The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบการประเมินผลด้านการปฏิบัติหน้าที่ของ กำนัน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แบบการประเมินผลด้านการปฏิบัติหน้าที่ของ กำนัน

แบบการประเมินผลด้านการปฏิบัติหน้าที่ของ กำนัน

1

คำนำ
กำนันผูใหญบานนับไดวาเปนสถาบันที่มีความผูกพันกับสังคมไทยมาชานาน โดยไดรับการจัดตั้งข้ึน
อยางเปนทางการ ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และดำรงอยูมาจนถึง
ทุกวันน้ีในชวงเวลาดังกลาวมกี ารเปล่ียนแปลงท้ังที่มาและอำนาจหนาที่ของกำนันผูใหญบานอยูตลอดเวลา ใน
เร่อื งท่ีมาของกำนันและผใู หญบา นนัน้ พระราชบญั ญัติลักษณะปกครองทองท่ี พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ บัญญตั ิ
ใหผูใหญบานมาจากการ “เลือก” ของประชาชนในหมูบาน ในขณะที่กำนันใหมาจากการ “คัดเลือก กันเอง”
ของผูใหญบาน การมีที่มาลักษณะเชนนี้ทำใหกำนันและผูใหญบานมีความเขาใจวาตนเองเปน “ผูแทน” ของ
ประชาชนในตำบลและหมูบานเชนเดียวกับนายกองคการบริหารสวนตำบลหรือสมาชิกสภาองคการบริหาร
สวนตำบล
พระราชบัญญตั ิลกั ษณะปกครองทองท่ี (ฉบบั ที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดใหผูใ หญบาน ซ่งึ รวมถงึ
กำนัน เปน ผูชว ยเหลือนายอำเภอในการปฏิบัติหนาท่แี ละเปนหวั หนาราษฎรในหมบู า น เปน สว นหน่งึ ของ
ราชการสวนภูมิภาค อกี ท้ังยังมีบทบาทสำคัญในดำ้ นการรักษาความสงบเรยี บรอ ย การอำนวยความเปนธรรม
ในสงั คม การสรางความสมานฉนั ทแ ละความสามัคคีใหเกดิ ขึ้นในหมูบา น การประสานอำนวยความสะดวกแก
ราษฎรในการติดตอขอรบั บริการ จากสว นราชการตางๆ การรับฟงปญ หาและนำความเดอื ดรอนทกุ ขส ขุ และ
ความตองการท่จี ำเปน ของราษฎรแจง ตอ ทางราชการเพื่อใหความชวยเหลอื การสนบั สนนุ การปฏบิ ัตงิ านของ
สว นราชการในพ้ืนที่ การดแู ลใหราษฎรในพ้ืนท่ีปฏิบตั ิตามกฎหมาย การอบรมชีแ้ จงใหราษฎรมีความรูความ
เขาใจในขอ ราชการใหความชว ยเหลือในกิจการสาธารณะประโยชน รวมถึงปฏิบตั ิภารกจิ ตามนโยบายรฐั บาล
หรืองานอื่นตามกฎหมายกำหนด จะเห็นไดวผใู หญบ านยังมฐี านะเปน ตวั แทนของรัฐ ตัวแทนของราษฎร
เกี่ยวกับเรื่องรองทุกข ความเดือดรอนของราษฎรเพ่ือนำเสนอตอสวนราชการ ทำใหผูใหญบานน้ัน มี
ความสำคัญในการปกครองที่เปนผูประสานงานระหวางหนวยงานของรัฐเอง และหนวยงานของรัฐกับ
ประชาชน เปนบุคคลทีม่ คี วามใกลชดิ กับประชาชนในพื้นท่มี ากที่สดุ
การประเมินผลดานการปฏิบัติหนา ทข่ี องผูใหญบานตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยหลักเกณฑ
และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติหนาท่ีของผูใหญบาน พ.ศ. ๒๕๕๙ เลมนี้จัดทำข้ึน เพื่อเปนการรายงานผล
การปฏิบัตงิ านของกำนัน ผใู หญบาน 3 ดาน ไดแก ดานการปฏิบัติหนาที่และงานตามนโยบายของรัฐบาล
ดานลักษณะผูนำและภาวะผูนำ และดานความพึงพอใจในการปฏิบัติหนาที่ และขอขอบคุณคณะกรรมการ
การประเมนิ การปฏิบัตหิ นาทขี่ องผูใ หญ และผทู ่เี ก่ียวของ มา ณ โอกาส นี้

นายจะลอ บุญดี
กนั ยายน 2564



สารบัญ หนา
เรือ่ ง ก
คำนำ ข
สารบญั 1
การประเมินผลดานการปฏบิ ัติหนาทขี่ องผใู หญบาน 10
14
- ดา นการปฏบิ ัติหนา ท่แี ละงานตามนโยบายของรัฐบาล 24
- ลกั ษณะผนู ำและภาวะผูน ำ 30
- การนำหลักการทรงงานในพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหวั 32
มาใชเ ปน แนวทางในการปฏิบตั ิงาน
- ความพึงพอใจในการปฏิบัติหนา ที่
- ดา นสรา งความปรองดองสมานฉนั ท ความสามัคคใี หเกิดในหมูบ าน
ภาพกจิ กรรม



แบบการประเมินผลดานการปฏิบัตหิ นา ทข่ี องผูใ หญบ า น
ตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา ดวยหลักเกณฑและวิธีการประเมนิ ผลการปฏบิ ตั หิ นา ที่

ของผูใหญบ า น พ.ศ. ๒๕๕๙
ช่อื ผใู หญบ า นผูเขา รับการประเมิน (นาย/นาง/นางสาว)............นายจะลอ บุญด.ี .........................ผูใหญบ า น
หมูท ่ี……3....…. ตำบล……ตลง่ิ ชัน.......อำเภอ……บานดา นลานหอย.... จงั หวัด..…สโุ ขทัย…..ดำรงตำแหนง เม่ือ
วนั ท่…ี …1……เดอื น……กนั ยายน…พ.ศ. …2560……ระยะเวลา…..4.…ป………-...……เดือน
ดานการปฏบิ ตั ิหนา ที่และงานตามนโยบายของรัฐบาล
๑. อำนวยความเปน ธรรมและดแู ลรักษาความสงบเรียบรอยและความปลอดภยั ใหแกร าษฎรในหมูบ านเชน การ
ไกลเกลย่ี ขอพิพาท การต้ังจดุ ตรวจรวมกับฝายปกครอง ตำรวจ หรอื เจา หนาที่ของรฐั หรอื การจดั เวรยามหรือ
ลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยในหมูบาน หรือการรักษาความปลอดภยั ในชมุ นมุ ของราษฎรในงานนักขตั ฤกษท ่ี
จัดขนึ้ ในหมบู า น

จัดต้งั จุดคดั กรอง และตรวจเยย่ี มผมู คี วามเสย่ี ง โรคโควดิ 19
๒.ชแี้ จงประกาศแกร าษฎรใหความชวยเหลอื ในกิจการสาธารณประโยชนเ พื่อบำบัดปด ปองภยนั ตราย
สาธารณะรวมทั้งการชวยเหลือบรรเทาทุกขแกผูป ระสบภยั เชน จัดตั้งเครอื ขายอาสาสมัครปองกันภยั ใน
หมูบ า นเพื่อสนับสนุนการปฏิบตั ขิ องทางราชการ

