The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกทักษะทางภาษาไทย ชุด รู้รักษ์หลักภาษาไทย เล่มที่ ๓ คำพ้อง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Lamai Fungcholjitt, 2022-04-19 11:44:26

เล่มที่ ๓ คำพ้อง

แบบฝึกทักษะทางภาษาไทย ชุด รู้รักษ์หลักภาษาไทย เล่มที่ ๓ คำพ้อง

Keywords: คำพ้อง,หลักภาษาไทย,แบบฝึกทักษะทางภาษาไทย

แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะทางภาษา
ชุด ร้รู ักษห์ ลักภาษาไทย
เรอ่ื ง

นางละไม ฝั่งชลจิตต์
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ชำนาญการพเิ ศษ
โรงเรียนวดั พรหมโลก อำเภอพรหมครี ี
สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต ๔
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร

แบบฝึกเสรมิ ทักษะทางภาษา ชุด ร้รู กั ษ์หลกั ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕

เรอ่ื งท่ี ๓ คำพ้อง

นางละไม ฝ่ังชลจิตต์

ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนวดั พรหมโลก อำเภอพรหมคีรี

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต ๔
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ



คำนำ

แบบฝึกเสริมทักษะทางภาษา ชุด รู้รักษ์หลักภาษาไทย เรื่องท่ี ๓ คำพ้อง จัดทำ
ขึ้นเพื่อเป็นเอกสารเสริมการเรียนรู้ ใช้ควบคู่กับสื่อประสมท่ีเป็นโปรแกรมบทเรียน
คอมพิวเตอร์หรือจะปรับใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสม
ภายในเอกสารให้รายละเอียดเก่ียวกับคำช้ีแจงการใช้สำหรับนักเรียน แบบทดสอบก่อนและ
หลังเรียน แบบฝึกเสริมทักษะจำนวน ๗ ชุด ซ่ึงนักเรียนสามารถเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริม
ทกั ษะเล่มนไ้ี ด้ด้วยตนเองทั้งในและนอกเวลาเรียน

ขอขอบคุณผู้เชี่ยวชาญ ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการโรงเรียนและเพื่อนครูท่ีให้
แนวคิด ให้ความร่วมมือในการพัฒนา ขอบใจนักเรียนทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการจัด
กิจกรรมการเรยี นการสอนโดยใชส้ ่อื ประสม ชุด รู้รักษห์ ลกั ภาษาไทย

หวงั เปน็ อย่างยิ่งวา่ แบบฝกึ ทกั ษะทางภาษาเล่มนี้ จะมีประโยชน์ต่อนกั เรียนและ
ครผู สู้ อน ในการนำไปใช้พัฒนาการเรยี นการสอนเพอ่ื พัฒนาคุณภาพผเู้ รยี นต่อไป

ละไม ฝ่ังชลจติ ต์



สารบญั

เร่ือง หน้า
คำนำ…………………………………………………………………………………………..………….. ก
สารบัญ………………………………………………………………………………….……………….. ข

คำชแี้ จงสำหรบั นักเรยี น........................................................……..…………. ๒
จุดประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ............................................................................... ๓
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน......................................................... ๗
ตอนที่ ๑ เนือ้ หาสาระ.........................................................................................
ตอนที่ ๒ แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะทางภาษา ส่วนที่ ๑ ๓๔
แบบฝึกเสริมทกั ษะชุดที่ ๑......................................................................... ๓๕
แบบฝกึ เสริมทกั ษะชุดที่ ๒......................................................................... ๓๖
แบบฝึกเสริมทกั ษะชดุ ท่ี ๓......................................................................... ๓๗
แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะชุดที่ ๔......................................................................... ๔๐
แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะชุดที่ ๕......................................................................... ๔๑
แบบฝกึ เสริมทักษะชดุ ท่ี ๖......................................................................... ๔๒
แบบฝกึ เสริมทักษะชุดที่ ๗.........................................................................
ตอนที่ ๓ แบบฝึกเสริมทักษะทางภาษา สว่ นท่ี ๒ ๔๖
กจิ กรรมท่ี ๑ – ๓ ...................................................................................... ๔๘
บรรณานุกรม..........................................................................................................



คำช้ีแจงการใชส้ ำหรับนกั เรยี น

แบบฝึกเสริมทักษะทางภาษาเล่มน้ี ใช้ควบคู่การเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียน
คอมพิวเตอร์ มีคำชแี้ จงการใชส้ ำหรบั นกั เรยี นดงั น้ี

๑. อ่านเนื้อหาบทเรียนในแบบฝึกเสริมทักษะทางภาษามาล่วงหน้าก่อนเรียนทุก
ครงั้

๒. เรียนรู้เนื้อหาและทำแบบฝึกเสริมทักษะจากโปรแกรมบทเรียนคอมพิวเตอร์
ให้ครบถว้ นดว้ ยความต้งั ใจในชัว่ โมงเรียน

๓. บันทึกคะแนนท่ีได้จากการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนคอมพิวเตอร์
ลงในตารางบนั ทกึ คะแนน (เอกสารภาระงานในการเรยี นรู)้ และนำส่งครู

๔. ครูพิจารณาพฤติกรรมการเรียน คะแนนท่ีได้จากการเรียนของนักเรียน
แล้วมอบหมายให้นักเรียนทำกิจกรรมเพ่ิมเติมในแบบฝึกเสริมทักษะทางภาษา โดยนักเรียน
บางคนอาจจะทำเฉพาะแบบฝึกเสริมทักษะ ส่วนท่ี ๒ ในขณะท่ีนักเรียนบางคนอาจต้องทำ
ทบทวนแบบฝึกเสริมทกั ษะ ส่วนท่ี ๑ ด้วย

๕. นักเรียนทำแบบฝึกเสริมทักษะทางภาษาท่ีได้รับมอบหมายด้วยความตั้งใจ
๖. หม่ันฝึกฝนเรียนรู้เพ่ิมเติมจากแหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ เพ่ือพัฒนาทักษะทางภาษาให้
ก้าวหนา้ ตอ่ ไป

จุดประสงค์การเรียนรู้

หลงั จากเรียนจบบทเรียนแลว้ นักเรียนควรมคี วามร้คู วามสามารถดังน้ี
๑. บอกลักษณะของคำพ้องรูปและคำพอ้ งเสยี งได้ (K)
๒. จำแนกคำพ้องรูปและคำพอ้ งเสยี งได้ (P)
๓. อ่านและเขียนคำพอ้ งได้ถกู ต้อง (P)
๔. เห็นความสำคัญของคำพอ้ งและนำไปใช้ไดถ้ กู ต้อง (A)



แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน
เร่อื งที่ ๓ คำพอ้ ง

คำชีแ้ จง ๑. แบบทดสอบมีทงั้ หมด ๑๕ ข้อ
๒. เลอื กคำตอบทถ่ี ูกตอ้ งทสี่ ุดเพียงคำตอบเดยี ว

แลว้ ทำเคร่อื งหมาย  ลงในกระดาษคำตอบ

๑. คำพ้องรปู มลี กั ษณะอย่างไร
ก. คำทเ่ี ขยี นตา่ งกนั และความหมายกต็ ่างกนั
ข. คำท่ีเขียนต่างกันแต่ความหมายเหมือนกัน
ค. คำที่เขยี นเหมือนกันแตม่ คี วามหมายต่างกัน
ง. คำทเี่ ขยี นเหมอื นกันและความหมายกเ็ หมอื นกนั ดว้ ย

๒. ข้อใดถกู ต้องทสี่ ดุ เกยี่ วกับคำพ้องเสียง
ก. คำท่ีอ่านเหมอื นกัน
ข. คำท่เี ขียนและอ่านเหมอื นกนั
ค. คำทเ่ี ขยี นเหมือนกัน และความหมายเหมอื นกัน
ง. คำที่อ่านเหมือนกัน เขยี นตา่ งกนั และมีความหมายตา่ งกันดว้ ย

๓. ขอ้ ใดมีคำพ้องเสียง
ก. เรือโคลงเม่อื เขานำโคลงเรือ
ข. คณุ พอ่ จะซอ้ื เสาในวันเสาร์
ค. คนแขมชว่ ยกนั ปลูกตน้ แขม
ง. คุณย่าหวงแหนจอกแหนในสระ



๔. ข้อใดมีคำพ้องรปู
ก. ชาวแขมกำลังปลูกตน้ แขม
ข. สุนัขเป็นสตั วท์ ่ีมีความซอื่ สัตย์
ค. สมศรีใช้สแี ดงแตง่ แต้มภาพวาด
ง. พอ่ ซอ่ มแซมช้อนสอ้ มและเคร่ืองครวั ที่ชำรดุ

๕. “ยายเลือกสรรผักและผลไมม้ าสรา้ งสรรค์อาหารเมนใู หม่ เตรียมใส่บาตร
เมือ่ พระมาบณิ ฑบาต” คำท่ขี ดี เสน้ ใต้เปน็ คำพ้องประเภทใด
ก. คำพอ้ งรูปท้งั หมด
ข. คำพอ้ งเสยี งทง้ หมด
ค. คแู่ รกเป็นคำพ้องเสียง คหู่ ลังเปน็ คำพอ้ งรปู
ง. คแู่ รกเป็นคำพ้องรูป คหู่ ลังเป็นคำพ้องเสียง

๖. ข้อใดมีคำพอ้ งตา่ งไปจากข้ออ่ืน
ก. ชาวบา้ นดกั ไซที่ใต้ต้นไทร
ข. พ่อค้าขายของราคาเยาแก่ผูเ้ ยาว์
ค. คุณพอ่ เพลางานลงเม่ือถึงเพลาเยน็
ง. การปลูกพชื ไม่ควรปลกู ติดกนั เปน็ พดื

๗. ข้อใดไมม่ ีคำพอ้ ง
ก. สาวตากลมน่งั ตากลมอยูห่ นา้ บ้าน
ข. เขาหมายม่นั ว่าจะตอ้ งไปหมน้ั คนรักปลายปีน้ี
ค. ทา่ นนายกไปประชุมทเี่ วยี งจันทน์ในวันจันทร์
ง. มกี ารโจษขานกันว่าโจทก์และจำเลยยอมความกัน



