The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกูลนารี ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by studentaffairs, 2022-05-22 02:31:26

คู่มือนักเรียน ผู้ปกครอง และครู ปีการศึกษา 2565

คู่มือนักเรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกูลนารี ปีการศึกษา 2565

Keywords: คู่มือนักเรียน

44

อาคารสารวัตรนกั เรียน อาคารพลศกึ ษา

(แบบทรงไทย) (อาคารชวั่ คราว) อาคารชวั่ คราว ขนาด
กว้าง 8 เมตร ยาว 36 เมตร งบประมาณ
อาคารไม้ทรงไทย 2 ชนั้ สรา้ งเมือ่
พ.ศ.2551 งบประมาณ 330,000 บาท จดั สรา้ งเองสร้างเมอ่ื พ.ศ.255
ใชเ้ ปน็ ห้องสารวัตรนักเรยี น ห้องนอนเวร งบประมาณ
ครชู าย
200,000 บาท ปรับปรุงเปน็ อาคาร
กลมุ่ สาระสขุ ศึกษาและพลศึกษา และ
หอ้ งเรยี นพลศกึ ษา

อาคารเกษตร

(แบบชั่วคราว)

อาคาร กวา้ ง 8 เมตร ยาว 20 เมตร
สรา้ งเม่ือ พ.ศ.2551 งบประมาณ
100,000 บาท ใช้สาหรับหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
เกษตรกรรม 2 ห้อง ห้องพักครูเกษตร 1
ห้อง

คมู่ อื นกั เรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

45

อาคารสานักงาน

คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน

หอพระพุทธรูป (แบบพิเศษ)

(แบบพเิ ศษ) อาคารคอนกรีตช้นั เดยี ว ขนาดกวา้ ง

หอพระพทุ ธรูป ขนาดกวา้ ง 5 เมตร ยาว 5 5 เมตร ยาว 6 เมตร งบประมาณ จดั สร้าง
เมตร สร้างเม่ือ พ.ศ.2558งบประมาณ สร้างเมือ่ พ.ศ.2557 งบประมาณ 550,000 บาท
600,000 บาท ใช้เปน็ อาคารสานกั งานคณะกรรมการ
สถานศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานโรงเรียนวิทยานกุ ูลนารี

ศาลาอานวยการกีฬา อาคารรว่ มใจ

(แบบพเิ ศษ) (แบบพเิ ศษ)

อาคารคอนกรตี โลง่ ช้ันเดยี ว ขนาดกวา้ ง อาคารคอนกรีตช้นั เดียว ขนาดกว้าง
7 เมตร ยาว 10 เมตร สรา้ งเมื่อ พ.ศ.2559 8 เมตร ยาว 28 เมตร สรา้ งเมือ่ พ.ศ.2559
งบประมาณ 400,000 บาท ใช้เป็นสถานท่ี งบประมาณ 1,850,000 บาท ใชเ้ ป็นอาคาร
อานวยการกีฬาและ สานักงานวชิ าการ
กิจกรรมอ่ืน ๆ

คู่มอื นกั เรยี น ผ้ปู กครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกลู นารี
ปีการศึกษา 2565

46

อาคาร 7 แบบ 324 ล./55 - ก วิทยานกุ ูลนารีโดม

(อาคารเรยี น) อาคารคอนกรตี เสรมิ หลังคาโดมโครงสร้างเหล็กหลังคา
เหลก็ จานวน 19 หอ้ งเรียน สร้างเม่อื MetelSheet บุฉนวนกนั ความรอ้ น
พ.ศ.2562 เสรจ็ ส้นิ ในปี26563 งบประ ขนาด 36 x 84 เมตร สรา้ งเม่ือ พ.ศ. 2554
มาณ 22,494,000บาท ใตถ้ ุนโล่ง งบประมาณ 4,730,000 บาท
ชัน้ ใต้ถุน ไว้ใชจ้ ดั กจิ กรรม มหี อ้ งเรยี น โดยพระวสิ ทุ ธินายก (เจ้าอาวาสวดั สนธกิ ร
ฟสิ กิ ส์ 3หอ้ งมีห้องเรยี น เคมี 2 ห้อง หอ้ ง ประชาราม) เป็นผู้ใหก้ ารสนบั สนนุ
เรียนปฏบิ ตั กิ ารวิทย์ 5 หอ้ ง มหี ้องเรียน ใชป้ ระโยชน์ กิจกรรมหนา้ เสาธง และประชมุ
ดาราศาสตร์ 1หอ้ ง มหี ้องเรยี น 4 ห้อง นักเรยี น,ลานกฬี าและบริการชมุ ชน
มีหอ้ งเรียนCreative Room 4 หอ้ ง
ห้องพกั ครู 1หอ้ ง

หอ้ งน้านอกอาคารชาย หญงิ (5 หลงั ) ห้องนา้ นอกอาคารหญิง (5 หลงั )

ส้วมมาตรฐาน 6 ท่นี ่ัง 2 หลงั สว้ มมาตรฐาน 6 ท่ีน่งั สร้างเมอ่ื
สรา้ งเม่ือ พ.ศ.2525 งบประมาณ 70,000 บาท พ.ศ.2525 งบประมาณ 70,000
และสร้างเมอื่ พ.ศ.2558 บาท/หลงั

คมู่ ือนักเรยี น ผู้ปกครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

47

ผงั ห้องเรยี นโรงเรียนวทิ ยานุกูลนารี ประจาปกี ารศึกษา 2565

คู่มือนกั เรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานกุ ลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

48

ระเบยี บการใช้อาคารสถานท่ี

.

1. นักเรียนต้องรักษาทรัพยส์ ินของทางโรงเรยี นโดยไม่ทาลายหรอื กระทาใหเ้ กดิ
ความเสียหาย หรือก่อใหเ้ กดิ ความสกปรก ไม่ว่าจะด้วยความประมาทหรอื ต้งั ใจ
กต็ าม นกั เรยี นต้องชดใชค้ วามเสยี หายเทา่ กับมูลคา่ ของส่ิงของน้นั

2. โตะ๊ เก้าอ้นี ักเรียน โตะ๊ รับประทานอาหารหรอื ซุ้มนัง่ พกั ผ่อน หรอื
สิ่งของอื่น ๆ หา้ มขีดเขยี นข้อความหรอื ทาเครื่องหมายใด ๆ อันจะทาใหเ้ กิด
ความสกปรกไมส่ วยงาม หากนักเรยี นฝ่าฝนื ตอ้ งทาการแก้ไขให้อยใู่ นสภาพเดมิ

3. การใช้ห้องนา้ ห้องส้วมควรรักษาความสะอาด ปดิ นา้ ประปาทุกคร้ัง
ก่อนออกจากห้อง และต้องใชห้ ้องน้าห้องส้วมของนักเรียนเทา่ น้ัน หากพบ
นา้ ประปาไม่ไหลควรแจง้ งานอาคารสถานทีโ่ ดยด่วน หา้ มใช้โดยเด็ดขาด

4. ควรทง้ิ ขยะในถังขยะ ไม่ทิง้ ตามบริเวณต่าง ๆ อันจะก่อให้เกดิ
ความสกปรก

5. การเปิดปิดหนา้ ตา่ ง ควรเปิดไม่เกนิ 45 องศา เพราะจะทาให้วกิ โก้
หนา้ ต่างชารดุ

6. ห้ามขึน้ ไปยืนบนโต๊ะเกา้ อ้ี เพราะจะทาใหช้ ารดุ และไมป่ ลอดภยั
7. วัสดุ อุปกรณ์ ในหอ้ งเรียนจะต้องจัดให้เป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย สะอาด
ไมเ่ คลื่อนยา้ ย ไม่ทาลาย

คมู่ ือนักเรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

49

งานดา้ นวชิ าการ
โรงเรยี นวทิ ยานุกูลนารี

ค่มู ือนกั เรยี น ผู้ปกครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

50

วสิ ยั ทัศน์หลกั สูตร

หลักสตู รโรงเรยี นวิทยานกุ ลู นารีตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช 2561) มุ่งพัฒนาผู้เรยี นทุกคนใหเ้ ปน็ มนุษย์
ทม่ี คี วามสมดลุ ทง้ั ด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทย และ
พลโลก ยึดม่นั ในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็น
ประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมท้ัง เจตคติ ที่จาเป็นตอ่ การศึกษา ต่อการ
ประกอบอาชพี และการเรียนรู้ตลอดชวี ิต โดยมงุ่ เน้นผู้เรียนเป็นสาคญั บนพน้ื ฐานความเช่ือ
ว่าทกุ คนสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ ม่งุ ความ เปน็ เลศิ โดย
ยึดหลักคุณธรรมนาความรู้คูห่ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

หลกั การ

หลักสตู รโรงเรียนวิทยานุกูลนารี ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช 2561) มีหลักการท่ีสาคัญ ดังนี้

1. เป็นหลกั สูตรการศึกษา มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมาย
สาหรบั พัฒนาเด็กและเยาวชนใหม้ ีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพืน้ ฐานของความ
เปน็ ไทยควบคู่กับความเป็นสากล

2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ท่ีประชาชนทกุ คนมีโอกาสไดร้ ับการศึกษา
อยา่ งเสมอภาค และมีคุณภาพ

3.เป็นหลักสูตรการศึกษาท่สี นองการกระจายอานาจ ให้สังคมมสี ่วนร่วม ใน
การจดั การศึกษาใหส้ อดคล้องกบั สภาพและความต้องการของท้องถิน่

4. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาที่มโี ครงสร้างยดื หยุ่นทั้งด้านสาระการเรยี นรู้ เวลาและ
การจัดการเรียนรู้

5. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีเน้นผูเ้ รียนเปน็ สาคญั

คู่มือนกั เรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรยี นวิทยานุกลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

51

6. เป็นหลกั สูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์ จากการศึกษาในระบบ นอกระบบ และ
ตามอธั ยาศัย

จุดมุ่งหมาย

หลักสตู รโรงเรียนวิทยานุกลู นารี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช 2561) ม่งุ พัฒนาผู้เรียนให้เปน็ คนดี มี
ปัญญา มคี วามสุข มศี ักยภาพในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ จึงกาหนดเปน็
จดุ หมายเพ่ือใหเ้ กิดกบั ผู้เรยี น เม่ือจบการศกึ ษาภาคบงั คับหรือการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ดังนี้

1. มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมท่ีพงึ ประสงค์ เหน็ คุณค่าของตนเอง มี
วินัยและปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

2. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี
และมีทักษะชีวติ

3. มสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ทด่ี ี มีสุขนิสัย และรักการออกกาลังกาย

4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ยึดมนั่ ในวถิ ี
ชวี ิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ

5. มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย การอนรุ ักษ์ และ
พฒั นาสิง่ แวดล้อม มจี ิตสาธารณะท่ีมุ่งทาประโยชน์และสร้างส่ิงที่ดงี ามในสังคม และอยู่
รว่ มกันในสังคมอยา่ งมคี วามสุข

คูม่ ือนกั เรยี น ผูป้ กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

52

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

หลกั สตู รโรงเรยี นวิทยานุกูลนารี ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศักราช 2561) ม่งุ ให้ผเู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคัญ 5
ประการ ดังน้ี

1. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร เปน็ ความสามารถในการรับและส่งสาร มี
วัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรสู้ กึ และทัศนะของ
ตนเองเพ่ือแลกเปลยี่ นข้อมลู ข่าวสารและประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา
ตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขดั แย้ง ต่าง ๆ การ
เลอื กรบั หรอื ไม่รบั ข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้
วิธกี ารสื่อสาร ท่ีมีประสทิ ธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่มี ตี ่อตนเอง และสังคม

2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ เป็นความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ การคิด
สงั เคราะห์ การคิด อย่างสรา้ งสรรค์ การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และการคดิ เปน็ ระบบ เพ่ือ
นาไปสูก่ ารสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือการตดั สนิ ใจเกี่ยวกับตนเองและสงั คมได้
อยา่ งเหมาะสม

3. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ เปน็ ความสามารถในการแกป้ ัญหา และ
อปุ สรรคต่างๆท่ีเผชิญได้อย่างถกู ต้องเหมาะสมบนพ้นื ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและ
ขอ้ มลู สารสนเทศ เขา้ ใจความสมั พันธ์และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม
แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรู้มาใช้ในการป้องกนั และแก้ไขปัญหา และมีการตัดสนิ ใจทีม่ ี
ประสทิ ธภิ าพ โดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขนึ้ ต่อตนเอง สังคมและส่ิงแวดล้อม

4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการ
ตา่ ง ๆ ไปใช้ในการดาเนินชวี ติ ประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรยี นรู้อย่างต่อเน่อื ง
การทางาน และการอยรู่ ่วมกันในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อนั ดีระหว่างบคุ คล
การจัดการปญั หาและความขดั แย้งต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตวั ให้ทัน

คู่มอื นักเรียน ผูป้ กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานุกลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

53

กับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียง
พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ท่ีส่งผลกระทบต่อตนเองและผูอ้ นื่

5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้
เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพฒั นาตนเองและ
สงั คม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง
เหมาะสม และมีคุณธรรม

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

หลักสูตรโรงเรียนวิทยานุกูลนารี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช 2561) มงุ่ พฒั นาผ้เู รียนให้มีคุณลกั ษณะอัน
พึงประสงค์ เพ่ือให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน ในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็น
พลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
6. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย

คมู่ อื นกั เรียน ผ้ปู กครอง และครู โรงเรยี นวิทยานุกลู นารี
ปีการศึกษา 2565

54

ระเบยี บการวัดผล
ประเมนิ ผล

ค่มู อื นกั เรียน ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี
ปีการศึกษา 2565

55

ระเบยี บโรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี
วา่ ด้วยการประเมนิ ผลการเรียน พทุ ธศกั ราช 2552
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551

(ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช 2560)

โดยทีโ่ รงเรียนวทิ ยานุกลู นารี ไดป้ ระกาศใชห้ ลักสูตรการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช
2551 ตามคาสั่งกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ท่ี สพฐ 293/2551 ลงวนั ท่ี 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
เรอ่ื งใหใ้ ช้หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาพทุ ธศักราช 2551 และกระจายอานาจใหส้ ถานศึกษา
กาหนด หลักสูตรสถานศึกษาข้ึนใชเ้ อง เพ่อื ให้สอดคลอ้ งกบั คาสง่ั ดงั กล่าว

ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความในมาตรา 21 และมาตรา 15 แหง่ พระราชบญั ญตั ิระเบียบ
บรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และคณะกรรมการการศกึ ษา
ขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 โรงเรียนวทิ ยานกุ ูลนารี จึงวางระเบยี บไว้ดังตอ่ ไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนเี้ รียกวา่ “ระเบยี บโรงเรยี นวทิ ยานุกูลนารี วา่ ด้วยการประเมินผล การเรยี น
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551”
ขอ้ 2 ระเบียบน้ีใหใ้ ช้บงั คบั ตัง้ แตป่ ีการศกึ ษา 2565 เปน็ ตน้ ไป
ขอ้ 3 ให้ยกเลกิ ระเบยี บ ขอ้ บังคับ หรอื คาส่งั อนื่ ใด ในส่วนท่กี าหนดไว้แลว้ ในระเบียบน้ี หรอื ซง่ึ ขดั
หรอื แย้งกบั ระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบยี บน้แี ทน
ข้อ 4 ระเบียบนี้ใหใ้ ช้ควบค่กู ับหลกั สตู รโรงเรยี นวิทยานุกลู นารี พทุ ธศักราช 2551 ตามระเบียบ
นี้ คาว่า “โรงเรยี น” หมายถึง โรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี “ผูอ้ านวยการ” หมายถึง ผอู้ านวยการ
โรงเรยี นวทิ ยานกุ ูลนารี
ข้อ 5 ใหผ้ ู้บรหิ ารสถานศึกษารักษาการใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บนี้ (ตรวจสอบจากแนวปฏิบัติการ

วัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน

คูม่ อื นกั เรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกลู นารี
ปีการศึกษา 2565

56

หมวด 1
หลักการวัดและประเมนิ ผลการเรียน
ขอ้ 6 การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรูข้ องนักเรยี น
6.1 การวัดและประเมินผลการเรียนรขู้ องนักเรยี นตอ้ งอยู่บนหลกั การพืน้ ฐาน สอง
ประการ คือ
6.1.1 การประเมนิ เพ่อื พัฒนาคุณภาพการเรียนร้ขู องนักเรยี น
6.1.2 การประเมินเพือ่ ตดั สินผลการเรียน
6.2 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดบั ได้แก่
6.2.1 การวดั และประเมนิ ผลระดบั ชน้ั เรยี น
6.2.2 การประเมนิ ผลระดับสถานศึกษา
6.2.3 การประเมินระดบั เขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา
6.2.4 การประเมนิ ระดับชาติ

หมวด 2
วิธีการวัดและประเมินผลการเรยี น
ข้อ 7 การวัดและประเมนิ ผลการเรียนร้ตู ามกลมุ่ สาระการเรียนรู้
ครูผสู้ อนทาการวัดและประเมินผลการเรียนรขู้ องนกั เรียนเป็นรายวชิ าตามตวั ชีว้ ดั
หรอื ตามผลการเรยี นรู้ ใชอ้ ัตราส่วนการประเมินระหว่างเรยี นและการประเมนิ ปลายภาคเรยี น
เทา่ กบั 70 : 30 หรือ 80 : 20
ข้อ 8 การประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน
ครูผ้สู อนประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนโดยใชเ้ กณฑก์ ารให้คะแนนที่
โรงเรยี นกาหนดและคณะกรรมการเปน็ ผปู้ ระเมินสรปุ
ขอ้ 9 การประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ครผู ู้สอนและครูท่ปี รึกษาประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 คุณลักษณะตาม

ค่มู ือนกั เรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปกี ารศึกษา 2565

57

ที่กาหนดไว้ในหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 โดยประเมินราย
คณุ ลักษณะด้วยเครือ่ งมอื ท่ีคณะกรรมการกาหนดให้ แล้วสง่ ให้คณะกรรมการเป็น ผู้
ประเมนิ สรุป
ขอ้ 10 การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน

ครูผู้สอนกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนทาหนา้ ท่ีประเมินการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมหรือผลงานจาก
การปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามจุดประสงคแ์ ละเวลาในการเขา้ รว่ มกิจกรรมตามเกณฑ์ทโี่ รงเรียน
กาหนด

หมวด 3
เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรยี น
ข้อ 11 การวัดและประเมนิ ผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลมุ่ ให้ถือปฏิบตั ิ ดังนี้
11.1 ครผู ้สู อนทาการวดั และประเมนิ นักเรยี นเป็นรายวิชา นักเรยี นทีจ่ ะได้รบั การ
ตดั สนิ ผลการเรยี นแต่ละรายวชิ าต้องมีเวลาเรยี นไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี น
ทง้ั หมด และตอ้ งผา่ นเกณฑ์การประเมินตวั ชว้ี ัดรายวชิ าพน้ื ฐานทุกตัวชี้วดั หรือผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ ผลการเรยี นร้ขู องวิชาเพม่ิ เติมไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 ของผลการเรยี นร้แู ต่ละรายวชิ า
สาหรับเกณฑก์ ารผ่านตวั ช้วี ดั หรือผลการเรียนรูใ้ หเ้ ปน็ ไปตามทคี่ ณะอนกุ รรมการกลุ่มสาระการ
เรียนรู้กาหนด
11.2 นกั เรียนทม่ี ีคุณสมบตั ติ ามขอ้ 11.1 จะได้รับการประเมนิ ให้ระดับผลการเรียน
เปน็ รายวชิ า ตามเกณฑท์ ่ีโรงเรยี นกาหนด ผทู้ ีไ่ ดค้ ะแนนร้อยละ 50 ข้ึนไปถอื วา่ “ผา่ น” การ
ประเมนิ ผลการเรยี นรรู้ ายวชิ า ผ้ทู ไ่ี ด้คะแนนตา่ กวา่ ร้อยละ 50 ถอื ว่าไมผ่ ่านเกณฑก์ าร
ประเมิน ผ้ทู ไี่ ม่ผา่ นการประเมินใหด้ าเนินการสอบแกต้ วั ไดไ้ ม่เกนิ 2 คร้งั ตามระยะเวลาท่ี
สถานศึกษากาหนด ท้ังน้ีให้เสร็จส้นิ ภายในปีการศกึ ษานนั้ ผลการสอบแก้ตวั ได้ไมเ่ กิน “1”
ถา้ สอบแกต้ วั 2 ครง้ั แลว้ ไม่ผา่ นให้เรียนซา้ สาหรับรายวชิ าพน้ื ฐาน ถ้าเปน็ รายวชิ าเพิ่มเติมให้
อย่ใู นดุลยพินจิ ของผ้อู านวยการวา่ จะให้เรียนซ้าหรือเปลย่ี นรายวชิ าใหม่

คูม่ ือนักเรียน ผปู้ กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

58

11.3 ผลการเรยี นทม่ี ีเง่ือนไข ได้แก่
11.3.1 “ร” หมายถึง รอการตดั สินและยงั ตดั สนิ ผลการเรียนไม่ได้

การเปลยี่ นผลการเรยี น “ร” ให้นกั เรียนดาเนนิ การแก้ไขตามสาเหตุ เมื่อแกไ้ ขเรียบรอ้ ยแลว้
ใหไ้ ด้ผลการเรียนตามปกติ (0-4) ท้ังน้ี ใหด้ าเนนิ การให้เสรจ็ สิ้นภายในปีการศึกษานัน้

11.3.2 “มส” หมายถึง ไมม่ สี ิทธ์เิ ข้ารบั การประเมินปลายภาคเรียน
เนอื่ งจากผเู้ รยี นมเี วลาเรียนไมถ่ งึ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรียนในแต่ละรายวชิ า และไมไ่ ดร้ ับการ
ผ่อนผันใหเ้ ข้ารับการประเมนิ ปลายภาคเรยี น การเปล่ยี นผลการเรยี น “มส” แยกเปน็ 2
กรณี ดงั น้ี

(1) กรณนี ักเรยี นไดผ้ ลการเรยี น “มส” เพราะมีเวลาเรียนไมถ่ ึงร้อย
ละ 80 แตม่ ีเวลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 60 ของเวลาเรยี นในรายวิชานนั้ ผลการสอบแก้
“มส” ใหไ้ ด้ระดบั ผลการเรียนไมเ่ กนิ “1” การแก้ “มส” กรณนี ี้ใหด้ าเนินการให้เสร็จส้ิน
ภายในปกี ารศกึ ษานน้ั

(2) กรณีนักเรยี นได้ผลการเรยี น “มส” เพราะมเี วลาเรียนน้อยกวา่
ร้อยละ 60 ของเวลาเรยี นทั้งหมด ให้จดั ให้เรียนซา้ สาหรับรายวชิ าพนื้ ฐาน ส่วนรายวชิ า
เพ่ิมเติมให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของสถานศึกษาใหเ้ รียนซา้ หรือเปลี่ยนรายวชิ าเรยี นใหม่

11.4 การเปลีย่ นผลการเรยี น
การเปลีย่ นผลการเรยี น “0” “ร” และ “มส” ถ้าผูเ้ รียนไมด่ าเนนิ การ

เปลย่ี นผลการเรียนดงั กลา่ ว ตามระยะเวลาทสี่ ถานศึกษากาหนดไวน้ ีใ้ ห้เรียนซ้า ยกเวน้ มเี หตุ
สุดวิสัย ให้อยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของสถานศึกษาทจ่ี ะขยายเวลาการแก้ไขผลการเรียนออกไปอกี 1
ภาคเรยี น ท้ังนี้ตอ้ งดาเนินการใหเ้ สรจ็ สนิ้ ภายในปกี ารศึกษานนั้
ขอ้ 12 การประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขียน ให้ดาเนนิ การดงั น้ี

12.1 การประเมินเบ้ืองต้น
ครูผู้สอนดาเนนิ การประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น โดยใช้

เกณฑ์การประเมินของโรงเรยี น ตดั สินระดบั คุณภาพ 4 ระดบั ได้แก่ ดีเยีย่ ม ดี ผา่ น
และไม่ผา่ น

คมู่ ือนกั เรียน ผปู้ กครอง และครู โรงเรยี นวิทยานุกลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

59

12.2 การประมวลผล
คณะกรรมการรวบรวมผลการประเมนิ ความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์

และเขยี นของนกั เรยี นแตล่ ะคนจากครผู สู้ อนแล้วสรุประดบั คณุ ภาพของนักเรยี นว่าอยใู่ นระดบั ใดโดย
ใชเ้ กณฑ์ตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด นกั เรยี นที่ “ไมผ่ า่ น” จะต้องได้รบั
การซอ่ มเสรมิ โดยครูผสู้ อนแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรียนรู้ และทาการประเมินใหม่ จนกวา่ จะผ่าน
ขอ้ 13 การประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของนกั เรยี น ใหด้ าเนินการดงั น้ี

13.1 การประเมินเบ้อื งตน้
ครูผสู้ อนและครูทปี่ รกึ ษาประจาชน้ั ดาเนนิ การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ของนกั เรียนแต่ละประการตามตวั ชี้วดั เปน็ ระดบั คุณภาพ 4 ระดับ คอื ดเี ยย่ี ม ดี ผ่าน และ ไม่
ผ่าน

13.2 การประมวลผล
13.2.1 ครูผสู้ อนและครูทปี่ รกึ ษาประจาช้นั ดาเนินการสรปุ คณุ ลกั ษณะอันพึง

ประสงคแ์ ตล่ ะประการของนักเรยี นแต่ละคนเปน็ ระดบั คณุ ภาพ ตามเกณฑ์ทโี่ รงเรยี นกาหนด
13.2.2 คณะกรรมการรวบรวมผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ อง

นกั เรยี นแตล่ ะคนจากครผู สู้ อนและครูทป่ี รึกษามาสรุปเปน็ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์แตล่ ะประการวา่
อยู่ในระดับใดโดยใช้เกณฑ์ท่โี รงเรยี นกาหนด

13.2.3 คณะกรรมการพิจารณาสรุปผลการประเมินรวมทุกคณุ ลักษณะของ
นกั เรียนแตล่ ะคน เป็นคุณลักษณะอนั พึงประสงคร์ ายภาค ตามเกณฑ์โรงเรียนกาหนด นกั เรยี นที่
“ไมผ่ า่ น” คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์จะตอ้ งได้รับการซ่อมเสรมิ และทาการประเมินใหม่ เมื่อประเมนิ
ผา่ นแลว้ จึงจะไดเ้ ลอ่ื นช้นั หรอื จบการศกึ ษา
ขอ้ 14 การตดั สินการเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น ให้ดาเนินการ ดังน้ี

