ส
มุ
ท
ร
ป
ร
า
ก
า
ร
บางปู
สารบัญ
01-02 ประวัติจังหวัดสมุทรปราการ
03 ตราประจำจังหวัด และ คำขวัญประจำจังหวัด
สมุทรปราการ
04 ข้อมูลการเดินทาง
05-13 สถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดสมุทรปราการ
14 อาหารประจำจังหวัด
15-18 ประเพณี และ วัฒนธรรม จังหวัดสมุทรปราการ
19 เพลงประจำจังหวัด
20-30 สมาชิกกลุ่ม
31-33 ขั้นตอนการดำเนินงาน
01
ประวัติ
สมุทรปราการ” เป็นเมืองที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ เนื่องจากที่ตั้งเป็นเขตยุทธศาสตร์ทางน้ำ คำว่า
“สมุทรปราการ” มาจาก คำว่า “สมุทร” ซึ่งแปลว่าทะเล และ “ปราการ” ที่แปลว่า กำแพง จึงมีความหมายโดยรวมว่า
“กำแพงริมน้ำ” และหากย้อนหลังไป 800 ปีเศษ ชนชาติขอมซึ่งมีความรุ่งเรืองอยู่ ในขณะนั้น ได้สร้างเมือง
พระประแดงบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเป็นเมืองหน้าด่าน ซึ่งสันนิษฐานว่า ในปัจจุบันคือบริเวณท่าเรือ
คลองเตย และต่อมาแผ่นดินบริเวณรอบเมืองพระประแดงนั้นได้งอกออกไปในทะเล โดยทิศใต้แผ่นดินงอกถึงแถบ
ตำบลปากคลองบางปลากด ซึ่งอยู่ทางฝั่ งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา และทางฝั่ งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาแผ่นดินได้งอก
ถึงบริเวณตำบลบางด้วน บางหมู และบางนางเกรง ทำให้เมืองพระประแดงมีความสำคัญลดลง เนื่องจากอยู่ห่างจาก
บริเวณปากแม่น้ำ ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2163 – 2171 สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้โปรด
ให้สร้างเมืองสมุทรปราการขึ้นใหม่ เพื่อเป็นเมืองปากน้ำหน้าด่านของกรุงศรีอยุธยา และใช้เป็นสถานที่ทำการค้าขาย
กับชาวฮอลันดา โดยทรงพระราชทานที่ดินบริเวณคลองบางปลากด ให้ชาวฮอลันดาไว้เป็นเมืองการค้าซึ่งเรียกว่า “นิ
วอัมสเตอร์ดัม” ในปี พ.ศ. 2306 สมัยกรุงธนบุรี เป็นสมัยที่สร้างราชธานีใหม่ สมเด็จพระเจ้าตากสิน โปรดเกล้าฯ ให้
รื้อกำแพงเมืองพระประแดงเดิมที่ตำบลราษฎร์บูรณะ เพื่อไปสร้างกำแพงพระราชวังจึงทำให้กำแพงเมืองพระประแดง
เดิมสูญหายสิ้นซากนับแต่นั้นมา ในปี พ.ศ. 2352 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช ทรงเห็นความสำคัญที่จะต้องสร้างเมืองทางชายฝั่ ง เพื่อป้องกันศัตรูที่จะรุกล้ำมาจากทางทะเลสู่แม่น้ำ
เจ้าพระยา ซึ่งเดิมมีเมืองพระประแดงและเมืองสมุทรปราการเป็นเมืองหน้าด่าน แต่อยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก
พระองค์จึงดำริที่จะบูรณะเมืองพระประแดงเซึ่งอยู่ทางด้านขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา
02
ระหว่างเมืองสมุทรปราการและกรุงเทพฯ โดยโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ลง
สำรวจพื้นที่บริเวณปากน้ำเจ้าพระยา เพื่อสร้างเมืองขึ้นใหม่และสร้าง “ป้อมวิทยาคม” ที่ฝั่ งซ้ายของแม่น้ำ
เจ้าพระยา ปี พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเปลี่ยนคำว่าเมืองเป็น
จังหวัดเมืองสมุทรปราการจึงเปลี่ยนเป็น “จังหวัดสมุทรปราการ” ประกอบด้วยอำเภอสมุทรปราการ
อำเภอบางบ่อ อำเภอบางพลี และอำเภอสีชัง และเมืองพระประแดงเป็น จังหวัดพระประแดง ประกอบด้วย
อำเภอพระประแดง อำเภอพระโขนง และอำเภอราษฎร์บูรณะ ปี พ.ศ. 2475 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลต้องประหยัดการใช้จ่ายเงิน
ของแผ่นดิน จึงโปรดฯ ให้ยุบจังหวัดพระประแดงขึ้นกับจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระโขนงขึ้นกับ
จังหวัดพระนคร และอำเภอราษฎร์บูรณะขึ้นกับจังหวัดธนบุรี(ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) ในปี
พ.ศ. 2485 ได้มีพระราชบัญญัติรวมจังหวัดพระนคร ธนบุรี สมุทรปราการ และนนทบุรีเข้าไว้ด้วยกัน รวม
เรียกว่า นครบาล กรุงเทพฯ ธนบุรี และในปี พ.ศ.2486 มีการปรับปรุงระเบียบการปกครองใหม่ ยุบจังหวัด
สมุทรปราการขึ้นกับจังหวัดพระนคร และในปี พ.ศ. 2489 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัด
สมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนครนายก ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9
