The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนา รร. ชุมชนบ้านสบเปา 66-70

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattanan.kep, 2023-06-11 03:01:42

แผนพัฒนา รร. ชุมชนบ้านสบเปา 66-70

แผนพัฒนา รร. ชุมชนบ้านสบเปา 66-70

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2566-2570 โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ประจ าปีการศึกษา 2566-2570 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


ก คำนำ แผนพัฒนาการศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ระยะ 5 ปี (ปีงบประมาณ 2566 – 2570) โดยความร่วมมือจากคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียน ซึ่งได้มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ จัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษา โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมขององค์กร ศึกษาสถานภาพของ โรงเรียนทั้งปัจจัย ภายในและปัจจัยภายนอก ผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมา รวมทั้งกรอบยุทธศาสตร์ ชาติ 20 ปี แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนการศึกษาแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกำหนดทิศทางการจัด การศึกษาในระยะเวลา 5 ปี โดยกำหนดเป็น วิสัยทัศน์ พันธกิจ และประเด็นยุทธ์ศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย กลยุทธ์ของแต่ละ ประเด็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโรงเรียน มีการจัดทำโครงการและกิจกรรมที่ จะพัฒนาโรงเรียนไปสู่ วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ว่า “นักเรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการ เรียนรู้ใน ศตวรรษที่ 21” อันจะทำให้โรงเรียนได้บรรลุเป้าหมายได้คุณภาพมาตรฐานการศึกษา ในการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณลักษณะตามที่สังคมและประเทศชาติมุ่งหวังต่อไป โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา เล่มนี้ ประกอบด้วย คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทุกท่าน ตลอดจน ผู้ปกครองและนักเรียนที่มีส่วนร่วมจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาเล่มนี้ งานวิชาการโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา


ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 บทนำ 1 - กฎหมาย แผน นโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้อง 1 - ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา 2 - แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและส่งผลต่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน 16 - แนวโน้มเด็กและเยาวชนในอนาคต 17 - พระบรมราโชบายเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา 18 - ผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สำคัญ 19 - สรุปประเด็นสำคัญที่พบจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 22 ส่วนที่ 2 สาระสำคัญของแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2566-2570) 36 ของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา - วิสัยทัศน์ 36 - พันธกิจ 36 - เป้าประสงค์ 36 - กลยุทธ์ 36 ส่วนที่ 3 การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การปฏิบัติ 48 - แนวทางการบริหารแผนสู่การปฏิบัติ 48


ค สารบัญ (ต่อ) หน้า ภาคผนวก 51 - ภาคผนวก ก กฎหมาย ระเบียบ แผนที่เกี่ยวข้อง 52 - ภาคผนวก ข แผนผังความเชื่อมโยงแผน 3 ระดับของประเทศ 69 สู่แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี(พ.ศ.2566-2570) - ภาคผนวก ค รูปภาพประกอบการประชุมดำเนินการจัดทำแผน 79 พัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2566-2570) - ภาคผนวก ง สำเนาคำสั่งที่เกี่ยวข้อง 82


1 ส่วนที่ 1 บทนำ กฎหมาย แผน นโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้อง แผนพัฒนาการศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ระยะ 5 ปี (ปีงบประมาณ 2566 – 2570) กฎหมาย แผน นโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องดังนี้ กฎหมาย 1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทยพุทธศักราช 2560 2.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาต พุทธศักราช 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 3.คำสั่ง คสช.ที่ 28/2559 เรื่องให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย แผนสำคัญ 1. ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2580) กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี 2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 - 2564) 3. แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2560 - 2579) 4. ยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบาย 1.นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ 2566 2.นโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2566


2 ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน 1. ประวัติความเป็นมา ที่ตั้ง โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ตั้งอยู่ ถนน ต้า – หัวดอย เลขที่ 95 หมู่ 11 บ้าน นาเจริญ ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ห่างจากอำเภอพญาเม็งราย 8 กิโลเมตร อยู่ห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 4 32 กิโลเมตร และห่างจาก ตัวจังหวัดเชียงราย 40 กิโลเมตร โรงเรียนมีพื้นที่ทั้งสิ้น 28 ไร่ 0 งาน 52.8 ตารางวา โดย แบ่งเป็น 2 แปลง ดังนี้ - แปลงที่ 1 เป็นที่ตั้งอาคารเรียน มีจำนวน 23 ไร่ 85 ตารางวา - แปลงที่ 2 เป็นแปลงเกษตร มีจำนวน 4 ไร่ 3 งาน 67.8 ตารางวา ประวัติ - พ.ศ.2460 เริ่มก่อตั้งโรงเรียน อาศัยศาลาวัดสบเปา ตำบลต้า อำเภอเทิง จังหวัด เชียงราย เป็นที่เรียน โดยมีนายอ่อง นันทวิชัย เป็นผู้รักษาการครูใหญ่คนแรก - พ.ศ.2474 ได้เกิดไฟป่าลุกลามเข้าหมู่บ้านสบเปาและวัด หลักฐานทางราชการและ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกไฟป่าไหม้เสียหายหมด ราษฎรจึงร่วมมือกันสร้างอาคารเรียนแบบ ชั่วคราว 3 ห้องเรียน โดยใช้วัสดุท้องถิ่น หลังคามุงหญ้าคา ฝาทำด้วยไม้ไผ่ สับฟาก - พ.ศ.2487 ย้ายจากวัดสบเปามาสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ แบบอาคารชั่วคราว 1 หลัง ในพื้นที่ 3 ไร่เศษ (ด้านเหนือสุดของบริเวณสนามปัจจุบัน) - พ.ศ.2500 นายอินศวร แก้วแสงอินทร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นครูใหญ่ พร้อมคณะครู และราษฎรในหมู่บ้านได้ร่วมกันสร้างอาคารเรียนถาวรแบบ ป.1 ข ขนาด 3 ห้องเรียน จำนวน 1 หลัง - พ.ศ.2514 นายอุดม สุวรรณศิริ (ครูใหญ่ร่วมมือกับนายศรีมอญ ปาคำ) ขยายพื้นที่ โรงเรียนเป็น 12 ไร่เศษ โดยขอความร่วมมือจากราษฎร จำนวน 15 หลังคาเรือน รื้อข้ามถนน ไปทางทิศตะวันออกและได้สร้างอาคารเรียนแบบ ป.1 ข ไม้ ขนาด 5 ห้องเรียน ตั้งชื่อว่า “อาคารราษฎร์รังสรรค์ ” - พ.ศ.2516 ได้ขออนุญาตเปิดชั้นประถมปลาย ( ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5,6,7 ) - พ.ศ.2520 โรงเรียนได้รับรางวัลโรงเรียนดีเด่นระดับจังหวัด - พ.ศ.2523 กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยแบ่งเขตการปกครอง


3 อำเภอเทิงเป็น กิ่งอำเภอพญาเม็งราย โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปาอยู่ในเขตการปกครองของกิ่งอำเภอ พญาเม็งราย และโอนโรงเรียนประชาบาล สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ - พ.ศ.2528 นายถวิล โคตรศรี ย้ายมาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ - พ.ศ.2529 โรงเรียนได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ กศ.พช. ( การศึกษาเพื่อพัฒนาชนบท ) ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์แบบ สปช.202 – 26 จำนวน 1 หลัง ขุดบ่อเลี้ยง ปลา 1 บ่อ และได้รับบริจาคที่ดินจากราษฎรพื้นที่ 2 งานเศษ - พ.ศ.2530 คณะครู กรรมการศึกษา และราษฎร ได้สร้างรั้วคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้านหน้าโรงเรียน - พ.ศ.2532 ได้รื้อถอนอาคารเรียนแบบ ป.1 ข ไม้ และสร้างหอประชุม - พ.ศ.2533 ได้รับงบประมาณติดตั้งสาธารณูปโภคไฟฟ้า ใช้การได้เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2533 - พ.ศ.2534 โรงเรียนได้รับคัดเลือกเข้าโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาให้เปิดสอนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นปีแรก - พ.ศ.2536 ได้รับงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตบอล 1 สนาม โรงเรียนได้รับ เครื่องหมายเกียรติยศโล่เงินจากสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ เป็นผลงาน ร่วมกันของโรงเรียนและผู้ปกครองจากปี พ.ศ.2531 – 2535 - พ.ศ.2537 มีการทอดผ้าป่าศิษย์เก่าโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา คิดเป็นเงิน 84,000 บาท ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน คณะกรรมการศึกษา ได้สร้างศาลากิจกรรม 1 หลัง คณะกรรมการ ศึกษาได้ก่อสร้างแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปข้างเสาธง 1 ที่ ได้รับงบประมาณจากพัฒนาจังหวัด สนับสนุนโดย ส.ส. สำเร็จ ภูนิคม และผู้ใหญ่บ้าน กำนัน คณะกรรมการศึกษา ร่วมสมทบสร้าง สนามบาสเกตบอล 1 สนาม - พ.ศ. 2539 โรงเรียนได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการปฏิรูปทางการศึกษา ชมรมศิษย์เก่า ได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างส้วม ขนาด 2 ที่นั่ง จำนวน 1 หลัง ได้รับมอบสื่อ ครุภัณฑ์จาก ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จำนวน 1 ชุด - พ.ศ.2540 ได้รับมอบอาคารห้องสมุด 1 หลัง จากชมรมศิษย์เก่า ได้รับคัดเลือกเข้า โครงการทดลองการเกษตร ของสำนักงานเกษตรอำเภอพญาเม็งราย คณะกรรมการศึกษาได้สร้าง โรงเรือนเลี้ยงไก่ ขนาด 4 x 10 เมตร จำนวน 1 หลัง ย้ายห้องบริหาร ห้องพักครู จากอาคาร ราษฎร์รังสรรค์ไปอยู่อาคารอเนกประสงค์


