วรรณคดีอยุธยาตอนต้น
๑.ลิลิตโองการแช่งน้ำ
เริ่มต้นด้วยการสรรเสริญพระนารายณ์พระ
อิศวร และพระพรหม ต่อจากนั้นกล่าวถึงไฟไหม้โลก
แล้วพระพรหมสร้างโลกใหม่ เกิดมนุษย์ พระอาทิตย์
พระจันทร์ การกำหนดวัน เดือน ปี และการเริ่มมีพระ
ราชาธิบดีในหมู่คน กล่าวอ้อนวอนในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรือง
อำนาจ มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เทพยดา อสูร
ภูตผีปีศาจ มาลงโทษต่อผู้คิดคดกบฏต่อพระเจ้าแผ่น
ดิน ส่วนผู้ที่ซื่อสัตย์จงรักภักดี ขอให้มีความสุข มีลาภยศ
ตอนจบเป็นร่ายเชิดชูพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน
ผู้แต่ง : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา
ดำรงราชานุภาพ
จุดมุ่งหมาย : ใช้อ่านในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัต
ยาหรือพระราชพิธีศรีสัจจปานกาลเพื่อแสดงความจงรัก
ภักดี
๑.ลิลิตโองการแช่งน้ำ
ลักษณะคำประพันธ์ : แต่งด้วยลิลิต คือ มีร่ายกับ
โคลงสลับกัน ร่ายเป็นร่ายดั้นโบราณ โคลงเป็น
โคลงแบบโคลงห้าหรือมณฑกคติ ภาษาที่ใช้เป็นคำ
ไทยโบราณ คำเขมร และคำบาลีสันสกฤตปะปนอยู่
ข้อคิดที่ได้ : สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของพระมหา
กษัตริย์ในสมัยโบราณในการที่จะพิทักษ์พระราชอำนาจ
และเป็นวรรณกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือทางการ
เมืองเพื่อมุ่งให้ผู้ถือน้ำเกิดความเกรงกลัวและยึดมั่นในคำ
สัตย์สาบานของตน
๒.ลิลิตยวนพ่าย
ลิลิตยวนพ่ายจะกล่าวถึงพระราชประวัติของสมเด็จ
พระบรมไตรโลกนาถ โดยเริ่มจากการกล่าวนมัสการพระพุทธเจ้าและ
ยกหัวข้อธรรมะเพื่อสรรเสริญสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แล้วจึงเริ่ม
กล่าวถึงพระราชประวัติของพระองค์ตั้งแต่ประสูติจนกระทั่งเสด็จขึ้น
ครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมา เจ้าเมือง
พิษณุโลกเอาใจออกห่างกรุงศรีอยุธยาโดยหันไปติดต่อกับพระเจ้าติ
โลกราช พระองค์จึงทรงยกทัพไปขึ้นไปตีและปราบปรามมาจนสงบและ
เสด็จประทับที่เมืองพิษณุโลก
ต่อมา จึงกล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าติโลกราชเสียพระจริตประหาร
หนานบุญเรือง ราชบุตรและหมื่นดังนคร เจ้าเมืองเชียงชื่น เป็นเหตุให้
ภรรยาของหมื่นดังนครไม่พอใจและส่งสารมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
ของสมเด็จสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระองค์จึงยกทัพไปช่วยจน
เกิดสงครามระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าติโลกราช
ทรงยกทัพมาป้องกันเมืองเชียงชื่น เสร็จแล้วเสด็จกลับไปรักษาเมือง
เชียงใหม่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงกรีธาทัพหลวงขึ้นไปรบตี
เชียงใหม่พ่ายไปได้เมืองเชียงชื่น ตอนสุดท้ายเป็นการยอพระเกียรติ
