เค้าโครงงานวิจัยในชน้ั เรยี น
ชือ่ ผู้วิจัย นางสาวรันยา คงอนนั ตท์ รพั ย์ โรงเรยี นวดั ไทรใหญ่(นนททวิ ากรราษฎร์บำรงุ )
สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช่วงชั้น 3
ชอื่ เร่ือง การแก้ปญั หาการไม่ส่งงานวชิ าสงั คมศกึ ษาของเดก็ ชายจกั รนิ ทร์วชั ร์ จารุประสิทธ์ิ
สภาพปัญหา จากการศกึ ษานกั เรยี นท่ไี มส่ ่งงานวิชาสังคมศึกษา พบว่าเดก็ ชายอานนั ท์ไมส่ ่งงานบอ่ ยทสี่ ดุ
จึงนำมาเป็นปญั หาในการวิจยั พบปัญหา คอื
1. นกั เรียนไม่เขา้ ใจในบทเรียน
2. ไม่ไดร้ บั การเอาใจใสเ่ ทา่ ท่คี วร
3. มีสตปิ ญั ญาช้า
4. มีลักษณะนสิ ัยท่เี งยี บ และไมค่ ่อยพูดจา
ทางเลือกท่คี าดวา่ จะแกป้ ัญหา
1. จูงใจใหเ้ ห็นความสำคัญในการสง่ งานในทุกรายวชิ า
2. สร้างแรงเสริมให้เด็กชายจักรนิ ทร์วชั ร์มีเจตคติทด่ี ีต่อการเรยี น
3. ให้เดก็ ชายจักรินทรว์ ชั ร์ฝึกทกั ษะในกระบวนการทำงานใหม้ คี วามเขา้ ใจทดี่ ี
4. พูดคุยกบั เดก็ ชายจกั รินทรว์ ชั ร์ เสมือนเปน็ บุตรของตนเองด้วยความรักและเอาใจใส่
จดุ ประสงคก์ ารวจิ ัย
เพอื่ แก้ปญั หาการไมส่ ง่ งานวชิ าสงั คมศกึ ษาของเด็กชายเดก็ ชายจักรินทรว์ ชั ร์
ระยะเวลาในการดำเนินงาน
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
ขัน้ ตอนการดำเนินงาน
1. ลกั ษณะปญั หาเด็กชายเด็กชายจักรินทรว์ ชั ร์ไมส่ ่งงานวชิ าสงั คมศกึ ษาเสมอ เพราะ
ไมเ่ ข้าใจในเนอื้ หาท่ีเรยี น และคิดวา่ การศึกษาความรรู้ อบตวั สำหรบั การนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวันเปน็ ส่งิ ท่ยี ากมากสำหรบั เขามาแตเ่ ดิม พรอ้ มทงั้ ไมไ่ ด้รับการเอาใจใส่
เทา่ ที่ควร
2. วิธีแกไ้ ข
2.1 ครเู รยี กเด็กชายจักรินทรว์ ชั รม์ าสอบถามและบอกวธิ ีท่ีจะรว่ มมือกับครู เพ่อื พฒั นา
ตนเองและมีงานส่งตรงเวลา
2.2 ครเู รียกเด็กชายจกั รนิ ทรว์ ชั รม์ าพบในทา้ ยชวั่ โมงเรยี นและทบทวนเนื้อหาให้เล็กนอ้ ย
พร้อมทัง้ ชแ้ี จง อธิบายแบบฝกึ หัดใหเ้ ขา้ ใจ
2.3 ในช่ัวโมงเรยี นพเิ ศษจะพดู คยุ กับเดก็ ชายจกั รินทรว์ ัชร์และดูเขาทำการบ้านทุกครง้ั
ท่ีเขามีการบา้ น และคอยเปน็ ท่ีปรกึ ษาให้เสมอ
ประกาศคุณปู การ
การศึกษางานวิจยั ในครง้ั น้ี สำเรจ็ ได้เพราะได้รับความช่วยเหลอื จากคุณครูสิริพร จันทร์แก้ว
ที่ได้ให้คำแนะนำของการทำงาน พร้อมทั้งตรวจสอบการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ เป็นอย่างดี
จนงานนีส้ ำเร็จลุล่วงอยา่ งสมบรู ณ์ จงึ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสน้ี
ขอขอบพระคุณนายวิมล บรรณะทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดไทรใหญ่(นนททิวากร
ราษฎร์บำรุง) นายไพรัตน์ รปู เล็ก และนางสายฝน เรืองมี รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดไทรใหญ่
(นนททิวากรราษฎร์บำรุง) ท่ีเป็นผู้ชี้แนะแนวทางและเปิดโอกาสให้คุณครูทุกท่านแสดงศักยภาพ
ของตนในการแก้ไขปญั หาของนักเรียนในครัง้ นี้
นางสาวรันยา คงอนนั ตท์ รพั ย์
ผู้วจิ ัย
บทคดั ย่อ
การศึกษาวิจัยในครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียนที่มีเจตคติ
ต่อวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ในภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โดยการสังเกต
และสรา้ งแรงเสริม และความคนุ้ เคยกับผเู้ รยี นใหม้ เี จตคตทิ ่ดี ีตอ่ วิชาสงั คมศึกษา
ผลการศึกษาปรากฏว่านักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนะรรม
และทำการสง่ งานของตนเองไดต้ รงตามกำหนดเวลามากขึ้น
รายงานการวิจัยในชน้ั เรยี น
ผจู้ ดั ทำ นางสาวรนั ยา คงอนนั ตท์ รัพย์
ชอื่ เร่ือง การแกป้ ัญหาการไมส่ ง่ งานวิชาสังคมศึกษาของเด็กชายจกั รินทร์วชั ร์ จารปุ ระสทิ ธ์ิ
ปญั หาและสาเหตุ
การศึกษามีความจำเป็นต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันจึงต้องมีการฝึกทักษะ และนำผลงาน
ของตนส่งครูผู้สอนในรายวิชาน้ัน ๆ เพื่อตรวจความถูกต้องอันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพให้ดีข้ึนจนสามารถ
นำไปใช้ในชีวิตประจำวันไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
จากการสอนวิชาสังคมศึกษา พบว่าเด็กชายจักรินทร์วัชร์ จารุประสิทธิ์ นักเรียนช้ันป.5/2
ไม่ส่งงานวิชาสังคมศึกษา เพราะด้วยสาเหตุท่ีมีเจตคติท่ีไม่ดีต่อวิชาสังคมศึกษาแต่เดิม จากการสอบถามพบว่า
เด็กชายจักรินทร์วัชร์ไม่เข้าใจ ในบทเรียน และครูสอนแล้วไม่เข้าใจ ไม่กล้าถามครูผู้สอนจึงปล่อยให้เป็นเช่นนี้
เรื่อยมา จนไม่สนใจวิชาสังคมศึกษานอกจากนี้ยังไม่ได้รับการดูแล การเอาใจใส่จากผู้ปกครองในเรื่องของ
การทำการบ้านในรายวชิ าอืน่ ๆ
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อแก้ปัญหาการไม่ส่งงานวิชาสังคมศึกษาของเด็กชายจักรินทร์วัชร์ จารุประสิทธ์ิ และ
การสรา้ งเจตคติท่ดี ตี อ่ การเรียนวิชาสังคมศกึ ษา
