1
ก
บนั ทกึ ขอ้ ความ
ส่วนราชการ โรงเรียนบ้านตาบา สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2
ท่ี 444/2564 วันท่ี 15 มิถนุ ายน 2564
เรือ่ ง เสนอเพอ่ื พิจารณาจัดทาแบบบันทึกข้อตกลงในการพฒั นางาน (Performance Agreement : PA)
เรียน ผ้อู านวยการโรงเรยี นบ้านตาบา
ด้วยข้าพเจ้า นายทนต์ รามแก้ว ตาแหน่งครูโรงเรียนบ้านตาบา ปฏิบัติหน้าที่สอนในรายวิชาสุขศึกษา
และพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ซึ่งตามมติ ก.ค.ศ. ได้มีการกาหนดหลักเกณฑ์และ
วิธกี ารประเมินตาแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาแหน่งครู ตามหนังสือสานักงาน
ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว9 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้การประเมินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงได้จัดทาแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) สาหรับ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาแหน่งครู (วิทยฐานะชานาญการพิเศษ) ประจาปีงบประมาณ 2565
ซึ่งเป็นการทาแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) ระหว่าง นายทนต์ รามแก้ว
ตาแหนง่ ครโู รงเรียนบ้านตาบา และนางนาตยา อดศิ ยั นกิ ร ตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียนโรงเรียนบ้านตาบา
บัดน้ี ข้าพเจ้าได้จัดทาเอกสารแบบบันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA)
ตามรายละเอียดดังแนบ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณา
ลงช่อื .........................................................
(นายทนต์ รามแกว้ )
ครูโรงเรียนบ้านตาบา
ขอ้ เสนอแนะจากผ้อู านวยการโรงเรียน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.........................................................
(นางนาตยา อดิศยั นิกร)
ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านตาบา
ข
คานา
แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) จัดทาข้ึนเพื่อนาเสนอข้อตกลงในการพัฒนางานสาหรับข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา ตาแหน่งครู (วิทยฐานะชานาญการพิเศษ) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ระหว่าง
วันท่ี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันท่ี 30 กันยายน พ.ศ. 2565 ที่ได้เสนอต่อผู้อานวยการสถานศึกษา เพื่อแสดง
เจตจานงว่าภายในรอบการประเมินจะพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ
คณุ ลกั ษณะประจาวิชา คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์และสมรรถนะท่ีสาคัญตามหลักสูตรให้สูงขึ้น โดยสะท้อนให้เห็น
ถึงระดับการปฏิบัติท่ีคาดหวังของตาแหน่งและวิทยฐานะท่ีดารงอยู่ และสอดคล้องกับเปาาหมายและบริบท
สถานศึกษา นโยบายของส่วนราชการและกระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้อานวยการสถานศึกษาได้เห็นชอบให้เป็น
ข้อตกลงในการพฒั นางาน ประกอบด้วย 2 สว่ น ไดแ้ ก่
ส่วนที่ 1 ขอ้ ตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตาแหน่ง
ส่วนท่ี 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของ
ผูเ้ รยี น
ซ่ึงข้อมูลท่ีได้นาเสนอน้ี ข้าพเจ้าจะนาไปพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนบ้านตาบา สานักงาน
เขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 ใหเ้ กดิ ประสทิ ธิภาพตอ่ ไป
(นายทนต์ รามแกว้ )
ครูโรงเรียนบา้ นตาบา
สารบัญ ค
เรอื่ ง หนา้
บนั ทึกข้อความ ก
คานา ข
สารบัญ ค
ผู้จดั ทาขอ้ ตกลง 1
1
ขอ้ มลู ทว่ั ไป 1
ประเภทหอ้ งเรยี นทีจ่ ดั การเรียนรู้ 1
ส่วนท่ี 1 ข้อตกลงในการพฒั นางานตามมาตรฐานตาแหนง่ 1
1. ภาระงาน 2
2. งานทจ่ี ะปฏิบัติตามมาตรฐานตาแหน่งครู 2
5
ดา้ นการจัดการเรียนรู้ 6
ดา้ นการส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การเรียนรู้ 8
ด้านการพฒั นาตนเองและวชิ าชีพ 8
ส่วนท่ี 2 ขอ้ ตกลงในการพฒั นางานทเ่ี ป็นประเดน็ ทา้ ทาย 8
ประเดน็ ทา้ ทาย 9
สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจดั การเรยี นรู้ 10
วิธกี ารดาเนินการใหบ้ รรลผุ ล 10
ผลลัพธ์การพฒั นาท่ีคาดหวัง
ความเห็นของผูอ้ านวยการสถานศึกษา
ภาคผนวก
หนงั สือสานักงาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.3/ว9 ลงวันท่ี 20 พฤษภาคม 2564
PA 1/1ส
แบบขอ้ ตกลงในการพัฒนางาน (PA)
สาหรับข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ตาแหน่งครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ
ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
ระหว่างวนั ท่ี 1 เดอื นตุลาคม พ.ศ. 2564 ถงึ วนั ที่ 30 เดือนกันยายน พ.ศ. 2565
ผ้จู ัดทาขอ้ ตกลง
ช่อื นายทนต์ นามสกุล รามแกว้ ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ
สถานศกึ ษา โรงเรยี นบ้านตาบา สงั กัด สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานราธวิ าส เขต 2
รบั เงินเดอื นในอนั ดบั คศ.3 อัตราเงนิ เดือน 42,260 บาท
ประเภทหอ้ งเรียนท่จี ัดการเรยี นรู้ (สามารถระบไุ ด้มากกว่า 1 ประเภทหอ้ งเรียน ตามสภาพการจดั
การเรยี นรจู้ รงิ )
ห้องเรียนวชิ าสามญั หรอื วิชาพน้ื ฐาน
หอ้ งเรยี นปฐมวยั
ห้องเรียนการศึกษาพิเศษ
ห้องเรียนสายวิชาชพี
ห้องเรียนการศึกษานอกระบบ / ตามอัธยาศยั
ขา้ พเจา้ ขอแสดงเจตจานงในการจัดทาข้อตกลงในการพฒั นางาน ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการ
พิเศษ
ซึง่ เปน็ ตาแหน่งและวทิ ยฐานะทีด่ ารงอยู่ในปจั จบุ นั กบั ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ไว้ดังต่อไปนี้
สว่ นท่ี 1 ข้อตกลงในการพฒั นางานตามมาตรฐานตาแหน่ง
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กาหนด
1.1 ช่วั โมงสอนตามตารางสอน รวมจานวน......20.....ช่ัวโมง/สัปดาห์ ดังน้ี
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (พ 16101) ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 6 ช่วั โมง/สปั ดาห์
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษา (พ 21102) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 จานวน 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์
กลุม่ สาระการเรยี นรู้พลศึกษา (พ 21104) ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 จานวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานฯ (ง 21102) ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 จานวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา (พ 22102) ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 2 จานวน 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์
กลุม่ สาระการเรียนรู้พลศึกษา (พ 22104) ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 2 จานวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษา (พ 23102) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 จานวน 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้พลศึกษา (พ 23104) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 จานวน 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ประวัตศิ าสตร์ (พ 23104) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รายวิชาลูกเสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จานวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์
1.2 งานสง่ เสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จานวน...2...ชวั่ โมง/สปั ดาห์
- การมีส่วนร่วมในชมุ ชนการเรยี นรทู้ างวิชาชพี (PLC)
- การจดั การสอน (ซอ่ มเสรมิ ) เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน
2
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จานวน....2....ชวั่ โมง/สปั ดาห์
- ปฏิบตั หิ น้าทหี่ วั หน้าฝา่ ยบริหารงานทั่วไปของโรงเรยี น
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจดุ เน้น จานวน....1....ชว่ั โมง/สปั ดาห์
- ทกั ษะอาชีพ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1-3 จานวน....1....ชว่ั โมง/สปั ดาห์
2. งานท่จี ะปฏิบตั ติ ามมาตรฐานตาแหน่งครู
ลกั ษณะงานท่ีปฏบิ ตั ิ งาน (Tasks) ผลลพั ธ์ (Outcomes) ตวั ชี้วดั (Indicators)
ตามมาตรฐานตาแหนง่ ทจี่ ะดาเนินการพัฒนาตามข้อตกลง
ใน 1 รอบการประเมนิ ของงานตามขอ้ ตกลง ท่จี ะเกิดขึน้ กับผูเ้ รียน
รเิ ริ่ม พฒั นา (โปรดระบ)ุ
ทคี่ าดหวงั ใหเ้ กดิ ขน้ึ ทแ่ี สดงให้เห็นถึงการ
1. ด้านการจดั การเรยี นรู้ 1.1 การสรา้ งและหรอื การพัฒนา
ลักษณะงานท่เี สนอให้ หลกั สูตร กับผู้เรยี น เปลยี่ นแปลงไปในทาง
ครอบคลุมถึงการสร้างและ - รเิ ร่มิ พฒั นาหลกั สูตร
การพฒั นาหลกั สตู ร การ และหนว่ ยการเรียนรูก้ ลุ่มสาระการ (โปรดระบุ) ที่ดีข้นึ หรอื มกี ารพัฒนา
ออกแบบการจดั การเรียนรู้ เรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา ให้
