แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะทางภาษา
ชุด ร้รู ักษห์ ลักภาษาไทย
เรอ่ื ง
นางละไม ฝั่งชลจิตต์
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ชำนาญการพเิ ศษ
โรงเรียนวดั พรหมโลก อำเภอพรหมครี ี
สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต ๔
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
แบบฝึกเสรมิ ทักษะทางภาษา ชดุ ร้รู กั ษ์หลกั ภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕
เร่อื งท่ี ๒ คำนาม
นางละไม ฝั่งชลจติ ต์
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนวดั พรหมโลก อำเภอพรหมคีรี
สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราช เขต ๔
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
ก
คำนำ
แบบฝึกเสริมทักษะทางภาษา ชุด รู้รักษ์หลักภาษาไทย เร่ืองที่ ๒ คำนาม จัดทำ
ข้ึนเพ่ือเป็นเอกสารเสริมการเรียนรู้ ใช้ควบคู่กับส่ือประสมท่ีเป็นโปรแกรมบทเรียน
คอมพิวเตอร์หรือจะปรับใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสม
ภายในเอกสารให้รายละเอียดเกี่ยวกับท่ีมาและความสำคัญของการจัดทำแบบฝึกเสริมทักษะ
ทางภาษา จุดมุ่งหมายในการนำไปใช้ แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบฝึกเสริมทักษะ
จำนวน ๖ ชุด ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเล่มนี้ได้ด้วยตนเองทั้งใน
และนอกเวลาเรียน
ขอขอบคุณผู้เช่ียวชาญ ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการโรงเรียนและเพื่อนครูที่ให้
แนวคิด ให้ความร่วมมือในการพัฒนา ขอขอบใจนักเรียนทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการ
จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใชส้ ื่อประสม ชดุ รรู้ ักษห์ ลักภาษาไทย
หวงั เป็นอย่างยงิ่ ว่า แบบฝึกทกั ษะทางภาษาเลม่ น้ี จะมีประโยชน์ตอ่ นักเรยี นและ
ครผู สู้ อน ในการนำไปใช้พัฒนาการเรยี นการสอนเพอื่ พัฒนาคุณภาพผู้เรยี นต่อไป
ละไม ฝ่งั ชลจติ ต์
ข
สารบญั หน้า
เรื่อง ก
ข
คำนำ……………………………………………………………………….………………………..….. ๑
สารบญั …………………………………………………………………….…………………..……….. ๒
๓
คำชแ้ี จงการใช้สำหรบั นกั เรยี น................................................................ ๙
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้..............................................................................
แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน....................................................... ๑๗
ตอนท่ี ๑ เนื้อหาสาระ....................................................................................... ๑๙
ตอนที่ ๒ แบบฝึกเสริมทกั ษะทางภาษา สว่ นท่ี ๑ ๒๑
แบบฝึกเสรมิ ทักษะชดุ ท่ี ๑........................................................................ ๒๓
แบบฝกึ เสริมทักษะชุดท่ี ๒........................................................................ ๒๔
แบบฝึกเสริมทักษะชุดที่ ๓........................................................................ ๒๕
แบบฝกึ เสริมทักษะชดุ ที่ ๔........................................................................
