ่ ถว่ั เขียวเริ่มงอก (ควรวำง
โอง่ ในทท่ี ส่ี ำมำรถระบำยน้ำไดด้ ี)

ห น้ ำ | 26
ขนั้ ตอนท่ี ๒ (วันที่ ๒)

๒.๑ ใช้ใบสะแกปดิ ปำกโอ่งและใช้ซีกไมไ้ ผ่ขดั ไว้ไม่ตอ้ งแน่นมำก (ขั้นตอนนห้ี ำกไม่มีใบสะแกใหใ้ ช้
ใบตองทดแทนได้)

๒.๒ เทน้ำใส่ในโอ่งให้เตม็ ทุกๆ ๖ ช่ัวโมง

ขนั้ ตอนท่ี ๓ (วันที่ ๓)
รดน้ำตอ่ เนือ่ งเทน้ำใส่ในโอ่งใหเ้ ต็มทุกๆ ๖ ชั่วโมง จนสงั เกตเหน็ วำ่ ถ่ัวงอก งอกจนลน้ ปำกโอ่ง

ออกมำ

ขน้ั ตอนท่ี ๔ (วนั ที่ ๔) เกบ็ ผลผลิต
๔.๑ นำภำชนะที่ใส่นำ้ ไวแ้ ลว้ มำเตรียมไว้
๔.๒ เทถัว่ งอกลงไปในภำชนะ ใชม้ อื คนเบำๆเพ่ือให้เปลือกถั่วจมลงไป และต้นถ่ัวงอกจะลอย

สำมำรถนำถั่วงอกไปเก็บรักษำไว้กอ่ นหรือนำไปประกอบอำหำรได้เลย

ห น้ ำ | 27

ภำระงำน : ให้นักเรยี นตอบคำถำมให้ถูกต้องสมบูรณ์

1. กำรขยำยพันธพ์ุ ชื โดยกำรใชเ้ มล็ด มกี แี่ บบ อะไรบ้ำง

…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
…… 2. กำรเพำะถว่ั งอกในโอ่งโดยใชเ้ มลด็ ถัว่ เขียว มีวสั ดุอุปกรณ์อะไรบ้ำง

และมีขน้ั ตอนกำรปฏิบัตอิ ย่ำงไรบ้ำง เขยี นอธิบำยมำพอสังเขป
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
3. สงั เกตกำรเปลย่ี นแปลงลกั ษณะของเมล็ดถัว่ เขียวท่ีทำกำรกำรเพำะ วำ่ ในแตล่ ะวนั
เป็นอยำ่ งไรบำ้ ง เขียนอธบิ ำยกำรเปล่ยี นแปลงใหช้ ัดเจน
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
4 เขียนประโยชนข์ องกำรเพำะถั่วงอกท่ีมีต่อครอบครัว ตำมควำมคดิ ของผู้เรียนมำ 5
ขอ้ ……………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………

ห น้ ำ | 28

คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเคร่ืองหมำย กำกบำทตวั อักษร ก ข ค หรอื ง ลงในแบบทดสอบ และ
เลือกคำตอบท่ถี ูกต้องทีส่ ุดเพียงขอ้ เดียว (ข้อละ 1 คะแนน)

1. ขอ้ ใดคือควำมหมำยที่ถกู ต้องของกำรขยำยพนั ธุ์พชื
ก. กำรเกบ็ เมล็ดพันธ์ทุ ด่ี ไี ว้เพ่ือขยำยด้วยวธิ ีกำร
ต่ำงๆ
ข. กำรคดั เลือกเมล็ดพนั ธุท์ ีไ่ ม่สมบูรณ์ออกใหไ้ ด้มำกที่สุด
ค. กำรเพำะปลกู เมลด็ พืชใหเ้ จริญเตบิ โตตำมวัฎจกั รเพ่ือออกผลผลติ ตอ่ ไป
ง. กำรเพม่ิ จำนวนต้นพชื ให้มำกข้ึนเพ่ือนำไปใช้ประโยชน์ด้ำนต่ำงๆ และอนุรักษ์ลกั ษณะท่ีดีไว้

2. กำรขยำยพนั ธพุ์ ืชแบ่งออกเปน็ 2 วิธใี หญ่ ๆได้แกข่ ้อใด
ก. กำรตดิ ตำ กำรต่อกง่ิ กำรปกั ชำ
ข. แบบอำศัยเพศ แบบไม่อำศัย
เพศ
ค. กำรขยำยพนั ธโ์ุ ดยกำรใช้ไหลและ
หนอ่ ง. กำรขยำยพนั ธุ์โดยใชจ้ ุกและ
กำรทำบกงิ่

3. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ข้อดีกำรขยำยพันธุพ์ ืชโดยกำรใช้
เมล็ด ก. มกี ำรกลำยพนั ธ์ไุ ด้ง่ำย