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ สอดคลอ้ ง กับมาตรฐานการเรยี นรู้ มากขึ้นหรือผลสัมฤทธ์ิ
การสร้างและพฒั นาสือ่ และตวั ชว้ี ดั หรอื ผลการเรยี นรู้ ตาม
นวตั กรรม เทคโนโลยี และ หลกั สตู ร บริบทของสถานศึกษา สงู ขน้ึ (โปรดระบ)ุ
แหลง่ เรยี นรู้ การวดั และ ผเู้ รียน และท้องถนิ่ สามารถแกไ้ ข
ประเมินผลการจดั การ ปญั หา ในการจัดการเรยี นรเู้ พื่อให้ 1. ผูเ้ รียนไดร้ บั การ 1. ผู้เรยี นรอ้ ยละ 90
เรยี นรู้ การศึกษาวเิ คราะห์ ผเู้ รียนได้พัฒนาสมรรถนะและการ
สังเคราะหเ์ พอ่ื แก้ปัญหา เรียนรู้ เต็มตามศักยภาพสง่ ผลให้ จดั การเรยี นรู้ตาม มีความรู้ผ่านเกณฑ์การ
หรอื พัฒนาการเรียนรู้ การ คณุ ภาพการจดั การเรียนรู้สงู ข้ึน
จดั บรรยากาศท่สี ่งเสรมิ และ 1.2 การออกแบบการจดั การ หลักสตู รและมีความรู้ ประเมนิ ตามที่
พฒั นาผ้เู รยี น และการ เรียนรู้
อบรมและพัฒนา - ริเรม่ิ พัฒนาและออกแบบการ ตามมาตรฐานและ สถานศกึ ษากาหนด
คณุ ลักษณะที่ดีของผ้เู รียน จดั การเรียนรู้ ในกลุม่ สาระการ
เรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษาโดย ตัวชีว้ ัด 2. ผู้เรียนรอ้ ยละ 90
เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ สามารถ
แกไ้ ขปัญหาและพัฒนาคณุ ภาพการ 2. ผเู้ รียนไดร้ ับการ มีผลสมั ฤทธ์สิ งู ขึน้
จัดการเรียนรูใ้ หส้ งู ข้นึ เพอ่ื ให้
ผเู้ รยี นมีความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ พฒั นาคณุ ลักษณะอันพึง เป็นไปตามคา่ เปาาหมาย
ประจาวิชา คุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ และสมรรถนะที่สาคัญ ประสงค์ การอ่าน ที่สถานศึกษากาหนด
ตามหลักสูตร มกี ระบวนการคิด
การเขยี น คิด วเิ คราะห์
และสมรรถนะสาคญั ของ
ผู้เรียน
1. ผเู้ รยี นได้ปฏบิ ัติ 1. ผูเ้ รียนร้อยละ 90
กจิ กรรมการเรียนรตู้ าม มีความรู้ ทักษะ และ
แบบการจดั การเรยี นรู้ที่ วิธกี ารปฏบิ ัตทิ ถ่ี กู ต้อง
แสดงในแผนการจดั การ เกยี่ วกบั สุขภาพ
เรียนรกู้ ลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษา 2. ผ้เู รยี นร้อยละ 90
และพลศึกษาทม่ี ี มีผลการประเมินใน
ประสทิ ธภิ าพ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์และสมรรถนะ
สาคญั ตามหลกั สตู ร
สงู ขน้ึ เปน็ ไปตามคา่
เปาา หมายทีส่ ถานศึกษา
กาหนด
3
ลักษณะงานท่ีปฏบิ ัติ งาน (Tasks) ผลลพั ธ์ (Outcomes) ตวั ชีว้ ดั (Indicators)
ตามมาตรฐานตาแหนง่ ทจ่ี ะดาเนนิ การพฒั นาตามข้อตกลง ของงานตามขอ้ ตกลง ทจ่ี ะเกิดขึน้ กับผู้เรยี น
ใน 1 รอบการประเมิน ท่คี าดหวงั ให้เกิดขึน้ ท่ีแสดงใหเ้ ห็นถึงการ
รเิ รมิ่ พฒั นา (โปรดระบ)ุ กับผู้เรยี น เปลี่ยนแปลงไปในทาง
(โปรดระบ)ุ ทดี่ ขี น้ึ หรอื มกี ารพฒั นา
1. ด้านการจัดการเรยี นรู้ และค้นพบองคค์ วามรดู้ ้วยตนเอง มากข้ึนหรือผลสัมฤทธ์ิ
ลักษณะงานที่เสนอให้ 1.3 การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ผเู้ รียนได้รบั การ สูงขน้ึ (โปรดระบ)ุ
ครอบคลุมถึงการสรา้ งและ - รเิ ร่ิม พัฒนาการจัดกิจกรรมการ พฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ
การพัฒนาหลักสตู ร การ เรยี นรู้ ในรปู แบบ Active และความแตกต่างของ 1. ผูเ้ รยี นรอ้ ยละ 90
ออกแบบการจดั การเรยี นรู้ Learning ทเ่ี นน้ ผ้เู รยี นเป็นสาคัญ แต่ละบุคคล มีความพึงพอใจต่อการ
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ สอดคล้องกบั สถานการณ์การแพร่ 2. ผ้เู รยี นมนี สิ ัยใฝเ่ รยี นรู้ เรียนวิชาสุขศึกษาและ
การสรา้ งและพฒั นาสือ่ ระบาดของโรคไวรสั โคโรนา 2019 มุ่งมนั่ ในการทางานและ พลศึกษาในระดบั มาก
นวตั กรรม เทคโนโลยี และ (โควิด-19) และสามารถแกไ้ ข สามารถทางานร่วมกับ และมีสว่ นร่วมในการ
แหล่งเรยี นรู้ การวัดและ ปัญหาในการจดั การเรียนรู้วชิ าสุข ผู้อน่ื ไดเ้ ปน็ อย่างดี จัดกจิ กรรมการเรียน
ประเมนิ ผลการจดั การ ศกึ ษาและพลศึกษา เพื่อให้ผู้เรยี น 3. ผ้เู รยี นเกดิ ความพึง การสอนรปู แบบ
เรียนรู้ การศกึ ษาวเิ คราะห์ ได้พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพ พอใจต่อการเรยี นวิชาสขุ Active Learning
สงั เคราะห์เพ่อื แกป้ ัญหา สามารถเรยี นรู้และทางานร่วมกนั ศึกษาและพลศกึ ษา มาก 2. ผเู้ รยี นร้อยละ 90
หรือพฒั นาการเรยี นรู้ การ คดิ และแก้ปญั หาไดด้ ว้ ยตนเอง ยง่ิ ขึน้ และมีส่วนรว่ มใน มีความสนใจและเข้า
จัดบรรยากาศทีส่ ่งเสรมิ และ การจดั กจิ กรรมการเรียน ร่วมในกิจกรรมการ
พัฒนาผู้เรยี น และการ 1.4 สรา้ งและหรือพัฒนาสือ่ การสอนรูปแบบ Active เรยี นการสอนวชิ าสขุ
