The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ ไม้ดอก ณ สวนธน เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิชา FUN115 Photography Basic
จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอรูปภาพ และข้อมูลของพันธุ์ดอกไม้บางส่วนในสวนธนบุรีรมย์ออกมาอยู่ในรูปแบบของหนังสือเพื่อความรู้และการท่องเที่ยว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by manatsanan124, 2022-11-14 06:26:16

ไม้ดอก ณ สวนธน

หนังสือ ไม้ดอก ณ สวนธน เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิชา FUN115 Photography Basic
จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอรูปภาพ และข้อมูลของพันธุ์ดอกไม้บางส่วนในสวนธนบุรีรมย์ออกมาอยู่ในรูปแบบของหนังสือเพื่อความรู้และการท่องเที่ยว

ไม้ดอก



สวนธน



GILD
THE
LILY

I

คำนำ

หนังสือ ไม้ดอก ณ สวนธน เล่มนี้เป็นส่วน
หนึ่งของงานวิชา FUN115 Photography Basic
จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอรูปภาพ และข้อมูลของพันธุ์
ดอกไม้บางส่วนในสวนธนบุรีรมย์ออกมาอยู่ในรูป
แบบของหนังสือเพื่อความรู้และการท่องเที่ยว

นางสาว มนัสนันท์ โปรณานันท์
ผู้จัดทำ

สารบัญ 1
3
พลับพลึงตีนเป็ด 5
พุทธรักษา 7
ทองอุไร 9
แววมยุรา 12
เสี้ยนฝรั่ง 14
มะลุลี 16
ปทุมมา 18
สร้อยไก่ 20
ทรงบาดาล
ธรรมรักษา

อ้างอิง



พลับพลึงตีนเป็ด

ชื่อวิทยาศาสตร์: Hymenocallis littoralis (Jacq.) Salisb.
วงศ์: Amaryllidaceae
ประเภท: ไม้หัว
ความสูง: 30 – 50 เซนติเมตร
ลำต้น: มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวที่เกิดจากส่วนของกาบหุ้มกันแน่น กาบใบ
ห่อกันแน่นเป็นลำต้น เจริญเป็นกอเล็กๆ
ใบ: รูปขอบขนานยาว 30-50 เซนติเมตร แผ่นใบแบน มีร่องตรง
กลางใบยาวตลอดใบ
ดอก: ก้านช่อดอกแทงขึ้น ยาว 30 – 40 เซนติเมตร ดอกสีขาว ดอก
ย่อย 7 – 10 ดอก แต่ละดอกมีรยางค์ที่เกิดจากก้านเกสรเพศผู้ที่เชื่อม
ติดกันเป็นวงคล้ายถ้วย โคนกลีบดอกเป็นหลอดสีขาว ปลายแยก
เป็นกลีบดอก 6 กลีบเรียวยาว ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 – 20
เซนติเมตร บานอยู่ได้ 2 – 3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วงเย็น
ออกดอกตลอดปี
ดิน: ดินทุกประเภท
แสงแดด: ครึ่งวันถึงเต็มวัน
ขยายพันธุ์: แยกหน่อ
การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกเป็นแนวริมน้ำหรือริมถนน เพราะแข็ง
แรง ทนความแห้งแล้งได้ดี ใบย่างไฟแก้อาการฟกช้ำ บวม เคล็ด
ขัดยอก

2



พุทธรักษา

ชื่อวิทยาศาสตร์: Canna spp. and hybrid
วงศ์: Cannaceae
ประเภท: ไม้ล้มลุกอายุหลายปี
ความสูง: 1-1.50 เมตร
ลำต้น: เหง้าทอดเลื้อยใต้ดิน ลำต้นเทียมอยู่เหนือดินคือกาบใบที่ซ้อน
ทับกัน ทุกส่วนมีนวลสีขาวปกคลุม
ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียว รูปรีถึงรูปรีแกมรูปใบหอก กว้าง
10 – 15 เซนติเมตร ยาว 30 – 50 เซนติเมตร ปลายใบแหลมถึงเรียว
แหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวถึงเขียวเข้มแตกต่าง
กันไปในแต่ละพันธุ์ บางพันธุ์มีลายด่างสีขาวหรือสีเหลืองนวล
ดอก: เป็นช่อกระจุกออกจากกึ่งกลางต้นที่ปลายยอด ชูตั้ง แต่ละช่อมี
5 – 10 ดอก สีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม ส้ม หรือแดง ออกดอกตลอดปี
ผล: ผลแห้ง รอบผลมีตุ่มหนามแหลม เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
ภายในมีเมล็ดกลมสีดำ
ดิน: ดินเหนียวที่มีอินทรียวัตถุสูง
น้ำ: มาก
แสงแดด: แดดตลอดวัน
ขยายพันธุ์: แยกหน่อ
การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกริมน้ำหรือพื้นที่ที่ชื้นแฉะ ควรหมั่นตัด
แต่งหน่อเก่าหลังดอกโรยอยู่เสมอ จะได้ทรงพุ่มที่สวยงามและ
ออกดอกตลอดปี ควรปลูกไว้รอบบ้าน เชื่อว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิด
ภยันตรายใด ๆ และยังเป็นดอกไม้ประจำวันพ่อแห่งชาติ