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถอีกครั้งหนึ่ง
๒.ลิลิตยวนพ่าย
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง แต่สันนิษฐานว่า แต่งขึ้น
ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2
ลักษณะคำประพันธ์ : ลิลิต
จุดมุ่งหมาย : เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรม
ไตรโลกนาถ
ข้อคิดที่ได้ : แผ่นดินไทยต้องผ่านการทำแผ่นดินไทยต้อง
ผ่านการทำศึกสงครามอย่างมากมายกว่าที่จะมารวมกันเป็น
ปึกแผ่นอย่างปัจจุบันนี้
๓.ลิลิตพระลอ
เมืองสรวงและเมืองสรองเป็นศัตรูกัน พระลอกษัตริย์
เมืองสรวงทรงพระสิริโฉมยิ่งนัก จนเป็นที่ต้องพระทัยพระเพื่อน
พระแพงราชธิดาของท้าวพิชัยพิษณุกรกษัตริย์แห่งเมืองสรอง
นางรื่นนางโรยพระพี่เลี้ยงได้ขอให้ปูเจ้าสมิงพรายช่วยทำเสน่ห์
ให้พระลอเสด็จมาเมืองสรวง เมื่อพระลอต้องเสน่ห์ได้ตรัสลา
พระนางบุญเหลือพระราชมารดา และนางลักษณวดีมเหสี เสด็จ
ไปเมืองสรองพร้อมกับนายแก้งนางขวัญพระพี่เลี้ยง
พระลอทรงเสี่ยวน้ำที่แม่น้ำกาหลง ถึงแม้จะปรากฏ
รางร้ายก็ทรงผืนพระทัยเสด็จต่อไป ไก่ผีของปูเจ้าสมิงพรายล่อ
พระลอกับนายขวัญและนายแก้วไปจนถึงสวนหลวง นางรื่นนาง
โรยออกอุบายลอบนำพระลอกับนายแก้วและนายขวัญไปไว้ใน
ตำหนักของพระเพื่อนพระแพง
ท้าวพิชัยพิษณุกรทรงทราบเรื่องก็ทรงพระเมตตารับสั่ง
จะจัดการอภิเษกพระลอกับพระเพื่อนและพระแพงให้ แต่
พระเจ้าย่าเลี้ยงของพระเพื่อนพระแพงยังทรงพยาบาลพระลอ
อ้างรับสั่งท้าวพิชัยพิษณุกรตรัสสั่งใช้ให้ทหารไปรุมจับพระลอ
พระเพื่อนพระอพงและพระพี่เลี้ยงทั้งสี่ช่วยกันต่อสู้จนสิ้นชีวิต
ทั้งหมดท้าวพิชัยพิษณุกรทรงพระพิโรธพระเจ้าย่าและทหาร
รับสั่งให้ประหารชีวิตทุกคน พระนางบุญเหลือทรงส่งทูตมาร่วม
งานพระศพกษัตริย์สาม ในที่สุดเมืองสรวงและเมืองสรองกัล
เป็นไมตรีต่อกัน
๓.ลิลิตพระลอ
ผู้แต่ง : รัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2
ลักษณะคำประพันธ์ : ลิลิตสุภาพ
จุดมุ่งหมาย : แต่งถวายพระเจ้าแผ่นดิน เพื่อให้เป็นที่
สำราญหฤทัย
ข้อคิดที่ได้ : สะท้อนให้เห็นความรักชาติความเสียสละ
ความกล้าหาญของบรรพบุรุษซึ่งคนไทยควรภาคภูมิใจและ
แสดง ให้เห็นถึงแผ่นดินไทยต้องผ่านการทำสื่อ ให้เห็นถึง
แผ่นดินไทยต้องผ่านการทำศึกสงครามอย่างมากมายกว่าที่
จะมารวมกันเป็นปึกแผ่นอย่างปัจจุบัน
๔.โคลงกำสรวล
เริ่มด้วยร่ายสดุดีกรุงศรีอยุธยาว่ารุ่งเรืองงดงาม
เป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนา ราษฎร์สมบูรณ์พูนสุข ต่อ
จากนั้นกล่าวถึงการที่ต้องจากนาง แสดงความห่วงใย ไม่
แน่ใจว่าควรจะฝากนางไว้กับผู้ใดเดินทางผ่านตำบลหนึ่ง ๆ
ก็รำพันเปรียบเทียบชื่อตำบลเข้ากับความอาลัยที่มีต่อนาง
ตำลบที่ผ่าน เช่น บางกะจะ เกาะเรียน ด่านขนอน บางทร