ชวยเหลือบรรเทาทุกขแกผ ปู ระสบภยั

1

๓.สรางความสมานฉันทและความสามัคคีใหเกิดข้ึนในหมบู านรวมท้ังการสงเสริมวฒั นธรรมและประเพณีใน
ทอ งท่ีเชน การจดั กจิ กรรมใหราษฎรมสี ว นรว มในการดำเนินการ เพ่ือเสริมสรา งความสามัคคีในตำบล หมบู าน,
การสง เสรมิ สรางความเขาใจแกร าษฎรในหมูบา น ตำบล เพื่อสรา งความปรองดองสมานฉันท, การบำเพ็ญ
สาธารณประโยชนใ นโอกาสสำคัญตางๆ

สรา งความสมานฉันทและความสามคั คี ใหร จู ักรักชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษัตริย
๔. รับฟง ปญหาและนำความเดอื ดรอนทกุ ขส ขุ และความตองการที่จำเปน ของราษฎรในหมบู า น แจง ตอสวน
ราชการ หนว ยงานของรฐั องคกรปกครองสวนทองถนิ่ หรอื องคกรอืน่ ทเ่ี กย่ี วของเพอื่ ใหการแกไขหรอื ชว ยเหลือ
เชน รายงานปญ หาความเดือดรอนของราษฎรในหมูบา นแจงตอหนว ยราชการท่ีเก่ียวของ

ประสานงานเทศบาลตำบลตล่งิ ชนั ในการดับไฟปา รวมกิจกรรมงานตำรวจชมุ ชนสมั พันธ

๕. ประสานหรืออำนวยความสะดวกแกร าษฎรในหมบู านในการติดตอหรือรับบริการกับสวนราชการหนว ยงาน
ของรฐั หรือองคกรปกครองสวนทอ งถิน่ เชน การรับรองตัวบคุ คลงานทะเบียน

ขยายไฟฟา 5 กโิ ลเมตร แจงราษฎรในหมบู านในการติดตอหรือรับบริการกับสวนราชการ
2

๖. สนับสนนุ สงเสรมิ และอำนวยความสะดวกในการปฏิบัตหิ นา ที่หรือการใหบริการของสว นราชการหนว ยงาน
ของรฐั หรอื องคก รปกครองสวนทอ งถิ่นเชน อยูเวรบริการราษฎร ณ ที่วาการอำเภอ ตามท่ีนายอำเภอมอบหมาย

จดุ ตรวจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตรวจเยย่ี มผูกกั ตัวกลุม เสยี่ งสงู และมอบถงุ ยังชีพ

๗. ควบคุมดแู ลราษฎรในหมูบานใหปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบยี บแบบแผนของทางราชการ

ประชมุ ประจำเดือนเพ่ือแจง ใหปฏิบตั ติ ามกฎหมายทางราชการ
๘.อบรมหรอื ชี้แจงใหร าษฎร มคี วามรูความเขาใจในขอราชการ กฎหมาย หรือระเบยี บแบบแผนของทางราชการ
มีการแจง ขอ มลู ขาวสารที่ไดร บั จากทางราชการใหราษฎรไดรบั ทราบ

ชี้แจงใหราษฎร มคี วามรูความเขา ใจในขอ ราชการ กฎหมาย ใหราษฎรไดร บั ทราบ
3

๙. จดั ใหมกี ารประชมุ ราษฎรและคณะกรรมการหมูบา นเปนประจำอยางนอยเดือนละหน่ึงครง้ั

ประชมุ ราษฎรและคณะกรรมการหมบู านเปน ประจำ
๑๐.ปฏิบตั ติ ามภารกจิ หรืองานอ่นื ตามกฎหมายหรอื ระเบียบแบบแผนของทางราชการหรอื ตามที่กระทรวง
ทบวง กรม หนวยงานอ่ืนของรฐั เชน นำนโยบายที่สำคัญของรฐั หรือนโยบายเรงดว นของรัฐ ไปปฏบิ ตั ิใหแ ลว เสรจ็
ภายในหว งเวลาท่กี ำหนด

ประชุมประจำเดือน ช้ีแจงการปลกู กระชาย และฟา ทะลายโจร ตรวจเยี่ยมผูก กั ตัวกลุมเสยี่ งสงู จำนวน 17 ราย

๑๑.สงเสรมิ ใหร าษฎรในพื้นท่ีนอมนำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง และโครงการพระราชดำริ มาเปนแนวทาง
ในการดำเนนิ ชวี ิต ใหเ ห็นเปน รปู ธรรม

รว มกจิ กรรมโคกหนองนา โมเดล โครงการธนาคารพอเพียง

4

๑๒.จัดทำทะเบยี นเกีย่ วกับท่ีดนิ อันเปนสาธารณประโยชนหรอื ทส่ี าธารณสมบัติของแผนดินสำหรบั พลเมอื งใช
รว มกัน เชน หว ย หนอง คลอง ลำน้ำตางๆ เปน ตน ไวเปนหลักฐานใหช ัดเจน ใหเ หน็ เปน รูปธรรม และออกไป
รว มระวังชแ้ี ละรบั รองเขตท่ีดินสาธารณประโยชน โดยตรวจสอบรวบรวมพยานหลกั ฐาน เพ่ือปองกนั มิใหก าร
ออกโฉนดทบั ที่ดินสาธารณะของแผน ดนิ ทุกประเภท ใหบนั ทึกหลักฐานการดำเนินการใหเปนรูปธรรม

ที่ดนิ สวนรวมในการปลูกมนั ไวเปน คาไฟใหแ กว ดั สำรวจวดั พน้ื ทสี่ รางฝายนำ้ ลน หมู 3 บา นวังหิน
๑๓.จัดทำแผนพฒั นาหมบู า นตามปฏิทินจดั ทำแผนประจำป โดยมกี ารวางแผน และประชาชนสามารถแสดง
ความคิดเห็นไดอยางกวา งขวาง หรอื มีการประสานจดั ทำโครงการเกีย่ วกบั การพัฒนาหมูบา นกับคณะทำงาน
ดา นตางๆ เพ่ือดำเนินการหรือเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหนว ยงานอืน่ ๆ

ประชาคมการทำแผนพัฒนาหมบู า น
๑๔.การปอ งกันบรรเทาสาธารณภัย และภยันตรายของหมบู านโดยมแี ผนปฏิบัติการในการปอ งกนั บรรเทาสา
ธารณภยั /ภยันตราย มีการซักซอมอยูเปนประจำ หรือมีเคร่ืองมือท่ีเพยี งพอในการเตือนภัย เชน การเตือนภยั
เคร่ืองมอื สื่อสาร หรอื เคร่ืองสัญญาณเรยี กเตือน (กะลอ หอกระจายขา ว)

