The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิทานเวตาลเรื่องที่ ๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Zai Thanapat, 2020-08-31 07:39:15

นิทานเวตาลเรื่องที่ ๒

นิทานเวตาลเรื่องที่ ๒

นทิ านเร่ืองที่ ๒
นางมันทารวดี กบั พราหมณ์หน่มุ ๓ คน



คำนำ

รายงานฉบบั น้ีเป็นส่วนหน่ึงของวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท๓๑๑๐๑
มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ การศกึ ษานิทานเวตาลเร่ืองท่ี ๒ มชี ่ือวา่ นางมนั ทารว
ดี กบั พราหมณห์ นุ่ม ๓ คน

เพ่ือให้ทราบวตั ถุประสงคใ์ นการอา่ นเน้ือหาเราจึงไดจ้ ดั ทาหนงั สือ
เล่มเลก็ หรืออบี ุคน้ีข้นึ และใหข้ อ้ คิดดีๆจากนิทานเวตาลในตอนน้ี

ทางคณะผูจ้ ดั ทาหวงั วา่ หนังสือเล่มเลก็ เลม่ น้ีจะใหค้ วามรู้และ
ประโยชน์แกผ่ ูท้ ี่ตอ้ งการศกึ ษาและคน้ ควา้ นิทานเวตาลเร่ืองที่๒หากมี
ขอ้ บกพร่อประการใดทางคณะผจู้ ดั ทาขออภยั และยนิ ดีนอ้ มรับ
คาแนะนามา ณ ทีน้ีดว้ ย

คณะผ้จู ดั ทา

นทิ ำนเร่ืองท่ี ๒
นำงมนั ทำรวดี กับ พรำหมณ์หนุ่ม ๓ คน

พระราชาตริวกิ รมเสนเสด็จกลบั ไปที่ตน้ อโศกอกี คร้ังหน่ึงเพือ่ จบั
ตวั เวตาล เมอื่ เสด็จไปถงึ ท่ีน้นั ทรงสอดส่ายพระเนตรดโู ดยรอบในความ
มดื อนั มีแสงไฟเรือง ๆ จากจิตกาธานส่องมา ในท่ีสุดก็พบศพน้นั นอน
หงายอยบู่ นพ้นื ดินกาลงั กรนอยู่ จึงเขา้ ไปจบั ตวั ศพน้นั ซ่ึงมีเวตาลสิงอยู่
ตวดั ข้นึ บนบา่ และรีบดาเนินไปอยา่ งรวดเร็วเพื่อไปยงั ท่ีซ่ึงนดั ไวก้ บั โยคี
ศานติศีล เวตาลซ่ึงแขวนอยบู่ นบา่ ก็เริ่มกลา่ วทาลายความเงียบข้นึ ว่า

"โอ ราชะ ภาระที่พระองคต์ อ้ งทนแบกไวน้ ้ีช่างสาหสั สากรรจเ์ สีย
จริง ๆ ไมเ่ หมาะสมแกพ่ ระองคเ์ ลย ถา้ กระไรขา้ จะเล่านิทานใหฟ้ ังสัก
เร่ืองหน่ึง เพือ่ จะไดท้ รงเพลิดเพลิน ขอใหท้ รงฟังเถดิ "

บนฝั่งของแมน่ ้ายมนุ า ณ ที่แห่งน้นั เป็นเขตคามท่ีกาหนดไว้
สาหรับพวกพราหมณ์โดยเฉพาะ มชี ื่อว่าหมบู่ า้ นพรหมสถล ในหมบู่ า้ น

