รายงาน การใช้วัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานและการบำรุงรักษา จัดทำโดย 1. นางสาวจุฑาพร คงทองเกื้อ รหัสนักศึกษา 66302150004 2. นางสาวฉัตรนลินทร์ แก้วกอง รหัสนักศึกษา 66302150009 เสนอ อาจารย์สูไฮยา ปิยา รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชางานสำนักงานเชิงปฏิบัติการ รหัสวิชา 30200-0026 สาขาวิชาการจัดการ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วิทยาลัยสารพัดช่างกระบี่
ก คำนำ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชางานสำนักงานเชิงปฏิบัติการ รหัสวิชา 30200 – 0026 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการใช้วัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานและการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นการศึกษา เกี่ยวกับความหมายเครื่องใช้สำนักงาน ความสำคัญของเครื่องใช้สำนักงาน ประโยชน์ของเครื่องใช้สำนักงาน หลักการพิจารณาเลือกเครื่องใช้สำนักงาน การบำรุงรักษาเครื่องใช้สำนักงาน และชนิดของเครื่องใช้สำนักงาน ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูล เรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ
ข สารบัญ หน้า คำนำ (ก) สารบัญ (ข) สารบัญภาพ (ค) ความหมายเครื่องใช้สำนักงาน 1 ความสำคัญของเครื่องใช้สำนักงาน 1 ประโยชน์ของเครื่องใช้สำนักงาน 2 หลักการพิจารณาเลือกเครื่องใช้สำนักงาน 2 การบำรุงรักษาเครื่องใช้สำนักงาน 3 ชนิดของเครื่องใช้สำนักงานวิธีการบำรุงรักษา 4 1. เครื่องคำนวณ 4 2. เครื่องพิมพ์ดีด 4 3. เครื่องอัดสำเนา 5 4. เครื่องถ่ายเอกสาร 6 5. เครื่องโทรศัพท์ 7 6. เครื่องโทรสาร 8 7. เครื่องคอมพิวเตอร์ 9 8. เครื่องพิมพ์ 10 9. เครื่องสแกนเนอร์ 12 10. เครื่องตัดกระดาษ 13 11. เครื่องเคลือบเอกสาร 13 12. เครื่องเจาะกระดาษ 14 13. เครื่องเย็บเอกสาร 14 บรรณานุกรม 15
ค สารบัญภาพ แผนภาพที่ หน้า ภาพที่ 1 : เครื่องคำนวณเลขและเครื่องคิดเลข 4 ภาพที่ 2 : เครื่องพิมพ์ดีด 5 ภาพที่ 3 : โทรศัพท์ส่วนบุคคล 7 ภาพที่ 4 : โทรศัพท์สาธารณะ 8 ภาพที่ 5 : โทรศัพท์มือถือ 8 ภาพที่ 6 : เครื่องโทรสาร 8 ภาพที่ 7 : เครื่องคอมพิวเตอร์ 9 ภาพที่ 8 : เครื่องพิมพ์แบบจุด 10 ภาพที่ 9 : เครื่องพิมพ์แบบหมึกพ่น 10 ภาพที่ 10 : เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ 11 ภาพที่ 11 : เครื่องพล็อตเตอร์ 11 ภาพที่ 12 : เครื่องตัดกระดาษ 13 ภาพที่ 13 : เครื่องเคลือบเอกสาร 14 ภาพที่ 14 : เครื่องเจาะกระดาษ 14 ภาพที่ 15 : เครื่องเย็บเอกสาร 14
1 การใช้วัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานและการบำรุงรักษา 1. ความหมายเครื่องใช้สำนักงาน สำนักงาน (Office) หมายถึง สถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำงานของพนักงานในหน่วยงานทั้งที่เป็นหน่วยงานทาง ภาครัฐและภาคเอกชน มีการปฏิบัติงานอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ งานสำนักงาน หมายถึง การปฏิบัติงานต่างๆ ภายในสำนักงาน ซึ่งมักจะเป็นงานที่เกี่ยวกับเอกสาร การ วางแผนและการจัดการเพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุม การประมวลเหตุการณ์และดำเนินงานด้วยประสิทธิภาพ ซึ่ง โดยส่วนใหญ่แล้วสำนักงานมักจะถูกจัดให้เป็นศูนย์การปฏิบัติงานเอกสาร ศูนย์ความจำ แหล่งอำนวยความสะดวก พบปะติดต่อ ประสานงานระหว่างผู้มาติดต่อและผู้ที่ทำงานอยู่ภายในสำนักงาน เครื่องใช้สำนักงาน หมายถึง เครื่องมือเครื่องใช้ที่ช่วยในการปฏิบัติงานของพนักงานในสำนักงานให้เกิด ความสะดวกรวดเร็ว มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและถูกต้องชัดเจน สร้างความประทับใจแก่ผู้รับอันจะนำไปสู่ ความสำเร็จในการติดต่อ เครื่องใช้สำนักงานในปัจจุบันโดยส่วนใหญ่จะเป็นกลไกอิเล็กทรอนิกส์หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นเครื่องใช้สำนักงานอัตโนมัติ เครื่องใช้สำนักงานในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้มีความทันสมัย มีความสามารถ และมีประสิทธิภาพในการ ทำงานสูงขึ้น การใช้เครื่องใช้สำนักงานจึงช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของพนักงานในสำนักงานได้มาก สำนักงานจึงควรเลือกใช้เครื่องใช้สำนักงานอัตโนมัติโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ในการเลือกเครื่องใช้สำนักงาน เพื่อให้ ได้เครื่องใช้สำนักงานที่มีประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด 2. ความสำคัญของเครื่องใช้สำนักงาน เครื่องใช้สำนักงานนับว่ามีความสำคัญต่อสำนักงานและองค์การ ในการนำ มาใช้ ช่วยพนักงานในการ ปฏิบัติงานให้มีความสะดวก ประหยัดแรงงาน และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันเครื่องใช้สำนักงานมี ราคาที่ถูกลงช่วยให้สำนักงานขนาดเล็กสสามารถซื้อ เพื่อนำไปใช้งานได้ และเครื่องใช้สำนักงานในปัจจุบัน ได้มีการ พัฒนาระบบการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้เพื่อให้พนักงานสามารถใช้ งานเครื่องใช้สำนักงานได้ง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น การบำรุงรักษาเครื่องใช้สำนักงาน มีการบำรุงรักษา อาจทำได้ 3 วิธี คือ 1. เรียกใช้บริการเป็นครั้งคราว 2. ทำสัญญารับบริการจากผู้จำหน่ายโดยตรง 3. ศึกษาวิธีการบำรุงรักษาจากหนังสือคู่มือการใช้
2 3. ประโยชน์ของเครื่องใช้สำนักงาน 1. ช่วยให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย งานที่ผลิตได้นั้นจะแลดูเป็นระเบียบ อ่านง่ายชัดเจนมี ประสิทธิภาพ 2. ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย เอกสารมีความถูกต้อง รวดเร็วมีประสิทธิภาพ 3. ช่วยให้เกิดความสวยงาม งานที่ผลิตด้วยเครื่องใช้สำนักงาน ย่อมแลดูดีกว่างานที่ผลิตด้วยมือ มีความ สม่ าเสมอและจัดได้อย่างมีระเบียบ 4. ช่วยลดความเบื่อหน่ายและความเมื่อยล่า งานบางอย่างนั้นต้องทำซ้ำซากจาเจท าให้เกิดการเบื่อหน่าย และความเมื่อยล้าได้ หากได้นำเอาเครื่องใช้สำนักงานมาช่วยแบ่งเบาภาระได้จะทำให้ลดความเมื่อยล้าได้ 5. ช่วยให้มีการจัดเก็บเอกสารได้อย่างเป็นระบบและสามารถสืบค้นได้อย่างรวดเร็วมีความแม่นยำ ช่วยลด ขั้นตอนในการทำงาน 4. หลักการพิจารณาเลือกเครื่องใช้สำนักงาน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ผู้ผลิตประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงานมากมาย หลายรูปแบบ หลายยี่ห้อ แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันทั้งด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ การทำงานและราคา ซึ่ง หลักการพิจารณาเลือกใช้เครื่องใช้สำนักงานมีดังนี้ 1. ความจำเป็นในการใช้เครื่องใช้สำนักงาน โดยพิจารณาว่าหน่วยงานใดมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องใช้ สำนักงานประเภทใด เพราะเหตุใด จึงจำเป็นต้องใช้ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการใช้เครื่องใช้สำนักงาน ประเภทนั้น ๆ 2. ลักษณะงาน คือการพิจารณาความเหมาะสมกับลักษณะการทำงานที่นำเครื่องใช้สำนักงานมาใช้ว่ามี ประสิทธิภาต่อการทำงานมากน้อยเพียงใด เช่น ได้ผลงานมากขึ้น สะดวก รวดเร็ว และประหยัด มีความก้าวหน้า กับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 3. ความต้องการของบุคลากร การเปลี่ยนแปลงการทำงานภายในองค์กรจากการใช้แรงงานคนมาเป็น การใช้เครื่องจักรนั้น ย่อมก่อให้เกิดปัญหา คือ การลดจำนวนพนักงานลงทำให้เกิดการว่างงานซึ่งกระทบต่อ ความรู้สึกของบุคลากร เพื่อให้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนพนักงานและการใช้เครื่องใช้สำนักงานหมดไป ผู้บริหารจะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้เกิดความประหยัดค่าใช้จ่าย มีความ สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในงาน ขณะเดียวกันจะต้อง ไม่เกิดความขัดแย้ง นอกจากนั้นควรคำนึงถึง ปัญหาการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องใช้สำนักงานประเภทต่าง ๆ และชี้แจงให้เห็นประโยชน์ของ เครื่องใช้นั้น ๆ ว่าสามารถลดความเบื่อหน่ายจากการทำงานในสภาพเดิมได้ และสามารถลดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น จากการปฏิบัติงานรูปแบบเดิมได้ ทำให้พัฒนางานได้ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 4. ค่าใช้จ่าย การเลือกใช้เครื่องใช้สำนักงานแต่ละประเภท ย่อมทำให้องค์กรต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่ง ผู้บริหารจะต้องพิจารณาว่าเหมาะสมกับค่าใช้จ่ายหรือไม่กับผลผลิตจากการใช้เครื่องใช้สำนักงานเหล่านั้น ค่าใช้จ่าย ที่จะเกิดขึ้นจากการใช้เครื่องใช้สำนักงานในปัจจุบัน มีดังนี้