อบรมและพฒั นา นวตั กรรม เทคโนโลยแี ละแหลง่ Learning ศกึ ษาและพลศกึ ษา
คุณลกั ษณะทด่ี ีของผู้เรยี น เรยี นรู้ 1. ผลติ ส่ือการเรยี นรทู้ ่ี ดว้ ยรปู แบบการสอนท่ี
- ริเร่ิม พฒั นาส่อื นวัตกรรม หลากหลายโดยคานึงถงึ หลากหลาย
เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ใหม้ ี การเรยี นรู้ของผู้เรยี นแต่ 1. ผู้เรยี นร้อยละ 90
ความหลากหลายสอดคล้องกับการ ละคน มที กั ษะการคิดและ
จัดกิจกรรมการเรยี นร้ทู าใหผ้ เู้ รยี น 2. ผูเ้ รยี นได้รับความรู้ สามารถแก้ปญั หาได้
เกดิ ทักษะการคิดและสามารถแกไ้ ข จากการใชส้ ่ือท่ี ดว้ ยตนเอง
ปญั หาได้ดว้ ยตนเอง หลากหลายและทันสมยั 2. ผูเ้ รียนรอ้ ยละ 90
- จัดทาสื่อท่สี ่งเสริมพัฒนาผู้เรยี น สอดคล้องกบั การจัด มีความรผู้ า่ นเกณฑ์การ
โดยใชเ้ ทคโนโลยี เชน่ โปรแกรม กิจกรรมการเรยี นรู้ ประเมินตามท่ี
นาเสนอ power point , E-Book 3. ผูเ้ รียนไดร้ บั ความรู้ สถานศึกษากาหนด
คลิปวิดีโอการสอน และบตั รภาพ จากการใช้แหลง่ เรยี นรู้ที่ 3. ผู้เรียนรอ้ ยละ 90
หลากหลาย มีผลสัมฤทธ์สิ ูงข้ึน
เปน็ ไปตามคา่ เปาา หมาย
ที่สถานศึกษากาหนด
4
ลกั ษณะงานที่ปฏิบตั ิ งาน (Tasks) ผลลัพธ์ (Outcomes) ตวั ช้วี ดั (Indicators)
ตามมาตรฐานตาแหน่ง ที่จะดาเนินการพัฒนาตามข้อตกลง ของงานตามขอ้ ตกลง ทจี่ ะเกิดขึน้ กับผู้เรียน
ใน 1 รอบการประเมิน ทค่ี าดหวงั ให้เกิดขนึ้ ท่ีแสดงใหเ้ หน็ ถึงการ
ริเร่มิ พัฒนา (โปรดระบ)ุ กับผู้เรียน เปลย่ี นแปลงไปในทาง
(โปรดระบุ) ทด่ี ขี ้นึ หรอื มกี ารพัฒนา
1. ด้านการจดั การเรยี นรู้ - พัฒนาแหลง่ เรียนรู้นอกห้องเรยี น มากข้นึ หรือผลสัมฤทธ์ิ
ลกั ษณะงานท่ีเสนอให้ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน 1. ผเู้ รยี นไดร้ บั การวดั สงู ข้นึ (โปรดระบ)ุ
ครอบคลุมถึงการสร้างและ 1.5 การวดั และการประเมนิ ผล และประเมนิ ผลการ
การพัฒนาหลักสูตร การ การเรียนรู้ เรยี นรู้ตามสภาพจริง 1. ผู้เรียนรอ้ ยละ 90
ออกแบบการจดั การเรียนรู้ - ริเรม่ิ พฒั นารูปแบบการวดั ผล ในรูปแบบทห่ี ลากหลาย ได้รับการวัดและ
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ และประเมินผลการเรยี นรตู้ าม สามารถนาผลมาใช้แก้ไข ประเมินผลที่
การสรา้ งและพัฒนาส่ือ สภาพจรงิ ดว้ ยวธิ ีการทหี่ ลากหลาย ปัญหาการจัดการเรยี นรู้ หลากหลายทาให้
นวัตกรรม เทคโนโลยี และ เหมาะสม และสอดคล้องกบั ผ้เู รียนเกดิ การพัฒนา
แหลง่ เรียนรู้ การวดั และ มาตรฐานการเรียนรู้ และนาผลการ 1. ผู้เรียนไดร้ บั การแก้ไข อย่างต่อเนื่อง
ประเมนิ ผลการจัดการ วัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ มาใช้ ปัญหาโดยใชก้ ระบวน
เรียนรู้ การศกึ ษาวิเคราะห์ แก้ไขปญั หาการจดั การเรยี นรู้ การวิจยั ในชัน้ เรยี นและ 1. ผเู้ รยี นรอ้ ยละ 90
สงั เคราะหเ์ พื่อแกป้ ญั หา เพ่อื ให้ผูเ้ รียนมพี ฒั นาการเรยี นรู้ การรวมกลุ่มชุมชนการ ไดร้ ับการแกป้ ญั หา
หรอื พฒั นาการเรยี นรู้ การ อย่างต่อเนอ่ื ง พฒั นาทางวชิ าชีพครู และพฒั นาการเรยี นรู้
จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและ 1.6 การศกึ ษา วเิ คราะห์ (PLC) อยา่ งต่อเนอื่ งและเต็ม
พัฒนาผเู้ รียน และการ สงั เคราะห์ เพ่ือแก้ปัญหาหรือ ตามศักยภาพ
อบรมและพฒั นา พฒั นาการเรียนรู้ 1. ภาพบรรยากาศใน
คุณลักษณะทีด่ ขี องผเู้ รียน - ริเร่มิ พัฒนา วิเคราะห์ และ หอ้ งเรียนทีเ่ อื้อและ 1. ผูเ้ รียนรอ้ ยละ 90
สงั เคราะห์ ขอ้ มลู ผูเ้ รยี นเปน็ ส่งเสริมการเรยี นรู้ของ มีความพึงพอใจ
รายบคุ คล และจัดทาวจิ ัยในชน้ั ผู้เรียนใหเ้ กดิ การพฒั นา บรรยากาศของ
เรยี นและมกี ารรวมกล่มุ ชุมชนการ ในด้านต่างๆ หอ้ งเรยี นสง่ ผลต่อการ
พัฒนาทางวิชาชีพครู (PLC) เพือ่ หา พัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
แนวทางแก้ไขปัญหาของผ้เู รียน เปน็ ไปตามคา่ เปาาหมาย
1.7 การจัดบรรยากาศท่ีส่งเสริม ทส่ี ถานศึกษากาหนด
และพัฒนาผ้เู รยี น
- ริเร่ิม พัฒนา จดั บรรยากาศ
ที่เหมาะสม สอดคล้องกับ
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของ
โรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ -19)
และความแตกตา่ งของผู้เรยี นเป็น
รายบุคคล ในรปู แบบต่างๆ เพอ่ื
พฒั นาผู้เรยี นใหเ้ กดิ กระบวนการ
5
ลักษณะงานที่ปฏบิ ตั ิ งาน (Tasks) ผลลัพธ์ (Outcomes) ตวั ชี้วดั (Indicators)
ตามมาตรฐานตาแหน่ง ทจี่ ะดาเนนิ การพฒั นาตามข้อตกลง ของงานตามข้อตกลง ท่ีจะเกิดข้นึ กบั ผ้เู รียน