แบบฝกึ เสริมทกั ษะชดุ ท่ี ๕........................................................................ ๒๗
แบบฝึกเสรมิ ทักษะชดุ ท่ี ๖........................................................................ ๔๐
ตอนที่ ๓ แบบฝึกเสริมทกั ษะทางภาษา ส่วนท่ี ๒
กจิ กรรมเสนอแนะท่ี ๑ – ๒ .....................................................................
บรรณานกุ รม.......................................................................................................
๑
คำชี้แจงการใช้สำหรับนักเรยี น
แบบฝึกเสริมทักษะทางภาษาเล่มน้ี ใช้ควบคู่การเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียน
คอมพวิ เตอร์ มคี ำชแ้ี จงการใชส้ ำหรับนกั เรยี นดังน้ี
๑. อ่านเน้ือหาบทเรียนในแบบฝึกเสริมทักษะทางภาษามาล่วงหน้าก่อนเรียนทุก
ครงั้
๒. เรียนรู้เนื้อหาและทำแบบฝึกเสริมทักษะจากโปรแกรมบทเรียนคอมพิวเตอร์
ใหค้ รบถ้วนดว้ ยความตั้งใจในชัว่ โมงเรยี น
๓. บันทึกคะแนนท่ีได้จากการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนคอมพิวเตอร์
ลงในตารางบันทกึ คะแนน (เอกสารภาระงานในการเรยี นรู)้ และนำสง่ ครู
๔. ครูพิจารณาพฤติกรรมการเรียน คะแนนท่ีได้จากการเรียนของนักเรียน
แล้วมอบหมายให้นักเรียนทำกิจกรรมเพิ่มเติมในแบบฝึกเสริมทักษะทางภาษา โดยนักเรียน
บางคนอาจจะทำเฉพาะแบบฝึกเสริมทักษะ ส่วนท่ี ๒ ในขณะที่นกั เรียนบางคนอาจต้องทำ
ทบทวนแบบฝึกเสรมิ ทักษะ สว่ นที่ ๑ ดว้ ย
๕. นักเรียนทำแบบฝึกเสริมทักษะทางภาษาที่ได้รับมอบหมายด้วยความต้ังใจ
๖. หม่ันฝึกฝนเรียนรู้เพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาให้
ก้าวหนา้ ต่อไป
๒
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
หลังจากเรียนจบบทเรียนแลว้ นกั เรียนควรมีความร้คู วามสามารถดงั น้ี
๑. บอกความหมายของคำนามประเภทต่าง ๆ ได้ (K)
๒. จำแนกคำท่ีกำหนดให้เปน็ คำนามประเภทต่าง ๆ ได้ (P)
๓. เหน็ ความสำคัญของคำนามและนำไปใช้ได้ถูกต้อง (A)
๓
แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน
เรื่องที่ ๒ คำนาม
คำชีแ้ จง ๑. แบบทดสอบมที ้งั หมด ๒๐ ขอ้
๒. เลอื กคำตอบท่ีถูกต้องท่สี ดุ เพียงคำตอบเดยี ว
แล้วทำเครอ่ื งหมาย ลงในกระดาษคำตอบ
๑. คำนามทีใ่ ชเ้ รียกช่อื เฉพาะของคน สตั ว์ สิง่ ของ สถานท่ี โดยระบุชือ่ ลงไป
เปน็ คำนามประเภทใด
ก. สมหุ นาม
ข. ลกั ษณนาม
ค. สามานยนาม
ง. วิสามานยนาม
๒. คำนามทีแ่ สดงอาการ มักมคี ำวา่ “การ” หรือ “ความ” นำหน้าคำกรยิ า
หรอื คำวเิ ศษณเ์ ปน็ คำนามประเภทใด
ก. สมหุ นาม
ข. ลักษณนาม
ค. อาการนาม
ง. วิสามานยนาม
๔
๓. คำนามท่ีใชเ้ รียกชื่อสิง่ ตา่ ง ๆ โดยท่ัวไป ไมร่ ะบชุ ่ือหรือไมช่ ีเ้ ฉพาะ
เปน็ คำนามประเภทใด
ก. สมหุ นาม
ข. ลกั ษณนาม
ค. สามานยนาม
ง. วิสามานยนาม
๔. ข้อใดมีคำวสิ ามานยนาม
ก. นกั เรยี นมาโรงเรียนทกุ วนั
ข. หลายบรษิ ัทใชเ้ รือในการขนส่งสนิ ค้า
ค. บรษิ ทั ประกนั ภยั จา่ ยค่าสนิ ไหมใหก้ ับลกู คา้
ง. สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ เปน็ กษัตรยิ ค์ รองกรุงธนบุรี
๕. คำในขอ้ ใดเป็นสามานยนามทกุ คำ