14.1 การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นรายกจิ กรรม ใหค้ รผู สู้ อนแต่ละกจิ กรรม ประเมนิ
ตามเกณฑ์ ดังน้ี

14.1.1 ประเมนิ จากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและผลงานของนักเรียนตามจดุ ประสงค์
สาคัญของกจิ กรรม

คู่มอื นักเรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานุกลู นารี
ปีการศึกษา 2565

60

14.1.2 ประเมนิ เวลาเขา้ รว่ มกิจกรรม ซง่ึ นกั เรยี นจะต้องมีเวลาเข้ารว่ มกิจกรรมไมน่ อ้ ยกว่า
รอ้ ยละ 80 ของเวลาทัง้ หมด

14.1.3 นักเรียนที่มคี ุณสมบัตคิ รบท้ัง 2 เกณฑ์ ไดผ้ ลการประเมินในระดับ
“ผา่ น” นักเรียนทขี่ าดคณุ สมบัตเิ กณฑใ์ ดเกณฑ์หนง่ึ หรอื ทัง้ สองเกณฑใ์ ห้ผล
การประเมนิ ในระดบั “ไมผ่ ่าน”

14.1.4 นกั เรียนท่ีมผี ลการประเมนิ ในระดบั “ไมผ่ ่าน” ครผู ู้สอนตอ้ งดาเนนิ การ
ซอ่ มเสริมและประเมนิ จนผ่าน

14.2 การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี นเพ่อื เลื่อนชนั้ และจบระดับการศึกษา ดาเนินการ
ดังน้ี

14.2.1 เจ้าหนา้ ทที่ ะเบียนวดั ผลระดับรวบรวมผลการเขา้ รว่ มกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ของนกั เรยี นแตล่ ะคนตลอดระดับการศกึ ษา

14.2.2 นกั เรยี นท่ถี ือว่า “ผ่าน” การประเมนิ การเขา้ ร่วมกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
เพอื่ เลือ่ นชัน้ หรอื จบการศกึ ษา หมายถงึ นักเรียนที่มผี ลการประเมนิ ระดบั “ผา่ น” ในกิจกรรม
สาคญั ทั้ง 3 กจิ กรรมครบทุกภาคเรียน
ขอ้ 15 การตดั สินใหน้ กั เรยี นจบการศกึ ษา

15.1 การตดั สนิ ให้นกั เรยี นจบการศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้พิจารณาตามเกณฑท์ ่ี
กาหนดไว้ ดังนี้

15.1.1 นกั เรียนต้องเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานและรายวิชาเพ่มิ เติม โดยเป็นรายวชิ า
พน้ื ฐาน 66 หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพิม่ เติมตามทโ่ี รงเรียนกาหนด

15.1.2 นักเรียนตอ้ งได้หนว่ ยกติ ตลอดหลักสตู รไม่น้อยกวา่ 77 หน่วยกติ โดย
เป็นรายวชิ าพื้นฐาน 66 หน่วยกติ และรายวชิ าเพ่มิ เติมไมน่ อ้ ยกวา่ 11 หน่วยกติ

15.1.3 นักเรยี นตอ้ งมผี ลการประเมิน การอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน ในระดับ
“ผ่าน” หรอื “ด”ี หรือ “ดเี ย่ียม” ทุกภาคเรยี น

15.1.4 นกั เรียนตอ้ งมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์อยใู่ นระดับ
“ผา่ น” หรือ “ด”ี หรือ “ดเี ย่ยี ม” ทกุ ภาคเรยี น

15.1.5 นกั เรยี นตอ้ งเขา้ รว่ มกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนและมผี ลการประเมนิ “ผ่าน”
ทุกกิจกรรม

คู่มอื นักเรียน ผ้ปู กครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกลู นารี
ปกี ารศึกษา 2565

61

15.2 การตัดสินใหน้ กั เรยี นจบการศึกษาระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ให้พจิ ารณา
ตามเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ ดังน้ี

15.2.1 นักเรียนต้องเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานและรายวิชาเพ่ิมเตมิ โดยเป็น
รายวิชาพน้ื ฐาน 41หน่วยกิต และรายวชิ าเพิม่ เตมิ ตามท่โี รงเรียนกาหนด

15.2.2 นักเรียนตอ้ งไดห้ นว่ ยกิต ตลอดหลกั สตู รไมน่ ้อยกว่า 77 หนว่ ยกติ
โดยเปน็ รายวิชาพนื้ ฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพม่ิ เติมไมน่ ้อยกว่า 36 หน่วยกติ

15.2.3 นักเรียนต้องมผี ลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น ใน
ระดบั “ผา่ น” หรอื “ดี” หรือ “ดเี ยี่ยม” ทุกภาคเรียน

15.2.4 นักเรยี นตอ้ งมผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์อยใู่ นระดบั
“ผ่าน” หรือ “ด”ี หรือ “ดีเย่ยี ม” ทุกภาคเรยี น

15.2.5 นักเรียนต้องเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมผี ลการประเมนิ
“ผ่าน” ทุกกจิ กรรม

15.3 การพิจารณาเลอ่ื นช้นั ถา้ นักเรียนมีขอ้ บกพร่องเพียงเลก็ น้อยและสถานศึกษา
พจิ ารณาเห็นวา่ สามารถพฒั นาและสอนซ่อมเสริมไดใ้ หอ้ ยูใ่ นดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาท่จี ะให้
เลื่อนชน้ั ได้

15.4 นักเรยี นท่ีมคี ุณสมบตั ิตามเกณฑ์ที่กาหนดครบถว้ นทกุ เกณฑ์ จะได้รบั การ
พจิ ารณาตดั สินใหจ้ บการศกึ ษาระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ หรอื ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
แล้วแตก่ รณี

15.5 นกั เรยี นทบ่ี กพรอ่ งประการใดประการหนงึ่ ตอ้ งแก้ไขให้สมบูรณก์ ่อน เมือ่
แก้ไขข้อบกพร่องจนมีคุณสมบัตคิ รบถ้วนตามเกณฑก์ ารจบหลกั สูตรสมบูรณ์แล้ว จะไดร้ บั การ
พิจารณาตัดสินและอนุมัติการจบการศึกษาต่อไป

คู่มือนกั เรยี น ผ้ปู กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปีการศึกษา 2565

62

หมวด 4
การเทียบโอนผลการเรียน
ข้อ 16 การเทียบโอนผลการเรียน
โรงเรยี นสามารถเทียบโอนผลการเรยี นของนักเรยี นในกรณตี ่าง ๆ โดยมีแนว
ดาเนนิ การดงั น้ี
16.1 พจิ ารณาจากหลักฐานการศกึ ษา ซง่ึ ใหข้ อ้ มูลท่แี สดงความรู้ ความสามารถ
ของนกั เรียนในด้านตา่ ง ๆ
16.2 พิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ตรงจากการปฏบิ ตั ิจริง การทดสอบความรู้
การทดสอบภาคปฏบิ ตั ิ การสัมภาษณ์ ฯลฯ
16.3 ในกรณีมีเหตจุ าเป็นระหว่างเรยี น นักเรยี นสามารถแจ้งความจานงขอไปศกึ ษา
บางรายวิชาในสถานศกึ ษา/สถานประกอบการอืน่ แลว้ นามาเทยี บโอนได้
16.4 การเทียบโอนผลการเรยี นใหด้ าเนินการในรปู ของคณะกรรมการเทียบโอนผล
การเรียน
16.5 การเทียบโอนใหด้ าเนินการ ดงั นี้
16.5.1 กรณผี ูข้ อเทียบโอนมีผลการเรยี นมาจากหลักสตู รต่าง ๆ ใหน้ า
รายวิชาทมี่ จี ุดประสงค์และเน้อื หาสอดคล้องกันไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 60 มาเทียบโอนผลการ
เรยี นได้
16.5.2 กรณีการเทยี บโอนความรู้ ทักษะ และประสบการณใ์ ห้พจิ ารณาจาก
เอกสารหลกั ฐาน (ถา้ มี) หรอื พิจารณาจากความรู้ ความสามารถ การปฏบิ ตั ิจรงิ การ
ทดสอบ การสมั ภาษณ์ ฯลฯ
16.5.3 กรณีเทยี บโอน นักเรยี นทีเ่ ขา้ โครงการแลกเปลยี่ นต่างประเทศ
16.5.4 ผู้ขอเทียบโอนต้องขึ้นทะเบยี นเป็นนักเรียน โรงเรียน
วิทยานกุ ลู นารี อยา่ งน้อย 1 ภาคเรยี น

คู่มอื นกั เรยี น ผ้ปู กครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี
ปกี ารศึกษา 2565

63

หมวด 5
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา
ข้อ 17 เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทใี่ ช้ในการรายงานผลการเรยี นมีดังนี้
- ระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.1)
- ประกาศนียบตั ร (ปพ.2)
- แบบรายงานผสู้ าเรจ็ การศึกษา (ปพ.3)
- แบบแสดงผลการพัฒนาคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ปพ.4)
- แบบบันทึกผลการเรยี นรายวชิ า (ปพ.5)
- แบบรายงานประจาตัวนักเรยี น (ปพ.6)
- ใบรบั รองผลการเรยี น (ปพ.7)
- ระเบียนสะสม (ปพ.8)
ขอ้ 18 การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรยี น เป็นการแจ้งผลการเรยี นรู้และพฒั นาการในด้านตา่ ง ๆ ซึ่งเป็น
ความก้าวหน้าของนกั เรียนให้นกั เรยี นและผู้เกย่ี วขอ้ งรับทราบอยา่ งน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
ข้อ 19 ขอ้ มูลในการรายงานและผรู้ ายงาน
19.1 ข้อมูลการวัดและประเมินผลระดับชนั้ เรยี น ได้แก่
19.1.1 ข้อมูลการวดั และประเมินผลรายวชิ า ครปู ระจาวิชาเปน็ ผรู้ ายงานผ่านงาน
วดั ผลประเมนิ ผลของโรงเรียน
19.1.2 ผลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ครปู ระจาวิชาเป็น
ผู้รายงานผา่ นงานวดั ผลประเมนิ ผลของโรงเรยี น
19.1.3 ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ครูผสู้ อนและครูท่ปี รกึ ษา
ประจาช้ันเปน็ ผู้รายงานผา่ นงานวดั ผลประเมนิ ผลของโรงเรียน
19.1.4 ขอ้ มูลการวัดและประเมินผลกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ครูผสู้ อนกจิ กรรม
พัฒนาผู้เรียนทุกกจิ กรรมเปน็ ผรู้ ายงานผา่ นงานวัดผลประเมนิ ผลของโรงเรียน

19.2 ข้อมลู การประเมินผลระดับสถานศกึ ษา ได้แก่
คูม่ อื นกั เรียน ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี
ปกี ารศึกษา 2565

64

19.2.1 ผลการประเมินความกา้ วหน้าในการเรยี นรรู้ ายภาค ผรู้ ายงานคอื หวั หนา้
งานวดั ผลประเมนิ ผล ไดแ้ ก่

1) ผลการประเมนิ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกลุม่ สาระการเรยี นรู้
8 กลมุ่

2) ผลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียนทุกกิจกรรม
3) ผลสรปุ การประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
4) ผลสรปุ การประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น
19.2.2 ผลการประเมินเพ่อื การเลื่อนช้ัน เป็นหนา้ ทข่ี องเจา้ หน้าทท่ี ะเบียนวดั ผล
ท่ีจะสรุปและรายงานผลนักเรยี นทม่ี ีคณุ สมบัตไิ ดเ้ ล่ือนชน้ั กรณีท่นี กั เรียนขาดคณุ สมบตั ใิ นการเลอ่ื น
ชน้ั ใหเ้ สนอตงั้ กรรมการเพอื่ พจิ ารณาใหเ้ รยี นซ้าชัน้
19.2.3 ผลการประเมินเพอื่ จบการศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
หรือระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย เปน็ หน้าท่ีของหัวหนา้ งานทะเบียนวัดผลในการสรปุ และรายงาน
19.3 ข้อมูลผลการประเมินคณุ ภาพระดับเขตพืน้ ท่กี ารศึกษา หัวหน้างานประกันคณุ ภาพ
การศกึ ษาเป็นผู้วิเคราะหแ์ ละรายงาน
19.4 ขอ้ มูลผลการประเมนิ คณุ ภาพระดบั ชาติ หวั หนา้ งานประกันคุณภาพการศกึ ษาเปน็ ผู้
วิเคราะห์และสรุปรายงาน
19.5 ขอ้ มลู พฒั นาการของนักเรยี นด้านอืน่ ๆ ผรู้ ายงานได้แก่ ครทู ป่ี รกึ ษาประจาชั้น ครู
แนะแนว หัวหนา้ งานพยาบาล หวั หนา้ งานระบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน
ขอ้ 20 ลกั ษณะข้อมลู สาหรับการรายงาน การรายงานผลการประเมินผลการเรยี น
มีรปู แบบการรายงานดังน้ี
20.1 รายงานเป็น ตวั เลข ตัวอักษร คา หรอื ขอ้ ความ
20.2 รายงานเป็นแผนสถติ ิ (graph) เสน้ แสดงพฒั นาการ (Profile)
20.3 รายงานเปน็ ข้อความบรรยายพฤตกิ รรมหรือคณุ ภาพทผี่ ูป้ ระเมนิ สงั เกตพบ
ข้อ 21 เปา้ หมายการรายงาน บคุ คลสาคญั ท่ีควรจะไดร้ บั รายงานผลการประเมินผล การเรียน
ไดแ้ ก่ บุคคลทเี่ ก่ยี วข้องท้งั หมด

