The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nam.nopphakhun, 2022-07-31 05:10:59

รายงานอาหารสำรับ

รายงาน

รายงาน

เรื่อง อาหารประเภทสำรับ
เสนอ

ครูศิริรักษ์ สมพงษ์
เด็กชายนพคุณ เกตุเกิด

ชั้น ม.3/2 เลขที่ 8
รายงานนี้เป็ นส่วนหนึ่งของการศึกษา

วิชาการงานอาชีพ 3(ง23101)

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย

คำนำ ก

รายงานเล่มนี้เป็ นการรวบรวมลักษณะอาหารแต่ละภาคใน
ประเทศไทย ซึ่งอาหารแต่ละภาคก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป
ในรายงานเล่มนี้จะประกอบด้วยส่วนผสมของอาหารแต่ละชนิด วิธีทำ
ของหารหารแต่ละชนิด ลักษณะของอาหารแต่ละชนิด เครื่องแกงที่
นิยมในภาคนั้นๆๆๆ ผักที่นิยมรับประทานกัน ดิฉันหวังว่ารายงาน
เล่มนี้จะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็

ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

จัดทำโดย
เด็กชายนพคุณ เกตุเกิด

สารบัญ ข

เรื่อง หน้า

คำนำ ข

สารบัญ 1

อาหารประเภทสำรับ 2
3
(ความหมายและความสำคัญของอาหารประเภทสำรับ) 4
5
อาหารประเภทสำรับภาคเหนือ 6
7
อาหารประเภทสำรับภาคกลาง
8-9
อาหารประเภทสำรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อาหารประเภทสำรับใต้ 10-11
อาหารประเภทสำรับของฉัน
ไข่พะโล้ 12
(วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำ)
แกงจืดเต้าหู้หมูสับ
(วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำ)
แกงเขียวหวานไก่
(วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำ)

บรรณานุกรม

1

อาหารประเภทสำรับ

ความหมายของอาหารประเภทสำรับ
คำว่า “สำรับ” หมายถึง ภาชนะ เช่น ถาด เป็ นต้น
ใส่ถ้วยชามพร้อมบรรจุอาหารคาวหรือหวานเป็ นชุด

เช่น สำรับคาว สำรับหวาน เป็ นต้น

ส่วน “อาหารสำรับ” หมายถึง การจัดอาหารหลายชนิดให้อยู่ในสำรับ
เดียวกัน เช่น มีข้าว แกงเผ็ด แกงจืด น้ำพริก เป็ นต้น สำรับอาหาร
ไทยในทุกมื้อจะถูกจัดขึ้นอย่างพิถีพิถัน กับข้าวทุกจานที่จัดขึ้นจะต้องมี

ความสัมพันธ์กัน คนไทยจึงมักจัดสรรสำรับต่างๆ ให้มีความสมดุลกัน
หากสำรับใดมีอาหารหวานเปรี้ยว ก็ต้องมีอาหารจานหวานอีกอย่างหนึ่ง

สำหรับกินแก้รสกัน มื้อใดมีอาหารจานเผ็ดก็จะต้องมีอาหารจานเค็ม
และแกงจืดรวมอยู่ด้วย นับเป็ นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของคนไทยใน
การสร้างสรรค์อาหารต่างๆ ให้มีความเอร็ดอร่อยน่ารับประทาน และยัง

อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร

ความสำคัญของอาหารประเภทสำรับ

1)แสดงถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการรับประทานของคนไทย ซึ่งในสมัย
โบราณหรือตามชนบทจะนั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกัน

2) ทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่หลากหลาย ซึ่งมีรสชาติเข้ากันได้ดีหรือ
เสริมรสชาติกัน เช่น แกงเผ็ดหรือแกงส้มจะมีปลาเค็มหรือไข่เจียวเป็ นเครื่องเคียง

อาหารประเภทสำรับภาคเหนือ 2

อาหารของภาคเหนือ ประกอบด้วยข้าวเหนียวเป็ นอาหารหลัก มีน้ำ
พริกชนิดต่าง ๆ เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง มีแกงหลายชนิด
เช่น แกงโฮะ แกงแค นอกจากนั้นยังมีแหนม ไส้อั่ว แคบหมู
และผักต่าง ๆ สภาพอากาศก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้อาหารพื้นบ้านภาค
เหนือแตกต่างจากภาคอื่น นั่นคือ การที่อากาศหนาวเย็นเป็ นเหตุผล
ให้อาหารส่วนใหญ่มีไขมันมาก เช่น น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล ไส้อั่ว
เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่น อีกทั้งการที่อาศัยอยู่ในหุบเขาและบนที่สูง
อยู่ใกล้กับป่ า จึงนิยมนำพืชพันธุ์ในป่ ามาปรุงเป็ นอาหาร เช่น ผักแค
บอน หยวกกล้วย ผักหวาน ทำให้เกิดอาหารพื้นบ้าน ชื่อต่าง ๆ