พฤษภาคม พ.ศ. 2489
03
ตราประจำจังหวัดสมุทรปราการ
เป็นรูปพระสมุทรเจดีย์และพระอุโบสถ
ที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร พระเจดีย์
หมายถึง พระสมุทรเจดีย์ที่สร้างอยู่กลางแม่น้ำ
ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระ
ไตรปิฎก พระอุโบสถ หมายถึง พระอุโบสถที่
ประดิษฐานพระพุ ทธรูปยืนปางห้ามสมุทร
คำขวัญประจำจังหวัดสมุทรปราการ
“ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ
สงกรานต์พระประแดง ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม”
04
ข้อมูลการเดินทาง
ทางเลือกใน สมุทรปราการ, ประเทศไทย สมุทรปราการอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันออก
เฉียงใต้ประมาณ 29 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดสมุทรปราการได้อย่างสะดวก
หลายวิธี ทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทาง
โดยรถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท (สายเก่า) และทางหลวงหมายเลข
303 (ถนนสุขสวัสดิ์) ระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร เข้าสู่ตัวเมือง
จังหวัดสมุทรปราการ
โดยรถประจำทาง
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้ง
ปรับอากาศและไม่ปรับอากาศหลายสาย จากในตัวเมืองกรุงเทพฯ
ผ่านบริเวณต่างๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ โดยจุดจอดรถประจำทางที่
สำคัญ ได้แก่ บางนา สำโรง ปากน้ำ บางพลี และพระประแดง
สถานที่ท่องเที่ยว
จังหวัดสมุทรปราการ
06
เมืองโบราณ
เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี พ.ศ. 2506
ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางปูใหม่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวบรวมงานด้านศิลปวัฒนธรรมของไทยตั้งแต่ช่วง
ก่อนประวัติศาสตร์ ไปจนถึง รัตนโกสินทร์ ภายในเมืองโบราณจะเป็นการจำลองงานสร้างต่างๆ อาทิ
โบราณสถาน วัด พระราชวัง โดยทำให้มีขนาดเล็กลงเป็น 3 ใน 4 ส่วน โดยประมาณ เช่น ปราสาทหิน
พนมรุ้ง พระธาตุไชยา วัดมหาธาตุสุโขทัย พระพุทธบาทสระบุรี พระธาตุเมืองนคร พระที่นั่งสรรเพชญ
ปราสาท อยุธยา พระปรางค์สามยอด ปราสาทหินพิมาย พระแท่นที่ประทับ ศาลาแปดเหลี่ยม สวนไกรทอง
ท้องพระโรงกรุงธนบุรี เป็นต้น
07
พระสมุทรเจดีย์
เป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 บ้านเจดีย์ ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2)
ทรงสร้างพระมหาเจดีย์ ขึ้นในขณะที่สร้างเมืองสมุทรปราการและป้อมปราการ 6 ป้อม ได้แก่ ป้อมประโคนชัย ป้อม
นารายณ์ปราบศึก ป้อมปราการ ป้อมประกายสิทธิ์ ป้อมนาคราช และ ป้อมผีเสื้อสมุทร การสร้างยังมิทันเสร็จได้เสด็จ
สวรรคตเสียก่อน ต่อมาในรัชกาลที่ 3 ได้ทรงสร้างต่อจนสำเร็จและสร้างป้อมขึ้นอีก 3 แห่ง คือ ป้อมตรีเพชร ป้อม
คงกระพัน และป้อมเสือซ่อนเล็บ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2402 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้ทรงปฏิสังขรณ์พระสมุทรเจดีย์ให้
สูงขึ้นและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างป้อมชายทะเลอีกแห่งหนึ่ง พระราชทานนามว่า “ป้อมพระจุลจอมเกล้า”
ซึ่งในปัจจุบันป้อมต่างๆ ได้ปรักหักพังลงคงเหลือแต่ป้อมผีเสื้อสมุทรและป้อมพระจุลจอมเกล้าเท่านั้น
08
วัด
อโศการาม
ตั้งอยู่ถนนศรีสมุทร ตำบลปากน้ำ ปัจจุบันเป็น
พระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสมัยอยุธยา ตอน
ปลาย เดิมชื่อ วัดตะโกทอง
พระอุโบสถได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3
หน้าบันมีลายปูนปั้ นประดับเครื่องลายคราม
ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องปฐมสมโพธิกถา
ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2449 มีการสร้างพระมณฑป
ประดิษฐานพระพุ ทธบาท 4 รอย หน้าบันมีลายปูน
ปั้ นเครื่องแถวประดับด้วยถ้วยจานเบญจรงค์
ยอดสุดแต่ละมุมมีปูนปั้ นหน้าของท้าวจตุโลกบาล
ตามเค้าโครงเรื่องไตรพระภูมิพระร่วง เบื้องบน
ของผนังภายในซุ้มพระพุ ทธรูปขนาดย่อมโดยรอบ
ศาลาการเปรียญลักษณะเป็นเรือนไทยแบบเรือน
