The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mattana, 2022-03-20 00:47:22

ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์และเส้นแบ่งเวลาโลก

แผนที่ 1 -3

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ผังภาพท่ี 1 ผงั โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้ “พอเพยี ง”

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 เคร่อื งมอื ทางภมู ศิ าสตรแ์ ละเส้นแบ่งเวลาโลก
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 เวลา 4 ชวั่ โมง
ครูผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสกุ

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1 ( 2 ชั่วโมง)
เรอื่ ง เครอื่ งมือสาคัญทางภูมิศาสตร์
มฐ./ตัวชว้ี ัด ส 5.1 ม.1/1
สาระสาคัญ : เครอื่ งมอื ทางภูมิศาสตร์ เปน็ เครอื่ งมอื สาคญั ใน
การสืบค้นขอ้ มูลที่ตัง้ ขนาด และอาณาเขตของทวปี เอเชยี
ทวปี ออสเตรเลีย และโอเชยี เนยี

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3
( 2 ช่ัวโมง) ( 2 ชว่ั โมง)
เครอ่ื งมือทางภมู ศิ าสตรแ์ ละเสน้ แบ่ง
เรอื่ ง การนาเสนอขอ้ มลู ทาง เรื่อง การแบง่ เขตเวลาของโลก
ภมู ศิ าสตร์ เวลาโลก มฐ./ตัวชว้ี ัด ส 5.1 ม.1/2
สาระสาคัญ : เส้นแบง่ เวลาทาให้
มฐ./ตวั ช้ีวัด ส 5.1 ม.1/1 ( 6 ชั่วโมง ) สามารถเปรียบเทียบวนั เวลา
สาระสาคญั : เครือ่ งมอื ทางภมู ิศาสตร์ ของประเทศไทยกบั ทวปี ตา่ งๆ
เป็นเคร่อื งมือสาคญั ในการสบื ค้นขอ้ มลู สาระสาคญั :
ลักษณะทางกายภาพและสงั คมของ
ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ เปน็ เครอ่ื งมือ
สาคญั ในการศกึ ษาขอ้ มลู ลักษณะทาง
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น กายภาพ และสังคมของประเทศไทยและ
ทวปี เอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชยี เนยี
1. ความสามารถในการคิด โดยใชเ้ สน้ แบง่ เวลาเปรยี บเทียบเวลาของ
- ทกั ษะการสารวจคน้ หา ประเทศไทยกับประเทศในทวีปต่างๆ
- ทกั ษะการทาใหก้ ระจา่ ง
- ทักษะการรวบรวมข้อมูล คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ภาระงาน/ชนิ้ งาน
- ทักษะการนาความร้ไู ปใช้
- ทกั ษะการวเิ คราะห์ 1. มวี ินัย 1. การสาธิตการใชเ้ คร่ืองมอื ทางภมู ิศาสตร์
2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ 2. ใฝ่เรียนรู้ 2. ใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง ลูกโลก
3. มงุ่ ม่นั ในการทางาน 3. ใบงานท่ี 1.2 เรอ่ื ง แผนที่
4. ใบงานท่ี 1.3 เร่ือง เขม็ ทศิ
5. ใบงานที่ 1.4 เรือ่ ง รูปถ่ายทางอากาศ ภาพ
จากดาวเทียม และเคร่อื งมืออื่นๆ
6. แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1
เร่ือง เครือ่ งมอื สาคญั ทางภมู ิศาสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผน่ ท่ี 2 ผงั ภาพการออกแบบการเรยี นรแู้ บบยอ้ นกลบั (Backward Design)
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง เครื่องมือทางภูมศิ าสตร์ ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา 2 ชวั่ โมง

ครูผสู้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก

1. เป้าหมายการเรยี นรู้ 2. หลักฐานการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั
ภาระงาน/ชน้ิ งาน : - ใบงานที่ 1.1 เร่อื ง ลกู โลก
ส.5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและ
ความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซ่ึงมีผลต่อกัน ใช้แผนท่ีและ - ใบงานที่ 1.2 เรอ่ื ง แผนท่ี
เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุป
ขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ - ใบงานที่ 1.3 เรื่อง เข็มทศิ

ม.1/1 วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของทวีป - ใบงานที่ 1.4 เรื่อง รปู ถา่ ยทางอากาศ ภาพจากดาวเทียม และเครอ่ื งมืออ่ืนๆ
เอเชียทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย โดยใช้เคร่ืองมือทาง
ภมู ศิ าสตร์สบื ค้นข้อมูล การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ประเด็น วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์ประเมนิ
1. บอกความสาคัญและประโยชน์ของลูกโลก แผน
ท่ี เข็มทศิ รูปถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายจากดาวเทียมได้ (K) ด้าน K - ซักถามความรู้ - ชุดคาถามกระตนุ้ ตรวจความถกู ตอ้ ง

2. สาธิตการใช้ลูกโลก แผนท่ี และเครื่องมือทาง - ตรวจใบงานที่ ความคดิ ของ ใบงาน ร้อยละ
ภมู ิศาสตรอ์ ืน่ ๆ ได้ (P)
1.1 – 1.4 - ใบงานท่ี 1.1 – 1.4 60 ข้ึนไปผา่ น
3. เลือกใช้เคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ในการสบื ค้น
ข้อมลู เกย่ี วกบั ลกั ษณะภมู ิประเทศและภูมิอากาศของประเทศ ดา้ น P - สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ระดบั 2 ขน้ึ ไปผา่ น
ไทยได้ (P)
สาระการเรียนรู้ การทางานกลุ่ม ดา้ น พฤตกิ รรมการทางาน เกณฑ์
การสอ่ื สาร การคิด
- ที่ตั้ง ขนาด และอาณาเขตของทวีปเอเชีย ทวีป และแก้ปัญหา กลุม่
ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
เคร่อื งมอื ทางภมู ศิ าสตร์
- การใช้เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ เช่น แผนที่ รูป .........................................................
ถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทียมในการสืบค้นลักษณะทาง
กายภาพของทวีปเอเชียทวีปออสเตรเลีย 3. กิจกรรมการเรียนรู้
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน กจิ กรรมการเรยี นรู้ : วธิ ีสอนตามรูปแบบ โมเดลซปิ ปา (CIPPA Model)
1. ความสามารถในการคดิ ส่ือเรียนร้/ู แหลง่ เรยี นรู้
- ทักษะการสารวจคน้ หา 1. หนังสอื เรยี น ภูมศิ าสตร์ ม.1
- ทักษะการทาให้กระจา่ ง 2. เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ ได้แก่ ลกู โลก แผนที่ เขม็ ทศิ รูปถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทียม
- ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู 3. ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง ลกู โลก
- ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 4. ใบงานท่ี 1.2 เรอื่ ง แผนท่ี
- ทกั ษะการวเิ คราะห์ 5. ใบงานท่ี 1.3 เร่ือง เข็มทิศ
2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ 6. ใบงานที่ 1.4 เร่อื ง รูปถา่ ยทางอากาศ ภาพจากดาวเทยี ม และเครอ่ื งมืออน่ื ๆ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 7. http://www.learners.in.th/blogs/posts/32187
1. มีวินัย 8. http://www.skoolbuz.com/library/content/3942
2. ใฝเ่ รยี นรู้ เวลา : 2 ช่ัวโมง
3. มุ่งมัน่ ในการทางาน

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผน่ ท่ี 3 กิจกรรมการเรยี นรู้เพอ่ื เสริมสรา้ งคุณลักษณะอยู่อยา่ งพอเพียง

แผนการจัดการเรียนรู้ เร่อื ง เครอื่ งมือทางภูมศิ าสตร์
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลา 2 ชวั่ โมง
ครผู ูส้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก

ขน้ั นา
1. ครูใหน้ ักเรยี นตอบคำถำมเพ่ือทบทวนควำมรูเ้ ดิมเกีย่ วกับประโยชน์ และควำมสำคัญของเครือ่ งมือทำง

ภมู ิศำสตรป์ ระเภทลกู โลก แผนที่ เขม็ ทิศ รูปถำ่ ยทำงอำกำศ ภำพจำกดำวเทยี ม (Q1) (ครู:มีควำมรู้,สังคม)
2. ครอู ธิบำยเชอื่ มโยงให้นกั เรียนเขำ้ ใจวำ่ กำรศึกษำเรื่องรำวตำ่ งๆ บนโลกนั้นมีควำมจำเปน็ ตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งมือ

ทำงภูมิศำสตร์ (ครู:มีควำมรู้,สังคม)

ขั้นสอน
3. ครูแบง่ นกั เรยี นเป็นกลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกันตำมควำมสำมำรถ คือ เก่ง ปำนกลำงค่อนขำ้ งเก่ง ปำนกลำง

คอ่ นขำ้ งอ่อน และอ่อน (ครูแบ่งกลุม่ ไว้ล่วงหน้ำ) ใหส้ มำชกิ แตล่ ะคนในกลมุ่ กำหนดหมำยเลขประจำตวั 1-4 ตำมลำดับ
เรียกกลุ่มนี้ว่ำ กลมุ่ บ้ำน (Home Group) (ครู:เหตุผล)

4. สมำชกิ แต่ละหมำยเลขของกลุม่ บ้ำนแยกยำ้ ยกันไปรวมกับสมำชกิ หมำยเลขเดยี วกันเป็นกลุ่มใหม่ เรียกกลมุ่
นว้ี ำ่ กลุ่มผ้เู ชย่ี วชำญ (Expert Group) แล้วให้แต่ละกลมุ่ รว่ มกันศกึ ษำควำมร้เู ร่อื ง เครอ่ื งมือสำคัญทำงภมู ศิ ำสตร์ จำก
หนังสอื เรยี น แหล่งขอ้ มูลสำรสนเทศ หมำยเลขละ 1 เร่อื ง ดังนี้ (นักเรยี น :มีควำมรู้,สงั คม)

- หมำยเลข 1 ศึกษำควำมรู้เรอ่ื ง ลกู โลก
- หมำยเลข 2 ศึกษำควำมรเู้ รอื่ ง แผนที่
- หมำยเลข 3 ศึกษำควำมรเู้ ร่ือง เข็มทิศ
- หมำยเลข 4 ศึกษำควำมร้เู รื่อง รปู ถำ่ ยทำงอำกำศ ภำพจำกดำวเทียม และเคร่ืองมอื อน่ื ๆ
5. นักเรียนแต่ละคนนำควำมรู้ทไ่ี ด้มำบนั ทกึ ลงในสมดุ เรียน (นกั เรียน :มคี วำมรู้,มเี หตุผล)
6. สมำชกิ กลมุ่ ผู้เชยี่ วชำญแต่ละหมำยเลขรว่ มกนั ทำควำมเข้ำใจควำมรทู้ ี่ศึกษำ แล้วนำไปเป็นพื้นฐำนในกำรทำ
ใบงำน ดังน้ี (นักเรียน :มีควำมรู้,มีเหตผุ ล,สังคม)
- หมำยเลข 1 ทำใบงำนที่ 1.1 เรื่อง ลูกโลก
- หมำยเลข 2 ทำใบงำนท่ี 1.2 เรื่อง แผนที่
- หมำยเลข 3 ทำใบงำนที่ 1.3 เรอ่ื ง เขม็ ทศิ
- หมำยเลข 4 ทำใบงำนที่ 1.4 เรื่อง รปู ถ่ำยทำงอำกำศ ภำพจำกดำวเทยี ม และเครอ่ื งมืออ่ืนๆ
7. สมำชิกทกุ คนในกลมุ่ ช่วยกนั อธิบำยควำมรู้ให้สมำชกิ ในกล่มุ เข้ำใจ และตรวจสอบควำมถกู ตอ้ งในใบงำนทต่ี น
รบั ผิดชอบ (นักเรยี น :มีควำมรู้, มีเหตุผล,สังคม)

8. สมำชิกกลุม่ ผู้เชี่ยวชำญแยกยำ้ ยกันกลบั เขำ้ สกู่ ลุ่มบ้ำน แลว้ ผลัดกนั นำควำมรูท้ ่ไี ดจ้ ำกกำรศกึ ษำและกำรทำ
ใบงำนมำเลำ่ ใหส้ มำชกิ คนอื่นฟงั (นกั เรียน :มีควำมรู้, มีเหตุผล,สงั คม)

9. สมำชกิ ภำยในกลมุ่ ผลัดกนั ซักถำมในประเด็นที่สงสยั จนเกดิ ควำมเขำ้ ใจกระจำ่ งชดั ครูสุ่มตัวแทนแต่ละกลุม่
ออกมำนำเสนอผลงำนในใบงำน กลุ่มละ 1 ใบงำน และใหก้ ลมุ่ อื่นนำเสนอเพม่ิ เติมในส่วนท่ีแตกต่ำงกนั โดยมคี รเู ป็นผู้
ตรวจสอบควำมถูกตอ้ ง (นกั เรยี น :มคี วำมรู้, มีเหตุผล,สงั คม)

10. ครใู ช้คำถำมกระต้นุ ควำมคิด โดยใช้ชุดคำถำม (Q2-Q5) (ครู: ควำมรู้,มีภมู คิ ้มุ กนั นกั เรียน :มคี วำมรู้,
มีเหตผุ ล,สังคม)

ขั้นสรุป
11. สมำชิกในแตล่ ะกลมุ่ นำควำมรู้ทีไ่ ด้จำกกำรศึกษำมำสังเครำะห์ และสรปุ เป็นควำมคิดรวบยอดเกี่ยวกับ