4



ทองอุไร

ชื่อวิทยาศาสตร์: Tecoma stans
วงศ์: Bignoniaceae
ประเภท: ไม้พุ่ม อายุหลายปี
ความสูง: 15 – 50 เซนติเมตร
ลำต้น: สูง 2-5 เมตร ลักษณะเป็นพุ่มเรือนยอดทรงกลมหรือรูปไข่
ใบ: ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกตรงข้าม ใบย่อยรูปหอกหรือ
รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบจักซี่ฟัน ใต้
ใบมีขนละเอียด
ดอก: ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด ดอกรูปแตรสีเหลือง
สด โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ดอก
ร่วงง่าย ออกดอกตลอดปี
ผล: ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกเกือบกลม ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร
เมื่อแก่แตกออก เมล็ดแบน สีน้ำตาลอ่อน
ดิน: ดินทุกประเภท
น้ำ: ปานกลาง ทนแล้ง
แสงแดด: แดดตลอดวัน
ขยายพันธุ์: ปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: นิยมปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกประดับแปลง

6



แววมยุรา

ชื่อวิทยาศาสตร์: Torenia fournieri Lind. ex Fourn.
วงศ์: Scrophulariaceae
ประเภท: ไม้ดอกอายุสั้น
ความสูง: 15 – 50 เซนติเมตร
ลำต้น: เป็นเหลี่ยม แตกกิ่งก้านมาก
ใบ: รูปไข่แคบถึงรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ขอบใบจัก
ฟันเลื่อย
ดอก: ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ดอกย่อยรูปถ้วย เส้นผ่านศูนย์กลาง
ดอก 3 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ มักมีสองสีในดอกเดียวกัน
เช่น สีขาว ชมพู เหลือง ส้ม ม่วง และแดง โคนกลีบล่างมักแต้มสี
เหลือง
ผล: ฝักรูปรี มีครีบ เมื่อแก่แตกออก ภายในมีเมล็ดเล็ก ๆ จำนวนมาก
ดิน: ดินร่วนปนทรายที่เป็นกรดเล็กน้อย
น้ำ: ปานกลาง ชอบความชื้นในอากาศสูง
แสงแดด: แดดจัดถึงรำไร
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ดโดยไม่กลบเมล็ด
การใช้งานและอื่นๆ: ควรปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ และเด็ดยอดหลังจากย้าย
ปลูก 14 วันหรือต้นสูง 3 – 5 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นแตกพุ่มด้านข้าง

8



เสี้ยนฝรั่ง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Cleome speciosa Raf.
วงศ์: Cleomaceae
ประเภท: ไม้ดอกอายุสั้น
ความสูง: 1-2 เมตร
ลำต้น: พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรง
ใบ: ใบด้านล่างเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 5-7 ใบ รูปใบ
หอกแคบหรือรูปช้อน ปลายแหลม ขอบจักฟันเลื่อย ใบสีเขียว ใบแก่
ด้านล่างมีหนามใต้ใบ ตามแกนช่อด้านบนมีใบประดับรูปไข่ขนาดเล็ก
อัดตัวกันแน่นรอบแกน
ดอก: ช่อดอกแทรกด้วยฝักรูปทรงกระบอก มีก้านยาว ดอกออกเป็น
ช่อกลมที่ปลายยอด ขนาดช่อดอก 10-15 เซนติเมตร ดอกย่อยมีกลีบ
ดอกรูปช้อน 4 กลีบ มีเกสรเพศผู้และเพศเมียเป็นเส้นยาว กลีบดอกมี
สีขาว ชมพูอ่อน-เข้ม และม่วง ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ผล: มีเมล็ดขนาดใหญ่
ดิน: ดินร่วนปนทราย
น้ำ: ปานกลาง
แสงแดด: แดดจัด
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด
การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับแปลง

10



มะลุลี

ชื่อวิทยาศาสตร์: Jasminum multiflorum (Burm.f.) Andrews
วงศ์: Oleaceae
ประเภท: ไม้เลื้อยเนื้อแข็ง ยอดเลื้อยได้ไกล 2 – 5 เมตร
ความสูง: 60-90 เซนติเมตร
ลำต้น: เป็นไม้เถาเลื้อย
ใบ: ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปรี กว้าง 2.5 – 5 เซนติเมตร ยาว 4 – 7
เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบสีเขียว
เข้ม
ดอก: ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอดโคนช่อมีขนนุ่มสีเขียว
ปกคลุม ดอกย่อย 8 – 20ดอก กลีบเลี้ยงสีเขียวเป็นซี่เรียวแหลม โคน
เชื่อมติดกันและมีขนปกคลุม กลีบดอกสีขาว โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็น
หลอด ปลายแยกออกเป็น 7 – 8กลีบ ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3
เซนติเมตรและบานพร้อมกันเกือบทั้งช่อ บานวันเดียวแล้วโรย ส่งกลิ่น
หอมอ่อนๆ ตลอดวัน และหอมแรงขึ้นในช่วงเย็น ออกดอกตลอดปี แต่
ดอกดกช่วงเดือน
ผล: -
ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี
น้ำ: ปานกลาง
แสงแดด: เต็มวัน
ขยายพันธุ์: ปักชำกิ่งตอนกิ่ง และโน้มกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: ควรปลูกลงแปลงกลางแจ้งให้ได้รับแสงแดดเต็ม
ที่ จะออกดอกดก

12



ปทุมมา

ชื่อวิทยาศาสตร์: Curcuma Alismatifolia Gagnap.
วงศ์: ZINGIBERACEAE
ประเภท: ไม้ล้มลุก
ความสูง: 60-90 เซนติเมตร
ลำต้น: ลำต้นเหนือดินเป็นลำต้นเทียม (pseudostem) เกิดจากกาบใบ
ที่อัดกันแน่น ความ สูงต้นวัดจากโคนต้นถึงระดับปลายพุ่มใบ 53-55
เซนติเมตร ความกว้างทรงพุ่ม 48-53 เซนติเมตร
ใบ: ใบเดี่ยว มี 5-6 ใบ กว้าง 4-5 เซนติเมตร ยาว 28-30 เซนติเมตร
ปลายใบแหลม ขอบ ใบเป็นคลื่นเล็กน้อย เส้นกลางใบสีม่วงแดง โคน
กาบใบสีน้ำตาลแดง
ดอก: ช่อดอกแทงออกจากกลางลำต้นเทียม ความยาวช่อดอก 10-12
เซนติเมตร ดอกจริงขนาดเล็กอยู่ในซอกใบประดับ ส่วนล่าง กว้าง
ประมาณ 1 เซนติเมตร ยาว 3.5 – 3.7 เซนติเมตร สีม่วงอ่อน กลีบ
ปาก สีม่วงเข้ม โคนกลีบสีแดงมีแฉกสีเหลือง สันปากสีเหลือง ขอบ
ปากแต้มสีแดงขีดเหลือง
ผล: -
ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี
น้ำ: ปานกลาง เช้า-เย็น
แสงแดด: เต็มวัน
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด แยกหัวปลูก
การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกประดับสวน หรือนำมาประกอบอาหาร

14



สร้อยไก่

ชื่อวิทยาศาสตร์: Celosia argentea L.
วงศ์: AMARANTHACEAE
ประเภท: ไม้พุ่มขนาดเล็ก
ความสูง: 15-80 เซนติเมตร
ลำต้น: ไม้ล้มลุก อายุสั้น ไม่มีเนื้อไม้ มีขนปกคลุม
ใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปใบหอกถึงรูปแถบ ปลายแหลม โคน
สอบ ขอบเป็นคลื่น ใบบาง แผ่นใบสีเขียวอ่อน เส้นกลางใบสีขาวนวล
ถึงสีเขียวอ่อน หรือเป็นสีแดงเรื่อ
ดอก: ดอกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ยาว
10-20 เซนติเมตร ตั้งตรง ใบประดับเป็นขน ซ้อนกันแน่นหลายชั้น มี
หลายสี เช่น สีแดง ส้ม ชมพู เหลือง หรือมีหลายสีในช่อเดียวกัน ดอก
มีขนาดเล็ก กลีบรวม 5 กลีบ บางคล้ายกระดาษ
ดิน: ดินร่วน
น้ำ: ปานกลาง
แสงแดด: แสงแดดมาก
ขยายพันธุ์: ปักชำ เพาะเมล็ด
การใช้งานและอื่นๆ: นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ไม้ตัดดอก และใช้ทำ
ดอกไม้แห้ง