ใน 1 รอบการประเมนิ ท่ีคาดหวังให้เกดิ ขึน้ ทแ่ี สดงใหเ้ ห็นถึงการ
รเิ ริม่ พฒั นา (โปรดระบ)ุ กับผูเ้ รียน เปล่ียนแปลงไปในทาง
(โปรดระบุ) ท่ดี ขี ึน้ หรือมกี ารพัฒนา
1. ดา้ นการจดั การเรยี นรู้ คิด ทักษะชีวิต ทักษะการทางาน มากขนึ้ หรือผลสัมฤทธิ์
ลักษณะงานท่ีเสนอให้ และทักษะการเรยี นรู้ 1. ผเู้ รียนได้รบั การ สูงขน้ึ (โปรดระบ)ุ
ครอบคลุมถึงการสรา้ งและ 1.8 อบรมและพัฒนาคุณลกั ษณะ พัฒนาและสง่ เสริม
การพัฒนาหลกั สูตร การ ทีด่ ขี องผเู้ รียน คุณธรรม จรยิ ธรรม 1. ผ้เู รียนร้อยละ 90
ออกแบบการจัดการเรยี นรู้ - ไดอ้ บรมบม่ นิสยั ใหผ้ ้เู รยี นมี คณุ ลักษณะอนั พึง มีคุณธรรม จริยธรรม
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม คุณลักษณะอนั ประสงคแ์ ละค่านยิ ม คณุ ลกั ษณะอนั พึง
การสร้างและพัฒนาส่ือ พึงประสงค์ และค่านิยมความเปน็ ความเป็นไทยท่ดี งี าม ประสงค์ และคา่ นยิ ม
นวตั กรรม เทคโนโลยี และ ไทยท่ีดีงาม ความเปน็ ไทยทีด่ งี าม
แหลง่ เรียนรู้ การวดั และ - ริเริ่ม พฒั นาจดั กจิ กรรมท่ีสง่ เสรมิ 1. ผเู้ รยี นมีขอ้ มูล ตามค่าเปาา หมายที่
ประเมนิ ผลการจดั การ คณุ ธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอนั สารสนเทศท่ีมี สถานศึกษากาหนด
เรยี นรู้ การศกึ ษาวเิ คราะห์ พึงประสงค์ เช่น ประสิทธิภาพ สามารถ
สงั เคราะห์เพอ่ื แก้ปญั หา ตรวจสอบและนาข้อมูล 1. ผูเ้ รียนรอ้ ยละ 100
หรือพัฒนาการเรียนรู้ การ 1. กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น มาใช้ได้ทนั ที ไดใ้ ช้ประโยชนจ์ าก
จดั บรรยากาศที่ส่งเสริมและ (ลูกเสือ – เนตรนารี) ข้อมูลสารสนเทศท่ีมี
พัฒนาผ้เู รยี น และการ 1. ผเู้ รียนไดร้ ับการ ประสทิ ธภิ าพและเป็น
อบรมและพัฒนา 2. โรงเรียนคณุ ธรรม ช่วยเหลือตามระบบดแู ล รายบคุ คลสามารถนา
คุณลกั ษณะทด่ี ขี องผ้เู รยี น 3. โรงเรียนสุจรติ ช่วยเหลอื นกั เรยี น ข้อมูลมาใชไ้ ด้ทันที
2. ด้านการส่งเสรมิ และ 5 ข้นั ตอน
สนับสนนุ การจัดการ 2.1 จัดทาข้อมูลสารสนเทศของ 1. ผเู้ รยี นร้อยละ 90
เรียนรู้ ลกั ษณะงานท่เี สนอ ผู้เรียนและรายวิชา ไดร้ ับการช่วยเหลอื ตาม
ใหค้ รอบคลุมถึงการจดั ทา - ริเรม่ิ พัฒนารูปแบบการจัดทา ระบบดูแลชว่ ยเหลอื
ข้อมลู สารสนเทศของผเู้ รยี น ขอ้ มูล สารสนเทศของผูเ้ รียนและ นกั เรยี น 5 ขน้ั ตอน
และรายวิชาการดาเนนิ การ รายวิชา ท่ีจัดการเรียนการสอน
ตามระบบดูแลชว่ ยเหลอื เอกสารแบบ ปพ.ตา่ งๆให้มขี ้อมูล
ผู้เรยี น การปฏบิ ัติงาน เป็นปจั จุบนั เพ่อื ใชใ้ นการส่งเสรมิ
วชิ าการและงานอนื่ ๆ ของ สนบั สนนุ การเรยี นรู้ แก้ไขปญั หา
สถานศกึ ษา และการ และพัฒนา คุณภาพผู้เรยี น
ประสานความรว่ มมือ 2.2 ดาเนินการตามระบบดูแล
กับผปู้ กครอง ภาคีเครือข่าย ชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
และหรอื สถานประกอบการ
- รเิ ริม่ พัฒนาการจัดระบบดูแล
ช่วยเหลือนักเรยี นเพ่ือสรา้ งโอกาส
ความเสมอภาค และลดความ
6
ลกั ษณะงานที่ปฏิบัติ งาน (Tasks) ผลลัพธ์ (Outcomes) ตัวชี้วดั (Indicators)
ตามมาตรฐานตาแหนง่ ทจี่ ะดาเนินการพฒั นาตามข้อตกลง ของงานตามข้อตกลง ท่จี ะเกิดข้ึนกับผเู้ รยี น
ใน 1 รอบการประเมนิ ท่คี าดหวงั ใหเ้ กิดขน้ึ ทแ่ี สดงให้เหน็ ถึงการ
ริเริม่ พัฒนา (โปรดระบ)ุ กบั ผู้เรยี น เปล่ียนแปลงไปในทาง
(โปรดระบุ) ที่ดขี ้นึ หรอื มกี ารพัฒนา
2. ดา้ นการสง่ เสรมิ และ เหล่ือมลา้ ทางการศึกษา มากข้นึ หรือผลสมั ฤทธ์ิ
สนับสนุน การจดั การ 2.3 ปฏิบตั ิงานวิชาการ และงาน 1. ผเู้ รียนไดร้ ับการ สูงขน้ึ (โปรดระบ)ุ
เรียนรู้ ลกั ษณะงานท่ีเสนอ อนื่ ๆ ของสถานศกึ ษา พัฒนาระดบั ผลสมั ฤทธ์ิ
ใหค้ รอบคลุมถงึ การจัดทา ทางการเรยี น 1. ผู้เรียนรอ้ ยละ 90
ขอ้ มลู สารสนเทศของผ้เู รียน - ริเริม่ พัฒนา ร่วมปฏิบัติงาน 2. ผเู้ รียนได้ใชส้ อ่ื การ มผี ลสมั ฤทธ์ิทางการ
และรายวิชาการดาเนินการ ทางวชิ าการ และงานอนื่ ๆ ของ เรยี นรู้ท่ีหลากหลาย เรยี นสูงขน้ึ ทกุ กลมุ่
ตามระบบดูแลชว่ ยเหลือ สถานศกึ ษา เพ่อื ยกระดับคุณภาพ สาระ
ผู้เรยี น การปฏิบัติงาน การจัดการศึกษาของสถานศึกษา 1. ไดส้ รา้ งกลุ่มไลน์
วิชาการและงานอ่ืนๆ ของ โดยมกี ารพัฒนา รูปแบบหรือแนว ผู้ปกครองเพื่อประสาน 1. ผ้เู รียนรอ้ ยละ 100
สถานศึกษา และการ ทางการดาเนินงานใหม้ ี ความรว่ มมอื กบั ไดร้ บั การดูแลอาใจใส่
ประสานความร่วมมือ ประสทิ ธิภาพสูงข้นึ ผู้ปกครองในการแก้ไข จากครูและผู้ปกครอง