นาง บางขดาน ย่านขวาง ราชคราม ทุ่งพญาเมือง ละเท เชิง
ราก นอกจากนี้ได้นำบุคคลในวรรณคดีมาเปรียบเทียบกับ
เหตุการณ์ในชีวิตของตน เกิดความทุกข์ระทมที่ยังไม่พบได้
นางอีกอย่างบุคคลในวรรณคดีเหล่านั้น โดยกล่าวถึง
พระรามกับนางสีดา พระสูตรธนู(สุธนู)กับนางจิราประภา
และพระสมุทรโฆษกกับนางพิษทุมดีว่าต่างได้อยู่ร่วมกันอีก
ภายหลังที่ต้องจากกันชั่วเวลาหนึ่ง การพรรณนาสถานที่สิ้น
สุดลงโดยที่ไม่ถึงนครศรีธรรมราช
๔.โคลงกำสรวล
ผู้แต่ง : พระสนมศรีจุฬาลักษณ์
ลักษณะคำประพันธ์ :โคลงตั้งบาทกุญชร บทแรกเป็นร่าย
ดั้น มีร่าย ๑ บท โคลงดั้น ๑๒
จุดมุ่งหมาย : เพื่อแสดงความอาลัยคนรัก ซึ่งผู้แต่งต้องจาก
ไป
ข้อคิดที่ได้ : แสดงให้เห็นว่าความรักนั้นสำคัญแค่ไหน
๕.โคลงทวาทศมาศ
โคลงเรื่องนี้ได้ชื่อว่าทวาทศมาส เพราะ
พรรณนาถึงความรักความอาลัยรัก และพิธีกรรมต่าง ๆ
ในรอบสิบเดือน ทวาทศมาสแปลว่าสิบสองเดือน ตอน
ต้นสรรเสริญเทพเจ้า และพระเจ้าแผ่นดิน ชมความ
งามของนางที่ต้องจากมา กล่าวถึงบุคคลในวรรณคดี
เช่น พระอนิรุทธ์ พระสมุทรโฆษ พระสุธนู พระสูตร
ธนู แล้วแสดงความน้อยใจที่ตนไม่อาจไปอยู่ร่วมกับนาง
อีกอย่างบุคคลเหล่านั้น ตอนต่อไปนำเหตุการณ์ต่าง ๆ
และลมฟ้าอากาศในรอบปีหนึ่งๆ ตั้งแต่เดือน ๕ ถึง
เดือน ๔ มาพรรณนา เดือนใดมีพิธีอะไรก็นำมากล่าวไว้
ละเอียดละออ เช่น เดือนสิบเอ็ดมีพิธีอาศวยุช เดือนสิบ
สองมีพิธีจองเปรียงลอยพระประทีป เดือนยี่ประกอบ
พิธีตรียัมปวาย และเดือนสี่กระทำพิธีตรุษ เป็นต้น ต่อ
จากนั้นถามข่าวคราวของนางจาก ปี เดือน วัน และยาม
ขอพระเทพเจ้าให้ได้พบนาง ตอนสุดท้ายกล่าว
สรรเสริญพระบารมีพระเจ้าแผ่นดิน
๕.โคลงทวาทศมาศ
ผู้แต่ง : พระเยาวราช ขุนพรมมนตรี ขุนกวีราช ขุนสาร
ประเสริฐ
ลักษณะคำประพันธ์ :โคลงดั้นวิริธมาลี
จุดมุ่งหมาย : มีผู้สันนิษฐานว่าคงแต่งขึ้นเพื่อ
เฉลิมพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน มิได้จากนางจริงโดย
สมมติเหตุการณ์ขึ้น
ข้อคิดที่ได้ : ให้ความรู้เกี่ยวกับขนบประเพณี และสภาพ
ความเป็นอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาอย่างละเอียดแจ่มแจ้ง
โดยบรรยายสภาพดินฟ้าอากาศและกิจพิธีต่าง ๆ ในแต่ละ
เดือน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงวรรณคดีเรื่องอื่นๆ เช่น
รามเกียรติ์ อนิรุทธ์ สมุทรโฆษ สุธน สูธนู เป็นต้น
๖.โคลงหริภุญชัย
เริ่มบทบูชาพระรัตนตรัย บอกวันเวลาที่แต่ง แล้ว
กล่าวถึงการที่ต้องจากนางที่เชียงใหม่ไปบูชาพระธาตุหริ
ภุญชัยที่เมืองหริภุญชัย (ลำพูน) ก่อนออกเดินทางได้
นมัสการลาพระพุทธสิหิงค์ ณ วัดพระสิงห์ ผ่านวัดทุงยู วัด
ศรีเกิด วัดผาเกียร (ชัยพระเกียรติ) วัดอูปแป้น ขอพรพระ
มังราชหรือพระมังรายซึ่งสถิต ณ ศาลเทพารักษ์ ผ่านหอ
พระแก้ว (กุฏาราม) นมัสการลาพระแก้วมรกต ณ วัดเจดีย์