หอกระจายขาว ประสานงานเทศบาล ในการดบั ไฟปา ใชแ จง กลุม Line ในการเตือนภัยตาง ๆ

5

๑๕.จดั สถานทีบ่ ริการประชาชนใหเหมาะสม เพอื่ เปนการอำนวยความสะดวกแกร าษฎรในการติดตอของรบั
บรกิ าร เชน การจัดทำปายบอกทท่ี ำการผใู หญบ าน ท่ีทำการกำนนั โตะ เกาอ้ี หรอื จดั อปุ กรณใ นการปฏิบตั ิหนาที่
ใหส ามารถบริการประชาชน ไดโ ดยสะดวกตามสมควร

อำนวยความสะดวกแกร าษฎรในการตดิ ตอของรับบรกิ าร
๑๖.ปฏบิ ตั ิตามคำสง่ั ของกำนันหรือทางราชการและหากทราบขา ววา มกี ารกระทำผดิ กฎหมายเกดิ ข้ึน หรือ
สงสัยวา ไดเ กดิ ขนึ้ ในตำบล หมบู าน เชน การกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน บอนการพนันยาเสพติดการคา
มนุษยการคาประเวณี แรงงานตา งดาวผดิ กฎหมาย สถานบริการ การบกุ รุกทำลายปาไมห รอื ทรัพยากรธรรมชาติ ผูม ี
อทิ ธพิ ล รายงานใหก ำนันและนายอำเภอทราบ

ปราบปรามยาเสพตดิ ในตำบล ประชมุ โครงการปอ งกนั และแกไขปญ หายาเสพติด

๑๗.ปฏิบัติตามภารกิจหรืองานอน่ื ตามกฎหมายหรอื ระเบยี บแบบแผนของสวนราชการหรือทนี่ ายอำเภอ
มอบหมาย การปฏิบตั ิตามอำนาจหนา ที่ท่ไี ดรบั การแตงตง้ั เปน พนักงานเจา หนาที่ตามบทบัญญัตขิ องกฎหมาย โดย
ไมปลอ ยปละละเลย

จัดตงั้ ดานชมุ ชน จัดสถานทบี่ ำบดั ทุกขบำรุงสุขจงั หวัดเคลอื่ นท่ี
๑๘.การจับกุม ปราบปราม การคา มนษุ ย การคา ประเวณี ในสถานบรกิ าร และสถานประกอบการ
๑) กวดขนั การใชแรงงานเดก็ ในสถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม

6

๒) กวดขันไมใหม ีการบงั คับใชแ รงงานในสถานประกอบการ การประมง สถานบริการ
๓) กวดขันสถานบริการไมใ หเ ด็กซ่งึ มีอายตุ ำ่ กวา ท่ี ๒๐ ป เขา ใชบริการ และเดก็ ซ่งึ อายุต่ำกวา ๑๘ ป เขา
ทำงานในสถานบริการ

ชีแ้ จง ใหค วามรู เกี่ยวกบั การคามนษุ ย การคา ประเวณี ในสถานบริการ และสถานประกอบการ ในการ
ประชมุ ประจำเดือนอยา งสมำ่ เสมอ
๑๙.ปองกันและแกไ ขปญหายาเสพตดิ โดยใชกลไกของคณะกรรมการหมูบ าน ดว ยการสรางพลังสังคมและพลัง
ชุมชนเอาชนะยาเสพติด การดำเนนิ การใหผ ูเสพ/ผตู ิดยาเสพติด แบบบูรณการการดำเนินการแกไขปญ หากลุมทมี่ ี
พฤติกรรมเสีย่ งในพ้นื ท่ี ดงั นี้

๑) มีกลุมหรือองคกรท่ปี ฏบิ ตั ิงานดา นยาเสพตดิ ในพ้ืนทีห่ มูบ า น/ชมุ ชน เชน คณะกรรมการหมูบา น(กม.) ผู
ประสานพลงั แผนดนิ ๒๕ ตาสบั ปะรด เปน ตน โดยมีการแตงตั้งคณะกรรมการอยา งเปนลายลักษณอกั ษร หรือ

ประชมุ ประจำเดอื นแจง เร่อื งปญหายาเสพตดิ ตงั้ ดานตรวจยาเสพตดิ

7

๒) มขี อตกลงรวมกันเก่ียวกับการแกไขปญหายาเสพติด เปนลายลักษณอักษร และมีการประกาศใหทราบ
ทั่วกัน (ธรรมนูญหมบู า น) หรือ

๓) มกี ารประชาคมหมบู า น/ชุมชน เพ่อื คนหาและตรวจสอบผทู เ่ี กย่ี วขอ งกบั ยาเสพตดิ หรอื

๔) มกี ารควบคุมดแู ลไมใหมีแหลง ม่วั สมุ ในพื้นท่หี รอื จดั กจิ กรรมเชงิ ปอ งกันยาเสพตดิ หรอื จัด
กจิ กรรมรณรงคตอตานยาเสพติด หรอื

จัดกิจกรรมเชิงปองกัน และแกไ ขปญหายาเสพติด

8

๕) มีการจัดต้งั กองทุนเกีย่ วกับการแกไขปญ หายาเสพติด เชน กองทุนแมของแผน ดิน กองทนุ หมูบาน/
ชมุ ชน กองทนุ กลางพัฒนาหมูบานที่นำผลประโยชนมาใชแกไขปญหายาเสพติดเปนตน

จัดต้งั กองทุนแมข องแผน ดิน ประชมุ แกไขปญ หายาเสพติด

๒๐.ผลงานดเี ดน เปนพเิ ศษอน่ื ๆ มผี ลงานดีเดนเปน พเิ ศษทเี่ กดิ ประโยชนต อ ทางราชการหรอื ประชาชนอยา ง
กวางขวางหรือผลงานท่ีสนองตอบนโยบายของรัฐบาลอยา งเปน รปู ธรรมดวยความมงุ มน่ั ต้ังใจ ทมุ เท เสยี สละ
ในการปฏบิ ตั ิหนา ทจ่ี นเกดิ ผลดีอยา งย่ิง หรือปฏิบัตงิ านทเ่ี สี่ยงอันตรายตอชีวิต หรอื ปฏิบัตงิ านพิเศษที่ไดร ับ
มอบหมายจากทางราชการเกิดผลดีอยางยิง่ เชน ปฏิบัติหนาทป่ี ราบปรามโจรผูรา ยรว มกับเจา หนาที่
ปราบปรามจบั กุมผคู ายาเสพตดิ คา ของเถ่ือน คามนษุ ย ดา นการขา ว ดว ยความกลาหาญ หรือรว มมอื กับ
ราชการในการรักษาความม่ันคงและความสงบเรยี บรอย โดยไมเกรงกลัวตออทิ ธพิ ล ที่อาจจะเปนอนั ตรายตอ
ความปลอดภัยของตนหรือจนไดรับบาดเจบ็ จากการปฏบิ ตั ิหนาท่นี ้นั ๆ เปน ตน

รว มกับเจา หนา ทีต่ ำรวจและฝายปรกครองเขา คน บา นผูคา ยาพื้นที่หมู 6 ตลิง่ ชัน

9

ลักษณะผนู ำและภาวะผูนำ
(1) มีภาวะผูน ำ เชน การรบั ฟงความคดิ เหน็ ของผูอนื่ มีความรบั ผิดชอบ สามารถชกั นำจูงใจประชาชนไป
ในทางทด่ี ี สามารถเปนที่ปรกึ ษาหรอื เปน แบบอยางท่ีดีใหกับประชาชน สามารถบรหิ ารความขัดแยง ทเ่ี กดิ จาก
กระบวนการทำงานในพน้ื ที่ไดมคี วามเสียสละ

