1 แบบทดสอบวัดทักษะการรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 10 ข้อ คะแนนรวม 10 คะแนน ชื่อ-สกุล…………………………………………………………………………………………….. ชั้น …………….. เลขที่ ……… จิ้งจกหางขาด หางจิ้งจกขาดได้ มันไม่ตาย ไม่เรียกว่าพิการ บางสิ่งในชีวิตคนเราก็เช่นกัน เราขาดมันได้ ไม่ตาย แต่หากเมื่อใดที่เรายึดติดไม่ยอมปล่อยไป ก็คงคล้ายเมื่อถึงเวลาสำคัญ แล้วจิ้งจกนั้นไม่ยอมตัดหางตัวเอง… คงเคยเห็นกัน บางครั้งที่จิ้งจก หรือสัตว์เลื้อยคลานประเภทกิ้งก่า มันไปไหนมาไหนโดยไม่มีหาง หลายคนทราบดีว่านี่มันอาจเพิ่งรอดตายมา เพราะสัตว์เหล่านี้มีความสามารถพิเศษในการเอาตัวรอดจากสัตว์ นักล่าอื่น ๆ ด้วยการสลัดหางทิ้งไว้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ อันที่จริงแม้หางจะงอกได้ใหม่ แต่ก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิมเสียทีเดียว เพราะนอกจากต้องใช้เวลาแล้ว ยังมี ผลต่อการเจริญเติบโต รวมถึงมีผลทางร่างกายบางอย่างที่แตกต่างกันไป แต่มันคงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับต้อง เสียชีวิตไปเลย… “มนุษย์” แม้ไม่มีหางที่งอกใหม่ได้ แต่กลับยึดติดหลายสิ่งยิ่งกว่าหางของจิ้งจกเสียอีก ทั้งที่อาจไม่ใช่ ส่วนสำคัญของชีวิต อีกทั้งบางสิ่งที่ต้องเสียไปนั้น หากยังมีชีวิต เราอาจสร้างสิ่งนั้นได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเสียแฟน, เสียเงิน, เสียงาน, เสียศักดิ์ศรี แม้กระทั่งเสียเวลา เหล่านี้เราสร้างได้ เปลี่ยนได้ หา ใหม่ได้ และเริ่มใหม่ ที่อาจดีกว่าเดิมได้ทั้งสิ้น… เพียงแต่หลายคนไม่ยอมตัด ไม่ยอมปล่อย ยึดไว้ ลากไป แบกไปจนตาย ทั้งที่มันไม่ใช่อวัยวะ หรือส่วน หนึ่งของเราตอนเกิดมาแท้ ๆ บางทีคนเราจะอยากมีหางที่มองไม่เห็น แล้วหลุดไม่ได้ ตัดไม่ได้ไปทำไมกัน? ผู้เขียน : Sirichaiwatt ที่มา https://sirichaiwatt.com 1. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องตามบทอ่าน ก. จิ้งจกหางขาด ไม่ถือเป็นความพิการ ข. จิ้งจกและกิ้งก่าเป็นสัตว์ประเภทเดียวกัน ค. แม้สลัดหางทิ้ง แต่จิ้งจกสามารถงอกหากใหม่ที่เหมือนเดิมได้ ง. การสลัดหางทิ้งเป็นความสามารถพิเศษของสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด 2. สุภาษิตใดต่อไปนี้ มีความหมายตรงกับคำว่า “มนุษย์” ที่ผู้เขียนกล่าวถึงในบทอ่าน ก. ถอยหลังเข้าคลอง ข. หมาในรางหญ้า ค. ตัดหางปล่อยวัด ง. ฆ่าไม่ตายขายไม่ขาด
2 3. จากสถานการณ์ของนที มานพ ปรานี และกานดา นทีเป็นนักเรียนแพทย์ชั้นปีที่ 2 แต่ตัดสินใจซิ่วไปเรียนคณะที่ตนชอบ มานพบอกเลิกกับกานตามา 7 ปี แล้ว แต่ใจยังตัดไม่ได้ จึงยังไม่มีความสัมพันธ์ใหม่ ปรานีเรียนวิศวะแต่หางานทำไม่ได้ จึงผันตัวมาเปิดร้านเบเกอรี่ที่ตนเคยใฝ่ฝันมาก่อน กานตารู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่เป็นคนถูกบอกเลิก จึงคบกับแฟนหนุ่มหลายๆคนและเป็นคนบอกเลิกเมื่อ ความสัมพันธ์กำลังไปได้ดีนักเรียนคิดว่า ใครใช้ชีวิตได้เหมาะสมตามจุดมุ่งหมายของผู้เขียน ก. นที กานดา