ลักษณะ ควำมสำคัญ และกำรใชเ้ คร่ืองมอื ทำงภูมิศำสตร์แต่ละชนดิ พรอ้ มวำงแผนนำเสนอกำรใช้เครอ่ื งมือทำง
ภูมศิ ำสตร์ อยำ่ งน้อยกลมุ่ ละ 4 ชนดิ (นกั เรยี น : มีควำมรู้,มีเหตผุ ล,สงั คม)

12. ครูใช้คำถำมกระตนุ้ ควำมคิด โดยใช้ชุดคำถำม (Q6-Q8) (ครู: ควำมรู้,มีภมู ิคุ้มกัน นกั เรยี น : มีเหตผุ ล ,
สงั คม)

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผ่นท่ี 4 ชดุ คาถามกระตุน้ เพื่อปลูกฝังหลักคิดพอเพยี ง
แผนการจดั การเรียนรู้ เรอ่ื ง เครือ่ งมือทางภูมิศาสตร์

ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 เวลา 2 ชวั่ โมง
ครูผูส้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก

คาถามกระตุน้ คิดเพื่อปลกู ฝังหลักคิดพอเพยี งก่อนเรียน
Q1 นกั เรยี นเคยใชเ้ ครอื่ งมอื ทำงภมู ศิ ำสตร์ชนิดใดบำ้ ง และใช้เพ่อื ประโยชน์อะไร (ควำมรู้,เหตุผล)

คาถามกระตนุ้ คิดเพอื่ ปลูกฝังหลักคดิ พอเพยี งระหวา่ งเรยี น
Q2 ถ้ำนักเรียนตอ้ งไปทัศนศึกษำที่ประเทศมำเลเซีย เพ่ือศึกษำเก่ยี วกบั ลักษณะภูมปิ ระเทศ นักเรยี นต้องใช้เครื่องมอื
ทำงภูมิศำสตรช์ นิดใด (ควำมรู้,เหตผุ ล)
Q3 ถ้ำนักเรยี นต้องไปสำรวจปำ่ ในบริเวณดอยอินทนนท์ นกั เรียนจะต้องใชเ้ ครือ่ งมือทำงภมู ิศำสตร์ชนิดใด (ควำมรู้
,เหตผุ ล)
Q4 นักเรยี นคิดวำ่ เครือ่ งมอื ทำงภมู ิศำสตร์มี ประโยชน์ตอ่ กำรพฒั นำประเทศอยำ่ งไรบำ้ ง (ควำมรู้)
Q5 นักเรยี นใช้เคร่อื งมือทำงภูมศิ ำสตร์ชนิดใดมำกท่ีสุดในปัจจุบัน จงยกตวั อย่ำงประกอบ (ควำมรู้,เหตุผล)

คาถามกระตุน้ คดิ เพื่อปลูกฝังหลักคิดพอเพยี งหลังเรียน
Q6 กำรปฏบิ ตั กิ ิจกรรมกลุ่มได้สำเร็จจำเปน็ ต้องมคี วำมรอู้ ะไร (ควำมร้)ู
Q7 กำรทำช้นิ งำน/ภำระงำนได้สำเร็จจำเปน็ ต้องมคี วำมคุณธรรมข้อใดอธบิ ำยเหตผุ ลประกอบ (คุณธรรม)
Q8 กำรทำควำมสะอำดโต๊ะ เก้ำอีห้ ลงั ใช้งำนและจัดเกบ็ ใหเ้ ป็นระเบียบ (วัตถุ,สง่ิ แวดล้อม)

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผ่นท่ี 5 แนวทางที่ครนู าหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชจ้ ดั การเรยี นรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง เครอ่ื งมือทางภูมิศาสตร์
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา 2 ชวั่ โมง
ครูผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสกุ

ครูผู้สอนนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ดังนี้

ความรูท้ ่คี รูต้องมีกอ่ นสอน คณุ ธรรมของครใู นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. เครอื่ งมือทำงภูมศิ ำสตร์ 1. มคี วำมรักเมตตำศษิ ย์

2. หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2. มีควำมรับผิดชอบ

3. กำรสอนดว้ ยกจิ กรรมกลมุ่ 3. มคี วำมยุตธิ รรม

4. ตรงตอ่ เวลำ

ประเดน็ พอประมาณ มีเหตผุ ล มภี ูมคิ ้มุ กนั ในตัวท่ีดี

เน้อื หา - เนอ้ื หำเรอื่ งเคร่อื งมือทำง - ต้องกำรใหผ้ ู้เรียนรู้เรอ่ื ง - สรปุ เนื้อหำ ยกตัวอยำ่ ง

ภูมศิ ำสตร์ สอดคลอ้ งกับ เคร่ืองมือทำงภูมศิ ำสตร์ และ สถำนกำรณ์ที่พบเจอใน

มำตรฐำน ตัวช้ีวดั เหมำะสมกบั นำไปประยกุ ตใ์ ชแ้ ละ ชวี ติ ประจำวนั เพ่ือให้เข้ำใจง่ำย

เวลำท่กี ำหนดและวัยของผู้เรียน แก้ปญั หำในชวี ิตประจำวนั ได้ มภี ำพประกอบ

- กำรเลือกซ้ือหรือใช้เครื่องมอื

ทำงภูมิศำสตร์อย่ำงถกู ตอ้ ง

เหมำะสม

เวลา - กำหนดเวลำกำรจัดกจิ กรรมกำร - จัดกำรเรียนรไู้ ดค้ รบถ้วน - กำหนดเวลำกำรจัดกิจกรรมกำร

เรียนรู้อยำ่ งเหมำะสม (ขน้ั นำเข้ำ ตำมท่อี อกแบบไว้ เรียนรรู้ ำยชวั่ โมงเกินจรงิ เลก็ น้อย

ส่บู ทเรยี น ขัน้ สอน ข้นั สรุป) เพอ่ื รองรบั กำรเปลย่ี นแปลงที่อำจ

เกิดขึ้นระหว่ำงกิจกรรม

การจัด - แบง่ กลุม่ นกั เรยี นได้พอดีและ - ตอ้ งกำรใหผ้ ู้เรยี นปฏิบัติ - แบง่ กลุ่มคละควำมสำมำรถของ

กจิ กรรม เหมำะสม กิจกรรมอยำ่ งทั่วถึงตำม นักเรียน

- กำหนดกิจกรรมกำรเรยี นรูไ้ ด้ ควำมสำมำรถ - เตรียมชุดคำถำมให้พร้อม

เหมำะสมกบั เวลำทกี่ ำหนด - เพอื่ ตอ้ งกำรใหผ้ ู้เรียนเกิด ตำมลำดบั กิจกรรมกำรเรยี นรู้

-มอบหมำยภำระงำนและชิ้นงำน กำรเรยี นรูต้ ำมเป้ำหมำยที่ สงั เกตพฤติกรรมและให้ควำม

เหมำะสมกบั ควำมสำมำรถของ กำหนด ช่วยเหลอื เมือ่ นกั เรยี นมีปญั หำ

ผู้เรียนและสอดคล้องกับเปำ้ หมำย

กำรเรยี นรู้

สอ่ื /อปุ กรณ์ - ใบงำนเพียงพอและเหมำะสมกับ - เพื่อใหน้ ักเรยี นสำมำรถ - จดั เตรยี มใบงำน/สือ่ /อุปกรณ์
แหล่งเรยี นรู้ ให้พรอ้ มกอ่ นกำรจัดกจิ กรรมกำร
ประเมินผล เวลำทก่ี ำหนด ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมได้ถูกตอ้ งและ เรียนรู้
- เรยี งลำดับกำรใช้ส่อื
- PowerPoint ภำพและขำ่ วมี เกิดควำมเข้ำใจชัดเจนตำม ประกอบกำรจดั กิจกรรมกำร
เรียนรไู้ ดถ้ ูกตอ้ ง
เน้อื หำและจำนวนเหมำะสมกบั จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ที่ - เตรยี มห้องเรยี น โตะ๊ เกำ้ อ้ี ให้
พร้อมกอ่ นกำรจดั กจิ กรรมกำร
กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ กำหนดไว้ เรยี นรู้

- หอ้ งเรยี น โต๊ะ เกำ้ อี้ - ต้องกำรใหผ้ ูเ้ รียนปฏบิ ัติ - วำงแผนกำรวดั และประเมนิ ผล
ตำมขัน้ ตอนของกำรจดั กจิ กรรม
มเี พียงพอกบั จำนวนผู้เรยี น กิจกรรมได้อย่ำงเต็มที่มี - แบบประเมินผลมีควำม
เทยี่ งตรงในกำรวัดตำมตัวชวี้ ัด
- บรรยำกำศในห้องเรยี นมีควำม ประสทิ ธิภำพ

เหมำะสมกับกิจกรรมกำรเรียนรู้ - ผู้เรียนเกดิ กำรเรียนรู้ตำม

จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ท่ี

กำหนดไว้

- จัดทำแบบประเมินพฤตกิ รรมได้ - ตอ้ งกำรวัดและประเมินผล

เหมำะสมกับเป้ำหมำยกำรเรยี นรู้ กำรเรียนรู้ของผู้เรยี น ท่ี

กำหนดไว้ในจดุ ประสงคก์ ำร

เรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

แผ่นท่ี 6 ผลที่เกดิ ขนึ้ กับผ้เู รียนจากการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ เร่อื ง เครื่องมอื ทางภูมิศาสตร์

ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 2 ชัว่ โมง

ครูผสู้ อน นางสาวมทั นา ทองสุก

6.1 ผูเ้ รยี นจะไดฝ้ ึกคิดและฝกึ ปฏิบตั ิตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ดังนี้

ความรทู้ ่ีนกั เรียนต้องมีกอ่ นเรียน คุณธรรมของนักเรยี นท่จี ะทาให้การเรยี นรสู้ าเรจ็

1. เครอื่ งมอื ทำงภูมิศำสตร์ 1. ควำมสำมัคคี

2. หลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. ควำมรับผดิ ชอบ

3. ควำมรูพ้ น้ื ฐำนทำงภูมศิ ำสตร์ 3. ควำมมีนำ้ ใจ แบง่ ปันและเอื้อเฟอ้ื เผือ่ แผ่

พอประมาณ มีเหตผุ ล มีภมู ิค้มุ กนั ในตัวทด่ี ี

1. นกั เรียนปรึกษำและแบ่งหน้ำท่ี 1. นกั เรยี นทำงำนตำมหนำ้ ที่ 1. วำงแผนกำรทำงำนกลุ่มอย่ำงละเอียดเปน็

ของสมำชิกได้เหมำะสมตำมศักยภำพ ท่ีไดร้ ับมอบหมำยทำใหภ้ ำระ ขนั้ ตอน

ของแตล่ ะคน งำนถกู ตอ้ งและมปี ระสทิ ธิ 2. ศึกษำ/รวบรวมขอ้ มูลเร่ือง เครือ่ งมอื ทำง

2. นกั เรยี นศกึ ษำ รวบรวมข้อมูลและ ภำพ ภมู ศิ ำสตร์ แต่ละประเภทอยำ่ งละเอียด

วเิ ครำะหเ์ น้ือหำตรงตำมประเด็นท่ี 2. นกั เรียนสำมำรถวเิ ครำะห์ 3. นำควำมรู้เรือ่ งเครอ่ื งมอื ทำงภูมิศำสตร์ไป

ได้รับมอบหมำย ประเดน็ ท่ีศกึ ษำเก่ียวกบั ประยุกต์ใชอ้ ยำ่ งเหมำะสมกบั สถำนกำรณ์

เคร่อื งมือทำงภมู ศิ ำสตร์

ได้สอดคล้องเป็นเหตุเปน็ ผล

๖.๒ ผ้เู รยี นจะไดเ้ รยี นรกู้ ารใช้ชวี ติ ที่สมดุลและพรอ้ มรับการเปลีย่ นแปลง ๔ มติ ิ ตามหลักปรชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี ง ดงั น้ี

ด้าน สมดุลและพร้อมรับการเปลีย่ นแปลงในด้านต่าง ๆ

องค์ประกอบ วตั ถุ สงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม

ความรู้ - มคี วำมร้ใู นกำร - มคี วำมรใู้ นกำรจดั แบ่ง - มีควำมรใู้ นกำร - มีควำมรเู้ กี่ยวกับ

ใชส้ ่ือกำรเรียนรู้ หน้ำทภี่ ำยในกลุ่มอย่ำง ดูแลรกั ษำควำม กำรมำรยำทกำรอยู่

อย่ำงคุ้มคำ่ เหมำะสม สะอำดกำรจัดกำร ร่วมกันในสงั คม

- มคี วำมร้ดู ำ้ นทกั ษะกำร ขยะภำยใน

ปฏิบัติตนทีจ่ ะทำงำน หอ้ งเรยี น

ร่วมกบั ผู้อืน่

ทกั ษะ - มีทักษะในกำร - มีทกั ษะในกำรทำงำน รกั ษำควำม สะอำด ปฏิบัตติ นต่อครแู ละ

วิเครำะหแ์ ละ รว่ มกับผอู้ น่ื กำรจัดกำรขยะ เพ่อื นได้ถกู ตอ้ ง
ภำยในหอ้ งเรยี น เหมำะสม
จัดกำรขอ้ มลู

