The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข้อสอบป.3-รักการอ่าน-ปลาย66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ข้อสอบป.3-รักการอ่าน-ปลาย66

ข้อสอบป.3-รักการอ่าน-ปลาย66

โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน (เทศบาล 3 แผนกประถมศึกษา) ข้อสอบวัดผล ปลายปี รหัสวิชา ท13201 รายวิชา รักการอ่าน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เวลาสอบ 60 นาที คะแนนเต็ม 30 คะแนน ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ตอนที่1 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ 7 ข้อที่ 1, 2, 3, 4, 5 ตอนที่2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ 8 ข้อที่ 6, 7, 8, 9 2. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ 9 ข้อที่10 คำชี้แจง ข้อสอบฉบับนี้มี1 ตอน ตอนที่ 1 เป็นข้อสอบปรนัย มีทั้งหมด 5 ข้อ ให้นักเรียนเลือก X คำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ลงใน กระดาษคำตอบ ตอนที่ 2 เป็นข้อสอบอัตนัย มีทั้งหมด 5 ข้อ เขียนคำตอบที่ถูกต้องลงในกระดาษคำตอบ ตอนที่ 1 ข้อสอบปรนัย จำนวน 5 ข้อ ( 5 คะแนน) คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกกากบาท ( × ) ทับข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ลงในกระดาษคำตอบ


ตอนที่ 1 อ่านเรื่องแล้วตอบคำถาม โดยเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว (ข้อที่ 7) อ่านนิทานแล้วตอบคำถามข้อ 1 – 5 (5 คะแนน) 1. นิทาน เรื่องนี้ชื่ออะไร ก. ตากับยาย ข. ชาวชนบทกับแม่น้ำ ค. ชายชรากับห่าน ง. ดาวลูกไก่ 2. ใคร คือ ตัวละคร ในเรื่อง ชาวชนบทกับแม่น้ำ ก. ห่าน ข. ช้าง ค. ชาวชนบท ง. นกขุนทอง 3. ในเรื่องชาวชนบทกำลังทำอะไร ก. พยายามข้ามแม่น้ำ ข. จับปลาในแม่น้ำ ค. พาเพื่อนไปเล่นที่แม่น้ำ ง. ทำฝายกันน้ำที่แม่น้ำ 4. ชาวชนบทข้ามแม่น้ำไปในตำแหน่งใด ก. ตำแหน่งที่น้ำไหลเงียบที่สุด ข. ตำแหน่งฝายกันนน้ำ ค. ตำแหน่งที่น้ำไหลเสียงดังที่สุด ง. ตำแหน่งในหมู่บ้าน 5. เรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไร ก. โลภมากลาภหาย ข. ไม่เชื่อฟังคำผู้หวังดีอาจสิ้นชีวีไม่รู้ตัว ค. อย่าปล่อยโอกาสให้ผ่านเลยไปเสีย ง. ไหวพริบและสติปัญญาทำให้รอดพ้นจากภัยอันตรายได้เสมอ เรื่อง ชาวชนบทกับแม่น้ำ วันหนึ่ง ณ ริมฝั่งของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว ชายชนบทคนหนึ่งได้ยืนรอเพื่อที่จะข้ามไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำ เขาพยายามดูว่า บริเวณใดน้ำตื่นที่สุด จึงจะข้ามแม่น้ำไปได้ เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขาตัดสินใจนั่งลงแล้วใช้ สมาธิคิดอย่างรอบคอบ และทันใดนั้นเองเขาก็จำได้ว่า "ตำแหน่งที่น้ำไหลเงียบที่สุด คือจุดที่น้ำลึกที่สุด แต่ ตำแหน่งที่น้ำไหลเสียงดังที่สุด คือจุดที่น้ำตื้นที่สุด" เมื่อคิดได้แล้วจึงเลือกข้ามตรงตำแหน่งที่น้ำไหลเชี่ยวเสียง ดังที่สุดและข้ามไปได้อย่างปลอดภัย