น้ีมีพราหมณผ์ ูห้ น่ึงอาศยั อยู่ มชี ื่อว่าอคั นิสวามนิ เป็นผทู้ ี่เจนจบในคมั ภรี ์
พระเวทท้งั ปวง (คือคมั ภรี ์ไตรเวท ประกอบดว้ ยคมั ภีร์ฤคเวท ยชุรเวท
และสามเวท ตอ่ มาภายหลงั ไดเ้ พ่มิ เขา้ ไปอกี คมั ภรี ์หน่ึง คืออถรรพเวท
จึงเรียกว่า จตุรเวท) พราหมณผ์ ูน้ ้ีมบี ตุ รสาวแสนสวยผหู้ น่ึงช่ือว่า มนั
ทารวดีความงามของนางล้าเลิศหาท่ีเปรียบมไิ ดร้ าวกบั เป็นผลงานท่ีพระ
พรหมทรงสรรคส์ ร้างข้ึน และเม่อื นางไดก้ าเนิดมาแลว้ กด็ เู หมือนวา่ ทา้ ว
ธาดาเธอทรงส้ินเย่ือใยในเทพอปั สรท้งั ปวงโดยสิ้นเชิง เมือ่ นางเจริญวยั
เป็นสาวแรกรุ่นน้นั ปรากฏว่ามีพราหมณห์ นุ่มสามคนเดินทางมาจาก
แควน้ กนั ยกุพชะ

พราหมณ์เหล่าน้ีเป็นผแู้ ตกฉานใน

ศาสตร์ท้งั ปวงเท่าเทียมกนั และ
พราหมณแ์ ตล่ ะคนกม็ ่งุ มาสู่ขอมนั
ทารวดีโฉมงามจากบิดาของนาง ต่าง
คนต่างกส็ าบานว่าถา้ นางแตง่ งานกบั
คนอน่ื ตนก็จะฆา่ ตวั ตาย แตบ่ ิดาของ
นางก็มิไดย้ กนางให้แก่ใครเพราะเกรงวา่ ถา้ ยกใหค้ นหน่ึงอกี สองคนก็จะ
ฆ่าตวั ตายเสียดงั น้นั นางจึงคงอยเู่ ป็นโสดเร่ือยมามิไดค้ ดิ แตง่ งานกบั ใคร
และพราหมณท์ ้งั สามก็ยงั คงพกั อยทู่ ี่น่ัน

เรื่อยมาท้งั กลางวนั และกลางคืนกเ็ ฝ้าแต่มองดพู กั ตร์ของนางอนั
งามเปลง่ ปลง่ั ราวกบั สมบูรณจนั ทร์ (พระจนั ทร์เต็มดวง) ต่างก็ไม่ไดก้ ิน
ไม่ไดน้ อน ทาตนราวกบั นกจโกระ (นกเขาไฟ ตามนิยายโบราณกล่าว
วา่ "ยงั ชีพอยู่ไดด้ ว้ ยแสงจนั ทร์") ซ่ึงอาศยั แสงจนั ทร์เป็นอาหารฉะน้นั

ต่อมานางมนั ทารวดีลม้ ป่ วยเป็นไขอ้ ยา่ งรุนแรง นางมอิ าจจะ
ทนทานตอ่ พิษไขไ้ ดก้ ถ็ งึ แก่ความตายพราหมณ์หนุ่มท้งั สามมคี วามเศร้า
โศกอยา่ งยง่ิ นาร่างอนั เป็นศพของนางไปสู่ป่ าชา้ สวดใหแ้ กน่ างดว้ ย
ความรักและเผาศพนางที่จิตกาธาน

พราหมณห์ นุ่มคนหน่ึงสร้างกระทอ่ มน้อยข้นึ ตรงท่ีใกล้ เอาเถา้ ถ่าน
องั คารของนางมาโปรยลงบนเตียงและนอนทบั บนพ้นื เขายงั ชีพไปวนั
หน่ึง ๆ ดว้ ยการถอื กะลาขออาหารกินตามมีตามเกิด พราหมณค์ นที่สอง
รวบรวมกระดูกของนางเอาไปทิ้งในแมน้าคงคาอนั ศกั ด์ิสิทธิ์ิส่วน
พราหมณ์คนที่สามถือเพศเป็นโยคีพนจรไปยงั ดินแดนต่าง ๆ