3 4.1 การซื้อ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และต้องคำนึงถึงค่าซ่อมบำรุง ระหว่างการใช้งานด้วย 4.2 การเช่า ทำให้เสียค่าใช้จ่ายต่ำ สามารถได้เครื่องมาใช้ตามความต้องการ ไม่ต้องรับผิดชอบ เกี่ยวกับการซ่อมบำรุง แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเหล่านั้น 4.3 การเช่าซื้อ เหมาะกับเครื่องใช้สำนักงานที่มีราคาแพง และมีนโยบายที่จะมีทรัพย์สินเป็น ของตนเองในอนาคต การเช่าซื้อจึงเป็นทางเลือกให้องค์กรหรือหน่วยงานมีเครื่องใช้สำนักงานโดยการผ่อนชำระ เป็นงวด ๆ 5. ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เครื่องใช้สำนักงาน ทำให้องค์กรหรือหน่วยงานได้รับความ รวดเร็ว สะดวกสบาย ประหยัด และมีประสิทธิภาพจาการใช้เครื่องใช้สำนักงานเหล่านั้น 5. การบำรุงรักษาเครื่องใช้สำนักงาน การบำรุงและรักษาเครื่องใช้สำนักงานมีความสำคัญยิ่งสำหรับบุคลากรที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ใช้เครื่องใช้สำนักงานเหล่านั้น จะต้องทำหน้าที่ควบคุมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานสามารถทำงานได้ อย่างต่อเนื่อง และช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ดังนั้นการบำรุงรักษาเครื่องใช้สำนักงานโดยทั่วไป มีดังนี้ 1.การติดตั้ง ควรติดตั้งเครื่องใช้สำนักงานแต่ละประเภทให้อยู่ในทำเลที่เหมาะสมแข็งแรงปลอดภัย เครื่องใช้สำนักงานบางประเภทควรตั้งอยู่ในทำเลที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร บางประเภทควรอยู่ ในอุณหภูมิที่เย็นปราศจากฝุ่นละออง เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น 2.การให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่อง ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องควรศึกษาคู่มือการใช้เครื่องใช้ สำนักงานแต่ละประเภทอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจที่จะปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดควรศึกษาวิธีการใช้เครื่องใช้ แต่ละประเภทให้เข้าใจอย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดประสิทธิผลของการใช้งานอย่างแท้จริง 3.การฝึกอบรมการใช้เครื่องมือ การใช้เครื่องใช้สำนักงานบางประเภทนอกเหนือจากการให้ความรู้แก่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องจากวิธีการศึกษาจากคู่มือการใช้แล้ว ยังไม่เพียงพอจำเป็นต้องได้รับการ ฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือเครื่องใช้สำนักงานเหล่านั้น เพื่อให้เกิดประสบการณ์ก่อนที่นำไปปฏิบัติงานต่อไป 4. การบำรุงรักษา นอกเหนือจากการใช้งานให้เกิดประโยชน์แล้ว ควรรู้จักวิธีการบำรุงรักษาเครื่องตาม ข้อแนะนำที่ให้ไว้ในคู่มือการใช้และหมั่นทำความสะอาดและตรวจสอบความเรียบร้อยอย่างสม่ำเสมอทั้งก่อนและ หลังการใช้งาน 5.การซ่อมแซม ควรหมั่นตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องมือเครื่องใช้อย่างสม่ำเสมอหรือตามที่ผู้ผลิต ได้แนะนำไว้ หากเครื่องชำรุดเสียหายไม่สามารถซ่อมแซมได้ต้องแจ้งให้ช่างผู้ชำนาญการมาดำเนินการแก้ไขต่อไป 6. การเก็บรักษา หลังจากใช้เครื่องใช้สำนักงานปฏิบัติงานในแต่ละวันเรียบร้อยแล้ว ควรเก็บเครื่องใช้ เหล่านั้นเข้าที่ให้เรียบร้อยทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดจากไฟฟ้าช็อต ควรถอดปลั๊กทุกครั้งหลังการใช้ หรือป้องกันความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือการโจรกรรม
4 7. ใช้งานตามวัตถุประสงค์ เครื่องใช้สำนักงานแต่ละประเภทมีความเหมาะสมกับงานแต่ละชนิด จึงจะเกิด ประโยชน์คุ้มค่าและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานสูงสุด เช่น แผ่นใส ชนิดเรียบไม่ควรนำมาใช้กับเครื่อง ถ่ายเอกสาร เพราะจะทำให้เครื่องถ่ายเอกสารได้รับความเสียหาย เป็นต้น 8. การควบคุมดูแล นอกเหนือจากการดูแลรักษาและการซ่อมแซมดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้การปฏิบัติงาน ภายในองค์กรเป็นระบบควรมีการจัดทำบัญชีการเบิกจ่าย การยืม หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องปฏิบัติสำนักงานของ หน่วยงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันการสูญหาย และการขออนุมัติจัดซื้อใหม่เมื่อเครื่องใช้เหล่านั้นสิ้น สภาพการใช้งาน เป็นต้น 6.ชนิดของเครื่องใช้สำนักงานและวิธีการบำรุงรักษา 1. เครื่องคำนวณ คือ เครื่องใช้สำนักงานที่ช่วยให้การคำนวณตัวเลขเป็นไปอย่างถูกต้องแม่นยำ สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่าย มี 2 ชนิด คือ เครื่องคิดเลข และเครื่องคำนวณเลข ภาพที่ 1 : เครื่องคำนวณเลขและเครื่องคิดเลข การดูแลและบำรุงรักษาเครื่องคำนวณเลข 1. ทำความเข้าใจและศึกษาขั้นตอนรายละเอียดวิธีการใช้เครื่องคำนวณจากคู่มือการใช้เครื่อง คำนวณ 2. ปิดสวิตซ์การทำงานของเครื่องคำนวณก่อนเสียบหรือถอดปลั๊กไฟทุกครั้ง และต้องตรวจให้ แน่ใจก่อนว่ากระแสไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องคำนวณใช้ไฟที่มีโวลต์เท่ากัน 3. ใช้ผ้าคลุมเครื่องทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งานเพื่อป้องกันฝุ่นละอองจับ 4. เช็ดทำความสะอาดเครื่องให้สะอาดอยู่เสมอ 5. ติดตั้งเครื่องให้ห่างจากสถานที่เปียกชื้น สกปรก หรือที่มีแสงแดดส่องเครื่องโดยตรง 6. จัดวางเครื่องให้เหมาะสมที่จะใช้งานได้สะดวก และระวังอย่าให้ลื่นไถลตกจากโต๊ะทำงาน 2. เครื่องพิมพ์ดีด คือ เครื่องที่ทำหน้าที่พิมพ์ข้อความลงบนกระดาษอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและทำให้ ง่าย ต่อการอ่าน เครื่องพิมพ์ดีดมีอยู่ 2 ชนิด 2.1 เครื่องพิมพ์ดีดภาษาเดี่ยว เช่น พิมพ์ดีดภาษาไทย พิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ
5 2.2 เครื่องพิมพ์ดีดสองภาษาเป็นเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า ได้แก่ เครื่องพิมพ์ดีดที่มีหัวพิมพ์เป็น ลักษณะลูกกอล์ฟ ที่เรียกว่ากอล์ฟบอล (Golf ball) และ เครื่องพิมพ์ดีดที่มีช่องสำหรับใส่ตลับที่เรียกว่าจานพิมพ์ (Daisy wheel) ภาพที่ 2 : เครื่องพิมพ์ดีด 3. เครื่องอัดสำเนา คือ เครื่องอัดสำเนาเป็นเครื่องใช้สำนักงานที่ช่วยในการผลิตเอกสารได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา แรงงานและค่าใช้จ่าย เครื่องอัดสำเนาแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 3.1 เครื่องอัดสำเนาชนิดหมุนมือ 3.2 เครื่องอัดสำเนาชนิดอัตโนมัติ 3.3 เครื่องอัดสำเนาแบบดิจิตอล อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการอัดสำเนา 1. กระดาษไข 2. น้ำยาลบกระดาษ 3. เครื่องเขียนกระดาษไข 4. แผ่นรองเขียนกระดาษไข 5. กระดาษอัดสำเนา 6. เครื่องอัดสำเนา 7. หมึกอัดสำเนา การดูแลและบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์ดีด 1. ขณะใช้งานถ้าสำเนาที่ผลิตออกมามีลักษณะเป็นรอย เป็นเส้นขึ้นพื้น หรือไม่ส่ำเสมอ หรือ เมื่อทำมาสเตอร์ไปประมาณ 2 ม้วน ก็ควรดูแลแลทำความสะอาดเครื่อง 2. ควรทำความสะอาดหัวความร้อนที่ใช้ปรุกระดาษไข (Thermal Print Head) โดยเปิดฝาใส่ มาสเตอร์ขึ้นแล้วใช้ผ้านุ่มสะอาดเช็ดทำความสะอาดที่ Thermal Head 3. ควรทำความสะอาดกระจกอ่านต้นฉบับโดยเปิดฝาครอบต้นฉบับขึ้นแล้วใช้ผ้านุ่มสะอาดเช็ด บนกระจกพอประมาณ 44
6 4. ถ้าสำเนามีรอยเปื้อนหมึกด้านหลัง ให้ดึงลูกโมออกมา ใช้ผ้าเช็ดลูกยางรีดกระดาษ (Pressure Roller) ที่อยู่ใต้ลูกเมให้สะอาด 5. ควรทำความสะอาดตัวเครื่อง โดยใช้ผ้าสะอาดกับครีมทำความสะอาดเช็ดผิวภายนอก 6. ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กไฟทุกครั้งที่เลิกใช้งาน เมื่อเครื่องเย็นแล้วควรคลุมเครื่องให้เรียบร้อย 4. เครื่องถ่ายเอกสาร คือ เครื่องที่ใช้สำหรับถ่ายภาพหรือข้อความจากเอกสารลงบนกระดาษเพื่อจัดทำ เป็นสำเนาโดยมีภาพและ ข้อความที่เหมือนกับต้นฉบับทุกประการ เครื่องถ่ายเอกสารมีหลายชนิดด้วยกันขึ้นอยู่ว่า หน่วยงานนั้นๆ จะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน เครื่องถ่ายเอกสารแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. เครื่องถ่ายเอกสารธรรมดา เป็นเครื่องถ่ายเอกสารในระยะเริ่มแรกที่มีระบบการทำงานแบบ ปกติ ไม่มีขีด ความสามารถพิเศษนอกเหนือไปจากการถ่ายเอกสารจากต้นฉบับลงบนกระดาษถ่ายเอกสารเป็น ขนาด ปกติเท่าต้นฉบับ 2. เครื่องถ่ายเอกสำรแบบย่อขยาย เป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่ถูกพัฒนาขึ้นให้มีขีดความสามารถใน การย่อ ขยายขนาดเอกสารให้เล็กลงหรือใหญ่ขึ้นได้บนขนาดกระดาษปกติจัดว่าเป็นขีดความสามารถพิเศษที่ นอกเหนือไปจากการถ่ายเอกสารแบบธรรมดา 3. เครื่องถ่ายเอกสำรระบบดิจิตอล เป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่ ก้าวหน้าและ ทันยุคทันสมัย ให้มีขีดความสามารถพิเศษนอกเหนือไปจากการถ่ายเอกสารปกติ สามารถทำ สำเนา ได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว เอกสารจะมีความคมชัดและประหยัดค่าใช้จ่าย สะดวกและง่ายต่อการใช้เพราะ มีโปรแกรมสำเร็จรูปควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การดูแลและบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสาร การดูแลและบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสารอย่างถูกวิธี จะช่วยถนอมเครื่องถ่ายเอกสารให้มีอายุการใช้งาน ยาวนาน ป้องกันการชำรุดเสียหายก่อนถึงเวลาอันสมควร ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาในการ ปฏิบัติงาน ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวทางการดูแลและบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสารโดยทั่วไป มีดังนี้ 1. ศึกษาขั้นตอนและวิธีการใช้เครื่องถ่ายเอกสาร แต่ละชนิดจากคู่มือประจำเครื่อง 2. ตั้งเครื่องถ่ายเอกสาร ให้อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ห่างไกลจากความชื้นและแสงแดด 3. หมั่นเช็ดและทำความสะอาดตัวเครื่องถ่ายเอกสาร ด้านนอกทุกวัน 4. ทำความสะอาดกระจกวางต้นฉบับและฝาปิดต้นฉบับด้านในเป็นประจำสม่ำเสมอทุกวันโดยผ้า นุ่มและ สะอาดเท่านั้น ถ้าสกปรกมากให้ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำพอเปียกชื้นทำความสะอาดเพียงอย่างเดียว ห้ามใช้ทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน หรือสาละลายอื่น ๆ อย่างเด็ดขาด
7 5. หากมีการติดตั้งถาดป้อนต้นฉบับอัตโนมัติ ให้ทำความสะอาดบริเวณถาดป้อนต้นฉบับอัตโนมัติ ด้วยผ้า นุ่มสะอาด 6. หมั่นตรวจดูผงหมึกให้อยู่ในปริมาณเพียงพอที่จะถ่ายเอกสารได้ชัดเจนอยู่เสมอ เวลาเทหมึก ต้อง ระมัดระวังอย่าให้ผงหมึกฟุ้งกระจายเข้าตัวเครื่องถ่ายเอกสาร 7. ใช้ผ้าคลุมเครื่องทุกครั้งหลักจากเลิกการใช้งาน และก่อนคลุมเครื่องควรรอให้เครื่องเย็น เสียก่อนจึงทำ การคลุมเครื่องถ่ายเอกสาร ทั้งนี้เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและความชื้น 8. ขณะเครื่องกำลังทำงาน ห้ามหมุนหน้าปัดเลือกอัตราส่วนการถ่ายเอกสารโดยเด็ดขาด และควร เลือก อัตราส่วนการถ่ายเอกสารอย่างช้า ๆ ก่อนกดปุ่ม Start 9. ระมัดระวังเกี่ยวกับสายไฟ ปลั๊กไฟที่ใช้กับเครื่องถ่ายเอกสาร เมือเลิกใช้เครื่องให้ปิดสวิตซ์และ ถอด ปลั๊กไฟให้เรียบร้อย 10. ไม่ควรเปิด-ปิดเครื่องถ่ายเอกสารบ่อย ๆ 11. ควรจัดทำประวัติการใช้งานการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสารให้ละเอียด 12. ถ้าเครื่องมีปัญหาติดขัดไม่สามารถใช้งานได้ ควรเรียกช่างผู้ชำนาญมาทำการตรวจซ่อมห้าม ทำการ ซ่อมเองโดยเด็ดขาด 13. เมื่อมีข้อความ “READY TO COPY. MAINTENCE REQUISED” ปรากฏแสดงว่า ถึงเวลาต้อง ทำ ความสะอาดและตรวจเช็ค หรือให้ติดต่อช่างผู้ชำนาญ 5. เครื่องโทรศัพท์ เป็นการติดต่อสื่อสารที่มีความสำคัญต่อธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยบริการของการสื่อสารที่ สะดวกรวมเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถแบ่งประเภทของการติดต่อสื่อสารออกเป็น 2 ประเภท คือ การ ติดต่อสื่อสารด้วยวาจา การติดต่อสื่อสารด้วยลายลักษณ์อักษร บริการโทรศัพท์ (Telephone Services) แบ่งออกเป็น 3 ชนิด 1. โทรศัพท์ส่วนบุคคล (Personal Telephone) ภาพที่ 3 : โทรศัพท์ส่วนบุคคล
