กัณฑ์มัทรี
น.ส.ปิ่ นศิริ กายฤทธิ์
เลขที่๒๕ ม.๕/๔
ประวัติผู้แต่ง
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นกวีเอกคนหนึ่งในสมัยต้น
รัตนโกสินทร์ มี นามเดิมว่า หu เกิดเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน
แน่ชัด น่าจะอยู่ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา และถึงแก่
อสัญกรรม ในสมัยรัชกาลที่ ๑ พ.ศ. ๒๓๔๘ ผลงาน ด้าน
วรรณคดีที่ท่านได้แต่งไว้หลายเรื่องด้วยกัน เจ้าพระยาพระคลัง
เป็นบุตรเจ้าพระยาบดินทร์สุริ นทร์ชัย (บุญมี) กับท่านผู้หญิง
เจริญ มีบุตรธิดา หลายคน ที่มีชื่อเสียงคือ เจ้าจอมพุ่ม ใน
รัชกาลที่ ๒ เจ้าจอมมารดานิ่ม พระมารดาสมเด็จฯ กรมพระยา
เดชาดิศร (มั่ง) ในรัชกาลที่ ๒ นายเกต และนายพัด ซึ่งเป็นกวี
และครูพิณพาทย์ เป็นต้นสกุล บุญ-หลง
ลักษณะคำ
ประพันธ์
การแต่งร่ายยาว ต้องรู้จัก เลือกใช้ ถ้อยคำ และสัมผัสใน ให้มีจังหวะ รับกัน
สละสลวย เมื่อ อ่านแล้ว ให้เกิด ความรู้สึก มีคลื่นเสียง เป็นจัง หวะๆ อย่าง
ที่เรียกว่า "เสียงดิ้น" หรือ "เสียงมี ชีวิต" และจํานวนคำ ที่ใช้ ในวรรคหนึ่ง
ก็ไม่ควร ให้ยาว เกินกว่าช่วง ระยะหายใจ ครั้งหนึ่งๆ คือ ควรให้อ่าน ได้
ตลอดวรรค แล้วหยุดหายใจได้ โดยไม่ขาดจังหวะ ดูตัวอย่างได้ ในหนังสือ
เวสสันดรชาดก ร่ายยาวนี้ ใช้แต่งเทศน์ หรือบท สวด ที่ต้องว่า เป็นทำนอง
เช่น เทศน์มหาชาติ และเทศน์ธรรมวัตร เป็นต้น เมื่อจบความ ตอน หนึ่งๆ
มักลงท้ายด้วย คำว่า นั้นแล นั้นเถิด นี้ แล ฉะนี้แล ด้วยประการฉะนี้ ค่า
นั้นแล นิยมใช้ เมื่อ สุดกระแสความตอนหนึ่งๆ หรือจบเรื่อง เมื่อลง นั้นแล
ครั้งหนึ่ง เรียกว่า "แหล่" หนึ่ง ซึ่งเรียกย่อ มาจากคำ นั้นแล นั่นเอง เพราะ
เวลาท่านอง จะได้ยินเสียง นั้นแล เป็น นั้นแหล่
เนื้อเรื่องย่อ
พระนางมัทรีฝันร้ายว่ามีบุรุษมาทำร้าย จึงขอ ให้พระเวสลันดรทำนายฝันให้ แต่พระนางก็ ยังไม่สบาย
พระทัย ก่อนเข้าป่า พระนางฝาก พระโอรสกับพระธิดากับพระเวสลันดรให้ช่วย ดูแล หลังจากนั้นพระนา
งมัทรีก็เสด็จเข้าป่า เพื่อหาผลไม้มาปรนนิบัติ พระเวสสันดรและ สองกุมาร ขณะที่อยู่ในป่า พระนางพบ
ว่า ธรรมชาติผิดปกติไปจากที่เคยพบเห็น ต้นไม้ที่เคยมีผลก็กลายเป็นต้นที่มีแต่ดอก เช่น ต้นที่เคยมีกิ่ง
โน้มลงมาให้พอเก็บผลได้ง่าย ก็กลับกลายเป็นต้นตรงสูงเก็บผลไม่ถึง ทั้ง ท้องฟ้าก็มืดมิด ขอบฟ้าเป็นสี
เหลืองให้รู้ลึก หวั่นหวาดเป็นอย่างยิ่ง ไม้คานที่เคยหาบ แสรกผลไม้ก็พลัดตกจากบ่า ไม้ตะขอที่ใช้ เกี่ยว
ผลไม้พลัดหลุดจากมือ ยิ่งพาให้กังวล ใจยิ่งขันบระเทพยดาทั้งหลายต่างพากัน กังวลว่า หากนางมัทรี
กลับออกจากป่าเร็ว และทราบเรื่องที่พระเวสสันดร ทรงบริจาค พระโอรสธิดาเป็นทาน ก็จะต้องออก
ติดตาม พระกุมารทั้งสองคืนจากชูชก
พระอินทร์จึงส่งเทพบริวาร องค์ให้แปลง ต กายเป็นสัตว์ร้าย ๓ ตัว คือราชสีห์ เสือโคร่ง และเสือเหลือง
ขวางทางไม่ให้เสด็จกลับ อาศรมได้ตามเวลาปกติ เมื่อล่วงเวลาดึกแล้ว จึงหลีกทางให้พระนางเสด็จกลับ