ก. ภูเขา ป่าไม้ แมน่ ำ้
ข. ตราด ตรัง ราชบรุ ี
ค. ไทย เกาหลี ญี่ปุ่น
ง. ธงไชย สเิ รยี ม คาราบาว
๖. คำทีข่ ีดเสน้ ใตใ้ นข้อใดเปน็ คำอาการนาม
ก. วนั นม้ี กี ารอบรมเรือ่ งเศรษฐกจิ พอเพียง
ข. พ่อของฉนั ทำงานท่ีการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค
ค. นอ้ งทำการบา้ นหลงั รับประทานอาหารเย็น
ง. การเมอื งในปัจจุบนั เป็นสาเหตุหนง่ึ ของปัญหาในสงั คม
๕
๗. “สุนทรภู่ แต่งเรือ่ งพระอภยั มณี โคบตุ ร พระไชยสรุ ิยา ลกั ษณวงศ์ ฯลฯ”
จากข้อความเป็นการใช้คำนามประเภทใด
ก. สมุหนาม
ข. อาการนาม
ค. สามานยนาม
ง. วิสามานยนาม
๘. คำทข่ี ีดเส้นใตใ้ นขอ้ ใดแตกตา่ งจากขอ้ อื่น
ก. ฝงู หมาปา่ ออกล่าเหย่อื
ข. ใครเป็นเจ้าของแหวนวงนี้
ค. ข้าวโพดฝักน้นั ใหญม่ ากจริง ๆ
ง. เจา้ หน้าท่ีคณะน้ีประกอบด้วยผทู้ รงคุณวุฒิ
๙. คำในข้อใดเป็นสมหุ นามไดท้ ุกคำ
ก. เลา พวง เสน้
ข. โขลง กอง เหล่า
ค. คณะ ถนน แม่น้ำ
ง. ฝงู โรงเรยี น วิทยาลัย
๑๐. คำทีข่ ีดเสน้ ใตใ้ นข้อใดแตกต่างจากข้ออ่ืน
ก. ภารโรงปลูกต้นไม้
ข. บุรุษไปรษณยี ม์ าสง่ จดหมาย
ค. นักเรยี นออกกำลังกายในตอนเชา้
ง. สนุ ันท์ขับรถชนสนุ ัขได้รบั บาดเจบ็
๖
๑๑. คำที่ขีดเสน้ ใตใ้ นข้อใดแตกตา่ งจากข้ออ่นื
ก. ประเทศไทยต้ังอยใู่ นทวปี เอเชีย
ข. นกั วิทยาศาสตร์พึงพอใจกบั ผลการทดลอง
ค. กรุงเทพมหานครประสบปญั หาน้ำทว่ มขงั ในฤดูฝน
ง. เดือนมนี าคมจะมีการบรรยายเรื่องภาวะโลกรอ้ น
๑๒. คำทขี่ ีดเส้นใต้ในขอ้ ใดแตกตา่ งจากข้ออืน่
ก. นาฬกิ าเรือนนัน้ สวยจริง ๆ
ข. ไก่หลายฝูงตายด้วยโรคไข้หวัดนก
ค. กองทหารม้ากำลงั ทำพิธีสวนสนาม
ง. มกี ารพยากรณว์ ่าฝนจะตกหลายหา่ ในโลกมนุษย์
๑๓. “ฝูงนกหลายฝงู อพยพหนีความหนาวเย็น”
คำท่ขี ีดเสน้ ใตใ้ นขอ้ ใด เปน็ คำนามเหมือนกบั ท่ีให้มาตามลำดบั
ก. แม่มวี วั ๑ ฝงู และควาย ๑ ฝงู
ข. กองลกู เสือช่วยกันขนกองขยะ
ค. คณะสงฆ์เดนิ ทางไปลงั กาหลายคณะ
ง. คณะครนู ำคณะนักเรียนเดนิ ทางไปทัศนศึกษา
๑๔. “สุนัขมคี วามซอ่ื สัตย์ตอ่ เจ้าของ”
คำที่ขีดเสน้ ใต้ในข้อใด เปน็ คำนามเหมือนกับที่ให้มาตามลำดับ
ก. คุณพ่อมีเลื่อยหลายปืน้
ข. ฉันอา่ นหนังสอื แลว้ มีความสขุ
ค. ธงชยั มคี วามเมตตาตอ่ ผ้อู น่ื เสมอ
ง. คณะอาจารย์เดนิ ทางไปต่างประเทศ
๗
๑๕. “คณุ ปูซ่ อื้ แห ๑ ปาก ซอ ๑ คนั และ ขลยุ่ ๑ เลา”
จากขอ้ ความ เปน็ การนำคำนามชนดิ ใดไปใช้
ก. ลกั ษณนาม
ข. สมหุ นาม
ค. สามานยนาม
ง. วสิ ามานยนาม
๑๖.ขอ้ ใดใชล้ ักษณนามเหมอื นกนั ทุกคำ
ก. เทยี น เขม็ ช้อน
ข. หนงั สือ สมุด รถ
ค. ดนตรี แหวน ประตู
ง. ภกิ ษุ สามเณร รูปภาพ
๑๗. ขอ้ ใดใช้ลักษณนามไม่ถูกต้อง
ก. ช้อนคนั นส้ี ลักลวดลายไดส้ วยงาม
ข. พระฉายาลกั ษณ์รูปน้ีดดู ีมีคุณคา่
ค. แมซ่ ื้อมุง้ หน่งึ หลังมาจากตลาดใกล้บ้าน
ง. ทีส่ วนสตั ว์มชี ้างหลายเชือกให้นกั ทอ่ งเทย่ี วชม
๑๘. ข้อใดใช้คำนามไม่ถูกตอ้ ง
ก. เจ้าหน้าท่หี ลายหมูม่ าเยีย่ มโรงเรียน
ข. กองลกู เสอื ทำพิธรี าชสดดุ ีในหอประชมุ
ค. คณะรัฐบาลส่งกำลังทหารสชู่ ายแดนภาคใต้
ง. คณะกรรมการการเลือกตัง้ กำลงั ประชุมเตรียมเลือกตงั้
๘
๑๙. ข้อใดใช้ลกั ษณนามไม่ถกู ต้อง
ก. ฉันไดร้ บั จดหมาย ๒ ฉบับ
ข. พอ่ มพี ระพทุ ธรูปหลายองค์
ค. ละครเร่ืองน้ีมฤี าษีสองรูป