โยคเี ดินทางผ่านแวน่ แควน้ ตา่ ง ๆ เรื่อยมาจนถึงหมบู่ า้ นแห่งหน่ึง
ชื่อวชั รโลก จึงเขา้ ไปภกิ ขาจารที่บา้ นพราหมณ์ผหู้ น่ึง ท่านพราหมณ์ได้
ตอ้ นรับเขาดว้ ยอธั ยาศยั อนั ดียง่ิ เขาจึงนง่ั บริโภคอาหารในบา้ นพราหมณ์
ผูน้ ้นั ขณะน้นั มีเสียงทารกร้องจา้ ข้นึ มาและร้องติดตอ่ กนั ไม่หยดุ ไมม่ ี
ใครจะหา้ มให้หยดุ ได้ นางพราหมณีผเู้ ป็นมารดาบนั ดาลโทสะจึงจบั
ทารกข้นึ มาแลว้ โยนโครมลงไปในกองไฟ เด็กถกู ไฟเผาจนกลายเป็นเถา้
ถา่ น โยคผี นู้ ง่ั กินอาหารอยเู่ งียบ ๆ แลเห็นเหตุการณ์โดยตลอดกต็ กใจ

รู้สึกสยดสยองจนขนหวั ลุกชนั ร้องออกมาว่า "พุทโธ่ พุทโธ่เอ๋ย น่ี
ขา้ เขา้ มาในบา้ นของพราหมณ์รากษสหรือน่ี ขา้ ไมก่ ินอะไรแลว้ เพราะ
การเสพอาหารในบา้ นของพราหมณ์ปี ศาจเช่นน้ีเป็นบาปกรรมอย่าง
มหนั ตไ์ ม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดใดกต็ าม" ขณะเม่ือเขากลา่ วดงั น้ี
พราหมณผ์ คู้ ฤหบดี (เจา้ ของบา้ น) จึงพูดว่า"อยา่ ตกอกตกใจไปเลย ท่าน
จงคอยดู ขา้ จะชุบชีวิตเด็กคนน้ีข้นึ ใหมโ่ ดยการร่ายมนตร์อนั ศกั ดส์ ิทธ์ิดู
สิ"เมอื่ กลา่ วดงั น้ีแลว้ มหาพราหมณก์ ็เดินไปหยิบคมั ภีร์มหาเวทอนั

ศกั ด์ิสิทธ์ิมาเปิ ดออกแลว้ สวดมนตบ์ ทหน่ึง ขณะท่ีสวดอยกู่ ็เอาข้เี ถา้
โปรยลงในกองไฟ พอสวดจบลง เดก็ กฟ็ ้ื นคนื ชีวิตข้นึ มาใหม่ มลี กั ษณะ
และองคาพยพ (อวยั วะ) เหมอื นเดิมทกุ ประการ พราหมณอ์ าคนั ตุกะเห็น
เหตกุ ารณ์เป็นดงั น้นั ก็คอ่ ยคลายใจ ลงมือเสพอาหารตอ่ ไปตามปกติ
พราหมณเ์ จา้ ของบา้ นเม่ือร่ายมนตร์เสร็จแลว้ กเ็ อาคมั ภรี ์ไปเก็บไวท้ ่ีเดิม
ลงมอื กินอาหารเสร็จแลว้ ก็เขา้ นอนในราตรี พราหมณอ์ าคนั ตกุ ะก็
กระทาเช่นเดียวกนั