เช่น แกงแค แกงหยวกกล้วย แกงบอน

3

อาหารประเภทสำรับภาคกลาง

อาหารภาคกลาง ถือได้ว่าเป็ นภาค ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้
อาหารภาคกลาง จึงเป็ นอาหารที่มีความหลากหลาย ทำให้รสชาติของ
อาหารภาคกลาง ไม่เน้นไปทางรสใดรสหนึ่งโดยเฉพาะ คือมีทั้งรสเค็ม
เผ็ด เปรี้ยว และหวานคลุกเคล้าไปตามชนิดต่างๆ ของอาหาร นอกจากนี้
มักมีการใช้ เครื่องปรุง แต่งกลิ่นรส เช่น เครื่องเทศ และมักใช้กะทิ

เป็ นส่วนประกอบของอาหาร
จุดเด่นของอาหารภาคกลาง คือ มักจะมีการประดิษฐ์ สร้างสรรค์อย่าง
วิจิตรบรรจง ผัก และผลไม้มีการแกะสลักอย่างสวยงาม แสดงให้เห็นถึง
ความเป็ นเอกลักษณ์ ของอาหารไทยที่มีศิลปะ และวัฒนธรรมที่งดงาม

4

อาหารประเภทสำรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ชาวอีสานจะมีข้าวเหนียวนึ่งเป็ นอาหารหลักเช่นเดียวกับภาค
เหนือ เนื้อสัตว์ที่นำมาปรุงอาหาร

ได้แก่ สัตว์ที่หามาได้ เช่น กบ เขียด แย้ แมลงต่าง ๆ
ที่มาของรสชาติอาหารอีสาน เช่น รสเค็มได้จากปลาร้า รสเผ็ด

ได้จากพริกสดและพริกแห้ง
รสเปรี้ยวได้จากมะกอก ส้มมะขาม และมดแดง ในอดีตคน

อีสานนิยมหมักปลาร้าไว้กินเองเพราะมีปลาอุดมสมบูรณ์
ประกอบกับเป็ นแหล่ง

เกลือสินเธาว์ ทำให้การทำปลาร้าเป็ นที่แพร่หลายมาก จากปลาร้า
พื้นบ้านอีสานได้มีการพัฒนาทั้งวิธีการทำและรสชาติ

5

อาหารประเภทสำรับภาคใต้

อาหารพื้นบ้านภาคใต้ทั่วไป มีลักษณะผสมผสานระหว่าง
อาหารไทยพื้นบ้านกับอาหารอินเดียใต้เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มา

จากการหมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลือ และมีความ
คล้ายคลึงกับอาหารมาเลเซียอาหารของภาคใต้จึงมีรสเผ็ด
มากกว่าภาคอื่น ๆ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์อยู่ติดทะเลทั้งสอง
ด้านมีอาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ แต่สภาพอากาศร้อนชื้น ฝน
ตกตลอดปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้มจึงมีรสจัด ช่วย

ให้ร่างกายอบอุ่น ป้ องกันการเจ็บป่ วยได้อีกด้วย

6

อาหารประเภทสำรับของฉัน

: ไข่พะโล้
: แกงจืดเต้าหู้หมูสับ
: แกงเขียวหวานไก่
: ผัดผัก

ไข่พะโล้ 7

วัตถุดิบ

1. ไข่ไก่ 6 ฟอง

2. รากผักชี 4 ราก

3. กระเทียม 5 กลีบ

4. พริกไทย ½ ช้อนชา

5. หมูสามชั้น 200 กรัม

6. น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย

7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

8. โป๊ ยกั๊ก 4 ดอก

9. อบเชย 1-2 ชิ้น

10. น้ำมันพืช สำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ

11. น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีทำ

1. ตั้งน้ำใส่เกลือนิดหน่อย ต้มไข่ด้วยไฟกลางประมาณ 10 นาที แล้วยกลงจากเตา
เอาไข่ออกมาแช่น้ำให้เย็นแล้วปอกเปลือกแล้วพักไว้

2. นำสามเกลอ (รากผักชี กระเทียม และพริกไทย) โขลกให้ละเอียด
3. เมื่อโขลก 3 เกลอละเอียดแล้ว ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปนำสาม

เกลอลงไปผัดให้หอม
4. เมื่อสามเกลอเริ่มหอมแล้วให้ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปผัด และเคี่ยวจนน้ำตาลสีเข้มจัด

เมื่อได้สีน้ำตาลเข้มจัดอย่างที่ต้องการใส่หมูสามชั้นลงไปผัดแค่พอสุก
5. ใส่ไข่ต้มและน้ำเปล่า ลงไปตามด้วยโป๊ ยกั๊กและอบเชย

6. ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย พอน้ำซุปเดือดแล้วให้เบาไฟลงโดยใช้ไฟอ่อน
7. ค่อยๆ เคี่ยวต่อไปประมาณ 1 ชั่วโมง น้ำซุปจึงจะเริ่มเข้าเนื้อ พร้อมเสิร์ฟ

