The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการทำเสื้อมัดย้อมเพื่อจำหน่าย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supattar Noisomwong, 2021-04-23 02:49:08

การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการทำเสื้อมัดย้อมเพื่อจำหน่าย

การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการทำเสื้อมัดย้อมเพื่อจำหน่าย

การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการทาเสื้อหมดั ย้อมเพื่อจาหน่าย

นางสาววจิ ิตรา สมบญุ
นายวรี วฒั น์ แทนจารัส
นางสาวสุภัสสร แก้วเนตร

การจัดทาโครงการนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตร
ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ สาขาวชิ าการบญั ชี
วทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ติ ร
ปี การศึกษา 2563

ใบรับรองโครงการ
วทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ติ ร

เรื่อง การศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม

โดย 1. นางสาววจิ ิตรา สมบุญ รหสั 6122011120
2. นายวรี วฒั น์ แทนจารัส รหสั 6122011122
3. นางสาวสุภสั สร แกว้ เนตร รหสั 6122011129

ไดร้ ับอนุมตั ิใหน้ บั เป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
สาขาวชิ าการบญั ชี

ครูผสู้ อน ครูที่ปรึกษาโครงการ
(นางสาวอรวลญั ช์ นอ้ ยสมวงษ)์ (นางสาวนุสรา แสงตาล)

(นางสุขใจ ตอนปัญญา)
หวั หนา้ แผนกวชิ าการบญั ชี

(นายอิศรา อยยู่ งิ่ )
รองผอู้ านวยการฝ่ ายวชิ าการ
วนั ที่.......เดือน...................พ.ศ.............

ช่ือโครงการ การศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือมดั ยอ้ มเพ่ือจาหน่าย
ผู้รับผดิ ชอบโครงการ นางสาววจิ ิตรา สมบุญ
นายวรี วฒั น์ แทนจารัส
สาขาวชิ า นางสาวสุภสั สร แกว้ เนตร
ครูผ้สู อน การบญั ชี
ครูทป่ี รึกษาโครงการ นางสาวอรวลญั ช์ นอ้ ยสมวงษ์
ปี การศึกษา นางสาวนุสรา แสงตาล
2563

บทคัดย่อ
การศึกษาคร้ังน้ีเป็ นการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือมดั ยอ้ มเพื่อจาหน่ายมี
วตั ถุประสงคเ์ พ่ือ 1. เพื่อสร้างผลิตภณั ฑ์ผา้ มดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ 2. เพ่ือศึกษาความคิดเห็นเก่ียวกบั
ผลิตณั ฑผ์ า้ มดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ 3. เพือ่ ศึกษาตน้ ทุนในการทาเส้ือมดั ยอ้ ม
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาตามโครงการเส้ือมัดย้อมเพ่ือจาหน่าย ได้แก่ บุคลากร
วทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร จานวน 30 คน กาหหนดกลุ่มตวั อยา่ งโดยเลือกจากบุคลากรที่สนใจเส้ือมดั ยอ้ ม
เครื่องมือท่ีใช้ในการดาเนินโครงการ ไดแ้ ก่ แบบสอบถามวดั ระดบั ความพึงพอใจโดยใช้
แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ลาดบั และนาขอ้ มูลท่ีไดม้ าวิเคราะห์ขอ้ มูล โดยใชส้ ถิติพ้ืนฐานการ
แจกแจงความถี่ และค่าร้อยละ
ผลการศึกษา พบวา่
1. ตน้ ทุนในการผลิตเส้ือมดยอ้ ม เฉล่ีย 150 บาทตอ่ ตวั
2. ความพึงพอใจในการพึงพอใจเส้ือมดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ ในภาพรวมอยูใ่ นระดบั ที่พึง
พอใจมาก และเม่ือพิจารณาเป็ นรายขอ้ ขอ้ ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อนั ดบั แรกไดแ้ ก่ 1. คือปัจจยั ดา้ น
บุคคลและส่งเสริม 2. คือปัจจยั ดา้ นราคา 3. คือปัจจยั ดา้ นผลิตภณั ฑ์



กติ ติกรรมประกาศ

การจดั ทาโครงการคร้ังน้ี สาเร็จลุล่วง ไดเ้ ป็ นอยา่ งดีดว้ ยความอนุเคราะห์และความกรุณา
ให้คาปรึกษาต้ังแต่ตน้ จนเสร็จสมบูรณ์ตลอดจนให้ความรู้และประสบการณ์ที่ดีแก่ขา้ พเจา้ จาก
นางสาวอรวลญั ช์ น้อยสมวงษ์ ครูผูส้ อนวิชาโครงการผูจ้ ดั ทาโครงการขอขอบพระคุณเป็ นอย่างสูง
มา ณ โอกาสน้ี

ขอกราบขอบพระคุณนางสาวนุสรา แสงตาล ครูที่ปรึกษาโครงการที่ไดก้ รุณาให้
คาแนะนาและให้คาปรึกษาตลอดจนให้ความช่วยเหลือแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่าง ๆ เพื่อใหจ้ ดั ทาโครการ
ฉบบั น้ีมีความสมบูรณ์ผจู้ ดั ทาโครงการขอกราบขอบพระคุณอยา่ งสูงและขอขอบพระคุณคณาจารยท์ ุก
ท่านท่ีไดป้ ระสิทธ์ิประสาทวชิ าบ่มเพาะจนผูศ้ ึกษาสามารถนาเอาหลกั การมาประยุกตใ์ ชแ้ ละอา้ งอิงใน
การจดั ทาโครงการคร้ังน้ีอีกท้งั บิดามารดาญาติพี่นอ้ งและเพื่อน ๆ ของผูจ้ ดั ทาโครงการซ่ึงใหก้ าลงั ใจ
และความช่วยเหลือโดยตลอด

คุณค่าอนั พึงมีจากการศึกษาคน้ ควา้ วิจยั อิสระฉบบั น้ี ขอมอบเพื่อบูชาคุณพระบิดามารดา
ครูอาจารย์ และผมู้ ีพระคุณทุกท่าน

วิจิตรา สมบุญ
วีรวฒั น์ แทนจารัส
สุภสั สร แกว้ เนตร



สารบัญ หน้า

บทคดั ยอ่ ข
กิตติกรรมประกาศ ค
สารบญั ง
สารบญั ตาราง จ
สารบญั ภาพ
บทท่ี 1
1. บทนา 2
2
1.1 ที่มาและความสาคญั ของภาษา 3
1.2 วตั ถุประสงคใ์ นการศึกษา
1.3 ขอบเขตการศึกษา 4
1.4 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 6
2. เอกสารงาวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง 7
2.1 หลกั การแนวคิดเก่ียวกบั ตน้ ทุน 10
2.2 หลกั การแนวคิดเกี่ยวกบั ผลตอบแทน 11
2.3 งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง
2.4 กรอบแนวคิดในการศึกษา 12
2.5 หลกั การทางทฤษฎี 12
3. วถิ ีดาเนินการศึกษา 13
3.1 ประชากรกลุ่มตวั อยา่ ง 13
3.2 เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศึกษา 14
3.3 วธิ ีดาเนินการศึกษา 14
3.4 การเก็บรวมรวมขอ้ มูล
3.5 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
3.6 สถิติที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล



สารบญั (ต่อ)

หน้า

4. ผลการศึกษาคน้ ควา้

4.1 ขอ้ มูลตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 15

4.2 ขอ้ มูลสภาพทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม 19

4.3 ขอ้ มูลปัจจยั ท่ีมีผลต่อการสนใจเส้ือมดั ยอ้ ม 22

4.4 ขอ้ มูลเกี่ยวกบั การผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 23

5. สรุปการศึกษา และอภิปรายและอธิบายขอ้ เสนอแนะ

5.1 สรุปผลการศึกษา 24

5.2 อภิปรายผล 25

5.3 ขอ้ เสนอแนะ 25

บรรณานุกรม 26

ภาคผนวก 27

ภาคผนวก ก เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศึกษาแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกบั

ปัจจยั ท่ีมีผลต่อการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 28

ภาคผนวก ข แบบเสนอหวั ขอ้ และเคา้ โครง โครงการศึกษาตน้ ทุนและ

ผลตอบแทนในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 30

ภาคผนวก ค แสดงภาพข้นั ตอนการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม และการลงพ้ืนที่เก็บขอ้ มูล

ความคิดเห็นเก่ียวกบั ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 36

ภาคผนวก ง บญั ชีการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือหมดั ยอ้ มเพื่อจาหน่าย 45

ภาคผนวก จ ภาพการปรึกษาครูผสู้ อนและครูท่ีปรึกษาโครงการ 52

ประวตั ิผจู้ ดั ทาโครงการ 55



สารบญั ตาราง

ตารางที่ หน้า

4.1 แสดงการแบง่ ประเภทตน้ ทุนที่ทาการศึกษา 15

4.2 แสดงตน้ ทุนค่าวตั ถุดิบในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 16

4.3 แสดงตน้ ทุนคา่ แรงในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 16

4.4 แสดงตน้ ทุนค่าน้าและค่าไฟใชใ้ นการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 17

4.5 แสดงขอ้ มูลสิ้นทรัพย์ และค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ 17

4.6 แสดงขอ้ มูลตน้ ทุนคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิต 17

4.7 แสดงผลการวเิ คราะห์ตน้ ทุนในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 18

4.8 แสดงตน้ ทุนของราคาขายเส้ือต่อตวั ของผลิตภณั ฑเ์ ส้ือมดั ยอ้ ม 18

4.9 แสดงกาไรข้นั ตน้ จากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ มต่อตวั 19

4.10 แสดงคานวณหาอตั ราผลตอบแทนจากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 19

4.11 แสดงจานวนและค่าร้อยล่ะของสถานภาพทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม 20

4.12 แสดงจานวนและคา่ ร้อยล่ะของอายขุ องผตู้ อบแบบสอบถาม 20

4.13 แสดงจานวนและค่าร้อยล่ะของอาชีพของผตู้ อบแบบสอบถาม 21

4.14 แสดงจานวนและคา่ ร้อยล่ะของรายไดผ้ ูต้ อบแบบสอบถาม 21

4.15 แสดงค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานความคิดเห็นของผบู้ ริโภคเกี่ยวกบั

ปัจจยั ที่มีผลต่อการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 22

4.16 ขอ้ มูลเก่ียวกบั การผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 23



สารบัญภาพ หนา้
10
ภาพท่ี 37
1 แสดงกรอบแนวคิดในการลงทุน 37
2 ภาพวตั ถุดิบในการทาสียอ้ มผา้ 38
3 นาขมิ้นมาปลอกเปื อกและหนั่ ใหเ้ ป็นชิ้น 38
4 นาปี บไปใส่น้าปล่าวและนามาต้งั ไฟใส่ขมิ้นใหเ้ รียบร้อยตม้ ไว้ 15 นาที 39
5 นามากรองกบั ผา้ ขา้ วบาง 39
6 ทิ้งไวใ้ หพ้ ออุน่ แลว้ นามากรอกลงขวดหรือภาชนะที่ใชใ้ นการลงสีผา้ 40
7 มว้ นผา้ ใหเ้ ป็นรูปทรงตามท่ีตอ้ งการ 40
8 นายางวงมารัดใหอ้ ยทู่ รง 41
9 นาสีธรรมชาติที่ตม้ ไวม้ าลงสีที่เส้ือ 41
10 นาเส้ือท่ีลงสีเรียบร้อยแลว้ มาแช่กบั น้าแขง็ 5 นาทีเพื่อใหส้ ีเกาะตวั 42
11 นามาตากแดดใหแ้ หง้ 42
12 ภาพสินคา้ พร้อมจาหน่าย 43
13 ผตู้ อบแบบสอบถาม 43
14 ผตู้ อบแบบสอบถาม 44
15 ผตู้ อบแบบสอบถาม 53
16 ผตู้ อบแบบสอบถาม 53
17 พบครูผสู้ อนวนั ท่ี 17 พฤศจิกายน 2563 54
18 พบครูผสู้ อน วนั ที่ 12 มกราคม 2564 54
19 พบครูท่ีปรึกษาโครงการ วนั ที่ 16 พฤศจิกายน 2563
20 พบครูท่ีปรึกษาโครงการ วนั ท่ี 13 มกราคม 2564



