35 ขวัญใจ สังข์จันทร์.(บทคัดย่อ: 2563). ได้จัดท ารายงานการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ กระบวนการเรียนรู้บันได 5 ขั้นตอน (QSCCS) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการ เปลี่ยนแปลง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุด กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้บันได 5 ขั้นตอน (QSCCS) กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้บันได 5 ขั้นตอน (QSCCS) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุด กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้บันได 5 ขั้นตอน (QSCCS) กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( X ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test แบบ Dependent) ผลการศึกษา พบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้บันได 5 ขั้นตอน (QSCCS) กลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพกระบวนการ และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1 / E2) เท่ากับ 82.55/81.94 2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ กระบวนการเรียนรู้บันได 5 ขั้นตอน (QSCCS) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่อง โลกและการ เปลี่ยนแปลง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ กระบวนการเรียนรู้บันได 5 ขั้นตอน (QSCCS) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการ เปลี่ยนแปลง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด จุราภรณ์ ปฐมวงษ์.(บทคัดย่อ:2563). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการพดู สนทนาภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 การวิจัยครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ ทดลองการใช้รูปแบบการเรียนรู้ และศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการ พูดสนทนาภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็น นักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 3/5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กบินทร์บุรี สังกัดองค์การบริหารส่วน จังหวัด ปราจีนบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จ านวน 47 คน ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการเรียนรู้เชิง รุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดสนทนาภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 มี 4 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการสอน 4) ระบบสนับสนุน กระบวนการสอน ตามรูปแบบของผู้วิจัย 5 ขั้นตอนคือ ขั้นเตรียมการสอน (Preparing) ขั้นศึกษา ความรู้ (Educating) ขั้น ปฏิบัติกิจกรรม (Practicing) ขั้นสรุปความรู้ (Comprehending) ขั้น น าเสนอผลงาน (Presenting) ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อ ส่งเสริมทักษะการพูดสนทนา ภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเท่ากับ 83.23/83.03 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ นักเรียนมีทักษะการพูดสนทนาภาษาอังกฤษหลังเรียนด้วย
36 รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อ ส่งเสริมทักษะการพูดสนทนาภาษาอังกฤษ ส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ ความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะ การพูดสนทนาภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยรวมอยู่ในระดับมาก จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการ เรียนรู้ 5 ขั้น พบว่าช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เนื่องจากเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ ผู้เรียนร่วมกันลงมือปฏิบัติ พัฒนากระบวนการคิดขั้นสูง จนเกิดเป็นองค์ความรู้ของตนเอง ซึ่งการใช้ การเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น ในสาระการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจะมี ส่วนช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะในการค้นคว้า แสวงหาความรู้และมีความรู้พื้นฐานที่จ าเป็น สามารถคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิผล มีทักษะชีวิต ร่วมมือในการ ท างานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี จะต้องมีกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีล าดับขั้นตอนที่ เหมาะสม และสอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ตามจุดมุ่งหมายของการจัดการ เรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล โดยเริ่มจากการให้ผู้เรียนร่วมกันก าหนดประเด็นปัญหา ด าเนินการค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งความรู้ที่หลากหลาย มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อน าไปสู่การเชื่อมโยงความรู้จนเกิดเป็นองค์ความรู้ของตนเอง ซึ่ง ครูผู้สอนจะมีบทบาทส าคัญยิ่งในการก าหนดทิศทาง และโครงสร้างของการจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้แก่ผู้เรียน รวมถึงการเลือกใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เพื่อการ พัฒนาให้ผู้เรียนไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
แบบบั แบบบันทึกการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการศึกษ มาตรฐานที่ 3.1 นักเรียนสร้างสรรค์กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดท าโครงงาน ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ความรู้K ทักษะกระบวนกา 1. ตั้งประเด็นปัญหา โดยเลือก ประเด็นที่สนใจ เริ่มจากตนเอง ชุมชนท้องถิ่น ประเทศ เข้าใจและสามารถอธิบาย การตั้งประเด็นปัญหา โดยเลือกประเด็นที่สนใจ เริ่มจากตนเอง ชุมชน ท้องถิ่น ประเทศ สามารถตั้งประเด็นปัญ โดยเลือกประเด็นที่สน เริ่มจากตนเอง ชุมชน ท้องถิ่น ประเทศ
