The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

FB153025-0FF1-43B2-BA35-0A3CA014E5CC

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kantarat121044, 2021-10-01 03:10:11

วรรคทอง

FB153025-0FF1-43B2-BA35-0A3CA014E5CC

หนังสือ วรรคทองในวรรณคดี

จัดทำโดย

นางสาวกัลยาณี บุญปั๋ น
รหัสนักศึกษา ๖๓๑๘๑๐๑๐๑๒๔
คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย

มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

คำนำ

หนังสือเล่มนี้เป็นเพียง หนังสือที่ข้าพเจ้าสร้างบทร้อย
กรอง จำพวก กลอน/ กาพย์ โคลง ร่าย และฉันท์ นับว่า
เป็น “มรดกทางวัฒนธรรม” ที่แสดงออกให้เห็นเอกลักษณ์เด่น
ชัดของไทยโดยเฉพาะบทประพันธ์ประเภท “ร้อยกรอง” ของ
ไทยเรานี้ ผิดกับชาติอื่นๆ ตรงที่มีข้อบังคับสัมผัสเสียงสระ
พยัญชนะ วรรณยุกต์ ครุ ลหุ คำเป็น คำตาย และผู้แต่งบท
ประพันธ์ยังสามารถเล่นเสียงสัมผัสทั้งสระ พยัญชนะ โดยการ
ซ่อนกลของอักษรและพยัญชนะอย่างมีระเบียบ ที่เราเรียก
ว่า“กลบท”

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์กับผู้ที่เข้ามา
ศึกษาหนังสือเล่มนี้ไม่มากก็น้อย หากมีการผิดพลาดประการ

ใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

สารบัญ

เรื่อง หน้า

วรรคทองจากเรื่อง “สังข์ทอง” ๑
วรรคทองจากเรื่อง”พระอภัยมณี”
วรรคทองจากเรื่อง “สุนทรภู่” ๒



วรรคทองจากเรื่อง”บทพากเอราวัณ ” ๔

วรรคทองจากเรื่องกาพย์แห่เรือ ตอน ๕
“แห่ชมเรือกรับวน”

วรรคทองจากเรื่อง “พระนลคำหลวง” ๖
วรรทองเรื่อง”บทละครพูดคำฉันท์”
วรรคทองจากเรื่อง “สามัคคีเภทคำฉันท์” ๗



วรรคทองจากเรื่อง “ลิลิตตะเลงพ่าย” ๙
วรรคทองจากเรื่ อง”มหาเวสสั นดอนชาดก”
๑๐

วรรคทองจากเรื่อง”สังข์ทอง”

คนสวมกอดบาทพระมารดา ซบเกศาพลางทางร้องไห้
แม่ต่อยสังข์แตกแหลกไป ร่ำไรเสียดายไม่วายคิด
เหมือนแม่ฆ่าลูกให้ม้วยมรณ์ มารดรไม่รักแต่สักนิด
พระแม่ต่อยหอยสังข์ดั่งชีวิต จะชมชิดลูกนี้สักกี่วัน


บทละครเรื่อง สังข์ทอง ตอนกำเนิดพระสังข์
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
เเผนผังกลอนสุภาพ


ชนิดของคำประพันธ์ : กลอนสุภาพ(กลอนแปด)

ลักษณะบังคับคณะ: บทหนึ่งมี ๒ บาท(๔วรรค)(สลับ รับ รอง
ส่ง) /บาทหนึ่งมี ๒ วรรค/แต่ละวรรคมี ๘ คำ/ ลักษณะบังคับ
พยางค์หรือคำ: แต่ละวรรคมี ๘ คำ บทหนึ่งมี ๔ วรรคหรือ ๓๒
คำ(๓๒ พยางค์)
ลักษณะบังคับสัมผัส:
๑.คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำที่ ๓และ๕ ของวรรคที่


๒.คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่
๓และคำสุดท้าย

วรรคทองจากเรื่อง “พระอภัยมณี”

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันยากสุดลึกล้ำเหลือกำหนด

ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล

ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา


พระอภัยมณี ของ สุนทรภู่)

แผนผังฉันทลักษณ์ : บทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ

ชนิดของคำประพันธ์:กลอนสุภาพ (กลอนแปด)