คมู่ อื นกั เรียน ผูป้ กครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

65

ข้อ 22 วิธกี ารรายงาน
22.1 รายงานอยา่ งเปน็ ทางการ
21.2 รายงานอย่างไมเ่ ป็นทางการ

ขอ้ 23 กาหนดระยะเวลาในการรายงาน
ให้คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและวชิ าการสถานศึกษาหรอื ผ้ไู ดร้ ับมอบหมาย

กาหนดช่วงเวลาในการรายงาน

หมวด 6
บทเฉพาะกาล
ข้อ 24 สถานศึกษาทม่ี ีการเปดิ หลักสตู รอาชีพ หลักสตู รคู่ขนาน กบั สถาบนั หน่วยงาน
สถานประกอบการ ให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวชิ าการสถานศึกษา หรอื ผทู้ ไี่ ดร้ บั
มอบหมาย พิจารณาหลกั เกณฑ์ วธิ ีการเพม่ิ เตมิ โดยใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา
ขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 และแนวปฏบิ ตั ขิ องกระทรวงศึกษาธกิ าร

ประกาศ ณ วนั ท่ี 14 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565

(นายพัชรนิ ภชู่ ยั )
ผู้อานวยการโรงเรยี นวิทยานุกลู นารี

คู่มือนักเรียน ผปู้ กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

66

การจดั การเรียนการสอน

ปีการศกึ ษา 2565
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1-3

ชัน้ /ห้อง แผนการเรียน ชน้ั /หอ้ ง แผนการเรียน

ม.1/1 แผนการเรียนพเิ ศษ สสวท. ม.2/8 แผนการเรยี นพิเศษ IJP

ม.1/2 แผนการเรียนพิเศษ วิทย์-คณติ ม.2/9 แผนการเรยี นปกติ

ม.1/3 แผนการเรยี นพิเศษ วิทย์-คณติ ม.2/10 แผนการเรยี นปกติ

ม.1/4 แผนการเรียนพเิ ศษ MEP ม.2/11 แผนการเรียนปกติ

ม.1/5 แผนการเรียนพิเศษ MEP ม.2/12 แผนการเรียนปกติ

ม.1/6 แผนการเรียนพิเศษ IEP ม.2/13 แผนการเรียนปกติ

ม.1/7 แผนการเรียนพเิ ศษ ICP ม.2/14 แผนการเรยี นปกติ

ม.1/8 แผนการเรียนพเิ ศษ IJP ม.3/1 แผนการเรียนพิเศษ สสวท.

ม.1/9 แผนการเรียนปกติ ม.3/2 แผนการเรยี นพเิ ศษ วทิ ย์-คณิต

ม.1/10 แผนการเรยี นปกติ ม.3/3 แผนการเรยี นพเิ ศษ วิทย์-คณิต

ม.1/11 แผนการเรยี นปกติ ม.3/4 แผนการเรียนพเิ ศษ MEP

ม.1/12 แผนการเรียนปกติ ม.3/5 แผนการเรียนพิเศษ MEP

ม.1/13 แผนการเรยี นปกติ ม.3/6 แผนการเรียนพิเศษ IEP

ม.1/14 แผนการเรียนปกติ ม.3/7 แผนการเรยี นพเิ ศษ ICP

ม.2/1 แผนการเรียนพิเศษ สสวท. ม.3/8 แผนการเรยี นปกติ

ม.2/2 แผนการเรียนพิเศษ วทิ ย์-คณติ ม.3/9 แผนการเรียนปกติ

ม.2/3 แผนการเรยี นพเิ ศษ วิทย์-คณิต ม.3/10 แผนการเรียนปกติ

ม.2/4 แผนการเรียนพิเศษ MEP ม.3/11 แผนการเรียนปกติ

ม.2/5 แผนการเรยี นพเิ ศษ MEP ม.3/12 แผนการเรียนปกติ

ม.2/6 แผนการเรียนพเิ ศษ IEP ม.3/13 แผนการเรียนปกติ

ม.2/7 แผนการเรียนพิเศษ ICP ม.3/14 แผนการเรยี นปกติ

คู่มือนกั เรียน ผูป้ กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปีการศึกษา 2565

67

ปีการศกึ ษา 2565
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4-6

ชัน้ /หอ้ ง แผนการเรยี น ชน้ั /หอ้ ง แผนการเรียน
ม.4/1 แผนการเรยี นปกติ วิทย์-คณติ
ม.4/2 แผนการเรียนพเิ ศษ สสวท. ม.5/6 แผนการเรยี นปกติ วิทย์-คณิต
ม.4/3
ม.4/4 แผนการเรยี นพเิ ศษ วิทย์-คณติ ม.5/7 แผนการเรยี นพเิ ศษศลิ ป์ องั กฤษ-จีน
ม.4/5
ม.4/6 แผนการเรียนพิเศษ วทิ ย์-คณิต ม.5/8 แผนการเรียนพเิ ศษศลิ ป์ อังกฤษ-ญี่ปนุ่
ม.4/7
ม.4/8 แผนการเรียนพิเศษ IEP ม.5/9 แผนการเรียนปกตศิ ิลป์ ไทย-สังคม
ม.4/9 แผนการเรยี นพิเศษ สสวท.
ม.4/10 แผนการเรียนปกติ วิทย์-คณิต ม.5/10 แผนการเรยี นพเิ ศษ วทิ ย์-คณิต
ม.4/11 แผนการเรยี นพิเศษ วทิ ย์-คณติ
ม.4/12 แผนการเรยี นปกติ วิทย์-คณิต ม.6/1 แผนการเรียนพิเศษ IEP
ม.5/1 แผนการเรยี นปกติ วทิ ย์-คณิต
ม.5/2 แผนการเรียนปกติ วทิ ย์-คณิต ม.6/2 แผนการเรียนปกติ วทิ ย์-คณติ
ม.5/3 แผนการเรียนปกติ วิทย์-คณติ
ม.5/4 แผนการเรียนปกติ วทิ ย์-คณิต ม.6/3 แผนการเรียนพเิ ศษศลิ ป์ องั กฤษ-จีน
ม.5/5
แผนการเรยี นพเิ ศษศลิ ป์ อังกฤษ-จนี ม.6/4 แผนการเรียนพเิ ศษศลิ ป์ องั กฤษ-ญีป่ นุ่

แผนการเรียนพเิ ศษศลิ ป์ อังกฤษ-ญีป่ นุ่ ม.6/5 แผนการเรยี นปกตศิ ิลป์ ไทย-สงั คม

แผนการเรยี นปกตศิ ลิ ปอ์ ังกฤษ ม.6/6

แผนการเรียนปกตศิ ิลป์ไทย-สังคม ม.6/7

แผนการเรยี นพเิ ศษ สสวท. ม.6/8

แผนการเรียนพเิ ศษ วิทย์-คณติ ม.6/9

แผนการเรียนพเิ ศษ วทิ ย์-คณติ ม.6/10

แผนการเรียนพเิ ศษ IEP

แผนการเรียนปกติ วิทย์-คณิต

คูม่ อื นกั เรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

68

แนวทางการจดั กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน

โรงเรียนวิทยานุกลู นารี จัดใหผ้ เู้ รยี นทุกคนเข้าร่วมกิจกรรม โดยใชแ้ นวทางการ
จดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ของสานกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. 2552 มแี นวการจัดกิจกรรม ดงั น้ี

1. ใหผ้ เู้ รียนปฏิบัติกจิ กรรมดว้ ยความสมคั รใจ
2. ผู้เรยี นได้ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมผ่านประสบการณท์ ี่หลากหลาย ฝกึ การทางาน
ทส่ี อดคลอ้ งกับชวี ติ จรงิ ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณข์ องผเู้ รยี น
3. จดั กิจกรรมอย่างสมดลุ ทงั้ 3 กจิ กรรม คือกิจกรรมแนว กิจกรรมนกั เรยี น
และกจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ มคี วามสมดลุ ในการจดั กจิ กรรมรายบุคคล และ
กจิ กรรมกลมุ่ รวมท้ังมกี ารจดั กจิ กรรมในและนอกสถานศกึ ษา
4. จัดกิจกรรมโดยให้ผู้เรียนเป็นผ้ดู าเนนิ การ โดยมีการสารวจและใชข้ ้อมูล
ประกอบการวางแผนอย่างเปน็ ระบบเนน้ การคดิ วเิ คราะห์และใช้ความคิดสรา้ งสรรคใ์ นการ
ดาเนินกิจกรรม
5. ใช้กระบวนการมีสว่ นรว่ มและการเรียนรู้แบบร่วมมือมากกวา่ เนน้ การแขง่ ขนั
บนพน้ื ฐานการปฏบิ ตั ิตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย
การจัดกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ใหแ้ กผ่ ู้เรยี นทงั้ ในระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
แบ่งเป็น 3 ลกั ษณะ ดังน้ี
1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่สง่ เสรมิ และพัฒนาความสามารถของผู้เรยี น ให้
เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคลสามารถคน้ พบและพฒั นาศักยภาพของตนเสรมิ สรา้ ง
ทกั ษะชวี ติ วุฒภิ าวะทางอารมณ์ การเรียนรูเ้ ชงิ ปัญญา และการสรา้ งสมั พันธภาพทด่ี ี ซึง่ ผสู้ อน
ทุกคนต้องทา หน้าท่ีแนะแนวใหค้ าปรกึ ษาดา้ นชวี ติ การศึกษาต่อและพัฒนาตนสโู่ ลกอาชพี และ
การมีงานทา

คูม่ ือนกั เรียน ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกลู นารี
ปีการศึกษา 2565

69

2. กิจกรรมนกั เรียน เปน็ กจิ กรรมท่ผี ูเ้ รียนเปน็ ผ้ทู ป่ี ฏิบัตดิ ว้ ยตนเอง ต้ังแต่ศึกษา
วเิ คราะห์ วางแผน ปฏบิ ัตติ ามแผน ประเมนิ และปรบั ปรุงการทางาน โดยเน้นการทางาน
ร่วมกันเปน็ กลุ่ม เชน่ ลกู เสือ – เนตรนารี ผบู้ าเพ็ญประโยชน์ ยวุ กาชาด กิจกรรมชุมนุม ชมรม
ฯลฯ

3. กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กิจรรมที่นาความรู้ หรอื
ประยุกตใ์ ชค้ วามรูจ้ ากสิ่งทศี่ กึ ษาคน้ ควา้ และเรยี นร้จู ากรายวิชาเพม่ิ เติม (IS1, IS2) ไปสูก่ าร
ปฏิบตั ิ ในการสรา้ งสรรค์ โครงงาน /โครงการต่าง ๆ ทก่ี อ่ ให้เกดิ ประโยชน์ต่อสาธารณะหรือ
บรกิ ารสงั คม ชมุ ชน ประเทศหรอื สังคมโลก มกี ารกาหนดเปา้ หมาย วัตถปุ ระสงค์ วางแผนการ
ทางาน และตรวจสอบความกา้ วหนา้ วเิ คราะห์ วิจารณผ์ ลทไี่ ดจ้ ากการปฏิบตั กิ ิจกรรมหรอื
โครงงาน/โครงการโดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมีทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์ เป็น
กจิ กรรมจติ อาสาที่ไม่มคี า่ จา้ งตอบแทน เป็นกจิ กรรมท่ีให้มคี วามตระหนักรู้ มสี านึกความ
รับผิดชอบตอ่ ตนเองและตอ่ สังคม

การประเมนิ ผลกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
การประเมินผลกิจกรรม เปน็ กระบวนการทดสอบความสามารถ และพัฒนาการดา้ น
ต่าง ๆ ของผเู้ รียน ซึง่ นอกจากพิจารณาความร้ตู ามทฤษฏแี ล้วยงั ตอ้ งพิจารณาดา้ นความ
ประพฤติ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมทีเ่ นน้ ทักษะและการปฏบิ ัติตา่ ง ๆ ด้วยวธิ กี าร
ประเมนิ ทีห่ ลากหลาย และการประเมนิ ตามสภาพจริง โดยกาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ เปน็
“ผ่าน” และ “ไม่ผา่ น”
“ผ่าน” หมายถงึ ผเู้ รียนมเี วลาเขา้ ร่วมกจิ กรรม ครบตามเกณฑ์การปฏิบตั กิ ิจกรรม
และมี ผลงาน/ชนิ้ งาน/คุณลกั ษณะตามเกณฑท์ โี่ รงเรียนกาหนด
“ไม่ผา่ น” หมายถงึ ผู้เรียนมีเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรมไมค่ รบตามเกณฑ์ ไม่ผา่ นการ
ปฏิบัตกิ จิ กรรม หรือมีผลงาน/ชนิ้ งาน/คุณลักษณะไม่เปน็ ไปตามเกณฑท์ ีโ่ รงเรยี นกาหนด

ค่มู ือนักเรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานุกลู นารี
ปกี ารศึกษา 2565

70

งานกจิ การนกั เรียน
โรงเรยี นวิทยานุกูลนารี

คู่มอื นกั เรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี
ปกี ารศึกษา 2565

71

ประกาศระเบยี บโรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี
ว่าด้วยความประพฤตแิ ละการปฏบิ ัตติ นของนักเรยี นโรงเรยี นวิทยานกุ ลู นารี