คา่ นยิ ม - เหน็ - มคี วำมรับผิดชอบตอ่ กำร - มีจติ สำนกึ ในกำร - ตระหนักถงึ

ควำมสำคัญ ทำงำนกลุ่ม รกั ษำ ควำมสำคญั ของกำร

ประโยชนข์ อง - ยอมรับควำมคิดเห็นซึง่ สภำพแวดลอ้ มของ เปล่ยี นแปลงทำง

เคร่อื งมือทำง กันและกนั เรยี นให้สะอำด ภมู ศิ ำสตร์

ภูมิศำสตร์ เรียบร้อย

ใบงานที่ 1.1 ลูกโลก

ตอนท่ี 1
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถำมต่อไปนี้

1. ลกู โลกมีประโยชน์อย่ำงไร

2. เรำสำมำรถใช้ลูกโลกศกึ ษำขอ้ มูลใดไดบ้ ำ้ ง

ตอนท่ี 2
คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนดูภำพลกู โลกในลักษณะต่ำงๆ แล้วตอบคำถำม

1. ภำพลกู โลกในชุดน้ใี ห้ขอ้ มูลสำคญั เก่ยี วกับเรือ่ งอะไร

2. นกั เรียนไดร้ บั ควำมรู้จำกภำพนอี้ ย่ำงไรบ้ำง
3. นักเรียนสำมำรถศกึ ษำควำมร้เู กี่ยวกบั อะไรบำ้ งในลกู โลกภำพน้ี

ใบงานท่ี 1.1 ลกู โลก

ตอนท่ี 1
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถำมต่อไปนี้

1. ลูกโลกมปี ระโยชนอ์ ย่ำงไร
1) แสดงตำแหน่ง และกำรกระจำยของพ้นื ทปี่ ระเทศ ทวปี ทะเล มหำสมุทร ไดต้ รงตำมที่ปรำกฏบนผิวโลก
2) แสดงเสน้ เมริเดยี นและเส้นขนำนหรือเสน้ ละติจูด มำตรำส่วนเพือ่ แสดงคำ่ ระยะทำงและประเมนิ ขนำดพ้นื ที่
ตำมทีป่ รำกฎบนลูกโลก

2. เรำสำมำรถใช้ลูกโลกศกึ ษำข้อมูลใดไดบ้ ำ้ ง
1) ศึกษำทศิ ทำงกำรหมุนของโลก
2) ศึกษำทวีปต่ำงๆ ท้งั 7 แห่ง เก่ยี วกับที่ตงั้ ขนำด รปู รำ่ ง อำณำเขตติดต่อ
3) ศึกษำตำแหนง่ ทต่ี ้ังของประเทศตำ่ งๆ
4) ศกึ ษำกำรโคจรของโลก
5) ศึกษำเส้นเมริเดยี น
6) ศกึ ษำเสน้ ขนำนหรอื เส้นขนำนละตจิ ูด

ตอนท่ี 2
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนดภู ำพลกู โลกในลักษณะต่ำงๆ แลว้ ตอบคำถำม

1. ภำพลกู โลกในชุดนใ้ี ห้ขอ้ มลู สำคญั เกี่ยวกบั เรื่องอะไร
กำรโคจรของโลกรอบดวงอำทิตย์

2. นักเรียนได้รับควำมรู้จำกภำพนอ้ี ยำ่ งไรบำ้ ง
ควำมรู้เกย่ี วกบั ฤดูกำล

3. นักเรยี นสำมำรถศกึ ษำควำมรู้เก่ียวกบั อะไรบำ้ งในลกู โลกภำพนี้
ทวปี เอเชยี เกี่ยวกับภมู ิประเทศของทวีปเอเชียประเทศต่ำงๆ ทะเล มหำสมุทร เสน้ เมริเดยี น เส้นขนำน

ละติจดู

ใบงานที่ 1.2 แผนที่
ตอนท่ี 1
คาชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถำมต่อไปนี้

1. แผนที่มีประโยชน์อย่ำงไร

2. แผนทม่ี กี ่ีชนดิ อะไรบำ้ ง จงอธิบำยสัน้ ๆ

3. เส้นโครงแผนที่ประกอบดว้ ยเสน้ อะไรบำ้ ง

4. พิกดั ทำงภมู ิศำสตร์ คืออะไร

ตอนท่ี 2
คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนดแู ผนท่ี แล้วตอบคำถำม

คาถาม
1. จำกแผนท่ีนักเรียนสำมำรถอ่ำนข้อมลู เกย่ี วกับอะไรบำ้ ง
2. นักเรียนคิดว่ำ แผนทชี่ ดุ นีม้ ีประโยชนอ์ ย่ำงไร

ใบงานท่ี 1.2 แผนที่

ตอนที่ 1
คาชี้แจง ให้นักเรยี นตอบคำถำมต่อไปน้ี

1. แผนท่ีมีประโยชนอ์ ยำ่ งไร
1) ใช้ศึกษำขอ้ มลู ของสิ่งตำ่ งๆ ในพื้นทีไ่ ด้อย่ำงถูกต้อง โดยไม่ตอ้ งไปศึกษำท่ีสถำนท่ีจริง ทำให้ประหยดั เวลำ
2) ทำใหร้ ูข้ ้อมูลเฉพำะจดุ และขอ้ มลู ท่หี ่ำงไกล
3) สำมำรถวำงแผนกำรจดั กำรพืน้ ท่ี และเข้ำถึงพ้นื ท่ีไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง

2. แผนทมี่ ีกช่ี นดิ อะไรบำ้ ง จงอธิบำยสนั้ ๆ
3 ชนิด คือ
1) แผนท่แี บบแบน แสดงตำแหนง่ ของส่ิงตำ่ งๆ ในทำงรำบ มีประโยชน์อย่ำงมำกในกำรใชห้ ำระยะทำงและ

เสน้ ทำง
2) แผนทภี่ มู ปิ ระเทศ แสดงรำยละเอยี ดตำมแนวดง่ิ เก่ียวกบั ภมู ลิ ักษณข์ องพื้นโลก
3) แผนท่เี ฉพำะเร่ือง แสดงขอ้ มูลเฉพำะเร่ืองใดเรือ่ งหน่ึง เชน่ แผนทปี่ ระชำกร แผนท่ีภมู อิ ำกำศ

3. เสน้ โครงแผนที่ประกอบดว้ ยเส้นอะไรบ้ำง
1) เส้นเมริเดียน เปน็ เสน้ สมมตทิ ่ีลำกจำกขว้ั โลกเหนือไปยังข้ัวโลกใต้
2) เสน้ ศูนยส์ ตู ร เปน็ เส้นโค้งวงกลมใหญ่ท่ีแบ่งโลกออกเป็น 2 ซีก คอื ซกี โลกเหนือกบั ซกี โลกใต้
3) เสน้ ขนำนละติจดู เปน็ เสน้ โคง้ วงกลมเล็ก ซ่ึงต้ังฉำกกับแกนขัว้ โลก เปน็ เสน้ สมมติท่ีลำกจำกทิศตะวนั ตกไป

ยงั ทศิ ตะวนั ออก

4. พิกดั ทำงภูมิศำสตร์ คืออะไร
เปน็ คำ่ พกิ ัดของจดุ ที่เกิดจำกกำรลำกเสน้ เมรเิ ดยี นกบั เสน้ ขนำนมำตัดกนั โดยตำแหน่งบนเสน้ เมรเิ ดียน

เรยี กว่ำลองจิจูด สว่ นตำแหนง่ บนเสน้ ขนำนเรียกวำ่ ละติจูด

ตอนที่ 2
คาชี้แจง ให้นักเรยี นดูแผนท่ี แลว้ ตอบคำถำม

คาถาม
1. จำกแผนท่นี กั เรียนสำมำรถอ่ำนข้อมูลเกี่ยวกับอะไรบ้ำง
ลักษณะภูมปิ ระเทศ อำณำเขตติดตอ่ กบั ประเทศต่ำงๆ จงั หวดั ตำ่ งๆ ของไทย ทรพั ยำกรและพืชพรรณ

ธรรมชำติ

2. นกั เรียนคิดวำ่ แผนท่ีชดุ นม้ี ีประโยชน์อย่ำงไร
ประโยชน์ในกำรเดินทำงไปยงั จงั หวดั ต่ำงๆ กำรประกอบอำชีพ กำรพฒั นำอำชพี กำรอุตสำหกรรม กำร

ทอ่ งเที่ยว ฯลฯ
(พจิ ำรณำตำมคำตอบของนกั เรยี น โดยให้อย่ใู นดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)

ใบงานท่ี 1.3 เขม็ ทศิ
ตอนท่ี 1
คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถำมต่อไปนี้

1. เขม็ ทศิ มีลกั ษณะสำคญั อยำ่ งไร

2. เขม็ ทศิ มีควำมสำคัญอย่ำงไร

3. กำรใช้เข็มทศิ มคี วำมสมั พันธ์กบั แผนทอ่ี ย่ำงไร

ตอนท่ี 2
คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนดูภำพ แลว้ ตอบคำถำม

ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2 ภาพที่ 3

ภาพท่ี 4 ภาพท่ี 5 ภาพท่ี 6

คาถาม
กจิ กรรมในภำพใดทต่ี อ้ งอำศัยเขม็ ทศิ จงอธบิ ำย

ใบงานที่ 1.3 เขม็ ทิศ

ตอนที่ 1
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถำมตอ่ ไปน้ี

1. เขม็ ทศิ มีลกั ษณะสำคัญอย่ำงไร
เป็นเครือ่ งมือทำงภูมิศำสตรท์ ่ีให้ข้อมลู ด้ำนทิศทำง มหี ลักกำรทำงำนโดยอำศยั แรงดงึ ดดู ระหวำ่ ง

สนำมแมเ่ หล็กขว้ั โลกกบั เขม็ แม่เหลก็ ของเขม็ ทิศ เข็มแมเ่ หล็กจะชีอ้ ยู่ในแนวทิศเหนอื -ใต้ตลอดเวลำ

2. เข็มทศิ มีควำมสำคญั อยำ่ งไร
ใชใ้ นกำรเดินทำง ไดแ้ ก่ กำรเดินเรอื ทะเล เครอ่ื งบิน กำรเดนิ เท้ำไปยงั ตำแหนง่ ต่ำงๆ

3. กำรใชเ้ ขม็ ทิศมีควำมสมั พันธ์กบั แผนทอี่ ยำ่ งไร
กำรใช้เข็มทิศจะตอ้ งมแี ผนที่ประกอบ และต้องหำทิศเหนือกอ่ น เพ่อื จะได้รทู้ ิศของคำ่ ของมุมที่เบยี่ งเบน

ไปจำกทศิ เหนือ

ตอนที่ 2
คาช้แี จง ให้นกั เรยี นดูภำพ แล้วตอบคำถำม

ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2 ภาพที่ 3

ภาพท่ี 4 ภาพที่ 5 ภาพท่ี 6

คาถาม
กิจกรรมในภำพใดท่ีตอ้ งอำศยั เขม็ ทิศ จงอธบิ ำย

1) ภำพที่ 2 ลูกเสอื เข้ำค่ำยพกั แรมจะมีกจิ กรรมเดนิ ทำงไกลต้องอำศัยเขม็ ทิศ
2) ภำพที่ 4 นกั ท่องเทยี่ วไปเดินเทีย่ วในป่ำจะต้องมีเข็มทิศประกอบแผนที่เพ่อื เดินทำงไปตำมจุดหมำยที่
ต้องกำร
3) ภำพที่ 5 กำรขบั เครอ่ื งบินจะตอ้ งมเี ข็มทศิ ประกอบกำรเดนิ ทำงไปสูจ่ ดุ หมำยท่ีกำหนด
4) ภำพท่ี 6 กำรขบั เรอื เดนิ ทะเลไปสู่จุดหมำยน้ันจะตอ้ งมเี ขม็ ทศิ ประกอบแผนท่เี พ่ือใหก้ ำรเดนิ เรือเป็นไปตำม
เส้นทำงท่กี ำหนด

ใบงานที่ 1.4 รปู ถา่ ยทางอากาศ ภาพจากดาวเทียม และเครื่องมืออ่นื ๆ

ตอนที่ 1
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนตอบคำถำมต่อไปน้ี

1. รูปถ่ำยทำงอำกำศ คอื อะไร

2. รปู ถ่ำยทำงอำกำศมปี ระโยชนอ์ ย่ำงไร

3. ทำไมภำพจำกดำวเทียมจงึ มขี ้อมูลชดั เจนกวำ่ กลอ้ งธรรมดำ

4. เวบ็ ไซต์ในเครอื ข่ำยอินเทอรเ์ น็ต มีประโยชน์อยำ่ งไร

ตอนที่ 2
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนดภู ำพ แล้วตอบคำถำม

1. ภำพนมี้ ปี ระโยชน์อยำ่ งไร

2. ภำพนใ้ี หข้ ้อมลู ชัดเจนในเร่ืองใด มปี ระโยชนอ์ ยำ่ งไร
3. กำรสืบค้นขอ้ มลู ทำงภมู ิศำสตรจ์ ำกเวบ็ ไซตต์ ่ำงๆ มปี ระโยชน์อยำ่ งไร