4 - พ.ศ.2541 โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนสีขาวและขึ้นป้ายโรงเรียนปลอดสารเสพ ติดนายถวิล โคตรศรี ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และนายสวัสดิ์ พุกำพันธ์ ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน - พ.ศ.2543 นายวินัย กันวี ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ และได้รื้อถอน อาคารชั่วคราวและอาคารประกอบอื่น ๆ มาสร้างโรงอาหารขนาด 8 X 16 เมตร จำนวน 1 หลัง ปรับสนามขนาด 4 ไร่ - พ.ศ.2544 ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช.103/26 ขนาด 4 ห้องเรียนปรับปรุงอาคารเรียนแบบ ป.1 ก ยกระดับ เทพื้นสูงและปูพื้นกระเบื้อง - พ.ศ. 2544 ปรับสนามโรงเรียน ยกระดับสูงจากเดิม 0.8 เมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วม บริเวณสนามโรงเรียน คิดเป็นเงิน 500,000 บาท - พ.ศ. 2545 สร้างเสาธง และสร้างฐานพระพุทธรูป โดยคณะครูร่วมบริจาค เป็นเงิน 22,000 บาท - พ.ศ.2545 จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำงบประมาณแบบมุ่งเน้น ผลงาน ร่วมกับกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานและจัดทำข้อมูล Onpec - พ.ศ. 2546 ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำชุมชนใน 4 หมู่บ้าน ชมรมศิษย์เก่า คณะครู และประชาชนในเขตบริการ สร้างถนนคอนกรีตภายในโรงเรียนเป็นจำนวนเงิน 120,000 บาท - พ.ศ. 2546 ได้รับการสนับสนุนในการปรับไหล่ถนนภายในโรงเรียนจาก ส.ส.สมบูรณ์ วันไชยธนะวงค์ จำนวนเงิน 5,000 บาท - พ.ศ. 2546 ได้รับการสนับสนุนถนนคอนกรีต (ตัวหนอน) ขนาด 4 เมตร x 80 เมตร จากชุมชนในเขตบริการ - พ.ศ. 2547 สร้างโรงเก็บรถ ขนาด 4 X 15 ตารางเมตร จำนวนเงิน 6,000 บาท - พ.ศ. 2547 ปรับปรุงฐานพระพุทธรูป และสร้างฐานพระบรมสาทิสลักษณ์ เป็นเงิน 18,000 บาท - พ.ศ 2548 ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักครู ห้องส้วมสำหรับนักเรียน เป็นเงิน 285,000 บาท - พ.ศ. 2548 ซ่อมแซมประปาโรงเรียน และระบบไฟฟ้าสนามกีฬาโรงเรียน เป็นเงิน 20,099 บาท - พ.ศ. 2548 สร้างโรงรถนักเรียน ขนาด 4 X 15 ตารางเมตร เป็นเงิน 6,000 บาท - พ.ศ. 2548 ปรับปรุงภูมิทัศน์ ทาสีอาคารเรียน งบประมาณ 100,000 บาท ได้รับการ สนับสนุนจากบริษัท ที โอ เอ เพนท์ (ประเทศไทย) จำกัด - พ.ศ. 2549 ซ่อมแซมปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในอาคารเรียนและอาคาร


5 อเนกประสงค์ งบประมาณ37,200 บาท - พ.ศ. 2550 ได้เข้าร่วมโครงการศูนย์การเรียนรู้ตำบลแม่เปาในการปลูกไผ่เลี้ยงใน บริเวณโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา พื้นที่ประมาณ 3 งาน ดำเนินการโดยคณะกรรมการศูนย์การ เรียนรู้ตำบลแม่เปา ร่วมกับเกษตรตำบลแม่เปา - พ.ศ. 2550 ได้รับงบประมาณสร้างลานกีฬาเอนกประสงค์ขนาด 12.5x 24 ตาราง เมตร จำนวนเงิน 117,000 บาท - พ.ศ. 2551 ได้รับงบประมาณสนับสนุนสนามเด็กเล่นขนาด 10 x 16 ตารางเมตร จากมูลนิธิศุภนิมิต ADP ขุนตาล แห่งประเทศไทย จำนวนเงิน 50,000 บาท - พ.ศ. 2551 สร้างถนนคอนกรีต ขนาด 4 X 117 ตารางเมตร จำนวนเงิน 45,000 บาท จากมูลนิธิศุภนิมิต ADP ขุนตาล ประเทศไทย - พ.ศ. 2551 ได้รับสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างห้องสมุด หนังสือ พร้อมสื่อ อุปกรณ์ จาก บริษัท อเมิกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด จำนวน 1,000,000 บาท - พ.ศ. 2551 ซ่อมแซมปรับปรุงเรือนพยาบาลโดยงบประมาณจำนวน 60,000 บาท - พ.ศ. 2552 ได้ปรับปรุงซ่อมแซมโรงอาหารและระบบประปาภายในโรงเรียนโดย งบประมาณจำนวน 65,000 บาท - พ.ศ. 2553 ได้สร้างที่แปลงฟันโดยงบประมาณจำนวน 16,952 บาท - พ.ศ. 2553 ได้สร้างโรงรถโดยงบประมาณจำนวน 18,153 บาท - พ.ศ. 2553 ได้ปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์โดยงบประมาณจำนวน 21,050 บาท - พ.ศ. 2553 ได้ปรับปรุงระบบการศึกษาผ่านทางไกลโดยงบประมาณจำนวน 6,000 บาท - พ.ศ. 2553 จัดทำระบบความปลอดภัยในโรงเรียนโดยงบประมาณจำนวน 23,000 บาท - พ.ศ. 2553 ซ่อมแซมปรับปรุงบ้านพักครูโดยงบประมาณจำนวน 32,261 บาท - พ.ศ. 2553 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียน ICT ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เชียงรายเขต 4 ร่วมกับเขตการศึกษาทั้ง 4 เขต ของจังหวัดเชียงราย - พ.ศ. 2554 ได้ทำการปรับปรุงสภาพอาคารห้องอนุบาล ใช้งบ 66,595 บาท - พ.ศ. 2554 ได้รับงบจัดห้องคอมพิวเตอร์ CL20 เป็นเงิน 559,800 บาท - พ.ศ. 2554 ได้รับงบโรงเรียนดีประจำตำบล 1,797,200 บาท - พ.ศ. 2554 ได้รับงบน้ำท่วม 822,220 บาท - พ.ศ. 2554 ได้ทำการซ่อมแซมอาคารห้องผู้บริหารโดยซ่อมแซมเพดาน – กระเบื้องมุงหลังคาหน้าจั่ว 5,000 บาท


6 - พ.ศ. 2555 สร้างบันไดรอบอาคารเอนกประสงค์ กันดินทรุด 20,000 บาท - พ.ศ. 2555 เทคอนกรีตหน้าอาคาร 1 และปรับปรุงร่องน้ำหน้าอาคาร เทคอนกรีต หน้าอาคาร 2 และก่อกระถางดอกไม้หน้าอาคาร 1 33,000 บาท - พ.ศ. 2555 ดีดอาคารราษฏร์รังสรรค์เป็นอาคาร 2 ชั้น งบประมาณจากการจัดงาน ศิษย์เก่า เป็นเงิน 750,000 บาท - พ.ศ. 2555 จัดสร้างส้วม 4 ที่นั่ง หลังอาคารมัธยม เป็นเงิน 25,000 บาท - พ.ศ. 2555 สร้างห้องกระจายเสียงข้างเสาธง เป็นเงิน 5,000 บาท - พ.ศ. 2555 ปรับปรุงระบบไฟฟ้า 10,000 บาท - พ.ศ. 2555 ปรับปรุงระบบอินเตอร์เน็ต เป็นเงิน 12,000 บาท - พ.ศ. 2555 จัดทำประตูทางด้านทิศเหนือ เป็นเงิน 5,000 บาท - พ.ศ. 2555 สร้างหลังคาครอบแท่นพระพุทธรูป เป็นเงิน 5,000 บาท - พ.ศ. 2555 ก่อกระถางรอบโคนต้นไม้หน้าอาคาร ป.1ก ตึก เป็นเงิน 10,000 บาท - พ.ศ. 2555 จัดทำซุ้มบันไดอาคารราษฏร์รังสรรค์ เป็นเงิน 25,000 บาท - พ.ศ. 2555 จัดทำเล้าไก่และเลี้ยงไก่พันธ์ไข่ เป็นเงิน 20,000 บาท - พ.ศ. 2556 วางท่อระบายน้ำข้างอาคาร ชร.01 และท่อประปา เป็นเงิน 30,000 บาท - พ.ศ. 2556 สร้างห้องส้วมห้องผู้บริหาร เป็นเงิน 12,000 บาท - พ.ศ. 2556 ต่อเติมอาคารราษฏร์รังสรรค์ชั้นล่าง ด้วยงบแปรญัตติของ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฏร เป็นเงิน 297,800 บาท - พ.ศ. 2558 ปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์ งบผ้าป่าศิษย์เก่า เป็นเงิน - พ.ศ. 2559 ได้รับงบประมาณปรับปรุงต่อเติมซ่อมแซมบ้านพักครู2หลัง เป็นเงิน 137,300 บาท - พ.ศ. 2560 ได้รับงบประมาณปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายใน เป็นเงิน 250,000 บาท - พ.ศ. 2560 ปรับปรุงรั้วด้านหน้าโรงเรียน เป็นเงิน 525,800 บาท - พ.ศ.2561 เทถนนคอนกรีตบริเวณภายในโรงเรียน จากงบเงินผ้าป่าศิษย์เก่า 78,000 บาทและเงินจากการจัดกิจกรรมวิ่งการกุศลมินิมาราธอน 59,170 รวม เป็นเงิน 137,170 บาท - พ.ศ. 2561 ได้งบประมาณสร้างอาคาร สปช. 105/58 (ข) ต้านแผ่นดินไหวขนาด 4 ห้องเรียน เป็นเงิน 5,288,000 บาท - พ.ศ. 2561 จัดทำธนาคารกักเก็บน้ำ เป็นเงิน 21,500 บาท - พ.ศ.2564 ปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์ เป็นเงิน 280,300 บาท - พ.ศ.2564 สร้างสระว่ายน้ำ ขนาด 5X10 ตารางเมตร เป็นเงิน 315,000 บาท - พ.ศ. 2564 สร้างสนามปีนป่าย เป็นเงิน 50,000 บาท