บทท่ี 1

บทนา

1.1 ความเป็ นมาและความสาคญั ของปัญหา

ในปัจจุบนั มีความเจริญกา้ วหนา้ ทางดา้ นวตั ถุอยา่ งรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองหลวงและ
เมืองใหญ่ ๆ เช่น เชียงใหม่ และ หาดใหญ่ เป็ นตน้ เราจะเห็นวา่ ในแต่ละเดือนจะมีการสร้างตึก
สร้างอาคาร สร้างสะพาน โครงการต่าง ๆ ความทนั สมยั ได้ออกมากมายเป็ นระยะ ๆ เช่น
แมน่ ้าเจา้ พระยากาลงั เน่าเสีย เน่ืองจากน้าเสียจากบา้ นเรือน จากโรงงานอุตสาหกรรม และแม่น้าพอง
ชีมูลเน่าเสีย สัตว์น้าสูญพันธุ์ คราบน้ามันลอยเต็มท้องทะเลอันดามัน ก๊าซพิษจากโรงงาน
ไฟฟ้าแม่เมาะ อากาศพิษในกรุงเทพ ฯ และอีกมากมายท่ีไม่แสดงผลออกมาให้เห็นไดช้ ดั เจน แต่
มนั กาลงั เป็ นภยั เงียบทาลายสุขภาพ ทาลายสิ่งแวดลอ้ ม และที่เรารับรู้เลยกบั ละเลยมนั เพราะ
เรายงั ยึดติด หลงใหลอยู่กับความสะดวกสบาย สวยงาม สวยหรู ตวั อย่างหน่ึงที่จะแสดง
ใหเ้ ห็นได้ คือ ส่ิงทอเส้ือผา้ สีสวยงามที่เราสวมใส่ ท่ีเราใชง้ านกนั ในชีวิตประจาวนั อุตสาหกรรม
การทอผา้ การ ฟอกยอ้ มไดส้ ร้างมลพิษทางน้าให้เกิดข้ึนมากมาย เริ่มด้วยการฟอกขาวก่อนการ
ยอ้ มดว้ ยสารประกอบคลอรีน ซ่ึงทาให้เกิดสารพิษไดอ้ อกซิเจนท่ีเป็ นอนั ตรายต่อสิ่งมีชีวิตทาให้
ทารกในครรภ์ผิดปกติ การสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายผิดปกติ และเป็ นสารก่อให้เกิดมะเร็ง
ขบวนการยอ้ มสีการใช้สีสังเคราะห์ (สีเคมี) ซ่ึงเป็ นผลิตภณั ฑ์ท่ีไดม้ าจากผลิตภณั ฑป์ ิ โตรเลียม
รวมท้งั ถ่านหิน และประกอบโดยสารเคมีต่าง ๆ ท่ีประกอบโลหะบางชนิด น้าสีที่เหลือจาก
ขบวนการยอ้ มสีส่วนมากไม่ไดร้ ับการบาบดั ปล่อยออกมายงั แหล่งน้า และแพร่กระจายไปทวั่
สร้างปัญหามลภาวะกบั ส่ิงแวดลอ้ ม

การยอ้ มสีธรรมชาติ เป็ นการลดการใช้สารเคมี ที่ทาให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการ
สะสมของสารเคมี จากการยอ้ มผา้ ดว้ ยสีเคมี ที่มีกลิ่นฉุน แสบจมูก ทาให้เกิดอาการวิงเวียน
เป็ นโรคพิษสาแดงไม่สามารถที่จะยอ้ มต่อไปได้ จนทาให้หันกลบั มายอ้ มผา้ ด้วยสีธรรมชาติ
เพราะสีธรรมชาติเป็ นสีท่ีบริ สุทธ์ิ ไม่มีพิษต่อร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ และ
ผา้ ท่ีไดม้ ีความโดดเด่น สีไม่ตก ใส่สบาย แต่ข้นั ตอนการทายุ่งยากและวนุ่ วาย ตอ้ งอาศยั ทกั ษะ
ความอดทนและความพยายาม สีธรรมชาติคือสีท่ีสกดั ไดจ้ ากวตั ถุดิบที่มาจาก พืช สัตว์ และ

2

แร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งเกิดข้ึนจากกระบวนการตามธรรมชาติ แหล่งวตั ถุดิบของสีธรรมชาติ
สามารถหาไดจ้ ากตน้ ไม้ ใบไม้ และจากบางส่วนของสัตวห์ ลายชนิด สามารถให้สีสันตามท่ี
เราตอ้ งการ และดว้ ยกรรมวธิ ีการผลิตที่แตกตา่ งกนั ทาใหผ้ ลิตภณั ฑท์ ี่ไดม้ ีความสวยงาม และสีสัน
ท่ีหลากหลาย หน่ึงในผลิตภณั ฑ์ท่ีนิยมคือ สียอ้ มผา้ แหล่งวตั ถุดิบสาหรับสียอ้ มผา้ ธรรมชาติท่ี
นามาใชก้ นั มกั เป็น พชื สัตวแ์ ละ แร่ธาตุที่มีอยูใ่ นแต่ละทอ้ งถ่ิน เพ่ือการนาทรัพยากรทอ้ งถ่ินมาใชใ้ ห้
เกิดประโยชน์สูงสุดเป็ นการถ่ายทอดภูมิปัญญาในทอ้ งถิ่น และทาเส้ือมดั ยอ้ มและนามาขายใน
ราคาที่
ไมส่ ูงเกินไป

จากปัญหาดงั กล่าว ผูจ้ ดั ทามีความสนใจและมองเห็นช่องวา่ งทางธุรกิจที่จะทาการวิจยั
เรื่องการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือมดั ยอ้ ม เพื่อตอบสนองความตอ้ งการของ
ผบู้ ริโภค ดงั น้นั การศึกษาในคร้ังน้ีจึงมุ่งหวงั ท่ีจะศึกษาความเป็ นไปไดข้ องโครงการ เป็ นแนวทาง
ในการวางแผนกลยุทธ์ิการตลาดให้เหมาะสม ความพึงพอใจและพฤติกรรมของผูบ้ ริโภค
การศึกษาในคร้ังน้ีจะใหค้ วามสาคญั กบั ปัจจยั เหล่าน้ีเป็ นหลกั เพราะอาจเป็ นปัจจยั สาคญั ท่ีจะทาให้
ผบู้ ริโภคตดั สินใจซ้ือสินคา้ อีกดว้ ย

1.2 วตั ถุประสงค์การศึกษา

1.2.1 เพอื่ สร้างผลิตภณั ฑผ์ า้ มดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ
1.2.2 เพ่ือศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกบั ผลิตภณั ฑผ์ า้ มดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ
1.2.3 เพ่อื ศึกษาตน้ ทุนในการทาเส้ือมนั ยอ้ ม

1.3 ขอบเขตการศึกษา

1.3.1 ขอบเขตของดา้ นเน้ือหา
การศึกษาคร้ังน้ี เป็ นการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือหมดั ยอ้ ม
1) ศึกษาตน้ ทุนการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม ต้งั แตข่ ้นั ตอนการเตรียมการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม

การบรรจุภณั ฑ์ ไปจนถึงข้นั ตอนการจาหน่าย และวเิ คราะห์โครงสร้างตน้ ทุนการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม
2) ศึกษาผลตอบแทนที่ไดร้ ับจากการลงทุนผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม

1.3.2 ช่วงเวลา
พฤศจิกายน 2563 - กุมภาพนั ธ์ 2564

3

1.4 นิยามศัพท์เฉพาะ
ตน้ ทุน หมายถึง ตน้ ทุนท้งั สิ้นที่ใชใ้ นการซ้ือวตั ถุดิบ อุปกรณ์ ในการทาเส้ือมดั ยอ้ ม

เพือ่ จาหน่าย
ผลตอบแทน หมายถึง อตั รากาไรต่อทุน อตั รากาไรต่อยอดขาย อตั ราผลตอบแทน

จากเงินลงทุน และอตั ราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
บรรจุภณั ฑ์ หมายถึง ศาสตร์และศิลป์ ที่ใชใ้ นการบรรจุสินคา้ โดยใชเ้ ทคโนโลยที ่ีทนั สมยั

และเป็นมิตรกบั สิงแวดลอ้ ม เพื่อการคุม้ ครองปกป้องสินคา้ จากผผู้ ลิตจนถึงมือลูกคา้ อยา่ งปลอดภยั
ดว้ ยตน้ ทุนการผลิตที่เหมาะสม

บทที่ 2

เอกสารงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วข้อง

การศึกษาในคร้ังน้ีเป็นการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือมดั ยอ้ มเพื่อจาหน่าย
ผจู้ ดั ทาโครงการไดศ้ ึกษา หลกั การ แนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ งดงั น้ี

2.1 หลกั การแนวคิดเก่ียวกบั ตน้ ทุน
2.2 หลกั การแนวคิดเกี่ยวกบั ผลตอบแทน
2.3 งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง
2.4 กรอบแนวคิดในการศึกษา
2.5 หลกั การทางทฤษฎี

2.1 หลกั การแนวคดิ เกยี่ วกบั ต้นทุน

ต้นทุน (Cost) หมายถึง มูลค่าของทรัพยากรท่ีองค์กรใช้ประโยชน์เพ่ือให้บรรลุ
วตั ถุประสงคต์ ามที่ไดก้ าหนคไว้ เช่น ตน้ ทุนของวตั ถุดิบ และแรงงานท่ีเกิดข้ึนเพื่อผลิตสินคา้ หรือ
บริการ และเม่ือตน้ ทุนไดก้ ่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจแลว้ ตน้ ทุนส่วนน้ันจะเปลี่ยนสภาพไป
เป็ นค่าใช้จ่าย (Expense) ซ่ึงจะนาไปหกั จากรายไดใ้ นแต่ละงวดบญั ชี

ตน้ ทุนการผลิต คือ ตน้ ทุนที่ทาให้ไดส้ ินคา้ สาเร็จรูปใด ๆ ประกอบดว้ ย วตั ถุดิบ
ทางตรงท่ีเบิกใชใ้ นการผลิต แรงงานทางตรงท่ีเก่ีขวขอ้ งกบั กระบวนการผลิตและคาใชจ้ ่ายในการผลิต
เม่ือท้งั 3 ส่วนประกอบ ไดเ้ ขา้ สู่ข้นั ตอนต่าง ๆ ของการผลิตก็จะถูกแปรสภาพเป็ นสินคา้ สาเร็จรูป
ตอ่ ไป

การจาแนกประเภทตน้ ทุนแบง่ ออกเป็น 6 ประเภท ไดแ้ ก่
2.1.1 การจาแนกตน้ ทุนตามระยะเวลา
2.1.2 การจาแนกตน้ ทุนตามลกั ษณะการดาเนินงาน
2.1.3 การจาแนกตน้ ทุนตามส่วนประกอบของผลิตภณั ฑ์
2.1.4 การจาแนกตน้ ทุนตามปริมาณกิจกรรม
2.1.5 การจาแนกตน้ ทุนเพ่ือการควบคุมและวดั ผลการปฏิบตั ิงาน

5

2.1.6 การจาแนกตน้ ทุนเพื่อการตดั สินใจ
ซ่ึงมีรายละเอียดของการจาแนกตน้ ทุนแตล่ ะประเภท ดงั ตอ่ ไปน้ี

2.1.1 การจาแนกตน้ ทุนตามระยะเวลา
เป็ นการพิจรณาทุนในการจดั หาสินทรัพยแ์ ละบริการต่าง ๆ ซ่ึงจะตอ้ งสัมพนั ธ์กบั

ระยะเวลาในการดาเนินธุรกิจของกิจการ โดยสามารถแบ่งตน้ ทุนออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท คือ
1) ตน้ ทุนที่เกิดข้ึนในอดีต (Historical Cos) คือ ตน้ ทุนที่เกิดข้ึนเม่ือไดม้ าซ่ึง