ใบงานท่ี 1.4 รปู ถา่ ยทางอากาศ ภาพจากดาวเทียม และเครื่องมอื อนื่ ๆ

ตอนท่ี 1

คาช้ีแจง ให้นกั เรียนตอบคำถำมตอ่ ไปน้ี

1. รูปถ่ำยทำงอำกำศ คอื อะไร
คือรูปถ่ำยท่ไี ดจ้ ำกกำรถำ่ ยรปู ดว้ ยกลอ้ ง โดยนำกลอ้ งไปตดิ ตั้งกบั อำกำศยำน แล้วถำ่ ยรูปในแนวดิ่ง หรือ

เฉียง กับผวิ โลก จะไดร้ ปู ถำ่ ยของพืน้ ผวิ โลกตำมควำมเปน็ จริง
2. รูปถ่ำยทำงอำกำศมีประโยชนอ์ ย่ำงไร
สำมำรถนำมำเปน็ ข้อมลู ในกำรทำแผนท่ี ทำโฉนดท่ีดิน กำรกอ่ สรำ้ งถนน และวำงผงั เมือง

3. ทำไมภำพจำกดำวเทยี มจงึ มีขอ้ มูลชัดเจนกวำ่ กลอ้ งธรรมดำ

เพรำะดำวเทียมมีอุปกรณท์ ่ีบันทกึ เก็บรวบรวมข้อมลู ด้วยระบบกล้องหลำยช่วงคลืน่ บันทึกขอ้ มูลเชิงตวั เลข
ของค่ำกำรสะท้อนช่วงคลื่นแสง สำมำรถจำแนกวัตถุตำ่ งๆ ได้ โดยพิจำรณำจำกลักษณะของสิง่ ที่ปรำกฏบนภำพ
เชน่ สี รปู ร่ำง รูปแบบ จงึ ทำให้ไดข้ ้อมูลท่ีทนั สมัย

4. เวบ็ ไซต์ในเครือขำ่ ยอินเทอรเ์ นต็ มีประโยชนอ์ ย่ำงไร

มขี อ้ มลู จำนวนมำกเป็นปัจจุบัน ทนั สมยั โดยเฉพำะเว็บไซต์ที่สร้ำงจำกหนว่ ยงำนโดยตรงของแตล่ ะ
ประเทศ จงึ มขี อ้ มูลท่ีน่ำเชื่อถอื

ตอนท่ี 2
คาช้แี จง ให้นักเรยี นดูภำพ แล้วตอบคำถำม

1. ภำพน้มี ปี ระโยชน์อย่ำงไร

ทำให้รู้ขอ้ มูลที่ปรำกฏอยู่ในภำพ ตรงตำมควำมเป็น
จริงว่ำ ชุมชนบริเวณใดมีประชำชนตง้ั ถิ่นฐำนอยู่กันอยำ่ ง
หนำแนน่ หรอื เบำบำง เปน็ ประโยชนต์ อ่ กำรวำงแผนพฒั นำทีอ่ ยู่
อำศัยหรือกำรประกอบอำชพี ฯลฯ

2. ภำพนี้ใหข้ ้อมูลชัดเจนในเร่ืองใด มปี ระโยชน์อยำ่ งไร
ขอ้ มูลเกีย่ วกับอทุ กภยั ท่ีเกดิ ขึน้ ในบริเวณต่ำงๆ ของโลก และลกั ษณะของปำ่ ไม้ในบรเิ วณต่ำงๆ ของโลก มี

ประโยชน์ในกำรวำงแผนป้องกนั ภยั ธรรมชำติ และกำรอนรุ ักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ

3. กำรสืบคน้ ขอ้ มลู ทำงภูมศิ ำสตรจ์ ำกเว็บไซต์ต่ำงๆ มปี ระโยชน์อย่ำงไร
กำรสืบคน้ ขอ้ มูลจำกเว็บไซต์ตำ่ งๆ ทำให้ได้ขอ้ มูลตำมควำมเปน็ จรงิ และรวดเร็ว เหมำะตอ่ กำรเป็นพน้ื ฐำน

ในกำรวำงแผนพัฒนำประเทศและสังคมโลก

แบบสังเกตพฤติกรรม การทางานกลุม่

คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวำ่ งเรยี นและนอกเวลำเรียน แลว้ ขีด  ลงในชอ่ ง
ทีต่ รงกบั ระดับคะแนน

ลาดั ชือ่ -สกลุ ความ การแสดง การรับฟัง การแก้ไข
บ ท่ี ของผ้รู ับการประเมิน ร่วมมือกัน ความ ความ ความต้ังใจ ปญั หา/หรือ รวม
ทากจิ กรรม คิดเหน็ คดิ เหน็
ทางาน ปรับปรุง 20
ผลงานกลมุ่ คะแนน

4321 4321 432 14321 4321

ลงชื่อ .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั ให้ 1 คะแนน 18 - 20 ดีมำก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ตำ่ กวำ่ 10 ปรับปรงุ

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
แผ่นที่ 2 ผงั ภาพการออกแบบการเรียนรูแ้ บบยอ้ นกลบั (Backward Design)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 การนาเสนอข้อมลู ทางภูมิศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 เวลา 2 ชว่ั โมง

ครผู ้สู อน นางสาวมัทนา ทองสกุ

1. เปา้ หมายการเรียนรู้ 2. หลักฐานการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ดั
ภาระงาน/ชน้ิ งาน : การนาเสนอผลงาน
ส.5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและ
ความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซึ่งมีผลต่อกัน ใช้แผนท่ีและ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุป
ขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ ประเดน็ วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑป์ ระเมนิ

ม.1/1 วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของทวีป ดา้ น K - ซักถามความรู้ - ชุดคาถามกระตุ้น ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
เอเชียทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย โดยใช้เคร่ืองมือ
ทางภมู ศิ าสตรส์ ืบค้นข้อมลู - ประเมนิ การ ความคดิ เกณฑ์
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
นาเสนอผลงาน - แบบประเมินการ
1. เลือกใชเ้ ครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการสืบค้น
และนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพของ นาเสนอผลงาน
ประเทศไทยได้ (K)
ด้าน P - สังเกต - แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
2. เลือกใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการสืบค้น
และนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ ของ พฤติกรรมการ พฤตกิ รรมการทางาน เกณฑ์
ทวีปเอเชยี ออสเตรเลีย และโอเชียเนยี ได้ (P)
สาระการเรียนรู้ ทางานกลุม่ กลุ่ม

- การใช้เคร่ืองมอื ทางภูมิศาสตร์ เชน่ แผนที่ รูป การนาเสนอขอ้ มูลทางภูมศิ าสตร์
ถา่ ยทางอากาศ ภาพจากดาวเทียมในการสืบค้นลักษณะ
ทางกายภาพของทวปี เอเชียทวปี ออสเตรเลยี 3. กจิ กรรมการเรียนรู้
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น กิจกรรมการเรยี นรู้ : วิธีสอนแบบ กระบวนการกลุม่ สัมพนั ธ์
1. ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการสารวจค้นหา สอ่ื เรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
- ทกั ษะการวิเคราะห์ 1. หนงั สือเรียน ภูมิศาสตร์ ม.1
- ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู 2. แบบวดั และบันทกึ ผลการเรียนรู้ ภูมศิ าสตร์ ม.1
- ทักษะการนาความรู้ไปใช้ 3. ตัวอยา่ งข่าว
2. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ เวลา : 2 ชว่ั โมง
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มั่นในการทางาน

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
แผ่นที่ 3 กจิ กรรมการเรียนรู้เพอ่ื เสรมิ สร้างคุณลักษณะอยอู่ ยา่ งพอเพยี ง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 การนาเสนอข้อมูลทางภมู ิศาสตร์
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 2 ช่ัวโมง
ครูผสู้ อน นางสาวมทั นา ทองสกุ

ข้ันนา
1. ครูให้อำสำสมัครนักเรยี นออกมำอ่ำนข่ำวพยำกรณ์อำกำศหรอื พยำกรณ์อุทกภัยที่จะเกิดขน้ึ ในบริเวณต่ำงๆ

ของโลกทหี่ นำ้ ชัน้ เรยี น (นกั เรยี น : ควำมรู้ สังคม)
2. นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นในประเด็นต่อไปน้ี ชุดคำถำมกระตุ้นควำมคิด (Q1-Q4) (นักเรียน :

ควำมรู้ ภมู คิ ุ้มกนั สังคม)
1. ขอ้ มลู จำกข่ำวเกี่ยวกับเรือ่ งอะไร
2. ข้อมูลจำกข่ำวอย่บู รเิ วณใดของโลก
3. ขำ่ วทนี่ ำเสนอนั้นจะต้องใชเ้ คร่ืองมอื ทำงภมู ศิ ำสตร์ ชนิดใดบ้ำง จงอธบิ ำยประกอบ
4. นกั เรยี นมวี ธิ ีกำรนำเสนอขอ้ มูลอย่ำงไร เพื่อให้ผ้ฟู ังเขำ้ ใจชัดเจน

3. ครูช่วยชี้แนะและเสนอแนะเพ่ิมเติมเพ่ือให้นักเรียนมีควำมเข้ำใจเก่ียวกับกำรนำเสนอข้อมูลทำงภูมิศำสตร์
โดยใชเ้ คร่ืองมือทำงภมู ศิ ำสตร์ (ครู : ควำมรู้ เหตุผล สังคม)

4. ครใู ช้คำถำมกระตุน้ ควำมคิด (Q5) (ครู : ควำมรู้ เหตุผล สังคม)

ขัน้ สอน
5. ครูอธิบำยควำมรู้เพ่ิมเติมให้นักเรียนเข้ำใจเกี่ยวกับระบบกำหนดตำแหน่งบนพ้ืนโลก (GPS) รูปแบบกำร

นำเสนอขอ้ มูล ทำงภมู ศิ ำสตร์ (แบบบรรยำย แผนภมู ิ แผนผัง และกรำฟ) (ครู : ควำมรู้ เหตุผล สังคม)
6. ครูแบง่ กลุ่มนักเรียนเป็น 5 กลมุ่ ร่วมมือกันวำงแผนและสำธิตรปู แบบกำรนำเสนอข้อมูลภูมศิ ำสตร์ (นกั เรียน

: มคี วำมรู้,มเี หตุผล,สงั คม)
7. ตัวแทนสมำชกิ แตล่ ะกลมุ่ ผลัดกันนำเสนอผลงำน (นกั เรียน : มีควำมรู้,สงั คม)
8. สมำชิกกลุ่มอื่นเป็นผู้วิเครำะห์ผลกำรนำเสนอ และให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม โดยมีครูเป็นผู้ตรวจสอบควำม

ถกู ต้อง ดงั นี้ (นักเรยี น : มคี วำมรู้,เหตผุ ล,สงั คม)
- กลุ่มที่ 1 นำเสนอผลงำน กลมุ่ ท่ี 2 เสนอแนะ
- กลุ่มที่ 2 นำเสนอผลงำน กลุ่มที่ 3 เสนอแนะ
- กลุ่มท่ี 3 นำเสนอผลงำน กลมุ่ ท่ี 4 เสนอแนะ
- กลุม่ ท่ี 4 นำเสนอผลงำน กลุม่ ท่ี 5 เสนอแนะ
- กลมุ่ ท่ี 5 นำเสนอผลงำน กลุ่มท่ี 1 เสนอแนะ

9. ครูใช้คำถำมกระต้นุ ควำมคิด (Q6-Q7) (ครู : ควำมรู้ เหตุผล สังคม)

ข้ันสรุป
10. สมำชิกในแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปรูปแบบกำรนำเสนอข้อมูล ทำงภูมิศำสตร์ และแนวทำงกำรนำไป

ประยุกต์ใช้เพื่อวิเครำะห์ลักษณะทำงกำยภำพและสังคมของประเทศไทย ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
(นักเรียน: ควำมรู้ , ภูมคิ ุ้มกนั , สังคม)

11. ครใู ช้คำถำมกระตุน้ ควำมคิด (Q8-Q9) (ครู : ควำมรู้ เหตุผล สงั คม)
12. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจำกกำรสำธิตกำรนำเสนอข้อมูลทำงภูมิศำสตร์ และสังเกตพฤติกรรมกำร
ทำงำนกล่มุ (ครู : เหตผุ ล)

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
แผน่ ท่ี 4 ชดุ คาถามกระต้นุ เพอ่ื ปลูกฝังหลักคิดพอเพยี ง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2 การนาเสนอข้อมลู ทางภมู ิศาสตร์

ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา 2 ชว่ั โมง
ครูผู้สอน นางสาวมัทนา ทองสกุ

คาถามกระตุน้ คดิ เพอ่ื ปลกู ฝงั หลกั คิดพอเพียงก่อนเรยี น
Q1 ขอ้ มูลจำกขำ่ วเกีย่ วกบั เรื่องอะไร (ควำมรู้)
Q2 ข้อมลู จำกขำ่ วอยบู่ ริเวณใดของโลก (ควำมรู้)
Q3 ขำ่ วทน่ี ำเสนอน้นั จะตอ้ งใชเ้ คร่อื งมือทำงภมู ิศำสตร์ ชนิดใดบ้ำง จงอธิบำยประกอบ (ควำมรู้)
Q4 นกั เรียนมวี ิธกี ำรนำเสนอขอ้ มูลอย่ำงไร เพือ่ ให้ผูฟ้ ังเข้ำใจชดั เจน (ควำมรู้)
Q5 นักเรียนมคี วำมประทบั ใจในวธิ กี ำรนำเสนอข้อมลู ทำงภูมิศำสตร์จำกหน่วยงำนหรือบคุ คลใดบ้ำง จงอธบิ ำยเหตผุ ล
(เหตผุ ล)

