ค.บ ๑
ภาษาไทยถิ่นอีสาน
เป็นสว่ นหนง่ึ ของวิชา ภาษาศาสตร์
คณะผจู้ ัดทา
๑.พระวชริ พนั ธุ์ วชริ วงั โส มลู มณี
๒.นางสาวพมิ ลภา สรอ้ ยสวุ รรณ
๓.นางสาววกิ านดา แก้วสดใส
HomeUser
[พิมพช์ ื่อบริษทั ]
[เลือกวนั ที่]
ภาษาอสี าน
ภาษาอีสาน หรอื ภาษาไทยถิน่ อีสานเปน็ การพฒั นาในทอ้ งถนิ่ ของภาษาลาวในประเทศไทย ผู้
พูดในท้องยังคงคดิ วา่ เปน็ ภาษาลาว รัฐบาลไทยยอมรับภาษาน้เี ป็นสาเนียงภาษาไทย ท้ังชาวไทย
และลาวมคี วามเข้าใจรว่ มกันยาก เพราะแม้ว่าจะมคี าร่วมเช้ือสายในพจนานกุ รมกวา่ ร้อยละ 80
ท้งั ลาวและอีสานมีระดบั เสยี งวรรณยกุ ตท์ ต่ี า่ งกันมากและมกั ใช้คาจากภาษาไทย จงึ ทาให้เกิดการ
ขดั ขวางความเขา้ ใจระหว่างกันโดยไมม่ ีการเปดิ รบั ก่อน
ภาษาถิ่นอสี าน
ภาษาถนิ่ อสี าน เปน็ ภาษาท่มี ีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ และความน่าสนใจ ท้ังยังเป็นส่งิ ที่
แสดงใหเ้ ห็นถึงวิถีชวี ติ และเลา่ เรื่องราวในอดตี มาจนถึงปจั จุบัน คาศพั ทห์ ลายคาค่อย ๆ หายไป
ตามยุคสมยั จนหาฟงั ได้ยาก เหลือเพยี งแคค่ าศัพท์ทใ่ี ชก้ นั บ่อย ๆ อยู่แค่ไม่ก่คี า เวน้ แตว่ ่าจะได้
สนทนากบั คนเฒา่ คนแก่จึงจะไดย้ นิ คาเก่า ๆ เหล่าน้ัน ทีมงานอีสานรอ้ ยแปดจงึ ได้พฒั นาเว็บแอพ
พลิเคชนั น้ขี น้ึ มาเพอ่ื เป็นแหล่งรวบรวมข้อมลู คาศัพท์ภาษาถ่ินอีสาน เพื่อให้ผู้ท่ีตอ้ งการศกึ ษา
สามารถคน้ หาข้อมูลได้ง่ายข้นึ และยังเป็นแหลง่ เรียนรใู้ หก้ ับคนร่นุ ใหม่และผู้ที่สนใจในภาษา
สดุ ทา้ ยน้ที มี งานอสี านรอ้ ยแปดขอเปน็ สว่ นหนึ่งท่ีจะรักษาและเผยแพรภ่ าษาอีสานใหเ้ ปน็ ที่รจู้ ัก
และอยู่คู่พ่ีน้องชาวอีสานตลอดไป
อย่าสไิ ลลมื ถ่มิ มลู มงั แตค่ รั้งเก่า อยา่ สิลืมฮตี เค้าคนเฒ่าเพ่ินสง่ั สอนหลอนว่ากลายภายหน่า
คะนงิ หาสิไดจ้ ม่ กลายไปไสบม่ ้ม สิคนื เค้าเก่าเดมิ ให้ซอยเสริมเติมแตม้ แนมหามาคืนคอบ
แปลงระบอบแบบเปอ้ื ง ให้เฮืองล้าอยา่ ตา่ ถอย (ผญาโดย อ.ศรสี ะทา้ น)
ความหมายของคาวา่ "อสี าน"
"อีสาน" ในความหมายทเ่ี ราเขา้ ใจคือช่ือทใี่ ช้เรียก พืน้ ท่ีทางภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ของ
ประเทศไทย มรี ากศัพท์มาจากภาษาบาลี และ สันสฤต ในสว่ นของรากศพั ทท์ ี่มาจาก ภาษา
สันสกฤต มาจากชอ่ื รัฐในสมัยโบราณช่ือ อศี านปุระ และช่อื พระราชาวา่ อีศานวรมนั คนไทย