ง. แมซ่ ื้อไม้กวาดดอกหญา้ มา ๒ อนั
๒๐. ข้อความใดใชค้ ำไดถ้ ูกตอ้ งทีส่ ดุ
ก. ความโลภกอ่ ให้เกดิ การทุกขต์ ามมา
ข. คนเราตอ้ งหม่ันทำความดลี ะเวน้ ความช่ัว
ค. ความอดทนเป็นหนทางแหง่ การสำเรจ็ ในชวี ิต
ง. การอยรู่ ่วมกันตอ้ งอาศยั การรักและการสามัคคี
๙
ตอนที่ ๑ เนอื้ หาสาระ
ความสาคญั ของคานาม
คำนำมเป็นคำไทยชนิดหนึ่งในจำนวนคำไทย ๗ ชนิด ซ่งึ คำไทย
แต่ละชนิด จะมีลักษณะและหน้ำท่ีแตกต่ำงกันออกไป กำรเรียนรูเ้ รื่อง
คำนำมจะช่วยให้เกิดควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำคำไปสรำ้ งประโยค
เพ่ือกำรสื่อสำรไดต้ รงตำมวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีตอ้ งกำร เป็นประโยชนต์ ่อกำรเรียน
ในระดบั ท่สี งู ขนึ้ ตอ่ ไป
๑๐
คานาม
ความหมายของคำนาม
คำนาม คือ คำสำหรับเรียกคน สตั ว์ ส่งิ ของ ธรรมชาติ สถานทต่ี า่ ง ๆ
ทัง้ ท่เี ป็นรูปธรรม และนามธรรม เช่น
- คน ไดแ้ ก่ ครู นกั เรยี น ตำรวจ หมอ พยาบาล เจ้านาย สมหมาย ฯลฯ
- สตั ว์ ได้แก่ เตา่ แมว กระต่าย นก หา่ น เจ้าตบู แพนดา้ ฯลฯ
- สง่ิ ของ ได้แก่ มดี กรรไกร หม้อ กระทะ เตยี งนอน แกว้ น้ำ ฯลฯ
- ธรรมชาติ ได้แก่ ฤดรู ้อน ฝน เมฆ ภูเขา ต้นไม้ แมน่ ำ้ ลม ฯลฯ
- สถานที่ ได้แก่ โรงเรียน โรงพยาบาล บ้าน สำนักงาน ห้องเรยี น ฯลฯ
ประเภทของคำนาม
คำนามแบ่งออกเปน็ ๕ ประเภท ดังนี้
๑) สามานยนาม (สา – มาน – ยะ – นาม) หรอื คำนามทั่วไป
๒) วิสามานยนาม (วิ – สา – มาน – ยะ – นาม) หรือ คำนามชี้เฉพาะ
๓) สมุหนาม (สะ – หมุ – หะ – นาม) หรือ คำนามบอกหมวดหมู่
๔) ลักษณนาม (ลัก – สะ – หนะ – นาม) หรือ คำนามบอกลักษณะ
๕) อาการนาม (อา – กา – ระ – นาม) หรือ คำนามบอกอาการ
๑๑
ประเภทของคานาม
๑. สามานยนาม
สามานยนาม คอื คำสำหรบั เรียกคน สัตว์ ส่งิ ของ ธรรมชาติ
สถานท่ีตา่ ง ๆ ทัง้ ท่ีเป็นรูปธรรมและนามธรรม เชน่
๑) นักเรียนมาโรงเรยี น
๒) ป่าไม้เปน็ ทอี่ ยู่อาศัยของสัตว์
๓) แมค่ ้าขายของที่ตลาด
๔) หนังสอื อยใู่ นกระเป๋า
๕) คนงานขนสนิ ค้าเก็บในร้านค้า
ขอ้ สังเกต : สามานยนามจะเปน็ คำนามไม่ระบุช่ือ
๒. วิสามานยนาม
วสิ ามานยนาม คือ คำนามท่เี ป็นช่ือเฉพาะของ คน สัตว์ สถานท่ี สิ่งของ
ต่าง ๆ ใชส้ ำหรับเรียกชีเ้ ฉพาะลงไปว่า เปน็ ใคร หรืออะไร เช่น
๑) สมศรีมาโรงเรียนแต่เช้า
๒) สุนทรภู่เปน็ กวีเอกทีม่ ีช่อื เสยี ง
๓) น้องชอบดภู าพยนตร์ก้านกล้วย
๔) รามเกียรติ์เปน็ วรรณคดีทสี่ ำคญั เรื่องหนึ่ง
๕) ภูเกต็ เปน็ เกาะขนาดใหญ่ในประเทศไทย
ข้อสงั เกต : วิสามานยนามจะเป็นคำนามทรี่ ะบุช่ือ
๑๒
ประเภทของคานาม
๓. สมหุ นาม
สมุหนาม คอื คำนามท่ีทำหน้าที่แสดงหมวดหมู่ของสามานยนาม
และวสิ ามานยนาม เชน่
๑) คณะผปู้ ระเมินกำลังเยย่ี มชมโรงเรียน
๒) โขลงชา้ งหากนิ ในปา่ อันอดุ มสมบูรณ์
๓) กองทหารเขา้ ประจำการท่ชี ายแดน
๔) ฝงู ปลานอ้ ยใหญ่แหวกวา่ ยในลำธาร
๕) กองลกู เสอื เตรียมการเดินทางไกล
ข้อสังเกต : สมุหนามมักวางอยูห่ นา้ คำนามเมือ่ พดู หรือแต่งประโยค
๔. อาการนาม
อาการนาม คือ คำนามท่ีเกดิ จากคำกรยิ า หรือคำวิเศษณ์
ท่มี ีคำ “การ” หรือ “ความ” นำหน้า เช่น
๑) การพกั ผ่อนช่วยใหส้ ขุ ภาพจติ ของคนเราดขี ้ึน
๒) ความรกั ความเข้าใจคือเกราะคมุ้ กันภัยให้ครอบครวั