ข. ทำไดง้ ่ำยไมต่ ้องใชเ้ ครอ่ื งมือมำก
ค. มีรำกแกว้ สำมำรถหยงั่ ลึกลงไปในดินชว่ ยยึดลำตน้ ได้ดี
ง. สะดวกในกำรขนสง่ ปลอดจำกโรค พชื ท่ปี ลูกดว้ ยเมล็ดจะอยู่ได้
นำน 4. พืชชนิดใดที่ ไม่นิยม ขยำยพันธุ์โดยกำรใช้เมลด็
ก. มะม่วง
ข.
แตงกวำ
ค.
ผกั คะนำ้
ง. ถว่ั ผกั
ยำว
5. ข้อใดเป็น ข้อดี ของกำรขยำยพันธโุ์ ดยวธิ กี ำรใช้
เมล็ด ก. ไดต้ น้ พืชตรงตำมพนั ธ์ุ

ข. ได้ต้นพืชที่มีระบบรำกดี
ค. ไดต้ ้นพชื ท่ีมีขนำดสม่ำเสมอ
ง. ตน้ พืชใหผ้ ลผลติ ใช้ระยะเวลำส้นั

ห น้ ำ | 29

6. เรำควรเลอื กเมล็ดพันธ์ุในข้อใดมำเพำะ

ก. เมลด็ มีควำมช้นื สูง
ข. เมลด็ ใหญ่ เกบ็ ไว้นำน 2 ปี
ค. เมลด็ ลีบเลก็ ไม่ถูกแมลงทำลำย

ง. มเี ปอรเ์ ซ็นต์ควำมงอกร้อยละ 80
7. กำรขยำยพันธ์พชื โดยกำรใช้เมล็ด จัดเปน็ กำรขยำยพันธ์พืชประเภทใด

ก. แบบอำศยั เพศ

ข. แบบไม่อำศัยเพศ
ค. แบบสองเพศ
ง. แบบผสมเพศ

8. ขอ้ ใดไม่เกีย่ วขอ้ งกับปัจจยั 4

ก. เครอื่ งนุง่ ห่ม

ข. ยำรกั ษำโรค

ค. อำหำร

ง. ส่ิงอำนวยควำมสะดวกในชวี ติ ประจำวัน

9. ขอ้ ใดเกีย่ วข้องกบั กำรปักชำ

ก. กำรขยำยพันธแ์ บบอำศัยเพศ

ข. กำรขยำยพันธแ์ บบไมอ่ ำศยั เพศ

ค. กำรขยำยพนั ธแ์ บบรวมเพศ

ง. กำรขยำยพนั ธ์แบบแยกเพศ

10. กำรเพำะเลีย้ งเน้ือเยอ่ื จดั เปน็ กำรขยำยพนั ธแ์ บบใด

ก. แบบอำศัยเพศ

ข. แบบไมอ่ ำศัยเพศ

ค. แบบรวมเพศ

ง. แบบแยกเพศ

11. ข้อใดเรียงลำดับขน้ั ตอนกำรเพำะถวั่ งอกในโอ่งได้ถูกต้อง

1. ใชผ้ ้ำกระสอบปำ่ นคลุม และรดน้ำทกุ 6 ชม.

2. นำใบสะแกใสใ่ นโอ่ง ใช้ซีกไมไ้ ผ่ขัดไว้

3. นำเมลด็ ถ่ัวเขียวมำล้ำงน้ำสะอำด และแช่นำ้ 6 ชม.

4. ถว่ั งอกดันใบสะแกออกมำ นำถ่ัวงอกไปเทใสภ่ ำชนะ

ก. 3-4-1-2 ข.3-2-1-4 ค. 3-1-2-4 ง.3-4-2-1

12. ข้อใดเปน็ ประโยชน์ชองกำรใชใ้ บสะแกปิดปำกโอ่ง

ก. ป้องกนั แสงสวำ่ ง

ข. รกั ษำควำมช้นื

ค. ปอ้ งกันเช้อื รำและกล่นิ อับ

ง. ถกู ทุกข้อ

ห น้ ำ | 30

13. เม่ือนา้ ถ่ัวงอกออกจากโอ่งและแชน่ ้าไวใ้ นภาชนะ จะเกิดผลอย่างไร
ก. เปลือกจม ถวั่ งอกลอย
ข. ถวั่ งอกจม เปลอื กลอย
ค. ลอยคละกนั
ง. ตัวถวั่ งอกจะดูดน้า

14. ถั่วงอก 100 กรมั จะให้พลังงาน
ก. 50 กโิ ลแคลอรี
ข. 80 กิโลแคลอรี
ค. 30 กโิ ลแคลอรี
ง. 100 กโิ ลแคลอรี

15. หลังจากศึกษาการเพาะถัว่ งอกเสร็จ ใครมีความรบั ผดิ ชอบมากทสี่ ุด
ก. สมศกั ด์ิ นา้ อปุ กรณ์มาหยอกเลน่ กับเพ่ือนๆในกลมุ่
ข. สมชาย สงั่ ให้เพอ่ื นๆเก็บอุปกรณ์แบบเนือยๆ
ค. สมปอง บอกเพื่อนๆว่าจะรบี ไปทา้ ธุระดว่ น
ง. สมพงษ์ เกบ็ อปุ กรณ์ เก็บขยะ และทา้ ความสะอาดพนื ท่ีเรยี บร้อย