สินทรัพยห์ รือบริการต่าง ๆ และกิจการไดง้ ่ายชาระเงินสด สินทรัพยอ์ ่ืนใดหรือรายการเทียบเท่า
เงินสดโดยปกติจะใชต้ น้ ทุนประเภทน้ีในการบนั ทึกบญั ชีประกอบกบั การจดั ทางบการเงิน แต่ไม่
นิยมนาไปใชป้ ระกอบการตดั สินปัญหาหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอนาคต เน่ืองจากสภาวะแวดลอ้ ม
ทางเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

2) ตน้ ทุนทดแทนหรือตน้ ทุนเปล่ียนแทน (Replacement Cost) คือ ตน้ ทุนท่ีจ่ายไป
เพื่อใชใ้ นการจดั หาสินทรัพยเ์ ปลี่ยนแทนหรือทดแทนสินทรัพยเ์ ดิม ซ่ึงสินทรัพยท์ ี่จดั หามาน้ัน
ตอ้ งมีลกั ษณะคล้ายคลึงกบั สินทรัพยเ์ ดิม เพื่อนามาเปรียบเทียบตน้ ทุนประกอบการตดั สินใจ
ในการเลือกทางเลือกต่าง ๆ ว่าควรเปล่ียนแทนหรือปรับปรุงสินทรัพยท์ ่ีมีอยู่เดิมหรือควรซ้ือ
สินทรัพยใ์ หม่เพอื่ ทดแทนสินทรัพยเ์ ดิม โดยเปรียบเทียบจากราคาตลาดของสินทรัพยน์ ้นั ๆ

3) ตน้ ทุนในอนาคต (Future Cost) คือ ตน้ ทุนท่ีคิดวา่ จะเกิดข้ึนในอนาคดเม่ือ
กิจการตอ้ งตดั สินใจเลือกโครงการใดโครงการหน่ึงในอนาคต ซ่ึงกิจการตอ้ งพยากรณ์ตน้ ทุน
ที่คาดว่าจะเกิดข้ึนเพื่อใช้ในการตดั สินใจเลือกลงทุนในโครงการจากแนวโน้มของตน้ ทุนจริง
ในอดีตหรือจากระบบงบประมาณของกิจการ

2.1.2 การจาแนกตน้ ทุนตามลกั ษณะการดาเนินงาน
เป็ นการพิงรณาตน้ ทุนที่เกิดจกดาเนินงานหรือปฏิบตั ิงานของธุรกิจซ่ึงแบ่งได้

2 ประเภทใหญ่ ๆ ดงั ต่อไปน้ี
1) ตน้ ทุนการผลิต (Manufacturing Cost) คือ ตน้ ทุนท่ีเกิดข้ึนท้งั หมดในกระบวนการ

ผลิตเพ่ือแปรสภาพวตั ถุดิบให้เป็ นสินคา้ ซ่ึงปกติตน้ ทุนการผลิตจะเกิดข้ึนในธุรกิจผลิตสินเท่าน้นั
เช่น วตั ถุดิบทางตรง คา่ แรงงานทางตรง และค่าใชจ้ ่ายการผลิต เป็นตน้

2) ตน้ ทุนที่ไม่เก่ียวขอ้ งกบั การผลิต (Nonmanufacturing Cost) คือ ตน้ ทุนอ่ืน ๆ
ที่ไม่เกี่ยวขอ้ งกบั การผลิตสินคา้ ซ่ึงจะจาแนกตน้ ทุนโดยพิจารณาตามหน้าที่หรือลกั ษณะของ
การปฏิบตั ิงาน ดงั น้ี

2.1) ตน้ ทุนในการจดั ซ้ือหรือจดั หาสินคา้ (Merchandise Cost) ซ่ึงเป็ นตน้ ทุน
ในการจดั หาสินคา้ เช่น ค่าขนส่งขาเขา้ เป็นตน้

6

2.2) ตน้ ทุนทางการตลาด (Marketing Cost) เป็นตน้ ทุนท่ีเกิดจากการส่งเสริม
การขาย หรือแนะนาผลิตภณั ฑ์เขา้ สู่ตลาด เช่น คา่ โฆษณาประชาสัมพนั ธ์ เป็นตนั

2.3) ตน้ ทุนหรือค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Administrative Cost of Expense)
เป็นตน้ ทุนจากการบริหารงานโดยรวม เช่น เงินเดือนฝ่ ายบริหาร คา่ ใชจ้ า่ ยแผนกบญั ชี

2.4) ตน้ ทุนทางการเงิน (Financing Cos) คือ ตน้ ทุนจากการจดั หาเงินทุนมา
ดาเนินงาน เช่น ดอกเบ้ีย คา่ ธรรมเนียมตา่ ง ๆ เป็นตน้

2.5) ตน้ ทุนในการวิจยั และพฒั นาผลิตภณั ฑ์ (Research and Development
Cost) เป็ นต้นทุนจากการวิจัยหาสินใหม่ ๆ หรือพัฒนาสินก้ท่ีมีอยู่ให้ทันสมัยจากเดิมเพ่ือ
ตอบสนองความตอ้ งการของทางการตลาดของลูกคา้ เช่น เงินเดือนนกั วจิ ยั และผเู้ ช่ียวชาญ เป็นตน้

2.2 หลกั การแนวคิดเกยี่ วกบั ผลตอบแทน

การวเิ คราะห์การลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนของโครงการใด ๆ โคยเป็ นการ
เปรียบเทียบผลตอบแทนและตน้ ทุนของโครงการน้นั ๆ ซ่ึงผลตอบแทนและตน้ ทุนของโครงการ
จะเกิดข้ึนในระยะเวลาต่าง ๆ กนั ตลอดอายุของโครงการ ดงั น้นั จึงจาเป็ นตอ้ งมีการปรับค่าของ
เวลาของโครงการเพ่ือใหไ้ ดม้ าซ่ึงผลตอบแทนที่ไดร้ ับและตน้ ทุนท่ีเสียไปช่วงในระยะเวลาท่ีต่างกนั
ใหเ้ ป็นเวลาปัจจุบนั ก่อนแลว้ จึงจะสามารถทาการเปรียบเทียบกนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งแน่นอนชดั เจนมาก
ยงิ่ ข้ึน (เสถียร ศรีบุญเร่ือง, 2542) กรวิเคราะห์ทางดา้ นการเงินเป็ นการวิเคราะห์ค่าใชจ้ ่ายหรือเงิน
ลงทุนและผลตอบแทนหรือ ผลกาไรทางการเงินของรายงานโครงการ เพ่ือวิเคราะห์โครงการท่ี
จดั ทาข้ึนน้นั มีความคุม้ ค่ากบั การลงทุน หรือไม่โดยทว่ั ไปแลว้ แบ่งการวิเคราะห์เป็ น 2 ประเภท
คือ

2.2.1) วิธีการวิเคราะห์โดยไม่มีการคิดถด (Undiscounted Approach) คือการวดั ค่า
ของตน้ ทุน และ ผลตอบแทนจากโครงการ โดยไม่คานึงถึงค่าเงินที่ไดม้ าหรือใช้ไปในช่วงเวลาท่ี
ตา่ งกนั เช่น เงินสดรับในปี ที่ 1 จานวนหน่ึงกบั เงินจานวนเดียวกนั น้ีที่จะไดร้ ับในปี ท่ี 5 จะถือวา่ มี
มูลค่าที่เท่ากนั การ วิเคราะห์วธิ ีน้ี เช่น การหาระยะเวลาคืนทุน (Playback Period) ซ่ึงเป็ นการ
คานวณวา่ นับจาก จุดเร่ิมตน้ โครงการจะใช้ระยะวลาอีกเท่าไร จึงจะมีกระแสเงินสดรับสุทธิจาก
โครงการรวมกนั เท่ากบั มูลคา่ ในการลงทุน (Total Capital Investment)

2.2.2) วิธีการวิเคราะห์โคยมีการคิดลด (Discounted Approach) วิธีการวเิ คราะห์โดยมี
การคิด ลดเป็ นวิธีการวดั ค่าของผลตอบแทนและต้นทุนหรือค่าใช่จ่ายที่เกิดจากโครงการโดย
คานึงถึงคาเสีย โอกาสผา่ นวธิ ีการคิดลด (Discounted Method) ซ่ึงวิธีที่นิยมใชไ้ ดแ้ ก่มูลค่าปัจจุบนั

7

สุทธิ (NPV) อตั ราตอบแทนภายในจากการลงทุน (RR) วตั ถุประสงคข์ องการวเิ คราะห์ทางการเงิน
โดยทวั่ ไปการวเิ คราะห์ทางการเงินมีวตั ถุประสงค์ 4 ประการดงั น้ี

1) เพอื่ ประเมินความเป็นไปไดท้ างการเงิน วตั ถุประสงคส์ าคญั ของการวเิ คราะห์
ทางการเงิน คือการประเมินความสามารถในการทางโครงการนนั่ โครงการสามารถก่อให้เกิด
รายไดท้ ่ีคุม้ ค่ากบั ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และมีอตั ราผลตอบแทนที่ดี การประเมินส่วนน้ีจะตอ้ งมีการ
ประมาณตน้ ทุนและผลตอบแทนท้งั สิ้น เพอื่ ศึกษาหาผลตอบแทนสุทธิของโครงการ

2) เพ่ือประเมินแรงจูงใการวิเคราะห์ทางการเงินจะมีความสาคญั ต่อการประเมิน
แรงจูงใจท่ีมีต่อเจา้ ของโครงการและผมู้ ีส่วนร่วมกบั โครงการ หรือถา้ เป็ นโครงการรัฐวิสาหกิจหรือ
ท่ีรัฐบาลให้การสนบั สนุน ก็พิจารณาวา่ ผลตอบแทนท่ีไดร้ ับจะเพียงพอต่อการเล้ียงตวั เอง และ
บรรลุวตั ถุประสงค์ ทางการเงินตามท่ีตอ้ งการหรือไม่

3) เพ่อื จดั ใหม้ ีแผนการเงินท่ีดีเพ่ือใหโ้ ครงการมีกาไรและผลตอบแทนที่ดีก็จะตอ้ ง
มีแผนการเงินท่ีดีดว้ ยโดยเฉพาะการวางแผนจดั หาเงินทุน เพื่อให้ไดม้ าซ่ึงเงินทุนในจานวนและใน
เวลาตามท่ีตอ้ งการโดยเสียค่าใช้จ่ายต่าสุดรวมท้งั เพื่อให้ขอ้ เสนอแนะถึงวิธีการปรับปรุงความ
เป็นไปไดท้ างการเงินของโครงงาน โดยฉพาะความหมาะสมของอตั ราค่าบริการราคา และปริมาณ
การผลิตที่คุม้ ทุน

4) เพ่ือประเมินขีดความสามารถในการบริหารการเงิน สาหรับโครงการลงทุน
ขนาดใหญ่ท่ีมีการบริหารการเงินท่ีสลบั ซับช้อน ก็จาเป็ นตอ้ งพิจารณาถึงระบบการจดั การดา้ น
การเงินและความสามารถของผูท้ ี่จะบริหารการเงินดว้ ยในการน้ีก็อาจมีการพิจารณาวา่ ควรจะมี
การปรับปรุงและ เปลี่ยนแปลงองคก์ รและการจดั การอย่างไร ควรจดั ให้มีระบบการควบคุมและ
การตรวจสอบการเงินอย่างไร รวมท้งั การฝึ กอบรมทกั ษะเฉพาะทางเรื่องอะไร เพ่ือให้โครงการ
เดินหนา้ ไปตาม

2.3 งานวจิ ัยทเี่ กย่ี วข้อง

ประพาฬภรณ์ ธีรมงคล (2552) ได้วิจยั ศึกษาเปรียบเทียบเทคนิควิธีการมดั ยอ้ มเพ่ือ
พฒั นาลวดลาย ผลิตภณั ฑ์ผา้ มดั ยอ้ ม ผลการวจิ ยั พบวา่ เทคนิคท่ีเหมาะสมกบการนาไปใชผ้ ลิตใน
ระบบอุตสาหกรรมคือเทคนิค การมดั เพราะมีความง่าย สะดวก ใชเ้ วลาส้ันและรวดเร็ว ลายที่ได้
ชดั เจน แต่ไม่สามารถสร้างลวดลายมากกวา่ 1 ลายในลกั ษณะของลายซ้า ๆ กนั ในกระบวนการ
มดั ยอ้ มคร้ังเดียว เทคนิคการพบั เหมาะกบั การผลิตจานวนมาก เช่นกนั เพราะทามดั ยอ้ ม 1 คร้ัง
สามารถสร้างลวดลายซ้า ๆ ไดแ้ ต่ความคมชดั ของลายนอ้ ยกวาเทคนิคการมดั ส่วนเทคนิคการเยบ็
เนาเป็ นเทคนิคการสร้างลวดลายท่ีทาให้ไดล้ วดลายสม่าเสมอคงท่ีชดั เจน มีลวดลายละเอียด และ