7 - พ.ศ.2565 สร้างรั้วโรงเรียน เป็นเงิน 840,000 บาท - พ.ศ.2565 สร้างซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป เป็นเงิน 90,000 บาท ปัจจุบันเปิดเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีอาคารเรียน 6 หลัง อาคารเอนกประสงค์ 1 หลัง ส้วม 5 หลัง การจัดการเรียนการสอน โรงเรียนเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 2 ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบันมีนักเรียน 294 คน เป็นนักเรียนชาย 154 คน นักเรียนหญิง 140 คน 2. สภาพเขตพื้นที่บริการ 2.1 สภาพภูมิศาสตร์ โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ตั้งอยู่ ถนน ต้า – หัวดอย เลขที่ 95 หมู่ 11 บ้านนาเจริญ ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ห่างจากอำเภอพญาเม็ง ราย 8 กิโลเมตร อยู่ห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 4 32 กิโลเมตร และห่างจาก ตัวจังหวัดเชียงราย 40 กิโลเมตร โรงเรียนมีพื้นที่ทั้งสิ้น 28 ไร่ 0 งาน 52.8 ตารางวา โดยแบ่งเป็น 2 แปลง ดังนี้ - แปลงที่ 1 เป็นที่ตั้งอาคารเรียน มีจำนวน 23 ไร่ 85 ตารางวา - แปลงที่ 2 เป็นแปลงเกษตร มีจำนวน 4 ไร่ 3 งาน 67.8 ตารางวา ประชาชนบ้านสบเปาเป็นคนไทยพื้นเมืองและคนไทยอีสาน พูดภาษาถิ่นเหนือ และ อีสาน ประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรม ทำไร่และรับจ้าง ประชาชนวัยหนุ่มสาวส่วนใหญ่ไป ประกอบอาชีพรับจ้างตามเมืองใหญ่ ๆ หรือต่างประเทศ มีรายได้ต่อครอบครัวโดยเฉลี่ยต่อปี ประมาณ 28,000 บาท ประชาชนในหมู่บ้านมีประเพณีแบบคนพื้นเมืองทั่วไป มีนิสัยรักสงบ มีความเป็นอยู่ เรียบง่าย มีความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการศึกษาในระดับปานกลาง 2.2 เขตบริการ โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา มีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารการจัดการศึกษา ให้บริการ ประชากรวัยเรียนและชุมชนในเขตบริการซึ่งครอบคลุม 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านสบเปา หมู่ที่ 2, บ้าน สันติคีรี หมู่ที่ 6, บ้านนาเจริญ หมู่ที่ 11, บ้านสบเปาใหม่ หมู่ที่ 14, บ้านนาเจริญใหม่ หมู่ที่ 19 และบ้านสบเปา หมู่ที่ 20 ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษา ภาคบังคับ เศรษฐกิจของชุมชนประชากรส่วนใหญ่ทำงานรับจ้างทั่วไป ค้าขาย เกษตรกรรม มีรายได้


8 ไม่แน่นอน ส่วนมากมีฐานะยากจน เด็กจะอาศัยอยู่กับพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรืออยู่กับญาติ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเอาใจใส่เพราะต้องประกอบอาชีพ บางส่วนยังขาดความ ตระหนักในการศึกษาของบุตรหลาน มีปัญหาครอบครัวแตกแยก หย่าร้าง หรือเสียชีวิต ชุมชนเป็น พื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของสิ่งเสพติด และการพนัน 2.3 สภาพการคมนาคม สามารถเดินทางได้ทางบกโดยใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ 2.4 ด้านเศรษฐกิจ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาภาคบังคับ อาชีพหลัก คือ ทำงานรับจ้าง ทั่วไป เกษตรกรรม ค้าขาย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้เฉลี่ยต่อครอบครัว ต่อปี 45,000 บาท จำนวนคนเฉลี่ยต่อครอบครัว 5 คน 3. ที่ตั้ง ที่ตั้งของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปามีอาณาเขต ดังนี้ ทิศเหนือ จรดกับ บ้านนาเจริญ ทิศใต้ จรดกับ บ้านนาเจริญใหม่ ทิศตะวันออก จรดกับ ถนนสาธารณะ ทิศตะวันตก จรดกับ บ้านร่องห้า 4. แผนผังแสดงที่ตั้งอาคารเรียน


9 สภาพปัจจุบันของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ที่ตั้ง เลขที่ 95 หมู่ที่ 11 ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย รหัสไปรษณีย์ 57290 ขนาดพื้นที่ โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา มีเนื้อที่ 28 ไร่ 0 งาน 52.8 ตารางวา อาคารสิ่งก่อสร้าง โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา มีอาคารสถานที่เพื่อใช้ในการดำเนินการพัฒนา คุณภาพการศึกษา ดังนี้ * อาคารเรียน 6 หลัง * อาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง * ส้วม 4 หลัง * สนามเด็กเล่น 3 สนาม * สนามตะกร้อ 1 สนาม * สนามฟุตบอล 1 สนาม * ห้องสมุด 1 ห้อง * ห้องคอมพิวเตอร์ 2 ห้อง * ห้องวิทยาศาสตร์ 1 ห้อง * ห้องคณิตศาสตร์ 1 ห้อง ปรัชญาของโรงเรียน วชิรัง ทิวะ ปัญญา ปัญญา ประดุจดั่งเพชร คำขวัญ เรียนดี มีวินัย ใจรักงาน สีประจำโรงเรียน “น้ำเงิน - ขาว” เอกลักษณ์ “รักษาความสะอาด มารยาทงาม” อัตลักษณ์ โรงเรียนส่งเสริมคุณธรรม


10 โครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา


11 โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับก่อนประถมศึกษา เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการ จุดหมายที่กำหนดไว้โรงเรียนบ้านนาดู่จึงได้ จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย มีโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ดังนี้ โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ช่วงอายุ อายุ4 – 6 ปี สาระการเรียนรู้ ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ - ด้านร่างกาย - ด้านอารมณ์และจิตใจ - ด้านสังคม - ด้านสติปัญญา - เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและ สถานที่แวดล้อมเด็ก - ธรรมชาติรอบตัว - สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก ระยะเวลาเรียน 2 ปีการศึกษา 1. การจัดชั้นหรือกลุ่มเด็ก โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา จัดชั้นเด็กปฐมวัยดังนี้ - ชั้นอนุบาลปีที่ 2 อายุ4 ขวบ - ชั้นอนุบาลปีที่ 3 อายุ5-6 ขวบ 2. ระยะเวลาเรียน 1 - 2 ปีการศึกษา ก่อนขึ้นไปเรียนระดับประถมศึกษา 3. สาระการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้ทั้งสองส่วนใช้เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์เพื่อ ส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งจำเป็นต่อการ พัฒนาเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์โดยผู้สอนจัดในรูปแบบหน่วยการสอนแบบบูรณาการกำหนดหน่วย การจัดประสบการณ์ตลอดปีการศึกษา


12 โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับประถมศึกษา หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา พุทธศักราช 2566 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้/ กิจกรรม เวลาเรียน ระดับประถมศึกษา ป. 1 ป. 2 ป. 3 ป. 4 ป. 5 ป. 6 รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย 200 200 200 160 160 160 คณิตศาสตร์ 200 200 200 160 160 160 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - วิทยาศาสตร์ - วิทยาการคำนวณ 80 80 80 80 80 80 สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม - ศาสนา - หน้าที่พลเมือง - ภูมิศาสตร์ - เศรษฐศาสตร์ 80 80 80 80 80 80 - ประวัติศาสตร์ 40 40 40 40 40 40 สุขศึกษาและพลศึกษา - สุขศึกษา/เพศวิถี - พลศึกษา 40 40 40 80 80 80 ศิลปะ - ทัศนศิลป์ - ดนตรี - นาฏศิลป์ 40 40 40 80 80 80 การงานอาชีพฯ 40 40 40 80 80 80 ภาษาต่างประเทศ 120 120 120 80 80 80


13 กลุ่มสาระการเรียนรู้/ กิจกรรม เวลาเรียน ระดับประถมศึกษา ป. 1 ป. 2 ป. 3 ป. 4 ป. 5 ป. 6 รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) 840 840 840 840 840 840 รายวิชาเพิ่มเติม เสริมทักษะภาษาอังกฤษ 80 80 80 80 80 80 การป้องกันการทุจริต 40 40 40 40 40 40 ว่ายน้ำ 40 40 40 40 40 40 วิทยาศาสตร์พลังสิบ - - - 40 40 40 รวมเวลาเรียน (เพิ่มเติม) 160 160 160 200 200 200 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมแนะแนว 40 40 40 40 40 40 กิจกรรมนักเรียน 80 80 80 80 80 80 - ชุมนุม 40 40 40 40 40 40 - ลูกเสือ-เนตรนารีและ กิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณะประโยชน์ 40 40 40 40 40 40 รวมเวลาเรียน (กิจกรรม) 120 120 120 120 120 120 รวมเวลาทั้งหมด 1,120 ชั่วโมง/ปี 1,160 ชั่วโมง/ปี