๓) การอ่านหนงั สือเป็นการใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์
๔) ความสามคั คเี ปน็ ส่ิงสำคัญทข่ี าดไม่ได้ในสังคมของเรา
๕) การออกกำลังกายสม่ำเสมอชว่ ยให้สุขภาพของเราแขง็ แรง
๑๓
การใช้ “การ” และ “ความ”
คำ “การ” และ “ความ” มขี อ้ สงั เกตในการใชด้ ังนี้
“การ” มักใช้นำหน้าคำกริยาท่แี สดงความเป็นไปทางกายและวาจา เช่น
การยืน การเดิน การน่ัง การนอน การว่ิง การกิน การดม่ื ฯลฯ
“ความ” มขี ้อสังเกตในการใชด้ งั นี้
๑) ใชน้ ำหน้าคำกริยาทีแ่ สดงความเป็นไปทางจติ ใจ หรือ คำทีแ่ สดงความ
นกึ คิดทางนามธรรม เชน่ ความคิด ความเข้าใจ ความเจรญิ ความตาย
ความรัก ฯลฯ
๒) ใชน้ ำหน้าคำวิเศษณ์ เช่น ความดี ความชว่ั ความเรว็ ความสวย
ความงาม ความถ่ี ความหรหู รา ฯลฯ
ข้อสังเกต
การบ้าน การเรอื น การไฟฟ้า การสงคราม การเมือง การคลัง
การประปา การพาณชิ ย์ การศึกษา การศกึ ความแพ่ง ความอาญา ฯลฯ
คำท่ีมี “การ” และ “ความ” นำหน้าดงั ตัวอย่างท่ีกล่าวมาน้ี ไมเ่ ปน็ อาการนาม
แตเ่ ปน็ สามานยนาม
๑๔
ตัวอย่างคาลกั ษณนาม
๕. ลักษณนาม
ลักษณนาม คือ คำนามท่ที ำหนา้ ทป่ี ระกอบนามอนื่ เพอ่ื แสดงรปู ลกั ษณะ
ขนาด หรอื ปรมิ าณของนามนนั้ ๆ ใหช้ ัดเจนย่ิงขึ้น เช่น
๑) คณุ ครมู หี นังสือหลายเลม่
๒) น้องซื้อแหวนสองวง
๓) หน้าตา่ งหลายบานชำรดุ
๔) แม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกนั
๕) แม่มีร่มสามคัน
ข้อสังเกต : คำลกั ษณนามมักวางอยหู่ ลังคำนามหรอื หลงั จำนวนของคำนาม
๑๕
ตัวอยา่ งคาลักษณนาม
คำลักษณนามทค่ี วรทราบมีดังน้ี
คำลักษณนาม คำนาม
พระองค์
องค์ พระพุทธเจา้ พระเจ้าแผ่นดิน และพระราชวงศช์ ้ันสงู
พระพทุ ธรปู เจดีย์ พระประธาน พระโกศ พระเกีย้ ว
รปู พระฉายาลกั ษณ์ พระสาทสิ ลกั ษณ์ พระบรมราโชวาท
เลา พระราชดำรสั พระราชสาสน์
ปน้ื ภกิ ษุ สามเณร นักบวชต่าง ๆ รปู ภาพ
เรอื น
เล่ม ปี่ ขล่ยุ
เชือก เลื่อย
สาย นาฬิกา
คัน หนังสอื เกวยี น อาวุธต่าง ๆ เทียน เขม็ สวิ่
ชา้ งบ้าน (ช้างปา่ เรียก ตัว , ช้างหลวง เรียก ช้าง)
ฉบบั ของเปน็ ทางยาว เชน่ แมน่ ้ำ ถนน ทาง ลำน้ำ
ตน ของท่มี สี ่วนสำหรบั ถอื เช่น รม่ ฉตั ร ไถ รถ ธนู หน้าไม้
ตัว เกาทณั ฑ์ ชอ้ นสอ้ ม ซอ
บาน จดหมาย หนงั สอื ราชการ
ปาก ยักษ์ ภตู ผีปศิ าจ เปรต ฤาษี วิทยาธร
ตับ โตะ๊ เกา้ อี้ ม้าน่งั ตะปู ปากกา ต๊กุ ตา ฯลฯ
กระบอก ของเป็นแผ่นที่มกี รอบ เช่น ประตู หน้าตา่ ง กระจกเงา กรอบรูป
เครื่องดกั สัตวม์ รี ปู ปากกวา้ ง เช่น แห อวน สวงิ โพงพาง
ของทท่ี ำให้ตดิ เรยี งกนั เปน็ พดื เชน่ จาก พลุ ปลาย่าง
ของกลมยาวแตก่ ลวง เช่น ไม้ไผ่ ปนื ขา้ วหลาม
๑๖
ตอนท่ี ๒
แบบฝึกเสรมิ ทักษะทางภาษา ส่วนที่ ๑
๑๗
แบบฝกึ เสริมทกั ษะชดุ ที่ ๑
คำสงั่ คำท่ขี ีดเส้นใตเ้ ปน็ คำนามประเภทใด
วงกลมรอบตวั อักษรกำกับตวั เลือก ท่สี อดคลอ้ งกับคำทข่ี ดี เส้นใต้
ตวั อยา่ ง ข้อ ๐. ฉนั มีปากกา ๒ ด้าม
วิธตี อบ ก. ข. ค. ง.
สมหุ นำม ลกั ษณนำม
สำมำนยนำม วิสำมำนยนำม
๑. ทบี่ า้ นฉนั มมี ุง้ สามหลงั ค. ง.
ก. ข. สมหคุ .นำม ลกั ษณง. นำม
สำมำนกย. นำม วสิ ำมำขน.ยนำม ค. ง.
สมหุ คน. ำม ลกั ษณง.นำม
๒. เราควรรับประทานผลไม้เป็นประจำ
ก. ข. ง.