รับรางวลั กำนนั ดเี ดน 2564 จิตอาสาพัฒนาและปลกู ตนไม โครงการเสรมิ สรา งและพฒั นาผนู ำการเปลย่ี นแปลง

(2) มีความรอบรู มที ักษะและประสบการณเ ก่ียวกบั งานท่ีปฏิบตั ิ

เขารับอบรมหลักสตู รตา ง ๆ
(3) มกี ารทำงานเปน ทมี โดยสามารถโนมนา วใหส มาชกิ ในทีมเกดิ ความเต็มใจและกระตือรอื รนในการปฏบิ ัติ
หนาท่ี รวมทง้ั การสรางขวัญและกำลังใจใหแกส มาชิกในทีมงาน

ประชุมสัญจรผูนำทอ งท่ี ทกุ เดอื น สรา งบานใหกบั ผูมีรายไดนอย ยากไร

10

(4) มกี ารตดั สนิ ใจเหมาะสมกับสถานการณ

ประสานงานรถดบั เพลงิ ในการดับไฟปา

(5) มีมนุษยสัมพนั ธ

มอบของใหกับครอบครวั ผยู ากไร มอบผลิตภัณฑชุมชนใหกบั รมว.กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติฯ
(6) การแตงกายถูกตองตามระเบยี บท่ีกำหนด

11

การพฒั นาองคการ
(7) ศกึ ษา คน ควา หาความรใู หม

ศึกษาตอระดบั ม.ปลาย กศน.อำเภอบานดานลานหอย เขารบั การอบรม ประชมุ สัมมนา หลกั สูตรตา ง ๆ

(8) ตดิ ตามความรทู เ่ี ปน ประโยชนต อการปฏบิ ตั งิ านเพ่ิมเติมอยูเ สมอ

(9) นำความรแู ละวิทยาการใหมๆ มาพฒั นาผูรวมงานและประยกุ ตใชในการปฏิบัติงาน
(10) มีความคิดริเร่ิมในการกำหนดโครงการตางๆ เพื่อตอบสนองตอ ความตองการของราษฎรในพนื้ ที่

12

ความรบั ผิดชอบ
(11) เอาใจใส อุทิศตน ปฏิบตั ภิ ารกจิ ในหนา ที่ใหบ รรลุผลอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ

การมงุ ผลสัมฤทธ์ิ
(12) กำหนดมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงานไวอ ยา งชดั เจน
(13) ติดตามและประเมินผลการดำเนนิ งานตามแผนงาน/โครงการทร่ี ับผดิ ชอบเปนระยะๆ
(14) ปรับปรุง พฒั นา ระบบ ขน้ั ตอน และวธิ กี ารทำงานใหรวดเร็ว และมคี ณุ ภาพมากขึ้น หรือบรหิ ารจดั การ
เวลาและทรัพยากรเพ่ือประโยชนส ูงสดุ ตอภารกจิ ของหนว ยงานตามที่วางแผนไว
หลักธรรมมาภบิ าล มคี ุณธรรม จริยธรรม
(15) มคี ุณธรรมและจริยธรรม ปฏบิ ัตหิ นาท่ีดว ยความโปรงใส ซื่อสตั ยสจุ ริต ถกู ตองตามหลกั กฎหมาย
(16) มจี ิตสำนกึ และรับผดิ ชอบงานในหนาที่
(17) การประพฤติตนเปน พลเมืองดี ไมเปน ผมู ีอทิ ธิพลหรอื เสียชื่อในทางพาลหรอื ทางทุจรติ
(18) มีกิริยา มารยาท เรยี บรอย วางตนเหมาะสม และรจู ักการควบคมุ อารมณ
(19) ปฏิบตั ติ อผูมีสว นไดเ สียเทา เทยี มกัน

13

ความสามารถในการส่อื ความหมาย
(20) ส่อื สารกับบุคคลตางๆ ผบู งั คบั บัญชา เพ่ือนรว มงาน ราษฎร และผทู เ่ี กยี่ วของไดด ี โดยเขา ใจถกู ตอง
ตรงกนั หรือถายทอดและเผยแพรความรูใหผูอน่ื เขาใจอยา งชดั เจน โดยเหมาะสม
(๒๑) มีความคิดริเริ่มในการกำหนดโครงการตางๆ เพื่อตอบสนองตอความตองการของราษฎรในพืน้ ท่ี
การนำหลกั การทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัว มาใชเ ปนแนวทางในการปฏิบตั งิ าน ดงั นี้
๑.ศึกษาขอมูลอยางเปน ระบบ
การจะทำภารกจิ ไดศกึ ษาขอมลู อยางเปน ระบบ จากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากผูเก่ยี วขอ ง ใหไ ด
รายละเอียดทถี่ ูกตอ ง เพื่อใหความชว ยเหลอื ไดอยางถูกตอง รวดเรว็ ตรงตามความตองการของราษฎรเชน มี
การจัดเก็บและจัดทำขอมลู พ้ืนฐานตา งๆ ของหมบู า น/ตำบล ไวอ ยางเปนระบบ อาทิ บัญชสี ำมะโนครวั
ทรัพยส ินของหมบู า น สาธารณสมบตั ิตา งๆ ในหมบู าน/ตำบล
๒.ระเบิดจากขางใน
มีการพัฒนา โดยสรางความเขม แข็งใหคนในชุมชน มีความพรอ มทจ่ี ะรบั การพฒั นาหรือเตรยี มพรอมกอน จึง
นำเอาการพัฒนาเขา ไปหาชมุ ชน เชน การจดั ประชุมประชาคมในหมบู า น เพือ่ นำความเหน็ ของราษฎรมา
จัดทำโครงการ การจัดประชมุ รวมกันของราษฎรในหมบู านเพื่อหาจุดเดน (เอกลักษณ) ของหมบู า น การ
ผลักดนั ใหเ กิดผลติ ภัณฑในชมุ ชน