หลวง ผ่านวัดช่างแต้ม วัดเจ็ดลิน วัดเสฏฐา (วัดเชษฐา) วัด
ฟ่อนสร้อย วัดเชียงสง ออกประตูเชียงใหม่ ผ่านวัดศรีมหา
ทวาร (วัดเชียงของ) วัดพันงอม วัดเถียงเส่า วัดกุฎีคำ (วัด
ธาตุคำ) วัดน่างรั้ว ออกประตูขัวก้อม ขึ้นขบวนเกวียน ผ่าน
วัดกู่คำหลวง (วัดเจดีย์เหลี่ยม) วัดพระนอนป้านปิง (วัด
พระนอนหนองผึ้ง) วัดยางหนุ่ม (วัดกองทราย) หยุดพัก
นอนที่กาดต้นไร (ตลาดต้นไทร) 1 คืน เมื่อเดินทางพบสิ่ง
ใดหรือตำบลใดก็พรรณนาคร่ำครวญรำพันรักไปตลอด
ทางจนถึงเมืองหริภุญชัย ได้นมัสการพระธาตุหริภุญชัยสม
ความตั้งใจ บรรยายพระธาตุ งานสมโภชพระธาตุ ก่อน
แวะไปนมัสการพระที่วัดพระยืน ตอนสุดท้ายลาพระธาตุ
กลับเชียงใหม่
๖.โคลงหริภุญชัย
ผู้แต่ง : สันนิษฐานทีผู้แต่งคนหนึ่ง อาจชื่อทิพแต่งไว้เป็น
ภาษาไทยเหนือ ต่อมามีผู้ถอดออกมาเป็นภาษาไทยกลาง
อีกตอนหนึ่ง
ลักษณะคำประพันธ์ : เดิมแต่งไว้เป็นโคลงไทยเหนือ ต่อ
มามีผู้ถอดเป็นโคลงสุภาพ
จุดมุ่งหมาย : ผู้แต่งมีความมุ่งหมายเพื่อบรรยายความรู้สึกที่
ต้องจากหญิงรักไปนมัสการพระธาตุหริภญชัย ที่เมืองหริ
ภุญชัย(ลำพูน)ก่อนออกเดินทางไปนมัสการลาพระพุทธสิ
หิงค์ขอพระพระมังราชหรือ พระมังรายซึ่งสถิต ณ ศาลา
เทพารักษ์ นมัสการลาพระแก้วมรกต เมื่อเดินทางพบสิ่ง
ใดหรือตำบลใดก็พรรณนาคร่ำครวญรำพันรักไปตลอด
จนถึงเมืองหริภุญชัยได้นมัสการพระธาตุ สมความตั้งใจ
บรรยายพระธาตุ งานสมโภชพระธาตุ ตอนสุดท้ายลาพระ
ธาตุกลับเชียงใหม่
ข้อคิดที่ได้ : หลักฐานยืนยันถึงที่ตั้งปูชนียสถาน และ
โบราณวัตถุที่เชียงใหม่และลำพูน กล่าวถึงการเล่นมหรสพ
ต่างๆ ในสมัยโบราณ และวรรณคดีเรื่องอื่น ๆ เช่น สุธนู
สมุทรโฆษ พระรถเมรี เป็นต้น
๗.มหาชาติคำหลวง
แบ่งออกเป็น ๑๓ ตอน ซึ่งเรียกว่ากัณฑ์ดังนี้
กัณฑ์ทศพร เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วเสด็จไป
เทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร ต่อจากนั้นเสด็จไปโปรด
พุทธบิดา และพระประยูรญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ เกิดฝนโบก
ขพรรษ พระสงฆ์สาวกกราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดง
เรื่องพระเวสสันชาดก เริ่มตั้งแต่เมื่อกัปที่ ๙๘ นับเป็นแต่
ปัจจุบัน พระนางผุสดีซึ่งจะทรงเป็นพระมารดาของพระ
เวสสันดร ทรงอธิฐานขอเป็นมารดาของผู้มีใจบุญ จบลง
ตอนพระนางได้รับพระ ๑๐ ประการจากพระอินทร์
กัณฑ์หิมพานต์ พระเวสสันดรทรงเป็นพระราชโอรส
ของพระเจ้าสัญญชัยกับพระนาวผุสดี แห่งแคว้นสีวีราษฎร์
ประสูติตรอกพ่อค้า เมื่อพระเวสสันดรได้เวนราชสมบัติ
จากพระมารดา ได้พระราชทานช้างปัจจัยนาคแก่กษัตริย์
แห่งแคว้นกลิงรางราษฎร์ ประชาชนไม่พอใจ พระ
เวสสันดรจึงถูกเนรเทศไปอยู่ป่าหิมพานต์
กัณฑ์ทานกัณฑ์ ก่อนเสด็จไปอยู่ป่า พระเวสสันดรได้
พระราชทานสัตตดกทาน คือ ช้าง ม้า รถ ทาสชาย ทาส