กับผ้ปู กครอง ภาคเี ครอื ข่าย 2.4 ประสานความรว่ มมือกับ ปญั หาและพฒั นาผเู้ รยี น
และหรอื สถานประกอบการ ผู้ปกครอง ภาคีเครอื ขา่ ย และ 1. ผู้เรียนร้อยละ 100
หรอื สถานประกอบการ 1. ผู้เรยี นไดร้ ับการจัด ไดร้ บั การจัดกจิ กรรม
3. ดา้ นการพฒั นาตนเอง กจิ กรรมการเรยี นการ การเรยี นการสอนด้วย
และวิชาชีพ ลกั ษณะงานท่ี - ริเร่ิม พฒั นา ประสานความ สอนท่ีเน้นผู้เรยี นเป็น วธิ ีการทหี่ ลากหลาย
เสนอใหค้ รอบคลมุ ถงึ การ รว่ มมอื กบั ผ้ปู กครอง ชุมชน ภาคี สาคัญ มกี ารจัดกิจกรรม และเหมาะสมกับ
พัฒนาตนเองอย่างเป็น เครอื ข่าย และสถานประกอบการ ทหี่ ลากหลายเหมาะ เนอื้ หาสง่ ผลใหม้ ี
ระบบและต่อเนื่อง การมี เพอื่ ร่วมกนั แก้ไขปัญหาและพัฒนา สมตามความแตกตา่ ง ผลสมั ฤทธท์ิ างการ
สว่ นรว่ มในการแลกเปลี่ยน ผู้เรียน ระหว่างบุคคล ทาให้ เรยี นสงู ขึน้ ตามค่า
เรียนรทู้ างวชิ าชีพเพ่ือ 3.1 พัฒนาตนเองอย่างเปน็ ระบบ นกั เรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ที่ เปาา หมายที่สถานศกึ ษา
พัฒนาการจดั การเรยี นรูแ้ ละ และตอ่ เนื่อง สงู ขึน้ กาหนด
การนาความรู้ความสามารถ - มีการพฒั นาตนเองและวชิ าชีพอยา่ ง
ทักษะท่ีไดจ้ ากการพฒั นา เป็นระบบและตอ่ เนอ่ื งเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้
ความสามารถทกั ษะการใช้เทคโนโลยี
ดิจทิ ลั เพ่อื การศกึ ษาสมรรถนะทาง
วชิ าชีพครู และมคี วามร้ใู นการจัดการ
เรียนรใู้ ห้กับผ้เู รียนมากยิง่ ข้นึ
- เขา้ รับการอบรมและพฒั นาตนเองและ
วิชาชพี เป็นประจาและต่อเน่ือง
7
ลกั ษณะงานที่ปฏิบัติ งาน (Tasks) ผลลพั ธ์ (Outcomes) ตวั ชวี้ ดั (Indicators)
ตามมาตรฐานตาแหน่ง ที่จะดาเนนิ การพัฒนาตามข้อตกลง ของงานตามขอ้ ตกลง ทจ่ี ะเกิดข้ึนกับผู้เรียน
ใน 1 รอบการประเมนิ ท่คี าดหวงั ให้เกดิ ขนึ้ ท่แี สดงใหเ้ ห็นถึงการ
รเิ รมิ่ พัฒนา (โปรดระบ)ุ กบั ผเู้ รยี น เปลี่ยนแปลงไปในทาง
(โปรดระบ)ุ ทด่ี ขี ึ้นหรอื มกี ารพัฒนา
มากขึน้ หรือผลสัมฤทธ์ิ
สูงข้ึน (โปรดระบุ)
ตนเองและวิชาชพี มาใช้ใน 3.2 มีส่วนรว่ ม และเปน็ ผ้นู าใน 1. ผเู้ รียนไดร้ ับการแก้ไข 1. ผู้เรียนร้อยละ 90
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ทาง ปัญหาในการเรียน ได้ ได้รับการแก้ไขปัญหา
การพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น วิชาชีพ เหมาะสมตามความ ทางการเรยี นรู้ อย่าง
และการพฒั นานวตั กรรม - มีสว่ นร่วมในการสรา้ งชมุ ชนการเรียนรู้ แตกต่างระหว่างบคุ คล ต่อเนื่องและเปน็ ระบบ
และการจัดการเรยี นรู้ ทางวิชาชีพครู (PLC)เพื่อแก้ไข มีผลสัมฤทธิท์ างการ
ปญั หาและพฒั นาการจัดการเรยี นรู้ เรียนสงู ข้ึนตามค่า
ของผเู้ รียนใหส้ ูงขน้ึ เปาา หมายทสี่ ถานศึกษา
กาหนด
3.3 นาความรู้ ความสามารถ 1. ผู้เรยี นมีนวัตกรรม 1. ผู้เรียนร้อยละ 90
ทกั ษะที่ได้จากการพฒั นาตนเอง และกจิ กรรมการเรียนรู้ ไดร้ บั การจดั กจิ กรรม
และวิชาชพี มาใช้ในการ ท่ีทันสมัย ช่วยส่งเสรมิ การเรียนร้แู ละ
พฒั นาการจัดการเรยี นรู้ และพัฒนาการเรยี นรู้ นวัตกรรมทท่ี ันสมัย
- นาความรู้ท่ีไดจ้ ากการพฒั นา ของผ้เู รียนใหส้ งู ขึ้น มีผลสมั ฤทธ์ทิ างการ
ตนเองและวชิ าชีพ มาพัฒนา เรยี นสูงขน้ึ ตามค่า
นวัตกรรมและแผนการจดั การ เปาาหมายทีส่ ถานศกึ ษา
เรียนรูท้ ี่ทนั สมยั และเหมาะสมกบั กาหนด
ผเู้ รยี น
8
ส่วนท่ี 2 ขอ้ ตกลงในการพฒั นางานท่เี ปน็ ประเดน็ ท้าทายในการพฒั นาผลลพั ธก์ ารเรยี นรขู้ องผู้เรยี น
ประเด็นที่ท้าทายในการพฒั นาผลลัพธ์การเรยี นรู้ของผู้เรียน ของผูจ้ ดั ทาข้อตกลง ซงึ่ ปัจจุบนั
ดารงตาแหน่งครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถงึ ระดับการปฏบิ ตั ทิ ี่คาดหวงั ของวิทยฐานะ
ชานาญการพเิ ศษ คือ การริเรมิ่ พัฒนา การจัดการเรยี นรแู้ ละการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น ใหเ้ กิด
การเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีดีขน้ึ หรอื มีการพัฒนามากขึน้ (ทั้งน้ี ประเดน็ ท้าทายอาจจะแสดงใหเ้ หน็ ถึงระดับ
การปฏบิ ตั ทิ ี่คาดหวงั ในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการช่วยฟ้ืนคืนชีพ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5E กับเทคนิคการสอนแบบ Active Learning ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3
โรงเรยี นบา้ นตาบา
1. สภาพปัญหาของผูเ้ รียนและการจดั การเรยี นรู้
สภาพปัญหาของผู้เรียนด้านสุขศึกษาและพลศึกษา ยังพบปัญหาอย่างมากในการคิด วิเคราะห์ และ