พุทธศกั ราช 2565
จากวิสัยทศั นโ์ รงเรียนวทิ ยานุกูลนารี “โรงเรยี นวิทยานุกลู นารี ผ้เู รยี นเปน็
คนดี บนพน้ื ฐานความเปน็ ไทย มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล สกู่ ารเปน็ โรงเรยี น 1 ใน
100 ภายในปี 2565” และเพ่ือพฒั นาผเู้ รียนให้มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม และเปน็ แบบอย่างท่ี
ดี สอดคลอ้ งกบั กฎกระทรวงศึกษาธิการ กาหนดความประพฤตนิ ักเรยี น นักศึกษา พ.ศ.
2548 ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าด้วยการลงโทษนกั เรียนและนักศกึ ษา พ.ศ. 2548
และระเบยี บกฎกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยการลงโทษนักเรียน นกั ศึกษา (ฉบบั ท่ี 2)
พ.ศ.2550 และตามแผนพฒั นาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ.
2560-2565) “มงุ่ พัฒนาผู้เรยี นใหม้ คี วามรูค้ ู่คุณธรรม มีคณุ ภาพชวี ติ ทดี่ มี ีความสขุ ใน
สงั คม” น้ัน
จึงเห็นสมควรทจ่ี ะปรบั ระเบียบของโรงเรียนวทิ ยานุกูลนารี เพอ่ื ให้สอดคล้องกับ
โครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียน และเพื่อให้เกิดประสิทธภิ าพประสทิ ธผิ ล ในการ
สง่ เสรมิ อบรมนักเรียนใหเ้ ปน็ คนดี มคี วามประพฤตเิ รยี บร้อย เปน็ ผทู้ อี่ ยู่ในระเบยี บวนิ ัย
มคี วามรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม และเป็นแบบอย่างที่ดี
ตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน “มารยาทงาม ความรู้ดี มีคุณธรรม” จึงได้กาหนดระเบยี บวา่
ด้วยความประพฤติและการปฏบิ ัติตนของนักเรยี นโรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี พทุ ธศักราช
2565 ดงั น้ี

คู่มอื นักเรยี น ผ้ปู กครอง และครู โรงเรยี นวิทยานกุ ลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

72

หมวดท่ี 1
บทท่ัวไป
ขอ้ 1 ระเบยี บนเ้ี รียกวา่ “ระเบียบโรงเรยี นวิทยานุกูลนารี ว่าดว้ ยความ
ประพฤติและการปฏบิ ัติตนของนกั เรียนโรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี พุทธศักราช 2565”
ข้อ 2 ระเบยี บนีม้ ผี ลบังคบั ใช้ต้ังแตว่ ันที่ประกาศใช้ เปน็ ตน้ ไป
ขอ้ 3 ให้ยกเลกิ ระเบยี บโรงเรียน วา่ ดว้ ยการพฒั นาพฤติกรรมนักเรียนของ
โรงเรียนวทิ ยานกุ ูลนารี พ.ศ. 2565 และใหใ้ ชร้ ะเบยี บน้ีแทน
ขอ้ 4 ในระเบียบน้ี
ผู้อานวยการ หมายถึง ผอู้ านวยการโรงเรียนวทิ ยานกุ ลู นารี
รองผูอ้ านวยการ หมายถึง รองผู้อานวยการโรงเรยี นวิทยานุกูลนารี
หรือหวั หนา้ งานกจิ การนักเรียน
ครู หมายถึง ครทู ี่ปฏบิ ัตหิ น้าทรี่ าชการในโรงเรยี นวทิ ยานุกูลนารี
นักเรยี น หมายถงึ นักเรยี นทกี่ าลังศึกษาอยูใ่ นโรงเรียนวทิ ยานกุ ลู นารี
ผู้ปกครอง หมายถงึ บดิ า มารดา หรอื ผ้ทู น่ี กั เรยี นอยู่ร่วมดว้ ย
คณะกรรมการ หมายถึง ครทู ไ่ี ด้รับการแต่งตง้ั ให้เปน็
คณะกรรมการกลมุ่ งานดูแลนักเรียน
โรงเรยี น หมายถึง โรงเรียนวิทยานุกูลนารี อาเภอเมือง จังหวดั
เพชรบูรณ์

คู่มอื นกั เรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

73

“การพัฒนาพฤตกิ รรมนักเรยี น” หมายถงึ การปรบั เปลีย่ นพฤติกรรมของ
นักเรียนที่ประพฤตผิ ิด หรือฝ่าฝนื ระเบยี บข้อบงั คับของโรงเรยี น โดยใชก้ จิ กรรม หรอื การ
ลงโทษตามระดับความผิดท่ีกระทา และการสนบั สนนุ ส่งเสรมิ ให้นกั เรียนเปน็ ผ้มู ีระเบยี บ
วนิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรมอันดีงาม

“พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์” หมายถึง พฤติกรรมท่นี กั เรียนแสดงออกในทางท่ี
ผิด ฝา่ ฝนื ตอ่ กฎระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียน กฎกระทรวงกาหนดความประพฤติของ
นกั เรยี นและนักศึกษา พ.ศ.2555 และพฤติกรรมท่ีขัดต่อศีลธรรมอันดงี ามชองสังคม

“พฤติกรรมที่พงึ ประสงค์” หมายถึง พฤติกรรมทีน่ ักเรียนแสดงออกในทางท่ีถกู
ทคี่ วรกระทาความดีอันเกิดประโยชนต์ อ่ ตนเองผอู้ ืน่ และส่วนรวม สมควรไดร้ ับการยก
ย่อง เชดิ ชู เปน็ แบบอยา่ งทดี่ ีและควรได้รับรางวัล

“การกระทาความผิด” หมายถึง การที่นักเรียนประพฤตผิ ดิ ฝ่าฝืน
ระเบียบ คาสั่งแนวปฏิบตั ิ ข้อบังคับชองโรงเรียน หรอื กฎกระทรวงศึกษาธิการ กาหนด
ความประพฤติของนกั เรยี นและนกั ศึกษา พ.ศ. 2548

“ทากิจกรรม” หมายถงึ การให้นกั เรยี นท่กี ระทาผิด ทากจิ กรรมบาเพ็ญตนให้
เปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง ผูอ้ ืน่ ส่วนรวมหรอื สงั คม

ขอ้ 5 ใหผ้ อู้ านวยการหรือรองผูอ้ านวยการทผี่ ู้อานวยการมอบหมายหรือหวั หนา้
งานกจิ การนักเรียนเปน็ ผู้รกั ษาตามระเบียบ

ค่มู ือนักเรียน ผ้ปู กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานุกลู นารี
ปีการศึกษา 2565

74

หมวดที่ 2
วา่ ดว้ ยการปฏิบัติตนของนักเรยี นโรงเรียนวิทยานุกูลนารี
ข้อ 6 แนวปฏบิ ัตทิ ว่ั ไปของนกั เรียนโรงเรียนวิทยานกุ ูลนารี

(1) ตอ้ งยึดมัน่ ในสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ และระบอบ
ประชาธิปไตย ของไทย

(2) ต้องเป็นผ้ตู ง้ั ใจเรยี น เอาใจใส่ตอ่ การเรยี น
(3) ตอ้ งปฏิบตั ิตนตามกฎระเบยี บ ข้อบังคับของโรงเรยี นอยา่ ง
เคร่งครดั
(4) ตอ้ งรักษาศักดิศ์ รี เกียรติยศชื่อเสยี ง ของโรงเรยี นและตนเอง
(5) ตอ้ งเคารพและมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ ครู ผูม้ ีพระคุณ
และโรงเรียน
(6) ต้องมีความสามัคคกี ลมเกลียว ช่วยเหลือเออ้ื เฟ้ือซ่ึงกนั และกัน
(7) ต้องมีบุคลิกภาพสะอาด สภุ าพเรยี บรอ้ ย สมกบั เป็นผทู้ ม่ี ี
วฒั นธรรมอันดีงาม
(8) ตอ้ งเปน็ ผ้อู นรุ ักษ์ไวซ้ งึ่ ประเพณีอนั ดีงาม และธรรมชาติ
สิ่งแวดลอ้ ม
(9) ตอ้ งมีความเสยี สละต่อสว่ นรวม ไม่เหน็ แก่ประโยชนส์ ว่ นตวั
(10)ต้องไม่เกยี่ วข้องกับสิง่ เสพติดและอบายมขุ ทงั้ ปวง

คูม่ อื นกั เรยี น ผู้ปกครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

75

ข้อ 7 การปฏิบตั ิตนของนกั เรียนการมาโรงเรยี น
(1) แตง่ กายให้เรียบร้อย ถกู ตอ้ งตามระเบยี บโรงเรยี น
(2) จดั เตรียมสมุด หนงั สือ และอุปกรณก์ ารเรียนมาตามตาราเรียน

ประจาวนั
(3) ทาความเคารพผู้ปกครองก่อนออกจากบา้ น
(4) โดยสารหรือขบั ขย่ี านพาหนะดว้ ยความระมดั ระวงั ปฏิบตั ติ าม

กฎจราจร
(5) มาถึงโรงเรยี นกอ่ นเวลา 07.50 น.
(6) ทาความเคารพครู ไหว้พระ และเดนิ เขา้ แถวอยา่ งเปน็ ระเบยี บ

เม่ือมาถงึ โรงเรียน
(7) เร่ิมเขา้ แถวเพ่ือทากิจกรรมหน้าเสาธงเวลา 07.50 น.และ นักเรียน

ทกุ คนต้องหยดุ กจิ กรรมทุกอย่างเพื่อร่วมกจิ กรรมอย่างเคร่งครัด
(8) เวลา 08.00 น. ครูที่รับผดิ ชอบหรือคณะกรรมการนักเรียนสงั่

จดั ระเบยี บแถวเชญิ ชกั ธงชาตขิ ึ้นสูย่ อดเสา นักเรียนยืนตรงร้องเพลงชาติ สวดมนต์ แผ่
เมตตา กล่าวคาปฏิญาณตน อตั ลักษณ์ เอกลกั ษณ์ ปรชั ญา คาขวัญ สโลแกนว.ก.
คาขวัญ ร้องเพลงสดดุ จี อมราชา ร้องเพลงโรงเรยี น ฟงั คาสง่ั และแยกยา้ ยเขา้ ชน้ั เรยี น
อยา่ งเป็นระเบยี บ

ข้อ 8 การปฏบิ ตั ติ นเม่ืออยูใ่ นหอ้ งเรยี น
(1) ตอ้ งเข้าเรียนตรงต่อเวลาตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
(2) ต้องตง้ั ใจศึกษาเลา่ เรียน เคารพเชอ่ื ฟงั ครูผู้สอน
(3) รักษากรยิ ามารยาท และรักษาระเบยี บวนิ ยั ให้เรยี บรอ้ ย
(4) ดแู ลรักษาความสะอาด ความเรยี บรอ้ ยของห้องเรยี นและวสั ดุ

ครภุ ณั ฑ์อยู่เสมอ

คูม่ อื นักเรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปีการศึกษา 2565

76

(5) การเข้าและออกห้องเรยี นขณะเรียนตอ้ งขออนุญาตและทาความเคารพ
ครูผูส้ อนก่อนทกุ ครง้ั ในการออกนอกห้องเรยี นต้องใชบ้ ัตรคลอ้ งคอขอออกน้องห้องเรียน
แล้วกลบั เข้าหอ้ งเรยี นโดยเรว็ พร้อมคืนและเก็บบัตรคลอ้ งคอไวท้ ีเ่ ดิม

(6) ไมน่ าอาหาร เคร่ืองด่ืมใดๆ เข้ามารับประทานในห้องเรียน
(7) ไม่ทาความสกปรก หรือเคล่อื นยา้ ยครภุ ัณฑ์หอ้ งเรยี นโดยไม่ได้
รบั อนญุ าต
(8) ไม่วิ่งเล่น สง่ เสียงดัง รบกวนผ้อู น่ื ทง้ั ในและนอกเวลาเรียน
(9) ฟัง คิด และซักถามครูผสู้ อนเม่ือมปี ญั หาไม่เข้าใจ แล้วจดบนั ทกึ
(10) เมื่อเปลีย่ นหอ้ งเรยี นหรือสถานทเ่ี รียนต้องเดินแถวให้เป็นระเบียบ
เรียบรอ้ ย ไมเ่ ล่นกันและไมส่ ่งเสยี งดัง
ข้อ 9 สง่ิ ทนี่ กั เรียนต้องไม่นาเข้ามาในโรงเรียน
(1) อาวธุ สิง่ เทียมอาวธุ วตั ถรุ ะเบดิ วตั ถุอนั ตรายอืน่ ๆ
(2) สอื่ ลามกอนาจาร
(3) สงิ่ เสพตดิ ใหโ้ ทษ
(4) อุปกรณเ์ ก่ยี วกับการพนันทกุ ประเภท
(5) อุปกรณ์ส่อื สารอิเลคทรอนคิ ส์ ไดแ้ ก่ โทรศัพท์มอื ถือ เปน็ ต้น
(6) เครื่องเล่นเพื่อความบันเทงิ ต่างๆ ยกเวน้ สง่ิ ท่โี รงเรียนส่งเสริม
(7) สง่ิ ของฟุ่มเฟือย เครื่องประดบั ของมีค่า ซง่ึ ไม่มีความจาเปน็ ต่อ
การเรียน
(8) อปุ กรณ์ สิ่งพิมพ์ทม่ี ีวัตถุประสงคเ์ พื่อการจาหนา่ ยสินค้า
(9) บคุ คลภายนอกที่ไม่ใชผ่ ปู้ กครอง หรือคนในครอบครวั
(10) สัตว์เลี้ยง

