The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาะพ ชุดกิจกรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tle Lakkana, 2022-08-31 04:03:27

หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาะพ ชุดกิจกรรม

หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาะพ ชุดกิจกรรม

1

2

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12

เร่ือง องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น รหัสวิชา ว23102 เวลา 2 ชวั่ โมง

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ รวม 9 ชั่วโมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2

สาระท่ี 1 ช่ือสาระ วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1

ผู้สอน นางลักขณา ไสยกิจ

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั
ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ใน
ระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบท่มี ีต่อทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม แนวทางใน
การอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมท้งั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้ีวดั
ว 1.1 ม.3/1 อธบิ ายปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบนิเวศทไ่ี ดจ้ ากการสำรวจ

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
1) ระบบนเิ วศประกอบด้วยองคป์ ระกอบท่ีมีชีวติ เช่น พืช สัตว์ จลุ นิ ทรีย์ และองคป์ ระกอบท่ีไมม่ ชี ีวิต เชน่

แสง น้ำ อุณหภูมิ แร่ธาตุ แก๊ส องค์ประกอบเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กัน เช่น พืชต้องการแสง น้ำ และแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ในการสร้างอาหาร สัตว์ต้องการอาหาร และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการดำรงชีวิต เช่น
อุณหภมู ิ ความชืน้ องค์ประกอบทง้ั สองสว่ นนจ้ี ะต้องมคี วามสมั พนั ธ์กันอย่างเหมาะสม ระบบนิเวศจึงจะสามารถคง
อยู่ตอ่ ไปได้

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ นักเรยี นบอกองคป์ ระกอบของระบบนเิ วศและบอกความสัมพันธร์ ะหว่างสิง่ มชี ีวิต
1) ด้านความรู้ (K) กับสง่ิ มชี ีวิตและส่ิงมชี วี ติ กบั สิง่ ไม่มีชวี ติ จากชุดกจิ กรรม
นักเรียนมที ักษะการคิดวเิ คราะห์ และทักษะกระบวนการทำงาน
2) ดา้ นทักษะ (P) นักเรียนมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
3) ด้านเจตคติ (A)

4. คุณลกั ษณะผู้เรียน

4.1 คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ซอื่ สัตยส์ ุจรติ  มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

มวี นิ ัย รักความเป็นไทย  ใฝเ่ รยี นรู้  มจี ติ สาธารณะ

5. ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการคิด: นักเรยี นสามารถคิด โดยการนำขอ้ มูลทีไ่ ดจ้ ากการสงั เกตมาวเิ คราะห์และ

เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของระบบนิเวศ

 ความสามารถในการส่ือสาร: นกั เรียนสามารถสื่อสาร โดยการนำเสนอผลการศกึ ษาเพอื่ อธิบาย

ปฏสิ ัมพนั ธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนิเวศ

3

6. สาระการเรียนรู้

องค์ประกอบในสภาพแวดล้อมแต่ละบริเวณ เช่น สนามหญ้า สระน้ำ จะพบชนิดและปริมาณของ

สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตแตกต่างกันไป สิ่งมีชีวิตที่พบ เช่น สัตว์ พืช จุลินทรีย์ จัดเป็น องค์ประกอบที่มีชีวิต

(biotic component) และสิ่งไม่มีชีวิต เช่น แสง อากาศ น้ำ ดิน ธาตุอาหาร จัดเป็นองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต

(abiotic component) โดยที่องค์ประกอบจะมีปฏิสัมพนั ธ์กัน เชน่ สิ่งมชี วี ติ ต้องการน้ำเพ่ือใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ

ของร่างกาย สิ่งมีชีวิตใช้แก๊สออกซิเจนในการหายใจ พืชและสาหร่ายใช้แก็สคาร์บอนไดออกไซด์และแสงในการ

สังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อสร้างอาหาร และปล่อยแก๊สออกซิเจนออกสูอ่ กาศ พืชและสิ่งมีชีวิตบางชนิดใช้ดินเปน็ ท่อี ยู่

และแหลง่ แร่ธาตุอาหาร ถ้าองค์ประกอบที่ไม่มีชวี ติ มีการเปลยี่ นแปลงไปองค์ประกอบท่มี ีชวี ติ อาจต้องมกี ารปรับตัว

เพ่อื ให้สามารถดำรงชวี ติ และอยู่รอดต่อไปไดใ้ นสภาพแวดล้อมนัน้ ๆ

ในบริวณหนึ่ง ๆ จะพบสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่แตกต่างกัน เช่น พืช สัตว์ เห็ดรา แบคทีเรีย บริเวณท่ี

สิ่งมีชีวิตเหล่าน้ีอาศัยอยู่ เรียกว่า แหล่งที่อยู่ (habitat) เช่น สระน้ำ สนามหญ้า ขอนไม้ ในแต่ละแหล่งที่อยูซ่ ึ่งมี

สภาพแวดล้อมแตกต่างกันจะพบสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกันใน

ช่วงเวลาหนึ่ง เรียกว่า ประชากร (population) ประชากรของสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่

เดียวกันและมีความสัมพันธ์กันเรียกว่า กลุ่มสิ่งมีชีวิต (community) เราเรียกระบบที่มีสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ อาศัยใน

แหล่งทอ่ี ยเู่ ดียวกันท่ีมปี ฏสิ ัมพันธซ์ ึ่งกันและกัน และมีปฏิสัมพนั ธก์ ับสภาพแวดล้อมว่า ระบบนิเวศ (ecosystem)

ในทอ้ งถ่นิ ของเราอาจจะพบระบบนิเวศที่มีขนาดเล็ก เชน่ ระบบนเิ วศตน้ ไม้ ระบบนเิ วศสวนผกั ระบบนิเวศขอนไม้

จนถงึ ระบบนิเวศขนาดใหญ่ เช่น ระบบนิเวศทะเล ระบบนเิ วศปา่ ไม้ ขนาดของระบบนิเวศสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ขึ้นอย่กู ับการกำหนดขอบเขตระบบนเิ วศของผู้ศึกษา

ดังนั้นระบบนิเวศหมายถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่อาศัย ณ ที่ใดที่หนึ่ง ความสัมพันธ์

มี 2 ลักษณะ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต และระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตด้วยกันเอง

โดยมีการถา่ ยทอดพลังงานและสารอาหารในบริเวณน้นั ๆ สสู่ ่งิ แวดล้อม

ระบบนิเวศจึงประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตนานาชนิดและรูปแบบต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ จุลินทรีย์ที่อยู่

รวมกันบริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมรอบ ๆ ตัวได้

การปรับตัวเปลี่ยนแปลงบางอย่างของสิ่งมีชีวิตอาจเกิดขึ้นภายในหนึ่งชั่วอายุหรือยาวนานหลายชั่วอายุ โดยผ่าน

การคัดเลือกตามธรรมชาติ ตามกระบวนการวิวัฒนาการ คุณสมบัติและความสามารถของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตและ

สภาวะแวดลอ้ มตา่ งกม็ ีบทบาทร่วมกัน และมปี ฏกิ ริ ิยาต่อกันและกันอย่างซับซ้อนในระบบนิเวศที่สมดุล โครงสร้าง

และคุณสมบัติของระบบนิเวศเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมทั้งมนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล เม่ือ

ความเจริญและอารยธรรมของมนษุ ยไ์ ดม้ าถึงจดุ สดุ ยอดและเริ่มเส่ือมลงเพราะมนษุ ย์เร่ิมทำลาย สงิ่ มีชวี ิต

ชนดิ อ่ืนท่เี คยชว่ ยเหลือสนบั สนนุ ตนเองมาโดยตลอด ไมว่ า่ จะเปน็ ด้านอาหารอยอู่ าศยั เครือ่ งนงุ่ หม่ ยา

รักษาโรค หรือการแสวงหาความสุขและความบันเทิงบนความทุกข์ยากของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ จนทำให้เกิดการเสีย

สมดลุ ของระบบนเิ วศ ซ่ึงนำไปสู่ความเสยี หายอย่างใหญห่ ลวงของสรรพสง่ิ ท้งั มวล

การท่สี ่ิงมชี วี ิตชนิดต่าง ๆ ถกู ทำลายสญู หายไปจากโลก จะเป็นปจั จยั สำคัญท่ีช่วยเร่งให้อัตราการสูญพันธ์

ของสิ่งมีชีวิตนานาชนิดที่เหลืออยู่เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ อันเนื่องมาจากการเสียดุลของระบบนิเวศนั้นเอง

อัตราการสูญพันธุ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละระบบนิเวศ จะมีทางเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดหรือไม่ที่มนุษย์

จะนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับปรุงหาสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นมาทดแทนส่ิงมีชีวติ ที่สญู

พันธุ์ไป ทั้งนี้เพราะการสูญเสียแหล่งสะสมความแปรผันทางพันธุกรรม อันถือว่าเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าของประชากร

สิ่งมีชวี ิต นนั้ จะเปน็ การสง่ เสรมิ ให้มีการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศนั้น ๆ มากข้ึน

4

7. กิจกรรมการเรียนรู้
ใชร้ ปู แบบการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชว่ั โมง; 120นาท)ี
ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) (40 นาที)
1) ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 คน (เก่ง กลาง อ่อน) แต่ละกล่มุ ศึกษาชุดกิจกรรมที่ครแู จก
ให้แล้วดำเนนิ การตามขั้นตอนตามคำชแ้ี จงของชุดกจิ กรรม แลว้ นำเสนอผลของกิจกรรมของ
แต่ละกลมุ่
2) ให้นักเรียนอ่านเน้ือหานำหน่วย (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ัน

ม.3 เลม่ 2 สสวท. หน้า 156-157) แลว้ รว่ มกนั อภิปรายโดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี
- ปะการังมีความสมั พนั ธก์ บั ส่ิงมีชวี ติ ในแนวปะการังอยา่ งไร (นักเรยี นตอบตามทสี่ งั เกตได้ เช่น

ปะการังเป็นทอี่ ยูอ่ าศยั และแหล่งอาหารของสัตวน์ ้ำหลายชนิด)
- หากแนวปะการังถกู ทำลายจะสง่ ผลอย่างไร (ส่ิงมชี วี ติ ในแนวปะการงั จะไมม่ ที ่ีอยู่อาศยั และขาด