8 2. โทรศัพท์สาธารณะ (Public Telephone) ภาพที่ 4 : โทรศัพท์สาธารณะ 3. โทรศัพท์มือถือ (Mobile) ภาพที่ 5 : โทรศัพท์มือถือ การดูแลและการบำรุงรักษาโทรศัพท์ 1. ควรศึกษาวิธีใช้โทรศัพท์ ก่อนใช้งาน 2. ควรมีปากกา ดินสอ สมุดโน้ต ข้างๆโทรศัพท์ 3. เมื่อมีเสียงกริ่งดังขึ้น ควรรีบรับสายทันที (ไม่ควรให้ดังเกิน 3 ครั้ง) 4. การรับโทรศัพท์ ควรใช้เสียงให้เป็นธรรมชาติ สุภาพ มีค่ะ/ครับ ไม่ควรขบเคี้ยวอาหาร 5. การโอนสายควรบอกให้ผู้จะรับสายทราบก่อน 6. เช็ดทำความสะอาดโทรศัพท์ ด้วยผ้าสะอาดชุบแอลกอฮอล์ อย่างสม่ำเสมอ 6. เครื่องโทรสาร เป็นเครื่องใช้สำนักงานที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และ เป็นหลักฐานที่สามารถใช้อ้างอิงได้ เนื่องจากสามารถส่งข้อมูลไปยังผู้รับปลายทางได้ในเวลาเพียงไม่กี่ วินาทีและ เสียค่าใช้จ่ายน้อย ธุรกิจเกือบทุกแห่งจึงมีเครื่องโทรสารไว้สำหรับการรับส่งข้อมูลและมักจะเปิดเครื่องไว้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อที่จะไม่พลาดข่าวสารข้อมูลต่างๆ ในปัจจุบันเครื่องโทรสารได้รับการพัฒนาให้มีหน่วยความจำที่ สามารถ บันทึกข้อมูล แม้จะปิดเครื่องไว้ก็ตามนับเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่ง ภาพที่ 6 : เครื่องโทรสาร
9 การดูแลรักษาและบำรุงรักษาเครื่องโทรสาร 1. ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของการใช้ในคู่มือที่ระบุไว้อย่างละเอียด และใช้งานได้อย่างถูกต้อง 2. พยายามเช็ดทำความสะอาดให้เครื่องปราศจากฝุ่นละอองต่างๆ หรือเชื้อโรคที่มาเกาะติดอยู่บน เครื่อง 3. ระมัดระวังไม่ให้สายที่ใช้อยู่เกิดการหักหรืองอ หรือโดนหนูกัดแทะสายไฟ และให้ม้วนสายไฟ ส่วนที่ยาวเกินไว้และอย่าให้โดนความร้อน 4. หมั่นคอยตรวจเช็กเครื่องอยู่เป็นประจำว่าระบบต่างๆ ภายในเครื่องสามารถทำงานได้เป็นปกติ หรือไม่ 5. ต้องใส่กระดาษให้ถูกต้องเสมอ และคอยตรวจเช็กไม่ให้กระดาษหมดภายในเครื่อง 6. ควรวางหูโทรศัพท์ให้ตรงเสมอ เพราะจะทำให้ไม่ได้รับสัญญาณในการแฟกซ์เอกสาร 7. เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic device) ที่ช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่ เป็นตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่างๆ โดยคุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือการที่ สามารถกำหนดชุด คำสั่งล่วงหน้าหรือโปรแกรมได้และสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ และเป็นที่นิยมใช้กันอย่าง แพร่หลายทุก สถานประกอบการ ทุกธุรกิจ หรือหน่วยงานต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการดำเนินงานทั้งสิ้น ภาพที่ 7 : เครื่องคอมพิวเตอร์ การดูแลรักษาและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ 1. เปิด-ปิด เครื่องอย่างถูกวิธี 2. จัดการตรวจสอบปัญหาของ Hard disk 3. วางแผนและจัดการในการเก็บข้อมูล หรือ File อย่างเป็นระบบ 4. สำรองข้อมูลไว้ที่อุปกรณ์สำรอง (Backup Data) 5. ป้องกันไวรัส และสแกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ 6. ดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ให้สะอาด และไม่นำอาหารมารับประทานใกล้กับคอมพิวเตอร์
10 7. เมื่อมีปัญหาในการใช้เครื่อง กรุณาแจ้งช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเช็ค 8. เครื่องพิมพ์ เป็นอุปกรณ์แสดงผลลัพธ์ที่ใช้สำหรับพิมพ์ข้อมูลที่เป็นเอกสาร ข้อความ และรูปภาพที่อยู่บน จอภาพให้ไป ปรากฏบนกระดาษ เพื่อสามารถนำไปใช้ในงานอื่นๆ ได้ เครื่องพิมพ์ใช้แสดงผลงานลงบนกระดาษได้ทั้ง ตัวอักษร และรูปภาพ ปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบเพื่อการนำไปใช้งานที่ต่างกันออกไปดังนี้ 1. เครื่องพิมพ์แบบจุด (Dot Matrix Printer) คือ เครื่องพิมพ์ที่อาศัยการใช้งาน หัวเข็มไป กระแทกกระ ดาษ โดยผ่านผ้าหมึกทำให้เป็นจุดขึ้น เห็นจะมีแต่ประโยชน์ด้านทำกระดาษไขสำหรับงานโรเนียว เอกสาร และพิมพ์โดยซ้อนกระดาษ Carbon ได้เท่านั้น เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ ในปัจจุบันส่วนใหญ่นิยมใช้กัน 2 แบบ แบบ 9 เข็ม และแบบ 24 เข็ม คุณลักษณะเด่นของเครื่องพิมพ์แบบนี้คือ สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษที่มี สำเนาหลายชุดได้ ทำให้ไม่ ต้องเสียเวลาพิมพ์หลายครั้ง ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบอื่นไม่สามารถทำได้ ภาพที่ 8 : เครื่องพิมพ์แบบจุด 2. เครื่องพิมพ์แบบหมึกพ่น (Inkjet Printer) คือ เครื่องพิมพ์ที่ใช้วิธีพ่นน้ำหมึกลงไปบนกระดาษ โดยหมึก จะถูกฉีดออกจากรูขนาดเล็กบนหัวพิมพ์ ซึ่งหมึกที่ใช้จะเป็นแม่สี 4 สี คือ แดง เหลือง น้ำเงิน และดำ คุณลักษณะเด่นของเครื่องพิมพ์แบบนี้คุณภาพการพิมพ์คมชัดกว่าแบบใช้หัวเข็ม ให้ความละเอียดสูง เหมาะสำหรับ งานด้านกราฟิก และงานด้านการนำเสนอ สามารถพิมพ์ภาพสีได้โดยมีตลับหมึกสีแยกอิสระ สามารถ ถอดเปลี่ยนได้ และสามารถพิมพ์บนผิววัสดุอื่นๆ นอกจากบนกระดาษได้ เช่น แผ่นใส, สติ๊กเกอร์ เป็นต้น ภาพที่ 9 : เครื่องพิมพ์แบบหมึกพ่น 3.เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer) คือ ทำงานคล้ายกับเครื่องถ่ายเอกสาร โดยใช้แสง เลเซอร์สร้าง ประจุไฟฟ้าบวกบนแผ่นกระดาษที่เคลื่อนผ่าน ผงหมึกที่มีประจุลบจุถูกดูดกับประจุบวก จากนั้น ลูกกลิ้งร้อนจะช่วยให้หมึกติดกับกระดาษ เครื่องพิมพ์เลเซอร์มีความเร็วในการพิมพ์สูงและมีต้นทุนการพิมพ์เฉลี่ย
11 ต่อ แผ่นถูกกว่าเครื่องพิมพีดหมึก จึงเหมาะกับงานที่ต้องพิมพ์ปริมาณมาก เช่น สำนักงาน สถานศึกษา ร้านถ่าย เอกสาร เป็นต้น เครื่องพิมพ์ เลเซอร์มี 2 แบบ คือ ขาว/ดำ และสีคุณลักษณะเด่นของเครื่องพิมพ์แบบนี้ เป็น เครื่องพิมพ์ที่ใช้ปากก ในการเขียนข้อมูลลงบนกระดาษ ซึ่ง เครื่องพิมพ์ประเภทนี้เหมาะกับงานเขียนแบบของวิศวกร และสถาปนิก และเป็นเครื่องพิมพ์ที่มีราคาแพงที่สุด ภาพที่ 10 : เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ 4. เครื่องพล็อตเตอร์ (Plolter) มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องพิมพ์ประเภทอื่น นิยมใช้กับงานที่เกี่ยวข้อง กับการ เขียนแบบต่างๆ ป้ายโฆษณา ซึ่งมีลักษณะการทำงานด้วยการใช้ปากกาเขียนข้อมูลลงบนพื้นผิวที่ต้องการ พิมพ์ด้วย วิธีการเลื่อนกระดาษ ปากกาที่ใช้เขียนข้อมูลมี6-8 สี มีความเร็วในการทำงานวัดเป็น ไอพีเอส (ips : inch per second) หมายถึง พื้นที่ที่เครื่องพิมพ์สามารถเลื่อนปากกาไปบนชิ้นงาน 1 ตารางนิ้วต่อวินาที ภาพที่ 11 : เครื่องพล็อตเตอร์ การดูแลรักษาและบำรุงรักษาเครื่องพิมพ์ 1. ควรเลือกใช้กระดาษที่ได้คุณภาพ และขนาดไม่ควรหนาเกินกว่า 80 แกรม ซึ่งจะช่วยลดปัญหา กระดาษ ติดและช่วยยืดอายุการทำงานของฟันเฟืองภายในเครื่อง 2. ควรเก็บตลับหมึกไว้ในที่ปราศจากฝุ่นและในที่มีอุณหภูมิไม่สูง 3. ควรเปิดเครื่องพิมพ์ทำงานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์ฉีดหมึก เพื่อ ป้องกัน หัวฉีดของเครื่องพิมพ์อุดตัน 4. ควรศึกษาวิธีใช้เครื่องพิมพ์ก่อนใช้งาน 5. เครื่องพิมพ์ควรถูกใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
12 6. ก่อนนำตลับหมึกใส่ลงไปในเครื่อง ควรเขย่าตลับหมึกทุกครั้ง 7. ไม่ควรปล่อยให้เครื่องพิมพ์ไม่มีตลับหมึกในเครื่อง เพราะจะทำให้อากาศเข้าไปทำให้เกิดปัญหา หัวพิมพ์อุดตันได้ 8. ให้ติดตั้งเครื่องพิมพ์ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองน้อย ควรมีผ้าคลุมเครื่องพิมพ์ขณะไม่ได้ใช้งาน 9. ควรสำรองหมึกพิมพ์ไว้ และเปลี่ยนทันทีเมื่อเครื่องพิมพ์แสดงไฟสถานะหมึกหมด 10. ปิดเครื่องพิมพ์เมื่อไม่ใช้งานทุกครั้ง 9. เครื่องสแกนเนอร์ คือ อุปกรณ์ซึ่งจับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบของแอนาลอกเป็นดิจิตอลซึ่ง คอมพิวเตอร์ สามารถแสดง เรียบเรียง เก็บรักษาและผลิตออกมาได้ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่าย ข้อความ ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุ สามมิติสามารถใช้สแกนเนอร์ทำงานต่างๆ ได้ดังนี้ 1. ในงานเกี่ยวกับงานศิลปะหรือภาพถ่ายในเอกสาร 2. บันทึกข้อมูลลงในเวิร์ดโปรเซสเซอร์ 3. แฟ็กเอกสาร ภายใต้ดาต้าเบส และ เวิร์ดโปรเซสเซอร์ 4. เพิ่มเติมภาพและจินตนาการต่างๆ ลงไปในผลิตภัณฑ์สื่อโฆษณาต่าง ๆ ชนิดของเครื่องสแกนเนอร์ สแกนเนอร์สามารถจัดแบ่งตามลักษณะทั่วๆ ไป ได้2 ชนิด คือ Flatbed scanners ซึ่งใช้สแกนภาพถ่าย หรือ ภาพพิมพ์ต่าง ๆ สแกนเนอร์ชนิดนี้มีพื้นผิวแก้วบนโลหะที่เป็นตัวสแกน เช่น ScanMaker III Transparency and slide scanners, ซึ่งถูกใช้สแกนโลหะโปร่ง เช่น