หมู่ไม้สักทั้งหลัง หน้าบันมีลวดลายไม้สลักละเอียด
อ่อนสวยงามควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง
09
พิพิธภัณฑ์
หัวเฉียว
เฉลิมพระเกียรติ
ตั้งอยู่ที่อำเภอบางพลี ในมหาวิทยาลัยหัวเฉียว
เฉลิมพระเกียรติ ก่อตั้งขึ้นด้วยปณิธานของมูลนิธิ
ปอเต็กตึ๊ ง ในการช่วยเหลือเพื่ อนมนุษย์และปรัชญา
มหาวิทยาลัย ในการบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรมและ
การวิจัยเพื่ อชุมชน
จัดแสดงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน ด้านต่างๆ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น ด้านการค้าทางเรือ
สำเภา การอพยพของชาวจีนเข้ามาประเทศไทยใน
สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การจำลองร้านขายยา
แผนโบราณ ภูมิปัญญาชาวจีนด้านการทอผ้า
ว ร ร ณ ก ร ร ม ที่ แ ป ล จ า ก ภ า ษ า จี น
วัดบางพลีใหญ่ใน
เดิมมีชื่อว่า วัดพลับพลาไชยชนะสงคราม สร้างขึ้น
เพื่ อเป็นอนุสรณ์สำรึกถึงชัยชนะของสมเด็จพระ
นเรศวรมหาราช
ตั้งอยู่ที่ริมคลองสำโรง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอ
บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีพระพุ ทธรูปปาง
มารวิชัยศิลปะสมัยสุโขทัย เบิกเนตร ขัดสมาธิ องค์
สีทองอร่าม ชื่อหลวงพ่อโต ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยม
ไปกราบไหว้เพื่ อขอพรเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เพราะ
เ ชื่ อ ว่ า ท่ า น ส า ม า ร ถ ข จั ด ปั ด เ ป่ า โ ร ค ภั ย ไ ข้ เ จ็ บ ใ ห้ห า ย
ในเร็ววัน และสามารถคุ้มครองให้ผู้ไปกราบไหว้
แ ค ล้ ว ค ล า ด ป ล อ ด ภั ย จ า ก ภ ยั น ต ร า ย ไ ด้
10
ตลาดน้ำ เสน่ห์ของตลาดน้ำแห่งนี้ คือ วิถีชีวิตชาวบ้านริม
คลอง ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ
บางน้ำผึ้ง
ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้ นบ้านและอาหารที่
เป็นตลาดน้ำแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณ มีชื่อเสียงของชุมชน เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา ปั้ นธูป
ตำบลบางน้ำผึ้ ง เป็นการร่วมมือระหว่าง สมุนไพร หอยทอดขนมครก และมะม่วงน้ำดอกไม้
อบต.บางน้ำผึ้ ง และชาวบ้านในชุมชนสร้างตลาดน้ำ ร ว ม ถึ ง กิ จ ก ร ร ม ต่ า ง ๆ ใ น ต ล า ด ที่ ใ ห้ ค ว า ม บั น เ ทิ ง นั ก
แห่งนี้เพื่ อหาทางแก้ไขภาวะผลผลิตล้นตลาด ซึ่ง ท้องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ เช่น กิจกรรมร้องเพลง -
ตลาดน้ำแห่งนี้สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ เต้นรำ ปั่ นจักรยานเที่ยวชมชุมชนรอบเกาะบางกะ
เ ป็ น อ ย่ า ง ดี เจ้า และกิจกรรมสอนทำผ้ามัดย้อมสีที่บ้านธูปหอม
สมุนไพร เป็นต้น
สุดยอดที่ช็อป
11
ส ถ า น ต า ก อ า ก า ศ บ า ง ปู
อ ยู่ ใ น เ ข ต ตำ บ ล บ า ง ปู ใ ห ม่ เ ป็ น ส ถ า น ต า ก อ า ก า ศ ที่ มี ชื่ อ เ สี ย ง ม า เ ป็ น เ ว ล า น า น แ ล ะ เ ป็ น
ส ถ า น พั ก ฟื้ น พั ก ผ่ อ น ข อ ง ก ร ม พ ล า ธิ ก า ร ท ห า ร บ ก ภ า ย ใ น มี ส ว น ไ ม้ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ
ร้ า น อ า ห า ร บ้ า น พั ก ไ ว้ บ ริ ก า ร นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว แ ล ะ ใ น ช่ ว ง ป ร ะ ม า ณ เ ดื อ น พ ฤ ศ จิ ก า ย น ถึ ง
ป ล า ย เ ดื อ น ก ร ก ฎ า ค ม จ ะ มี น ก น า ง น ว ล อ พ ย พ ม า ห า กิ น อ ยู่ ต า ม ช า ย ท ะ เ ล
12
พิ พิ ธภัณฑ์
ช้างเอราวัณ
“ป้อมพระจุลจอมเกล้า” หรือเรียกสั้น ๆ
ติดปากว่า “ป้อมพระจุล”
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2427 ในสมัยพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
เพื่ อป้องกันการรุกรานจากอังกฤษและ
ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นชัยภูมิเหมาะสม หากมีเรือรบ
ของข้าศึกบุกเข้ามาทางปากน้ำ
ป้อมแห่งนี้สร้างเป็นป้อมปืนใหญ่แบบตะวัน
ตก และได้ติดตั้งปืนหลุมหรือปืนเสือหมอบ
จำนวน 7 กระบอก เข้าประจำการโดยเป็นปืน
ที่มีสมรรถนะสูง ถือเป็นปืนใหญ่บรรจุท้ายรุ่น
แรกที่มีการใช้ในกองทัพเรือ ถือเป็นป้อมปืนที่