ตอนที่2 พิจารณาข้อความแล้วตอบคำถาม ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแม่มดใจดีผู้หนึ่งคอยแบ่งปันอาหารให้ลูกหนูอยู่เสมอ วันหนึ่งลูกหนูนึกอยาก เป็นแมว จึงขอให้แม่มดช่วยเสกให้ตนเปลี่ยนเป็นแมว แม่มดใจดีก็เสกให้ตามที่หนูต้องการ เวลา ผ่านไปไม่ทันข้ามวัน หนูเมื่อได้เป็นแมวก็นึกอยากจะ เป็นหมาป่า แม่มดพยักหน้าแล้วพูดว่า "ได้ซิ เจ้าแมวน้อยด้วยอิทธิฤทธิ์ของข้า เจ้าจงมีร่างเป็นหมาป่าเดี๋ยวนี้" เป็นหมาป่าได้ไม่นาน หนูก็ เกิดความคิดว่า "เอ๊ะ! เราน่าจะเป็น หมาจิ้งจอกซึ่งมีเล่ห์เหลี่ยมมากจะเอาตัวรอดได้ดีกว่า"เมื่อได้ เป็นหมาจิ้งจอกแล้ว หนูก็ยังไม่พอใจ "อยากกระนั้นเลย ขอเราเป็นเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่ เถอะ" "เออ....แม่มด ครับถ้าผมได้เป็นสิงโตเป็นเจ้าป่าแห่งนี้ก็คงจะดี" "ช้าง ช้างตัวใหญ่โตมโหฬาร ใครๆ ต้องย าเกรง ผมขอเป็นช้างดีกว่า" เสกหลายทีแม่มดเริ่มโมโหยิ่งเห็นช้างอ้าปาก จะพูดอีก แม่ มดจึงรีบหายตัวไป ช้างยืนร้องไห้แม่มด สงสารจึงปรากฏตัว และอนุญาตให้ขอได้เป็นครั้งสุดท้าย ช้างคิดอยู่นานก็คิดไม่ออกว่า ควรจะเปลี่ยนเป็นตัวอะไรดีแม่มด จึงพูดขึ้นว่า "เอาเถอะ เมื่อเจ้า ยุ่งยากใจไม่รู้จะเป็นอะไรเจ้าจงกลับไปเป็นลูกหนูตัวเดิมเถิด" ลูกหนูผู้เลือกมากจึงไม่มีโอกาสเลือก อีกต่อไป ลูกหนูเสียใจมาก แต่แล้ว....ลูกหนูก็ได้คิดว่า "ตอนเราเป็นหนู เราไม่เห็นยุ่งยากใจ เราควร พอใจในสิ่งที่เรามี เราเป็นอยู่" คิดได้ดังนั้นแล้ว ลูกหนูจึงกลับไปอยู่กับเพื่อนหนูตัวอื่น ๆ อย่างมี ความสุข 6. จากข้อความให้นักเรียนตอบคำถามดังต่อไปนี้ (5 คะแนน) 1. แม่มดเสกให้หนูเป็นสัตว์ชนิดใดบ้าง …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. สัตว์ชนิดใดที่ลูกหนู บอกว่ามีเล่ห์เหลี่ยมมาก …………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. เหตุใดหนูจึงอยากเป็นช้าง …………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. เมื่อแม่มดโกรธ แม่มดทำอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………


7. อ่านเรื่องและตอบคำถามต่อไปนี้( 5 คะแนน ) ผักปวยเล้ง เป็นผักชนิดหนึ่งที่มีวิตามินมาก มีธาตุเหล็ก และเอ็นไซม์ ช่วยกระตุ้นร่างกาย ให้ผลิตน้ำย่อยและอินซูลิน ช่วยให้ร่างกายมีระบบย่อยที่ดี ช่วยแก้อาการท้องผูกได้วิธีการกินที่ ให้ผลดีคือ ลวกผักปวยเล้ง ที่ล้างสะอาดแล้วใน น้ำเดือดประมาณ ๒-๓ นาที นำขึ้นมาหั่นเป็นชิ้น ผัดกับน้ำมัน ใส่เกลือเล็กน้อย กินวันละ ๒ ครั้ง ผักปวยเล้ง นอกจากจะช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร แล้วยังเป็นผักที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโลหิตจางอีกด้วย 1. ผักปวยเล้ง มีแร่ธาตุชนิดใดมากที่สุด …………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. เราควรรับประทานอาหารที่ทำด้วยผักปวยเล้งวันละกี่ครั้ง …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ผักปวยเล้ง มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ผู้ป่วยโรคใดควรรับประทานผักปวยเล้งมากที่สุด …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. วิธีการกินผักปวยเล้งให้ได้ดีควรนำมาทำอะไร …………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………..……