14 บันทึก อจัดท าค าอธิบายรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะประโยชน์ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น ร P คุณลักษณะ A สาระส าคัญ (Concept) ความคิดรวบยอด ญหา นใจ ตระหนักถึงคุณค่าของ การเลือกประเด็นที่ ตนเองสนใจ ตั้งประเด็นปัญหา โดยเลือกประเด็นที่สนใจ เริ่มจากตนเอง ชุมชนท้องถิ่น ประเทศ
แบบบั แบบบันทึกการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการศึกษ มาตรฐานที่ 3.1 นักเรียนสร้างสรรค์กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดท าโครงงาน ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ส ความรู้ ทักษะกระบวนกา 2. ตั้งสมมติฐานประเด็นปัญหา ที่ตนเองสนใจ มีความรู้และเข้าใจ ในการตั้งสมมติฐาน ประเด็นปัญหา ที่ตนเองสนใจ ทักษะการคิด ทักษะการแก้ปัญหา
15 บันทึก อจัดท าค าอธิบายรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 นที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะประโยชน์ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น าร คุณลักษณะ สาระส าคัญ มุ่งมั่นในการท างาน ใฝ่เรียนรู้ การตั้งสมมติฐานประเด็นปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยใช้ความรู้ จากสาขาวิชาต่าง ๆ
แบบบั แบบบันทึกการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการศึกษ มาตรฐานที่ 3.1 นักเรียนสร้างสรรค์กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดท าโครงงาน ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะกระบวนกา 3. ออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวมข้อมูล อย่างมีประสิทธิภาพ อธิบายการออกแบบ และวางแผนได้ ใช้กระบวนการรวบรวม ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถออกแบบ และวางแผนได้ ใช้กระบวนการรวบรว ข้อมูลอย่างมีประสิทธิ
16 บันทึก อจัดท าค าอธิบายรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะประโยชน์ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น าร คุณลักษณะ สาระส าคัญ วม ธภาพ เห็นความส าคัญ ของการแสวงหาความรู้ ของการออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการ รวบรวข้อมูล การออกแบบ วางแผน ใช้กระบวนการรวบรวม ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้การแสวงหา ค าตอบประสบความส าเร็จ
แบบบั แบบบันทึกการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการศึกษ มาตรฐานที่ 3.1 นักเรียนสร้างสรรค์กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดท าโครงงาน ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะกระบวนกา 4. ศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้ เกี่ยวกับประเด็นที่เลือก จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย มีความรู้และเข้าใจ ในการศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้ เกี่ยวกับประเด็นที่เลือก จากแหล่งเรียนรู้ ที่หลากหลาย ค้นคว้าข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้ ที่หลากหลาย
17 บันทึก อจัดท าค าอธิบายรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะประโยชน์ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น าร คุณลักษณะ สาระส าคัญ มุ่งมั่นในการแสวงหา ความรู้เกี่ยวกับ ประเด็นที่ศึกษา การศึกษา ค้นคว้า แสวงหาความรู้เกี่ยวกับ ประเด็นที่เลือกจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
แบบบั แบบบันทึกการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการศึกษ มาตรฐานที่ 3.1 นักเรียนสร้างสรรค์กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดท าโครงงาน ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะกระบวนกา 5. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ของแหล่งที่มาของข้อมูลได้ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ของแหล่งที่มาของข้อมูล ใช้วิธีการในการวิเครา ข้อมูลได้ตามกระบวน
18 บันทึก อจัดท าค าอธิบายรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะประโยชน์ร่วมกับนานาชาติ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น าร คุณลักษณะ สาระส าคัญ ะห์ การ ตรวจสอบข้อมูล และแหล่งที่มาของข้อมูล อย่างซื่อสัตย์ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูล และการเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสม ในการวิเคราะห์จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพ
แบบบั แบบบันทึกการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการศึกษ มาตรฐานที่ 3.1 นักเรียนสร้างสรรค์กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดท าโครงงาน ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะกระบวนกา 6. วิเคราะห์ข้อค้นพบ ด้วยสถิติที่เหมาะสม วิเคราะห์ข้อค้นพบ ด้วยสถิติที่เหมาะสม ใช้เทคนิคในการวิเครา ข้อค้นพบด้วยสถิติ ที่เหมาะสม
19 บันทึก อจัดท าค าอธิบายรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 นที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะประโยชน์ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น าร คุณลักษณะ สาระส าคัญ าะห์ วิเคราะห์ข้อค้นพบ อย่างซื่อสัตย์ วิเคราะห์ข้อค้นพบด้วยสถิติที่เหมาะสม
แบบบั แบบบันทึกการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชา การศึกษ มาตรฐานที่ 3.1 นักเรียนสร้างสรรค์กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดท าโครงงาน ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะกระบวนกา 7. สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้ ด้วยกระบวนการกลุ่ม การสังเคราะห์สรุป องค์ความรู้ ด้วยกระบวนการกลุ่ม แสดงความคิดเห็น อภิ ภายในกลุ่มเกี่ยวกับ การวิเคราะห์และสังเค องค์ความรู้
20 บันทึก อจัดท าค าอธิบายรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะประโยชน์ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น าร คุณลักษณะ สาระส าคัญ ภิปราย คราะห์ มีความรับผิดชอบ ในการท างานกลุ่ม และมุ่งมั่นในการท างาน มีจิตสาธารณะ การสังเคราะห์ สรุปองค์ความรู้ ด้วยกระบวนการกลุ่ม