ลักษณะการบังคับคณะ: บทหนึ่งมี 2 บาท(4วรรค)(สลับ รับ รอง ส่ง)
บาทหนึ่งมี 2 วรรค แต่ละวรรคมี 8 คำ
ลักษณะบังคับพยางค์หรือคำ: แต่ละวรรคมีแปดคำบทหนึ่งมี 4 วรรคหรือ
32 คำ( 32 พยางค์)
ลักษณะบังคับสัมผัส :
1 คำสุดท้ายของวรรคที่๑สัมผัสกับคำที่ 3 และ 5 ของวรรคที่ 2
2 คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่๓และคำที่ 3
และ 5 ของวรรคที่4
3 ส่วนสัมผัสระหว่างบทจะอยู่ระหว่างวรรคที่๔ของบทที่ 1 ในคำสุดท้ายจะ
สัมผัสกับ คำสุดท้ายของวรรคที่ 2

วรรคทองเรื่อง”สุนทรภู่”

เอกอุกวีแก้ว ช่างเพริศแพร้วคำโวหาร

เรียงร้อยชาตกาล เป็นตำนานของแผ่นดิน

วันที่ยี่สิบหก ไทยล้วนยกปฏิทิน

เชิดชูผู้สร้างศิลป์ เปรียบกรินทร์


ผู้แต่ง: พยัคฆ์กูรู

แผนผังฉันทลักษณ์:บทร้อยกรองประเภทกาพย์ยานี11

ชนิดคำประพันธ์:กาพย์ยานี11

ลักษณะบังคับของบทร้อยกรอง
1)บังคับคณะ ๑ บท แบ่งเป็น ๒ บาท บาทที่ ๑ เรียกว่า บาทเอก บาทที่ ๒
เรียกว่าบาทโท ใน ๑ บาท แบ่งเป็น ๒ วรรค วรรคหน้ามี ๕ คำ วรรคหลังมี
๖ คำ รวมเป็น ๑๑ คำ
2)สัมผัส
พยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับพยางค์ที่ ๓ ของวรรคที่ ๒ พยางค์
สุดท้ายของวรรคที่ ๒ สัมผัสกับพยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๓ พยางค์สุดท้าย
ของวรรคที่ ๓ อาจสัมผัสกับพยางค์ที่ ๑, ๒ หรือ ๓ ของวรรคที่ ๔ พยางค์
สุดท้ายของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับพยางค์สุดท้ายของวรรคที่ ๒ ของบทต่อไป

วรรคทองจากเรื่อง “บทพากย์เอราวัณ”

อินทรชิตบิดเบือนกายิน เหมือนองค์อมรินทร์
ทรงคชเอราวัณ
ช้างนิรมิตฤทธิแรงแข็งขัน เผือกผ่องผิวพรรณ
สีสังข์สะอาดโอฬาร์

ผู้ประพันธ์โดย:สุนทรภู่

แผนผังฉันทลักษณ์:บทร้อยกรองประเภทกาพย์ฉบัง 16

ชนิดคำประพันธ์:กาพย์ฉบัง ๑๖
ลักษณะบังคับของบทร้อยกรองกาพย์ฉบัง๑๖
๑) บังคับคณะ บทหนึ่งมี ๓ วรรค คือ วรรคแรก (วรรค
สดับ) มี ๖ คำวรรคที่สอง (วรรครับ) มี ๔ คำวรรคที่ ๓
(วรรคส่ง) มี ๖ คำ รวมทั้งหมด ๑๖ คำ
๒) สัมผัสนอกหรือสัมผัสระหว่างวรรค คำสุดท้ายของวรรค
หนึ่ง (วรรคสดับ) สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคสอง
(วรรครับ)
๓) สัมผัสระหว่างบท คำสุดท้ายของวรรคสาม (วรรคส่ง)
เป็นคำส่งสัมผัสบังคับให้บทต่อไปต้องรับ สัมผัสที่คำสุดท้าย
ของวรรคหนึ่ง (วรรคสดับ)

วรรคทองจากเรื่องกาพย์เห่เรือ”ตอนเห่ชมเรือกระบวน”

นานาประเทศล้วน นับถือ
คนที่รู้หนังสือ แต่งได้
ใครเกลียดอักษรคือ คนป่า
ใครเยาะกะวีไซร้ แน่แท้คนดง

(พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ เรื่อง พระนลคำหลวง)
ประพันธ์ทำนองโดยนารถ ถาวรบุตร

แผนผังฉันทลักษณ์: บทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ

ชนิดคำประพันธ์:ประเภทโคลงสี่สุภาพ

ลักษณะบังคับคณะ : โคลงสี่สุภาพบทหนึ่งมี ๔ แต่ละบาทประกอบด้วยวรรค ๒
วรรค วรรคหน้า ๕ คำ วรรคหลัง ๒ คำ ยกเว้นวรรคหลังของบาทที่ ๔ จะมี ๔ คำ
ในบาทที่ ๑ และ ๓ อาจมี คำสร้อยหรือไม่ก็ได้ / ลักษณะบังคับพยางค์หรือคำ :
วรรคหน้าของทุกบรรทัด มี 5 พยางค์ วรรคหลังของบรรทัดที่ ๑ – ๓ มี ๒
พยางค์ บรรทัดที่ ๔ มี ๔ พยางค์
ลักษณะบังคับสัมผัส :
๑.คำสุดท้ายของบาทที่ ๑ (ไม่นับคำสร้อย) สัมผัสกับคำที่ ๕ ของบาทที่ ๒ และ
บาทที่ ๓ คำสุดท้ายของ
บาทที่ ๒ สัมผัสกับคำที่ ๕ ของบาทที่ ๔
๒.ถ้าแต่งโคลงมีจำนวนมากกว่า ๑ บท จะต้องสัมผัสเชื่อมระหว่างบทด้วย คือ ให้
คำสุดท้ายของบทต้น

วรรคทองจากเรื่อง “พระนลคำหลวง”

ดูก่อนสุชาตา มะทะนาวิไลศรี
ยามองค์สุเทษณ์มี วรพจน์ประการใด
นางจงทำนูลตอบ มะธุรส ธ ตรัสไซร้
เข้าใจมิเข้าใจ ฤ ก็ตอบพะจีพลัน

เพิ่มหัวเรื่อ(พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ เรื่อง พระนลคำหลวง)
ประพันธ์ทำนองโดยนารถ ถาวรบุตรงย่อย

แผนผังฉันทลักษณ์: บทร้อยกรองประเภทโคคลงสี่สุภาพ

ชนิดของคำประพันธ์:โคลงสี่สุภาพ

ลักษณะบังคับคณะ : โคลงสี่สุภาพบทหนึ่งมี ๔ แต่ละบาทประกอบด้วยวรรค ๒
วรรค วรรคหน้า ๕ คำ วรรคหลัง ๒ คำ ยกเว้นวรรคหลังของบาทที่ ๔ จะมี ๔ คำ
ในบาทที่ ๑ และ ๓ อาจมี คำสร้อยหรือไม่ก็ได้
ลักษณะบังคับพยางค์หรือคำ : วรรคหน้าของทุกบรรทัด มี 5 พยางค์ วรรคหลังของ
บรรทัดที่ ๑ – ๓ มี ๒ พยางค์ บรรทัดที่ / ๔ มี ๔ พยางค์
ลักษณะบังคับสัมผัส :
๑.คำสุดท้ายของบาทที่ ๑ (ไม่นับคำสร้อย) สัมผัสกับคำที่ ๕ ของบาทที่ ๒ และ บาท
ที่ ๓ คำสุดท้ายของ
บาทที่ ๒ สัมผัสกับคำที่ ๕ ของบาทที่ ๔
๒.ถ้าแต่งโคลงมีจำนวนมากกว่า ๑ บท จะต้องสัมผัสเชื่อมระหว่างบทด้วย คือ ให้คำ
สุดท้ายของบทต้น

วรรคทองจากเรื่องบทละครพูดคำฉันท์ “มัทนะพาธา”

ดูก่อนสุชาตา มะทะนาวิไลศรี
ยามองค์สุเทษณ์มี วรพจน์ประการใด
นางจงทำนูลตอบ มะธุรส ธ ตรัสไซร้
เข้าใจมิเข้าใจ ฤ ก็ตอบพะจีพลัน

(พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกฏเกล้าเจ้าอยู่หัว)

แผนผังฉันทลักษณ์:บทร้อยกรองประเภทฉันท์(อินทรวิเชียรฉันท์๑๑)