14 โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา พุทธศักราช 2566 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้/ กิจกรรม เวลาเรียน ระดับมัธยมศึกษา ม. 1 ม. 2 ม. 3 รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย 120 120 120 คณิตศาสตร์ 120 120 120 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - วิทยาศาสตร์ - วิทยาการคำนวณ 120 120 120 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม - ศาสนา - หน้าที่พลเมือง - ภูมิศาสตร์ - เศรษฐศาสตร์ 120 120 120 - ประวัติศาสตร์ 40 40 40 สุขศึกษาและพลศึกษา 80 80 80 - สุขศึกษา/เพศวิถี 40 40 40 - พลศึกษา 40 40 40 ศิลปะ - ทัศนศิลป์ - ดนตรี - นาฏศิลป์ 80 80 80 การงานอาชีพฯ 80 80 80 ภาษาต่างประเทศ 120 120 120 รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) 880 880 880


15 กลุ่มสาระการเรียนรู้/ กิจกรรม เวลาเรียน ระดับมัธยมศึกษา ม. 1 ม. 2 ม. 3 รายวิชาเพิ่มเติม เสริมทักษะคณิตศาสตร์ 80 80 80 เสริมทักษะภาษาไทย 80 80 80 คอมพิวเตอร์ 80 80 80 การป้องกันการทุจริต 40 40 40 รวมเวลาเรียน (เพิ่มเติม) 280 280 280 กิจกรรมแนะแนว 40 40 40 กิจกรรมนักเรียน 80 80 80 - ชุมนุม 40 40 40 - ลูกเสือ-เนตรนารีและ กิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณะประโยชน์ 40 40 40 รวมเวลาเรียน (กิจกรรม) 120 120 120 รวมเวลาทั้งหมด 1,280 ชั่วโมง / ปี


16 แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและส่งผลต่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปัจจุบันโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในการจัดการศึกษาของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา มีความมุ่งมั่นที่จะ เปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้การจัดการศึกษามีคุณภาพและ ประสิทธิภาพ โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา จึงได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาการศึกษาโดยมีกรอบ กฎหมายที่สำคัญทางการศึกษา นโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการ กล ยุทธของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและกลยุทธ์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 เป็นแนวทางในการพัฒนา การกำหนดวิสัยทัศน์ของโรงเรียน เป็นวิสัยทัศน์ที่เกิดจากการระดมความคิดจากบุคลากรทุกฝ่าย มีพันธกิจที่กำหนดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ วิสัยทัศน์ที่วางไว้บรรลุความเป็นจริงได้ และเกิดประโยชน์ตามเป้าประสงค์ รวมทั้งการนำแผนกลยุทธ์ ไปสู่การปฏิบัติโดยใช้กรอบแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้แผนเกิด ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดภารกิจหลัก เนื่องจากโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา เป็นหน่วยงานที่ อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติดังนี้ 1. จัดทำนโยบายแผนพัฒนาและมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนให้สอดคล้องกับนโยบายมาตรฐาน การศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของท้องถิ่น วิเคราะห์ การจัดตั้งงบประมาณ เงินอุดหนุนทั่วไปของโรงเรียน และจัดสรรงบประมาณที่ได้รับให้แต่ละกลุ่มงาน รับทราบ และกำกับ ตรวจสอบ ติดตาม การใช้จ่ายงบประมาณของโรงเรียน ส่งเสริมสนับสนุนและ พัฒนาหลักสูตรร่วมกับบุคลากรและผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้อง กำกับ ดูแล ติดตาม และการประเมินผลการ จัดการเรียนการสอนของบุคลากรให้บรรลุตามหลักสูตร ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูล สารสนเทศ ด้านการศึกษาของนักเรียนในเขตบริการประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้ง ทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการจัดและการพัฒนาการศึกษา ของโรงเรียน จัดระบบ ประกันคุณภาพการศึกษาและประเมินผลการศึกษาของนักเรียน 2. ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัย และการพัฒนาการศึกษา ของบุคลากรในโรงเรียน ประสาน ส่งเสริม การดำเนินงานของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับ กิจกรรมภายในเขตบริการของโรงเรียนที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะหรือปฏิบัติงานอื่นที่ ได้รับมอบหมายจัดการศึกษาให้เด็กก่อนระดับประถมศึกษา ให้ได้รับการพัฒนาและมีความพร้อมใน การเข้าเรียนระดับประถมศึกษา ส่งเสริมนักเรียนที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีโอกาสต่อสูงขึ้น ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ


17 แนวโน้มเด็กและเยาวชนในอนาคต โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาตามแนว ทางการปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้การจัดการศึกษามีคุณภาพและประสิทธิภาพ แนวโน้มเด็กและ เยาวชนในอนาคตจึงควรมีทักษะ และคุณลักษณะ ดังนี้ ทักษะที่จำเป็นของประชากรในศตวรรษที่ 21 ในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 ทักษะสำคัญที่เด็ก และเยาวชนควรมี คือ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม หรือ 3Rs และ 8Cs ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้ - 3Rs ได้แก่ อ่านออก (Reading) เขียนได้ (W)Riting และคิดเลขเป็น (A)Rithemetics - 8Cs ได้แก่ ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ( Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ ( Cross-cultural Understanding) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills) และมีความเมตตากรุณา มีคุณธรรมและระเบียบวินัย (Compassion) ทักษะทั้งหมดที่ได้กล่าวมาเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กและเยาวชนในยุคการเรียนรู้แห่ง ศตวรรษที่ 21 เป็นอย่างมาก ซึ่งมีความแตกต่างจากการเรียนรู้ในอดีต เพื่อส่งผลให้การเรียนรู้ของ ผู้เรียนมีคุณภาพ มากยิ่งขึ้น คุณลักษณะ ค่านิยมร่วม ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education , DOE Thailand) โดยมีค่านิยมร่วม ได้แก่ ความเพียรอันบริสุทธิ์ ความพอเพียง วิถี ประชาธิปไตย ความเท่าเทียมเสมอภาค มีคุณธรรมที่เป็นลักษณะนิสัยและคุณธรรมพื้นฐานที่เป็น ความดีงาม และ 3 คุณลักษณะที่คาดหวัง หลังสำเร็จการศึกษาแต่ละระดับ ได้แก่ 1) ผู้เรียนรู้ เป็นผู้มี ความเพียร ใฝ่เรียนรู้ และมีทักษะการเรียนรู้ตลอด ชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต และมีสมรรถนะ (Competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ มีสุนทรียะ รักษ์และ


18 ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย มีทักษะชีวิต เพื่อสร้างงานหรือ สัมมาอาชีพ บนพื้นฐานของความพอเพียง ความมั่นคงในชีวิต และคุณภาพชีวิตที่ดีต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม 2) ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นผู้มีทักษะทางปัญญา ทักษะศตวรรษที่ 21 ความฉลาดดิจิทัล (Digital Intelligence) ทักษะการ คิดสร้างสรรค์ ทักษะข้ามวัฒนธรรม สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ และมีคุณลักษณะของความ เป็นผู้ประกอบการ เพื่อร่วมสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี หรือสังคม เพิ่มโอกาสและ มูลค่าให้กับตนเอง และสังคม 3) พลเมืองที่เข้มแข็ง เป็นผู้มีความรักชาติรักท้องถิ่น รู้ถูกผิด มีจิตสำนึก เป็นพลเมืองไทยและพลโลก มีจิตอาสา มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักการ ประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและประชาคมโลกอย่างสันติ และได้จำแนก ผลลัพธ์ ที่พึงประสงค์ตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามแผนพัฒนาคุณภาพสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 กำหนดไว้ พระบรมราโชบายเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระบรมราโชบายเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน ดังนี้ 1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีความรู้ความเข้าใจที่มีต่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นในศาสนา มั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน 2. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-มีคุณธรรม รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด-ชอบ/ชั่ว-ดี ปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดี งาม ปฏิเสธสิ่งที่ผิด สิ่งที่ชั่ว และช่วยกันสร้าง คนดีให้แก่บ้านเมือง 3. มีงานทำ - มีอาชีพ การเลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศึกษา ต้องมุ่งให้เด็กและเยาวชน รักงาน สู้งาน ทำจนงานสำเร็จ การฝึกฝนอบรมทั้งในหลักสูตรและนอก หลักสูตรต้องมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียน ทำงานเป็น และมีงานทำในที่สุด และต้องสนับสนุนผู้สำเร็จ หลักสูตรมีอาชีพ มีงานทำ จนสามารถเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว 4. เป็นพลเมืองดี การเป็นพลเมืองดี เป็นหน้าที่ของทุกคน ครอบครัว-สถานศึกษาและสถาน ประกอบการต้องส่งเสริม ให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี การเป็นพลเมืองดี คือ “เห็นอะไร ที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” เช่น งานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกุศลให้ทำ ด้วยความมีน้ำใจ และความเอื้ออาทร ผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สำคัญ ผลการจัดการศึกษาขั้น พื้นฐานที่ผ่านมา