แหลง่ อาหารหรืออน่ื ๆ ตามความคดิ และเหตผุ ลของนักเรียน)
3) ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเพิ่มเติมวา่ แนวปะการงั เป็นตัวอยา่ งของระบบนิเวศทางทะเล

แบบหนง่ึ ประกอบไปด้วยสงิ่ มีชีวิตทมี่ ีความหลากหลาย ซ่ึงนักเรียนจะได้เรยี นรูเ้ ร่อื งของระบบนเิ วศและความ
หลากหลายทางชีวภาพ จากหนว่ ยการเรียนร้นู ี้ จากนนั้ ใหน้ ักเรียนอา่ นคำถามนำหนว่ ย องคป์ ระกอบของหนว่ ย
และร่วมกันอภปิ ราย เพ่ือใหน้ ักเรยี นทราบว่าจะต้องเรยี นรเู้ รอ่ื งอะไรบ้างในหน่วยนี้ พร้อมแจง้ ผลการใชช้ ดุ กิจกรรม
ของแตล่ ะกลุ่ม

4) เชื่อมโยงเข้าสู่บทที่ 1 ระบบนิเวศ โดยให้นักเรียนสังเกตภาพนำบท (หนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม 2 สสวท. หน้า 158) พร้อมทั้งให้นักเรียนอ่านเนื้อหา นำบท โดย
ใช้คำถามต่อไปน้ี

- องค์ประกอบในแต่ละภาพมีอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามที่สังเกตได้ เช่น มีสิ่งมีชีวิตและไม่มี
ชวี ติ อาศัยอยู่รว่ มกัน)

- สิ่งเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไร (นักเรียนตอบตามที่สังเกตได้ เช่น ปลากินสาหร่ายเป็น
อาหาร)

5) ให้นกั เรยี นสงั เกตภาพนำเรื่องที่ 1 องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ (หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ม.3 เลม่ 2 สสวท. หนา้ 159) ครูกระตุ้นความสนใจโดยใชค้ ำถามดังน้ี

- ในนาขา้ วมีสงิ่ มชี วี ติ อะไรบา้ ง (มสี ิ่งมชี วี ิตหลายชนดิ เชน่ ต้นขา้ ว แมลง ปูนา และสงิ่ มีชวี ิตอน่ื )
- ในนาขา้ วมีส่งิ ไมม่ ีชีวิตอะไรบา้ ง (มีส่งิ ไมม่ ีชวี ิตหลายอย่าง เช่น แสง ดนิ นำ้ อากาศ)
- สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร (ตอบตามความเข้าใจและ
ประสบการณ์เดมิ ของนกั เรียนแต่ครูควรบนั ทกึ คำตอบไวอ้ ภิปรายในตอนท้ายของบทเรียน)
6) ให้นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ชน้ั ม.3 เลม่ 2 สสวท. หนา้ 159) จำนวน 3 ขอ้
เขยี นเครอ่ื งหมาย ✓หนา้ ข้อความที่ถกู ตอ้ ง และเขยี นเคร่อื งหมาย X หนา้ ขอ้ ความทีไ่ มถ่ กู ต้อง
- สิ่งมชี วี ิตแบง่ ออกเป็น 2 กล่มุ คือ กลมุ่ พชื และกลมุ่ สัตว์ (เฉลย)
- ส่งิ มีชีวติ กบั ส่งิ ไมม่ ชี วี ิตในบริเวณเดยี วกนั มีความสัมพันธ์กนั (เฉลย)
- สิง่ มีชีวิตมกี ารปรบั ตวั ด้านโครงสรา้ งและลกั ษณะใหเ้ หมาะสมกบั แหลง่ ท่ีอยู่ (เฉลย)

5

7) ครูตรวจสอบและรวบรวมข้อมลู ผลการทำชุดกิจกรรม และตรวจสอบการทำกจิ กรรมทบทวน
ความรู้ก่อนเรียน ถ้าไม่ถูกต้องให้แก้ไขความเข้าใจคลาดเคลื่อนของนักเรียน ความรู้พื้นฐานเรื่อง ระบบนิเวศและ
องค์ประกอบของระบบนเิ วศท่ีถกู ต้องและเพียงพอทจ่ี ะเรยี นตอ่ ไป

ข้นั ที่ 2 ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration) (20 นาที)
8) ครูเชือ่ มโยงเขา้ สู่กจิ กรรมที่ 7.1 องคป์ ระกอบของสภาพแวดล้อมมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร โดย

ใช้คำถามว่า นักเรียนคิดว่าสภาพแวดลอ้ มในท้องถน่ิ ของนกั เรยี นมีองค์ประกอบอะไรบ้าง และองคป์ ระกอบ
เหลา่ นน้ั มปี ฏสิ ัมพันธก์ ันอย่างไร (นกั เรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง)

9) นกั เรยี นอ่านชือ่ กิจกรรม จดุ ประสงค์ และวิธีดำเนินกจิ กรรม ตามหนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 เลม่ 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 160 และครูตรวจสอบความเข้าใจการอ่าน
โดยใชค้ ำถามดงั ตอ่ ไปนี้

- กจิ กรรมน้เี กี่ยวกบั เรือ่ งอะไร (ปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งองค์ประกอบของสภาพแวดลอ้ มในท้องถนิ่ )
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (สำรวจและอธิบายปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบของ
สภาพแวดล้อมในท้องถนิ่ )
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ระดมความคิด เลือกและกำหนดพื้นที่ สำรวจ
พื้นที่ด้วยวธิ ีการต่าง ๆ สังเกตและบันทกึ สภาพแวดล้อมทางกายภาพและทางชีวภาพ สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และ
อภิปรายเกย่ี วกับปฏิสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบท่พี บในบรเิ วณที่สำรวจ)
- ข้อควรระวงั ในการทำกิจกรรมมีอะไรบา้ ง (การเกบ็ ข้อมูลของสตั วท์ ี่เป็นอนั ตราย เช่น แมลงบาง
ชนิด งู หรือสัตว์มีพิษ ควรหลีกเลี่ยง แต่หากนักเรียนสนใจศึกษาอาจใช้วิธีการถ่ายภาพหรือวาดแผนแทน การ
สัมผัสโดยตรง รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยในการสำรวจ เช่น ระวังการพลัดตกลงไปในแหล่งน้ำ
ระวงั ความเสยี หายทเี่ กดิ จากการใชอ้ ุปกรณแ์ ละเคร่ืองมือสำรวจ)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (เก็บและรวบรวมข้อมูลสิ่งมีชีวิต เช่น จำนวน
และชนิดของสัตว์และพืช ข้อมูลขององค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต เช่น แสง ค่า pH ของน้ำ รวมทั้งสังเกตปฏิสัมพันธ์
ระหว่างองคป์ ระกอบท่ีพบในบรเิ วณทีส่ ำรวจ ซง่ึ สามารถสังเกตได้ เช่น พฤติกรรม การเคลอื่ นที่ การกนิ อาหาร)
10) ขณะทน่ี ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทำกจิ กรรมในการสำรวจ ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน
แต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะการสำรวจในบริเวณต่าง ๆ ครูควบคุมนักเรียนให้สำรวจตามพื้นที่และขอบเขตที่กำหนดไว้
ตอนต้น และให้คำแนะนำเมื่อนักเรียนมีคำถาม หรือมีข้อสงสัย เช่น การใช้เครื่องมือ ชื่อของสิ่งมีชีวิต การบันทึก
จำนวน เป็นต้น ซึ่งครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่พบจากการทำกิจกรรมของนักเรียนเพื่อใช้เป็นข้อมูล
ประกอบการอภิปรายหลงั จากการทำกจิ กรรม
ข้ันท่ี 3 ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (20 นาที)
11) นักเรียนบันทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท่ี 7.1 องค์ประกอบของ
สภาพแวดล้อมในท้องถ่ินมีปฏิสัมพนั ธ์กันอย่างไร โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคำถามท้ายกิจกรรม เพื่อให้ได้
ข้อสรปุ จากกิจกรรมวา่ ในสภาพแวดลอ้ มที่แตกต่างกันจะพบชนดิ และปริมาณของสิง่ มีชีวติ และส่ิงไม่มีชีวิตต่างกัน
ในสภาพแวดล้อมเดียวกันสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันจะมีปฏิสมั พันธก์ ัน เช่น กินกันเป็นอาหาร นอกจากนี้สิ่งมีชีวิตยังมี
ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิตด้วย เช่น พืชใช้แสงและน้ำในการสร้างอาหาร กิ้งก่านอนอาบแดดเพื่อเพิ่มอุณหภูมิใน
รา่ งกาย เป็นตน้

6

ขน้ั ที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) (20นาที)
12) นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมในหนังสือเรียนหน้า 162-163 ที่เกี่ยวกับองค์ประกอบที่มีชีวิตและ

องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตในระบบนิเวศ ที่เกี่ยวกับความหมายของแหล่งที่อยู่ ประชากร กลุ่มสิ่งมีชีวิต และระบบ
นเิ วศ จากน้นั รว่ มกันตอบคำถามระหว่างเรียน ดงั นี้

- ยกตัวอย่างสภาพแวดล้อม ระบุสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต พร้อมทั้งอธิบายปฏิสัมพันธ์ของ
สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตที่พบในแหล่งที่อยู่นั้น (แนวคำตอบ คำตอบขึ้นอยู่กับประสบการณ์เดิมของนักเรียน เชน่
ในแปลงผักบุ้ง สามารถพบสิ่งมีชีวิต ได้แก่ ผักบุ้ง หญ้า ตั๊กแตน ด้วงเต่าทอง หนอน สิ่งไม่มีชีวิต ได้แก่ ดิน น้ำ
อากาศ แสงแดด โดยผกั บุง้ ใช้แสง น้ำ อากาศในการสังเคราะห์ด้วยแสงเพ่ือการเจริญเติบโต หนอนและต๊ักแตนกิน
ผักบุ้งและน้ำเป็นอาหาร)