ทันสมัยที่สุดแล้วในสมัยนั้น
พิ พิ ธภัณฑ์ช้าง
เอราวัณ
ช้ า ง เ อ ร า วั ณ ห รื อ ช้ า ง ส า ม เ ศี ย ร เ ป็ น ป ร ะ ติ ม า ก ร ร ม
ล อ ย ตั ว ด้ ว ย วิ ธี เ ค า ะ มื อ แ ห่ ง แ ร ก ที่ ใ ห ญ่ ที่ สุ ด ใ น โ ล ก ทำ จ า ก
โ ล ห ะ ท อ ง แ ด ง แ ผ่ น เ ล็ ก สุ ด ข น า ด เ ท่ า ฝ่ า มื อ นำ ม า เ รี ย ง ต่ อ
กั น ด้ ว ย ค ว า ม ป ร ะ ณี ต นั บ แ ส น ชิ้ น
ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท (สายเก่า)ผ่านแยกบางพลี ก่อนถึงแยก
ปากน้ำ พิ พิ ธภัณฑ์แห่งนี้สร้างจากแรงบันดาลใจ และความคิดของ
คุณเล็ก-วิริยะพั นธ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ
และปราสาทสัจธรรม เมืองพั ทยาจังหวัดชลบุรี ให้เป็นสถานที่เก็บ
รักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่ อสืบสาน
อนุรักษ์งานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลานสืบไป และเป็นสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมเดินทางไปสักการะบูชา
13
ฟาร์มจระเข้
และสวนสัตว์
สมุทรปราการ
ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2493 อยู่ถนนท้าย
บ้าน ตำบลท้ายบ้าน ปัจจุบันเป็นฟาร์ม
จระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ภายในเป็นสถานเพาะเลี้ยงจระเข้ขนาด
ต่างๆ กว่า 60,000 ตัว มีการแสดง
โชว์จระเข้ทุกวัน ภายในฟาร์มยังมีสัตว์
อื่น ๆ อีก เช่น เสือ ลิงชิมแปนซี ชะนี
เต่า งู นก อูฐ ฮิปโปโปเตมัส กวาง
และปลาจำนวนมาก นอกจากนี้ยัง
สามารถเข้าชม พิ พิ ธภัณฑ์ไดโนเสาร์
ได้จัดแสดงกระดูกและหุ่นจำลอง
ไดโนเสาร์ พร้อมการฉายสไลด์มัลติ
วิชั่นให้ความรู้เรื่องของมนุษย์และสัตว์
ดึกดำบรรพ์ อีกด้วย
14
อาหารประจำจังหวัด
กุ้งเหยียด เป็นภูมิปัญญาของชาว“บ้านสาขลา” ต.นา
เกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เดิมกุ้งเหยียด
เริ่มจากการทำเพื่อรับประทานกันเองในครัวเรือน โดยใน
ขณะนั้นยังไม่ได้ใช้ชื่อเรียกกว่ากุ้งเหยียด
การทำกุ้งเหยียดสมัยก่อนเป็นการนำกุ้งที่เลี้ยงไว้ มาต้ม
ให้สุกและใส่น้ำตาลเพิ่มความหวาน แบบที่เราคุ้นหูกันใน
ชื่อของ “กุ้งเชื่อม” “กุ้งต้มน้ำผึ้ง” หรือ “กุ้งหวาน” แล้ว
แต่ลักษณะการเรียกตามภูมิภาค และด้วยรสชาติความ
หอมหวานของกุ้งและสีสันแดงสดที่น่ารับประทาน
ทำให้ชาวบ้านเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทำตัวกุ้งให้
กลายเป็นกุ้งเหยียดที่แพร่หลายในถึงปัจจุบัน กุ้งเหยียด
สามารถรับประทานได้ทั้งเนื้อและเปลือก รสชาติของกุ้ง
เหยียดจะหอมและหวานนำ ตัวกุ้งมีลักษณะกรอบนอก
ถือเป็นอาหารและของฝากที่ขึ้นชื่อของบ้านสาขลา
ปลาสลิดแห้งบางบ่อ เดิมชาวบ้านแถบ อ. บางบ่อ มี
อาชีพทำนาข้าว ต่อมามีโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้นและ
รุกพื้นที่นา ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง น้ำจืดที่ใช้ในการ
ทำนาจึงกลายเป็นน้ำกร่อยค่อนข้างเค็ม ส่งผลให้ได้
ผลผลิตข้าวไม่ดี ชาวบ้านจึงหันมาขุดบ่อเลี้ยงปลาสลิด
โดยใช้น้ำกร่อยนั้นเองเลี้ยงปลา
น้ำกร่อยเป็นแหล่งที่ไรแดงซึ่งเป็นอาหารชั้นยอดของปลา
สลิดเจริญเติบโตได้ดี ปลาสลิดจึงมีความสมบูรณ์ เมื่อ
ชาวบ้านนำมาแปรรูปโดยการหมักเกลือแล้วตากแดดจึง
ได้ปลาสลิดแห้งเนื้อนุ่มเหนียวอร่อย
เกร็ดความรู้
“ฝัดเกลือ” นี่คือกลวิธีถนอมอาหารแบบโบราณขนานแท้ เป็นการนำ
ปลาสลิดใส่ลงไปในกะละมัง จากนั้นใส่เกลือเม็ดโรยลงไปตามสูตร
แล้วกระดกกะละมังขึ้นลงเพื่อคลุกคล้ำให้เกลือซึมเข้าไปสู่ตัวปลา
03
ประเพณี และวัฒนธรรม
จังหวัดสมุทรปราการ
16
ประเพณี พระประแดงซึ่งเดิมเรียกว่า “สงกรานต์ปากลัด” ในงาน
สงกรานต์ มีขบวนแห่นางสงกรานต์ การละเล่นพื้ นเมืองของชาว
พระประแดง มอญ เช่น มีการสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ปล่อย
จังหวัด นกปล่อยปลา การเล่นสะบ้า และเล่นสาดน้ำกันอย่าง
สมุทรปราการ สนุกสนาน
เมืองพระประแดง หรือเมืองนครเขื่อนขันธ์หรือที่ชาว
รามัญเรียกว่าเมืองปากลัด เป็นเมืองเก่าแก่มีประเพณี
และศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เนื่องจาก
มีพื้ นที่เสมือนเมืองหน้าด่านของประเทศไทยพระบาท