จานวนหนึง่ จงึ มีความสบั สนในการเขยี นอีสาน บางทีเขียนอิสานหรอื อศิ าน อาจจะเป็นเพราะเหน็
ว่าคาอสี านมีความเชื่อมโยงกบั อศิ วร คาว่า อสี าน มรี ากภาษาสนั สนกฤต สะกดวา่ อศี าน
หมายถงึ นามพระศวิ ะ ผู้เปน็ เทพยดาประจาทิศตะวันออกเฉยี งเหนือ (เคยใช้มาแล้วเม่ือราวหลัง
พ.ศ.๑๐๐๐ ในชื่อรัฐวา่ อีศานปรุ ะ และชอ่ื พระราชาว่า อีศานวรมนั ) แตค่ าบาลีเขียนอีสาน ฝ่าย
ไทยยืมรปู คาจากภาษาบาลีมาใช้ หมายถงึ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ (ท่ีหมายตรงกับคาว่าอสี าน)
เร่มิ ใช้เปน็ ทางการสมยั รัชกาลท่ี ๕ ราว พ.ศ.๒๔๔๒ ในชอ่ื มณฑลตะวันออกเฉียงเหนือแต่ยงั หมาย
เฉพาะลมุ่ น้ามูลถงึ อุบลราชธานี จาปาสัก ฯลฯ พจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ให้
ความหมายของอีสาน ๒ อยา่ ง คอื ๑.ทศิ ตะวันออกเฉยี งเหนอื ๒.พระศวิ ะ หรือพระรทุ ร และให้
ทีม่ าของคา อสี าน เปน็ ภาษาบาลี อศี าน เปน็ ภาษาสันสกฤต คนอนิ เดียที่ศรัทธาในศาสนา ถือว่า
พระรุทร เป็นเทพเจ้าองค์สาคัญในคมั ภีรพ์ ระเวทและเป็นเทพเจ้าองค์เดยี วกันกับพระศวิ ะหรือพระ
อิศวรคนไทยจานวนหน่ึงจึงมคี วามสับสนในการเขียนอสี าน บางทีเขยี นอสิ านหรืออศิ าน อาจจะ
เป็นเพราะเห็นว่าคาอีสานมคี วามเช่ือมโยงกบั อิศวร คาหมาน คนไค
ภาคอีสานมบี ริเวณทางการเกษตรเป็นจานวนมากและเป็นหนงึ่ ในภาคทยี่ ากจนและพฒั นาช้า
ท่ีสุดในประเทศไทย ดว้ ยชาวภาคอสี านหลายทคี่ นท่ีไม่คอ่ ยมกี ารศึกษามกั ไปทางานทก่ี รุงเทพหรอื
เมืองอื่นและแมแ้ ตต่ ่างประเทศในฐานะคนงาน, คนทาอาหาร, คนขับแทก็ ซ,ี คนงานกอ่ สรา้ ง และ
อื่น ๆ รวมกบั อคติทางประวตั ิศาสตรอ์ ย่างเปดิ เผยต่อชาวภาคอีสานและภาษาของพวกเขา ไดเ้ ป็น
เชื้อเพลิงของความเขา้ ใจในแงล่ บในภาษาน้ี ตง้ั แตก่ ลางศตวรรษที่ 20 ตวั ภาษาได้เปลยี่ นภาษาไป
เปน็ ภาษาไทยอยา่ งช้า ๆ ส่งผลถงึ ความอยู่รอดของภาษา อยา่ งไรก็ตาม ด้วยมุมมองทผ่ี อ่ นคลายลง
ในชว่ งปลายศตวรรษท่ี 20 เปน็ ตน้ มา ทางนกั วชิ าการไทยในมหาวทิ ยาลัยในภาคอสี านไดด้ าเนิน
งานวิจยั เกย่ี วกับภาษานี้ โดยบางส่วนได้เร่มิ มผี ลในการชว่ ยรักษาภาษาท่ีกาลังหายไป อปุ ถมั ภ์ดว้ ย
การเตบิ โตในด้านการรับรู้และช่ืนชมวฒั นธรรม, วรรณกรรม และประวัตศิ าสตร์ท้องถ่ิน
สาเนียง
ภาษาน้ีแบ่งออกเป็น 6 สาเนยี งใหญ่ คือ
๑. ภาษาลาวเวียงจนั ทน์ ใช้ในประเทศลาว ทอ้ งทน่ี ครหลวงเวียงจันทน์ แขวงบอลิคาไซ และใน