หญิง โคนม และนางสนม อย่าง ๗๐๐
๗.มหาชาติคำหลวง
กัณฑ์วนประเวสน์ พระเวสสันดรทรงพาพระนางมัทรีพระ
ชายา พระชาลีและพระกันหาพระโอรสพระธิดา เสด็จจาก
เมืองผ่านแคว้นเจตราษฏร์จนเสด็จถึงเขาวงกตในป่า
หิมพานต์
กัณฑ์ชูชก ชูชกพราหมณ์ขอทานได้นางอมิตดาเป็น
ภรรยา นางใช้ให้ไปขอสองกุมาร ชูชกเดินทางไปสืบข่าวใน
แคว้นสีวีราษฏร์ สามารถหลบหลีกการทำร้ายของชาวเมือง
พบเจตบุตร ลวงเจตบุตร ให้บอกทางไปยังเขาวงกต
กัณฑ์จุลพน ชูชกเดินทางผ่านป่าตามเส้นทางตามที่
เจตบุตรแนะจนถึงทีอยู่ของอัจจุตฤษี
กัณฑ์มหาพน ชูชกลวงอัจจุจฤษี ให้บอกทางผ่านป่า
ใหญ่ไปยังที่ประทับของพระเวสสันดร
กัณฑ์กุมาร ชูชกทูลขอสองกุมาร ทุบตีสองกุมาร
เฉพาะพรพักตร์พระเวสสันดร แล้วพาออกเดินทาง
กัณฑ์มัทรี พระนางมัทรีเสด็จกลับมาจากหาผลไม้ที่ป่า
ออกติดตามสองกุมารตลอกคืน จนถึงทางวิสัญญีเฉพาะ
พระพักตร์พระเวสสันดร เมื่อทรงพื้นแล้ว พระเวสสันดร
เล่าความจริงเกี่ยวกับสองกุมาร พระนางทรงอนุโมทนาด้วย
๗.มหาชาติคำหลวง
กัณฑ์สักกบรรพ พระอินทร์ทรงเกรงว่าจะผู้ที่มาพระนางมัท
รีไปเสีย ทรงเปลงเป็นพราหมณ์ชรามาทูลของพระนางมัทรี
แล้วฝากไว้ที่พระเวสสันดร
กัณฑ์มหาราช ชูชกเดินทางเข้าแคว้นสีวีราษฎร์ พระ
เจ้าสญชัยทรงไถ่สองกุมาร ชูชกได้รับพระราชทานเลี้ยง
และถึงแก่กรรมด้วยการบริโภคอาหารมากเกินควร
กัณฑ์ฉกษัตริย์ พระเจ้าสัญญชัย พระนางผุสดี พระชา
ลี และพระกันหาเสด็จไปทูลเชิญพระเวสสันดรและพระนา
งมัทรีกลับ เมื่อกษัตริย์หกพระองค์ ทรงพบกัน ก็ทรงวิสัญญี
ต่อฝนโบกขพรรษตก จึงทรงฟื้นขึ้น
กัณฑ์นครกัณฑ์ กษัตริย์ทั้งหกพระองค์เสด็จกลับ
พระนคร พระเวสสันดรได้ครองราชย์ดังเดิม บ้านเมือง
สมบูรณ์พูนสุข
๗.มหาชาติคำหลวง
ผู้แต่ง : สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดฯ ให้นัก
ปราชญ์ราชบัณฑิตช่วยกันแต่ง
ลักษณะคำประพันธ์ : แต่งด้วยคำประพันธ์หลายอย่าง คือ
โคลง ร่าง กาพย์ และฉันท์ มีภาษาบาลี แทรกตลอดเรื่อง
มหาชาติคำหลวงเรื่องนี้เป็นหนังสือประเภทคำหลวง
จุดมุ่งหมาย : เพื่อใช้อ่านหรือสวดในวันสำคัญทางศาสนา
เช่น วันเข้าพรรษา และอาจเรียกรอยตามพระพุทธธรรม
ราชาลิไท ซึ่งพระราชนิพนธ์เรื่องไตรภูมิพระเรื่อง
ข้อคิดที่ได้ : แสดงถึงความเลื่อมใสในพุทธศาสนา และ
ความเชื่อในบุญกุสลที่เกิดจากฟังเทศน์เรื่องมหาชาติของ
คนไทยสืบต่อมาจากสุโขทัย นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่า
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถมีพระราชศรัทธาในพระพุทธ
ศาสนาอย่างยิ่ง การโปรดเกล้าฯให้ประชุมนักปราชญ์ราช
บัณฑิตแต่งมหาชาติคำหลวง ก็เทียบได้พญาลิไททรงพระ
ราชนิพนธ์ไตรภูมิพระร่วง
ผู้จัดทำ
นาย จีระศักดิ์ บัณฑิต เลขที่ 13
นาย ธนดล สุขเสริม เลขที่ 14
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑๓