เส้นทาง
ประวัติศาสตร์
2,3,5,6,13,14,23,29,39,44
ถนนเจริญกรุง
-ถนนเจริญกรุงสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4
-เมื่อสร้างถนนเจริญกรุงเสร็จใหม่ ๆ นั้น ยังไม่ได้พระราชทานนาม จึง
เรียกกันทั่วไปว่า ถนนใหม่ และชาวยุโรปเรียกว่า นิวโรด (New Road) ต่อ
มาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม
ถนนว่า “ถนนเจริญกรุง” ซึ่งมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้าน
เมือง เช่นเดียวกับชื่อถนนบำรุงเมืองและถนนเฟื่ องนคร ที่โปรดเกล้าฯ ให้
สร้างขึ้นในคราวเดียวกัน
-ต่อมาในปี พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมี
พระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างรถราง โดยเปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวัน
ที่ 22 กันยายน 2431 โดยใช้ม้าลากรถราง ก่อนจะกลายเป็นรถรางระบบ
ไฟฟ้าซึ่งเปิดใช้ครั้งแรกเดือนพฤษภาคม 2437
ถนนสีลม
-สร้างขึ้นในรัชกาลที่4 โดยเป็นถนนดินที่มีระยะทางเพียง2.74กม. แต่เป็น
เส้นทางสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างแหล่งชุมชนใหญ่บนถนนสายหลักสองเส้น
-ต่อมาในรัชกาลที่ 5 และ 6 ขุนนางไทย ผู้ดีใหม่ไทย และชาวอิสลามทั้ง12เชื้อ
ชาติ เริ่มที่จะย้ายมาอาศัยในย่านสีลมหลังจากมีการเดินรถรางในถนนสีลม
-การปรับปรุงถนนสีลมครั้งแรกเกิดจากรัฐบาลได้รื้อบ้านที่เป็นของนายประวัติ
สุขุม เพื่อเป็นการเสริมให้พระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ดูสง่างามยิ่งขึ้น ทำให้หัวถนน
กว้างขวางขึ้น
-หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด รัฐบาลจึงได้มีมติให้ปรับปรังถนนสีลม
อีกครั้งโดยการรื้อรถรางและถมคลองสีลมเพื่อเพิ่มพื้นผิวจราจร
-ตั้งแต่พ.ศ.2525 เป็นต้นมา ถนนสีลมได้ถูกตั้งฉายาว่าเป็น”วอลล์สตรีท
แห่งประเทศไทย” เนื่องจากมีธนาคารพาณิชย์ของทั้งไทยและต่างประเทศตั้ง
อยู่มากมาย ทำให้ถนนสีลมกลายเป็นศูนย์กลางการเงินที่เห็นได้อย่างชัดเจน
ถนนสาทร
- ขุดสร้างขึ้นปี พ.ศ.2433 - 2435
- ถนนสาธรมีสองถนน คือ ถนนสาทรใต้และถนนสาทร
เหนือ มีคลองสาธรคั่นคลอง ถนนสาทรใต้ตั้งแต่ถนน
เจริญกรุงถึงสะพานข้ามคลองเตย ( สะพาน
เฉลิมพระเกียรติ 44 ) ถนนสาทรเหนือตั้งแต่สะพานไม้
ข้ามคลองสาธรต่อถนนเจริญกรุงถึงสะพานข้าม
คลองเตย
- สมัยก่อนฝรั่งเรียกถนนสาทรว่า Poh Yom Road หรือ
ถนนพ่อยม แต่เปลี่ยนหลังจากที่ท่านได้รับพระราชทาน
บรรดาศักดิ์เป็นหลวงสาธรราชายุกต์
ถนนเดโชและ
ถนนสุรวงศ์
-ถนนที่เจ้าพระยาสุวงศ์วัฒนศักดิ์(โต บุนนาค) ขณะที่บรรดาศักดิ์
เป็น พระยาสีหราชเดโชชัย ได้ซื้อที่ดินเพื่อแบ่งปันส่วนให้บุตรธิดา
และสร้างเรือนให้เช่า
-ได้กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่5) ตัดถนนเป็น2สาย
-ท่านผู้หญิงตลับสีหราชเดโชได้น้อมเกล้าถวายรัชกาลที่5
พระราชทานชื่อจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ขณะนั้น
รัชกาลที่5 เสด็จประพาสไปยุโรป
-ทรงโปรดเกล้าพระราชทานนามถนนที่แยกจากถนนเจริญกรุงไป