ประเทศไทยทอ้ งท่ีจงั หวดั ชัยภูมิ หนองบวั ลาภู หนองคาย (อาเภอเมืองหนองคาย ศรีเชียงใหม่ ท่า
บอ่ โพนพสิ ัย โพธิ์ตาก สงั คม(บางหมบู่ ้าน) ) ขอนแกน่ (อาเภอภูเวยี ง ชุมแพ สีชมพู ภผู ามา่ น
หนองนาคา เวียงเกา่ หนองเรอื บางหมูบ่ ้าน โคกโพธิไ์ ชยบางหมบู่ ้าน) ยโสธร (อาเภอเมืองยโสธร
ทรายมูล กุดชุม บางหม่บู ้าน) อุดรธานี (อาเภอบ้านผือ เพ็ญ บางหมูบ่ ้าน) ศรีสะเกษ (ในบาง
หมู่บา้ นของอาเภอเมืองศรีสะเกษ อาเภอขุขันธ์ อาเภอขนุ หาญ) นครราชสมี า (อาเภอสูงเนิน ปกั
ธงชยั )
๒. ภาษาลาวเหนอื ใช้ในประเทศลาวทอ้ งทแี่ ขวงหลวงพระบาง ไซยะบุรี อุดมไซ ในประเทศ
ไทยทอ้ งทจ่ี งั หวดั เลย อตุ รดิตถ์ (อาเภอบา้ นโคก น้าปาด ฟากท่า) เพชรบรู ณ์ (อาเภอหลม่ สัก หล่ม
เก่า น้าหนาว) ขอนแก่น (อาเภอภูผาม่าน และบางหมูบ่ า้ นของอาเภอสชี มพู ชุมแพ) ชัยภมู ิ
(อาเภอคอนสาร) พิษณโุ ลก (อาเภอชาติตระการและนครไทยบางหมู่บ้าน) หนองคาย (อาเภอ
สงั คม) อดุ รธานี (อาเภอน้าโสม นายูง บางหมู่บ้าน)
๓. ภาษาลาวตะวนั ออกเฉียงเหนือ ใช้ในประเทศลาวท้องทแี่ ขวงเชยี งขวาง หวั พัน ในประเทศ
ไทยท้องทีบ่ า้ นเชียง อาเภอหนองหาน อาเภอบา้ นผือ จงั หวัดอุดรธานี และบางหมบู่ า้ นในจังหวัด
สกลนคร หนองคาย(บางหมบู่ า้ นในอาเภอท่าบ่อ อาเภอศรเี ชียงใหม่ และอาเภอโพธิต์ าก) และยังมี
ชมุ ชนลาวพวนในภาคเหนือบางแห่งในจงั หวัดสุโขทัย อตุ รดิตถ์ แพร่ ไมก่ ห่ี มู่บ้านเทา่ น้ัน
๔. ภาษาลาวกลาง แยกออกเป็นสาเนยี งถิน่ 2 สาเนียงใหญ่ คอื ภาษาลาวกลางถิน่ คาม่วน
และถิน่ สุวรรณเขต ถิ่นคาม่วน จังหวดั ท่พี ูดในประเทศไทย เช่น จังหวัดนครพนม สกลนคร บึงกาฬ
(อาเภอเซกา บึงโขงหลง บางหม่บู ้าน) ถน่ิ สุวรรณเขต จังหวัดทีพ่ ูดมจี ังหวดั เดยี ว คือ จงั หวัด
มุกดาหาร
๕. ภาษาลาวใต้ ใชใ้ นประเทศลาวท้องท่แี ขวงจาปาศกั ด์ิ สาละวัน เซกอง อัตตะปอื จงั หวดั ท่ี
พูดในประเทศไทย จงั หวัดอบุ ลราชธานี อานาจเจริญ ศรสี ะเกษ ยโสธร สุรนิ ทร์ (อาเภอรตั นบรุ ี)
๖. ภาษาลาวตะวนั ตก (ภาษาลาวรอ้ ยเอ็ดหรอื ภาษาลาวอสี าน) ไมม่ ีใช้ในประเทศลาว เปน็
ภาษาทใ่ี ชใ้ นทอ้ งถิน่ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ของประเทศไทย ทอ้ งท่ีจังหวัดรอ้ ยเอ็ด อุดรธานี
ขอนแก่น กาฬสนิ ธ์ุ มหาสารคาม บรุ ีรัมย์ หนองคาย (บางหมู่บ้าน) นครราชสีมา (อาเภอบวั ใหญ่
บัวลาย สีดา แกง้ สนามนาง ประทาย โนนแดง บ้านเหลื่อม เมอื งยาง ลาทะเมนชัย คง หว้ ยแถลง