แบบบั แบบบันทึกการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชา การศึกษ มาตรฐานที่ 3.1 นักเรียนสร้างสรรค์กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดท าโครงงาน ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ส ความรู้ ทักษะกระบวนกา 8. เสนอแนวคิด การแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้ จากการค้นพบ เลือกแนวทาง/วิธีการ ในการเสนอแนวคิด การแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบ ด้วยองค์ความรู้ จากการค้นพบ แสดงความคิดเห็น ในการวิเคราะห์และ สังเคราะห์องค์ความรู้
21 บันทึก อจัดท าค าอธิบายรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะประโยชน์ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น าร คุณลักษณะ สาระส าคัญ ้ มีความมุ่งมั่น ในการท างานใฝ่เรียนรู้ การเสนอแนวคิด การแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ
แบบบั แบบบันทึกการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชา การศึกษ มาตรฐานที่3.1 นักเรียนสร้างสรรค์กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดท าโครงงาน ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะกระบวนกา 9. เห็นประโยชน์และคุณค่า ของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง บอกประโยชน์และ รู้คุณค่าของการศึกษา ค้นคว้าด้วยตนเอง ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเ
22 บันทึก อจัดท าค าอธิบายรายวิชา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 นที่เสนอแนวคิดเพื่อสาธารณะประโยชน์ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/ท้องถิ่น าร คุณลักษณะ สาระส าคัญ อง มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัยใฝ่เรียนรู้ ประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้า ด้วยตนเอง
37 บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำรศึกษำ การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตาม บันได 5 ขั้น (5 steps) ผู้ศึกษาได้ด าเนินการเป็นล าดับขั้นตอน ดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มทดลอง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 3. การสร้างเครื่องมือในการศึกษา 4. การทดลองและการเก็บรวบรวมข้อมูล 5. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชำกร/กลุ่มตัวอย่ำง ประชากร เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที ่ 2 ที ่ก าลังศึกษาในภาคเรียนที ่ 2 ปี การศึกษา 2565 โรงเรียนวัชรวิทยา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาก าแพงเพชร จ านวน 362 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนโรงเรียนวัชรวิทยา ที่ก าลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ,2/2, 2/3, 2/4, 2/6, 2/7 และ2/8 ในภาคเรียนที่2 ประจ าปีการศึกษา 2565 จ านวน 291 คน เป็นการสุ่มแบบเจาะจง ซึ่งผู้ศึกษาเป็นผู้สอน 2. เครื่องมือที่ใช้ในกำรศึกษำ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการเชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) 2. แบบวัดผลสัมฤทธิ์ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ผู้ศึกษาสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือกซึ่งตรงกับผลการเรียนรู้ จ านวน 40 ข้อ 3. แบบสอบถามความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้ กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) เป็นแบบสอบถาม ใช้เพื่อถามความพึงพอใจของ นักเรียนหลังจากที่ได้รับการจัดการเรียนรู้มีทั้งหมด 10 ข้อ โดยผู้ศึกษาสร้างขึ้น ก าหนดค่าเฉลี่ย เป็น 5 ระดับ (บุญชม ศรีสะอาด, 2543 : 100) มีความหมายดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง พึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง พึงพอใจมาก
38 ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง พึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง พึงพอใจน้อยที่สุด 3. กำรสร้ำงเครื่องมือในกำรศึกษำ ผู้ศึกษาได้ด าเนินการสร้างเครื่องมือทั้ง 3 ชนิด ตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตาม บันได 5 ขั้น (5 steps) ซึ่งผู้ศึกษาได้ด าเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1.1 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัชรวิทยา รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ช่วงชั้นที่ 3 โรงเรียนวัชรวิทยา 1.2 ศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และแนวทางการวัด ผลการประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1.3 ก าหนดรูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) 1.4 จัดท าแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) 1.5 น าแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ที่สร้างเสร็จแล้วไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและกิจกรรม ใน ประเด็นที่เป็นจุดบกพร่อง เรื่องการใช้ภาษา การสะกดค าผิด การเรียงล าดับใบงานและเนื้อหา 1.6 น าแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) มาปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญก่อนน าไปทดลองใช้ 2. สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยบันได 5 ขั้น 2.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับหลักการ แนวคิดและวิธีการสร้างแบบทดสอบ 2.2 ก าหนดวัตถุประสงค์ วิเคราะห์เนื้อหารายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2.3 ก าหนดลักษณะของแบบทดสอบ เป็นชนิดปรนัย 4 ตัวเลือกครอบคลุมวัตถุประสงค์และ เนื้อหาที่เรียน 2.4 น าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น ไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ภาษาแล้วน ามาปรับปรุงแก้ไข 2.5 เมื่อปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้วน าแบบทดสอบนั้นไปทดสอบกับนักเรียนเพื่อวิเคราะห์ หาค่าความยากง่าย(P) ค่าอ านาจจ าแนก (r) มีค่าดัชนีความยากง่ายอยู่ระหว่าง .20-.80 ได้ค่าความ เชื่อมั่นเท่ากับ 0.71 ซึ่งแบบทดสอบที่ดีสามารถน าไปใช้ได้จะต้องมีค่าดัชนีความยากง่ายอยู่ระหว่าง