๘. “นักเรยี น กา – กะ – บาด ทบั รูป ลูก – บาด” คำทขี่ ีดเส้นใต้เขยี นอย่างไร
ก. กากบาด ลูกบาส
ข. กากบาท ลกู บาศก์
ค. กากบาท ลกู บาท
ง. กากบาท ลูกบาศว์

๙. คำท่ีขดี เส้นใตใ้ นข้อใด ใช้คำไม่ถกู ต้องตามความหมาย
ก. วันนีฉ้ นั ทำการบา้ นเสร็จท่ีโรงเรยี น
ข. นกั เรียนควรฝกึ แต่งกลอนกานท์บา้ ง
ค. หนูเป็นพาหะนำเช้อื กาฬโรคมาส่คู น
ง. ปิดภาคเรยี นนีฉ้ ันมีโครงการณจ์ ะไปเทีย่ ว

๑๐. คำทีข่ ีดเสน้ ใตใ้ นขอ้ ใด ใช้คำไดถ้ ูกต้องตามความหมาย
ก. เธอมผี วิ พันผดุ ผ่องสวยงาม
ข. รัฐบาลแจกพรรณขา้ วใหเ้ กษตรกร
ค. ฉนั มคี วามรกั และผูกพนั กับเพื่อนทกุ คน
ง. เราต้องมีความสมั พนั ธอ์ุ ันดีกบั เพื่อนบ้าน

๑๑. ขอ้ ใดเขียนคำพ้องไม่ถกู ต้องตามความหมาย
ก. คุณย่าดายหญ้าท่ีหน้าบ้าน
ข. มขี ่าวว่าข้าทาสฆ่าเจ้าของบ้าน
ค. ท่านกำนลั มอบของกำนนั แด่นายอำเภอ
ง. อย่านง่ิ เฉยควรใหข้ ้อคิดเตอื นสตผิ ทู้ ่จี ะหยา่ กนั



๑๒. “เขาใสห่ มวก_____หิ้วกระเป๋า_____ไปวา่ ความท่ี_____” ควรเตมิ คำใดใน
ชอ่ งวา่ ง

ก. สาร เอกสาร สาน
ข. สาน เอกสาร ศาล
ค. สาน เอกสาน สาน
ง. ศาน เอกสาร สาร

๑๓. คุณแมจ่ ะตั้งชอ่ื ลกู สาวซึง่ หมายถงึ “เป็นที่รัก” จะเขียนอย่างไร
ก. กานต์
ข. กานท์
ค. การณ์
ง. กาญจน์

๑๔. วิธีการใดจะชว่ ยใหน้ ักเรียนอ่านและเขียนคำพ้องไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. พิจารณาข้อความข้างเคยี งกอ่ นอา่ นเพอื่ ดูว่าหมายถึงอะไร
ข. คำใดไมแ่ นใ่ จใหเ้ ปดิ พจนานุกรมเพื่อตรวจสอบ
ค. ฝกึ อา่ นและฝกึ เขยี นคำพอ้ งบ่อย ๆ
ง. ถูกตอ้ งทกุ ขอ้

๑๕. การเขยี นและอ่านคำพอ้ งไดถ้ กู ต้องเกดิ ผลดีอย่างไร
ก. สื่อความได้ถกู ตอ้ ง
ข. รจู้ กั คำหลากหลาย
ค. นำไปใช้ไดถ้ กู ต้อง
ง. ถูกตอ้ งทกุ ขอ้



ตอนท่ี ๑ เนอื้ หาสาระ

ความสำคญั ของคำพอ้ ง
คำพ้องเป็นคำไทยลักษณะหน่ึงท่ีมีรูปหรือเสียงเหมือนกัน แต่จะมี
ความหมายต่างกัน การจะอ่านคำพ้องได้ถูกต้องและกำหนดความหมาย
เฉพาะได้แน่นอน จำเป็นต้องอาศัยคำที่เรียงอยู่ข้างหน้าและข้างหลังคำที่เรา
ต้องการทราบความหมายด้วย ประกอบกับการเขียนคำในภาษาไทยเขียน
ตัวอักษรติดกัน ไม่แยกคำเป็นช่วง ๆ จึงทำให้ปรากฏรูปคำท่ีเขียนเหมือนกัน
แต่ความหมายต่างกันเขียนติดกันอยู่บ่อยคร้ัง นักเรียนจึงต้องมีความ
รอบคอบ มีความรู้ความเข้าใจ จึงจะช่วยให้อ่านคำพ้องได้ถูกต้องและสื่อ
ความไดต้ รงตามตอ้ งการ



คำพอ้ ง

ความหมายของคำพ้อง

คำพ้อง คือ คำท่ีมีรูปหรือเสียงเหมือนกัน แต่จะมีความหมายต่างกัน
การจะอ่านคำพ้องได้ถกู ต้องและกำหนดความหมายเฉพาะได้แนน่ อน จำเป็นตอ้ ง
อาศัยคำท่เี รียงอยขู่ ้างหน้าและข้างหลงั คำทีเ่ ราตอ้ งการทราบความหมายดว้ ย

ประเภทของคำพ้อง

คำพอ้ งมีทง้ั คำท่รี ูปเหมือนกนั แตเ่ สียงตา่ งกัน หรอื เสยี งเหมือนกนั
แต่รปู ตา่ งกนั หรอื เหมือนกนั ทั้งรูปและเสียง แต่ในท่ีน้จี ะขอกล่าวเพยี ง ๒ ประเภท คือ

๑) คำท่รี ูปเหมือนกัน แต่เสียงต่างกนั หรือ คำพ้องรปู เช่น

กรี อา่ นวา่ กรี แปลว่า กระดูกแหลมท่ีหวั ก้งุ

กรี อา่ นวา่ กะ – รี แปลว่า ช้าง

ปรัก อา่ นว่า ปรัก แปลว่า เงิน

ปรัก อ่านว่า ปะ – หรกั แปลว่า หัก , ชำรดุ , ทรดุ โทรม



คำพ้อง

๒) คำท่มี ีเสียงเหมอื นกนั แต่รูปต่างกนั หรอื คำพ้องเสียง เช่น
กรรณ อ่านว่า กนั แปลวา่ หู
กัณฑ์ อ่านว่า กัน แปลว่า เรอื่ ง, หมวด, ตอน
นา่ อ่านว่า นา่ แปลวา่ ควร, ชวนให้, ใคร่จะ
หนา้ อ่านว่า น่า แปลว่า ดา้ นท่ตี รงข้ามจากหลงั

ตัวอยา่ งคำพ้องรปู

ท่ี คำ คำอา่ น ความหมาย
๑. กรอด กรอด - เซียวลง, เสียงดังอย่างเสยี งกดั ฟนั
กะ – หรอด - นกปรอท เป็นนกขนาดเล็กจำพวกหนงึ่
๒. กรี
๓. เขมา กรี มสี เี หลืองหมน่ กินผลไมแ้ ละแมลง
กะ – รี - โครงกระดกู แหลมท่ีหวั ก้งุ
๔. แขม เข – มา - ชา้ ง
ขะ – เหมา - เกษม, ความสบายใจ, ความพ้นภยั
- ชือ่ เรียกเหง้าและรากแหง้ ของไม้ลม้ ลุก
แขม
หลายชนิดใช้เป็นเครือ่ งยาไทย
ขะ – แม - ไมล้ ม้ ลกุ ชนิดหน่ึง มกั ข้นึ ตามชายน้ำ ชายป่า

และชายเขาทช่ี ุม่ ชืน้
- คนเขมร

๑๐

คำพ้องรูป

ที่ คำ คำอา่ น ความหมาย

๕. ครุ ครุ - ภาชนะสานชนดิ หน่ึง รูปกลม ๆ เหมือน

กะลาตดั มีหูหิ้ว ใช้ตักน้ำ

คะ – รุ - หนกั , สำคัญ, ควรเคารพ

- ในตำราฉันทลักษณ์ หมายถึง พยางค์ทม่ี ี

เสียงหนัก

๖. ตนุ ตะ – นุ - ตัว, ตน, ฉัน, ขา้ พเจ้า

ตะ – หนุ - ชื่อเต่าทะเลชนิดหนงึ่ ตีนแบนเปน็ พาย

ตีนหนา้ ใหญแ่ ละยาว ใช้เปน็ หลกั ในการ

วา่ ยนำ้ ปกตอิ าศัยอยู่ตามชายทะเล

จะขนึ้ มาตามชายหาดเฉพาะเม่อื จะวางไข่

๗. ปรัก ปรกั - เงิน

ปะ – หรัก - หัก, ชำรดุ , ทรุดโทรม

๘. ปรามาส ปรา – มาด - ดถู กู

ปะ – รา – มาด - การจบั ต้อง, การลูบคลำ

๙. ปกั เป้า ปัก – กะ – เป้า - ช่ือปลาทะเลชนิดหนึง่ สามารถพองตวั ได้

ผิวหนงั มีหนาม เป็นปลาทมี่ พี ษิ ไมค่ วรนำมา

รบั ประทาน

ปัก – เปา้ - ช่ือว่าวชนิดหนง่ึ มีหางยาวค่กู ับว่าวจุฬา

บางทีเรยี ก อีเปา้

๑๑

คำพ้องรูป

ที่ คำ คำอ่าน ความหมาย
๑๐. ปาน ปา – นะ - เครื่องดม่ื , น้ำสำหรบั ด่ืม
๑๑. พยาธิ ปาน - รอยสแี ดงหรือสีดำทเ่ี กิดเปน็ เองตามร่างกาย