ชมุ พวง จักราช) และบริเวณใกล้เคยี งมณฑลร้อยเอด็ ของสยาม สาเนียงนีม้ กี ารใชก้ ันอย่าง
แพร่หลายในพื้นทีส่ ว่ นมากของภาคอสี านสาเนียงนี้ส่วนมากจะใช"้ สระเอียแทนสระเอือ"ในปัจจุบนั
จนไดข้ ึ้นชอื่ ว่าเป็นสาเนียงกลางหรือสาเนยี งมาตรฐานของภาษาอีสาน เทยี บเท่ากับ แหลงใต้ อคู้ า
เมือง พดู ไทยกลาง ของแตล่ ะภาค
สว่ นภาษาเขยี นในอดีตใช้อกั ษรธรรมล้านช้างหรือตวั ธรรม สาหรับบนั ทึกเรอ่ื งราวเก่ยี วกบั
ธรรมะหรอื พระพทุ ธศาสนา และเขยี นดว้ ยอกั ษรไทน้อยหรือตวั ลาวเดมิ (เป็นอักษรลาวลา้ นช้าง
โบราณ มคี วามแตกตา่ งกับอกั ษรลาวในประเทศลาวในปัจจบุ ันเลก็ นอ้ ย) สาหรับเร่ืองราวทางโลก
อกั ษรลาวลา้ นช้าง (ตวั ลาวหรืออกั ษรไทนอ้ ย) มีพยัญชนะ 20 เสียง สระเด่ียว 18 เสยี ง สระ
ประสม 2-3 เสยี ง บางท้องถ่ินไม่มีเสยี งสระเออื แต่จะใชส้ ระเอยี แทน ในปัจจบุ ันนิยมใชอ้ ักษรไทย
สาหรบั เขียนบันทึกเรือ่ งราวต่าง ๆ ทัง้ ในทางโลกและทางธรรม เนอ่ื งจากผคู้ นส่วนใหญไ่ ม่สามารถ
อา่ นตัวอกั ษรธรรมและอกั ษรลาวออก แต่ความนยิ มในการเขยี นบันทกึ เป็นภาษาถิน่ ไมค่ อ่ ยได้รับ
ความนิยมนัก โดยสว่ นใหญภ่ าษาเขยี นในท้องถนิ่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยจะใช้
อักษรไทยและบนั ทกึ เป็นภาษาไทยกลางเป็นหลักแทน
บทคดั ยอ่
ภาษาไทยถิ่นอีสานถือเปน็ แหลง่ บนั ทกึ ประสบการณข์ องบรรพบุรษุ ในท้องถ่ินอสี านที่สบื
ทอดกนั มานบั เปน็ ระยะเวลาหลายร้อยปี ภาษาไทยถย่ิ อสี านั้นเป็นมรดกอนั ลา้ ค่าของชาวอสี านท่ี
สะท้อนคา่ นิยม ความร้สู กึ นกี คดิ สตปิ ญั ญา และวถิ ีชีวิตความเปน็ อยูข่ องคนอีสานทง้ั หมด ฉะน้นั
เยาวชนรุ่นหลงั ควรช่วยกันอนรุ ักษ์และสืบทอดในฐานะท่ีเปน็ สมบตั ิของท้องถ่ินตอ่ ไป
Abstract
Generally, Isan Dialect is known well as the experienced source of
theNortheast ancestors for more than 100 years. It is regarded as the valuable
heritagesof Thai culture especially the culture of all Northeastern people.
Especially, it reflects and shows obviously the values, knowledge, thinking,
wisdom and different lifestyles belonging to Northeastern people. So, the
posterity should conserve and continue the above said heritage as the local
treasure in this very time.