19 ผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สำคัญ ผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผ่านมา สรุปได้เป็น 4 ด้าน คือ ด้านความปลอดภัย ด้านโอกาส ด้านคุณภาพ และด้านประสิทธิภาพ รายละเอียดดังนี้ ด้านความปลอดภัย โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ได้เน้นความปลอดภัยดูแล รักษาความ ปลอดภัย ในจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติภัยในโรงเรียน 7 จุดเสี่ยงได้แก่ สนามเด็กเล่น สนามกีฬา สระน้ำ/ บ่อน้ำ อาคารเรียน ประตู/รั้วโรงเรียน ลานจอดรถ ถนนหน้าโรงเรียน นอกจากนี้ จากข่าวที่ปรากฏใน สื่อมวลชนบ่อยครั้ง พบว่ามีเด็กนักเรียน และบุคลากร ถูกละเมิด เด็กนักเรียนถูกรังแก รวมถึงภัยอื่น ๆ เช่น ภัยยาเสพติด จึงเป็นเรื่องสำคัญที่โรงเรียนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องคำนึงถึงการพัฒนา ความปลอดภัยเพื่อให้บุคลากรและนักเรียนมีสวัสดิภาพ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ด้านโอกาส ประชากรวัยเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีโอกาสได้รับการศึกษาสูงขึ้นใน ระยะเวลา 15 ปี ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับ ปรับปรุง) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ในกิจกรรมปฏิรูปที่ 1 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับ ปฐมวัย มีความท้าทายจากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เกิดสภาวะความยากจน เฉียบพลัน ส่งผล ให้เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งมีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษายิ่งขึ้น โรงเรียนจึงควรมีการพิจารณาปรับ กิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และมุ่งเน้นมาตรการป้องกัน และฟื้นฟูผลกระทบ ซึ่งตรงกับความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมายเฉพาะยิ่งขึ้น ด้านคุณภาพ คุณภาพของนักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ยังเป็นอุปสรรคต่อการ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งเรื่องพัฒนาการและสติปัญญา การมีทักษะ ความรู้ความสามารถไม่เพียงพอที่ส่งผลต่อผลิตภาพ ผลการทดสอบ O-NET ระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน คะแนนเฉลี่ยที่ต่ำกว่าระดับปกติ ส่วนใหญ่ได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 50 ดังข้อมูลต่อไปนี้


20 ผลการทดสอบระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2565 ผลการประเมินความสามารถพื้นฐานผู้เรียนระดับชาติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (O-Net) วิชา จำนวน คะแนนเฉลี่ย โรงเรียน เขต สพฐ ประเทศ เทียบ เทียบ ปี 2564 ปี 2565 ปี 2565 ระดับประเทศ ภาษาไทย 18 51.00 50.97 56.18 52.80 53.89 - 0.03 - 2.92 คณิตศาสตร์ 18 34.08 26.03 29.43 26.52 28.06 - 8.05 - 3.4 วิทยาศาสตร์ 18 37.62 37.50 40.24 37.90 39.34 - 0.12 - 1.84 ภาษาอังกฤษ 18 39.14 30.90 30.90 33.57 37.62 - 8.24 - 6.72 เฉลี่ย 40.46 36.35 39.1875 37.6975 39.7275 -4.11 -3.72 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (O-Net) วิชา จำนวน คะแนนเฉลี่ย โรงเรียน เขต สพฐ ประเทศ เทียบ เทียบ ปี 2564 ปี 2565 ปี 2565 ระดับประเทศ ภาษาไทย 18 59.34 63.14 57.52 53.91 52.95 + 3.8 + 5.62 คณิตศาสตร์ 18 21.94 26.21 23.38 24.66 24.39 + 4.27 + 1.82 วิทยาศาสตร์ 18 31.17 37.71 33.94 33.67 33.32 + 6.54 + 4.39 ภาษาอังกฤษ 18 26.04 36.11 36.11 29.98 32.05 + 10.07 + 4.06 เฉลี่ย 34.62 40.79 37.74 35.56 35.68 + 6.17 + 3.97


21 จากข้อมูลพบว่าคะแนน O-NET ชั้นปรถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนพบว่าวิชาภาษาไทยมี คะแนนเฉลี่ยงสูงสุด รองลงมาคือวิชาวิทยาศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาคณิตศาสตร์ โดยมี คะแนนเฉลี่ยตามลำดับ แต่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศทุกวิชา และชั้นมัยมศึกษาปีที่ 3 ของ โรงเรียนพบว่าวิชาภาษาไทยมีคะแนนเฉลี่ยงสูงสุด รองลงมาคือวิชาวิทยาศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาคณิตศาสตร์ โดยมีคะแนนเฉลี่ยตามลำดับ การพัฒนาการเรียนการสอนจึงจำเป็นต้องแก้ไข ปัญหา และส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น ด้านประสิทธิภาพ การบริหารจัดการศึกษา แนวทางการการบริหารงานของโรงเรียนพบว่า 1) ด้านการบริหารงานวิชาการ ควรสนับสนุนให้บุคลากรผลิตสื่อ นวัตกรรมและวิจัยทางการ ศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน และควรมีการวัดผล ประเมินผล โดยเทียบโอน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ผลงานจากสถานศึกษาอื่นตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด 2) ด้านการบริหารงานงบประมาณ ควรมีการวางแผนระบบการบริหารจัดการทรัพย์สินของ โรงเรียน โดยเสนอให้ผู้บริหารตรวจสอบบัญชีสินทรัพย์ได้รับทราบ ส่งเสริมให้บุคลากรเข้ารับการ อบรมเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ และจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อสะดวกต่อการ ตรวจสอบ 3) ด้านการบริหารงานบุคคล ควรให้อิสระแก่บุคลากรในการตัดสินใจในงานที่ได้รับ มอบหมาย และควรจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของบุคลากร 4) ด้านการบริหารงานทั่วไป ควรส่งเสริมและประสานงานให้มีการจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอก ระบบและตามอัธยาศัย และควรมีการจัดสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เหมาะสม โดยเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนการสอนของนักเรียนเป็นสำคัญ


22 สรุปประเด็นสำคัญที่พบจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) การวิเคราะห์องค์กร SWOT Analysis ของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา 1. การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน (Internal Environment) 1.1 ด้านโครงสร้างงานและนโยบาย (S1) จุดแข็ง จุดอ่อน 1.โครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียนมี ความชัดเจน เอื้อต่อการปฏิบัติงาน 2. มีการกระจายอำนาจแบ่งงานตามความถนัด ทำให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน 3. มีความสัมพันธ์และวัฒนธรรมองค์กรที่ดี 1. การปฏิบัติงานบางเรื่องขาดความต่อเนื่อง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของหน่วย เหนือ 2. การดำเนินงานตามนโยบายซึ่งมีมากทำให้ เกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอน 1.2 ด้านการใช้บริการและผลผลิต (S2) จุดแข็ง จุดอ่อน 1. โรงเรียนมีความพร้อมในการให้บริการ ทางการศึกษาแก่ประชากรวัยเรียนในพื้นที่บริการ ได้ทุกคน 2. โรงเรียนจัดการเรียนการสอนและกิจกรรม ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน 3. นักเรียนได้รับการดูแลจากระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนที่เข้มแข็ง 4. คุณภาพของผู้เรียนด้านคุณธรรม จริยธรรมและ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ส่งผลต่อพฤติกรรมของ นักเรียนด้านการเรียนและความประพฤตินักเรียน มีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น 5.การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ สุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้เรียน 1. นักเรียนบางส่วนมีปัญหาด้านครอบครัว มีผลกระทบต่อนักเรียนในด้านจิตใจและด้าน การเรียน 2. แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนไม่เพียงพอ เช่น ห้องสมุด


23 1.3 ด้านบุคลากร (M1) จุดแข็ง จุดอ่อน 1. บุคลากรมีความเข้มแข็ง ทุ่มเทการทำงานให้กับ ทุกภารกิจของโรงเรียน 2. มีจำนวนครูเพียงพอกับจำนวนนักเรียน และการบริหารจัดการ 3. ครูมีความตื่นตัวและกระตือรือร้นในการพัฒนา ตนเอง นำความรู้ที่ได้มาใช้ในการจัดการเรียน การสอน 1. บุคลากรบางส่วนยังขาดความเชี่ยวชาญ ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์ 1.4 ด้านการเงิน (M2) จุดแข็ง จุดอ่อน 1. โรงเรียนได้รับความร่วมมือจากชุมชนในการระดม ทรัพยากรทางการศึกษาเป็นอย่างดี 2. การบริหารงบประมาณของโรงเรียน ดำเนินไป ตามแผนปฏิบัติการ อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ 1. งบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาลยังไม่ เพียงพอต่อการบริหารจัดการ 1.5 ด้านวัสดุ/อุปกรณ์ (M3) จุดแข็ง จุดอ่อน 1. โรงเรียนใช้อาคารสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ ในการ จัดการเรียนการสอนและบริการชุมชนอย่างคุ้มค่า 2. โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดการเรียน การสอนอย่างเพียงพอ 1. โรงเรียนมีวัสดุอุปกรณ์ชำรุด เสื่อมสภาพ 2. อุปกรณ์ระบบเสียงตามสายเสื่อมสภาพ ส่งผลต่อการประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน


24 1.6 ด้านบริหารจัดการ (M4) จุดแข็ง จุดอ่อน 1. โรงเรียนได้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ใช้เครื่องมือในการปฏิบัติงาน 2. มีการนิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง 3. ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการ โรงเรียนให้บรรลุภารกิจ 4. เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการ 1. การจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศไม่เป็นระบบและ เ ป ็ น ป ั จ จ ุ บ ั น ท ำ ใ ห ้ ข า ด ค ว า ม ค ล ่ อ งตัว ในการปฏิบัติงาน 2. โรงเรียนขาดการรายงาน/ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงาน 2.ผลการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (External Environment) 2.1 ด้านสังคมและวัฒนธรรม (S) โอกาส อุปสรรค 1. ชุมชนมีความเข้มแข็ง ยินดีให้การสนับสนุนภารกิจ ของโรงเรียน 2. คนในชุมชนมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถนำมา เป็นจุดเด่นของโรงเรียนได้ 3. คนในชุมชนร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมการดำรง ชีวิตในท้องถิ่น ซึ่งสามารถให้เป็นแหล่งเรียนรู้และ สร้างจิตสำนึกในด้านต่างๆ ให้กับนักเรียนได้ 1. คนในชุมชนมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ 2. สถานที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ใกล้ตัวโรงงาน อุตสาหกรรมมีผลกระทบต่อจำนวนนักเรียน ในโรงเรียน 2. การย้ายถิ่นของผู้ปกครองทำให้นักเรียน เรียนไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่ำ