๑๒. พลี บางแหง่ แต่กำเนดิ
๑๓. เพลา พะ – ยา – ทิ - ความเจบ็ ไข้ได้ป่วย เช่น โรคาพยาธิ
พะ – ยาด - ชอื่ สตั วไ์ ม่มกี ระดูกสนั หลงั ซง่ึ ในระยะหนงึ่ ของ
๑๔. มน
๑๕. วน ชวี ติ จะเปน็ ปรสติ อยู่ในคนและในสัตว์
มีท้งั ชนิดตัวแบนและชนิดตัวกลม
พะ – ลี - เครือ่ งบวงสรวง, การบวงสรวง, สว่ ย, การบูชา
พลี - เสียสละ เช่น พลีชีพเพ่ือชาติ
เพ – ลา - กาล, คราว
เพลา - แกนสำหรับสอดในดมุ รถหรอื ดุมเกวียน
แกนสำหรับใหล้ ้อหรือใบพัดหมุน
- เบาลง, เบาพอประมาณ
- ตกั , ช่วงขาต้งั แตเ่ ขา่ ถึงโคนขา
มน - กลม ๆ โค้ง ๆ ไม่เป็นเหล่ียม เชน่ ขอบโตะ๊ มน
มะ – นะ - ใจ
วน - เวียนไปโดยรอบ เชน่ ขับรถวนรอบสนาม
วะ – นะ - ปา่ ไม้

๑๒

คำพ้องรูป

ที่ คำ คำอ่าน ความหมาย
๑๖. ตรุ ตรุ - ที่ขงั คน, ตะราง, เรือนจำนักโทษ, คุก
๑๗. แหน ตะ – รุ - ต้นไม้
แหน - ใชเ้ ข้าคู่กับคำอน่ื เช่น หวงแหน แหแ่ หน
๑๘. เหลา
แหน เฝ้าแหน
๑๙. เหมา เห – ลา - ช่ือไม้น้ำ ใบกลมเลก็ ๆ ลอยอยู่ตามน้ำนงิ่
เหลา - ความสนุก, การเล่นกีฬา, ความสะดวกสบาย
- การทำให้เกลี้ยงเกลาหรอื ใหแ้ หลม ด้วยมดี
เหมา
เห – มา พร้าเปน็ ตน้ เชน่ เหลาตอก เหลาดินสอ
- คิดเป็นจำนวนรวม เช่น รบั เหมาผลไมท้ ง้ั เข่ง
- เหมายนั อ่านว่า เห – มา – ยัน คือ

จุดสุดทางใต้เมือ่ ดวงอาทิตย์ปรากฏในราววันท่ี
๒๒ ธนั วาคม เปน็ จดุ ในหนา้ หนาวทม่ี ี
กลางคนื ยาวท่ีสุด

๑๓

คำพ้องเสียง

ตัวอยา่ งคำพอ้ งเสยี ง

ที่ คำ คำอ่าน ความหมาย
๑ กช กด - กด
กด - มาตราหน่ึงในภาษาไทย คือ แมก่ ด
กด - ชื่อปลาไม่มีเกล็ดชนิดหนง่ึ เช่น กดแดง กดเหลือง

กฎ กด กดทะเล กดขาว
- ช่ือนกชนดิ หนงึ่ คอื นกกด
๒ กน กน - บงั คับลง, ขม่ , หรอื ใชก้ ำลงั ดนั ลง หรอื ทำใหม้ คี า่
กล กน
น้อยกวา่ ท่ีควรจะเปน็ เช่น กดราคา กดคะแนน
กดข่ี กดคอ กดดัน
- ขอ้ กำหนด หรือข้อบัญญัติที่บงั คับให้ตอ้ งมีการ
ปฏบิ ตั ิตาม เช่น กฎกระทรวง กฎเกณฑ์ กฎ
ข้อบงั คบั กฎทบวง กฎธรรมชาติ กฎบตั ร
กฎอยั การศกึ กฎหมาย ฯลฯ
- ช่ือมาตราหนึ่งในภาษาไทย คือแมก่ น
- การลวงหรือการล่อลวงใหห้ ลง หรือใหเ้ ขา้ ใจผดิ
เพอื่ ใหฉ้ งน หรือเสียเปรยี บ เชน่ เล่ห์โกง กลโกง
- เครอื่ งกลไก เครอื่ งจกั ร เคร่อื งยนต์ เชน่ ช่างกล
- นอกจากน้ยี งั มคี ำท่ีใช้ในความหมายอืน่ ๆ อีก
เช่น กลบท กลเม็ด กลยุทธ์ กลวธิ ี ฯลฯ

๑๔

คำพอ้ งเสียง

ที่ คำ คำอ่าน ความหมาย
๓ กัน กัน - คำใชแ้ ทนตวั ผูพ้ ดู
- กดี ขวางไว้ไม่ให้เขา้ มาหรือออกไป หรือไมใ่ ห้เกิด
กรรณ กนั
กัณฑ์ กนั มขี น้ึ เช่น กนั ฝา กนั สนมิ กันภัย
- นอกจากน้ียงั มีการใช้ในคำอน่ื ๆ อกี เชน่ กันชน
กลั ย์ กนั
๔ กรรม กำ กนั แดด กนั ท่า กนั สาด ฯลฯ
- หู หรือ ใบหู
- คำราชาศัพท์ใชว้ ่า พระกรรณ
- ข้อความทีแ่ ต่งเป็นคำเทศน์เร่อื งหนงึ่ ๆ ท่จี บลง

ตอนหน่ึง ๆ ของคำเทศนท์ ี่เป็นเรอ่ื งยาว เช่น
กณั ฑ์ทศพร กณั ฑ์หิมพานต์จากเรื่อง
มหาเวสสนั ดรชาดก
- สาวรนุ่ สาวน้อย
- ชือ่ กลมุ่ ดาวรูปหญงิ สาว เรียกวา่ ราศกี นั ย์
- การกระทำ, การงาน เชน่ พลกี รรม (พะ – ลี – กำ)
- การกระทำทส่ี ง่ ผลร้ายมายังปจั จุบัน หรือจะสง่
ผลร้ายต่อไปในอนาคต เชน่ บาปกรรม
เคราะห์กรรม
- นอกจากนยี้ ังมีใชใ้ นคำอนื่ ๆ อกี เชน่ กรรมกร
กรรมการ กรรมฐาน กรรมบถ กรรมสิทธิ์ ฯลฯ

๑๕

คำพอ้ งเสยี ง

ที่ คำ คำอ่าน ความหมาย

กำ กำ - งอนิ้วทง้ั ๕ ใหจ้ ดอุง้ มือ

- ปริมาณของเต็มมอื ทกี่ ำเขา้

- นอกจากนย้ี งั มีการใช้ในคำอืน่ ๆ อีก เช่น กำจร

กำจดั กำชับ กำเดา กำนลั กำนนั กำเนดิ ฯลฯ

๕ กรรแสง กัน – แสง - ผ้าสไบ

กันแสง กนั – แสง - ร้องไห้

- คำราชาศัพทใ์ ชว้ ่า ทรงพระกนั แสง

๖ กรฑี า กรี – ทา - กีฬาประเภทหนึ่ง แบ่งออกเป็นประเภทลูแ่ ละลาน

กรธี า กรี – ทา - เคลอื่ น, ยก, เดนิ ทางเปน็ หมเู่ ป็นกระบวน

(ใชใ้ นการยกทัพ)

๗ ก๊าซ ก๊าด - สถานะหนึ่งของสสาร รูปรา่ งและปรมิ าตรไมค่ งที่

ขึน้ อย่กู ับภาชนะทบ่ี รรจุ บางคราวใชแ้ กส๊ กม็ ี

เช่น ก๊าซชีวภาพ ก๊าซนำ้ ตา กา๊ ซหงุ ต้ม ฯลฯ

ก๊าด ก๊าด - น้ำมันชนิดหนง่ึ ท่ีใชใ้ สต่ ะเกียง เรียกวา่ น้ำมันก๊าด

๘ กาจ กาด - ร้าย, กล้า, เกง่ เชน่ เก่งกาจ ร้ายกาจ

กาด กาด - ชอ่ื ไมล้ ม้ ลุกชนดิ หนึง่ มีหลายชนดิ เช่น ผกั กาด

- เปน็ ภาษาถิ่นเหนอื แปลวา่ ตลาด

๙ กาญจน์ กาน - ทอง

- นอกจากน้ยี ังมีการใช้ในคำอื่น ๆ อกี เช่น

กาญจนาภิเษก (พระราชพิธีท่พี ระเจ้าแผ่นดนิ

กระทำเม่ือครองราชสมบัติได้ ๕๐ ปี)

๑๖

คำพอ้ งเสยี ง

ที่ คำ คำอา่ น ความหมาย
กานต์ กาน - เป็นทร่ี กั ส่วนมากใช้เป็นส่วนทา้ ยของคำสมาส
กานท์ กาน
การ กาน เชน่ จันทรกานต์ สรุ ิยกานต์
- บทกลอน
การณ์ กาน - งาน, ส่ิงหรอื เร่อื งท่ที ำ มักใชค้ ู่กบั การ เช่น
กาล กาน
การงาน เป็นการเปน็ งาน ไดก้ ารได้งาน
กาฬ กาน - ถ้าอย่หู น้านาม หมายความวา่ ธุระ หน้าท่ี เช่น
๑๐ กำนัน กำ – นนั
การบ้าน การครัว การคลงั การเมือง
กำนัล กำ – นัน - ถ้าอย่หู น้ากรยิ า ทำกริยาให้เป็นนาม เชน่ การกิน
๑๑ กาพย์ กาบ
การเดนิ การกลัน่ การขนส่ง ฯลฯ
- เหต,ุ เค้า, มลู เช่น รู้เท่าไม่ถึงการณ์ สงั เกตการณ์
- เวลา, คราว, ครั้ง, หน เชน่ กาลเทศะ
- นอกจากนี้ยงั มกี ารใช้ในคำอ่ืน ๆ อีก เชน่

กาลกิณี (เสนียดจญั ไร ลกั ษณะที่เปน็ อัปมงคล)
- ดำ มกั ใช้เป็นส่วนหน้าของคำสมาส เช่น กาฬจกั ร

กาฬปักษ์ กาฬโรค กาฬปักษี ฯลฯ
- ตำแหนง่ พนกั งานฝ่ายปกครอง ซึง่ มีหนา้ ที่

ปกครองราษฎรทอี่ ยใู่ นเขตตำบล
- ให้ของกนั ด้วยความเคารพ
- นางอยู่งานที่ทรงใชส้ อยในพระราชมณเฑียร
- คำร้อยกรองประเภทหนึ่ง มหี ลายชนดิ เช่น