สมเด็จพระพุ ทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ได้ทรง
สร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์ และได้ย้ายครอบครัวรามัญ
จากเมืองสามโคก จังหวัดปทุมธานี จำนวน 300 คน
มาตั้งถิ่นฐาน ณ ที่นี้ ฉะนั้นประเพณีและศิลป
วัฒนธรรมเก่าแก่จึงเกี่ยวกับชาวรามัญทั้งสิ้น อาทิ
การสรงน้ำพระพุ ทธรูปในมณฑป วัดโปรดเกศเชษฐา
ราม การปล่อย นกปล่อยปลา โดยมีตำนานอยู่ 2
ประการ
ประการแรก เป็นการช่วยชีวิตปลาที่ตกคลักอยู่ตาม
หนองบึงที่กำลังแห้งในฤดูแล้ง ชาวบ้านจะช่วยกันจับ
ปลาไปปล่อยในที่มีน้ำเพื่ อให้พ้ นความตาย
ประการที่สอง เป็นการรักษาพั นธุ์ปลาในทางอ้อมอีก
ด้วย การแห่ปลาของชาวพระประแดงทำกันทุกปี
ระหว่างเทศกาลสงกรานต์ มีสาวราNมัญO Mร่วAมDขIบCวน แ| ห่ น2ำ4
ปลาไปปล่อยในที่ต่างๆ ตามความเหมาะสม
17
ประเพณีรับบัว หรือ ประเพณีโยนบัว เป็นประเพณีที่ ประเพณีรับบัว
สืบทอดกันมายาวนานของชาวบางพลี จัดขึ้นเป็นประจำ หรือโยนบัว
ทุกปี ในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 และช่วงเช้าตรู่ของวัน จังหวัด
ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ก่อนวันออกพรรษา บริเวณ สมุทรปราการ
ลำคลอง สำโรง หน้าที่ว่าการอำเภอบางพลี
การจัดงานประกอบด้วยการนมัสการและขบวนแห่
หลวงพ่ อโต ทั้งทางบกและทางน้ำ การแข่งขันกิจกรรม
พื้ นบ้าน อาทิ การจัดพานดอกบัวการประกวดเรือ
ประเภทต่าง ๆ และการแสดงการละเล่นพื้ นบ้าน เช่น
เพลงเรือ
ในช่วงเช้าตรู่ของวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 จะเป็นงาน
ประเพณีการรับบัวหรือโยนบัว โดยประชาชนจะโยน
ดอกบัวลงในเรือ ขบวนแห่พระพุ ทธรูปจำลองของ
หลวงพ่ อโต ในขณะเดียวกันชาวบางพลีก็จะโยนบัว ให้
กับคนต่างบ้านที่พายเรือมาเที่ยวด้วย เพื่ อเป็นการ
ทำบุญร่วมกัน
18
งานนมัสการองค์ จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดให้มีงานนมัสการพระสมุทรเจดีย์เป็น
พระสมุทรเจดีย์ งานประจำปีที่สำคัญของจังหวัด โดยกำหนดเอาวันแรม 5 ค่ำ
จังหวัด เดือน 11 ของทุกปีเป็นวันเริ่มงาน
สมุทรปราการ ช่วงเวลา ตั้งแต่ วันแรม 5 ค่ำ เดือน 11 เป็นระยะเวลา 7 วัน 7
คืน แต่มาระยะหลังได้ผนวกงานกาชาดไปด้วยเป็น 10 วัน 10 คืน
ความสำคัญ พระสมุทรเจดีย์ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเป็น
สัญลักษณ์ของชาวสมุทรปราการ อีกทั้งยังเป็นโบราณสถานที่
สำคัญของประเทศ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุ ทธเลิศหล้านภาลัย
ทรงดำริให้สร้างขึ้นและพระราชทานนามว่า "พระสมุทรเจดีย์" แต่
สร้างเสร็จเรียบร้อยในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ราษฎรจะเรียกกันว่า "พระเจดีย์กลางน้ำ" เป็นที่บรรจุพระบรม
สารีริกธาตุ 12 องค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากพระบรมมหาราชวัง
พระปิฏกธรรม พระปางห้ามสมุทรและพระชัยวัฒน์
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้นได้จัด
งานสมโภชเป็นที่ยิ่งใหญ่ และเป็นประเพณีสืบมาจนปัจจุบันนี้
พิ ธีกรรม วันแรม 2 ค่ำเดือน 11 จะมีพุ ทธศาสนิกชนทั้งชายหญิง
พร้อมใจกันไปช่วยเย็บผ้าแดงผืนใหญ่สำหรับห่ม องค์พระสมุทร
เจดีย์ ใช้เวลาอย่างช้า 2 วันเสร็จ ในวันแรม 5 ค่ำเดือน 11
คณะกรรมการจะเชิญขึ้นตั้งบนบุษบกโดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะแห่ไปรอบเมือง มีขบวนแห่ของสถานศึกษา หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้า
ร่วมขบวน และอัญเชิญผ้าแดงลงสู่เรือแห่แหนไปตามลำน้ำเจ้าพระยาไปถึงอำเภอพระประแดง แล้วอัญเชิญขึ้นรถแห่รอบตัวเมืองพระประแดง
เพื่ อให้ชาวพระประแดงได้ร่วม อนุโมทนาแล้วอัญเชิญลงเรือกลับมายังพระสมุทรเจดีย์มาทำพิ ธีทักษิณาวัตรรอบ องค์พระสมุทรเจดีย์แล้วจึงนำ
ผ้าแดงขึ้นห่ม แต่เดิมเรือสามารถแล่นได้รอบองค์พระสมุทรเจดีย์ ก็จะมีการละเล่นร้องเพลงเรือของสาวหนุ่มเป็นที่ครึกคNรื้นO MเรือAเDดิIนCไม่ ได|้จ ึ2งล4ด
ความครึกครื้นลงไป
เมื่องานแห่ผ้าห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ผ่านพ้ นไปแล้วจะเป็นการสมโภชมีมหรสพ การออกร้านตลอดระยะเวลา 7 วัน 7 คืน แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้ก่อนที่