คาถามกระต้นุ คิดเพอื่ ปลูกฝงั หลักคดิ พอเพียงระหว่างเรยี น
Q6 กำรนำเสนอขอ้ มลู ทำงภมู ศิ ำสตรท์ ี่ทำใหผ้ ้ฟู งั เขำ้ ใจงำ่ ย ควรใชว้ ิธกี ำรใด (ควำมรู)้
Q7 นักเรยี นมีวธิ กี ำรสืบค้นข้อมลู ทำงภมู ศิ ำสตรอ์ ยำ่ งไร ท่ที ำให้ไดข้ ้อมลู ท่ีถกู ตอ้ งและรวดเรว็ (ควำมรู)้

คาถามกระตุ้นคิดเพ่ือปลูกฝังหลกั คิดพอเพยี งหลงั เรียน
Q8 กำรทำช้ินงำน/ภำระงำนไดส้ ำเร็จจำเปน็ ตอ้ งมคี วำมคณุ ธรรมข้อใดอธบิ ำยเหตผุ ลประกอบ (คุณธรรม)
Q9 กำรทำควำมสะอำดโตะ๊ เกำ้ อ้หี ลงั ใชง้ ำนและจดั เก็บให้เปน็ ระเบยี บ (วัตถุ,สงิ่ แวดลอ้ ม)

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผ่นท่ี 5 แนวทางท่ีครนู าหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้จดั การเรยี นรู้

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 การนาเสนอขอ้ มลู ทางภูมิศาสตร์
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 เวลา 2 ชัว่ โมง
ครผู ู้สอน นางสาวมัทนา ทองสุก

ครูผูส้ อนนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ดังนี้

ความรทู้ ค่ี รตู ้องมีกอ่ นสอน คุณธรรมของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. เครอ่ื งมอื ทำงภูมศิ ำสตร์ 1. มีควำมรักเมตตำศษิ ย์

2. หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. มคี วำมรบั ผดิ ชอบ

3. กำรสอนดว้ ยกจิ กรรมกลมุ่ สมั พันธ์ 3. มีควำมยตุ ิธรรม

4. รปู แบบกำรนำเสนอขอ้ มูลภมู ิศำสตร์ 4. ตรงต่อเวลำ

ประเด็น พอประมาณ มีเหตุผล มีภมู ิคุ้มกันในตวั ทด่ี ี

เนอ้ื หา - เนือ้ หำเรอื่ งกำรนำเสนอ - ต้องกำรใหผ้ ้เู รยี นรเู้ ร่ือง - สรปุ เนื้อหำ ยกตัวอย่ำง

ขอ้ มูลทำงภูมศิ ำสตร์ กำรนำเสนอข้อมูลทำง สถำนกำรณ์ทพ่ี บเจอใน

สอดคลอ้ งกับมำตรฐำน ภมู ิศำสตร์ และนำไป ชวี ิตประจำวันเพอื่ ให้เขำ้ ใจงำ่ ย

ตวั ชี้วัดเหมำะสมกบั เวลำที่ ประยกุ ตใ์ ชแ้ ละแกป้ ัญหำ มภี ำพประกอบ

กำหนดและวัยของผเู้ รยี น ในชวี ติ ประจำวันได้ - กำรกำรนำเสนอข้อมูลทำง

ภมู ิศำสตร์ อย่ำงถูกต้องเหมำะสม

เวลา - กำหนดเวลำกำรจัดกจิ กรรม - จัดกำรเรียนรไู้ ดค้ รบถ้วน - กำหนดเวลำกำรจัดกจิ กรรม

กำรเรียนรู้อย่ำงเหมำะสม ตำมท่ีออกแบบไว้ กำรเรยี นรู้รำยชวั่ โมงเกินจรงิ

(ขั้นนำเข้ำสบู่ ทเรียน ขัน้ สอน เล็กนอ้ ย เพ่ือรองรบั กำร

ขั้นสรุป) เปล่ยี นแปลงทีอ่ ำจเกิดขึน้

ระหวำ่ งกิจกรรม

การจัด - แบง่ กล่มุ นกั เรียนได้พอดแี ละ - ตอ้ งกำรให้ผเู้ รยี นปฏิบัติ - แบง่ กลุ่มคละควำมสำมำรถของ

กจิ กรรม เหมำะสม กจิ กรรมอยำ่ งทวั่ ถงึ ตำม นักเรียน
- กำหนดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ได้ ควำมสำมำรถ - เตรียมชุดคำถำมให้พรอ้ ม
เหมำะสมกับเวลำทีก่ ำหนด - เพอื่ ตอ้ งกำรให้ผเู้ รยี น ตำมลำดับกจิ กรรมกำรเรียนรู้
-มอบหมำยภำระงำนและชิน้ งำน เกิดกำรเรยี นรตู้ ำม สังเกตพฤตกิ รรมและให้ควำม
เหมำะสมกบั ควำมสำมำรถของ เปำ้ หมำยท่กี ำหนด ชว่ ยเหลอื เมอ่ื นกั เรียนมปี ญั หำ
ผเู้ รียนและสอดคล้องกบั เป้ำหมำย

กำรเรียนรู้

สือ่ /อุปกรณ์ - ส่ือ แหลง่ เรยี นรู้เพียงพอ - เพ่ือใหน้ ักเรยี นสำมำรถ - จัดเตรียม/สอื่ /อุปกรณ์ ให้
แหลง่ เรยี นรู้ และเหมำะสมกบั เวลำที่
กำหนด ปฏิบตั ิกจิ กรรมไดถ้ ูกต้อง พรอ้ มก่อนกำรจัดกิจกรรมกำร
- ข่ำวมเี นื้อหำและจำนวน
เหมำะสมกบั กจิ กรรมกำร และเกดิ ควำมเข้ำใจชัดเจน เรยี นรู้
เรยี นรู้
- ห้องเรียน โต๊ะ เกำ้ อ้ี ตำมจดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ - เรยี งลำดับกำรใช้สอื่
มเี พยี งพอกบั จำนวนผู้เรียน
- บรรยำกำศในห้องเรยี นมี ทีก่ ำหนดไว้ ประกอบกำรจัดกจิ กรรมกำร
ควำมเหมำะสมกบั กิจกรรม
กำรเรียนรู้ เรียนรไู้ ดถ้ กู ตอ้ ง

- ตอ้ งกำรใหผ้ เู้ รยี นปฏบิ ัติ - เตรยี มห้องเรียน โตะ๊ เก้ำอ้ี

กิจกรรมได้อยำ่ งเต็มทม่ี ี ใหพ้ ร้อมก่อนกำรจดั กจิ กรรมกำร

ประสทิ ธิภำพ เรียนรู้

- ผู้เรยี นเกดิ กำรเรียนรู้

ตำมจุดประสงคก์ ำรเรียนรู้

ที่กำหนดไว้

ประเมนิ ผล - จัดทำแบบประเมนิ - ต้องกำรวัดและ - วำงแผนกำรวดั และประเมินผล
พฤติกรรมได้เหมำะสมกบั
เป้ำหมำยกำรเรียนรู้ ประเมนิ ผลกำรเรยี นรูข้ อง ตำมขน้ั ตอนของกำรจัดกจิ กรรม

ผเู้ รยี น ทก่ี ำหนดไวใ้ น - แบบประเมนิ ผลมคี วำม

จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เท่ียงตรงในกำรวัดตำมตวั ชว้ี ัด

กลุม่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผ่นที่ 6 ผลที่เกิดข้นึ กับผู้เรยี นจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 2 การนาเสนอข้อมลู ทางภมู ศิ าสตร์

ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 2 ชวั่ โมง
ครผู ู้สอน นางสาวมัทนา ทองสกุ

6.1 ผู้เรยี นจะได้ฝกึ คิดและฝกึ ปฏบิ ัติตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดงั น้ี

ความร้ทู นี่ กั เรยี นต้องมีก่อนเรียน คณุ ธรรมของนักเรยี นที่จะทาให้การเรยี นรสู้ าเรจ็

1. เคร่อื งมือทำงภูมิศำสตร์ 1. ควำมสำมัคคี

2. หลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง 2. ควำมรับผดิ ชอบ

3. ควำมรู้พื้นฐำนทำงภมู ศิ ำสตร์ 3. ควำมมนี ้ำใจ แบ่งปนั และเออ้ื เฟ้ือเผ่ือแผ่

4. รปู แบบกำรนำเสนอข้อมูลภมู ศิ ำสตร์

พอประมาณ มเี หตุผล มีภูมิค้มุ กนั ในตวั ที่ดี

1. นักเรียนปรกึ ษำและแบง่ หน้ำที่ 1. นกั เรยี นทำงำนตำมหนำ้ ที่ 1. วำงแผนกำรทำงำนกล่มุ อย่ำง

ของสมำชิกได้เหมำะสมตำมศกั ยภำพ ทีไ่ ดร้ บั มอบหมำยทำใหภ้ ำระ ละเอยี ดเป็นข้ันตอน

ของแตล่ ะคน งำนถกู ต้องและมปี ระสิทธิ 2. ศึกษำ/รวบรวมขอ้ มูลเรื่อง

2. นักเรยี นศึกษำ รวบรวมขอ้ มลู และ ภำพ กำรนำเสนอขอ้ มูลทำงภมู ิศำสตร์

วิเครำะหเ์ นื้อหำตรงตำมประเดน็ ท่ี 2. นกั เรยี นสำมำรถวเิ ครำะห์ อย่ำงละเอียด

ไดร้ ับมอบหมำย ประเดน็ ทศ่ี ึกษำเก่ยี วกบั กำร 3. นำควำมรู้เรือ่ งกำรนำเสนอข้อมูล

นำเสนอข้อมลู ทำงภูมศิ ำสตร์ ทำงภมู ิศำสตร์ ไปประยุกตใ์ ช้อย่ำง

ได้สอดคล้องเป็นเหตเุ ป็นผล เหมำะสมกับสถำนกำรณ์

๖.๒ ผู้เรียนจะไดเ้ รยี นรู้การใช้ชีวติ ที่สมดลุ และพรอ้ มรับการเปลยี่ นแปลง ๔ มิติ ตามหลักปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียง ดงั นี้

ด้าน สมดุลและพรอ้ มรับการเปล่ียนแปลงในด้านตา่ ง ๆ

องค์ประกอบ วัตถุ สงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม

ความรู้ - มคี วำมรูใ้ นกำรใช้สอื่ กำร - มคี วำมรู้ในกำร - มีควำมร้ใู นกำร - มคี วำมรู้เก่ียวกับกำร

เรียนรอู้ ย่ำงคุ้มค่ำ จัดแบ่งหนำ้ ท่ภี ำยใน ดูแลรักษำควำม มำรยำทกำรอยรู่ ่วมกันใน

กลมุ่ อย่ำงเหมำะสม สะอำดกำรจดั กำร สังคม

- มคี วำมรู้ดำ้ นทกั ษะ ขยะภำยใน

กำรปฏบิ ัติตนทีจ่ ะ ห้องเรียน

ทำงำนรว่ มกบั ผอู้ ่นื

ทักษะ - มที ักษะในกำรวเิ ครำะห์ - มที กั ษะในกำร รักษำควำม สะอำด ปฏิบตั ติ นต่อครแู ละเพ่อื น

และจัดกำรขอ้ มูล ทำงำนร่วมกบั ผู้อ่นื กำรจัดกำรขยะ ไดถ้ กู ตอ้ งเหมำะสม

- เห็นควำมสำคัญ ภำยในหอ้ งเรยี น - ตระหนกั ถงึ ควำมสำคญั
กำรนำเสนอขอ้ มลู ทำง และแบ่งปัน ขอ้ มูล
คา่ นยิ ม ภูมศิ ำสตร์มีประโยชนต์ ่อ - มคี วำมรับผดิ ชอบตอ่ - มจี ิตสำนกึ ใน ภูมศิ ำสตรแ์ ก่ผูอ้ ื่น
ตนเองและครอบครัว
กำรทำงำนกลุ่ม กำรรกั ษำ

- ยอมรับควำมคิดเหน็ สภำพแวดลอ้ ม

ซง่ึ กนั และกนั ของเรียนให้

สะอำดเรียบร้อย

ตวั อย่างขา่ ว

ปี "2012"...หนนี า้ ท่วมโลก!!