กาพยฉ์ บงั กาพยส์ รุ างคนางค์ กาพย์ยานี

๑๗

คำพอ้ งเสยี ง

ที่ คำ คำอา่ น ความหมาย
กาบ กาบ - เปลือกห้มุ ช้นั นอกของผล ชอ่ ดอกหรือลำต้นของ

๑๒ เกด เกด ต้นไมบ้ างชนดิ ลอกออกได้ เชน่ กาบมะพร้าว
- ลกู องนุ่ แห้งชนิดหน่งึ เรยี กวา่ ลูกเกด
เกตุ เกด - ชอ่ื ต้นไมข้ นาดใหญ่ ผลคล้ายละมดุ สดี า

เกศ เกด สกุ แล้วมรี สหวานกนิ ได้
- ช่อื ดาวพระเคราะห์ดวงท่ี ๙
๑๓ กุน กนุ - ใช้กับคำวา่ เกตมุ าลา หมายถึง พระรัศมี
กุล กนุ
ซึ่งเปลง่ อยู่เหนือพระเศียรของพระพุทธเจา้
๑๔ เกยี ด เกยี ด - ผม
- ใช้ในบทกลอนหมายถงึ หัวก็มี เชน่ ก้มเกศ
เกยี จ เกียด - ชอื่ ปที ่ี ๑๒ ของรอบปีนักษตั ร มีหมูเปน็ เครอ่ื งหมาย
เกยี รติ เกียด - ตระกลู , สกุล
- ตน้ พิกุล
- นอกจากนย้ี ังมีการใชก้ ับคำอ่ืน ๆ อีก เช่น กุลธิดา

กลุ บตุ ร กลุ สตรี ฯลฯ
- ใชเ้ รียกไม้ที่ปกั ขน้ึ กลางลานสำหรบั ผูกควายหรอื

ววั ให้ยำ่ นวดข้างไปรอบ ๆวา่ เสาเกียด
- ปาดให้เสมอ
- คด, ไมซ่ อ่ื , โกง, คร้าน เช่น เกียจครา้ น ข้เี กยี จ
- ชื่อเสียง, ความยกยอ่ งนับถอื , ความมหี น้ามตี า

เชน่ เกียรติคุณ เกยี รตินิยม เกียรติยศ ฯลฯ

๑๘

คำพ้องเสยี ง

ท่ี คำ คำอ่าน ความหมาย
๑๕ กุฏิ กดุ - เรอื นหรือตึกสำหรับพระภกิ ษุ สามเณรอยู่
กดุ - ตดั
กุด - ดว้ นสนั้ หรือเห้ียนเข้าไป เชน่ ยอดกุด นว้ิ กุด

๑๖ ขนั ขนั หางกุด
- ภาชนะสำหรับตักหรือใสน่ ำ้ เชน่ ขนั นำ้
ขันธ์ ขนั - ทำให้ตึงหรอื แน่นด้วยวิธหี มุนกวดเรง่ เข้าไป

ขรรค์ ขัน เชน่ ขันชะเนาะ ขันเกลียว
- อาการรอ้ งอย่างหนึง่ ของไก่หรอื นกบางชนิด
ขนั ธ์ ขนั - ตวั , หม,ู่ กอง, พวก, หมวด
๑๗ ไข ไข - ส่วนหนึง่ ของรูปกบั นามทแ่ี ยกออกเปน็ ๕ กอง คือ

ขยั ไข รูป เวทนา สญั ญา สังขาร วิญญาณซ่งึ เรียกว่า
ขันธ์ ๕
- ศสั ตราวุธชนิดหน่ึง มีคม ๒ ขา้ งท่กี ลางใบมีด
ท้ังหน้าและหลังเป็นสันเล็ก คล้ายคมรูปหอก
ด้ามสัน้
- ภาค, ตอน, ท่อน, ส่วน, กอ้ น, ช้นิ
- มนั ขน้ , นำ้ มันทีไ่ ด้จากสตั ว์ พืช หรือแร่ ที่แข็งตัว
ในอุณหภูมิปกติ
- กวดสิง่ ท่ีหลวมอย่ใู ห้แนน่ หรอื ทำส่งิ ท่ีแน่นอยู่ให้
หลวม เชน่ ไขนอต ไขลาน ฯลฯ
- ความสนิ้ ไป เขตอายุของคนที่นยิ มกันว่า อายขุ ยั

๑๙

คำพ้องเสียง

ท่ี คำ คำอ่าน ความหมาย
๑๘ ขา้ ข้า - บ่าวไพร่, คนรับใช้
- คำใชแ้ ทนตัวผพู้ ดู พดู กับผทู้ ีเ่ สมอกันอย่างเป็น
ค่า ข้า
หรือผู้ใหญพ่ ดู กับผู้น้อย เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑
ฆา่ ขา้ - มูลค่าหรือราคาของสง่ิ ใด ๆ ทงั้ ทเี่ ป็นรูปธรรมและ
๑๙ โกฏิ โกด
นามธรรม ทม่ี ปี ระโยชนใ์ นทางใชส้ อย
โกฐ โกด แลกเปลี่ยนหรือทางจิตใจ เป็นตน้
๒๐ ขาน ขาน - ทำใหต้ าย เช่น ฆ่าคน ฆา่ สตั ว์
- ทำให้หมดไป ทำให้สน้ิ ไป เช่น ฆ่าเวลา
ขาล ขาน - ชอื่ มาตรานับ เทา่ กับ ๑๐ ล้าน
๒๑ คี่ คี่ - ชือ่ เครอ่ื งยาสมุนไพรจำพวกหน่ึง ไดม้ าจากสว่ น
ต่าง ๆ ของพชื มีหลายชนิด
ขี้ คี่ - กลา่ ว เรียก เอ่ย พูด ตอบ เชน่ ขานรับ ขานไข
- ใช้ประกอบต่อคำ “ตาย” ว่าไมต้ ายขาน
หมายความว่า ต้นไม้ทีย่ ืนตน้ ตายเปน็ แถว ๆ
- ชื่อปีที่ ๓ ของรอบนกั ษัตร มีเสอื เป็นเครื่องหมาย
- จำนวนท่ีหารดว้ ย ๒ ไมล่ งตวั
- เด่ยี ว, ตรงข้ามกับคู่
- กรยิ าท่ถี ่ายกากอาหารออกทางทวารหนกั
หรือเรียกว่า ถา่ ยอจุ จาระ
- คำราชาศัพท์ใช้ว่า ลงพระบงั คนหนัก
- กากอาหารทีร่ ่างกายไม่ตอ้ งการแล้ว

๒๐

คำพ้องเสียง

ที่ คำ คำอ่าน ความหมาย
๒๒ เข็ญ เขน็ - ยา ยากจน เช่น ลำบากแสนเข็ญ
เขน็ - ดันสิ่งท่ตี ิดขัดไม่อาจเคลือ่ นไปได้โดยปกตใิ ห้
เข็น
เคล่ือนไป เช่น เข็นเรอื เขน็ รถ เขน็ เกวยี น
๒๓ ขั้ว คั่ว - สว่ นท่ีต่อของกา้ นดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ และอื่น ๆ
- นอกจากนี้ยังใชก้ ับคำอ่ืน ๆ อกี เชน่ ข้ัวบวก
คั่ว คั่ว
ขว้ั แม่เหลก็ ขัว้ ลบ ข้วั โลก ฯลฯ
๒๔ เขีย้ ว เค่ียว - เอาของใสก่ ระเบื้องหรือกระทะต้ังไฟให้ร้อน

เคี่ยว เค่ียว แล้วคนไปจนสุกหรือเกรียม เช่น คว่ั ถว่ั ค่ัวงา
๒๕ คัน คัน - คอยกิน (ใช้ในการเลน่ ไพผ่ อ่ งไทยหรือไพผ่ อ่ งจีน)
- ฟนั แหลมคมสำหรับฉีกเนอื้ และอาหาร
ครรภ์ คัน
อยรู่ ะหว่างฟันหนา้ กับกราม
- คำราชาศัพทใ์ ชว้ ่า พระทาฐะ หรอื พระทาฒะ
- ตม้ ให้เดือดนาน ๆ เพื่อใหง้ วด ขน้ หรอื เปือ่ ย
- นอกจากนยี้ งั ใช้กบั คำอื่น ๆ อีก เชน่ เค่ียวเข็ญ
- แนวดนิ หรือแนวราบที่พูนสงู ขึ้นเป็นแนวยาว เช่น

คันทราย คนั นา คันดิน
- อาการท่ที ำใหร้ สู้ กึ อยากเกา อาการทม่ี อื หรือปาก

อยไู่ มส่ ุข คอื อยากทำหรือพดู ในสิง่ ท่ีไมค่ วร
เรียกว่า มือคนั ปากคนั
- ท้อง เช่น หญงิ มคี รรภ์ (ผู้หญงิ ทม่ี ีลูกอยใู่ นท้อง)

๒๑

คำพอ้ งเสียง

ท่ี คำ คำอา่ น ความหมาย
๒๖ ควาญ ควาน - ผเู้ ล้ียงและขีช่ ้าง คนบงั คบั ช้าง ใชก้ ับสัตว์อนื่ ก็มี