14

๓.แกปญหาที่จดุ เล็ก
มองปญหาในภาพรวม (Macro) แตก ารแกไ ขปญ หาไดเ ริ่มจากจุดเลก็ (Micro) คือการแกไขปญหาเฉพาะหนา
เชน หากหมูบานมปี ญหาความไมสะอาดมปี ริมาณขยะ ใหเ พม่ิ จุดตงั้ ถังขยะใหเ พยี งพอหรือจดั กิจกรรมโครงการ
สนับสนุนใหหมบู า นสะอาด เชน จดั ใหร าษฎรในหมบู านจัดกิจกรรมรว มทำความสะอาดภายในชุมชน “Big
Cleaning” เปน ตน
๔.ทำตามลำดับข้ัน
การจดั ลำดับความสำคัญของงาน ใหเริม่ ตน จากงานที่มีความจำเปน ท่ีสดุ สำหรบั ประชาชนกอ น เชน การ
สาธารณสขุ เพ่ือใหประชาชนมรี างกายทแี่ ขง็ แรง จากนน้ั เปนเร่ืองสิ่งจำเปนในการประกอบอาชีพ โดยการ
ดำเนินการดงั กลา วตอ งไมทำลายทรพั ยากรธรรมชาติ รวมถึงการใหความรทู างวชิ าการและเทคโนโลยีทเี่ รียบ
งา ย เนนการปรบั ใชภ มู ปิ ญ ญาทองถน่ิ ท่รี าษฎรสามารถนำไปปฏบิ ตั ิไดแ ละเกดิ ประโยชนส งู สดุ หรือการ
ประชาสมั พนั ธดา นการดูแลรักษาปองกนั โรคท่ีกำลงั ระบาดในปจจุบัน เพ่ือใหลกู บา นรูจกั การดแู ลตัวเองใน
เบ้ืองตน หรือผใู หญบ า นเปน ผูนำในการประสานงานกับผเู ช่ียวชาญดานตา งๆ เชน ครู อาจารย หรอื ปราชญ
ชาวบา นมาใหค วามรู และถา ยทอด ภูมิปญญาทองถนิ่ และการใชท รพั ยากรในทองถนิ่ อยางประหยัดคุมคา
เปน ตน
๕.ภูมสิ ังคม
ในการพัฒนา ตองคำนึงถึงสภาพภูมปิ ระเทศและลักษณะนิสัยใจคอของคนในพื้นที่ ตลอดจนวัฒนธรรม
ประเพณี เชน มกี ารสง เสรมิ วัฒนธรรมประเพณีที่สำคัญของหมบู า น โดยจดั กจิ กรรมเปนงานเผยแพรป ระเพณี
(ประจำป) เพือ่ เปนการอนรุ กั ษว ฒั นธรรมประเพณอี นั ดีงามเปนตน

15

๖.องครวม
มีวิธีคดิ อยา งองคร วม (Holistis) หรือมองอยา งครบวงจร โดยมองเหตุการณทีจ่ ะเกดิ ข้ึน และแนวทางแกไ ข
อยา งเชื่อมโยง เชน “ทฤษฎีใหม” ของพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู ัว โดยพระองคมองอยางองคร วมวา หาก
ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ตองมีการบริหารจดั การที่ดินและแหลงน้ำ อันเปน ปจ จยั พนื้ ฐานที่สำคญั ในการ
ประกอบอาชีพ และจะตองรูจักวธิ กี ารจัดการและการตลาด รวมถงึ การรวมกลมุ รวมพลังชมุ ชนใหมีความ
เขมแข็ง เพื่อพรอมที่จะออกสูการเปลีย่ นแปลงของสังคมภายนอกไดอ ยางครบวงจรเชน มีการลงพืน้ ที่เพ่ือมอง
ใหถ งึ ปญหาที่แทจ ริงแกไขปญหาท่แี ทจ รงิ แกไขปญ หาดานการจดั การน้ำ ดานการเกษตร อปุ โภค/บรโิ ภค
อยางเพยี งพอ หรือมีการประสานใหผูเชยี่ วชาญใหค วามรทู ่ถี ูกตองดานการตลาดของชนุ ชม หรือมกี ารประสาน
ใหผ ูเชยี่ วชาญใหค วามรู ทถี่ กู ตอ ง ดา นการตลาดและดานอ่ืนๆ ของชมุ ชม

ไกลเกลี่ยปญ หาทด่ี ินใหกบั ชาวบาน สงเสรมิ อาชีพเลีย้ งโคเน้อื

๗.ไมตดิ ตำรา
มีการพฒั นาท่ีไมผ ูกมัดตดิ กบั วิชาการและเทคโนโลยี และสามารถเขากบั สภาพธรรมชาติ สงิ่ แวดลอมและ
สภาพของสงั คมในชุมชน เชน มกี ารสนบั สนุนหรือแนวทางพฒั นาทม่ี ีความสอดคลอ งกับวัฒนธรรมประเพณี
หรอื วถิ ีชีวติ ของราษฎรในพน้ื ที่

.

รว มประชมุ หลกั สตู รตางๆ รว มประเพณวี ฒั นธรรมตา ง ๆ ในหมบู า น

16

๘.ประหยดั เรียบงา ย ไดประโยชนส ูงสุด
การพัฒนาและชวยเหลือราษฎร โดยใชหลักในการแกไ ขปญหาดว ยความเรยี บงายและประหยดั ราษฎร
สามารถทำไดเ อง ประยุกตใชสงิ่ ทม่ี ีอยูในภมู ิภาคน้นั ๆ มาแกไขปญหาโดยไมตองลงทนุ สูง
หรือใชเ ทคโนโลยีท่ไี มย ุงยากนักเชน การแกปญหาโดยการประยกุ ตนำเอาภมู ปิ ญหาทอ งถ่ินหรือใชทรพั ยากรท่ีมี
ในชมุ ชนใหคุมคาดานคน ปาไม และงบประมาณหรอื ดานอื่น

นำชาวบา นปลูกตนไมในพื้นท่ีตา ง ๆ ในหมบู าน และตำบล
๙. ทำใหงาย
การคดิ คน ดัดแปลง ปรบั ปรุง และแกไขงานการพฒั นาหมูบาน ตำบลดำเนินตามแนวทางพระราชดำรเิ ปน ไป
อยา งงา ยๆ ไมยงุ ยากและสอดคลอ งกับสภาพความเปนอยแู ละระบบนเิ วศนโ ดยสวนรวม เชน ประยกุ ต
แนวทางพระราชดำริมาปรับใชในหมบู านใหเกิดความเหมาะสมกับสภาพแวดลอ มและระบบนเิ วศน เชน หาก
พนื้ ที่ ฝนไมต ก เขาไมถึงชลประทาน ตองมีการใหค วามรู และมกี ารขุดสระเพ่มิ ข้ึน หรอื ขุดลอกคลอง เพื่อ
รองรบั การอุปโภค/บรโิ ภค หรือใชใ นการเกษตรท่เี พยี งพอหรือชวงเวลาใดมีน้ำนอย ใหห ันมาปลูกพืชท่ีใช น้ำ
นอย

กิจกรรมปลกู ตน ไมในหมบู า น เพ่อื รกั ษาระบบนิเวศน เพม่ิ พน้ื ท่ีสเี ขยี วในหมูบาน

17

๑๐.การมีสว นรว ม
มกี ารรบั ฟงความคิดเหน็ ระดมสตปิ ญญาและประสบการณอันหลากหลาย เพ่ือเปดโอกาสใหป ระชาชน หรอื
เจาหนาท่ที ุกระดับ รวมกันแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับเรื่องทจี่ ะตองคำนึงถึงความคิดเหน็ ของประชาชนเชน มี
การนำ “ประชาพจิ ารณ”มาใชในการบริหารจัดการหมูบ าน โดยเปดโอกาสใหราษฎรในพ้ืนทไ่ี ดมีการแสดง
ความคดิ เหน็ ตลอดจนรับฟง ความคิดเหน็ จากราษฎรในพ้ืนที่