16



ทรงบาดาล

ชื่อวิทยาศาสตร์: Cassia surattensis Burm.f.
วงศ์: Leguminosae-Caesalpinioideae
ประเภท: ไม้พุ่มอายุหลายปี
ความสูง: 3 – 5 เมตร
ลำต้น: ตั้งตรง แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มโปร่ง
ใบ: ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ มีใบย่อย 4 – 10 คู่ รูป
ไข่หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง 1 – 2 เซนติเมตร ยาว 2.5 – 4
เซนติเมตร ปลายและโคนใบมน
ดอก: ออกเป็นช่อกระจะออกที่ปลายยอดมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอก
บานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 – 3 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 5 กลีบสีเขียว
อมเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลือง ออกดอกตลอดปี
ผล: ฝักแบน กว้าง 1 – 1.5 เซนติเมตร ยาว 7 – 20 เซนติเมตร เมื่อแก่
แตกออก ภายในมีเมล็ดกลมแบนสีน้ำตาล
ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี ทนดินเค็ม
น้ำ: ปานกลาง
แสงแดด: เต็มวัน
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด
การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกประดับสวน หรือปลูกเป็นแนวริมรั้ว ริมถนน
ชื่อ “ทรงบาดาล” พ้องเสียงกับคำว่า “ทรงบันดาล” หมายถึง บันดาล
ให้เกิดโชคลาภควรปลูกทางทิศตะวันตก จะช่วยให้เงินทองไหลมาเท
มา

18



ธรรมรักษา

ชื่อวิทยาศาสตร์: Heliconia spp.&hybrid
วงศ์: HELICONIACEAE
ประเภท: ไม้พุ่มขนาดกลาง
ความสูง: 0.5-2 เมตร
ลำต้น: ลำต้นเป็นเหง้าทอดเลื้อยใต้ผิวดิน
ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายใบมีติ่ง
แหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบ
หนา ผิวใบด้านบนเกลี้ยง สีเขียวเป็นมัน อาจมีผิวเหลือบสีแดง เส้น
กลางใบหนา ก้านใบยาว
ดอก: ออกเป็นช่อเชิงลดออกที่ปลายกิ่ง มีทั้งช่อตั้งและช่อห้อยยาว
30-80 ซม. มีกาบรองดอก 4-20 กาบ โค้งเรียวยาว ปลายแหลม
เรียงสลับในระนาบเดียวกันหรือบิดเวียน ผิวใบเรียบเป็นมัน มีหลาย
สีหลากพันธุ์ เช่น สีเหลือง แดง ชมพู ส้ม หรืออาจมีจุดประสีแดง กาบ
รองดอกกาบล่างสุดมีสันสีแดงและปลายสีเขียว กลีบดอกค่อนข้าง
ตรง ผิวเกลี้ยง ไม่มีขนปกคลุม ปลายกลีบดอกมีสีเหลือบเขียวเล็ก
น้อย
ผล: ผลสดรูปไข่ ผิวมัน สีคราม
ดิน: ดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี
น้ำ: มาก
แสงแดด: เต็มวัน-ครึ่งวัน
ขยายพันธุ์: แยกกอ
การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกบังมุมอาคาร บังกำแพง ริมลำธาร
น้ำตก ปลูกริมถนน ริมทางเดิน ริมสระว่ายน้ำ ริมทะเล เพราะสามารถ
ทนน้ำท่วมขังหรือที่ชื้นแฉะได้ดี หรือปลูกเพื่อตัดดอก เนื่องจากมีอายุ
ปักแจกันนาน

20

อ้างอิง

https://www.allkaset.com/contents/การปลูกและการดูแลรักษา
ปทุมมา-150.php#:~:text=ลึก%205%20เซนติเมตร-,วิธีปลูก,แปลง
ปลูกประมาณ%205%20เซนติเมตร
https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/135701.html
https://www.baanlaesuan.com/plants/perennial/137230.ht
m
l
https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/137803.html
https://www.baanlaesuan.com/plants/annual/138232.html
https://www.baanlaesuan.com/plants/flowers/138520.html
https://www.baanlaesuan.com/plants/flowers/184435.html
https://www.baanlaesuan.com/plants/perennial/138096.ht
ml
https://www.baanlaesuan.com/plants/perennial/138120.htm
l
https://data.addrun.org/plant/archives/333-celosia-
argentea-l
https://www.doa.go.th/pvp/wp-
content/uploads/2019/11/AnnoDOA_Public145.pdf
http://www.premiumseedshop.com/category/318/ไม้ดอก-ไม้
ประดับ-flowers/หมวดอักษร-ก-ข/กระเจียว-ปทุมมา-ทิวลิปสยาม-
siam-tulip




Click to View FlipBook Version