หำกจำกันได้ในช่วง 10 ปีท่ีผ่ำนมำ มีข่ำวลือเกี่ยวกับคำพยำกรณ์ “วันน้ำท่วมโลก” แพร่กระจำยไปท่ัว
สังคมไทย หลำยคนเช่ือขนำดยอมขำยบ้ำน ที่ดินในเมืองหลวงแล้วย้ำยไปอยู่ตำมที่รำบสูงแถบภำคเหนือและ
อีสำนแทน ผู้รู้หลำยท่ำนอ้ำงว่ำ วันหำยนะจะเกิดขึ้นระหว่ำงปี ค.ศ. 2012-2017 หรือ พ.ศ. 2555-2560 แม้ตอน
นั้นหลำยคนจะมองว่ำเป็นเรือ่ งชวนขัน แต่เมอ่ื เกดิ เหตแุ ผน่ ดินไหวและคล่ืนยักษ์สึนำมิถลม่ ทำลำยหลำยประเทศ
ตั้งแตต่ ้นปี พ.ศ. 2553 เปน็ ต้นมำ โดยเฉพำะในประเทศเฮติ เมียนมำ นวิ ซแี ลนด์ และญีป่ ุ่นนัน้ ทำใหห้ ลำยคนเริ่ม
กังวลว่ำ คำพยำกรณ์จะเป็นควำมจริงขึ้นมำ พร้อมเชื่อว่ำมหันตภัยธรรมชำติท่ีเกิดข้ึนในปี 2554 น้ีอำจเป็นกำร
เตอื นลว่ งหนำ้

กลุ่มผู้เชื่อใน “วันน้ำท่วมโลก” ได้อ้ำงอิงข้อมูลทำงวิทยำศำสตร์หลักๆ 2 ข้อ คือ 1. ข้อมูลจำกนักวิจัย
ของหมู่เกำะกรีนแลนด์ ซ่ึงตั้งในมหำสมุทรอำร์กตกิ ทำงเหนือสุดและเปน็ เกำะใหญท่ ส่ี ุดในโลก พ้ืนที่ประมำณ 2.2
ล้ำนตร.กม. นักวิจยั กลุ่มนอี้ ้ำงถึงผลสำรวจกำรละลำยของน้ำแขง็ ที่มปี ริมำณมหำศำล หรือประมำณ 19 ร้อยล้ำน
ตัน เมื่ออุณหภูมิโลกสูงข้ึนเนื่องจำกภำวะโลกร้อน นำ้ แข็งเหล่ำน้ีกำลังละลำยกลำยเป็นนำ้ วันละถึง 1 ล้ำนตัน โดย
จะไหลลงมำสะสมจนทำให้เกิด น้ำทว่ มหนักในปี 2012 ซงึ่ ตรงกับคำทำนำย

ส่วนท่ี 2 เป็นกลุ่มนักวิจัยอวกำศท่ีอ้ำงว่ำ องค์กำรบริหำรกำรบินและอวกำศแห่งชำติสหรัฐอเมริกำ (นำ
ซำ) คำนวณวำ่ ในวันที่ 22 ธนั วำคม ค.ศ. 2012 แกนโลกจะพลิกกลบั ข้ัว หมำยควำมวำ่ ข้ัวโลกเหนอื จะมำอยทู่ ่ีข้ัว
โลกใต้ ช่วงเวลำน้ันโลกจะไมม่ ีพลงั จำกสนำมแม่เหล็กเพ่ือป้องกันรงั สตี ่ำงๆ จำกอวกำศเป็นกำรชั่วครำว และใน
วนั ที่ 22 ธันวำคม จะเปน็ วนั ทด่ี วงอำทิตยแ์ ผ่สนำมแม่เหลก็ และรงั สีควำมร้อนสงู มำยงั โลก เปน็ จังหวะเดียวกบั ท่ี
โลกไม่มสี นำมแม่เหลก็ ปอ้ งกนั ตัวเอง หำยนะท่ีคำดวำ่ จะเกิดข้ึน คอื น้ำแข็งขวั้ โลกละลำยฉับพลันทำใหเ้ กดิ ภำวะ
นำ้ ท่วมโลก อย่ำงรวดเรว็ จนคนท่ัวโลกหนไี มท่ นั

กลุ่มผู้ร้ใู นเมืองไทยท่ีถูกอ้ำงอิงบ่อยๆ คือ ดร. สมิทธ ธรรมสโรช ประธำนกรรมกำรอำนวยกำรเตือนภัย
พบิ ตั ิแห่งชำติ ผู้ทำนำยว่ำ กรงุ เทพฯ จะจมใต้บำดำลในปี ค.ศ. 2015 และดร. อำจอง ชุมสำย ณ อยุธยำ ผู้คิดค้น
ระบบกำร ลงจอดยำนอวกำศบนดำวอังคำรรว่ มกับองค์กำรนำซำ ทำนำยวำ่ โลกตอ้ งเกิดภัยพบิ ัตคิ รง้ั มโหฬำรใน
ปี ค.ศ.2017 นอกจำกน้ียังมี พระภกิ ษุ แม่ชี ฤาษีอกี หลำยสำนัก ที่ให้คำทำนำยคล้ำยกนั ว่ำอีกไม่ก่ีปีข้ำงหน้ำโลก
จะพบอุทกภัยน้ำท่วมครั้งมโหฬำร คำทำนำยเหลำ่ น้ีข้ึนอยู่กับวิจำรณญำณส่วนบุคคล หลำยคนอำจเชื่อหรือไม่
เชื่อ

กลุ่มทเี่ ชื่อได้เสนอแนะวิธีแก้ปัญหำน้ำท่วมโลกว่ำ น้ำจะท่วมสูงประมำณ 4-8 เมตร หรือสูงเท่ำตกึ 2 ชั้น
หำกใครมีเงินให้ไปจับจองซื้อท่ีดินบริเวณ เชียงรำย แม่ฮ่องสอน ฯลฯ หรือ ขอนแก่น อุดรธำนี ชัยภูมิ
นครรำชสีมำ ฯลฯ หรือหำกใครไม่สำมำรถย้ำยออกจำกกรุงเทพฯ หรอื จังหวัดท่ีเป็นพื้นท่ีต่ำได้ ก็แนะนำให้ซ้ือ
ห่วงยำงชูชีพ หรือห่วงยำงในรถยนต์แบบที่เล่นน้ำทะเลมำเตรียมไว้ ครอบครัวละ 4-5 ห่วง หรือเท่ำจำนวน
สมำชิกในครอบครวั หำกใครอยู่ใกล้ท่ำน้ำหรอื ทะเลก็ใหเ้ ตรียมแพหรือเรอื ไว้ตลอดเวลำเพ่อื ควำมไมป่ ระมำท

ตัวแทนเว็บไซต์ “พลังจิตดอทคอม” (www.palungjit.com) เปิดเผยต่อ “คม ชัด ลึก” ว่ำ แผ่นดินไหวท่ัวโลก
และภำวะอำกำศหนำวในหน้ำร้อนที่เกิดขน้ึ เม่ือเดือนเมษำยนท่ีผ่ำนมำนั้น เป็นกำรเตือนให้รู้ว่ำอำกำศจะแปรปรวน
มำกข้ึน ถึงขนำดท่ีหิมะอำจตกในภำคเหนือและภำคอีสำนของไทย ตอนน้ีมีหลำยคนย้ำยไปอยู่ท่ีรำบสูงอย่ำงถำวร
แล้ว ถ้ำใครไมเ่ ชื่อในคำทำนำยก็ไม่ว่ำอะไร แต่ถ้ำใครเช่ือขอแนะนำให้ย้ำยไปอยู่บริเวณอ่ืน เพรำะน้ำจะท่วมโลกไม่
เกิน 2-6 ปีนี้อย่ำงแน่นอน พื้นที่แนะนำให้ย้ำยไปอยู่ คือ ด้ำนเหนือ จ. สระบุรีขึ้นไป แต่อย่ำอยู่ใกล้ “รอยเลื่อนท่ำ
แขก” บริเวณหนองคำยและนครพนม ย่ิงไปกว่ำนั้นยังไม่ควรตั้งบ้ำนอยู่ใกล้แม่น้ำโขง เพรำะจะมีเหตุกำรณ์ฝนตก
หนัก 7 วัน 7 คืน ถ้ำอำศัยอยู่ใกล้ลำน้ำมำกจะได้รับอันตรำย พร้อมแนะนำให้ทำควำมดีปฏิบัติธรรมและลดกำร
แก่งแยง่ ชิงดีชงิ เด่น

ขณะที่ “อดีตนักวิทยำศำสตร์จำกนำซำ” รำยหน่ึงให้สัมภำษณ์ว่ำ องค์กำรนำซำมีงำนวิจัยด้ำนอวกำศ
หลำยชิ้นท่ียืนยนั ได้วำ่ จักรวำลกำลังเกิดกำรเปล่ยี นแปลง โลกไม่ได้ร้อนขึ้นเพรำะก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์หรือ
ปฏิกิริยำเรือนกระจก แต่โลกร้อนเพรำะกำแล็กซีหรือจักรวำลร้อนระอุเพ่ิมอย่ำงรวดเร็ว แกนโลกจำกเดมิ เอียง
23.5 องศำ แต่ตอนน้ีเอยี งเพ่ิมเป็น 24.5 องศำแล้ว ทำใหน้ ้ำแข็งจำกทั่วโลกละลำยมำกขึน้ นักวิทยำศำสตร์หลำย
คนเชื่อว่ำ ปี 2012 จะเกิดน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ พวกเขำเตรียมผลิตอำหำรและผลิตช็อกโกแลตที่กินเพียง 1 ช้ิน
แล้วอิม่ ท้ังวันไว้แลว้ เรยี กว่ำ “ช็อกโกแลตยังชีพ” ขอเตือนใหค้ นไทยเตรียมถุงยังชีพไว้ในบ้ำนด้วย ในถุงน้นั ต้อง
มอี ำหำรและนำ้ ทีพ่ ออยไู่ ดน้ ำนถงึ 3 เดอื น เพรำะหำกไมม่ ใี ครเข้ำมำช่วยเหลอื ต้องอยู่ได้ด้วยตวั เองใหน้ ำนท่ีสุด

ทม่ี า : http://www.komchadluek.net

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน ประเมินกำรนำเสนอผลงำนของนกั เรียนตำมรำยกำรทีก่ ำหนด แล้วขดี  ลงในช่อง
ท่ีตรงกบั ระดับคะแนน

ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321

1 เนอ้ื หำละเอยี ดชัดเจน
2 ควำมถูกต้องของเนือ้ หำ
3 ภำษำที่ใช้เข้ำใจง่ำย
4 ประโยชนท์ ี่ได้จำกกำรนำเสนอ
5 วิธีกำรนำเสนอผลงำน

รวม

ลงชือ่ .................................................... ผูป้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ผลงำนหรือพฤตกิ รรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

ผลงำนหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดีมำก

ผลงำนหรอื พฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี

ผลงำนหรอื พฤติกรรมมขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้

ตำ่ กวำ่ 10 ปรับปรงุ

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผน่ ท่ี 2 ผงั ภาพการออกแบบการเรียนรแู้ บบยอ้ นกลับ (Backward Design)
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 การแบง่ เขตเวลาของโลก ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 เวลา 2 ชว่ั โมง

ครูผ้สู อน นางสาวมทั นา ทองสกุ

1. เป้าหมายการเรยี นรู้ 2. หลักฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ัด
ภาระงาน/ชน้ิ งาน :
ส.5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและ
ความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อกัน ใช้แผนที่และ - ใบงานท่ี 1.5 การแบง่ เขตเวลารอบโลก
เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วเิ คราะห์ และสรุป
ขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภูมศิ าสตร์ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ม.1/2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ ประเดน็ วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑป์ ระเมนิ
ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพท่ีก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วถิ ีการ ตรวจความถูกตอ้ ง
ดาเนินชีวิต มีจิตสานึกและมีส่วนร่วมในการจัดการ ดา้ น K - ซกั ถามความรู้ - ชดุ คาถามกระตนุ้ ของ ใบงาน ร้อยละ
ทรัพยากร และส่งิ แวดล้อมเพ่อื การพฒั นาที่ยั่งยนื 60
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ - ตรวจใบงานที่ ความคดิ ขึ้นไปผ่าน
ระดบั 2 ข้ึนไปผา่ น
1. บอกความสาคัญของการแบ่งเขตเวลาของ 1.5 - ใบงานที่ 1.5 เกณฑ์
โลกได้
ด้าน P - สงั เกต แบบประเมนิ
2. เปรียบเทียบวัน เวลา ของประเทศไทยกับ
ทวีปตา่ งๆ ได้ พฤติกรรมการ พฤตกิ รรมการ
สาระการเรียนรู้
ทางานกลุม่ ดา้ น ทางานกลุ่ม
1. เส้นแบ่งเวลาของประเทศไทยกบั ทวีปตา่ งๆ การส่ือสาร การ
2. ความแตกต่างของเวลามาตรฐานกับเวลา
ทอ้ งถนิ่ คิดและแกป้ ญั หา
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด การแบง่ เขตเวลาของโลก
- ทกั ษะการทาให้กระจา่ ง
- ทักษะการนาความรูไ้ ปใช้ 3. กิจกรรมการเรยี นรู้
2. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ กจิ กรรมการเรยี นรู้ : วธิ ีสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมอื
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย (เทคนิคเลา่ เรอ่ื งรอบวง)
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทางาน สื่อเรยี นรู/้ แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรียน ภูมิศาสตร์ ม.1
2. ลูกโลก
3. แผนท่ี
4. ใบงานท่ี 1.5 เรื่อง การเทยี บเวลารอบโลก
5. http://earth.google.co.th
6. http://maps.google.co.th

เวลา : 2 ชัว่ โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
แผน่ ท่ี 3 กจิ กรรมการเรียนรูเ้ พอ่ื เสริมสรา้ งคณุ ลักษณะอยูอ่ ยา่ งพอเพียง
แผนการจดั การเรียนรู้ 3 การแบง่ เขตเวลาของโลก ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 เวลา 2 ชั่วโมง

ครูผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสกุ

ขน้ั นา
1. ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับรายการโทรทัศน์ การถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลในทวีปยุ โรป โดยครู

ช้ีประเด็นให้นักเรียนเห็นว่า การถ่ายทอดสดในตอนกลางคืนของประเทศเรา แต่ในสนามฟุตบอลกลับมีแสงแดด
(ครู:ความรู้)

2. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เวลาของประเทศไทยกับประเทศในยุโรปไม่ตรงกัน เนื่องจากโลกมีสัณฐาน
เป็นทรงกลม ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ไม่พร้อมกัน ความมืด ความสว่างจะหมุนเวียนเปล่ียนกันไปตามการ
หมุนรอบตัวเองของโลกจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก จึงทาให้ตาแหน่งท่ีอยู่ทางทิศตะวันออกจะเห็นดวงอาทิตย์
กอ่ นทางทิศตะวนั ตก (ครู:ความรู้, สังคม)

3. ครูนาแผนที่แสดงเขตเวลาของโลก มาให้นักเรียนดู และให้นักเรียนศึกษาจากหนังสือเรียนประกอบ
แล้วอธิบายถึงเวลาของประเทศตา่ งๆ ในโลก (ครู:ความรู้, สงั คม) (นักเรยี น:ความรู้,ภูมคิ ุ้มกนั , สังคม)

4. ครูใช้คาถามกระตุน้ ความคิด Q1 (ครู : ความรู้ เหตุผล, สังคม)

ขั้นสอน
5. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง การแบ่งเขตเวลาของโลก จากหนังสือเรียน และ

แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ โดยให้สมาชกิ แตล่ ะหมายเลขศึกษาความรู้ คนละ 1 หวั ข้อ ดังน้ี (ครู : ความรู้ เหตผุ ล, สังคม)
- หมายเลข 1 ศกึ ษาความรเู้ รือ่ ง ความสาคญั ของการแบ่งเขตเวลา
- หมายเลข 2 ศึกษาความร้เู รื่อง เสน้ เมรเิ ดียนกบั การกาหนดเขตเวลา
- หมายเลข 3 ศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง การกาหนดเขตภาคเวลา
- หมายเลข 4 ศึกษาความรู้เรอ่ื ง เวลามาตรฐาน
6. สมาชิกแต่ละหมายเลขผลัดกันอธิบายความรู้ที่ได้จากการศึกษาให้สมาชิกคนอื่นฟังทีละคนแบบเล่าเรอ่ื งรอ

บวง โดยเรียงตามลาดบั (นกั เรียน : ความรู้,สังคม)
7. นักเรียนร่วมกันสรปุ สาระสาคัญเกย่ี วกับเร่ือง การแบ่งเขตเวลา โดยมีครูชว่ ยเสนอแนะเพิม่ เติม (ครู นกั เรียน

:ความรู้,สงั คม)
8. ครูนานักเรียนฝึกการเทียบวัน เวลา ของประเทศต่างๆ ในโลก โดยใช้แผนท่ีแสดงเขตเวลาของโลก โดยฝึก

การเทียบเวลากับประเทศเพ่ือนบ้านของไทยก่อน เช่น ประเทศไทยกับมาเลเซีย ไทยกับสิงคโปร์ ไทยกับกัมพูชา ไทย
กบั ลาว จากนน้ั เทียบเวลากบั ประเทศในทวปี ยโุ รป ทวปี อเมริกา ทวปี ออสเตรเลยี (ครู นกั เรียน :ความรู้,สังคม)

9. ครูให้นักเรียนดูแผนที่แสดงเขตเวลาของโลก และสุ่มเรยี กนักเรียนออกมาเทียบเวลาของประเทศต่างๆ ตามท่ี
กาหนด (นกั เรียน :ความรู้,สงั คม)

10. นักเรียนชว่ ยกันทาใบงานที่ 1.5 เรื่อง การเทียบเวลารอบโลก จากน้นั ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคาตอบท่ี
ถูกตอ้ ง (ครู นกั เรียน :ความรู้,สงั คม) ครูใช้คาถามกระต้นุ ความคิด Q2-Q4 (ครู : ความรู้ เหตุผล, สงั คม)
ขัน้ สรปุ

11. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระสาคัญของการแบ่งเขตเวลาของโลกและแนวทางการนาไปประยุกต์ใช้
Q5-Q6 (ครู : ความรู้,ภมู ิตา้ นทาน, สงั คม)

12. นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ (นักเรียน : ความรู้
เหตุผล, ภูมิตา้ นทาน)

กล่มุ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผ่นที่ 4 ชดุ คาถามกระต้นุ เพื่อปลูกฝงั หลกั คิดพอเพียง

แผนการจดั การเรยี นรู้ 3 การแบง่ เขตเวลาของโลก
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 2 ชั่วโมง
ครผู ู้สอน นางสาวมทั นา ทองสุก

คาถามกระตุ้นคดิ เพือ่ ปลูกฝงั หลักคดิ พอเพียงก่อนเรยี น
Q1 ทาไมประเทศไทยจึงเร่มิ วันใหม่กอ่ นประเทศสหราชอาณาจักร (ความรู้)

คาถามกระตนุ้ คิดเพอื่ ปลูกฝงั หลักคดิ พอเพยี งระหวา่ งเรยี น
Q2 ถา้ ประเทศญี่ปนุ่ เปน็ เวลา 20.00 น. ประเทศไทยจะเปน็ เวลาเท่าไร (ความรู้,ภูมติ า้ นทาน)
Q3 ถา้ ประเทศเวียดนามเป็นเวลา 9.00 น. ประเทศไทยจะเป็นเวลาเทา่ ไร (ความรู้,ภูมิต้านทาน)
Q4 การกาหนดเวลาสากลจะเป็นประโยชน์อย่างไรบา้ ง (ความรู้,ภมู ติ ้านทาน)

คาถามกระตนุ้ คดิ เพื่อปลูกฝงั หลกั คดิ พอเพียงหลังเรยี น
Q5 การทาช้ินงาน/ภาระงานไดส้ าเรจ็ จาเปน็ ตอ้ งมีความคุณธรรมขอ้ ใดอธิบายเหตุผลประกอบ (คุณธรรม)
Q6 การทาความสะอาดห้องเรยี นโตะ๊ เกา้ อห้ี ลงั ใช้งานและจัดเกบ็ ใหเ้ ป็นระเบยี บ (วัตถุ,สงิ่ แวดลอ้ ม)

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผน่ ท่ี 5 แนวทางทค่ี รนู าหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้จัดการเรียนรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ 3 การแบง่ เขตเวลาของโลก
ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 เวลา 2 ช่ัวโมง
ครูผู้สอน นางสาวมทั นา ทองสกุ

ครผู ู้สอนนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ดังน้ี

ความรู้ทคี่ รูต้องมีก่อนสอน คณุ ธรรมของครูในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

1. การแบง่ เขตเวลาของโลก 1. มคี วามรกั เมตตาศิษย์

2. หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2. มีความรบั ผิดชอบ

3. วิธีสอนโดยการจัดการเรียนร้แู บบรว่ มมอื 3. มีความยตุ ธิ รรม

(เทคนิคเล่าเรือ่ งรอบวง) 4. ตรงต่อเวลา

ประเดน็ พอประมาณ มเี หตผุ ล มีภูมิคมุ้ กนั ในตัวท่ดี ี

เน้อื หา - เนื้อหาเร่ืองการแบง่ เขตเวลาของ - ตอ้ งการใหผ้ ู้เรยี นรู้เรือ่ งการ - สรุปเนือ้ หา ยกตวั อยา่ ง

โลก สอดคล้องกบั มาตรฐาน แบง่ เขตเวลาของโลกและ สถานการณ์ท่พี บเจอใน

ตัวชี้วัดเหมาะสมกับเวลาที่กาหนด นาไปประยกุ ต์ใชแ้ ละ ชีวิตประจาวันเพ่ือใหเ้ ข้าใจง่าย

และวยั ของผเู้ รียน แก้ปญั หาในชวี ติ ประจาวนั ได้ มีภาพประกอบ

- การติดตามขา่ วสารเวลาโลก

อย่างถกู ต้อง

เวลา - กาหนดเวลาการจัดกจิ กรรมการ - จดั การเรียนรไู้ ด้ครบถว้ น - กาหนดเวลาการจัดกจิ กรรมการ

เรียนรู้อยา่ งเหมาะสม (ขั้นนาเข้าสู่ ตามท่ีออกแบบไว้ เรยี นรูร้ ายชว่ั โมงเกินจรงิ เลก็ น้อย

บทเรยี น ขั้นสอน ขั้นสรุป) เพื่อรองรบั การเปล่ยี นแปลงทอี่ าจ

เกิดขน้ึ ระหว่างกจิ กรรม

การจัด - แบ่งกล่มุ นักเรียนได้พอดีและ - ต้องการใหผ้ ูเ้ รียนปฏบิ ัติ - แบง่ กล่มุ คละความสามารถของ

กจิ กรรม เหมาะสม กจิ กรรมอย่างทัว่ ถึงตาม นักเรียน

- กาหนดกิจกรรมการเรยี นรู้ได้ ความสามารถ - เตรียมชุดคาถามให้พร้อม

เหมาะสมกบั เวลาที่กาหนด - เพอื่ ต้องการใหผ้ ู้เรียนเกิด ตามลาดับกิจกรรมการเรยี นรู้

-มอบหมายภาระงานและชน้ิ งาน การเรยี นรู้ตามเปา้ หมายที่ สงั เกตพฤตกิ รรมและให้ความ

เหมาะสมกบั ความสามารถของ กาหนด ช่วยเหลือเม่อื นกั เรยี นมีปญั หา

ผเู้ รียนและสอดคล้องกับเปา้ หมาย

การเรียนรู้

สอื่ /อปุ กรณ์ - ส่ือ แหลง่ เรยี นรู้เพียงพอและ - เพือ่ ให้นักเรียนสามารถ - จัดเตรยี ม/ส่ือ/อุปกรณ์ ให้
เหมาะสมกับเวลาทีก่ าหนด
- ใบงานมคี วามยาก-งา่ ยของ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมไดถ้ กู ต้อง และ พรอ้ มก่อนการจดั กิจกรรมการ
เน้อื หาเหมาะสมกับวยั ผู้เรยี นและ
กิจกรรมการเรยี นรูท้ ี่ออกแบบ เกดิ ความเข้าใจชัดเจนตาม เรียนรู้

จดุ ประสงค์การเรียนรูท้ ี่ - เรยี งลาดับการใช้สอื่

กาหนดไว้ ประกอบการจัดกจิ กรรมการ

เรยี นรไู้ ดถ้ กู ตอ้ ง

แหลง่ เรียนรู้ - ห้องเรียน โตะ๊ เก้าอี้ - ตอ้ งการให้ผเู้ รียนปฏบิ ัติ - เตรียมหอ้ งเรยี น โตะ๊ เกา้ อ้ี ให้
มเี พียงพอกับจานวนผเู้ รียน กจิ กรรมได้อย่างเตม็ ท่ีมี พรอ้ มกอ่ นการจดั กจิ กรรมการ
- บรรยากาศในห้องเรียนมคี วาม ประสิทธภิ าพ เรยี นรู้
เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้ - ผู้เรียนเกดิ การเรยี นรู้ตาม
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรทู้ ี่ - วางแผนการวัดและประเมนิ ผล
ประเมนิ ผล - จัดทาแบบประเมนิ พฤติกรรมได้ กาหนดไว้ ตามขน้ั ตอนของการจัดกจิ กรรม
เหมาะสมกับเป้าหมายการเรียนรู้ - ต้องการวดั และประเมนิ ผล - แบบประเมินผลมีความ
การเรียนรูข้ องผ้เู รยี น ที่ เทย่ี งตรงในการวัดตามตัวชว้ี ดั
กาหนดไว้ในจุดประสงคก์ าร
เรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผน่ ท่ี 6 ผลท่ีเกิดขนึ้ กบั ผู้เรียนจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ การแบง่ เขตเวลาของโลก ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 2 ชวั่ โมง

ครผู ูส้ อน นางสาวมทั นา ทองสกุ

6.1 ผูเ้ รียนจะได้ฝกึ คดิ และฝกึ ปฏบิ ตั ติ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดงั นี้

ความร้ทู ่นี ักเรยี นตอ้ งมีกอ่ นเรยี น คณุ ธรรมของนักเรียนท่จี ะทาใหก้ ารเรียนรสู้ าเรจ็

1. การใชเ้ คร่อื งมือทางภมู ศิ าสตร์ 1. ความสามัคคี

2. หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2. ความรบั ผดิ ชอบ

3. ความรพู้ ้นื ฐานทางภมู ศิ าสตร์ 3. ความมีน้าใจ แบง่ ปนั และเออ้ื เฟอื้ เผอื่ แผ่

4. การแบ่งเขตเวลาของโลก

พอประมาณ มีเหตุผล มภี ูมิคุ้มกันในตวั ที่ดี

1. นกั เรียนปรึกษาและแบง่ หน้าท่ี 1. นกั เรียนทางานตามหน้าท่ีท่ไี ดร้ บั 1. วางแผนการทางานกลุม่ อยา่ ง

ของสมาชกิ ได้เหมาะสมตามศักยภาพ มอบหมายทาให้ภาระงานถูกต้องและมี ละเอยี ดเป็นขัน้ ตอน

ของแตล่ ะคน ประสทิ ธภิ าพ 2. ศกึ ษา/รวบรวมข้อมูลเร่ือง

2. นักเรยี นศึกษา รวบรวมขอ้ มูลและ 2. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะห์ประเดน็ ท่ี การแบง่ เขตเวลาของโลกอย่างละเอยี ด