การแก้ปัญหาโดยใช้การช่วยฟืน้ คนื ชพี สุขศึกษาและพลศึกษา เน่ืองจากนักเรียนไม่เข้าใจถึงการช่วยฟื้นคืนชีพสุขศึกษา
และพลศึกษา ซ่ึงแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบเดิมยังไม่ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เท่าที่ควร
เน่ืองมาจากบริบทของสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงสื่อ/เทคโนโลยีของผู้เรียนค่อนข้างไม่ครอบคลุม จึงส่งผลให้การ
จัดการเรียนรู้ต่อผู้เรียนยังไม่เป็นไปตามเปาาหมาย ดังน้ัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะกระบวนการคิด วิเคราะห์และ
แก้ปญั หาที่ดขี ้นึ ครผู สู้ อนจงึ ใช้กิจกรรมการเรียนรดู้ ้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5E และการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนในรปู แบบ Active Learning ซง่ึ นวตั กรรมทนี่ ามาปรบั ประยุกต์ใช้ในการพัฒนาความสามารถใน
การคิด วิเคราะห์และแก้ปัญหาโดยใช้การฟื้นคืนชีพ สุขศึกษาและพลศึกษา เป็นวิธีการสอนท่ีเน้นผู้เรียนแสวงหา
ความรู้ได้ด้วยตนเอง มีประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้ ค้นพบความรู้หรือแนวทางแก้ปัญหาได้เอง และสามารถ
นามาใชใ้ นชีวิตประจาวันได้ ส่วนครูผู้สอนเป็นเพียงผู้อานวยความสะดวก ซ่ึงถือว่าเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน
ได้นาความรู้ หลักการ แนวคิด ไปเช่ือมโยงกับประเด็นปัญหาที่ผู้เรียนสนใจศึกษา ค้นคว้า และ ลงมือปฏิบัติด้วย
ตนเอง ตามความสามารถและความถนัดของตนเองอย่างเป็นอิสระ สอดคล้องกับผลการวิจัย ของสกุล มูลแสดง
(2554, หน้า 112-116) ซ่ึงได้กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค 5E ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง และจากกลุ่มท่ี
ทางานร่วมกัน สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง และช่วยให้มีพันธนาการด้านกระบวนการการคิดที่หลากหลาย
เสาวลักษณ์ กันนยิ ม (2554: 17) ได้ให้ความหมายของการจดั การเรยี นรแู้ บบสืบเสาะ หาความรู้ว่า เป็นการจัดการ
เรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนให้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ และกระบวนการทางความคิด ค้นพบความรู้หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาได้เอง และสามารถนามาใช้
ในชีวิตประจาวันได้ สว่ นครเู ป็นเพียงผู้อานวยความสะดวก ทิศนา แขมมณี (2557: 141) ได้ให้ความหมายไว้ว่า การสอน
แบบสืบเสาะหาความรู้ คอื การเน้นกระบวนการท่ีสอนกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดคาถามให้คิดและลงมือแสวงหาความรู้
เพอ่ื นามาประมวล หาคาตอบหรือข้อสรุปด้วยตนเอง โดยผ้สู อนช่วยอานวยความสะดวกในการเรยี นรู้ต่างๆ ให้แกผ่ เู้ รยี น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ข้าพเจ้าในฐานะครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ซ่ึงมี
หน้าที่ในพัฒนาการเรียนรแู้ ละแกไ้ ขปญั หาของผูเ้ รยี นด้านสุขศึกษาและพลศึกษาให้ประสบผลสาเร็จ เพื่อแก้ปัญหา
ดังกล่าวข้างต้น จึงมีความสนใจที่จะพัฒนาในประเด็นการพัฒนา เร่ืองการพัฒนาทักษะการฟ้ืนคืนชีพสุขศึกษาและ
พลศึกษา โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5E กับเทคนิคการสอนแบบ
Active Learning ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรยี นบา้ นตาบา
9
2. วิธีการดาเนินการ
โดยขา้ พเจา้ ได้ประยกุ ต์ใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค 5E ของติณณ์ณภัทร เพชรศิริวรรณ์ (2563)
โดยให้มกี ระบวนการ 5 ข้นั ตอนดงั ตอ่ ไปนี้
2.1 ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement) เป็นขน้ั ตอนทคี่ รูมีหนา้ ทีจ่ ัดกจิ กรรมเพ่ือสร้างความสนใจ
ย่ัวยุให้นกั เรียนเกดิ ความอยากรู้ อยากเห็นอาจเป็นการทดลอง การนาเสนอข้อมลู การสาธติ หรอื สถานการณ์ต่างๆ
ซ่งึ เปน็ ส่ิงกระตุ้นให้นักเรยี นตัง้ คาถาม กาหนดประเดน็ ปญั หาท่ีอยากจะศกึ ษา และนาไปสู่การสารวจตรวจสอบ
2.2 ขั้นสารวจ (Exploration) เป็นขั้นตอนท่ีนกั เรยี นจะต้องกาหนดปัญหาท่ีจะสารวจ ตรวจสอบ
ได้แล้ว ครูมีหน้าที่กระตุ้นให้นักเรียนตรวจสอบปัญหาและให้นักเรียนดาเนินการสารวจตรวจสอบ สืบค้นและ
รวบรวมข้อมูล โดยการวางแผนสารวจ เช่น การทดลอง การรวบรวมขอ้ มลู สาระสนเทศ การสงั เกต
2.3 ขน้ั อธิบาย (Explanation) ขัน้ ตอนท่ีเมือ่ ได้ข้อมูลจากการสารวจตรวจสอบแล้ว ข้ันตอนน้ีครู
มีหน้าที่ส่งเสริมให้นักเรียนนาข้อมูลมาวิเคราะห์ จัดทาข้อมูลในรูปตาราง กราฟ ฯลฯ ให้เห็นแนวโน้มหรือ