จะกลับบ้านก็คือ การปิดทองและการไปนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์นั่นเอง สำหรับในคืนวันแรม 7 ค่ำนั้นจะมีงานตลอดรุ่ง ในเวลาเช้าของวัน
แรม 8 ค่ำจะมีการแข่งเรือพายเป็นที่สนุกสนาน
19
สแกนเลย
เพลงสมุทรปราการ
สมุ ทรปราการสถานจังหวัดเรานี้
พระสมุ ทรเจดีย์เป็นศรีสง่า
สองฟากฝั่ งแม่น้ำเจ้าพระยา
เรือกสวนไร่นาพืชผลอุ ดมมากมาย
อุ ตสาหกรรมทำเกลือกะปิน้ำปลา
ขนมจากเป็นสินค้าชื่ อเสียงแพร่หลาย
ก า ร ป ร ะ ม ง เ ส ริม ส่
ง อ า ชี พ ช า ว ไ ท ย
ซื้ อขายจ่ายเป็นอาหารของพลเมือง
เ จ้ า พ ร ะ ย า ธ า ร า ส า ย ใ ห ญ่
ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ทั่ ว ไ ป เ ดิ น เ รือ ค้ า ข า ย น อ ง เ นื อ ง
สมุ ทรปราการพัฒนารุ่งเรือง
ฟู เฟืองสมเป็นเมืองหน้าด่านชายทะเล
DDLLAWWW WWDWDE
สมาชิกกลุ่ม
โ ก อิ้ ง แ ม รี่
21
สมาชิ ก โกอิ้ งแมรี่
ชื่อ : นางสาวปานรดา สกุลณะมรรคา คติประจำใจ : ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน
หน้าที่ : หัวหน้ากลุ่มดำเนินงาน และ สมาชิกฝ่าย ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ : ได้รู้หลักและการ
เข้าเล่มและตกแต่ง แก้ไขปัญหาต่างๆในการทำงานกลุ่ม อีกทั้งได้พัฒนา
ทักษะการจินตนาการและการสื่อสารของผู้เรียน
โรงเรียนมัธยม : สตรีสมุทรปราการ
พื้นที่ภูมิลำเนา : อำเภอบางพลี จังหวัด
สมุทรปราการ
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม : หากทุกคนรับผิด
ชอบหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด กลุ่มจะสามารถ
ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ต้องมีการ
สื่อสารที่ดี ให้เข้าใจเหมือนกันให้มากที่สุด
ฟ้ า ใ ส
22
นายธีรพัฒน์ เนติพงศ์เมธี
ปริ้นซ์
โรงเรียนมัธยม : โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย
พื้นที่ภูมิลำเนา :
เขตสายไหม จังหวัดกรุงเทพมหานคร
หน้าที่ : หาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
คติประจำใจ : อะไรจะเกิดก็เกิด สิ่งที่เราคุมไม่ได้
ก็ปล่อยวางไว้
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม :
การเสนอความคิดและการโต้แย้งในเรื่องในการ
แก้ไขปัญหาต่างๆต้องกล้าที่จะนำเสนอความ
คิดของตัวเองออกมา จะได้ไม่เสียใจที่หลังที่ไม่
นำเสนอออกไป
ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ :
ได้ประสบการณ์การทำงานกลุ่มเห็นการแก้ไข
หัวข้อปัญหาต่างๆที่ได้รับในคาบของคนในกลุ่ม
23
นายปรเมศร์ สุขเมือง
ปอนด์ โรงเรียนมัธยม :
โรงเรียนวัดสุทธิวราราม
พื้นที่ภูมิลำเนา :
ขตบางคอแหลม จังหวัดกรุงเทพมหานคร
หน้าที่ :
ฝ่ายค้นหาข้อมูล หาข้อมูลเรื่องประวัติความเป็นมาของ
จังหวัดหวัดสมุทรปราการ และ การเดินทาง
คติประจำใจ :
บางทีเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่เราสามารถที่
จะเปลี่ยนตัวเองได้
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม :
เราทุกคนต่างมีจุดดี จุดด้อยในการทำงานที่แตกต่างกัน
ไม่มีทางที่คนเราจะเก่งไปทุกอย่างได้ การที่เราจะทำงาน
กลุ่มได้ดี เราจึงจำเป็นต้องดึงจุดดีและความถนัดของ
แต่ละคนออกมาเท่านั้นเอง
ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ :
ได้ฝึกการทำงานกลุ่มร่วมกับคนอื่น , ได้ลองเสนอความ
คิดของตนเอง , ได้พัฒนาความกล้าในการแสดงความคิด
, ความกล้าในการนำเสนองาน และได้ทำกิจกรรมต่างๆที่
สนุกและได้ความรู้
24
น า ย ณ ช ย สุ ข ส วั ส ดิ์
น้ำ แ ข็ ง
โรงเรียนมัธยม :
โ ร ง เ รี ย น เ บ ญ จ ม เ ท พ อุ ทิ ศ
พื้ นที่ภูมิลำเนา :
อำเภอเมือง จ.เพชรบุรี
หน้าที่ :
ฝ่ายหาข้อมูล หาข้อมูลเรื่อง
อ า ห า ร แ ล ะ เ อ ก ลั ก ษ ณ์ ข อ ง จั ง ห วั ด
ส มุ ท ร ป ร า ก า ร
คติประจำใจ :
เราไม่ได้ต้องการคนที่ดีที่สุด เรา
แ ค่ ต้ อ ง ก า ร ค น ที่ เ ห ม า ะ ส ม กั บ เ ร า
ที่ สุ ด
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม :
ความสามัคคี ความเข้าใจกันและกันเป็นสิ่งที่ช่วยให้งานกลุ่มประสบความสำเร็จ
ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ :
ได้เรียนรู้การทำงานที่เป็นระบบ มีการวางแผนในการทำงาน และได้เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับผู้อื่น
25
นายณภัทร วังไธสง
เฟรม
หน้าที่ : โรงเรียนมัธยม : ศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ
ฝ่ายค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมที่สะท้อนถึงความ
เป็นวิถีไทยของจังหวัด พื้นที่ภูมิลำเนา : อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
คติประจำใจ : ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ :
ทำดีกว่าไม่ทำ ได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น พูดคุยสื่อสาร
กันอย่างมีเหตุผล และการช่วยเหลือซึ่งกัน
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม : และกัน รวมไปถึงได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์
ความเข้าใจกันและกันของคนในกลุ่มเป็นสิ่ง ทำให้ได้พัฒนาทักษะในหลายๆด้านและเข้าใจ
สำคัญมากในการทำงานร่วมกัน จึงควร ถึงการทำงานในรูปแบบกลุ่มหรือธรรมชาติ
พยายามสื่อสารกันอย่างจริงใจ ใช้คำพูดที่ เวลาคนมาทำงานร่วมกันมากขึ้น
นึกถึงความรู้สึกของผู้อื่นอยู่เสมอ และ
พยายามรับฟังกันให้มากๆ
26
น า ง ส า ว หั ส ย า ว ลั ย ศิ ร วิ ท ย์ โ ส ภ ณ
โรงเรียนมัธยม : คนิ้ง
โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม
พื้นที่ภูมิลำเนา :
จังหวัดนนทบุรี อำเภอบางบัวทอง
หน้าที่ :
เลขานุการ ผู้จัดทำหนังสือท่องเที่ยวออกแบบ
ภายในเล่มและหาภาพประกอบ
คติประจำใจ : อย่าอิจฉาคนที่ประสบความ
สำเร็จ เพราะคนที่ไม่เคยประสบความสำเร็จไม่มี
ทางเข้าใจความพยายามของคนที่ประสบความ
สำเร็จ
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม :
การทำงานกลุ่มเป็นทักษะหนึ่งที่ควร
ฝึกฝน เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมไม่
สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว
การมีทักษะการทำงานกลุ่มที่ดีเป็น
ส่วนช่วยให้งานที่ทำออกได้ดี ประสบ
ผลสำเร็จ
ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ :
เป็นช่องทางหนึ่งในการฝึกฝนทักษะ
การทำงานกลุ่ม ได้เพิ่มทักษะการ
จัดการความคิด ได้เสริมสร้างความ
สัมพันธ์อันดีกับเพื่อนในกลุ่ม ที่ไม่เคย
เจอกันมาก่อน และสามารถสื่อสารกัน
ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น
ปล.ได้เจออาจารย์ที่น่ารักด้วยค่ะ
27
นายวีรกิจ เกตุประสิทธิ์
อันนาส
โรงเรียนมัธยม :
โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสสรณ์
พื้ นที่ภูมิลำเนา :
เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
หน้าที่ :
ฝ่ายค้นหาข้อมูล หาข้อมูลเรื่องประเพณีและ
วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง จั ง ห วั ด ห วั ด ส มุ ท ร ป ร า ก า ร
คติประจำใจ :
Love yourself First
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม :
ความเข้าใจกันและกันเป็นสิ่งสำคัญของการ
ทำ ง า น ก ลุ่ ม
ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ :
วิชานี้ทำให้เราเห็นธรรมชาติของคนแต่ละคนใน
การทำงานกลุ่มว่าอยู่ในบทบาทใด ทำหน้าที่
บทบาทใดได้ดี มีข้อดีข้อเสียอย่างไรต่อกลุ่มใน
การทำงาน
28
นายเดชสิทธิ์ พานเทียน
บอล
โรงเรียนมัธยม : เทพศิรินทร์
พื้นที่ภูมิลำเนา : เขตพระนคร กรุงเทพ
หน้าที่ : ฝ่ายเข้าเล่มและตกแต่ง
คติประจำใจ : ทำทุกวันให้เหมือนวันสุดท้าย
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม :
ทุกคนต่างมีความแตกต่างและความถนัด
ในแบบของตนเอง การทำงานกลุ่มคือการ
รวมคนที่มีความสามารถที่ต่างกันเพื่ อมา
รวมกันทำงานร่วมกันที่สามารถก่อให้เกิด
การทำงานที่มีประสิทธิภาพที่สุดได้
ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ :
ทำให้ได้การเรียนรู้ในเรื่องการทำงานกลุ่ม
การทำงานร่วมกับคนอื่น และการทำงาน
ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ทำให้สามารถนำ
ไปใช้ในการทำงานกลุ่มหรือการที่ต้อง
ทำงานกับคนอื่นๆในอนาคตได้
29
นางสาวอัฐภิญญา บุญมาทัน
กาแฟ
โรงเรียนมัธยม : สอยดาววิทยา