ฟิล์มและ สไลด์ การทำงานของสแกนเนอร์ การจับภาพของสแกนเนอร์ทำโดยฉายแสงบนเอกสารที่จะสแกน แสงจะผ่านกลับไปมาและภาพ จะถูกจับ โดยเซลล์ที่ไวต่อแสง เรียกว่า charge-couple device หรือ CCD ซึ่งโดยปกติพื้นที่มืดบน กระดาษจะสะท้อนแสง ได้น้อยและพื้นที่ที่สว่างบนกระดาษจะสะท้อนแสงได้มากกว่า CCD จะสืบหาปริมาณแสงที่สะท้อนกลับจากแต่ละ พื้นที่ของภาพนั้น และเปลี่ยนคลื่นของแสงที่สะท้อน กลับมาเป็นข้อมูลดิจิตอล หลังจากนั้นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับ การสแกน ภาพก็จะแปลงเอาสัญญาณเหล่านั้นกลับมาเป็นภาพ บนคอมพิวเตอร์อีกทีหนึ่งสิ่งที่จำเป็นสำหรับการ สแกนภาพมีดังนี้
13 1. สาย SCSI สำหรับต่อจากสแกนเนอร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ 2. ซอฟต์แวร์สำหรับการสแกนภาพ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของสแกนเนอร์ให้สแกนภาพ ตามที่กำ หนด 3. สแกนเอกสารเก็บไว้เป็นไฟล์ที่นำกลับมาแก้ไขได้อาจต้องมีซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนด้าน OCR 4. จอภาพที่เหมาะสมสำหรับการแสดงภาพที่สแกนมาจากสแกนเนอร์ 5. เครื่องมือสำหรับแสดงพิมพ์ภาพที่สแกน เช่น เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์หรือสไลด์โปรเจคเตอร์ การดูแลรักษาและบำรุงรักษาเครื่องสแกนเนอร์ 1. ควรศึกษาวิธีใช้เครื่องสแกนเนอร์ก่อนใช้งาน 2. เช็คเอกสารก่อนสแกน ระวังลวดเย็บกระกระดาษ กระดาษกาว ต้องแกะออก ระวังหมึก 3. ให้ติดตั้งเครื่องสแกนในบริเวณที่มีฝุ่นละอองน้อย ควรมีผ้าคลุมเครื่องพิมพ์ขณะไม่ได้ใช้งาน 4. หากเครื่องชำรุด อย่าทำการซ่อมแซมด้วยตนเอง ให้เรียกช่างหรือผู้ชำนาญการมาทำการซ่อม 5. ห้ามใช้แอลกอฮอ ทินเนอร์ ทำความสะอาดเครื่องสแกนเนอร์ 6. ปิดเครื่องสแกนเมื่อไม่ใช้งานทุกครั้ง 10. เครื่องตัดกระดาษ มีหลายแบบด้วยกันขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน ภาพที่ 12 : เครื่องตัดกระดาษ 11. เครื่องเคลือบเอกสาร มีหลายขนาดและหลายแบบ 1. ศึกษาวิธีการใช้เครื่องเคลือบบัตร ก่อนใช้งาน 2. เปิดสวิทซ์อุ่นเครื่อง เพียง 8-10 นาที 3. ควรตั้งความร้อนให้พอเหมาะกับความหนาของพลาสติกเคลือบบัตร ตั้งค่าความร้อนระหว่าง 110-130 องศา 4. การสอดพลาสติกเคลือบเข้าเครื่องให้สอดจากด้านที่ซีลหัวเท่านั้น
14 5. เมื่อเลิกใช้งานให้ปรับอุณหภูมิลงต่ำสุด ทิ้งไว้ 10 นาที ก่อนปิดสวิตซ์ 6. กรณีมีคราบกาวติด เช็ดทำความสะอาดเครื่องเคลือบบัตรด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำมันสน ภาพที่ 13 : เครื่องเคลือบเอกสาร 12. เครื่องเจาะกระดาษ ภาพที่ 14 : เครื่องเจาะกระดาษ 13. เครื่องเย็บเอกสาร ภาพที่ 15 : เครื่องเย็บเอกสาร
14 บรรณานุกรม เทคนิคการปฏิบัติงานส านักงาน.เครื่องค านวณเลขhttps://klairung2511.weebly.com/36483588361 9363936563629359135883635360936233603.html เทคนิคการปฏิบัติงานสำนักงาน.เครื่องอัดสำเนาhttps://klairung2511.weebly.com/3648358836 193639365636293591362936333604362636353648360936343604363635923636360536293621.html อารยา แก้วคง และ ณรงค์ชัย มาคง.คู่มือความรู้เบื้องต้นการใช้เครื่องใช้สำนักงาน https://mt.rmutsv.ac.th/sites/default/files/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0 %B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%A D%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0% B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83 %E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B 8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8 %B2.pdf อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องใช้สำนักงาน วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน.https://furniture-supplier-17.blogspot. com/p/office-3-1.html. หจก. เฟิรส์ท ออฟฟิศ เซอร์วิส.อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน คืออะไร. https://www.firstofficeservice.com/article_detail/view/123635 เครื่องโทรสาร.http://www.digitalschool.club/digitalschool/thai2_4_1/thai2_8/more/page6.php
111