ความสัมพันธ์ของข้อมูล สรุปผลการอภิปราย การทดลองโดยการอ้างอิงหลักการและวิชาการประกอบอย่างมี
เหตผุ ล เป็นขนั้ ตอนทนี่ ักเรียนได้สรา้ งองคค์ วามรใู้ หม่ ครมู ีหนา้ ทส่ี ่งเสริมให้นกั เรียนอธิบายความคิดด้วยตนเอง
2.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) เป็นขน้ั ตอนทใ่ี หค้ วามรู้ทีน่ ักเรียนสร้างขึ้นเองจากการสืบเสาะ
หาความรู้ ครูควรจัดกจิ กรรมให้นักเรยี นมคี วามรู้สึกลึกซง้ึ ย่ิงขึ้น ขยายกรอบความคิดไดก้ วา้ งยิ่งข้ึน เช่ือมโยงความรู้
เดิมสู่ความรู้ใหม่ ไปสู่การศึกษาค้นคว้าทดลองเพ่ิมข้ึน ซักถามให้นักเรียนเกิดความชัดเจนหรือกระจ่างในความรู้
เชือ่ มโยงความรู้ท่ีไดร้ บั กับความร้เู ดิม หรอื ให้คน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ ตามทน่ี ักเรยี นสนใจ
2.5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation) สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรียนนาความรใู้ หม่ทไ่ี ดไ้ ปเชอ่ื มโยงกับความรู้เดิม
ที่เก่ียวข้อง สร้างองค์ความรู้ใหม่ท่ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนประเมินจุดเด่นและ
จุดด้อยในกระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน โดยการ
แลกเปลย่ี นเรียนรคู้ วามคิดเห็นต่างๆ
ลกั ษณะของการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning เป็นดังนี้
1. เป็นการเรยี นการสอนทพ่ี ัฒนาศักยภาพทางสมอง ได้แก่ การคดิ การแก้ปัญหา และการนา
ความรู้ไปประยุกต์ใช้
2. เป็นการเรยี นการสอนที่เปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ รียนมสี ่วนรว่ มในกระบวนการเรียนร้สู งู สุด
3. ผเู้ รยี นสร้างองค์ความรู้และจดั กระบวนการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง
4. ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในการเรยี นการสอนท้ังในด้านการสร้างองค์ความรู้ การสร้างปฏิสมั พันธ์
ร่วมกัน รว่ มมอื กนั มากกวา่ การแข่งขัน
5. ผเู้ รียนเรียนรคู้ วามรบั ผดิ ชอบร่วมกัน การมีวนิ ัยในการทางาน และการแบ่งหนา้ ที่ความ
รบั ผดิ ชอบ
6. เปน็ กระบวนการสร้างสถานการณ์ใหผ้ ู้เรียนอา่ น พดู ฟงั คิดอย่างลุม่ ลึก ผูเ้ รียนจะเป็นผู้จดั
ระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง
7. เป็นกจิ กรรมการเรยี นการสอนที่เน้นทักษะการคดิ ขั้นสูง
8. เปน็ กิจกรรมทเ่ี ปิดโอกาสให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมลู ข่าวสาร หรอื สารสนเทศ และหลักการ
ความคิดรวบยอด
9. ผสู้ อนจะเปน็ ผู้อานวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ เพือ่ ให้ผ้เู รยี นเปน็ ผ้ปู ฏบิ ตั ิดว้ ยตนเอง
10. ความรเู้ กิดจากประสบการณ์ การสรา้ งองค์ความรู้ และการสรุปทบทวนของผเู้ รียน
10
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวงั
3.1 เชงิ ปริมาณ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านตาบา ได้เข้าร่วมการพัฒนาทักษะการช่วยฟ้ืนคืนชีพ
รอ้ ยละ 90
3.2 เชิงคณุ ภาพ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านตาบา มีความพึงพอใจในการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E กบั เทคนิคการสอนแบบ Active Learning รายวิชาสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ในระดบั มากข้นึ ไป
ลงช่อื ..............................................................
(นายทนต์ รามแกว้ )
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ
ผจู้ ดั ทาขอ้ ตกลงในการพัฒนางาน
วนั ที่ 1 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2564
ความเหน็ ของผู้อานวยการสถานศึกษา
( ) เหน็ ชอบใหเ้ ปน็ ข้อตกลงในการพัฒนางาน
( ) ไมเ่ หน็ ชอบให้เปน็ ขอ้ ตกลงในการพัฒนางาน โดยมีข้อเสนอแนะเพ่ือนาไปแก้ไข และเสนอ
เพ่ือพิจารณาอีกคร้งั ดงั น้ี
............................................................................................................................. .................
......................................................................................................... ..................................................................... ......
ลงชือ่ ..............................................................
(นางนาตยา อดศิ ยั นิกร)
ตาแหนง่ ผ้อู านวยการโรงเรียนบา้ นตาบา
วันที่ 1 เดอื น ตลุ าคม พ.ศ. 2564
ภาคผนวก