ประชุมประจำเดอื นทุกเดือนโดยการใชระบบการมีสว นรวม และหลักประชาธปิ ไตย
๑๑.ประโยชนสวนรวม
มีการเสียสละประโยชนสวนตนเพอื่ ประโยชนข องสว นรวมเชน การเสียสละเวลาสว นตนเพอ่ื มาทำกจิ กรรมหรือ
ปฏิบัติหนาที่เพ่ือสว นรวม เมอ่ื ราษฎรตองการชวยเหลอื

นำจติ อาสา ประชาชน รวมสรางบานใหก ับผยู ากไร

18

๑๒.บริการรวมท่ีจดุ เดียว
มกี ารบรกิ ารรวมทจี่ ดุ เดียวหรือรูปแบบการบรกิ ารแบบเบ็ดเสรจ็ (One Stop Services) เพื่อประหยดั เวลา
และคาใชจา ยของราษฎรท่ีมาตดิ ตอ โดยมีหนว ยงานราชการตางๆ มารวมดำเนนิ การ เชน มกี ารจดั ตัง้
ศูนยบ ริการประชาชนประจำหมบู า น/ตำบลรวมถึง มีการประชาสมั พันธถ งึ จดุ บรกิ าร (ตำแหนงทต่ี ั้ง) การให
ความชว ยเหลอื ในดานใดบา ง และขั้นตอนการติดตอประสานงาน กบั ราษฎรใหชดั เจน และท่ัวถงึ เพื่อให
ราษฎรเขา ใจและสามารถเขา มาตดิ ตอขอความชวยเหลือไดอยา งรวดเร็ว และเปน การลดภาระหนาที่ของ
เจาหนา ทอี่ ีกดวย

มสี ถานทีร่ บั บริการประชาชนในการติดตอราชการ
๑๓.ใชธ รรมชาติชว ยธรรมชาติ
เขาใจถึงธรรมชาติในหมบู า น ตำบล และพยายามทำใหป ระชาชนใกลช ดิ กบั ธรรมชาติ และมองปญหา
ธรรมชาติ และหากตองการแกไขธรรมชาติ มีการใชธรรมชาตเิ ขา ชว ยเหลอื เชน การแกไขปญหาปา เส่อื มโทรม
ดวยวิธกี ารปลูกปา โดยไมตองปลูก ปลอยใหธรรมชาติชว ยในการฟน ฟธู รรมชาติ การปลูกปา ๓ อยา ง
ประโยชน ๔ อยา ง ไดแก ปลกู ไมเ ศรษฐกิจ ไมผ ล และไมฟน ซึง่ จะชว ยรักษาความชมุ ชนื้ ใหแ กพน้ื ดินดว ย และ
ทำใหคนอยูร วมกบั ปาไดอยา งยัง่ ยนื หรอื การศึกษาสภาพแวดลอ มของชมุ ชนและเขา ใจถึงธรรมชาติของ
สภาพแวดลอมของชุมชน เพื่อสามารถวิเคราะหแ ละแกไขไดเ ปนอยางดี รวมถึง การใชธ รรมชาตแิ ละ
สิง่ แวดลอมของชุมชนในการแกปญ หา เชน การแกไขปญหาน้ำทว ม

19

๑๔.ใชอธรรมปราบอธรรม
มกี ารนำกฎเกณฑข องธรรมชาตมิ าแกปญหาเชน การนำนำ้ ดขี บั ไลน ้ำเสยี เพ่ือใหเ ปนน้ำดีตามจังหวะการขึ้นลง
ตามธรรมชาติของนำ้ เปน ตน

โดยมีการจดั ทำโครงการเกยี่ วกบั การพัฒนาหมูบ า น ตำบล กับคณะทำงานตา งๆ เพ่ือดำเนินการหรือ
เสนอขอรบั การสนบั สนุนงบประมาณจากหนวยงานอน่ื การแยกขยะ นำขยะไปรีไซเคลิ นำมาประยุกตทำเปน
ของประดิษฐ OTOP ในชุมชน
๑๕.การปลูกปา ในใจคน
มกี ารปลกู จิตสำนึกใหแ กราษฎรในพ้นื ทห่ี มูบา น ตำบล ในการรกั ผืนปาและทรัพยากรธรรมชาติเชน การ
รณรงคหรอื จดั โครงการใหราษฎรมจี ิตสำนกึ ในการรกั ษาทรพั ยากรในชุมชน ใหราษฎรไดลงมอื ปฏบิ ตั ิและมี
สว นรว มในโครงการ หรอื ปลกู ตน ไมบรเิ วณบาน หรือตามแนวทางถนนในหมบู าน ถอื เปนการปลูก
จติ สำนึกการอนรุ ักษและสิ่งแวดลอมในพ้ืนทีช่ มุ ชน เปน ตน

20

๑๖.ขาดทุนคอื กำไร
มีการนำหลกั การทรงงาน เรือ่ งขาดทุนคอื กำไร มาใชใ นการปฏบิ ัติหนา ที่ กลา วคอื มี “การให” และ “การ
เสียสละ”ซึง่ เปนการกระทำอันมีผลเปน กำไรคือความอยูดีมีสุขของราษฎรมีความเสียสละในการปฏบิ ตั ิหนาท่ี
เพ่ือราษฎร เชน “การให” คือการใชความรู สรางความเขาใจและแรงจูงใจในการพัฒนาหมบู า น หรือการให
คำปรกึ ษาหาผเู ชี่ยวชาญแนะนำ หรอื ใหการสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชดำริ“การเสยี สละ” เสยี สละ
เวลา ตรวจสอบดแู ลทกุ ขสุขของราษฎรพรอมใหค วามชวยเหลือราษฎรท่ไี ดรับความเดือดรอนทุกเวลา เมื่อเกิด
ภัยพบิ ัติตา งๆ โดยเนน บริการเพ่ือใหราษฎรมีความสุข
๑๗.การพ่งึ ตนเอง
มีการพฒั นาใหประชาชนสามารถอยใู นสงั คมไดตามสภาพแวดลอมและสามารถ “พ่ึงตนเองได”
การจดั ใหค วามรูและอบรมวิธีการใหร าษฎรสามารถพ่งึ ตนเองในการดำรงชวี ิตในชุมชน เชน จัดการสอนเพ่ือหา
รายได โดยพึง่ มาจากสิ่งท่ีทำไดเ องในชมุ ชน ซึ่งขายในชมุ ชน และสงออกไปยังนอกชุมชนได
๑๘.พออยูพอกิน
ใหค วามชวยเหลอื ในการพัฒนาอาชีพ เพ่อื ใหราษฎรในพืน้ ทีม่ คี วามเปนอยูท ่ดี ี หรือพออยพู อกินกอน แลวจงึ
ขยับขยายใหกาวหนา ตอไป