25 2.2 ด้านเทคโนโลยี (T) โอกาส อุปสรรค 1. ชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยีได้สะดวกมากขึ้น ส่งผลดี ส่งผลดีต่อการประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน 2. มีการบริการและเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้น เอื้อต่อ การเรียนรู้ตนเองที่หลากหลายมากขึ้น 1. มีการใช้เทคโนโลยีในทางลบ เช่น เล่นเกม ดูโทรทัศน์มากเกินไป 2.3 ด้านเศรษฐกิจ (E) โอกาส อุปสรรค 1. คนในชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพและที่ดินทำกินเป็น กรรมสิทธิ์ของตนเอง 1. เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอยู่ในช่วงชะลอ ตัวส่งผลกระทบต่อชุมชนและโรงเรียน 2. ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้รายได้ ของผู้ปกครองลดลง 2.4 ด้านการเมืองและกฎหมาย (P) โอกาส อุปสรรค 1. นโยบายเรียนฟรีจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ส่วนเพิ่มโอกาสทางการศึกษา 2. นโยบายการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีส่วนให้ สถานศึกษาได้รับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วน จากท้องถิ่น 1. นโยบายด้านการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ส่งผลต่อเนื่องในการบริหารจัดการศึกษา


26 ตาราง 1 ตารางกำหนดน้ำหนักประเด็นตัวชี้วัดตามสภาพแวดล้อมภายใน รายการปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใน น้ำหนัก S1 ด้านโครงสร้างและนโยบาย 0.10 S2 ด้านการให้บริการและผลผลิต 0.15 M1 ด้านบุคลากร 0.29 M2 ด้านการเงิน 0.21 M3 ด้านวัสดุ/อุปกรณ์ 0.12 M4 ด้านบริหารจัดการ 0.13 น้ำหนักรวม 1 ตาราง 2 การกำหนดน้ำหนักประเด็นตัวชี้วัดสภาพแวดล้อมภายนอก รายการปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก น้ำหนัก S ด้านสังคมและวัฒนธรรม 0.22 T ด้านเทคโนโลยี 0.29 E ด้านเศรษฐกิจ 0.31 P ด้านการเมืองและกฎหมาย 0.18 น้ำหนักรวม 1 ตารางกำหนดน้ำหนักประเด็นตัวชี้วัดของสภาพแวดล้อมภายใน ตาราง 3 ปัจจัยด้านโครงสร้างและนโยบาย (S1 : Structure) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก S1.1 โครงสร้างการบริหารงานโรงเรียนมีความชัดเจน เอื้อต่อการปฏิบัติงาน S1.2 การปฏิบัติงานบางเรื่องขาดความต่อเนื่อง เกิดจากการเปลี่ยนแปลง นโยบายของหน่วยเหนือ S1.3 มีการกระจายอำนาจแบ่งงานตามความถนัดทำให้เกิดความคล่องตัว ในการปฏิบัติงาน S1.4 มีความสัมพันธ์และวัฒนธรรมองค์กรที่ดี 4.80 -3.21 4.80 2.35


27 S1.5 การดำเนินงานตามนโยบายซึ่งมีมากทำให้เกิดผลกระทบต่อการเรียน การสอน -1.70 น้ำหนักรวม 7.04 ตาราง 4 ด้านผลผลิตของการบริการ (S2 : Service/Product) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก S2.1 โรงเรียนมีความพร้อมในการให้บริการทางการศึกษาแก่ประชากร ในวัยเรียนในพื้นที่บริการทุกคน S2.2 โรงเรียนจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการ ของผู้เรียน S2.3 นักเรียนได้รับการดูแลจากระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เข้มแข็ง S2.4 คุณภาพผู้เรียนด้านคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ส่งผลต่อพฤติกรรมของนักเรียนด้านการเรียนและความประพฤตินักเรียน มีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น S2.5 การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ สุขภาพอนามัยและ ความปลอดภัยของผู้เรียน S2.6 นักเรียนบางส่วนมีปัญหาด้านครอบครัวมีผลกระทบต่อนักเรียน ในด้านจิตใจและด้านการเรียน S2.7 แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนไม่เพียงพอ เช่น ห้องสมุด 4.90 5.00 4.95 4.80 4.85 -2.25 -2.15 น้ำหนักรวม 15.10 ตาราง 5 ปัจจัยด้านบุคลากร (M1 : Man) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก M1.1 บุคลากรมีความเข้มแข็ง ทุ่มเทการทำงานให้กับทุกภารกิจของโรงเรียน M1.2 บุคคลกรบางส่วนยังขาดความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศให้เกิดประโยชน์ M1.3 มีจำนวนของครูเพียงพอกับจำนวนนักเรียนและการบริหารจัดการ M1.4 ครูมีความตื่นตัวและกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองนำความรู้ที่ได้มา ใช้ในการจัดการเรียนการสอน 4.90 -1.29 4.85 4.78 น้ำหนักรวม 13.24


28 ตาราง 6 ปัจจัยด้านการเงิน (M2 : Money) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก M2.1 โรงเรียนได้รับความร่วมมือจากชุมชนในการระดมทรัพยากร ทางการศึกษาเป็นอย่างดี M2.2 การบริหารงบประมาณของโรงเรียน ดำเนินไปตามแผนปฏิบัติการ ประจำปี อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ M2.3 งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลไม่เพียงพอต่อการบริหาร จัดการ 4.90 4.87 -1.57 น้ำหนักรวม 8.20 ตาราง 7 ปัจจัยด้านวัสดุ / อุปกรณ์ (M3 : Materials) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก M3.1 โรงเรียนใช้อาคารสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอน และบริการชุมชนอย่างคุ้มค่า M3.2 โรงเรียนมีวัสดุอุปกรณ์ชำรุด เสื่อมสภาพ M3.3 โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ที่ใช้จัดการเรียนการสอนอย่างเพียงพอ M3.4 อุปกรณ์ระบบเสียงตามสายเสื่อมสภาพ ส่งผลต่อการประชาสัมพันธ์ ของโรงเรียน 4.85 4.38 -1.14 -1.29 น้ำหนักรวม 6.80


29 ตาราง 8 ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ (M4 : Management) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก M4.1 โรงเรียนได้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ใช้เป็นเครื่องมือ ในการปฏิบัติงาน M4.2 มีการนิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง M4.3 การจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศไม่เป็นระบบและเป็นปัจจุบันทำให้ ขาดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน M4.4 โรงเรียนขาดการรายงาน/ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงาน M4.5 ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการโรงเรียนให้บรรลุภารกิจ M4.6 เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ 5.00 5.00 -1.15 -1.45 4.85 4.80 น้ำหนักรวม 17.05. ตารางกำหนดน้ำหนักประเด็นตัวชี้วัดของสภาพแวดล้อมภายนอก ตาราง 9 ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม (Social) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก S1 สถานที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม มีผลกระทบต่อ จำนวนนักเรียนในโรงเรียน S2 ชุมชนมีความเข้มแข็ง ยินดีให้การสนับสนุนภาพกิจของโรงเรียน S3 การย้ายถิ่นของผู้ปกครองทำให้นักเรียนเรียนไม่ต่อเนื่องส่งผลให้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ S4 คนในชุมชนมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สมารถนำมาเป็นจุดเด่นของโรงเรียนได้ S5 คนในชุมชนร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ซึ่งสามารถใช้เป็น แหล่งเรียนรู้และสร้างจิตสำนึกด้านต่างๆ ให้กับนักเรียนได้ 4.58 4.85 -1.20 -1.28 -1.25 น้ำหนักรวม 5.97


30 ตาราง 10 ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (Technology) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก T1 มีการใช้เทคโนโลยีในทางลบ เช่น เล่นเกม ดูโทรทัศน์มากเกินไป T2 ชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ส่งผลดีต่อการประชาสัมพันธ์ ของโรงเรียน T3 มีการบริการและเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้น เอื้อต่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย มากขึ้น -1.43 4.45 4.47 น้ำหนักรวม 7.49 ตาราง 11 ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (Economic) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก E1 เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอยู่ในช่วงชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อชุมชน และสถานศึกษา E2 ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้รายได้ของผู้ปกครองลดลง E3 ชุมชนมีอาชีพและที่ดินทำกินเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง -1.29 -1.29 4.48 น้ำหนักรวม 1.90 ตาราง 12 ปัจจัยด้านการเมืองและกฎหมาย (Politics) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก P1 นโยบายด้านการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ส่งผลต่อความต่อเนื่องใน การบริหารจัดการศึกษา P2 นโยบายเรียนฟรีจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีส่วนเพิ่มโอกาสทาง การศึกษา P3 นโยบายกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น มีส่วนให้สถานศึกษาได้รับการ สนับสนุนงบประมาณจากท้องถิ่น 4.90 4.85 -2.25 น้ำหนักรวม 7.50