พอเห็นพราหมณเ์ จา้ ของบา้ นและภรรยานอนหลบั แลว้ โยคี
หนุ่มกล็ กุ ข้นึ คอ่ ย ๆ ยอ่ งไปที่เกบ็ คมั ภรี ์และหยบิ เอาไป ต้งั ใจจะเอาไปใช้
ชุบชีวติ ใหแ้ กน่ างมนั ทารวดีผเู้ ป็นท่ีรัก โยคีหนุ่มออกจากบา้ นน้นั ไป
พร้อมดว้ ยคมั ภรี ์มหาเวท รีบเร่งเดินทางท้งั กลางวนั และกลางคืน มุ่ง
กลบั ไปยงั สุสานท่ีตนและพรรคพวกช่วยกนั เผาศพนางคร้ังน้นั พอมาถงึ
ป่ าชา้ ก็แลเห็นพราหมณค์ นท่ี
สองเดินทางกลบั มาแลว้ หลงั
จากท่ีเอาอฐั ิของนางไปโยน
แม่น้าคงคาเพอ่ื ใหน้ างไปสู่
สุคติ และท่ีสุสานน้นั เช่นกนั
ก็แลเห็นพราหมณ์ผเู้ อาองั คาร
ธาตุของนางมาโปรยนอน
กาลงั หลบั อยใู่ นกระท่อมที่สร้างไว้

จึงพูดกบั พราหมณส์ หายให้ร้ือกระท่อมทิ้งเสีย เพือ่ ตนจะไดท้ าพิธี
ร่ายมนตร์มฤตสัญชีวนิ ี(มนตร์ชุบคนตายใหฟ้ ้ืนคนื ชีวิต พระศุกร์ไดม้ า
จากพระศวิ ะและสืบต่อกนั มาถงึ คนรุ่นหลงั ) ชุบชีวิตนางข้ึนใหม่เมือ่ ร้ือ
กระท่อมทิ้งแลว้ เถา้ ถ่านของนางกต็ กเรี่ยรายอยบู่ นพ้ืนดิน โยคีหนุ่มเม่ือ
เห็นทกุ ส่ิงพร้อมแลว้ ก็เปิ ดคมั ภีร์ร่ายมนตอ์ นั ศกั ด์ิสิทธ์ิพร้อมกบั โปรยฝุ่น
ลงไปบนพ้ืนดินผสมกบั เถา้ ถ่าน

มินานพอจบมนตด์ งั กลา่ วก็ปรากฏร่างนางมนั ทารวดีข้ึนในกองไฟ
นางกา้ วออกมาจากกองไฟพธิ ีดว้ ยรูปโฉมอนั เปล่งปลง่ั งดงามย่งิ กว่าเดิม
ราวกบั ทองคาท่ีถูกไฟชาระแลว้ มคี วามสุกปลง่ั ผดุ ผอ่ งฉะน้นั เม่ือ

พราหมณ์ท้งั สามแลเห็นนางมนั ทารวดีผูง้ ามเฉิดฉายราวเทพอปั สรปรากฏ
เฉพาะหนา้ ต่างคนต่างก็แทบจะคลงั่ ตายเพราะความรกั และต่างก็ทมุ่ เถียง
แก่งแยง่ กรรมสิทธ์ิในตวั นางดว้ ยกนั ไมม่ ใี ครยอมเสียสละแกก่ นั

พราหมณผ์ เู้ ป็นโยคกี ลา่ วว่า "นางตอ้ งเป็นของขา้ เพราะขา้ เป็นคนร่าย
มนตร์ศกั ด์ิสิทธ์ิชุบนางข้ึนมาจากความตาย ขา้ ยอ่ มมสี ิทธ์ิในตวั นาง"
พราหมณค์ นที่สองเถยี งว่า"นางควรเป็นของขา้ เพราะขา้ เป็นคนเอาอฐั ิ
ของนางไปโปรยลงในแมน่ ้าคงคา ทาใหน้ างสะอาดบริสุทธ์ิดว้ ยสายน้า
อนั ศกั ด์ิสิทธ์ิน้นั " และพราหมณค์ นที่สามก็กล่าวข้นึ อยา่ งเช่ือมน่ั เต็มท่ีว่า
"ขา้ เทา่ น้นั ที่ควรจะไดน้ างเป็นภรรยา เพราะขา้ เอาเถา้ ถ่านของนางมา
เก็บไวแ้ ละบาเพญ็ ตบะเพื่อนางทุกวนั "