21

๑๙.เศรษฐกิจพอเพยี ง
รณรงคใ หราษฎรนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาเปน แนวทางในการดำรงชีวติ โดยยดึ ทางสายกลาง ความ
พอเพียง หมายถงึ ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล รวมถึงความจำเปน ทีจ่ ะตองมรี ะบบภมู ิคุมกนั ในตวั ทดี่ ี
โดยอาศยั ความรอบรู ความรอบคอบ และความระมัดระวงั โดยตอ งเสริมสรางพืน้ ฐานจติ ใจของราษฎรใน
หมบู า น ตำบล ใหม ีคุณธรรม ซ่อื สัตย- สจุ ริต ดำเนนิ ชีวติ ดว ยความอดทน ความเพยี รมีสติปญ ญา และความ
รอบคอบ
๒๐.ความซื่อสัตย สุจริต จริงใจตอ กนั
ปฏิบตั หิ นา ที่ดวยความซ่ือสตั ยสุจรติ และจริงใจตอ ราษฎรการแสดงออกอยางเปดเผยถงึ ความซ่อื สตั ยและ
ความโปรงใสในการทำงาน เชน เปดเผยสรุปผลงานในการพัฒนาชุมชนโดยมีรายละเอียดงบประมาณในสว น
ตา งๆ หรือไมทำงานเพ่ือหวังผลประโยชน
๒๑. ทำงานอยางมีความสขุ
มีความสขุ กบั การทำประโยชนใ หกบั ประเทศชาตแิ ละราษฎรในพน้ื ที่

22

๒๒. ความเพยี ร : พระมหาชนก
ปฏบิ ัติหนา ท่ีดวยความซ่ือสัตยส ุจรติ และจรงิ ใจตอราษฎร รวมท้งั มีความเพียรพยายามในการปฏิบัติหนา ท่ี
โดยการศึกษาทำความเขา ใจใหถ องแท
เชน ปฏิบัติหนา ที่ทไี่ ดรับมอบหมายใหประสบความสำเรจ็ หากยงั ไมม คี วามพรอมในการทำภารกจิ ตองมคี วาม
พยายามในการศึกษาทำความเขาใจกับภารกจิ เพื่อใหส ามารถทำไดสำเรจ็
๒๓.รู รกั สามคั คี มีการดำเนินการตามพระราชดำรสั ในเร่ือง “รู รกั สามัคค”ี คอื รู :การท่ีจะลงมือส่งิ ใด
จะตองรเู สียกอน รูถึงปจ จยั ท้ังหมด รถู ึงปญหา และรถู งึ วธิ ีการแกป ญหาเชน ศกึ ษาหาขอมลู ของปญหาให
ละเอียดและชดั เจน วิเคราะหการแกปญหาอยา งรอบคอบรัก :คอื ความรัก เม่ือรคู รบถว นกระบวนความแลว
จะตอ งมีความรักการพิจารณาที่จะเขาไปลงมือปฏิบตั แิ กไขปญ หานน้ั ๆ เชน มีความเต็มใจ สมัครใจ และมี
ความตองการทจี่ ะแกป ญหานั้นๆ และชวยเหลือราษฎรอยา งแทจ ริงสามัคคี :การที่จะลงมือปฏบิ ัตินน้ั ตอง
ทำงานรว มมือรวมใจเปน องคกรเปนหมคู ณะ จงึ จะมีพลังเขาไปแกปญ หาใหลลุ ว งไปไดด ว ยดี เชน การใหทุก
ฝา ยในหมบู าน มสี วนรวมมือกันในการแกป ญหาของชมุ ชน

นำชาวบานรว มพัฒนาในพืน้ ท่ี วัด บาน ราชการ อยางสม่ำเสมอ
23

ความพึงพอใจในการปฏิบตั ิหนาที่
ดา นการใหค วามรวมมือกบั หนวยงานในพ้ืนท่ี
๑.ใหค วามรวมมอื และสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านของหนว ยงานตา งๆในพนื้ ท่เี ปน อยา งดี
๒.สนบั สนนุ สง เสริมและรวมปฏบิ ตั ิงาน กบั หนว ยงานตางๆในการพัฒนาหมูบา น ตำบลของตน เปน อยางดี
๓.มีการจดั ทำขอมลู ของหมบู านทีเ่ ก่ยี วของกบั การปฏบิ ตั งิ านของหนวยงานอ่นื ๆเชนขอมูลดา นเกษตรกรรม
ดานประมง ดา นปศสุ ตั ว ดานปา ไม ดา นสาธารณสุขดานพัฒนาชุมชน ดา นท่ดี ิน ดา นความมั่นคง ดา นการ
รกั ษาความสงบเรียบรอ ยดานทะเบยี นและบตั ร ฯลฯ

24

ดา นการรักษาความสงบเรยี บรอ ยในหมูบา น และปองกนั ภยั พบิ ัติตา งๆ
๔.หมูบานมกี ารจดั ตงั้ ชดุ รักษาความปลอดภยั หมูบา น (ชรบ.)ตรวจตราบคุ คลแปลกหนา ตรวจอาวธุ
ยานพาหนะ ยาเสพตดิ สง่ิ ผดิ กฎหมาย เพ่ือใหหมูบ า นปลอดจาก อาชญากรรมหรือแหลงอบายมุข
๕.หมูบ านมกี ารจัดตัง้ เครอื ขา ยขา ว ครอบคลุมทกุ คมุ บานในการปอ งกันเหตรุ าย ปองกันเหตุการณท ่ีกระทบ
ความม่ันคงของชาติ การกอการรายการกออาชญากรรม และรายงานขาวใหน ายอำเภอทราบอยูเสมอ
กระจายขาว)
๖.หมูบ านมกี ารจดั ตงั้ ชุดปฏบิ ัติการประจำหมบู านเพ่ือเตรียมพรอ มในการชว ยเหลอื ผปู ระสบภัยพิบัติ/อุบตั ิเหตุ
ท่อี าจเกิดขึน้ ในหมูบานเชน ชดุ อปพร. เยาวชนอาสา อาสาสมัครกภู ยั หรอื จัดใหมีวสั ดอุ ุปกรณใ นการชวยเหลือ
ผปู ระสบภยั มีเครอื ขา ยสื่อสารเชอ่ื มโยงหมูบาน ตำบล อื่นๆมีการรายงานขา วภัยพบิ ตั ทิ ่รี วดเรว็ ทันตอ เหตกุ ารณ
ดา นการจัดหมูบา นใหเปน ระเบยี บเรยี บรอย

25

๗.หมูบานจดั ใหม ีกิจกรรมปรับปรุงภมู ิทศั นข องหมูบานใหสะอาดสวยงามเปน ระเบยี บ มีการรณรงคให
ประชาชนทำความสะอาดภายใน/ภายนอก อาคารบา นเรือนบริเวณสะพาน ถนน ทางเทา จัดเกบ็ เศษขยะ
วชั พืช ผักตบชวา บริเวณลำหว ย แมน ้ำหนอง คลอง บึง อางเกบ็ น้ำ เปนตน

๘.หมบู า นมกี ารรณรงค ใหป ระชาชนจดั เก็บขยะมูลฝอย บริเวณภายนอกภายใน อาคารบานเรือน และ
สนบั สนนุ องคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ กำจัดขยะอยางเปนระบบ
ดา นการปฏิบัติงานตามนโยบายรฐั บาล กระทรวง ทบวง กรม ตางๆ

การน้ำหมกั ชีวภาพจากขยะเปยกใหค วามรกู บั ประชาชน
๙.มกี ารบริการประชาชน ที่ไดร บั ความเดอื ดรอน ดวยความเอาใจใสรวดเร็ว เชน การบรกิ ารงานดา นการ
ทะเบยี นและบัตรประจำตวั ประชาชนการชวยเหลือประชาชนทด่ี อ ยโอกาส ผูพิการ ผสู ูงอายผุ ทู ่ีไมสามารถ
ชว ยเหลอื ตนเองได