ชนิดของคำประพันธ์ :บทร้อยกรองประเภทฉันท์

ลักษณะบังคับคณะ:บทหนึ่งมี 2 บาท บาทหนึ่งมี 2 วรรค วรรคหน้ามี 5 คำ
วรรคหลังมี 6 คำ รวมบาทหนึ่งมี 11 คำ จึงเรียกว่า ฉันท์ ๑๑
ลักษณะบังคับครุ-ลหุ : คำที่ 3 ของวรรคหน้า กับคำที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ของวรรค
หลังเป็นลหุ นอกนั้นเป็นครุ
ลักษณะบังคับสัมผัส:ส่งสัมผัสแบบกาพย์ คำสุดท้ายของวรรคที่ 1 สัมผัสกับคำที่
สามของวรรคที่ 2 (เป็นสัมผัสไม่บังคับ แต่ถ้ามีจะทำให้ฉันท์บทนั้นไพเราะยิ่งขึ้น)
และ คำสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ 3สัมผัสระหว่างบท
คือคำสุด I ท้ายของวรรคที่ 4 ของบทแรก จะต้องสัมผัสกับ คำสุดท้ายของวรรค
ที่ 2 ในบทถัดไป

วรรคทองจากเรื่อง”สามัคคีเภทคำฉันนท์”

จึ่งให้ตีกลอง ป่าวร้องทันที
แจ้งข่าวไพรี รุกเบียนบีฑา
เพื่อหมู่ภูมี วัชชีอาณา

ชุมนุมบัญชา ป้องกัน

สามัคคีเภทคำฉันท์ของ ชิต บุรทัต

แผนผังฉันทลักษณ์:บทร้อยกรองประเภทฉันท์(วิชชุมมาลาฉันท์๘)

ชนิดของคำประพันธ์: ประเภทฉันท์

วิชชุมมาลา แปลว่า ระเบียบสายฟ้า หมายถึง ฉันท์ที่มีลีลาอย่างสายฟ้าแลบ คณะและ
พยางค์
ฉันท์บทหนึ่งมี 4 บาท บาทละ 2 วรรควรรคละ 4 คำ 2 วรรคเป็น 8 คำ จึงเขียน8
หลังชื่อวิชชุ - มมาลาฉันท์
วิชชุมมาลาฉันท์นี้คล้ายกาพย์สุรางคนางค์เพียงแต่เพิ่มวรรคต้นขึ้นอีก 1 วรรคเท่านั้น รวม
ทั้งบทมี 4 บาท 8 วรรค ส่วนกาพย์สุรางคนางค์มีเพียง 7 วรรค
สัมผัส สัมผัสบังคับดูได้จากแผนตามเส้นโยงสัมผัส และจากตัวอย่างคำที่สัมผัสกันใช้
วงกลมสีเข้ม
คำครุ คำลหุ บังคับครุล้วนทุกวรรค

วรรคทองจากเรื่อง “ลิลิตตะเลงพ่าย”

ศรีสวัสดิเดชะ ชนะราชอรินทร์ ยินพระยศเกริกเกรียง เพียงพกแผ่นฟากฟ้า
หล้าหล่มเลื่องชัยเชวง เกรงพระเกียรติระย่อ ฝ่อใจห้าวบ่มิหาญ ลาญใจแกล้วบมิกล้า

เถลิงพระเกียรติฟุ้งฟ้า ลือตรลบแหล่งหล้า โลกล้วนสดุดี

(พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกฏเกล้าเ l จ้าอยู่หัว)

แผนผังฉันทลักษณ์:บทร้อยกรองประเภทร่ายสุภาพ

ชนิดของคำประพันธ์: ประเภทร่ายสุภาพ
ร่ายสุภาพบทหนึ่งมีตั้งแต่ ๕ วรรคขึ้นไป และตอนท้ายต้องจบด้วยโคลงสอง
สุภาพ ร่ายสุภาพแต่ละวรรคกำหนดให้มี ๕ คำ สำหรับสัมผัสบังคับของร่าย
สุภาพ กำหนดให้คำสุดท้ายของวรรคหน้าส่งสัมผัสไปยังคำที่ ๑ หรือที่ ๒
หรือที่ ๓ เพียงดำใดคำหนึ่งในวรรคถัดไป การส่งสัมผัสเป็นไปเช่นนี้จน
กระทั่งจบด้วยโคลงสองสุภาพ ส่วนสัมผัสในซึ่งเป็นสัมผัสที่ไม่บังคับในร่าย
สุภาพใช้ไดทั้งสัมผัสพยัญชนะและสัมผัสสระ แต่นิยมสัมผัสพยัญชนะมากกว่า