วิเคราะห์เนอ้ื หาตรงตามประเดน็ ที่ ศึกษาเกย่ี วกับการแบ่งเขตเวลาของโลก 3. นาความรเู้ รื่องการแบ่งเขตเวลาของ

ไดร้ ับมอบหมาย ไดส้ อดคล้องเป็นเหตุเปน็ ผล โลกไปประยุกต์ใช้อยา่ งเหมาะสมกบั

สถานการณ์

๖.๒ ผูเ้ รียนจะไดเ้ รยี นร้กู ารใชช้ วี ิตที่สมดุลและพร้อมรบั การเปลีย่ นแปลง ๔ มติ ิ ตามหลักปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี ง ดงั นี้

ดา้ น สมดุลและพร้อมรับการเปล่ยี นแปลงในดา้ นต่าง ๆ

องค์ประกอบ วัตถุ สงั คม สงิ่ แวดล้อม วฒั นธรรม

ความรู้ - มีความรู้ในการ - มีความรใู้ นการจดั แบง่ - มคี วามรู้ในการ - มคี วามรู้เกีย่ วกับการ

ใชส้ ือ่ การเรยี นรู้ หน้าทภ่ี ายในกล่มุ อย่าง ดแู ลรักษาความ มารยาทการอยูร่ ว่ มกนั ใน

อย่างคุ้มคา่ เหมาะสม สะอาดการจดั การ สงั คม

- มีความรู้ด้านทกั ษะ ขยะภายใน

การปฏิบัติตนท่จี ะ หอ้ งเรยี น

ทางานร่วมกบั ผอู้ นื่

ทกั ษะ - มที ักษะในการ - มีทักษะในการทางาน รกั ษาความ สะอาด ปฏบิ ัติตนตอ่ ครแู ละเพ่ือน

วเิ คราะหแ์ ละ ร่วมกับผูอ้ ่ืน การจัดการขยะ ได้ถูกตอ้ งเหมาะสม

จดั การขอ้ มลู ภายในห้องเรียน

คา่ นยิ ม - เหน็ - มคี วามรบั ผิดชอบต่อ - มีจติ สานกึ ในการ - ตระหนกั ถงึ ความสาคญั

ความสาคัญ การทางานกลุม่ รักษา ของการเรียนร้แู ละแบ่งปนั

ประโยชน์ของ - ยอมรับความคิดเห็น สภาพแวดลอ้ มของ ความรู้แกผ่ ู้อนื่

เส้นแบง่ เขตเวลา ซงึ่ กนั และกนั หอ้ งเรียนใหส้ ะอาด

ของโลก เรียบร้อยทกุ ครง้ั

ใบงานท่ี 1.5 การเทยี บเวลารอบโลก

คาชี้แจง ให้นักเรียนอา่ นกรณีศึกษา แลว้ ตอบคาถาม
กรณีศึกษาท่ี 1

วนั นี้เป็นวนั ท่ี 1 ธนั วาคม เฟริ น์ นกั เรียนไทยในชคิ าโก สหรฐั อเมริกา กาลังนั่งคดิ ถงึ คุณแม่ท่อี ยเู่ มืองไทย
จึงอยากจะโทรศพั ทค์ ยุ กับคณุ แม่ใหห้ ายคดิ ถึง แต่เหลือบไปมองนาฬกิ า ขณะนเี้ วลา 19.00 น.

นักเรียนคิดว่า เฟิร์นควรโทรศพั ท์หาคุณแม่หรือไม่ เพราะเหตใุ ด

กรณศี ึกษาท่ี 2
วันที่ 20 มนี าคม พ.ศ. 2555 เวลา 18.00 น. คาม่วนได้โทรศพั ทม์ าจากเวยี งจันทนถ์ งึ ออ้ ยว่า เคร่อื งบินจะ
ออกจากสนามบนิ เวลา 19.00 น. ใหอ้ ้อยมารับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย ขณะที่คยุ โทรศพั ท์คาม่วนไดย้ ิน

เสยี งเพลงชาติไทยดังเข้ามาในโทรศัพท์ดว้ ย

1. นักเรียนคดิ ว่า ขณะนัน้ ทีเ่ มอื งเวยี งจันทน์ ประเทศลาว เปน็ เวลาใด
2. เครอ่ื งบินจะมาถึงสวุ รรณภมู ิเวลาประมาณเท่าใด

กรณีศกึ ษาท่ี 3
ขณะทเี่ มย์นั่งดูละครโทรทศั น์ เวลา 21.00 น.ได้มรี ายงานขา่ วด่วนมาว่า ขณะนี้ที่เมอื งซิดนยี ์ ประเทศ
ออสเตรเลยี ได้เกดิ ไฟป่าลุกลามเปน็ บรเิ วณกว้างครอบคลุมพืน้ ที่หลายร้อยไร่ การดับไฟป่าเปน็ ไปอย่างลาบาก

ไฟป่าทเี่ กิดขึ้นตรงกบั เวลาเทา่ ใดในประเทศออสเตรเลยี

ใบงานท่ี 1.5 การเทยี บเวลารอบโลก

คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นอ่านกรณศี ึกษา แลว้ ตอบคาถาม

กรณศี ึกษาที่ 1
วันน้ีเปน็ วนั ท่ี 1 ธันวาคม เฟิร์นนกั เรยี นไทยในชิคาโก สหรฐั อเมริกา กาลงั นั่งคดิ ถึงคุณแม่ที่อยเู่ มืองไทย

จึงอยากจะโทรศพั ท์คยุ กับคุณแม่ใหห้ ายคิดถึง แต่เหลือบไปมองนาฬกิ า ขณะนเี้ วลา 19.00 น.
นกั เรียนคิดวา่ เฟริ ์นควรโทรศัพท์หาคุณแมห่ รอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

ควร เพราะเปน็ เวลาตอนเช้าของประเทศไทย เนื่องจากเวลาของประเทศไทยกับรัฐชิคาโกประเทศ
สหรฐั อเมรกิ าช้ากว่าประเทศไทย ประมาณ 13 ชั่วโมง ดังน้นั วันที่ 1 ธนั วาคม ของรัฐชิคาโกจะตรงกับวันที่ 2 ธนั วาคม
ของประเทศไทย

กรณศี ึกษาท่ี 2
วันที่ 20 มนี าคม พ.ศ. 2555 เวลา 18.00 น. คาม่วนไดโ้ ทรศพั ท์มาจากเวียงจนั ทนถ์ ึงออ้ ยวา่ เครอื่ งบินจะ

ออกจากสนามบนิ เวลา 19.00 น. ให้อ้อยมารับท่ีท่าอากาศยานสวุ รรณภูมิด้วย ขณะท่ีคุยโทรศพั ท์คามว่ นได้ยนิ
เสยี งเพลงชาตไิ ทยดงั เข้ามาในโทรศัพท์ดว้ ย

1. นักเรียนคิดว่า ขณะนั้นทเ่ี มอื งเวียงจนั ทน์ ประเทศลาว เป็นเวลาใด
เวลา 18.00 นาฬกิ า

2. เครือ่ งบนิ จะมาถึงสุวรรณภมู เิ วลาประมาณเทา่ ใด
เวลา 20.50 นาฬกิ า

กรณีศึกษาท่ี 3
ขณะทีเ่ มยน์ ่ังดูละครโทรทศั น์ เวลา 21.00 น.ไดม้ รี ายงานขา่ วดว่ นมาวา่ ขณะน้ที เี่ มอื งซิดนยี ์ ประเทศ

ออสเตรเลยี ไดเ้ กดิ ไฟปา่ ลกุ ลามเป็นบริเวณกวา้ งครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยไร่ การดับไฟป่าเปน็ ไปอยา่ งลาบาก
ไฟป่าท่ีเกิดขึ้นตรงกับเวลาเท่าใดในประเทศออสเตรเลยี

เวลา 00.30 นาฬิกา

แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เครอื่ งมือทางภูมศิ าสตร์

คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. วตั ถุประสงคส์ าคัญของการใช้แผนท่ี คือขอ้ ใด 6. การรับสญั ญาณดาวเทยี มอาศัยส่งิ ใดเปน็ หลัก

ก. เทียบเวลาของโลก ข. ศึกษาพ้ืนทขี่ องโลก ก. คลืน่ เสยี ง ข. คลืน่ แสง

ค. หาตาแหนง่ ที่ตัง้ ง. ศกึ ษาฤดูกาล ค. การถา่ ยภาพ ง. การใช้สัญลักษณ์

2. ชาตชิ ายต้องการขับรถจากกรงุ เทพมหานครไปจงั หวัด 7. ขอ้ ใดเป็นประโยชนข์ องการศกึ ษาข้อมูลจากดาวเทียม

นครศรีธรรมราช ซ่งึ เปน็ พ้ืนท่ีทเ่ี ขาไม่เคยไป ชาติชาย มากท่ีสุด

ควรเตรียมเครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตร์ชนิดใดมากที่สุด ก. ค่าใช้จา่ ยน้อย ข. ปอ้ งกนั ภยั ที่จะเกิด

ก. แผนทีป่ ระเทศไทยแสดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ ค. ขอ้ มูลทที่ นั สมัย ง. ทาให้ร้เู หตกุ ารณ์ทุกมมุ โลก

ข. แผนทป่ี ระเทศไทยของกรมทางหลวง 8. ข้อใดกล่าวถกู ต้อง

ค. ลูกโลก ก. เสน้ เมริเดียนท่ี 180 องศาตะวนั ออกและตะวันตกจะ

ง. เขม็ ทศิ ทบั กันเป็นเส้นเดียวกนั และเป็นเส้นแบ่งเขตวันสากล

3. ย้มิ นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ต้องการศึกษาพ้ืนท่ีของ ข. เส้นทรอปกิ ออฟแคปริคอร์นทีอ่ ยู่ซกี โลกเหนือมคี ่ามมุ

ทวปี ต่างๆ ท่ัวโลก ควรใช้เครื่องมอื ทางภมู ิศาสตรใ์ ด เท่ากับเสน้ ทรอปกิ ออฟแคนเซอรท์ อี่ ยู่ในซกี โลกใต้

ก. ภาพจากดาวเทียม ข. รปู ถา่ ยทางอากาศ ค. เสน้ ศนู ยส์ ูตร เสน้ เมริเดียนแรก และเสน้ ทรอปกิ

ค. แผนท่ี ง. ลกู โลก ออฟแคนเซอร์ เป็นเส้นขนานทีส่ าคญั

4. แผนผังมคี วามแตกต่างจากแผนทอี่ ยา่ งไร ง. เส้นขนานมจี านวน 360 องศา เสน้ เมริเดียนมจี านวน

ก. แผนผังมขี นาดเล็กและพกพาสะดวกกวา่ แผนที่ 180 องศา

ข. แผนผงั เปน็ การจาลองพื้นทีใ่ ดพื้นที่หนึ่งเป็นการ 9. ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง

เฉพาะ มีรายละเอยี ดนอ้ ยกว่าแผนท่ี ก. ประเทศไทยใช้เวลามาตรฐานทอ้ งถน่ิ ที่เสน้ เมริเดียน

ค. แผนผังจัดทาโดยประชาชนท่ัวไป สว่ นแผนทจ่ี ัดทา 180 องศา

โดยหน่วยงานราชการเทา่ น้ัน ข. เวลาทางซกี โลกตะวันตกจะเร็วกวา่ เวลาทางซกี โลก

ง. แผนผงั ใชข้ อ้ มลู จากรปู ถา่ ยทางอากาศ แผนที่ใช้ ตะวันออก

ขอ้ มูลจากการสารวจภาคพน้ื ดนิ ในการจดั ทา ค. ประเทศไทย ลาว เวยี ดนาม กมั พูชา เวลาต่างกัน

5. บุคคลใดต่อไปน้ีมีความจาเปน็ ตอ้ งใช้แผนท่มี ากทส่ี ดุ 1 ชั่วโมง

ก. พงษศ์ กั ดน์ิ กั ทอ่ งเท่ียวลกู ครง่ึ ไทยฝรัง่ เศส ง. เสน้ ลองจจิ ดู ท่ี 180 เป็นแนวแบ่งเขตวัน

ข. ร้อยตารวจเอกศภุ ชยั รองสารวตั รสอบสวน 10. เส้นสมมตทิ ีล่ ากจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกขนาน

ค. ธรี เดชดารานักแสดงชอ่ื ดงั กบั เสน้ ศูนย์สูตร เรียกว่าอะไร

ง. สุรชัยนกั โบราณคดี ก. เสน้ ขนานหรอื เสน้ ขนานละตจิ ูด ข. เสน้ ศูนยส์ ตู ร

ค. เส้นเมรเิ ดยี น ง. เสน้ แวง

เฉลย 4. ข 5. ก 6. ข 7. ค 8. ก 9. ง 10. ก
1. ค 2. ข 3. ง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกล่มุ

ชื่อกลมุ่ ชั้น
คาช้แี จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด  ลงในชอ่ ง

ท่ีตรงกับระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321

1 การแบ่งหนา้ ทกี่ นั อยา่ งเหมาะสม
2 ความรว่ มมอื กันทางาน
3 การแสดงความคิดเห็น
4 การรับฟังความคดิ เหน็
5 ความมีนา้ ใจชว่ ยเหลือกัน

รวม

ลงชอ่ื .................................................... ผูป้ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมน้อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง


Click to View FlipBook Version