ควาน ควาน เช่น ควาญแรด ควาญแกะ ควาญม้า
๒๗ ขา้ ง คา่ ง - กิรยิ าท่เี อามอื หรอื คน้ หาส่งิ ของในน้ำหรือในทม่ี ดื
- เบ้อื ง เช่น ข้างหนา้ ข้างหลงั
คา่ ง คา่ ง - สว่ น เชน่ ข้างหัว ข้างทา้ ย
- ฝา่ ย เช่น ข้างไหน ข้างนี้
๒๘ จรรย์ จนั - ชื่อสัตว์เล้ียงลูกดว้ ยนม ลักษณะคลา้ ยลิง
จัณฑ์ จนั
จนั ทร์ จนั ขนสเี ทาหรือสดี ำ ลำตัวหรอื แขน ขาและหางยาว
จันทน์ จนั กว่าลิงท่วั ๆ ไป กินใบไมแ้ ละผลไม้
โจด - ความประพฤติ กิรยิ าทค่ี วรประพฤติในหมู่คณะ
๒๙ โจทก์ โจด - ดรุ า้ ย, หยาบชา้ , เกรย้ี วกราด, ฉุนเฉยี ว
โจทย์ โจด - ดวงเดือน
โจษ คั่น - ชื่อพรรณไมบ้ างชนิดที่มเี น้ือ ดอกหรือผลหอม
คั่น - บุคคลผู้ฟ้องคดีต่อศาล ผูก้ ลา่ วหา
๓๐ ขัน้ โจน - คำถามในวิชาคณิตศาสตร์
คั่น โจน - พูดอึง, พดู กนั เซง็ แซ่, เลา่ ลือกนั ออ้ื อึง
- ชั้นที่ทำลดหลัน่ กนั เป็นลำดับ เช่น ขั้นบนั ได
๓๑ โจน - แทรกหรอื กั้นอยู่ในระหว่าง
โจร - กระโดดพงุ่ ไปอยา่ งเรว็ เช่น โจนน้ำ โจนทอ้ งร่อง
- ผู้รา้ ยทลี่ กั ขโมยหรอื ปล้นสะดมทรัพย์สินผอู้ ่นื

๒๒

คำพอ้ งเสียง

ท่ี คำ คำอ่าน ความหมาย
๓๒ ชน ชน - โดนแรง ๆ เชน่ รถยนต์ชนต้นไม้
- ชดิ จนติด เช่น ตั้งต้ชู นฝา
ชนม์ ชน - บรรจบ เชน่ ชนขวบ
ชล ชน - ใหต้ ่อสกู้ ัน เช่น ชนโค ชนไก่ ชนชา้ ง
- การเกดิ เช่น ชนมพรรษา
๓๓ ชยั ไช - น้ำ
ไช ไช - นอกจากนยี้ งั ใชก้ บั คำอื่น ๆ อกี เชน่ ชลธาร ชลธี

ไชย ไช ชลนัยน์ ชลนา ชลประทาน ชลมารค ฯลฯ
๓๔ ชัด ชัด - การชนะ ความชนะ
- เจาะเขา้ ไป เช่น หนอนไช ไชรู
ชัฏ ชัด - แยงเข้าไป เช่น เอานิ้วไชจมกู
๓๕ ชาน ชาน - ดกี ว่า เจรญิ กว่า
- ประจักษ์ชดั แจม่ แจง้ เชน่ เหน็ ชัด ปรากฏชัด
ชาญ ชาน
๓๖ ชาด ชาด ไมผ่ ิดเพ้ยี น ไม่แปรง่ เชน่ พูดชัด
- ป่าทบึ ป่ารก
- กากออ้ ยหรอื กากหมากทเ่ี คย้ี วแลว้ เชน่ ชานอ้อย

ชานหมาก
- ชำนาญ
- วตั ถสุ ีแดงสดชนิดหนงึ่ เป็นผงกม็ ี เป็นกอ้ นกม็ ี

ใชท้ ำยาไทย หรอื ประสมนำ้ มันสำหรับประทับตรา
หรือทาสิง่ ของ

๒๓

คำพอ้ งเสียง

ที่ คำ คำอ่าน ความหมาย
ชาติ ชาด - การเกิด เชน่ ชาตินี้ ชาติหนา้
- ประเทศ ประชาชนทีเ่ ปน็ พลเมอื งของประเทศ
๓๗ โชก โชก
โชค โชก กลมุ่ ชนทมี่ คี วามรู้สึกในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา
ภาษา ประวัติศาสตร์ ความเป็นขนบธรรมเนยี ม
๓๘ เซ่น เซน่ วัฒนธรรม หรืออยใู่ นปกครองรัฐบาลเดียวกนั
- มาจนไหลอาบทวั่ ไป เช่น เส้อื เปยี กโชก เหงอื่ โชก
เสน้ เซน่ - สงิ่ ที่นำผลมาให้โดยคาดหมายได้ยาก เชน่ โชคดี
โชครา้ ย มักนิยมใช้ในทางดี
๓๙ โซม โซม - เอาอาหารไปไหว้หรอื สังเวยผหี รือเจ้า เชน่ เซ่นผี
โซรม โซม เซ่นเจ้า
โทรม โซม - สิง่ ที่มลี ักษณะเปน็ สาย แถว แนว ท่ีไม่จำกดั
ความยาว เช่น เสน้ ผม เสน้ ขน เส้นโลหติ
๔๐ ญวน ยวน เส้นเลอื ด เส้นเอ็น เส้นประสาท
- เปียกท่ัว เชน่ เหงือ่ โซมตวั , คำบอกให้ช้างยอ่ ตัว
- รมุ กัน, ช่วยกนั , รุมกนั ดา่ กระทบกระเทียบ
- เส่อื มสภาพจากเดิม เช่น เรอื นหลังน้ีโทรมมาก
- รว่ มกันขม่ ขนื กระทำชำเราหญงิ
- ชื่อประเทศและชนชาตหิ นงึ่ อยูท่ างทศิ ใต้ของ
ประเทศจนี และทางทิศตะวนั ออกของประเทศลาว
และเขมร ปัจจุบนั เรียกวา่ ประเทศเวียดนาม

๒๔

คำพ้องเสียง

ท่ี คำ คำอา่ น ความหมาย

ยวน ยวน - ยัว่ , ล่อ, ชวนให้เพลนิ , ชวนให้ยินดี

- กอ่ กวนให้เกิดกเิ ลสหรือโทสะ

๔๑ ญาณ ยาน - ปรีชา, หย่ังรู้, หรอื กำหนดร้ทู ่ีเกิดจากอำนาจ

สมาธิความสามารถหย่ังรเู้ ปน็ พิเศษ

ยาน ยาน - เครอ่ื งนำไป, พาหนะตา่ ง ๆ, เช่น รถ เกวียน เรือ

มักใชเ้ ขา้ คู่กับคำ พาหนะ เปน็ ยานพาหนะ

๔๒ ญาติ ยาด - คนในวงศ์วานที่ยังนับรู้กันไดท้ างเช้อื สายฝ่ายพอ่

หรือฝ่ายแม่

ยาตร ยาด - เดิน เดินเป็นกระบวน

มารยาท มา – ระ –ยาด - กริยาวาจาที่ถอื วา่ สภุ าพ

๔๓ เถา้ เท่า - สิ่งทเ่ี ป็นผงละเอียดของส่ิงท่เี หลอื จากไฟเผามอด

แล้ว บางท่ีเรียก ข้เี ถา้

เฒ่า เท่า - แก,่ มีอายุมาก

เทา่ เท่า - เสมอกัน เช่น สูงเท่ากนั

- จำนวนทเี่ พิม่ ข้ึนตามส่วนของจำนวนเดมิ

๔๔ ตาน ตาน - ชอ่ื โรคชนดิ หนงึ่ มกั เป็นแกเ่ ด็ก ๆ เชน่ ตานขโมย

- ช่อื ไม้ลม้ ลกุ ชนิดหนงึ่ ใบแคบข้นึ เปน็ กอ ดอกสี

เหลอื ง ก้านชอ่ ดอกยาว กาบดอกซ้อนกันแนน่

ตาล ตาน - ชื่อปาลม์ ชนิดหนง่ึ ใบใหญ่ ดอกแยกเพศอยู่

ตา่ งตน้ ต้นเพศผู้ออกดอกเป็นงวงคล้ายมะพร้าว

ไม่มีผล ตน้ เพศเมียออกดอกเปน็ ช่อเดีย่ ว ๆ

๒๕

คำพอ้ งเสยี ง

ท่ี คำ คำอ่าน ความหมาย
๔๕ ทลาย ทะ – ลาย - อาการทสี่ ง่ิ ซง่ึ เป็นกลุ่มกอ้ นแตกหกั หรือพังกระจดั

ทะลาย ทะ – ลาย กระจาย เชน่ กองทรายทลาย มกั ใช้คกู่ บั คำว่า
๔๖ ทาน ทาน พงั เป็น พังทลาย
- ชอ่ ผลของหมาก หรอื มะพร้าวที่ออกเป็นกลุ่ม
ธาร ทาน รวมกนั เช่น ทะลายหมาก ทะลายมะพรา้ ว
- การให้ มักใชป้ ระกอบทา้ ยคำอืน่ เชน่ ธรรมทาน
๔๗ ทิด ทดิ วิทยาทาน
ทิศ ทดิ - ยนั หรอื รบั ไว้ มักใช้เข้าค่กู บั คำวา่ ตา้ น เป็น
ต้านทาน
๔๘ ทาส ทาด - สอบหนังสือใหต้ รงกับตน้ ฉบับ
- น้ำ, ลำธาร, ห้วย, หยาดนำ้ , ท่อนำ้
- การทรงไว้, การรบั ไว้, การหนุน
- คำนำหน้าชอ่ื ผูท้ สี่ กึ จากพระ เชน่ ทดิ บญุ ทิดเกิด
- ดา้ น, ขา้ ง, ทาง, เบ้ือง
- แนวทางทมี่ ุ่งไป เชน่ ทศิ ทาง
- ผู้ท่ีอุทศิ ตนแก่ส่งิ ท่ีเลือ่ มใสศรัทธา เช่น เปน็ ทาส
ความรู้
- ผู้ทย่ี อมตนใหต้ กอยู่ในอำนาจสิง่ ใดสงิ่ หน่ึง เช่น
เป็นทาสการพนนั เป็นทาสยาเสพติด

๒๖

คำพอ้ งเสยี ง

ที่ คำ คำอา่ น ความหมาย
ธาตุ ทาด - สงิ่ ท่ถี ือว่าเปน็ สว่ นสำคัญท่ีคมุ้ กนั เป็นร่างของสิ่ง