31 5. สภาพของโรงเรียน ผลจากการวิเคราะห์สถานภาพแวดล้อมของโรงเรียนดำเนินการโดยการจัดอบรมเชิง ปฏิบัติการไปดำเนินการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการของโรงเรียน ผลการ วิเคราะห์แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น คือ 5.1 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน 5.2 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก 5.3 การประเมินสถานภาพของโรงเรียน 5.1 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ตารางแสดงค่าน้ำหนักคะแนนเฉลี่ยปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใน (2S4M) ปัจจัยภายใน น้ำหนัก ค่าคะแนนเฉลี่ย น้ำหนัก คะแนนเฉลี่ย สรุป จุดแข็ง จุดอ่อน จุดแข็ง จุดอ่อน 1.ด้านโครงสร้างและนโยบาย (S1) 0.10 3.98 -2.45 0.06 -0.04 0.08 2.ด้านผลผลิตและบริการ (S2) 0.15 4.80 -2.20 0.12 -0.05 0.15 3.ด้านบุคลากร (M1) 0.29 4.84 -1.29 0.23 -0.06 0.47 4.ด้านการเงิน (M2) 0.21 4.88 -1.57 0.17 -0.05 0.25 5.ด้านวัสดุ/อุปกรณ์(M3) 0.12 4.61 -1.2 0.09 -0.02 0.12 6.ด้านการบริหารจัดการ (M4) 0.13 4.91 -1.30 0.10 -0.02 0.25 รวม 1.00 2.04 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในของโรงเรียน คณะทำงานได้ดำเนินการพิจารณาจาก จุดแข็งและจุดอ่อน ซึ่งได้จากการอบรมเชิงปฏิบัติงานโดยมีปัจจัยที่ใช้ในการวิเคราะห์ 6 ปัจจัย 5.1.1 ปัจจัยด้านโครงสร้างและนโยบาย พบว่า โครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียน มีความชัดเจน เอื้อต่อการปฏิบัติงาน มีการกระจายอำนาจ แบ่งงานตามความถนัด ทำให้เกิด ความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และมีความสัมพันธ์และวัฒนธรรมขององค์กรที่ดี แต่ก็มีประเด็น ที่เป็นจุดอ่อน คือ การปฏิบัติงานบางเรื่องขาดความต่อเนื่อง เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายของ หน่วยเหนือ และการดำเนินงานตามนโยบาย ซึ่งมีมาก ทำให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอน จึงสามารถสรุปได้ว่า เป็นปัจจัยที่เป็นจุดแข็งเนื่องจากโรงเรียนมีการจัดการองค์กรโครงสร้างและ


32 มีนโยบายการบริหารงานที่ดี 5.1.2 ปัจจัยด้านการให้บริการและผลผลิต พบว่า โรงเรียนมีความพร้อมในการให้บริการทาง การศึกษาแก่ประชากรในวัยเรียนในเขตพื้นที่บริการได้ทุกคน มีการจัดการเรียนการสอน และกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการ นักเรียนได้รับการดูแลจากระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ที่เข้มแข็ง คุณภาพผู้เรียนด้านคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ส่งผลต่อพฤติกรรม ของนักเรียนด้านการเรียนและความประพฤตินักเรียนมีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น และการ จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้เรียน แต่มีจุดอ่อนอยู่ บ้างคือนักเรียนบางส่วนมีปัญหาทางด้านครอบครัว มีผลกระทบต่อนักเรียนในด้านจิตใจและ ด้านการเรียน พร้อมทั้งแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนไม่เพียงพอ เช่น ห้องสมุด ซึ่งจัดว่าเป็นปัจจัย ที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน แต่โดยรวมสามารถสรุปได้ว่าด้านการให้บริการและ ผลผลิตเป็นจุดแข็งของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา 5.1.3 ปัจจัยด้านบุคลากร พบว่า บุคลากรมีความเข้มแข็ง ทุ่มเทการทำงานให้กับทุกภารกิจ ของโรงเรียนมีจำนวนครูเพียงพอกับจำนวนนักเรียนและการบริหารจัดการ ครูมีความตื่นตัว กระตือรือร้นในการพัฒนาตนเอง นำความรู้ที่มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน แต่ก็พบว่าบุคลากร บางส่วนยังขาดความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์ แต่ปัจจัยด้านบุคลากร ก็ถือว่าเป็นจุดแข็งที่มีความสำคัญของโรงเรียน 5.1.4 ปัจจัยด้านการเงินจากการวิเคราะห์ สรุปได้ว่า โรงเรียนได้รับความร่วมมือจากชุมชนใน การระดมทรัพยากรทางการศึกษาเป็นอย่างดี การบริหารงบประมาณของโรงเรียน ดำเนินไป ตามแผนปฏิบัติการอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้แต่ก็พบว่าโรงเรียนมีจุดอ่อนในเรื่องของงบประมาณ ที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาลไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ 5.1.5 ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์ จากการวิเคราะห์ สรุปได้ว่า โรงเรียนใช้อาคารสถานที่และวัสดุ อุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอน และบริการชุมชนอย่างคุ้มค่า โรงเรียนมีวัสดุอุปกรณ์ชำรุด เสื่อมสภาพในเรื่องอุปกรณ์ระบบเสียงตามสาย ส่งผลกระทบต่อการประชาสัมพันธ์งานโรงเรียน 5.1.6 ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ จากการวิเคราะห์สรุปได้ว่า โรงเรียนได้จัดทำแผนปฏิบัติ การประจำปี ใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม การจัดการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง


33 สรุปผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในตามปัจจัยทั้ง 6 ประเด็น ดังกล่าวข้างต้นสรุป ในภาพรวมได้ว่า ปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นปัจจัยที่เป็นจุดแข็งของโรงเรียนที่เอื้อต่อการพัฒนา โดยการให้บริการด้านการศึกษาของโรงเรียนชุมชนบ้านสยเปา มีการจัดระบบโครงสร้างและนโยบาย ด้านผลผลิต ด้านบุคลากร ด้านการเงิน วัสดุอุปกรณ์ และด้านการบริหารจัดการเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อ การพัฒนาแต่ประสบปัญหาในประเด็นที่ว่า งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลยังไม่เพียงพอ ต่อการบริหารจัดการ ทำให้โรงเรียนพัฒนาได้ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้เท่าที่ควร 3.2 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก ตารางสรุปผลการวิเคราะห์การประเมินสถานภาพขององค์กร ปัจจัยภายนอก น้ำหนัก ค่าคะแนนเฉลี่ย น้ำหนัก คะแนนเฉลี่ย สรุป โอกาส อุปสรรค โอกาส อุปสรรค 1.ด้านสังคมและวัฒนธรรม (S) 0.22 3.02 -0.43 0.67 -0.29 0.38 2.ด้านเทคโนโลยี (T) 0.29 2.95 -0.48 0.86 -0.41 0.45 3.ด้านเศรษฐกิจ (E) 0.31 1.57 -0.86 0.49 -0.42 0.07 4.ด้านการเมืองและกฎหมาย (P) 0.18 3.10 -0.57 0.56 -0.32 0.24 รวม 1.00 1.14 คณะทำงานได้ดำเนินการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกของโรงเรียนโดยจำแนกปัจจัยใน การวิเคราะห์ 4 ปัจจัย คือ 3.2.1 ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม เนื่องจากคนในชุมชนมีความเข้มแข็ง ยินดีให้การ สนับสนุนภารกิจของโรงเรียน และมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความรู้ความสามารถ และมีความพร้อมใน การถ่ายทอดให้กับนักเรียน ส่งผลให้โรงเรียนพัฒนาเป็นจุดเด่นของโรงเรียนได้ และคนในชุมชน ร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้แล้วสร้างจิตสำนึกในด้านต่างๆ ให้กับนักเรียน แต่ยังมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อโรงเรียน คือสถานที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ใกล้โรงงาน อุตสาหกรรม ผลกระทบต่อจำนวนนักเรียนในโรงเรียนและปัญหาการย้ายถิ่นฐานของผู้ปกครอง ทำให้นักเรียนเรียนไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น จึงสามารถสรุปได้ว่า ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรมเอื้อต่อการพัฒนาของโรงเรียนวัดหนองโพรง


34 3.2.2 ปัจจัยด้านเทคโนโลยี จากการวิเคราะห์สรุปได้ว่า เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาและ การให้บริการทางการศึกษาของโรงเรียน เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐให้การส่งเสริมสนับสนุนด้าน ความพร้อมของโรงเรียน ชุมชนมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นผลดีต่อการจัดการศึกษาของบุตรหลาน และ การติดต่อประสานงานกับโรงเรียน ทำให้การเรียนรู้ ติดตามข้อมูลข่าวสารต่าง ๆที่ทันสมัยและทันต่อ เหตุการณ์ แม้ว่าจะมีการนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ รวมทั้งผู้ปกครองบางส่วนยังขาด ความรู้ ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น 3.2.3 ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ จากการวิเคราะห์สรุปได้ว่า ปัจจัยที่ยังคงเอื้อต่อการพัฒนาและ การให้บริการทางการศึกษาของโรงเรียน เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐในด้าน งบประมาณ และชุมชน มีความเป็นอยู่แบบพอเพียง มีรายได้พอเลี้ยงตัว 3.2.4 ปัจจัยด้านการเมืองและกฎหมาย เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาทางด้านการศึกษาของ โรงเรียน แม้ว่า การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีบ่อยๆ ทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง รวมทั้งการประสาน ราชการและความซ้ำซ้อนในการจัดทำระบบข้อมูล เพื่อสนองนโยบายของหลายๆ หน่วยงาน ที่กระทบ ต่อเวลาเรียน ระเบียบกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ทำให้ครูเกิดความตื่นตัวในการพัฒนาตนเองและพัฒนางาน เพื่อความก้าวหน้าทางวิชาชีพ การเมืองท้องถิ่นส่งผลกระทบต่อบทบาท การมีส่วนร่วมของ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการให้ความร่วมมือ สนับสนุนกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน แต่ มีผลต่อการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สรุปผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกตามปัจจัยทั้ง 4 ประเด็นดังกล่าว ข้างต้นสรุป ในภาพรวมได้ว่าปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาและการให้บริการทางการศึกษา ของโรงเรียนวัดหนองโรง โรงเรียนมีสภาพสังคมวัฒนธรรมที่ดีงาม แข็งแกร่งมีการพัฒนาภูมิปัญญา ท้องถิ่น มีแหล่งเรียนรู้และแหล่งวัฒนธรรม ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ให้การส่งเสริม สนับสนุนด้านเทคโนโลยีและงบประมาณ และเนื่องจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ.2542 ส่งผลให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา มีการพัฒนาในทุกๆ ด้าน อย่างเป็นระบบชัดเจนและต่อเนื่อง