8

เป็นเทคนิคท่ีทาให้ลวดลายออกมาสวยที่สุด แมว้ า่ เทคนิคการเยบ็ เนาจะใชเ้ วลานานแต่ ก็ใหค้ วาม
สวยงามมากที่สุดและทาใหห้ รือผลิตภณั ฑม์ ีคุณคา่

สิริพิชญ์ วรรณภาส และกาจร แซ่เจียง (2550) ไดท้ าวิจยั เรื่องการส่งเสริมอาชีพตาม
หลกั เศรษฐกิจ พอเพียงของกลุ่มสตรีจงั หวดั นนทบุรี เนน้ การทาผา้ บาติกและมดั ยอ้ มสีธรรมชาติ
มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือสร้างอาชีพเสริม เพ่ิมรายไดต้ ามหลกั เศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มดาเนินการวจิ ยั
โดยการจดั การฝึ กอบรมให้กลุ่มแม่บา้ น 6 ชุมชน 100 คน ผลการวิจยั ในส่วนของการมดั ยอ้ ม
พบว่า เทคนิคการมดั ยอ้ มที่ใช้ฝึ กอบรมคือ เทคนิคการเยบ็ เนาแบบซ่ีฟันโดยทาเป็ นลายดอกไม้
ลกั ษณะลายสองขา้ งซา้ ยขวาเหมือนกนั เท่ากนั และการทาเป็ นลายเส้นโคง้ คู่ขนานกนั การเยบ็ เนา
เป็ นตวั อกั ษร WISA เป็ นลวดลายที่ปรากฏชดั เจน นอกจากน้นั มีการเยบ็ เนาแบบบ้งั โดยทาเป็ น
ลายเส้นตรงแนวเฉียง 3 เส้นทแยงมุมสลบั กนั เป็ น pattern ขอ้ เสนอแนะจากการวิจยั คือการทาผา้
มดั 35 ยอ้ มควรเลือกลวดลายที่ชดั เจนไม่เยอะหรือใชส้ ียอ้ มหลายสีเกินไปทาใหช้ ิ้นงานไม่มีจุดเด่น
ขอ้ สังเกตคือมดั ยอ้ ม สมยั ใหม่มีเทคนิคการทาที่ซบั ซ้อนมากข้ึนทาให้ลวดลายผา้ มีความสวยงาม
เป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั ไมน่ อ้ ยกวา่ การตกแต่งผา้ ดว้ ยวิธีการอื่น Kanchanarat, S. (2013 :176-182)
ศึกษาปัจจยั ท่ีมีผลต่อการออกแบบลวดลายที่ซับซ้อนด้วยการมดั ยอ้ ม เทคนิคเยบ็ เนาและการ
ประเมินคุณค่าของผลงานน้นั ดาเนินการวิจยั โดยทดลองออกแบบลวดลาย แลว้ ถ่ายทอด องค์
ความรู้ที่ได้ โดยจดั ฝึ กอบรมใหน้ กั ศึกษาปริญญาตรีช้นั ปี ท่ี 1 สาขาออกแบบผลิตภณั ฑ์ 14 คน
และนกั ศึกษาช้นั ปี ท่ี 4 สาขาการจดั การ 80 คน ผลการวิจยั ในส่วนของการประเมินคุณค่าพบวา่
นกั ศึกษาส่วนใหญ่ใหค้ ุณคา่ ทางจิตใจกบั ผลงานของตนเองมากที่สุด และใหค้ ุณค่าทางเศรษฐกิจกบั
ผลงานของผวู้ จิ ยั มากที่สุด Saheed, Azkaree S. (2013) ทาวจิ ยั เกี่ยวกบผา้ มดั ยอ้ มท่ีไนจีเรียว ผา้ ทอ
เร่ิมตน้ ข้ึนท่ีเมือง Egbaland ซ่ึงผูป้ ระกอบการจะทาผา้ ทอตามแนวประเพณีนิยมและถ่ายทอด
วิธีการทาจากรุ่นสู่รุ่นตามช่ัวอายุคน ปัจจุบนั นวตั กรรมของหัตถกรรมเหล่าน้ี ผูป้ ระกอบการ
สมยั ใหมส่ ามารถหาความรู้ไดจ้ ากการฝึกอบรมอาชีพแลว้ พฒั นาเป็ นธุรกิจขนาดเล็ก แต่มีปัญหาคือ
ธุรกิจเติบโตไดช้ า้ เพราะขาดเงินทุนสนบั สนุนจากภาคส่วนหลกั ๆ ของประเทศเงินทุนส่วนใหญ่ได้
จากเงินออมของครอบครัว ทกั ษะของนกั ออกแบบ ช่างเยบ็ และคนงานอ่ืน ๆ ค่อนขา้ งต่า ส่วนแบ่ง
การตลาดนอ้ ยทาใหม้ ีผลต่อรายไดแ้ ละการขยายการลงทุน สภาพปัญหาดงั กล่าวมี ขอ้ เสนอแนะวา่
รัฐควรสนับสนุนให้มีวิชาหัตถกรรมมดั ยอ้ มบรรจุลงในหลกั สูตรการเรียนการสอนทาให้เป็ น
ท่ีสนใจของนกั เรียน และใหน้ กั เรียนไดร้ ับความรู้ท่ีถูกตอ้ งเหมาะสมจากโรงเรียน ซ่ึงจะบรรลุผล
สาเร็จเม่ือ นกั เรียนเรียนจบการศึกษาไปแลว้ จะสามารถเป็ นผูป้ ระกอบการท่ีผลิตสินคา้ เองได้
นอกจากน้นั รัฐควรมี นโยบายกาหนดให้ 1 วนั ใน 1 สัปดาห์ท่ีขา้ ราชการและนกั เรียนสวมใส่ชุด
เส้ือผา้ มดั ยอ้ ม เพอื่ สร้างความตอ้ งการผลิตภณั ฑ์ในทอ้ งถ่ินมากข้ึนรวมท้งั การพฒั นานวตั กรรมการ

9

ผลิตและการออกแบบร่วมสมัยอีกท้ังควรก่อต้ังพิพิธภัณฑ์ผ้ามัดย้อมเก็บรู ปแบบลวดายที่
หลากหลายขอ้ มูลตา่ ง ๆ เพอ่ื ใชศ้ ึกษาอา้ งอิงหรือศึกษาแนวโนก้ าร พฒั นาส่ิงทอมดั ยอ้ มของไนจีเรีย
ในอนาคต

ศนั ศนีย์ คาบุญชู (2541) ทาการยอ้ มสีเส้นดา้ ยฝ้ายดว้ ยสีธรรมชาติจากแก่นขนุนและ
เปลือกมะพร้าวโดยใช้สารช่วยติดคือแบเรียมคลอไรด์ไดไฮเดรต พบว่าภาวะท่ีเหมาะสมท่ีสุดใน
การยอ้ มสีจากแก่นขนุน คืออุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส นาน 80 นาที และปริมาณแบเรียมคลอไรด์
10% ของน้าหนกั เส้นดา้ ยและการยอ้ มสารช่วยติดก่อนการยอ้ มจะใหก้ ารดูดซบั ดีที่สุด

สมภพ จนั ทร์เท่ียง (2545) ไดท้ าการศึกษาการใชย้ างกล้วยสาหรับการยอ้ มผา้ พบวา่
ยางกลว้ ยทุกชนิดใชไ้ ดเ้ หมือนกนั แต่ที่นิยมกนั มากคือกลว้ ยน้าวาและกลว้ ยนาก เพราะมียางมาก
ในขณะท่ีกลว้ ยหอมมียางค่อนขา้ งน้อย ซ่ึงลกั ษณะของผา้ ท่ีจะใชก้ บั ยางกลว้ ยน้นั ใช้ไดก้ บั ผา้ ทุก
ชนิด เช่น ผา้ ไหม ผา้ ยืด ผา้ cotton แต่ท่ีเหมาะสมท่ีสุดคือผา้ ฝ้ายผา้ ดิบ ที่เน้ือแน่น ดูดวบั ไดด้ ีแต่
ไม่ดูดซึม ไม่หนาและไม่บางเกินไป แต่หากผา้ น้นั มีแป้งอยูต่ อ้ งซักก่อน จากน้นั ทา ลวดลาจาก
ยางกลว้ ยโดยใชพ้ ูก่ นั จุม่ ยางกลว้ ยแลว้ วาดแบบบนลายผา้ เป็นสีน้าตาล

เสาวนิตย์ กาญจนรัตน์ (2548) ไดศ้ ึกษาการสกดั สีจากใบมงั คุดสาหรับใช้เป็ นสีทามดั
ยอ้ มและทาบาติกอยา่ งเป็นระบบโดยใชว้ ธิ ีการตม้ ใบมงั คุดสดใบมงั คุดสดหมกั และใบมงั คุดสดตม้
แลว้ หมกั เป็นเวลา 9 วนั แลว้ กรองน้าแยกกากใบมงั คุด นาน้าสีที่ไดม้ ายอ้ มร้อนและยอ้ มเยน็ ลงบน
ผา้ ดิบไม่ฟอกและเพ่ือให้สีติดบนผา้ ไดท้ นนานจึงนาผา้ จุ่มลงในปูนขาว ซ่ึงเป็ นสารช่วยติดสีและ
ปรับสภาพความเป็นกรด ด่างจากน้นั ทาการวดั คา่ ความเขม้ สีตามระบบ CIB พบวา่ สีก่อนการยอ้ ม
จากการตม้ ใบสดเป็ นสีน้าตาลแต่ให้สีบนผา้ หลงั การยอ้ มร้อนและยอ้ มเยน็ เป็ นสีน้าตาลแดงและ
สีส้ม ตามลาดบั ในขณะท่ีการตม้ ใบสดหมกั ไดส้ ีน้าตาลเขม้ ซ่ึงสีบนผา้ หลงั ยอ้ มร้อนเป็ นสีน้าตาลเขม้
และสีบนผา้ หลงั การยอ้ มเยน็ เป็ นสีส้มเขม้ สาหรับการตม้ ใบสดตม้ หมกั ไดส้ ีน้า ยอ้ มเป็ นสีม่วงดา
สีบนผา้ หลงั ยอ้ มเป็ นสีม่วงคล้า และสีบนผา้ หลงั ยอ้ มเยน็ เป็ นสีม่วงเขม้ เหมือนเปลือกมงั คุดสุก
ดงั น้นั สรุปผลการวิจยั ว่า การสกดั สีจากใบมงั คุดเพ่ือใชท้ ามดั ยอ้ มและบาติกสามารถใช้วิธีการตม้
ตามแบบภูมิปัญญาด้งั เดิมไดอ้ ยา่ งเป็ นระบบ ดว้ ยอตั ราส่วนต่าง ๆ ซ่ึงจะให้ค่าความเขม้ ขนของ
สียอ้ มแตกต่างกนั ตามลาดบั จากมากไปน้อย ดงั น้ีคือ สีน้าก่อนยอ้ ม สีบนผา้ ยอ้ มเย็นและสีบน
ผา้ ยอ้ มร้อน

10

2.4 กรอบแนวคดิ ในการศึกษา

แนวคิดต้นทุน

ตน้ ทุน ตน้ ทุนตามส่วนประกอบของการทาเส้ือมดั ยอ้ ม
ผลตอบแทน 1. คา่ วตั ถุดิบ
2. ค่าแรงงาน
3.คา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิต

กาไร (ขาดทุน) จากการทาเส้ือมดั ยอ้ ม
รายไดจ้ ากการขาย
หกั ตน้ ทุนในการทาเส้ือมดั ยอ้ ม
กาไรข้นั ตน้

การวเิ คราะห์
ตน้ ทุนและผลตอบแทน

โครงสร้างตน้ ทุนการทา อตั ราผลตอบแทน
เส้ือมดั ยอ้ ม 1. อตั รากาไรข้นั ตน้ ต่อตน้ ทุน
2. อตั รากาไรข้นั ตน้ ต่อยอดขาย

ภาพที่ 1 แสดงกรอบแนวคิดในการลงทุน

11

2.5 หลกั การทางทฤษฎี

2.5.1 ความแน่นหนาของการมดั กรณีแรกมดั มากจนเกินไปจนไม่เหลือพ้ืนที่สีแทรก
ซึมเขา้ ไปไดเ้ ลย

2.5.2 การใชอ้ ุปกรณ์ช่วยในการหนีบผา้ แลว้ มดั เพ่ือให้เกิดความแน่น และเกิดลวดลาย
ตามแมแ่ บบที่ใชห้ นีบ

2.5.3 ความสม่าเสมอของสียอ้ ม สียอ้ มที่ติดผา้ จะสม่าเสมอไดข้ ้ึนอยูก่ บั อุณหภูมิความ
ร้อนขณะนาผา้ ลงยอ้ ม

2.5.4 วสั ดุอุปกรณ์ในการทาผา้ มดั ยอ้ ม
1) ผา้
2) สบู่
3) สีผสมอาหาร
4) หมอ้ สแตนเลส
5) เตาแกส๊
6) ไมพ้ าย
7) กะละมงั
8) ถงั พลาสติก

2.5.5 การออกแบบลายของผา้ มดั ยอ้ ม
การออกแบบลายผา้ โดยการพบั จีบแลว้ มดั น้นั เป็ นเทคนิคที่กวา้ ง มีอิสระในการ

ออกแบบลวดลายและวธิ ีมีดไดห้ ลายอยา่ ง ท้งั น้ีเนื่องจากหวั ใจหลกั ของการพบั จีบแลว้ มดั คือ “การ
หาวธิ ีใหผ้ า้ ไดส้ มั ผสั สีโดยทวั่ ถึงเฉพาะบริเวณภายนอกท่ีไม่ไดก้ นั สีหรือมดั ” ดงั น้นั การจะพบั เป็ น
จีบ การมดั ผา้ การนาเอาวสั ดุอื่นเขา้ ไปในผนื ผา้ แลว้ มดั ใหเ้ ป็นจีบ ยงั เป็ นวธิ ีการที่ให้ผา้ สัมผสั ได้
น้าสี และไมซ่ ึมเขา้ ในขอบเขตท่ีไดม้ ดั ไวร้ ูปร่างของลวดลายจะเกิดจากรอยพบั จีบมดั และรอยพบั
จีบของผา้ ที่ห่อหุม้ วสั ดุอื่น หรือรอยอนั เกิดจากการมดั

บทท่ี 3

วธิ ีดาเนินการศึกษา

การศึกษาคร้ังน้ีเป็นการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือหมดั ยอ้ มเพื่อจาหน่าย
ซ่ึงผวู้ จิ ยั ไดด้ าเนินการตามลาดบั ดงั น้ี

3.1 ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง
3.2 เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศึกษา
3.3 วธิ ีดาเนินการศึกษา
3.4 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
3.5 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
3.6 สถิติท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล

3.1 ประชากรและกล่มุ ตัวอย่าง
3.1.1 ประชากรที่ใชใ้ นการศึกษาตามโครงการเส้ือหมดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติเพ่ือจาหน่าย

ไดแ้ ก่ บุคลากรในวทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตร จานวน 205 คน
3.1.2 กลุ่มตวั อยา่ งท่ีใชใ้ นการศึกษาโครงการเส้ือหมดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติเพื่อจาหน่าย

ได้แก่ บุคลากรในวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร จานวน 30 คน กาหนดกลุ่มตวั อย่างโดยเลือกจาก
บุคลากรที่สนใจเกี่ยวกบั เส้ือมดั ยอ้ ม

3.2 เครื่องมือทใี่ ช้ในการศึกษา
เครื่องมือที่ใชใ้ นการศึกษา ไดแ้ ก่
3.2.1 แบบสอบถามความคิดเห็นเก่ียวกบั ปัจจยั ท่ีมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคเส้ือมดั ยอ้ ม

ของผบู้ ริโภค

13

3.3 วธิ ีดาเนินการศึกษา

ผจู้ ดั ทาโครงการ ไดด้ าเนินการข้นั ตอนต่าง ๆ ซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี
การสร้างแบบสอบถามขอ้ มูลเก่ียวกับการลงทุนทาเส้ือมดั ยอ้ ม ของบุคลากรภายใน
วทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตร จานวน 205 คน ดาเนินการดงั น้ี
3.1.1 การสร้างแบบสอบถามความคิดเห็นและพฤติกรรมการบริโภคเส้ือมดั ยอ้ มของ
ผบู้ ริโภค มีลาดบั ข้นั ตอนดงั น้ี

1) ศึกษาเอกสารที่เก่ียวขอ้ งเพื่อสร้างและพฒั นาแบบสอบถามข้ึนโดยแบ่งเป็ น 2
ส่วนคือ

ส่วนที่ 1 สอบถามขอ้ มูลทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ส่วนที่ 2 ปัจจยั ที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคเส้ือมดั ยอ้ ม
2) นาแบบสอบถามท่ีสร้างเสร็จแลว้ ไปขอคาแนะนาและตรวจสอบขอ้ คาถามท่ี
ถูกตอ้ งเหมาะสมจากครูท่ีปรึกษาโครงการก่อนนาไปเก็บขอ้ มูล
3) ปรับปรุงแบบสอบถามตามคาแนะนาของครูที่ปรึกษาโครงการก่อนนาไป
เก็บขอ้ มูล

3.4 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล

ผจู้ ดั ทาโครงการไดด้ าเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มูลโดดาเนินการตามข้นั ตอน ดงั น้ี
3.4.1 รวบรวมและบนั ทึกขอ้ มูลตน้ ทุนของการทาเส้ือมดั ยอ้ มดว้ ยตนเอง
3.4.2 นาแบบสอบถามไปเก็บขอ้ มูลจากบุคลากรภายในวิทยาลยั เทคนิคพิจิตรกาหนด
กลุ่มตวั อยา่ งโดยเลือกจากบุคลากรที่สนใจเส้ือมดั ยอ้ ม
3.4.3 น า ข้ อ มู ล ที่ ไ ด้ ม า วิ เ ค ร า ะ ห์

14

3.5 การวเิ คราะห์ข้อมูล

หลงั จากการที่ไดร้ ับแบบสอบถามครบถว้ นแลว้ นามาตรวจความสมบูรณ์ของขอ้ มูล
ก่อนนาไปประมวลผลและไดด้ าเนินการวิเคราะห์ขอ้ มูลตามลาดบั ดงั น้ี

3.5.1 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลเชิงปริมาณโดยเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลมาทาการประมวลผล
3.5.2 การวเิ คาราะห์ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ โดการวเิ คราะห์เน้ือหาประกอบดว้ ย 4 ข้นั ตอน
ไดแ้ ก่ การเปรียบเทียบขอ้ มูล การสังเคราะห์ขอ้ มูลและการสรุปผลขอ้ มูล

3.6 สถติ ิทใี่ ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล

การวเิ คราะห์ขอ้ มูลผรู้ ายงานไดใ้ ชส้ ถิติวเิ คราะห์ขอ้ มูลดงั น้ี
3.6.1 ค่าความถี่
3.6.2 คา่ ร้อยละ
3.6.3 หาคา่ เฉล่ีย

̅

เม่ือ ̅ แทน คะแนนค่าเฉลี่ย
แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมด
แทน จานวนผตู้ อบแบบสอบถาม

เกณฑ์การแปลความหมายของค่าเฉลี่ ยระดับความคิ ดเห็ นของผู้บริ โภคท่ี มี ผลต่อ
พฤติกรรมการบริโภคเส้ือมดั ยอ้ ม ใชเ้ กณฑด์ งั น้ี

ระดบั ท่ี 5 หมายถึง ระดบั ความคิดเห็นมากที่สุด
ระดบั ที่ 4 หมายถึง ระดบั ความคิดเห็นมาก
ระดบั ที่ 3 หมายถึง ระดบั ความคิดเห็นปานกลาง
ระดบั ท่ี 2 หมายถึง ระดบั ความคิดเห็นนอ้ ย
ระดบั ท่ี 1 หมายถึง ระดบั ความคิดเห็นนอ้ ยท่ีสุด

บทที่ 4
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล

การดาเนินการศึกษาคร้ังน้ี เป็นการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลิตเส้ือยดั ยอ้ มจาก
สีธรรมชาติเป็ นการศึกษาและเก็บรวบรวมขอ้ มูลโดยใช้แบบบนั ทึกตน้ ทุนและแบบสอบถาม ผูศ้ ึกษา
นาเสนอผลวเิ คราะห์ตามลาดบั ดงั น้ี

4.1 ขอ้ มูลตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม
4.2 ขอ้ มูลสภาพทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
4.3 ขอ้ มูลปัจจยั ที่มีผลตอ่ พฤติกรรมของผทู้ ่ีสนใจเส้ือมดั ยอ้ ม
4.4 ขอ้ มูลเก่ียวกบั การผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม

4.1 ข้อมูลต้นทุนและผลตอบแทนในการผลติ เสื้อมัดย้อม

4.1.1 ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตน้ ทุนในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม
การศึกษาคร้ังน้ี เป็นการศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลการขอ้ มูลจากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ มโดย

ต้นทุนในการผลิตเส้ือมัดยอ้ มแบ่งตามส่วนประกอบการผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย ค่าวตั ถุดิบ
ค่าแรงงาน และคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิต ดงั ตารางที่ 4.1-4.7

ตารางที่ 4.1 แสดงการแบง่ ประเภทตน้ ทุนที่ทาการศึกษา

ค่าวตั ถุดิบ ค่าแรงงาน ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิต
1. เส้ือยดื สีขาว 1. คา่ แรงงานตวั เอง 1. คา่ น้า ค่าไฟ
2. กะหล่ามว่ ง 2. คา่ เสื่อมราคาอุปกรณ์
3. ขมิน้
4. เกลือ

16

ตารางที่ 4.2 แสดงตน้ ทุนค่าวตั ถุดิบในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม (สาหรับเส้ือมดั ยอ้ ม 10 ตวั )

ผลิตภณั ฑ์ วตั ถุดิบ จานวน (หน่วย) ราคา (บาท)
เส้ือมดั ยอ้ ม
1. เส้ือยดื สีขาว 10 ตวั 960.00
2. กะหล่ามว่ ง 2 หวั 80.00
3. ขมิน้ 3 หวั 40.00
4. เกลือ 2 ถุง 20.00

รวม 1,100.00
ตน้ ทุนเฉล่ียต่อตวั 110.00

จากตารางท่ี 4.2 แสดงตน้ ทุนค่าวตั ถุดิบในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม (สาหรับเส้ือมดั ยอ้ ม 10 ตวั )
พบวา่ อนั ดบั แรกคือ เส้ือยดื จานวน 10 ตวั ในราคา 1,000 บาท รองลงมาคือ กะหล่าม่วง จานวน 2
หวั ในราคา 80 บาท ขมิ้น จานวน 3 หวั ในราคา 40 บาท และ เกลือ จานวน 2 ถุง ในราคา 20
บาท รวมเป็นเงิน 1,140 บาท จึงทาใหต้ น้ ทุนเฉล่ีย 114 บาท ตอ่ ตวั

ตารางที่ 4.3 แสดงตน้ ทุนคา่ แรงงานในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม ( 1 เดือนผลิตได้ 10 ตวั )

ที่ รายการ จานวน (บาท/วนั )
1. ค่าแรงงาน 200.00
20.00
คา่ แรงงานเฉล่ียตอ่ ตวั

จากตารางที่ 4.3 พบว่าการวิเคราะห์ตน้ ทุนแรงงานในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ มเฉลี่ยต่อตวั 20
บาท คิดเป็นคา่ แรงงานตอ่ การผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 1 คร้ัง 200 บาท