๔๙ ทูน ทนู ทงั้ หลายโดยท่ัว ๆ ไปเช่อื ว่า มี ๔ ธาตุ ไดแ้ ก่
ทลู ทูน ธาตดุ นิ ธาตนุ ้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ
ไน - กระดูกของพระพุทธเจา้ และพระอรหันต์
๕๐ นยั โดยทั่ว ๆ ไป เรียกรวมวา่ พระธาตุ
- เอาของไว้บนศีรษะ เช่น เอาของทนู หัว
นยั น์ ไน - บอก กลา่ ว (ใชแ้ กเ่ จา้ นาย)
ใน ไน - ข้อสำคญั เชน่ นยั แห่งเรื่องน้ี
- ความ ความหมาย เช่น หลายนยั
ไน ไน - ดวงตา เชน่ นยั นต์ า นยั น์เนตร
- ตรงกนั ขา้ มกับนอก ไมใ่ ช่นอก เช่น ในบ้าน
๕๑ น่า นา่ ในเมอื ง แหง่ ของ เชน่ พระราชนิพนธ์ใน
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว
- เคร่ืองปั่นด้ายดว้ ยมือ และใชถ้ ่ายด้ายที่ทำเปน็ ไจ
หรือเขด็ แล้วเขา้ หลอด
- ปลาน้ำจดื ชนดิ หนง่ึ ตวั ยาวรี แบนข้าง คล้ายปลา
ตะเพยี นแตค่ รีบหลังใหญแ่ ละยาวกวา่
- คำประกอบหน้าคำกริยา หมายความวา่ ควร เช่น
นา่ จะทำ อย่างน้ัน น่าจะเปน็ อย่างน้ี
- ชวนให้ ทำให้อยาก เชน่ น่ากิน น่ารัก

๒๗

คำพ้องเสียง

ท่ี คำ คำอา่ น ความหมาย
หนา้ นา่ - สว่ นของศรี ษะต้งั แต่หน้าผากลงมาจดคาง

๕๒ ปรอด - ซีกของกายท่ีอยู่ตรงขา้ มกบั หลงั
ปะ – หรอด - ช่อื นกขนาดเลก็ สเี หลืองหมน่ กินผลไมแ้ ละ
ปรอท
แมลงมหี ลายชนิด เช่น ปรอดสวน ปรอด
๕๓ บาด หนา้ นวล
ปะ – หรอด - ธาตุลำดับที่ ๘๐ เปน็ โลหะ ลักษณะเปน็
บาตร ของเหลวสีเงินใช้ประโยชน์นำไปทำเปน็
บาศ เทอรโ์ มมิเตอร์
บาศก์ บาด - ทำใหเ้ กดิ เปน็ แผลหรอื รอยขีดข่วนอย่างของมคี ม
บาท บาด เชน่ มดี บาด แกว้ บาด หญ้าคาบาด
- นอกจากน้ียงั มีใชใ้ นคำอื่น ๆ อกี เชน่ บาดเจบ็
บาดใจ บาดตา บาดแผล บาดทะยัก ฯลฯ
บาด - ภาชนะชนิดหน่งึ สำหรับภกิ ษุสามเณร ใช้รับ
อาหารบณิ ฑบาต
บาด - บ่วง หรือ นาคบาศ เชือกบาศ
บาด - ลูกเตา๋ ลกู สกา ใชว้ า่ บาศก์
บาด - ตีน, คำราชาศพั ทใ์ ช้ว่า พระบาท
- มาตราเงนิ ๔ สลึง เท่ากับ ๑ บาท
- สว่ นหน่งึ ของบทแห่งคำประพนั ธ์ เช่น
โคลงสส่ี ภุ าพบทหนึ่งมี ๔ บาท

๒๘

คำพ้องเสยี ง

ที่ คำ คำอา่ น ความหมาย
๕๔ พรรค พกั - หมู่คนท่รี วมกันเป็นพวกเปน็ ฝ่าย เชน่ พรรคการเมือง
พกั - หยดุ ชว่ั คราว เชน่ พักร้อน พักเครื่อง
พกั - อยอู่ าศัย อยู่ช่ัวคราว เชน่ บ้านพัก
- นอกจากนยี้ ังใชค้ ำอน่ื ๆ อกี เช่น พกั ผ่อน
พกั ตร์ พกั
พกั พิง พกั ฟน้ื พกั รอ้ น พักแรม พักสายตา ฯลฯ
ภกั ษ์ พกั - หนา้
๕๕ พาน พาน - คำราชาศพั ทใ์ ชว้ ่า พระพกั ตร์
- เหยื่อ, อาหาร, กิน
พาล พาน - ภาชนะมีเชงิ ประเภทหนึง่ มหี ลายชนิด

๕๖ พรรณ พนั บางชนดิ มีรปู ทรง คลา้ ยจาน
พนั พนั - ทำทา่ ว่า เช่น พานจะเป็นลม พานจะตาย พาน

จะโกรธ พบปะ มักใช้เข้าคกู่ บั คำว่า พบ
เป็นพบพาน
- ชว่ั ร้าย เกเร เกะกะ เช่น คนพาล
- หาเร่อื งทำให้วุ่นวาย หาเรื่องทำให้เดือดรอ้ น
พาลหาเรอื่ งพาลหาเหตุ
- สีของผวิ , ชนดิ เชน่ พรรณพืช พรรณไม้
พรรณสัตว์
- จำนวน
- วนรอบด้วยส่ิงท่ีเป็นเส้นสาย หรือท่มี ลี ักษณะ
เช่นนั้น เช่น พันคอ พันแผล เถาวัลย์พนั ก่งิ ไม้

๒๙

คำพอ้ งเสยี ง

ท่ี คำ คำอ่าน ความหมาย
พันธ์ พนั - ผูก มดั ตรงึ
พันธ์ุ พนั - พวกพ้อง, เชอื้ สาย, วงศ์วาน
- เทือกเขา, เหล่ากอ เช้ือ เชน่ พนั ธุ์ข้าว
ภัณฑ์ พนั - ส่งิ ของ, เครอื่ งใช้
๕๗ ภาค พาก - ส่วน เช่น ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ
- ฝา่ ย เชน่ ภาครัฐบาล ภาคเอกชน ภาคเหนือ
พากย์ พาก
ภาคใต้
๕๘ พุทธ พดุ - พูดแทนผู้แสดงหรอื ตามบทบาทของผูแ้ สดงโขน
พดุ พดุ
พธุ พดุ หนงั หรือภาพยนตร์ เปน็ ตน้ เช่น พากยห์ นงั
ตะลงุ
๕๙ เหลา้ เล่า - ผูต้ รัสรู้, ผู้ต่นื แล้ว, ผู้เบิกบานแล้ว ใชเ้ ฉพาะเป็น
เล่า เลา่ พระนามของพระบรมศาสดาแห่งพระพทุ ธศาสนา
ลาบ - ชื่อไม้พมุ่ หรือตน้ ไมช้ นดิ หนง่ึ เช่น พดุ จีน
๖๐ ลาภ ลาบ พดุ ซ้อน พุดจีบ
ลาบ - ชื่อดาวเคราะห์ ท่ีอยู่ใกล้ดวงอาทติ ย์ที่สุดในระบบ
สุริยะมองเห็นดว้ ยตาเปล่า เป็นดาวเคราะหท์ ีไ่ มม่ ี
บรรยากาศและมพี ้นื ผิวคลา้ ยดวงจันทรข์ องโลก
- นำ้ เมาทกี่ ลัน่ หรอื หมกั แลว้ , สุรา
- พดู , บอกเร่อื งราว
- ของทีไ่ ด้มา, หรือการไดม้ าโดยมิไดค้ าดคดิ
- ช่อื อาหารชนิดหน่งึ

๓๐

คำพอ้ งเสียง

ที่ คำ คำอ่าน ความหมาย
๖๑ ศูนย์ สนู - วา่ งเปล่า, หายส้ินไป, เลขศูนย์
สูน - ทำให้หายสนิ้ ไป เช่น คนโบราณใช้ปูนแดงสูญฝี
สูญ - สญู ไป เชน่ ทรัพยส์ มบัตสิ ูญไปในกองเพลงิ
- สรุ ิยุปราคา
สรู ย์ สูน - การใชก้ ำลังเข้าประหัตประหารกนั อยา่ งรนุ แรง
๖๒ ศึก สกึ
ระหวา่ งรัฐ หรอื ประเทศตง้ั แต่ ๒ รัฐ หรอื ๒
สึก สกึ ประเทศขึน้ ไป เชน่ ศึกชายแดน
- กร่อนไป, รอ่ ยหรอไป, เช่น รองเท้าสึก ลาสกึ
๖๓ ศิษย์ สิด - การรูส้ ึก การระลกึ ได้ การจำได้
สทิ ธ์ิ สิด - ผู้ศกึ ษาวชิ าความรูจ้ ากครหู รืออาจารย์
- อำนาจอนั ชอบธรรม เช่น บุคคลมสี ทิ ธแิ ละหน้าท่ี
๖๔ ศุกร์ สุก ตามรฐั ธรรมนญู
- ชือ่ วันท่ี ๖ ของสปั ดาห์
สุข สกุ - ชือ่ ดาวเคราะห์ดวงที่ ๒ ในระบบสุรยิ ะ
เปน็ ดาวเคราะหส์ ว่างท่ีสดุ บนทอ้ งฟ้า
สุก สุก - ความสบายกายสบายใจ เช่น ขอใหอ้ ยดู่ ีมสี ขุ
เกิดมามสี ุขบ้าง ทุกข์บา้ ง มักใชค้ ู่กบั คำว่า เปน็
เช่น อยู่เย็นเป็นสุข
- พน้ จากห่าม เชน่ ผลไมส้ ุก เปลี่ยนสภาพจากดบิ
ด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ อย่างตม้ ผดั ยา่ ง