35 3.3 การประเมินสถานภาพของโรงเรียน ตารางสรุปการวิเคราะห์ประเมินสถานภาพองค์กร สภาพแวดล้อมภายใน สภาพแวดล้อมภายนอก ปัจจัย สรุปน้ำหนัก คะแนน ปัจจัย สรุปน้ำหนัก คะแนน 1. ด้านโครงสร้างและนโยบาย (S1) 0.08 1. ด้านสังคมและวัฒนธรรม (S) 0.38 2. ด้านผลผลิตและบริการ (S2) 0.15 2. ด้านเทคโนโลยี (T) 0.45 3. ด้านบุคลากร (M1) 0.47 3. ด้านเศรษฐกิจ (E) 0.07 4. ด้านการเงิน (M2) 0.25 4. ด้านการเมืองและกฎหมาย (P) 0.24 5. ด้านวัสดุ/อุปกรณ์(M3) 0.12 6. ด้านการบริหารจัดการ (M4) 0.25 3.4 สรุปผลการประเมินสถานภาพของโรงเรียน ผลการประเมินสถานภาพของโรงเรียน จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก และภายในของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ดังกล่าวข้างต้น สามารถประเมินสถานภาพของโรงเรียนได้ อยู่ในลักษณะ “เอื้อและแข็ง (STAR)” กล่าวคือ โรงเรียนมีโอกาสที่จะพัฒนาภารกิจในการจัด การศึกษาและให้บริการทางการศึกษากับชุมชนหรือกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเป็นระบบ และมี ประสิทธิภาพ บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ตรงตามความรู้ความสามารถของตนเอง และมีการพัฒนาตนเอง อย่างสม่ำเสมอ ก่อให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพ การบริหารการจัดการที่เป็นระบบชัดเจน และมีคุณภาพ ด้านผลผลิตและการให้บริการที่ดีมีชื่อเสียงเป็นจุดแข็ง ในการพัฒนาภายใต้การ ส่งเสริมสนับสนุน จากปัจจัยภายนอก ซึ่งได้แก่ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม ด้านเทคโนโลยี ด้าน เศรษฐกิจ ด้านการเมืองและกฎหมาย ซึ่งมีระเบียบพระราชบัญญัติที่เอื้อต่อการดำเนินการ


36 ส่วนที่ 2 สาระสำคัญของแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2566-2570) ของโรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา วิสัยทัศน์ โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา มุ่งจัดการศึกษาให้นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา สภาพแวดล้อมน่าอยู่ ผู้เรียนมีทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์วัฒนธรรม ไทย ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี พัฒนาคนดีสู่สังคม พันธกิจ 1. ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา 2. จัดสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่เอื้อต่อการเรียนรู้ 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. ส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไปพร้อมกับการก้าวทันเทคโนโลยี 5. ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรมพร้อมเป็นคนดีในสังคม เป้าประสงค์ 1. นักเรียนทุกคนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา 2. นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 3. นักเรียนมีทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. นักเรียนรู้จักอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและก้าวทันเทคโนโลยี 5. สภาพแวดล้อมสวยงาม สะอาด ร่มรื่น น่าอยู่น่าเรียน กลยุทธ์ กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนสู่มาตรฐานการศึกษาทุกระดับมีสมรรถนะและทักษะที่ จำเป็นในศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ที่ 2 ปลูกฝังคุณธรรมความสำนึกในความเป็นชาติไทยระบอบประชาธิปไตย อนุรักษ์ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมและมีวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนสู่มืออาชีพ กลยุทธ์ที่ 4 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์กรภายนอก ในการร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา


37 กลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาความพร้อมในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการเรียนรู้ และการบริหารจัดการศึกษา กลยุทธ์ที่ 6 พัฒนาแหล่งเรียนรู้สภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้ร่มรื่นน่าอยู่ปลอดภัยและ เอื้อต่อการเรียนรู้ วิเคราะห์ประเด็นกลยุทธ์ : มาตรฐานระดับการศึกษาปฐมวัย ประเด็นกลยุทธ์ ข้อ : มาตรฐานของสถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนสู่มาตรฐาน การศึกษาทุกระดับมีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นใน ศตวรรษที่ 21 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 2 ปลูกฝังคุณธรรมความสำนึกในความเป็น ชาติไทยระบอบประชาธิปไตย อนุรักษ์วัฒนธรรม และ สิ่งแวดล้อมและมีวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาทุก คนสู่มืออาชีพ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 4 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นและ องค์กรภายนอกในการร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาความพร้อมในด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้และการ บริหารจัดการศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 6 พัฒนาแหล่งเรียนรู้สภาพแวดล้อมใน โรงเรียนให้ร่มรื่นน่าอยู่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ


38 วิเคราะห์ประเด็นกลยุทธ์ : มาตรฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเด็นกลยุทธ์ ข้อ : มาตรฐานของสถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนสู่มาตรฐาน การศึกษาทุกระดับมีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นใน ศตวรรษที่ 21 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 2 ปลูกฝังคุณธรรมความสำนึกใน ความเป็น ชาติไทยระบอบประชาธิปไตย อนุรักษ์วัฒนธรรม และ สิ่งแวดล้อมและมีวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาทุก คนสู่มืออาชีพ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 4 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นและ องค์กรภายนอกในการร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาความพร้อมในด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้และการ บริหารจัดการศึกษา มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 6 พัฒนาแหล่งเรียนรู้สภาพแวดล้อม ในโรงเรียนให้ร่มรื่นน่าอยู่ปลอดภัยและเอื้อต่อการ เรียนรู้ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ


แผนพัฒนาการศึกษาระดับปฐมวัย ปีกา เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์/ มาตรฐานการศึกษา ตัวชี้วัด มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก 1.1 มีการพัฒนาด้านร่างกาย แข็งแรง มีส ดูแลความปลอดภัยของ ตนเองได้ 1.2 มีการพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจ ควบค แสดงงอออกทางอารมณ์ได้ 1.3 มีการพัฒนาการด้านสังคม ช่วยแหลือ เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม 1.4 มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ พื้นฐานและแสวงหาความรู้ได้


39 รศึกษา 2566-2570 โรงเรียนชุมชนบ้านสบเปา ค่าเป้าหมายตามตัวชี้วัด (ร้อยละ) กลยุทธ์ ปี 66 ปี 67 ปี 68 ปี 69 ปี 70 สุขนิสัยที่ดี และ 72 73 74 75 76 กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียน สู่มาตรฐานการศึกษาทุกระดับมี สมรรถนะและทักษะที่จำเป็นใน คุม แลและ ศตวรรษที่ 21 72 73 74 75 76 อตนเอง และ 72 73 74 75 76 มีทักษะการคิด 72 73 74 75 76


เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์/ มาตรฐานการศึกษา ตัวชี้วัด ค่าเป้าหม ( ปี 66 ปี 67 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและ จัดการ 2.1 มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการ ทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทขออง ท้องถิ่น 72 73 2.2 จัดครุให้เพียงพอกับชั้นเรียน 72 73 2.3 ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญ ด้านกากรรจัดประสบการณ์ 72 73 2.4 จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อ การเรียนรู้ อย่างปลอดภัย และ เพียงพอ 72 73 2.5 ให้บริการสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อ สนับสนุนการจัดประสบการณ์ 72 73


40 มายตามตัวชี้วัด (ร้อยละ) กลยุทธ์ ปี 68 ปี 69 ปี 70 74 75 76 กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนสู่มาตรฐานการศึกษาทุกระดับมี สมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ที่ 2 ปลูกฝังคุณธรรมความสำนึกในความเป็นชาติไทย ระบอบประชาธิปไตย อนุรักษ์วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมและมีวิถี ชีวิตตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง 74 75 76 74 75 76 74 75 76 74 75 76


เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์/ มาตรฐานการศึกษา ตัวชี้วัด ค่าเป้าหม ( ปี 66 ปี 67 2.6 มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิด โอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม มาตรฐานที่ 3 การจัด ประสบการณ์ที่เน้นเด็ก เป็นสำคัญ 3.1 จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็ก มีการพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุล เต็มศักยภาพ 72 73 3.2 สร้างโอกาสให้เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติ อย่างมีความสุข 72 73 3.3 จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย 72 73


41 มายตามตัวชี้วัด (ร้อยละ) กลยุทธ์ ปี 68 ปี 69 ปี 70 74 75 76 กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนสู่มาตรฐานการศึกษาทุกระดับมี สมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ที่ 2 ปลูกฝังคุณธรรมความสำนึกในความเป็นชาติไทย ระบอบประชาธิปไตย อนุรักษ์วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมและมีวิถี ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาความพร้อมในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้และการบริหารจัดการศึกษา 74 75 76 74 75 76


เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์/ มาตรฐานการศึกษา ตัวชี้วัด ค่าเป้าหม ( ปี 66 ปี 67 3.4 ประเมินพัฒนาการเด็กตาม สภาพจริงแลละนำผลประเมิน พัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัด ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก 72 73


42 มายตามตัวชี้วัด (ร้อยละ) กลยุทธ์ ปี 68 ปี 69 ปี 70 74 75 76


Click to View FlipBook Version