26

๑๐.มีการสง เสริม สนบั สนุนใหป ระชาชน รวมตัวกนั เพือ่ แกไขปญหาของหมบู า นดว ยตนเอง สามารถประสาน
หนวยงานราชการองคกรปกครองสว นทองถน่ิ ภาคเอกชน เขามาชว ยเหลือแกไ ขปญ หาหากเกนิ ขีด
ความสามารถของหมูบ าน
๑๑.มีการสง เสริมสนับสนนุ การดำเนินการดานเศรษฐกจิ ชุมชนพงึ่ ตนเองในหมูบาน เชน รานคาชมุ ชน
สหกรณชมุ ชน กลุมออมทรัพยศนู ยข ยายผลเศรษฐกจิ พอเพียง ศูนยพนั ธขุ าวชุมชน ศนู ยปุยชมุ ชนกลมุ วิสาหกจิ
ชุมชน กลมุ แมบา น กลุมสตรี กลุมเยาวชน กลุมอาชีพตา งๆ
ดานการศึกษา ศาสนา และอนุรักษศิลปวฒั นธรรมของชมุ ชน
๑๒.มกี ารสนับสนนุ สงเสรมิ การศึกษา แกเ ด็ก เยาวชน ในหมบู า นเชน เปน กรรมการสถานศกึ ษา ท่ปี รึกษา
ผบู ริหารโรงเรยี นจดั หาทนุ การศกึ ษาแกเ ด็กนกั เรยี นที่เรียนดีแตฐานะยากจน

27

๑๓.มีการสนับสนุนกิจการดานศาสนาในหมูบาน เชน รว มกิจกรรมทางศาสนาอยางสมำ่ เสมอ ประพฤติตนตาม
หลกั ธรรมคำสอนของศาสนาทีต่ นนบั ถือสงเสริมใหประชาชน เด็ก เยาวชน สนใจปฏิบตั ติ น ตามหลักศาสนามี
สวนรวมในการจัดหาทนุ เพื่อดำเนินกิจกรรมทางศาสนาของประชาชนปฏิบัติตนตามหลักศาสนา หรือมสี วน
รว มในการจดั หาทุน เพ่อื การดำเนินกจิ กรรมทางศาสนาของประชาชน
๑๔.มีการสนบั สนุน หรือมีสวนรว มในการอนรุ ักษป ระเพณีทอ งถ่ินโบราณสถาน โบราณวัตถุ การอนุรักษภ มู ิ
ปญ ญาชาวบา น หรอื สามารถถา ยทอดภูมปิ ญญาทองถิน่ ใหเปน ประโยชนแกร าษฎรในหมูบาน
ดานการเอาใจใสขอราชการ ประกาศ ระเบียบ กฎหมาย และนโยบายของรฐั
๑๕.นำขอราชการ ของหนวยงานตา งๆของรฐั ไปปดประกาศชแ้ี จงใหร าษฎรในหมูบานผานสื่อตา งๆ ใน
หมูบา น เชนหอกระจายขา ว เสียงตามสายวทิ ยุชมุ ชน การประชุมประจำเดือน หรอื ในงาน/กจิ กรรม ประเพณี
ตางๆ ของหมูบาน

28

๑๖.เอาใจใสขอราชการ ขอกฎหมาย ระเบียบตางๆที่กระทบตอวถิ ีชวี ติ ของราษฎร ช้ีแจงใหร าษฎรไดท ราบ
และถือปฏิบัตเิ ชน การขน้ึ ทะเบยี นเกษตรกร การขอเงนิ ชดเชย กรณีภยั แลง วาตภัย อทุ กภัย อคั คภี ัยอุบตั ิภัย
การเวนคนื ที่ดิน การสรางถนน คลองสงนำ้ โรงไฟฟา โรงกำจัดขยะ เปนตน

ขอขยายเขตไฟฟาใหช าวบา นท่ไี มม ีไฟฟา ใช 4 หลงั คาเรือน

29

ดา นสรางความปรองดองสมานฉนั ท ความสามัคคใี หเ กดิ ในหมูบาน
๑๗.มกี ารจดั กิจกรรมสรางความรักความสามคั คี ปรองดองระหวางประชาชนในหมบู า น ใหประชาชนมสี ว น
รวมในกจิ กรรม เชน กจิ กรรมงานบุญประเพณี กจิ กรรมพฒั นาหมบู า น ในรปู แบบตางๆ กิจกรรมกีฬาพนื้ บาน
กจิ กรรมเพ่ือเฉลมิ พระเกยี รติเทิดทนู สถาบันสำคญั ของชาติ
ดา นการสง เสรมิ ความเขมแข็งการสง เสริมวถิ ีชีวติ แบบประชาธิปไตย
๑๘.หมบู านสงเสรมิ ใหร าษฎร มสี วนรวมทางการเมืองมสี วนรวมในการตดั สินใจแกไขปญหาของหมูบ า น โดย
ยดึ หลกั เหตุผล สนั ตวิ ิธหี ลกั กฎหมาย ปฏิบตั ิตามเสยี งขางมากและรับฟง เสยี งขา งนอยมีความรับผดิ ชอบและ
เสยี สละเพือ่ สว นรวม จัดกจิ กรรมสง เสริมประชาธปิ ไตย เชนการรณรงคไปใชส ทิ ธเิ ลือกตั้งทุกระดับรณรงคไ ม
ซื้อสทิ ธขิ ายเสียง ฯลฯ
๑๙.ประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นและแนะนำใหผ ชู ว ยผใู หญบา น สารวตั รกำนันแพทยประจำตำบล วางตัวเปนกลาง
ทางการเมือง สนับสนุนตามหลกั การประชาธิปไตยเปนแบบอยางที่ดีแกราษฎรไมสนบั สนุนผสู มัครรับเลือกตั้ง
ทกุ ระดับกระทำการท่ีไมสจุ ริตและเท่ียงธรรม
ดานการประสานหรืออำนวยความสะดวกแกร าษฎรในหมูบานในการตดิ ตอหรือรับบรกิ ารกบั สวนราชการ
หนวยงานของรัฐ

30

๒๐.แนะนำข้ันตอนการตดิ ตอราชการใหราษฎรทราบดว ยวิธกี ารใดๆประชาสัมพันธข ั้นตอนการขอรับการ
บริการจากหนวยงานของรัฐผานชอ งทางหรือส่อื ตา งๆ ในพื้นทีเ่ ชน หอกระจายขาว เสียงตามสาย วทิ ยชุ ุมชน

31

วทิ ยาลัยการปกครอง
32

เย่ียมผสู งู อายุ ผพู กิ าร ผปู วยตดิ เตียง
33

ไกลเกลยี่ ปญ หาตาง ๆ ในหมูบา น
34

ตรวจเยยี่ มตลาดนดั บานลานกระบือ
35

ตอนรบั รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม
36

รว มจบั กุมผตู ัดไมท ำลายปา
37

รวมจบั กมุ ยาเสพติด
38

มาตรการโรคโควิด 19 มอบอาหารใหก บั ผูกกั ตัว
39

40


Click to View FlipBook Version