ถึงหัวลำโพงตรงข้ามถนนปทุมวัน (ถนนอังรีดูนังต์ใน
ปัจจุบัน)ว่า‘ถนนสุรวงษ์’(สมัยรัชกาลที่6เปลี่ยนคำไทยมาจาก
ภาษาสันสกฤต จากตัว ษ์ เป็น ศ์)
-ส่วนถนนที่แยกไปทางตะวันออกถึงถนนสีลมเรียกว่า‘ถนนเดโช’
ถนนมหาพฤฒาราม
ถนนมหาพฤฒาราม
สร้างขึ้นสมัยพระบาทสมเด็จพระ
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงมหาดไทย
กราบบังคมทูล เนื่องจากในเขตพื้นที่
บางรักถึงสามแยกเป็นที่ค้าขาย มีแต่
ถนนเจริญกรุงเพียงสายเดียว และมี
ยานพาหนะเพิ่มมากขึ้นจึงควรตัดถนน
มหาพฤฒารามขึ้นตั้งแต่เชิงสะพาน
พิทยเสถียรไปตามคลองผดุงกรุงเกษม
บรรจบกับถนนพระรามสี่ ตรงข้าม
สถานีรถไฟหัวลำโพง
ถนนสี่พระยา
-ถนนสี่พระยาถือเป็นถนนสายรองของพื้นที่ เป็นถนนเชื่อมระหว่าง
ถนนเจริญกรุงกับถนนพระรามที่ 4
-มีจุดเริ่มต้นที่แขวงบางรัก ที่ด้านหน้าโรงแรมรอยัลออร์คิด
เชอราตัน ใกล้กับศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ จนกระทั่งไปสิ้นสุดที่แยก
สามย่านอันเป็นจุดตัดระหว่างถนนพระรามที่ 4 กับถนนพญาไท
-ชื่อสี่พระยาได้มาจาก พระยาอินทราธิบดีสีราชรองเมือง พระยา
พิพัฒโกษา พระยานรฤทธิ์ราชหัช และพระยานรนารถภักดี
-มีน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "ถนน
สี่พระยา"
ถนนนราธิวาส
ราชนครินทร์
เริ่มจากถนนสุรวงศ์ถึงถนนพระรามที่3
ถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทาน
นามสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้า
กัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราช
นครินทร์ เป็นชื่อถนนเมื่อพ.ศ.2529
ชาวบ้านเรียกกันเป็นสามัญว่า ถนน
เลียบคลองช่องนนทรี
ตรอกกัปตันบุช
-ตั้งอยู่ระหว่างตรอกฮ่องกงกับที่ทำการ
ไปรษณีย์โทรเลขกลาง ถนนเจริญกรุง
-Captain John Bush ชาวอังกฤษเดินทางเข้ามา
รับราชการสังกัดกรมเจ้าท่าในสมัยพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
-ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวิสูตร
สาคร
-ประกอบอาชีพส่วนตัวมีธุรกิจอู่เรือ อู่บริษัท
บองกอกด๊อก(Bangkok Dock)
-ตรอกบ้านกัปตันบุชถูกเรียกว่าตรอกกัปตันบุช
จนถึงปัจจุบัน
ตรอกโรงภาษี
-เดิมบริเวณนี้เคยเป็นชุมชน “บ้านต้นสำโรง” ของชาวมุสลิม
รวมทั้งมีมัสยิดหลังหนึ่งสร้างด้วยไม้เรียกว่า “มัสยิดต้นสำโรง”
-ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๓๓ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว ทรงขอพื้นที่ดินดังกล่าว โดยแลกกับพื้นที่ด้านหลัง ซึ่ง
เป็นที่ตั้งของมัสยิดและชุมชนฮารูณในปัจจุบัน เพื่อทำเป็น "โรง
ภาษีร้อยชักสาม" และกลายมาเป็น "สถานีตำรวจดับเพลิง
บางรัก" ในเวลาต่อมา
-โรงภาษีร้อยชักสามหรือศุลกสถาน เกิดหลังจากการทำสนธิ
สัญญาเบาว์ริ่งในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทำให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมภาษีปากเรือ ซึ่งเรียกเก็บจากเรือ
สินค้าของชาวต่างประเทศที่เข้ามาจอดในเมืองท่าตามส่วนกว้าง
ที่สุดของเรือโดยคิดเป็นวาในอัตราที่แตกต่างกันจากภาษีสินค้า
ขาเข้าเรียกว่า “ภาษีร้อยชักสาม”