17

ตารางที่ 4.4 แสดงตน้ ทุนค่าน้าและค่าไฟที่ใช้ในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม (1 เดือนผลิตได้ 10
ตวั )

รายการ ระยะเวลา จานวน ราคาตอ่ หน่วย จานวน (บาท)
ค่าไฟฟ้า 5 100.00
ค่าน้า 1 เดือน 20 หน่วย 1
10.00
1 เดือน 10 หน่วย
110.00
รวมตน้ ทุนคา่ น้าและคา่ ไฟ 2.20

คา่ น้าและคา่ ไฟตน้ ทุนเฉลี่ยต่อตวั

จากตารางท่ี 4.4 แสดงการวิเคราะห์ขอ้ มูลค่าน้าและค่าไฟท่ีใชใ้ นการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม พบวา่
อนั ดบั แรกคือ มีคา่ ไฟฟ้า 20 หน่วยคิดเป็น 100 บาท และค่าน้า 10 หน่วย คิดเป็ น 10 บาท จึงทาให้
ค่าน้าและค่าไฟฟ้ามีตน้ ทุนเฉล่ีย 2.20 บาทตอ่ ตวั

ตารางท่ี 4.5 แสดงขอ้ มูลสินทรัพย์ และคา่ เสื่อมราคาอุปกรณ์ (สาหรับเส้ือมดั ยอ้ ม 10 ตวั )

อุปกรณ์ อายุ (ปี ) ราคา (บาท) คา่ เส่ือมราคา (บาท)
ค่าเส่ือมราคาตอ่ ตวั 1 200.00 200.00
20.00

จากตารางที่ 4.5 แสดงผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลสินทรัพยแ์ ละค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ จึงทาให้มี
ค่าเส่ือมราคา 20 บาทต่อตวั โดยคิดค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ 200 บาท

ตารางที่ 4.6 แสดงขอ้ มูลตน้ ทุนคา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต

ที่ รายการ ตน้ ทุนเฉล่ียต่อตวั ร้อยละ

1. คา่ วตั ถุดิบ 110 73.34

2. ค่าแรงงาน 20 13.33

3. คา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต 20 13.33

ค่าน้าและค่าไฟตน้ ทุนเฉลี่ยตอ่ ตวั 150 100.00

18

จากตารางท่ี 4.6 แสดงผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลทุนในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม พบวา่ อนั ดบั แรก
คือค่าวตั ถุดิบ 110 บาท คิดเป็ นร้อยละ 73.34 รองมาคือค่าแรงงาน 20 บาท คิดเป็ นร้อยละ 13.33
และค่าใชจ้ ่ายในการผลิต 20 บาท คิดเป็ นร้อยละ 13.33 จึงทาให้ ตน้ ทุนในการผลิตเฉล่ีย 150 บาทต่อ
ตวั

4.1.2 ขอ้ มูลเก่ียวกบั ผลตอบแทนจากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม
การศึกษาผลตอบแทนจากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม ผูศ้ ึกษาไดท้ าการศึกษาจากราคาขาย

กาไรข้นั ตน้ อตั รากาไรต่อทุน และอตั รากาไรต่อยอดขายดงั แสดงในตารางที่ 4.8-4.10

ตารางที่ 4.7 แสดงตน้ ทุนของราคาขายตอ่ ตวั ของผลิตภณั ฑเ์ ส้ือมดั ยอ้ ม

ช่ือผลิตภณั ฑ์ ราคาขายต่อตวั (บาท)
เส้ือมดั ยอ้ ม 160

จากตารางท่ี 4.7 แสดงผลการวิเคราะห์ตน้ ทุนของราคาขายต่อตวั พบว่า เส้ือมดั ยอ้ มราคา
150 บาทต่อตวั

ตารางที่ 4.8 แสดงกาไรข้นั ตน้ จากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ มต่อตวั

ช่ือผลิตภณั ฑ์ 110.00 ราคาขายตอ่ ตวั (บาท)
รายไดจ้ ากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม 20.00 160.00
หกั ตน้ ทุนขาย 20.00
150.00
คา่ วตั ถุดิบ 10.00
ค่าแรงงาน
ค่าใชจ้ ่ายในการผลิต
กาไร

19

จากตารางท่ี 4.8 แสดงผลการวิเคราะห์กาไรข้นั ตน้ พบว่า มีรายไดจ้ ากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม
160 บาทต่อเส้ือหน่ึงตวั มีตน้ ทุนขาย อนั ดบั แรกคือค่าวตั ถุดิบ 110 บาท รองลงมาคือค่าแรงงาน 20
บาท และคา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต 20 บาท จึงทาใหม้ ีกาไรข้นั ตน้ 10 บาทตอ่ เส้ือหน่ึงตวั

ตารางท่ี 4.9 แสดงการคานวณหาอตั ราผลตอบแทนจากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม

อตั ราส่วน สูตรการคานวณ แทนค่า ผลการคานวณ
อตั รากาไรตอ่ ทุน กาไรข้นั ตน้ 10 × 100 6.66 %
ตน้ ทุน
อตั รากาไรต่อยอดขาย กาไรข้นั ตน้ 150 6.25 %
ราคาขาย 10 × 100

160

จากตารางท่ี 4.9 แสดงผลการวเิ คราะห์อตั ราผลตอบแทนจากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม พบวา่ มี
อตั รากาไรตอ่ ทุน 6.66% และมีอตั รากาไรตอ่ ยอดขาย 6.25%

4.2 ข้อมูลสภาพทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม

การศึกษาคร้ังน้ี ผูศ้ ึกษาได้เก็บรวบรวมขอ้ มูลจากกลุ่มตวั อย่างที่สนใจเส้ือมดั ยอ้ มจากสี
ธรรมชาติ กาหนดกลุ่มตวั อยา่ งโดยเลือกจากบุคลากร วทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตร ท่ีสนใจ เส้ือมดั ยอ้ มจาก
สีธรรมชาติ จานวน 30 คน ซ่ึงผศู้ ึกษาไดน้ ามาวเิ คราะห์ขอ้ มูลทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถามเก่ียวกบั
เพศ อายุ สถานภาพ อาชีพ และรายไดด้ งั แสดงในตารางที่ 4.11 - 4.15

ตารางที่ 4.10 แสดงจานวนและคา่ ร้อยละของสถานภาพทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม

ครู รายการ จานวน ร้อยละ
นกั เรียน/นกั ศึกษา รวม 7 23.33
บุคลากร 16 53.34
7 23.33
30 100.00

20

จากตารางท่ี 4.10 พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามอันดับแรกเป็ น ครู จานวน 7 คน คิดเป็ น
ร้อยละ 23.33 % นกั เรียน/นกั ศึกษา จานวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 53.34 % และ บุคลากร จานวน
10 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33%

ตารางที่ 4.11 แสดงจานวนและคา่ ร้อยละของสถานภาพทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม

รายการ จานวน ร้อยละ
ชาย 13 43.33
หญิง 17 56.67
30 100.00
รวม

จากตารางท่ี 4.11 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามอนั ดบั แรกเป็ น เพศหญิง จานวน 17 คน คิด
เป็นร้อยละ 56.67 % รองลงมาเป็นเพศชาย จานวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 43.33 %

ตารางท่ี 4.12 แสดงจานวนและค่าร้อยละของอายขุ องผตู้ อบแบบสอบถาม

ต่ากวา่ 25 ปี รายการ จานวน ร้อยละ
25 - 35 ปี รวม
35 ปี ข้ึนไป 21 70.00
4 13.33
5 16.67
30 100.00

จากตารางที่ 4.12 พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามอนั ดบั แรกมี อายุต่ากวา่ 25 ปี จานวน 21 คน
คิดเป็นร้อยละ 70 % อายุ 25 - 35 ปี จานวน 4 คน คิดเป็ นร้อยละ 13.33 % และเป็ นผทู้ ่ีมีอายุ 35
ปี ข้ึนไป จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 %

21

ตารางท่ี 4.13 แสดงจานวนและคา่ ร้อยละของอาชีพผตู้ อบแบบสอบถาม

รายการ จานวน ร้อยละ

นกั เรียน/นกั ศึกษา 16 53.34
ครู 7 23.33
พอ่ บา้ น/แม่บา้ น 0 0.00
บุคลากร 7 23.33
อ่ืน ๆ 0 0.00

รวม 30 100.00

จากตารางท่ี 4.13 พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามอนั ดบั แรกเป็ น นกั เรียน/นกั ศึกษา จานวน 16 คน
คิดเป็ นร้อยละ 53.34 % ครู จานวน 7 คน คิดเป็ นร้อยละ 23.33 % และเป็ นบุคลากร จานวน 7 คน คิด
เป็นร้อยละ 23.33 %

ตารางที่ 4.14 แสดงจานวนและคา่ ร้อยละของรายไดข้ องผตู้ อบแบบสอบถาม

รายการ จานวน ร้อยละ

ต่ากวา่ 10,000 บาท 26 86.67
มากกวา่ 10,000 บาทข้ึนไป 4 13.33
30 100.00
รวม

จากตารางที่ 4.14 พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามมีรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท จานวน 26
คน คิดเป็นร้อยละ 86.67 % มากกวา่ 10,000 บาทข้ึนไป จานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 13.33 %

22

4.3 ข้อมูลปัจจัยทมี่ ผี ลต่อพฤติกรรมของคนทส่ี นใจเสื้อมัดย้อม

ผลการวิเคราะห์ระดบั ความคิดเห็นของผู้ที่สนใจเส้ือมดั ยอ้ ม ท่ีเกี่ยวกบั ปัจจยั ท่ีมีผลต่อ
พฤติกรรมของผทู้ ี่สนใจเส้ือมดั ยอ้ ม

ตารางที่ 4.15 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานความคิดเห็นของผทู้ ่ีสนใจเกี่ยวกบั
ปัจจยั ที่มีผลตอ่ การผลิต

รายการ ผลการวเิ คราะห์ ระดบั

ปัจจัยด้านผลติ ภัณฑ์ ̅ S.D ความคดิ เหน็
1. สีเส้ือมดั ยอ้ ม
2. คุณภาพของเส้ือมดั ยอ้ ม 4.37 0.10 มาก
3. ความหลากหลายของขนาดเส้ือมดั ยอ้ ม 4.37 0.64 มาก
4. รูปแบของเส้ือมดั ยอ้ ม 4.37 0.57 มาก
ปัจจัยด้านราคา 4.33 0.61 มาก
1. ราคาเหมาะสมกบั คุณภาพและปริมาณ 4.50 0.51 มาก
ปัจจัยด้านบุคคลและส่ งเสริมการขาย 4.60 0.00 มาก
1. การโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์ 4.60 0.50 มาก
2. อธั ยาศยั และการใหบ้ ริการของผขู้ าย 4.69 0.70 มาก
4.47 0.57 มาก
4.83 0.37 มาก

รวม 4.55 0.17 มาก

จากตารางท่ี 4.15 ผูต้ อบแบบสอบถามมีความคิดเห็นว่าปัจจยั ที่มีผลต่อพฤติกรรมการ
สนใจเสื้อมดั ยอ้ มดา้ นที่มีค่าเฉลี่ย สูงสุด 3 อนั ดบั แรก ไดแ้ ก่ ปัจจยั ดา้ นบุคคลและส่งเสริมการ
ขาย ( ̅ = 4.69,S.D.=0.70 ) ปัจจยั ดา้ นราคา ( ̅ =4.60,S.D.=0.00 ) ปัจจยั ดา้ นผลิตภณั ฑ์ (
̅ =4.37,S.D.=0.10 )