ห น้ ำ | 31

ถอดบทเรียนตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
ฐำนกิจกรรมกำรเรียนรกู้ ำรเพำะถัว่ งอก

2 เงอ่ื นไขคุณภำพ

ควำมรู้ คณุ ธรรม

- รู้เขำ้ ใจประวตั ิขำ้ วฮำงงอก และขั้นตอนกำรเพำะ - ควำมรบั ผดิ ชอบ

ถวั่ งอก - ควำมซอื่ สัตย์

-วธิ ีกำรเพำะถัว่ งอก - ควำมตรงต่อเวลำ

-ประโยชน์

-กำรนำถ่วั งอกมำแปรรูปเป็นอำหำรเพ่ือสุขภำพ

- ตน้ ทุนกำรผลติ

3 หลักกำรพอเพยี ง

พอประมำณ มเี หตผุ ล มีภมู ิคมุ้ กนั ในตัวทดี่ ี

พอประมำณกบั ควำมร้คู วำมสำมำรถ - เพ่อื สรำ้ งฐำนกำรเรยี นรู้ - นักศกึ ษำมีทักษะในกำรแปรรูป

และศักยภำพของตนเอง ให้นักศึกษำได้เรียนรู้ ถัว่ งอก และนำไปใชใ้ น

- ใช้เวลำว่ำงให้เป็นประโยชน์ ชวี ิตประจำวันได้

- ทำเป็นอำชีพเสริม

วตั ถุ สมดุล มัน่ คง ใน 4 มิติ = ยัง่ ยนื
- มรี ำยไดจ้ ำกกำรแปรรูปถ่วั งอก สังคม
- มีวัสดุ อุปกรณ์ ใช้อย่ำงคุ้มค่ำ
- มคี วำมสมั พันธ์ท่ดี ีในชมุ ชน
- มกี ำรชว่ ยเหลือและพึ่งพำอำศยั กัน

สง่ิ แวดล้อม วัฒนธรรม
- กำรแปรรูปถัว่ งอกเพ่ือสขุ ภำพ - นำภูมปิ ญั ญำท้องถ่นิ มำใช้ในกำรเพะถั่วงอก
- เปน็ กำรถนอมอำหำร - กำรใช้ภมู ปิ ญั ญำท้องถ่ินควบคกู่ ับเทคโนโลยีใน
กำรแปรรูปถัว่ งอก

ห น้ ำ | 32

คณะกรรมกำรจัดทำฐำนกำรเรยี นรู้
ตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียงดำ้ นกำรศึกษำ
กศน.ตำบลมะเรงิ ตำบลมะเรงิ อำเภอเมืองนครรำชสีมำ จังหวดั นครรำชสีมำ

1. คณะกรรมกำรท่ปี รกึ ษำ

1.1 นำงกรแก้ว แบบกลำง ผู้อำนวยกำร กศน.อำเภอเมอื งนครรำชสีมำ ประธำนทป่ี รกึ ษำ

1.2 นำยประสทิ ธิ์ ต้งั ประเสริฐ ครชู ำนำญกำรพิเศษ ท่ปี รกึ ษำ

1.3 นำงบำเพญ็ ไทยสะเทือน ครชู ำนำญกำร ที่ปรึกษำ

1.4 นำงระพี ยะสูงเนนิ บรรณำรักษช์ ำนำญกำรพิเศษ ท่ีปรึกษำ

1.5 นำยอนิ ทัศน์ แสงจันแดง ครูผู้ชว่ ย ทป่ี รึกษำ

1.6 นำงงำมจติ ต์ สว่ำงพลกรัง ครอู ำสำสมัคร กศน.. ท่ีปรกึ ษำ

1.7 นำงทัศนำ พรมดี ครูอำสำสมัคร กศน.. ที่ปรกึ ษำ

1.8 นำยเฉลำ ชยั ฉมิ พลี ครอู ำสำสมัคร กศน.. ทีป่ รึกษำ

1.9 นำงศรีนวล แก้ววนั ภมู ปิ ัญญำท้องถิ่น ที่ปรึกษำ

1.10 นำยอภิสทิ ธ์ แกว้ วัน ภูมปิ ัญญำท้องถนิ่ ทป่ี รึกษำ

2. คณะกรรมกำรดำเนินงำนฐำนกิจกรรมกำรเรยี นรขู้ ้ำวฮำงงอก

2.1 นำยอภิสทิ ธ์ิ แกว้ วนั ภูมิปญั ญำท้องถิ่น

2.2 นำงศรีนวล แกว้ วัน ภมู ปิ ัญญำท้องถ่ิน

2.3 นำงเตอื นใจ โพธ์สิ ุ ครู กศน.ตำบลมะเริง

คู่มอื ประจำฐำนกำรเรยี นรู้

ฐำนกิจกรรมกำรเรียนรู้ข้ำวฮำงงอก

กศน.ตำบลมะเริง


Click to View FlipBook Version