- บริเวณท่ีสิ่งมชี ีวติ อาศัยอยเู่ รียกว่าอะไร (แหลง่ ท่ีอยู)่
- คำว่าประชากรกับกลุ่มสิ่งมีชีวิตเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (แตกต่างกัน ประชากร คือ
สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกันในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนกลุ่มสิ่งมีชีวิต คือ ประชากรของ
ส่งิ มชี วี ติ หลาย ๆ ชนดิ ทีอ่ าศัยอยใู่ นแหลง่ ที่อยู่เดียวกนั และมีความสมั พันธ์กนั )
- ระบบนิเวศคืออะไร เรากำหนดขอบเขตของระบบนิเวศอย่างไร (ระบบนิเวศ คือ ระบบที่กลุ่ม
สงิ่ มชี วี ติ อาศัยในแหลง่ ทอี่ ยู่เดยี วกนั มคี วามสมั พนั ธซ์ ่งึ กนั และกนั และมีความสมั พันธก์ ับแหลง่ ทอ่ี ยู่นน้ั การกำหนด
ขอบเขตของระบบนิเวศข้ึนอย่กู ับผ้ทู ่ีศึกษาเป็นผกู้ ำหนด)
13) ครูอธิบายเพิ่มเติม โดยใช้สื่อวีดิทัศน์เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งที่อยู่ ประชากรและ
กล่มุ สิ่งมชี ีวติ (สืบคน้ ไดจ้ าก ipst.me/10606) ซง่ึ อธิบายเกี่ยวขอ้ งกับคำนิยามและความหมายของคำว่าแหล่งที่อยู่
ประชากรและกลุ่มส่ิงมชี ีวติ
ขนั้ ที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation) ( 20 นาที)
14) ครูและนกั เรยี นอภปิ รายผลการทำกจิ กรรม องค์ประกอบของสภาพแวดล้อม จะได้ขอ้ สรุปว่า
- ในสภาพแวดล้อมแต่ละบริเวณจะพบชนดิ และปรมิ าณของสงิ่ มีชีวิต ซง่ึ เปน็ องค์ประกอบที่มีชีวิต
และองคป์ ระกอบท่ไี ม่มชี ีวิต โดยทีอ่ งค์ประกอบตา่ ง ๆ จะมปี ฏสิ มั พันธก์ ัน
- แหลง่ ท่อี ยู่ คอื บรเิ วณทสี่ ่ิงมชี ีวิตเหล่านี้อาศัยอยู่
- ประชากร คือ ส่ิงมีชีวติ ชนิดเดียวกนั ที่อาศยั อยู่ในแหลง่ ทอี่ ยู่เดียวกันในช่วงเวลาหน่งึ
- กลุ่มสิ่งมีชีวิต คือ ประชากรของสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกันและมี
ความสมั พนั ธก์ นั
- ระบบนิเวศ คือ ระบบที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตอาศัยในแหล่งที่อยู่เดียวกัน มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกนั
และมคี วามสมั พันธ์กับแหล่งท่ีอยู่นน้ั ซึ่งการกำหนดขอบเขตของระบบนิเวศข้นึ อย่กู ับผทู้ ี่ศึกษาเป็นผูก้ ำหนด
15) ครูตรวจสอบการส่งแบบบนั ทกึ การคน้ คว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์การ
ประเมิน (Rubrics Score)
16) ครูนำผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มาศึกษาทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการทดสอบ
ก่อนเรียนและหลังเรียนจากการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองด้วยชุดกิจกรรมโดยรูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อทำ
รายงานการศึกษาการใช้ชุดกิจกรรมตอ่ ไป

7

8. ส่อื การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้

8.1 อปุ กรณ์ทำกจิ กรรม: จำนวน 15 รายการ ดงั แสดงแนบไว้ในใบกจิ กรรมที่ 7.1

8.2 คลปิ วีดิทัศน์: - สภาพธรรมชาติตา่ ง ๆ ท่ีมีสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตหลากหลาย

https://www.youtube.com/watch?v=dkPLIw9aZwY

- ความสมั พนั ธ์ระหว่างแหลง่ ทอ่ี ยู่ ประชากรและกล่มุ ส่งิ มชี ีวิต

https://www.ipst.me/10606

8.3 ใบกจิ กรรม: ใบกิจกรรมที่ 7.1 องคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ มในท้องถ่ินมปี ฏสิ ัมพนั ธ์กนั อย่างไร

8.4 แบบบนั ทกึ กิจกรรม: แบบบันทึกการค้นคว้ากจิ กรรมท่ี 7.1 องค์ประกอบของสภาพแวดลอ้ มในท้องถิ่น

มปี ฏิสัมพนั ธก์ ันอยา่ งไร

8.5 แหลง่ เรยี นรู:้ หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3

เล่ม 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551

(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร

9. การวดั และการประเมนิ

ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ วธิ กี ารวัด เคร่ืองมือวดั เกณฑ์ที่ใชใ้ นการประเมิน
- ชดุ กจิ กรรม - ผา่ นเกณ์ 10 คะแนนขน้ึ ไป
1. บอกองคป์ ระกอบของระบบ - ตรวจชดุ กิจกรรม - คำถามท้ายกจิ กรรมที่ - ไดไ้ มน่ ้อยกว่า 2 คะแนน
7.1จำนวน 5 ขอ้
นเิ วศและบอกความสัมพนั ธ์ - ตรวจการตอบ ระดับคุณภาพดี ถือวา่ ผา่ น
- แบบบันทกึ การทำชดุ การประเมินด้านความรู้
ระหว่างส่งิ มชี ีวิตกบั สง่ิ มชี วี ิตและ คำถามท้ายกจิ กรรม กจิ กรรม
- แบบบันทึกการคน้ ควา้ - ผ่านเกณ์ 10 คะแนนข้นึ ไป
ส่งิ มีชวี ติ กับสงิ่ ไม่มีชีวิตจากชุด ท่ี 7.1 กจิ กรรมท่ี 7.1 - ไดไ้ มน่ ้อยกว่า 2 คะแนน
องคป์ ระกอบของสภาพ ระดับคุณภาพดี ถือวา่ ผา่ น
กจิ กรรมการเรยี นรู้ แวดลอ้ มในท้องถิน่ มี การประเมนิ ด้านความรู้
ปฏสิ มั พนั ธก์ นั อยา่ งไร
(ด้านความรู้: K) - แบบบนั ทกึ การประเมิน - ได้ไมน่ ้อยกว่า 2 คะแนน
ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผ่าน
2. การใช้ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ - ตรวจชดุ กิจกรรม การประเมนิ
ดา้ นเจตคติ
และทักษะกระบวนการทำงาน - ตรวจการตอบ

(ด้านกระบวนการ: P) คำถามทา้ ยกิจกรรม

ท่ี 7.1

3. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุง่ ม่ันใน - สังเกตพฤติกรรม
การทำงาน ของนักเรียน
(ด้านเจตคต:ิ A)

8

9.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลนักเรยี น เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score)

ประเด็นการประเมนิ ค่าน้ำหนกั แนวทางการให้คะแนน
คะแนน

การให้คะแนน ตำ่ กว่า 5 คะแนน ตอ้ งปรับปรงุ

ชุดกจิ กรรม 10 คะแนน 6-7 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ดี

คะแนน 8-10 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ดมี าก

การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมท่ี 7.1 ถูกต้อง จำนวน 4-5 ขอ้

คำถามทา้ ย 2 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมที่ 7.1 ถูกต้อง จำนวน 2-3 ข้อ

กจิ กรรมท่ี 7.1 1 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมที่ 7.1 ถูกต้อง จำนวน 1 ข้อ หรือไม่ถูกต้อง

การให้คะแนนการบนั ทกึ บนั ทึกผลการทำกิจกรรมการวดั จากการเลอื กและใช้เคร่ืองมอื ต่าง ๆ

แบบบันทึกการค้นคว้า 3 เชน่ ใชเ้ ทอร์มอมิเตอร์วัดอณุ หภมู ขิ องอากาศ นำ้ และดิน ใชเ้ ครอ่ื งวดั
กจิ กรรมที่ 7.1 ความเป็นกรด-เบส วัดความเป็นกรด-เบส ใชล้ ักซ์มิเตอร์วดั ความเข้มของ

แสงได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สอดคล้องกบั เนอ้ื หาในกิจกรรม

บนั ทึกผลการทำกิจกรรมการวดั จากการเลอื กและใชเ้ ครอ่ื งมอื ต่าง ๆ

2 เช่น ใช้เทอรม์ อมเิ ตอรว์ ดั อุณหภมู ขิ องอากาศ นำ้ และดิน ใช้เคร่ืองวัด
ความเป็นกรด-เบส วัดความเปน็ กรด-เบส ใช้ลักซ์มเิ ตอร์วดั ความเขม้

ของแสงได้ มีความสอดคลอ้ งกบั เนอ้ื หาในกิจกรรม

บันทึกผลการทำกิจกรรมการวดั จากการเลอื กและใชเ้ ครอื่ งมอื ตา่ ง ๆ

1 เช่น ใชเ้ ทอร์มอมเิ ตอร์วดั อุณหภูมิของอากาศ นำ้ และดิน ใช้เครื่องวัด
ความเปน็ กรด-เบส วดั ความเป็นกรด-เบส ใช้ลักซม์ เิ ตอรว์ ดั ความเข้มของ

แสงไดไ้ มเ่ หมาะสม เกิดข้อผดิ พลาด ไม่สอดคล้องกับเนอื้ หาในกิจกรรม

การใหค้ ะแนน 3 ปฏิบตั หิ น้าทีท่ ่ีได้รบั มอบหมาย ภายในชัน้ เรียนไดอ้ ย่างดี ไมเ่ กิดปัญหา
มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมนั่ ใน สง่ ภาระงานที่ไดร้ ับตรงต่อเวลา และงานมีความสมบูรณ์ เรียบร้อย

การทำงาน ปฏิบตั หิ น้าทท่ี ี่ไดร้ ับมอบหมาย ภายในช้นั เรียนได้แตเ่ กดิ ปัญหา

2 จงึ มกี ารปรบั ปรงุ แก้ไข และส่งภาระงานที่ไดร้ ับมอบหมายตรงตอ่ เวลา

หรอื ชา้ กวา่ กำหนดเวลาไม่นาน

ปฏิบัติหน้าท่ที ่ีไดร้ ับมอบหมาย ภายในช้นั เรียนไดแ้ ต่เกดิ ปัญหาแล้ว

1 แก้ไขไมไ่ ด้ สง่ ผลกระทบต่อการสง่ ภาระงานที่ได้รบั มอบหมายตรง

ทำใหเ้ กดิ ปัญหา สง่ ช้ากวา่ กำหนดเวลาออกไป

9.2 ระดบั คณุ ภาพ หมายถึง ดีมาก
คะแนนรวมเฉล่ีย 6.00 - 5.00 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉล่ยี 4.00 - 3.00 หมายถึง พอใช้
คะแนนรวมเฉลีย่ 2.00 - 1.00

ดังนน้ั นกั เรียนตอ้ งได้คะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมิน ไมต่ ำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับ
คุณภาพ ดี ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์การประเมินในแผนการจดั การเรยี นที่ 12

9

บนั ทกึ หลังการจัดการเรียนรู้ ...
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6 ระบบนเิ วศและความหลากหลายทางชีวภาพ.... ...... ...
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 12 เรื่อง องคป์ ระกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถน่ิ
วนั ท.ี่ .............9................เดอื น..........................ธนั วาคม................................พ.ศ...........2564..........