๓๑

คำพอ้ งเสยี ง

ที่ คำ คำอา่ น ความหมาย
๖๕ เสา เสา - ท่อนไมส้ ำหรบั ใช้เป็นหลกั หรอื เป็นเคร่ืองรองรับส่ิง
เสา
เสาร์ อื่น ๆ เช่น เสาเรือน เสาโทรเลข
สะ – หมดุ - ช่อื วันที่ ๗ ของสัปดาห์
๖๖ สมทุ ร - ชื่อดาวเคราะหด์ วงท่ี ๖ ในระบบสรุ ิยะ มองเห็น
สะ – หมดุ
สมดุ ดว้ ยตาเปล่า มวี งแหวนลอ้ มรอบ
สดั - ทะเลลกึ ทะเลขนาดใหญ่ ซ่งึ มีแผ่นดินโอบลอ้ ม
๖๗ สจั สดั
สัตย์ สดั เปน็ ตอน ๆ เช่น มหาสมุทรอนิ เดีย
สัตว์ วัด มหาสมุทรแปซฟิ ิก
โหน - กระดาษที่ทำเป็นเล่ม มหี ลายชนดิ เรียกชอ่ื ตาม
๖๘ วดั ประโยชนใ์ ชส้ อย เช่น สมุดวาดเขียน สมดุ แบบฝึก
วตั ร คัดลายมือ
- ความจริง ความจริงใจ เชน่ ทำงานรว่ มกนั
ตอ้ งมสี จั จะต่อกัน
- ความจริง เชน่ รกั ษาความสัตย์
- คำมั่นสญั ญา เช่น เสียชพี อย่าเสียสตั ย์
- สงิ่ มีชีวิตซึง่ แตกต่างไปจากพรรณไม้ สว่ นมากมี
ความรสู้ กึ และเคลื่อนไหวยา้ ยที่ไปไดเ้ อง
- สถานท่ที างศาสนา
- นอกจากนยี้ งั ใชก้ บั คำอ่ืน เชน่ วดั รอยเทา้ วัดผล
- กจิ พงึ กระทำ เชน่ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น
- ความประพฤติ เชน่ จริยวัตร กจิ วตั ร

๓๒

คำพ้องเสยี ง

ที่ คำ คำอ่าน ความหมาย
๖๙ อยา่ อย่า - คำประกอบกริยา บอกความห้ามหรือไม่ยอมให้

หยา่ อย่า ทำการตา่ ง ๆ
- เลกิ เปน็ ผัวเมยี กนั ทำใหก้ ารสมรสส้นิ สุดลงโดย
๗๐ อนิ ทรี อนิ – ทรี
ความยินยอมของค่สู มรสทงั้ ๒ ฝ่าย หรือ
อินทรีย์ อนิ – ทรี โดยคำพพิ ากษาของศาล
๗๑. อากาศ อา – กาด - ชอื่ ปลาทะเลขนาดใหญ่หลายชนิดในหลายวงศ์
ลำตวั แบน ข้างเรียวยาว คอดหางกว่ิ ปลายหาง
โอกาส โอ – กาด เปน็ แฉกลึก อยู่เป็นฝงู ใกลผ้ วิ นำ้
- ร่างกายและจิตใจ เช่น สำรวมอนิ ทรีย์
- แกส๊ ทีใ่ ชห้ ายใจหรือช่วยในการเผาไหม้
- ช่อง, ทาง, เวลาที่เหมาะ, จงั หวะ

๓๓

ตอนท่ี ๒
แบบฝึกเสรมิ ทักษะทางภาษา ส่วนที่ ๑

๓๔

แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะชดุ ท่ี ๑

คำสัง่ วงกลมรูป  ถา้ ขอ้ ความทีใ่ หม้ ากล่าวถกู
วงกลมรูป  ถา้ ข้อความท่ีใหม้ ากลา่ วไม่ถกู ตอ้ ง

ตัวอยา่ ง ข้อ ๐.   กีดกัน และ พระกรรณ เป็นคำพ้องเสยี ง
วธิ ีตอบ ข้อ ๐.   กดี กัน และ พระกรรณ เปน็ คำพอ้ งเสยี ง

  ๑. คำพอ้ งรูป คอื คำที่เขียนเหมือนกนั อ่านต่างกนั ความหมายต่างกัน
  ๒. คำว่า “ปรกั ” อ่านออกเสยี งได้ ๒ แบบ คือ ปะ – หรัก และ
ปรกั
  ๓. คำว่า “ปรกั ” ในขอ้ ๒ เปน็ คำพอ้ งรปู
  ๔. คำพ้องเสียงอ่านออกเสียงเหมือนกัน เขียนตา่ งกนั ความหมายต่างกัน
  ๕. คำว่า “เพลา” เปน็ คำพ้องเสยี ง
  ๖. คำวา่ จนั , จรรย,์ จันทร์ และจนั ทน์ เปน็ คำพอ้ งเสียง
  ๗. จอกแหน และ หวงแหน คำทีข่ ีดเส้นใตอ้ า่ นออกเสียงเหมือนกนั
  ๘. คำพอ้ งรปู ถา้ ออกเสยี งผิด ความหมายจะผดิ พลาดตามไปดว้ ย
  ๙. คำพอ้ งเสียง ไม่จำเปน็ ต้องคำนงึ ถงึ การเขียนเพราะเขียนเหมือนกัน
  ๑๐. การเรียนรู้คำพอ้ งทำให้อา่ น เขียน และใชค้ ำไดถ้ กู ต้อง

๓๕

แบบฝกึ เสริมทกั ษะชดุ ที่ ๒

คำส่งั วงกลมคำที่กำหนดให้ ให้สอดคลอ้ งกบั ความหมาย

ตวั อยา่ ง ขอ้ ๐. ไทร ไซ อปุ กรณใ์ นการจบั ปลา
วิธตี อบ ข้อ ๐. ไทร ไซ อปุ กรณ์ในการจบั ปลา

กฎ กด ๑. ขอ้ กำหนด หรอื ขอ้ บงั คับใหต้ อ้ งปฏิบัติ

กรรณ กณั ฑ์ ๒. หู หรอื ใบหู

กานต์ กานท์ ๓. บทกลอน
เขน็ เขญ็ ๔. ดนั สิง่ ที่ตดิ ขัดให้เคลือ่ นไปได้โดยปกติ

๕. ตม้ ใหเ้ ดอื ดนาน ๆ เพือ่ ให้ขน้ หรือเป่ือย

เค่ยี ว เขีย้ ว

๖. วัตถุสแี ดงสดชนิดหน่ึง ใชท้ ำยาไทยได้

ชาติ ชาด

๗. นำอาหารไปไหวห้ รอื สงั เวยผี หรอื เจา้

เซ่น เสน้

๘. ชอื่ โรคชนิดหนง่ึ มกั เปน็ แก่เดก็ ๆ

ตาน ตาล

๙. ชอ่ ผลของหมาก หรือมะพรา้ ว

ทลาย ทะลาย

ทนู ศ ๑๐. บอก กลา่ ว (ใช้แก่เจ้านาย)
ทลู

๓๖

แบบฝึกเสริมทกั ษะชุดที่ ๓

คำส่งั นำคำหน้าข้อความ เตมิ ในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ งและไดค้ วามหมาย

ตวั อย่าง ข้อ ๐. ทา ธรรม คุณแมฟ่ งั _________ทวี่ ดั
วธิ ีตอบข้อ ๐.
ทาคณุ แม่ฟงั _ธ_ร_รม______ท่วี ัด ธรรม

ปรอด ปรอท ๑. พยาบาลใช_้ ________ วดั ไข้
พากย์ ภาค ๒. หล่อน_________เสียงใหก้ บั ภาพยนตรเ์ ร่ืองนี้
โครงการณ์ โครงการ ๓. คุณครูใหน้ ักเรียนเขยี น_________ ทศั นศึกษา
ดอกพธุ ดอกพดุ ๔. คุณแม่เกบ็ _________ เพื่อนำไปถวายพระ
อศั จรรย์ อศั จนั ทร์ ๕. เธอรสู้ ึก_________ ใจ ไมค่ ดิ ว่าจะพบเขาอกี ครงั้
พาล พาน ๖. คน_________มักทำใหผ้ ้อู ่ืนเดือดรอ้ น
ทาส ธาตุ ๗. คณุ แมส่ อนวา่ อย่าตกเป็น_________การพนนั
ญาติ ญาต ๘. คุณแมพ่ าฉันไปเยย่ี ม_________ในวนั หยดุ
ยวน ญวน ๙. _________ปัจจุบนั เรยี กวา่ เวยี ดนาม
กากบาด ศกากบาท ๑๐. นกั เรียน_________ทับขอ้ ความ

๓๗

แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะชุดท่ี ๔

คำสัง่ วงกลมตวั เลือกคำตอบทีถ่ ูกตอ้ งท่สี ดุ เพยี งคำตอบเดยี ว

ตวั อย่าง ข้อ ๐. ฉันมีความ______ในวัน______
ก. สุข ศกุ ร์
ข. สกุ สขุ
ค. สขุ ศุก
ง. สกุ สกุ ร์

๑. ฉนั รักษาผิว__________ด้วย__________ไม้สมนุ ไพร
ก. พรรณ พนั
ข. พนั ธ์ุ พนั ธุ์
ค. พรรณ พันธ์ุ
ง. พันธ์ พรรณ

๒. ชาวบา้ น__________พระที่ออก__________
ก. ตกั บาทร บนิ ฑบาตร
ข. ตักบาตร บณิ ฑบาต
ค. ตกั บาต บณิ ฑบาต
ง. ตกั บาตร บินฑบาตร

๓๘

๓. วันน_ี้ _________ดี ฉันม_ี _________ออกไปเทีย่ วนอกบา้ น
ก. อากาส โอกาศ
ข. อากาศ โอกาศ
ค. อากาส โอกาส
ง. อากาศ โอกาส

๔. __________เปน็ สตั ว์ในวรรณคดี แต่__________เป็นสตั ว์กนิ ปลา
ก. นาค นาก
ข. นาก นาก
ค. นาค นาค
ง. นาก นาค

๕. ผู้คนไม่เลน่ __________นำ้ ในวัน__________เดือนสบิ
ก. สาด สาท
ข. สาด สารท
ค. สาด ศาสตร์
ง. สาด สาสน์

๖. เขามี__________(ร่างกาย) กำยำ และชอบกินปลา__________
ก. อนิ ทรี อินทรี
ข. อินทรยี ์ อินทรยี ์
ค. อินทรี อินทรยี ์
ง. อนิ ทรยี ์ อินทรี