ค่มู อื นักเรยี น ผู้ปกครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

77

(11) สง่ิ ท่ีขัดตอ่ กฎหมายบา้ นเมอื ง ระเบยี บ ประกาศ แนวปฏบิ ัติ
ใดๆ ของราชการ

ข้อ 10 การแสดงความเคารพ
ก. ในห้องเรียน
(1) ครูเขา้ สอน หรือเลกิ การสอน ใหห้ วั หน้าหอ้ งบอกนกั เรียนทา

ความเคารพ
(2) เมื่อมผี ู้มาเย่ยี มเยือนหรือมาให้ความรู้ ให้ครูผ้สู อนแนะนาให้

นักเรียนร้จู ัก ให้หัวหนา้ หอ้ งบอกทาความเคารพเช่นเดยี วกับการเคารพครู
ข. นอกห้องเรียน
(1) แสดงความเคารพครูและผู้อาวุโส ดว้ ยการหยดุ เดิน ยนื ตรง ทา

ความเคารพด้วยการไหว้ หรอื โคง้ คานบั พร้อมกลา่ วคาวา่ “สวัสดคี รับ”
“สวัสดคี ่ะ”

(2) กรณีทีน่ ักเรียนไม่สามารถยกมือไหว้ได้ เนอ่ื งจากถือสัมภาระสง่
ของอย่ใู ห้นกั เรยี นหยดุ ยนื ตรง พร้อมกล่าวคาวา่ “สวสั ดีครับ” “สวสั ดคี ่ะ”

(3) การเดินผ่านครหู รือผอู้ าวุโสกว่า นกั เรยี นตอ้ งขออนุญาตและน้อม
ตัวลงเลก็ น้อยเมื่อเดินผา่ นไป

(4) การเดนิ บรเิ วณถนนให้เดนิ เปน็ แถว ชิดด้านขวาของถนน
ขอ้ 11 การปฏบิ ตั ิตนต่อเพื่อนนกั เรียน

(1) มีความสามัคคี กลมเกลียวกนั
(2) ช่วยเหลอื เออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ เพ่อื นนักเรียนในทางทีถ่ ูกทค่ี วร
(3) ยกย่อง ใหเ้ กียรติแก่เพื่อนนักเรียนดว้ ยกัน
(4) พดู และแสดงกรยิ ามารยาทสภุ าพ ต่อนักเรยี นทุกคน

คมู่ ือนักเรียน ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี
ปกี ารศึกษา 2565

78

(5) เคารพนกั เรยี นรุ่นพ่ี หรือผอู้ าวโุ สกว่า
(6) ไม่ชักชวน ยยุ งสง่ เสริมให้ผู้อน่ื ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนในทางทไ่ี ม่
เหมาะสม
(7) เคารพและปฏบิ ตั ติ าม มติ แนวปฏิบตั ขิ องสภานักเรยี น
ขอ้ 12 การปฏิบตั ติ นในการสอบ
(1) แตง่ กายให้เรียบร้อยตามระเบียบโรงเรียน
(2) ดูตารางสอบลว่ งหน้าและเตรียมอุปกรณก์ ารทาขอ้ สอบให้พรอ้ มเสมอ
(3) ไปถงึ สถานท่สี อบก่อนเวลาพอสมควร
(4) ไม่เข้าห้องสอบกอ่ นไดร้ บั อนุญาตจากผู้ควบคุมห้องสอบ
(5) ไมน่ าเอกสาร อุปกรณใ์ ดๆ ทีไ่ ม่ได้รบั อนุญาตเข้าในห้องสอบ
(6) นงั่ ประจาที่น่งั สอบตามที่กาหนด
(7) กรอกข้อมลู ประจาตวั ผสู้ อบวชิ าท่ีสอบวนั เวลาสอบให้ครบถว้ น
(8) ปฏิบัตติ ามคาชแี้ จงในการสอบอยา่ งเคร่งครัด
(9) ไม่ทจุ ริต คัดลอก หรือใหผ้ ู้อืน่ คดั ลอกคาตอบ โดยเดด็ ขาด
(10) ปฏบิ ตั ติ นสภุ าพไมพ่ ดู คยุ กบั ผอู้ ่นื ในขณะสอบโดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต
(11) ไมอ่ อกหอ้ งสอบก่อนเวลาท่กี าหนด
(12) เม่ือส่งข้อสอบและออกจากหอ้ งสอบแลว้ ไมส่ ง่ เสียงหรอื ทา
กรยิ ารบกวนผ้อู ่ืน

คมู่ อื นักเรยี น ผู้ปกครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

79

ขอ้ 13 การรว่ มกิจกรรมของทางโรงเรยี น
ในการจดั การศึกษาของทางโรงเรียนนนั้ จาเปน็ ต้องจัดให้มีกจิ กรรม

ตา่ งๆ ท้ังในและนอกหลกั สูตร เพอื่ ส่งเสริมให้นักเรียนได้รบั ความรูแ้ ละประสบการณ์ท่ี
เป็นประโยชน์ ดงั น้ันเมื่อโรงเรียนกาหนด
หรือแจ้งใหน้ ักเรยี นเข้ารว่ มกิจกรรมใดๆ ก็ตาม นักเรยี นต้องเขา้ ร่วมกจิ กรรมอย่างตั้งใจ
ตามวนั เวลา และสถานทีท่ ี่จัดกิจกรรมน้นั ๆ อยา่ งเคร่งครัด ยกเวน้ มีเหตุจาเปน็ ให้นา
ผู้ปกครองมาขออนุญาตกอ่ นเสมอ

ข้อ 14 การรว่ มกจิ กรรมนอกโรงเรยี น
นักเรียนมคี วามประสงคจ์ ะไปร่วมกิจกรรมอน่ื ๆ กบั หนว่ ยงาน

องค์กร ชมุ ชนภายนอก ในเวลาเรียนซ่งึ ไมใ่ ช่กจิ กรรมทโี่ รงเรียนจดั ขึ้น หรอื เปน็ กิจกรรมท่ี
ขดั ตอ่ ระเบยี บของโรงเรยี นนักเรยี นตอ้ งแจง้ ให้ผ้ทู จ่ี ะนานกั เรียนไปร่วมกจิ กรรมขอ
อนุญาตมายงั โรงเรียนเปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษร หรือมผี ปู้ กครองมา ขออนุญาตกบั ทาง
โรงเรยี น เมอื่ ไดร้ ับอนญุ าตจงึ สามารถไปรว่ มกจิ กรรมดังกล่าวได้

ขอ้ 15 การขออนญุ าตออกนอกบรเิ วณโรงเรียน
เมอื่ นักเรียนมีความจาเป็นตอ้ งออกนอกบรเิ วณโรงเรียนในเวลาเรยี น

ให้นกั เรยี นถือปฏิบัติตามระเบียบ และข้นั ตอนวธิ ีการ ท่โี รงเรยี นกาหนดไวอ้ ย่างเครง่ ครัด
และตอ้ งมีคุณสมบัติ ดังน้ี

(1) มีผ้ปู กครองมาเป็นผขู้ อรับออกจากบริเวณโรงเรยี นโดยมเี หตผุ ล
ความจาเปน็ และผู้ปกครองพรอ้ มนกั เรยี นตอ้ งกรอกรายละเอียด พร้อมลงลายมือชอื่ ไวท้ ี่
เรอื นนวมนิ ทร์

(2) มคี รเู ปน็ ผู้รบั รองว่ามีเหตุผลความจาเป็นตอ้ งออกนอกบริเวณ
โรงเรียน

คมู่ อื นกั เรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี
ปีการศึกษา 2565

80

(3) เปน็ นกั เรียนที่เข้ามาเรยี นในวันทขี่ ออนญุ าต
(4) แต่งกายด้วยชุดนักเรยี นโรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
การขออนุญาตออกนอกบรเิ วณโรงเรียนต้องปฏบิ ตั ติ ามขั้นตอนดังนี้
1) ผู้ปกครองหรือครู นานกั เรยี นมาแจ้งเหตุผลความจาเป็นและ
ชว่ งเวลาทีต่ ้องขออนญุ าตนานกั เรยี นออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น โดยบนั ทึกขออนุญาตตาม
แบบท่คี ณะกรรมการฝ่ายกจิ การนักเรียนกาหนด
2) นักเรียนนาแบบบันทกึ ไปแจ้งครปู ระจาชน้ั หรอื ครูทปี่ รึกษา และ
ครเู วรประจาวันท่ีขออนุญาตลงนามรับทราบการขออนุญาต
3) ใหค้ ณะกรรมการฝา่ ยกจิ การนักเรยี นเป็นผลู้ งนามอนุญาตในแบบ
บันทกึ แล้วบนั ทึกข้อมูลการขออนญุ าตของนกั เรียนทข่ี ออนุญาต ลงในโปรแกรม
บรหิ ารงานของฝ่ายกิจการนกั เรยี น
4) นักเรยี นรบั บัตรอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรยี น ต้องนาบัตรพกติด
ตัวไปดว้ ยขณะอยนู่ อกบริเวณโรงเรยี น
5) เมือ่ นักเรียนกลบั เขา้ มาในโรงเรียนตามเวลาท่ีกาหนด ให้แสดงบัตร
ตอ่ ครู งานกิจการนกั เรียนพร้อมคนื บัตรแก่ผูใ้ ห้อนุญาต
6) ผอู้ นญุ าตรบั บัตรคืนและบันทึกการกลบั มารายงานตวั ของนกั เรียน
ทข่ี ออนญุ าตลงในโปรแกรมบริหารงานของงานกจิ การนักเรียน
ขอ้ 16 การใชพ้ าหนะในโรงเรยี น
(1) ห้ามนกั เรียนนารถยนตม์ าโรงเรยี น และขบั ข่ีจักรยานยนต์
จักรยาน หรือยานพาหนะใดๆ บรเิ วณโรงเรียนโดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต ในวันและเวลา
ราชการ

คู่มอื นกั เรียน ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

81

(2) ใหน้ กั เรยี นหยุดรถ ดบั เครือ่ งยนต์ แล้วจงู จักรยานยนต์ จักรยาน
เมอื่ มาถงึ หนา้ ประตูโรงเรยี นเพื่อทาความเคารพครู นารถไปจอดไวใ้ นทที่ ี่จดั ใหจ้ อดพร้อม
ลอ็ คหรือใส่กุญแจเพื่อความปลอดภัยทุกคร้ัง

(3) นักเรยี นทีโ่ ดยสารมากับรถยนต์รบั สง่ นักเรียน หรือรถประจาทาง
ใหล้ งทห่ี นา้ โรงเรยี นแล้วเดินเปน็ แถวเขา้ โรงเรยี น ทาความเคารพครูอยา่ งเป็นระเบยี บ
เรยี บรอ้ ย สาหรับการขึ้นรถกลบั บ้านหลงั
เลกิ เรียน ให้นกั เรียนขึ้นตามจุดท่ีโรงเรียนกาหนดเท่านน้ั

ขอ้ 17 การใช้อาคารเรียน สถานที่ ห้องปฏบิ ตั ิการ และห้องพเิ ศษ
(1) ห้ามเขา้ ห้องโดยไม่ได้รบั อนญุ าตจากครูประจาหอ้ งนนั้ ๆ
(2) ปฏบิ ัติตามระเบียบการใช้อาคาร หอ้ งปฏบิ ตั ิการ หอ้ งพิเศษตา่ งๆ

ตามระเบยี บการใช้หอ้ ง และควรมคี รเู ป็นผดู้ แู ลอย่างเครง่ ครัด
(3) ไมเ่ คล่อื นย้าย หรือเปล่ยี นแปลงวัสดุ อปุ กรณ์ใดๆ ในห้องโดย

เด็ดขาด
ข้อ 18 ประกาศน้ี ถือเปน็ แนวปฏิบัติเพ่อื ให้นักเรยี นได้อย่รู ่วมกันในโรงเรียน

อย่างเปน็ สุข ไดร้ บั ความสะดวกและปลอดภยั หากนักเรยี นคนใดฝ่าฝืนหรอื จงใจไม่
ปฏบิ ตั ติ าม ถอื วา่ กระทาผิดระเบยี บ จะถูกลงโทษตามระเบียบโรงเรียนวิทยานุกูลนารี วา่
ด้วยการปฏิบัติตนของนักเรยี นโรงเรยี นวิทยานุกลู นารี

คูม่ ือนกั เรียน ผปู้ กครอง และครู โรงเรยี นวิทยานกุ ลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

82

หมวดที่ 3
วา่ ดว้ ยเครอ่ื งแบบและการแต่งกายของนกั เรียน

ข้อ 19 เครอ่ื งแบบและการแต่งกายของนักเรียนระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น
และชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย

(1) นกั เรยี นหญงิ
(1.1) ทรงผม
นกั เรียนมธั ยมศึกษาตอนตน้ ด้านหลังตัดตรง ในระดบั ตีนผม

ไมด่ ดั ไม่ซอย ไม่ย้อม ไมต่ กแตง่ ทรงผม หากเหน็บกบิ๊ ใหเ้ ปน็ ก๊ิบสีดา ไม่มลี วดลาย หาก
มีความจาเปน็ ต้องไวผ้ มยาวให้ขออนญุ าตเปน็ รายกรณี