วิธดี ำเนนิ งานแกไ้ ข
1. ครสู นทนากับเด็กชายจกั รินทร์วชั ร์ถึงสาเหตสุ าเหตขุ องการไมส่ ่งงานวิชาสังคมศกึ ษา พบว่า
มเี จตคตทิ ไี่ ม่ดตี ่อวิชาสงั คมศึกษามาแต่เดมิ
จากการศึกษาพบพื้นฐานของเด็กชายจักรินทร์วชั ร์ เป็นนักเรียนท่ีเงียบเฉยไม่พดู จา เน่ืองจาก
เด็กไม่อยู่กับบิดา มารดา อย่างพรอ้ มหน้ามาต้ังแต่เล็ก และอาศัยอยู่กับมารดาทม่ี ีอาชีพรับจ้างท่ัวไป ระหว่าง
ท่ีเรียนอยู่ชั้นป.5/2 เทอมแรกจะนิ่งเฉยไม่พูดจาเม่ือซักถามจะตอบน้อยมากหรือบางครั้งจะไม่พูดกับครูเลย
เมื่อเขา้ หอ้ งจะเฉยเมย เหมอื นไม่เตม็ ใจเรยี น ทำงานไม่เสร็จ เปน็ เหตุให้เกดิ ความเบ่อื หนา่ ย ทำให้ไม่อยากเรียน
ประกอบกบั มารดาไม่ไดต้ รวจเชค็ การบา้ นของนกั เรียนเป็นประจำ จึงคดิ วา่ ไม่มผี ลอะไรถ้าไม่ทำงานสง่
2. ครสู ร้างความเข้าใจและบอกวา่ หากไมเ่ ขา้ ใจบทเรียนไหนให้ถามได้โดยไม่ต้องกลวั ถูกวา่ กล่าว
3. ในชั่วโมงเรยี นพบวา่ เดก็ ชายจกั รินทรว์ ัชร์ไมก่ ล้าถามและไมม่ งี านสง่ เหมือนเคย
4. หลังเลิกเรียนในแต่ละคาบเรยี นของสังคมศึกษา ครูจะเรยี กเด็กชายจักรินทรว์ ัชร์ มาถามว่า
วันน้ีมีการบ้านวิชาสงั คมศึกษาหรือไม่ เด็กตอบวา่ มี หรือถามว่าทำแบบฝึกหัดท่ีทำในช่วั โมงเรยี นเสร็จแล้วหรือยัง
เด็กจะตอบว่า ยัง หรือเฉยไม่ตอบ ครูให้ลองทำให้ดู พบว่าทำไม่ได้จึงอธบิ ายให้ฟังอีกครั้งและให้กลับไปทำต่อ
ที่บา้ น
5. ทุกวันท่ีมีการเรียนวิชาสังคมศึกษา จะเรียกไห้เด็กชายจักรินทร์วัชร์มาพบเพ่ือทำงาน
แบบฝกึ หดั วิชาสังคมศึกษา
6. หลังจากปฏิบัติข้อ 5 ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เด็กชายจักรินทร์วัชร์กล้าถามครูในช่ัวโมงเรียน
และมกี ารบ้านสง่ ทั้งยังสามารถอธิบายให้เพอื่ นฟงั ได้
สรุปผลการดำเนนิ งาน
จากการดำเนินการแก้ไขปัญหาของเด็กชายจักรินทร์วัชร์ พบว่าสาเหตุของการไม่ส่งงาน
เนอื่ งจากการไม่เขา้ ใจในเน้ือหา และไมก่ ล้าซักถามมีเจตคติไมด่ ีมาก่อน เพราะคดิ วา่ สงั คมศกึ ษายาก โดยเฉพาะ
ในเร่ืองเนื้อหาท่ีค่อนข้างเยอะ เม่ือได้แก้ไขปัญหาโดยครูสร้างความคุ้นเคยให้ถามม่ันใจกับนักเรียนในการเรียน
วิชาสังคมศึกษา และพร้อมที่จะให้คำปรึกษา ท้ังด้านการเรียนและปัญหาอ่ืน ๆ ทำให้เด็กมีความม่ันใจ
ในการเรียนมากขน้ึ และพบวา่ เด็กชายจักรินทรว์ ชั ร์ มกี ารพัฒนาในการเรียนดีข้นึ สามารถอธบิ ายให้เพ่ือน ๆ ฟงั ได้
