คำนำ
หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำทะเลแหวกซึ่งเป็นสถานที่
ท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษา
และสนใจในจังหวัดกระบี่ไม่มากก็น้อย
คณะผู้จัดทำ
THALE WAEK
ทะเลแหวก เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว UNSEEN THAILAND
อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ ทะเลแหวกเป็นปรากฏการณ์
ม หั ศ จ ร ร ย์ ท า ง ธ ร ร ม ช า ติ ที่ เ กิ ด จ า ก อิ ท ธิ พ ล ข อ ง น้ำ ขึ้ น แ ล ะ น้ำ ล ง
ทำให้สันทรายของเกาะทั้ง 3 คือ เกาะทับ เกาะหม้อและเกาะไก่
(หรือเกาะปอดะ) ปรากฏขึ้นเมื่อน้ำลด และทำให้เราสามารถเดิน
ข้ า ม ไ ป ม า ยั ง เ ก า ะ ทั้ ง ส า ม ไ ด้
เกาะทับ เป็นเกาะเล็ก ๆ มีหาดทรายเฉพาะด้านใต้ ยามน้ำลดหาดทรายทางด้านใต้นี้จะเชื่อม
ต่อกับแนวสันทรายของเกาะปอดะนอก กลายเป็นสะพานธรรมชาติยาวประมาณ 200 เมตร
แม้จะเป็นหาดทรายเล็ก ๆ แต่น้ำทะเลใสและเม็ดทรายละเอียดและขาวมาก
เกาะหม้อ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ดูคล้ายกับหม้อลอยอยู่กลางท้อทะเล
ทำให้ชาวบ้านท้องถิ่นสมัยเก่าเรียกชื่อเกาะแห่งนี้ว่า “เกาะหม้อ”
เกาะหม้ออยู่ห่าง จากเกาะทับเพียง 70 เมตร หากน้ำลดจะมีสันทรายเชื่อมต่อกันสามารถเดินจาก
เกาะหนึ่งไปอีกเกาะหนึ่งได้ แต่เกาะหม้อมีลักษณะเป็นโขดหิน ไม่มีชายหาดให้ขึ้นไปบนเกาะ
เกาะไก่ หรือเกาะปอดะ หรือเกาะด้ามขวาน เกาะรูปร่างประหลาด จากชะง่อนผาที่ยื่นออก
มาทางด้านใต้ ทำให้กลายเป็นที่มาของชื่อเกาะอันหลากหลายตามจินตนาของผู้พบเห็น
บ้างก็เห็นเกาะคล้ายกับส่วนหัวของไก่ บ้างก็เห็นเป็นด้ามขวานที่ตั้งตระหง่านอยู่ นักท่องเที่ยว
สามารถดำผิวน้ำชมปะการังน้ำตื้น หรือปะการังแข็งได้ที่เกาะไก่นี้ นอกเหนือจากความงดงาม
ของน้ำทะเลใส ๆ และหาดทรายสีขาวของเกาะปอดะแล้ว ยังมี “ลิงแสม” สัตว์ประจำถิ่นตัว
น้อย ๆ ที่มักจะสร้างรอยยิ้มให้แก่นักท่องเที่ยวที่ได้พบเห็นอยู่เสมอ ๆ
รถยนต์ (จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ)
1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ)
ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4
(เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงชุมพร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข
41 ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอท่าฉาง แล้วแยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 401 ไปจน
บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 4 ที่อำเภอตะกั่วป่า แยกซ้ายผ่านอำเภอท้ายเหมือง บ้านโคก
กลอย แล้วข้ามสะพานสารสินเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต
2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ)
ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4
(เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา ไปจนถึงภูเก็ต รวมระยะ
ทางประมาณ 862 กิโลเมตร
รถทัวร์ จากสถานีขนส่งหมอชิตหรือสายใต้ ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง
ราคา 650 – 1,100 บาท
รถไฟ (ไม่มีไปถึงภูเก็ต) จากหัวลำโพงไปลงที่สุราษฎร์ธานี ประมาณ 11 ชั่วโมงแต่ต้อง
ต่อรถทัวร์ไปยังภูเก็ตอีกประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่ค่อนข้างนานพอสมควร
เครื่องบิน เป็นวิธีที่สะดวกสบาย ประหยัดเวลา โดยใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ
1 ชั่วโมง 20 นาที ในปัจจุบันตั๋วเครื่องบินไม่ได้มีราคาที่สูงมากเกินเอื้อม และมีสายการบินที่มี
เที่ยวบินทั้งจากสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ บินไปลงยังสนามบินภูเก็ตวันละหลายเที่ยว
ด้วยกัน
ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต หรือ สนามบินภูเก็ต อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ
30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีโดยรถยนต์ สนามบินภูเก็ตถือว่าเป็นประตู
สู่เกาะภูเก็ต อันเป็นดังสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อนยังภาคใต้
ของประเทศไทย สนามบินภูเก็ตให้บริการสายการบินทั้งในและต่างประเทศโดยมีเที่ยวบินจำนวน
มากลงจอดทุกวัน
จากสนามบินภูเก็ตนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
1. แอร์พอร์ตบัส (Airport Bus) ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปในเส้นทาง
เมืองภูเก็ต - สนามบิน ทั้งขาไปและกลับ ราคาค่าโดยสาร 30 – 100 บาท
ขึ้นอยู่กับระยะทาง นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นแอร์พอร์ตบัส (Airport Bus)
ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตได้ 2 จุด
จุดที่ 1. หน้าทางออกอาคารผู้โดนสารขาเข้า
(ออกมาจากอาคารแล้วเลี้ยวซ้ายให้สุด จะเห็นรถบัสสีส้ม เทาจอดอยู่)
จุดที่ 2. สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่
2. รถตู้ บริการแชร์รถตู้เข้าไปตัวเมือง ราคาอยู่ที่ประมาณ 150 – 200 บาท
ขึ้นอยู่กับระยะทางของสถานที่
3. แท็กซี่ แท็กซี่ที่สนามบินภูเก็ตโดยส่วนใหญ่จะให้บริการเข้าเมืองแบบเหมาเป็นเที่ยว
ราคาอยู่ที่ประมาณ 700 - 1,000 บาท
4. เช่ารถขับ เป็นวิธีที่ค่อนข้างสะดวก ที่ภูเก็ตมีบริษัทรถเช่าให้นักท่องเที่ยว
เลือกใช้บริการเป็นจำนวนมาก