นกั เรยี นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ด้านหลงั ตัดตรง ในระดบั ปลายคาง
ไม่ดัด ไมซ่ อย ไม่ย้อม ไมต่ กแต่งทรงผม หากเหนบ็ กิบ๊ ให้เปน็ กิบ๊ สดี า ไม่มลี วดลาย
ถา้ จะปล่อยไวผ้ มยาว ให้ตัดปลายผมตรงเสมอกนั ไมด่ ัด ไมซ่ อย ไม่ย้อม ไม่ตกแตง่ ทรง
ผม ตอ้ งรวบมดั ดว้ ยโบวส์ ขี าวและวัดจากตีนผมยาวไมเ่ กนิ
15 เซนติเมตร

หมายเหตุ หากไม่ปฏิบตั ิตามระเบยี บของโรงเรยี นจะดาเนินการดังต่อไปน้ี
1. เชิญผู้ปกครองมาพบ
2. แกไ้ ขทรงผมให้ถกู ระเบียบตามเง่ือนไขของโรงเรยี น
3. ตดั คะแนนความประพฤติ

(1.2) เสือ้
นกั เรยี นชัน้ มัธยมศึกษาตอนต้น ใช้ผ้าสีขาวเรียบไมม่ ีลวดลาย และไม่

บาง เสอ้ื แบบคอพับในตัวลกึ พอสวมศรี ษะไดส้ ะดวก สาบตลบเข้าขา้ งใน มปี ก

คูม่ ือนกั เรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

83

แบบคอกลาสี 10 ซม. เลก็ น้อย ประกอบดว้ ยผา้ 2 ช้นิ เยบ็ แบบเข้าถ้า แขนยาวเพยี ง
เหนอื ข้อศอก ปลายแขนจบี เลก็ นอ้ ย ประกอบด้วยผ้า 2 ชิน้ กว้าง 3 ซม. ความยาวของ
ตัวเสอื้ วัดจากข้อมือเมื่อยนื ระยะตง้ั แต่ 10-15 ซม. ชายเสอ้ื ดา้ นหลงั มีขอบพบั ไมเ่ กนิ 3
ซม. มสี าบกวา้ งพอเหมาะกบั ลาตวั ไมร่ ัดเอว ริมขอบล่างด้านหนา้ ขา้ งขวาติดกระเป๋า
ขนาดกว้าง 5-8 ซม.มคี อซองผกู คอเส้ือสีกรมท่าชายสามเหล่ยี ม กวา้ ง 6-7 ซม.ทั้งสอง
ด้าน ความยาวพอดีกับความลึกของคอเสอ้ื ผกู เง่ือนกลาสี

นกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย ใชผ้ ้าสขี าวเรียบไม่มีลวดลาย
และไม่บาง แบบคอเชต้ิ ผา่ อกตลอดสาบเส้ือตลบเขา้ ขา้ งในกว้าง 3 ซ.ม.
ติดกระดมุ กลมแบนสีขาวจานวน 5 เม็ด เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 1 ซ.ม. แขนเสื้อยาวเพียงเหนอื
ขอ้ ศอกเล็กนอ้ ย ปลายแขนจีบเลก็ นอ้ ยรัดพอดีกับลาแขน ขนาดของตัวเส้อื
ยาวพอเหมาะกับลาตัว เวลาสวมให้ชายเสื้ออยใู่ นกระโปรงให้เรียบร้อย

(1.3) กระโปรง
ใช้ผ้าสีกรมท่า ไมม่ ีลวดลาย ตัดธรรมดา ด้านหนา้ และด้านหลงั

พบั เป็นจีบข้างละ 3 จีบหนั จีบออกนอกพร้อมทง้ั ตเี กรด็ ลงมาประมาณ
6-12 เซนติเมตร เว้นระยะความกว้างตรงกลางพองาม กระโปรงยาวใต้เข่าไม่เกิน
12 เซนตเิ มตร

(1.4) เข็มขดั
หนงั สดี า กวา้ งประมาณ 2-4 เซนตเิ มตร ไม่มลี วดลาย หวั เข็ม

ขัดรูปส่ีเหล่ียมผนื ผ้าสดี ามเี ข็มรัดดว้ ยมปี ลายหนงั กว้าง 1.5 เซนตเิ มตร
(1.5) กระเป๋า
นักเรียนทุกคนใช้กระเปา๋ หรือเป้สีดาทโ่ี รงเรียนกาหนดพิมพช์ ื่อ

โรงเรยี น ห้ามใช้ย่ามหรอื กระเป๋าชนดิ อ่ืนนอกเหนือจากโรงเรียนกาหนดไว้

คูม่ ือนกั เรยี น ผ้ปู กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปกี ารศึกษา 2565

84

(1.6) รองเทา้
ใชร้ องเทา้ หมุ้ สน้ สีดาปลายเท้าชนิดกลม มสี ายรดั ไม่มีลวดลาย

ส้นสงู ไม่เกิน 3 ซม.
(1.7) ถงุ เท้า
สีขาวแบบนักเรียน ไม่มีลวดลาย เมอื่ สวมใหพ้ บั ลงถึงข้อเท้าเป็น

ขอบกว้าง ประมาณ 5 ซม. ห้ามมว้ นกลับ
* ห้ามเจาะหู หา้ มใสต่ า่ งหู และเครอื่ งประดับใดๆยกเวน้ นาฬิกา

(2) นกั เรยี นชาย
(2.1) ทรงผม
นักเรยี นชายช้นั มัธยมต้น - ตัดผมเกรียนตดิ ผิวหนงั ดา้ นหนา้ ยาว

ไม่เกนิ 5 ซม.ไม่ย้อมหรือใสค่ รีมแต่งผม หนวดเคราโกนให้เกลย้ี งอยู่เสมอ
นักเรียนชายชัน้ มัธยมปลาย - ตดั ผมเกรียนติดผวิ หนงั หรอื

รองทรงสูง ด้านหนา้ ยาวไม่เกิน 5 ซม. ไมย่ ้อมหรือใส่ครีมแตง่ ผม หนวดเคราโกนให้
เกลี้ยงอยเู่ สมอ

(2.2) เสื้อ
แบบเชติ้ คอตัง้ ผา้ ขาวเกลย้ี งไมบ่ างเกนิ ควร ผา่ อกตลอด สาบที่คอ

เสอ้ื กว้าง 5 ซม. ใชก้ ระดมุ ขาวกลมแบบขนาดเสน้ ผ่าศูนยก์ ลางไมเ่ กิน 1 เซนติเมตร แขน
เสอ้ื เพยี งข้อศอก ตดิ กระเป๋าแค่หน้าอกเบ้อื งซ้าย ขนาดกว้างตั้งแต่ 8-12 เซนติเมตร และ
ยาว 10-15 เซนตเิ มตร ให้เหมาะกับตัวเส้ือ

(2.3) กางเกง
ผา้ สดี าส้นั เพียงเข่า เมือ่ ยนื ตรงจะเหนือจากสะบ้าประมาณ 5

เซนตเิ มตร สว่ นกวา้ งของกางเกงหา่ งจากขา 8-10 เซนตเิ มตร ตามสว่ นขนาดของ

คมู่ อื นักเรียน ผ้ปู กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานุกลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

85

ปลายพับเขา้ ข้างในกวา้ งประมาณ 5 เซนตเิ มตร
สว่ นหน้า ตดิ ซิปซอ่ นดา้ นในใหเ้ รยี บร้อยไม่มกี ระเปา๋ หลงั ด้านหน้าจบี ข้างละ 2 จีบ

(2.4) เขม็ ขดั
เปน็ หนังสีดาขนาดกวา้ ง 2.5-4 เซนตเิ มตร ตามส่วนขนาดของ

นักเรยี น หวั เข็มขดั เป็นโลหะสเี งิน รปู สี่เหลยี มผนื ผา้ แบบชนดิ หัวกลดั มปี ลอกหนงั สี
เดยี วกับเข็มขดั 2.5 เซนตเิ มตรใช้คาดกับกางเกง

(2.5) รองเทา้
รองเทา้ สดี าหุม้ สน้ ชนดิ ผูกเป็นผ้าใบ ไมม่ ีลวดลาย

(2.6) ถุงเทา้
สขี าวแบบนักเรยี น ไม่มลี วดลาย เมื่อสวมใหพ้ บั ลงถึงข้อเท้าเป็นขอบ

กว้าง ประมาณ 5 ซม. หา้ มม้วนกลับ
(2.7) กระเปา๋
นกั เรียนทุกคนใช้กระเปา๋ หรือเปส้ ดี าที่โรงเรียนกาหนดพิมพ์ชื่อ

โรงเรียน ห้ามใช้ยา่ มหรอื กระเปา๋ ชนิดอ่นื นอกเหนือจากโรงเรียนกาหนดไว้
* ห้ามเจาะหู ห้ามใส่ตา่ งหู และเครื่องประดบั ใดๆ ยกเวน้ นาฬกิ า
(3) การปักชื่อ
นกั เรยี นทุกคนปักอกเสื้อดว้ ยไหมสนี ้าเงนิ ตามขนาดของโรงเรียนกาหนดไว้
(3.1) อกั ษรยอ่ นามโรงเรียน “ว.ก.” ปกั ที่อกเสื้อเบื้องขวา เหมาะสมกบั

ตวั เหนอื เลขประจาตวั (เลขไทย)
(3.2) ช่ือและช่อื สกุลปักทอ่ี กเบอ้ื งซา้ ย และใต้ช่ือใหป้ ักระดบั ชนั้ เช่น

ม.๑.๑ (เลขไทย)

คู่มือนกั เรียน ผ้ปู กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

86

(3.3) เคร่อื งแบบอืน่ ทีใ่ ช้ เช่น เครอื่ งแบบยุวกาชาด ลกู เสอื เนตร
นารี ผู้บาเพญ็ ประโยชน์ ให้ปฏิบตั ติ ามระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารวา่ ด้วยเคร่ืองแบบ
เฉพาะน้ันๆ

(3.4) นกั เรยี นทุกคนต้องมีผู้ปกครอง และอาศัยอยู่กับผ้ปู กครองไมเ่ ช่า
บ้านอยู่ตามลาพงั

ขอ้ 20 บทควบคุมพฤติกรรม
(20.1) นักเรียนทุกคนมีทะเบยี นประวัติเก็บไวท้ งี่ านระเบียบวินัย แยกตาม

ระดับชนั้ บัตรทะเบยี นประวัติ มรี ายละเอียดเก่ียวกับตัวนักเรียนและอยใู่ นการควบคมุ
ของหวั หนา้ ระดับ

20.1.1 รายละเอียดสว่ นตวั นักเรยี น
20.1.2 ตัวอยา่ งลายเซน็ ผู้ปกครอง
20.1.3. บันทกึ ประวัติการลงโทษทุกครัง้ โดยอาจารยห์ วั หนา้ ระดบั เปน็
ผลู้ งประวตั ิไว้ทกุ ครั้ง
(20.2) นกั เรยี นทุกคนต้องรับการประชุมอบรมและสวดมนตป์ ระจาสปั ดาห์
พร้อมกันท้ังโรงเรียนโดยใหห้ ัวหนา้ ระดบั และครูที่ปรึกษาประจาช้ันเปน็ ผคู้ วบคุมดูแล
หรอื อาจเป็นผชู้ ่วยงานระเบยี บวนิ ยั ฝ่ายบรหิ ารหรอื หวั หนา้ งานตา่ งๆเป็นผ้ดู าเนนิ การ
ประชมุ
(20.3) การเขา้ รบั ฟังการประชมุ อบรมโดยปกติ หรอื ในโอกาสพิเศษใดๆ ท่ี
โรงเรยี นจัดขนึ้ นกั เรยี นจะต้องมมี ารยาทในการประชุม ไม่แสดงกิรยิ าวาจาซง่ึ ทาให้เปน็ ท่ี
เดือดรอ้ นราคาญแกผ่ อู้ ่ืน
(20.4) ให้ครูงานระเบยี บวนิ ยั 1 ชุด ประกอบด้วยคณะครูจานวนหน่ึง

คูม่ ือนักเรยี น ผปู้ กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปีการศึกษา 2565

87

20.4.1 ทาหนา้ ที่ดูแล ควบคุมพฤติกรรมนักเรียน เพ่ือประสานงาน
กับหวั หนา้ ระดับ หรือสายงานปกครอง

20.4.2 เสนอความคิดเห็นและแนวทางการแก้ปัญหานกั เรียนแก่
โรงเรียน

20.4.3 ควบคุมดูแลความเป็นระเบียบเรยี บร้อยภายในโรงเรียน

แนวปฏบิ ตั ติ นสาหรับผู้ปกครองในการตดิ ต่อกบั โรงเรียน

1. ผปู้ กครองต้องทราบชอื่ จริง และนามสกุลของนักเรียนในปกครอง
2. ผูป้ กครองต้องทราบชั้น หอ้ งเรียน ของนักเรยี น เช่น ม.1.1, 2.1,3.1 เปน็ ต้น
รวมทั้งทราบชอ่ื ครทู ปี่ รึกษา
3. หากไดร้ บั หนังสือเชิญจากโรงเรยี น ตอ้ งนาหนังสือฉบับนนั้ มาแสดงด้วย
4. การติดตอ่ โรงเรยี นทุกคร้ังในการติดตอ่ กบั เจ้าหน้าที่ประชาสมั พนั ธ์ของโรงเรียน
หรืองานกิจการนกั เรยี นกอ่ น โรงเรยี นไมอ่ นุญาตให้ผปู้ กครองขนึ้ บนอาคารเรยี นเพื่อพบ
นกั เรยี นทีห่ อ้ งโดยตรง