๑. บทนยิ าม
ภาษาไทยถิน่ อีสาน (Isan Dialect) ประกอบด้วย ๔ คา ได้แก่ คาว่า "ภาษา" "ไทย" "ถนิ่ "
และ" อีสาน" ซึ่งแต่ละคาพจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ทิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดใ้ ห้คาจากัดความไว้
ดงั ต่อไปน"้ี ภาษา" น. ถอ้ ยคาที่ใชพ้ ูดหรือเยนเพื่อสอ่ื ความหมายของชนกลมุ่ ใดกลมุ่ หนึ่ง เชน่
ภาษาไทย ภาษาจีน หรอื เพื่อสื่อความเฉพาะอาการ (๒๕๔๖ : ๘๘๒)"ไทย" (ไท) น. ชอื่ ประเทศ
และชนชาติทีอ่ ยู่ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้มพี รมแดนตดิ ตอ่ กบั ลาว เขมร มาเลเซีย และพมา่ ชน
ชาตไิ ทยมหี ลายสาขาดว้ ยกนั เช่น ไทยใหญ่ ไทยดา ไทยขาว,ความมีอิสระในตัว, ความไมเ่ ปน็ ทาส
(๒๕๔๖ : ๕๔๘)"ถน่ิ " น. ท่ี, แดน, ทอี่ ย,ู่ เชน่ ถน่ิ เสอื ถ่นิ ผู้ร้าย (๒๕๔๖ : ๔๙๒)"อสี าน" น. ทศิ
ตะวันออกเฉยี งเหนอื (๒๕๔๖ : ๑๓๓๘)เมอื นาคาทง้ั 4 คามาเรียงเข้ากันเป็นกลุ่มคาหรือวลี จึงได้
คาวา่ "ภาษาไทยถน่ิ อีสาน" ซงึ่ หมายถงึ ภาษาที่ใชพ้ ูดติดต่อสื่อสาร ตามท้องถ่ินต่างๆ ในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนอื ของประเทศไทยส่ือความหมาย เขา้ ใจกันในท้องถนิ่ น้ันๆ ซง่ึ แตล่ ะจงั หวัดอาจ
พูดแตกตา่ งกันไปจากภาษาในจังหวดั อ่นื ๆ ทัง้ ในด้านเสียง คา และการเรียงคาบา้ ง แตค่ วามหมาย
เดมิ ภาษาไทยถน่ิ ทีพ่ ูดอย่ตู ามทอ้ งถ่นิ ของประเทศไทย ตา่ งก็เป็นภาษาถิน่ ของ ตระกูลไทดง้ั เดิม
(Proto-Tai) ทีแ่ ตกตา่ งกันไป ถ้าหากถ่นิ ใดมีลกั ษณะทั่วไป ทางเสียง คาและความหมายเหมอื นกัน
หรือคลา้ ยคลงึ กนั ก็จดั อยู่ในภาษาถนิ่ นน้ั ๆ
๒. ลกั ษณะภูมปิ ระเทศของภาคอีสาน
อีสาน หมายถึง ทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนือและอกี ความหมายหนงึ่ คือ ความมงั่ ค่ังใหญโ่ ตตงั้ แต่
อดตี ถงึ ปจั จบุ นั ภาคอีสานมีพืน้ ทีท่ ั้งหมด ๑๗0,๒๖๖ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณรอ้ ยละ๓๓.๑๓
ของพืน้ ท่ีทงั้ หมดของประเทศไทย ประมาณ ๑ ใน ๓ ของพืน้ ท่ีท้ังหมดของประเทศไทย
ประกอบดว้ ย ๑๙ จงั หวดั คือ นครราชสมี า ชัยภูมิ เลย อดุ รธานี หนองคาย สกลนคร ขอนแกน่
กาฬสนิ ธุ์ นครพนม มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี สุรนิ ทร์ ศรสี ะเกษ บุรีรัมย์ ยโสธหนองบัว
ลาภู อานาจเจริญ และมกุ ดาหาร
ภาคอีสานมอี าณาเขตติดตอ่ ดงั น้ี