ลกั ษณง. นำม
สำมำนกย.นำม วสิ ำมำนขย. นำม
ง.
๓ พ่อแมเ่ อาใจใสด่ ูแลลกู ด้วยความรัก ค. ลกั ษณง.นำม
ก. ข. อำกคำร. นำม
สำมำนกย. นำม วิสำมำขน.ยนำม
๔. นางสดี าเป็นตวั ละครท่สี วยมาก ค.
ก. ข. สมหุคน. ำม
สำมำนกย. นำม วิสำมำขน.ยนำม
๕. เหลา่ ประชาชนชว่ ยกนั ปลูกตน้ ไม้ ๑๘
ก. ข. ค. ง.
สำมำนยนำม สมหุ นำม วสิ ำมำนยนำม ลกั ษณนำม
๖. วรรณคดีมีคณุ ค่าต่อการศึกษา สมหุคคน.. ำม ลกั ษณงง..นำม
สำมำนกกย..นำม วิสำมำขนข.ย. นำม
๗. เจ้าภาพฟตุ บอลโลกปี ๒๐๐๖ คือประเทศเยอรมนั
ก. ข. ค. ง.
สำมำนยนำม สมหุ นำม วิสำมำนยนำม ลกั ษณนำม
๘. นกหลายฝูงกำลังอพยพหนีภัยแล้ง ค. ง.
สมหุ นำม ลกั ษณนำม
ก. ข.
สำมำนยนำม วสิ ำมำนยนำม
๙. ความซ่อื สัตย์เป็นสมบัตขิ องคนดี
ก. ข. ค. ง.
อำกำรนำม วสิ ำมำนยนำม สมหุ นำม ลกั ษณนำม
๑๐. ฐานตึกคอื อิฐ ฐานชวี ิตคอื การศึกษา ง.
อำกำรนำม
ก. ข. ค.
สำมำนยนำม ลกั ษณนำม สมหุ นำม
๑๙
แบบฝึกเสริมทักษะชดุ ท่ี ๒
คำส่ัง ทำเครื่องหมาย ทบั คำที่เหมาะสม ทีจ่ ะนำไปเตมิ ในชอ่ งวา่ ง
ตัวอย่าง ขอ้ ๐. โรงเรยี นหลาย______ตง้ั อยใู่ นเขตชนบท
วธิ ีตอบ โรงเรยี น ท่ี หลงั โรง
๑. ในป่าใหญ่__________ช้างกำลงั หากนิ หมู่
โขลง ฝงู กอง
๒. __________ครกู ำลังประชุมอย่ใู นห้องประชมุ หมู่
กลมุ่ คณะ เหลำ่
๓. ตกเยน็ แลว้ __________นกกาตา่ งก็บินกลับรงั กอง
โขลง ฝงู กลมุ่
๔. __________กาชาดออกช่วยเหลือผู้ประสบอทุ กภัย
หมู่ กลมุ่ เหลำ่ กอง
๕. __________ลกู เสอื กำลังปิดประชมุ กองหนา้ เสาธง
กลมุ่ หมู่ กอง คณะ
๒๐
๖. __________โจรออกอาละวาดปล้นสะดมราษฎร
คณะ ฝงู หมู่ กอง
๗. __________รฐั มนตรจี ัดประชุมสญั จรทุกเดอื น เหลำ่
คณะ กลมุ่ กอง
๘. __________สัจจะออมทรัพยก์ ำลงั ประชุม หมู่
กอง กลมุ่ เหลำ่
๙. __________ผ้ึงกำลงั ดอมดมดอกบวั ในบึงใหญ่ ฝงู
โขลง กลมุ่ กอง
๑๐. __________กรรมการจัดงานเตรยี มเปิดงานในวนั น้ี หมู่
กอง กลมุ่ คณะ
๒๑
แบบฝกึ เสรมิ ทักษะชดุ ท่ี ๓
คำสัง่ คำทขี่ ดี เส้นใตเ้ ป็นคำนามชนดิ ใด
กาเครือ่ งหมาย ในวงกลมหน้าคำตอบให้ถูกต้อง
ตัวอยา่ ง ขอ้ ๐. หน้าต่างหลายบานชำรดุ
วธิ ีตอบ สมหุ นำม ลกั ษณนำม
๑. กรุงเทพฯ เปน็ เมืองหลวงของประเทศไทย วสิ ำมำนยนำม
สำมำนยนำม
๒. คนเราต้องมีความรู้คคู่ ณุ ธรรม อำกำรนำม
สมหุ นำม สมหุ นำม
สมหุ นำม
๓. ฝูงปลาว่ายวนเวยี นไปมาอยใู่ นนำ้
ลกั ษณนำม
๔. ธูปหลายดอกถูกมดั รวมอยู่ในกล่อง
ลกั ษณนำม
๒๒
๕. โรงเรียนได้รับบริจาคนาฬิกามาหลายเรือน สมหุ นำม
ลกั ษณนำม อำกำรนำม
๖. ความสามัคคีจะช่วยใหส้ ังคมเราอยู่รอด
สมหุ นำม
๗. คณะรฐั มนตรจี ดั ประชุมสัญจรในเดอื นหนา้ อำกำรนำม
สมหุ นำม
๘. มาเลเซียมีอาณาเขตตดิ ต่อกับภาคใตข้ องไทย
สำมำนยนำม วสิ ำมำนยนำม
๙. พระมหาชนกเป็นบทพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั
วสิ ำมำนยนำม สำมำนยนำม
๑๐. ผอู้ ำนวยการมปี ระชุมที่สำนกั งานในวันน้ี สำมำนยนำม
วิสำมำนยนำม
๒๓
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะชุดที่ ๔
คำสัง่ เขียนลักษณนามของคำนามที่กำหนดให้
ตวั อยา่ ง ขอ้ ๐. รม่ คนั
วิธีตอบข้อ ๐. รม่
๑. กตี าร์
๒. กฏุ ิ
๓. เกาทัณฑ์
๔. ครุฑ
๕. คฤหาสน์
๖. ฆอ้ ง
๗. งาชา้ ง
๘. เงือก