วรรคทองจากเรื่อง”มหาเวสสันดรชาดก”

โส โพธิสตฺโต ปางนั้นสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์ ตรัสได้ทรงฟังพระลูกน้อย ทรง

กันแสงทูลละห้อยวันนั้น กลั้นพระโศกมิได้ละอายพระทัยแก่เทพยดา ปณฺณสาลํ ปวิ

สิตฺวา เสด็จเข้าสู่ภายในพระบรรณศาลา ซบพระพักตราทรงพระกันแสงสะอื้นไห้ ว่า

โอ้เจ้าเพื่อนเข็ญใจของพ่อเอ่ย เจ้าเคยกระทำกรรมไว้เป็นไฉน จึ่งมาตกเข็ญใจไร้ยาก

อนาถา ให้พราหมณ์ชราร่างร้ายกาจ ตะแกมาทำสีหนาทโพยโบยตี โอเวลาปานฉะนี้ก็

สายัณห์ คนทั้งหลายเขาเรียกกันกินอาหาร บ้างก็เล้าโลมลูกหลานให้อาบน้ำแล้วหลับ

นอน แต่สองบังอรของพ่อนี้ ใครจะปราณีให้นมน้ำ ก็จะตรากตรำลำบากใจ ที่ไหนจะ

เดินได้ด้วยพระบาทเปล่า ทั้งไอแดดจะแผดเผาให้พุพอง จะชอกช้ำคล้ำเป็นหนองลง

ลามไหล สองสุริยวงศ์ตั้งแต่ว่าจะทรงกันแสงไห้ สุดอาลัยของพ่อแล้วที่จะติดตาม จะ

บ่ายหน้าไปหาพราหมณ์เมื่อยามเย็น เฒ่าจัญไรไหนเลยจะเห็นด้วยสองเจ้า มีแต่จะรุก

เร้าคำรามตี .... เจ้าพระยาพระคลัง(หน)

แผนผังฉันทลักษณ์: บทร้อยกรองประเภทร่ายยาว

ชนิดของคำประพันธ์:ประเภทร่ายยาว

ลักษณะบังคับคณะ:ร่ายยาวบทหนึ่งจะมีกี่วรรคก็ได้ ส่วนมากมี ๕ วรรค
ขึ้นไป คำในวรรคหนึ่ง ๆ มีตั้งแต่ ๖-๑๐ คำ หรือบางทีมากกว่านั้น
ลักษณะบังคับสัมผัส : ร่ายยาวมีบังคับเฉพาะสัมผัสระหว่างวรรค ให้คำ
สุดท้ายของวรรคต้นสัมผัสคำใดคำหนึ่งของวรรค ต่อ ๆ ไป โดยไม่
กำหนดว่าจะต้องเป็นคำใด แต่ไม่ควรให้อยู่ใกล้ชิดกับคำสุดท้าย
ลักษณะบังคับเอกโทและคำสร้อย ร่ายยาวไม่มีการบังคับเอกโท และคำ
สร้อยอย่างร่ายสุภาพ ส่วนมากมีคำสร้อยเมื่อจบตอน

แหล่งที่มา

นางสาวกอบกุล ขวัญสุข (๒๕๕๑) เรื่องวรรคทองในวรรณคดี

https://xyzpoppk.wixsite.com/work150412/about

สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔

นายนราวุธ แก้วกอง(๒๕๕๘) เรื่องวรรคทองในวรรณคดี
จาก https://krupiyarerk.wordpress.com/tag//วร รคทอง
เรื่องพระอภัยมณี/
สืบค้นเมื่อ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔

เสาวรส สายแก้ว(๒๕๕๘) เรื่อง สุนทรภู่ ผู้แต่งพยัคฆ์กูรู
จากhttps://language-
thai.blogspot.com/2014/09/11_15.html
สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔

บทพากย์เอราวัณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วิชาภาษาไทย
จากhttps://blog.startdee.com/บทพากย์เอราวัณ
สืบค้นเมื่อ ๒๐กันยายน ๒๕๖๔


Click to View FlipBook Version