39 0.20-0.80 ค่าอ านาจจ าแนกตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไปและค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบตั้งแต่ .80 ขึ้นไป (รวีวรรณ ชินะตระกูล.2538) โดยได้คัดเลือกข้อสอบที่ผ่านการวิเคราะห์น าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่อไป 2.6 น าแบบวัดผลสัมฤทธิ์ จ านวน 30 ข้อไปทดสอบกับนักเรียนนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จ านวน 40 คน เพื่อน ามาหาค่าความเที่ยงของแบบทดสอบทั้งฉบับ โดยใช้สูตร KR – 20 ของคูเดอร์ ริชาร์ดสัน (ล้วน สายยุศ และอังคณา สายยศ, 2538 : 197-198) ได้ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.87 3. แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการ เรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ผู้ศึกษาสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ทั้งหมด 10 ข้อ ซึ่งมีขั้นตอนในการสร้าง เครื่องมือ ดังต่อไปนี้ 3.1 ศึกษาเอกสาร ต าราและงานวิจัยที่เกี่ยวกับการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) 4.2 ก าหนดรายละเอียดของแบบประเมินความพึงพอใจ ขอบข่ายและประเด็นที่จะสอบถาม เพื่อให้ครอบคลุมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) 4.3 สร้างแบบประเมินความพึงพอใจ จ านวน 10 ข้อ มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ (Rating scale) โดยใช้เกณฑ์ค่าเฉลี่ยของคะแนน ดังนี้ ให้คะแนน 5 คะแนนเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง พึงพอใจมากที่สุด ให้คะแนน 4 คะแนนเฉลี่ย 3.50 - 4.49 หมายถึง พึงพอใจมาก ให้คะแนน 3 คะแนนเฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง ให้คะแนน 2 คะแนนเฉลี่ย 1.50 - 2.49 หมายถึง พึงพอใจน้อย ให้คะแนน 1 คะแนนเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง พึงพอใจน้อยที่สุด โดยระบุเกณฑ์การยอมรับตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป 4.4 น าแบบประเมินความพึงพอใจที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร และด้านการ วัดและประเมินผล จ านวน 3 ท่านตรวจสอบความเหมาะสมในด้านเนื้อหาและภาษาที่ใช้ พิจารณา ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา และหาค่าความเที่ยงตรงจากค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อ ค าถาม โดยใช้เกณฑ์ ถ้าข้อค าถามนั้นมีความเหมาะสม ให้น้ าหนัก 1 ถ้าไม่แน่ใจ สงสัยว่าข้อค าถาม นั้นเหมาะสม ให้น้ าหนัก 0 และถ้าแน่ใจว่า ข้อค าถามนั้นไม่เหมาะสม ให้น้ าหนัก -1 4.5 ผู้ศึกษาน าแบบประเมินความพึงพอใจที่สร้างขึ้นไปตรวจสอบหาคุณภาพค่าดัชนี ความสอดคล้องของข้อค าถาม (IOC) ผลการประเมินค ่าความสอดคล้องของข้อค าถามจาก ผู้เชี่ยวชาญได้เท่ากับ 0.90 ซึ่งแบบประเมินความพึงพอใจที่สามารถน าไปใช้ได้จะต้องได้ค่าดัชนีความ สอดคล้องของข้อค าถาม 0.50 ขึ้นไป 4.6 แบบประเมินความพึงพอใจ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ (Rating scale) ตามวิธีของไลเคิท (Likert) (ล้วนและอังคณา สายยศ.2538) ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง พึงพอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง พึงพอใจมาก
40 คะแนนเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง พึงพอใจน้อย คะแนนเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง พึงพอใจน้อยที่สุด 4. กำรเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ผู้สอนชี้แจงวิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น 2. การจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น ใน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ใช้เวลาในการศึกษาเป็นเวลา 1 ภาคเรียน สัปดาห์ละ 2 คาบ รวมเวลาที่ใช้ในการศึกษา 36 คาบ 3. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใบงานและ ผลงานตัดสินผลการเรียนสรุปเป็นค่าเฉลี่ย ( X ) 4. กลุ่มตัวอย่างท าแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้ กระบวนการการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น สถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล 1. ค่าเฉลี่ย ( X ) ใช้สูตรดังนี้ (ปกรณ์ ประจันบาน, 2552,หน้า 214) n X X = เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด n แทน จ านวนข้อมูลทั้งหมด เกณฑ์การยอมรับ X 3.50 2. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มีสูตรดังนี้(บุญเรียง ขจรศิลป์, 2539, หน้า 44) ( ) ( ) 1 .. 2 2 − − = nn Xxn DS เมื่อ DS .. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2 X แทน ผลรวมของคะแนนยกก าลังสอง ( )2 X แทน ก าลังสองของคะแนนผลรวม n แทน จ านวนข้อมูลทั้งหมด เกณฑ์การยอมรับ S.D. 1.00
41 3. ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ใช้สูตรดังนี้ (รัตนะ บัวสนธ์, 2552, หน้า 82) N R IOC = เมื่อ IOC แทน ค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อค าถามข้อนั้น ๆ แทน การรวม R แทน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญ เกณฑ์การยอมรับค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป เกณฑ์พิจารณาความยาก มีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 – 0.80 เกณฑ์พิจารณาค่าความเที่ยงตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป 4. ค่าความเที่ยงของแบบวัดความพึงพอใจ ด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค มีสูตรดังนี้ (ปกรณ์ ประจันบาน, 2552, หน้า 179) − − = 2 2 1 1 t i S S n n เมื่อ แทน สัมประสิทธิ์ความเที่ยงของเครื่องมือ n แทน จ านวนข้อค าถาม 2 i S แทน ความแปรปรวนของคะแนนเป็นรายข้อ 2 t S แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวมทั้งฉบับ เกณฑ์พิจารณาค่าความเที่ยงตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป
42 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตาม บันได 5 ขั้น (5 steps) ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลตามล าดับ ดังนี้ 1.สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 2.ขั้นตอนการน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3.ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล n แทน จ านวนกลุ่มตัวอย่าง X แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน % of mean แทน ร้อยละของค่าเฉลี่ย 2. ขั้นตอนการน าเสนอผลการวิเคราะห์ เป็นดังนี้ ตอนที่ 1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตาม บันได 5 ขั้น (5 steps) ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ตอนที่ 2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล น าเสนอดังนี้ ตอนที่ 1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ตารางที่1 แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ของนักเรียนชั้นม. 2/1,2/2,2/3,2/4,2/6,2/7และ2/8 ระดับชั้น ระดับผลการเรียน ค่าสถิติ 4 3.5 3 2.5 2 1.5 1 0 ร X ม. 2/1 20 17 6 - - - - - - 3.66 ม. 2/2 27 7 4 2 1 - - - - 3.69 ม. 2/3 33 9 2 1 - - - - - 3.82 ม. 2/4 30 8 3 1 - - - - 2 3.62
43 ระดับชั้น ระดับผลการเรียน ค่าสถิติ 4 3.5 3 2.5 2 1.5 1 0 ร X ม. 2/6 27 7 5 2 - - 1 - - 3.65 ม. 2/7 39 - - - - - - - - 4.00 ม. 2/8 30 6 - - 1 - - - - 3.86 รวม 206 54 20 6 2 - 1 - 2 ค่าเฉลี่ย 3.75 จากตารางที่ 1 พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีระดับผลการเรียนรายวิชาการศึกษา ค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้รหัสวิชา I20201ตามล าดับ ดังนี้ ระดับ 4 จ านวน 206 คน รองลงมาคือ ระดับ 3.5 จ านวน 54 คน ระดับ 3 จ านวน 20 คน ระดับ 2.5 จ านวน 6 คน ระดับ 2 จ านวน 2 คน ระดับ 1 จ านวน 1 คน และติด “ร” จ านวน 2 คน ดังนั้นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียน รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้รหัสวิชา I20201 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้ กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ในปีการศึกษา 2565 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น (เกรดเฉลี่ย เท่ากับ 3.75)กว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา (เกรดเฉลี่ยของปีการศึกษา 2564 เท่ากับ 3.47) ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ตอนที่ 2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชาการศึกษา ค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการ เรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ตาราง 2 ค่าเฉลี่ย ( X ) และส่วนเบี่ยงมาตรฐาน (S.D.) ของระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อ การเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) รายการ ระดับความพึงพอใจ X S.D. ความหมาย 1.นักเรียนมีความพึงพอใจจากการปฏิบัติกิจกรรมในชั้นเรียน 4.27 0.78 พึงพอใจมาก 2.นักเรียนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน 4.37 0.86 พึงพอใจมาก 3. กิจกรรมการเรียนช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียน 4.33 0.92 พึงพอใจมาก 4. กิจกรรมการเรียนมีความท้าทายและกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ มากขึ้น 4.43 0.96 พึงพอใจมาก 5.กิจกรรมการเรียนช่วยให้การเรียนรู้น่าสนใจ ไม่เบื่อหน่าย 4.24 0.78 พึงพอใจมาก 6.นักเรียนสามารถสร้างองค์ความรู้จากเรื่องที่ศึกษาได้ 4.47 0.68 พึงพอใจมาก 7.นักเรียนมีโอกาสท ากิจกรรมตามความสามารถอย่างมีความสุข 4.16 0.55 พึงพอใจมาก
44 รายการ ระดับความพึงพอใจ X S.D. ความหมาย 8. กิจกรรมการเรียนท าให้เกิดความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด และประสบการณ์ ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน 3.72 0.79 พึงพอใจมาก 9. กิจกรรมการเรียนท าให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 3.84 0.82 พึงพอใจมาก 10. นักเรียนเห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้า ด้วยตนเอง 4.48 0.73 พึงพอใจมาก เฉลี่ย 4.23 0.79 พึงพอใจมาก จากตาราง 2 เมื่อวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยคะแนนความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนรายวิชาการศึกษา ค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้รหัสวิชา I20201 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตาม บันได 5 ขั้น (5 steps) พบว่า ภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( X =4.23, S.D =.79) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจ โดยมีข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 5 อันดับ ดังนี้ อันดับที่ 1 ได้แก่ ข้อที่ 10 นักเรียนเห็นประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ( X = 4.48, S.D = 0.73) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก อันดับที่ 2 ได้แก่ ข้อที่ 6 นักเรียนสามารถสร้าง องค์ความรู้จากเรื่องที่ศึกษาได้ ( X = 4.47, S.D = 0.68) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก อันดับที่ 3 ได้แก่ ข้อที่ 4 กิจกรรมการเรียนมีความท้าทายและกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น( X = 4.43, S.D = 0.96) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก อันดับที่ 4 ได้แก่ ข้อที่ 2 นักเรียนมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นในชั้น เรียน ( X = 4.37, S.D = 0.86) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก และอันดับที่ 5 ได้แก่ ข้อที่ 3 กิจกรรมการ เรียนช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียน ( X = 4.33, S.D = 0.92) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก ส่วนข้อ ที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ข้อที่ 8 กิจกรรมการเรียนท าให้เกิดความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด และประสบการณ์ ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน( X = 3.72, S.D = 0.79) อยู่ในระดับพึงพอใจ มาก ดังนั้นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความพึงพอใจต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) อยู่ในระดับมาก ( X =4.23, S.D =.79) ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้