"โอ ราชะ" เวตาลกล่าวยิม้ ๆ "โปรดตดั สินทีเถอะวา่ ในสามคนน้ี
นางควรจะเป็นของใคร ถา้ พระองคร์ ู้แลว้ แกลง้ ไม่ตอบ พระเศียรของ
พระองคจ์ ะตอ้ งแยกเป็นเสี่ยง ๆ"

ฝ่ายพระเจา้ ตริวิกรมเสนเมื่อไดย้ นิ เวตาลพดู ดงั น้นั จึงตรัสวา่ "ชาย
คนท่ีร่ายมนตร์ทาให้นางคืนชีวติ ข้นึ มาน้นั ถึงแมเ้ ขาจะตอ้ งใช้
ความสามารถและลาบากลาบนปานใด กค็ วรจะเป็นพ่อของนางเท่าน้นั
และพราหมณค์ นท่ีเอาอฐั ิของนางไปสู่แมน่ ้าคงคาก็ควรจะถอื ว่าเป็นลกู
ของนางอยา่ งเดียว ส่วนพราหมณท์ ี่เก็บเถา้ ถา่ นของนางและคงอยทู่ ี่ป่ าชา้

ถึงกบั สร้างที่อยตู่ รงท่ีเผาศพนาง และบาเพญ็ ตบะเพ่อื นางนน่ั ต่างหาก
ควรจะไดเ้ ป็นสามีของนางโดยแทเ้ พราะเขาอยกู่ บั นางตลอดเวลามิได้

ทอดทิง้ นางไปไหน แสดงความรักอนั ด่ืมด่าต่อนางแมเ้ พยี งนอนบนเถา้
ธุลขี องนางโดยมิไดร้ ังเกียจ"

เมอ่ื เวตาลไดฟ้ ังพระเจา้ ตริวิกรมเสนตรัส ดงั น้นั เป็นการละเมดิ
สัญญาที่ตกลงกนั จึงอนั ตรธานจากบ่าของพระราชากลบั ไปท่ีอยขู่ องตน
แต่พระราชาก็ตอ้ งทนลาบากติดตามหาตวั มนั อีก ท้งั น้ีกเ็ พราะพระองค์
ทรงถอื มนั่ ในสัจจะท่ีใหไ้ วแ้ กโ่ ยคีศานติศลี และบุคคลที่มีสจั จะเช่น
พระองคน์ ้นั ไม่วา่ จะเป็นใครกย็ อ่ มจะปฏิบตั ิเหมอื นกนั หมด คอื ตอ้ งทา
ภาระของตนให้สาเร็จลลุ ว่ งไป ไม่ว่าจะตอ้ งทนลาบากแมใ้ หญห่ ลวง
เพียงไร

-จบ-

ข้อคิด

ความอดทนของพราหมณท์ ้งั ๓ คนที่รอคอยการใขช้ ีวิตร่วมกบั
นางมนั ทรวดี และความมนั่ คงในรักเดียวของเขา

จดั ทำโดย

๑. นาย ธนภทั ร รังสิมนั ต์ ช้นั ม.๔/๔ เลขท่ี ๑๔

๒. นางสาว พชิ ญาณิน วิเชียร ช้นั ม.๔/๔ เลขที่ ๒๐

๓. นางสาว กุลภาณัฏฐ์ เดชวงศบ์ ุญศรี ช้นั ม.๔/๔ เลขท่ี ๒๔

๔. นางสาว เกตน์สิรี พลจนั ทร์ ช้นั ม.๔/๔ เลขท่ี ๓๔

๕. นางสาว พรชนก อปุ สาร ช้นั ม.๔/๔ เลขที่ ๓๖

นาเสนอ
อาจารย์ เมตตา เร่ิมภกั ตร์
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบรุ ี จงั หวดั ราชบุรี
ภาคเรียนที่ ๑ ปี การศกึ ษา ๒๕๖๓


Click to View FlipBook Version