ข. มานพ กานดา ค. นที ปรานี ง. ปรานี กานดา ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ 1) ขยายถนนให้กว้างเท่ากันตลอดสาย 2) พยายามลดการตัดกระแสของรถที่วิ่งบนถนนให้มากที่สุด โดยกำหนดจุดเส้นทางให้รถที่ออกจาก ตรอกซอกซอยไปออกในทางเดียวกัน เพื่อลดการตัดกระแสของรถทางตรง 3) ทำสะพานลอย หรือ อุโมงค์ตามสี่แยกที่มีรถมาก เพื่อลดปัญหาได้มากขึ้น 4) แก้ปัญหาเวลามีการกีดขวางเส้นทางการจราจรให้ได้เร็วที่สุด 5) วางแผนการขุดเจาะ และปรับปรุงพื้นผิวจราจรให้เป็นระบบเป็นระเบียบมากขึ้น โดยให้เหลือ เส้นทางที่รถจะหลีกเลี่ยงไปใช้ได้มากขึ้นในเวลาที่มีการขุดเจาะ และ ต้องดูแลให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว 6) ปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนให้ดีให้ได้มาตรฐานที่สุด มีความสะดวกสบาย ไม่แพง เพื่อให้ ประชาชนทั่วไปมีความไว้วางใจที่ใช้บริการ 7) ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องให้ความเอื้อเฟื้อกัน ให้ความร่วมมือให้ความเคารพกฎจาราจรอย่างเคร่งครัด และ ไม่ประมาทในการขับขี่ 8) มีบริการที่ดีอย่างทั่วถึง เมื่อบริการดีประชาชนก็อยากใช้บริการไม่ต้องซื้อรถมาขับเองให้สิ้นเปลือง 9) ปรับปรุงการปล่อยสัญญา ไฟจราจร ให้สัมพันธ์กัน ให้รถวิ่งได้ต่อเนื่องตลอดเส้นทาง 10) พยายามขยายถนนเพื่อรองรับกับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นให้ทันกัน 11) พยายามลดการเพิ่มปริมาณรถลงด้วยการ ออกกฎการซื้อรถใหม่ดังนี้ - ในการซื้อรถใหม่ต้องใช้เงินสดเท่านั้น ห้ามซื้อด้วยระบบเงินผ่อน ( กฎเกณฑ์นี้ต้องไม่เห็น แก่ผู้ประกอบการขายรถ จึงจะได้ผลดี ) - เก็บภาษีรถให้สูงขึ้น - ซื้อรถแล้วต้องมีที่จอดรถห้ามมาจอดในถนน - รถเก่าเกิน 10 ปี ห้ามวิ่งในกรุงเทพฯ ให้ไปวิ่งในต่างจังหวัดเท่านั้น - ออกใบอนุญาตขับขี่ให้ยากขึ้น ป้องกันไม่ให้มีการซื้อใบอนุญาตขับขี่ ที่มา : https://dparktraffic.com/traffic
3 4. ข้อความใดเป็นข้อคิดเห็นของผู้แต่ง ก. ออกใบอนุญาตขับขี่ให้ยากขึ้น ป้องกันไม่ให้มีการซื้อใบอนุญาตขับขี่ ข. การซื้อรถใหม่ต้องใช้เงินสดเท่านั้น ห้ามซื้อด้วยระบบเงินผ่อน ค. ขยายถนนเพื่อรองรับกับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น ง. ถูกทุกข้อ 5. ข้อใดต่อไปนี้ที่ผู้แต่งไม่ได้กล่าวถึง ก. ทิศทางการขับขี่ ข. อุปนิสัยของผู้ขับขี่ ค. วิธีซื้อรถด้วยเงินผ่อน ง. การออกใบอนุญาตขับขี่ 6. จุดมุ่งหมายของผู้แต่งคืออะไร ก. ให้ความรู้เรื่องการแก้ปัญหาเมื่อพบจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ข. ให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐและผู้ใช้รถใช้ถนนในการแก้ปัญหาจราจรติดขัดในเขตปริมณฑล ค. ให้ข้อเสนอแนะในการเลือกใช้ขนส่งมวลชนหรือรถส่วนตัวในการเดินทางในปริมณฑล ง. ให้ผู้ขับขี่เลือกเส้นทางขับขี่ด้วยตนเองอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดกีดขวางการเดินทางของผู้อื่น 