ทศิ เหนอื ติดกบั สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทศิ ใต้ ตดิ กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยกมั พูชา
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ กับสาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
ทศิ ตะวันตก ติดกบั ภาคกลางและภาคเหนือของประเทศไทย
ภาคอสี านมลี ักษณะภมู ิประเทศแยกตัวออกจากภาคเหนือและภาคกลางอย่างเดน่ ชัดทั้งน้ี
เพราะการยกตัวของแผ่นดินสองด้าน คือ ทางดา้ นตะวนั ตกและดา้ นใต้ทาใหภ้ ูมปิ ระเทศะแคงลาด
เอยี งไปทางตะวนั ออก การยกตวั ของแผ่นดินด้านตะวนั ตกทาให้เกดิ ขอบสูงชันตามแนวเทือกเขา
เพชรบรู ณต์ ่อไปยงั แนวเทือกเขาดงพญาเยน็ สงู โดยเฉลีย่ ประมาณ ๑๒0-๒๐0 เมตร จากระดบั เลีย
น้าทะเล
ภมู ิประเทศตอนใต้ตามแนวเทอื กเขาสนั กาแพงและเทือกเขาคงรกั แผ่นดินยกตวั สูงข้ึน
เช่นเดียวกับทางดา้ นตะวันตก ความสงู ของขอบชนั ทางดา้ นนี้เฉล่ยี ประมาณ ๔00 เมตรบรเิ วณ
ตอนกลางของภาคอีสานมีลกั ษณะเป็นแอง่ กะทะหงาย (Syncline) ๒ แอ่งใหญ่ คอื แอง่ โคราช
(Khorat Basin) แอ่งสกลนคร (Sakonnakhon Basin) โดยมเี ทอื กเขาภูพานทอดกั้นระหว่างสอง
แองใหญ่น้ี ต้ังแตจ่ งั หวดั อบุ ลราชธานีไปทางเหนอื จงั หวดั กาพสนิ ธ์แุ อ่งโคราชประกอบด้วยพน้ื ที่
จงั หวัดนครราชสมี า ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรสี ะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด มทาสารคาม สรุ ินทร์
อานาจเจรญิ กาฬสินธ์ุ แอ่งสกลนคร ประกอบด้วยพื้นท่ีจงั หวัดสกลนคร อุดรธานี นครพนม
มกุ ดาหาร หนองคาย และขอนแก่น
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศสว่ นใหญข่ องภาคอสี านจะเปน็ แบบลูกคลืน่ ลอนต้นี ขนาดใหญ่ที่ชาว
อีสานเรียกวา่ มอ นั่นเอง แอ่งโคราชเปน็ ตน้ ไป จะพบลกั ษณะแบบคลื่นยักษ์ไปเร่อื ยๆ ทร่ี าบเรียบ
ที่สุดของภาคอสี าน ได้แก่ บริเวณทงุ่ สัมฤทธใ์ิ นจงั หวัดนครราชสีมา และบริเวณทุ่งกุลารอ้ งไห้ ใน
เขตจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด สรุ ินทร์ ศรีสะเกษ และยโสธร
๓. ระบบเลียงภาษาไทยถน่ิ อีสาน
ระบบเสยี งของภาษาไทยถ่ินอีสานโดยเฉพาะภาษาที่พดู กันในจังหวดั ต่างๆในภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนอื ของประเทศไทย ระบบเสียงแบ่งออกเป็นระบบเสียงพยัญชนะ ระบบเสยี ง
สระและระบบเสยี งวรรณยกุ ต์มีระบบเสยี งวรรณยกุ ต์และระบบเสียงสระ บางถิน่ บางจงั หวดั อาจ
