ที่ดินหรือรืทรัพรัยากรธรรมชาติ (Land or Natural Resource) ความรู้เ รู้ บื้อบื้งต้น เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์คืร์ คือ อะไร? เป็นป็วิชวิาศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ ในสังคมโดยเน้นที่พฤติกรรมในเรื่อรื่งการทำ มาหากินเพื่อการดำ รงชีวิตวิอยู่ ให้ความหมายไว้ว่ว้าว่ “เศรษฐศาสตร์เป็นป็วิชวิาที่ ว่าว่ด้วยทรัพย์อันหมายถึง เศรษฐทรัพย์ ถ้า ใครมีมากย่อมเป็นป็ผู้มั่งมั่คั่งคั่อยู่ดี กินดี” เศรษฐศาสตร์ (Economics) อดัม สมิธมิ (Adam Smith) คำ สำ คัญที่ควรอธิบายมี 6 คำ คือ ใช้ปัจปัจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างจำ กัด ก่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุด หรือรืพอใจสูงสุด 1.1 การเลือลืก (Choice) 1.2 ปัจปัจัยจัการผลิตลิ (Factors of Production) หรือรืทรัพรัยากรการผลิตลิ (Production Resource ใช้ในการผลิตเพื่อให้เกิดสินค้าและบริกริาร มี 4 ประเภท คือ แรงงาน (Labour) ทุนทุ (Capital การประกอบการ (Entrepreneurship) ความหมายของคำ ว่าว่ “เศรษฐกิจ” ความหมายของคำ ว่าว่ “เศรษฐกิจ” คำคำคำคำว่ว่ว่าว่ “เศรษฐกิกิกิจกิ” (Economy) ในวิวิวิชวิา เศรษฐศาสตร์ร์ร์ร์หมายถึถึถึงถึการดำดำดำดำเนินินินิ กิกิกิจกิกรรมเกี่กี่ กี่ ย กี่ ยวกักักับกัการผลิลิลิตลิ (Production) การจำจำจำจำแนกแจกจ่จ่จ่าจ่ย (Distribution) และการบริริริโริภค (Consumption) สิสิสินสิค้ค้ค้าค้และบริริริกริาร (Goods and Service) โดยมุ่มุ่มุ่งมุ่ หวัวัวังวัที่ที่ ที่ จ ที่ จะ กระทำทำทำทำอย่ย่ย่าย่งมีมีมีปมีระสิสิสิทสิธิธิธิภธิาพ (Efficiency) ประหยัยัยัดยัที่ที่ ที่ สุที่ สุสุดสุและให้ห้ห้ไห้ด้ด้ด้รัด้รัรับรั ประโยชน์น์น์มน์าก ที่สุด จะเห็ห็ห็นห็ ได้ด้ด้ว่ด้ว่ว่าว่คำคำคำคำว่ว่ว่าว่ “เศรษฐกิกิกิจกิ” มีมีมีคมีวาม หมายใกล้ล้ล้เล้คีคีคียคีงกักักับกัคำคำคำคำว่ว่ว่าว่ “เศรษฐศาสตร์ร์ร์”ร์ มาก ประวัติวั ติของวิชวิาเศรษฐศาสตร์ ความคิดทางเศรษฐศาสตร์มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยสอดแทรก ในข้อเขียนและหนังสือสอนศาสนา ของนักปราชญ์ในสมัยนั้น ได้แก่ พลาโต (Plato) อดัม สมิธ (Adam Smith ค.ศ. 1723-1790) เป็น บุคคลแรกที่วางรากฐานของวิชานี้ได้เขียนหนังสือ “An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of Nations” ซึ่งจัดว่าเป็น หนังสือทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีการขยายตัวของ อุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วในทวีปยุโรป มีการ เคลื่อนย้ายแรงงานจากชนบทเข้าสู่เมืองมากขึ้น เพื่อของานทำ คาร์มาร์ก (Karl Marx ค.ศ. 1818 -1883) ได้เสนอทฤษฎีค่าจ้างแรงงานโดยให้ ความสำ คัญแก่แรงงานมากกว่าเครื่องจักร เพื่อ ใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในสมัยนั้น
ระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์เป็นระบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของทรัพยากรต่างๆ รวมทั้งทั้ ปัจจัยการผลิตทุกชนิด เอกชนไม่มีกรรมสิทธิ์ ตลอดจนเสรีภรีาพที่จะเลือกใช้ปัจปัจัยการผลิตได้ รัฐบาลเป็นผู้ประกอบการและทำ หน้าที่จัดสรรทรัพยากรต่างๆ หน่วยธุรกิจและครัวเรือรืน จะผลิตและ บริโริภคตามคำ สั่งสั่ของรัฐ กลไกราคาไม่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การแก้ไข ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจกระทำ โดยรัฐบาล จะมีลักษณะเด่นอยู่ที่การรวมอำ นาจทุกอย่างไว้ที่ว้ ที่ ส่วน กลาง ข้อ ข้ ดีของระบบเศรษฐกิจแบบ คอมมิวมินิสนิต์ ข้อ ข้ เสียสีของระบบเศรษฐกิจแบบ คอมมิวมินิสนิต์ ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ (Communism) จุดเด่นของระบบเศรษฐกิจแบบ คอมมิวนิสต์ก็คือ เป็นระบบเศรษฐกิจที่ ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทาง ฐานะและรายได้ของบุคคลในสังคม ภายใต้ระบบเศรษฐกิจนี้เอกชนจะ ทำ การผลิตและ บริโริภคตามคำ สั่งของ รัฐ ผลผลิตที่ผลิตขึ้นมาจะถูกนำ ส่งเข้า ส่วนกลาง และรัฐจะเป็นผู้จัดสรรหรือรื แบ่งปัน สินค้าและบริกริารดังกล่าวให้ ประชาชนแต่ละคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการได้เปรียรีบหรือรืเสียเปรียรีบ ประชาชนไม่มีเสรีภรีาพที่จะผลิตหรือรืบริโริภค อะไรได้ตามใจเพราะจะถูกบังคับหรือรืสั่งการ จากรัฐ สินค้ามีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากผู้ผลิตขาดแรงจูงใจ และการใช้ ทรัพยากรทางเศรษฐกิจอาจเป็นไปอย่างไม่มี ประสิทธิภาพ เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถที่จะ มีข่าวสารที่สมบูรณ์ในทุก ๆ เรื่อรื่ง
ระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ระบบเศรษฐกิจแบบทุนทุนิยนิม เป็นป็ระบบเศรษฐกิจที่เปิดปิ โอกาสให้บุคคลทั่วไปเลือกตัดสินสิ ใจดำ เนินนิกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามความสามารถและโอกาสของตนโดยอาศัยตลาดและราคาใน การเลือก โดยรัฐรัหรือรืเจ้าจ้หน้าน้ที่จากส่วส่นกลางมีบมีทบาทเกี่ยวข้อข้งน้อน้ยมาก ลักษณะสำ คัญของระบบเศรษฐกิจแบบทุนทุนิยนิม ได้แก่ - ทรัพรัย์สิย์นสิและปัจปัจัยจัการผลิตเป็นป็ของเอกชน - เอกชนเป็นป็ผู้ดำผู้ ดำเนินนิการกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยผ่าผ่นกลไกราคา และมีกำมี กำ ไรเป็นป็แรงจูงใจ - มีกมีารแข่งข่ขันขัเป็นป็รากฐานของระบบเศรษฐกิจ - รัฐรัไม่เม่ข้าข้แทรกแซงทางเศรษฐกิจ มีบมีทบาทเพียพีงการรักรัษาความสงบเรียรีบร้อร้ย ความ ยุติธรรม ข้อ ข้ ดีของระบบเศรษฐกิจแบบ ทุนทุนิยนิม ข้อ ข้ เสียสีของระบบเศรษฐกิจแบบ ทุนทุนิยนิม คือ ประชาชนสามารถใช้ความรู้ ความสามารถ โอกาส ความคิด ริเริริ่มริ่ของตนในการผลิตและ บริโริภคเพื่อประโยชน์ทาง เศรษฐกิจของตนได้อย่างเต็มที่ คือ จากความสามารถและโอกาสของบุคคลที่ แตกต่างกัน ทำ ให้มีระดับรายได้แตกต่างกัน นำ ไปสู่ปัญหาการกระจายรายได้ระหว่าว่ง คนรวยกับคนจน ส่วนการผลิตในระบบ ทุนนิยมเป็นที่มาของการแข่งขันกันผลิต นำ ไป สู่การทำ ลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตาม ธรรมชาติจนกลายเป็นปัญหาของโลกใน ปัจจุบัน
ระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ระบบเศรษฐกิจแบบสังสัคมนิยนิม เป็นป็ระบบเศรษฐกิจที่รัฐรัเป็นป็เจ้าจ้ของปัจปัจัยจัการผลิต วางแผนและ ควบคุมคุการผลิตบางประเภท โดยเฉพาะการผลิตที่เป็นป็ผลประโยชน์ร่น์วร่มกันของประชาชน เช่นช่การ สาธารณูปณูโภค ต่างๆ สถาบันบัการเงิน ป่าป่ ไม้ เอกชนถูกถูจำ กัดเสรีภรีาพในกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดย เฉพาะส่วส่นที่เป็นป็ผลประโยชน์ขน์องส่วส่นรวม ดำ เนินนิการได้เพียพีงอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมขนาด ย่อย่ม ทั้งนี้เพื่อพื่แก้ไขปัญปัหาความแตกต่างด้านฐานะระหว่าว่งคนรวยและคนจน ลักษณะสำ คัญของระบบเศรษฐกิจแบบสังสัคมนิยนิม ได้แก่ - รัฐรัคุมคุการดำ เนินนิกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกทุรูปแบบ - ไม่มีม่กมีารแข่งข่ขันขัเกิดขึ้นขึ้ -รัฐรัสั่งสั่การผลิตคนเดียว - มีกมีารวางแผนจากส่วส่นกลาง ข้อ ข้ ดีของระบบเศรษฐกิจแบบ สังสัคมนิยนิม ข้อ ข้ เสียสีของระบบเศรษฐกิจแบบ สังสัคมนิยนิม คือ สร้างความเสมอภาคด้าน ฐานะทางเศรษฐกิจของบุคคล ในสังคม ประชาชนได้รับ สวัสวัดิการจากรัฐบาลกลางโดย เท่าเทียมกันและสามารถ กำ หนดนโยบายเป้าหมายตามที่ รัฐบาลกลางต้องการได้ คือ ประชาชนขาดแรงจูงใจในการทำ งาน เศรษฐกิจของประเทศอาจเผชิญวิกวิฤติหากรัฐ กำ หนดความต้องการผิดพลาดและการไม่มี ระบบแข่งขันแบบทุนนิยมทำ ให้ไม่มีการ พัฒนาสินค้าและบริกริารใหม่ๆ ประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม เช่น เกาหลี ลาว เวียวีดนาม
ระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจแบบผสม ประเทศที่ใช้ร ช้ ะบบเศรษฐกิจแบบ ผสม เช่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน กัมพูชา พม่า เป็นต้น ระบบเศรษฐกิจแบบผสม เป็นป็ระบบเศรษฐกิจที่ผสมระหว่าว่งระบบทุนทุนิยนิมกับสังสัคมนิยนิม มีรัมีฐรัเป็นป็ เจ้าจ้ของปัจปัจัยจัการผลิตหรือรืควบคุมคุการผลิตขนาดใหญ่ แต่ปัจปัจัยจัการผลิตส่วส่นใหญ่เญ่ ป็นป็ของเอกชน การกำ หนดราคาขึ้นขึ้กับกลไกแห่งราคาของตลาด ลักษณะสำ คัญของระบบเศรษฐกิจแบบผสม ได้แก่ - เอกชนมีเมีสรีภรีาพ - มีกมีารแข่งข่ขันขัแต่รัฐรัอาจแทรกแซง การผลิตได้บ้าบ้ง - รัฐรัดำ เนินนิกิจการบางอย่าย่งในรูปของรัฐรัวิสวิาหกิจ เช่นช่สาธารณูปณูโภค ( ไฟฟ้าฟ้ ประปา ) - มีกมีารวางแผนจากส่วส่นกลางและมีสมีวัสวัดิการจากรัฐรั