๓๙

๗. เขา__________นักร้องวยั รนุ่ จนประพฤตติ วั __________
ก. หลงไหล เหลวไหล
ข. หลงไหล เหลวใหล
ค. หลงใหล เหลวไหล
ง. หลงใหล เหลวใหล

๘. ท่าน__________มอบของ__________แกค่ ณะผมู้ าตรวจเย่ียม
ก. กำนนั กำนัล
ข. กำนัน กำนนั
ค. กำนัล กำนลั
ง. กำนลั กำนนั

๙. เด็ก ๆ ในวยั __________ควรใชข้ องราคา__________
ก. เยาว์ เยาว์
ข. เยา เยา
ค. เยาว์ เยา
ง. เยา เยาว์

๑๐. เขาอาศัยอยู่ทางทศิ __________ของเกาะ__________
ก. ไต้ ไต้หวัน
ข. ไต้ ใตห้ วัน
ค. ใต้ ใตห้ วนั
ง. ใต้ ไต้หวนั

๔๐

แบบฝกึ เสรมิ ทักษะชุดที่ ๕

คำสงั่ เขียนคำพ้องจากคำอ่านที่กำหนดให้ ในช่องว่างให้ถูกตอ้ ง

ตวั อย่าง ข้อ ๐. ฉันวาดภาพใน___________(สะ – หมดุ ) วาดเขียน
วิธที ำ ขอ้ ๐. ฉนั วาดภาพใน_____ส_ม_ดุ____(สะ – หมดุ ) วาดเขียน

เถา้ แก่ผู้มีอนั จะกนิ ในตลาดแหง่ นี้ เป็น______________ (ผู้ – เท่า)
ทที่ กุ คนให้ความเคารพนับถอื แต่______________(ทุก – วนั ) ตลอดสัปดาห์
ทผ่ี า่ นมาทา่ นมีเรื่อง______________(ทุก – ใจ) กับลกู ของท่าน น่นั คอื ไพรวัลย์
เขาไม่ตง้ั ใจในการทำงาน ส่วน______________(มา – ระ – ยาด) ก็แย่
เปน็ ท่เี อือมระอาของ______________(ยาด – พ่ี – นอ้ ง)______________(นิ – ไส)
ก็ไม่ดี จนทา่ นต้องส่งให้ไป______________(อา – ไส) อยกู่ ับหลวงตา
หลวงตากด็ ูแลอบรมเปน็ อยา่ งดี ไมร่ ู้สึก______________(รัง – เกยี ด) แต่อยา่ งใด
ในระยะหลงั เริม่ ดขี นึ้ ไพรวลั ยใ์ ห้สัญญากับหลวงตาด้วย______________(เกยี ด)
ของลูกผชู้ ายว่า จะปรบั ปรุงตวั ให้ดขี ้ึน ทกุ ตอนเย็นขณะทีห่ ลวงตา______________
(ทำ – วดั ) เขาจะช่วยงานทกุ อย่างจนเป็น______________(กดิ – จะ – วัด)

เมอื่ เช้านี้เอง ไพรวลั ย์บอกกบั เถ้าแกว่ ่า เขาจะ______________(บวด)
เพอ่ื ทดแทนคุณของบดิ า เถา้ แกด่ ีใจมาก รบี สั่งให้แม่ครวั ทำ____________
(แกง – บวด) เพอื่ เลย้ี งฉลอง

น้อง ๆ จำไว้นะคะ การปฏบิ ตั ติ นเป็นคนดี เป็นสง่ิ ที่ควรกระทำ
พอ่ แมจ่ ะสุขใจและนอนตายตาหลับ

๔๑

แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะชดุ ที่ ๖

คำส่ัง เขยี นคำจากคำอา่ นท่ีกำหนดให้ในชอ่ งว่างใหถ้ กู ตอ้ ง

ตวั อยา่ ง ขอ้ ๐. ฉนั มี ____ค_ว_า_ม_ส__ขุ _____(ความ – สกุ )
ข้อ ๐. ในทกุ _____ว_นั _ศ_กุ _ร_์ _____(วัน – สุก)

๑. ท่หี มู่บา้ น_____________(จดั – สัน)
มีงานเล้ียง_____________(สงั – สัน)

๒. ในงาน_____________(กา – ชาด)
มีการขาย_____________(ธง – ชาด)

๓. เกดิ ความ_____________(สูน – เสีย)
จากนำ้ ท่วมบริเวณ_____________(สูน – กลาง) เมอื ง

๔. สตั ว์ปา่ ม_ี ____________(คุน – ค่า)
อย่า_____________(เขน่ – ค่า) หรือทำลาย

๕. สุนัข_____________(กระ – โจน)
เข้ากดั _____________(โจน) ผรู้ ้ายท่ยี ่องเข้ามาในบ้าน

๖. _____________(พกั – พวก) ของเขา
กำลังนอนหลบั _____________(พกั – ผอ่ น)

แบบฝกึ เสรมิ ทักษะชดุ ท่ี ๗ ๔๒
คำส่ัง เตมิ คำทกี่ ำหนดให้ในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้อง
ตัวอยา่ ง ข้อ ๐. นอ้ งของฉัน_____ว_า่ _ย_น_า้____ เก่งมาก ว่ายนา้ ไหวน้ า้

๑. เดก็ ๆ ควรมคี วาม__________ตอ่ ทกุ คน ซ่ือสตั ว์ ซอ่ื สตั ย์

๒. พาย_ุ _________พดั ถล่มทางตอนใตข้ องทวีปเอเชยี ใตฝ้ ่นุ ไตฝ้ ่นุ

๓. ท่ีชายหาดมีหอยทะเลทีม่ ี__________สวยงาม สสี รรค์ สีสนั

๔. ผคู้ นหาย__________ไปหลายคนเมือ่ เกดิ วาตภยั สาบสญู สาบศนู ย์

๕. พระองค์ใช_้ _________ตอ่ สู้กับศตั รู พระขรรค์ พระขณั ฑ์

๔๓

๖. _____________ปใี หมน่ ี้ ทุกคนคงจะมีความสุข เทศการ เทศกาล

๗. ปา่ _____________ไดร้ บั การดแู ลจากนักอนรุ ักษ์ เสอื่ มโทรม เส่ือมโซม

๘. รัฐมนตรีให_้ ____________นักขา่ ว เมอื่ เช้านี้ สมั ภาษณ์ สมั ภาษ

๙. รฐั บาล_________________ราคาสินค้า แซกแซง แทรกแซง

๑๐. ปีนมี้ ีการแขง่ ขนั __________________นานาชาติ หนุ่ ยนต์ หนุ่ ยนตร์

ตอนท่ี ๓
แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะทางภาษา ส่วนท่ี ๒

๔๕

แบบฝึกเสริมทกั ษะทางภาษา สว่ นท่ี ๒
เรอ่ื งท่ี ๓ คำพ้อง

คำสั่ง พิจารณากิจกรรมเสนอแนะที่กำหนดให้
แลว้ มอบหมายให้นักเรียนทำตามจุดประสงค์ท่ตี ้องการวัด

ที่ กิจกรรมเสนอแนะ จดุ มุง่ หมาย
๑. อา่ นออกเสียงบทกลอน - วัดทักษะการอา่ น

“คำกลอนสอนคำพอ้ ง” หรอื บทกลอน - วดั ทกั ษะการเขียน
“คำพ้องเสียง หมวด ข ค” - วัดทักษะการเขียน
๒. เขยี นคำพอ้ งและความหมายจาก
บทกลอนทอ่ี า่ น ๒๐ คำ
๓. แตง่ ประโยคจากคำพอ้ ง ประเภทละ
๑๐ ประโยค

๔๖

บทกลอน “บทกลอนสอนคำพ้อง”

ภาษาไทยเรานี้มเี อกลกั ษณ์ ท่ีประจกั ษค์ ำพ้องเสียงสำเนยี งเหมอื นอ่าน
พ้องกันต่างความหมายอย่าลมื เลือน ถ้าพอ้ งรปู สะกดเหมือนอ่านต่างกนั
วันน้ขี อสง่ กลอนสอนพ้องเสียง เอาคำเหมอื นมาเรยี บเรยี งเปน็ สสี ัน
ให้เด่นชดั ต่างความหมายใช้จำนรรจ์ อยา่ สับสนปนกันผดิ ความนา
คำวา่ “กนั ” คอื กัน้ หรอื บังไว้ “กันต์” นั้นไซรต้ ัดใหโ้ ล้นโกนเกศา
“กณั ฐ”์ คอื คอ “ทศกณั ฑ์” เจา้ ลงกา “กัณห”์ น้นั หนาแปลว่าดำจำใหด้ ี
พระท่านเทศน์ “กณั ฑ”์ กุมารทุกวันพระ “กันย”์ หญงิ งามนัน้ ควรจะมีศกั ด์ศิ รี
ชั่วกปั “กัลป”์ ไมค่ ลายรักสักนาที สรา้ ง “กรรม”์ ดีมคี ุณธรรมประจำใจ
“กรรณ” คอื หูฟังสารตามหนา้ ท่ี “กันแสง” มีความหมายว่า
ร้องไห้“กรรแสง” นั้นแปลวา่ ผ้าสไบ หรอื ส่งเสียงกใ็ ชไ้ ด้คำเดียวกนั
จบคำพ้องเสียง “กัน” ในวันน้ี หวังช่วยช้ีใช้ถูกแน่ไมแ่ ปรผัน
เรอื่ งพอ้ งเสียงดคู วามหมายเป็นสำคญั บรบิ ทรอบขา้ งนั้นจะบอกความ
หมนั่ สังเกตกำหนดจดจำไว้ ภาษาไทยของเราชาวสยาม
ใช้ถูกต้องสนองคณุ พอ่ ขุนราม แสนงดงามภมู ิปัญญาภาษาไทย

KARN TV. โลกแห่งการเรียนรู้ของเด็ก. (ออนไลน)์
สืบค้นจาก : http://www.karn.tv [6 กรกฎาคม 2552]


Click to View FlipBook Version