๙. จักรเย็บผ้า
๑๐. เจดยี ์
๒๔
แบบฝึกเสริมทกั ษะชุดท่ี ๕
คำส่ัง เขยี นคำลกั ษณนามของคำนามให้ถูกต้อง
ตัวอยา่ ง ขอ้ ๐. ช้อน คนั
วธิ ีตอบ ขอ้ ๐. ช้อน
๑. สามเณร
๒. นาฬิกา
๓. เกวยี น
๔. ฉตั ร
๕. ฤาษี
๖. กระจกเงา
๗. ซอ
๘. เล่อื ย
๙. ขล่ยุ
๑๐. สวิง
๒๕
แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะชดุ ที่ ๖
คำส่ัง เตมิ คำนามในช่องว่าง ให้สอดคลอ้ งกบั สำนวนท่ีกำหนดให้
ตัวอยา่ ง ข้อ ๐. สอน_____________ใหว้ า่ ยนำ้
วธิ ตี อบ ขอ้ ๐. สอน____จ_ร_ะ_เ_ข_้ ____ให้วา่ ยนำ้
๑. เรอื ล่มใน_____________ทองจะไปไหน
๒. กำแพงมีหู_____________มีตา
๓. เกลียดตัวกินไข่ เกลียด_____________กนิ นำ้ แกง
๔. เข้าเถอื่ นอย่าลมื _____________ ได้หน้าอย่าลมื หลงั
๕. สี่เทา้ ยังร้พู ลาด _____________ยังรู้พลงั้
๖. เจ้าไม่มศี าล _____________ไม่มวี ัด
๗. ฆา่ ควายเสยี ดาย_____________
๘. ปล่อยเสือเขา้ ป่า ปล่อย_____________ลงนำ้
๙. มะพร้าวตน่ื ดก _____________ตนื่ มี
๑๐.รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็น_____________
ตอนท่ี ๓
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะทางภาษา สว่ นท่ี ๒
๒๗
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะทางภาษา ส่วนที่ ๒
เรอื่ งท่ี ๒ คำนาม
คำสง่ั พจิ ารณากจิ กรรมเสนอแนะทก่ี ำหนดให้
แลว้ มอบหมายใหน้ ักเรียนทำตามจดุ ประสงค์ทีต่ อ้ งการวดั
ท่ี กจิ กรรมเสนอแนะ จดุ มงุ่ หมาย
๑. เขยี นแผนผังความคดิ สรุปความรู้ - วดั ทกั ษะการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน
(Mind mapping)
เรอ่ื ง “คำนาม”
๒. แตง่ ประโยคจากคำนามแต่ละ - วดั ทกั ษะการอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น
ประเภท ประเภทละ ๔ ประโยค
๒๘
ตวั อยา่ งแผนผงั ความคดิ เรอื่ ง “คำนาม”
คำสง่ั หลงั จากศกึ ษาโปรแกรมบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ เรือ่ ง คำนาม
ใหน้ กั เรียนสรุปความรู้ท่ไี ด้โดยใชแ้ ผนผงั ความคดิ ตามตัวอยา่ ง
หรือในรูปแบบทีน่ กั เรียนถนัด
คำนำม หมำยถงึ ...................................................
............................................................................
............................................................................
............................................................................
......... คำนำม
๑. ประเภทของคำนำม ๕.
๒. และตวั อย่ำง ๔.
คำนำม
๓.
บรรณานกุ รม
จนิ ตนา เวชาสวัสด์ิ. (๒๕๔๗). พจนานุกรมไทย ฉบบั ทนั สมยั . กรงุ เทพฯ :
วเี อ็ดบคุ๊ จำกดั .
เจอื สตะเวทิน. (๒๕๔๗). คำบรรยายภาษาไทยข้ันต้น. ของชุมนุมภาษาไทย
ของคุรุสภา. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ครุ สุ ภาลาดพร้าว.
นภิ าพรรณ ศรพี งษ์. (๒๕๔๘). ทกั ษะการใช้ภาษา. นครราชสมี า : มหาวทิ ยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสมี า.
พระยาอปุ กิตศลิ ปสาร. (๒๕๔๕). หลกั ภาษาไทย. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พไ์ ทยวัฒนา
พาณชิ .
วราภรณ์ บำรุงกลุ . (๒๕๔๒). อ่านถูก สะกดถูก คำ ความหมาย ประโยค.
กรุงเทพฯ : ตน้ อ้อ.