7. นักเรียนคิดว่าแนวทางการขยายถนนให้กว้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัด เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ก. เหมาะสม เพราะจะได้มีพื้นที่ขับขี่รถเพิ่มขึ้น เวลาแซงจะได้สะดวกขึ้น ข. ไม่เหมาะสม เพราะมีคนซื้อรถน้อยลงทุกปี จึงไม่ต้องขยายถนนเพิ่ม ค. เหมาะสม เพราะเจ้าของที่ดินสามารถรับเงินทดแทน เป็นการกระจายรายได้แก่ประชาชน ง. ไม่เหมาะสม เพราะการขยายถนนเพิ่มขึ้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาจราจรติดขัดที่ปลายเหตุ
4 โชคดีที่ไม่เก่งมาก่อน “ก็เขาเก่งนี่” ประโยคที่นัยหนึ่งก็ชื่นชม นัยหนึ่งก็ประชดประชัน แล้วบางทีก็ไม่ใช่ประชดใครแต่ประชด จิตใจตัวเอง จริงอยู่มีหลายเรื่องที่เราเก่งสู้เขาไม่ได้ แต่เราล้วนเก่งขึ้นได้ ทว่าหากต้องแข่งขันกัน เชื่อหรือไม่ บางเรื่องก็โชคดีที่เราไม่เก่งมาก่อน ความเก่ง เกิดขึ้นได้หลายแบบไม่ว่าจะ ความหมั่นเพียร(ฝึกซ้อม), ประสบการณ์, สิ่งแวดล้อมเกื้อหนุน, มีต้นทุนบางอย่างดี เหมือนคนเกิดมาร่างกายสูงใหญ่มีโอกาสเก่งในกีฬาหลายประเภท นี่ก็ถือว่าต้นทุนดี แต่เหล่านี้เองจึงย้อนไปบั่นทอนคนที่คิดว่าตนไม่เก่ง ส่วนหนึ่งก็ใช่ว่าผิด แต่แน่นอนไม่ถูก และกลายเป็นถ่วง อนาคตอย่างมาก นอกจากนี้ในอาชีพ และธุรกิจที่ผมทำ ผมก็ถือว่าใหม่ในสายนี้ ผ่านประสบการณ์น้อยมาก แต่หลังจาก นั้นร่วม 10 ปีที่ทำมาได้ล้วนเพราะไม่เก่งมาก่อนนี่แหละ เชื่อว่ามีอีกหลายเรื่องในการทำงาน การทำธุรกิจ หรือแนวคิดต่าง ๆ ของคนเรา ไม่สำคัญเลยว่าเราเคย เก่งมาก่อนไหม เพราะการคิดว่าเก่งหรือไม่เก่งในวันนี้ บางทีมีแต่ข้อเสีย ในเชิงหากไม่เอาไป “กดดันตัวเอง” ก็“หลงตัวเอง” ถ้าเกิดผลลัพธ์ดีก็ทำต่อ ไม่ดีก็คิดใหม่ มีอะไรให้ทำเรื่อย ๆ สนุก โชคดีที่ไม่เก่งมาก่อนจริง ๆ ผู้เขียน : Sirichaiwatt ที่มา https://sirichaiwatt.com 8. จากบทอ่าน “โชคดีที่เราไม่เก่งมาก่อน” นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไร ก. เห็นด้วย เพราะทุกคนไม่ควรเก่งอะไรเลย ข. เห็นด้วย เพราะทุกคนมีความเก่งที่แตกต่างกัน หากเรายังไม่เก่งเรื่องใดก็สามารถเรียนรู้และพัฒนา ตัวเองได้ ค. ไม่เห็นด้วย เพราะความเก่งจะทำให้เรามั่นใจและอยู่เหนือผู้อื่น ง. ไม่เห็นด้วย เพราะความเก่งจะทำให้มีโอกาสมากกว่าคนที่ไม่เก่ง 9. จากบทอ่านผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายอย่างไร ก. เพื่อบั่นทอนหรือกดดันผู้ที่คิดว่าตนเองไม่เก่ง ข. เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนเก่งมีโอกาสมากกว่าคนไม่เก่ง ค. เพื่อให้ผู้อ่านมีกำลังใจในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ง. เพื่อให้ผู้อ่านเกิดการแข่งขันกับผู้อื่นมากขึ้น 10. หากนักเรียนสอบได้คะแนนไม่ดีและคิดว่าตนเองไม่เก่ง นักเรียนจะปฏิบัติตนตามข้อใดจึงจะเหมาะสมที่สุด ก. นิสา พูดประชดประชันเพื่อนที่สอบได้คะแนนดีกว่าตนเอง ข. นิดา กดดันตนเองจนเกิดความเครียด ค. นิภา ไม่สนใจและปล่อยผ่านเรื่องที่เกิดขึ้น ง. นิชา เรียนรู้ผ่านข้อผิดพลาดแล้วนำมาพัฒนาตนเอง