พื้นที่ภูมิลำเนา : อำเภอสอยดาว
จ.จันทบุรี
หน้าที่ : ฝ่ายเข้าเล่มและตกแต่ง
คติประจำใจ :
ความพยายาม ไม่ทำร้ายคนที่ตั้งใจ
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม :
การรับฟังและช่วยเหลือกันเป็นสิ่งที่
สำคัญ
ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ :
การรู้จักการทำงานอย่างเป็นระบบ
การวางแผน การช่วยเหลือและรับฟัง
ความเห็นของสมาชิกจะทำให้เราได้รับ
มุมมองแบบใหม่ได้เสมอ
30
นางสาวณภัทร ปิ่ นกุล
นาว
โรงเรียนมัธยม :
พนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา”
พื้นที่ภูมิลำเนา :
73/4 ม.2 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม
จ.ฉะเชิงเทรา
หน้าที่ :
ผู้จัดทำหนังสือท่องเที่ยวออกแบบภายในเล่ม
และหาภาพประกอบ
คติประจำใจ : ลองพยายามก่อนแล้วกัน
มุมมองต่อการทำงานกลุ่ม :
ทำให้มีความกล้าแสดงความคิดเห็นมากยิ่งขึ้น
ได้มีการช่วยเหลือกันในการทำงานกลุ่ม และมี
ความรับผิดชอบมากขึ้น
ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ :
ได้มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้มีส่วน
ร่วมแสดงความคิดเห็นตอนทำงาน และ ทำให้เรา
ได้นำความรู้ในวิชานี้ไปใช้ในชีวิตจริง เช่น
แนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต
ขั้นตอน
การดำเนินงาน
32
วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ.2565
ได้รับโจทย์จากอาจารย์ผู้สอน ให้เลือกหัวหน้ากลุ่ม 1 คน เลขากลุ่ม 1 คน และ
จังหวัดในประเทศไทย 1 จังหวัด
สมาชิกกลุ่มประชุมหารือผ่านแอพลิเคชั่น discord เพื่อเลือกหาตัวแทน ทั้งนี้ได้ข้อ
สรุปคือ - นางสาวปานรดา สกุลณะมรรคา รับหน้าที่หัวหน้ากลุ่ม
- นางสาวหัสยาวลัย ศิรวิทย์โสภณ รับหน้าที่เลขากลุ่ม และเลือก
จังหวัดเป็นจังหวัดสมุทรปราการ
วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565
ได้รับโจทย์รายละเอียดงานจากอาจารย์ผู้สอน ในเรื่องของหัวข้อ และรูปแบบงาน
สมาชิกประชุมหารือเรื่องแผนการดำเนินงานกลุ่ม ผ่านแอพลิเคชั่น discord แบ่ง
ฝ่ายหน้าที่และมอบหมายงานให้แต่ละคนอย่างชัดเจน
ผลการแบ่งฝ่าย คือ
ฝ่ายแรก(จัดหาข้อมูล) ประกอบไปด้วย
- นายปรเมศร์ สุขเมือง
- นายณภัทร วังไธสง นายวีรกิจ
- เกตุประสิทธิ์นายณชย สุขสวัสดิ์
- นายธีรพัฒน์ เนติพงศ์เมธี
ฝ่ายที่สอง(ออกแบบและจัดทำสื่อ) ประกอบไปด้วย
- นางสาวหัสยาวลัย ศิรวิทย์โสภณ
- นางสาวณภัทร ปิ่ นกุล
ฝ่ายสุดท้าย (เข้าเล่มและตกแต่ง) ประกอบไปด้วย
- นางสาวปานรดา สกุลณะมรรคา
- นางสาวอัฐภิญญา บุญมาทัน
-นายเดชสิทธิ์ พานเทียน ทั้งนี้มี นางสาวปานรดา สกุลณะมรรคา เป็นผู้ดำเนิน
การประชุม และทุกคนช่วยกันออกความคิดเห็น
วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2565
สมาชิกฝ่ายจัดหาข้อมูลส่งข้อมูลแต่ละหัวข้อผ่านแอพลิเคชั่นไลน์
สมาชิกอีก2ฝ่าย ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล พร้อมทั้งออกความ
คิดเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ฝ่ายข้อมูลทำการแก้ไขข้อมูล และสมาชิกช่วยกันตรวจสอบซ้ำเป็นครั้งที่ 2
ฝ่ายออกแบบและจัดทำสื่อ นำข้อมูลไปดำเนินการต่อ
33
วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2565
อัพเดตงานของฝ่ายออกแบบและจัดทำสื่อ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย
และปัญหาที่เกิดขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2565
ฝ่ายออกแบบและจัดทำสื่อส่งงานให้สมาชิกตรวจสอบความถูกต้อง และออก
ความคิดเห็นการแก้ไข ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ฝ่ายออกแบบและจัดทำสื่อแก้ไขผลงาน และให้สมาชิกช่วยกันตรวจสอบซ้ำ
เป็นครั้งที่ 2
วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2565
นางสาวอัฐภิญญา บุญมาทันทำการปริ้นและเข้าเล่ม
วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2565
ฝ่ายเข้าเล่มและตกแต่ง จัดทำการเพิ่มเติมลูกเล่นเข้าไปในรายงาน เพื่อให้มี
ความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2565
ตัวแทนกลุ่มนำรูปเล่มที่สมบูรณ์เรียบร้อย ส่ง ณ จุดส่งงาน หน้าห้อง
ผศ.ดร.กมล โพธิเย็น