บทบาทหนา้ ทีข่ องผูป้ กครองและนักเรียน

บทบาทของผ้ปู กครอง
1. ศกึ ษาทาความเข้าใจกฎหมาย ระเบียบ คาสง่ั ข้อบงั คับของกฎกระทรวง

ศกึ ษาธิการ และของโรงเรียนใหเ้ ขา้ ใจอยา่ งละเอียดลึกซ้ึง
2. รับผิดชอบในเรอ่ื งค่าใช้จา่ ยในการศกึ ษาเล่าเรียน คา่ ธรรมเนียมตา่ งๆอปุ กรณ์

การเรียน และเคร่ืองแตง่ กายตามระเบยี บทที่ างโรงเรียนกาหนด

คูม่ ือนกั เรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรยี นวิทยานกุ ลู นารี
ปกี ารศึกษา 2565

88

3. รว่ มมอื กับโรงเรียน กวดขัน ควบคมุ ความพฤติกรรม การศกึ ษาเลา่ เรยี นของ
นักเรียน ตามระเบยี บข้อบงั คับ หรอื คาส่ังของโรงเรียน

4. ติดตอ่ กับโรงเรียนอยา่ งสม่าเสมอ เพ่ือจะไดร้ ับทราบความก้าวหน้าและปญั หา
เกย่ี วกับการศึกษาเล่าเรียน และพฤติกรรมของนักเรยี น

5. ใหค้ วามร่วมมือในการสนบั สนุนกจิ กรรมทีโ่ รงเรียนจัดขึ้น เพื่อเปน็ การพัฒนา
นักเรยี น และโรงเรียน ทง้ั กาลังกาย กาลงั สตปิ ัญญา และกาลงั ทรพั ย์
แนวปฏิบัตสิ าหรับนักเรยี น

1. นักเรยี นจะต้องแต่งกายด้วยเคร่อื งแบบทถ่ี ูกต้องตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
และรักษาเกียรตยิ ศศักดศิ์ รีของเครอื่ งแบบอยูเ่ สมอ

2. นักเรยี นจะต้องเคารพ เช่ือฟังบดิ ามารดา และครูอาจารย์
3. นักเรยี นต้องเปน็ ผมู้ รี ะเบยี บวินัยอันดงี าม เคารพต่อกฎหมาย ระเบียบ
ขอ้ บงั คบั และแนวปฏบิ ัตขิ องบ้านเมือง และโรงเรียน
4. นกั เรยี นตอ้ งประพฤตติ นให้เหมาะสมกับสภาพและวยั มคี วามสภุ าพ
อ่อนโยน ท้ังกายวาจาใจ
5. นกั เรยี นตอ้ งมาโรงเรยี นให้ทนั เวลาท่กี าหนดไมข่ าดเรยี นและเขา้
หอ้ งเรียนตรงเวลา
6. นักเรียนต้องตง้ั ใจศึกษาเลา่ เรยี นเคารพเชอื่ ฟังอย่ใู นโอวาทอนั ดีของครู
7. นกั เรียนต้องขยนั ทาแบบฝึกหัด การบา้ น การงาน และกิจกรรมทค่ี รู
มอบหมาย
8. นักเรยี นต้องดูแลรักษาความสะอาดของห้องเรียน อาคารสถานท่ี
รวมทัง้ รบั ผิดชอบบารุงรักษาไมด้ อกไมป้ ระดบั ไม้ยืนตน้ ท่โี รงเรยี นกาหนด
9. นักเรยี นตอ้ งไม่เลน่ การพนันทกุ ชนดิ ไม่สูบบหุ รี่ ไม่ดืม่ สุรา และไมเ่ สพสิง่
เสพตดิ ทั้งในและนอกโรงเรยี น

คมู่ อื นักเรียน ผูป้ กครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกลู นารี
ปีการศึกษา 2565

89

10. นักเรียนต้องมคี วามรักสามัคคีในหม่เู พ่ือนพ่นี ้อง ไม่ก่อเหตทุ ะเลาะวิวาทและชกั นา
กนั ไปในทางเสื่อมเสีย

11. นักเรียนตอ้ งชว่ ยกันสรา้ งและรักษาช่ือเสยี ง เกยี รติคณุ ของโรงเรียน
ประกาศ ณ วนั ที่ 14 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565
(นายพัชรนิ ภ่ชู ัย)
ผู้อานวยการโรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี

คู่มอื นักเรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานกุ ลู นารี
ปีการศึกษา 2565

90

ระเบียบโรงเรียนวิทยานกุ ลู นารี
วา่ ด้วยการลงโทษ การตดั คะแนนความประพฤตินกั เรยี น พทุ ธศกั ราช 2565

เพ่อื ให้บรรลุผลตามเป้าหมายของการศึกษา การอบรมให้นักเรียนมีความ
ประพฤตเิ รยี บร้อย และเปน็ การสง่ เสริมให้ปฏบิ ัติตามระเบียบ กฎ ขอ้ บงั คับ มวี ินัย
คณุ ธรรมและจริยธรรม อันเป็นคุณสมบตั ิของนักเรียนท่ดี ี สอดคล้องกับระเบียบ
กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนกั เรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548และ
กฎกระทรวงกาหนดความประพฤตขิ องนกั เรียนและนักศกึ ษา พ.ศ. 2548 โรงเรียนจึง
เหน็ สมควรกาหนดระเบยี บว่าด้วยการลงโทษ การตัดคะแนนความประพฤตนิ ักเรียน
พทุ ธศักราช 2565 ใหเ้ ป็นแนวทางปฏบิ ตั ิ ดังนี้

ข้อ 1 ระเบียบน้ี เรียกว่า ระเบียบโรงเรียนวิทยานุกูลนารี ว่าด้วยการลงโทษ
การตดั คะแนนความประพฤตินักเรียน พุทธศกั ราช 2565

ข้อ 2 ให้ใชร้ ะเบียบนต้ี ง้ั แต่วนั ถัดจากประกาศในระเบยี บนี้ เปน็ ต้นไป
ขอ้ 3 โรงเรียน หมายถงึ โรงเรียนวทิ ยานกุ ลู นารี

ผู้บริหาร หมายถึง ผู้อานวยการโรงเรียนวิทยานุกูลนารีหรือรอง
ผู้อานวยการโรงเรยี นวทิ ยานกุ ูลนารี

ครู หมายถงึ ครทู กุ คนในโรงเรียนวิทยานุกลู นารี
นกั เรยี น หมายถงึ นกั เรยี นปัจจุบนั ของโรงเรียนวิทยานุกลู นารี
การตัดคะแนน หมายถงึ การทีน่ ักเรียนกระทาความผดิ ตามระเบียบ
ของโรงเรียน

คู่มือนักเรียน ผูป้ กครอง และครู โรงเรยี นวทิ ยานุกลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

91

ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรอื กฎกระทรวงกาหนดความประพฤติ
ของนักเรียนและนกั ศึกษา ทีต่ อ้ งตัดคะแนนตามลกั ษณะความผดิ และเกณฑก์ ารตดั คะแนน
ความประพฤตนิ ักเรยี น

กระทาความผิด หมายถงึ การท่นี ักเรยี นประพฤติฝา่ ฝนื ระเบียบปฏบิ ตั ิ
ระเบยี บข้อบงั คบั ระเบยี บของโรงเรียน ระเบียบของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรอื กฎกระทรวง
กาหนดความประพฤติของนกั เรียนและนักศกึ ษา

การลงโทษ หมายถงึ การลงโทษนกั เรียนที่กระทาความผดิ เพอ่ื อบรมสง่ั
สอน และเจตนาทแ่ี กน้ สิ ยั ความประพฤตทิ ่ีไม่ดีของนักเรียน ให้ประพฤตติ นในทางถูกต้องและ
ดีงามต่อไป

ข้อ 4 ใหน้ ักเรยี นทกุ คน มีคะแนนความประพฤตปิ ระจาตวั 100 คะแนน
ขอ้ 5 การลงโทษนักเรียนผ้กู ระทาความผิด จะไดร้ บั โทษในลักษณะตา่ งๆ ตาม
ระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วา่ ด้วยการลงโทษนกั เรยี นหรือนกั ศึกษา พ.ศ. 2548 และ
กฎกระทรวงกาหนดความประพฤตขิ องนักเรียนและนกั ศกึ ษา พ.ศ. 2548 ดังน้ี

5.1 วา่ กล่าวตกั เตอื น
5.2 ทาทณั ฑบ์ น
5.3 ตัดคะแนนความประพฤติ
5.4 ทากิจกรรมเพ่ือให้ปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรม
5.1 การวา่ ตกั เตอื น
ใช้ในกรณีนักเรียนกระทาความผดิ ไม่ร้ายแรง
5.2 การทาทณั ฑ์บน
1. ใช้ในกรณีนักเรียนปะพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน
ตามกฎกระทรวงกาหนดความประพฤตินักเรยี นและนักศึกษา หรอื กรณีทาใหเ้ สื่อมเสยี ชื่อเสียง
และเกียรติศักด์ิของสถานศึกษา หรือ ฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าว
ตักเตือนแล้ว แต่ยังไมเ่ ข็ดหลาบ

คู่มือนักเรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรียนวิทยานุกลู นารี
ปกี ารศกึ ษา 2565

92

2. การทาทัณฑบ์ นให้ทาเปน็ หนงั สือและเชิญ บดิ า มารดา หรอื ผู้ปกครองมาบนั ทกึ
รับทราบความผิด และรบั รองการทาทัณฑ์บนไว้ดว้ ย

5.3 การตัดคะแนน การตดั คะแนนความประพฤติ
1. ความผิดไม่ร้ายแรง ตดั คะแนนความประพฤติระดับ

1-4 (5-15 คะแนน) ความผิดไม่ร้ายแรง หมายถึง พฤติกรรมความผิดที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบของ
โรงเรียน ขาดระเบียบวินัย ขาดความรับผิดชอบและไม่รู้จักหน้าท่ีของตนเอง เช่น มาโรงเรียน
สาย ไมต่ ง้ั ใจเรยี น แตง่ กายผดิ ระเบยี บ

2. ความผดิ รา้ ยแรง ตัดคะแนนความประพฤติระดบั 5–10 (20-50
คะแนน) ความผิดร้ายแรง หมายถึง ความผิดท่ีนักเรียนประพฤติปฏิบัติอันเป็นการเส่ือมเสีย
ช่ือเสียงเกียรติศักดิ์ ของตนเองและโรงเรียนหรือประพฤติผิดต่อศีลธรรมอันดี และ/หรือเคย
ได้รับโทษอย่างอื่นแล้ว แตย่ งั ไมเ่ ข็ดหลาบ
เช่น เล่นการพนัน, พกพาอาวุธ, ข่มขู่, รีดไถ, ชู้สาว, ทะเลาะวิวาท, หนีโรงเรียน, เสพสารเสพ
ตดิ เปน็ ต้น

5.4 ทากจิ กรรมเพอื่ ใหป้ รบั เปลยี่ นพฤติกรรม ใช้ในกรณที ีน่ กั เรียนกระทาความผิดที่
สมควรตอ้ งปรับเปลยี่ นกจิ กรรมท่ีโรงเรียนจดั ตามแนวทางทีก่ ระทรวงศึกษาธิการกาหนด

ข้อ 6 หลกั การปฏบิ ัตกิ ารตัดคะแนนความประพฤติ
6.1 แบบบันทึกการตดั คะแนนความประพฤติ ดังแบบบันทึก ข้อ 10 โดย

คุณครูตดั คะแนน ตอ้ งกรอกรายละเอียดใหค้ รบถ้วน
6.2 คณุ ครูทุกท่านสามารถตดั คะแนนนักเรยี นไดท้ ุกคน
6.3 เมื่อคณุ ครูตดั คะแนนนกั เรยี นแลว้ ใหน้ าใบตดั คะแนน สง่ สานกั งานกลุ่ม

บริหารงานกจิ การนักเรียน (เรอื นนวมนิ ทร)์ เพอ่ื รวบรวมแบบบนั ทกึ การตัดคะแนน บนั ทกึ ลง
ในสมดุ

6.4 นกั เรียนระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ถูกตดั คะแนนเกิน 60 คะแนน
จะมีผลตอ่ การพจิ ารณาเขา้ ศึกษาตอ่ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

คู่มอื นกั เรียน ผ้ปู กครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานกุ ลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565

93

6.5 นักเรียนทกุ คน เมอ่ื ถกู ตัดคะแนน 40 คะแนน ให้เชิญผู้ปกครองมาทาทัณฑ์
บนความประพฤตินักเรียน และเม่อื ถกู ตดั คะแนนครั้งต่อไปจะมีผปู้ กครองมารับทราบทุก
ครง้ั

6.6 นกั เรยี นทุกคน เม่ือถูกตัดคะแนน 70 คะแนน จะต้องไปเข้าคา่ ยปรบั เปลี่ยน
พฤติกรรม เพือ่ เสรมิ สรา้ งความมวี ินัย

6.7 นกั เรยี นทีถ่ กู ตดั คะแนนครบ 100 คะแนน นาเสนอผูบ้ ริหารพจิ ารณาต่อไป
ขอ้ 7 ลักษณะความผดิ และเกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤตนิ ักเรยี น

7.1 ลกั ษณะความผิด
7.2 เกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤตนิ ักเรียน

คู่มอื นกั เรียน ผู้ปกครอง และครู โรงเรียนวทิ ยานุกลู นารี
ปีการศกึ ษา 2565


Click to View FlipBook Version