45 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ผู้ศึกษาขอสรุปผลและให้ข้อเสนอแนะ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการศึกษา ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้รหัสวิชา I20201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้าง องค์ความรู้(IS1) รหัสวิชา I20201 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) สมมติฐานการศึกษา ในการศึกษาครั้งนี้มีสมมติฐาน ดังนี้ 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 ที่เรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้รหัส วิชา I20201ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาโดยมีเกรดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.01 (เกรดเฉลี่ยของปีการศึกษา 2564 เท่ากับ 3.47) 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความพึงพอใจต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201ด้วยการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) อยู่ในระดับมาก ขอบเขตของการศึกษา 1. ประชากร เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที ่ 2 ที ่ก าลังศึกษาในภาคเรียนที ่ 2 ปี การศึกษา 2565 โรงเรียนวัชรวิทยา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาก าแพงเพชร จ านวน 362 คน 2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนโรงเรียนวัชรวิทยา ที่ก าลังศึกษาอยู่ใน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ,2/2,2/3,2/4,2/6,2/7และ2/8 ในภาคเรียนที่ 2 ประจ าปีการศึกษา 2565 จ านวน 291 คน เป็นการสุ่มแบบเจาะจง เนื่องจากเป็นห้องที่ผู้ศึกษาเป็นผู้สอน
46 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) 2. แบบวัดผลสัมฤทธิ์ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ผู้ศึกษาสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ซึ่งตรง กับผลการเรียนรู้ จ านวน 30 ข้อ 3. แบบสอบถามความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้ กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) แบบสอบถามใช้เพื่อถามความพึงพอใจของนักเรียน หลังจากที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) มี ทั้งหมด 10 ข้อ โดยผู้ศึกษาสร้างขึ้น ก าหนดค่าเฉลี่ยเป็น 5 ระดับ (บุญชม ศรีสะอาด, 2543 : 100) การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยท าตามล าดับขั้นตอน ดังนี้ 1. ผู้สอนชี้แจงวิธีการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) 2. การจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ใช้เวลาในการศึกษาเป็นเวลา 1 ภาคเรียน สัปดาห์ละ 2 คาบ รวมเวลาที่ใช้ในการศึกษา 36 คาบ 3. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใบงานและ ผลงานตัดสินผลการเรียนสรุปเป็นค่าเฉลี่ย ( X ) 4. กลุ่มตัวอย่างท าแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้ กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ท าการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใบงาน และผลงานตัดสินผลการเรียนสรุปเป็นค่าเฉลี่ย ( X ) 2. ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้าง องค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น
47 การประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ที่จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( X ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานในแต่ละด้าน แล้วแปลผลของค่าเป็นระดับความพึงพอใจ สรุปผลการศึกษา การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตาม บันได 5 ขั้นในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 พบว่า 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้รหัส วิชา I20201ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ในปี การศึกษา 2565 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น(เกรดเฉลี่ย เท่ากับ 3.75)กว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา (เกรดเฉลี่ยของปีการศึกษา 2564 เท่ากับ 3.47) ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ 2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัส วิชา I20201 ด้วยการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้นอยู่ในระดับมาก ( X =4.23, S.D =.79) ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ สรุปและอภิปรายผล 1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้รหัส วิชา I20201 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ในปี การศึกษา 2565 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น(เกรดเฉลี่ย เท่ากับ 3.75)กว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา (เกรดเฉลี่ยของปีการศึกษา 2564 เท่ากับ 3.47) ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก นักเรียนได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้นเป็นการ จัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนร่วมกันลงมือปฏิบัติ พัฒนากระบวนการคิดขั้นสูง จนเกิดเป็นองค์ ความรู้ของตนเอง