23

4.4 ข้อมูลเกย่ี วกบั การทาเสื้อมดั ย้อม ขอ้ มูล

ตารางที่ 4.16 ขอ้ มูลเก่ียวกบั การทาเส้ือมดั ยอ้ ม ขายปลีก
10
รายการ 3

วธิ ีการจาหน่าย
ปริมาณการทาต่อเดือน
จานวนคนทา

จากตารางที่ 4.16 แสดงขอ้ มูลเกี่ยวกบั การทาเส้ือมดั ยอ้ ม พบวา่ วิธีการจาหน่ายเส้ือมดั ยอ้ ม
คือ วธิ ีการขายปลีก ปริมาณการขายเส้ือมดั ยอ้ มตอ่ เดือน 10 ตวั ตอ่ คนทาเส้ือมดั ยอ้ ม จานวน 3 คน

บทท่ี 5

สรุปการศึกษา การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

การศึกษาคร้ังน้ี เป็นการวิเคราะห์ตน้ ทุนและผลตอบแทนเพื่อตดั สินใจการทาผลิตภณั ฑ์เส้ือ
มดั ยอ้ ม มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือ

5.1 เพอ่ื สร้างผลิตภณั ฑเ์ ส้ือมดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ
5.2 เพ่อื ศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกบั ผลิตภณั ฑผ์ า้ มดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ
5.3 เพอ่ื ศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือมดั ยอ้ ม
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทาโครงการเส้ื อมัดย้อมเพื่อจาหน่าย ได้แก่ บุคลากรภายใน
วทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร จานวน 30 คน กาหนดกลุ่มตวั อยา่ งโดยเลือกจากบุคลากรที่สนใจเส้ือมดั ยอ้ ม
เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการศึกษา ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจท่ีมีผลต่อเส้ือมดั ยอ้ มและ
บนั ทึกตน้ ทุนจากการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม
ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ผศู้ ึกษาไดด้ าเนินการเกบ็ ขอ้ มูล โดยนาแบบสอบถามท่ีสร้างเสร็จ
สมบูรณ์แลว้ ไปทาการเก็บขอ้ มูลดว้ ยตนเอง จากกลุ่มตวั อยา่ งจานวน 30 คน รวบรวมแบบสอบถามที่
ไดม้ าทาการวเิ คราะห์ขอ้ มูล โดยใชส้ ถิติพ้ืนฐานแจกแจงความถ่ีและค่าร้อยละ และใชผ้ ลตอบแทนโดย
ใชอ้ ตั ราส่วนทางการเงิน

5.1 สรุปผลการศึกษา

จากผลวิเคราะห์ขอ้ มูล สรุปผลการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนจากการผลิตผา้ มดั ยอ้ ม
ดงั น้ี

5.1.1 ตน้ ทุนในการทาเส้ือเฉลี่ยตอ่ ตวั

25

จากผลการศึกษา พบวา่ ในการผลิตผา้ มดั ยอ้ ม มีตน้ ทุนเฉลี่ย 150 บาท ต่อเส้ือหน่ึง
ตวั ประกอบดว้ ย ค่าวตั ถุดิบ 110 บาท ต่อเส้ือหน่ึงตวั ค่าแรงงาน 20 บาท ต่อเส้ือหน่ึงตวั และ
คา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิต 20 บาท ต่อเส้ือหน่ึงตวั

5.1.2 ค่าใชจ้ ่ายท่ีประหยดั ไดจ้ ากกการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม
จากผลการเปรียบเทียบระหว่างเส้ือมัดย้อมที่ผลิตเอง กับเส้ือมัดย้อมท่ีขายตาม

ทอ้ งตลาดและหา้ งสรรพสินคา้ ทวั่ ไป ในปริมาณท่ีเท่ากนั จะประหยดั ค่าใชจ้ ่ายได้ 50 บาทต่อเส้ือหน่ึง
ตวั

5.1.3 ความพงึ พอใจของผบู้ ริโภคท่ีมีตอ่ การสนใจเส้ือมดั ยอ้ ม
ความพึงพอใจในการสนใจเส้ือมดั ยอ้ ม ในภาพรวมอยู่ในระดบั พอใจมาก และเมื่อ

พิจารณาเป็ นรายขอ้ ขอ้ ที่มีค่าเฉล่ียสูงสุด 3 อนั ดบั แรกไดแ้ ก่ ขอ้ 1 คือปัจจยั ดา้ นบุคคลและส่งเสริม
ขอ้ 2 คือปัจจยั ดา้ นราคา ขอ้ 3 คือปัจจยั ดา้ นผลิตภณั ฑ์

5.2 อภิปรายผลการศึกษา

จากการสรุปผลการศึกษา มีประเด็นสาคญั ที่ควรนามาอภิปรายผล ดงั น้ี
5.2.1 ตน้ ทุนการผลิตผา้ มดั ยอ้ มประกอบไปดว้ ย 3 ส่วนท่ีสาคญั ไดแ้ ก่ ค่าวตั ถุดิบ ร้อย
ละ 73.34 ค่าแรงงานร้อยละ 13.33 และค่าใช้จ่ายในการผลิตร้อยละ 13.33 เห็นไดว้ า่ ในการทาเส้ือ
มดั ยอ้ มมีสัดส่วนของวตั ถุดิบมากที่สุด ท้งั น้ีเน่ืองจากการเส้ือมดั ยอ้ มใชว้ ตั ถุดิบหลกั คือเส้ือและสีจาก
ธรรมชาติมากที่สุด

5.2.2 ในการผลิตเส้ือมดั ยอ้ ม พบว่า การทาเส้ือมดั ยอ้ มน้นั ตอ้ งมีผูส้ นใจเป็ นจานวนมาก
และถา้ เราจะขายเราสามารถกาหนดาคาขายไดต้ ่ากวา่ ทอ้ งตลาดและสรรพสินคา้ เพราะผลิตภณั ฑ์ของ
เรามีคุณภาพใกลเ้ คียงกบั ท่ีวางขายตามทอ้ งตลาดและห้างสรรพสินคา้ ทวั่ ไป ดงั น้นั ผจู้ ดั ทาโครงการจึง
ตดั สินใจผลิตเส้ือมดั ยอ้ มข้ึนมาเพื่อสะดวกสบายในการเลือกซ้ือและมีราคาต่ากว่าท้องตลาดและ
หา้ งสรรพสินคา้ ท้งั น้ีเพือ่ เป็นทางเลือกอีกทางหน่ึงแก่ผทู้ ี่สนใจ

26

5.3 ข้อเสนอแนะ
5.3.1 ขอ้ เสนอแนะในการศึกษาคร้ังน้ี
ในการผลิตเส้ื อมัดย้อมมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ากว่าราคาท้องตลาดและ

ห้างสรรพสินคา้ ทวั่ ไป จึงควรพิจารณาหาแนวทางการเพ่ิมประสิทธิภาพในการผลิตเพื่อให้ได้ เส้ือมดั
ยอ้ มท่ีคุณภาพและราคาท่ีไมส่ ูงจนเกินไป

5.3.2 ขอ้ เสนอแนะในการศึกษาคร้ังต่อไป
ควรศึกษาแนวทางในการพฒั นาผลิตภณั ฑเ์ ส้ือมดั ยอ้ มและทาการวิเคราะห์ตน้ ทุนเพื่อ

เป็ นทางเลือกในการประกอบอาชีพ โดยการนาแนวคิดใหม่ ๆ มาทดลองเพื่อให้ไดผ้ ลิตภณั ฑท์ ่ีแปลก
ใหม่ เช่น ทาใหม้ ีหลากหลายสีที่แตกต่างไปจากเดิม แลว้ นามาเปรียบเทียบตน้ ทุนของผลิตภณั ฑเ์ ดิม

27

บรรณานุกรม

Kapok. “วธิ ีทำเส้ือมดั ยอ้ มเองแบบง่ำยๆ”[ออนไลน์]. เขำ้ ถึงไดจ้ ำก:
https://men.kapook.com/view155245.html [สืบคน้ เม่ือวนั ที่ 16 พฤศจิกำยน 2563]

วษิ ณุ ดำทอง. “ยอ้ มผำ้ ดว้ ยสีธรรมชำติ”[ออนไลน์]. เขำ้ ถึงไดจ้ ำก:
http://kasetthaimeedee.blogspot.com/2016/10/diy.html [สืบคน้ เม่ือวนั ที่ 17 พฤศจิกำยน 2563]

นำยวอ ณ ลำดพร้ำว. “ควำมรู้เร่ืองกำรยอ้ มผำ้ ดว้ ยสีธรรมชำติ”[ออนไลน์]. เขำ้ ถึงไดจ้ ำก:
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=67764.0;wap2 [สืบคน้ เมื่อวนั ที่ 20
พฤศจิกำยน 2563]

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก

เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการศึกษา
แบบสอบถามความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั ปัจจัยทม่ี ีผลต่อคนทส่ี นใจเสื้อมัดย้อม

29

แบบสอบถามความคดิ เหน็ กบั ปัจจัยทมี่ ผี ลต่อความพอใจเสื้อมดั ย้อม

ตอนที่ 1 ขอ้ มูลเก่ียวกบั ขอ้ มูลพ้ืนฐานของผูต้ อบแทน

คาชี้แจง โปรดใหร้ ายละเอียดที่เกี่ยวกบั ตวั ท่าน โดยเขียนเคร่ืองหมาย 

ลงใน ( ) หนา้ ขอ้ ความตามความเป็นจริง

เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง

อายุ ( ) ต่ากวา่ 25 ปี ( ) 25 - 35 ปี ( ) 35 ปี ข้ึนไป

อาชีพ ( ) นกั เรียน/นกั ศึกษา ( ) ครู ( ) บุคลากร

( ) พอ่ บา้ น/แม่บา้ น ( ) อ่ืน ๆ

รายได้ ( ) ต่ากวา่ 10,000 บาท ( ) มากกวา่ 10,000 บาท

ตอนที่ 2 การประเมินความพึงพอใจ

คาชี้แจง เขียนเครื่องหมาย  ลงในช่องระดบั ความพึงพอใจตามความเป็นจริง

ระดับความพงึ พอใจ

หัวข้อประเมิน มากทสี่ ุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยทส่ี ุด
1
54 32

ปัจจัยด้านผลติ ภณั ฑ์

1. สีสันของเส้ือมดั ยอ้ ม

2. คุณภาพของเส้ือมดั ยอ้ ม

3. ความหลากหลายของขนาดเส้ือมดั ยอ้ ม

4. รูปแบบของเส้ือหมดั ยอ้ ม

ปัจจัยด้านราคา

1. ราคาเหมาะกบั คุณภาพของสินคา้

ปัจจัยด้ านบุคคลและส่ งเสริมการขาย

1. การโฆษณา ประชาสัมพนั ธ์

2. อธั ยาศยั และการใหบ้ ริการของผขู้ าย

ข้อเสนอแนะ

ภาคผนวก ข
แบบเสนอหวั ข้อและโครงการศึกษาต้นทนุ และผลตอบแทนในการทาเสื้อมัดย้อมเพ่ือจาหน่าย

31

แบบนาเสนอขออนุมตั โิ ครงการ
ชื่อสถานศึกษา วทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร

ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2563

ช่ือโครงการ การศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือหมดั ยอ้ มเพอ่ื จาหน่าย
ระยะเวลาดาเนินการ พฤศจิกายน 2563 - กมุ ภาพนั ธ์ 2564
สถานทดี่ าเนินการ วทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร
ประมาณการค่าใช้จ่าย 1,000 บาท
ผ้รู ับผดิ ชอบโครงการ 1. นางสาววจิ ิตรา สมบุญ ระดบั ปวช. 3/1 รหสั 6122011120
2. นายวรี วฒั น์ แทนจารัส ระดบั ปวช. 3/1 รหสั 6122011122
3. นางสาวสุภสั สร แกว้ เนตร ระดบั ปวช. 3/1 รหสั 6122011129

ลงช่ือ....................................................หวั หนา้ โครงการ
(นางสาววจิ ิตรา สมบุญ)
............./.........../...........

ความเห็นของครูท่ีปรึกษาโครงการ
.................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................
(นางสาวนุสรา แสงตาล)
ครูวทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร
............./.........../...........

ความเห็นของครูประจาวชิ า
.................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

ลงช่ือ...........................................
(นางสาวอรวลญั ช์ นอ้ ยสมวงษ)์
............./.........../...........