วชิ าการ, กรม กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๔๘). หนังสือเรียนสาระการเรยี นรู้
พื้นฐานชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต : ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖.
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพร้าว.
สวสั ดิ์ เรืองศรี. (๒๕๔๒). หลักภาษาไทย. โครงการตำราวชิ าการราชภฏั เฉลิม
พระเกียรติเนอ่ื งในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ทรงเจรญิ
พระชนมพรรษา ๖ รอบ กรงุ เทพฯ.
ประวัติผู้พฒั นา
นางละไม ฝัง่ ชลจติ ต์
ตำแหน่งครู วิทยฐานะชำนาญการพเิ ศษ
โรงเรียนวัดพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี
สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๔
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ความภาคภูมใิ จ ผลงานดีเด่น : รางวัลระดบั ประเทศ
พ.ศ. รางวัล หนว่ ยงาน
๒๕๖๔ เกยี รตบิ ตั รผบู้ ังคบั บญั ชาลูกเสือดีเด่น สำนักงานลกู เสือแห่งชาติ
ประจำปี ๒๕๖๔ สสส, สคล, รว่ มกับสำนักงานคณะกรรมการ
๒๕๖๓ เกียรติบัตรครดู ไี ม่มีอบายมขุ ประจำปี การศกึ ษาพนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั
การศึกษา ๒๕๖๓ นครศรธี รรมราช
๒๕๖๒ โลร่ างวัลศิษยเ์ กา่ ดีเด่นสาขาวชิ า หน่วยงานสำนกั งานคณะกรรมการส่งเสรมิ
สวัสดิการและสวัสดีภาพครแู ละบุคลากร
ประถมศกึ ษา เน่อื งในโอกาสวนั ครู ๒๕๖๒ ทางการศกึ าษ (สกสค)
๒๕๖๐ โลร่ างวลั ครดู ปี ชู นยี บคุ คล สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษา
ขนั้ พ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
๒๕๕๖ เกียรติบตั รครูผสู้ อนนักเรยี น รางวลั ระดับ
เหรยี ญเงนิ กิจกรรมการสรา้ งเกมสรา้ งสรรค์
จากคอมพิวเตอร์ ระดับช้นั ป.๔- ป.๖
พ.ศ. รางวัล หนว่ ยงาน
๒๕๕๖ เกียรตบิ ตั รจัดการเรยี นการสอนเพอ่ื ยกระดบั สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษา
ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน (O-NET) ชนั้ ขนั้ พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย เฉล่ยี สงู กว่ารอ้ ยละ ๕๐
๒๕๕๕ เกียรติบัตรครผู ู้สอนนักเรยี น รางวัลระดับ สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
เหรียญทอง รองชนะเลิศอนั ดบั ท่ี ๒ ขนั้ พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
กจิ กรรมเกมสร้างสรรค์จากคอมพิวเตอร์
ระดบั ชั้น ป.๔- ป.๖
๒๕๕๕ เกยี รตบิ ัตรครคู ุณภาพ ดเี ด่น อันดับท่ี ๑ สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย นครศรีธรรมราช เขต ๔
๒๕๕๔ เกียรตบิ ัตรและเคร่ืองหมายเชดิ ชูเกียรติ สำนกั งานเลขาธิการครุ ุสภา
“หนึ่งแสนครดู ”ี กระทรวงศกึ ษาธิการ
๒๕๕๔ เหรยี ญและเกียรติบัตรรางวัลระดบั ทองแดง สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษา
ส่อื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ขั้นพนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
(ระบบ Online) เรื่อง คำท่ีมาจาก
ภาษาต่างประเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๒๕๕๓ เหรยี ญและเกียรติบตั รรางวัลระดบั ทองแดง สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ส่อื อิเลก็ ทรอนิกส์ ๘ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
(ระบบ Online) เรื่อง คำเป็น คำตาย
ภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
๒๕๕๑ เหรยี ญและเกียรติบัตรรางวัลระดับเหรียญเงิน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
บทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน เรือ่ ง รรู้ ัก ขั้นพ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
หลักภาษาพัฒนาการอ่านเขียน กลมุ่ สาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
๒๕๔๖ เกียรติบัตรรางวัลชมเชยอันดบั ๒ สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
การประกวดสื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์ ขั้นพืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
เรอื่ ง หลักภาษาทน่ี า่ รู้
เห็นศิลาจารึกมินกึ เศร้า
แมใ้ ครเขาขัดขอ้ งต้องถกเถียง
เจาะภาษาจากใจไม่เอนเอยี ง
คลอ้ งจองเสียงเยยี่ งกงั สดาลหวานจบั ใจ
เอกลกั ษณ์ของชาติคอื ปรารถนา
เติบโตมาตามกาลผ่านยุคสมัย
จะยุคน้ยี คุ โนน้ หรอื ยุคใด
ขอเพียงไทยมภี าษาข้า ฯ ขอบคุณ
ขอเดชะฯ บารมที ่ีล้ำเลิศ
วนั ภาษาไทยก่อเกิด ธ เกื้อหนุน
ย่ีสิบเก้ากรกฎา ธ การุญ
ภาษาไทยของพ่อขุนจึงเบ่งบาน
ท่ีมา www.sobprab.ac.th/