แตกตา่ งกนั ออกไป ซ่ึงมีลกั ษณะทัว่ ไปเกี่ยวกับระบบเสยี งของภาษาไทยถ่นิ อสี าน ดังนี้ (ข้อมูลท่ีใช้
จากผู้บอกภาษาอาเภอเมือง จังหวดั อุบลราชธานี)
ขอ้ สงั เกต
๑) หน่วยเสียงพยัญชนะของภาษาไทยถิ่นอสี าน เมื่อเทียบกับภาษาไทยมาตรฐานหน่วยเสยี งไม่
เกใิ นภาษไทยถิ่นอีสานกค็ ือ หนว่ ยเสยี ง /c/ และ /1/ ซงึ่ หนว่ ยเสองจะเปน็ ปฏิภาค
(Correspondence) กบั หน่วยเสยี ง /8/. 2/ และ /h/ ตามลาดบั
๒) หน่วยเยงพยัญชนะ // เกิดขน้ึ ในภาษาไทยถิ่นอสี านแตไ่ มเ่ กิดขึน้ ในภาษาไทยมาตรฐาน ตงั
นัน้ หน่วยเสียง /3/ จึงเป็นปฏภิ าคกับหนว่ ยเสียงพยญั ชนะ /9/ ในภาษาไทย
๓) นอกจากหน่วยเสียงจากข้อสงั เกตข้างตัน ท่ีเป็นปฏภิ าคกบั หนว่ ยเสียงในภาษาไทยมาตรฐาน
ยงั มีหนว่ ยเสยี งพยญั ชนะในภาชาไทยถิ่นอีสานเป็นปฏภิ าคกับ หนว่ ยเสยี งพยัญชนะในภาษาไทย
มาตรฐานจากการศึกษาข้อมลู เพยี งจานวนนอ้ ย เชน่ หน่วยเสยี งพยัญชนะ /cของภาษาไทยถนิ่
อีสานเป็นปฏิภาคกับหนว่ ยเสยี ง /ch/ ในภาษาไทยมาตรฐาน เช่น /cนิ:!/ (อีสาน)/chu:n/ (ไทย)
"ขนึ้ " และ /cup/ (อีสาน) /chup/ (ไทย) "ยอ้ ม" และหน่วยเสยี งพยัญชนะ /7/ ในภาษาไทยถิน่
อสี านเป็นปฏิภาคกับหน่วยเสยี งพยัญชนะ // ในภาษาไทยมาตรฐาน เชน่ /mu:n(อีสาน) /เนณ/
(ไทย) "ลน่ื "
๓.๒ หนว่ ยเสียงสระ
ภาษาไทยถน่ิ อีสาน มีหน่วยเสียง สระทงั้ หมด ๒๑ หนว่ ยเสียง แบง่ เป็นหน่วยเสียงสระเสยี งสั้น ๙
เสยี ง หน่วยเสยี งสระเสยี งยาว ๙ เสียง และหนว่ ยเสียงสระประสม ๓ เสียง (บางถ่ินมีเพยี ง ๒
เสียง) ดังนี้
๓.๒.๑ หนว่ ยเสียงสระเด่ยี ว
ข้อสังเกต
มีหน่วยเสียงวรรณยกุ ตท์ ่คี ล้ายกนั มากท้งั สองภาษาไทยถิน่ คอื หน่วยเสียงวรรณยุกตต์ ่า-ขึ้น
ยกตวั อย่างเช่น
จากขอ้ มูลขา้ งต้น จะเหน็ ได้วา่ ภาษาไทยถิ่นอีสานมหี ลกั ลกั ษณะทางภาษาคลา้ ยกับ
ภาษาไทยมาตรฐาน จะมบี างหนว่ ยเสียงเท่านน้ั ท่ีเป็นปฏภิ าคกับภาษาไทยมาตรฐาน จาก
การศกึ ษาภาษาไทยถ่ินอสี านจะมโี อกาสกลายเสียงจากภาษาดงั้ เดมิ มาคลา้ ยภาษาไทยมาตรฐาน
จะเห็นไดจ้ ากคาศัพท์ในปัจจบุ ันทคี่ นรุ่นใหม่ใชจ้ ะเป็นคาศพั ท์ภาษาไทยมาตรฐาน แตส่ าเนียงเปน็
ภาษาไทยถ่นิ อีสาน
อีกนัยหน่งึ คาคัพท์ท่มี ีมาแตด่ ง้ั เดิม เช่น คาวา่ "กระบ่วง" หมายถงึ "ซ้อน" กาลังจะหมดไป
จากภาษาไทยถน่ิ อีสานถ้าหากไม่มกี ารอนรุ ักษแ์ ละชี้ใหเ้ หน็ ความสาคญั ของภาษาถ่นิ ในอนาคตเรา
อาจไม่เห็นภาษาไทยถิน่ ซึง่ เปน็ เคร่ืองมอื ในการถ่ายทอดวฒั นธรรมทอ้ งถ่ินไดเ้ ป็นอย่างดใี หเ้ ราได้
ภาคภมู ิใจ