32

ชื่อโครงการ การศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือมดั ยอ้ มเพื่อจาหน่าย

หลกั การและเหตุผล

ในปัจจุบนั มีความเจริญกา้ วหน้าทางดา้ นวตั ถุอยา่ งรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองหลวงและ
เมืองใหญ่ ๆ เช่น เชียงใหม่ และ หาดใหญ่ เป็ นตน้ เราจะเห็นว่าในแต่ละเดือนจะมีการสร้างตึก
สร้างอาคาร สร้างสะพาน โครงการต่าง ๆ ความทนั สมยั ได้ออกมากมายเป็ นระยะ ๆ เช่น
แม่น้าเจา้ พระยากาลงั เน่าเสีย เน่ืองจากน้าเสียจากบา้ นเรือน จากโรงงานอุตสาหกรรม และแม่น้าพอง
ชีมูลเน่าเสีย สัตว์น้าสูญพนั ธุ์ คราบน้ามันลอยเต็มท้องทะเลอันดามัน ก๊าซพิษจากโรงงาน
ไฟฟ้าแมเ่ มาะ อากาศพิษในกรุงเทพ ฯ และอีกมากมายที่ไม่แสดงผลออกมาให้เห็นไดช้ ดั เจน แต่มนั
กาลงั เป็ นภยั เงียบทาลายสุขภาพ ทาลายส่ิงแวดล้อม และท่ีเรารับรู้เลยกบั ละเลยมนั เพราะเรายงั
ยึดติด หลงใหลอยู่กับความสะดวกสบาย สวยงาม สวยหรู ตวั อย่างหน่ึงที่จะแสดงใหเ้ ห็น
ได้ คือ ส่ิงทอเส้ือผา้ สีสวยงามที่เราสวมใส่ ที่เราใชง้ านกนั ในชีวติ ประจาวนั อุตสาหกรรมการทอผา้
การฟอกยอ้ มได้สร้างมลพิษทางน้าให้เกิดข้ึนมากมาย เริ่มดว้ ยการฟอกขาวก่อนการยอ้ มด้วย
สารประกอบคลอรีน ซ่ึงทาใหเ้ กิดสารพิษไดอ้ อกซิเจนที่เป็นอนั ตรายต่อส่ิงมีชีวติ ทาให้ทารกในครรภ์
ผดิ ปกติ การสร้างภูมิคุม้ กนั ในร่างกายผดิ ปกติ และเป็ นสารก่อให้เกิดมะเร็ง ขบวนการยอ้ มสีการ
ใช้สีสังเคราะห์ (สีเคมี) ซ่ึงเป็ นผลิตภณั ฑ์ท่ีไดม้ าจากผลิตภณั ฑ์ปิ โตรเลียมรวมท้งั ถ่านหิน และ
ประกอบโดยสารเคมีต่าง ๆ ที่ประกอบโลหะบางชนิด น้าสีที่เหลือจากขบวนการยอ้ มสีส่วนมาก
ไม่ได้รับการบาบดั ปล่อยออกมายงั แหล่งน้า และแพร่กระจายไปทวั่ สร้างปัญหามลภาวะกบั
สิ่งแวดลอ้ ม

การยอ้ มสีธรรมชาติ เป็ นการลดการใชส้ ารเคมี ที่ทาให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการ
สะสมของสารเคมี จากการยอ้ มผา้ ดว้ ยสีเคมี ที่มีกลิ่นฉุน แสบจมูก ทาให้เกิดอาการวงิ เวยี น เป็ น
โรคพิษสาแดงไม่สามารถที่จะยอ้ มต่อไปได้ จนทาให้หันกลับมายอ้ มผา้ ด้วยสีธรรมชาติ
เพราะสีธรรมชาติเป็ นสีท่ีบริ สุทธ์ิ ไม่มีพิษต่อร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ และผา้
ท่ีไดม้ ีความโดดเด่น สีไม่ตก ใส่สบาย แต่ข้นั ตอนการทายงุ่ ยากและวุน่ วาย ตอ้ งอาศยั ทกั ษะ ความ
อดทนและความพยายาม สีธรรมชาติคือสีที่สกดั ไดจ้ ากวตั ถุดิบที่มาจาก พืช สัตว์ และแร่ธาตุ
ต่าง ๆ ซ่ึงเกิดข้ึนจากกระบวนการตามธรรมชาติ แหล่งวตั ถุดิบของสีธรรมชาติสามารถหาได้
จากตน้ ไม้ ใบไม้ และจากบางส่วนของสัตวห์ ลายชนิด สามารถให้สีสันตามที่เราตอ้ งการ
และดว้ ยกรรมวิธีการผลิตท่ีแตกต่างกนั ทาให้ผลิตภณั ฑ์ที่ไดม้ ีความสวยงาม และสีสันท่ีหลากหลาย
หน่ึงในผลิตภณั ฑท์ ่ีนิยมคือ สียอ้ มผา้ แหล่งวตั ถุดิบสาหรับสียอ้ มผา้ ธรรมชาติที่นามาใชก้ นั มกั เป็ น พืช
สัตวแ์ ละ แร่ธาตุที่มีอยูใ่ นแต่ละทอ้ งถ่ิน เพื่อการนาทรัพยากรทอ้ งถิ่นมาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็ น
การถ่ายทอดภูมิปัญญาในทอ้ งถิ่น และทาเส้ือมดั ยอ้ มและนามาขายในราคาที่ไม่สูงเกินไป

33

จากปัญหาดงั กล่าว ผจู้ ดั ทามีความสนใจและมองเห็นช่องวา่ งทางธุรกิจท่ีจะทาการวิจยั เร่ือง
การศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาเส้ือมดั ยอ้ ม เพ่ือตอบสนองความตอ้ งการของผูบ้ ริโภค
ดงั น้ันการศึกษาในคร้ังน้ีจึงมุ่งหวงั ที่จะศึกษาความเป็ นไปได้ของโครงการ เป็ นแนวทางในการ
วางแผนกลยทุ ธ์ิการตลาดใหเ้ หมาะสม ความพึงพอใจและพฤติกรรมของผบู้ ริโภค การศึกษาในคร้ังน้ี
จะใหค้ วามสาคญั กบั ปัจจยั เหล่าน้ีเป็นหลกั เพราะอาจเป็นปัจจยั สาคญั ที่จะทาให้ผบู้ ริโภคตดั สินใจซ้ือ
สินคา้ อีกดว้ ย

วตั ถุประสงค์

1. เพ่อื สร้างผลิตภณั ฑผ์ า้ มดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ
2. เพ่อื ศึกษาความคิดเห็นเก่ียวกบั ผลิตภณั ฑผ์ า้ มดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ
3. เพื่อศึกษาตน้ ทุนในการทาเส้ือมนั ยอ้ ม

เป้าหมาย

1. ประชากรกลุ่มตวั อยา่ ง
1.1 ประชากรที่ใชใ้ นการศึกษา ไดแ้ ก่ บุคลากรในวทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร

จานวน 205 คน
1.2 กลุ่มตวั อยา่ งที่ใชใ้ นการศึกษา บุคลากรวทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตร จานวน 30 คน

กาหนดใหเ้ ป็นกลุ่มตวั อยา่ ง
2. สถานท่ีดาเนินการ วทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร อ.เมือง จ.พจิ ิตร
3. วธิ ีดาเนินการศึกษา
การศึกษาคร้ังน้ีเป็นการศึกษาเชิงปฏิบตั ิ (Practical information) ใชข้ อ้ มูล 2 ลกั ษณะคือ
3.1 ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ เป็ นการรวบรวมขอ้ มูล เพ่ืออธิบายสภาพทว่ั ไปทางเศรษฐกิจ

และสงั คมโดยใชว้ ธิ ีการคน้ ควา้ หาขอ้ มูล และการใชเ้ อกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง
3.2 ขอ้ มูลเชิงปริมาณ เป็ นการรวบรวมขอ้ มูลค่าใชจ้ ่ายที่เกี่ยวขอ้ งกบั การผลิตและการ

ทาเส้ือมดั ยอ้ ม

34

กิจกรรม* เดือน พ.ย. เดือน ธ.ค. เดือน ม.ค. เดือน ก.พ.
หมายเหตุ
1.
2. 1234123412341234
3.
4.
5.
6.
7.

*กจิ กรรม

1. เสนอหวั ขอ้ โครงการและจดั ทาแบบนาเสนอขออนุมตั ิโครงการ
2. ศึกษาขอ้ มูลข้นั ตอนการผลิตเส้ือมดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ
3. ทาการทดลดลองวธิ ีการทาผา้ มดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ
4. ทาการผลิตเส้ือมดั ยอ้ มเพ่ือจาหน่าย
5. ทาการจาหน่ายเส้ือมดั ยอ้ มใหแ้ ก่กลุ่มบุคลากรวทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตรที่สนใจ
6. สรุปผลของการดาเนินงาน
7. จดั ทารายงานเพอื่ นาเสนอครูผสู้ อนและครูท่ีปรึกษาโครงการ

ระยะเวลาดาเนินการ

16 พฤศจิกายน 2563 - 28 กมุ ภาพนั ธ์ 2564

35

งบประมาณ 500 บาท
150 บาท
1. คา่ วตั ถุดิบ 350 บาท
2. คา่ อุปกรณ์ 1,000 บาท
3. คา่ เอกสารรูปเล่ม
รวม

ผลทคี่ าดว่าจะได้รับ

1. ทาใหท้ ราบตน้ ทุนของผลิตภณั ฑ์เส้ือมดั ยอ้ ม
2. ทาใหไ้ ดร้ ู้เก่ียวกบั การผสมสี เพือ่ มาทาผา้ มดั ยอ้ ม
3. ทาใหไ้ ดค้ วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั วธิ ีการทาเส้ือมดั ยอ้ มท่ีถูกตอ้ ง
4. สามารถนาไปผลิตเองและประกอบอาชีพได้

ปัญหาและอุปสรรคทคี่ าดว่าจะเกดิ ขนึ้

สีที่สกดั จากธรรมชาติอาจจะติดเน้ือผา้ นอ้ ยกวา่ สียอ้ มผา้

ผ้รู ับผดิ ชอบโครงการ

1. นางสาววจิ ิตรา สมบุญ ระดบั ปวช. 3/1 รหสั 6122011120
2. นายวรี วฒั น์ แทนจารัส ระดบั ปวช. 3/1 รหสั 6122011122
3. นางสาวสุภสั สร แกว้ เนตร ระดบั ปวช. 3/1 รหสั 6122011129

ภาคผนวก ค

แสดงภาพการข้นั ตอนการผลติ เสื้อมดั ย้อม และการลงพืน้ ทเ่ี กบ็ ข้อมูลความคิดเหน็
เกยี่ วกบั ปัจจัยทมี่ ผี ลต่อการผลติ เสื้อมดั ย้อม

37
ภาพที่ 2 ภาพวตั ถุดิบในการทาสีธรรมชาติ
ภาพท่ี 3 นาขมิน้ มาปลอกเปื อกและหนั่ ใหเ้ ป็นชิ้น

38
ภาพท่ี 4 นาปี บไปใส่น้าปล่าวแลละนามาต้งั ไฟใส่ขมิ้นใหเ้ รียบร้อยตม้ ไวป้ ระมาณ 15 นาที

ภาพท่ี 5 นามากรองกบั ผา้ ขาวบาง

39
ภาพท่ี 6 ทิ้งไวใ้ หพ้ ออุ่นแลว้ นามากรอกลงขวดหรือภาชนะท่ีใชใ้ นการลงสีผา้

ภาพที่ 7 มว้ นผา้ ใหเ้ ป็ นรูปทรงตามท่ีตอ้ งการ

40
ภาพที่ 8 นายางวงมารัดใหอ้ ยทู่ รง
ภาพที่ 9 นาสีธรรมชาติท่ีตม้ ไวม้ าลงสีที่เส้ือสีขาว

41
ภาพที่ 10 นาเส้ือท่ีลงสีเรียบร้อยแลว้ มาแช่กบั น้าแขง็ 5 นาทีเพ่อื ใหส้ ีเกาะ

ภาพท่ี 11 นามาตากแดดใหแ้ หง้


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Statistik Daerah Kota Semarang 2019
Next Book
Statistik Daerah Kota Semarang 2020