1. ผลการจดั การเรียนรู้
1. นกั เรยี นจำนวน........43........คน ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้........41......คน คดิ เป็นรอ้ ยละ....95.35........
ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้.....2.......คน คดิ เปน็ ร้อยละ......4.65........

1.1 นักเรยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจ ( K)
นกั เรียนไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านความรคู้ วามเข้าใจ (K) จำนวน 2 คน

1.2 นกั เรียนมีความรเู้ กดิ กระบวนการ (P) จำนวน 2 คน
นักเรียนไม่ผา่ นเกณฑ์การประเมินจดุ ประสงค์ดา้ นทักษะ (P)

1.3 นกั เรยี นมีเจตคติ (A) จำนวน - คน
นักเรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมนิ จุดประสงค์ด้านเจตคติ (A)

2. ปัญหาและอุปสรรค
เนอ่ื งจากสถานการณ์โควดิ -19 ทำให้การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ในห้องเรยี นไม่เปน็ ไปตามแผนเทา่ ท่ีควร

3. แนวทางแกไ้ ข/ขอ้ เสนอแนะ
ปรบั กจิ กรรมการเรียนรใู้ ห้หลากหลายและเหมาะสมกับสถานการณแ์ ตย่ งั คงให้ครอบคลมุ เนื้อหาและ

จดุ ประสงค์ตัวชีว้ ดั

ลงชอ่ื ผู้เขยี นแผนการจัดการเรียนรู้
(นางลักขณา ไสยกจิ )

ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ

10

ความคดิ เห็นของกรรมการนิเทศภายในกลมุ่ สาระการเรียนรู้

ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ขา้ งตน้ แล้ว มีความคิดเหน็ ดังน้ี
1. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกิจกรรมไดน้ ำกระบวนการเรยี นรู้
เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
นำไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ...............................................................................................................................

ลงช่อื
(นางมณีรัตน์ คำพรมมี)

กรรมการนเิ ทศภายในกลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
.............../............./..........

ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้/ผทู้ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย

จากการตรวจสอบแผนการจัดการเรยี นรูข้ า้ งตน้ แลว้
เห็นควรใหน้ ำไปใชส้ อนจริง
เห็นควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้โดยปรบั ปรุง ในประเด็น.......................................................

............................................................................................................................. .........................................
ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ.............................................................................................................. .............................
..................................................................................................... .................................................................

ลงชอื่
(นางมณีรัตน์ คำพรมมี)

หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
.............../............./..........

11

แบบบันทึกการประเมนิ คณุ ภาพการเรียนรู้ของนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3

รายวิชาวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชวี ภาพI

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 12 เรื่อง องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น .

คำช้ีแจง: ทำเคร่อื งหมาย ✓ ในช่องค่าน้ำคะแนนแตล่ ะด้านตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ โดยประเมินตามเกณฑ์

(Rubrics Score)

เลข ช่อื -นามสกุล/ ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นักเรยี น
คา่ นำ้ หนกั (P) คา่ น้ำหนัก ระดับคุณภาพ
คะแนน คะแนน
ค่านำ้ หนกั คะแนน

3 2 1 3 2 1 32 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

12

เลข ช่ือ-นามสกุล/ ดา้ นความรู้ (K) ด้านกระบวนการ ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นักเรยี น
ค่านำ้ หนกั (P) ค่าน้ำหนัก ระดับคุณภาพ
28 คะแนน คะแนน
29 321 คา่ น้ำหนกั คะแนน 32 1
30
31 32 1
32
33
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45

เกณฑก์ ารพิจารณาคุณภาพ
- คะแนนรวมเฉล่ีย 6.00 - 5.00 หมายถึง ดมี าก
- คะแนนรวมเฉลยี่ 4.00 - 3.00 หมายถงึ ดี
- คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 1.00 หมายถึง พอใช้
ตอ้ งไดค้ ะแนนเฉล่ียทุกประเดน็ การประเมิน ไมต่ ำ่ กวา่ 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา่ นน้ั

ถึงจะผา่ นการเรยี นร้ตู ามตวั ช้ีวัด
ผลการประเมินการเรียนรขู้ องนักเรยี น

ผ้เู รยี นท่ี ผ่าน ตัวช้วี ดั
มีจำนวน…………………………คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ………………………………………………..

ผเู้ รยี นที่ ไมผ่ า่ น ตวั ชีว้ ดั
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................

13

ส่อื การเรียนรู้แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 12: ส่ือวีดิทัศน์

คลปิ วีดที ศั น์: สภาพธรรมชาตติ ่าง ๆ ที่มสี ภาพแวดลอ้ มและส่งิ มีชวี ิตหลากหลาย

สื่อวีดิทัศน์เรื่อง สภาพธรรมชาติต่าง ๆ ที่มีสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตหลากหลาย อธิบายเกี่ยวกับ
ความสมั พนั ธข์ ององคป์ ระกอบที่มีชีวติ และองค์ประกอบท่ีไมม่ ีชีวิตในระบบนิเวศ

แหล่งที่มา: เวบ็ ไซต์อ้างอิง
https://www.youtube.com/watch?v=dkPLIw9aZwY
เผยแพรเ่ ม่ือ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
(ชอ่ งYouTube: ADVEXON TV)

ส่ือการเรียนรู้แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12: 14

สื่อวีดิทศั น์

คลิปวีดีทัศน์: ความสัมพันธร์ ะหว่างแหล่งที่อยู่ ประชากรและกลมุ่ ส่ิงมีชวี ติ

สื่อวีดิทัศน์เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งที่อยู่ ประชากรและกลุ่มสิ่งมีชีวิต อธิบายเกี่ยวข้องกับ
คำนิยามและความหมายของคำวา่ แหล่งท่อี ยู่ ประชากรและกลุม่ สง่ิ มีชีวติ

แหลง่ ที่มา: เว็บไซต์อา้ งองิ ipst.me/10606
เผยแพร่เม่ือ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562
(เจ้าของผลงาน สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.))

15

สื่อการเรียนรู้แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 12: ใบกจิ กรรมที่ 7.1

ใบกจิ กรรมที่ 7.1 องคป์ ระกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถ่นิ มปี ฏสิ ัมพันธ์กนั อยา่ งไร

หนังสือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เลม่ 2 ตามหลักสตู รแกนกลาง

การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 160

กิจกรรมที่ 7.1 องคป์ ระกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถน่ิ มปี ฏิสัมพนั ธก์ นั อยา่ งไร?

จดุ ประสงค์ สำรวจและอธิบายความสมั พันธ์ขององคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ มในท้องถิ่น

วสั ดุอุปกรณ์ วสั ดุที่ใชต้ อ่ กลุ่ม

1. เทอร์มอมเิ ตอร์ 1 อนั

2. แท่งแก้วคน 2 อัน

3. กระดาษยูนิเวอร์ซัลอนิ ดเิ คเตอร์ 2 แผ่น

4. กระจกนาฬิกา 1 ใบ

5. ปากคีบ 1 อนั

6. พ่กู นั 1 ดา้ ม

7. ถุงพลาสติก 3 ใบ

8. บีกเกอรห์ รือแก้วพลาสติกใส 3 ใบ

9. เข็มทิศ 1 อัน

10. อปุ กรณ์บนั ทึกภาพ 1 ชุด

11. แวน่ ขยายหรอื กล้องจลุ ทรรศน์ใชแ้ สง 1 อัน

12. เซคคดิ สิ ก์ (Secchi disc) 1 ชดุ

13. ลักซ์มิเตอร์ (Lux meter) 1 ชุด

14. ชอ้ นปลกู 1 อัน

15. นำ้ กล่ัน 1 ขวด

วธิ ดี ำเนิน 1.เลือกบรเิ วณท่จี ะสำรวจในท้องถิน่ หรือบรเิ วณโรงเรยี น เชน่ บริเวณสระน้ำ

กิจกรรม สวนธรรมชาติ สวนหยอ่ ม หลงั อาคารเรียน โดยไมซ่ ำ้ กันในแตล่ ะกลุ่ม

2. กำหนดขอบเขตของบรเิ วณท่สี ำรวจ

3. สงั เกตและบันทึกสภาพแวดล้อมทางกายภาพของบริเวณท่สี ำรวจ เชน่ ลกั ษณะภูมิศาสตร์

ลักษณะดิน แหล่งน้ำ สภาพอากาศ สิ่งปนเปื้อนในสภาพแวดลอ้ ม จากน้ันวาดแผนผังของ

บรเิ วณที่จะศึกษา โดยระบุมาตราส่วน รายละเอียดของบรเิ วณโดยรอบ และระบทุ ศิ ให้ถูกตอ้ ง

4. เก็บและรวบรวมข้อมลู ของสภาพแวดลอ้ มในบรเิ วณที่สำรวจ เช่น อณุ หภูมิ

ความเปน็ กรด-เบส (pH) ความโปร่งใสของน้ำ ความสว่าง โดยมีวิธกี ารดังน้ี

16

กิจกรรมที่ 7.1 องค์ประกอบของสภาพแวดลอ้ มในท้องถ่นิ มีปฏสิ ัมพนั ธก์ นั อย่างไร?

การวัดอณุ หภูมิ

• บรเิ วณแหลง่ น้ำ วัดอณุ หภมู ิทผ่ี วิ นำ้ โดยจุ่มเทอร์มอมเิ ตอรล์ งในน้ำลกึ ประมาณ 5 เซนตเิ มตร

บนั ทึกผล

• บรเิ วณพน้ื ดนิ วัดอณุ หภูมทิ ่ีผวิ ดิน โดยเสยี บเทอรม์ อมิเตอรล์ งในดินลึกประมาณ 5 เชนติเมตร

บนั ทึกผล

การวัดความเปน็ กรด-เบส (pH)

• บริเวณแหล่งน้ำ วัด pH ของนำ้ โดยเกบ็ ตัวอย่างน้ำทผ่ี ิวนำ้ แลว้ ใช้แท่งแกว้ จุ่มลงในตวั อย่างนำ้

มาแตะลงบนกระดาษยูนิเวอร์ซลั อนิ ดิเคเตอร์ที่วางอยู่บนกระจกนาฬกิ า เทียบสกี บั สมี าตรฐาน

ที่ตดิ อยบู่ นกล่อง บันทึกค่า pH ที่อ่านได้

• บรเิ วณพน้ื ดิน วัด pH ของดินโดยนำดนิ จากระดับผิวดิน ปรมิ าณ 10 กรัม ใส่ลงในแกว้

พลาสตกิ ใส แลว้ เติมนำ้ กล่ัน 10 ลกู บาศก์เซนติเมตรใช้แท่งแกว้ คนใหเ้ ข้ากนั ตัง้ ทงิ้ ไว้ 10 นาที

หรอื จนกวา่ จะตกตะกอน แล้วใช้แท่งแก้วจมุ่ ส่วนท่ีเปน็ ของเหลวมาแตะลงบนกระดาษ

ยูนิเวอร์ซลั อนิ ดเิ คเตอร์ทว่ี างอยบู่ นกระจกนาฬิกา เทยี บสกี ับสีมาตรฐาน บันทกึ ค่า pH

ท่อี า่ นได้

การวัดความโปร่งใสของนำ้

• บริเวณแหล่งน้ำ สามารถวัดความลกึ ที่แสงสอ่ งผา่ นลง

ไปในนำ้ โดยใชเ้ ซคคิดิสก์ ซงึ่ มวี ิธใี ช้ดงั น้ี

(1) ทำเครื่องหมายบนเส้นเชือกที่ผูกติดกับเซคคิดิสก์

เพื่อบอกระดับความลึกของน้ำ หย่อนเซคคิดิสก์ ลงใน

แหล่งน้ำจนถึงระยะที่เริ่มมองไม่เห็นเซคคิดิสก์ แล้ว

บันทึกค่าความลึกของระดับน้ำจากเครื่องหมายที่ทำไว้

บนเชือก ภาพเซคคดิ สิ ก์
(2) หย่อนเซคคิดิสก์ลงไปในน้ำอีกเล็กน้อย แล้วดึง

เซคคิดิสก์ขึ้นช้า ๆ จนเริ่มมองเห็นเซคคิดิสก์อีกคร้ัง

แล้วบันทึกค่าความลึกของระดับน้ำจากเครื่องหมายที่

ทำไวบ้ นเชือก

(3) หาค่าความลึกที่แสงส่องผ่านลงน้ำได้ โดยหา

ค่าเฉลี่ยความลึกของระดับน้ำจากข้อ (1) และ (2) ภาพลักซ์มเิ ตอร์

บนั ทกึ ผล

การวัดความสวา่ ง

• บริเวณพ้นื ที่บนบก วัดความสว่างโดยใชล้ กั ซม์ ิเตอร์ ซ่ึงมหี น่วยเปน็ ลักซ์ (Lux)

17

กจิ กรรมที่ 7.1 องค์ประกอบของสภาพแวดลอ้ มในท้องถ่ินมีปฏสิ ัมพนั ธก์ ันอยา่ งไร?

5. เกบ็ และรวบรวมข้อมลู ของสิ่งมีชวี ติ ในบรเิ วณที่สำรวจ เชน่ ข้อมลู ท่ัวไปของส่ิงมชี วี ติ

การตอบสนองต่อสิ่งเรา้ ของสิ่งมชี วี ิต โดยมีวิธีการดังนี้

ข้อมูลทั่วไปของสง่ิ มชี ีวติ

• ระบชุ ื่อของสงิ่ มีชวี ิต รูปรา่ ง ลกั ษณะ จำนวน แหล่งที่พบ เวลาท่พี บ ในกรณีท่ตี ้องการ

ศกึ ษาสงิ่ มีชีวติ บางชนดิ เพมิ่ เติม ถ้าบริเวณท่สี ำรวจเปน็ พ้ืนท่ีบนบกใหเ้ ก็บตวั อย่างส่งิ มีชีวิต

นั้นใสถ่ ุงพลาสติก แตถ่ า้ บริเวณที่สำรวจเปน็ แหล่งนำ้ ให้เก็บตัวอยา่ งนำ้ ใสแ่ ก้วพลาสตกิ

จากนน้ั นำตวั อยา่ งมาศึกษาโดยใชแ้ ว่นขยายหรือกล้องจลุ ทรรศน์ใชแ้ สง

• บันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวของส่งิ มีชีวติ ท่ีพบ โดยใช้อปุ กรณ์บันทกึ ภาพและอาจ

นำวัตถอุ ้างองิ ทีร่ ู้ขนาด เชน่ เหรยี ญ หรือไมบ้ รรทดั วางไว้ข้างสิง่ มีชีวิต เพ่อื ใช้เปรียบเทยี บ

ขนาดของสิ่งมีชีวติ กบั วตั ถุอ้างองิ

การตอบสนองตอ่ ส่ิงเร้าของสงิ่ มีชวี ิต

• สังเกตการตอบสนองต่อสงิ่ เร้าของพชื และสัตว์ เช่น การหุบของใบไมยราบเมื่อถูกสัมผสั

การหบุ และบานของดอกไม้ การบนิ ตอมดอกไม้ของแมลง การหาอาหารของสัตว์

6. วเิ คราะหข์ ้อมลู จากการสำรวจและอภิปรายปฏิสมั พนั ธ์ระหว่างสง่ิ มชี วี ติ กับสิ่งมชี ีวติ

และสิ่งมชี วี ิตกบั ส่ิงไมม่ ชี วี ิตในบริเวณทีส่ ำรวจ

7. สบื คน้ ขอ้ มลู เพ่ิมเติมเกีย่ วกับปฏสิ ัมพันธ์ของส่งิ ตา่ ง ๆ ที่สำรวจพบและนำเสนอ

ผลการทำกจิ กรรม

การเตรยี มตัว ครคู วรสำรวจพ้ืนทท่ี จี่ ะใช้ทำกิจกรรมก่อนจดั กจิ กรรม เพ่ือใหท้ ราบข้อมูลที่จำเป็นสำหรับ

ลว่ งหน้าสำหรับครู การเตรียมอปุ กรณแ์ ละการอภปิ รายผล เชน่ สภาพพืน้ ที่ ชนิดของส่ิงมชี ีวิต เป็นต้น

ข้อควรระวงั ครคู วรกำหนดข้อตกลงกบั นักเรยี นก่อนทีจ่ ะเร่ิมตน้ การสำรวจ และควรแจ้งให้นักเรียนระวัง

สัตวม์ พี ษิ และความปลอดภัยในการสำรวจ เชน่ การใช้อปุ กรณ์ การลงพื้นท่ีเกบ็ น้ำตวั อยา่ ง

ข้อเสนอแนะใน ครูควรพจิ ารณาเลอื กพ้ืนท่ีสำรวจทม่ี ีความแตกต่างกนั ทั้งทางกายภาพ เช่น แหลง่ นำ้ สนาม
การทำกิจกรรม หญา้ ต้นไมใ้ หญ่ และทางชวี ภาพ เชน่ มีส่งิ มีชวี ิตแตกต่างกัน เพอ่ื ให้นักเรียนเกบ็ ข้อมูลได้
หลากหลายและนำมาใช้อภิปรายเกยี่ วกับปฏสิ มั พันธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ

คำถามทา้ ยกิจกรรม

1. ในบรเิ วณทส่ี ำรวจ พบสิ่งมชี วี ิตชนดิ ใดมากท่ีสดุ และสิ่งมีชีวติ ชนดิ ใดน้อยทีส่ ดุ เพราะเหตุใด
2. สิ่งมชี ีวิตทีพ่ บในบริเวณท่ีสำรวจมคี วามสัมพันธก์ ันหรือไม่ อยา่ งไร
3. ชนดิ และปริมาณของสิง่ มีชีวิตและส่ิงไมม่ ีชีวติ ในแตล่ ะบริเวณ เหมือนหรอื แตกต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใด
4. ส่ิงไม่มีชีวิตท่พี บในแต่ละบรเิ วณมผี ลทำใหช้ นิดของสิ่งมชี ีวติ มีความแตกต่างกนั หรอื ไม่ อย่างไร
5. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอยา่ งไร

18

ส่ือการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12: แบบบนั ทกึ การคน้ ควา้ กจิ กรรมที่ 7.1

แบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมท่ี 7.1 องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถน่ิ มปี ฏิสมั พันธก์ นั อย่างไร

ชอ่ื -นามสกุล..........................................................................................ชนั้ .................เลขท.ี่ ..........กลุ่มท.่ี ...........
 บันทกึ ผลการทำกิจกรรม

บริเวณทเ่ี ลือกสำรวจ คือ ............................................................................................................................
สิ่งท่ีพบในสภาพแวดล้อมทางกายภาพของบริเวณท่ีสำรวจ ได้แก่ ...........................................................

................................................................................................................................................. ......................

แผนผงั บรเิ วณท่ีสำรวจ

ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมในบริเวณท่สี ำรวจ
- อณุ หภมู ิทว่ี ดั ได้ คอื .............................................. - ความเปน็ กรด-เบส (pH) ท่ีวัดได้ คือ ............................
- ความโปร่งใสของน้ำทวี่ ดั ได้ คือ ............................ - ความสวา่ งท่ีวดั ได้ คอื ....................................................

 ตารางบนั ทกึ ข้อมลู สิ่งมีชวี ิตที่พบในบริเวณทีส่ ำรวจ

รายการ ส่งิ มีชวี ิต จำนวน

 บันทึกขอ้ มูลเพ่ิมเติมจากการสำรวจ
.................................................................................................................................... ...................................

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

19

แนบท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 12: การให้คะแนนด้านกระบวนการ (P)

แนวทางบนั ทกึ การคน้ ควา้ กิจกรรมที่ 7.1 องค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นมปี ฏสิ ัมพันธ์กนั อย่างไร

 บันทกึ ผลการทำกจิ กรรม (ตัวอยา่ งการบันทึกผลระบบนเิ วศสนามหญ้า)
บรเิ วณท่เี ลือกสำรวจ คอื ...................สนามหญ้าอาคารเรยี น 1......................
ส่งิ ทพี่ บในสภาพแวดล้อมทางกายภาพของบรเิ วณท่ีสำรวจ ไดแ้ ก่ ........ดินคอ่ นขา้ งแห้ง..............
...........เนื่องจากบรเิ วณท่ีสำรวจโดนแสงแดดสอ่ งตลอดทง้ั วัน............................................................

แผนผงั บรเิ วณที่สำรวจ

กำหนดขอบเขตทีส่ ำรวจ ขนาดพนื้ ท่ี 100 ตารางเมตร บริเวณที่สำรวจ (ในกรอบสี่เหลีย่ มสแี ดง)

ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมในบรเิ วณทีส่ ำรวจ
- อณุ หภมู ิทีว่ ัดได้ คอื ......... 33 องศาเซลเซียส......... - ความเปน็ กรด-เบส (pH) ท่ีวัดได้ คือ ........... 6.8.........
- ความโปร่งใสของนำ้ ทว่ี ัดได้ คือ .............-............. - ความสว่างท่ีวัดได้ คือ ............... 1,100 ลักซ์.............

 ตารางบนั ทึกข้อมลู สิ่งมีชวี ติ ท่ีพบในบรเิ วณทส่ี ำรวจ

รายการ ส่งิ มีชีวติ จำนวน

1 มด ประมาณ 50 ตัว

2 หญ้า ไม่รชู้ นิด ประมาณ 300 ต้น

3 ตน้ มะเขือ 2 ตน้ ต้นหนง่ึ มผี ล 3 ผล
อีกต้นไม่มผี ล

4 ตกั๊ แตน 3 ตวั

 บนั ทึกข้อมลู เพ่ิมเติมจากการสำรวจ
รายละเอียดเพมิ่ เตมิ พบมดจำนวน 50 ตวั ขนซากใบไมข้ นาดเล็กและซากแมลงชนดิ หนึง่ (ไมท่ ราบชนดิ )

พบรงั มดอยใู่ ต้ต้นมะเขือ ตัก๊ แตนอาศยอยบู่ นใบหญา้ ดินบริเวณใต้ต้นมะเขือมลี กั ษณะชื้นกวา่ ดินทอ่ี ยสู่ ่วนอ่นื ๆ

บริเวณพน้ื ทสี่ ำรวจฝัง่ ชดิ กบั อาคาร (เป็นที่ร่มไม่โดนแดด) มตี น้ หญ้าข้นึ จำนวนน้อย บางจุดไมพ่ บตน้ หญ้า
สว่ นบรเิ วณทไี่ ดร้ บั แสงแดดตลอดวนั จะมหี ญ้าจำนวนมากกวา่

20

แนบท้ายแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 12: การให้คะแนนด้านความรู้ (K)

เฉลยใบกจิ กรรมที่ 7.1 องคป์ ระกอบของสภาพแวดล้อมในทอ้ งถิ่นมีปฏสิ ัมพันธ์กันอย่างไร

เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม

1. ในบริเวณที่สำรวจ พบสิ่งมชี วี ิตชนดิ ใดมากที่สุด และส่ิงมีชวี ติ ชนดิ ใดนอ้ ยท่สี ดุ เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ ตอบตามข้อมลู ทนี่ ักเรียนสำรวจได้ โดยใหน้ กั เรยี นแสดงหลกั ฐานสนับสนุนข้อมลู

จำนวนของชนิดสิง่ มีชวี ิตแตล่ ะชนดิ เช่น ตารางบนั ทกึ ผล ภาพถ่าย ภาพวาด

2. สิ่งมชี ีวติ ทพ่ี บในบริเวณท่ีสำรวจมีความสัมพนั ธก์ ันหรอื ไม่ อยา่ งไร

แนวคำตอบ ตอบตามความคิดเห็นและข้อสรุปของกลมุ่ ซึ่งครูสามารถนำอภปิ รายร่วมกันถงึ ปฏสิ ัมพันธ์

ขององค์ประกอบในระบบนเิ วศนนั้ ๆ เชน่ มดขดุ ดนิ เพือ่ สร้างรงั และกินตัก๊ แตนตวั เลก็ ๆ เปน็ อาหาร หรือ

ปลาอาศัยอยู่ในน้ำ กินสาหรา่ ยเป็นอาหาร ส่วนสาหร่ายมักข้ึนริมตลิง่ เพราะต้องอาศัยแสงแดด ในการสงั เคราะห์

ดว้ ยแสง จงึ ไม่สามารถเจรญิ เติบโตในบรเิ วณนำ้ ลึกได้

3. ชนิดและปริมาณของสงิ่ มีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวติ ในแตล่ ะบรเิ วณ เหมือนหรอื แตกต่างกันอยา่ งไร เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ คำตอบขน้ึ อยู่กับข้อมูล หากสำรวจในบรเิ วณใกล้เคียงกันมีความเปน็ ไปได้ว่าข้อมูล อาจจะมี

ความคล้ายคลึงกัน แต่ถ้านักเรียนสำรวจในบริเวณที่แตกต่างกันก็อาจจะมีความแตกต่างกันทั้งสิ่งมีชีวิตและ

สิ่งไม่มีชีวิต ส่วนสาเหตุที่แตกต่างกัน เพราะในแต่ละบริเวณจะมีสิ่งไม่มีชีวิตที่แตกต่างกัน ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อาศัย

แตกตา่ งกัน เชน่ บรเิ วณที่มีหญา้ ขน้ึ เป็นจำนวนมากและมรี ่มเงา มกั พบแมลงมากกวา่ บรเิ วณที่ไม่มีหญ้าและไม่มีร่ม

เงา เนื่องจากแมลงกินหญา้ เป็นอาหารและใช้เปน็ แหลง่ ที่อยู่เพราะอุณหภูมิไม่สงู จนเกินไป ส่วนบริเวณทีไ่ ม่มีหญา้

ขึ้นและมีแสงแดดส่องถึงมากกว่าบริเวณอื่น จะพบแมลงได้น้อยมากเพราะไม่มีอาหาร อุณหภูมิสูงมาก และ

ความชืน้ ตำ่ ทำใหไ้ ม่เหมาะสมตอ่ การดำรงชีวิต อกี ทัง้ ยังไมม่ ที ห่ี ลบภัยจากผู้ลา่ เช่น นกที่กนิ แมลงเป็นอาหาร

4. ส่ิงไม่มชี ีวิตทพ่ี บในแตล่ ะบรเิ วณมีผลทำให้ชนิดของส่ิงมีชีวิตมคี วามแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

แนวคำตอบ ความแตกต่างของสิ่งไม่มีชีวิต เช่น แสง น้ำ อากาศ ในแต่ละบริเวณ ส่งผลให้สิ่งมีชีวิต

ที่อาศัยอยู่ในแต่ละบริเวณนั้นแตกต่างกัน เนื่องจากสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีความต้องการพื้นฐานในการดำรงชีวิต

ทีแ่ ตกต่าง เชน่ พชื บางชนดิ เจริญเตบิ โตได้ดีในพ้ืนทชี่ มุ่ น้ำ ดังนัน้ ในบริเวณทใ่ี กลแ้ หล่งน้ำกจ็ ะพบพืชชนิดนี้มากกว่า

บริเวณที่แห้งแล้ง พืชบางชนิดต้องการแสงมาก พืชบางชนิดต้องการแสงปานกลาง สัตว์บางชนิดอาศัยอยู่ในโพรง

ไม้ สัตว์บางชนดิ อาศยั อยูใ่ นดนิ

5. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอย่างไร

แนวคำตอบ ในสภาพแวดล้อมแต่ละบริเวณจะพบชนิดและปริมาณของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตต่างกัน

เราสามารถพบสง่ิ มชี ีวติ ได้แก่ พืช สตั ว์ เปน็ องคป์ ระกอบที่มีชีวติ และส่ิงไมม่ ีชีวิต เช่น แสงแดด อากาศ น้ำ ดนิ

อณุ หภูมิ ทเี่ ป็นองค์ประกอบทไ่ี ม่มีชวี ิตแตกต่างกันออกไปในแต่ละระบบนเิ วศ เพราะองค์ประกอบดังกล่าวจะมี

ปฏิสัมพนั ธ์ต่อกนั ดังนน้ั เมื่อองคป์ ระกอบใดเปลย่ี นไปย่อมส่งผลกระทบต่อการเปลยี่ นขององคป์ ระกอบอ่ืน ๆ

เช่น บริเวณทีด่ ินมคี วามช้นื สูงจะพบกบอาศัยอยู่ แตถ่ ้าดินบริเวณนั้นไม่ไดร้ บั นำ้ ตอ่ เนื่องและดนิ แห้งลงเรอ่ื ย ๆ

จะส่งผลใหก้ บไมส่ ามารถดำรงชวี ติ อยูไ่ ด้ จำเป็นตอ้ งอพยพไปบริเวณอื่น เป็นตน้

21

ส่ือการเรียนรู้แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 12: แบบบนั ทึกการใชช้ ุดกิจกรรม

แบบบันทึกการการใช้ชุดกิจกรรม

กล่มุ ท่ี ชอ่ื สมาชิก คะแนนทดสอบก่อนเรียน คะแนนทดสอบหลังเรียน

22

เรอ่ื ง ระบบนเิ วศ

23

คำนำ

ชุดกิจกรรม เรื่อง ระบบนิเวศ สำหรับนักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบในการจดั
กิจกรรมการเรียนรู้ ปรับปรุง พัฒนาพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ประเมินตนเองได้ และ
เพอ่ื พัฒนาใหไ้ ดผ้ ลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นท่ีสูงขน้ึ ซง่ึ ชดุ กจิ กรรมนปี้ ระกอบด้วยแบบทดสอบก่อนเรียน
ใบความรู้เรื่องระบบนเิ วศ ใบงาน แบบทดสอบหลังเรียน

ผู้จัดทำหวังเป็นอยา่ งย่ิงวา่ คูม่ ือการใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้นีจ้ ะช่วยให้นักเรยี นเขา้ ใจเนื้อหาไดง้ า่ ย
และชดั เจนยิ่งขึน้ มพี ัฒนาการดา้ นการเรยี นสูงขึ้น และเปน็ ประโยชน์ตอ่ ครูผสู้ อนใชเ้ ปน็ แนวทางในการจัดกิจกรรม
การเรยี นรู้ต่อไป

24

คำช้ีแจง

ชุดกิจกรรม เรื่อง ระบบนิเวศ เป็นชุดกิจกรรมที่จัดประสบการณ์ให้นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง
และสามารถประเมินตนเองได้

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง ระบบนิเวศ ประกอบไปด้วย
1. คำชีแ้ จง
2. คำแนะนำการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้
3. สาระสำคัญและจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
5. ใบความรู้
6. ใบงาน
7. เฉลยใบงาน
8. แบบทดสอบหลังเรียน
9. เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
10. บรรณานุกรม

25

คำแนะนำการใชช้ ดุ กิจกรรม

ชดุ กิจกรรม เรื่อง ระบบนิเวศ ใหน้ ักเรยี นปฏิบัติตามขั้นตอนทก่ี ำหนด ดังน้ี

1. ชดุ กิจกรรม เรือ่ ง ระบบนิเวศ ใช้เวลา 1 ชัว่ โมง
2. แบ่งกลุ่มๆละ 3 คนโดยคละความสามารถนกั เรียนในกลุ่มเปน็ เกง่ ปานกลางและอ่อน
3. อ่านคำชแี้ จงการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและทำความเข้าใจการใชช้ ดุ กจิ กรรมกอ่ นลงมือปฏบิ ัติ
4. ศกึ ษาสาระการเรยี นรแู้ ละจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
5. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นชดุ กจิ กรรม จำนวน 10 ข้อ ตามความเขา้ ใจ

เพื่อตรวจสอบความรู้พน้ื ฐานบนั ทึกผลคะแนนที่ไดล้ งในแบบบนั ทึกคะแนน
6. ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเรียนรเู้ นื้อหาจากใบความรู้ เร่อื ง ระบบนเิ วศ และทำใบงานเพอ่ื ทดสอบความเขา้ ใจ
7. ทำแบบทดสอบหลังเรียน เรอื่ ง ระบบนเิ วศ จำนวน 10 ขอ้ เพ่ือประเมนิ ผลการเรียนรู้และบนั ทึกคะแนนที่ทำได้

และเปรียบเทยี บผลการเรียนรขู้ องตนเอง

26

สาระสำคญั และจดุ ประสงค์การเรยี นรู้

สาระสำคัญ

ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีชีวิต เช่น พืช สัตว์ จุลินทรีย์ และองค์ประกอบไม่มีชวี ติ เช่น แสง
นำ้ อุณหภมู ิ แร่ธาตุ แก๊ส องคป์ ระกอบเหล่าน้มี ีปฏสิ ัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม ระบบนิเวศจึงจะสามารถคงอยู่ต่อไป
ได้ ซง่ึ สง่ิ มีชวี ิตในระบบนเิ วศจะมีบทบาทหน้าทีท่ ี่แตกตา่ งกนั ทัง้ บทบาทผูผ้ ลิต บทบาทผู้บริโภค และบทบาทผู้ย่อย
สลายสารอินทรีย์ การที่สิ่งมีชีวิตแตล่ ะชนิดมีบทบาทแตกต่างกัน ทำให้เกิดการถ่ายทอดพลังงานที่อยูใ่ นอาหารไป
ตามลำดับโดยการกินกันเป็นทอด ๆ เรียกว่า โซ่อาหาร (food chain) หรือถ่ายทอดพลังงานที่ซับซ้อนโดยการกิน
แบบโซอ่ าหารหลายโซ่อาหารมาสัมพนั ธก์ ันเรียนกว่า สายใยอาหาร (food web) นอกจากถ่ายทอดพลงั งานแล้วยัง
อาจจะมีการถ่ายทอดสารพิษไปยังสิ่งมีชีวิตอื่นได้ด้วย ในระบบนิเวศสิ่งมีชีวิตจะดำรงชีวิตด้วยการมีความสัมพันธ์
กนั ซ่ึงมหี ลายรูปแบบ เชน่ ภาวะพ่ึงพากนั ภาวะอิงอาศยั ภาวะปรสติ การลา่ เยอ่ื เป็นต้น

จดุ ประสงค์กาํ รเรยี นรู้

1. ด้านความร้(ู Knowledge)
- นักเรยี นบอกความหมายของศพั ท์ที่เกี่ยวกับระบบนเิ วศ บอกองค์ประกอบของระบบนิเวศ
บอกความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชวี ติ กบั สิง่ มีชวี ติ และสงิ่ มีชวี ติ กับสง่ิ ไมม่ ชี ีวิตในระบบนิเวศ

2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process)
- การคดิ วเิ คราะห์
- กระบวนการทำงาน

3. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์(Attitude)
- มีวินัย
- ใฝเ่ รียนรู้
- ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

27

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบท่ถี ูกต้องพยี งข้อเดียวโดยทำเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ

1. ข้อใดคือ ความหมายของประชากร

ก. แมลงหว่ีจำนวนมากตอมอยทู่ ่ีกลว้ ยน้ำวา้ สกุ ใช้ภาพตอบคำถามข้อ 6-8

ข. ฝงู ปลาหางนกยูงว่ายอยูใ่ นอา่ งบวั ข้างบ้านเม่ือ

วานนี้

ค. ท่ตี ้นมะม่วงมมี ดแดงและมดดำไต่อยจู่ ำนวนมาก

ง. ปกู ้ามดาบและปลาตนี อาศยั อยใู่ นป่าชายเลน

2. 6. ภาพแสดงถึงอะไร

ก. โซอ่ าหาร

ข. สายใยอาหาร

ค. กลุ่มสง่ิ มีชวี ิต

ง. ระบบนิเวศ

7. จากภาพผูบ้ รโิ ภคอันดับ 3

จากภาพมคี วามหมายตรงกบั ข้อใด ก. หญา้ ข. หนู

ก. สง่ิ มีชวี ิต ค. งู ง. เหย่ียว

ข. ประชากร 8. ถ้ามกี ารฉีดสารพษิ ให้กบั ผู้ผลิตขอ้ ใดเรียงการสะสม

ค. แหล่งท่ีอยู่ สารพิษจากมากไปน้อยไดถ้ ูกตอ้ ง

ง. กล่มุ ส่งิ มีชวี ติ ก. หญ้า – หนู – งู – เหยี่ยว

3. ขอ้ ใดเปน็ องค์ประกอบของระบบนิเวศที่ไมม่ ชี วี ิตท่ี ข. เหยีย่ ว – งู – หนู - หญา้

เปน็ ประเภทเดียวกัน ค. หญ้า – เหยย่ี ว – งู – หนู

ก. ออกซิเจน น้ำ ฮวิ มสั ง. งู - เหยี่ยว - หนู – หญา้

ข. คารโ์ บไฮเดรต โปรตนี ฮวิ มัส 9. สง่ิ มีชวี ติ ในข้อใดอยรู่ ่วมกันแบบภาวะพ่งึ พากัน

ค. นำ้ แสง อุณหภมู ิ ก. ไลเคน

ง. ออกซเิ จน อณุ หภมู ิ โปรตีน ข. ปลาฉลามกับเหาฉลาม

4. ระบบนิเวศหน่ึง ๆ มกั ประกอบดว้ ย ค. กาฝาก

ก. ผผู้ ลติ ,ผ้บู ริโภค,ผยู้ อ่ ยสลายอินทรยี สาร ง. เห็บกบั สนขุ

ข. ส่ิงไม่มีชวี ิต,ผู้ผลิต,ผบู้ ริโภค,ผ้ยู ่อยสลายอินทรยี สาร 10. ตำลงึ ใช้มือเกาะยึดตามลำตน้ ของตน้ ไม้เพ่ือให้

ค. ผผู้ ลติ ,ผบู้ รโิ ภคพืช,ผ้บู รโิ ภคสตั ว์ ได้รบั แสงมากขึ้น ตำลึงกบั ต้นไมม้ ีความสมั พันธ์กัน

ง. แบคทีเรยี ,ผูบ้ รโิ ภค,ผู้ยอ่ ยสลายอนิ ทรยี สาร แบบใด

5. ในวัฏจักรคารบ์ อน กระบวนการใดไม่ให้ก๊าซ ก. ภาวะปรสติ

คารบ์ อนใดออกไซด์ ข. ภาวะองิ อาศยั

ก. การสังเคราะห์ดว้ ยแสง ข. การหายใจ ค. ภาวการณ์ลา่ เหยอ่ื

ค. การเผาไหม้ ง. ข และ ค ง. ภาวะพง่ึ พา

28

กระดาษแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

ช่อื ...........................................................ช้นั ........................เลขท่ี..............

ขอ้ ท่ี ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

คะแนน

29

ใบความรู้ เรอื่ ง ระบบนเิ วศ

30

ใบความรู้ เรอ่ื ง ระบบนิเวศ (ตอ่ )

31

ใบความรู้ เร่ือง ระบบนิเวศ (ต่อ)

1. องค์ประกอบทมี่ ีชวี ติ ได้แก่ พชื สตั ว์ และ มนษุ ย์ ซ่งึ แบ่งตามบทบาทหนา้ ทไ่ี ด้ ดังน้ี
1.1 ผ้ผู ลิต (producer)
1.2 ผู้บริโภค(consumer)
1.3 ผยู้ อ่ ยสลาย(decomposer)

2. องค์ประกอบที่ไม่มีชวี ิต แบ่งออกได้ 3 ประเภท
2.1 อนินทรสี าร เชน่ คารบ์ อนไดออกไซด์ ออกซเิ จน และ นำ้ เปน็ ตน้
2.2 อินทรียสาร เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ ฮิวมัส เปน็ ตน้
2.3 สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ เชน่ แสง อุณหภูมิ ความเป็นกรด เป็นดา่ ง ความชนื้ เป็นต้น

32

ใบความรู้ เรอ่ื ง ระบบนิเวศ (ตอ่ )

33

ใบความรู้ เรอ่ื ง ระบบนิเวศ (ตอ่ )

34

ใบความรู้ เรอ่ื ง ระบบนิเวศ (ตอ่ )

35

ใบความรู้ เรอ่ื ง ระบบนิเวศ (ตอ่ )

36

ใบความรู้ เรอ่ื ง ระบบนิเวศ (ตอ่ )

37

ใบงาน เรือ่ ง ระบบนิเวศ

คำชีแ้ จง ให้นักเรียนเขียนตอบในขอ้ ต่อไปนี้
1. ประชากร กบั กลุ่มสง่ิ มีชีวติ เหมอื นหรอื ต่างกันอย่างไร
ตอบ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ผู้ยอ่ ยสลายสารอินทรยี แ์ ตกต่างกบั สตั วก์ นิ ซากอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จากโซอ่ าหารท่ีกำหนด ตอบคำถามต่อไปน้ี

หญ้า ต๊กั แตน นก นกอนิ ทรี

3.1 ระบบุ ทบาทของสิ่งมชี ีวติ และลำดับของผบู้ ริโภค

สิ่งมชี วี ติ บทบาท ลำดับของการบริโภค

3.2 เรียงลำดับสิง่ มชี วี ติ ท่มี ีพลงั งานสะสมในเน้ือเย่ือจากนอ้ ยสุดไปมากสุด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ในระบบนเิ วศส่ิงมชี วี ิตกบั ส่งิ มชี ีวิตมีความสัมพนั ธ์กันในรูปแบบใดบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

38

เฉลย ใบงาน เรื่อง ระบบนเิ วศ

คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นเขยี นตอบในขอ้ ตอ่ ไปนี้
1. ประชากร กบั กลุ่มส่งิ มีชีวิต เหมอื นหรอื ตา่ งกนั อยา่ งไร
ตอบ…….ประชากรและกล่มุ ส่ิงมีชวี ติ เหมือนกัน คอื เปน็ สิง่ มชี ีวติ เหมือนกัน แตต่ ่างกันท่ี คอื ประชากร
คือ ส่งิ มีชีวิตชนดิ เดยี วกนั ทีอ่ าศัยในแหลง่ เดยี วกนั ส่วนกล่มุ ส่งิ มีชวี ติ คอื ประชากรของสิ่งมีชีวติ
หลายๆ ชนดิ ที่อาศยั อย่ใู นแหลง่ ท่ีอยเู่ ดยี วกนั มคี วามสัมพันธก์ นั ..............................................................

2. ผยู้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรยี แ์ ตกต่างกับสัตว์กนิ ซากอย่างไร
ตอบ………ผ้ยู ่อยสลายสารอินทรยี ์จะปล่อยน้ำยอ่ ยออกมาเพอ่ื ย่อยซากสิง่ มชี วี ิตแล้วค่อยดูดซึมสารอาหาร
ส่วนสัตว์กนิ ซากจะกินซากของส่งิ มชี วี ติ และยอ่ ยสลายเกิดภายในร่างกาย................................................

3. จากโซอ่ าหารท่ีกำหนด ตอบคำถามต่อไปนี้

หญ้า ตั๊กแตน นก นกอนิ ทรี

3.1 ระบุบทบาทของส่ิงมชี ีวติ และลำดบั ของผู้บรโิ ภค

ส่ิงมชี ีวิต บทบาท ลำดบั ของการบรโิ ภค
หญา้ ผ้ผู ลิต ผผู้ ลิต
ตั๊กแตน ผู้บรโิ ภค (สงิ่ มีชีวติ กนิ พืช) ผูบ้ รโิ ภคลำดบั ท่ี 1
นก ผู้บริโภค(สงิ่ มีชวี ติ กินสตั ว์) ผู้บริโภคลำดับที่ 2
นกอนิ ทรี ผบู้ ริโภค(ส่งิ มชี วี ติ กินสตั ว์) ผ้บู รโิ ภคลำดบั ท่ี 3

3.2 เรยี งลำดบั สงิ่ มีชวี ติ ทม่ี ีพลงั งานสะสมในเนื้อเยือ่ จากน้อยสดุ ไปมากสดุ
ตอบ….นกอินทรยี ์ นก ตก๊ั แตน หญา้ ……………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. ในระบบนเิ วศสง่ิ มีชีวิตกบั ส่งิ มีชวี ติ มคี วามสัมพนั ธก์ ันในรปู แบบใดบ้าง
ตอบ.....ในระบบนิเวศส่ิงมีชีวติ กบั สงิ่ มชี วี ติ มีความสัมพันธก์ นั แบบตา่ ง ๆ เช่น ภาวะพึง่ พา

ภาวะองิ อาศยั ภาวะปรสติ การล่าเหยอื่ .................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

39

แบบทดสอบหลังเรยี น

คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นเลอื กคำตอบท่ถี ูกตอ้ งพียงขอ้ เดียวโดยทำเคร่อื งหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ

1. ขอ้ ใดคือ ความหมายของประชากร

ก. แมลงหว่ีจำนวนมากตอมอยทู่ ่ีกล้วยนำ้ ว้าสกุ ใช้ภาพตอบคำถามข้อ 6-8

ข. ฝูงปลาหางนกยูงวา่ ยอยูใ่ นอา่ งบวั ข้างบา้ นเมื่อ

วานน้ี

ค. ท่ตี น้ มะม่วงมมี ดแดงและมดดำไต่อย่จู ำนวนมาก

ง. ปกู า้ มดาบและปลาตนี อาศยั อยูใ่ นป่าชายเลน

2. 6. ภาพแสดงถึงอะไร

ก. โซอ่ าหาร

ข. สายใยอาหาร

ค. กลุ่มส่งิ มีชวี ิต

ง. ระบบนิเวศ

7. จากภาพผบู้ รโิ ภคอันดับ 3

จากภาพมคี วามหมายตรงกบั ข้อใด ก. หญา้ ข. หนู

ก. สง่ิ มชี วี ติ ค. งู ง. เหย่ียว

ข. ประชากร 8. ถ้ามีการฉีดสารพษิ ให้กบั ผู้ผลิตขอ้ ใดเรยี งการสะสม

ค. แหลง่ ที่อยู่ สารพษิ จากมากไปน้อยไดถ้ ูกตอ้ ง

ง. กลมุ่ สิง่ มีชีวิต ก. หญา้ – หนู – งู – เหยี่ยว

3. ขอ้ ใดเป็นองค์ประกอบของระบบนิเวศท่ีไมม่ ชี ีวติ ท่ี ข. เหยี่ยว – งู – หนู - หญา้

เปน็ ประเภทเดียวกัน ค. หญา้ – เหยย่ี ว – งู – หนู

ก. ออกซิเจน น้ำ ฮวิ มสั ง. งู - เหยี่ยว - หนู – หญา้

ข. คารโ์ บไฮเดรต โปรตนี ฮวิ มัส 9. สง่ิ มชี วี ติ ในข้อใดอยรู่ ่วมกันแบบภาวะพงึ่ พากนั

ค. นำ้ แสง อุณหภมู ิ ก. ไลเคน

ง. ออกซเิ จน อุณหภูมิ โปรตีน ข. ปลาฉลามกับเหาฉลาม

4. ระบบนเิ วศหน่งึ ๆ มกั ประกอบดว้ ย ค. กาฝาก

ก. ผู้ผลิต,ผ้บู รโิ ภค,ผยู้ อ่ ยสลายอินทรียสาร ง. เห็บกับสนขุ

ข. ส่ิงไมม่ ชี ีวติ ,ผผู้ ลิต,ผูบ้ ริโภค,ผ้ยู ่อยสลายอินทรยี สาร 10. ตำลงึ ใช้มือเกาะยึดตามลำตน้ ของต้นไม้เพื่อให้

ค. ผู้ผลิต,ผ้บู รโิ ภคพชื ,ผบู้ รโิ ภคสตั ว์ ไดร้ ับแสงมากขึ้น ตำลึงกบั ต้นไมม้ ีความสัมพนั ธ์กัน

ง. แบคทเี รยี ,ผูบ้ ริโภค,ผู้ยอ่ ยสลายอินทรยี สาร แบบใด

5. ในวฏั จักรคารบ์ อน กระบวนการใดไม่ให้กา๊ ซ ก. ภาวะปรสติ

คารบ์ อนใดออกไซด์ ข. ภาวะองิ อาศยั

ก. การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง ข. การหายใจ ค. ภาวการณล์ า่ เหยอ่ื

ค. การเผาไหม้ ง. ข และ ค ง. ภาวะพึง่ พา

40

กระดาษแบบทดสอบหลงั เรยี น

ช่อื ...........................................................ชนั้ ........................เลขท่ี..............

ขอ้ ท่ี ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

คะแนน

41

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

ช่อื ...........................................................ชน้ั ........................เลขท่.ี .............

ข้อท่ี ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

คะแนน

42

บรรณานกุ รม

กระทรวงศึกษาธิการ.(2560). ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551.
กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย .

สถาบนั พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ(พว.). (2560). ชดุ กจิ กรรมพฒั นาการคิดเสรมิ สร้างสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะ
อนั พึงประสงคข์ องผ้เู รียนวิทยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 1. กรุงเทพฯ: บรษิ ัทอักษรเจริญทศั น์
อจท. จำกัด.

สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2563). หนงั สือเรียนรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษา
ปที ี่ 3 เล่ม 2. กรุงเทพฯ : สกสค. ลาดพรา้ ว.

43


Click to View FlipBook Version