เอกสารชุด 5
วิชา งานเชอื่ มไฟฟา้ เบือ้ งต้น
เร่ือง ตาแหนง่ ทา่ เชอ่ื มและรอยตอ่ ในงานเช่อื ม
ตาแหน่งทา่ เช่อื มและรอยต่อในงานเชื่อม
1 ตาแหน่งทา่ เชือ่ ม (Welding Position)
ตาแหนง่ ท่าเชื่อมพนื้ ฐานในการเชอื่ มอาร์กลวดห้มุ ฟลักซ์แบ่งเปน็ 4 ตาแหน่งดังน้ี
1.1 ทา่ ราบ (Flat Position) คือตาแหนง่ การเช่อื มทีว่ างช้ินงานในแนวราบและขนานกับพืน้ เป็นตาแหนง่ ท่ี
เชอ่ื มได้งา่ ยเพราะสามารถควบคุมบอ่ หลอมเหลวที่อยู่บนชนิ้ งานหรือรอยต่อได้สะดวก
รปู ที่ 3.28 แสดงลักษณะของการเช่อื มทา่ ราบ (ทีม่ า : ปราโมทย์ อทุ ยั วัฒน์, 2558)
1.2 ท่าระดบั (Horizontal Position) คือตาแหน่งการเชอื่ มท่วี างชนิ้ งานในแนวต้งั แนวเช่อื มขนานกับพืน้
การเชอ่ื มทา่ ระดบั นี้จะต้องระมดั ระวงั การไหลยอ้ ยของน้าโลหะช้ินงานท่ีกาลังหลอมเหลวเนอื่ งจากแรงดงึ ดูด
ของโลก
รูปที่ 3.29 แสดงลักษณะของการเชื่อมท่าระดับ (ท่ีมา : ปราโมทย์ อทุ ยั วฒั น์, 2558)
1.3 ท่าตั้ง (Vertical Position) คือตาแหน่งการเช่ือมท่วี างชน้ิ งานในแนวตง้ั และแนวเชอ่ื มทามุมต้งั ฉากกับ
แนวพืน้ การเช่ือมตาแหนง่ ทา่ ตง้ั แบ่งเปน็ 2 ลักษณะดงั น้ี
1. ท่าตัง้ เช่อื มขึน้ (Vertical Up) ท่าเช่ือมน้เี หมาะสาหรับเช่ือมชน้ิ งานท่ีมคี วามหนาต้ังแต่ 8 มิลลิเมตร ขึ้นไป
2. ท่าตั้งเชอื่ มลง (Vertical down) ทา่ เช่ือมน้เี หมาะสาหรับเชือ่ มชิ้นงานบางหรือรอยต่อชนทม่ี ีการบากร่อง
ชิ้นงาน
รูปท่ี 3.30 แสดงลักษณะของการเชอ่ื มท่าต้ัง (ท่มี า : ปราโมทย์ อทุ ยั วัฒน์, 2558)
1.4 ท่าเหนือศีรษะ (Overhead Position) คือตาแหน่งการเชือ่ มท่วี างช้นิ งานไวเ้ หนอื ศีรษะ รอยต่อขนาน
กับพน้ื และแนวเชือ่ มจะอยู่ดา้ นลา่ งชิ้นงาน การเชอื่ มทา่ นผ้ี ูป้ ฏบิ ตั งิ านตอ้ งใช้ทกั ษะควบคุมการไหลย้อยของนา้
โลหะทหี่ ลอมเหลว และเปน็ ท่าเช่อื มทเี่ ช่ือมยากที่สดุ
รปู ที่ 3.31 แสดงลักษณะของการเชอื่ มทา่ เหนอื ศรี ษะ (ที่มา : ปราโมทย์ อุทยั วัฒน์, 2558)
2 รอยตอ่ งานเชื่อม (Welding Joints)
รอยต่อในงานเชอ่ื ม คอื รูปแบบการเตรียมช้ินงานเชอื่ ม 2 ชน้ิ เพอื่ นามาเชอื่ มตอ่ กันให้มีความคงทนแขง็ แรง งา่ ย
ตอ่ การเช่ือมและใหเ้ กิดประสิทธภิ าพสูงสดุ รอยตอ่ ในงานเชือ่ มโดยทว่ั ไปแบ่งออกเป็น 5 แบบดงั น้ี
2.1 รอยตอ่ ชน (Butt Joint) คือรอยต่อทีน่ าขอบของช้ินงาน 2 ช้ินมาชนกันโดยผิวของช้ินงานท้งั 2 อย่ใู น
ระนาบเดียวกัน การต่อมหี ลายแบบขน้ึ อยู่กบั ความหนาของชน้ิ งาน เชน่ ตอ่ ชนแบบเวน้ ช่องวา่ งรอยต่อ การต่อ
ชนแบบไมบ่ ากงาน และการต่อชนบากรอ่ ง (Groove Weld) เป็นตน้
รปู ท่ี 3.32 แสดงลักษณะของรอยต่อชน (ทม่ี า : ปราโมทย์ อุทัยวัฒน์, 2558)
2.2 รอยตอ่ เกย (Lap Joint) คอื รอยต่อท่ีนาช้ินงาน 2 ชิน้ วางซอ้ นกนั หรือเกยกนั
รูปที่ 3.33 แสดงลักษณะของรอยต่อเกย (ที่มา : ปราโมทย์ อทุ ยั วฒั น์, 2558)
2.3 รอยต่อขอบ (Edge Joint) คือรอยต่อที่นาขอบของชิ้นงาน 2 ชิน้ มาชนกนั ในลกั ษณะที่ให้ขอบของ
ชิ้นงานทั้ง 2 แนบชิดกนั ทาใหข้ อบของชน้ิ งานขนานกนั ตลอดแนวหรืออาจวางชิน้ งานเอียงทามมุ ต่อกนั และใน
การเช่ือมจะเชือ่ มท่ีผวิ หนา้ ของขอบงานใหต้ ิดกนั
2.4 รอยตอ่ มุม (Corner Joint) คือรอยต่อท่นี าขอบของชิ้นงาน 2 ช้ินมาชนกันโดยให้ขอบช้ินงานทามุมกัน
เท่ากบั 90 องศา ซึ่งการนาขอบของชน้ิ งานมาชนกันมีหลายลกั ษณะข้นึ อยู่กับความหนาของชนิ้ งานและการ
ออกแบบ เชน่ การต่อมุมโดยให้ขอบด้านนอกชนกัน (Open) หรอื ทับกนั เต็มความหนา (Close) โดยอาจทา
การบากร่องชน้ิ งานหรอื ไม่กไ็ ด้
2.5 รอยต่อรปู ตัวที (T Joint) คอื รอยต่อทน่ี าขอบของชิ้นงานช้ินหนึ่งวางบนผิวงาน อีกช้ินหน่ึงคลา้ ยกับตัวที
โดยอาจบากร่องของขอบชน้ิ งานหรอื ไม่ก็ได้ ทั้งนข้ี น้ึ อย่กู ับความหนา แนวเชอื่ มทีเ่ กดิ ข้ึนบนรอยต่อตวั ทเี ป็น
แนวเชือ่ มมมุ (Fillet Weld)
รูปที่ 3.36 แสดงลกั ษณะของรอยต่อรูปตวั ที (ทมี่ า : ปราโมทย์ อทุ ยั วฒั น์, 2558)