8. อ่านเรื่องและตอบคำถามต่อไปนี้( 5 คะแนน ) ปูนาจากบ้านไปนานหลายปี วันนี้ปูนามีความสุขมากเพราะจะได้กลับบ้านไปพบญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง ระหว่างทางปูนานึกถึงความสุข เมื่อครั้งที่ยังอยู่ที่ทุ่งศรีทอง พอปูนามาถึงบ้านก็รู้สึก ประหลาดใจมากที่ทุ่งนาสีทองไม่มีต้นข้าวแต่มันกลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างไกล ขณะที่กำลังคิด อะไรเพลินๆ อยู่นั้น ปูนาก็ตกใจเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อหันไปมองก็พบเขียดน้อย เพื่อน เก่า นั่นเอง ทั้งสองดีใจมากแต่ยังไม่ทันที่จะคุยกันก็เหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมา คนที่เดิน นำหน้าในมือถือไม้ และกำลังเงื้อจะตีลูกกลมๆ สีขาว ด้วยความสงสัยปูนาจึงถามเขียดน้อยว่าเขา กำลังทำอะไร เขียดน้อยตอบว่า เขากำลังตีกอล์ฟ เขียดน้อยเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ปูนาจากไปไม่ นานบริเวณทุ่งนาสีทองก็ถูกปรับให้กลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียว ไม่มีต้นข้าวไม่มีคันนาที่เขียดน้อยและ ปูนาเคยเล่นกัน เมื่อเขียดน้อยพูดจบลงบรรยากาศรอบข้างมีแต่ความเงียบ ไม่มีใครรู้ว่าปูนากำลัง คิดอะไร 1. เมื่อก่อนบ้านของปูนาเป็นอย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปูนารู้สึกอย่างไรเมื่อกลับมาถึงบ้าน …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ทุ่งนาสีทองกลายเป็นสถานที่ใด …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ปูนารู้สึกอย่างไรเมื่อเขียดน้อยเล่าเรื่องให้ฟังแล้ว …………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………


9. อ่านเรื่องและตอบคำถามต่อไปนี้( 5 คะแนน ) แต่ก่อนนี้ไทยเราไม่มีตัวหนังสือใช้ ต้องใช้ตัวหนังสือของมอญ และตัวหนังสือของขอม เมื่อปี พ.ศ ๑๘๐๐ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ตั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี พระองค์มีพระราชประสงค์จะ ให้คนไทย เลิกใช้ภาษาขอม จึงประกาศเลิกใช้ภาษาขอม ให้ใช้แต่หนังสือมอญ จนกระทั่งในปี พ.ศ.๑๘๒๐ พ่อขุนรามค าแหงราชโอรสของ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติ พระองค์ เห็นว่า ตัวหนังสือของมอญไม่สะดวกในการเขียน พระองค์จึง ทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นและใช้ อย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๒๖ หลังจากครองราชย์สมบัติมาได้แล้ว ๖ ปี ประเทศไทยจึงมี ตัวหนังสือไทย ใช้ตั้งแต่บัดนั้นมา 1. พระมหากษัตริย์พระองค์ใดทรงสถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานี …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. พ่อขุนรามคำแหงมหาราชขึ้นครองราชสมบัติในปี พ.ศ.ใด …………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. พระมหากษัตริย์พระองค์ใดเป็นผู้คิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้น สำหรับเป็นภาษาประจำชาติ …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ประเทศไทยมีตัวหนังสือไทยใช้ตั้งแต่เมื่อใด …………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………


ชื่อ…………………………………………………………………………….……………..ชั้น………………เลขที่…………. 10. จากข้อความให้นักเรียนเขียนประโยชน์ของการดื่มน้ำ (5 คะแนน) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………


Click to View FlipBook Version