อาศรม เมื่อ พระนางเสด็จกลับถึงอาศรมไม่พบลองกุมารก็ โดกเศร้าเสียพระทัย เที่ยวตามหาและร้องไห้
คร่ำครวญ พระเวสสันดรทรงเห็นพระนาง เศร้าโศก จึงหาวิธีตัดความทุกข์โศกด้วยการ แกล้งกล่าวหานาง
ว่าคิดนอกใจคบหากับชาย อื่น จึงกลับมาถึงอาศรมในเวลาดึก เพราะทรง เกรงว่าถ้าบอกความจริงในขณะที่
พระนาง กำลังโศกเศร้าหนักและกำลังอ่อนล้า พระนาง จะเป็นอันตรายได้ ในที่สุดพระนางมัทรีทรง
คร่ำครวญหาลูกจนสั้นสติไป ครั้นเมื่อฟื้ นขึ้น พระเวสสันดรทรงเล่าความจริงว่า พระองค์ได้ ประทานกุมาร
ทั้งสองแก่ชูชกไปแล้วด้วย เหตุผลที่จะทรงบำเพ็ญทานบารมี พระนางมัทรี จึงทรงค่อยหายโศกเศร้าและ
ทรงอนุโมทนาใน การบำเพ็ญทานบารมีของพระเวสสันดรด้วย
ตัวละครในกัณฑ์มัทรี
ตัวละครในมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี พระเวสสันดร
พระเวสสันดรเป็นตัวละคร หลักของร่ายยาวมหา
เวสสันดรชาดก เป็นพระโอรลของ พระเจ้ากรุงสัญชัย
และ พระนางผุสดีแห่งเมืองลีพี
• พระนางมัทรี พระนางมัทรีเป็นพระราชธิดา ของ
กษัตริย์มีทราช อภิเซกสมรสกับ พระเวสสันดร มีพระ
โอรสชื่อพระชาลี และมีพระ ธิดาชื่อพระกัณฑ์หา - พระ
ชาลี พระชาลีเป็นพระราชโอรสของพระ เวสสันดรกับพระ
นางมัทรี พระกัณหา พระกัณหาเป็นพระราชธิดาของ
พระเวสสันดรกับพระนางมัทรี และ เป็นพระกนิษฐา
(น้องสาว) ของพระชาลี ชูชก ชูชกเกิดในตระกูล
พราหมณ์แต่กลับ เที่ยวขอทานผู้อื่นเพื่อเลี้ยงชีพ
คุณค่าที่ได้รับ
คุณค่าที่ได้รับในมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ๑.คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๑.๑
ใช้ถ้อยคาไพเราะ มีการเล่นคา เล่น สัมผัสอักษร มีการใช้โวหาร ภาพพจน์
และการพรรณนาให้เกิดความรู้สึกที่ ละเอียดอ่อน รวมทั้งเกิดจินตภาพ
ชัดเจน ๑.๒ เนื้อหาของกัณฑ์มีทรีแสดงให้เห็น ถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
ธรรมชาติ กับอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้อย่าง ชัดเจน จะเห็นได้จาก
ตอนที่เกิดเรื่องร้ายแก่ พระนางมัทรีขณะที่หาผลาหารอยู่ในป่า
คุณค่าที่ได้รับในมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ๒. คุณค่าด้านสังคม ๒.๑
สะท้อนให้เห็นคำนิยมแนวโลกุตตร ธรมของประชาชนว่า มีความปรารถนา
จะ บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ ๒.๒ เป็นภาพสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่ ขนบ
ธรมเนียม และค่านิยมของคนในยุค ๒.๓ ให้แง่คิดเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่
ของ ผู้หญิงในฐานะที่เป็นแม่และเป็นภริยาที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่ง
อื่นใด ๒.๔ ละท้อนแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับความ รักของแม่ที่มีต่อลูกอย่าง
สุดชีวิต ๒.๕ ข้อคิด คติธรรม ที่สามารถนาไปใช้ใน ชีวิตประจาวันของทุก
คนได้ เกี่ยวกับการ เป็นคู่สามีภรรยาที่ดี การเสียสละ
ขอบคุณค่ะ