แกงจืดเต้าหู้หมูสับ 8

วัตถุดิบ

น้ำ 5 ถ้วย

เกลือป่ น 1 ช้อนโต๊ะ

ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนชา

ผักกาดขาวหั่นท่อน 200 กรัม

แครอทหั่นแว่น 40 กรัม

เต้าหู้ไข่หั่นท่อน 2 หลอด

ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น

หมูสับปรุงรส

รากผักชีซอย 2 ราก
กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก 4 กลีบ
พริกไทยดำ 5 เม็ด
หมูสับ 250 กรัม
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

9

1. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด ตักออกใส่
ชาม ใส่หมูสับ น้ำมันงา ซอสปรุงรส และซีอิ๊วขาว ผสมให้เข้ากัน

ปั้นหมูสับเป็ นก้อนขนาดพอคำใส่จาน พักไว้
2. ตั้งหม้อน้ำบนไฟกลาง ปรุงรสด้วยเกลือและซอสปรุงรส รอจน
น้ำเดือด นำหมูปั้นก้อนลงไปต้ม ใส่ผักกาดขาว แครอท รอจน

หมูสุก ใส่เต้าหู้ พอน้ำแกงเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ ใส่ต้นหอม
3. ตักแกงจืดใส่ถ้วย เสิร์ฟ

แกงเขียวหวานไก่ 10

ส่วนผสมพริกแกง แกงเขียวหวาน
พริกชี้ฟ้ าเขียว100กรัม

พริกขี้หนูสวนเขียว20กรัม
กระเทียมไทย80กรัม
หอมแดง150กรัม
ข่า30กรัม
ตะไคร้60กรัม
รากผักชี15กรัม
ผิวมะกรูด2ช้อนชา
ขมิ้นสด1/2ช้อนชา
พริกไทยขาวเม็ด15เม็ด
ลูกผักชีคั่วป่ น1ช้อนโต๊ะ
ยี่หร่าคั่วป่ น2ช้อนโต๊ะ
เกลือ1ช้อนชา
กะปิ 1ช้อนโต๊ะ
วัตถุดิบแกงเขียวหวาน

เนื้อไก่หั่นชิ้นพอดีคำ1กิโลกรัม
หัวกะทิ500กรัม

หางกะทิ(กลาง)1กิโลกรัม
มะเขือเปราะ400กรัม
มะเขือพวง100กรัม
ใบมะกรูดฉีก8ใบ

โหระพาเด็ดเป็ นใบ50กรัม
น้ำปลา50กรัม

น้ำตาลทรายแดง20กรัม
พริกชี้ฟ้ าแดงหั่นแฉลบ20กรัม

11

วิธีทําพริกแกง แกงเขียวหวาน
1ใส่พริกไทย โขลกให้ละเอียด
2ใส่พริกกับเกลือ โขลกให้ละเอียด
3ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี โขลกจนละเอียด
4ใส่หอมแดง กระเทียม เครื่องแกงที่เหลือ โขลกจน

เข้ากันดี
5ใส่กะปิ โขลกให้เข้ากัน

วิธีทําแกงเขียวหวาน
1ตั้งหัวกะทิ 200กรัม ใช้ไฟแรงปานกลาง เคี่ยวให้มัน
แตก ใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปผัดให้สุก ค่อยๆเติมหัว

กะทิที่เหลือ 200กรัม ทีละน้อย ผัดจนแตกมันดี
2ใส่เนื้อไก่ลงไปผัด ใส่ใบมะกรูดฉีก ผัดให้ไก่สุกดี เติม
หางกะทิกลางที่เหลือ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทรายแดง
3ใส่มะเขือเปราะ และมะเขือพวงลงไปในขณะที่น้ำแกง

เดือด คนให้เข้ากัน
4ปิดฝาหม้อ เพื่อไม่ให้มะเขือดำ ต้มจนมะเขือสุกดี

ชิมรสอีกครั้ง
5ใส่พริกชี้ฟ้ าแดง ใบโหระพา ปิดไฟ เป็ นอันเสร็จ

สำหรับแกงเขียวหวานไก่รสเด็ด

บรรณานุกรม 12

อาหารประเภทสำรับ

(ความหมายและความสำคัญของอาหารประเภทสำรับ)
https://waveakkarapon.wordpress.com/อาหารประเภทสำรับ/

อาหารประเภทสำรับภาคเหนือ

https://sites.google.com/site/peathxngthngchay

อาหารประเภทสำรับภาคกลาง

https://www.healthcarethai.com

อาหารประเภทสำรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

https://www.healthcarethai.com

อาหารประเภทสำรับภาคใต้

https://nlovecooking.com

ไข่พะโล้ (วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำ)

https://www.cpbrandsite.com/tips-tricks/

แกงจืดเต้าหู้หมูสับ(วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำ)

https://krua.co/recipe

แกงจืดเขียวหวานไ่ก่(วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำ)

https://www.cpbrandsite.com/recipe


Click to View FlipBook Version