ทุกวันน้ีเด็กชายจักรินทร์วัชร์ มีความสนใจและม่ันใจตนเองในการเรียนมากขึ้น ส่งงานครบ จนทำให้ส่งงาน
วิชาอ่ืนไดเ้ ปน็ อยา่ งดีพอสมควร
ขอ้ เสนอแนะ
มี เด็ ก ท่ี มี ปั ญ ห าค ล้ ายกั บ ปั ญ ญ าข อ งเด็ กช าย จัก ริน ท ร์วัช ร์ มี อี ก ห ลาย ค น แ ล ะ ห ล ายวิ ช า
บางคนไม่ส่งงานทุกวิชาต้องตรวจสอบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการไม่ส่งงานว่าเป็นเจตคติท่ีมีต่อตัวครูหรือเปล่า
ในข้ันตอนการแก้ไขนั้นต้องข้ึนอยู่กับตัวของครูผู้สอนว่าจะเปิดใจรับปัญหาของเด็กและพร้อมท่ีจะแก้ไขหรือไม่
และพรอ้ มท่จี ะแกไ้ ขปัญหาเทคนคิ วธิ กี ารสอนของครเู องดว้ ย
แบบบันทกึ สังเกตพฤตกิ รรมนกั เรียน
วนั เดอื น ปี พฤติกรรมท่สี ังเกตได้ แนวทางการพัฒนา พฤตกิ รรมนร.หลงั การพฒั นา
8-12 ต.ค. 63 ไม่ส่งการบ้านวิชาสังคมศึกษา สง่ ให้กลบั ไปทำใหเ้ สร็จ ลอกเพอื่ น/ไมส่ ่งเลย
สอบถามวา่ ลืม
17-19 ต.ค. 63 ไม่ส่งการบ้าน เรียกมาคุยถึง ครูให้แรงเสริมและจะชว่ ยให้ ตอบรบั และพยายามเพ่มิ ขึ้น
สาเหตุ พบว่าไม่ชอบเรียนวิชา เรียนเขา้ ใจ
สังคมศึกษา เพราะคิดว่ายากและ
มีเน้อื หาท่กี วา้ งและเยอะ
12 ม.ค. 64 เรียกให้ตอบคำถามในบทเรียน ให้แรงเสริมและอธิบายให้ พยายามทำความเข้าใจและ
หลังจากเรียนไปสักครู่ ไม่ตอบ ฟังพรอ้ มกนั ท้งั หอ้ ง เริ่มทำแบบฝึกหัด แต่ยังไม่ได้
คำถาม สอบถามบอกว่าเรียนแลว้ ผลดเี ท่าท่ีคดิ ไว้
ไมเ่ ข้าใจ
15 ม.ค. 64 ครเู รียกมาพบในช่วั โมงเรียนพิเศษ ครูอธิบายและให้ทำพร้อมๆ การบ้านแต่ยังไม่พยายามตั้งใจ
นักเรียนบอกว่า เข้าใจในบทเรียน กับครู พร้อมสรา้ งแรงเสรมิ เม่อื ขาดการควบคมุ ก็ไมท่ ำ
และทำเองได้ แต่ก็ทำไม่ได้ จึง
ทำใหล้ องทำแตท่ ำไมไ่ ด้
19-23 ม.ค.64 ในชั่วโมงเรียนและช่ัวโมงรียน ให้แรงเสริมและพูดคุยกับ ท ำ เส ร็ จ ทั น เว ล า แ ล ะ ส่ ง
พิเศษ นักเรียนจะเข้ามาคุยด้วย นักเรียน การบา้ น/แบบฝกึ หัด
และเร่ิมถามการบ้านและถามใน
วชิ าอน่ื ๆ ดว้ ย
28 ม.ค. 64 นักเรียนเร่ิมพูดคุยด้วยด้วยและ ให้ ท ำงาน ส่ งโด ยไม่ต้ อ ง เร่ิมส่งงานมากข้ึนและทำได้ดี
อธิบายการบา้ นใหเ้ พื่อนฟงั ได้ดว้ ย ควบคุมและอธิบายอีก ถ้า มาก
นักเรียนตอบคำถามในชัว่ โมงเรียน ขอ้ ใดยากจะถาม
ไดแ้ ต่ไมค่ ล่องแคล่ว สง่ ตรงเวลา
9–19 ก.พ. 64 นกั เรยี นส่งตรงเวลา ให้ แรงเสริมใน เรื่องของ ส่งงานสมำ่ เสมอมากขึ้น
ความกล้าแสดงออก
ครูคอยสังเกตการเปล่ียน
แปลงหลงั ไดร้ ับการแกไ้ ข