ซึ่งการใช้การเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้5 ขั้น ในสาระการเรียนรู้ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองมีส่วนช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะในการค้นคว้า แสวงหาความรู้ และ มีความรู้ พื้นฐานที่จ าเป็น สามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิผล มี ทักษะชีวิต ร่วมมือในการท างานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี จะต้องมีกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีล าดับขั้นตอนที่เหมาะสม และสอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตาม จุดมุ่งหมายของการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล โดยเริ่มจากการให้ผู้เรียนร่วมกัน ก าหนดประเด็นปัญหา ด าเนินการค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งความรู้ที่หลากหลาย มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อน าไปสู่การเชื่อมโยงความรู้จนเกิดเป็นองค์ ความรู้ของตนเอง ซึ่งครูผู้สอนจะมีบทบาทส าคัญยิ่งในการก าหนดทิศทาง และโครงสร้างของ การจัด กระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน รวมถึงการเลือกใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมในแต่ละหน่วยการ เรียนรู้ เพื่อการพัฒนาให้ผู้เรียนไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น
48 2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ด้วยการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้นอยู่ในระดับมาก ( X =4.23, S.D =.79) ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก กระบวนการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ตามบันได 5 ขั้น ที่ผู้สอนจะต้องมี ความสามารถทั้งในศาสตร์และศิลป์ในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน คือมีความรู้ในสาระการ เรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ผู้เรียนสนใจ และความสามารถในการเลือกรูปแบบการจัดการ เรียนรู้เชิงรุกที่เหมาะสมกับหัวข้อและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ จึงจะท า ให้กระบวนการจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จะเห็นได้จากพฤติกรรมการเรียนที่ แสดงออกถึงความสนใจ ความกระฉับกระเฉงในการเรียน การติดตามผลการเรียนของตนเองของ นักเรียน และการไม่ขาดเรียน ท าให้นักเรียนมีพฤติกรรมการเรียนที่แสดงถึงการเรียนรู้อย่างมีความสุข ตลอดจนความร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกลุ่ม ในลักษณะของเพื่อนช่วยเพื่อนมีส่วน เติมเต็มความรู้และสร้างความอบอุ่น ความรักความผูกพันต่อกัน นักเรียนมีพฤติกรรมการอยู่ ร่วมกันอย่างมีความสุข มีการพัฒนาตนเองและพัฒนาสมาชิกในกลุ่ม ช่วยเหลือกันเมื่อเกิดปัญหา จากการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบดังกล่าวจึงส่งผลให้นักเรียนมีความรู้สึกที่ดีต่อการเรียนรู้ ผลด้าน ความคิดเห็นของนักเรียนที่เป็นไปในทางที่ดีดังกล่าว ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะจากผลการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการจัด การเรียนการสอนหรือการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะทั่วไป ครูผู้สอนควรน าแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ รหัสวิชา I20201 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ตามบันได 5 ขั้น (5 steps) ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพราะเป็นแผนการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่ผ่านการหาประสิทธิภาพและการทดลองแล้ว 1.1 ควรมีการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนการเสริมแรงบวกที่จะช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นต่อการเรียน 1.3 ผู้สอนจะมีส่วนส าคัญที่จะกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดกระบวนการคิด ค้นคว้าค าตอบจาก ประเด็นความรู้ที่ตนเองสนใจ สร้างแรงจูงใจใฝ่เรียนรู้ ในการลงมือปฏิบัติร่วมกับผู้เรียนคนอื่น ควบคู่ กับการแนะน าวิธีการ กระบวนการ และประโยชน์ของการท างานกลุ่มไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดในการเรียนรู้ของผู้เรียน 2. ข้อเสนอแนะเพื่อท าการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับวิธีการสอนเทคนิคการสอนที่หลากหลาย อาธิ การใช้โครงงานเป็นฐาน การเรียนรู้แบบร่วมมือ เป็นต้น 2.2 ควรมีการศึกษาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน โดย การน าเอาวิธีการสอน เทคนิคการสอนที่หลากหลายมาใช้ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรม กระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนและผู้เรียนกับผู้สอน
49 บรรณานุกรม ภาษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ.(2553). คู่มือการขับเคลื่อนกลยุทธ์สานักงานมัธยมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจ ากัด ---------- . (2553).คู่มือแนวทางการด าเนินงานของโรงเรียนมาตรฐานสากล.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจ ากัด ---------- . (2553).หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.จ ากัด. ขวัญใจ สังข์จันทร์.(2563). รายงานการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้บันได 5 ขั้นตอน (QSCCS) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2.สืบค้นจาก: https://www.krupunmai.com/7307/เมื่อ 8 พฤษภาคม 2565. ขนบภรณ์แก้วคงคา.(2554).ความพร้อมและความต้องการพัฒนาสมรรถนะสู่โรงเรียน มาตรฐานสากล ของครูโรงเรียนราชวินิต มัธยม.กรุงเทพ : บัณทิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ ากัด. จุราภรณ์ ปฐมวงษ์ .(บทคัดย่อ:2563). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อ ส่งเสริมทักษะการพูดสนทนาภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 .Journal of Modern Learning Development Vol. 7 No. 4 May 2022 ชลิต สุริยะสกุลวงษ์. (2555). แนวทางการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนมาตรฐานสากล. นครราชสีมา : โรงเรียนโชคชัยสามัคคี. ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2558). Active Learning. สืบค้นจาก: http://www.drchaiyot.com. เมื่อ 8 พฤษภาคม 2565. ณัชนัน แก้วชัยเจริญกิจ. (2558). บทบาทของครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมและวิธีการปฏิบัติ ตามแนวทางของ Active Learning. สืบค้นจาก htty://www.itie.org เมื่อ 8 พฤษภาคม 2565. ณัฏฐวุฒิ ทรัพย์อุปถัมป์. (บทคัดย่อ:2553) การจัดการเรียนรู้แบบใฝ่รู้ (Active Learning) ที่มีผลต่อ พฤติกรรมการเรียนรู้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจในการเรียนรายวิชาภูมิ ปัญญาเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต. (0021311) ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณณี. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัย ราชภัฏร าไพพรรณณี. ทิศนา แขมมณี. (2553). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 13). กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิยม ทองทับและณรงค์ฤทธิ์ อินทนาม.(บทคัดย่อ: 2563). การวิจัยปฏิบัติการพัฒนาทักษะการ จัดการในรายวิชาการงานอาชีพโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือผ่านกระบวนการการ สอน 5 STEPsส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านแขมใต้ส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3.(เอกสารอัดส าเนา).
50 นิตยา พรมพื้น (บทคัดย่อ:2562).ได้ท าการศึกษาผลการใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs) ต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้เรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจใระดับ ประเทศ สาระเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. .(เอกสารอัดส าเนา). บุญชม ศรีสะอาด. (2543). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพ : สุวีรยาสาส์น. ปิวัติ พุทธะศักดิเมธี. (บทคัดย่อ:2556). การเรียนรู้เชิงรุกที่ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองเพื่อพัฒนา ทักษะการคิดวิเคราะห์ : กรณีศึกษา โรงเรียนบ้านวังท่าดีส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3. ศึกษาศาสตร์ดุษดีบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต ฟาฎินา วงศ์เลขา. (4 ธันวาคม 2555). “บันได 5 ขั้น สู่รายวิชา IS : การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง.” เดลินิวส์. หน้า 23. รุ่งภรณ์ กล้ายประยงค์ การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสาระการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง วารสารสถาบันวิจัยญาณสังวร. ปีที่ 11 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน 2563) ล้วน สายยศ และอังคนา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาศ์น. วยุรี วงค์สมศรี (บทคัดย่อ:2560). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย สาระที่ 4 หลักการใช้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs). ขอนแก่น: โรงเรียนขามแก่นนคร..(เอกสารอัดส าเนา). สถาพร พฤฑฒิกุล. (2555). คุณภาพผู้เรียน...เกิดจากกระบวนการเรียนรู้. วารสารการบริหาร การศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา, 6(2), 1-13. ส านักบริหารงานมัธยมศึกษาตอนปลาย ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวง ศึกษาธิการ. (2555). แนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ ากัด. ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ.2561. (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: บริษัท 21 เซ็นจูรี่ จ ากัด. ภาษาต่างประเทศ Bachman, L.R. and Bachman C.M. (2011). A study of classroom response systemclickers: Increasing student engagement and performance in a largeundergraduate lecture class on architectural research. Journal ofInteractive Learning Research, 22(1), 5-21. Berry, W. (2008). Surviving lecture: A pedagogical alternative. College Teaching, 56(3), 149-153. Bonwell, Charles C. and Eison, James A. (1991). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. Washington DC: School of Education and Human Development, George Washington University.
51 Christianson, R. and Fisher, K. (1999). Comparison of student learning about diffusion and osmosis in constructive and traditional classroom. International Journal of Science Education, 21(6), 687-698. Fedler, R. and Brent, R. (1996). Navigating the bumpy road to student-centered instruction. College Teaching, 44(2), 43-47. Fosnot, C. (1992). Constructing Constructivism. New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates Publishers. Jonassen, D.H. (1992). Evaluating constructivist learning. New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates Publishers. Kirschner, P.S. and Clark, R. (2006). Why minimal guidance during instruction does not work: An analysis of the failure of constructivist, discovery, problem-based, experiential, and inquiry-based teaching. Education Psychologist, 41(2),75-86. Lee, P., Linh, N., and Thatong, S. (2017). Students’ Perceptions of the Lecture and Active Learning Methods in Teaching: A Study of Asian Students. Retrieved fromhttp://isc2017.apiu.edu/conference-papers/aiu/Lee%20et%20al. Perceptions. lecture.active.learning.Asians.pdf O’Sullivan, D. and Cooper, C. (2003). Evaluating active learning: A new initiative for a general chemistry curriculum. Journal of College Science Teaching, 32(7),448-452.